จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างการจ้างบริหารจัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์เชิงรุก ปีงบประมาณ 2569

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 69059059590
฿6,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 29 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างบริหารจัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์เชิงรุก ปีงบประมาณ 2569 โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)] จน์เป็นการตำในไชนย็าตวันเน้นตัวใหม่ iesd engopida com मुरख थिमां[[ไงf (Prolective Man Vaders’’)

พรมนเฬ)] (ฝัง #)[ ( ข
เล็เวลนผว่า) นในด Phro Citive commun pro)

Project focuses
{นักติดอย่าง * mctiles เปลี่ยน

5.]
<
<
ช{:
:
น Jage)

projและทั้งด้วบ เสมอเค้ถูก
{ศ ล CPEิรัคำลปล metaled in )
end ) that gives deliver by
รับสโดย ร และช]

.

of the future and robust industries zون_STR Ŝำกัดการืระดับ จ work:

work covers activities such as sceng planning ] medium that is #)(} developing.จ ’ เกt)(

  • เสาะ infoที่จะรวมท. มัญ
    และที่พ single .

The strategic activities str eate แหล่งค์n behalf focusing service integration.

English summary

This project for the year set work ‘Creative Media asset communications and bj it management.
Planning Includes E services such u Implementation {การ D focus mainly national China as and key target. deliverables มี Campaign executions Campaign promotions exj.

The Project aims “Reputation.” Communication upgrading while, pr, foreign AI- complete also our [ Strategic Implementation action highly actionable direct planning w This year execution [[ including think plan Strategic】

The job scope Creative Material involves commissioning designed work Communication works well ฟ O communications/ tools in news Chinese and translations target through**

Planning strategic digital.
Multi cross channel】
]
Monitoring.
Comp t via building all]]
Budget planning according

including needs as، being given content to hire this diverse resource specially customize aiming tie Regional image(industry centrac

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

I-EA-T
INDUSTRIAL ESTATE AUTHORITY OF THAILAND
รายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) การจ้างบริหารจัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์เชิงรุก ปีงบประมาณ 2569 โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding: e-bidding)
กองสื่อสารองค์กร สํานักผู้ว่าการ มีนาคม 2569
2
รายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference)
การจ้างบริหารจัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์เชิงรุก ปีงบประมาณ 2569 โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding: e-bidding)

  1. หลักการและเหตุผล
    การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีภารกิจ สําคัญในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการลงทุน ยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และพฤติกรรมของนักลงทุนที่มีความคาดหวังต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่สูงขึ้น
    ในปัจจุบัน การสื่อสารองค์กรมิได้จํากัดเพียงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แต่จําเป็นต้องดําเนินการเชิงรุก (Proactive Communication) โดยอาศัยกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์ (Creative Media Strategy) ควบคู่กับการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven Communication) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามบริบทของแต่ละประเทศ และสามารถสร้างการรับรู้ (Awareness) ความเชื่อมั่น (Trust) และภาพลักษณ์ (Brand Image) ขององค์กรในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรม
    ทั้งนี้ กนอ. มีความจําเป็นต้องพัฒนาและยกระดับการสื่อสารองค์กรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การดึงดูด การลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย เช่น จีน และประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมถึง การสื่อสารผ่านช่องทางสื่อดิจิทัลและสื่อระหว่างประเทศในรูปแบบสองภาษา (ไทย-จีน) และภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก และรองรับการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสมัยใหม่ (Next-Generation
    Industrial Hub)
    ดังนั้น เพื่อให้การสื่อสารองค์กรของ กนอ. มีความเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อน ภาพลักษณ์องค์กรในเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจําเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาหรือผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญ ในการบริหารจัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์องค์กร เพื่อดําเนินงานด้านการวางแผน การผลิตสื่อ การบริหารช่องทางการสื่อสาร และการวิเคราะห์ผลเชิงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ภายใต้โครงการ “การจ้างบริหาร จัดการกลยุทธ์สื่อสร้างสรรค์และภาพลักษณ์เชิงรุก ปีงบประมาณ 2559” โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    (e-bidding)
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อกําหนดและขับเคลื่อนกลยุทธ์การสื่อสารองค์กรเชิงรุก (Proactive Communication Strategy) ในระดับสากล เพื่อยกระดับความเชื่อมั่น (Credibility) และเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัย โปร่งใส
    และมีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก
    2.2 เพื่อพัฒนาและเผยแพร่สื่อสร้างสรรค์ (Creative Content) อย่างเป็นระบบ ผ่านช่องทาง ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มการรับรู้ (Awareness) การมีส่วนร่วม (Engagement) ของกลุ่มเป้าหมาย และเสริมสร้าง อัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ให้มีความโดดเด่น ชัดเจน และเป็นที่จดจํา
    3
    2.3 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารองค์กรด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data-Driven Communication) โดยใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลในการวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกําหนดกลยุทธ์ เนื้อหา และช่องทางการสื่อสารได้อย่างแม่นยําและมีประสิทธิผล
    2.4 เพื่อสร้างและบริหารเครือข่ายความร่วมมือด้านการสื่อสารทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการใช้ ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Influencer/KOL) สื่อมวลชน และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อขยายการรับรู้ และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และการดําเนินงานของ กนอ. โดยเฉพาะในด้านการพัฒนา อย่างยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG/CSR)
  3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
    3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคร เนื่องจากไม่เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ
    กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่าย สารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    3.5 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
    ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
    ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
    และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
    3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กนอ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
    3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
  1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ
    4
    การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ กิจการค้าซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
  2. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอไม่ต่ํากว่า 2,000,000 บาท
  3. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือ ในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็น ผู้ได้รับการคัดเลือก
    จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
  4. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
    4.1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
    หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
    และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
    แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
    4.2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคาร ต่างประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
    เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
    ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่
    5
    รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
  5. กรณีผู้อื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2) ข้อ 3) และข้อ 4.2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
    ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
  6. กรณีตามข้อ 1) - ข้อ 5) ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง ฯ มีผลใช้บังคับ

    6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
    6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครู ชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  7. การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลง ๆ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
  8. กรณีที่ข้อตกลง ฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ