จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ (Smart E - Learning)

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) 69059084856
฿5,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 22 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ยื่นประกาศเชิญชวนจัดจ้างพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบออนไลน์บนระบบ AI หรือ Smart e-learning ปี 2568 โดยมีวงเงินงบประมาณโครงก่อการละ 5,000,000 บาท เพื่อเปลี่ยนภาระของระบบทางเป็นบททดลองถือ Content Delivery ไม่บวลประสิทธิทย์จะเป็น Engage & Conversion Mark ลลอความสำ User learning segment manager ได้ดำเนินให้ทั้งหมดนั้นประวทำต่อให้แล้ว ทั้งเทอเพื่อให้บุค่ะ ReDesign Review GPO DB ใน Terminal การ implemente Phase ต่อให้น่ ที่ กระบวนการ ทำให้ Phyto Complete Final action มีการมี Interaction Recommendation Level สำหรับสร้างเป็นเครน ได้ admin ก็ back course

ขอบเขตของแบบเนยเนวโด Ux-A เพื่อปรับเข้า Analysis Dash Tool Settings Method Personal feature Login Sequence Adv Target complete time code/online technical ให้ Course leader Option/การ Sync Manager เพื่อ Response Recommend status Verification Manual profile assignment attribute integrate AI algorithm modules with ระบบมใช่เส Soft la Learn Micro Task ได้ Lana Calendar Global log เช่น

ทุกระยะจัด Schedule Asset Setup program Survey Reference AI main (All Development Units Build Project Payment Time span ส่อดเจนแพ้ด work เจ (Person รับประกันงานอีกครั้ง การขี projects certification)) On Security: CD cover timeline official for Active Dev tool User IT Library Feature must Implement both Certification on Course Completed mapping Backup และ support total

English summary

Government Pensions Fund (GPF) announces bidding for the development and implementation of chatbot only transform พพ Next Implementation initial budget personal Transform Assistant by annual control smart load Active E-Learning per correct recommend provided details. Single approach class offering normal, monitoring back AI services for scale, plan task market roll forward enable solution inside meet Ops standards.

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจัดจ้างพัฒนาระบบการเรียนรู้แบบออนไลน์ (Smart e-learning) ปี 2569

  1. หลักการและเหตุผล
    ตามที่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มีบริการให้ความรู้ด้านการเงินและสิทธิประโยชน์ ของการเป็นสมาชิกกองทุน ในรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์(e-learning) โดยสมาชิก สามารถเข้าเรียนรู้ได้ทาง My GPF Application , My GPF Website , Line Official Account (OA) เมนู หลักสูตรออนไลน์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดีปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกเข้าเรียนรู้มากกว่า 100,000 ราย ซึ่งหลักสูตรออนไลน์ (e-learning) ที่ใช้บริการในปัจจุบันมีข้อจำกัดด้านการใช้งานและการ
    นำเสนอเนื้อหา เนื่องจากเป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้แบบ Content Delivery ที่ผู้เรียนทำหน้าที่รับสาร อย่างเดียว (Passive Learning) ขาดความยืดหยุ่น และการมีส่วนร่วมของผู้เรียน นอกจากนี้ระบบยังไม่มีการ แนะนำหลักสูตรอื่น ๆ ที่เหมาะสมให้กับแต่ละบุคคลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อให้เมนูหลักสูตรออนไลน์มี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกที่หลากหลาย กบข. มีความประสงค์ที่จะพัฒนาปรับปรุง ระบบ e-learning โดยใช้ระบบ AI (Artificial Intelligence) ช่วยในการแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละ บุคคล (Personalized & Adaptive Learning) และแนะนำหลักสูตรเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ(Auto Recommend) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของสมาชิก และเพิ่ม รูปแบบการมีส่วนร่วมของสมาชิกให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สมาชิกสนุกกับการเรียนรู้และยังช่วยทบทวน ความรู้ความเข้าใจสาระสำคัญของเนื้อหาในแต่ละหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัฒนา ระบบบริหารจัดการ (Back End) สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ทั้งในส่วนบริหารจัดการเนื้อหาบทเรียนและการ จัดการรายงาน
    ในการนี้ กบข. จึงมีจำเป็นต้องจัดจ้างผู้ให้บริการที่มีความชำนาญหรือมีทักษะสูงสำหรับการออกแบบ และพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้แบบออนไลน์ เพื่อปฏิบัติงานตามขอบเขตการดำเนินงานที่กำหนดใน TOR ฉบับนี้
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพิ่มศักยภาพการให้บริการส่งเสริมความรู้และปรุงปรุงรูปแบบหลักสูตรออนไลน์ ด้วยระบบที่ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) อาทิ Data Analytics, Machine Learning เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการนำเสนอหลักสูตรให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

(Personalized & Adaptive Learning) และแนะนำหลักสูตรเพิ่มเติมที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ(Auto Recommend) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของสมาชิก
2.2 พัฒนารูปแบบและวิธีการนำเสนอหลักสูตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเน้นการมีส่วนร่วม (Participation) และการมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ของสมาชิกยิ่งขึ้น ช่วยให้สมาชิกสนุกกับ การเรียนรู้และยังช่วยทบทวนความรู้ความเข้าใจในสาระสำคัญของเนื้อหาของแต่ละหลักสูตรได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.3 พัฒนาระบบการบริหารจัดการ (Back-end) ที่มีประสิทธิภาพ ใช้งานง่ายสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ทั้งด้านการบริหารจัดการบทเรียนและการออกรายงานผล
3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) กำหนด
3.2 ผู้ยื่นเสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลงานในลักษณะการพัฒนาระบบงานสารสนเทศ โดยต้อง ยื่นเอกสารสำเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจ้างงาน ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ สารสนเทศ ให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชนที่ กบข. เชื่อถือ และเป็นผลงานที่ผ่านการตรวจ รับงานเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่วันที่ประกาศเชิญชวนมาประกอบการ พิจารณาด้วย
4. รายการรายละเอียดของงานจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินงานตามขอบเขตและรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้
4.1 แผนการดำเนินงานและออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ
4.1.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารแผนการบริหารจัดการโครงการ (Project Management Plan) เพื่อให้ กบข. เห็นภาพรวมและกรอบเวลาการทำงานที่ชัดเจน โดยมีรายละเอียด
อย่างน้อยดังนี้
4.1.1.1 แผนขั้นตอนกระบวนการดำเนินงาน ประกอบด้วย รายละเอียดกิจกรรม
ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาการปฏิบัติงานกำหนดแล้วเสร็จ
4.1.1.2 แผนการส่งมอบงาน และสิ่งที่จะส่งมอบในแต่ละงวดงาน
4.1.2 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารการออกแบบ สถาปัตยกรรมของระบบ System Architecture โดยต้องดำเนินการสำรวจสภาพแวดล้อมทางเทคนิคของ กบข. และ
2

จัดทำเอกสารการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture Design
Document) และได้รับการอนุมัติจาก กบข. โดยเอกสารต้องอธิบายรายละเอียดที่เป็น
มาตรฐานที่ตกลงร่วมกับ กบข. ดังนี้
4.1.2.1 แผนภาพและรายละเอียดโครงสร้างระบบและการเชื่อมต่อเครือข่าย (System
Architecture Diagram)
4.1.2.2 การจัดสรรทรัพยากรระบบและประเมินประสิทธิภาพ (Resource Allocation
& Sizing)
4.1.2.3 รายละเอียดการเชื่อมต่อของเซิฟเวอร์ภายในศูนย์ข้อมูลของ กบข. (Port &
Protocol Specifications)
4.1.2.4 รายละเอียดการบริหารจัดการข้อมูล
(1) การสำรองและการจัดการข้อมูลตามอายุการใช้งาน (Data Retention
Criteria & Compliance)
(2) การจัดเก็บข้อมูลถาวร (Data Archiving)
(3) การทำความสะอาดข้อมูลและลบข้อมูลที่หมดความจำเป็น (Data Purging)
(4) การกู้คืนข้อมูลจากระบบจัดเก็บ ข้อมูลถาวร (Data Retrieval &
Restoration Process)
(5) กำหนดนโยบายการลบข้อมูล (Data Deletion Policy)
4.1.2.5 รายละเอียดการจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์และบันทึกรายการ (Audit Logging &
Compliance) โดยจะต้องจัดเก็บ Audit Loging ไม่น้อยกว่า 90 วัน
(1) การบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามที่กฎหมายกำหนด
(Computer Traffic Log Compliance) เช่น วันเวลา, IP Address, ข้อมูล
ระบุตัวตนผู้ใช้
(2) การจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์ในระดับแอปพลิเคชัน (Application Event
Logging) เช่น บันทึกการ Login/Logout, การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ, การ
ทำงานที่ผิดพลาดของระบบ
(3) การบันทึกการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่สำคัญ (Data Change Audit
Trail/Logs) เช่น ใคร, ทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่ กับข้อมูล Create, Update,
Delete
(4) การส่งต่อข้อมูลบันทึกเข้าสู่ระบบจัดเก็บล็อกส่วนกลาง (Centralized Log
Management Integration) การส่ง Log จาก Container/VM เข้าสู่ระบบ
SIEM หรือ Log Server ของ กบข. รายละเอียดตามที่ตกลงกับ กบข.
4.1.2.6 รายละเอียดการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ (Backup and Restore)
3

4.1.3 จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องตามหลักการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ได้แก่
4.1.3.1 เอกสารสรุปรายการกิจกรรมประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง (ROPA)
4.1.3.2 เอกสารประเมินผลกระทบ และความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Protection Impact Assessment)
4.1.3.3 เอกสารคู่มือปฏิบัติในการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลในระบบ
4.2 รวบรวมความต้องการ (User Requirement) และการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UX/UI Design)
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการต้องออกแบบหน้าจอต่างๆ ของ Smart e-learning ตามกำหนด ครบถ้วนตามรายละเอียดปรากฏใน TOR นี้โดยยึดหลักการออกแบบที่เน้นผู้ใช้งานเป็น ศูนย์กลาง (User-Centered Design: UCD) และต้องนำเสนอผลงานพร้อมส่งมอบเอกสารการ ออกแบบทั้งหมดเพื่อให้ กบข. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ ดังนี้
4.2.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสำรวจ รวบรวม และวิเคราะห์ความต้องการร่วมกับกลุ่มผู้ใช้งาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำเอกสารสรุปความต้องการ (User Requirement
Specification) ประกอบด้วย:
4.2.1.1 สรุปฟังก์ชันงาน (Functional Inventory): รายการความต้องการที่ระบบ
ต้องทำได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้งาน ทั้งส่วนหน้าเว็บไซต์ที่สมาชิก กบข. เข้าใช้งาน (Front
End) และในส่วนของผู้ดูแลระบบ (Back-End)
4.2.1.2 แผนภาพกระบวนการทำงาน (Business Process & User Workflow):
การออกแบบลำดับขั้นตอนการทำงานของระบบในรูปแบบ Flowchart เพื่อแสดง
ทิศทางของข้อมูลและการตัดสินใจ
4.2.1.3 ความต้องการด้านรายงาน (Reporting & Dashboard): ผู้รับจ้างต้อง
ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการด้านการแสดงผลข้อมูลสรุปและรายงาน
สถิติต่างๆ ในรูปแบบตารางที่สามารถกรองข้อมูล (Filter) และค้นหาได้ตามเงื่อนไข เช่น
รายงานผู้เรียนจบหรือไม่จบตามหลักสูตร, รายงานสรุปความพึงพอใจต่อหลักสูตร เป็น
ต้น ระบบต้องรองรับการดึงข้อมูลรายงานออกมาในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน อาทิ .XLSX,
.CSV เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่อยอดหรือนำเสนอในรูปแบบเอกสารได้
4.2.2 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UX/UI Design) โครงร่างหน้าจอ (Wireframe) และภาพจำลองเสมือนจริง (High-Fidelity Mockup) จัดทำแบบร่างที่
4

ครอบคลุมการทำงานของทุกหน้าจอหลัก (Core Pages) และหน้าจอย่อย (Sub-Pages)
ทั้งในส่วนของการแสดงผลหน้า Front-End ดังนี้
4.2.2.1 หน้าหลัก (Home)
4.2.2.2 เมนูแบบสอบถาม (Survey)
4.2.2.3 เมนูค้นหาหลักสูตร (Advanced Search & Intelligent Filter)
4.2.2.4 เมนูหลักสูตรของฉัน (My Courses)
4.2.2.5 เมนูปฏิทินกิจกรรม (Event Calendar Integration)
4.2.2.6 เมนูการแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ (Notification Center)
4.2.2.7 เมนูจัดอันดับผู้เรียน (Ranking System / Leaderboard)
4.2.3 การออกแบบต้องคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience – UX) ความ สวยงามของอินเทอร์เฟซ (User Interface – UI) ง่ายต่อการนำทาง (User
Friendly Navigation)และ มีความต่อเนื่องในการใช้งาน
4.2.4 ภาพประกอบในงานออกแบบต้องเป็นภาพที่ได้รับอนุญาตนำไปใช้ได้โดยถูกต้องตาม กฎหมาย หากปรากฏว่าเป็นภาพละเมิดลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่
เกิดขึ้นแทน กบข. ในทุกกรณีโดยการออกแบบภาพประกอบ Banner และ Icon ต่าง
ๆ ที่สื่อความหมายชัดเจน มีความสวยงาม ทันสมัย และต้องใช้สี Font หรือสัญลักษณ์ที่
สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity: CI) ของ กบข.
4.2.5 การออกแบบต้องรองรับการแสดงผลแบบ Responsive Design ทั้งบน Desktop และ Smartphone (iOS, Android) ผ่าน Web Browser มาตรฐานเวอร์ชันล่าสุด (Edge,
Chrome, Firefox, Safari) รวมถึงการใช้งานผ่าน WebView ภายในแอปพลิเคชัน
Line
4.2.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารข้อกำหนดทางเทคนิคของการพัฒนาระบบ (System Requirement Specification: SRS) สำหรับใช้เป็นกรอบมาตรฐานในการเขียน
โปรแกรมและพัฒนาระบบ
4.2.7 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ Design System หรือ UI Style Guide (เช่น ค่าสี, ขนาดFont, รูปแบบปุ่ม) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการพัฒนาและต่อขยายระบบในอนาคต
4.3 งานพัฒนาระบบและฟังก์ชันการทำงาน
5

ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบ Smart e-Learning โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 4.3.1 Front-end System (สำหรับสมาชิก/ผู้เรียน)
ผู้รับจ้างต้องกำหนดขอบเขตการทำงานของระบบและออกแบบโครงสร้างการแสดงผลส่วนหน้า เว็บไซต์ (Front-End) โดยต้องครอบคลุมโครงสร้างเมนูหลัก อย่างน้อยดังต่อไปนี้
4.3.1.1การเข้าสู่ระบบ (Register/Login)
(1) ระบบต้องรองรับการเข้าใช้งานสู่ระบบ Smart e-Learning ผ่านช่องทาง
หลักของ กบข. ได้แก่ My GPF Application, My GPF Web, Line Official
Account (OA) และระบบลงชื่อเข้าใช้งานกลาง (Central Login) ของ กบข.
(2) ระบบต้องมีหน้าแสดง Disclaimer และมีปุ่มให้สมาชิกกด “รับทราบและ
ยอมรับ” เพื่อเข้าสู่หน้าหลัก (Home) และเก็บประวัติการทำรายการ
(3) เมื่อ Login สำเร็จ ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงและดึงข้อมูลโปรไฟล์
ผู้ใช้งาน อาทิ กลุ่มผู้ใช้งาน (Segment), พฤติกรรมการเรียนรู้ (Behavior)
หรือ ข้อมูลบุคลิกภาพผู้เรียน (Persona) จากระบบฐานข้อมูลหรือ API ที่
กบข. จัดเตรียมไว้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประมวลผลในการแสดงผลหลักสูตร
ที่เหมาะสม (Recommended Courses) ให้กับผู้เรียนแต่ละรายได้อย่าง
ถูกต้องและเป็นอัตโนมัติ
4.3.1.2 เมนูแบบสอบถาม
4.3.1.2.1 แบบสอบถามความสนใจ
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาเมนูแบบสอบถามคนสนใจที่ช่วยให้ระบบ
วิเคราะห์ความสนใจของผู้เรียน ดังนี้
(1)ต้องแสดง Pop-up แบบสอบถามความสนใจเมื่อผู้เรียนเข้าใช้งาน Home
ครั้งแรก (หลังผ่าน Disclaimer) และรองรับทั้งกรณี “กรอกข้อมูล” และ
“ไม่กรอกข้อมูล”
(2)องค์ประกอบของแบบสอบถามและหน้าแสดงข้อมูลต้องมีหัวข้อ
แบบสอบถาม,คำอธิบาย, การระบุหมวดหมู่คำถาม/ตัวเลือก คำถามแบบ
เลือก (single/multiple choice) ตามที่ตั้งค่า โดย มีปุ่ม “ส่งคำตอบ”,
“ข้าม”, (ถ้ามีหลายหน้า) “ย้อนกลับ” และ “ถัดไป”
6

(3)กรณีผู้เรียนให้ข้อมูลในแบบสอบถามแล้ว ระบบต้องนำคำตอบใช้ในการ
ประมวลผลเพื่อแนะนำหลักสูตรที่เหมาะสมกับสมาชิก และสามารถส่งออก
ข้อมูลไปสู่ระบบการเก็บข้อมูลของ กบข. ได้
(4)กรณี “ข้าม”หรือ “ไม่ให้ข้อมูล” ระบบต้องยังแนะนำหลักสูตรได้แบบค่า
เริ่มต้น/แบบกลุ่ม Rule-based baseline หรือ Mass segment ตาม
Segment ที่กบข. กำหนด
(5)กรณี ผู้เรียนที่ต้องการแก้ไข้ข้อมูลหรือต้องการเพิ่มข้อมูลในครั้งต่อไป
สามารถกดที่ “เมนูแบบสอบถามความสนใจ” เพื่อกรอกข้อมูลได้
(6)ระบบต้องยังคงคำตอบที่ผู้เรียนให้ข้อมูลไว้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
แก้ไข
(7)ระบบต้องวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนโดยใช้ระบบ AI: Artificial Intelligence
และ/หรือ Data Analytics, Rules-Based เพื่อแนะนำหลักสูตรและปรับ
Learning Path ให้เหมาะสมกับความสนใจของสมาชิกแต่ละราย (Persona)
โดยต้องสามารถคัดกรองหลักสูตรที่เรียนแล้วและหลักสูตรที่ยังไม่เคยเรียนได้
เพื่อไม่ให้แนะนำหลักสูตรซ้ำเดิมที่เคยเรียนไปแล้ว
4.3.1.2.2 แบบสอบถามทั่วไป
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาเมนูแบบสอบถามทั่วไปเพื่อสอบถามความคิด
แห็นของผู้เรียนได้
(1) รองรับคำถาม – คำตอบได้หลากหลายเช่น เลือก 1 คำตอบ , เลือก
มากกว่า 1 คำตอบ เป็นต้น
(2) ระบบต้องรองรับการแสดงแบบสอบถามทั่วไปในรูปแบบ Pop-up
ตามกลุ่มที่กำหนด
(3) รองรับการแสดงแบบสอบถามทั่วไปผ่านเมนูการแจ้งเตือน (Notification)
(4) ผู้เรียนสามารถเปิดดูรายละเอียดแบบสอบถาม ตอบแบบสอบถาม
และส่งคำตอบผ่านหน้าจอระบบได้
(5) ระบบต้องแสดงสถานะแบบสอบถามอย่างน้อย เช่น ยังไม่ตอบ, ตอบแล้ว,
หมดเขต
(6) เมื่อผู้เรียนส่งคำตอบแบบสอบถามสำเร็จระบบต้องแสดงข้อความ ยืนยัน
ผลการทำรายการ
7

(7) เมื่อผู้เรียนทำแบบสอบถามสำเร็จจะได้รับ Learning Star ตามที่กำหนด
และระบบต้องแสดงข้อมูล จำนวน Learning Star ที่ผู้เรียนได้รับ
4.3.1.3 หน้าหลัก (Main Page/ Home)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาหน้า Home / Main Page (หน้าหลัก) ของ
ระบบ รายละเอียดดังนี้
(1) ส่วนหน้าจอแสดงหลักสูตร (Course Display)
หน้า Home ที่ต้องมีการจัดแสดงหลักสูตรที่รองรับ 2 โหมดการแสดงผล
ได้แก่ โหมดการแสดงหลักสูตรแบบ Catalog Listing View แสดงหลักสูตร
เป็นรายการ (List/Grid View) ใช้ภาพ thumbnail และคำอธิบายสั้น ๆ ของ
หลักสูตร และ โหมดการแสดงหลักสูตรแบบ Learning Path แสดงหลักสูตร
เป็นเส้นทาง (Roadmap/Visualization) โดยจะต้องแสดงรายละเอียด
ประกอบเช่น ระยะเวลาของหลักสูตร, จำนวนผู้ลงทะเบียนแล้ว, progress
bar, Learning Star ที่จะได้รับจากการเรียนหลักสูตรนี้, จำนวนคนกด Like
หรือ badge ผู้เรียนสามารถคลิกเข้าถึงเนื้อหาแต่ละหลักสูตรได้ โดยไม่
จำเป็นต้องเรียงลำดับ จะประกอบ 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้
(ก)ส่วนแสดงแบนเนอร์ไฮไลท์ (Highlight Banner): สำหรับหลักสูตรที่
กบข. ต้องการประชาสัมพันธ์ เมื่อผู้เรียนกด banner แล้วจะลิงก์ไปหน้า
หลักสูตร / บทเรียนหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องได้ทันที
(ข)ส่วนแสดง “หลักสูตรที่เหมาะกับคุณ”: แสดงหลักสูตรแนะนำแบบตาม
ก ลุ่ ม Segment (Rule-based baseline ห รื อ Mass segment) ต า ม
Segment ที่องค์กรกำหนด หรือ แสดงหลักสูตรที่เหมาะสมตามโปรไฟล์ของ
ผู้เรียนรายบุคคล (Segment + Personalized Recommend) และหรือ
หลักสูตรที่แนะนำต่อเนื่องอัตโนมัติ(Auto Recommend) โดยระบบต้อง
ประมวลผลจากข้อมูลผู้เรียนจาก พฤติกรรมการเรียน ความสนใจ ผลการเรียน
ผลการทดสอบ โดยเลือกหลักสูตรที่แนะนำตามทักษะของผู้เรียน (Adaptive
Learning)
(ค)ส่วนแสดง “หลักสูตรที่กำลังเรียน”: ระบบแสดงหลักสูตรเรียนค้างไว้
พร้อมแสดงความคืบหน้า (%Progress) และมีปุ่มกด “ดูรายละอียด” และ
“เรียนต่อ”
8

(ง) ส่วนแสดงหลักสูตรทั้งหมดแยกตามหมวดหมู่หลักสูตร(Category
listing): เช่น Podcast, การลงทุน, สร้างรายได้, ดูแลสุขภาพ การพัฒนา
ตนเอง เป็นต้น โดยจะต้องมีระบบแนะนำหรือป้ายกำกับให้เหมาะกับพฤติกรรม
ของผู้เข้าเรียน โดยแต่ละหลักสูตรสามารถมีป้ายกำกับ (Tag / Badge) ได้เช่น
“ใหม่”, “ยอดนิยม”, “สำหรับคุณ” และหรือ แสดงระดับความง่ายของ
หลักสูตร
(2) การเรียนรู้หลักสูตร (Learning Experience)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบแสดงหลักสูตรที่เลือกดูง่ายและ
ตอบสนองพฤติกรรมผู้เรียน ตั้งแต่หน้าแรกของหลักสูตรจนถึงหน้าห้องเรียนให้
มีความทันสมัย ใช้งานง่าย โดยเน้นสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดี มีส่วนร่วมและ
ปฏิสัมพันธ์ (Engagement & Interaction) ดังนี้
(ก) หน้าจอแสดงหลักสูตร (Course Display)
a. เมื่อผู้เรียนแตะหรือคลิกรูปแบนเนอร์หลักสูตรเพื่อเข้าเรียน ระบบ
จะต้องแสดงข้อมูลรายละเอียดหลักสูตร และปุ่ม “ดูรายละเอียด”
“ลงทะเบียนเรียน” “เริ่มเรียน” โดยผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าจะ ดู
รายละเอียด (Course Overview) หรือ เลือกลงทะเบียนเรียนได้
b. ระบบต้องมีฟังก์ชันการแนะนำหลักสูตร (Referral Share Link) ดังนี้
i. Sharing: ผู้เรียนสามารถสร้างและแชร์ลิงก์หลักสูตรไปยัง Social
Network ได้
ii. Tracking: ระบบต้องสามารถระบุตัวตนผู้แชร์ผ่าน Tracking
Parameter ในลิงก์ได้
iii. Data Collection: เมื่อมีการลงทะเบียนสำเร็จ ระบบต้องจัดเก็บ
ข้อมูลผู้สมัครคู่กับผู้แชร์ (Referral Mapping) ลงในฐานข้อมูล
อัตโนมัติ
iv. Processing: รองรับการดึงข้อมูลไปใช้ในการประมวลผล (เช่น การ
ให้Learning Star หรือสรุปสถิติ)
v. เมื่อมีผู้ลงทะเบียนผ่านลิงก์ดังกล่าวสำเร็จ ผู้แชร์ต้องได้รับ
Learning Star ตามเงื่อนไขที่กำหนด
c. ผู้เรียนสามารถกดแสดงความพึงพอใจ (Like)
d. มี Icon แสดง Rating ของบทเรียน
9

e. กรณี ที่ผู้เรียนกดดูรายละเอียด Course Overview ต้องแสดง
รายละเอียดเช่น ชื่อหลักสูตร/คำอธิบาย/วัตถุประสงค์/ระยะเวลา/
ระดับความยาก/เงื่อนไขผ่าน/โครงสร้างบทเรียน
f. มีปุ่ม “ลงทะเบียน” “เริ่มเรียน” และรองรับการกลับหน้าหลักได้
ชัดเจน
g. เมื่อผู้เรียนเรียนจบหลักสูตรต้องได้รับ GPF Point และ Learning
Star ตามเงื่อนไขที่กำหนด
(ข) สื่อการเรียนรู้ในแต่ละบทเรียน (Courseware)
a. ในแต่ละหลักสูตรสามารถมีได้มากกว่า 1 บทเรียนและต้องรองรับ
เนื้อหาหลากหลายรูปแบบ เช่น
i. ประเภท Video ที่จัดอยู่ในรูปแบบ mp4, Motion Graphic, 3D
Animation
ii. ประเภท Audio ที่จัดอยู่ในรูปแบบ mp3
iii. ประเภท SCROM 1.2 ขึ้นไป
iv. ประเภท External Video ที่จัดอยู่ในรูปแบบ YouTube
v. ประเภท Document ที่จัดอยู่ในรูปแบบเอกสาร PDF, Image หรือ
Document ที่เหมาะสมได้
vi. Interactive Content เช่น Quiz Interactive Gamification เช่น
เกมส์จับคู่ (Memory Game), เกมส์ลากข้อความ (Sorting), เกมส์
Drag & Drop
b. สามารถนำสื่อการเรียนรู้และเนื้อหาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น Weblink,
Zip File, เอกสารประกอบการเรียน (Document), แบบทดสอบก่อน
เรียน pre-test, แบบทดสอบหลังเรียน post-test, แบบสอบถามหรือ
แบบทดสอบระหว่างบทเรียน, แบบสอบถาม (Survey) ไปประกอบอยู่
ในหลักสูตรได้
c. รองรับระบบห้องเรียนออนไลน์ (Virtual Classroom) และสามารถ
เชื่อมต่อ (Integration) กับเครื่องมือประชุมออนไลน์ยอดนิยม เช่น
Zoom หรือ Microsoft Teams ได้
d. ต้องมี ปุ่ม “ถัดไป” “ก่อนหน้า” “กลับหน้าหลักสูตร” “ออกจาก
บทเรียน”
e. ระบบต้องมีฟังก์ชันการแนะนำหลักสูตร (Referral Share Link)
10

f. ผู้เรียนสามารถกดแสดงความพึงพอใจ (Like) ต่อเนื้อหาในแต่ละ
บทเรียนได้
g. รองรับระบบการให้คะแนนความพึงพอใจ หรือข้อเสนอแนะ (Rating
& Suggestions) จากผู้เรียนที่จบหลักสูตร
h. เมื่อผู้เรียนสำเร็จหลักสูตรตามเกณฑ์ที่กำหนด ระบบต้องส่งข้อมูลผล
การเรียนไปยังระบบ GPF Point ผ่าน API ที่ กบข. จัดเตรียมไว้ โดย
ระบบต้องมีกลไกตรวจสอบและดำเนินการดังนี้:
i. การแสดงสถานะและสาเหตุ (Status & Error Handling): ระบบ
ต้องแสดงสถานะการได้รับ GPF Point หรือระบุสาเหตุในกรณีที่ไม่ได้
รับ GPF Point ตามการตอบกลับ (Response) จากระบบ GPF
Point ให้ผู้เรียนทราบอย่างชัดเจน
ii. ระบบส่งข้อมูลซ้ำอัตโนมัติ (Automated Retry): ในกรณีที่การ
เชื่อมต่อขัดข้องหรือระบบปลายทางไม่ตอบสนอง ระบบต้องสามารถ
ส่งข้อมูลซ้ำตามรอบเวลาที่กำหนด (Retry Policy) เพื่อป้องกันข้อมูล
ตกหล่น
iii. รายงานการส่งข้อมูล (Integration Log): ผู้ดูแลระบบต้อง
สามารถตรวจสอบประวัติการรับ-ส่งข้อมูล Learning Star และ
สถานะความสำเร็จ (Success/Fail) ย้อนหลังได้ทุกรายการ"
i.เมื่อผู้เรียนเรียนจบบทเรียนหรือจบหลักสูตรจะได้รับ Learning star
ตามที่ตั้งค่าไว้
(ค) แผงควบคุมการเรียนรู้ในบทเรียน (Learning Control Panel)
a. สามารถปรับคุณภาพวิดีโอ (Auto/Manual)
b. สามารถปรับความเร็ววิดีโอ
c. สามารถเปิด–ปิดคำบรรยาย (Subtitle/Closed Caption) (ถ้ามี)
d. Bookmark ตำแหน่งที่ต้องการกลับมาดูอีกครั้ง
e. ระบบจำตำแหน่งล่าสุดอัตโนมัติ (Resume Last Position)
f. ระบบต้องมีฟังก์ชันควบคุมการรับชมวิดีโอ (Video Playback
Control) โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธิ์การลากแถบความ
คืบหน้า (Seek Bar) เพื่อข้ามเนื้อหาได้แยกตามรายหลักสูตร ดังนี้
i. รูปแบบจำกัดการข้าม (Locked Navigation): ผู้เรียนไม่สามารถลาก
แถบวิดีโอไปข้างหน้าได้จนกว่าจะรับชมเนื้อหาในส่วนนั้นจบ แต่
สามารถลากย้อนกลับไปชมเนื้อหาเดิมได้
11

ii. รูปแบบอิสระ (Free Navigation): ผู้เรียนสามารถลากแถบวิดีโอเพื่อ
รับชมเนื้อหาในส่วนใดก็ได้ตามความต้องการ"
(ง) แบบทดสอบ / การวัดผล (Assessment & Evaluation)
a. มีแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre – Test) แบบทดสอบหลังเรียน (Post –
Test) แบบทดสอบระหว่างบทเรียน (Test / Quiz) แบบฝึกหัด ตาม
เงื่อนไขของหลักสูตร หลากหลายรูปแบบ ดังนี้
i. คำถามแบบเลือกตอบ (MCQ)
ii. คำถามแบบจับคู่
iii. คำถามแบบลากและวาง (Drag & Drop)
iv. คำถามแบบตอบสั้น
b. มีระบบจัดการคลังคำถาม (Question Bank) แยกตามหลักสูตร/
บทเรียน
c. มีระบบแสดงผลคะแนนแบบทดสอบ แสดงผล “ผ่าน/ไม่ผ่าน” ทันที
พร้อม Feedback หลังทำแบบทดสอบ
d. กรณีที่ผู้เรียนตอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ระบบต้องให้ผู้เรียนสามารถ
ตอบคำถามใหม่ได้เพื่อให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยระบบต้องเก็บ
การตอบคำถามแต่ละครั้งของผู้เรียนได้หรือ Skip ได้หากไม่ผ่านเกณฑ์
เช่นแบบทดสอบก่อนเรียน (pre-test)
(จ) แบบสอบถามภายในบทเรียน (Survey)
a. ระบบสามารถให้สมาชิกผู้เรียนสามารถตอบแบบสอบถามหลังจบ
หลักสูตรหรือจบแต่ละบทเรียน (แล้วแต่เงื่อนไข)
b. สามารถตอบแบบสอบถามในรูปแบบของ Questionnaire หรือ Poll
โดยมี Form ต่างๆ เช่น Multiple Selection, NPS, Rating, Fill-in,
Dropdown, Textbox, Text Area ได้
(ฉ) ใบรับรอง/ วุฒิบัตร (Certification)
a. เมื่อสมาชิกเรียนครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดของแต่ละหลักสูตรแล้ว
ระบบจะเปิดให้สมาชิกสามารถดาวน์โหลดใบรับรอง/ วุฒิบัตร
(Certification) ได้ทั้งบน Web และ Mobile Application
b. ระบบต้องรองรับไฟล์วุฒิบัตรในรูปแบบ PDF, e-Certificate Link
(URL) และไฟล์สกุลอื่นตามความเหมาะสมได้
12

c. ระบบต้องสามารถเก็บประวัติการ Download ใบรับรอง/ วุฒิบัตร
(Certification) ของผู้ที่โหลดผ่านระบบได้
d. ผู้เรียนสามารถดาวน์โหลดใบรับรอง/ วุฒิบัตร (Certification)
ย้อนหลังได้่ผ่านหลักสูตรนั้นๆ และผ่านเมนูหลักสูตรของฉัน (My
Courses)
(ช) การแนะนำหลักสูตรต่อเนื่องหลังเรียนจบ (Post-Course
Recommendation)
a. ระบบสามารถเก็บบันทึก ประมวลผล วิเคราะห์ได้ว่าสมาชิกแต่ละราย
ควรเรียนหลักสูตรใดต่อ และ/หรือปรับ Learning Path รวมถึง
นำเสนอหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกแต่ละรายให้เหมาะ โดยระบบ
คัดกรองหลักสูตรที่เรียนแล้ว และหลักสูตรที่ยังไม่ได้เรียน แยกออก
จากกัน โดยระบบจะต้องไม่แนะนำหลักสูตรที่ลงทะเบียนแล้ว กำลัง
เรียน หรือ เรียนจบแล้ว ในเมนูหลักสูตรที่เหมาะกับคุณอีก
b. ระบบสามารถบันทึกสถานะการเรียนต่างๆ อาทิ เริ่ม หยุด เรียนจบ
เลิกเรียน เวลาเรียน (time-on-content) เพื่อใช้กับแจ้งเตือนและการ
แนะนำเส้นทางถัดไป
c. กลไกการแสดงผลหลักสูตรสำรอง (Fallback Mechanism) : ในกรณี
ที่ระบบไม่สามารถดึงข้อมูลพฤติกรรม (Behavior) หรือข้อมูลความ
สนใจจากแบบสอบถามได้ หรือข้อมูลที่มีไม่เพียงพอต่อการประมวลผล
รายบุคคล ระบบต้องสามารถแสดงผลหลักสูตรทดแทนตามเงื่อนไข
พื้นฐาน (Default Rules) ที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้ได้ อาทิ หลักสูตร
ยอดนิยม (Trending) หรือหลักสูตรพื้นฐาน เพื่อให้หน้าจอแสดงผลมี
ความสมบูรณ์และต่อเนื่องตลอดเวลา
4.3.1.4 เมนูการค้นหาหลักสูตร (Advanced Search & Intelligent Filter)
(1.) ระบบการสืบค้นข้อมูลอัจฉริยะ (AI-Powered & Semantic Search):
ระบบต้องรองรับการค้นหาที่เข้าใจความหมายและบริบท ไม่จำกัดเพียง
การจับคู่คำ (Keyword Matching) โดยมีคุณสมบัติดังนี้
a. Full text & Metadata Search: เช่นสามารถสืบค้นได้จากชื่อ
หลักสูตร, รายละเอียดเนื้อหา (Description) หรือคำสำคัญ
(Tags/Keywords)
13

b. Autosuggestion & Predictive Text: แสดงคำแนะนำคำ
ค้นหาหรือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องในขณะที่ผู้ใช้งานกำลังพิมพ์ (Real
time) เพื่อช่วยให้เข้าถึงเนื้อหาได้รวดเร็วขึ้น
c. Search History & Popular Searches: แ ส ด งราย ก าร ที่
ผู้เรียนเคยค้นหาล่าสุด และรายการคำค้นหายอดนิยมในระบบ
(ถ้ามี)
(2.) ระบบตัวกรองขั้นสูง (Multi-Dimensional Faceted Filter): รองรับ
การกรองข้อมูลแบบหลายมิติที่สามารถทำงานร่วมกันได้ (Cross-Filtering)
เพื่อตีวงขอบเขตผลลัพธ์ให้แคบลง ประกอบด้วย:
a. สถานะการเรียน (Learning Status): ทั้งหมด, ยังไม่เริ่ม, กำลัง
เรียน, เรียนจบแล้ว
b. หมวดหมู่เนื้อหา (Content Taxonomy): กรองตามกลุ่ม
หลักสูตร, ทักษะ (Skills), หรือระดับความยากง่าย (Difficulty
Level)
c. คุณลักษณะหลักสูตร (Course Attributes): ความยาวของ
เนื้อหา (Duration), ประเภทสื่อ (Video/Quiz/Article), หรือ
หน่วยกิต/ Learning Star
d. ตัวกรองอัจฉริยะ (Smart Filter): เช่น “หลักสูตรที่แนะนำ
ส ำ ห รั บ คุ ณ (Recommended for You / Personalized
Courses)”
(3.)กลไกการประมวลผลและแสดงผล (Processing & UI Persistence):
a. สมาชิกสามารถใช้การพิมพ์ค้นหา (Free Text) ร่วมกับการเลือก
ตัวกรอง (Dropdown/Checkbox) พร้อมกันได้
b. เมื่อผู้ใช้งานสลับรูปแบบการแสดงผลระหว่าง Catalog View
และ Learning Path Visualization ระบบต้องรักษาค่าการ
ค้นหาและตัวกรองที่เลือกค้างไว้ (State Management) โดยไม่รี
เซ็ตข้อมูล
c. มีปุ่ม “ล้างตัวกรองทั้งหมด (Clear All Filters)” เพื่อกลับสู่ค่า
เริ่มต้นอย่างรวดเร็ว
(4.)การจัดเรียงและคัดกรองผลลัพธ์ (Sorting & Relevance):
a. ระบบต้องมีอัลกอริทึมการจัดเรียงผลลัพธ์ตาม “ความเกี่ยวข้อง
สูงสุด (Relevance Score)” เป็นค่าเริ่มต้น
14

b. รองรับการจัดเรียงเพิ่มเติม (Sorting Options) เช่น ใหม่ล่าสุด
(Newest), ยอดนิยม (Most Popular), และ ความคืบหน้าล่าสุด
(Last Accessed) เพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงบทเรียนที่ค้างอยู่ได้ทันที
4.3.1.5 เมนูหลักสูตรของฉัน (My Courses)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาช่องทางประวัติการเรียนรู้ของของฉัน
(1.) หลักสูตรที่เหมาะกับคุณ (Recommended for You)
a. ระบบสามารถแสดงหลักสูตรที่เหมาะสมตาม Segment หรือความ
สนใจของผู้เรียน และหลักสูตรที่แนะนำอย่างต่อเนื่องของผู้เรียนแต่ละ
คน (Personalized)
(2.) หลักสูตรที่กำลังเรียนอยู่ (In Progress)
a. แสดงหลักสูตรที่ลงทะเบียนแล้วแต่ยังไม่เริ่มเรียน และหลักสูตรที่
ผู้เรียนเริ่มเรียนแล้วแต่ยังไม่จบ พร้อมแสดง Progress Bar (% ความ
คืบหน้า)
b. มีปุ่ม “ดูรายละเอียด” และ “เรียนต่อ” เพื่อกลับไปยังบทเรียนล่าสุด
ทันที
(3.) หลักสูตรที่เรียนจบแล้ว (Completed)
a. แสดงหลักสูตรแสดงหลักสูตรที่ผู้เรียนสำเร็จครบตามเกณฑ์พร้อม
แสดงสถานะ Completed พร้อม Badge หรือ Achievement
(4.) ใบรับรอง/ วุฒิบัตร (Certification)
a. แสดงเฉพาะหลักสูตรที่มีใบรับรอง/ วุฒิบัตร (Certification) พร้อมมี
ปุ่ม Download Certificate และสามารถกดดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่อง
b. รองรับการแสดงใบรับรองแบบ Digital Card ภายในระบบ
4.3.1.6 เมนูปฏิทินกิจกรรม (Event Calendar Integration)
(1.)ระบบต้องแสดงรายการกิจกรรมทั้งหมดของ กบข. ในรูปแบบปฏิทิน
(Calendar View) โดยดึงข้อมูลจากปฏิทินกิจกรรม กบข. (ภายนอก) เข้ามา
แสดงภายใต้เมนูนี้ (In-App Browser)
(2.)แสดงกิจกรรมทั้งหมดของ กบข. ในรูปแบบรายเดือน (Monthly View)
ตามปฏิทินกิจกรรม
15

(3.)ระบบต้องมีลิ้งค์เชื่อมโยงปฏิทินกิจกรรม กบข. เพื่อผู้เรียนสามารถคลิก
รายละเอียดกิจกรรมเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
(4.)ต้องแสดงข้อความแจ้งเตือน (Confirmation Message) ก่อนออกจาก
ระบบ ดังนี้ “ดำเนินการต่อ” “ยกเลิก”
(5.)ระบบต้องรองรับการเชื่อมต่อกับระบบปฏิทินกิจกรรมหลักขององค์กร และ
การเชื่อมต่อข้อมูลกิจกรรมระหว่างระบบหลัก (Web Portal) และ Mobile
Application ต้องเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน และอัปเดตตรงกันแบบอัตโนมัติโดย
ผ่านช่องทางที่ทาง กบข. จัดเตรียมไว้ให้
4.3.1.7 เมนูการแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ (Intelligent Notification Center)
(1.)ผู้รับจ้างต้องออกแบบ, นำสนอและพัฒนาระบบแสดงอันดับผู้เรียนเพื่อ
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เพิ่มแรงจูงใจเชิงบวก โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
a. แจ้งเตือนเมื่อมีบทเรียนใหม่ หรือมีเนื้อหาเพิ่มเติมภายในหลักสูตร
b. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนหยุดเรียนเกินระยะเวลาที่กำหนด (Learning
Reminder) เช่น คอร์สค้างเรียนไม่จบแจ้งเดือนละครั้ง หรือหายไปจาก
ระบบนานเกิน 6 เดือน
c. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนเมื่อมีกิจกรรมอบรมสัมมนา และการแจ้งเตือน
ข่าวสารประชาสัมพันธ์อื่นๆ
d. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนได้รับ Badge, Learning star สะสม หรือปลดล็
อกใบรับรอง (Certification Ready)
(2.)ระบบต้องแสดงสัญลักษณ์ที่เมนูการแจ้งเตือน (Notification Icon) บน
หน้า Home
(3.) เมื่อมีการแจ้งเตือนใหม่ ระบบต้องแสดงตัวเลขกำกับหรือ Badge แจ้ง
เตือน (Notification Badge) เพื่อให้ผู้เรียนรับทราบทันที และสามารถดู
รายการแจ้งเตือนทั้งหมดย้อนหลังได้ ตรวจสอบสถานะการแจ้งเตือน (อ่าน
แล้ว/ยังไม่อ่าน)
(4.)สามารถเข้าถึงบทเรียนหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องผ่านลิงก์จากข้อความแจ้ง
เตือนได้ทันที
(5.)รองรับการแจ้งเตือนตาม Segment หรือ Personalization (ในกรณีตั้ง
ค่า)
16

(6.)ระบบต้องรองรับการส่งแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานผ่าน My GPF App โดย
เชื่อมต่อผ่าน API ที่ กบข. จัดเตรียมไว้
4.3.1.8 เมนูจัดอันดับผู้เรียน (Ranking System / Leaderboard)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบ นำสนอ และพัฒนาระบบแสดงอันดับผู้เรียนเพื่อส่งเสริม
ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร เรี ย น รู้ เพิ่ ม แ ร ง จู ง ใ จ เชิ ง บ ว ก โ ด ย
อย่างน้อยต้องครอบคลุมดังนี้
(1.) หน้าจอแสดงข้อมูล Learning Star ของผู้เรียนแต่ละบุคคล
a. แสดง Learning Star รวมทั้งหมด
b. แสดง Learning Star แยกตามประเภทกิจกรรม เช่น จากเข้าเรียน,
จากการแชร์ จากแบบสอบถามทั่วไป
c. รายละเอียดหรือประวัติการได้รับ Learning Star ในแต่ละรายการ
d. ข้อมูล Achievement หรือ Badge ที่ผู้เรียนได้รับ
(2.) หน้าจอแสดงอันดับผู้เรียนทั้งหมด
a. ระบบต้องรองรับการจัดอันดับผู้เรียนตาม Learning Star รวมทั้งหมด
b. ระบบต้องรองรับการจัดอันดับผู้เรียนตามกลุ่มหลักสูตร/หมวดหมู่
หลักสูตร (Program/Category)
c. แ ส ด ง อั น ดั บ ผู้ เรี ย น ที่ มี Learning Star ส ะ ส ม สู ง สุ ด 1 0
อันดับแรกต้องแสดงข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่ ลำดับ และ Learning Star
ร ว ม ข อ ง ผู้ เ รี ย น ใ น แ ต่ ล ะ อั น ดั บ
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเห็นข้อมูลและเปรียบเทียบกับของตนเองได้
d. มีสั ญ ลั ก ษ ณ์ พิ เศ ษ เช่ น B a d g e / M e d a l / Ic o n
สำหรับผู้ที่อยู่ในอันดับสูงตามเงื่อนไขที่กำหนด
e. อันดับของผู้เรียนในปัจจุบัน แม้ผู้ใช้งานจะไม่อยู่ใน 10 อันดับแรก
f. Time-based Ranking: สามารถเลือกดูอันดับแบบ รายสัปดาห์
(Weekly), รายเดือน (Monthly) หรือ All Time เป็นต้น
(3.)การแสดงผลการเปลี่ยนแปลงอันดับระบบต้องแสดงผลที่ทำให้ผู้เรียนเห็นไ
ด้ ว่ า อั น ดั บ ข อ ง ต น เ พิ่ ม ขึ้ น ล ด ล ง ห รื อ ค ง ที่
เมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้าโดยสามารถแสดงผลในรูปแบบข้อความ สัญลักษณ์
ลูกศร หรือเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ออกแบบ
(4.)การแจ้งเตือนเมื่อได้รับ Learning Star:
17

ระ บ บ ต้ อ งรอ งรับ ก ารแ จ้งเตื อ น แ บ บ P o p -up ห รือ Notification
ส ำห รับ เห ตุ ก ารณ์ ส ำคั ญ เช่ น ได้ รับ Learning Star ได้รับ รางวั ล
หรืออันดับมีการเปลี่ยนแปลง และสามารถดูข้อมูลของ Learning Star
ที่ได้รับผ่าน เมนูการแจ้งเตือนได้
4.3.1.9 เมนูแลกจาก Learning star เป็น GPF Point
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาส่วนแสดงผลสำหรับผู้เรียน (Learner) เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยน
Learning Star เป็น GPF Point โดยมีรายละเอียดดังนี้
(1) ระบบต้องแสดงจำนวน Learning Star ปัจจุบันของผู้ใช้งาน
(2) มีเมนูหรือปุ่มทางลัดเพื่อเข้าสู่หน้า “แลก Learning Star สะสม”
(3) ระบบต้องแสดงรายการรอบการแลกเปลี่ยน (Campaign) ที่อยู่ใน
สถานะ Active และอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด
(4) แสดงตัวเลือกการแลก Learning Star ในรูปแบบ Dropdown หรือ
Selection Cards ตามที่แอดมินกำหนดไว้ในระบบหลังบ้าน (เช่น 100 LS
แลกได้10 GPF Point / 500 LS แลกได้60 GPF Point )
(5) มีคำอธิบายเงื่อนไขการแลก (Terms & Conditions) หรือหมายเหตุ
ประกอบในแต่ละรอบ
(6) ระบบต้องตรวจสอบ Learning Star คงเหลือเพียงพอต่อแพ็กเกจที่
เลือก
(7) ระบบต้องแสดงสถานะหรือข้อมูลในการทำรายการให้ผู้เรียนทราบ เช่น
สำเร็จ, ไม่สำเร็จ, จำนวน GPF Point ที่ได้รับ หรือสาเหตุที่ไม่ได้รับ GPF
Point จากการแลกเปลี่ยนระหว่าง API ของ GPF Point
(8) มีหน้าจอแสดงประวัติการแลก Learning Star ส่วนตัว เช่นระบุ วันที่
เวลา, จำนวน Learning Star ที่แลก, และสถานะการโอน Learning Star ไป
ยัง GPF Point
(9) ในขณะที่ระบบกำลังรอผลตอบกลับจาก API ของ กบข. ต้องมีการแสดง
Loading Indicator (เช่น วงล้อหมุน) เพื่อป้องกันผู้ใช้งานกดปุ่มซ้ำ (Double
Click)
(10) หาก API ขัดข้อง หรือการแลกไม่สำเร็จ ระบบต้องแสดงข้อความแนะนำ
ที่เข้าใจง่าย เช่น “ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อได้ในขณะนี้ กรุณาลองใหม่
ภายหลัง” แทนการโชว์ Error Code ทางเทคนิค
18

(11) ระบบจะต้องเชื่อมต่อและเรียกใช้งาน GPF Point ในการส่งข้อมูล
สำหรับการแลกหรือเปลี่ยนแปลง Learning Star เป็น GPFPoint โดย
กบข. จะจัดเตรียม
4.3.2 Back-end System (สำหรับผู้ดูแลระบบ/เจ้าหน้าที่ กบข.)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบ Back-end สำหรับรองรับการทำงานของทุก
โมดูลเพื่อสนับสนุนในระบบ Front-end ให้มีความสามารถในการช่วยคิด วิเคราะห์
และเสนอแนะการดำเนินการแก่ผู้ดูแลระบบ (Admin) เพื่อให้การบริหารจัดการระบบมี
ความสะดวก รวดเร็ว ลดภาระงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ และต้อง
สอดคล้องกับนโยบาย/มาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ กบข. ทั้งนี้
อย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะและขอบเขตงานดังต่อไปนี้
4.3.2.1 เมนูบริหารจัดการผู้ใช้งานและการจัดการสิทธิ์การเข้าถึง (User
Management System)
(1)ระบบบริหารจัดการการเข้าใช้งานของผู้เรียน (สมาชิก กบข.) และการ
รักษาความปลอดภัย (Identity & Access Management)
(1.1) การยืนยันตัวตน: ระบบต้องรองรับการรับและตรวจสอบสิทธิ์ผ่าน
Param Token จากระบบต้นทางของ กบข. ได้แก่ My GPF App, My
GPF Web และช่องทางอื่นๆ ที่กำหนด เพื่อยืนยันความถูกต้องและสิทธิ์ใน
การเข้าใช้งาน (Authentication & Authorization)
a.Token ต้องมีการ Encrypt / Decrypt เป็นไปตามมาตรฐานที่
กบข. กำหนด
b.Token มีการระบุเวลา Token หมดอายุ (Token Expired)
c.Token มีการส่งข้อมูลที่จำเป็นเพื่อใช้ในระบบ E-Learning ตามที่
ได้กำหนดร่วมกันกับ กบข.
d.การล้างข้อมูล Token เมื่อผู้ใช้งานทำการออกจากระบบ
(Logout) หรือเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวเกินระยะเวลาที่กำหนด
(Inactivity Timeout)
(1.2) การบันทึกเหตุการณ์และกิจกรรม (Audit Logging & Channel
Tracking): ระบบต้องบันทึกประวัติการเข้าใช้งานและเหตุการณ์สำคัญ
อย่างละเอียด (Audit Logs) เพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนหลัง ได้แก่:
a.วัน เวลา และหมายเลขไอพี (IP Address) ของการเข้าสู่ระบบ
19

b.ประวัติความสำเร็จและล้มเหลวในการเข้าใช้งาน (Login/Logout
& Failed Attempts)
c. ประวัติช่องทางการเข้าใช้งาน (Channel Tracking) เช่น เข้าผ่าน
App, Web หรือ Line OA
d.เก็บประวัติ OS, Web Browser ที่เข้าใช้งาน เช่น Android หรือ
iOS, Version ข อ ง OS, ป ร ะ เภ ท ห รื อ Version ข อ ง Web
Browser
(2)ระบบจัดการ Disclaimer และหลักฐานตรวจสอบย้อนหลัง
2.1 ระบบต้องรองรับการจัดการ Disclaimer แบบกำหนด Version และ
Effective Date การ เพิ่ม/แก้ไข/ตั้งค่า เผยแพร่
2.2 ระบบต้องบันทึกการกดรับทราบของ Disclaimer ของผู้ใช้งาน โดย
อย่างน้อยต้องประกอบด้วย เวอร์ชั่น Disclaimer, วันเวลาและช่องทาง
การใช้งาน, ข้อมูลประกอบการตรวจสอบย้อนหลังตามความเหมาะสม
(3)ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งานของเจ้าหน้าที่ กบข. (User & Role
Management)
3.1 การยืนยันตัวตนเจ้าหน้าที่ (Admin Authentication): ระบบต้อง
รองรับการเข้าใช้งาน (Login) ของเจ้าหน้าที่ กบข. ผ่านระบบ Active
Directory (AD) หรือระบบ Single Sign-On (SSO) ของ กบข. เป็น
หลัก เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของ
กบข.
3.2 การกำหนดบทบาทตามสิทธิ์การใช้งาน (Role-Based Access
Control: RBAC): ระบบต้องรองรับการบริหารจัดการสิทธิ์แบบลำดับชั้น
โดยแอดมินผู้ดูแลระบบ (Super Admin) สามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง
แยกตามรายเมนูหรือรายฟังก์ชันงานได้ โดยมีบทบาทมาตรฐานขั้นต่ำ
ดังนี้:
a. แอดมินผู้ดูแลระบบ (Super Admin): ได้รับสิทธิ์สูงสุดในการ
บริหารจัดการระบบทั้งหมดเช่น การจัดการโครงสร้างหลักสูตร,
บทเรียน, สื่อมัลติมีเดีย, การจัดการคลังข้อสอบและวุฒิบัตร, การ
ตั้งค่า Segment และเงื่อนไขการแนะนำหลักสูตร (Smart Rule)
รวมถึงการบริหารจัดการสิทธิ์ของผู้ใช้งานรายอื่นในระบบ
20

b. เจ้าหน้าที่บริหารจัดการเนื้อหา (Content Creator/Editor):
สามารถจัดการเฉพาะส่วนเนื้อหาหลักสูตรและสื่อประชาสัมพันธ์
ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์จัดการระบบหลังบ้านเชิงโครงสร้าง
c. ผู้ตรวจสอบและดึงรายงาน (Report Viewer/Auditor): มีสิทธิ์
ในการเข้าถึงและเรียกดูรายงาน (Dashboard), การส่งออกข้อมูล
(Export) และการตรวจสอบประวัติกิจกรรม (Activity Log) ทั้งใน
ระดับ รายบุคคลและภ าพรวม แต่ไม่สามารถแก้ไขหรือ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ในระบบได้
d. ผู้บริหาร (Executive Viewer) สิทธิ์ในการเข้าถึงและเรียกดู
รายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard) แต่ไม่สามารถแก้ไขหรือ
เปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ในระบบได้
4.3.2.2 ระบบเมนูแบบสอบถามความสนใจและการจัด Segment (Interest
Survey & Content Matching)
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาโมดูล Back-end เพื่อบริหารจัดการ “แบบสอบถามความ
สนใจ” และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
(1.) รองรับการสร้างและจัดการแบบสอบถามความสนใจได้ (หัวข้อ/
คำอธิบาย/หมวดคำถาม/ตัวเลือก) ได้ไม่จำกัดจำนวนชุด
(2.) ระบบต้องรองรับการคัดลอก (Duplicate) แบบสอบถามเดิมเพื่อใช้เป็น
ต้นแบบ (Template) ในการสร้างแบบสอบถามใหม่ได้อย่างสะดวกและ
รวดเร็ว
(3.) ระบบต้องรองรับการกำหนดสถานะเปิด-ปิดใช้งาน (Active/Inactive)
และสามารถตั้งค่าวันที่มีผลลัพธ์หรือวันหมดอายุของเนื้อหา (Effective &
Expiry Date) ล่วงหน้าได้แบบอัตโนมัติของแต่ละชุดแบบสอบถามความสนใจ
ได้
(4.) สามารถตั้งค่าเงื่อนไขการแสดงผล (ทุกคน/เฉพาะกลุ่ม/ครั้งแรก/ตาม
รอบเวลา)
(5.) ออกรายงาน Export ข้อมูลแบบสอบถาม Admin ต้องสามารถดึง
ข้อมูลแบบสอบถามออกได้ในรูปแบบไฟล์ (เช่น Excel / CSV) พร้อมตัว
กรอง ตามที่กำหนด และรองรับการกรองช่วงเวลา/กลุ่มผู้ใช้/เวอร์ชัน
แบบสอบถาม
21

(6.) ระบบต้องสามารถออกรายงานสรุปผลการตอบแบบสอบถาม
รายบุคคลและภาพรวมแต่ละแบบสอบถามความสนใจ พร้อมรองรับการ
ส่งออกข้อมูล (Export) ในรูปแบบไฟล์ Excel หรือ CSV ได้
(7.) ระบบต้องสามารถวิเคราะห์ผลแบบสอบถามความสนใจร่วมกับ
พฤติกรรมการเรียนและข้อมูลประชากร (Demographic) เพื่อจัดกลุ่ม
สมาชิก (User Segmentation) และนำเสนอหลักสูตรเส้นทางการเรียน
ถัดไปให้ตรงตามลักษณะบุคคล (Persona) หรือพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกัน
ได้แก่สมาชิกได้
4.3.2.3 ระบบบริหารจัดการแบบสอบถามทั่วไป
(1) ร ะ บ บ ต้ อ ง ร อ ง รั บ ก า ร ส ร้ า ง แ ก้ ไ ข ล บ
และกำหนดรายละเอียดแบบสอบถามทั่วไปได้
(2) ระบบต้องรองรับการกำหนดกลุ่มเป้าห มายของแบบสอบถาม
เพื่อใช้ควบคุมการแสดงผลแบบ Pop-up และ Notification
(3) ร ะ บ บ ต้ อ ง ร อ ง รั บ ก า ร ก ำ ห น ด ช่ ว ง วั น เ ว ล า เ ริ่ ม ต้ น –
สิ้นสุดของการตอบแบบสอบถาม
(4) ระบ บ ต้ อ งรอ งรับ ก ารก ำห น ด เงื่อ น ไข ก ารให้ Le arn in g Star
เมื่อผู้ใช้งานทำแบบสอบถามสำเร็จ
(5) ร ะ บ บ ต้ อ ง ป้ อ ง กั น ก า ร ไ ด้ รั บ Learning Star
ซ้ำจากแบบสอบถามเดียวกันตาม เงื่อนไขที่กำหนด
(6) รองรับการบันทึกประวัติการทำแบบสอบถามและการได้รับ Learning Star
เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง
(7) ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบผลการตอบแบบสอบถาม รายชื่อผู้ตอบ
และ ข้อมูลการได้รับ Learning Star ได้
(8) ต้องมี Log สำหรับการสร้าง แก้ไข การตอบแบบสอบถาม และการให้
Learning Star เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้
4.3.2.4 ระบบบริหารจัดการหน้าหลัก Home และ Highlight Banner
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ Back-end สำหรับบริหาร
จัดการองค์ประกอบหน้า Home/Main Page ของระบบ Front-end เพื่อให้
22

ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดการแสดงผลหน้าแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้
อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1)ส่วนแสดงแบนเนอร์ไฮไลต์ (Highlight Banner)
(1.) ต้องมีเมนูจัดการหน้า Home และบันทึก Highlight Banner เพื่อให้
Front-end แสดงผล
(2.) แอดมินผู้ดูแลระบบต้องสามารถสร้าง แก้ไข ลบ และจัดลำดับการ
แสดงผลของ Banner/Highlight Banner บนหน้า Home
(3.) ระบบต้องรองรับการจัดเก็บไฟล์ภาพแบนเนอร์บน Azure Storage
ของ กบข. เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ CDN ในการเพิ่มประสิทธิภาพการ
แสดงผลและรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก โดยระบบต้องมีส่วน
การตั้งค่า (Configuration) เพื่อกำหนดเส้นทาง (Path) ไปยัง CDN ของ
กบข. ได้โดยตรง
(4.) ระบบต้องรองรับการกำหนดรายละเอียด Banner เช่น
a. ชื่อ Banner/หัวข้อประชาสัมพันธ์
b. ลิงก์ปลายทาง (Deep Link) ไปยังหลักสูตร บทเรียน ข่าวสาร
หรือกิจกรรม
c. ข้อความ Call-to-Action เช่น “เริ่มเรียน”, “ดูรายละเอียด” หรือ
เทียบเท่า
d. ประเภท Banner เช่น Banner แนะนำหลักสูตร, Banner ข่าว
ประชาสัมพันธ์, Banner แคมเปญพิเศษ
(5.) ต้องสามารถกำหนดเงื่อนไขการแสดงผล เช่น
a. แสดงครั้งแรกเท่านั้น / แสดงทุกครั้ง / แสดงตามรอบเวลา
b. จำกัดจำนวนครั้งต่อผู้ใช้ (Frequency Capping) เพื่อไม่รบกวน
ผู้ใช้งาน
c. เงื่อนไขตามพฤติกรรม เช่น “หายไป X วัน”, “กำลังเรียนคอร์ส
A”, “เรียนใกล้จบ”
(6.) ระบบต้องรองรับการกำหนด Banner หรือ Pop-up ที่แสดงแบบ
เฉพาะกลุ่ม (Segment-based) หรือแบบรายบุคคล (Personalized) ตาม
ข้อมูลผู้เรียน
(7.) ระบบต้องมี โหมดแสดงผลก่อนเผยแพร่ (Preview as Web/Mobile)
และมีการตั้งเวลาเผยแพร่/ยุติการแสดงผล (Scheduling)
23

(8.) บันทึกเวอร์ชันการเปลี่ยนแปลง (Version History) และสามารถ
ย้อนกลับ (Rollback) ได้ (ถ้ามี)
(9.) ต้องมีการบันทึก Audit Log ทุกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า
ใครเป็นผู้แก้ไข แก้ไขเมื่อใด เปลี่ยนแปลงรายละเอียดใด
(10.) เมื่อแอดมินเผยแพร่ Banner ประเภทข่าวสาร/แคมเปญ ระบบต้อง
สามารถเลือกได้ว่าจะ “ส่ง Notification” ไปยังผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพร้อม
กันหรือไม่
(11.) ระบบต้องรองรับ Deep Link จาก Notification ไปยัง Banner/
คอร์ส/กิจกรรมเดียวกัน เพื่อให้ flow ต่อเนื่อง
(2)ส่วนแสดงหลักสูตร (Course Display)
Back-End ต้องรองรับการจัดการหลักสูตร หมวดหมู่หลักสูตร และ
Learning Path แบบครบวงจร
(1.) ระบบต้องรองรับการจัดเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Path) และ
รองรับการแสดงผลในรูปแบบ Catalog และ Visualization ตาม Front
end ในการสร้างเส้นทางการเรียนแบบ Roadmap และตั้งค่า Adaptive
Learning ตามผลการเรียน
(2.) ระบบต้องรองรับการสร้าง หมวดหมูหลักสูตร ต้องรองรับการกำหนด
หมวดหมู่หลักสูตร (Category Listing) เพิ่ม/แก้ไข/ปิดใช้งานหมวดหมู่
พร้อมกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไข เพื่อแสดงผลในส่วน หลักสูตรที่
เหมาะกับคุณ และ แสดงหลักสูตรทั้งหมดแยกตามหมวดหมู่หลักสูตร เพื่อ
แสดงบนหน้า Home
(3.) ระบบจะต้องสามารถแนะนำหลักสูตรหลายรูปแบบ: ตามช่วงอายุ/
พฤติกรรม/ความสนใจ/segment หรือ Personal Recommendation
(4.) รองรับ Personalized Recommend แบ บ มี เห ตุผลเชิงข้อมู ล
(Explainable recommendation แบบง่าย ๆ) เช่น “แนะนำเพราะคุณ
สนใจ…/เรียนคอร์ส…แล้ว”
(5.) กำหนด metadata ของหมวด (คำอธิบาย/ภาพไอคอน/สีตาม CI)
สะท้อนข้อมูลในหน้าทั้งหมดที่ใช้ใน Front-End
4.3.2.5 ระบบจัดการหลักสูตร (Course Management)
24

ผู้รับจ้างต้องดำเนินการพัฒนาเครื่องมือบริหารหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพ ระบบต้องรองรับ การสร้างและจัดการหลักสูตรทั้งหมดที่ใช้ใน Front-End ดังนี้

  1. หน้าจอแสดงหลักสูตร (Course Display)
    (1.) ระบบต้องรองรับการสร้าง/แก้ไข/เผยแพร่หลักสูตร โดยอย่างน้อยต้องมี
    ข้อมูลหลักสูตร ดังนี้ ชื่อหลักสูตร รหัสหลักสูตร วัตถุประสงค์และ
    คำอธิบายวิชา กำหนดโครงสร้างบทเรียน กำหนดจำนวนบทเรียน (Lesson
    Modules) ระยะเวลา ระดับความยาก กำหนดกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
    Segment ใบรับรอง/วุฒิบัตร(มี/ไม่มี) และเงื่อนไขผ่านหลักสูตร
    (2.) รองรับตั้งค่าอื่น ๆ ได้แก่ การเรียนตามลำดับหรือเรียนแบบเปิดทั้งหมด มี
    การตรวจสอบผู้เรียนกรณีไม่อยู่หน้าจอ
    (3.) กำหนดหมวดหมู่หลักสูตร (Category Listing) เพื่อแสดงบนหน้า Home
    เช่น เช่น Podcast, การเงินการลงทุน, แผนการลงทุน, การพัฒนาตนเอง
    และหมวดอื่น ๆ ที่กำหนด
    (4.) ระบบต้องรองรับการกำหนด GPF Point โดยส่งข้อมูล API ไปยัง GPF
    Point
    (5.) ระบบต้องรองรับการสร้างลิ้งค์เพื่อส่งต่อ/แชร์ลิงค์หลักสูตรไปยัง social
    media ของบุคคลอื่นที่เป็นสมาชิก กบข. ได้ (กบข.เป็นผู้จัดเตรียมลิ้งค์)
    (6.) ระบบต้องสามารถกำหนด Leaning Star สำหรับการแชร์ลิ้งค์ได้
    (7.) รองรับการกำหนดแบบทดสอบและแบบสอบถาม Pre-test, Post-test,
    Test, หรือ Quiz และเงื่อนไข/หลักเกณฑ์การสอบผ่าน
    (8.) การกำหนดสถานะหลักสูตร (Active/Inactive) ได้แก่ กำหนดช่วงเวลา
    เปิด–ปิดวิชา ทั้งการกำหนดวัน และกำหนดเวลาได้
    (9.) ระบบต้องรองรับการจัดหมวดหมู่ แท็ก และป้ายกำกับ ของหลักสูตรบน
    หน้า Home และหน้ารายการหลักสูตร เช่น “ใหม่”, “ยอดนิยม”,
    “สำหรับคุณ”
    (10.) ระบบต้องรองรับการจัดเส้นทางการเรียนรู้ (Learning Path) และรองรับ
    การแสดงผลในรูปแบบ Catalog และ Visualization
    (11.) ระบบต้องรองรับการจัดการชุดข้อมูล หลักสูตรที่เหมาะกับคุณ
    (Recommended for You) ได้แก่ การแนะนำแบบ Segment (Rule-based
    baseline/Mass Segment) ห รื อ ก า ร แ น ะ น ำ แ บ บ Personalized
    Recommendation (ถ้ามีข้อมูลเพียงพอ)
    25

(12.) ระบบต้องรองรับการคัดกรองหลักสูตรตามสถานะผู้เรียน
(13.) มีระบบจัดการคลังหลังสูตร
(14.) ระบบต้องรองรับการบันทึกและคัดกรองหลักสูตรตามสถานะของผู้เรียน
เพื่อใช้แสดงผลในเมนู “หลักสูตรของฉัน (My Courses)” อย่างน้อยดังนี้
a. หลักสูตรที่แนะนำสำหรับผู้เรียน (Recommended for You)
b. หลักสูตรที่กำลังเรียน (In Progress) พร้อมความคืบหน้า
c. หลักสูตรที่เรียนจบแล้ว (Completed) และ
d. สถานะใบรับรอง (ถ้ามี)
(15.) รองรับการลงทะเบียนเรียน (Enrollment) และสถานะการเรียน (ยังไม่
เริ่ม/กำลังเรียน/เรียนจบ/เลิกเรียน)
2. ร ะ บ บ จั ด ก า ร บ ท เรี ย น /สื่ อ ก า ร เรี ย น รู้ (Lesson & Courseware
Management)
ระบบต้องรองรับการสร้างและจัดการสื่อการเรียนรู้ (Courseware) ที่ครอบคลุม
ทุกประเภทของเนื้อหาตาม Front-End ดังนี้
(1.) สามารถบันทึก สร้าง/แก้ไข/ลบ บทเรียนได้ โดยบันทึกข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ
วิชา รูปภาพหน้าปก คำอธิบายบทเรียน ชื่อผู้สอน ความยาวของเนื้อหาบทเรียน
(2.) สามารถนำเข้าบทเรียนประเภทต่าง ๆ ได้แก่ วิดีโอ, Interactive Content,
Quiz Interactive, Simulation, Gamification, Virtual Classroom แ ล ะ
รองรับมาตรฐาน SCORM 1.2 ขึ้นไป (และ xAPI/Tin Can ตามความเหมาะสม)
(3.) สามารถนำเข้าไฟล์เอกสารประกอบบทเรียน (Attach file) ได้หลายรูปแบบ
ทั้งข้อความ และมัลติมีเดียสกุลต่าง ๆ อาทิ รูปภาพ วิดีโอ เสียง pdf. เป็นต้น
(4.) กำหนดรูปแบบการเรียน เช่น Self-paced หรือ Sequential (เรียน
ตามลำดับ)
(5.) รองรับการจัดการสถานะบทเรียน (Active / Inactive / Locked)
(6.) รองรับ “Virtual Classroom integration hook” สำหรับอนาคต โดยมี
ลิ้งค์เชื่อมไปยัง Zoom/Teams เพื่อเข้าไปยังห้องเรียนได้
(7.) ระบบต้องรองรับการจัดเก็บไฟล์ภาพ / ไฟล์เอกสารประกอบบทเรียน / สื่อ
การเรือนรูป (VDO) ไว้บน Azure Storage ของ กบข. เพื่อเชื่อมต่อกับระบบ
CDN ในการเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลและรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกัน
จำนวนมาก โดยระบบต้องมีส่วนการตั้งค่า (Configuration) เพื่อกำหนดเส้นทาง
(Path) ไปยัง CDN ของ กบข. ได้โดยตรง
26

(8.) ร ะ บ บ ต้ อ ง ส า ม า ร ถ ก ำ ห น ด จ ำ น ว น Learning Star
สำหรับแต่ละบทเรียนหรือหลักสูตรได้
(9.) ระบบต้องตรวจสอบสถานะการเรียนสำเร็จก่อนให้Learning Star
(10.)ร ะ บ บ ต้ อ ง ป้ อ ง กั น ก า ร ไ ด้ รั บ Learning Star
ซ้ำจากบทเรียนเดียวกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
(11.)ระบบต้องบันทึกข้อมูลการเรียนสำเร็จและการได้รับ Learning Star
เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้
3. แผงควบคุมการเรียนรู้ในบทเรียน (Learning Control Panel)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบแผงควบคุมการเรียนรู้ในบทเรียน ดังนี้
(1.) สามารถปรับคุณภาพวิดีโอ (Auto/Manual)
(2.) สามารถปรับความเร็ววิดีโอ
(3.) สามารถเปิด–ปิดคำบรรยาย (Subtitle/Closed Caption) (ถ้ามี)
(4.) Bookmark ตำแหน่งที่ต้องการกลับมาดูอีกครั้ง
(5.) ระบบจำตำแหน่งล่าสุดอัตโนมัติ (Resume Last Position)
(6.) มีหน้าจอสำหรับดูเนื้อหาบทเรียนและความคืบในการเรียนรู้ได้
4. ระบบจัดการข้อสอบ (Quiz/Test Management)
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบจัดการข้อสอบที่รองรับการสร้างแบบทดสอบและการ
ประเมินผล โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
(1.) ระบบบสามารถกำหนดประเภทข้อสอบได้หลายรูปแบบ ได้แก่ Pre
Test - Post Test, Test, Quiz
(2.) สามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบคำถาม/ และจัดการตัวเลือกคำตอบได้
(3.) ระบบบสามารถกำหนดรูปแบบข้อสอบได้หลายรูปแบบด้วยเทคนิค
Interactive ได้แก่
a. แบบเลือกตอบ (Multiple Choice Question: MCQ)
b. แบบเติมคำ (Fill in the Blank)
c. แบบจับคู่ (Matching)
d. แบบลากโยงและวาง (Drag & Drop) และ
e. แบบคำตอบสั้น (Short Answer)
(4.) มีระบบจัดการคลังคำถาม (Question Bank) แยกตามหลักสูตร/บทเรียน
27

(5.) รองรับการจัดเก็บ (Archive) แบบทดสอบที่ไม่ใช้งานแล้ว และสามารถนำ
กลับมาใช้งานใหม่ได้เสมอ (Restore)
(6.) มีระบบสุ่มข้อสอบ (Randomization) และตัวเลือกคำตอบ
(7.) ระบบต้องรองรับการประกาศผลสอบในรูปแบบ “ผ่าน/ไม่ผ่าน”
โด ย ส าม ารถ ก ำห น ด ก ารแ ส ด งผ ล ได้ ได้ แ ก่ แ ส ด งเฉ พ าะ ส ถ าน ะ
แ ส ด งเฉ พ า ะ ค ะ แ น น แ บ บ ท ด ส อ บ ห รื อ แ ส ดง ได้ทั้ ง ส อ ง อ ย่ า ง
พร้อมรองรับการกำหนดการแสดงเฉลยคำตอบตามเงื่อนไขที่กำหนด
(8.) กรณีตอบผิด ต้องให้ทำซ้ำได้ไม่จำกัดจนถูก (ตามเกณฑ์)
(9.) ระบบต้องมีรายงานผลสอบเป็นรายบุคคลหรือรายงานภาพรวมของแต่ละ
หลักสูตร/กลุ่มหลักสูตร
(10.)สามารถลบแบบทดสอบ ที่ยังไม่ถูกใช้งาน และยังไม่มีผู้ทำแบบทดสอบได้
ถ้าหากมีผู้ทำแบบทดสอบแล้วจะต้องไม่สามารถลบได้
(11.)สามารถนำเข้ารายการของ Quiz/Test และข้อคำถามใน Quiz/Test ด้วย
การอัปโหลดไฟล์ excel ได้
(12.) สามารถกำหนดได้ว่าจะให้แสดงแบบทดสอบในหน้าใดก็ได้ เช่น Pop up
ในหน้าหลัก
5. ระบบจัดการแบบสอบถาม (Survey Management)
ระบบต้องออกแบบและจัดทำแบบสอบถามได้ทั้งแบบสอบถามความสนใจและ
แบบสอบถามทั่วไป ได้ดังนี้
(1.) สามารถเพิ่ม/แก้ไข/ลบคำถาม/ และจัดการตัวเลือกคำตอบได้
(2.) ระบบบสามารถกำหนดรูปแบบข้อสอบได้หลายรูปแบบ
a. แบบเลือกหลายคำตอบ (Multiple Choice Question)
b. แบบเลือกคำตอบเดียว (Single Choice Question)
c. แบบเติมคำ (Fill in the Blank)
d. แบบคำตอบสั้น (Short Answer)
(3.) รองรับการจัดเก็บ (Archive) แบบสอบถามที่ไม่ใช้งานแล้ว และสามารถนำ
กลับมาใช้งานใหม่ได้เสมอ (Restore)
(4.) ระบบต้องมีรายงานแบบสอบถามเป็นรายบุคคลหรือรายงานภาพรวมของ
แต่ละหลักสูตร/กลุ่มหลักสูตร
28

(5.) สามารถลบแบบสอบถามที่ยังไม่ถูกใช้งาน และยังไม่มีผู้ทำแบบสอบถามได้
ถ้าหากมีผู้ทำแบบสอบถามแล้วจะต้องไม่สามารถลบได้
(6.) สามารถนำเข้ารายการของแบบสอบถามและข้อคำถาม ด้วยการอัปโหลด
ไฟล์ excel ได้
(7.) ระบบสามารถให้สมาชิกผู้เรียนสามารถตอบแบบสอบถามก่อน, ระหว่าง
เรียนหรือหลังจบหลักสูตรหรือจบแต่ละบทเรียน (แล้วแต่เงื่อนไข)
(8.) การประเมินความพึงพอใจ (Satisfaction Rating) ระบบรองรับการให้
คะแนนความพึงพอใจในรูปแบบ Rating Scale เช่น 1–5 ดาว ประเมินด้านต่าง
ๆ ได้แก่ คุณภาพสื่อการสอน (วิดีโอ/เอกสาร) ความสะดวกในการใช้งานระบบ
ประสบการณ์การเรียนรู้โดยรวม
(9.) การรับข้อเสนอแนะ (Feedback & Suggestions) มีช่องสำหรับให้ผู้เรียน
พิมพ์ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมแบบปลายเปิด
(10.)ระบบสามารถสรุปผลในรูปแบบของ Dashboard, รายงาน และรวบรวม
ความคิดเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงหลักสูตรในอนาคต
6. ใบรับรอง/ วุฒิบัตร (Certification)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพํฒนาระบบให้รองรับการดาวน์โหลดใบรับรอง/ วุฒิบัตร
(Certification) ทั้งบน Web และ Mobile Application ดังนี้
(1.) ต้องสร้างแบบฟอร์มอย่างน้อย 3 แบบฟอร์ม เพื่อให้สามารถเลือกได้ ใน
ส่วนใบรับรอง/วุฒิบัตรต้องมีข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่ ชื่อผู้เรียน, ชื่อหลักสูตร,
วัน ที่ จ บ , Certificate ID ล าย เซ็ น ต์ ผู้ บิ ห าร/ผู้ อ นุ มั ติ แ ล ะ QR Code
Verification
(2.) สามารถตั้งเงื่อนไขออกใบรับรอง/วุฒิบัตร เช่น เมื่อเรียนครบหลักสูตร +
ผ่านการทำแบบทดสอบ/ test + ทำ evaluation ฯลฯ
(3.) รองรับไฟล์ PDF เป็นหลัก หรือ e-Certificate link (URL)
(4.) ระบบต้องเก็บประวัติใบรับรองในเมนู “เมนูหลักสูตรของฉัน (My
Courses) ในส่วนของใบรับรอง/ วุฒิ บัตร (Certification) และสามารถ
ตรวจสอบย้อนหลังได้
29

(5.) ระบบรองรับไฟล์รูปแบบ PDF (มาตรฐานหลัก) , e-Certificate Link
(URL) และไฟล์สกุลอื่นตามความเหมาะสมได้
7. ร ะบ บ ก า ร แ น ะ น ำ ห ลั ก สู ต ร ต่ อ เนื่ อ งห ลั งเรี ย น จ บ (Post-Course
Recommendation)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบระบบการแนะนำหลักสูตรต่อเนื่องหลังเรียนจบ (Post
Course Recommendation) ดังนี้
(1.) ระบบต้องบันทึกสถานะการเรียน: เริ่ม/หยุด/เรียนจบ/เลิกเรีย/เวลาเรียน
(time-on-content) เพื่อใช้กับแจ้งเตือนและการแนะนำเส้นทางถัดไป
(2.) ระบบต้องวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน โดยใช้ข้อมูลจากจาก Segment ข้อมูล
แบบสอบถาม พฤติกรรมผู้เรียน และสามารถเลือกหลักสูตรให้ตรงตาม
ความต้องการตามระดับความสามารถและพัฒนาการของผู้เรียนด้วย
(Personalized & Adaptive Learning) เช่น
a. ถ้าเรียนหมวดใกล้เกษียณ → แนะนำคอร์สวางแผนเกษียณ
b. ถ้าผู้เรียนทำได้ดี → แนะนำเนื้อหาที่ซับซ้อนมากขึ้น
c. ถ้าผู้เรียนยังไม่เข้าใจ → แนะนำหลักสูตรพื้นฐานเพิ่ม
(3.) ต้องมี fallback แบบ “แนะนำตามกลุ่ม/กติกาเริ่มต้น” หากไม่มีข้อมูล
แบบสอบถามหรือข้อมูลไม่เพียงพอ
(4.) เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดและปรับแก้เส้นทางการแนะนำได้
4.3.2.6 ระบบการจัดการเมนูปฎิทินกรรม
(1.) ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อและดึงข้อมูลกิจกรรมจากระบบปฏิทินกิจกรรม
หลักของ กบข. (External Event Calendar) ผ่าน API หรือวิธีการ
เชื่อมต่อที่องค์กรกำหนด
(2.) ระบบต้องรองรับการอัปเดตข้อมูลกิจกรรมอัตโนมัติ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
จากระบบปฏิทินหลัก เช่น การแก้ไขเวลา การยกเลิกกิจกรรม หรือการ
เปลี่ยนสถานที่
(3.) เมื่อผู้เรียนคลิกดูรายละเอียดกิจกรรม ระบบต้องจัดให้มีเชื่อมต่อกับปฎิทิน
กิจกรรมของ กบข. และต้องแสดงข้อความแจ้งเตือน (Confirmation
Message) ได้แก่ “ดำเนินการต่อ” “ยกเลิก” ก่อนออกจากระบบ
30

(4.) ระบบต้องสามารถเปิดลิงก์ไปยังหน้ากิจกรรมภายนอกในรูปแบบที่
เหมาะสม เช่น เปิดในแท็บใหม่ (New Tab) สำหรับ Web / เปิดผ่าน In
App Browser หรือ External Browser สำหรับ Mobile Application
(5.) ต้องมีระบบจัดการ Error และ Log สำหรับกรณีการเชื่อมต่อกับระบบ
ภายนอกไม่สำเร็จ เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
(6.) ระบบสามารถเก็บข้อมูลสถิติ เช่น จำนวนการเข้าชมกิจกรรม จำนวนการ
คลิกดูรายละเอียดกิจกรรม และข้อมูลดังกล่าวต้องสามารถนำไปใช้ร่วมกับ
ระบบรายงาน
4.3.2.7 ระบบบริหารจัดการเมนูข้อมูลการแจ้งเตือน (Notification Center)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบ Back-End สำหรับบริหารจัดการการแจ้ง
เตือน (Notification Center) โดยระบบต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการสร้าง
ควบคุม วิเคราะห์ และกระจายการแจ้งเตือน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
และการสื่อสารกับสมาชิก กบข. อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
(1.) ระบบต้องมี Notification Engine เป็นศูนย์กลางในการจัดการการแจ้ง
เตือนทุกประเภทของระบบ
(2.) ระบบต้องรองรับการแจ้งเตือนแบบ Pop-up ให้แก่ผู้เรียนในกรณีสำคัญ
ประเภทแจ้งเตือนขั้นต่ำ เช่น
a. แจ้งเตือนเมื่อมีบทเรียนใหม่ หรือมีเนื้อหาเพิ่มเติมภายในหลักสูตร
b. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนหยุดเรียนเกินระยะเวลาที่กำหนด (Learning
Reminder) เช่น คอร์สค้างเรียนไม่จบแจ้งเดือนละครั้ง หรือหายไปจาก
ระบบนานเกิน 6 เดือน
c. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนเมื่อมีกิจกรรมอบรมสัมมนา และการแจ้งเตือน
ข่าวสารประชาสัมพันธ์อื่นๆ
d. แจ้งเตือนเมื่อผู้เรียนได้รับ Learning star สะสม
(3.) ต้องรองรับการส่งแจ้งเตือนหลายช่องทาง (Multi-Channel Notification)
เช่น แจ้ง Notification ผ่านระบบ E-Learning, แจ้ง Notification ผ่าน
ระบบ My GPF App กบข. เป็นผู้จัดเตรียม API
(4.) ต้องมีหน้าจอสำหรับผู้ดูแลระบบ เพื่อ สร้าง / แก้ไข / ลบ ข้อความแจ้ง
เตือน
(5.) รองรับการกำหนดหัวข้อ ข้อความ เนื้อหา และ Deep Link ไปยังบทเรียน
หลักสูตร กิจกรรม หรือข่าวสาร
31

(6.) สามารถแนบลิงก์ (Link) ที่มาของข้อมูล หรือกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เช่น
หน้า Landing Page, แบบฟอร์มลงทะเบียนกิจกรรมภายนอก
(7.) กำหนดช่วงเวลาในการส่ง (Scheduling) และความถี่ในการแจ้งเตือน
(Frequency Control) หรือ Active / In-Active ได้
4.3.2.8 ระบบบริหารจัดเมนูจัดอันดับผู้เรียน (Ranking System / Leaderboard)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบ Backend
เพื่อรองรับการทำงานของเมนูจัดอันดับผู้เรียน โดยอย่างน้อยต้องครอบคลุมดังนี้
(1.) ระบบจัดเก็บและคำนวณ Learning Star สะสม
a. ระบบต้องสามารถรับ บันทึก และประมวลผลข้อมูล Learning Star
ตามกิจกรรมของผู้เรียนรวมทั้งคำนวณ Learning Star สะสมของผู้เรียน
ได้ อั ต โน มั ติ แ ล ะส าม ารถ จั ด อั น ดั บ ผู้ เรียน จ าก Learning Star
รวมของทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้น ในระบบ ได้แก่
i.การเรียนจบแต่ละบทเรียนหรือหลักสูตร
ii.การแชร์ลิงก์หลักสูตรและมีผู้ลงทะเบียนเรียนผ่านลิงก์ที่ผู้เรียนแชร์
ตามเงื่อนไขที่ กบข. กำหนด
b. ระบบต้องสามารถกำหนดการจัดอันดับตามช่วงเวลาได้ เช่น รายสัปดาห์
รายเดือน หรือรอบการจัดอันดับที่กำหนด
(2.)ระบบการจัดอันดับผู้เรียน: ระบบต้องสามารถจัดเตรียมข้อมูลให้ส่วน
Frontend ของผู้เรียนได้อย่างน้อยดังนี้
a. อั น ดั บ ข อ ง ต น เ อ ง ทั้ ง ใ น ส่ ว น Learning Star ทั้ ง ห ม ด
และตามหมวด/กลุ่มหลักสูตร หรือรายหลักสูตร
b. อันดับผู้เรียนที่มีLearning Star สะสมสูงสุด 10 อันดับแรก และ
Learning Star รวมของแต่ละอันดับ ได้แก่ จากการเรียน จากการแชร์
และรวมทั้งหมด
c. สัญลักษณ์พิเศษของผู้ที่ติดอันดับสูงสุด 10 อันดับแรก เช่น Badge /
Medal / Icon
d. สามารถเปรียบเทียบอันดับระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนอื่นได้
(3.)ก า ร แ ส ด ง อั น ดั บ ข อ ง ผู้ เ รี ย น :
ระบบต้องสามารถคำนวณและจัดเก็บข้อมูลอันดับของผู้เรียนในแต่ละรอบ
เพื่อใช้ในการประมวลผลและแสดงอันดับของผู้เรียน เพิ่มขึ้น ลดลง หรือคงที่
เมื่อเทียบกับรอบก่อนหน้า
32

(4.)ร ะ บ บ ต้ อ ง มี ก า ร จั ด เ ก็ บ ข้ อ มู ล อั น ดั บ ข อ ง ผู้ เ รี ย น
และรองรับการเรียกดูประวัติอันดันผู้เรียนและการเปลี่ยนแปลงอันดับ (Rank
Movement)
(5.)ระบบต้องป้องกันการบันทึก Learning Star ซ้ำจากกิจกรรมเดียวกัน
(6.)ระบบรองรับการกำหนดรูปแแบบการแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ลำดับ
Learning Star สะสม หรือแสดงชื่อย่อแทนชื่อจริง
(7.)แอดมินสามารถเปิด ปิด การแสดงผล Leaderboard ได้
(8.)กรณีที่แลก Learning Star เป็น GPF Point จะไม่กระทบต่อ Learning
Star ส ะ ส ม ที่ ใ ช้ ส ำ ห รั บ ก า ร จั ด อั น ดั บ (L e a d e r b o a r d )
และไม่ส่งผลต่ออันดับที่แสดงในระบบ
4.3.2.9 ระบบบริหารจัดการการแลกเปลี่ยน Learning Star to GPF Point
(1.) สามารถ เพิ่ม/แก้ไข/คัดลอก รอบการแลก Learning Star ได้อย่างไม่
จำกัด
(2.) กำหนดช่วงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด (Start/End Date & Time) ของแต่ละ
รอบเพื่อให้ระบบ เปิด-ปิด อัตโนมัติ
(3.) มีสถานะควบคุมการใช้งาน (Active / In-active / Draft) เพื่อรองรับการ
เตรียมข้อมูลล่วงหน้า
(4.) รองรับการกำหนดการแลก Learning Star Tiers ได้หลายรายการต่อหนึ่ง
รอบการทำงาน (เช่น 100 LS แลกได้10 GPF Point หรือ 500 LS แลกได้60
GPF Point)
(5.) ระบบฝั่งผู้ใช้งาน (Front-end) ต้องแสดงรายการเป็น Dropdown
Selection ตามที่แอดมินตั้งค่าไว้ในแต่ละรอบ
(6.) สามารถกำหนด Limit ของการแลก (เช่น จำกัดจำนวนสิทธิ์รวมต่อรอบ
หรือจำนวนสิทธิ์ต่อบุคคล)
(7.) รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ GPF Point ผ่าน RESTful API ตาม
มาตรฐานที่ กบข. กำหนด
(8.) มีระบ บ Transaction Logging เพื่ อบั น ทึ กสถาน ะการส่งข้อมู ล
(Success / Fail / Pending)
(9.) มีกลไกการ Retry หรือระบบจัดการ Error กรณี API ปลายทางขัดข้อง
เพื่อป้องกัน Learning Star ผู้เรียนหายแต่ปลายทางไม่ได้รับ
(10.) ระบบรายงานและตรวจสอบ (Reporting & Audit Trail)
33

(11.) แสดงรายงานประวัติการแลก Learning Star
(12.) มีระบบ Search/Filter ตามชื่อผู้ใช้งาน, ช่วงเวลา, หรือสถานะรายการ
(13.) สามารถ Export ข้อมูลเป็นไฟล์CSV หรือ Microsoft Excel
4.3.2.10 ระบบรายงานและการประเมินผล (Reporting & Learning Analytics)
ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรายงานและการประเมินผลแบบศูนย์กลาง (Central
Reporting & Analytics) เพื่อใช้สรุป วิเคราะห์ และติดตามผลการใช้งานระบบ
รวมถึงผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยรองรับการแสดงผลในรูปแบบ Dashboard
รายงานเชิงสถิติ และการส่งออกข้อมูล (Export) เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์หรือเชื่อมต่อ
กับระบบอื่นขององค์กรได้ โดยระบบต้องสามารถรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญ
อย่างน้อยดังนี้
(1.)รายงานผลการเรียนรู้ (Learning Reports)
ระบบต้องสามารถจัดทำรายงานเกี่ยวกับการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งในมุมมอง
รายบุคคลและรายหลักสูตร โดยรองรับทั้งรายงานมาตรฐานและรายงานแบบ
กำหนดเอง (Custom Report) เช่น
a. ความคืบหน้าการเรียนรู้ (Learning Progress)
b. อัตราการเรียนจบหลักสูตร (Completion Rate) และอัตราการหยุด
เรียนกลางคัน (Drop-off Rate)
c. ประวัติและสถานะการเรียนของผู้เรียน
d. รายงานข้อมูลหลักสูตรประเภทต่าง ๆ
e. รายงานข้อมูลคลังแบบทดสอบ
f. รายงานสรุปผลการทำแบบทดสอบ เช่น คะแนนแบบทดสอบ Pre-test
/ Post-test และผลการสอบรายบุคคล
g. รายงานผลแบบสำรวจความคิดเห็นหรือความพึงพอใจของผู้เรียน
h. รายงานข่าวสารภายในระบบ
(2.)รายงานการใช้งานระบบ (System Usage Analytics)
ระบบต้องสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานระบบของผู้ใช้งาน เช่น
a. จำนวนผู้ใช้งานรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
b. จำนวนผู้ใช้งานใหม่
c. ช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุด (Peak Time)
d. พฤติกรรมการเข้าใช้งานของผู้เรียน
(3.)รายงานวิเคราะห์การเรียนรู้ (Learning Analytics)
34

ระบบต้องสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพของหลักสูตรและพฤติกรรมการ
เรียนรู้ของผู้เรียน ดังนี้
a. การวิเคราะห์เส้นทางการเรียนรู้ (Learning Path Analytics)
b. การแสดง Funnel การเรียนและ Heatmap ของจุดที่ผู้เรียนหยุดเรียน
c. รายงานกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น เวลาเฉลี่ยต่อบทเรียน จำนวนครั้งที่เข้า
ชมหรือดูซ้ำ และช่วงเวลาที่มีการเรียนมากที่สุด
d. รายงาน การมี ส่วน ร่วมของผู้เรียน (Engagement) เช่น View,
Reaction หรือ Rating ของเนื้อหา
(4.)ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบกราฟ ตาราง และ Dashboard
วิเคราะห์ข้อมูล เช่น Cohort Analysis และ Learning Path Heatmap เพื่อ
สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารและผู้ดูแลระบบ
(5.)ระบบต้องสามารถนำออกรายงานหรือข้อมูลในรูปแบบไฟล์ CSV, XLSX
และ PDF
(6.)ระบบต้องรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายนอกขององค์กรผ่าน API
โดยมีการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบทบาทผู้ใช้งาน (RBAC) มีการบันทึก Log
การเข้าถึงข้อมูล และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร
(7.)รายงานผู้บริหาร (Executive Dashboard)
ระบบต้องสามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบ Dashboard สำหรับผู้บริหาร โดย
อย่างน้อยต้องรองรับ เช่น
a. แสดงภาพรวมผู้ใช้งานระบบ เช่น จำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด ผู้ใช้งานที่
Active และแนวโน้มการใช้งานในแต่ละช่วงเวลา และรองรับการ Drill
down เพื่อดูรายละเอียดในระดับรายหลักสูตร รายกิจกรรม หรือราย
ผู้เรียน
b. แสดงข้อมูลด้านการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Engagement) เช่น จำนวน
การเข้าชมเนื้อหา เวลาเฉลี่ยในการเรียน และการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหา
c. แสดงข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกของพฤติกรรมการเรียนรู้เช่น ผู้เรียนเดิน
เส้นทางเรียนยังไง (Learning Path Analytics) และ จุดไหนในบทเรียนที่
คนสนใจ / หยุด (Heatmap)
d. แสดงผลข้อมูลในรูปแบบกราฟ ตาราง และ Visualization ที่เหมาะสม
ต่อการใช้งานของผู้บริหาร หรือตามที่ตกลงร่วมกับ กบข.
4.4 การทดสอบและการติดตั้ง
35

4.4.1 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการทดสอบการทำงานของโปรแกรมในระดับย่อย (Unit Test) ของทุกฟังก์ชัน และทดสอบการทำงานร่วมกันของทุกระบบย่อย (System Integration Test) รวมถึงการเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายนอกหรือระบบเดิมของ กบข. เพื่อตรวจสอบหา ข้อผิดพลาด (Bugs/Defects)
4.4.2 การทดสอบการทำงานของระบบ (UAT) ร่วมกันระหว่างผู้รับจ้างและ กบข. รวมถึง การแก้ไขข้อผิดพลาด (Bugs) ที่พบจากการทดสอบจนกว่าจะผ่านการอนุมัติ (User Acceptance Testing Sign-off)
4.4.3 ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลการทดสอบและนำเสนอจุดอ่อนของระบบ ระดับความเสี่ยง ตลอดจนข้อเสนอแนะในการปรับปรุงระบบ
4.4.4 ในกระบวนการพัฒนาระบบ ต้องมีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของ Source Code ด้วยเครื่องมือและมาตรฐานตามที่กบข.กำหนด และดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจ พบที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลางขึ้นไป หรือตามที่ตกลงกับ กบข.
หมายเหตุ : กบข. จะเป็นผู้รับผิดชอบจัดเตรียมเครื่องมือและสิทธิ์การใช้งาน (License) ของ ซอฟต์แวร์ Checkmarx สำหรับการปฏิบัติงานตามขอบเขตงานนี้
4.4.5 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบ พร้อมทดสอบการทำงานของระบบและเครือข่ายให้สามารถ ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
4.5 อบรมและส่งมอบความรู้แก่เจ้าหน้าที่ กบข.
4.5.1 จัดฝึกอบรมผู้ใช้งานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการใช้งานเว็บไซต์แก่ผู้ใช้งาน ตามสิทธิ์การใช้งานในระบบเช่น การปรับปรุงข้อมูลข่าวสาร ภายในเว็บไซต์ การจัดการเมนู เชื่อมโยง การจัดการเนื้อหาในหน้าเว็บเพจ การจัดการโครงสร้างเว็บไซต์
4.5.2 จัดฝึกอบรมการใช้งานและถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงเทคนิคแก่ผู้ดูแลระบบ (Administrator) เช่น การติดตั้งเว็บไซต์ (Installation) การติดตั้งสภ าพแวดล้อม (Environment) และ/หรือซอฟต์แวร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเว็บไซต์ การ กำหนดค่า (Configuration) รวมถึงการบำรุงดูแลรักษา การสำรองข้อมูล และการกู้คืน เว็บไซต์
4.5.3 จัดทำคู่มือการใช้งานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการใช้งานเว็ปไซต์สำหรับ ผู้ใช้งาน (User Manual)
4.5.4 จัดทำคู่มือการบำรุงรักษาและการบริหารจัดการการใช้งานเว็ปไซต์สำหรับผู้ดูแลระบบ (Operation Manual)
4.5.5 จัดทำเอกสารรายละเอียดทางเทคนิคของระบบ (System Manual) สำหรับเจ้าหน้า
System Administrator ที่ทำหน้าที่ดูแลระบบโดยรวม
(1)รายละเอียดเกี่ยวกับ System, OS, Browser, Database และ Programming
36

Platform ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ระบุเวอร์ชั่นที่ใช้งาน โดยอ้างอิงกับคู่มือ Standard
Platform ของ กบข. และองค์ประกอบทางเทคนิคอื่นที่เกี่ยวข้อง
(2)รายละเอียดเกี่ยวกับฐานข้อมูลที่ระบบใช้งาน เช่น ER Diagram, Data
dictionary, Data Set, กำหนด Data Classification (ชั้นความลับของข้อมูล),
โครงสร้างฐานข้อมูลโดยรวม, การกำหนดสิทธิ์การใช้ข้อมูล, ค่าการติดตั้ง
Configuration ที่สำคัญ เป็นต้น
4.5.6 ส่งมอบ Program Source Code ทั้งหมดในรูปแบบ Soft file ที่สามารถนำไปใช้ใน
การ Compile, Build และ Deploy ระบบให้ทำงานได้ครบถ้วนตามคุณสมบัติที่กำหนด
และนำเข้า Program Source Code ทั้งหมดเข้าสู่ระบบ GitLab ของ กบข.
4.6 ข้อกำหนดด้านเทคนิค
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนา โดยคำนึงถึงปัจจัยที่สำคัญดังต่อไปนี้
4.6.1 มีประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีและเหมาะสมกับหลักการและเหตุผลของการพัฒนา รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
ก) สามารถเรียกค้นข้อมูลได้ภายในระยะเวลาเฉลี่ยไม่เกิน 6 วินาที ต่อการเรียกค้น
ข้อมูล 1 ครั้ง ในกรณีใช้ระยะเวลาเกินกว่ากำหนด หากพบว่าสาเหตุมาจาก Software
หรือ Hardware ของ กบข. ให้ผู้รับจ้างเสนอข้อแนะนำให้แก่ กบข. ด้วย
ข) ประเมินประสิทธิภาพ (Performance) และความจุ (Capacity) ของข้อมูลให้
รองรับการตั้งค่าความปลอดภัยพื้นฐานตามความเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนด
ด้านความปลอดภัยของ กบข.
4.6.2 ออกแบบระบบสำรองข้อมูลที่สามารถสำรองและกู้คืนข้อมูลให้เป็นไปตามมาตรฐาน ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กบข.
4.6.3 รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ Software และ Hardware ที่นำมาใช้งานต้อง สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ กบข. ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งต้องเป็นไปตามข้อกำหนดขั้นต่ำ คือ ระบบฐานข้อมูล Microsoft SQL Server 2019 ขึ้นไป หรือ Azure SQL Database ที่ ทาง กบข. จัดเตรียมให้, ระบบงานสามารถ Compile Source Code ภายใต้การทำงานบน Window 11 ในรูปแบบ 64 Bit ขึ้นไป
4.6.4 เครื่องมือที่พัฒนาโปรแกรมได้แก่ Visual Studio Code, Microsoft Visual Studio Version 2017 ขึ้นไป หรือ เครื่องมือตามมาตรฐานการพัฒนาระบบสารสนเทศของ กบข.
4.6.5 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) เมื่อระบบทำงานผิดพลาดหรือตรวจพบความผิดปกติ ต้องเรียกใช้ API ของระบบ Preventive Monitoring (กบข. เป็นผู้จัดเตรียม API ระบบ Preventive Monitoring) เพื่อทำการแจ้งเตือนผ่านช่องทาง Line หรือ MS Team หรือ
37

Email และจะต้องมีวิธีการจัดการ Error (Try…Catch) ในกรณี ระบบ Preventive Monitoring ไม่สามารถใช้งานได้
4.6.6 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) ต้องจัดเตรียมเครื่องมือ (Simulation Program) เพื่อ ตรวจสอบการทำงานของโปรแกรม (API, Landing Page หรือ Web Page เป็นต้น) โดยส่ง สถานะ จำนวนผู้ใช้งาน (CCU) และ Response Time
4.6.7 (ข้อกำหนดเพื่อการบำรุงรักษา) ผู้พัฒนาจะต้องสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน ของโปรแกรมบนเครื่อง Server เพื่อนำมากำหนด Config ของ Health Check (Agent Program ที่ กบข. พัฒนา) ซึ่งรวมถึงการทดสอบการทำงานของโปรแกรมร่วมกับ Agent Program ดังกล่าว
4.6.8 การพัฒนาเว็บไซต์ตามมาตรฐานสากล (W3C Standards) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ พัฒนาเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ World Wide Web Consortium (W3C) โดย มีรายละเอียดเงื่อนไขการส่งมอบและตรวจรับ ดังนี้:
ก) Markup Validity: โครงสร้างภาษา HTML ต้องมีความถูกต้องตามมาตรฐาน
HTML5 (หรือเวอร์ชันล่าสุด) โดยเมื่อทำการทดสอบด้วยเครื่องมือ W3C Markup
Validation Service จะต้อง ไม่ปรากฏข้อผิดพลาดในระดับ Error
ข) CSS Validity: การกำหนดรูปแบบการแสดงผล (Style Sheet) ต้องถูกต้องตาม
มาตรฐาน CSS3 (หรือเวอร์ชันล่าสุด) โดยเมื่อทำการทดสอบด้วยเครื่องมือ W3C
CSS Validation Service (Jigsaw) จะต้อง ไม่ปรากฏข้อผิดพลาดในระดับ Error
ค) Cross-Browser Compatibility: เว็บไซต์ต้องสามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง
และคงคุณลักษณะเดิม (Consistent) บนเบราว์เซอร์มาตรฐานอย่างน้อย 3 ระบบ
(เช่น Google Chrome, Microsoft Edge และ Apple Safari)
ง) เอกสารประกอบการตรวจรับ: ในขั้นตอนการส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องแนบ
รายงานผลการทดสอบ (Validation Report) จากเครื่องมืออ้างอิงข้างต้น เพื่อ
ยืนยันว่าไม่พบข้อผิดพลาดในระดับ Error
4.6.9 คุณสมบัติพื้นฐานและมาตรฐานทางเทคนิคของเว็บไซต์ ดังนี้
(1) สามารถแสดงผลและใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์มาตรฐานบนอุปกรณ์พกพา
(Smart Phone และ Tablet) ทั้งระบบปฏิบัติการ Android เช่น Chrome และ
iOS เช่น Safari
(2) ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์ด้วย Responsive Web Design เพื่อ
รองรับการแสดงผลบนหน้าจออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
(3) รองรับการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยม เช่น Google Chrome,
Microsoft Edge, Safari ในเวอร์ชันล่าสุดเป็นต้น
38

(4) รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านโพรโทคอลมาตรฐาน TCP/IP และต้อง
ให้บริการผ่านโพรโทคอลความปลอดภัย HTTPS
(5) หากข้อมูลที่สำคัญหรือเป็นความลับเช่น Password ระบบต้องเข้ารหัสข้อมูล
(Encryption) ที่เป็นความลับอย่างปลอดภัย
4.6.10 ระบบต้องถูกออกแบบในลักษณะ Decoupled Architecture หรือ Stateless Design เพื่อรองรับการขยายตัว (Scalability) และความพร้อมใช้งานสูง (High Availability) โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกดำเนินการในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนี้:
(1) (แบบ Container-based): พัฒนาในรูปแบบ Container โดยใช้เทคโนโลยี
Docker ห รือ ม าต รฐาน OCI ที่ สาม ารถท ำงาน ภ าย ใต้ ระบ บ Container
Orchestration เช่ น Kubernetes (Tanzu ห รือ Azure Kubernetes Service
(AKS)) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(2) (แบบ VM-based): พัฒ นาในรูปแบบ Application ที่ติดตั้งบน Virtual
Machine (VM) โดยต้องออกแบบให้เป็น Stateless Application (ไม่มีการเก็บ
Session หรือไฟล์ถาวรไว้ที่ตัวเครื่อง Server โดยตรง) เพื่อให้สามารถเพิ่มจำนวน
เครื่อง (Scale-out) ผ่าน Load Balancer ได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อการใช้งาน
4.6.11 การรองรับสภาพแวดล้อมและการติดตั้ง (Platform & Deployment): ระบบต้อง รองรับการติดตั้งบนโครงสร้างพื้นฐานของสำนักงาน (เช่น VMWare vSphere, Tanzu หรือ AKS Azure Kubernetes Service) โดยต้องมีการจัดทำ Configuration Management หรือ Deployment Script (เช่น Configuration Checklist, CI/CD Pipeline หรือ Azure Pipeline) ที่ช่วยให้การติดตั้งระบบซ้ำในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน (Dev/Test/Prod) มี ความถูกต้องและรวดเร็ว
4.6.12 การจัดเก็บหรือใช้งานข้อมูล Secret Data จะต้องเก็บและใช้งานผ่านระบบ GPF Key Vault ที่ กบข. จัดเตรียมไว้ให้
(1) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเก็บข้อมูล Secret Data ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ
ระบบ อาทิ รหัสผ่าน (Passwords), กุญแจรหัส (Encryption Keys), API Keys,
หรือชุดคำสั่งเชื่อมต่อฐานข้อมูล (Connection Strings) ไว้ในระบบ GPF Key
Vault ที่ กบข. จัดเตรียมไว้ให้
(2) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาแอปพลิเคชันให้เรียกใช้ข้อมูลความลับ (Secrets) จาก
ระบบ GPF Key Vault โดยตรงในขณะที่ระบบทำงาน (Runtime) ผ่านช่องทางที่
ปลอดภัย อาทิ การใช้ API
39

ทั้งนี้ กบ ข. จะเป็นผู้จัดหา Database Software, Operating System และ
Hardware สำหรับใช้เป็น Server หากจำเป็นต้องใช้งานในโครงการ และสามารถ
เลือกใช้เทคโนโลยี Microsoft Azure Cloud ที่ กบข. มีอยู่ได้
4.7 ข้อกำหนดพื้นฐานความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Requirement)
4.7.1 กำกับดูแล กฏหมาย และการตรวจประเมิน
(1) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง (เช่น PDPA) แนวทาง สกมช.
และนโยบาย/มาตรการของ กบข. ตลอดอายุสัญญา
(2) ผู้รับจ้างต้องจัดโครงสร้างกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของระบบและข้อมูลให้
สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 หรือเทียบเท่า และต้องมีการอ้างอิงและ
ป ฏิ บั ติตาม กรอบ การดำเนิ นงาน ความมั่น คงป ลอดภั ยไซเบ อร์ (NIST
Cybersecurity Framework: CSF) Version 2.0
4.7.2 การคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัว
4.7.3 ระบบต้องสามารถรองรับมาตรฐานด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็น ส่วนตัวได้ตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) กำหนด การระบุตัวตน การเข้าถึง และบัญชีผู้ใช้
(1)ผู้รับจ้างต้องควบคุมสิทธิ์แบบ RBAC/Least-Privilege ใช้ MFA สำหรับแอด
มิน/ธุรกรรมเสี่ยง และทบทวนสิทธิ์ตามรอบ และต้องกำหนดนโยบายรหัสผ่านที่
รัดกุมและเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด โดยอ้างอิงตามแนวทาง NIST SP 800-63B
และต้องใช้กลไกการเข้ารหัสรหัสผ่าน (Hashing) ที่ได้มาตรฐาน
(2)ผู้รับจ้างต้องมีกระบวนการ JML (Joiner-Mover-Leaver) ครบถ้วน พร้อม
หลักฐานอนุมัติ/เพิกถอนสิทธิ์
(3)ผู้รับจ้างต้องกำหนด Session Timeout ให้เหมาะสม (ไม่เกิน 15 นาทีเป็นค่า
เริ่ม) และ ต้องยกเลิก Session โดยอัตโนมัติ หากไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลาที่
กำหนด
4.7.4 การพัฒนา/ทดสอบอย่างปลอดภัย และการเปลี่ยนแปลง
(1)ผู้รับจ้างต้องพัฒนาตามแนวทางของ OWASP Top 10 เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ให้กับเว็บไซต์ ป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์
(2)ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม หลักการ DevSecOps และ Secure SDLC พร้อม
SAST/SCA และจัดการความลับ/กุญแจพัฒนาอย่างปลอดภัย
(3)ผู้รับจ้างต้องทดสอบเจาะระบบ (Pen-Test) ก่อน Go-Live และดำเนินการ
แก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจพบที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลางขึ้นไป หรือตามที่ตกลงกับ
40

กบข.
(4)ผู้รับจ้างต้องจัดทำกระบวนการอนุมัติการเปลี่ยนแปลงและการควบคุมเวอร์ชัน
(Version Control, Change Approval, Rollback, ท บ ท ว น Emergency
Change)
(5)ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของ Source Code ด้วยเครื่องมือ
และมาตรฐานตามที่กองทุนกำหนด และดำเนินการแก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจพบที่มี
ความเสี่ยงในระดับปานกลางขึ้นไป หรือตามที่ตกลงกับ กบข.
4.7.5 Identity, Entitlement and Access Management
ต้องจัดให้มีการควบคุมการเข้าถึง กำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ การพิสูจน์ตัวตนและบริหาร จัดการสิทธิ์ สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ
4.7.6 Infrastructure and Network Security
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี System Architectures ที่ระบุการรักษาความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง การแยกส่วนเครือข่าย (Network Segmentation) ระหว่าง Web Server และ Database Server. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ Hardening ระบบปฏิบัติการ (OS), Web Server Software, ระบบจัดการเนื้อหา (CMS), และ Database Server. สถาปัตยกรรมต้องรองรับ การทำงานร่วมกับระบบป้องกันของ กบข. ได้โดยมีการใช้ Web Application Firewall (WAF) และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคามขั้นสูง (เช่น EDR/XDR หรือ SIEM/SOAR)
4.7.7 Data Security and Encryption
ต้องจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยด้านข้อมูลสำคัญ และข้อมูลส่วนบุคคล ในการจัดเก็บ การใช้งาน และการเปิดเผยข้อมูล ระบบต้องเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการสื่อสารระหว่างระบบ เครือข่ายทั้งภายในและภายนอก ด้วย Secure Protocol TLS1.2 ขึ้นไป. ต้องกำหนด Cipher Suite ที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูง เช่น AES หรือ ChaCha20 และต้องใช้กลไก Forward Secrecy เพื่อป้องกันการถอดรหัสข้อมูลย้อนหลัง โดยห้ามใช้ โพรโทคอลที่ล้าสมัย หรือไม่ปลอดภัย เช่น SSL 2.0, SSL 3.0 หรือการเข้ารหัสที่อ่อนแอ
4.7.8 Monitoring and Log Management
ระบบสามารถจัดส่ง log ได้ตามมาตรฐาน Syslog Protocol หรือรองรับการติดตั้ง Log Collector Agent ที่ กบข. ใช้งานอยู่ได้หรือตามที่ตกลงร่วมกับ กบข. โดย Log มีข้อมูลการ เข้าใช้งานระบบ (Access Log) เช่น Time, Source IP, User ID และรายละเอียดกิจกรรม (Event Description) ได้เป็นอย่างน้อย และปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 รวมถึงประกาศกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้
41

รับจ้าง พ.ศ. 2564 กำหนดด้วย และ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ จัดเก็บและรวบรวมข้อมูล Log เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์เหตุการณ์การใช้และให้บริการ ระบบสารสนเทศ, วิเคราะห์เหตุการณ์ภัยคุกคามด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเพื่อใช้ในการ สอบทานการควบคุมและใช้งานรหัสผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์สูง (Privilege User IDs)
4.7.9 การจัดการข้อมูลเมื่อสิ้นสุดวงจร/การทำลายข้อมูลอย่างปลอดภัย
(ถ้ามี) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่อยู่ในสื่อบันทึกใด ๆ (Media Sanitization) อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล NIST Special Publication 800-88
5. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมการเสนอราคาโดยแยกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ 5.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจด
ทะเบียนนิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ บัญชีรายชื่อ
หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน
นิติบุคคลที่มีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ หนังสือบริคณห์สนธิ
บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม(ถ้ามี) บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้า
มี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนา
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็น
หุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนา
สัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า
แล้วแต่กรณี
(4) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
5.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบ
อำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย จะต้องระบุในหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่ามี
อำนาจในการเสนอราคาแทน หรือทำการในเรื่องใด โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบ
42

อ ำ น า จ แ ล ะ ผู้ รั บ ม อ บ อ ำ น า จ ( แ น บ ส ำ เ น า
บัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้ว
เท่านั้น
(2) สำเนาขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่ กบข. ต้องการ และการรับประกัน (ถ้ามี) ตาม TORนี้
กับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะจะต้องระบุหัวข้อให้ถูกต้องตรงกันกับ
เอกสารหรือแคตตาล็อกที่เสนอโดยให้จัดทำในรูปแบบดังต่อไปนี้
ลำดับ
ข้อกำหนดตาม TOR
ความสอดคล้อง
รายละเอียดข้อเสนอ
เอกสารอ้างอิง

▪ คัดลอกคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ 

▪ คัดลอกข้อกำหนดรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงาน
ตามที่กำหนดใน TOR ข้อ 4
▪ คัดลอกการรับประกัน ตามที่ กำหนดใน TOR ข้อ 11
▪ ตรงหรือดีกว่า ข้อกำหนดตาม
TOR
▪ ระบุคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ ราคา
▪ ระบุรายการและรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของงานที่ เสนอมาให้พิจารณา
▪ ระบุรายละเอียดการรับประกัน งานที่เสนอมาให้พิจารณา
▪ ระบุเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิง
หรือแคตตาล็อก

(4) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารดังต่อไปนี้เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก
(ก) เอกสารหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนาสัญญาจ้าง ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
สารสนเทศประเภทเดียวกับงานจ้างนี้ให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชนที่ กบข.
เชื่อถือ และเป็นผลงานที่ผ่านการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน
5 ปีนับแต่วันที่ประกาศเชิญชวน
(1) กรณีใช้หนังสือรับรองผลงาน ต้องเป็นหนังสือที่ออกโดยหน่วยงานคู่สัญญา
ระบุชื่อโครงการ, เลขที่สัญญา (หรือเลขที่ใบสั่งจ้าง), มูลค่าสัญญา และ
ข้อความที่แสดงว่า ได้ส่งมอบงานแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญา ลงนามโดยผู้
มีอำนาจของหน่วยงานนั้น
43

(2) กรณีใช้สำเนาสัญญาจ้าง จะต้องแนบเอกสารสำเนาใบตรวจรับงาน หรือใบ
ตรวจรับพัสดุ งวดสุดท้าย ที่มีการลงนามรับรองโดยคณะกรรมการตรวจรับ
ครบถ้วน
หมายเหตุ หากผู้ยื่นข้อเสนอแนบเพียงสำเนาสัญญาจ้าง โดยไม่มีเอกสาร
สำเนาใบตรวจรับงาน หรือใบตรวจรับพัสดุงวดสุดท้ายมาประกอบ คณะ
กรรมการฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาผลงานดังกล่าว
(ข) เอกสารแผนงาน, รูปแบบ, แนวทางการดำเนินงานและเทคนิค/เครื่องมือ โครงสร้าง
ทีมงาน งานออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture) ตามข้อเสนอ
ของผู้ยื่นข้อเสนอ
(ค) เอกสารแนวคิดการออกแบบเว็บไซต์ (Design Concept)
(ง) เอกสารภาพตัวอย่างหน้าจอ (Mockup Design) แผนผังเว็บไซต์ (Sitemap) และ
ภาพตัวอย่างหน้าจอแสดงผลบนอุปกรณ์ต่างๆ
(จ) อื่น ๆ
6. การเสนอราคา
6.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
6.2 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอื่น (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ ด้วยแล้ว
6.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่เสนอราคา โดย ภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบราคาที่ตนเสนอไว้และถอนการ
เสนอราคามิได้
6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 180 วันนับถัดจากวันลงนามใน สัญญาจ้าง หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
7. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
44

การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กบข. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์คะแนนรวมด้านคุณภาพ และด้านราคาสูงที่สุด (Price Performance) ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่น กบข. จะพิจารณาโดยให้คะแนน ตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด
7.1 ด้านราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
7.2 ด้านคุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับผู้ว่าจ้าง โดยพิจารณาให้คะแนนจาก
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80
โดยเกณฑ์ด้านคุณภาพและคุณสมบัติมีขอบเขตการพิจารณาประเมินให้คะแนน จากคะแนน
เต็ม 100 คะแนน(คิดเป็นร้อยละ 80) ซึ่งขอบเขตการพิจารณาประเมินให้คะแนนจะอยู่ภายใต้ขอบเขต ดังต่อไปนี้
ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ
1
เอกสารประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ สารสนเทศให้แก่องค์กรภาครัฐ และ/หรือเอกชน ที่ กบข. เชื่อถือ (เอกสารแนบ 5.2 (4) (ข))
เงื่อนไข : พิจารณาจากเอกสารสำเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือสำเนา สัญญาจ้างงาน มูลค่าแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านบาท ที่เป็นผลงาน ที่ผ่านการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่ วันที่ประกาศเชิญชวน

20


ไม่แนบผลงานอ้างอิง 
0%


แนบผลงานอ้างอิงจำนวน 1 โครงการ 
25%


แนบผลงานอ้างอิงจำนวน 2 โครงการ 
50%


แนบผลงานอ้างอิงจำนวน 3 โครงการ 
75%


แนบผลงานอ้างอิงจำนวนตั้งแต่ 4 โครงการขึ้นไป 
100%
2 
เอกสารแผนงาน รูปแบบ วิธีการทำงาน ที่มีความสอดคล้องกับ 


25

45

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

วัตถุประสงค์ในการจัดจ้างที่กำหนดใน TOR นี้ รวมทั้งมีความเป็นไปได้ ในการปฏิบัติมากน้อยเพียงใด (Process) (พิจารณาจากเอกสารแนบ  ข้อ 5.2 (4)(ค)) 

(1) เอกสารแสดงแผนงาน ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนและระยะเวลา ดำเนินงาน เช่น Gantt Chart แสดงขั้นตอนและระยะเวลา ชัดเจน / กำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน / มี milestone ที่ชัดเจน
(2) เอกสารการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ เช่น สถาปัตยกรรม ระบบ (System Architecture) / Technology Stack ที่ใช้ใน การพัฒนาระบบ / รองรับการขยายตัว (Scalability) และความ พร้อมใช้งานสูง (High Availability) / กระบวนการความมั่นคง และการรักษาความปลอดภัยของระบบ
(3) เอกสารแสดงกระบวนการ และข้อกำหนด SLA (กระบวนการ การให้บริการดูแล แก้ไข ช่องทางการติดต่อ) สำหรับการบริการ บำรุงรักษาหลังการติดตั้ง เช่น ระบุ SLA ที่รับประกัน / ช่อง ทางการติดต่อ 24/7 / กระบวนการแก้ไขปัญหาชัดเจน /
แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน
(4) เอกสารแนวทางการบริหารความเสี่ยง เช่น ระบุความเสี่ยง / ประเมินผลกระทบ / แผนสำรองฉุกเฉินและการกู้คืนระบบ / แนว ทางการรับมือ
เงื่อนไข: เอกสารที่ยื่น ต้องมีความสมบูรณ์เพียงพอต่อความมั่นใจของ ความสำเร็จของงานตามหัวข้อนั้นๆ

ไม่พบเอกสาร 
0%


ยื่นเอกสาร (1) 
25%


ยื่นเอกสาร (1) และ (2) 
50%

46

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

ยื่นเอกสาร (1) และ (2) และ (3) 
75%




ยื่นเอกสาร (1) และ (2) และ (3) และ (4) 
100%
3 
การนำเสนอเอกสารแนวคิดการออกแบบเว็บไซต์(Design Concept),  เอกสารภาพตัวอย่างหน้าจอ (Mockup Design) และแผนผังเว็บไซต์  (Sitemap) ต่อคณะกรรมการ (พิจารณาจากเอกสารแนบ ข้อ 5.2  (4)(ง) ข้อ 5.2 (4)(จ)และ ข้อ 5.2 (4)(ฉ)) โดยมีหัวข้อย่อยในการ พิจารณาดังนี้


40


(1) เกณฑ์ด้านความโดดเด่นสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ที่เป็น ประโยชน์ต่อ กบข.  

เงื่อนไข: พิจารณาจากภาพรวมของความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์ที่ แปลกใหม่ และความน่าสนใจที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ กบข.
20

ไม่พบการออกแบบ นำเสนอ หรือไม่สื่อถึงภาพลักษณ์ของ กบข. 
0%


 
มีการออกแบบที่พอใช้ได้ แต่ยังขาดความโดดเด่นหรือความคิด สร้างสรรค์
25%




มีการออกแบบที่สวยงามตามมาตรฐาน สอดคล้องกับภาพลักษณ์ ของ กบข.
50%


 
มีการออกแบบที่สวยงาม มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความน่าสนใจ  สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ กบข.
75%




มีการออกแบบที่สวยงามโดดเด่น มีความคิดสร้างสรรค์สูง นำเสนอ รูปแบบที่ทันสมัยน่าสนใจเป็นพิเศษ และส่งเสริมภาพลักษณ์ของ  กบข. ได้อย่างดีเยี่ยม
100%


(2) เกณฑ์การออกแบบตามมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูล (Web  Accessibility)  

เกณฑ์การพิจารณา: พิจารณาจากการออกแบบที่สอดคล้องกับมาตรฐาน
5

47

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

WCAG 2.2 เพื่อรองรับการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ








ไม่เสนอแนวคิด หรือไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบตาม มาตรฐาน Web Accessibility
0%




มีเพียงคำอธิบายแนวคิด แต่ไม่แสดงตัวอย่างเครื่องมืออำนวยความ สะดวกให้เห็นบนภาพจำลองหน้าจอ (Mockup)
25%




มีการออกแบบเครื่องมืออำนวยความสะดวกพื้นฐาน ให้เห็นบนภาพ จำลองหน้าจออย่างชัดเจน เช่น ปุ่มปรับขนาดตัวอักษร (Text  Resizer)
50%




มีการออกแบบส่วนประกอบที่ครบถ้วน ทั้งปุ่มปรับขนาดตัวอักษร  และปุ่มเปลี่ยนชุดสี (Theme/Contrast) สำหรับผู้มีปัญหาทาง สายตา
75%




มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ 75% และแสดงหลักฐาน ยืนยันการ เลือกใช้คู่สีที่ผ่านเกณฑ์ความเปรียบต่าง (Contrast Ratio) ตาม มาตรฐาน WCAG เช่น ภาพผลการทดสอบจากเครื่องมือตรวจสอบ
100%


(3) เกณฑ์การออกแบบโครงสร้างการนำทางและประสบการณ์ ผู้ใช้งาน (Navigation & UX)  

เกณฑ์การพิจารณา: พิจารณาความชัดเจนของโครงสร้างเมนู (Main Menu), การระบุตำแหน่งปัจจุบัน (Breadcrumb) และความเหมาะสมของ การใช้งานบนอุปกรณ์ต่างๆ
10

ไม่เสนอแบบจำลองโครงสร้างการนำทาง หรือโครงสร้างมีความ ซับซ้อน ไม่เอื้อต่อการใช้งาน
0%




แสดงเฉพาะเมนูหลัก (Main Menu) แต่ขาดส่วนระบุตำแหน่ง ปัจจุบัน (Breadcrumb) หรือการจัดหมวดหมู่ข้อมูลยังไม่มีความ ชัดเจน
25%

48

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

แสดงเมนูหลักและส่วนระบุตำแหน่ง (Breadcrumb) อย่างชัดเจน แต่แสดงภาพจำลองเฉพาะการแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์  (Desktop) เท่านั้น
50%






มีโครงสร้างการนำทางที่ชัดเจน และแสดงภาพจำลองการแสดงผล แบบ Responsive Design ครบถ้วน ทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์  (Desktop), แท็บเล็ต (Tablet) และโทรศัพท์มือถือ (Mobile)
75%




มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ 75% และมีการออกแบบที่คำนึงถึง ความสะดวกในการใช้งาน (Usability) เป็นพิเศษ เช่น การวาง ตำแหน่งปุ่มค้นหาที่เข้าถึงได้ง่าย หรือรูปแบบเมนูบนมือถือที่ ออกแบบให้ใช้งานสะดวกด้วยมือเดียว
100%


(4) ความยืดหยุ่นของโครงสร้าง : มีแนวคิดการออกแบบเครื่องมือที่ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ (Front-end  Layout) ได้ง่ายและสะดวกต่อการบริหารจัดการ
5




ไม่เสนอแนวคิด หรือรูปแบบการแสดงผลมีลักษณะตายตัว (Fixed  Layout) ไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้
0%




เสนอแนวคิดการจัดวางโครงสร้างเบื้องต้น แต่รูปแบบยังยึดติดกับ เนื้อหาตัวอย่าง (Content-dependent) และขาดความยืดหยุ่นใน การปรับเปลี่ยน
25%




มีการออกแบบที่รองรับความหลากหลายของเนื้อหา (Dynamic  Content) ได้ดี เช่น การจัดวางองค์ประกอบที่ไม่เสียรูปแบบเมื่อ ข้อความมีความยาวหรือสั้นกว่าปกติ
50%




มี ก า รอ อ ก แ บ บ ใน ลั ก ษ ณ ะ ชิ้ น ส่ ว น ย่ อ ย (Modular ห รื อ  Component-based Design) ที่ เอื้ อ ต่ อ ก า ร น ำไป ใช้ งา น ซ้ ำ  (Reusable) หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวางได้สะดวก
75%

49

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

มีคุณ สมบัติครบถ้วนตามเกณ ฑ์ 75% และแสดงให้เห็นถึง ความสามารถในการขยายตัว (Scalability) เช่น รองรับการเพิ่มเมนู หรือหมวดหมู่เนื้อหาใหม่ในอนาคตโดยไม่กระทบต่อโครงสร้างหลัก  (No Re-design required)
100%


4 
ศักยภาพของทีมงานและกลยุทธ์การให้บริการหลังการส่งมอบ โดยมี หัวข้อย่อยในการพิจารณาดังนี้ 

เงื่อนไข : พิจารณาจากการนำเสนอ ความพร้อมและแนวปฏิบัติเชิงคุณภาพ ของทีมงานผู้ยื่นข้อเสนอ

10


(1) ความพร้อมและศักยภาพของบุคลากรในการปฏิบัติงานและแก้ไข ปัญหา 

เกณฑ์การพิจารณา: ต้องแสดง โครงสร้างทีม (Team Structure/Chart) บทบาทหน้าที่ จำนวนบุคลากร การจัดสรรภาระงาน (Resource Allocation) และทีมสนับสนุนหลังการส่งมอบ (After Sales Support) อย่างชัดเจน รวมถึงความสามารถในการปฏิบัติงานและแก้ไขปัญหาที่ สะท้อนจากการนำเสนอ
5

ไม่เสนอผังโครงสร้างทีม หรือข้อมูลทีมไม่ชัดเจน และไม่สามารถ สร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินโครงการได้
0%




มีการเสนอผังทีมเบื้องต้น แต่ไม่ระบุบทบาท หน้าที่ หรือการจัดสรร ทรัพยากรอย่างชัดเจน และไม่แสดงความพร้อมของทีมสนับสนุน หลังการส่งมอบ
25%




มีผังโครงสร้างทีม พร้อมระบุบทบาทหน้าที่หลัก และจำนวน บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการอธิบายแนวทางการปฏิบัติงาน
50%




มีผังโครงสร้างทีมที่ชัดเจน ระบุบทบาท หน้าที่ และบุคลากรมี ประสบการณ์ตรงกับโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน และมีทีม สนับสนุนหลังการส่งมอบ (After Sales) สามารถอธิบายแนว
75%

50

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

ทางการปฏิบัติงาน








มีโครงสร้างทีมที่ชัดเจน ระบุบทบาท หน้าที่ และบุคลากรมี ประสบการณ์ตรงกับโครงการที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน และมีทีม สนับสนุนหลังการส่งมอบ (After Sales) มีทีมสำรองหรือแผนรองรับ  (Backup/Contingency) สามารถอธิบายแนวทางการปฏิบัติงาน 

สร้างความเชื่อมั่นได้ว่าจะดำเนินโครงการได้สำเร็จและให้การ สนับสนุนได้อย่างต่อเนื่อง
100%

(2) กลยุทธ์การสนับสนุนและบริการเชิงรุก (Proactive Support)  

เกณฑ์การพิจารณา: พิจารณาคุณภาพของระบบสนับสนุนที่นอกเหนือจาก ข้อตกลง SLA ทั่วไป เช่น การใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการปัญหา และ แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
5

ไม่เสนอรายละเอียดกลยุทธ์การบริการ หรือเสนอเพียงข้อมูลพื้นฐาน ตาม TOR
0%




มีแผนการบริการเบื้องต้น แต่ยังขาดเครื่องมือหรือระบบที่ช่วยให้การ บริหารจัดการ SLA มีประสิทธิภาพ
30%




มีแผนการบริการ มีเครื่องมือหรือระบบที่ช่วยให้การบริหารจัดการ  SLA มีประสิทธิภาพ กระบวนการรับเรื่องและแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน  พร้อมระบุเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการทำงาน (เช่น Ticketing  System)
60%




มีแผนบริการเชิงรุก (Proactive Maintenance) ที่มุ่งเน้นการ ป้องกันก่อนเกิดเหตุ มีขั้นตอนการรายงานผลที่เป็นระบบ มีเครื่องมือ หรือระบบที่ช่วยให้การบริหารจัดการ SLA มีประสิทธิภาพ มี แนวทางการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Knowledge Transfer) ให้ เจ้าหน้าที่ กบข. อย่างยั่งยืน และและสร้างความมั่นใจในการใช้งาน
100%

51

ลำดับ
รายการ
คะแนน
ย่อย
(คะแนน)
คิดเป็น
น้ำหนัก
ร้อยละ

ระยะยาว




5 
ข้อเสนอเพิ่มมูลค่าและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อ กบข.  

เกณฑ์การพิจารณา: พิจารณาความคิดริเริ่ม (Innovation) และคุณค่าที่ เพิ่มขึ้นเช่น ฟีเจอร์เสริมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การนำระบบการวิเคราะห์ และแนะนำหลักสูตรแบบรายบุคคลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Personalization) มาใช้

5




ไม่มีการเสนอข้อเสนอเพิ่มเติม หรือข้อเสนอไม่สร้างประโยชน์ เพิ่มเติมแก่โครงการ
0%




มีข้อเสนอเพิ่มเติม แต่เป็นเพียงส่วนขยายของงานเดิมที่มีใน TOR อยู่ แล้ว
30%




มีการเสนอการใช้เทคโนโลยี AI ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการ แนะนำหลักสูตรที่ชัดเจนได้ในภาพรวม รวมถึงสามารถอธิบายการ ทำงานเชิงตรรกะ (Logic/Model) ได้
60%




มีการเสนอการใช้เทคโนโลยี AI ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการ แนะนำหลักสูตรที่ชัดเจนได้ในภาพรวม และสามารถสร้าง  Personalized Learning Path ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึง สามารถอธิบายการทำงานเชิงตรรกะ (Logic/Model) ได้
100%

ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งเอกสารที่ใช้ในการคัดเลือกตามรายละเอียดข้างต้นให้ กบข. เพื่อให้
คณะกรรมการฯ พิจารณาประกอบการให้คะแนน ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ เบื้องต้น จะต้องมานำเสนอรายละเอียดแนวทางการดำเนินงาน และตอบข้อซักถามต่อคณะกรรมการ ตามวัน และเวลาที่ กบข.กำหนด โดย กบข. จะแจ้งกำหนดวันและเวลาให้ทราบหลังจากตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น แล้วเสร็จ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เข้าร่วมนำเสนอตามกำหนดการดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการฯ ไม่สามารถ พิจารณาให้คะแนนได้ อาจมีผลกระทบกับคะแนนการคัดเลือก
52

ผู้ยื่นข้อเสนอที่จะได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำสัญญากับ กบข. จะต้องมีคะแนนรวมสูงที่สุด และเสนอ ราคาอยู่ในวงเงินงบประมาณที่กำหนดไว้ใน TOR นี้
8. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบที่ กบข. กำหนดภายใน 15 วัน นัดถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งจาก กบข. และจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
9. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กบข. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ให้แก่ผู้ยื่น ข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างภายใน 30 วัน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องและครบถ้วนตาม สัญญาจ้างหรือข้อตกลง และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้ง กบข. ได้รับหนังสือเรียก เก็บเงินจากผู้รับจ้าง โดยแบ่งการจ่ายเงินออกเป็น 4 งวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 10 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวข้อ 4.1 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
งวดที่ 2 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวข้อ 4.2 ให้แล้วเสร็จภายใน 75 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
งวดที่ 3 เป็นจำนวนเงินร้อยละ 40 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามรายละเอียดในหัวข้อ 4.3 - 4.5 ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้ เริ่มทำงาน
งวดที่ 4 (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินร้อยละ 20 ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้ แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และ กบข. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
งวดที่
สิ่งส่งมอบ

53

งวดที่1

  1. ส่งมอบตามข้อ 4.1
    *ภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันทำ สัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    1.1 เอกสารแผนการบริหารจัดการโครงการ (Project Management Plan)
    1.2 เอกสารสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture Document)
    *เอกสารทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
    งวดที่ 2
  2. ส่งมอบตาม ข้อ 4.2
    *ภายในระยะเวลา 75 วันนับแต่วันทำ สัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    2.1 เอกสารสรุปความต้องการของระบบ (User Requirement)
    2.2 เอกสารการออกแบบหน้าจอ (UX/UI Design) และต้นแบบ จำลอง (Interactive Prototype)
    2.3 เอกสารข้อกำหนดทางเทคนิคของระบบ (System Requirement Specification)
    2.4 เอกสารคู่มือมาตรฐานการออกแบบ (Design System / UI Style Guide) พร้อมส่งมอบไฟล์ต้นฉบับงานออกแบบ
    *เอกสารทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)
    งวดที่ 3
  3. ส่งมอบตาม ข้อ 4.3 – 4.5
    *ภายในระยะเวลา 150 วันนับแต่วันทำ สัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
    3.1 เอกสารสรุปผลการทดสอบระดับโมดูล Unit Test
    3.2 เอกสารสรุปผลการทดสอบระดับฟังก์ชันงานของระบบ Test Case
    3.3 เอกสารสรุปผลการทดสอบระบบ User Acceptance Test
    3.4 เอกสารสรุปผลการทดสอบการเชื่อมต่อระบบ System Integration Testing
    3.5 เอกสาร Non-Functional
    *เอกสารทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)

54

งวดที่ 4
4. ส่งมอบตาม ข้อ 4.6 - 4.7
*ภายในระยะเวลา 180 วันนับแต่วันทำ สัญญา หรือวันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก กบข. ให้เริ่มทำงาน
4.1 รายงานผลการจัดอบรมแก้ผู้ใช้งาน
4.2 รายงานผลการจัดอบรมแก่ผู้ดูแลระบบ
4.3 เอกสารคู่มือการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานตามสิทธิ์การใช้งาน ภายในระบบ User Manual
4.4 เอกสารคู่มือการบำรุงรักษาและการบริหารจัดการการใช้ งานเว็ปไซต์สำหรับผู้ดูแลระบบ Operation Manual
4.5 เอกสารรายละเอียดทางเทคนิคของระบบ System Manual 4.6 ส่งมอบ Program Source Code
*เอกสารทั้งหมดจะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจาก กบข. (Sign off)

ผู้รับจ้างจะต้องทำข้อมูลเปรียบเทียบงานที่ส่งมอบแต่ละงวดงานกับงานตามที่สัญญากำหนดว่าส่งมอบ ได้ครบถ้วนหรือไม่ โดยให้จัดทำในรูปแบบ ดังต่อไปนี้
ลำดับ
ข้อกำหนดตาม TOR
ความสอดคล้อง
รายละเอียดของงานที่ส่งมอบ
เอกสารอ้างอิง

▪ คัดลอกข้อกำหนด 

รายละเอียด
คุณลักษณะเฉพาะของงาน ตามที่กำหนดใน TOR
▪ คัดลอกการรับประกัน
▪ ตรงหรือ
ดีกว่า
ข้อกำหนด
ตาม TOR
▪ ระบุรายการและ
รายละเอียดคุณลักษณะ
เฉพาะของงานที่
ส่งมอบ
▪ ระบุรายละเอียดการ
รับประกันงานที่ส่งมอบ
▪ ระบุเลขหน้า
ของ
เอกสารอ้างอิง
หรือแคต
ตาล็อก

55

  1. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือจะกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
    10.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กบข. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
    10.2 กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 10.1 จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันใน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
    10.3 วิธีการคิดค่าปรับ “ถ้าวันสุดท้ายของระยะเวลาสัญญาเป็นวันหยุดราชการให้นับวันเริ่มตันทำการ ใหม่ต่อจากวันหยุดราชการ เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาสัญญา” ค่าปรับจะเริ่มคิดถัดจากวันสุดท้ายของ สัญญา กรณีการส่งมอบงานแล้วพบว่ามีข้อบกพร่องยังไม่ถูกต้องหรือยังไม่ครบถ้วน กบข. จะแจ้งผู้รับจ้างให้ แก้ไข และเริ่มคิดค่าปรับตั้งแต่วันที่แจ้งจนกว่าจะส่งมอบงานถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ระยะเวลาดังกล่าวไม่ รวมถึงระยะเวลาในการตรวจทดลอง หรือตรวจสอบในทางเทคนิค

  2. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    11.1 ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของการดำเนินงานออกแบบและพัฒนาระบบที่ส่ง มอบให้แก่ กบข. เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ กบข. ตรวจรับมอบงานทั้งหมดโดยถูกต้อง ครบถ้วน
    11.2 ในระหว่างระยะเวลาการรับประกันดังกล่าว หากเกิดความชำรุดบกพร่องแก่งานที่ผู้รับจ้างส่ง มอบให้แก่ กบข. ตาม TOR นี้ หรือผู้รับจ้างละเว้นการดำเนินการตาม TOR นี้ ไม่ว่าในส่วนหนึ่งส่วนใดหรือ ทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางแก้ไขความชำรุดบกพร่องที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของ TOR ภายในระยะเวลา 2 วัน หรือตามที่ตกลงกัน โดย กบข. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม
    11.3 ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางในการรับแจ้งเหตุที่สามารถแจ้งเหตุได้ทุกวันทำการ ทั้งทางโทรศัพท์และ อีเมล และหลังจากรับแจ้งเหตุจาก กบข. แล้ว ผู้รับจ้างต้องตอบกลับภายใน 2 ชั่วโมง

  3. วงเงินในการจัดจ้าง
    วงเงินในการจัดจ้างครั้งนี้เป็นเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษี อากรอื่น และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
    56

  4. ข้อกำหนดให้ผู้รับจ้างรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    13.1 ข้อมูลที่เป็นความลับ
    “ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายความถึง ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถสื่อความหมายได้ที่ กบข. หรือพนักงาน ของ กบข. ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ได้เปิดเผยให้แก่ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ซึ่งต่อไป จะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” ทราบ และมีความประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ
    13.2 การเปิดเผยและการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
    ผู้รับข้อมูลตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดลง โดยผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้
    (ก) เก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับไว้ในสถานที่ปลอดภัยและไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับไม่ว่า ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลที่ต้อง เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นและผู้รับข้อมูลจะต้องจัดให้บุคคลนั้นได้ผูกพันและปฏิบัติตาม เงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับด้วย หรือเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้ข้อมูล
    (ข) ใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพียงเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในสัญญาเท่านั้น
    (ค) ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลมีเหตุผลความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยกฎหมายหรือ ตามคำสั่งศาล ผู้รับข้อมูลจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ให้ข้อมูลทราบถึงข้อกำหนดหรือคำสั่งดังกล่าวก่อนที่จะ ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และในการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ ผู้รับข้อมูลจะต้องดำเนินการ ตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
    13.3 วิธีปฏิบัติเมื่อสัญญาสิ้นสุดลง
    เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับ (ถ้ามี) คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลทั้งหมดและแจ้งยืนยันเป็น ลายลักษณ์อักษรถึงการทำลายดังกล่าวให้ผู้ให้ข้อมูลทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับ
    เมื่อสัญญาหรือข้อตกลงสิ้นสุดลง ผู้รับจ้างหรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง จะต้องส่งมอบข้อมูลที่ เป็นความลับและสำเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับจ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ได้รับไว้ คืน ให้แก่ กบข. หรือพนักงานของ กบข. ทั้งหมด หรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับจาก กบข. หรือพนักงาน ของ กบข. ทั้งหมด และแจ้งยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการทำลายดังกล่าวให้ กบข. หรือพนักงานของ
    57

กบข. ทราบ ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับและสิทธิใด ๆ ภายใต้สัญญาหรือข้อตกลงทันที ทั้งนี้ ผู้รับ จ้าง หรือลูกจ้างหรือผู้แทนของผู้รับจ้าง ยังคงมีหน้าที่รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับภายใต้สัญญาหรือ ข้อตกลงตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ แม้สัญญาหรือข้อตกลงสิ้นสุดลงแล้ว
14. มาตรการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ด้วย กบข. มีนโยบายต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่บั่นทอนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กบข. ไม่ยอมรับการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) ไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดย บุคลากรของ กบข. หรือบริษัทในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. ซึ่งรวมถึงคู่ค้าของ กบข. ทุกราย นอกจากนี้ กบข. ยังยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม จรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อ
สังคมและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มด้วย
กบข. จึงขอความร่วมมือจากผู้ยื่นข้อเสนอ หากพบเห็นการกระทำของบุคลากรของ กบข. หรือบริษัท ในเครือของ กบข. หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการของ กบข. หรือคู่ค้าของ กบข. รายใดที่มีการกระทำเข้าข่าย ทุจริต ติดสินบน หรือเรียกรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในรูปแบบใด ขอให้แจ้ง โดยตรงไปยังบุคคลและที่อยู่ดังต่อไปนี้
“ประธานอนุกรรมการตรวจสอบ
ฝ่ายตรวจสอบภายใน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
เลขที่ 990 อาคารอับดุลราฮิม เพลส ถนนพระราม 4
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500”
15. ผู้จัดทำขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
นางสาวนันทนภัส จันทเสรีนนท์
นายชุติปภา ยังสุข
นางสาวประภาวรรณ ทองไข่

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
58

  1. การแจ้งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice)
    กบข. มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองาน กรรมการของนิติบุคคลที่เป็นผู้เสนองาน ผู้แทน ผู้รับมอบฉันทะ หรือผู้รับมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้เสนองาน” ตามที่ผู้เสนอ งานได้จัดส่งให้แก่ กบข. และตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานจากแหล่งอื่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการ พิจารณาคัดเลือกผู้เสนองานที่จะปฏิบัติงานตามข้อกำหนดการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ และเพื่อการ ทำนิติกรรมสัญญา ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดย กบข.
    จะจัดเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานที่เป็นต้นฉบับและสำเนาเอกสาร รวมทั้งข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ข้อผูกพันตามนิติกรรมสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุที่ผู้เสนองานมีอยู่กับ กบข. สิ้นสุดลง
    ตลอดระยะเวลาที่ กบข. เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานไว้นั้น กบข. อาจใช้หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสนองานในการติดต่อหรือประสานงานกับผู้เสนองานเพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุของ กบข. เพื่อการสอบบัญชีของ กบข. เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเปิดเผยต่อ หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการขอทราบข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยผู้เสนองานได้รับทราบนโยบาย เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. รวมทั้งสิทธิของผู้เสนองานในฐานะ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ กบข. กำหนดแล้ว
  2. กรณีผู้เสนองานมีขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    ในกรณีที่ผู้เสนองานได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างที่มี ขอบเขตการทำงานเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล กบข. อาจมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่ง กบข. เก็บรวบรวมมาจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้เสนองาน เพื่อให้ผู้ เสนองานสามารถดำเนินการตามข้อกำหนดของนิติกรรมสัญญาได้ จึงเป็นผลให้ผู้เสนองานมีสถานะเป็นผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ใน การนี้ กบข. อาจต้องการทราบแนวทางการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ของผู้เสนองาน ซึ่งผู้ เสนองานต้องจัดให้ กบข. รับทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือมาตรการที่ใช้จัดการเกี่ยวกับ ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะได้รับจาก กบข. ที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยนโยบายหรือมาตรการดังกล่าวจะต้อง สอดคล้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    (1) มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนมาตรการที่จะใช้ดำเนินการเมื่อข้อมูลรั่วไหลหรือถูกละเมิด
    (2) มาตรการควบคุมดูแลการใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
    59

(3) เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลผู้รับผิดชอบประสานงานเกี่ยวกับข้อมูลส่วน บุคคล
(4) [รายการอื่นตามที่ กบข. เห็นสมควร]
นอกจากนี้ผู้เสนองานจะต้องถือปฏิบัติตาม “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่ง จะได้ลงนามในวันทำนิติกรรมสัญญาด้วย
3. กรณีผู้เสนองานต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงานภายในสถานที่ทำการของ กบข.
ผู้เสนองานที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าทำนิติกรรมสัญญากับ กบข. และต้องส่งบุคคลเข้ามาทำงาน ภายในสถานที่ทำการของ กบข. ผู้เสนองานจะเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลดังกล่าวและ เปิดเผยให้ กบข. รับทราบ ในการนี้ผู้เสนองานมีหน้าที่แจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กบข. ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบด้วย

60