จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างผู้ให้บริการซ่อมบำรุงรักษา อาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประจำปีงบประมาณ 2570

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย 69059091040
฿17,224,224 ปีงบ 2569 ประกาศ 26 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มีความประสงค์จะจัดจ้างผู้ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ประจำปีงบประมาณ 2570 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทรัพย์สินดังกล่าวสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงการจัดการบริหารพลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการต้องมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการบำรุงรักษาบริหารงานด้านระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร และมีเครื่องมืออุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน ขอบเขตงานครอบคลุมพื้นที่สถานีรถไฟฟ้า 10 สถานี รวมถึงพื้นที่โดยรอบศูนย์ซ่อมบำรุง (งานกำจัดวัชพืชและขยะ) โดยไม่รวมพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานเดินรถ หรือพื้นที่ที่ รฟม. ได้ให้เช่าไปแล้ว ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด เช่น ผู้จัดการโครงการ หัวหน้าช่าง ช่างเทคนิค เจ้าหน้าที่ธุรการ และคนงาน/คนสวน พร้อมทั้งรับผิดชอบในการดูแล บำรุงรักษา ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องจักร และส่วนควบต่างๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงการจัดหาเครื่องแต่งกาย ชุดแบบฟอร์ม อุปกรณ์ PPE และยานพาหนะสนับสนุนการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานจะใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาผู้เสนอราคาสูงสุดเป็นผู้ชนะ พร้อมเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และนิติบุคคลไทย

English summary

The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) intends to procure maintenance services for parking buildings, parking lots, multi-purpose buildings, and various structures along the Orange Line Mass Transit System for the fiscal year 2027. The primary objective is to ensure these assets are safe, operate at maximum efficiency, and are managed with energy conservation. The service provider must possess the necessary knowledge, skills, experience in building systems maintenance, and readily available equipment. The scope of work covers 10 MRT stations and the area around the maintenance center (weed and waste removal), excluding areas under the responsibility of the train operator or leased areas. The contractor must provide qualified personnel, including a Project Manager, Chief Technician, Technicians, Administrative Staff, and Workers/Gardeners. They will be responsible for the maintenance, repair of equipment, machinery, and appurtenances within the designated areas, including providing uniforms, PPE, and support vehicles. The evaluation will be based on the lowest price, with special considerations for SMEs and Thai legal entities.

สถานที่ดำเนินการ

ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ผู้ให้บริการมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการบำรุงรักษา บริหารงานด้านระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ประกอบไปจนถึงต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน
  • เพื่อให้อาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สามารถใช้งานอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน
  • เพื่อให้มีการจัดการบริหารพลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • การดูแล บำรุงรักษาอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม
  • การซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องจักร และส่วนควบต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบ
  • การจัดการบริหารพลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
  • การจัดหาบุคลากรมาปฏิบัติงานตามตำแหน่งที่กำหนด (ผู้จัดการโครงการ, หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส, ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง, เจ้าหน้าที่ธุรการ, คนงาน/คนสวน)
  • การจัดเครื่องแต่งกาย ชุดแบบฟอร์ม อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) และยานพาหนะสนับสนุนการปฏิบัติงาน
  • การจัดทำคู่มือหรือระเบียบการใช้งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
  • การส่งผู้จัดการโครงการและช่างเทคนิคอาวุโส/หัวหน้าช่าง เข้ารับการเรียนรู้งานระบบอาคารจากผู้รับจ้างเดิม
  • การจัดตารางปฏิบัติงานและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน
  • การจัดหาเครื่องมือวัดและเครื่องมือที่จำเป็นในการซ่อมบำรุงระบบต่างๆ
  • การจัดหาโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตสำหรับ รฟม. เพื่อใช้งานกับระบบบริหารจัดการงานซ่อมบำรุง (CMMS)
  • การปฏิบัติให้สอดคล้องตามระเบียบปฏิบัติงานหรือคู่มือปฏิบัติงานที่ รฟม. กำหนด
  • การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอกในกรณีฉุกเฉิน
  • การจัดกิจกรรม 5ส ภายในพื้นที่รับผิดชอบ
  • การกำจัดเศษวัสดุที่เกิดจากการปฏิบัติงานหรืออุปกรณ์ชำรุด
  • การฝึกอบรมตามที่ รฟม. มอบหมาย
  • การจัดทำประกันภัยความรับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหาย
  • การศึกษาดูงาน การฝึกอบรม หรือการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
  • การคุ้มครองแรงงาน และสวัสดิการ หรือค่าตอบแทนตามกฎหมายแรงงาน
  • การบริหารจัดการคลังพัสดุและอะไหล่สำรอง
  • การตรวจสอบสภาพแผงโซล่าเซลล์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone)
  • การกำจัดปลวก ยุง และหนู
  • การบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน (รวมถึงรายงานการเข้า-ออก, บันทึกค่าพลังงาน, ปริมาณงาน, ตารางปฏิบัติงานเดือนถัดไป, สรุปเบิกจ่ายอะไหล่, รายงานผลบริษัทภายนอก)
  • เอกสารสรุปผลการปฏิบัติงานทั้งหมดในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์บน Flash Drive หรือ External Hard Disk
  • คู่มือหรือระเบียบการใช้งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร
  • แผนงานและขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Plan)
  • รายงานการตรวจสอบสภาพแผงโซล่าเซลล์พร้อมภาพถ่าย
  • รายงานประวัติการเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาลิฟต์โดยสาร
  • รายงานการบริหารจัดการรายการอะไหล่ สรุปประจำเดือน
  • แบบแสดงรายการปริมาณราคาค่าจ้าง (สำหรับลงนามสัญญา)
  • กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหาย
  • เอกสารพนักงานใหม่ (กรณีมีการเปลี่ยนตัว)
  • แผนการตรวจระบบวิศวกรรมทุกระบบ
  • รายงานการตรวจสอบสภาพการใช้งานของอุปกรณ์ของระบบประจำวัน
  • ตารางบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้าและน้ำประปา
  • ตารางการตรวจสอบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
  • รายงานสรุปการเกิดเหตุฉุกเฉิน (Incident & Accident Report)
  • รายงานสรุปการดูแลการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายนอก
  • รายงานสรุปผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
  • รายงานสรุปการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ในแต่ละเดือน
  • ข้อกำหนด หรือมาตรฐานของงานอาคาร
  • รายงานสรุปการเข้าปฏิบัติงานของผู้รับจ้างภายนอก พร้อมสรุปปัญหา อุปสรรค และวิธีการแก้ไข
  • แผนสำรองวัสดุ อุปกรณ์ และอะไหล่
  • รายงานการใช้ไฟฟ้าประจำวัน และวิเคราะห์แนวทางการประหยัด

ระยะเวลาดำเนินการ

1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 12 เดือน)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance:
    • ต้องแสดงหนังสือหรือเอกสารรับรองการได้รับมาตรฐานสากล ได้แก่ มาตรฐาน ISO 9001 (บริหารงานคุณภาพ), ISO 41001 (การบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร) และ ISO 45001 (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
  • Experience:
    • ผู้จัดการโครงการ: มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการงานบำรุงรักษาอาคาร งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร หรือการบริหารสัญญา ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส: มีประสบการณ์ด้านงานซ่อมบำรุงอาคาร หรืองานระบบประกอบอาคาร ไม่น้อยกว่า 6 ปี (วุฒิ ปวช.) หรือไม่น้อยกว่า 4 ปี (วุฒิ ปวส./ปริญญาตรี)
    • ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง: มีประสบการณ์ในงานควบคุมดูแลและงานซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องจักร งานระบบประกอบอาคารและงานช่างทั่วไปไม่น้อยกว่า 2 ปี (วุฒิ ปวส.) หรือไม่น้อยกว่า 4 ปี (วุฒิ ปวช.) โดยจะต้องเป็นอาคารประเภทอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่
    • เจ้าหน้าที่ธุรการ: มีประสบการณ์ในงานธุรการ, งานเอกสาร และในงานที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 2 ปี (วุฒิ ปวส.) หรืออย่างน้อย 4 ปี (วุฒิ ปวช.)
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยดำเนินการมาก่อนโดยตรง แต่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ “มูลค่าสุทธิของกิจการ” หรือ “ทุนจดทะเบียน” หรือ “วงเงินสินเชื่อ” หรือ “เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคาร” ซึ่งคำนวณจากมูลค่าประมาณการของโครงการ
  • Technical Capabilities:
    • มีความรู้ความเข้าใจในงานระบบประกอบอาคาร งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
    • มีความรู้ความเข้าใจในงานช่างพื้นฐาน งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และความปลอดภัยในการทำงาน
    • มีความสามารถในการควบคุม ดูแล และสั่งการช่างเทคนิค
    • สามารถตรวจสอบและระบุสาเหตุเบื้องต้นของความขัดข้องในระบบสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบดับเพลิง ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟฟ้าต่อเนื่อง และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • ต้องจัดหาเครื่องมือวัดและเครื่องมือที่จำเป็นในการซ่อมบำรุงระบบต่างๆ ตามที่ รฟม. กำหนด
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิปริญญาตรี (วิศวกรรมศาสตร์, สถาปัตยกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง), ผ่านการอบรมหลักสูตรของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย อย่างน้อย 3 หลักสูตร (ตามที่ระบุใน TOR)
    • หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส: วุฒิ ปวช. ขึ้นไป, ได้รับการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน)
    • ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง: วุฒิ ปวส. ขึ้นไป
    • เจ้าหน้าที่ธุรการ: วุฒิ ปวส. ขึ้นไป
    • คนงาน/คนสวน: ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา, สัญชาติไทย, อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
    • ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง, ช่างเทคนิคอาวุโสหรือหัวหน้าช่าง: ต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 หรือสูงกว่า ที่ออกโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อย่างน้อยจำนวน 4 คน
    • พนักงานทุกคนต้องมีสุขภาพแข็งแรง, ไม่ติดยาเสพติด, ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ, ไม่เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ, ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่กำหนด, และไม่มีประวัติอาชญากรรม

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้เกณฑ์ราคาในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการจ้าง
  • มีเงื่อนไขในการพิจารณาหากเป็นผู้ประกอบการ SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 รฟม. จะจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่เสนอราคา สูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 ราย
  • มีเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นกิจการร่วมค้า: ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
  • มีเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคา: ต้องมีวงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
  • หากผู้ยื่นข้อเสนอราคาซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างกับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
  • ผู้เสนอราคาที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การบำรุงรักษาอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมถึงระบบประกอบอาคาร
  • การตรวจสอบ เปิด-ปิด และมอนิเตอร์การทำงานของระบบประกอบอาคารทั่วไป (ไฟฟ้าแสงสว่าง, ประปา, สุขาภิบาล, ระบายอากาศ)
  • การตรวจสอบสภาพการทำงานและเฝ้าระวังระบบที่ซับซ้อนหรือสำคัญต่อความปลอดภัย (ระบบปั๊มน้ำดับเพลิง, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า, ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, ระบบบริหารจัดการอาคาร (BMS))
  • การซ่อมแซมงานช่างพื้นฐานทั่วไป (Minor Repair) ที่ไม่ซับซ้อน เช่น ซ่อมก๊อกน้ำ, แก้ไขท่อประปา, เปลี่ยนหลอดไฟ, ทาสีจราจร, งานโยธาขนาดเล็ก
  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ตามแผนงานที่กำหนด (รายสัปดาห์, รายเดือน, รายไตรมาส, รายปี)
  • การตรวจสอบสภาพแผงโซล่าเซลล์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera)
  • การกำจัดยุง ปลวก และหนู
  • การบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย (ดูดสิ่งปฏิกูล, ทำความสะอาดบ่อ, เติมน้ำยาจุลินทรีย์)
  • การตรวจสอบการทำงานของระบบลิฟต์โดยสารและบันไดเลื่อน (ประสานงานกับบริษัทคู่สัญญาของ รฟม.)
  • การจัดทำแผนงานและขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Plan)
  • การบริหารจัดการคลังพัสดุและอะไหล่สำรอง
  • การปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 9001, ISO 41001, ISO 45001
  • การจัดหาเครื่องมือวัดและเครื่องมือที่จำเป็นในการซ่อมบำรุงระบบต่างๆ ตามเอกสารแนบท้าย 1
  • การจัดหาโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตสำหรับ รฟม. เพื่อใช้งานกับระบบบริหารจัดการงานซ่อมบำรุง (CMMS)

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: จ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายเดือน เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาและส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ รฟม. ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • Penalties:
    • กรณีอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุไม่พร้อมใช้งานหรือไม่เหมาะสม รฟม. มีสิทธิให้แก้ไขหรือเปลี่ยนทดแทน หากเกินกำหนด รฟม. ดำเนินการเองและหักจากค่าจ้าง
    • กรณีพนักงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง รฟม. มีสิทธิเรียกค่าเสียหายและอาจบอกเลิกสัญญา
    • กรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา รฟม. จะแจ้งให้แก้ไข หากไม่ดำเนินการหรือฝ่าฝืนซ้ำ รฟม. มีสิทธิดำเนินมาตรการตามสัญญา รวมถึงการหักค่าจ้างในอัตราวันละ 0.01% ของมูลค่างานต่อวัน
    • กรณีผลการประเมินการปฏิบัติงานน้อยกว่า 80% รฟม. จะปรับ 17,000 บาท และหากน้อยกว่า 80% ติดต่อกันเกิน 3 เดือน รฟม. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญา
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต มีค่าปรับ 0.1% ของวงเงินงานที่จ้างช่วง
  • Insurance: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีประกันภัยความรับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหาย วงเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 500,000 บาทต่อเหตุการณ์ และ 1,000,000 บาทตลอดอายุกรมธรรม์
  • Termination: รฟม. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้หากมีเหตุอันสมควร โดยแจ้งล่วงหน้า 30 วัน หรือกรณีผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่ง
  • Indemnification: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของ รฟม. หรือบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ
  • Subcontracting: ห้ามจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: ขอบเขตงานครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง?
    A: ครอบคลุมอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์ และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมถึงสถานีรถไฟฟ้า 10 สถานี และพื้นที่โดยรอบศูนย์ซ่อมบำรุง (งานกำจัดวัชพืชและขยะ)
  • Q: มีการยกเว้นพื้นที่ใดบ้างจากขอบเขตงาน?
    A: ไม่รวมถึงพื้นที่ งานระบบ หรืออุปกรณ์ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานเดินรถ ผู้รับจ้างเดินรถ หรือผู้รับจ้างรายอื่น และไม่รวมถึงพื้นที่ที่ รฟม. ได้ให้เช่าและมีผู้เช่าหรือผู้ได้รับสิทธิใช้พื้นที่แล้ว
  • Q: ต้องจัดหาบุคลากรตำแหน่งใดบ้าง?
    A: ผู้จัดการโครงการ, หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส, ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง, เจ้าหน้าที่ธุรการ, และคนงาน/คนสวน
  • Q: มีข้อกำหนดด้านมาตรฐาน ISO หรือไม่?
    A: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือหรือเอกสารรับรองการได้รับมาตรฐานสากล ได้แก่ มาตรฐาน ISO 9001, ISO 41001 และ ISO 45001
  • Q: ระยะเวลาสัญญาในการให้บริการซ่อมบำรุงคือเท่าใด?
    A: เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 (ระยะเวลา 12 เดือน)
  • Q: เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะคืออะไร?
    A: ใช้เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการจ้าง พร้อมเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และนิติบุคคลไทย
  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์สำนักงานหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาคอมพิวเตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องถ่ายเอกสาร ระบบอินเทอร์เน็ต ชั้นวางของ และวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับสำนักงาน
  • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับยานพาหนะสนับสนุนการปฏิบัติงานหรือไม่?
    A: ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหายานพาหนะสนับสนุนการปฏิบัติงาน ได้แก่ รถสำหรับงานช่างบำรุงรักษา/ดูแลความสะอาด (ไม่น้อยกว่า 2 คัน) และรถยนต์สำหรับเจ้าหน้าที่ รฟม. (ไม่น้อยกว่า 1 คัน)
  • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างเป็นอย่างไร?
    A: รฟม. จะจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายเดือน เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาและส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยจะจ่ายภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ รฟม. ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • Q: มีการกำหนดค่าปรับกรณีใดบ้าง?
    A: มีการกำหนดค่าปรับหลายกรณี เช่น อุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งาน, สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง, ไม่ปฏิบัติตามสัญญา, ผลการประเมินต่ำกว่าเกณฑ์, การจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

  • 1 -
    ขอบเขตของงานจ้างผู้ให้บริการซ่อมบำรุงรักษา อาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์และ สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประจำปีงบประมาณ 2570
  1. ความเป็นมา
    การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ประกอบไปด้วยโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน, โครงสร้างทางวิ่งยกระดับ, สถานีรถไฟฟ้า, ศูนย์ซ่อมบำรุง,อาคารอเนกประสงค์, อาคารจอดรถและลานจอดรถ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ระบบขนส่งมวลชน อำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนที่สะดวก รวดเร็ว และลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด โดยรฟม. ให้ผู้รับสัมปทานเดินรถเป็นผู้รับผิดชอบโครงสร้างทางวิ่งใต้ดิน, โครงสร้างทางวิ่ง ยกระดับ, สถานีรถไฟฟ้า, ศูนย์ซ่อมบำรุง และ รฟม. เป็นผู้รับผิดชอบดูแลรักษาในส่วนของอาคารอเนกประสงค์, อาคารจอดรถ และลานจอดรถ
  2. วัตถุประสงค์
    รฟม. มีความประสงค์จะจัดจ้างผู้ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยผู้ให้บริการต้องมีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ในการบำรุงรักษา บริหารงานด้านระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ประกอบไปจนถึงต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน เพื่อให้อาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สามารถใช้งานอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดอายุการใช้งาน รวมถึงการจัดการบริหารพลังงานอย่างประหยัด และ มีประสิทธิภาพ
  3. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
    3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของ รัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร และผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ แห่งภาครัฐ กำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้ มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement:e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    /3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอ…
  • 2 -
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่า สุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
  2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียน ที่เรียกชำระมูลค่าทุนแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 3ล้านบาท
  3. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,0000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็น มูลค่า 1ใน 4ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1ใน 4ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงาน สาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่)ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90วัน)
  5. กรณีตาม 1) -4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
    5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
    5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการพื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2561
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า”ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
    สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
  1. ขอบเขตงานและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    4.1 พื้นที่รับผิดชอบ
  1. สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (โครงการใหม่)
  2. สถานีรถไฟฟ้า รฟม. (รวมพื้นที่ทางเข้าและระบบประกอบอาคารศูนย์การเรียนรู้ ยกเว้นส่วนพื้นที่จัดนิทรรศการ) 3) สถานีรถไฟฟ้าวัดพระราม 9
  3. สถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง
  4. สถานีรถไฟฟ้าแยกลำสาลี
    /6) สถานี…
  • 3 -
  1. สถานีรถไฟฟ้าศรีบูรพา
  2. สถานีรถไฟฟ้าคลองบ้านม้า
  3. สถานีรถไฟฟ้ามีนพัฒนา
  4. สถานีรถไฟฟ้ามีนบุรี
    10)สถานีรถไฟฟ้าแยกร่มเกล้า
  5. พื้นที่โดยรอบศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (งานกำจัดวัชพืชและขยะมูลฝอย) หมายเหตุพื้นที่รับผิดชอบตามสัญญานี้ หมายถึง พื้นที่ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ระบบประกอบอาคาร และสาธารณูปโภคที่ อยู่ในความครอบครอง ดูแล หรือความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตลอดแนวสายทาง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี) รวมถึงพื้นที่สนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องตาม แนวสายทางดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงพื้นที่ งานระบบ หรืออุปกรณ์ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับสัมปทานเดินรถ ผู้รับจ้างเดินรถ หรือผู้รับจ้างรายอื่นตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง และไม่รวมถึงพื้นที่ที่ รฟม. ได้ให้เช่า และมีผู้เช่าหรือผู้ได้รับสิทธิ ใช้พื้นที่แล้ว ซึ่งให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าในการดูแลและซ่อมบำรุงพื้นที่ดังกล่าวอย่างไรก็ดี ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบ และแจ้งสภาพความชำรุดเสียหายของพื้นที่เช่าหรือพื้นที่ที่อยู่นอกขอบเขตความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากพบว่าความชำรุด ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย หรือพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ รฟม. และให้ดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้อง เบื้องต้นเฉพาะในกรณีจำเป็นเร่งด่วน ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี
    4.2 บุคลากร
    4.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรมาปฏิบัติงานในตำแหน่งต่าง ๆดังนี้
    4.2.1.1 ผู้จัดการโครงการ จำนวน 1 อัตรา
    4.2.1.2 หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส จำนวน 2อัตรา
    4.2.1.3 ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง จำนวนตามผลัด
    4.2.1.4 เจ้าหน้าที่ธุรการ จำนวน 1อัตรา
    4.2.1.5 คนงาน/คนสวน จำนวน 5อัตรา
    4.2.2 คุณสมบัติและหน้าที่ของพนักงาน
    4.2.2.1 ผู้จัดการโครงการ
  6. มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารหรือระบบวิศวกรรม มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการงานบำรุงรักษา อาคาร งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร หรือการบริหารสัญญา ไม่น้อยกว่า 5 ปีผ่านการอบรมหลักสูตรของวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย อย่างน้อย 3 หลักสูตร ดังนี้1. หลักสูตรพัฒนาทักษะ และทดสอบฝีมือผู้ปฏิบัติงาน เรื่อง “ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้” 2. หลักสูตร " การตรวจสอบและทดสอบระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) 3. การตรวจวัดและทดสอบการติดตั้งสถานี
    ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ตามมาตรฐานความปลอดภัย 4. การตรวจสอบและทดสอบระบบไฟฟ้าอาคาร เพื่อการบำรุงรักษาและความ ปลอดภัย5. มาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย : ระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บ พลังงานแบตเตอรี่
  7. มีความรู้ความเข้าใจในงานระบบประกอบอาคาร งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และกระบวนการ บริหารสัญญาจ้างและสามารถติดต่อประสานงาน และสื่อสารกับ รฟม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการสัญญา
  • เป็นผู้แทนของผู้รับจ้างในการติดต่อ ประสานงาน และสื่อสารกับ รฟม. ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ
    การดำเนินงานตามสัญญา
  • บริหารจัดการ ควบคุม และกำกับการปฏิบัติงานของพนักงานผู้รับจ้างให้เป็นไปตามขอบเขตงาน เงื่อนไข และระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา
  • ประสานงานด้านงานวิศวกรรม งานบำรุงรักษา และงานซ่อมแซม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไป
    อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
    /-ตรวจสอบ…
  • 4 -
  • ตรวจสอบ ติดตาม และรับรองเอกสาร รายงาน แผนงาน และผลการดำเนินงานที่จัดทำตาม สัญญา ก่อนนำเสนอรฟม.
  • เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำและนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสัญญา เช่น รายงานผล การปฏิบัติงาน รายงานการตรวจสอบ แผนบำรุงรักษา และเอกสารอื่นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  • ดำเนินการแก้ไขปัญหา อุปสรรค หรือข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน รวมถึงประสานการแก้ไข เมื่อได้รับข้อสั่งการหรือข้อเสนอแนะจากผู้ว่าจ้าง
  • ผู้จัดการโครงการต้องปฏิบัติงานในลักษณะประจำโครงการ สามารถติดต่อและประสานงานกับ รฟม. ได้ในวันและเวลาราชการ และต้องเข้าพื้นที่หรือเข้าร่วมประชุมตามที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ รวมถึงให้การสนับสนุนในกรณีเกิด เหตุขัดข้องหรือเหตุจำเป็น
    4.2.2.2 หัวหน้าช่าง/ช่างเทคนิคอาวุโส
  1. มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับ ปวช. มีประสบการณ์ด้านงานซ่อมบำรุงอาคาร หรืองานระบบ ประกอบอาคาร ไม่น้อยกว่า 6 ปีหรือวุฒิปวส. / ปริญญาตรี มีประสบการณ์ด้านงานซ่อมบำรุงอาคาร หรืองานระบบประกอบ อาคาร ไม่น้อยกว่า 4 ปี(ในสาขาช่างไฟฟ้า ช่างกล ช่างโยธา ช่างเครื่องกล หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง)
  2. มีความรู้ความเข้าใจในงานช่างพื้นฐาน งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และความปลอดภัยในการ ทำงาน
  3. สามารถควบคุม ดูแล และสั่งการช่างเทคนิคได้
  4. ได้รับการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน (จป.หัวหน้างาน) 5) หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้าช่าง
    -ควบคุม ดูแล และกำกับการปฏิบัติงานของพนักงานช่างให้เป็นไปตามขอบเขตงาน ขั้นตอนการ ทำงาน และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสามารถเข้ามาปฏิบัติงานฉุกเฉินได้ตลอด 24 ชั่วโมง - วางแผน จัดลำดับ และมอบหมายงานช่างพื้นฐาน งานซ่อมแซมเล็กน้อย และงานบำรุงรักษาเชิง ป้องกันประจำวัน ประจำเดือน ตามที่กำหนด
  • ตรวจสอบคุณภาพงานและความเรียบร้อยของพื้นที่ภายหลังการปฏิบัติงาน
  • ตรวจสภาพอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุสิ้นเปลืองให้พร้อมใช้งาน และแจ้งผู้จัดการโครงการเมื่อ พบความบกพร่อง
  • เฝ้าระวัง ตรวจสอบ และรายงานเหตุขัดข้องหรือสภาพความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ต่อ ผู้จัดการโครงการ
  • ให้ข้อมูลด้านเทคนิค สนับสนุนการจัดทำรายงาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานซ่อมบำรุง
  • ประสานงานกับผู้จัดการโครงการในการดำเนินงานตามสัญญา
    -ต้องปฏิบัติงานประจำ ณ พื้นที่รับผิดชอบตามสัญญา เพื่อควบคุมและกำกับการปฏิบัติงานของ พนักงานช่าง ทั้งนี้ต้องสามารถเข้าดำเนินการในกรณีเกิดเหตุขัดข้องหรือเหตุฉุกเฉินตามความเหมาะสม 4.2.2.3 ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง
  1. วุฒิ ปวส. ประสบการณ์ในงานควบคุมดูแลและงานซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ เครื่องจักร งานระบบ ประกอบอาคารและงานช่างทั่วไปไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือวุฒิ ปวช. ประสบการณ์ในงานควบคุมดูแล และงานซ่อมบำรุงรักษา อุปกรณ์เครื่องจักร งานระบบประกอบอาคาร ไม่น้อยกว่า 4 ปี โดยจะต้องเป็นอาคารประเภทอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่
  2. มีหน้าที่ปฏิบัติงานบำรุงรักษาอาคารและระบบประกอบอาคารในลักษณะงานช่างพื้นฐาน (General Maintenance) ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าช่าง โดยมีหน้าที่ดูแล ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และดำเนินการซ่อมแซมงาน ช่างทั่วไปที่ไม่ซับซ้อน รวมถึงการเปิด–ปิด และมอนิเตอร์การทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งนี้ ช่างเทคนิคต้อง สามารถตรวจสอบและระบุสาเหตุเบื้องต้นของความขัดข้องในระบบสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบดับเพลิง ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟฟ้าต่อเนื่อง และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมรายงานให้หัวหน้าช่างหรือ รฟม. ทราบ เพื่อ ดำเนินการแก้ไขต่อไปตามความเหมาะสม
    /โดยช่างเทคนิคอาวุโส…
  • 5 -
    โดยช่างเทคนิคอาวุโส/หัวหน้าช่าง และช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง ปฏิบัติงานตามเวลา ดังนี้
    ช่วงเวลา
    รายละเอียด
    ตำแหน่ง
    จำนวน
    08.00 – 17.00 น.
    วันทำงาน
    หัวหน้าช่าง
    จำนวน 1 คน
    20.00 – 05.00 น.
    วันทำงาน
    ช่างเทคนิคอาวุโส
    จำนวน 1 คน
    08.00 – 17.00 น.
    วันทำงาน
    ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง
    จำนวนไม่น้อยกว่า 6 คน
    08.00 – 17.00 น.
    วันหยุดตามที่ รฟม. กำหนด
    ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง
    จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน
    17.00 – 08.00 น.
    วันทำงาน/วันหยุดตามที่ รฟม. กำหนด
    ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง
    จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน

หมายเหตุ: ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานนอกเหนือวันและเวลาปฏิบัติงานปกติตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดพนักงาน เข้าปฏิบัติงานตามจำนวนที่ รฟม. ร้องขอ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จลุล่วง โดยให้ถือว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว รวมอยู่ใน ค่าจ้างเหมารวมตามสัญญาแล้ว (ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด) อย่างไรก็ตาม รฟม. อนุญาตให้ผู้รับจ้างสามารถ บริหารจัดการตารางการทำงานโดยการสลับช่วงเวลาปฏิบัติงาน (Shift Swap) หรือปรับเปลี่ยนเวลาเข้า-ออกงานเพื่อชดเชยเวลา ได้ตามความเหมาะสม โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่ถือเป็นการขาดงาน ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนเวลาต้องได้รับความเห็นชอบจาก รฟม. ก่อนดำเนินงาน และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของงานหลักในช่วงเวลาปกติ
4.2.2.4 เจ้าหน้าที่ธุรการ

  1. วุฒิการศึกษาขั้นต่ำปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจหรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือวุฒิ ปวส. ที่มี ประสบการณ์ อย่างน้อย 2 ปี หรือวุฒิ ปวช. ที่มีประสบการณ์ อย่างน้อย 4 ปี ในงานธุรการ, งานเอกสาร และในงานที่เกี่ยวข้อง 2) รับผิดชอบจัดทำ ดูแลงานเอกสารทั่วไป, เอกสารการประชุม และเอกสารซ่อมบำรุง สรุปรายงานเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับงานซ่อมบำรุง บันทึกข้อมูลในระบบบริการจัดการอาคารและพื้นที่ที่ รฟม. กำหนด, ดูแลความเรียบร้อย อุปกรณ์ สำนักงานให้พร้อมใช้งานได้เสมอ, ต้องปฏิบัติงานประจำ ณ พื้นที่รับผิดชอบตามสัญญา ในวันและเวลาปฏิบัติงานปกติของ รฟม. 4.2.2.5 คนงาน/คนสวน
  2. ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
  3. สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  4. ปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติงาน สนับสนุนและช่วยเหลืองานช่าง, ทำความสะอาดพื้นที่งานระบบ, ดูแลบำรุงรักษาต้นไม้ และตัดหญ้า กำจัดวัชพืช บริเวณพื้นที่รับผิดชอบของ รฟม. ปฏิบัติงานในวันจันทร์ –วันเสาร์ เวลา 08.00 –17.00 น. (ยกเว้นวันหยุดตามที่ รฟม. กำหนด)
    4.2.2.6 ช่างเทคนิค/ช่างซ่อมบำรุง,ช่างเทคนิคอาวุโสหรือหัวหน้าช่าง ต้องมีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 หรือสูงกว่า ที่ออกโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อย่างน้อยจำนวน 4คน 4.2.2.7 พนักงานของผู้รับจ้างต้องเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไม่เป็น ผู้เสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงและโรคที่กำหนด ได้แก่ โรคเรื้อน วัณโรค โรคเท้าช้าง และโรคพิษสุราเรื้อรัง หรือโรคอื่น ๆ ที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าไม่เหมาะสมต่อการทำงาน
    4.2.2.8 พนักงานของผู้รับจ้างต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม โดยจะต้องมีการตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อตรวจสอบ ประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกคน ยกเว้นเป็นความผิดโดยลหุโทษ
    4.3 ภาระหน้าที่ของผู้รับจ้าง
    4.3.1 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ในการดูแล บำรุงรักษาอาคารจอดรถ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ส่วนควบคุมต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบในการใช้งานภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. โดยผู้รับจ้างต้องมีหน้าที่ในการบำรุงรักษาอาคารจอดรถและ ระบบประกอบอาคารในลักษณะงานช่างพื้นฐาน (General Maintenance) เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และ เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้ง มีหน้าที่ซ่อมแซมอุปกรณ์, เครื่องจักรและส่วนควบต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของ รฟม. รายละเอียดปรากฏตาม เอกสารแนบท้าย 1
    /4.3.2 ผู้รับจ้าง…
  • 6 -
    4.3.2 ผู้รับจ้างต้องจัดเครื่องแต่งกายชุดแบบฟอร์มโดยต้องมีแถบสะท้อนแสง ไม่น้อยกว่า 3 ชุดต่อปีบัตรประจำตัว พนักงาน อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการทำงาน (PPE) ประจำตัวให้พนักงานของผู้รับจ้าง โดยให้พนักงานทุกคนแต่งกายเป็น ฟอร์มที่เหมาะสมกับตำแหน่งทุกวันทำการ ให้เป็นระเบียบ เรียบร้อยและสะอาด
    4.3.3 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ ควบคุม ติดตาม และตรวจสอบการทำงานของพนักงานหน้าที่ต่าง ๆ ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามขอบเขตความรับผิดชอบของหน้าที่ ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด รวมถึงการปฏิบัติตนให้อยู่ในข้อกำหนด ระเบียบ วินัย ของผู้ว่าจ้าง เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง
    4.3.4 รฟม. มีสิทธิพิจารณาให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวพนักงานของผู้รับจ้างได้ทันที หากพนักงานของผู้รับจ้างรายใดมีความ ประพฤติไม่เรียบร้อย ทุจริตต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักจริยธรรมและศีลธรรมอันดีงาม หรือมีพฤติกรรมที่อาจ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ หรือความปลอดภัยของผู้ว่าจ้างหรือบุคคลอื่น อาทิ การดื่มสุราในเวลา ปฏิบัติงาน การจำหน่าย เสพ หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การเล่นการพนัน การคุกคาม ข่มขู่ เกี้ยวพาราสี การทะเลาะวิวาท การละเลยหน้าที่ หรือมีผลการปฏิบัติงานไม่เป็นที่พึงพอใจของผู้ว่าจ้าง รวมถึงกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งจาก รฟม. หรือเจ้าหน้าที่ของ รฟม. ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้พนักงาน ดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ของ รฟม. โดยทันที และต้องจัดหาพนักงานทดแทนที่มีคุณสมบัติถูกต้อง ครบถ้วน และ เหมาะสมมาปฏิบัติงานแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง โดยการเปลี่ยนตัวพนักงานดังกล่าวไม่เป็นเหตุ ให้ผู้รับจ้างเรียกร้องค่าใช้จ่าย ค่าเสียหาย หรือขอขยายระยะเวลาปฏิบัติงานใด ๆ จากผู้ว่าจ้าง ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการ ตามที่ผู้ว่าจ้างแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือฝ่าฝืนซ้ำ รฟม. มีสิทธิใช้มาตรการตามสัญญา รวมถึงการหักค่าจ้าง การปรับ หรือการบอกเลิกสัญญาได้ตามที่เห็นสมควร
    ทั้งนี้ รฟม. หรือผู้แทนของ รฟม. มีสิทธิสุ่มตรวจหรือสั่งให้มีการตรวจหาสารเสพติดกับพนักงานของผู้รับจ้างได้ ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และหากตรวจพบว่าพนักงานรายใดมีสารเสพติดในร่างกาย ให้ถือว่าเป็น เหตุให้ต้องเปลี่ยนตัวพนักงานทันที
    4.3.5 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียดของพนักงานในแต่ละตำแหน่ง ส่งให้ รฟม.ประกอบการพิจารณาล่วงหน้าภายใน 10วัน ก่อนวันเริ่มสัญญาจ้าง ทั้งนี้ หากการประกาศผลผู้ชนะหรือการลงนามสัญญาล่าช้า ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่ รฟม. กำหนดโดยให้ยื่นหลักฐานต่าง ๆ (สามารถยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้) ดังนี้
  1. รายชื่อพนักงาน
  2. จำนวนพนักงานพร้อมตำแหน่ง
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  4. สำเนาวุฒิบัตรการศึกษา
  5. ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ หรือหนังสือรับรองการผ่านงานจากหน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน ตามข้อ 4.2.2 คุณสมบัติพนักงานในแต่ละตำแหน่ง
  6. สำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (ก.ว.) (ถ้ามี)
  7. สำเนาการอบรมหลักสูตรเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน (จป. หัวหน้างาน) 8) สำเนาหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ในตำแหน่งพนักงานช่างเทคนิค/ ช่างประจำอาคาร, ช่างเทคนิคอาวุโส/หัวหน้าช่าง (ถ้ามี)
  8. ใบรับรองแพทย์
  9. ใบตรวจประวัติอาชญากรรม (จัดส่งภายใน 60 วัน นับตั้งแต่เริ่มสัญญา)
  10. กรณีที่มีการเปลี่ยนพนักงานใหม่ ผู้รับจ้างจะต้องส่งเอกสารให้ผู้ว่าจ้าง ดังนี้
  • หนังสือขอเปลี่ยนพนักงานใหม่ จำนวน 1ฉบับ
  • เอกสารตามข้อ 3) –8)
    4.3.6 การปรับเปลี่ยนพนักงานของผู้รับจ้างในทุกกรณีพนักงานใหม่ที่ผู้รับจ้างจัดหาทดแทนจะต้องมีคุณสมบัติตรง ตามข้อ 4.2.2และต้องได้รับความเห็นชอบจาก รฟม. ก่อน โดยแจ้งเป็นเอกสารให้ รฟม. ทราบก่อนเข้าปฏิบัติงานอย่างน้อย 15วัน ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน ซึ่งผู้รับจ้างไม่สามารถแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง
    /4.3.7 ผู้รับจ้าง…
  • 7 -
    4.3.7 ผู้รับจ้างต้องจัดทำคู่มือหรือระเบียบการใช้งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารทุกระบบ เพื่อให้พนักงานทุกคน เข้าใจและปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
    4.3.8 ผู้รับจ้างต้องส่งผู้จัดการโครงการและช่างเทคนิคอาวุโส/หัวหน้าช่าง เข้ารับการเรียนรู้งานระบบอาคารจาก ผู้รับจ้างเดิมอย่างน้อย 15 วันก่อนเริ่มสัญญาปฏิบัติงานจริง ยกเว้นในกรณีที่ประกาศผลผู้ชนะหรือลงนามในสัญญาล่าช้า ให้เป็นไปตามที่รฟม. พิจารณา(ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา)
    4.3.9 จำนวนคนและเวลาที่ปฏิบัติงาน รฟม. มีสิทธิในการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนได้ตามความเหมาะสมกับเวลาและ ปริมาณงาน และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานนอกเหนือวันและเวลาปฏิบัติงานปกติตามสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัด พนักงานให้ตามจำนวนที่ รฟม. ร้องขอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นของผู้รับจ้างรับผิดชอบทั้งหมด
    4.3.10 ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดตารางปฏิบัติงานให้ รฟม. รับทราบก่อนเริ่มปฏิบัติงานและในกรณีนอกเวลาปฏิบัติงาน ปกติ สามารถให้ช่างเทคนิคอาวุโส/หัวหน้าช่างปฏิบัติงานทดแทนตำแหน่งช่างเทคนิคได้
    4.3.11 รฟม.จัดเตรียมพื้นที่สำหรับใช้เป็นสำนักงานให้แก่ผู้รับจ้าง เพื่อรองรับการปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ ดำเนินการดูแลและปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้สำหรับเป็นสำนักงาน, จัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ อะไหล่และใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงาน สำหรับงานซ่อมบำรุง ให้เรียบร้อยเป็นระเบียบ และจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนไม่กระทบต่อประชาชน โดยผู้รับจ้างต้องจัดหา อุปกรณ์สำนักงานต่าง ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกตามรายการดังนี้
    4.3.11.1 คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊ค จำนวน 3ชุด
    4.3.11.2 โต๊ะ และเก้าอี้สำหรับนั่งปฏิบัติงาน จำนวน 4ชุด
    4.3.11.3 เครื่องถ่ายเอกสารมัลติฟังก์ชัน จำนวน 1เครื่อง
    4.3.11.4 ระบบอินเตอร์เน็ตภายในห้องเจ้าหน้าที่ประจำอาคารจอดรถ สถานีรถไฟฟ้าคลองบ้านม้า 4.3.11.5 ชั้นวางของ พร้อมทั้งกล่องสำหรับจัดเก็บอะไหล่ และจัดเก็บเครื่องมือช่าง
    4.3.11.6 วัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ A4, อุปกรณ์เครื่องเขียน, หมึกขาว -ดำ / สี เป็นต้น
    หมายเหตุ -อุปกรณ์ที่นำมาใช้งานต้องมีอายุการใช้งานมาแล้วไม่เกิน 3 ปี
    -กรณีอุปกรณ์ชำรุดต้องมีเครื่องสำรอง มาเปลี่ยนภายใน 48 ชั่วโมง
  • ซอฟต์แวร์ทั้งหมดที่ใช้งานต้องถูกลิขสิทธิ์ ผู้ว่าจ้างจะไม่รับผิดชอบหากมีการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยผู้รับจ้าง
    4.3.12 ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบค่าไฟฟ้า (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ของเครื่องปรับอากาศของพื้นที่สำนักงานที่ รฟม. จัดเตรียมไว้ให้ตามจำนวนหน่วยที่ใช้จริงในอัตราหน่วยละ5.50 บาท หรือตามอัตราที่ รฟม. กำหนดทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องชำระค่าไฟฟ้า ดังกล่าว ภายใน 15 วัน (สิบห้าวัน) นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจาก รฟม.
    4.3.13 ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสนอแผนการตรวจระบบวิศวกรรมทุกระบบและส่วนที่เกี่ยวข้องให้ รฟม. พิจารณา และ ดำเนินการตามแผนซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่ รฟม. กำหนด รวมทั้งดำเนินการซ่อมบำรุงเชิงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น จากนั้นบันทึกผลการปฏิบัติงานในระบบบริหารซ่อมบำรุง (CMMS) ต่อไป
    4.3.14 ผู้รับจ้างต้องจัดทบทวน กระบวนการทำงาน วิธีการตรวจสอบระบบต่าง ๆ และความปลอดภัยในปฏิบัติงานกับ พนักงานของผู้รับจ้างเป็นประจำทุก ๆ 6 เดือน
    4.3.15 การบริหารจัดการวัสดุอุปกรณ์และอะไหล่สำรอง ผู้รับจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการคลังพัสดุและอะไหล่สำรองให้ มีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้
  • อะไหล่สำรอง (Spare Parts): รฟม. จะเป็นผู้จัดหาและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับอะไหล่สำรองหลัก ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์งานระบบ โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่วางแผนความต้องการ ตรวจรับ จัดเก็บ ดูแล รักษาความปลอดภัย และควบคุมการเบิกจ่ายอะไหล่ดังกล่าวให้ถูกต้องตรงตามการใช้งานจริง
  • การบันทึกข้อมูล: ผู้รับจ้างต้องบันทึกรายการรับเข้า รายการเบิกจ่าย และยอดคงเหลือของวัสดุอุปกรณ์ และอะไหล่ทั้งหมด ลงในโปรแกรมบริหารจัดการงานซ่อมบำรุง (CMMS) ให้เป็นปัจจุบัน และต้องจัดทำรายงานสรุปยอดคงคลัง เสนอต่อ รฟม. ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • วัสดุสิ้นเปลือง : วัสดุสิ้นเปลือง วัสดุงานช่างพื้นฐาน และอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ใช้แล้วหมดไป ตามรายการ ที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้าย2 ให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้างในการจัดหามาให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน โดยค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้รวมอยู่ในค่าจ้างตามสัญญาแล้ว
    /4.3.16
  • 8 -
    4.3.16 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ รฟม. ถือปฏิบัติ ได้แก่ ระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001 มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยและอาชีวอนามัย OHSAS18001เพื่อรักษาคุณภาพ ควบคุมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
    4.3.17 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของ รฟม. หรือผู้ที่ รฟม. มอบหมายสำหรับงานที่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับงานที่ผู้รับจ้างรับผิดชอบ เพื่อให้การดำเนินงานของรฟม. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 4.3.18 ผู้รับจ้างมีหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ รฟม. ในการเข้าถึงข้อมูลและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับงาน ตามสัญญา รวมทั้งมีหน้าที่รับรอง ดูแลและอำนวยความสะดวกบุคลากรจากหน่วยงานราชการภายนอกที่เข้ามาดำเนินการ สอบถามหรือตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานตามสัญญา
    4.3.19 ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดหายานพาหนะสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยต้องจัดให้มีรถยนต์สำหรับสนับสนุน การปฏิบัติงานตามสัญญาอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับลักษณะงาน โดยรถยนต์ทุกคันต้องมีสภาพดี และมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี (นับจากปีที่จดทะเบียนครั้งแรกถึงวันส่งมอบงาน) ประกอบด้วย
  • รถสำหรับงานช่างบำรุงรักษา และงานดูแลความสะอาดพื้นที่: เป็นรถบรรทุกขนาดเล็กหรือรถยนต์เพื่อ การพาณิชย์ (Pick-up Truck) ที่สามารถบรรทุกเครื่องมือและอุปกรณ์ได้อย่างเหมาะสม จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คัน - รถยนต์สำหรับเจ้าหน้าที่ รฟม. : เพื่อใช้ในการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติงานตามสัญญา จำนวน ไม่น้อยกว่า 1 คัน
    ทั้งนี้ รถทุกคันต้องถูกต้องตามกฎหมาย และผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ รถยนต์ดังกล่าว ได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง ค่าซ่อมแซม ค่าต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ค่าประกันภัย และ ค่าใช้จ่ายอื่นใดเพื่อให้รถยนต์อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างได้
    4.3.20 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประชุมผ่านระบบออนไลน์หรือตามที่ รฟม. กำหนด และจัดทำเอกสารสรุปผล การปฏิบัติงานประจำเดือน มีรายละเอียดดังนี้
    -รายงานผลการปฏิบัติงานการเข้า –ออก
  • เอกสารบันทึกค่าพลังงาน (ไฟฟ้าและประปา)
  • เอกสารแสดงปริมาณงานที่ได้ดำเนินการ
    -ตารางปฏิบัติงานในเดือนถัดไป
    -สรุปเบิกจ่ายอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง
    -รายงานผลการปฏิบัติงานของบริษัทภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงาน
    -อื่น ๆตามที่ รฟม. กำหนด
    โดยจัดเก็บในระบบ Cloud Storage ความจุไม่น้อยกว่า 2 TB ที่มีเทคโนโลยี AI (Generative AI) ติดตั้งพร้อม ใช้งาน สำหรับช่วยวิเคราะห์ สรุปผล และสืบค้นข้อมูลจากไฟล์เอกสารภายในระบบได้โดยตรง เพื่อสนับสนุนการจัดทำรายงาน โดย รฟม. ต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก และก่อนครบกำหนดสัญญาผู้รับจ้างต้องจัดส่งข้อมูลทั้งหมดในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ใน Flash Drive หรือ External Hard Disk
    4.3.21 ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมือวัดและเครื่องมือที่จำเป็นในการซ่อมบำรุงระบบต่าง ๆตามที่ รฟม.กำหนดตาม เอกสารแนบท้าย 1 และผู้รับจ้างต้องจัดหาโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตสำหรับ รฟม. ไม่น้อยกว่าจำนวน 4เครื่อง เพื่อให้ใช้งาน กับระบบบริหารจัดการงานซ่อมบำรุง (CMMS) โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้ 1. ความเร็ว CPU ไม่น้อยกว่า 3 GHz, RAM ไม่น้อยกว่า 4 GB, 2. รองรับเทคโนโลยี 5G หรือดีกว่าและ 3. ระบบปฏิบัติการเป็นแบบ Android / iOS เวอร์ชันล่าสุด ณ วัน เริ่มต้นสัญญา หรือดีกว่า โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด (ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา, ค่าบริการ เครือข่ายแบบไม่จำกัด)
    4.3.22 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติให้สอดคล้องตามระเบียบปฏิบัติงานหรือคู่มือปฏิบัติงานที่ รฟม. กำหนดโดยเคร่งครัด 4.3.23 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภายนอก (การไฟฟ้านครหลวงการประปานครหลวงและ หน่วยงานอื่น ๆ) ในกรณีที่มีความจำเป็นฉุกเฉินต้องให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการตรวจสอบความชำรุดของระบบหรือ ดำเนินการอื่น ๆ ภายในอาคารหรือสถานที่ตามข้อ 4.1 ตามคำสั่งของ รฟม. โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิด ทั้งหมด
    /4.3.24ผู้รับจ้าง…
  • 9 -
    4.3.24 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทำกิจกรรม 5 ส (สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย) ภายในพื้นที่สำนักงาน หรือพื้นที่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้างตามที่รฟม. จัดให้ รวมถึงห้องงานระบบต่างๆ ภายในอาคาร 4.3.25 ผู้รับจ้างมีหน้าที่กำจัดเศษวัสดุที่เกิดจากการปฏิบัติงานหรืออุปกรณ์ชำรุดไม่สามารถใช้งานได้ นอกเหนือจาก รายการครุภัณฑ์ที่ รฟม. กำหนดให้จัดเก็บ
    4.3.26 ผู้รับจ้างจะต้องเข้าดำเนินการฝึกอบรมตามที่ รฟม. มอบหมาย เพื่อใช้สนับสนุนงานของ รฟม. ต่อไป ทั้งนี้หาก มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    4.4 รายการอื่น ๆ
    4.4.1 ในการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ หากเกิดความชำรุดบกพร่อง ความสูญเสีย หรือความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ รฟม. หรือบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำโดยเจตนา หรือโดยประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง พนักงานของผู้รับจ้าง หรือจากการขาดการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่ รฟม. หรือบุคคลภายนอกตามจำนวนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อเป็นหลักประกันในการชดใช้ค่า สินไหมทดแทน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีประกันภัยความรับผิดต่อความสูญเสียหรือความเสียหายตามกฎหมายหรือตามสัญญาต่อ รฟม. โดยมีวงเงินเอาประกันภัยไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาท)ต่อเหตุการณ์และ 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ตลอดอายุกรมธรรม์ และต้องให้กรมธรรม์ประกันภัยมีผลคุ้มครองตลอดอายุสัญญา ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบสำเนากรมธรรม์ ประกันภัยให้รฟม. ก่อนเริ่มปฏิบัติงานหรือไม่น้อยกว่า 15 วัน หลังลงนามในสัญญา ในกรณีที่ความเสียหายมีจำนวนเกินกว่า วงเงินเอาประกันภัย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายในส่วนที่เกินทั้งหมด
    4.4.2 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการศึกษาดูงาน การฝึกอบรม หรือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารและ การบริหารจัดการอาคาร หรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องด้านวิศวกรรม ทั้งนี้อาจดำเนินการในรูปแบบการศึกษาดูงาน ณ สถานที่ ปฏิบัติงานจริง หรือการเข้ารับการฝึกอบรมจากหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญ จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี การดำเนินการดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติงานตามสัญญาได้จริง โดยให้ครอบคลุมพนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานภายใต้สัญญา และพนักงานของ รฟม. ที่ เกี่ยวข้องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด อาทิ ค่าอบรม ค่าสถานที่ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    4.4.3 ผู้รับจ้างต้องให้มีการคุ้มครองแรงงาน และสวัสดิการ หรือค่าตอบแทนอื่นตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดโดย เคร่งครัด โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ทั้งนี้ รฟม. สามารถสุ่มตรวจเอกสารหลักฐานได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด รฟม. มีสิทธิพิจารณายกเลิกสัญญาได้ทันที
    4.4.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานอื่น ๆตามที่ รฟม. ได้มอบหมาย
  1. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569–วันที่ 30 กันยายน 2570(ระยะเวลา 12 เดือน)
  2. หลักเกณฑ์และสิทธิ์ในการพิจารณา
    ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการจ้าง โดยมีเงื่อนไขในการพิจารณาหากเป็น ผู้ประกอบการ SMEsดังนี้
    (1) หากผู้ยื่นข้อเสนอราคาซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคารายอื่นที่ไม่เกินร้อย ละ 10 รฟม.จะจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้เสนอราคาซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคา สูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน 3 รายผู้ยื่นข้อเสนอราคาที่เป็นกิจการ ร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นผู้ประกอบการSMEs ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อ ด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่า ของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
    /(2) หากผู้เสนอราคา…
  • 10 -
    (2) หากผู้ยื่นข้อเสนอราคาซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย เสนอราคาสูงกว่า ราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายของต่างประเทศ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างกับนิติบุคคลที่ จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
    ผู้เสนอราคาที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย
  1. วงเงินในการจัดหา
    วงเงินงบประมาณสำหรับการจัดจ้างผู้ให้บริการซ่อมบำรุงรักษาอาคารจอดรถ ลานจอดรถ อาคารอเนกประสงค์และ สิ่งปลูกสร้างต่างๆตามแนวสายทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประจำปีงบประมาณ 2570เป็นเงินจำนวน 17,224,224 บาท (สิบเจ็ดล้านสองแสนสองหมื่นสี่พันสองร้อยยี่สิบสี่บาทถ้วน)รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ๆตลอดจนค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
  2. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    8.1รฟม. ตกลงจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายเดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา พร้อมทั้งส่งมอบเอกสารตามข้อ 4.3.20 ทั้งนี้ รฟม. ตกลงจะจ่ายค่าจ้างให้ผู้รับจ้างภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ รฟม. ได้ตรวจ รับงานเรียบร้อยแล้ว
    8.2 ในกรณีที่รฟม. มีการหักค่าจ้างอันเนื่องมาจากผู้รับจ้างปฏิบัติผิดข้อกำหนดรฟม.จะหักจากค่าจ้างในเดือนนั้น ๆก่อนจ่ายให้กับผู้รับจ้าง
    8.3 ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างยอมให้ รฟม. จ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ของ ผู้รับจ้างเองได้ และให้ถือว่าเงินจำนวนที่จ่ายไปนั้นเป็นเงินค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้รับจาก รฟม. ไปแล้วและการที่ผู้รับจ้างไม่จ่ายเงิน ดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับจ้าง นอกจากยอมให้ รฟม. จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างแล้วยังให้ถือว่าผู้รับจ้าง ผิดสัญญาด้วย และ รฟม. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
  3. อัตราค่าปรับ
    9.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ และวัสดุที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากตรวจ พบว่าไม่ครบถ้วน ชำรุด หรือไม่เหมาะสมต่อการใช้งาน รฟม. มีสิทธิให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขหรือเปลี่ยนทดแทนภายใน ระยะเวลาที่กำหนด และหากเกินระยะเวลาที่กำหนดผู้รับจ้างยินยอมให้รฟม. ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์หรือเครื่องมือช่างเองได้ และให้หักจากค่าจ้างได้
    9.2 หากพนักงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้รับจ้างกระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ หรือความน่าเชื่อถือของ รฟม. ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อ รฟม. มีสิทธิเรียกให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไข เยียวยา หรือ ชดใช้ค่าเสียหายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และหากพิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทบดังกล่าวส่งผลร้ายแรง รฟม. มีสิทธิ์บอก เลิกสัญญาได้
    9.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใด ๆ ในสัญญานี้รฟม.จะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างแก้ไข ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขหรือฝ่าฝืนซ้ำ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิดำเนินมาตรการตามสัญญา รวมถึงการหัก ค่าจ้างในอัตราวันละ0.01 ของมูลค่างานต่อวัน จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง
    9.4 รฟม. สามารถประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเป็นรายเดือน หากพบว่าการผลประเมินดังกล่าวน้อยกว่า ร้อยละ80ผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ปรับในอัตรา17,000 บาทและหากผลการประเมินน้อยกว่าร้อยละ80ติดต่อกันเกิน 3เดือน รฟม. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้
    ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ รฟม. หักค่าปรับตามข้อ 8 จากค่าจ้างที่ รฟม. จ่ายให้ผู้รับจ้างเป็นประจำทุกเดือน หมายเหตุ ในกรณีที่ผู้รับจ้างฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญา รฟม. จะแจ้งเป็นหนังสือเตือนให้แก้ไข หากผู้รับจ้างไม่ ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิดำเนินการตามบทลงโทษในสัญญา
    /10. การทำสัญญาจ้าง…
  • 11 -
  1. การทำสัญญาจ้าง
    10.1 รฟม. จะลงนามสัญญาก่อหนี้ผูกพันกับผู้รับจ้าง เมื่อรฟม. ได้รับอนุมัติเงินงบประมาณจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10.2ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องจัดทำแบบแสดงรายการปริมาณราคาค่าจ้างโดยระบุค่าใช้จ่ายแต่ละประเภท ให้ สอดคล้องตามแบบฟอร์มที่ รฟม. แนบท้ายสัญญาและส่งมอบให้ รฟม. พิจารณาลงนามในสัญญา
  2. ข้อกำหนดอื่น ๆ
    11.1 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งหรือผู้รับจ้างเพิกเฉยไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่งของคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุรฟม. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และหากรฟม. บอกเลิกสัญญาแล้วผู้รับจ้างยินยอมให้ รฟม. ดำเนินการต่อไปนี้ 11.1.1 เรียกค่าเสียหายอื่น ๆจากผู้รับจ้าง
    11.1.2 ระงับหรือยึดการจ่ายเงินค่าจ้างที่ค้างชำระเพื่อนำมาชำระเป็นค่าเสียหายได้ทั้งสิ้น
    11.1.3 ยึดหลักประกันสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่ รฟม. จะเห็นสมควรและหากเงินประกันไม่เพียงพอ ที่จะชำระค่าเสียหาย ผู้รับจ้างยินยอมชำระส่วนที่ยังขาดจนครบถ้วนภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก รฟม. 11.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน และ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับแรงงานอย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายแรงงาน หรือมีการร้องเรียน ฟ้องร้อง หรือเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากพนักงาน ลูกจ้าง หรือหน่วยงานของรัฐ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการและชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว และต้องไม่ให้ รฟม. ต้องรับผิดหรือ ได้รับความเสียหายไม่ว่ากรณีใด ทั้งนี้ หาก รฟม. ตรวจพบหรือได้รับแจ้งว่าผู้รับจ้างฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน รฟม. มีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้
    11.3 หากมีการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำภายหลังตามกฎหมายแรงงาน และ/หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็น ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างเท่านั้น
    11.4 ผู้รับจ้างต้องไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จากค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ของพนักงานของผู้รับจ้าง อันมิได้กำหนดไว้ตาม กฎหมาย อาทิ ค่าดำเนินการ ค่าสวัสดิการ เงินทดแทนหรือสิทธิประโยชน์ที่พนักงานพึงได้รับจากภาครัฐ หรือรายการอื่นใดใน ลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ให้หักได้เฉพาะเงินสมทบประกันสังคมในส่วนของพนักงานตามอัตราที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
    11.5 รฟม. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดได้ หากมีเหตุอันสมควรหรือมีความจำเป็นต่อการดำเนินภารกิจของ รฟม. โดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน
    11.6 รฟม. มีสิทธิปรับเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติงาน จำนวนพนักงาน หรือเวลาการปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสมและ ความจำเป็น ทั้งนี้ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่าจ้างตามสัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็น หนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน
    11.7 การจ่ายเงินค่างานที่เปลี่ยนแปลงลดลง หรือเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอยู่ในรายการราคาค่างานต่อหน่วยตามสัญญาจะต้องใช้ อัตราและราคาตามรายการที่ปรากฏในสัญญา
    11.8 การบอกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงสัญญาตามข้อนี้ ไม่ให้ถือเป็นการผิดสัญญา และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหายใด ๆ จาก รฟม. อันเนื่องมาจากการใช้สิทธิดังกล่าว เว้นแต่ค่าจ้างสำหรับงานที่ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติแล้วเสร็จถูกต้อง ก่อนวันบอกเลิกสัญญา
    11.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการสร้างแรงจูงใจและรักษาพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ให้ ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาสัญญา อาทิ การพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน การอบรมเพิ่มเติม การให้ผลตอบแทน หรือสวัสดิการที่เหมาะสม หรือมาตรการอื่นใดที่เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานตามสัญญาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องไม่โยกย้าย เปลี่ยนตัว หรือปรับลดคุณภาพพนักงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่ได้รับความ เห็นชอบจาก รฟม.
    /12. การจ้างช่วง…
  • 12 -
  1. การจ้างช่วง
    ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาต ให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้าง หลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิดและความประมาทเลินเล่อของ ผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ
    กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงิน ในอัตราร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของวงเงินของงาน ที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
  2. การยื่นเอกสาร
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแสดงหนังสือหรือเอกสารรับรองการได้รับมาตรฐานสากลได้แก่ มาตรฐาน ISO 9001 (มาตรฐาน บริหารงานคุณภาพ), ISO 41001(การบริหารจัดการทรัพยากรอาคาร)และ ISO 45001 (อาชีวอนามัยและความปลอดภัย)
  • 0 -
    เอกสารแนบท้าย1
  • 1 -
    รายการบำรุงรักษาและการดูแลพื้นที่ภายในอาคาร ลานจอดรถ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามความรับผิดชอบ
  1. งานจัดการทั่วไป
    1.1 ควบคุมการบริหารและการให้บริการให้มีประสิทธิภาพ
    1.2 ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างประสิทธิภาพ ตามงบประมาณที่ รฟม. กำหนด
    1.3 จัดระเบียบ หน้าที่ และดูแลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และผู้ปฏิบัติงานที่ รฟม. เป็นผู้จัดหา ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทางวิศวกรรมและมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ ที่กฎหมายกำหนด
    1.4 ออกกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน โดยผ่านการเห็นชอบของ รฟม. และกำกับ ดูแลให้ผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างปฏิบัติ และผู้ปฏิบัติงานที่ รฟม. เป็นผู้จัดหาตาม
    1.5 ติดต่อประสานกับหน่วยราชการหรือเอกชนในการบริหารจัดการงานที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ของการดูแลอาคาร และสถานที่ โดยผ่านความเห็นชอบของ รฟม.
    1.6 จัดทำ แก้ไข หรือปรับปรุงแบบ As-built Drawing งานวิศวกรรมประกอบอาคารและสาธารณูปโภคให้ทันสมัย และเขียนแบบงานปรับปรุงเพิ่มเติมตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
    1.7 ปฏิบัติหรือกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับอาคารและกิจกรรม ต่าง ๆ ในอาคาร
    1.8 จัดทำการประชาสัมพันธ์หรือการประกาศเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงานระบบประกอบอาคารและ สาธารณูปโภค และการจัดการด้านพลังงาน
    1.9 ดำเนินการปฏิบัติงานซ่อมบำรุงรักษา งานระบบต่าง ๆ ตามแผนที่วางไว้
    1.10 ดำเนินการปฏิบัติงานในกรณีฉุกเฉิน เช่น ฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือระบบไฟฟ้าขัดข้อง โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์สนับสนุนฉุกเฉิน ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ (Water Pump) และเครื่องสำรองไฟฟ้าเคลื่อนที่ (Mobile Generator/UPS) โดยขนาดให้เพียงพอต่อการใช้งาน ณ ขณะนั้น เข้าติดตั้งในพื้นที่ทันทีที่เกิดเหตุหรือตามการสั่งการ เพื่อระงับเหตุจนกว่า สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมทั้งจัดหาเจ้าหน้าที่ควบคุมและปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่างานจะแล้วเสร็จ
    1.11 จัดทำแผนงานและขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน (Emergency Plan) ที่เกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคและงานระบบ วิศวกรรมประกอบอาคาร เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถติดต่อประสานงานกับหน่ายงาน ต่าง ๆ และรายงานผลต่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที รวดเร็วและถูกต้อง โดยจะต้องจัดแผนงานตามระยะเวลาที่ รฟม. กำหนดและ ฝึกซ้อมตามแผนงานที่กำหนดไว้
    1.12 ผู้รับจ้างต้องจัดทำมาตรการควบคุมสินค้าคงเหลือ วัสดุสิ้นเปลื้องที่ใช้ในสถานที่ และอาคาร รวมทั้งรายการอะไหล่สำรอง ที่ใช้ในการงานซ่อมบำรุงรักษาระบบต่าง ๆ ของอาคาร พร้อมทั้งจัดทำรายงานการบริหารจัดการรายการอะไหล่ สรุประจำเดือน ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตามจำนวนที่เหมาะสม ให้มีเพียงพออยู่เสมอ และพร้อมที่จะนำมาใช้บำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องจักรได้อย่าง รวดเร็ว และคล่องตัว นอกจากนี้ ยังต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเข้าตรวจสอบความถูกต้องได้ทุกเวลาตามที่ได้รับแจ้ง
    1.13 ดำเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่และอาคาร และส่วนควบของสถานที่ และอาคารให้เป็นไปตามที่ ผู้ว่าจ้างกำหนด
  2. การบริหารจัดการบำรุงรักษางานระบบวิศวกรรมและสาธารณูปโภค
    2.1 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดูแล ตรวจสอบ และติดตามสภาพการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในอาคารให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย พร้อมรายงานผลการตรวจสอบให้รฟม. ทราบ อันประกอบไปด้วยระบบต่าง ๆ ดังนี้
    2.1.1 ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
    2.1.2 ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV)
    2.1.3 ระบบเตือนอัคคีภัย
    2.1.4 ระบบประปาและระบายน้ำ
    2.1.5 ระบบบำบัดน้ำเสีย
    2.1.6 ระบบประกาศสาธารณะ
    /2.1.7ระบบ…
  • 2 -
    2.1.7 ระบบ Intercom System
    2.1.8 ระบบป้องกันฟ้าผ่า
    2.1.9 ระบบจ่ายกำลังไฟฟ้า
    2.1.10 ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ
    2.1.11 ระบบพ่นหมอกแรงดันสูง
    2.1.12 ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)
    2.1.13 ระบบ BAS (Building Automatic Control System)
    2.1.14 งานโยธาและสถาปัตยกรรม
    2.1.15 งานระบบ EV Charging Station
    2.2 ผู้รับจ้างมีหน้าที่บริหารจัดการบำรุงรักษางานระบบวิศวกรรมอาคาร และสาธารณูปโภค ในลานจอดรถอาคารและพื้นที่ โดยรอบอาคาร ซึ่งมีรายละเอียดกำหนดในเอกสารคู่มือการใช้งาน การบำรุงรักษาและเอกสารอื่นในลักษณะเดียวกันตามมาตรฐาน ทางวิศวกรรม หรือมาตรฐานผู้ผลิตนั้น ๆ
    2.3 ผู้รับจ้างต้องให้บริการงานบำรุงรักษาอาคารจอดรถและระบบประกอบอาคารในลักษณะงานช่างพื้นฐาน (General Maintenance) เพื่อให้ระบบและอุปกรณ์สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และเป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยมี ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบโดยสรุป ดังนี้
    2.3.1 ดูแล ตรวจสอบ เปิด–ปิด และมอนิเตอร์การทำงานของระบบประกอบอาคารโดยทั่วไป เช่น ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล ระบบระบายอากาศ และพื้นที่ใช้งานทั่วไป
    2.3.2 ตรวจสอบสภาพการทำงานและเฝ้าระวังระบบที่มีความซับซ้อนหรือระบบสำคัญต่อความปลอดภัย ได้แก่ระบบ ปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump) ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) และระบบบริหาร จัดการอาคาร (BMS) เป็นต้น ในลักษณะการตรวจสอบสภาพ การมอนิเตอร์ค่าการทำงาน และการรายงานสถานะ ทั้งนี้ไม่รวมถึง การซ่อมใหญ่ (Overhaul) การปรับตั้งเฉพาะทาง หรือการซ่อมแซมที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
    2.3.3 ดำเนินการซ่อมแซมงานช่างพื้นฐานทั่วไป (Minor Repair) ที่ไม่ซับซ้อน เช่น การซ่อมก๊อกน้ำหรืออุปกรณ์ สุขภัณฑ์ที่ชำรุด การแก้ไขท่อประปาเส้นย่อยรั่วหรือแตก การเปลี่ยนหลอดไฟ โคมไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าพื้นฐาน การทาสีจราจร เครื่องหมาย ขอบทางสีขาว–แดง และงานซ่อมแซมเล็กน้อยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอาคาร รวมถึงงานโยธาขนาดเล็ก ในลักษณะงานซ่อมเฉพาะจุด (Patch Repair) ทั้งนี้อยู่ภายใต้ขอบเขตและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
    2.3.3.1 งานซ่อมผิวทางหรือถนนในพื้นที่จำกัด ความลึกของการซ่อมแซมไม่เกิน 1 เซนติเมตร และมีพื้นที่ ซ่อมแซมไม่เกิน 10ตารางเมตรต่อครั้ง
    2.3.3.2 งานทาสีจราจรแบบทั่วไป เช่น สีขอบทางสีขาว–แดง สีทางม้าลาย หรือสีจราจรแบบทาทับ ทั้งนี้ไม่รวมถึง งานสีเทอร์โมพลาสติกหรือสีจราจรชนิดพิเศษ และงานในปริมาณเกินกว่า 100 ตารางเมตรต่อครั้ง
    2.3.3.3 งานซ่อมแซมหลังคาหรือผนังรั่วซึมในพื้นที่จำกัด มีพื้นที่ซ่อมแซมไม่เกิน 10 ตารางเมตรต่อครั้ง 2.3.3.4 งานซ่อมแซมโครงสร้างรั้วที่ชำรุด หัก หรือเสียหายเฉพาะจุด โดยเป็นการซ่อมแซมของเดิม ไม่รวมถึง การติดตั้งรั้วใหม่หรือการดัดแปลงรูปแบบ
    ทั้งนี้ งานตามวรรคข้างต้นให้เป็นการดำเนินการเท่าที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของพนักงานผู้รับจ้าง และไม่ถือ เป็นภาระผูกพันให้ผู้รับจ้างต้องดำเนินการในทุกกรณี หากลักษณะงานมีความซับซ้อน เกินขอบเขต หรือจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ผู้รับจ้างมีหน้าที่รายงานสภาพปัญหาและข้อเสนอแนะให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาดำเนินการต่อไป
    2.3.4 จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบ รายงานเหตุขัดข้อง สภาพความผิดปกติ และข้อเสนอแนะในการซ่อมบำรุงหรือ ปรับปรุงระบบ โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์หาสาเหตุของความขัดข้องหรือการชำรุดในเบื้องต้นในระดับที่ สามารถดำเนินการได้ เช่น การตรวจสอบอาการเสีย จุดบกพร่อง หรือส่วนควบที่คาดว่าเป็นสาเหตุ พร้อมจัดทำรายงานแจ้งให้ รฟม. ทราบ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดหาผู้เชี่ยวชาญหรือผู้รับจ้างเฉพาะทางเข้าดำเนินการซ่อมแซม ทั้งนี้รายงานดังกล่าว ต้องมีรายละเอียดเพียงพอสำหรับใช้เป็นข้อมูลให้ รฟม. ประกอบการพิจารณาจ้างบริษัทผู้เชี่ยวชาญเข้าดำเนินการแก้ไขต่อไป
    /2.3.5 ดำเนินการ…
  • 3 -
    2.3.5 ดำเนินการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ตามแผนงานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดหรือเห็นชอบ ทั้งใน รอบรายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปี ในขอบเขตงานช่างพื้นฐาน โดยครอบคลุมการตรวจสอบ ทำความสะอาดปรับตั้ง เบื้องต้น เปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลื้อง (รฟม. จัดหาอะไหล่) และทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ ทั้งนี้ไม่รวมถึงการรื้อถอน การดัดแปลง หรือการซ่อมแซมเชิงลึกของระบบ
    2.4 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำตารางงานและรูปแบบรายงาน เพื่อประกอบการพิจารณาใช้งาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ 1) ตารางตรวจสอบสภาพการใช้งานของอุปกรณ์ของระบบประจำวัน
  1. ตารางบันทึกมิเตอร์ไฟฟ้าและน้ำประปา
  2. ตารางการตรวจสอบบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
  3. รายงานสรุปการเกิดเหตุฉุกเฉิน (Incident & Accident Report)
  4. รายงานสรุปการดูแลการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายนอก
  5. รายงานสรุปผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
  6. รายงานสรุปการดำเนินงาน และปัญหาอุปสรรค ในแต่ละเดือน
  7. ข้อกำหนด หรือมาตรฐานของงานอาคาร เช่น งานตรวจสอบ งานปรับปรุง และงานบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ รฟม. สามารถพิจารณาคัดเลือกตารางหรือรายงานดังกล่าวมาใช้งานได้ตามความเหมาะสม
    2.5 ผู้รับจ้างมีหน้าที่ประสานงาน ตรวจสอบดูแลและควบคุมผู้รับจ้างภายนอก ที่เข้ามาดำเนินการต่าง ๆ ภายในอาคาร ให้ดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม (โดยผู้รับจ้างมีสิทธิในการระงับการปฏิบัติงานชั่วคราว หากเห็นว่าผู้รับจ้างภายนอกดำเนินการไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม หรือมีความเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการหรือ ทรัพย์สินของ รฟม. และให้ผู้รับจ้างประสานแจ้ง รฟม. โดยด่วน) และทำรายงานสรุปการเข้าปฏิบัติงาน พร้อมทั้งสรุปปัญหาและ อุปสรรค รวมถึงวิธีการแก้ไขของผู้รับจ้างทุกเดือน
    2.6 จัดทำแผนสำรองวัสดุ อุปกรณ์ และอะไหล่ต่าง ๆ ให้กับ รฟม.
    2.7 บันทึกปริมาณการใช้ไฟฟ้าเป็นประจำทุกวัน และแยกค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของแต่ละหน่วยเป็นรายเดือน รวมทั้งวิเคราะห์ หาแนวทางการใช้ไฟฟ้าให้ประหยัดและมีประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  1. ระบบลิฟต์โดยสาร
    3.1 พื้นที่ดำเนินการ
  1. สถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง
    -อาคารอเนกประสงค์
  2. สถานีรถไฟฟ้าคลองบ้านม้า
    -อาคารจอดรถ 10 ชั้น
    3.2 ตรวจสอบการทำงานของระบบและอุปกรณ์เบื้องต้น ก่อนเปิดและหลังปิดให้บริการเป็นประจำทุกวัน 3.3 เมื่อระบบมีปัญหาจะต้องรีบแจ้งให้ รฟม. ทราบ และติดต่อประสานกับบริษัทคู่สัญญากับ รฟม. โดยทันที เพื่อให้ใช้งาน ได้ปกติ พร้อมทั้งทำรายงานประวัติการเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
    หมายเหตุบันไดเลื่อนและลิฟต์โดยสาร รฟม. ได้จัดทำสัญญาจ้างบำรุงรักษา กับบริษัทคู่สัญญา (เจ้าของผลิตภัณฑ์) ผู้รับจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดการให้บริการของผู้รับจ้างนั้น ๆ และแก้ไขข้อขัดข้องเบื้องต้น ตามแต่สมควรแล้วแต่กรณี
  1. ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell)
    4.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบสภาพแผงโซล่าเซลล์ด้วย อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่ติดตั้งกล้องถ่ายภาพ ความร้อน (Thermal Imaging Camera) เพื่อตรวจหาจุดบกพร่อง (Hot Spot) ของแผงโซล่าเซลล์ทุกแผง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 4.2 จัดทำรายงานการตรวจสอบ (Inspection Report) ที่ระบุพิกัดแผงที่ชำรุดพร้อมภาพถ่ายทางอากาศเปรียบเทียบระหว่าง ภาพถ่ายปกติและภาพถ่ายความร้อน
    /5. งานกำจัด…
  • 4 -
  1. งานกำจัดปลวกยุง และหนู
    5.1 พื้นที่ดำเนินการ
  1. สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (โครงการใหม่)
    -อาคารอเนกประสงค์
  2. สถานีรถไฟฟ้า รฟม.
    -อาคารอเนกประสงค์
    -ลานจอดรถ (เฉพาะพื้นที่สำนักงานและห้องน้ำ)
    -อาคารศูนย์การเรียนรู้
  3. สถานีรถไฟฟ้าวัดพระราม 9
    -ลานอเนกประสงค์ (เฉพาะห้องปฏิบัติงานและห้องงานระบบ)
  4. สถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง
    -อาคารอเนกประสงค์
  5. สถานีรถไฟฟ้าแยกลำสาลี
    -อาคารอเนกประสงค์
  6. สถานีรถไฟฟ้าคลองบ้านม้า
    -อาคารจอดรถ 10 ชั้น
    5.2 การกำจัดยุง และปลวก
    5.2.1 ผู้รับจ้างจะต้องส่งผู้ชำนาญการมาตรวจสอบ วิเคราะห์ ฉีด/พ่น น้ำยาเฉพาะหรือน้ำยาเคมีที่คงฤทธิ์ยาวนาน ภายในและนอก ตามรอยแยก รอยร้าว และจุดที่พบหรือคาดว่าจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งอาศัย แหล่งอาหาร รังที่หลบซ่อน เพื่อเป็นการป้องกันและจำกัดยุงและปลวกให้ทั่วถึง เป็นประจำเดือนติดต่อกันตลอดระยะเวลาของสัญญา
    5.2.2 เมื่อมีปัญหาปลวกเกิดขึ้นใหม่ และเจ้าหน้าที่ รฟม. แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบและจัดการแก้ไขทันทีโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใด พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการ และรายงานผลให้ รฟม. ทราบทุกครั้ง
    5.3 การกำจัดหนู
    5.3.1 ผู้รับจ้างจะต้องวางยาเบื่อตามจุดต่าง ๆ เช่น ทางเดิน แหล่งอาศัย และแหล่งอาหาร เป็นต้น 5.3.2 เมื่อพบปัญหาหรือได้รับการรบกวนจากหนู และเจ้าหน้าที่ รฟม. แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องส่ง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และจัดการแก้ไขทันที โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใด พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินการ และรายงาน ผลให้ รฟม. ทราบทุกครั้ง
    5.3.3 หลังจากที่พนักงานดำเนินการวางยา หรือใช้วิธีการกำจัดอย่างอื่นแล้วภายใน 3 วัน จะต้องกลับมาตรวจสอบทุกจุด ที่ทำการวางยา และจัดเก็บซากวัสดุและหนูออกไปให้หมด
  1. งานบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสีย
    5.1 รายการ/ระบบที่ต้องบำรุงรักษา
  1. สถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (โครงการใหม่)
    -อาคารอเนกประสงค์
  2. สถานีรถไฟฟ้า รฟม.
    -อาคารอเนกประสงค์
    -ลานจอดรถ
    -อาคารศูนย์การเรียนรู้
  3. สถานีรถไฟฟ้าวัดพระราม 9
    -ลานอเนกประสงค์
    /4) สถานี…
  • 5 -
  1. สถานีรถไฟฟ้ารามคำแหง
    -อาคารอเนกประสงค์
  2. สถานีรถไฟฟ้าแยกลำสาลี
    -อาคารอเนกประสงค์
  3. สถานีรถไฟฟ้าคลองบ้านม้า
    -อาคารจอดรถ 10 ชั้น
    5.2 รายการงานบำรุงรักษา
    5.2.1 ดูดสิ่งปฏิกูลและทำความสะอาดภายในบ่อบำบัดน้ำเสียตามความเหมาะสมและปริมาณ (อย่างน้อย 1 ครั้ง) 5.2.2 เติมน้ำยาจุลินทรีย์ย่อยสลายระบบบำบัดน้ำเสีย (เดือนละ 1 ครั้ง) (จุลินทรีย์ย่อยสลายระบบบำบัดน้ำเสีย มีคุณสมบัติขจัดกลิ่น ลดค่า BOD ไขมันอุดตันในบ่อ)
  • 1 -
    เอกสารแนบท้าย2

  • 1 -
    รายการแสดงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานเบื้องต้น
    1.รายการเครื่องมือ
    ลำดับ
    รายการ
    จำนวน (ชุด)
    สำหรับพนักงานของผู้รับจ้างใช้ปฏิบัติงาน
    1
    มัลติมิเตอร์แบบดิจิทัล (Digital Multimeter)แบบ True RMS
    1
    2
    แคลมป์มิเตอร์ (Digital Clamp Meter)
    1
    3
    ไขควงปากแบน (อย่างน้อย 2 ขนาด), ปากแฉก (อย่างน้อย 2 ขนาด)
    (อย่างละ) 2
    4
    ตลับเมตร (ความยาวไม่น้อยกว่า 5 เมตร)
    3
    5
    ระดับน้ำ (ขนาดสั้นและยาว)
    (อย่างละ) 1
    6
    เครื่องวัดระยะด้วยเลเซอร์
    1
    7
    กล้องถ่ายภาพความร้อน มีหน้าจอแสดงผลในตัวสามารถบันทึกภาพถ่าย (JPEG) ลงใน หน่วยความจำ และสามารถโอนถ่ายข้อมูลผ่าน USB หรือ Wi-Fi ได้
    1
    8
    ไขควงหุ้มฉนวน สำหรับงานไฟฟ้า(เป็นไขควงปากแบน อย่างน้อย 2 ขนาด, ไขควงปากแฉก อย่าง น้อย 2 ขนาดและไขควงเช็คไฟ ผ่านมาตรฐาน IEC 60900 หรือVDE
    (อย่างละ) 2
    9
    คีมรวม, คีมตัดปากเฉียง, คีมปากจิ้งจก, คีมย้ำหางปลา, ชุดประแจหกเหลี่ยม
    (อย่างละ) 2
    10
    ชุดประแจแหวนข้างปากตายเบอร์ 8-24 มม.
    (อย่างละ) 2
    11
    ประแจเลื่อน (Adjustable Wrench): ขนาด 8 นิ้ว และ 12 นิ้ว
    (อย่างละ) 2
    12
    คีมล็อค
    2
    13
    ประแจคอม้า:สำหรับงานท่อประปา
    2
    14
    ค้อนหงอน และค้อนยาง
    (อย่างละ) 2
    15
    เลื่อยตัดเหล็ก
    2
    16
    เกจวัดน้ำยาแอร์: พร้อมสายชาร์จน้ำยา (สำหรับน้ำยา R410A, R22 และ R134A)
    2
    17
    สว่านกระแทกไร้สาย กำลังไฟ 18 โวลต์ ขึ้นไป พร้อมแบตเตอรี่สำรอง
    1
    18
    สว่านโรตารี่ กำลังไฟ 800 w ขึ้นไป (สามารถทำงานได้ 3 ระบบ ได้แก่ ระบบธรรมดา ระบบโรตารี่ และระบบสกัดกระแทก)
    1
    19
    หินเจียรลูกหมู ขนาด 4 นิ้ว
    1
    20
    เครื่องเป่าลม
    2
    21
    เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง (มอเตอร์ไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ, แรงดันใช้งานสูงสุดไม่น้อยกว่า 120 บาร์ (Bar)และสามารถปรับแรงดันได้)
    2
    22
    บันไดทรง A เป็นอลูมิเนียม หรือ ไฟเบอร์กลาส (สำหรับงานไฟฟ้า) สูงมากกว่า8 ฟุต
    2
    23
    กล้องเอนโดสโคป (กล้องงู) ความยาวสายไม่น้อยกว่า 5 เมตร, มีจอภาพ, กันน้ำและมีไฟส่อง
    1
    24
    คีมเข้าหัวสายแลน แบบ Ratchet Type
    1
    25
    เครื่องทดสอบสายสัญญาณ
    1
    26
    ปากกาทดสอบสายไฟเบอร์แบบหัว Torx (ดาว) และ Hex (หกเหลี่ยม)
    (อย่างละ) 1
    ลำดับ
    รายการ
    จำนวน (ชุด)
    27
    เครื่องเป่าลมไฟฟ้า (สำหรับเป่าฝุ่นในเคสคอมพิวเตอร์หรือ Keyboard)
    1
    28
    แปรงปัดฝุ่นป้องกันไฟฟ้าสถิต
    1
    29
    เครื่องดูดฝุ่น (สามารถดูดน้ำได้)
    1
    30
    สว่านไฟฟ้าแบบกระแทก กำลังไฟ 500 โวลต์ ขึ้นไป (พร้อมดอกสว่าน)
    1

  • 2 -
    31
    เครื่องสูบน้ำแบบจุ่ม
    1
    32
    เครื่องตัดเหล็ก ขนาด14 นิ้ว
    4
    33
    บันไดอะลูมิเนียมอเนกประสงค์พับได้ (16 ขั้น)
    2
    34
    นั่งร้าน 3 ชั้น, ล้อเลื่อน, แผ่นทางเดิน, บันได และขาค้ำยัน
    1
    35
    ลูกรอกเหล็กเก็บสายไฟพร้อมสายไฟ 30 เมตร
    2
    36
    ปืนยิงกาวชนิดไฟฟ้า
    1
    37
    กรรไกรตัดท่อ PVC
    2
    38
    กระบอกอัดจารบี
    2
    39
    ป้ายแขวนแจ้งซ่อมหรือปรับปรุง
    เพียงพอต่อการใช้งาน
    40
    ชะแลงเหลี่ยม
    2
    41
    ปืนยิงรีเวท
    2
    42
    กรรไกรตัดเหล็กสังกะสี, กรรไกรธรรมดา
    2
    43
    ตะไบแบนชนิดหยาบ, ชนิดละเอียด และท้องปลิง ขนาด8 นิ้ว
    อย่างละ 2
    44
    ตะไบกลมขนาด6 นิ้ว
    2
    45
    กล่องใส่เครื่องมือ
    1
    46
    ผ้าใบสำหรับล้างเครื่องปรับอากาศ
    2
    47
    รถเข็นแบบ 4 ล้อ
    2
    48
    ไฟฉาย
    ประจำตัวช่าง/คน
    49
    คัตเตอร์
    2
    50
    โทรศัพท์มือถือ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Sim Card) สำหรับการโทรและการใช้งานอินเตอร์เน็ต แบบไม่จำกัด
    2
    สำหรับงานดูแลสวนและต้นไม้
    51
    กรรไกรตัดแต่งกิ่ง (สำหรับตัดกิ่งไม้ขนาดเล็ก)
    2
    52
    กรรไกรตัดหญ้า/ตัดพุ่มไม้ (ด้ามยาว สำหรับตกแต่งทรงพุ่ม)
    2
    53
    เลื่อยตัดกิ่งไม้ (สำหรับกิ่งไม้ขนาดใหญ่)
    1
    54
    สายยางพร้อมหัวฉีดน้ำ (ความยาวเพียงพอต่อพื้นที่)/อุปกรณ์รดน้ำเคลื่อนที่ (ถังน้ำ/บัวรดน้ำ)
    2
    55
    เสียม, จอบ, ช้อนปลูก
    4
    56
    ไม้กวาดทางมะพร้าว, ที่ตักขยะ
    4
    57
    ถุงใส่เศษกิ่งไม้
    เพียงพอใช้งาน
    ลำดับ
    รายการ
    จำนวน
    สำหรับเจ้าหน้าที่ รฟม.
    58
    เทปวัดระยะ 50 เมตร, ล้อวัดระยะแบบดิจิตอล
    1
    59
    เครื่องวิเคราะห์สายดิน Earth Tester
    1
    60
    เครื่องวิเคราะห์ความเป็นฉนวน Insulation Tester
    1
    61
    เครื่องวัดค่า CCA แบตเตอรี่ (Battery Tester)
    1
    62
    โน้ตบุ๊ค (สเปกตามข้อกำหนดขั้นต่ำที่รองรับโปรแกรม AutoCAD)
    2
    63
    Licenseโปรแกรม AutoCAD รุ่นปี 2024 ขึ้นไป
    2
    64
    External Hard diskขนาดไม่น้อยกว่า 1 TB
    2
    65
    เครื่องบันทึกเสียง พร้อมสรุปเนื้อหาด้วยระบบ Ai
    2

  • 3 -

  1. อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE)
    ลำดับ
    รายการ
    จำนวน
    1
    หมวกนิรภัย
    1 (ต่อคน)
    2
    รองเท้านิรภัย
    1 (ต่อคน)
    3
    อุปกรณ์ป้องกันเสียง
    1 (ต่อคน)
    4
    แว่นตานิรภัย
    1 (ต่อคน)
    5
    เสื้อสะท้อนแสง
    1 (ต่อคน)
    6
    สายรัดลำตัว/ เข็มขัดนิรภัยสำหรับทำงานบนที่สูง
    2
    7
    รองเท้าบูทยาง
    2
    8
    ถุงมือกันไฟฟ้า
    2
    9
    ถุงมือผ้า (คู่)
    20 (ต่อเดือน)
    10
    ถุงมือยาง (คู่)
    5(คู่ต่อปี)
    11
    ป้ายเตือนขณะปฏิบัติงาน (Warning Sign)
    เพียงพอต่อการใช้งาน
    12
    ชุดปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
    2

  2. รายการอะไหล่หรือวัสดุสิ้นเปลือง
    ลำดับ
    รายการ
    1
    ดินผสม, ปุ๋ย, ทราย (สำหรับงานดูแลสวนและต้นไม้)
    2
    ไม้ค้ำยันหรือเหล็กค้ำยันสำหรับต้นไม้ยืนต้น
    3
    สารกำจัดแมลงศัตรูพืช
    4
    อุปกรณ์งานไฟฟ้า ได้แก่ หางปลา, วายนัท, ท่อหน, เทปพันสายไฟ, เคเบิลไทร์, ลูกเต๋าต่อสาย
    5
    อุปกรณ์งานเหล็กและสแตนเลส ได้แก่ ลวดเชื่อม, ใบเจียร/ขัด/ตัด, กระดาษทราย, รีเวท, น้ำมันหล่อลื่น (Sonax)
    6
    อุปกรณ์งานประปาและสุขาภิบาล ได้แก่ กาว/น้ำยาประสานท่อ, น้ำยาขจัดสิ่งอุดตันในท่อ, จุลินทรีย์, เทปพันเกลียว
    7
    อุปกรณ์งานสี ได้แก่ แปรงทาสี, เกรียง, ลูกกลิ้ง, ถาดรองสี, ถาดผสมปูน, เทปย่น (ขนาดเล็กหรือมีปริมาณพื้นที่น้อย)
    8
    อุปกรณ์งานปูน ได้แก่ ปูนสำเร็จรูปซ่อมผิวคอนกรีต, กาวซีเมนต์ สำหรับงานซ่อมรอยร้าวหรือรอยแตก,อ่างเปลผสมปูน, เกรียงโป๊ว (ขนาดเล็กหรือมีปริมาณพื้นที่น้อย)

  3. รายการอะไหล่หรือวัสดุสิ้นเปลือง (ต่อ)
    ลำดับ
    รายการ
    9
    วัสดุยึดติด ได้แก่ ชุดสกรู, นอต, พุกทุกประเภท, แหวนรอง, เหล็กรัดท่อ, เคเบิลไทร์, ตะปู เป็นต้น (สำหรับยึดวัสดุ หรืออุปกรณ์ หรือชิ้นส่วน ขนาดเล็ก)
    10
    วัสดุประสานและอุดรอยรั่ว ได้แก่ ซิลิโคน, โพลียูรีเทน, สเปร์ยโฟม, ปืนยิง, กาว เป็นต้น (สำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก)
    11
    น้ำยาเครื่องปรับอากาศ (ตามชนิดของเครื่องปรับอากาศที่ รฟม. ใช้งาน)
    12
    น้ำยาเฉพาะทาง ได้แก่ จารบี, น้ำยาขจัดสนิม, ทินเนอร์, น้ำมันสน, สเปรย์ทำความสะอาดหน้าสัมผัส, น้ำกลั่น, น้ำมันเครื่อง
    13
    อุปกรณ์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้แก่ หัวแลน (RJ45 Connector) ตัวผู้, บูทครอบหัวแลน (Plug Boot), สายรัดเคเบิลไทร์ (Cable Tie) ขนาดเล็ก (4 นิ้ว) และขนาดกลาง
    14
    ผ้าเย็บวน (สำหรับเช็ดน้ำมัน, สารเคมี และน้ำ)

  • 4 -
    หมายเหตุ: 1. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ช่างตามรายการข้างต้นให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน โดยเครื่องมือ ทุกชิ้นต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก., ISO หรือ DIN) และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา หากเครื่องมือ ชำรุดเสียหาย ผู้รับจ้างต้องจัดหามาทดแทนภายใน 5 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สุ่มตรวจเครื่องมือได้ ตลอดเวลา
  1. ผู้รับจ้างต้องจัดหาและสำรองวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับงานช่างพื้นฐานให้มีปริมาณเพียงพอและพร้อมใช้งาน ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยครอบคลุมวัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาทั่วไป เช่น ตะปู สกรู น็อต พุก เทปพันสายไฟ จารบี น้ำมันหล่อลื่น และวัสดุสิ้นเปลืองที่มีลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ไม่รวมงานหรือวัสดุที่เป็นงานเฉพาะทางหรืออะไหล่หลัก ของระบบ