ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงกลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จำนวน ๑ งาน ของคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โครงการปรับปรุงกลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมีสถานที่ดำเนินการ ณ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร เอกสารฉบับนี้ได้กำหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง และสูตรคำนวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Clause) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบริหารสัญญาโครงการก่อสร้าง โดยสัญญาแบบปรับราคาได้นี้จะใช้กับการเพิ่มหรือลดค่างานตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาวัสดุที่จัดทำโดยกระทรวงพาณิชย์ ผู้รับจ้างมีหน้าที่เรียกร้องเงินเพิ่มภายใน 90 วันหลังส่งมอบงานงวดสุดท้าย การคำนวณค่า K จะแบ่งตามประเภทงานก่อสร้าง เช่น งานอาคาร งานดิน งานทาง งานชลประทาน และงานระบบสาธารณูปโภค โดยแต่ละประเภทงานจะมีสูตรคำนวณค่า K ที่แตกต่างกันไปตามสัดส่วนของต้นทุนวัสดุ แรงงาน เครื่องจักร และน้ำมันเชื้อเพลิง การคำนวณจะใช้ดัชนีราคาจากกระทรวงพาณิชย์ โดยมีฐานปี 2530 เป็นเกณฑ์ และจะมีการพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากกว่า 4% โดยจะนำเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคำนวณ
English summary
This project involves the renovation of the Faculty of Agriculture, Natural Resources and Environment buildings at Naresuan University, Phitsanulok Province. The objective is to enhance the functionality and modernity of the building spaces and environment. The contractor must adhere to the specifications and conditions outlined in the bidding documents, particularly the principles of the price adjustment contract (Escalation Clause) used for calculating increases or decreases in contract value based on material price index fluctuations.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงกลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น
- ดำเนินการก่อสร้างตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
- ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Clause) ในการคำนวณการเพิ่มหรือลดค่างานตามการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาวัสดุ
ขอบเขตของงาน
- การปรับปรุงกลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินการก่อสร้างตามประเภทงานที่ระบุในสัญญา
- การคำนวณและบริหารสัญญาแบบปรับราคาได้ (Escalation Clause) ตามหลักเกณฑ์และสูตรที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อาคารที่ได้รับการปรับปรุงแล้วเสร็จตามแบบและรายการที่กำหนด
- เอกสารประกอบการเบิกจ่ายงวดต่างๆ
- เอกสารการคำนวณค่า K และการปรับราคาตามสัญญา
- เอกสารส่งมอบงานงวดสุดท้าย
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ระบุระยะเวลาโครงการในเอกสาร TOR นี้
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1
โครงการปรับปรุงกลุ่มอาคารคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตําบลท่าโพธิ์ อําเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จํานวน 1 งาน
สถานที่ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก
เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
- สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและซ่อมแซม ซึ่ง เบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายใน ลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้
- สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อดัชนีราคา ซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับ กรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน
- การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น ในการ ประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้นๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนด ประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภทงานก่อสร้างแต่ละ
ประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้นๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กําหนดไว้ - การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้อง เรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ ที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่า จ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา
แล้วแต่กรณี - การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างตามเงื่อนไข ของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของ สํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
กําหนดให้ P
=
ข. ประเภทของงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
P = (Po) X (K)
ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
Po = ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวดซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี K = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างานหรือบวกเพิ่ม เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
क्य
/ค่า ESCALATION…
2
ค่า ESCALATION FACTOR K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
หมวดที่ 1 งานอาคาร
งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ 1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปาภายในบริเวณ
1.3 ระบบท่อหรือระบบสายส่งต่างๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้า สําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
1.4 ทางระบายน้ําของอาคารจนถึงทางระบายน้ําภายนอก
1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคาร โดยต้องสร้างหรือประกอบพร้อมกับการ ก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามาประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม ดินตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It / lo + 0.10 Ct / Co + 0.40 Mt / Mo + 0.10 St / So
หมวดที่ 2 งานดิน
2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดินการขุดถม อัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดิน หรือทราย หรือวัสดุอื่น ที่มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น ๆ และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกลเพื่อให้ได้มาตราฐานที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนน หรือเขื่อนชลประทาน
ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE, SELECTED MATERIAL,
UNTREATED BASE а SHOULDER
ให้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / lo + 0.40 Et / Eo + 0.20 Ft / Fo
2.2 งานเรียงหิน หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็นระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างหินจะแซมด้วยหินย่อย หรือกรวดขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุ และมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียงยา แนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของลาดตลิ่งและท้องลําน้ํา
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It / Io +0.20 Mt / Mo + 0.20 Ft /Fo
2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป
ๆ
เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
ระยะทางขนย้ายไป-กลับประมาณไม่
-
- / Fo
ใช้สูตร K = 0.45 + 0.15 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.20 Et / Eo + 0.10 กราวน
Wran
/หมวดที่ 3…
หมวดที่ 3 งานทาง
3
3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
- / Fo
ใช้สูตร K =0.30 + 0.40 At / Ao + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 Mt / Mo + 0.30 At / Ao + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
ใช้สูตร K =0.30 + 0.10 Mt / Mo + 0.40 At / Ao + 0.10 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตระแกรง เหล็กเส้นหรือตระแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด(WELDED STEEL WIRE FABRIC) เหล็กเดือย(DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อต่างๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน
(R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / lo + 0.35 Ct / Co + 0.10 Mt / Mo + 0.15 St / So
3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีตเสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา ( PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE ) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานดาดคอนกรีต เสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาดคอสะพาน รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่ มีรูปแบบและลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก ( MANHOLE ) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า เป็น
บ
ตน
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It / lo + 0.15 Ct / Co + 0.15 Mt / Mo + 0.15 St / So
3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้าง ฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (R.C BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C BOX CULVERT) หอถัง น้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่ง คอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็ก และสิ่งก่อสร้างอื่นที่มี
ลักษณะคล้ายคลึงกัน
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / lo + 0.15 Ct / Co + 0.20 Mt / Mo + 0.25 St / So
3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเดินข้ามถนน โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจร ชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรืองานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่รวมถึงงาน ติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.10 It / Io + 0.05 Ct / Co + 0.20 Mt / Mo + 0.40 St / So
หมวดที่ 4 งานชลประทาน
4.1 งานอาคารชลประทานไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนว คลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา
2. น้ําตกอย่างเต สะพานน้ํา ท่อ
ลอด ไซฟอน และอาคารชลประทานชนิดอื่น ๆ ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ฝ่า
/ใช้สูตร K = 0.40 +……
4
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It / Io + 0.10 Ct / Co + 0.10 Mt / Mo + 0.20 St / So
4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนว คลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและ/หรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตู ระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทานชนิดอื่น ๆ ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทาน ขนาดใหญ่ เช่น ฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It / lo+ 0.10 Ct / Co + 0.10 Mt / Mo + 0.25 St / So
4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบายเหล็ก เครื่องกว้าน และโครง ยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
ใช้สูตร K = 0.35 + 0.20 It / Io + 0.45 Gt / Go
4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีตและANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริมในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝาย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงาน เหล็กดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.15 It / Io + 0.60 St / So
4.5 งานคอนกรีตไม่รวมเหล็ก และคอนกรีตดาดคลอง หมายถึง งานคอนกรีตเสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็ก ออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝาย ทางระบายน้ําล้นหรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่าย เฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.15 It / Io + 0.25 Ct / Co + 0.20 Mt / Mo
4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝังท่อกรุขนาดรูในไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หินผุหรือหิน ที่แตกหักเพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซมฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ํา
ปูน
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.20 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.20 Et / Eo + 0.10 Ft / Fo
ๆ
4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของ ซีเมนต์ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวดกับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
หมวดที่ 5 งานระบบสาธารณูปโภค
5.1 งานวางท่อ AC และ PVC
5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.25 It / Io + 0.25 Mt / Mo
5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.40 ACt / Aco
Ran
/5.1.3 ในกรณีที่…
เก
5
5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVC และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.40 PVCt / PVCo
5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It / lo + 0.15 Mt / Mo + 0.20 Et / Eo + 0.15 Ft / Fo 5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียว และหรืออุปกรณ์และให้รวมถึงงาน TRANSMISSION
CONDUIT
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.10 Et / Eo + 0.30 GIPt / GIPo 5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE และหรืออุปกรณ์
ใช้สูตร K = 0.50 + 0.10 It / lo + 0.10 Mt / Mo + 0.30 PEt / PEO
5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
ใช้สูตร K = 0.40 + 0.10 It / lo + 0.15 Et / Eo + 0.35 GIPt / GIPo
5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
PVCO
ใช้สูตร K = 0.30 + 0.10 It / Io + 0.20 Ct / Co + 0.05 Mt / Mo +0.05 St / So + 0.30 PVCt /
5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.05 It / Io + 0.05 Mt / Mo + 0.65 PVCt / PVCo
5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K = 0.25 + 0.25 It / Io + 0.50 GIPt / GIPo
ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์
K
It
lo
Ct
Co
=
=
=
ESCALATION FACTOR
ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาซีเมนต์ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Mt ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ( ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ ) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด Mo = ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ( ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์ ) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
St ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
So
Gt
II
=
ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
มหาวิทยาลัยนเรศวร dras V
Go ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
At
Ao
=
ดัชนีราคาแอสฟัลท์ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาแอสฟัสท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
/ Et ดัชนี…
6
Et
Eo
Ft
Fo
ACT
|| ||
=
=
ACo =
ดัชนีราคาเครื่องจักรและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเครื่องจักรและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PVCt ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
PVCO = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
GIPt
GlPo =
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
PEt ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด PEO ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
Wt
=
ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
Wo ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
- ๆ
การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวง พาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ - การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียวกันจะต้องแยก ค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทใช้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้
- การคํานวณค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษและ กําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนําผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
- ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้างเมื่อ
ๆ
ค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานที่ค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4 % ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4 % มาคํานวณปรับเพิ่มหรือลดราคางานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4 % แรกให้ ) - ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาสัญญา โดยเป็นความผิดของ ผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริงแล้วแต่ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
- การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อนส่วนค่า
งานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาค่าวัสดุก่อสร้างซึ่งนํามาคํานวณหาค่า K ของเดือนที่ ส่งมอบงานงวดนั้นๆเป็นที่แน่นอนแล้วเมื่อคํานวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
มหา
เรศวร
หมายเหตุ การใช้สูตรการคํานวณค่า K จะต้องมีความสัมพันธ์กับค่า FACTOR F ในการคํานวณค่างาน
ก่อสร้างอีกด้วย
Dan