ประกวดราคาจ้างงานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่จัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) โดยมีขอบเขตงานหลักคือ การจัดระเบียบความเรียบร้อย การขนย้าย การตรวจสอบ และการซ่อมแซมเบื้องต้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ ทอท. จัดเตรียมไว้ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และผู้ปฏิบัติงาน เช่น เก้าอี้ โต๊ะพับ เคาน์เตอร์ เสากั้นจัดคิว ป้ายตั้งพื้น และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยกำลังคน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการสนับสนุนภารกิจอื่นๆ ของ ทอท. เช่น การต้อนรับบุคคลสำคัญ (VIP) การสนับสนุนภารกิจในอาคารจอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะ การดูแลผู้โดยสารกรณีรถแบตเตอรี่หมดหรือยางแบน การสนับสนุนภารกิจงานสัมภาระหลงลืม การจัดทำป้ายบอกทางผู้โดยสาร และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย ระยะเวลาการจ้างทั้งสิ้น 3 ปี โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยและรถยนต์ที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน รวมถึงต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินงานตามสัญญา
English summary
Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) wishes to contract a private entity to provide external labor services for the management of facilities at Phuket International Airport (HKT). The scope of work includes organizing, moving, inspecting, and performing minor repairs on various facilities provided by AOT for passengers, service users, and staff, such as chairs, folding tables, counters, queue stands, and floor signs. Additionally, it encompasses supporting other AOT missions, such as VIP reception, management of the car park and public transportation center, assisting passengers with vehicle issues, handling lost baggage, signposting, and other related tasks as assigned. The contract duration is 3 years. The contractor must provide necessary tools, safety equipment, and suitable vehicles for operations, and will be responsible for all associated costs.
ท่าอากาศยานภูเก็ต
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- จัดระเบียบความเรียบร้อยของสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
- ขนย้าย เคลื่อนย้ายสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
- ตรวจสอบและซ่อมแซมเบื้องต้นสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
- สนับสนุนภารกิจอื่นใดของฝ่ายการท่าอากาศยาน เช่น ภารกิจต้อนรับบุคคลสำคัญ (VIP)
- สนับสนุนภารกิจในอาคารจอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะ
- สนับสนุนภารกิจงานสัมภาระหลงลืมของผู้โดยสาร
- สนับสนุนภารกิจจัดทำป้ายบอกทางผู้โดยสาร
ขอบเขตของงาน
- จัดทำแผนการทำงาน (แผนพนักงาน, แผนฝึกอบรม, แผนปฏิบัติงาน) เสนอ ทอท.
- จัดหรือเคลื่อนย้ายสิ่งอำนวยความสะดวก (เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว, ป้ายตั้งพื้น ฯลฯ) ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและพร้อมใช้งาน
- ตรวจสอบและซ่อมแซมเบื้องต้นสิ่งอำนวยความสะดวก (เช่น เปลี่ยนล้อ, เบาะรองนั่ง, ขาเก้าอี้, ขันน็อต)
- ดำเนินการขนย้ายสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อส่งซ่อมบำรุง หรือย้ายไปยังพื้นที่อื่นตามที่ ทอท. กำหนด
- ปฏิบัติงานสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในอาคารจอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะ (เช่น เคลื่อนย้ายรถกีดขวาง, ช่วยเหลือกรณีแบตเตอรี่หมด/ยางแบน, ดูแลความเป็นระเบียบ)
- ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจต้อนรับบุคคลสำคัญ (VIP) (ตรวจสอบความเรียบร้อย, จัดเตรียมอุปกรณ์, ประสานงาน, จัดเก็บอุปกรณ์)
- ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจงานสัมภาระหลงลืม (กรณีมีการย้ายห้องหรือย้ายสัมภาระ)
- ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจจัดทำป้ายบอกทางผู้โดยสาร (ซ่อมแซมเบื้องต้น, ตัดสติ๊กเกอร์, ติดตั้งป้ายชั่วคราว)
- จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมเบื้องต้น (ตามผนวก 2)
- จัดหาอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานให้พนักงาน (เสื้อกั๊กสะท้อนแสง, รองเท้านิรภัย, ถุงมือนิรภัย)
- จัดเตรียมรถบรรทุกเล็ก 2 ประตู (ใหม่) อย่างน้อย 1 คัน (ตามผนวก 2)
- รายงานข้อมูลประจำวัน (เช่น การพบความชำรุด) ให้ผู้ควบคุมงาน ทอท. ทราบ
- สนับสนุนและช่วยปฏิบัติงานตามแผนต่างๆ (แผนฉุกเฉิน, แผนเผชิญเหตุ, BCP, การฝึกซ้อม)
- สนับสนุนภารกิจของส่วนงานราชการที่ปฏิบัติงาน ณ ทภก. (ตม., ศุลกากร, ด่านควบคุมโรค)
- ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ ทอท. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสั่งการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน
- แผนการฝึกอบรมพนักงาน
- แผนการปฏิบัติงานตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวก
- รายงานข้อมูลประจำวันเกี่ยวกับการตรวจพบความชำรุดของสิ่งอำนวยความสะดวก
- รายงานการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ (ภายใน 24 ชั่วโมง)
- เอกสารลงเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน
- รายงานผลการปฏิบัติงาน (รายเดือน)
- เอกสารการเช่าวิทยุสื่อสาร (ใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จรับเงิน)
- ประวัติพนักงาน รูปถ่าย และประวัติอาชญากร (ภายใน 60 วัน)
- บัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลชนิดถาวร (สำหรับพนักงาน)
- บัตรประจำตัว (สำหรับพนักงานที่ไม่ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้าม)
- รายการบันทึกการจ่ายเงินค่าจ้างของพนักงาน
- รายงานการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ
- เอกสารการลงเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน (ประจำวัน/สรุปรายเดือน)
- ประวัติพนักงาน (ชื่อ, ที่อยู่, เชื้อชาติ, สัญชาติ, เพศ, อายุ, วุฒิการศึกษา, หน้าที่, ตำแหน่ง, สถานที่ปฏิบัติงาน, วันที่บรรจุ)
- หนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานภาพและจำนวนพนักงาน
- รายงานการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ
- เอกสารการลงเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน
- รายงานผลการปฏิบัติงาน
- เอกสารการเช่าวิทยุสื่อสาร
ระยะเวลาดำเนินการ
3 ปี (นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 ถึงวันที่ 1 กันยายน 2572)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล
- มีผลงานเกี่ยวกับงานจ้างเหมาให้บริการแรงงาน ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
- Standards Compliance:
- (ไม่ระบุ)
- Experience:
- มีผลงานเกี่ยวกับงานจ้างเหมาให้บริการแรงงาน ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
- Previous Project Cost:
- (ไม่ระบุ)
- Technical Capabilities:
- (ไม่ระบุโดยตรง แต่ต้องสามารถจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ตามผนวก 2 และรถยนต์ตามข้อ 3.11 ได้)
- Personnel:
- ผู้ปฏิบัติงาน:
- เพศชาย สัญชาติไทย
- อายุระหว่าง 18 - 45 ปี
- วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ป.6
- สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง, ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ/จิตฟั่นเฟือน, ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง/โรคที่สังคมรังเกียจ, ไม่ติดยาเสพติด/โรคพิษสุราเรื้อรัง, ไม่ทุพพลภาพ (ต้องมีใบรับรองแพทย์)
- ผู้ปฏิบัติงาน:
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การจัดระเบียบ, ขนย้าย, ตรวจสอบ, และซ่อมแซมเบื้องต้นสิ่งอำนวยความสะดวก (เก้าอี้, โต๊ะ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว, ป้ายตั้งพื้น ฯลฯ)
- การสนับสนุนภารกิจต่างๆ ของท่าอากาศยาน (VIP, อาคารจอดรถ, ศูนย์ขนส่งสาธารณะ, สัมภาระหลงลืม, ป้ายบอกทาง)
- การจัดหาและใช้งานเครื่องมืออุปกรณ์ที่จำเป็น (ตามผนวก 2)
- การจัดหาและใช้งานอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน
- การจัดเตรียมและใช้งานรถยนต์ที่เหมาะสม
- การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เงื่อนไขสัญญา
- ระยะเวลาสัญญา: 3 ปี
- การจ่ายเงินค่าจ้าง: จ่ายเป็นงวดรายเดือน จำนวน 36 งวด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จและตรวจรับถูกต้อง
- การยืนราคา: อัตราค่าจ้างที่เสนอราคาต้องยืนราคาเดิมตลอดอายุสัญญา เว้นแต่มีการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ, ค่าแรงงาน, เงินประกันสังคม, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, เงินค่ากะ ตามที่ราชการหรือ ทอท. ประกาศเปลี่ยนแปลง
- ค่าปรับ: มีบทปรับตามผนวก 1 สำหรับการผิดเงื่อนไขสัญญาต่างๆ เช่น ทำให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียง, พนักงานก่อความวุ่นวาย, การยักยอก/ทุจริต, การแสดงกิริยาไม่สุภาพ, การดื่มสุรา/เล่นการพนัน, การใช้บัตรฯ ผิดประเภท, การทะเลาะวิวาท, การไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย, การทำงานไม่ระมัดระวัง, การละทิ้งงาน, การคุยโทรศัพท์/เล่นสื่อ/หลับ, การรับประทานอาหารขณะปฏิบัติงาน, การเข้าปฏิบัติงานไม่ครบจำนวน, การส่งพนักงานคุณสมบัติไม่ถูกต้อง, การไม่มีวิทยุสื่อสาร
- การประเมินผลงาน: ประเมินผลงานทุกเดือนตามผนวก 3 หากผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกัน 2 เดือน อาจพิจารณายกเลิกสัญญา
- การจัดหาพื้นที่ปฏิบัติงาน: ทอท. อาจพิจารณาจัดสรรพื้นที่ให้โดยไม่คิดค่าเช่า แต่ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและนโยบายของ ทอท.
- นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน: คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของ ทอท.
- แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน: คู่ค้าต้องลงนามรับทราบและปฏิบัติตาม AOT Supplier Sustainable Code of Conduct
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: งานนี้มีขอบเขตความรับผิดชอบหลักเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
A: งานหลักคือการดูแล จัดระเบียบ ขนย้าย ตรวจสอบ และซ่อมแซมเบื้องต้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต รวมถึงการสนับสนุนภารกิจอื่นๆ ของท่าอากาศยาน - Q: ระยะเวลาของสัญญาจ้างนี้คือเท่าใด?
A: ระยะเวลาสัญญาจ้างทั้งสิ้น 3 ปี - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานกี่คนต่อวัน?
A: ต้องจัดพนักงานจำนวน 15 คนต่อวัน โดยแบ่งเป็น 3 กะ กะละ 5 คน ตลอด 24 ชั่วโมง - Q: คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้างต้องจัดหาคืออะไร?
A: ต้องเป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 18-45 ปี วุฒิ ป.6 สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคต้องห้าม และมีใบรับรองแพทย์ - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมยานพาหนะประเภทใดบ้าง?
A: ต้องจัดเตรียมรถบรรทุกเล็ก 2 ประตู ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ำกว่า 2,400 ซีซี หรือกำลังเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 110 กิโลวัตต์ (รถใหม่) อย่างน้อย 1 คัน - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับพนักงานหรือไม่?
A: มี ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเขียว รองเท้านิรภัย และถุงมือนิรภัย - Q: การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเป็นอย่างไร?
A: ทอท. จะประเมินผลงานทุกเดือน หากระดับผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกัน 2 เดือน อาจพิจารณายกเลิกสัญญา - Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ อุปกรณ์ความปลอดภัย ยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามสัญญา - Q: มีการกำหนดบทลงโทษ (ค่าปรับ) สำหรับการผิดสัญญาหรือไม่?
A: มี โดยมีบทปรับตามผนวก 1 สำหรับการผิดเงื่อนไขสัญญาต่างๆ เช่น การทำให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียง, การไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย, การละทิ้งงาน เป็นต้น - Q: การจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างเป็นอย่างไร?
A: จ่ายเป็นงวดรายเดือน จำนวน 36 งวด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับถูกต้อง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกําหนดและรายละเอียดในการจัดหาของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
งานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่จัดสิ่งอํานวยความสะดวกที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
- วัตถุประสงค์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอก
ปฏิบัติหน้าที่จัดสิ่งอํานวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) โดยมีหน้าที่ดําเนินการจัดระเบียบความเรียบร้อย ขนย้าย เคลื่อนย้าย ตรวจสอบ และซ่อมแซมสิ่งอํานวยความสะดวกให้อยู่ในสภาพพร้อมให้บริการได้ตลอดเวลา เช่น เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว (Queue Stand), ป้ายตั้งพื้น เป็นต้น และสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นใด ที่สามารถขนหรือเคลื่อนย้ายได้ด้วยกําลังคนตามภารกิจที่ ทอท. มอบหมาย ซึ่ง ทอท. จัดเตรียมไว้สําหรับการให้บริการ แก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และอํานวยความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงานต่อไป รวมถึงการสนับสนุนภารกิจ อื่นใดของฝ่ายการท่าอากาศยาน เช่น ภารกิจต้อนรับบุคคลสําคัญ (VIP) ของส่วนบริการผู้โดยสาร ภารกิจภายในอาคาร จอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะของส่วนบริหารการขนส่งสาธารณะและอาคารจอดรถยนต์ เป็นต้น - ระยะเวลาจ้าง
ระยะเวลาจ้าง 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 06.00 น. ถึงวันที่ 1 กันยายน 2572 เวลา 06.00 น. - รายละเอียดและขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติหน้าที่ดังนี้
3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานให้ ทอท. รับทราบ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อย แผนการจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน, แผนการฝึกอบรมพนักงาน, แผนการปฏิบัติงานตรวจสอบสิ่งอํานวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และแผนอื่นๆ (ถ้ามี) ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาเห็นชอบก่อน
คําเนินการ
3.2 จัดหรือเคลื่อนย้ายสิ่งอํานวยความสะดวก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้แก่ เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว (Queue Stand), ป้ายตั้งพื้น เป็นต้น รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นใดที่สามารถขนหรือเคลื่อนย้ายได้ ด้วยกําลังคน ซึ่ง ทอท. จัดเตรียมไว้สําหรับให้บริการแก่ ผู้โดยสาร, ผู้ใช้บริการและอํานวยความสะดวกให้ผู้ปฏิบัติงาน ณ ทภก. เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมให้บริการได้ตลอดเวลาตามที่ ทอท. กําหนด
3.3 ตรวจสอบและซ่อมแซมเบื้องต้น เช่น การเปลี่ยนล้อ, เบาะรองนั่ง หรือ ขาเก้าอี้ที่ชํารุด หรือ การขันน็อต เพื่อปรับแต่งเก้าอี้หรือป้ายตั้งพื้นให้มีความมั่นคงและแข็งแรง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. อยู่ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
3.4 ในกรณีที่ไม่สามารถซ่อมแซมสิ่งอํานวยความสะดวกในเบื้องต้นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ หรือ ทอท. ต้องการขนย้าย เคลื่อนย้าย สิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. เพื่อนําออกไปซ่อมบํารุง รวมถึงในกรณี ทอท. ต้องการสับเปลี่ยน ย้ายพื้นที่ให้บริการสําหรับสิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. พนักงานของผู้รับจ้างต้องดําเนินการ
จนย้าย
A
2
ขนย้าย เคลื่อนย้าย สิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก.ไปยังพื้นที่หรือสถานที่พักรอก่อนดําเนินการส่งซ่อม รวมถึงไปยังพื้นที่บริเวณอื่นใดภายใน ทภก. ตามที่ ทอท. กําหนด อีกทั้งเมื่อทําการซ่อมบํารุงสิ่งอํานวยความสะดวก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างต้องดําเนินการขนย้าย เคลื่อนย้าย สิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. กลับไปยังจุด ให้บริการต่าง ๆ ตามที่ ทอท. กําหนด
ๆ
3.5 ปฏิบัติงานสนับสนุนและอํานวยความสะดวกในอาคารจอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะ เช่น การเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดกีดขวางการจราจร หรือกีดขวางทางเดินรถ
การให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารในกรณี
แบตเตอรี่รถยนต์หมด หรือการเปลี่ยนยางอะไหล่ รวมถึงดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยและอํานวยความสะดวก
ในการจอดรถให้ข้อมูลและช่วยเหลือผู้ใช้บริการอาคารจอดรถยนต์และศูนย์ขนส่งสาธารณะ และสนับสนุน
การปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
3.6 ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจต้อนรับบุคคลสําคัญ (VIP) ตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่ จัดเตรียมอุปกรณ์ และสิ่งอํานวยความสะดวก และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนบุคคลสําคัญมาถึง รวมถึงการจัดเก็บอุปกรณ์
และสิ่งอํานวยความสะดวกภายหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ
3.7 ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจงานสัมภาระหลงลืมของผู้โดยสาร ในกรณีที่มีการย้ายห้องสัมภาระหลงลืม
หรือเป็นการย้ายสัมภาระหลงลืมออกจากพื้นที่
3.8 ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจจัดทําป้ายบอกทางผู้โดยสาร เช่น ซ่อมแซมป้ายบอกทางผู้โดยสารที่ชํารุดในเบื้องต้น ตัดสติ๊กเกอร์แก้ไขข้อความ และติดตั้งป้ายชั่วคราว เป็นต้น
3.9 จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ สําหรับการซ่อมแซมเบื้องต้น เช่น ล้อเลื่อนขนย้ายเก้าอี้, รถเซ็นระดับต่ํา (Hand Lift), เครื่องมือช่างอเนกประสงค์, สว่านไฟฟ้าไร้สาย, ชุดดอกสว่านและชุดดอกไขควง เป็นต้น เพื่อใช้สําหรับ เคลื่อนย้ายสิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. ให้มีปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ตามผนวก 2
ข้อ 1 - 9 โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
3.10 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานของผู้รับจ้าง ให้มีความเหมาะสม ครบถ้วน และเพียงพอต่อการปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อุปกรณ์ดังกล่าวอย่างน้อย ต้องประกอบด้วย เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเขียว รองเท้านิรภัย และถุงมือนิรภัย เป็นต้น ตามผนวก 2 ข้อ 10 - 12 เพื่อใช้ในระหว่างปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของ ทภก. โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหา และดูแลรักษาอุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมด ตลอดระยะเวลาสัญญา และต้องมั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
ความปลอดภัย และเหมาะสมกับลักษณะของการปฏิบัติงาน
3.11 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมรถบรรทุกเล็ก 2 ประตู ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ํากว่า 2,400 ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์ สูงสุดไม่ต่ํากว่า 110 กิโลวัตต์ (รถใหม่) อย่างน้อยจํานวน 1 คัน ตามผนวก 2 ข้อ 13 ซึ่งสามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพและมีความพร้อมในการปฏิบัติงานสําหรับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์หรือเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุน
ภารกิจภายในพื้นที่ ทภก. รวมถึงกรณีงานเร่งด่วนหรือภารกิจพิเศษตามที่ ทอท. ร้องขอ
3.12 พนักงานของผู้รับจ้างมีหน้าที่รายงานข้อมูลประจําวัน เช่น การตรวจพบความชํารุดของสิ่งอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ ขาเก้าอี้ หรือโต๊ะชํารุด การเคลื่อนย้ายโต๊ะ เก้าอี้ ป้ายตั้งพื้น เป็นต้น ให้ผู้ควบคุมงาน ทอท. ทราบ ตามแบบฟอร์มที่กําหนด
ภารกิจ …
J22
Con ginag
3
3.13 ภารกิจที่ต้องสนับสนุนและช่วยปฏิบัติงานตามแผนงานต่าง ๆ อาทิ แผนฉุกเฉิน, แผนเผชิญเหตุ, แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) และ สถานการณ์การฝึกซ้อมการทดลองปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ณ ทภก. เป็นต้น ตลอดจนภารกิจที่ให้การสนับสนุนหรือได้รับการร้องขอจากส่วนงานราชการที่ปฏิบัติงาน ณ ทภก. อาทิ ตม., ศุลกากร และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เป็นต้น
3.14 งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องตามที่ ทอท. หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สั่งการหรือร้องขอให้ดําเนินการ
ตามความเหมาะสม - พื้นที่ปฏิบัติงาน
พื้นที่ภายใน ทภก. รวมถึง พื้นที่บริเวณอาคารซ่อมบํารุงท่าอากาศยานและพื้น
นและพื้นที่อื่น ๆ ตามที่ ทอท. ร้องขอ - การจัดพนักงานเข้าปฏิบัติงาน
5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดผู้ปฏิบัติงานจํานวน 15 คนต่อวัน เพื่อจัดระเบียบและเคลื่อนย้ายสิ่งอํานวยความสะดวก โดยแบ่ง การทํางานเป็นกะ ตลอด 24 ชั่วโมง จํานวน 3 กะ ดังนี้
5.1.1 กะเช้า ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 06.00 – 14.00 น. ผู้ปฏิบัติงานจํานวน 5 คน 5.1.2 กะบ่าย ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 14.00 – 22.00 น. ผู้ปฏิบัติงานจํานวน 5 คน 5.1.3 กะดึก ปฏิบัติงานตั้งแต่เวลา 22.00 – 06.00 น. ผู้ปฏิบัติงานจํานวน 5 คน
5.2 พนักงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานตามสัญญานี้ จะปฏิบัติงานต่อเนื่องกันเกินกว่า 1 ช่วง (กะ) ไม่ได้ เว้นแต่กรณีจําเป็นหรือมีเหตุสุดวิสัยอันควรผ่อนผัน ซึ่งได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงาน ทอท. แล้ว
5.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการเวลาการทํางาน การทํางาน ล่วงเวลา การทํางานในวันหยุด และการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมายและระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีการทํางานในวันหยุดหรือการทํางาน ล่วงเวลา ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานล่วงหน้าและจ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกําหนด หากมีการฝ่าฝืน
ๆ
หรือหากมีการร้องเรียนหรือการตรวจพบจากหน่วยงานของรัฐ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวทุกประการ และ ทอท. จะไม่รับผิดชอบต่อผลกระทบหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นใด ๆ ทั้งสิ้น
5.4 ในกรณีที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพนักงานของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า มาทดแทน โดยต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. และหาก ทอท. พิจารณาแล้ว เห็นว่าคุณสมบัติไม่เหมาะสม ผู้รับจ้าง ต้องจัดส่งพนักงานใหม่มาเปลี่ยนให้คุณสมบัติตรงตามสัญญา
5.5 ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเวลาทํางานโดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน - คุณสมบัติของพนักงานผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างต้องส่งรายชื่อ และเอกสารแสดงคุณสมบัติของพนักงานที่จะปฏิบัติงานจ้างนี้ มาให้ ทอท. พิจารณา โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ยงาน
4
6.1 ผู้ปฏิบัติงาน
6.1.1 เป็นเพศชาย มีสัญชาติไทย
6.1.2 มีอายุระหว่าง 18 - 45 ปี
6.1.3 มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 (ป.6)
6.1.4 เป็นผู้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่สังคมรังเกียจ ไม่ติดยาเสพติดให้โทษหรือเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และไม่ทุพพลภาพ
โดยมีใบรับรองแพทย์มาแสดง - หน้าที่และเงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
7.1 การปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งพนักงานจํานวนที่กําหนดไว้ในข้อ 5 และมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 6 ในการเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา โดยผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารสําคัญ ของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนที่จะเข้าปฏิบัติงาน เพื่อให้ ทอท. ตรวจสอบหลักฐานก่อนเริ่มงานตามสัญญา รวมถึงกรณีที่ผู้รับจ้างจัดส่งพนักงานใหม่เข้าปฏิบัติงานทดแทนพนักงานที่ปฏิบัติงานอยู่เดิมในภายหลังจากที่ได้เริ่มงาน
ตามสัญญาแล้ว โดยมีเอกสารสําคัญที่ต้องแสดงดังต่อไปนี้
7.1.1 เอกสารใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) และ/หรือ ใบรับรองวุฒิการศึกษา
7.1.2 ข้อมูลประวัติพนักงานพอสังเขป เช่น ชื่อ-นามสกุล แผนที่ที่อยู่ปัจจุบันที่สามารถติดต่อได้ หมายเลขโทรศัพท์ พร้อมทั้งแนบเอกสารสําเนาบัตรประชาชนและสําเนาทะเบียนบ้านที่มีการรับรองสําเนาถูกต้อง
7.1.3 ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์มาแสดง เพื่อแสดงว่าพนักงาน ของผู้รับจ้างเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ไร้ความสามารถจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ และปราศจากโรค เช่น โรคที่สังคมรังเกียจ วัณโรคระยะอันตราย โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง เป็นต้น โดยวันที่ตรวจร่างกายตามใบรับรองแพทย์ดังกล่าว จะต้องไม่เกินกว่า 3 เดือน ก่อนวันที่เริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา
7.2 หน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานผู้รับจ้าง
7.2.1 เคลื่อนย้ายสิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. เช่น เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว (Queue Stand), ป้ายตั้งพื้น เป็นต้น รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยกําลังคน
7.2.2 จัดระเบียบความเรียบร้อยของสิ่งอํานวยความสะดวกภายใน ทภก. เช่น เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว (Queue Stand), ป้ายตั้งพื้น เป็นต้น รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วย กําลังคน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมให้บริการตลอดเวลา
7.2.3 บํารุงรักษาและซ่อมแซมสิ่งอํานวยความสะดวกเบื้องต้น ซึ่งจะต้องมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับ งานช่างพื้นฐาน โดยสามารถประเมิน พร้อมทั้งซ่อมแซมแก้ไขสิ่งของที่ชํารุดเสียหายเบื้องต้นได้ เช่น การเปลี่ยนอะไหล่เก้าอี้ที่ชํารุดทุกประเภท และการถอดเบาะรองนั่งที่ชํารุด เป็นต้น เพื่อปรับแต่งให้มั่นคงและแข็งแรง
พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
บสนุน
5
7.2.4 สนับสนุนและช่วยปฏิบัติงานตามแผนฉุกเฉิน แผนเผชิญเหตุ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) หรือแผนงานอื่นๆ ณ ทภก.
7.2.5 ให้การสนับสนุนสําหรับภารกิจของส่วนงานราชการที่ปฏิบัติงาน ณ ทภก. เช่น ตม. ด่านควบคุมโรค
ติดต่อระหว่างประเทศ ตามร้องขอ
7.2.6 งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมายจาก ทอท. หรือร้องขอให้ดําเนินการ
7.3 ผู้รับจ้างต้องควบคุมกํากับดูแลเพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานของผู้รับจ้างมีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงาน
ตามสัญญาและตระหนักในความสําคัญของงานบริการ
7.4 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือจัดส่งพนักงานของผู้รับจ้างเข้ารับการอบรม/สัมมนา ตามแผนปฏิบัติการด้านการ ให้บริการหรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของ ทอท. เมื่อได้รับการร้องขอ
ๆ
7.5 ผู้รับจ้างต้องส่งประวัติ รูปถ่ายและประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงานตํารวจ แห่งชาติของพนักงานของผู้รับจ้างทุกคนให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับจากวันเริ่มสัญญาโดยผู้รับจ้าง เป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมด
7.6 ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้างบันทึกประวัติลงในแบบฟอร์มที่ ทอท. กําหนด ส่งให้ฝ่ายรักษา ความปลอดภัย ทภก. ทําการตรวจสอบและแจ้งขอทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลชนิดถาวร ให้แก่พนักงาน ของผู้รับจ้างล่วงหน้า โดยเสียค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่ ทอท. กําหนด เพื่อให้พนักงานของผู้รับจ้างมีบัตรรักษา ความปลอดภัยสําหรับบุคคลชนิดถาวรเป็นหลักฐานแสดงตนในการปฏิบัติงานในพื้นที่เขตหวงห้าม โดยห้ามผู้รับจ้าง เรียกค่าใช้จ่ายในการทําบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลชนิดถาวรจากพนักงานของผู้รับจ้าง หาก ทอท.
ตรวจพบ อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาจ้างได้ และหากพนักงานลาออกหรือถูกไล่ออกหรือเปลี่ยนตัวพนักงาน ผู้รับจ้างต้องส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลชนิดถาวรให้ ทอท. ทันที พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ประธาน กรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ทราบ
ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้พนักงานของผู้รับจ้างติดบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคล ชนิดถาวรที่บริเวณหน้าอกเสื้อ เพื่อให้มองเห็นด้านหน้าบัตรชัดเจน ห้ามแลกเปลี่ยนบัตรฯ หรือนําบัตรฯ ให้บุคคลอื่นใช้ หรือนําบัตรฯ มาใช้นอกเวลาปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด
กรณีพนักงานของผู้รับจ้างไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หวงห้ามของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องจัดทําบัตรประจําตัว ให้พนักงานติดแสดงตนขณะอยู่ในพื้นที่ของ ทภก. โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการทั้งหมด
7.7 ผู้รับจ้างต้องคอยควบคุมดูแลและกวดขันพนักงานของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามคําสั่ง กฎระเบียบข้อบังคับ ของ ทอท. หรือคําสั่งของผู้ควบคุมงาน ทอท. และจะต้องปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. ด้วยกิริยามารยาทที่เรียบร้อย
และดีงาม
7.8 ผู้รับจ้างจะต้องส่งรายชื่อพนักงานของแต่ละกะให้ผู้ควบคุมงาน ทอท. ภายในเวลาไม่เกิน 45 นาที
นับจากเวลาเริ่มปฏิบัติงานในแต่ละกะ
7.9 ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารการลงเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานของผู้รับจ้างที่เข้าปฏิบัติงาน ส่งให้ ทอท. ตรวจสอบจํานวนพนักงานของผู้รับจ้างทราบเป็นประจําทุกวันและสรุปยอดทุกเดือน เพื่อ ทอท. ใช้ประกอบ
การเบิกจ่าย
รับจ้าง …
@
- We
7.10 ผู้รับจ้างต้องอบรมชี้แจงให้พนักงานของผู้รับจ้างทราบถึง คําสั่ง ระเบียบ และข้อบังคับของ ทอท. ตลอดจนวิธีปฏิบัติต่าง ๆ ในการให้บริการและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี
7.11 การบันทึกประวัติพนักงาน
7.11.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําประวัติพนักงานของผู้รับจ้าง และส่งให้ ทอท. ทราบ อย่างน้อย ต้องมีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้ - ชื่อและที่อยู่
เชื้อชาติ สัญชาติ
เพศ อายุ - วุฒิการศึกษา หน้าที่ ตําแหน่ง - สถานที่ พื้นที่ปฏิบัติงาน
วันที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน
7.11.2 ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ และจํานวนพนักงานของผู้รับจ้างให้ ทอท. ทราบ เป็นหนังสือเป็นประจํา ในกรณีที่มีพนักงานต้องเข้ารับการฝึกอบรม พนักงานลาออก ให้ออก การจัดพนักงานทดแทน พนักงานที่ลาออก หรือกรณีอื่น ๆ ที่มีความจําเป็น
7.12 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายการบันทึกการจ่ายเงินค่าจ้างของพนักงานไว้เป็นหลักฐานข้อมูลให้ ทอท.
สามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้
7.13 จัดให้พนักงานมีเครื่องแบบ เครื่องหมายของผู้รับจ้าง และควบคุมให้พนักงานแต่งกายตามที่กําหนดดังกล่าว ให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ โดยเครื่องแบบดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ก่อน และต้องแตกต่างจากสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายใน หาก
7.14 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทํารายงานการเกิดอุบัติเหตุ และการเกิดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นให้ ทอท. ทราบทุกครั้งภายใน ระยะเวลา 24 ชั่วโมง
7.15 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ หรือสิ่งของซึ่งถูกทิ้งไว้อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน เป็นระยะเวลานานโดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหรือนําไปเป็นสมบัติส่วนตนโดยเด็ดขาด ให้แจ้งผู้ควบคุมงาน ทอท. หรือพนักงานของ ทอท. ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อตรวจสอบตามมาตรการการรักษาความปลอดภัย
7.16 ในกรณีที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานกับผู้ประกอบการรายอื่นภายใน ทภก. ผู้รับจ้างจะต้องไม่นําพนักงาน ที่ปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างนี้ไปปฏิบัติงานกับผู้ประกอบการรายอื่น ยกเว้นจะได้รับการยินยอมและอนุญาตจาก ทอท.
7.17 ผู้รับจ้างต้องเช่าวิทยุสื่อสาร จํานวน 1 เครื่อง เพื่อใช้ในการตรวจสอบและติดต่อประสานงานในการจัดหาวิทยุ สื่อสารดังกล่าวให้ผู้รับจ้างติดต่อกับส่วนอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์ ฝ่ายบํารุงรักษา ท่าอากาศยานภูเก็ต เป็น
ผู้นําเนินการจัดหาและผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
Jo
ความรับผิดชอบ …
หัว
7
- ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
8.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงและปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไปรวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่กําหนดไว้หรือที่จะใช้บังคับ
ในโอกาสต่อไปที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง
8.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เองทั้งหมด
8.3 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน อย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่มีกา
าที่มีการปฏิบัติงาน
8.4 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุ อุปกรณ์ของ ทอท. หรือผู้ใช้บริการ ของ ทอท. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับ ทอท. หรือผู้ใช้บริการของ ทอท.ทั้งหมด เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
8.5 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทําละเมิดต่อ ทอท. หรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท. หรือผู้ใช้บริการของ ทอท. อันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทําเองหรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที
8.6 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําหรืองดเว้นการกระทําการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และ ทอท.ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง ตามสัญญาภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย ทอท. มีสิทธิ บอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และ ทอท. มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย เมื่อผู้รับจ้าง ได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นสุดลงโดยทันที
8.7 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีอาการมึนเมา ขณะปฏิบัติงาน อันเนื่องจากได้ดื่มสุราก่อนหรือขณะปฏิบัติงาน หลบเลี่ยงหรือละทิ้งงาน ขัดคําสั่ง หรือฝ่าฝืนระเบียบ ของ ทอท. แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของ ทอท. หรือกระด้างกระเดื่องต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน ทอท. ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทําการอื่นใด เพื่อแสวงหา ผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติการณ์อันส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งประพฤติตน อันอาจ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของ ทอท. เมื่อ ทอท. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ผู้รับจ้างจะ ส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ครบจํานวนที่ กําหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นจาก ทอท.
หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดตามวรรคแรกผู้ควบคุมงานของ ทอท. มีสิทธิยึดบัตร รักษาความปลอดภัย
บุคคลชนิดถาวรที่ ทอท. เป็นผู้ออกให้และพนักงานผู้นั้นต้องออกจากพื้นที่ที่รับผิดชอบทันที
8.8 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง โดยมิได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ทอท. ในกรณีที่ ทอท. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการจ้างช่วงได้ ผู้รับจ้าง ยังคงต้องรับผิดชอบงานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ
8.9 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานของผู้รับจ้างเอง ทุกกรณี
310 การป On Joy
10 การปฏิบัติงาน …
00
8
8.10 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. และต้องควบคุมดูแล มิให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ ทอท. มิได้อนุญาตเป็นอันขาด
8.11 ในกรณีผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่พนักงานของผู้รับจ้าง ทอท. มีสิทธิเอาเงินค่าจ้าง ที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่พนักงานของผู้รับจ้างได้ และให้ถือว่า ทอท. ได้จ่ายเงินจํานวนนั้น เป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว และ ทอท. อาจถือเป็นสาเหตุบอกเลิกสัญญาได้ด้วย
8.12 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. เกี่ยวกับงานที่รับจ้าง ไม่ว่าจะกระทําเองหรือ ร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
8.13 ในกรณีที่มีของสูญหายหรือมีการชํารุดเสียหายเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ที่รับผิดชอบอันเนื่องจากการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ทอท. เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
8.14 การจัดการความปลอดภัย
8.14.1 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ในส่วนที่ผู้รับจ้างเกี่ยวข้องตาม ผนวก 4
8.14.2 ผู้รับจ้างจะต้องดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมสิ่งอํานวยความสะดวกเบื้องต้น พร้อมทั้งซ่อมแซมแก้ไข สิ่งของที่ชํารุดเสียหายเบื้องต้นได้ เช่น การเปลี่ยนอะไหล่เก้าอี้ที่ชํารุดทุกประเภท และการถอดเบาะรองนั่งที่ชํารุด เป็นต้น เพื่อปรับแต่งให้มั่นคงและแข็งแรง พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ทุกครั้งก่อนการใช้งานให้แน่ใจว่า สามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมส่งรายงานการใช้งานให้ ทอท. ทราบทุกครั้ง หากตรวจพบว่า เก้าอี้, โต๊ะพับ, เคาน์เตอร์, เสากั้นจัดคิว (Queue Stand), ป้ายตั้งพื้น รวมถึงสิ่งอํานวยความสะดวกอื่นๆ เกิดความเสียหายหรือชํารุด อันอาจทําให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงาน ทอท. หรือผู้ช่วยผู้ควบคุมงาน ทอท. ทราบทันที ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนมาตรการความปลอดภัย จะถูกปรับตามบทปรับที่กําหนดไว้ใน ผนวก 1
8.15 ผู้รับจ้างต้องคอยควบคุมดูแลและกวดขันพนักงานของผู้รับจ้าง ให้ปฏิบัติตามคําสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของ ทอท. หรือคําสั่งของผู้ควบคุมงาน ทอท. และจะต้องปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. ด้วยกิริยามารยาท ที่เรียบร้อยและดีงาม - สิ่งต่าง ๆ ที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
ๆ
9.1 หาก ทอท. มีพื้นที่สําหรับใช้เป็นห้องปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ ทอท. จะพิจารณาจัดสรรพื้นที่ให้โดยไม่คิดค่าเช่า พื้นที่ โดยผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าสาธารณูปโภคตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามอัตราที่ ทอท. กําหนด ในกรณีมีการปรับปรุง หรือดัดแปลงเพิ่มเติมพื้นที่ดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบให้ ทอท. พิจารณา โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ดําเนินการ และ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยการปรับปรุงห้องที่ ทอท. จัดหาให้นั้น ห้ามผู้รับจ้าง ทุบ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้การปรับปรุง ตกแต่งภายในห้องนั้น ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดูแลบํารุงรักษาให้สะอาดเรียบร้อย อยู่เสมอ สําหรับค่าน้ํา และค่าไฟฟ้า คิดตามอัตราค่าบริการของ ทอท.
9.2 หากการบํารุงรักษา เช่น ต่อท่อน้ําหรือซ่อมแซม ไม่ว่าจะใหญ่ หรือเล็กน้อยในห้องที่ ทอท. จัดให้ เพื่อการปฏิบัติงานหรือใช้เป็นที่ทํากิจกรรมหรือรับรอง ทอท. นับตั้งแต่วันทําสัญญานี้เป็นต้นไป และผู้รับจ้าง จะเรียกค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใด ๆ จาก ทอท. มิได้ทั้งสิ้น - บทปรับ
9
10. บทปรับ
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญาจ้างข้อหนึ่งข้อใด ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ตาม ผนวก 1 ที่ได้ระบุไว้แล้วในเงื่อนไขของสัญญานี้ และให้รวมถึงการกระทําหรือการปฏิบัติผิดเงื่อนไขสัญญา ของผู้รับจ้างหรือพนักงานของผู้รับจ้างซึ่งผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ ทอท. ตามรายละเอียดการกระทําผิด หรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาและค่าปรับตาม ผนวก 1 ด้วย
11. การจ่ายเงินค่าจ้าง
11.1 ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นงวด ๆ เป็นรายเดือนจํานวน 36 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการ ในแต่ละงวดแล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
11.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้ต้องยืนราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้าง เหตุใด ๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้
11.2.1 ในกรณีที่ ผู้ว่าจ้างอนุมัติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างกําหนดในการจ้างเอกชน ผู้ว่าจ้าง จะปรับเพิ่มค่าจ้างให้กับพนักงานที่จ้างด้วยอัตราค่าจ้างดังกล่าว โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าจ้างแรงงาน เงินประกันสังคม
และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
11.2.2 ในกรณีที่ทางราชการ ประกาศปรับค่าแรงงานขั้นต่ํา ผู้ว่าจ้างจะปรับค่าจ้างให้กับผู้ปฏิบัติงาน ที่จ้างด้วยอัตราค่าแรงงานขั้นต่ํา โดยปรับเพิ่มเฉพาะค่าแรงงาน เงินประกันสังคมและภาษีมูลค่าเพิ่ม
11.2.3 ในกรณีที่ท
ที่ทางราชการ ประกาศเปลี่ยนแปลงเงินประกันสังคม ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลง ที่จะเปลี่ยนแปลงเงินประกันสังคมให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคน ตามอัตราที่ทางราชการประกาศเปลี่ยนแปลง
และภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
11.2.4 ในกรณีที่มีการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงที่จะเพิ่มอัตรา
ภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
11.2.5 ในกรณีที่ ผู้ว่าจ้าง ประกาศเปลี่ยนแปลงเงินค่ากะ ผู้ว่าจ้าง จะเปลี่ยนแปลงเงินค่ากะให้กับผู้ปฏิบัติงาน ทุกคน ตามอัตราที่ ผู้ว่าจ้างเปลี่ยนแปลงและภาษีมูลค่าเพิ่มเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง จะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกัน เพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้าง ให้สอดคล้องกับจํานวนเงินที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
11.3 ในกรณีที่มีการลดหย่อนการออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมตามกฎหมาย หรือลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตามกฎหมายจากที่ผู้รับจ้างได้เสนอราคาไว้กับผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงที่จะลดค่าจ้าง ในส่วนของเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม หรือภาษีมูลค่าเพิ่มให้สอดคล้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ การลดเงินค่าจ้าง ดังกล่าว ผู้รับจ้างตกลงยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง หักเอาจากเงินค่าจ้างที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง
11.4 ทอท. ตกลงจ่ายค่าจ้างทํางานเป็นกะให้กับพนักงานของผู้รับจ้างที่มีชั่วโมงการทํางาน ไม่อยู่ในช่วงชั่วโมงปกติ (08.00-17.00 น.) อัตราชั่วโมงละ 8.- บาท (แปดบาทถ้วน) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7) ตามจํานวนพนักงานที่ปฏิบัติงานจริงในช่วงเวลานั้น โดยให้ผู้รับจ้างทําการเบิกจ่ายพร้อมกับเงินค่าจ้างรายเดือน
12. เกณฑ์การ …
10
12. เกณฑ์การตรวจรับงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารส่งมอบงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้
12.1 เอกสารลงเวลาการทํางานของพนักงานของผู้รับจ้าง
12.2 รายงานผลการปฏิบัติงาน
12.3 เอกสารการเช่าวิทยุสื่อสาร เช่น ใบแจ้งหนี้ หรือสําเนาใบเสร็จรับเงิน เพื่อประกอบการเบิกจ่ายในแต่ละงวด
13. การประเมินผลงาน
ในการปฏิบัติงาน ทอท. จะประเมินผลการทํางานของผู้รับจ้างทุกเดือนตาม ผนวก 3 ที่แนบ โดย ผลการประเมินจะมีผลต่อการพิจารณายกเลิกสัญญา ตามรายละเอียด ดังนี้
หากระดับผลงานข้อหนึ่งข้อใดมีค่าความสําคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา
หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือน ต่ํากว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน
2 เดือน ทอท. จะพิจารณายกเลิกสัญญา
14. นโยบายต่อต้านการคอรัปชันของ ทอท.
14.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท.
ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้าน
การคอร์รัปชันของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
14.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับและ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของบริษัท ให้แก่บุคลากรของ ทอท.
15. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า
คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย ผนวก 5 พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
16. นโยบาย …
2922
11
16. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่องนโยบายการ คุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการดําเนินการ ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท. จะได้แจ้งให้ทราบต่อไปอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯ ดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy)
17. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
17.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล
17.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานเกี่ยวกับงานจ้างเหมาให้บริการแรงงาน ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน
18. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา
ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับงานจ้างเหมาให้บริการแรงงาน ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชน (กรณีหนังสือรับรองผลงานที่ผู้เสนอราคานํามา แสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตรา ของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาหนังสือสัญญาและเอกสารเสียภาษี เช่น สําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือสําเนาใบกํากับภาษีของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย)
19. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ
ทอท. พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคาโดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
20. เงื่อนไขอื่น ๆ
ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดในแต่ละรายการให้ ทอท. หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท.
(นายฤทธินันท์ พงศ์ชัยสิริกุล) จทส.บกอ.6 สขอ, ทอ.ทภก.
ผู้ออกข้อกําหนดและรายละเอียด
Ce
(น.ส. อรวรรยา รักษ์หนู)
จทส.บกอ.6 สนผ.ฝทอ.ทภก.
26 พ.ค.68
Janda
(นายมนัสชัย เอ่งฉ้วน
จทส.บกอ.5 สบท.ฝทอ.ทภก.
12
รายละเอียดการกระทําผิดหรือการปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาและค่าปรับ
ผนวก 1.
ลําาดับ
1
2
3
รายการ
ผู้รับจ้างกระทําการอันเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างยินยอม ให้ ทอท. ปรับตามอัตราขั้นต่ํา ครั้งละ 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ต่อ 1 ครั้ง ที่ผู้ว่าจ้าง ตรวจพบ หากมูลค่าความเสียหายสูงกว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่ เกิดขึ้นจริงและ ทอท. อาจถือเป็นเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
ค่าปรับ (บาท/ครั้ง)
30,000
(ศูนย์จุดหนึ่ง
หากพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ทําให้พนักงาน ร้อยละ 0.10 ของผู้รับจ้างไม่เข้าปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่า วันละ 100.- (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
มีพฤติกรรมหรือการกระทําเพื่อการยักยอกหรือลักขโมยสิ่งของของผู้ใช้บริการหรือ ของ
ทอท. หรือมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต
มีพฤติกรรมหยาบคายไม่สุภาพ ทั้งทางกริยาและวาจาต่อผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่
4
ดื่มสุรา หรือเล่นการพนันในเวลาปฏิบัติงาน
5
ของสนามบิน หรือ ของ ทอท.
6
7
8
9
นําบัตรรักษาความปลอดภัยไปให้ผู้อื่นหรือนําบัตรรักษาความปลอดภัยของผู้อื่นมาใช้
หรือใช้บัตรดังกล่าวเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตัว
ทะเลาะวิวาท หรือส่งเสียงดังจนเป็นที่รบกวนผู้โดยสาร
ไม่ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและข้อกําหนดของท่าอากาศยาน
ปฏิบัติงานหรือกระทําการใดๆ ด้วยความไม่ระมัดระวัง ก่อให้เกิดผลกระทบด้าน ร่างกายและสภาพจิตใจต่อผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ เจ้าหน้าที่สนามบิน หรือเจ้าหน้าที่ที่
ปฏิบัติงานอื่นที่ไม่ได้รับมอบหมาย
ไม่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบภายใน 15 นาที นับจากเวลาที่ต้องเริ่มปฏิบัติงาน ละทิ้งจากหน้าที่ก่อนเวลาที่กําหนดไว้
ศูนย์)
20,000
5,000
5,000
5,000
5,000
2,500
1,000
ปฏิบัติงานในสนามบิน
10
1,000
11
1,000
12
1,000
13 ไม่ได้ตอบวิทยุสื่อสารหรือโทรศัพท์ต่อ ทอท. ภายใน 3 ครั้ง
1,000
14
ไม่ส่งคืนบัตรรักษาความปลอดภัยสําหรับบุคคลให้ ทอท. ภายใน 7 วัน หลังจาก
1,000
พนักงานของผู้รับจ้างลาออก หรือถูกไล่ออก หรือเปลี่ยนตัวพนักงาน
15
ไม่ได้ส่งรายงานการเข้าปฏิบัติงาน
16
ไม่แต่งกายเครื่องแบบตามข้อ 7.13
1,000
1,000
ON A
17
18
19
20
21
22
23
24
13
คุยโทรศัพท์ อ่าน ฟัง เล่นจากสื่อต่าง ๆ หรือ หลับในเวลาปฏิบัติงาน ไม่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดในเวลาที่ต้องปฏิบัติงาน
รับประทานอาหารขณะปฏิบัติงาน หรือพักผ่อนในบริเวณที่ไม่เหมาะสม
วางสิ่งของเครื่องใช้รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบริเวณจุดปฏิบัติงาน พนักงานเข้าปฏิบัติงานไม่ครบตามจํานวนที่กําหนดในแต่ละช่วงเวลา ผู้รับจ้างยินยอม ให้ผู้ว่าจ้างลดค่าจ้างตามจํานวนค่าจ้างรายวันของพนักงานและปรับในอัตราวันละ
2,000.-บาท ต่อคนต่อวัน
ตรวจพบว่าผู้รับจ้างส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 6.คุณสมบัติของ
พนักงานผู้รับจ้าง
1,000
1,000
1,000
1,000
2,000
30 เท่าของ
ค่าจ้างรายวัน
หากผู้รับจ้างไม่ได้ดําเนินการจนเป็นเหตุให้ไม่มีวิทยุสื่อสารใช้งาน ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ลดค่าจ้างลงเครื่องละ 3,210.- บาทต่อเดือน และปรับเป็นเงินเครื่องละ 3,210.- บาท ต่อเดือน ยกเว้นในกรณีที่ ทอท.ไม่สามารถจัดหาวิทยุสื่อสารมาให้ผู้รับจ้างได้ ผู้รับ จ้างยินยอมให้ ทอท.ลดค่าจ้างลงเครื่องละ 3,210.- บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อเดือน
ของพนักงาน
ต่อ 1 ครั้งที
ตรวจพบ
3,210
ปรับในอัตรา
หากผู้รับจ้างปฏิบัติไม่เป็นไปตามรายการข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดเข้ามาปฏิบัติงานต้องเป็นผู้ที่มีความชํานาญ และมีความรู้ สามสิบ (30) ความเข้าใจในงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องจัดส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติของ เท่าของจํานวน พนักงานของผู้รับจ้างตามที่ ทอท. กําหนด
ค่าจ้างรายวัน
- ผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้กับพนักงานของผู้รับจ้างในอัตรา ของพนักงาน ไม่ต่ากว่าที่เสนอราคา
ไว้กับ ทอท.
ผู้รับจ้างต้องห้ามรับเงินกินเปล่า หรือเงินค่านายหน้าในการรับพนักงานเข้ามา
ปฏิบัติงาน
ต่อ 1 ครั้ง ที่ตรวจพบ
และ ทอท.
อาจถือเป็น
สาเหตุบอกเลิก
สัญญาได้ด้วย
2
Jme
14
ผนวก 2.
รายละเอียดอุปกรณ์งานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่จัดสิ่งอํานวยความสะดวก ที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
รายการ
จํานวน
- ล้อเลื่อนขนย้ายเก้าอี้
- รถเข็นระดับต่ํา (Hand lift)
- เครื่องมือช่างอเนกประสงค์
- สว่านไฟฟ้าไร้สาย
- ชุดดอกสว่าน
- ชุดดอกไขควง
- บันไดอลูมิเนียม 7 ขั้น
- อุปกรณ์เคลื่อนย้ายรถ gojack 9. เครื่องจั๊มสตาร์ทรถยนต์
- ถุงมือนิรภัย (Safety Gloves)
- รองเท้านิรภัย (Safety Shoes)
- เสื้อกั๊กสะท้อนแสงสีเขียว
6 ชุต
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด
1 ชุด
1 อัน
4 ตัว
15 ชุด
15 ชุด
15 ชุด - รถบรรทุกเล็ก 2 ประตู ปริมาตรกระบอกสูบไม่ต่ํา 1 คัน
กว่า 2,400 ซีซี หรือกําลังเครื่องยนต์สูงสุดไม่ต่ํากว่า 110
กิโลวัตต์ (รถใหม่)
_p
งานจ้าง
ผู้รับจ้าง
15
แบบประเมินผลการให้บริการสําหรับงานจ้างเหมาเอกชนให้บริการแรงงานภายนอกปฏิบัติหน้าที่จัดสิ่งอํานวยความสะดวก
ที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต
ตามสัญญาจ้างเลขที่
ก้าหนดงานแล้วเสร็จ
ปี
การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ประจําเดือน
เกณฑ์การประเมิน
ผนวก 3.
จํานวนเงินค่าจ้าง
ตั้งแต่วันที่
ถึงวันที่
ตั้งแต่วันที่
ถึงวันที่
ระดับผลงาน
คะแนน
ค่าความสําคัญ
มาก ดี
พอใช้
ปรับปรุง
(5)
(1)
(2)
(3)
(4)
ถ่วงน้ําหนัก
ค่าความสําคัญ
(1) ถึง (4) x {5} - การวางแผนการ าเนินงาน
- ความสมบูรณ์ของวัสดุอุปกรณ์
- ความสมบูรณ์ ของแรงงาน
- ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน 5. ฝีมือในการทํางาน
- ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน
- การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา
- การแก้ปัญหา
- ฐานะการเงินและการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
- ผลงานรวมโดยทั่วไป
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน : ดีมาก = 9-10 ปี - 7-8 พอใช้ - 5-6 ต้องปรับปรุง = 0-4 สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น (40) - คะแนน
NEINCARNATE
ข้อเสนอแนะ
2
S
5
5
A
5
4
4
3
3
40
(สงขือ)
ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ
( . . . . . . . . . . . . . . …..
(ลงชื่อ)
กรรมการ
{……………..
…)
(ลงชื่อ)
กรรมการ
(……………….
……………}
(ลงชื่อ)
ผู้ควบคุมงาน
(………….
(ลงชื่อ)
ผู้รับการประเมิน
{…………
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . …………………
หากระดับผลงานข้อใดข้อหนึ่งที่มีค่าความสําคัญ 4-5 อยู่ในระดับปรับปรุง (คะแนน 0-4 คะแนน) ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.
จะพิจารณายกเลิกสัญญา
หากคะแนนสรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้นในแต่ละเดือนต่ํากว่า 5 คะแนน ติดต่อกัน 2 เดือน ทอท.จะพิจารณายกเลิกสัญญา
зная
16
AOT
AIRPORTS OF THAILAND PLC. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566
ผนวก 4
oka
AOT
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thalland Public Company Limited
17
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
ผนวก 4
Rev.02
ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
***NOT, WA Date and they pro dangteng, and we at Nat
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)
SABATO
18
AOT
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2
ปีงบประมาณ 2566
จัดทําโดย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
รับรองโดย
Lome
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ
กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
10 มกราคม 2566
¢À @
19
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
คํานํา
-n-
ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ข้อ 40(3) ที่กําหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทําคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กํากับดูแลการดําเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทําข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกํากับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกําหนด
ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
ม.ศ.66
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
gps &
a
20
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
สารบัญ
เรื่อง 1. วัตถุประสงค์ -
ขอบเขต หน้า 1 - นิยาม
- อ้างอิง
- การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง (เอกสารแนบ 5)
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร
(เอกสารแนบ 8)
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กําหนด
มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
1
2
2
3
3
8
9
11
13
15
17
22
2
26
27
28
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ороот
Indy
21
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง - วัตถุประสงค์ (Purpose)
-1-
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทําขึ้นสําหรับให้ผู้รับจ้างขั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดําเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกําหนด โดยมีรายละเอียดที่สําคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทํางานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนําในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ - ขอบเขต (Scope)
2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทําความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด
2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ
2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource)
(2) งานทําความสะอาดที่ไม่เป็นการทํางานบนที่สูง
(3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2
2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่
(1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ํา โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง
(2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า
(3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
(4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
(5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุงเครื่องจักร
(8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
(9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
(10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
(11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
22
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
(12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กําหนดในภายหลัง (ถ้ามี)
-2-
ซึ่งผู้รับจ้างที่มีงานเกี่ยวข้องกับลําดับที่ (1) - (12) ตามข้อ 2.2.2 นี้ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมตามเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับงาน ท้ายข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้หรือเอกสารอื่น ๆ ที่ ทอท. ได้กําหนดเพิ่มเติมในแต่ละพื้นที่
2.2.3 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้แก่ ผู้รับจ้างที่เข้ามาก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบํารุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่เช่าของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งผู้รับจ้างประเภทนี้ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ในข้อ 5.1.19 และปฏิบัติตามหลักความปลอดภัยฯ ที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ กรณีที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ถือปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้
2.2.4 ผู้รับจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของ
ฝปอ., ผมอ. หรือ สมอ. ในแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนดเพิ่มเติม
3. นิยาม (Definition)
3.1 ทอท. หมายถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
3.2 ฝปอ. หมายถึง ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) 3.3 สมอ. หมายถึง ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.4 สมอ. หมายถึง ส่วนมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ของแต่ละท่าอากาศยานที่ ทอท. กํากับดูแล 3.5 จป. ย่อมาจาก เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน หมายถึง เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกําหนด
3.6 ผู้รับจ้าง หมายถึง ผู้รับจ้าง (Contractor), ผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor), งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource), ผู้รับเหมา, ผู้ขาย, ผู้ให้บริการจากภายนอก, หน่วยงานหรือบุคคลอื่นๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ตามสัญญาจ้าง หรือเข้ามาทํากิจกรรมใดๆ หรือเข้ามาใช้ประโยชน์ใดๆ ในพื้นที่ของ ทอท. ยกเว้นผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ซึ่งไม่เข้าข่ายตามนิยาม ข้อ 3.6 นี้
3.7 ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง กลุ่มลูกค้าของ ทอท., ผู้ประกอบการสายการบินที่มีการเช่าพื้นที่ของ ทอท. 3.8 ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. หมายถึง ผู้รับจ้างที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ว่าจ้างมาเพื่อดําเนินการต่าง ๆ ให้ เช่น การปรับปรุงพื้นที่ภายในบริเวณพื้นที่เช่า เป็นต้น
3.9 PPE ย่อมาจาก Personal Protective Equipment หมายถึง อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ซึ่งใช้สําหรับสวมใส่ขณะปฏิบัติงานตามกฎหมายและตามการประเมินความเสี่ยงของงานซึ่งได้กําหนดไว้
3.10 JSA ย่อมาจาก Job Safety Analysis หมายถึง การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
4. อ้างอิง (Reference)
4.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554
4.2 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ.2554 4.3 กฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความปลอดภัยฯ 4.4 กฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน 4.5 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น ISO 45001, NIOSH, OSHA, ACGIH ฯลฯ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Jinda
23
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
5. การควบคุมการปฏิบัติ
5.1 ข้อกําหนดทั่วไปสําหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ
-3-
5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กําหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกําหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกําหนดใดถูกกําหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกําหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกําหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป
5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทํางานตามที่ได้กําหนดไว้ใน กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย
(1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
(3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานและการนําไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย
(5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดําเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) ควบคุมดูแลการดําเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน
(2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดําเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทําเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทํางานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทําหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทําในรูปแบบ
ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้
ในการทํางานได้
(4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย
หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสํานักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
gp
24
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกําหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกําหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกําหนด 5.1.2 นี้แล้ว
5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดําเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
สําหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดําเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทํางานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทําหน้าที่กํากับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานก่อน (ฝปอ. ผมอ, หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดําเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ
ๆ
5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดําเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดําเนินการบางส่วนหรือดําเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกํากับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง
5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดําเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นํามาตรการที่กําหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนํามาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ
ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ
5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กําหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทําใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้
(1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กํากับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ผมอ หรือ สมอ. เป็นผู้กําหนดหรือเป็นผู้กํากับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทํางานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกําหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กํากับควบคุมระบบการขออนุญาตการทํางานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทํางานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
25
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-5-
5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่
กฎหมายด้านความปลอดภัยกําหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ
กิจการ พ.ศ. 2565 เช่น กิจการลําดับที่
36. การก่อสร้าง ดัดแปลง การซ่อมแซม
หรือการรื้อถอนอาคารตามกฎหมายว่าด้วย
การควบคุมอาคาร
37. อุตสาหกรรมการขนส่ง
2-19 คน
20-49 คน
50-99 คน
คณะกรรมการความ
บ
100-199 คน
ช่
✓
41. การติดตั้ง การซ่อม หรือการซ่อม
บํารุงเครื่องจักร
48. การขายและการบํารุงรักษายานยนต์
หรือการซ่อมยานยนต์
200 คนขึ้นไป
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้ 20 คนขึ้นไป
มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน
บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อ
ดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบ กิจการ พ.ศ.2565 เช่น กิจการลําดับที่
10. สํานักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
ตามบัญชี 1 และบัญชี 2
หมายเหตุ
- / หมายถึง กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทําหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด
- งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทํางาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดําเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทําหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
26
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56)
karan ka kohalt der Sungai viena main the-pah vattle a
-6-
5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทํางาน, สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสํารวจพฤติกรรมการทํางานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทํางานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทํางาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน
5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กําหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกําหนด รวมทั้งต้องกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทํางาน
5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจํา 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทํางานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจํา สม่ําเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทํางาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ปอ., สมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ําด้วย
5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นําอุปกรณ์สําหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทําร้ายร่างกาย, ทําลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทําที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท.
5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กําหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
สําหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดําเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทํางานในพื้นที่ ทอท.
(1) การทํางานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ําซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนําผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทํางานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล
การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้
(2) การทํางานกับกัมมันตภาพรังสี, การทํางานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกําหนด, การทํางานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
يرحل
Our g
27
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-7-
ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน
แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง)
แพทย์ที่ได้รับ
(3) เฉพาะการทํางานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย
ก็ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทํางานในที่อับอากาศทุกครั้ง
5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กําหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กําหนดว่าห้ามทําให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท.
ได้กําหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่
5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง)
(1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กําหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด
(3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทําบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป
5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสําหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดําเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กําหนด ซึ่งข้อกําหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กําหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกําหนดที่ ทอท. ได้กําหนด ประกอบด้วย
(1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
(3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่ ท่าอากาศยานเป็นผู้กําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
و سال دراین
..28
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -8-
5.2 ข้อกําหนดเฉพาะงาน
ซึ่งเป็นข้อกําหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดําเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง
กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่
(เอกสารแนบ 1)
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
{เอกสารแนบ 2)
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
(เอกสารแนบ 3)
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
(เอกสารแนน 4)
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคน
ขึ้นทํางานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย…….
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
(เอกสารแนบ 9)
5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 - 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
(เอกสารแนบ 5)
(เอกสารแนบ 6)
(เอกสารแนบ 7)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
29
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9. เอกสารแนบ 1
5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ดําเนินการขอ “ใบอนุญาตการทํางานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
- ก่อนใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจํานวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทําการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด
3.2 จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กําหนด
และแสงจ้า
3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทํางานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดให้มีฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายจากประกายไฟ - ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษา PPE ให้มีสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้และบํารุงรักษา PPE
- ต้องจัดให้มีแสงส่องสว่างที่เพียงพอในพื้นที่ปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทํางานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องเชื่อมก๊าซ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด
เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซในบริเวณที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม้ หรือ ไฟลุกลามจากก๊าซ น้ํามัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ๆ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
8.1 จัดให้มีการต่อสายดินกับโครงโลหะของเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ต่อจากอุปกรณ์การเชื่อม ทั้งนี้ ขนาดของ สายดิน ต้องไม่ต่ํากว่ามาตรฐานของการไฟฟ้าในท้องถิ่นนั้น กรณีที่ไม่มีมาตรฐานดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานของ
สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
8.2 จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่างและมีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
8.3 จัดให้มีการใช้สายดิน สายเชื่อม หัวจับสายดิน และหัวจับลวดเชื่อม ตามขนาดและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกําหนด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Justy
30
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66)
-10-
8.4 จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับของยานพาหนะ น้ํา หรือที่ชื้นแฉะ หากไม่สามารถ หลีกเลี่ยงได้ ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันความเสียหายข้างต้น - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต้องกับชนิดของก๊าซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ์ หรือสภาพที่ไม่ปลอดภัยทุกครั้ง
หากพบว่าไม่ปลอดภัยต้องทําการแก้ไข
9.3 จัดทําเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณ์ที่ท่อส่งก๊าซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ให้เป็นแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทําให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทํางาน ทําให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ - ในการต่อถังบรรจุก๊าซไวไฟหลายถังเข้าด้วยกัน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันเปลวไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) ติดไว้ระหว่างหัวต่อกับอุปกรณ์ควบคุมการลดกําลังตัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ
シャ
TAG - SE A+ +
‘A
CER HOA HARA S
*.
ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สํานักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง
อุตสาหกรรม) - ผู้รับจ้างต้องดูแลถังบรรจุก๊าซทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กรณีที่ไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมายหรือกฎระเบียบด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท.
- อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้ดําเนินการดังนี้
ป้องกันความร้อน
12.1 การทํางานที่มีความร้อนเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ชุดแต่งกาย รองเท้า และถุงมือสําหรับ
12.2 งานที่มีแสงตรงหรือแสงสะท้อนจากแหล่งกําเนิดหรือดวงอาทิตย์ที่มีแสงจ้าเข้านัยน์ตาโดยตรง
ให้สวมใส่แว่นลดแสงหรือกระบังหน้าลดแสง
12.3 งานที่ทําในสถานที่มืด ทึบ และคับแคบ ให้สวมใส่หมวกนิรภัยที่มีอุปกรณ์ส่องแสงสว่าง 12.4 งานที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานที่กําหนด ให้สวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
0
Jor
31
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 11- เอกสารแนบ 2
5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ
และ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ๆ - ผู้รับจ้างหรือผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ จะต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ในการทํางานในที่อับอากาศ เช่น หลักสูตรผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ, หลักสูตรผู้ช่วยเหลือในการทํางานในที่อับอากาศ จากสถาบันที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ซึ่งพื้นที่อับอากาศ มีความหมายดังนี้
พื้นที่อับอากาศของ ทอท. หมายถึง ที่ซึ่งมีทางเข้าออกจํากัดและไม่ได้ออกแบบไว้สําหรับเป็นสถานที่ทํางาน อย่างต่อเนื่องเป็นประจํา และมีสภาพอันตรายหรือมีบรรยากาศอันตราย เช่น อุโมงค์ ถ้ํา บ่อ หลุม ห้องใต้ดิน ห้องนิรภัย ถังน้ํามัน ถังหมัก ถัง ไซโล ท่อ เตา ภาชนะ หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
ดังต่อไปนี้
สภาพอันตราย หมายถึง สภาพหรือสภาวะที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทํางานอย่างใดอย่างหนึ่ง
(1) มีวัตถุหรือวัสดุที่อาจก่อให้เกิดการจมลงของลูกจ้างหรือถมทับลูกจ้างที่เข้าไปทํางาน (2) สภาพที่อาจทําให้ลูกจ้างตก ถูกกัก หรือติดอยู่ภายใน
(3) มีสภาวะที่ลูกจ้างมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากบรรยากาศอันตราย
(4) สภาพอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด บรรยากาศอันตราย หมายถึง สภาพอากาศที่อาจทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(1) มีออกซิเจนต่ํากว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
(2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ําของสารเคมี แต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ tower explosive limit) กรณีพื้นที่ใดมี การกําหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกําหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดที่ดีกว่า
(3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ําสุดของฝุ่น ที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
(4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กําหนดตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมี
พ.ศ.2556
(5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกําหนด - ผู้ใดจะเข้าปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีใบรับรองแพทย์จํานวน 2 ใบ ดังนี้
2.1 ใบรับรองแพทย์ทั่วไป ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุใบรับรองต้องไม่เกิน 1 เดือนนับ จากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และ
2.2 ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุ การรับรองของใบรับรองแพทย์ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Joky
32
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -12- - ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอํานาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศต้องจัดให้มีการตรวจสอบ
พื้นที่และตรวจวัดสภาพอากาศเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศตามรายละเอียดในใบอนุญาต - ผู้รับจ้างจะสามารถปฏิบัติงานได้ก็ต่อเมื่อได้มีการตรวจสอบสภาพหน้างานแล้วเท่านั้น โดยผู้รับจ้างต้อง ดําเนินการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในการทํางานให้ปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งต้องไม่พบสภาพแวดล้อม การทํางานตามความหมายในข้อ 1 ในพื้นที่ปฏิบัติงานนั้น
กรณีพบสภาพแวดล้อมการทํางานข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามความหมายของพื้นที่อับอากาศที่ระบุไว้ในข้อ 1
ให้ผู้รับจ้างดําเนินการดังต่อไปนี้
- ห้ามบุคคลใดเข้าไปในที่อับอากาศ
- กรณีมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ระหว่างการทํางานในที่อับอากาศ ให้ผู้รับจ้างนําลูกจ้างออกจากบริเวณดังกล่าว - ประเมินและค้นหาสาเหตุของการเกิดสภาพอันตรายหรือบรรยากาศอันตราย
- ดําเนินการเพื่อทําให้สภาพอากาศในที่อับอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ
หรือการปฏิบัติตามมาตรการอื่นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทํางานแก่ลูกจ้าง - กรณีจําเป็นต้องลงไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศโดยมีสภาพแวดล้อมเป็นไปตามความหมายที่ระบุไว้ใน
ข้อ 1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีจํานวนเพียงพอ เหมาะสม และเป็น อุปกรณ์ที่เป็นไปตามกฎหมายหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานในที่อับอากาศได้กําหนดไว้
- การปฏิบัติงานในที่อับอากาศแต่ละงาน ต้องจัดให้มีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับการ ทํางานในที่อับอากาศ ซึ่งอาจใช้ ISA หรือวิธีการอื่น ๆ มาใช้ในการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยงได้ และ ต้องนําผลการประเมินดังกล่าวมาสื่อสารและปฏิบัติด้วย ซึ่งมาตรฐานการปฏิบัติต้องไม่ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด
ๆ - ระยะเวลาในการปฏิบัติงานในที่อับอากาศให้เป็นไปตามวิธีปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่ของ ทอท. เป็นผู้กําหนด 8. ทีมผู้ช่วยเหลือของผู้รับจ้างเกี่ยวกับการทํางานในที่อับอากาศจะต้องสามารถสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานภายในได้ ตลอดเวลา หากพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นไม่สามารถสื่อสารได้โดยตรง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิทยุหรือเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
- อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตทุกชนิดต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งก่อนนํามาใช้งานแต่ละครั้ง
อุปกรณ์ดังกล่าวต้องผ่านการตรวจสอบสภาพก่อนทุกครั้ง - ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สําหรับระบายอากาศให้เพียงพอสําหรับกิจการที่ผู้รับจ้างดําเนินการภายใน ที่อับอากาศ
- ผู้รับจ้างต้องมีใบรายชื่อของผู้ที่จะเข้าทํางานในที่อับอากาศที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องแสดงไว้ที่ทางเข้า
ที่อับอากาศพร้อมกับแขวนบัตรประจําตัวที่ทางเข้าที่อับอากาศให้สามารถตรวจสอบได้ - ห้ามบุคคลใดที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่อับ
- ผู้รับจ้างต้องเตรียมไฟแสงสว่างที่ใช้ในที่อับอากาศที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 24 โวลต์ (AC/DC) 14. เครื่องมือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่นําเข้าไปใช้งานในพื้นที่อับอากาศต้องเป็นชนิดป้องกันการระเบิด
(Explosion Proof)
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
がん
33
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -13- เอกสารแนบ 3
5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ํายัน พ.ศ. 2564 และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - การทํางานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทํางานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7
- การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกําหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบํารุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกําหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ
2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คําอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สําหรับการทํางานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสํานักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทํางานจะเข้ามาทํางานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทํางานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทํางานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนํามาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กําหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กําหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคําอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์
ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) - การทํางานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน
ๆ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
34
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ศ.56) -14-
ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทํางานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทํางานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย - ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทํางานบนหรือในเสา ตอม่อ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือทํางาน บนหรือในถัง บ่อ กรวยสําหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดให้มี การใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness
ชนิด 2 tanyards) พร้อมอุปกรณ์ หรือเครื่องป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทํางาน - กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทําตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานหรือผู้สัญจรด้านล่าง
- ต้องจัดทําป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานในชั้นของอาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่เปิดโล่งและอาจพลัดตกลงมาได้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน - ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
35
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -15 เอกสารแนบ 4
5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบํารุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทํางานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock Out - Tag Out)
ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.1.7 - ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสําเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกําหนด
- ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนําสิ่งที่เป็นตัวนําไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดําเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนําฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน
แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า - ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กําหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจําท้องถิ่นกําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กําลังปฏิบัติงานอยู่
- ในกรณีผู้รับจ้างทํางานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย
ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสําหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย - ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชํารุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดําเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น
- ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทํางานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก
- กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม
มาตรฐานของ วสท. - ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจําเมื่อมีการปฏิบัติงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
36
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -16- - อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์
- ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทํางาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน
- ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนําไฟฟ้า (Conductive suit)
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้สายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 tanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กําหนดสําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทําให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ
อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานที่กําหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ
แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว
15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน
15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ําหรือเหนือน้ําซึ่งอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก
การจมน้ําได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ํา เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทําให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน
15.5 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
og
37
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -17- เอกสารแนบ 5
5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบํารุง
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 เครื่องจักร - ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย
- ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดําเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัด วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทํางาน (Lock Out - Tag Out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย
- ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บํารุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกําหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทํารายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสําเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท., สามารถดําเนินการตรวจสอบได้
รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทําเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ
เพื่อความปลอดภัยในการทํางานได้ - การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ําหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจําปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กําหนดไว้ในกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทํางานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กําหนดไว้ใน
รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนด - เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทํางานกับ
เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทํางาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทํางาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชํานาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
Jove
38
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -18 - เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน
- ต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทํางานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง
- ผู้รับจ้างต้องไม่ติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจนอาจมีผลทําให้การทํางานของเครื่องจักรผิดปกติและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
- ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 2 รถยก - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้พนักงานทํางานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันอันตรายจากวัสดุตกหล่นได้
1.2 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของได้โดยปลอดภัยติดไว้ที่รถยก เพื่อให้ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน
1.3 ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไว้ให้
พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทํางาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทํางาน เช่น กระจกมองข้าง
1.6 ให้ผู้ทําหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทํางานบนรถตลอดเวลา - ห้ามผู้รับจ้างทําการดัดแปลงหรือกระทําการใด ๆ ที่มีผลทําให้ความปลอดภัยในการทํางานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างต้องกําหนดเส้นทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใช้รถยกเป็นประจํา
- ผู้รับจ้างต้องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคล้ายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโค้งที่มอง
ไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า - ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นเส้นทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ําหนักรถรวมทั้งน้ําหนัก บรรทุกของรถยกได้อย่างปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับการใช้รถยก
แต่ละประเภท - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการนํารถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า
โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร - ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้ การตรวจสอบ และการบํารุงรักษารถยกให้ผู้ปฏิบัติงานได้ศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
39
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -19-
ส่วนที่ 3 ลิฟต์ - กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนําลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้
1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบํารุงรักษาลิฟต์
1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ําหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด
1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด
1.6 จัดทําคําแนะนําและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง
1.8 จัดทําค้าแนะนําและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกําลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทําข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น
1.10 จัดทําป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์
1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน - ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทําป้ายบอกพิกัด น้ําหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกําหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก
ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกําหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ
ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ําหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ําหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กําหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสําเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท.
สามารถตรวจสอบได้ - ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทํางานของลิฟต์เป็นประจําทุกเดือน และมีสําเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สําหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 85 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อนํา พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
gla
Ling
40
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 20-
ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง - การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทํางานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ
1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักและจํานวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย
1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทํางานตามความเหมาะสมของการใช้งาน
1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทํางานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกําหนด และต้องตรวจสอบให้
อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทํางานได้ตลอดเวลา - ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทําการใดกับเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีผลทําให้
ความปลอดภัยในการทํางานลดลง - การทํางานบนเครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตําแหน่งที่ผู้ผลิตกําหนดหรือในตําแหน่งที่ปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทํางาน
- การใช้เครื่องจักรสําหรับใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้
5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสําเนาเอกสารการทดสอบ
ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทํางานบนที่สูง
ส่วนที่ 5 รอก - ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย
1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชํารุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน
ใช้งาน และต้องมีสําเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบรอก
1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ําหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
41
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 21-
1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ.2564 กับรอก
1.6 อุปกรณ์สําหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกําหนด
1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทําการยก
หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทําการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ําหนักยกตั้งแต่ 1 ต้นขึ้นไป
นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์
ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสําเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
ota_
42
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 22- เอกสารแนบ 8
5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ํา พ.ศ. 2564
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้
ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น
น - ในการประกอบ การทดสอบ การใช้ การซ่อมบํารุง และการตรวจสอบปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นที่นํามาใช้กับ ปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ หากไม่มีรายละเอียด
คุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานดังกล่าว
ได้กําหนดขึ้นเป็นหนังสือ
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคู่มือการใช้งานที่วิศวกร - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปั้นจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานของผู้ผลิตโดยวิศวกรก่อนการใช้งาน และจัดทํารายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช้งานปั้นจั่นตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ก่อนนํามาใช้งานใหม่ ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกําหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
4.1 ควบคุมให้มีลวดสลิงเหลืออยู่ในม้วนลวดสลิงไม่น้อยกว่า 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางาน 4.2 จัดให้มีชุดล็อกป้องกันสวดสลิงหลุดจากตะขอของปั้นจั่น และทําการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
อย่างปลอดภัย
4.3 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือกั้นส่วนที่หมุนรอบตัวเอง ส่วนที่เคลื่อนไหวได้ หรือส่วนที่อาจเป็นอันตรายของปั้นจั่น
และให้ส่วนที่เคลื่อนที่ของปั้นจั่นหรือส่วนที่หมุนได้ของปั้นจั่นอยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย
4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสําหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทําพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตําแหน่งที่สามารถ
ใช้งานได้สะดวก
ได้ตามปกติ
4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง
4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทํางานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตําแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน
4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ําหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ - ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นที่ใช้เครื่องยนต์ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
5.1 จัดให้มีที่ครอบปิดหรือฉนวนหุ้มท่อไอเสีย
5.2 จัดให้มีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงสํารองด้วยความปลอดภัย
5.3 จัดให้มีถังเก็บเชื้อเพลิงและท่อส่งเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไม่เกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล้น หรือรั่วออกมา
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
@
98
43
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 23 - ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน
- ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชํารุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย
- ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทําการ เช่นว่านั้น อันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจําเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ําหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคํานวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทํางานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบํารุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบํารุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทํางาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ไว้ที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ําหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกําหนด ติดไว้ที่จุดหรือตําแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้
- ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟ้ากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกําลังยก เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 11.5 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 250 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้
(ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร
(ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 250 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจําท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดําเนินการ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
огова
44
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -24 - ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทํางาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนํา ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนํากับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ - ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทํางาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบํารุง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
- ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทําการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี
ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กฎหมายประกาศกําหนด
ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง - กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น
18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทํางานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564
ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง - กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดําเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม
19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทํางาน
19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทํางานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง
19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทํางานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน
19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ําหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทําการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ
ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
оказ
45
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -25-
19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดําเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ
19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทําการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทําการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้
ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น - ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้
20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด
20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดที่ทําให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทําลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชํารุดมากจนเห็นได้ชัดเจน
20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน
หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว - ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สําหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กําหนดไว้ ดังต่อไปนี้
22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5
22.5 อุปกรณ์สําหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 - ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทําการยกเคลื่อนย้าย
- ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
24.1 มีการบิดตัวของตะขอ
24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
gifs @ grou
46
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -26- เอกสารแนบ 7
5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการ
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ
ด้านความปลอดภัย
ข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย”
ต้องจัดทําบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกําหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง - ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในกฎหมาย
ๆ - ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทํางานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทําคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คําแนะนําผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน
อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย - ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทํางานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทําขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบทันที
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม
กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกํากับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทํางานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย - การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กําหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นํากฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกําหนดในการทํางานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
of g
47
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -27-
เอกสารแนบ 8
5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร - 90 เมตร)
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ
ดําเนินการด้านความปลอดภัย
และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดําเนินการดังนี้ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ําได้รับการตรวจสุขภาพตามกําหนดระยะเวลาและจัดทําบัตรตรวจ
สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทํางานประดาน้ําต้องดําเนินการดังนี้
2.1 มีอายุไม่ต่ํากว่า 18 ปีบริบูรณ์
2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกําหนด
2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ําและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกําหนด - ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดําน้ําและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทํางานใต้น้ําในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด
- ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ําต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานประดาน้ําหยุดหรือเลิกการดําน้ําในกรณี
ต่อไปนี้
4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ําและนักประดาน้ําไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
4.2 เมื่อนักประดาน้ําต้องใช้อากาศสํารองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสํารอง 4.3 เมื่อมีการดําน้ําในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย - สําหรับการทํางานในน้ํา (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทํางานบนผิวน้ํา (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสําหรับการทํางาน ในน้ําและการทํางานบนผิวน้ํา ทอท. ยังไม่ได้กําหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
j
Joh Cam
48
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 28- เอกสารแนบ 9
5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกําเนิดรังสี
พ.ศ.2564
เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกําหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท.
ดําเนินการดังนี้
ๆ - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิครั้งสีเกี่ยวกับวัสดุ
นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ
หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน
อย่างน้อยหนึ่งคนทําหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทํางานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กําหนดมาตรฐานการทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 ข้อ 15 - ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกําหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนด
- ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี
- จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจําตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน
เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างต้องจัดทําข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น
ประจําทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกําเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้
ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กําหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ
อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม - ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น
- ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดําเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน
ได้รับทราบ
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
مه رائع
บ
49
ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.56) -29 - ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนําอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนําต้นกําเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดําเนินการตาม
มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ไม่ให้บุคคลใดนําภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม
เว้นแต่ได้ดําเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ํา เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทํางาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทํางานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว
- ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทําความสะอาดชุดทํางาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้
- ข้อกําหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐาน การทํางานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2554 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
50
ผนวก 5
ข้าพเจ้า
สัญญาเลขที่……
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
มีสานักงาน/ภูมิลาเนาตั้งอยู่ ณ
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทนํา
ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี - การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
- การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือเพื่อ ประโยชน์ทางการค้า
- ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็นลาย
ลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท. และคู่ค้า - การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
CC (-
51
มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน - อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและความ ปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
- อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
ประเทศ - ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับอย่าง
ถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา - การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และไม่ อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะเป็นอันตราย 5. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด - การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพการ สมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ - การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และไม่
ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม - การเคารพสิทธิมนุษยชน คู่ค้าของ ทอท. ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่างเป็น ธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและวาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
- แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงานต่าง ดาวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงานอ่าน แล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
- ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบต่อ
สังคม
है
52
มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท. ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลด ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
- มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําาบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและการ เคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อม ส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติตาม แนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัทที่ เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.ร้อง
ซอ
ชื่อบริษัทคู่ค้า : ที่อยู่ :
ซีล – สกุล: ตําแหน่ง :
ลายมือชื่อ :
วันที่ :
คู่ค้าลงนามรับทราบและประทับตราบริษัท
(กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและนําส่งคืนในวันลงนามใน TOR)
หม
&
53
Contract No.
AOT Supplier Sustainable Code of Conduct
authorized by…….
residing at/working at
deemed as a contract partner of Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) in accordance with the
Contract No.
……………… hereinafter referred as ‘AOT Supplier’,
has acknowledged the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct with the following details.
Introduction
AOT commits to operate in a sustainable manner and with responsible practices throughout the
business processes. Hence, AOT Supplier Sustainable Code of Conduct has been established with the scope
and boundary in line with applicable laws and regulations, as well as three sustainable development
dimensions namely economics, society and environment. This code of conduct aims to promote suppliers of
AOT to operate with transparency and ethics, respect human rights, protect occupational health of their employees, and aware of the impact towards surrounding community and environment through good
corporate governance and best practices as follows.
Economics - Good Corporate Governance - Compliance of Regulatory Requirements and Transparency: The AOT Supplier shall strictly operate
the business in line with the regulations in the Kingdom of Thailand, regulatory requirements of AOT, and
code of business ethics without dealing with all forms of bribery, corruption, or illegal business operation. 2. Confidentiality: The AOT Supplier shall protect and prevent leakage of all AOT’s confidential information, and shall not use any AOT’s confidential information for illegal purposes, personal advantages, or trade
benefits. - Conflict of Interests: The AOT Supplier shall keep AOT informed in a written notification on any certain
operations or actions that could lead to the conflict of interests. - Free Trade Agreement and Law: The AOT Supplier shall operate the business based on the free and
fair trade principles, and strictly adhere to trade competition law and shall not proceed any illegal or
undesirable action that directly or indirectly causes a negative effect on competitors.
она
54
Society - Employment and Respect of Human Rights - Occupational Health and Safety: The AOT Supplier shall ensure occupational health and safety of the
employee and contractor such as provision of appropriate working environment and health and wellbeing
programs for employee or sub-contractor in accordance with the laws and international standards. - Freedom of Employment: The AOT Supplier shall not involve with any form of forced labor, and shall
provide opportunity for freedom of association and collective bargaining under the Thai laws. - Wages and Benefits: The AOT Supplier shall provide wages and other benefits that its labor is righteously
entitled to on a timely manner. - Child Labor: The AOT Supplier shall not involve with the employment of child labor whose age is below
than standard as prescribed by law, and shall not allow anyone whose age is below 18 to work on the
night shift or in hazardous operations. - Working Period: The AOT Supplier shall not allow exceeded working hours than the standard as
prescribed by law, covering working overtime and holidays. - Fair Treatment. The AOT Supplier shall fairly treat all of its employees on payment, training, career
advancement, and termination of employment or lay-off without discrimination regarding sex, nationality,
ethnicity, race, religion, age, political belief, marital status, pregnancy or disability. - Termination of Employment: The AOT Supplier shall proceed termination of employment in
accordance with the laws and shall not approve any unbiased manner on termination of employment.
Human Rights: The AOT Supplier shall respect the human rights and treat its employee in accordance
with applicable laws and standards, and shall not allow any form of harassment both physically and
verbally as well as intimidation and mental infringement. - Foreign or Migrant Workers: The AOT Supplier shall fully comply with the labor and immigration laws
in case of foreign or migrant workers employment. The basic terms of employment must be provided to
workers in their native or understandable language prior to the employment process. Passports and
personal identification must remain in the worker’s possession at all times and never to be withheld by
employer or any third party. - Social Responsibility: The AOT Supplier shall promote and demonstrate its cooperation in fostering
social development and responsibility.
ода
55
Environment - Environment and Pollution Management - Environmental Management: The AOT Supplier shall develop and implement effective environmental
management in accordance with applicable standards, regulations, and good practices throughout the production and service processes; in order to optimize resources efficiency, minimize environmental
impact, and cause no nuisances to the surrounding communities. - Environmental Impact Protection and Mitigation Measures: The AOT Supplier shall implement pollution mitigation and control measures including but not limited to solid waste, wastewater, noise, air
pollution and greenhouse gases. The aforementioned pollutions shall be controlled or treated in
compliance with the laws and intemational standards before being released into the environment.
AOT expects the AOT Supplier to integrate all requirements in this AOT Supplier Sustainable Code of Conduct,
encompassing Good Corporate Governance, Employment and Respect of Human Rights and Environment and
Pollution Management, in its operation. AOT also encourages the AOT Supplier to adopt similar standards in
its own Supplier Sustainable Code of Conduct as deemed appropriate.
I acknowledge and understand the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct and shall strictly comply with
its requirements in operating businesses involved with my organization. Meanwhile, I shall keep all of my
employees informed about the aforementioned codes of conduct as well as ensure systematic collection of
evidence regarding complied actions, and will submit such evidence to AOT upon request.
Company Name :
Address :
Signature Acknowledgement and Company Stamp
Print Name:
Position :
Signature:
Date :
(Please complete this form and submit to AOT alongside with TOR)
дна