ประกวดราคาจ้างก่อสร้างห้องน้ำ-ห้องส้วมทหาร อาคารชั้นเดียว รายละเอียดตามแบบ กห ๐๗ - ๑ น. ของ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๔ จังหวัดพิษณุโลก
เอกสารนี้เป็นคู่มือการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ซึ่งใช้บังคับกับงานก่อสร้างทุกประเภทที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง สัญญาแบบปรับราคาได้นี้จะนำมาใช้เมื่อดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากราคา ณ วันเปิดซองประกวดราคา โดยผู้ว่าจ้างต้องประกาศให้ผู้รับจ้างทราบและระบุในสัญญาให้ชัดเจนถึงประเภทงาน สูตร และวิธีการคำนวณ ผู้รับจ้างมีหน้าที่เรียกร้องเงินเพิ่มภายใน 90 วันนับจากวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย การคำนวณค่า K จะใช้สูตรที่แตกต่างกันไปตามประเภทงานก่อสร้าง เช่น งานอาคาร งานดิน งานทาง และงานระบบสาธารณูปโภค โดยมีสูตรคำนวณหลักคือ P = (Po) x (K) ซึ่ง P คือราคาค่างานที่จะจ่าย Po คือราคาค่างานตามสัญญา และ K คือ Escalation Factor ที่จะนำมาปรับเพิ่มหรือลดค่างาน โดยจะหักหรือบวกเพิ่ม 4% จากค่า K ที่คำนวณได้ การคำนวณค่า K จะใช้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยมีฐานปี 2530 เป็นเกณฑ์ และต้องคำนวณทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะพิจารณาเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากกว่า 4%
English summary
This document outlines the principles and methods for calculating construction cost compensation (K-factor) under a price adjustment clause contract. It specifies the conditions for using such contracts, the calculation formulas for the K-factor based on different construction types (e.g., buildings, earthworks, roads, utility systems), and the definition of price indices used in the calculation. The aim is to ensure fairness in adjusting contract prices due to changes in construction material costs.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
- เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการปรับเพิ่มหรือลดค่างานก่อสร้างตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัสดุ
- เพื่อให้ผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างมีความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับกระบวนการคำนวณค่า K
- เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ขอบเขตของงาน
- การกำหนดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การใช้สัญญาแบบปรับราคาได้สำหรับงานก่อสร้างทุกประเภท
- การระบุประเภทงานก่อสร้างและสูตรการคำนวณค่า K ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละประเภทงาน
- การกำหนดดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K (เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค, ราคาซีเมนต์, วัสดุก่อสร้าง, เหล็ก, แอสฟัลท์, เครื่องจักรกล, น้ำมันดีเซล, ท่อประเภทต่างๆ, สายไฟฟ้า)
- การกำหนดวิธีการคำนวณค่า K โดยใช้ดัชนีราคา ณ เดือนที่ส่งมอบงานและเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
- การกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างาน โดยคำนึงถึงส่วนที่เปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4%
- การกำหนดแนวทางการคำนวณค่า K ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา
- การกำหนดกระบวนการจ่ายเงินตามงวดงานและการปรับปรุงค่างานเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่า K ที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน
- สูตรการคำนวณค่า K ที่จำแนกตามประเภทงานก่อสร้าง
- รายการดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K พร้อมคำจำกัดความ
- แนวทางการปฏิบัติในการคำนวณและปรับปรุงค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ผู้รับจ้างต้องเป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนตามกฎหมาย
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สูตรการคำนวณค่า K สำหรับงานประเภทต่างๆ:
- งานอาคาร: K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
- งานดิน:
- งานดินทั่วไป: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
- งานหินเรียง: K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
- งานเจาะระเบิดหิน: K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
- งานทาง:
- PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT: K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM: K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
- ผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
- ท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพัก: K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
- โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและเขื่อนกันตลิ่ง: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
- โครงสร้างเหล็ก: K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So
- งานระบบสาธารณูปโภค:
- วางท่อ AC และ PVC (ผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
- วางท่อ AC และ PVC (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo (AC) หรือ PVCt/PVCo (PVC)
- วางท่อเหล็กเหนียวและ HYDENSITY POLYETHYLENE (ผู้ว่าจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
- วางท่อเหล็กเหนียว (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo
- วางท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE (ผู้รับจ้างจัดหา): K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
- ปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ำและ SECONDARY LINING: K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
- วางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต: K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo
- วางท่อ PVC กลบด้วยทราย: K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
- วางท่อเหล็กอาบสังกะสี: K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
- การคำนวณค่า K โดยใช้ดัชนีราคา ณ เดือนที่ส่งมอบงาน (t) และเดือนที่เปิดซองราคา (o)
- การคำนวณโดยใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน และไม่มีการปัดเศษ
- การพิจารณาเงินเพิ่ม/ลด เมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% โดยนำเฉพาะส่วนที่เกินมาคำนวณ
เงื่อนไขสัญญา
- การปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะเกิดขึ้นเมื่อดัชนีราคาเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา
- การคำนวณค่า K จะคำนึงถึงส่วนที่เปลี่ยนแปลงเกินกว่า 4% จากค่า K ณ วันเปิดซองราคา
- ผู้รับจ้างต้องเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกำหนดจะไม่มีสิทธิเรียกร้อง
- ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างต้องเรียกเงินคืน ให้รีบดำเนินการโดยเร็ว หรือหักค่างานงวดต่อไป หรือหักจากหลักประกันสัญญา
- การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงิน ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ
- การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ทำได้ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา ค่า K ที่ใช้คำนวณจะใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่าใดจะมีค่าน้อยกว่า
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ใช้กับงานประเภทใดบ้าง?
- คำตอบ: ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ที่เบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุน และหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง
- คำถาม: การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาที่นำมาคำนวณค่า K ต้องมีผลมากกว่าเท่าใดจึงจะพิจารณาปรับราคา?
- คำตอบ: ต้องมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา และการปรับเพิ่มหรือลดค่างานจะพิจารณาเมื่อค่า K ตามสูตรเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ
- คำถาม: ใครเป็นผู้มีหน้าที่เรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้?
- คำตอบ: เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเรียกร้องภายในกำหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
- คำถาม: หากผู้รับจ้างทำงานล่าช้ากว่ากำหนด จะมีผลต่อการคำนวณค่า K อย่างไร?
- คำตอบ: ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา ค่า K ตามสูตรต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณค่างาน จะให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
- คำถาม: ดัชนีราคาที่ใช้ในการคำนวณค่า K อ้างอิงจากหน่วยงานใด?
- คำตอบ: ดัชนีราคาที่ใช้คำนวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทำขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์
- คำถาม: หากในสัญญาเดียวมีงานก่อสร้างหลายประเภท จะคำนวณค่า K อย่างไร?
- คำตอบ: จะต้องแยกค่า K ของงานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละประเภทงาน
- คำถาม: การคำนวณค่า K ต้องปัดเศษหรือไม่?
- คำตอบ: กำหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ
- คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างในแต่ละงวดเป็นอย่างไร?
- คำตอบ: จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทำได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือลดลงจะคำนวณเมื่อทราบดัชนีราคาที่แน่นอนแล้ว
- คำถาม: การพิจารณาคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างาน ต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานใดบ้าง?
- คำตอบ: ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสำนักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
- คำถาม: หากผู้ว่าจ้างต้องการเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ จะดำเนินการอย่างไร?
- คำตอบ: ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญาแล้วแต่กรณี
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
สูตรการคา นวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ( ค่า K )
(1) เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
- สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชก้ บังานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซ่ึงเบิกจ่ายค่างานในลกัษณะหมวดค่าครุภณั ฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่าย อื่นที่เบิกจ่ายในลกัษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างที่อยใู่ นเงื่อนไขและหลกัเกณฑต์ ามที่ไดก้า หนดน้ี 2. สัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีใหใ้ชท้ ้งัในกรณีเพิ่มหรืดลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญาเมื่อ ดชันีราคาซ่ึงจดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์มีการเปลี่ยนแปลงสูงข้ึนหรือลดลงจากเดิมขณะเมื่อวันเปิ ดซอง ประกวดราคา ส าหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิ ดซองราคาแทน
- การนา สัญญาแบบปรับราคาไดไ้ปใชน้ ้นั ผวู้า่ จา้งตอ้งแจง้และประกาศใหผ้รู้ับจา้งทราบ เช่นใน ประกาศประกวดราคาฯ และตอ้งระบุในสัญญาจา้งดว้ยวา่ งานจา้งเหมาน้นั ๆ จะใชส้ ัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมท้งักา หนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวธิีการคา นวณที่ใหม้ีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไวใ้หช้ ดัเจน ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจา้งคราวเดียวกนั จะตอ้งแยกประเภทงาน ก่อสร้าง แต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานก่อสร้างน้นั ๆ และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรที่กา หนดไว้ 4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาไดน้้ีเป็นหนา้ที่ของผรู้ับจา้งที่จะตอ้งเรียกร้อง ภายในกา หนด 90วนั นบั ต้งัแต่วนั ที่ผรู้ับจา้งไดส้่งมอบงานงวดสุดทา้ยหากพน้กา หนดน้ีไปแลว้ ผรู้ับจา้งไม่มี สิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผวู้า่ จา้งไดอ้ีกต่อไปและในกรณีที่ผวู้า่ จา้งจะตอ้งเรียกเงินคืนจาก ผรู้ับจา้ง ใหผ้วู้า่ จา้งที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผรู้ับจา้งโดยเร็ว หรือใหห้ กัค่างานของงวดต่อไป หรือให้หกัเงินจากหลกัประกนั สัญญาแลว้แต่กรณี
- การพิจารณาคา นวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกคืนจากผรู้ับจา้งตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากส านักงบประมาณและให้ถือการพิจารณา วนิิจฉยัของสา นกังบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
(2) ประเภทงานก่อสร้างและสูตรทใี่ ช้กบัสัญญาแบบปรับราคาได้
ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจา้งเหมาก่อสร้างใหค้า นวณตามสูตรดงัน้ี
P = (Po) x (K)
กา หนดให้P = ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะตอ้งจ่ายใหผ้รู้ับจา้ง
Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผรู้ับจา้งประมูลได้หรือราคาค่างานเป็นงวดซ่ึงระบุไวใ้นสัญญาแลว้แต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อตอ้งเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม 4%
เมื่อตอ้งเรียกค่างานคืน ESCALATION FACTOR K หากไดจ้ากสูตร ซ่ึงแบ่งตามประเภทและ ลกัษณะงานดงัน้ี
/หมวดที่ 1…
-2 -
หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตวัอาคารเช่น ที่ทา การโรงเรียน โรงพยาบาล หอพกั ที่พกัอาศยั หอประชุม อฒั จนั ทร์ยมิเนเซียม สระวา่ ยน้า โรงอาหารคลงัพสั ดุโรงงาน ร้ัวเป็นตน้ และใหห้ มายความรวมถึง 1.1ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงหมอ้แปลงและระบบไฟฟ้า ภายในบริเวณ
1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจา หน่ายแต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ 1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยใู่ นส่วนของอาคารเช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสา หรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้า ของอาคารจนถึงทางระบายน้า ภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จา เป็นสา หรับอาคารเฉพาะส่วนที่ติดกบัอาคารโดยตอ้งสร้างหรือประกอบ พร้อมกบัการก่อสร้างอาคารแต่ไม่รวมถึงเครื่องจกัรหรือเครื่องมือกลที่นา มาประกอบหรือติดต้งั เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องสูบน้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเทา้รอบอาคาร ดินถม ดินตกั ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It/Io + 0.10 Ct/Co + 0.40 Mt/Mo + 0.10 St/So
หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิ ดหน้าดิน การเกลี่ย บดอัดดิน การขุด-ถมบดอดัแน่นเขื่อน คลองคนัคลองคนัก้นั น้า คนั ทาง ซ่ึงตอ้งใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกลปฏิบตัิงาน ส าหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุม คุณสมบตัิของวสั ดุน้นั และมีขอ้กา หนดวธิีการถม รวมถึงมีการบดอดัแน่นโดยใชเ้ครื่องจกัรเครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตาม ที่กา หนดไว้เช่นเดียวกบังานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน ชลประทาน
ท้งัน้ีใหร้วมถึงงานประเภท EMBANKMENT , EXCAVATION , SUBBASE , SELECTED MATERIAL , UNTREATED BASE และSHOULDER
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 It/Io + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นา มาเรียงกนั เป็นช้นั ให้เป็นระเบียบจนไดค้วามหนา ที่ตอ้งการโดยในช่องวา่ งระหวา่ งหินใหญ่จะแซมดว้ยหินยอ่ ยหรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทราย ใหเ้ตม็ ช่องวา่ ง มีการควบคุมคุณสมบัติของวสั ดุและมีขอ้กา หนดวธิีปฏิบตัิโดยใชเ้ครื่องจกัร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้ หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั เพื่อการป้องกนั การกดัเซาะพงัทลายของลาดตลิ่งและทอ้งลา น้า
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It/Io + 0.20 Mt/Mo + 0.20 St/So
/2.3 งานเจาะ…
-3 -
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทวั่ ๆ ไป ระยะทางขนยา้ยไป-กลับประมาณ ไม่เกิน 2กิโลเมตรยกเวน้ งานเจาะระเบิดอุโมงคซ์ ่ึงตอ้งใชเ้ทคนิคช้นั สูง
ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.10 Et/Fo
หมวดที่ 3 งานทาง
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT , TACK COAT , SEAL COAT
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.40 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.2 งานผิวทางSURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.30 At/Ao + 0.20 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE , PENETRATION MACADAM
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 Mt/Mo + 0.40 At/Ao + 0.10 Et/Eo + 0.10 Ft/Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วย ตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (MELDED STEEL WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่าง ๆ (JOINT) ท้งัน้ีใหห้ มายความรวม ถึงแผน่ พ้ืนคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน (R.C.BRIDGE APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.5 งานท่อระบายน้า คอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพกั หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสา หรับงาน ระบายน้า (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้า คอนกรีต เสริมเหล็กและบริเวณลาดคอสะพานรวมท้งังานบ่อพกัคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่น ที่มีรูปแบบและลกัษณะงานคลา้ยคลึงกนั เช่น งานบ่อพกั (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศพั ท์ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็ นต้น
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.15 Mt/Mo + 0.15 St/So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเขื่อนกนั ตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C.BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีต เสริมเหล็ก (R.C.BOX CULVERT) หอถงัน้า โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเขื่อนกนั ตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือ คอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.15 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.25 St/So
3.6 งานโครงสร้างเหล็กหมายถึงสะพานเหล็กสา หรับคนเดิมขา้มถนนโครงเหล็กสา หรับติดต้งัป้าย จราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวทิยุเสาโทรทศัน์หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลกัษณะคลา้ยคลึงกนั แต่ไม่รวมถึงงานติดต้งัเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It/Io + 0.05 Ct/Co + 0.20 Mt/Mo + 0.40 St/So /หมวดที่ 4…
-4 -
หมวดที่4 งานระบบสาธารณูปโภค
4.1 งานวางท่อ AC และ PVC
4.1.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It/Io + 0.25 Mt/Mo
4.12 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ AC และหรืออุปกรณ ์์
ใช้สูตร K = 0.40 +0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 ACt/ACo
4.13 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อPVC และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
4.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHTYLENE 4.2.1 ในกรณีที่ผวู้า่ จา้งเป็นผจู้ดัหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Mt/Mo + 0.20 Et/Eo + 0.15 Ft/Fo
4.2.2 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และใหร้วมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.10 Et/Eo + 0.30 GIPt/GIPo 4.2.3 ในกรณีที่ผรู้ับจา้งเป็นผจู้ดัหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และ หรืออุปกรณ์ ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It/Io + 0.10 Mt/Mo + 0.30 PEt/Peo
4.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงคส์ ่งน้า และงาน SECONDARY LINING
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It/Io + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIPt/GIPo
4.4 งานวางท่อPVC หุ้มด้วยคอนกรีต
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It/Io + 0.20 Ct/Co + 0.05 Mt/Mo + 0.05 St/So + 0.30 PVCt/PVCo 4 .5 งานวางท่อPVC กลบทราย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It/Io + 0.05 Mt/Mo + 0.65 PVCt/PVCo
4.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It/Io + 0.50 GIPt/GIPo
/ดชันีก่อสร้าง…
-5 -
ดัชนีก่อสร้างและค่า K
ดัชนีราคาที่ใชค้า นวณตามสูตรที่ใชก้ บั สัญญาแบบปรับราคาได้จดัทา ข้ึนโดยกระทรวงพาณิชย์ K = EXCALATION FACTOR
It = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Io = ดชันีราคาผบู้ริโภคทวั่ ไปของประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา Ct = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Co = ดัชนีราคาราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Mt = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดชันีราคาวสั ดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต) ์ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา St = ดชันีราคาเหล็กในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
So = ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Gt = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Go = ดชันีราคาเหล็กแผน่ เรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา At = ดชันีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Ao = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
Et = ดชันีราคาเครื่องจกัรกลและบริภณั ฑ์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Eo = ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Ft = ดัชนีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Fo = ดชันีราคาน้า มนั ดีเซลหมุนเร็วในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ACt = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ACo = ดชันีราคาท่อซีเมนตใ์ยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PVCt = ดัชนีราคาท่อPVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
PVCo = ดชันีราคาท่อPVC ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
GIPt = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
GIPo = ดชันีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสีในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PEt = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEo = ดชันีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา Wt = ดชันีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Wo = ดัชนีราคาสายไฟฟ้ า ในเดือนที่เปิ ดซองประกวดราคา
/(3) วิธีการ…
-6 -
(3) วิธีการค านวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ - การคา นวณค่า K จากสูตรตามลกัษณะงานน้นั ๆ ใหใ้ชต้วัเลขดชันีราคาวสั ดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็ นเกณฑ์ในการค านวณ
- การคา นวณค่า K สา หรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยใู่ นสัญญาเดียวกนั จะตอ้งแยกค่า งานก่อสร้างแต่ละประเภทใหช้ ดัเจนตามลกัษณะของงานน้นั และใหส้อดคลอ้งกบั สูตรทีไดก้า หนดไว้ 3. การคา นวณหาค่า K กา หนดใหใ้ชเ้ลขทศนิยม 3 ตา แหน่งทุกข้นั ตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และ กา หนดใหท้ า เลขสัมพนัธ์(เปรียบเทียบ) ใหเ้ป็นผลสา เร็จก่อน แลว้จึงนา ผลลพัธ์ไปคูณกบั ตวัเลขคงที่หน้าเลข สัมพนัธ์น้นั
- ใหพ้ ิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาคางานจากราคาที่ผรู้ับจา้งทา สัญญาตกลงกบัผวู้า่ จา้ง เมื่อค่า K ตาม สูตรสา หรับงานก่อสร้างน้นั ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกวา่ 4% ข้ึนไป โดยนา เฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคา นวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแลว้แต่กรณี(โดยไม่คิด 4% แรกให้) 5. ในกรณีที่ผรู้ับจา้งไม่สามารถทา การก่อสร้างให้แลว้เสร็จตามระยะเวลาในสัญญาโดยเป็นความผดิของ ผรู้ับจา้งค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนา มาใชใ้นการคา นวณค่างานใหใ้ชค้่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือ ค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแลว้แต่วา่ ค่า K ตวัใดจะมีค่านอ้ยกวา่
- การจ่ายเงินแต่ละงวดใหจ้่ายค่าจา้งงานที่ผรู้ับจา้งทา ไดแ้ ต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่ม หรือค่างานลดลงซ่ึงจะคา นวณไดต้่อเมื่อทราบดชั นีราคาวสั ดุก่อสร้าง ซ่ึงนา มาคา นวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบ งานงวดน้นั ๆ เป็นที่แน่นอนแลว้ เมื่อคา นวณเงินเพิ่มไดใ้หข้อทา ความตกลงเรื่องการเงินกบั สา นกังบประมาณ