ประกวดราคาจ้างพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม Ecosystem เพื่อสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจและให้บริการข้อมูลผู้ประกอบการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
โครงการนี้จัดโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (สขญ.) มีเป้าหมายศึกษา ออกแบบ พัฒนาและปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม BRIDGE Ecosystem ในระยะที่ 3 เพื่อแก้ไขข้อจำกัดของระบบเดิม สนับสนุนการดำเนินภารกิจหลักของสขญ. ได้แก่ การเชื่อมโยงเครือข่าย จับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ การบริหารจัดการทุนและสัญญา และ แพลตฟอร์มข้อมูลหนึ่งของประเทศ ขอบเขตงานประกอบด้วย เพิ่มประสิทธิภาพเข้าใช้งานระบบ จัดการและหาเครือข่ายทำให้มี Business Process T… จัดการ Focus Group ประชุมเกี่ยว User Journey UI Requirement Modification และศึกษาและประกาศ Multi-Roles Approval Quality และ UX Mode เพิ่มเร็ว Prompt Engagement ทำให้ Performance Business Match Enhancement Adjustment Specification DA0 Step Product Details from UAT… E… Open Setup Sh เฉส่ง ม ultation Ultra Ultimate ผู้ผลิต Demo Addon and Set.
English summary
The Big Data Institute (BDI) is hiring a developer to enhance the BRIDGE Ecosystem Platform (Phase 3). T Scope ม refinement upgrades matching engine for business partnerships integration development under rapid deploy, implementing next job forms Active control mod، reporting plus eligibility partnerships decision finance finance scenario extra legal for accessing needs Performance security controls or policies so strategy building include U Master these aspects proper API integration flow final important Project timeline after signing Completion monitoring planing implementing cost aspects stability legal Devis contract section migration has other added integration because connection security training pack included monitoring schedule .
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ (Terms of Reference: TOR)
จ้างพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม Ecosystem เพื่อสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ และให้บริการข้อมูลผู้ประกอบการปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
- ความเป็นมา
ตามที่สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (สขญ.) มีบทบาทในการส่งเสริมและขับเคลื่อนระบบ นิเวศด้านข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ ทั้งในมิติของการพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการ การ สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในภาคอุตสาหกรรม และการบูรณาการข้อมูลเพื่อยกระดับการตัดสินใจเชิง นโยบายของภาครัฐ โดยภารกิจดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถรวบรวม เชื่อมโยง และ บริหารจัดการข้อมูลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา สขญ. ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม BRIDGE (Ecosystem Platform) เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล ผู้ประกอบการและเครือข่ายด้าน Big Data และ AI ของประเทศ โดยสามารถวางรากฐานด้านการจัดเก็บทะเบียน ข้อมูลและการเชื่อมโยงเครือข่ายได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม จากบริบทการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI และการนำข้อมูลไปใช้ในภาคส่วนต่าง ๆ ทำให้ความต้องการของผู้ใช้งานมีความซับซ้อนมากขึ้น จึงมีความจำเป็น ในการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านฟังก์ชันการใช้งาน ความยืดหยุ่นของกระบวนการ และประสบการณ์ ผู้ใช้งาน
การมีแพลตฟอร์มที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญต่อ สขญ. ในหลายมิติ กล่าวคือ เป็น กลไกสำคัญในการจัดทำทะเบียนผู้ประกอบการและเครือข่ายด้านเทคโนโลยีข้อมูลของประเทศ เป็นเครื่องมือ สนับสนุนการบริหารจัดการทุนอย่างเป็นระบบและโปร่งใสตลอดวงจรโครงการ เป็นเครื่องมือในการยกระดับการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมผ่านการวิเคราะห์และจับคู่ทางธุรกิจอย่างมีเป้าหมาย และเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้าง การมีส่วนร่วมและบริหารจัดการกิจกรรมกับเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น สขญ. จึงมีความจำเป็นต้องจัดจ้างพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์ม BRIDGE ในระยะที่ 3 เพื่อ ยกระดับฟังก์ชันการทำงานให้รองรับการใช้งานปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ การจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership Matching) พัฒนาประสบการณ์ผู้ใช้งานให้สะดวกและเหมาะสมยิ่งขึ้น ตลอดจน เสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบ เพื่อให้ BRIDGE Platform สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ขององค์กร ได้อย่างครบถ้วน และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป - วัตถุประสงค์
2.1 ปรับปรุงระบบในส่วนของ Workflow, Features และ Functions ให้สอดคล้องกับการใช้งาน ปัจจุบันและสนับสนุนการดำเนินงานของ สขญ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1
2.2 ปรับปรุงระบบด้านความเสถียร ความปลอดภัย และเทคโนโลยีให้มีความทันสมัย รองรับการใช้งาน อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
2.3 พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการกิจกรรมและเครือข่าย (Active Event Management Module) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมีส่วนร่วมและการขับเคลื่อน Ecosystem
2.4 พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการเครือข่ายและจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Advanced Partnership Module) ให้สามารถรองรับความยืดหยุ่นในการจัดกลุ่ม การจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ การจับคู่ พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership Matching) และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เชิงวิเคราะห์
2.5 พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการทุน (Grant Management Module) ให้รองรับกระบวนการ ดำเนินงานแบบครบวงจรและเป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรม
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคา ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง
2
ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม
กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคล ธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
- กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่น ข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำ ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตาม
3
รายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่ สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ ยื่นข้อเสนอ
นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ สัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่ กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค)
แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงานพัฒนาและปรับปรุง Ecosystem Platform ข้อมูลผู้ประกอบการ/เครือข่าย ด้านเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ ระยะที่ 3 โดยมีรายละเอียดดังนี้
4.1. ศึกษา วิเคราะห์ระบบ Ecosystem Platform (ระบบเดิม Phase 1 และ Phase 2)
4
- เอกสารแผนผังการเชื่อมต่อและออกแบบระบบ โครงสร้างพื้นฐาน, เอกสารการออกแบบ ระบบ Use Case Diagram, Activity Diagram, Sequence Diagram, ER Diagram, Data Dictionary และ สรุปข้อจำกัดโดยแยกเป็นองค์ประกอบของผู้เกี่ยวข้อง ข้อจำกัดของระบบในส่วนของ function และ non function ข้อจำกัด สถาปัตยกรรมระบบ
- ศึกษา User journey การใช้ระบบเดิม
- ศึกษา front-end และ backend ของระบบเดิม ซึ่งระบบเดิมถูกพัฒนาโดยใช้ WordPress เวอร์ชันv.6.6.1, WordPress Plugin และระบบการให้ทุนสนับสนุนผู้ประกอบการที่ถูกพัฒนาด้วย Next.JS, Spring boot และฐานข้อมูลด้วย MySQL รวมถึงการพัฒนาส่วนเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบอื่นภายใต้การ เชื่อมโยงผ่านเว็บเซอร์วิส (Web Service) ตามที่สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่เป็นผู้กำหนด โดยแบ่งกลุ่มประเภท ของ Plug-in ได้ ดังนี้
3.1) ปลั๊กอินแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย (Free Plugin)
3.2) ปลั๊กอินแบบบอกรับสมาชิก (Subscription Plugin)
3.3) ปลั๊กอินที่พัฒนาขึ้นเอง (Self-Developed Plugin) - ศึกษาระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของระบบเดิม
- ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทหน้าที่ของ สขญ. เป้าหมายของการดำเนินการแพลตฟอร์ม
4.2. ออกแบบวิธีการเชื่อมโยง ส่วนที่ออกแบบใหม่และส่วนของเดิม เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์ เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ ภายใต้ชื่อโดเมนเดิม ตามที่ สขญ. กำหนด
4.3. ระบบที่พัฒนาในระยะที่ 3 ต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบ Ecosystem platform ในปัจจุบัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพไร้รอยต่อ (Seamless)
4.4. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำรายละเอียดแผนการดำเนินงาน - จัดประชุมเริ่มโครงการในรูปแบบ onsite ในพื้นที่ที่ สขญ. กำหนด (kick off meeting) 2) ดำเนินการจัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของโครงการ อย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ และ จัดทำรายงานการประชุม ภายใน 2 วันหลังจากการประชุม โดยรายงานผ่านช่องทางที่ สขญ. กำหนด 3) จัดทำแผนการดำเนินงานที่มี กระบวนการทำงาน ขั้นตอนการทำงานด้านเทคนิค และ ระยะเวลาการดำเนินการในลักษณะ interactive เป็นรอบ ในรายการต่อไปนี้
3.1) การออกแบบระบบ (Design) - กำหนดโครงสร้าง สถาปัตยกรรม และฟังก์ชัน การทำงานของระบบ
3.2) การทดสอบระบบ (Testing) – ตรวจสอบและประเมินคุณภาพของระบบ
3.3) การติดตั้งระบบ (Deployment) – นำระบบเข้าสู่สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง
3.4) การบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบ (Maintenance and Improvement)
3.5) ขั้นตอนการทำงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง - กระบวนการเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับความ สมบูรณ์ของโครงการ - จัดทำการสัมภาษณ์หรือจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ภายใน สขญ. (Focus Group) เพื่อรับฟังข้อมูล ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความคาดหวังเกี่ยวกับระบบ
5
เพื่อนำความคิดเห็นใช้ในการออกแบบระบบ (UX/UI Design) ให้ตอบสนองกับความต้องการ รวมถึง การออกแบบความสามารถของระบบในการจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership Matching) โดย พิจารณาเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยี ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และ ความเหมาะสมของความร่วมมือ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดกิจกรรมตามห้วงเวลาที่ สขญ. กำหนด ในรูปแบบ online หรือ onsite โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากสถาบันฯ ก่อนดำเนินการ
4.1) รับฟังความคิดเห็นเพื่อเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (Requirement Specification) เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบส่วนความสามารถของระบบใน การจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership Matching) ตลอดจนแนวทางการ จัดลำดับความเหมาะสม (Matching Criteria) ซึ่งต้องสามารถนำผลการวิเคราะห์ไปออกแบบ เป็นฟังก์ชันการทำงานของระบบ รวมถึงออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX/UI) ให้มีความ สะดวก เข้าใจง่าย และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอย่างน้อยต้องครอบคลุม การกำหนดหลักเกณฑ์และปัจจัยในการจับคู่ ดังต่อไปนี้
4.1.1) ความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยี
4.1.2) ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ
4.1.3) ความสอดคล้องของความต้องการ (Demand–Supply Matching)
4.1.4) ข้อมูลโปรไฟล์ของหน่วยงานหรือผู้ประกอบการ
4.2) รับฟังความคิดเห็นหลังจากออกแบบระบบ เพื่อใช้ในการปรับปรุงระบบให้ตรง กับความต้องการของผู้ใช้งาน โดยใช้ต้นแบบการใช้งาน (Prototype) ที่ผู้ใช้งานสามารถ มีปฏิสัมพันธ์กับต้นแบบได้ เช่น สามารถกดปุ่มเพื่อนำทางไปหน้าเว็ปต่างๆได้ ในกระบวนการ รับฟังความคิดเห็น
4.3) พัฒนา Non-functional requirement specification เช่น การใช้งานง่าย มีความน่าเชื่อถือ การตอบสนองของระบบ ความปลอดภัยของระบบ
4.5. ปรับปรุงและเพิ่มเติมรายละเอียด User persona และ user roles ส่วนเพิ่มเติมในระยะที่ 3 พร้อมสรุปเป็นภาพรวมทั้งหมดของระบบ
4.6. พัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเดิมเพื่อรับรองการใช้งานตาม User persona และบริบท การใช้งานของระบบในระยะที่ 3
4.7. ศึกษา วิเคราะห์กระบวนการทำงาน และออกแบบระบบ (System Analysis and Design) โดย ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน ความมั่นคงปลอดภัย และความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง 4.7.1. ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process Analysis) เพื่อรองรับ การจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnership Matching) โดยใช้เกณฑ์การประเมินความสามารถในการ ต่อยอดเทคโนโลยี ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และมิติอื่นๆ ตามที่ สขญ. เห็นชอบ
4.7.2. ศึกษาและออกแบบกระบวนการมอบอำนาจทางกฎหมาย (Delegation of Authority Workflow) สำหรับผู้ใช้งานประเภทนิติบุคคล ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ ระเบียบ
6
ของ สขญ. โดยการออกแบบระบบต้องคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ
4.7.3. ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ (System Architecture Design) ให้รองรับการเชื่อมต่อ ข้อมูล (Data Integration) ระหว่างแพลตฟอร์ม BRIDGE กับระบบงานของ สขญ. เช่น ระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Saraban) ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP/Odoo) หรือระบบอื่นที่ สขญ. กำหนด
4.8. งานพัฒนาระบบบริหารจัดการกิจกรรม (Active Event Management Module) 4.8.1. ระบบเชิญชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม (Invitation System) - พัฒนาระบบให้ผู้ดูแลระบบสามารถนำเข้าข้อมูลอีเมล (Import Email List) และ ส่งคำเชิญเข้าร่วมกิจกรรม (Send Invitation) ผ่านระบบได้
- ผู้ใช้งานปลายทางสามารถกดตอบรับ (Accept) หรือปฏิเสธ (Reject) ผ่านลิงก์ใน อีเมลโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลสมัครใหม่ทั้งหมด
4.8.2. ระบบบริหารจัดการสถานะผู้เข้าร่วม (Participant Status Management)ปรับปรุง ระบบให้ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขสถานะการอนุมัติผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ (Re-approval/Reject) แม้จะมีการ อนุมัติไปแล้ว เพื่อรองรับกรณีมีการเปลี่ยนแปลงหน้างาน
4.8.3. ปรับปรุงเมนูประวัติการลงทะเบียนให้รองรับการอ้างอิงข้อมูลการแสดงผลตารางตาม แบบฟอร์มลงทะเบียนของแต่ละกิจกรรม รวมถึงพัฒนาส่วนการกรองข้อมูล (Table Filter) ให้สามารถกำหนด เปิด/ปิด การมองเห็นได้โดยผู้จัดการกิจกรรมสามารถตั้งค่าได้เอง รวมทั้งปรับปรุงฟังก์ชันการเรียกสรุปข้อมูล ข้อมูลเอกสาร(Download Excel File) ในรูปแบบไฟล์ .xlsx/PDF เพิ่มเติมฟังก์ชันการ Download ข้อมูลตาม ชุดแบบฟอร์มลงทะเบียน/Download ข้อมูลตามกำหนดในหน้าตารางประวัติการลงทะเบียน
4.9. งานพัฒนาระบบบริหารจัดการเครือข่ายและจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (Advanced Partnership Module)
4.9.1. ระบบบริหารจัดการข้อมูลสมาชิก (Advanced Profile Management) - พัฒนาระบบรองรับการจัดเก็บข้อมูลพันธมิตรทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder/Partner) ได้แก่ ผู้ประกอบการ (Micro, S, M, L) บุคคลธรรมดา (Freelance), และ นิติบุคคลที่ไม่ใช่บริษัท (เช่น มหาวิทยาลัย, หน่วยงานที่มี พ.ร.บ. จัดตั้ง)
- รองรับการจัดเก็บข้อมูลตามหมวดหมู่ธุรกิจรูปแบบใหม่ตามเกณฑ์การประเมิน ความสามารถในการต่อยอดเทคโนโลยี ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และมิติอื่น ๆ เพื่อระบุ ความเชี่ยวชาญ หรือความต้องการด้าน Digital และ AI ที่ชัดเจน รวมถึงสามารถปรับปรุง หมวดหมู่ธุรกิจได้ตามที่ สขญ. กำหนด
- รองรับการระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์/บริการ (Products/Services Provided) และ ความต้องการเทคโนโลยี (Products/Services Needed) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ Demand & Supply พร้อมรองรับการแนบรูปภาพประกอบและข้อมูลบริษัทนิติบุคคล
7
4.9.2. ระบบจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ (ฺBusiness Partnership Matching) ผู้รับจ้างต้อง ออกแบบและพัฒนาระบบจับคู่พันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศให้สามารถจับคู่ความร่วมมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ - พัฒนาระบบวิเคราะห์และจับคู่ความต้องการ (Matching Potential Demand & Supply) โดยประมวลผลจาก User Journey ข้อมูล Profile ข้อมูลความต้องการ (Demand) และข้อเสนอ (Supply) และข้อมูลศักยภาพทางธุรกิจ ทั้งนี้ ระบบต้องสามารถ วิเคราะห์ความสอดคล้องและความเหมาะสมของคู่ธุรกิจ เพื่อเสนอทางเลือกในการจับคู่ได้ อย่างเป็นระบบ
- ระบบสามารถแนะนำ (Suggest/Analyze) คู่ค้าหรือพันธมิตรที่เหมาะสม โดย แสดงรายการคู่ค้าที่แนะนำตามระดับความเหมาะสม (Ranking)
- ระบบสามารถวิเคราะห์ช่องว่างเชิงพื้นที่ (Gap Analysis) ใน Supply Area ที่ยังขาดผู้ให้บริการในระบบนิเวศ
- ระบบต้องรองรับการออกแบบและพัฒนาฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาและ จับคู่ เช่น การค้นหาพันธมิตรตามเงื่อนไขที่กำหนด (Search/Filter) และแสดงผลลัพธ์การ จับคู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
- ระบบต้องสามารถพัฒนาให้รองรับการขยายผลในอนาคต เช่น การนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือระบบแนะนำ (Recommendation Engine) มาใช้ เพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและความแม่นยำในการจับคู่
4.9.3. ระบบบริหารจัดการสิทธิ์และการมอบอำนาจ (Delegation Management System) ระบบต้องรองรับการมอบอำนาจ ประเภทนิติบุคคล ให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ ต้องสามารถกำหนด ขอบเขตอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้รับมอบอำนาจได้อย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบ ย้อนหลังได้ โดยการมอบอำนาจดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักกฎหมายว่าด้วยตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ รวมถึงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ - พัฒนาระบบรองรับการสร้างบัญชีผู้ใช้งานย่อย (Sub-account) หรือการมอบ สิทธิ์ให้กับบัญชีอื่น (Account Delegation) เพื่อดำเนินการแทนในนามนิติบุคคล
- ระบบสามารถกำหนดขอบเขตการมอบอำนาจ (Scope of Authorization) แยก ตามขั้นตอน หรือ ธุรกรรมได้ โดยผู้มอบอำนาจต้องเลือกขอบเขตผ่าน Checkbox เช่น สิทธิ์ ในการยื่นข้อเสนอโครงการ สิทธิ์ในการลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ สิทธิ์แก้ไขข้อมูล สิทธิ์การ ยื่นเอกสารเพิ่มเติม เป็นต้น และรองรับผู้รับมอบอำนาจต่างรายในแต่ละขั้นตอนของโครงการ เดียวกันได้
- ระบบต้องสามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิกถอนการมอบอำนาจได้ โดยต้องมี การบันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง
- ระบบต้องสามารถรองรับผู้รับมอบอำนาจหลายราย โดยผู้รับมอบอำนาจ แต่ละรายสามารถมีขอบเขตอำนาจแตกต่างกันได้ และอาจได้รับมอบหมายให้ดำเนินการใน โครงการ/กิจกรรมเดียวกันหรือที่แตกต่างกันได้
8 - ระบบต้องสามารถกำหนดเงื่อนไขการมอบอำนาจตามรายโครงการ (Project based Authorization) โดยผู้รับมอบอำนาจสามารถดำเนินการได้เฉพาะในโครงการที่ได้รับ มอบหมายเท่านั้น
- ระบบต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้งานก่อนการดำเนินธุรกรรมทุกครั้ง พร้อม บันทึกข้อมูลการดำเนินการ (Log) อย่างครบถ้วน โดยสามารถระบุผู้ดำเนินการว่าเป็นผู้สมัคร หรือผู้รับมอบอำนาจ รวมถึงวัน เวลา และรายละเอียดของการดำเนินการ และต้องรองรับ การตรวจสอบย้อนหลัง (Audit Trail) ได้
- พัฒนาระบบตรวจสอบความถูกต้องของบุคคล (Identity Verification) โดยมีการ ตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชน (ThaiD) ของผู้รับมอบอำนาจให้ตรงกับฐานข้อมูล กรมการปกครองในขั้นตอนการลงนามสัญญาพร้อมระบบบันทึกกิจกรรม (Activity Log)
- มีระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย (Legal Admin) ในการตรวจสอบเอกสาร และอนุมัติการมอบสิทธิ์ (Delegation Approval) ก่อนสิทธิ์จะถูกเปิดใช้งาน
4.10. งานพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนและสัญญา (Grant Management Module) 4.10.1. ระบบบริหารจัดการโครงการแบบแยกหน่วยงาน (Department-Specific Project Management) - พัฒนาระบบให้รองรับการสร้างชุดโครงการ (Project Campaign) ที่มีรายละเอียด แตกต่างกันตามหน่วยงานภายในของ สขญ. (Business Units)
- ระบบสามารถกำหนดแบบฟอร์มการรับสมัคร (Application Form) และงวดงาน (Milestone) ที่แตกต่างกันในแต่ละหน่วยงานได้อย่างอิสระ เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบการ เบิกจ่ายของแต่ละประเภททุน
- พัฒนาระบบให้รองรับการแก้ไข ข้อมูล แบบฟอร์มยื่นข้อเสนอโครงการแยกตาม หน่วยงานภายในของ สขญ.
- พัฒนาระบบจัดการสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล (Data Access Control) ให้เจ้าหน้าที่ แต่ละฝ่ายมองเห็นและจัดการได้เฉพาะโครงการภายใต้ความรับผิดชอบของตนเอง (Department Isolation)
4.10.2. ระบบจัดการแม่แบบเอกสาร (Document Template Management ) - พัฒนาระบบให้ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถอัปโหลดและจัดการไฟล์ตัวอย่าง ข้อเสนอโครงการ (Template Proposal)
- รองรับการแยกกลุ่ม Category เช่น กลุ่มเอกสารสำหรับการให้ทุน / กลุ่มเอกสาร สำหรับการจัดการสัญญา / กลุ่มเอกสารสำหรับหนังสือสำคัญ เช่น หนังสือมอบอำนาจ เป็นต้น รวมไปถึงระบบจัดการเอกสารประกาศตามรูปแบบที่ สขญ. กำหนด
- พัฒนาระบบเอกสารแจ้งผลผู้ได้รับทุน พร้อมบริหารจัดการการออกเลขหนังสือ ราชการอัตโนมัติ โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (E-Saraban)
4.10.3. ระบบติดตามสถานะและแจ้งเตือน (Tracking & Notification)
9 - พัฒนาส่วนจัดการการแจ้งเตือนหนังสือแจ้งผลผ่านระบบจัดการเอกสารโดย รองรับการแจ้งผลอัตโนมัติเมื่อผู้ยื่นข้อเสนอโครงการทุนได้รับการพิจารณาโดยอ้างอิงรูปแบบ เอกสารจากข้อ 4.10.2
- เพิ่มฟังก์ชันบันทึกเหตุผลกรณีผู้ใช้งานขอยกเลิก/สละสิทธิ์ โครงการ (Withdrawal Note) สำหรับเจ้าหน้าที่
- พัฒนาระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ (Email Notification) ไปยังผู้ดูแลระบบ เมื่อผู้ได้รับทุนดำเนินการลงนามสัญญาอิเล็กทรอนิกส์เรียบร้อยแล้ว
- ระบบต้องแสดงประวัติและจำนวนครั้งการส่งคืนแก้ไข (Revision History & Count) เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ยื่นขอทุนทราบสถานะการดำเนินการได้อย่างชัดเจน
4.10.4. พัฒนาระบบการจัดทำและลงนามสัญญาผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ - พัฒนาระบบสำหรับการจัดทำ ตรวจสอบ และลงนามสัญญาผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้รูปแบบ ถ้อยคำและเนื้อหาของสัญญาที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขตาม ความเห็นชอบ ของ สขญ.
- ระบบต้องสามารถบริหารจัดการเอกสารแนบหรือผนวกสัญญาได้อย่างเป็นระบบ โดยรองรับการแนบ การจัดหมวดหมู่ การกำหนดความเชื่อมโยงกับสัญญาหลัก และการนำ เอกสารแนบมาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาในการลงนาม
- ระบบต้องสามารถจัดเก็บสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยงข้อมูลกับ ระบบที่เกี่ยวข้อง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างครบถ้วน
4.11. งานพัฒนาระบบแสดงผลข้อมูลอัจฉริยะและรายงานผลการดำเนินงาน (Smart Dashboard & Reporting)
ผู้รับจ้างต้องออกแบบและพัฒนาระบบแสดงผลข้อมูล (Dashboard) ในรูปแบบ Interactive Visualization ที่มีความทันสมัยและใช้งานง่าย เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางในการติดตามและประเมินผลการ ดำเนินงานของระบบ Ecosystem Platform ทั้งหมด โดยระบบต้องสามารถรวบรวมข้อมูลจากโมดูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลเครือข่ายผู้ประกอบการ (Partnership), ข้อมูลกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Matching), และข้อมูลการ สื่อสารทางการตลาด (Communication) มาประมวลผลและแสดงผลในมุมมองเชิงวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุน ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย การวางแผนกลยุทธ์ และการติดตามความคืบหน้าของ โครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว (Real-time Decision Making) โดยมีรายละเอียดความดังนี้
4.11.1. ระบบแสดงผลการวิเคราะห์เครือข่ายและผลกระทบทางธุรกิจ (Partnership & Impact Dashboard) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบแสดงผลเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผู้ประกอบการและผลลัพธ์จากการ ดำเนินงาน ดังนี้ - การเปรียบเทียบฐานข้อมูล (On-bridge Comparison) ระบบต้องสามารถ เปรียบเทียบกับข้อมูลผู้ประกอบการที่มีอยู่ในระบบ BRIDGE (On-bridge Data) โดยแสดงผล ในรูปแบบกราฟเปรียบเทียบสัดส่วน (Ratio) หรือแผนภาพที่ชี้ให้เห็นช่องว่างของข้อมูล (Gap Analysis) เพื่อใช้ในการวางแผนขยายเครือข่าย
10 - การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Analysis) ระบบต้องแสดงผลข้อมูล ความต้องการเทคโนโลยี (Technology Demand) หรือข้อมูลผู้ประกอบการในรูปแบบแผนที่ ประเทศไทย (Interactive Map) โดยสามารถเจาะลึกข้อมูล (Drill-down) ได้ตั้งแต่ระดับ ภาพรวมประเทศ, ระดับภูมิภาค, ไปจนถึงระดับจังหวัด เพื่อให้เห็นการกระจายตัวและ แนวโน้มความต้องการในแต่ละพื้นที่
- การติดตามและประเมินผลกระทบ (Impact & Business Value Tracking) ระบบต้องแสดงผลมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) โดยเชื่อมโยงข้อมูลจากผลการสำรวจ (Survey) ภายหลังจบกิจกรรม มาประมวลผลเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) และแสดงผลในรูปแบบ Dashboard ที่เข้าใจ ง่าย
4.11.2. ระบบรายงานและวิเคราะห์ประสิทธิภาพการสื่อสาร (Campaign & Communication Analytics) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรายงานผลการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ผ่านอีเมล ดังนี้ - รายงานสถิติประสิทธิภาพแคมเปญ (Campaign Performance Metrics) แสดงผลสถิติเชิงลึกของการส่งอีเมลประชาสัมพันธ์แต่ละแคมเปญ ประกอบด้วย อัตราการส่ง สำเร็จ (Delivery Rate), อัตราการตีกลับ (Bounce Rate), อัตราการคลิกลิงก์ (Click Rate) และสถิติการขอยกเลิกรับข่าวสาร (Unsubscribe Rate)
- การเปรียบเทียบและวิเคราะห์แนวโน้ม (Comparative & Trend Analysis) ระบบต้องสามารถแสดงกราฟเปรียบเทียบประสิทธิภาพระหว่างแคมเปญ หรือแสดงแนวโน้ม ผลลัพธ์การสื่อสารในรูปแบบรายเดือน (Monthly Trend) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถวิเคราะห์ และปรับปรุงกลยุทธ์การสื่อสารได้
4.11.3. ระบบติดตามสถานะโครงการและภาพรวมระบบสำหรับผู้ดูแล (Admin Operation Dashboard) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบติดตามการบริหารจัดการโครงการและระบบงานสำหรับผู้ดูแลระบบ ดังนี้ - การติดตามสถานะโครงการ (Project Timeline View) แสดงภาพรวม ความก้าวหน้าของโครงการทุนหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบ Timeline หรือ Gantt Chart โดยมีการแยกสถานะที่ชัดเจน ระหว่างโครงการที่ได้รับการอนุมัติ (Approved) และโครงการ ที่อยู่ในระบบทั้งหมด
- รายงานภาพรวมการใช้งานระบบ (System Usage Overview) แสดงสถิติ ปริมาณการเข้าใช้งานระบบ (Traffic), จำนวนผู้ใช้งานที่ Active
- การเชื่อมต่อและส่งออกข้อมูล (Data Export & Integration) ระบบต้องรองรับ การส่งออกข้อมูลรายงานในรูปแบบไฟล์มาตรฐาน (เช่น Excel, CSV) และต้องมีช่องทาง เชื่อมต่อข้อมูล (API Endpoint) ที่มีความปลอดภัย เพื่อให้สามารถนำข้อมูลดิบไปประมวลผล ต่อหรือแสดงผลบนเครื่องมือ Business Intelligence ภายนอกได้ (เช่น Microsoft Power
BI, Tableau หรือ Google Looker Studio)
11
4.12. งานปรับปรุงมาตรฐานและการใช้งาน (Usability & Standard Improvement) 4.12.1. ปรับปรุงรูปแบบการแสดงผลวันที่และเวลา (Date/Time Format) ของทั้งระบบ ให้ เป็นปีพุทธศักราช (พ.ศ.) และรูปแบบ DD:MM:YYYY เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
4.12.2. ปรับปรุงระบบส่วนงานหลังบ้าน (Back-office) ให้รองรับการเข้าถึงข้อมูล (Accessibility) โดยเพิ่มเครื่องมือสำหรับปรับขนาดตัวอักษร (Text Resizing Tool) เพื่ออำนวยความสะดวก แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
4.13. พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ (CMS: Content Management System) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ดังนี้
4.13.1. มีการปรับปรุงระบบ Environment เพื่อปรับให้เป็นปัจจุบัน (update) เพื่อทำให้ ระบบ CMS และฐานข้อมูลปลอดภัย มีประสิทธิภาพ รวมถึงเสนอคุณสมบัติใหม่เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การ ใช้งานของผู้ใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้
4.13.2. ระบบ CMS มีการปรับปรุงแพตช์ความปลอดภัย (Security Patch) ให้เป็นปัจจุบัน แก้ไขข้อบกพร่อง (Bugs) และปรับปรุงประสิทธิภาพพร้อมทั้งอัปเดตคุณสมบัติใหม่ (New features) รวมถึง ปลั๊กอิน (Plug-in) เพื่อให้ระบบ CMS สามารถทำงานบนสภาพแวดล้อมที่ปรับปรุงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.13.3. ปรับปรุงในส่วนของฟังก์ชันการทำงาน การแสดงและการเก็บข้อมูล ทั้งในส่วนระบบ สมาชิก (Membership) ระบบจัดการผู้ประกอบการ (Partnership) ระบบจัดการกิจกรรม (Events) และ ระบบจัดการผู้ดูแลระบบ (Admins) โดยจะต้องปรับปรุงทั้งในส่วน Front-End, Back-End และ แดชบอร์ด (Dashboard) ให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงและข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลง (ถ้ามี) ตลอดจนพัฒนาส่วน การเชื่อมต่อข้อมูลกับภายในผ่าน Application Programming Interface (API) ในรูปแบบที่เหมาะสม
4.14. Front-end ของระบบมีคุณสมบัติอย่างน้อยหรือดีกว่า ดังนี้ - ระบบมีลักษณะเป็น Web Application ที่ถูกพัฒนาด้วย Next.js เป็น Frontend Framework เชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API โดยมี WordPress ทำหน้าที่เป็นระบบจัดการเนื้อหาหลัก (Backend CMS) ทั้งนี้ API Response Time ระหว่าง Next.js กับ WordPress Backend ต้องไม่เกิน 200ms (p95) สำหรับ Content API และกำหนด Timeout Policy สำหรับ API Calls ไม่เกิน 5 วินาที หรือตามที่ สขญ. กำหนด
- สามารถแสดงผลได้เหมาะสมกับแต่ละอุปกรณ์ (Responsive Design) เช่น แสดงผลได้ เหมาะสมบนโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์, และคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ Lighthouse Performance Score ต้องไม่น้อยกว่า 85 บน Mobile และ 90 บน Desktop หรือตามที่ สขญ. กำหนด
- สามารถแสดงผลได้ถูกต้องบน Web Browser ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Google Chrome, Microsoft Edge, Firefox, และ Safari เป็นอย่างน้อย
- ปรับปรุงธีม (Theme) ของเว็บไซต์ ให้มีความสวยงาม ทันสมัย และสร้างประสบการณ์ที่ดี แก่ผู้ใช้งาน รวมทั้งยังสามารถจัดการ เปลี่ยนแปลง และแก้ไขส่วนการแสดงผลได้ เช่น ส่วน Header, ส่วน Footer, ส่วน Menu Navigation, หรือวัตถุแสดงผลอื่นๆ เป็นต้น โดยผ่านความเห็นชอบจาก สขญ.
- แสดงผลได้เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างน้อย โดยใช้ระบบ Next.js i18n (Internationalization) ทดแทนปลั๊กอินแปลภาษาเดิม เพื่อให้การสลับภาษาเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่สร้างภาระ
12
ต่อระบบ ทั้งนี้ การสลับภาษาต้องไม่ทำให้เกิด Full Page Reload โดยใช้เวลาไม่เกิน 300ms หรือตามที่ สขญ. กำหนด และ Translation Files ต้องดำเนินการแบบ Lazy Load เฉพาะภาษาที่ใช้งาน 6) เป็นไปตามมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ (Government Website Standard) ไม่น้อยกว่า เวอร์ชัน 3.0 โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือเป็นไปตามที่ สขญ. ให้ความเห็นชอบ 7) ปรับปรุงเงื่อนไขการใช้งานระบบ (Term and condition) ให้เป็นปัจจุบันตามที่ สขญ. กำหนด - ปรับปรุงคำชี้แจงการใช้งาน การให้ความยินยอม และประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล (Privacy Notice) ของระบบ ให้เป็นปัจจุบันตามที่ สขญ. กำหนด
- ปรับปรุงการแสดงผลการย่อขยายของ User Interface รองรับฟังก์ชันปรับขนาดตัวอักษร (Font Resizing) และการแสดงผลเพื่อการเข้าถึง (Web Accessibility) ด้วยการพัฒนา Native Code ฝั่ง Client-side โดยไม่ต้องพึ่งพาปลั๊กอินภายนอก
- เพื่อยกระดับสถาปัตยกรรมของแพลตฟอร์มจากระบบแบบเดิม (Monolithic WordPress) ไปสู่สถาปัตยกรรม Headless CMS อย่างสมบูรณ์ ได้กำหนดขอบเขตการ Refactor ระบบ ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังต่อไปนี้
10.1) การ Refactor ส่วนแสดงผล (Frontend Refactoring) พัฒนาส่วนแสดงผล ขึ้นใหม่ทั้งหมดด้วย Next.js แทนการใช้ WordPress Theme เดิม โดยครอบคลุมหน้า เว็บไซต์หลักดังต่อไปนี้
10.1.1. หน้าแรก (Homepage) ปรับสถาปัตยกรรมการแสดงผลใหม่ด้วย
เทคนิค Static Site Generation (SSG) เพื่อให้โหลดได้ทันที (TTFB < 0.8s) แทน การ Render จาก WordPress PHP เดิม, Lighthouse Performance Score ≥ 90 หรือตามที่ สขญ. กำหนด
10.1.2. หน้าสารบัญรายชื่อธุรกิจ (Business Directory) ปรับโครงสร้าง URL
ให้เป็นมิตรกับ SEO (เช่น เปลี่ยนจาก ?p=company_profile&tid=[ID] เป็น /data services/[ID]) พร้อมนำ SSR/ISR มาใช้แทนการ Render แบบเดิม
10.1.3. หน้าโปรไฟล์บริษัท (Company Profile) ปรับสถาปัตยกรรมให้
เป็นแบบแหล่งข้อมูล Single Source of Truth พร้อมระบบ Data Validation ผ่าน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เพื่อป้องกันข้อมูลซ้ำซ้อน
10.1.4. หน้ากิจกรรมและหน้าย่อย (Event List & Event Details) ปรับ
ระบบการแสดงผลปฏิทินและรายละเอียดกิจกรรมให้รองรับ High Concurrency ด้วยระบบ Caching และ Pre-fetching
10.2) การ Refactor ระบบ Plugin (Plugin Replacement Refactoring) ถอดถอน และทดแทนปลั๊กอินที่สร้างภาระต่อระบบด้วยการพัฒนา Native Code เฉพาะทาง โดยมี เป้าหมายลดจำนวนปลั๊กอินลงมากกว่า 50% ครอบคลุมส่วนต่อไปนี้
13
10.2.1. ระบบหลายภาษา ทดแทน WPML / Polylang ด้วย Next.js i18n
(Built-in Internationalization) เพื่อให้การสลับภาษาเกิดขึ้นทันทีโดยไม่สร้างภาระ Query ต่อฐานข้อมูล
10.2.2. ระบบ Web Accessibility ทดแทนปลั๊กอิน Accessibility เดิม
ด้วย Native Code ฝั่ง Client-side ครอบคลุมฟังก์ชัน Font Resizing และ High Contrast โดยไม่มีไฟล์ JS/CSS ส่วนเกินโหลดตามมา ทั้งนี้ Native Code ต้องมี JS/CSS ผ่านมาตรฐาน WCAG 2.1 Level AA
10.2.3. ระบบ SEO ทดแทนการทำงานของปลั๊กอิน SEO (เช่น Yoast หรือ
RankMath) ในฝั่งการแสดงผล โดยดึงข้อมูล Meta Tags (Title, Description, Open Graph) ผ่าน API แล้วฝังใน ของ Next.js โดยตรง
10.3) การ Refactor ส่วนเชื่อมต่อข้อมูล (Backend API Refactoring) ยกระดับ โครงสร้างการรับส่งข้อมูลระหว่าง Frontend และ Backend ใหม่ทั้งหมด โดยยังคง WordPress ไว้เป็น CMS หลัก แต่ปรับปรุงชั้น API ดังนี้
10.3.1) ติดตั้ง WPGraphQL หรือ Custom REST API เพื่อให้ Frontend
สามารถร้องขอเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ลด Payload Size และแก้ปัญหา N+1 Query 10.3.2) ติดตั้งระบบ Object Caching ด้วย Redis หรือ Memcached ฝั่ง
WordPress Server เพื่อลดภาระ CPU และ RAM จากการ Query ซ้ำซ้อน
4.15. งานเชื่อมต่อและบูรณาการระบบ (System Integration)
4.15.1. พัฒนาระบบเชื่อมต่อกลาง (Bridge API) เพื่อรองรับการบูรณาการข้อมูลร่วมกับ ระบบสารสนเทศอื่นๆ เช่น ระบบ e-saraban
4.15.2. พัฒนา API เพื่อเชื่อมต่อกับ ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กร (ERP / Odoo) เพื่อส่งข้อมูลคำขอเบิกเงินสนับสนุน (Disbursement Request) และข้อมูลการปิดโครงการ (Project Closing) เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการบันทึกข้อมูลการเงิน
4.15.3. พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลการส่งข้อมูลเพื่อสร้าง Vendor Profile รายการตั้งเบิก (RQ/EX Creation) และการรับสถานะ การจ่ายเงิน (Payment Status)
4.16. ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและเทคนิค
4.16.1. สถาปัตยกรรมระบบบนคลาวด์จะติดตั้งบนโครงสร้างพื้นฐาน Cloud ที่ สขญ. กำหนด ผู้รับจ้างต้องประสานงานกับวิศวกรโครงสร้างพื้นฐานของ สขญ. เพื่อกำหนดสเปกทรัพยากร (CPU, RAM, Storage) ให้เพียงพอต่อการใช้งานในช่วงสูงสุด และออกแบบระบบให้รองรับตามจำนวนผู้ใช้ที่อาจ เพิ่มขึ้น
การแยกส่วน Frontend และ Backend Server ผู้รับจ้างต้องออกแบบโครงสร้าง Server แยกส่วนอย่างชัดเจนระหว่าง Next.js Frontend Server, WordPress Backend Server, Database Server และ Cache Server (Redis, Memcached หรือเทียบเท่า) โดยแต่ละส่วนต้องอยู่ใน Network Segment ที่ แยกจากกันและสื่อสารกันผ่าน API ที่มีการยืนยันตัวตนเท่านั้น หรือ Serverless Architecture ที่มีการแยก ส่วนเทียบเท่าได้ โดยต้องแสดงแผนผังสถาปัตยกรรมประกอบ หรือเป็นไปตามที่ สขญ. กำหนด
14
4.16.2. การควบคุมการเข้าถึงและเครือข่าย ระบบต้องมี Network Segmentation แยก ระหว่าง UAT และ Production รองรับการเข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้งานสาธารณะอย่างปลอดภัย สำหรับผู้ใช้งานต้องมี Role-Based Access Control (RBAC) ตามหลัก Least Privilege
4.16.2.1. การปิดกั้น WordPress Frontend ผู้รับจ้างต้องปิดการเข้าถึง wp login.php, wp-admin และ XML-RPC จาก Public Internet โดยจำกัดให้เข้าถึงได้เฉพาะ จาก IP ภายในหรือผ่าน VPN เท่านั้น ปิดการ Render หน้าเว็บจาก WordPress Theme ทั้งหมด และจำกัดการเข้าถึง REST API/GraphQL Endpoint เฉพาะ Frontend Server ที่ ได้รับอนุญาต
4.16.2.2. API Authentication & Authorization การเชื่อมต่อระหว่าง Next.js Frontend กับ WordPress Backend ผ่าน API ต้องใช้ระบบยืนยันตัวตน เช่น JWT, OAuth 2.0, API Key + HMAC หรือมาตรฐานเทียบเท่า สำหรับทุก Request ต้องกำหนด Rate Limiting เพื่อป้องกัน API Abuse กำหนด CORS Policy ให้อนุญาตเฉพาะ Domain ของ Frontend Server และใช้ API Gateway หรือ Reverse Proxy (เช่น Nginx, Kong, Traefik หรือเทียบเท่า) เป็นตัวกลางเพื่อเพิ่มชั้นความปลอดภัย
4.16.3. การรักษาความลับและความถูกต้องของข้อมูล ผู้รับจ้างต้องออกแบบระบบให้มีการ เข้ารหัสข้อมูล (Encryption) หรือใช้ Tokenization/Masking สำหรับข้อมูลอ่อนไหว การเข้ารหัสขณะส่งผ่าน เครือข่าย (Data in Transit) ต้องใช้ TLS 1.2 ขึ้นไป การเข้ารหัสขณะจัดเก็บ (Data at Rest) ต้องใช้ AES-128 บิตขึ้นไปหรือเทียบเท่า ต้องมีการสำรองข้อมูล (Backup) เป็นระยะพร้อมจัดทำผลการทดสอบการกู้คืน (Restore Test)
Cache Server ต้องเปิดใช้ Authentication (เช่น Redis AUTH/ACL หรือเทียบเท่า) เข้ารหัสข้อมูลที่ Cache ไว้กรณีมีข้อมูลส่วนบุคคล เข้ารหัสการสื่อสารระหว่าง Application Server กับ Cache Server ด้วย TLS กำหนด Cache Invalidation Policy ที่ชัดเจน และจำกัดการเข้าถึง Cache Server เฉพาะ Application Server ภายใน Network Segment เดียวกัน ผู้รับจ้างอาจเสนอเครื่องมือที่เทียบเท่าได้
4.16.4. การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) ระบบต้องมี Data Validation ทั้ง Client-side (Next.js) เพื่อตรวจสอบรูปแบบข้อมูลเบื้องต้น และ Server-side (WordPress Backend/API) เพื่อตรวจสอบซ้ำทุกครั้งที่ได้รับข้อมูล โดยไม่พึ่งพา Client-side Validation เพียงอย่างเดียว
4.16.5. การบันทึกล็อกและตรวจสอบ (Logging & Audit) ระบบต้องบันทึก Log ในทุก เหตุการณ์สำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่ระบบ การเพิ่ม/แก้ไขข้อมูล การส่งออกข้อมูล โดยจัดเก็บรายละเอียดผู้กระทำ วันที่เวลา กิจกรรม และผลลัพธ์ ข้อมูล Log ต้องจัดเก็บอย่างปลอดภัย กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง รองรับ Data Snapshot หรือเทียบเท่า และสืบค้นย้อนหลังได้ ต้องเก็บรักษา Log ไม่น้อยกว่า 180 วัน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย
การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
4.16.6. มาตรการปกป้องและป้องกันการโจมตี ผู้รับจ้างต้องตั้งค่าด้านความปลอดภัยตาม Security Configuration Standard ครอบคลุมระบบปฏิบัติการ ฐานข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ติดตั้ง
15
เครื่องมือป้องกันมัลแวร์ กำหนดค่า Firewall/Security Group และจัดให้มี Penetration Testing หรือ Vulnerability Assessment หรือตามที่สขญ. กำหนด
4.16.6.1. Frontend Security Headers Next.js Frontend ต้องกำหนด Header เช่น CSP, X-Content-Type-Options, X-Frame-Options Referrer-Policy Permissions-Policy เป็นต้น โดยไม่กระทบการทำงานของ i18n และ Accessibility
4.16.6.2 Client-side Security ผู้รับจ้างต้องใช้ Subresource Integrity (SRI) สำหรับ External Scripts, Dependency Scanning สำหรับ npm Packages และ Secure Cookie Settings (HttpOnly, Secure, SameSite)
4.16.6.3 การป้องกัน OWASP Top 10 ระบบต้องป้องกันภัยคุกคามตาม OWASP Top 10 ฉบับล่าสุด ครอบคลุม Injection, Broken Authentication, XSS, CSRF, SSRF และ Security Misconfiguration
4.16.6.4 Web Application Firewall (WAF) ผู้รับจ้างต้องติดตั้ง WAF (เช่น AWS WAF, Cloudflare WAF, ModSecurity หรือเทียบเท่า) เพื่อป้องกัน DDoS, Injection, Bot Attack และ API Abuse โดยต้องไม่กระทบ Performance Targets
4.16.7. การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด ออกแบบระบบตามหลัก Data Minimization กำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง จัดทำ Consent Form หรือ Privacy Notice ตามที่ จำเป็น เข้ารหัส/ปกปิดข้อมูลอ่อนไหวในการส่งมอบหรือทดสอบ ผู้รับจ้างและบุคลากรทุกคนต้องลงนาม NDA/DPA ตามที่สขญ. กำหนด
4.16.8. มาตรฐานเครื่องมือและการพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกชิ้นที่ใช้ต้องมีลิขสิทธิ์ถูกต้องหรือเป็น โอเพนซอร์สที่อนุญาตใช้งานเชิงพาณิชย์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมด
4.16.9 การควบคุมเวอร์ชันและ CI/CD ผู้รับจ้างต้องใช้ Version Control System (VCS) สำหรับทั้ง Infrastructure as Code และ Source Code โดยสร้าง Repository แยกสำหรับ Production และ UAT พร้อมเอกสารอธิบายกระบวนการควบคุมเวอร์ชัน
4.16.10 ความสามารถในการบูรณาการ ระบบต้องพัฒนาด้วยสถาปัตยกรรม Modular/Open Standard ใช้มาตรฐานทั่วไป (RESTful API, GraphQL, OAuth 2.0, JSON) จัดทำเอกสาร Interface อย่าง ละเอียด เตรียมแนวทาง Migration ถ่ายทอดความรู้ให้บุคลากร สขญ. ตลอดโครงการ
4.17. คุณสมบัติด้านบุคลากร
จัดทำรายละเอียดของบุคลากรทั้งหมดซึ่งเป็นทีมปฏิบัติงานของผู้ยื่นข้อเสนอพร้อมประวัติการ ทำงาน และคุณวุฒิการศึกษา ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรระหว่างการจัดทำโครงการต้องมีการแจ้งเป็น ลายลักษณ์อักษรให้กับ สขญ. รับทราบภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่มีการปรับเปลี่ยน ซึ่งทีมปฏิบัติงานของผู้ยื่น ข้อเสนอ อย่างน้อยต้องประกอบด้วย
• ผู้จัดการโครงการ (Project manager)
16
• นักวิเคราะห์ระบบ (System analyst)
• นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web application developer)
• นักออกแบบเว็บไซต์ (UX/UI designer)
• นักทดสอบระบบ (Quality Assurance)
4.18. รายงานการดำเนินงาน คู่มือการใช้งาน และการบำรุงรักษา - ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการดำเนินงาน คู่มือการใช้งาน และการบำรุงรักษาในรูปแบบ ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ฉบับ
- จัดทำเอกสารทางเทคนิค ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้
• ความต้องการของระบบ (System Requirement Specification)
• สถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture)
• สถาปัตยกรรมและโครงสร้างความสัมพันธ์ของฐานข้อมูล (Data Architecture and ER Diagram)
• แผนภาพกระบวนการทำงาน (Business Flow Diagram)
• แผนภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างระบบและผู้ใช้งาน (Use Case Diagram)
• แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram)
• พจนานุกรมข้อมูลที่ได้รับการปรับปรุง (Data Dictionary)
• เอกสารการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งาน (User Interface) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาอย่าง น้อยดังนี้
o การออกแบบ User persona
o การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) และประสบการณ์
ผู้ใช้งาน (User Experience)
o โครงร่างต้นแบบหน้าจอที่ได้รับการปรับปรุง (UX/UI Wireframe
Prototype)
• แผนผังเว็บไซต์ที่ได้รับการปรับปรุง (Sitemap) - รายงานการทดสอบระบบงาน (Acceptance Testing) และการทดสอบระบบร่วมกับ ผู้ใช้งาน (User Acceptant Test: UAT)
- คู่มือการใช้งานระบบ (User Manual) ที่ได้รับความเห็นชอบจาก สขญ.
- คู่มือการดูแลระบบ (System Administrator Manual)
- รายงานการพัฒนาระบบฉบับสมบูรณ์
- กำหนดระยะเวลาส่งมอบพัสดุ
ผู้ขายจะต้องส่งมอบพัสดุทั้งหมดภายในระยะเวลา 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
17 - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
6.1. ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณา ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
6.2. ผู้เสนอราคาจะต้องมานำเสนอข้อเสนอ แผนการดำเนินงาน รายละเอียดผลงานกิจกรรมทาง เทคนิคด้วยวาจาต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ตามวันและเวลาที่สถาบัน กำหนด ในเอกสารประกาศเชิญชวน รายละไม่เกิน 30 นาที และตอบข้อซักถาม 30 นาที
6.3. การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ ชนะการยื่นข้อเสนอสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและ น้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
(1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ 30
(2) ข้อเสนอด้านเทคนิค กำหนดค่าน้ำหนักเท่ากับ ร้อยละ 70
วิธีการประเมินและให้คะแนน
6.3.1. การจัดทำแผนการดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับขอบเขตงานและรายละเอียดการ ดำเนินงานทางเทคนิค (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 5) โดยมีเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
● มีแผนการดำเนินงานที่มีรายละเอียดสอดคล้องกั บขอบเขตงาน
มีความเหมาะสมทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้
ในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้ นได้ดี ชัดเจน ครบถ้วน
● พร้อมระบุวิธีการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน ● รวมถึงมีการกำหนดแนวทางการวัดและตรวจสอ บคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรมโดยมีการระบุมาตรฐ านทีเกี่ยวข้อง
100
ประเมินจากข้อมูลและเอกสารที่ผู้ ยื่นข้อเสนอยื่นมาโดยแผนการ ดำเนินงานที่มีรายละเอียด สอดคล้องกับขอบเขตงาน มีความ เหมาะสม ทำให้เห็นถึงความ เป็นไปได้ในการดำเนินงานให้
บรรลุวัตถุประสงค์ และสามารถ บริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจ เกิดขึ้นได้ โดยจัดทำเป็นรูปแบบ PDF File และนำเสนอในรูปแบบ Power Point
● มีแผนการดำเนินงานที่มีรายละเอียดสอดคล้อง กับขอบเขตงาน
มีความเหมาะสมทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้
ในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
80
18
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้ นได้ดี ชัดเจน ครบถ้วน
● พร้อมระบุวิธีการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
● มีแผนการดำเนินงานที่มีรายละเอียดสอดคล้องกั บขอบเขตงาน
มีความเหมาะสมทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้
ในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้ นได้ดี แต่ขาดความชัดเจน
60
● มีแผนการดำเนินงานที่มีรายละเอียดสอดคล้องกั บขอบเขตงาน
มีความเหมาะสมทำให้เห็นถึงความเป็นไปได้
ในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์
แต่ไม่ได้ระบุการ
บริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ดีและขา ดความชัดเจน
40
● ไม่มีการนำเสนอ
0
6.3.2. ผลงานที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง
โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่ได้มีการกำหนดไว้ในขอบเขตงาน เป็นการ พิจารณาประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโครงการและ ความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน 6.3.2.1. ซึ่งเป็นผลงานลักษณะเดียวกันกับคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ในวงเงินไม่ต่ำ กว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ต่อ 1 สัญญา ผลงานดังกล่าวต้องแล้วเสร็จไม่เกินกว่า 3 ปี (คะแนน เต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 5)
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
จำนวน 5 โครงการ ขึ้นไป
100
ผู้ยื่นเสนอราคาต้องยื่นสำเนา เอกสาร สัญญาจ้างหรือสำเนา
19
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
จำนวน 4 โครงการ
80
หนังสือรับรองผลงาน พร้อม รายละเอียดขอบเขตงาน โดย พิจารณาเฉพาะผลงานที่มีการ ดำเนินงานเสร็จเรียบร้อย
มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
จำนวน 3 โครงการ
60
มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
จำนวน 2 โครงการ
40
มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
จำนวน 1 โครงการ
20
ไม่มีผลงานลักษณะพัฒนา Web application
0
6.3.2.2.ผลงานที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับงานที่ได้มีการกำหนดไว้ในขอบเขตงาน เป็นการพิจารณาประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับโครงการ และความเชี่ยวชาญในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นผลงานลักษณะเดียวกันกับคุณสมบัติของผู้ยื่น ข้อเสนอ โดยครอบคลุมรูปแบบดังนี้ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 5)
• การบริหารจัดการเครือข่ายและจับคู่ธุรกิจ (Advanced Partnership
Module)
• การบริหารจัดการทุนและสัญญาดิจิทัล (Grant Management Module)
• การบริหารจัดการกิจกรรม (Active Event Management Module)
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
มีผลงานลักษณะพัฒนาระบบออนไลน์ 3 รูปแบบ
100
ผู้ยื่นเสนอราคาต้องยื่นสำเนา เอกสารสัญญาจ้างหรือสำเนา หนังสือรับรองผลงาน และ
มีผลงานลักษณะพัฒนาระบบออนไลน์ 2 รูปแบบ
80
20
มีผลงานลักษณะพัฒนาระบบออนไลน์ 1 รูปแบบ
60
ไม่มีผลงานลักษณะพัฒนาระบบออนไลน์
0
6.3.3. ด้านความสามารถของระบบ และคุณลักษณะของระบบ (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 30)
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
ฟังก์ชันการใช้งานของระบบ (Feature) หรือ
ความสามารถของระบบที่สนับสนุนการใช้งานที่มี ประสิทธิภาพมากกว่าข้อกำหนด และมีรายละเอียดของ แต่ละฟังก์ชันที่ชัดเจน
100
ประเมินจากเอกสารข้อเสนอ ทางด้านเทคนิค
ฟังก์ชันการใช้งานของระบบ (Feature) หรือ
ความสามารถของระบบที่สนับสนุนการใช้งานที่มี ประสิทธิภาพเท่ากับข้อกำหนดในขอบเขตงาน และมี รายละเอียดของแต่ละฟังก์ชันที่ชัดเจน
80
ฟังก์ชันการใช้งานของระบบ (Feature) หรือ
ความสามารถของระบบที่สนับสนุนการใช้งานที่มี ประสิทธิภาพเท่ากับข้อกำหนดในขอบเขตงาน
60
6.3.4. ด้านคุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรปฏิบัติงาน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 10)
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager)
• นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst)
• นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web application developer)
1
• นักทดสอบระบบ (Quality Assurance)
• นักออกแบบเว็บไซต์ (UX/UI Designer)
มีประสบการณ์การทำงานมีลักษณะเดียวกับขอบเขตงานนี้ อย่างน้อย 3 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป ทั้ง 5 ตำแหน่ง และมีเอกสาร ใบรับรอง คุณสมบัติด้าน Project Management / Project Planning จากหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่มี ความน่าเชื่อถือ
100
ผู้ยื่นเสนอราคาต้องยื่นประวัติการ ทำงานที่เกี่ยวข้องโดยพิจารณา เฉพาะผลงานที่มีการดำเนินงาน เสร็จเรียบร้อย
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป ทั้ง 5 ตำแหน่ง
90
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป 4 ตำแหน่ง และประสบการณ์ 3 ปี 1 ตำแหน่ง
80
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป 3 ตำแหน่ง และประสบการณ์ 3 ปี 2 ตำแหน่ง
65
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป 2 ตำแหน่ง และประสบการณ์ 3 ปี 3 ตำแหน่ง
50
ประสบการณ์ 4 ปี ขึ้นไป 1 ตำแหน่งและ ประสบการณ์ 3 ปี 4 ตำแหน่ง
35
ประสบการณ์ 3 ปี 5 ตำแหน่ง
20
ประสบการณ์ ต่ำกว่า 3 ปี อย่างน้อย 1 ตำแหน่ง
0
6.3.5. ด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบและการสำรองข้อมูล (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) (น้ำหนักร้อยละ 15)
เป็นการพิจารณาเปรียบเทียบเอกสารวิธีการและข้อเสนอด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ให้เกิด ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ต่อระบบและข้อมูลสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เกี่ยวข้อง โดยทำการ สแกนช่องโหว่ของระบบและปรับปรุงแก้ไขช่องโหว่ ในระหว่างการดำเนินโครงการและระยะเวลารับประกัน
22
เกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
วิธีการประเมิน
มีแผนการบริหารจัดการ หรือรายละเอียดมาตรการ หรือ แผนการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยจากการ โจมตีหรือเข้าถึงข้อมูลตามข้อกำหนด และข้อเสนออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากข้อกำหนด
100
ประเมินจากเอกสารข้อเสนอ ทางด้านเทคนิค
มีแผนการบริหารจัดการ หรือรายละเอียดมาตรการ หรือ แผนการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยจากการ โจมตีหรือเข้าถึงข้อมูลตามข้อกำหนด
80
มีแผนการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยจากการ โจมตีหรือเข้าถึงข้อมูลในภาพรวมตามข้อกำหนด
60
ไม่มีแผนการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก การโจมตีหรือเข้าถึงข้อมูล
0
6.4. ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติตามที่ สขญ. กำหนด ทาง สขญ. ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
6.5. คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะพิจารณาคะแนนจากทั้ง ข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคารวมกัน ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคะแนนรวมสูงสุด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ในครั้งนี้
6.6. ข้อความหรือรายละเอียดใดของข้อกำหนดในเอกสารฉบับนี้ และข้อเสนอทั้งหมดของผู้ เสนอราคาที่เสนอมานั้น หากมีปัญหาในการตีความของข้อความหรือรายละเอียดอื่น ๆ ให้ถือเอาคำวินิจฉัยผล การตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นสิ้นสุด
7. วงเงินงบประมาณ
งบประมาณประจำปี 2569 เป็นเงินจำนวน 3,200,000 บาท (สามล้านสองแสนบาทถ้วน) ซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว
23
8. เงื่อนไขการจ่ายเงิน
โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงานและการจ่ายเงินแบ่งออกเป็น 3 งวด โดยมีรายละเอียดและที่ต้องส่ง มอบและอัตราการจ่ายค่าจ้างแต่ละงวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายเงิน คิดเป็นร้อย ละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงาน ตามรายละเอียดดังนี้
• แผนการดำเนินงาน ระบุกิจกรรม ผู้รับผิดชอบและผลลัพธ์ และรูปแบบการดำเนินโครงการ • โครงสร้างบุคลากรที่ดำเนินโครงการ
• การเก็บข้อมูลความต้องการระบบ (System specification)
พร้อมส่งมอบรายงานการดำเนินงานตามรายการดังกล่าวในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล จำนวน 1 ชุด และ คณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 150 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายเงิน คิดเป็น ร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงาน ตามรายละเอียดดังนี้
• การออกแบบและจัดทำ Mockup และ Prototype (Design) ซึ่งรวมไปถึง การวิเคราะห์และ ออกแบบสำหรับใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของระบบ
• การออกแบบกระบวนการของผู้เกี่ยวข้องและ User journey
• รายงานความคืบหน้าการพัฒนาระบบ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข้อ 4.8, 4.9, 4.10.1, 4.10.2, 4.13, 4.14, 4.15.1 และ 4.15.3
พร้อมส่งมอบรายงานการดำเนินงานตามรายการดังกล่าวในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล จำนวน 1 ชุด และ คณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 240 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายเงิน คิดเป็น ร้อยละ 40 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงาน ตามรายละเอียดดังนี้
• แพลตฟอร์ม Ecosystem Platform ข้อมูลผู้ประกอบการ/เครือข่าย ด้านเทคโนโลยีข้อมูล ขนาดใหญ่และปัญญาประดิษฐ์ ระยะที่ 3 ตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
• การติดตั้งและทดสอบระบบ โดยมี Test Script
• รายงานการทดสอบระบบงาน (Acceptance Testing) และการทดสอบระบบร่วมกับผู้ใช้งาน (User Acceptant Test Checklist: UAT Checklist)
• ผลการทดสอบและปรับแก้ไขระบบจากการตรวจสอบมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยด้วย วิธีการ Vulnerability Testing และผลการทดสอบประสิทธิภาพระบบด้วย Performance Testing
• แผนการ Deploy ระบบ และ Go Live โดยมีรายละเอียดและแนวทางการแก้ปัญหาในกรณี ระบบทำงานได้ไม่สมบูรณ์
24
• Source code ที่ทำการพัฒนาระบบ รวมถึงการอธิบาย Source code ที่ทำการพัฒนา รายงานการโอนย้ายข้อมูล
• จัดอบรมการใช้งานระบบ และการดูแลรักษาระบบให้แก่ สขญ.
• รายงานการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ ตามขอบเขตงานข้อ 4
พร้อมส่งมอบรายงานการดำเนินงานตามรายการดังกล่าวในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล จำนวน 1 ชุด และ คณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
9. อัตราค่าปรับ
หากผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้ขายจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่ สขญ. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของมูลค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ
10. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
10.1 การรับประกันความชำรุดบกพร่องตามข้อกำหนดนี้หมายถึง การแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบฯ และการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบฐานข้อมูล ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น นับ ถัดจากวันตรวจรับงานงวดสุดท้าย
10.2 ปรับปรุงปลั๊กอินที่ใช้ในการทำงานของเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบัน ตลอดระยะเวลารับประกัน 1 ปี
10.3 ในช่วงการรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ หากมีการแก้ไขระบบฯ ในส่วนใด ๆ ของ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสารประกอบเกี่ยวกับรายละเอียดการแก้ไข และวิธีการติดตั้งเข้าสู่ระบบ ฯ และส่ง มอบ Source Code ที่ได้แก้ไข ภายในระยะเวลา 15 วัน ภายหลังการแก้ไขระบบ ฯ ดังกล่าวเสร็จโดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
10.4 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่องทางสำหรับรับแจ้งปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รวมวันหยุดนักขัต ฤกษ์ สำหรับให้เจ้าหน้าที่ สขญ. แจ้งปัญหาผ่านช่องทางนั้นได้โดยง่าย
10.5 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาพร้อมทั้งแจ้งผลการดำเนินการแก้ไขกลับมายัง สขญ. โดย มีกรอบระยะเวลาดำเนินการนับจากเวลาที่ได้รับแจ้งให้สขญ. ทราบผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
ข้อตกลงระดับการให้บริการ (Service Level Agreement: SLA)
ระดับความ
รุนแรง
ลักษณะของปัญหา
ระยะเวลาตอบสนอง เมื่อรับทราบปัญหา
ระยะเวลาแก้ไขปัญหา
Critical
กรณีระบบทั้งหมดทำงานไม่เป็นไป ตามปกติ หยุดทำงานส่งผลกระทบ
ภายใน 30 นาที
ภายใน 1 ชั่วโมง
25
ระดับความ
รุนแรง
ลักษณะของปัญหา
ระยะเวลาตอบสนอง เมื่อรับทราบปัญหา
ระยะเวลาแก้ไขปัญหา
ในวงกว้าง หรือการไม่สามารถ Login เข้าสู่ระบบได้ เช่น ไม่ สามารถรับอีเมลเข้า และส่งอีเมล ออก โดยมีผลกระทบกับหน่วยงาน มากกว่า 5 หน่วยงานในระยะเวลา เดียวกัน หรือ ผู้ใช้งานมากกว่า 5 หน่วยงานแจ้งปัญหาไม่สามารถ Login เข้าสู่ระบบได้ในระยะเวลา เดียวกัน
นับถัดจากเวลารับทราบ ปัญหา
High
กรณีบางระบบหรือบางโมดูลเกิด ความขัดข้อง ไม่สามารถทำงานได้ ตามปกติโดยมีผลกระทบเป็นวง กว้าง เช่น ระบบประชุม
อิเล็กทรอนิกส์สำหรับวาระลับไม่ สามารถจัดการประชุมได้มากกว่า 5 หน่วยงานในระยะเวลาเดียวกัน
ภายใน 30 นาที
ภายใน 4 ชั่วโมง
Medium
กรณีบางระบบหรือบางโมดูลเกิด ความขัดข้อง ไม่สามารถทำงานได้ ตามปกติโดยมีผลกระทบกับบาง ผู้ใช้งาน หรือข้อมูลอีเมลเกิดการ เสียหายหรือสูญหายในระหว่างการ โอนย้าย หรือมีปัญหาที่ส่งผล กระทบต่อการไม่สามารถรับส่ง Email ได้
ภายใน 30 นาที
ภายใน 6 ชั่วโมง
Low
กรณีได้รับแจ้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ ระบบ ในระดับโดยไม่มีผลกระทบ ต่อการใช้บริการ
ภายใน 30 นาที
ภายใน 24 ชั่วโมง
26
ทั้งนี้ การเริ่มนับเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดของแต่ละปัญหาการใช้บริการ (Incident) ให้นับถัดจาก ระยะเวลาแจ้งปัญหาขัดข้องและการแก้ไขปัญหา ให้นับตั้งแต่เวลา เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ของ สขญ. ได้แจ้ง ผู้รับจ้างให้ทราบผ่านทางช่องทางที่สขญ.กำหนด เว้นแต่มีเหตุให้ไม่สามารถใช้งานได้ ให้ใช้เวลาจากแหล่งอื่น ตามที่ สขญ. ระบุเป็นรายกรณี
11. สถานที่ติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
เลขที่ 234/432 ซอยลาดพร้าว 12 ถนนลาดพร้าว
แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
ลงชื่อ…………………………………………. ประธานกรรมการ
(นายชาคริต ยิ้มใย)
ลงชื่อ……………………………….กรรมการ ลงชื่อ……………………………….กรรมการและเลขานุการ (นายนรินทร์ ทิพยางค์) (นางสาวกัลยรัตน์ เบญจาศุภวรรณ)
27