ประกวดราคาจ้างก่อสร้างเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสายบ้านใหม่ทรายคำ - บ้านโป่งพัฒนา ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรและเพิ่มความปลอดภัยในการคมนาคมขนส่งในตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นการดำเนินงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตบนถนนเดิมสายบ้านใหม่ทรายคำ - บ้านโปงพัฒนา ขอบเขตงานเริ่มตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ การเตรียมชั้นพื้นทาง (Base) และรองพื้นทาง (Sub-base) ในกรณีที่ชำรุด (Deep Patching/Skin Patching) การทำความสะอาดพื้นผิวเพื่อลงยางแอสฟัลต์เชื่อมประสาน (Prime Coat และ Tack Coat) จากนั้นจึงดำเนินการปูผิวแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 5 เซนติเมตร ให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density นอกจากนี้ยังรวมถึงงานตีเส้นจราจรแบ่งทิศทางและเส้นขอบทางด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกสะท้อนแสงหนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท (มทช.) และจัดทำป้ายโครงการตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งดูแลการจราจรระหว่างการก่อสร้างเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
English summary
This project involves the asphalt concrete overlay of the road connecting Ban Mai Sai Kham and Ban Pong Phatthana in Ban Luang Sub-district, Mae Ai District, Chiang Mai Province. The scope includes surfacing a road section 507 meters long and 6 meters wide with a thickness of 0.05 meters, covering a total area of at least 3,042 square meters. The work encompasses site preparation, deep and skin patching of damaged sections, application of Prime Coat and Tack Coat, and the laying of asphalt concrete to a minimum density of 98% Marshall Density. Additionally, the project requires road marking using reflective thermoplastic material with a minimum thickness of 3 mm, following the Department of Rural Roads (DRR) standards. The contractor is responsible for traffic management during construction and installing project signage as specified.
ถนนสายบ้านใหม่ทรายคำ - บ้านโปงพัฒนา ตำบลบ้านหลวง อำเภอแม่อาย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและผิวจราจรให้มีความมั่นคงแข็งแรง
- เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งผลิตผลทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่
- เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
- เพื่อยืดอายุการใช้งานของถนนสายหลักในตำบลบ้านหลวง
ขอบเขตของงาน
- งานเตรียมพื้นที่และสำรวจตำแหน่งพิกัดเริ่มต้น (E:530601 N:2200638) ถึงสิ้นสุด (E:530970 N:2200307)
- งานซ่อมผิวทางเดิม (Deep Patching) สำหรับบริเวณที่โครงสร้างทางชำรุดลึก
- งานปะซ่อมผิวทาง (Skin Patching) และงานปรับระดับ (Levelling) ผิวทางเดิมที่ขรุขระ
- งานทำความสะอาดพื้นผิวทางเดิมและเป่าฝุ่น
- งานพ่นยางแอสฟัลต์เชื่อมประสาน (Tack Coat) ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10 - 0.30 ลิตร/ตร.ม.
- งานปูผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต หนา 5 ซม. พื้นที่ 3,042 ตร.ม.
- งานบดอัดผิวทางให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน
- งานตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก (สีขาวและสีเหลือง) หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
- งานติดตั้งป้ายโครงการตามแบบมาตรฐานของ อบต.บ้านหลวง
- งานอำนวยความสะดวกและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 507 เมตร หนา 0.05 เมตร
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่สมบูรณ์
- รายงานผลการทดสอบความหนาแน่นของชั้นดินและวัสดุรองพื้นทาง (ถ้ามี)
- รายงานผลการทดสอบความแน่นของผิวทางแอสฟัลต์ (Field Density) และค่า Marshall Density
- รายงานผลการทดสอบความหนาของผิวทาง (Core Test) ทุกระยะไม่เกิน 250 เมตร
- ป้ายโครงการถาวรตามแบบแปลนที่กำหนด
- ภาพถ่ายก่อน ดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ และหลังดำเนินการเสร็จสิ้น
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องจัดส่งตัวอย่างวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาดำเนินการรวมเป็นไปตามที่กำหนดในสัญญาจ้าง (ไม่ได้ระบุจำนวนวันชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานประเภทเดียวกัน
- Standards Compliance: วัสดุและขั้นตอนการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มทช. 201-2545 ถึง มทช. 230-2545 และ มอก. ที่เกี่ยวข้อง
- Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทงานทาง (Asphalt Concrete) กับหน่วยงานราชการ (ถ้ามีการกำหนดในประกาศเชิญชวน)
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องจักรที่เหมาะสม เช่น รถบดล้อเหล็ก 8-10 ตัน, รถบดล้อยาง 10-12 ตัน, เครื่องเป่าลม และเครื่องจักรปูผิวทาง
- Personnel: ต้องมีวิศวกรหรือผู้ควบคุมงานที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
- อื่นๆ: ผู้รับจ้างต้องไปดูสถานที่ก่อสร้างจริงก่อนยื่นซองเพื่อรับทราบสภาพปัญหา
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากราคาต่ำสุดที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิค
- ความถูกต้องของเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดใน TOR และประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
- คุณภาพของวัสดุและวิธีการทำงานที่ตรงตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวจราจร: แอสฟัลต์คอนกรีต (Hot Mix) หนา 5 ซม.
- อุณหภูมิแอสฟัลต์: ขณะถึงหน้างานไม่น้อยกว่า 132 องศาเซลเซียส และขณะปูไม่น้อยกว่า 121 องศาเซลเซียส
- ความแน่น: บดอัดไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
- งานยางเชื่อมประสาน: Tack Coat ใช้ยาง CRS-2, Prime Coat (ถ้ามี) ใช้ MC-70 หรือ CSS-1
- งานตีเส้น: วัสดุเทอร์โมพลาสติก มอก. 542 หนา >= 3 มม. พร้อมลูกแก้วสะท้อนแสง มอก. 543
- การทดสอบ: เจาะเก็บตัวอย่าง (Coring) ทุกระยะ 250 เมตร เพื่อตรวจสอบความหนาและความแน่น
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายเงินงวดเดียวเมื่อดำเนินงานทั้งหมดเสร็จสิ้นตามสัญญา (หรือตามงวดงานที่ตกลง)
- ค่าปรับ: กรณีส่งมอบงานล่าช้า จะปรับเป็นรายวันตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปกติร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญา)
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ปกติ 2 ปี สำหรับงานทาง (ตามระเบียบพัสดุ)
- แผนงาน: ต้องส่งแผนปฏิบัติงานภายใน 7 วัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปูต้องเป็นเท่าใด?
A: ต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 องศาเซลเซียส- Q: ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์ที่กำหนดคือเท่าใด?
A: หนา 0.05 เมตร หรือ 5 เซนติเมตร - Q: ต้องทดสอบความแน่นของผิวทางอย่างไร?
A: เจาะก้อนตัวอย่างทุกระยะ 250 เมตร และต้องได้ความแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density - Q: งานตีเส้นจราจรต้องใช้สีประเภทใด?
A: วัสดุเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มิลลิเมตร - Q: หากพื้นทางเดิมชำรุดมากต้องแก้ไขอย่างไร?
A: ต้องทำ Deep Patching โดยขุดรื้อถึงชั้นที่เสียหายแล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่และบดอัดตามมาตรฐาน - Q: ต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายในกี่วัน?
A: ภายใน 7 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: ปริมาณการใช้ยาง Tack Coat (CRS-2) คือเท่าใด?
A: 0.10 - 0.30 ลิตรต่อตารางเมตร - Q: ต้องมีการทดสอบวัสดุรองพื้นทางอย่างไร?
A: บดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density - Q: การบดอัดผิวแอสฟัลต์ต้องใช้รถบดประเภทใด?
A: รถบดล้อเหล็ก 2 หรือ 3 ล้อ (8-10 ตัน) และรถบดล้อยาง (10-12 ตัน) - Q: พื้นที่ดำเนินการทั้งหมดกี่ตารางเมตร?
A: ไม่น้อยกว่า 3,042 ตารางเมตร
- Q: ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์ที่กำหนดคือเท่าใด?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
อบต.
ร้านหลวง
อ.เชียงใหม่
องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
ตําบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
โครงการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง
อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ปริมาณงาน ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ยาว 507.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,042,00 ตารางเมตร
ตามแบบองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวงบ้านหลวง
สถานที่ :ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด เริ่มต้น E:530601 N:2200638 สิ้นสุด E:530970 N:2200307
NORTH
- ไป บ้านใหม่ทรายคํา
พิกัดเริ่มต้น N:2200638
E:530601
ไป บ้านป่าแดง ม.5
แผนที่สถานที่ทําเนินโครงการ
บ้านใหม่ทรายคํา หมู่ที่
สถานที่ดําเนินโครงการ
โครงการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้าน
โปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง อําาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัด เชียงใหม่ พิกัด เริ่มต้น E:530601 N:2200638 สิ้นสุด E:530970 N:2200307 ปริมาณงาน ขนาดกว้าง 6.00 เมตร ยาว 507.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อย
กว่า 3,042.00 ตารางเมตร
ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโป่งพัฒนา
ถนนสายบ้านใหม่หลายค่า - บ้านโป่งพัฒนา
คริสตจักรทางพระพร แม่อาย
ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโป่งพัฒนา
888
พิกัดสินสุด N:2200307
E:530970
ไป บ้านโปงพัฒนา ม.10
บ้านหลวง
อบต.
อ.แม่อาย
อ. เชียงใหม่
กองช่าง
องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
โครงการ
โครงการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
สถานที่
ถนนสายบ้านใหม่ทรายค่า - บ้านโปงพัฒนา
ตําาบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
สํารวจ / เขียนแบบ
ว่าที่ร้อยตรี ( 939)
วิศวกร
( อรรถพล
มีสิงห์ ) ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
ผ่าน / ตรวจ
( นายพีรวัส ปาเลิง )
หัวหน้าสํานักปลัด รักษาราชการแทน
ผู้อําานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
การดําเนินงานทั่วไป
1.1 ผู้รับจ้างจะต้องไปดูสถานที่ เพื่อรับทราบสภาพของสถานที่และตําแหน่งที่จะดําเนินงาน 1.2 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับแบบรูปรายการ หรือมีอุปสรรคในการดําเนินงานผู้รับจ้างจะ
ต้องตรวจสอบถามคณะกรรมการตรวจการจ้างให้แก้ไข เมื่อคณะกรรมการจ้างให้แก้ไข
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติทันที
(นางสาวกาฬะเกศ ไคร้จาย) ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
อนุมัติ
(นางสาวการะเกด ไคร้จ่าย) ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง - สิ่งใดที่ปรากฏในแบบต่อแบบ หรือแบบต่อรายการขัดแย้งกันให้ถือสิ่งที่ดีเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้โดยสถาปนิก หรือวิศวกรผู้ออกแบบ คณะกรรมการเป็น ผู้คุมงานเป็นผู้วินิฉัย
เลขทีแบบ
แผ่นที่
วันที่
1/07
2.40
2.40
1.20
ตัวอักษรทั้งหมดใช้สีขาวขนาดตามความเหมาะสม ( ใช้สีน้ํามัน)
สีพื้นใช้สีเขียวทั้ง 2 ด้าน ( ใช้สีน้ํามัน)
โครงการก่อสร้างขององค์การบริหารส่วนตาบลบ้านหลวง
ชื่อโครงการ..
–ปริมาณงาน..
ผู้รับจ้าง..
สัญญาเลขที่ —งบประมาณ..
ราคากลาง.
ค่าก่อสราง.. ผู้ควบคุมงาน….
วันเริ่มสัญญา.. ..วันสิ้นสุดสัญญา….
..บาท
.บาท
บาท
กรรมการตรวจการจ้างรับพัสดุ 1.
1.20
0.50
ระดับดินเดิม
รูปด้านหน้า
มาตราส่วน
0.20
0.20
2.40
0.20
0.55
1.30
0.55
QR code
กําหนดภายหลัง
13
(2) ท่อเหล็กขนาด ศก.2 1/2 นิ้ว เสาใช้สีเขียว( ใช้สีน้ํามัน)
2.40
แบบแปลน
มาตราส่วน
2.40
0.60
0.60
0.60
0.60
เหล็กกล่อง ขนาด 1 x 1 นิ้ว หนา 1.5 มม. เชื่อมติดแผ่นเหล็ก
แผ่นเหล็กหนา 1.2 มม.
อบต.
ร้านหลวง
อ.แม่อาย
อ.เชียงใหม่
กองช่าง
องค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
โครงการ
โครงการเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ถนนสายบ้านใหม่ทรายคํา - บ้านโปงพัฒนา ตําบลบ้านหลวง อําเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
สถานที่
ถนนสายบ้านใหม่ทรายค่า - บ้านโปงพัฒนา
ตําาบลบ้านหลวง อ๋าเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
สํารวจ / เขียนแบบ
ว่าที่ร้อยตรี
( อรรถพล มีสิงห์ )
ผู้ช่วยนายช่างเขียนแบบ
1.20
วิศวกร
2.40
ผ่าน / ตรวจ
1.20
( นายพีรวัส ปาเลิง) หัวหน้าสํานักปลัด รักษาราชการแทน
ผู้อํานวยการกองช่าง
เห็นชอบ
0.10
คอนกรีต 1:2:4
= ระดับดินเดิม
ทรายหยาบรองพื้น
0.10
= ระดับดินเดิม
0.50
0.20
คอนกรีต 1:2:4
ทรายหยาบรองพื้น
0.20
0.20
0.20
0.20
รูปด้านหลัง
0.55
1.30
0.55
มาตราส่วน
0.55
1.30
0.55
รูปด้านข้าง
(นางสาวการะเกศ ไคร้จ่าย) ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
อนุมัติ
(นางสาวการะเกศ ไคร้จ่าย) ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง ปฏิบัติหน้าที่ “นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านหลวง
เลขทีแบบ
แผ่นที่
มาตราส่วน
2.40
2.40
วันที่
7/07
www.yotathai.com
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมค้นทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
บดอัดเป็นชิ้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งาน นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มท.ช. 203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มาช 225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coot มทร 227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10–0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อน
8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแข่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร
อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส. (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
และปริมาณแอสฟัลต์ เมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว
โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ
ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
(Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก้อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
กรมทางวงชมบร
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําาหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ กถ-7-601
แผ่นที่ 100
www.yotathai.com
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
ไหล่ทาง
Slope
ผิวจราจร
ผิวจราจร
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
( รูปตัดโครงสร้างทาง 2
Slope
Slope
ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อกําหนด
SIDE SLOPE
ท้าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม
โครงสร้างทางเดิม
ใหล่ทาง
SIDE SLOPE
ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ - ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ( มฐ. บร. 3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
ลําดับที่
1
รายการ
ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
213
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
3
4
TACK COAT
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
33
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
“}
มทช.230-2545
ม
อ้าง ง
33
33
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มท 230–2545
อ้างถึง มาตรฐานงานแทคโคท มทช.227-2545
อ้างถึง
}
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
“}
nn-3-110(1) 110(4)
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ ♥ -7-201
แผ่นที่ 94
www.yotathai.com
ผิวทาง
คันทางเดิม
หินคลุกในพื้นทาง
ลูกรังกรณีที่ชั้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX wie HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
1.งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานขุดขึ้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ทําการบดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไล (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
- งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
กรมทางหลวง มบ
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ ทถ-7-602
แผ่นที่ 101
www.yotathai.com
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้ - วิธีดําเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ 1. วัสดุ
รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
415 สีจราจร ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
มอก. 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่ทําหนด
1.1 ข้อกําหนด - ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
พ่น
1.2 การใช้งาน
2.1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
รีดหรือปาดจาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม. - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), med.x
สีขาว สีเหลือง
สีจราจร
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มยก 415-2541 ชนิดที่ 2 มอก.542-2530 ระดับ 1
พ่น
พัน รีดหรือปวดลาก
0.2
≥ 3.0
www
3.0
≥ 400
≥ 400
≥ 0.2
≥ 3.0
-2
m
300
300
≥ 200
≥ 200
6 เดือน 1 ครั้ง 12
เดือน 1 คง
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
-1-2
150 ≥ 100
150
100
12 เดือน
24 เดือน
- ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
การมองเห็นในเวลากลางคืน
4.1
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medix m
สีขาว สีเหลือง - ระยะเวลาประกัน
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
จะผ่าน เมื่อพ้นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
(1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
(2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
3.2 ค่าแฟคเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
กรมทางหลวง 13
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 10-3-10) (4)
แผ่นที่ 52
ใหล่ทาง
เส้นขอบทาง
w/2
150ม
鶯
150 น
ระยะมองเห็นต่ําสุด หรับการแข่ง (ดูจากตาราง)
แนวสายตา
บริเวณห้ามแข่ง 4 s 6
0
บริเวณห้ามแซง 4 ถึง 6
B
C
5
D
105
a,a’
เริ่มต้นตรงบริเวณห้ามแข่ง
b,b’
E
ปลายปริวท้าแข่ง
-เส้นขอบทาง
ใหล่ทาง
เส้นทีมอาจเหลื่อมกันได้
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งราบ
ตาราง : ระยะทางมองเห็นต่ําสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ
ค้ง ง
กรณีความกว้างสะพานมากกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
150 ม.
ใหล่ทาง
ไหล่ทอง
-เส้นขอบทาง
เนชลบ
├{ 150 มี HIN T
เส้น
- เส้นทับ
(150 11 MIN
เส้นขอบทาง
ใหล่ทาง
ใหล่ทาง
เส้นขอบทาง
150 21
A
ระยะมองเห็น าสุด หรับการแข่ง (ดูจากตาราง)
ใหล่ทาง
B
แนวสาน
บริเวณแข่ง 4 ง 5
ปลาแข่ง ’ ถึง 6
E
115,4
กรณีมีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
a,a’
จุดเริ่มต้นตรงบริเวณห้ามแซง
b,b’
ความเร็วสําคัญ (กม/ชม ระยะมองเห็น า ด าหรับการแข่ง (ม.)
เส้นขอบ …t
ไทยง
Polfather
80
8 8 2 88
160
180
210
240
276
150
100
816
ให้ตั้งบ้าน ค
150 ม
เรอ ทาง
เส้น บ
MEN
เส้นขอบ ฟันทิ่ล
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลดลง
ให้ ทาง
ไหล่แทง
ปลายบริเวณห้าแห่ง
การตีเส้นจราจรบริเวณโค้งตั้ง
180 ม
150 ม
ไหล่ทาง
150 MIN
0.50 0.50 0.10
0.50
080-080
เห็นขอบทาง
1 ม
150 21
A
1503 MIV )
เส้นทับ
ใหล่ง
เป็นใบยาวไม่น้อยกว่า 24 ม
ให้ทาง-
ไททรง
การ เส้นจราจรทางแยก
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- เส้นแบ่งทางจราจร
1 เส้นประ
กร : นอกเชน
0.10
3.00 9.00
ทานี: ในเขตชุมชน
3.00↓ 9.00
3.00
0.10
1.00
3.00
4.1.00.
3.00
0.10
150 ม
ไหล่รถลง
เส้นขอบพร
ไหง
2 เก็บบ
เติมบ
(150 MIN
8 เส้น
ใหล่ทรง
การตีเส้นจราจร กรณีความกว้างของไหล่ทางลดลง
3 เส้นขอบทาง
0.10
0.10
0.310
-0.10
-ชอบผิวจราจร
นอก
ค้านใน
ให้ติดตั้งป้าย 8-25
150 ม
ไหล่ทาง
( 150ม
Y MIN
ไหล่ทาง
เส้นขอบทาง
ใหล่ทาง
*(150), MIN )
เส้นขอบทาง
150 ม.
m เล่นจราจรบริเวณสะพาน
ใหล่ทาง ให้ทั้งป้าย -25
รายการประกอบแบบ
1 มีต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
2 เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นสีเหลือง ขนาดกว้าง 5 ซม. เส้นทางกลางผิวจราจรคลอดแนว
21 เส้นประเป็นเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้รถแซงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
ขนาด ความยาว และการวันช่องของเส้นประจําหนดไว้ดังนี้
- ทางหลวงนอกเขตชุมชน เส้นยาว 8 ม เว้นช่อง 9 ม
- ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3 ม
22 เส้นใบเดี่ยว เป็นส้นทับสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณ ท้าแข่งในสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก
โดยบริเวณก่อนถึงทางแยก ห้าม เปลี่ยนช่องจราจรความยาว นที ต้องไม่น้อยกว่า 24 ม
2
23 เส้นประตูกับเส้นทับ เป็นเส้นสีเหลือง คู่ขนานกันไป โดยเส้นทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นที่บ
กับเส้นประเป็นเส้นทางจราจรในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจาก สทางหนึ่งแข่ง แต่ยอมให้รถที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้านที่ห้ามแซง ใช้เส้นทับ ส่วนด้านที่ยอมให้แสงใช้เส้นประ
24 การเส้นห้ามแซง บริเวณทางโค้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
25 กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องเส้นแบ่งทิศทางจราจร
ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตรก่อนถึงบริเวณดังกล่าว และภายในโค้งที่มีรัศมีกว่า 300 เมตร, ระยะ 50 เมตรก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นใยสีขาว กว้าง 9 มม. ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
4 สีทาถนนผิวจราจรที่เรียบทั้งหมด ( เคท ส, แอสฟัลต์คอนกรีต คอนกรีตเสริม )
ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
หมายเหตุ
8
แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่ทร-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
กรบทางแสวงชนบท
แบบเลขที่
www.yotathai.com
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
um no-3-110 (1)
แผ่นที่ 49