ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วง กม.1+500 ถึง กม.7+400 (ทิศทางบางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม.1+700 ถึง กม.8+000 (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงผิวจราจรบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ในช่วง กม. 1+500 ถึง กม. 7+400 (ทิศทางบางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม. 1+700 ถึง กม. 4+000 (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี) เนื่องจากปัจจุบันผิวจราจรมีสภาพเสื่อมสภาพจากการใช้งานหนัก โดยเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่ วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรให้มีความแข็งแรงทนทาน รองรับปริมาณการจราจรที่ระดับสูง (Extremely Heavy Traffic) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง ขอบเขตงานประกอบด้วย การสำรวจสภาพผิวจราจรเดิม การรื้อผิวลาดยางเดิม การปูแผ่นใยสังเคราะห์ การลาดยางแทคโค้ต การปูลาดผิวจราจรใหม่ด้วยมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต และการตีเส้นแบ่งช่องจราจรทั้งแบบชั่วคราวและถาวร รวมถึงการตีเส้นชะลอความเร็วและเครื่องหมายจราจรต่างๆ โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน โดยแบ่งการส่งมอบงานเป็น 3 งวด
English summary
The Expressway Authority of Thailand (EXAT) intends to procure construction services for the improvement of the road surface on Kanchanaphisek Expressway (Bang Phli-Suksawat) from Km. 1+500 to Km. 7+400 (Bang Phli-Suksawat direction) and from Km. 1+700 to Km. 4+000 (Suksawat-Bang Phli direction). This project aims to address the deterioration of the road surface due to heavy traffic, particularly large trucks. The primary objective is to enhance the road surface’s durability and capacity to handle extremely heavy traffic, ensuring convenience and safety for road users. The scope of work includes surveying the existing road surface, removing the old asphalt layer, installing geotextile fabric, applying tack coat, paving with modified asphalt concrete, and remarking traffic lanes, including temporary and permanent markings, speed reduction strips, and traffic signs. The project duration is 270 days, with work deliverables divided into three installments.
ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงสภาพผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ให้มีความแข็งแรงทนทาน
- รองรับปริมาณการจราจรที่ระดับหนักมากที่สุด (Extremely Heavy Traffic)
- เพื่อความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
ขอบเขตของงาน
- สำรวจสภาพผิวจราจรเดิม และจัดทำสรุปปริมาณงาน
- รื้อผิวลาดยางเดิม ความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร หรือจนถึงชั้นพื้นคอนกรีต หรือตามสภาพหน้างานจริง (พื้นที่ไม่น้อยกว่า 46,094.02 ตารางเมตร)
- งานแผ่นใยสังเคราะห์ กว้าง 6 เมตร (ปริมาณไม่น้อยกว่า 771.40 เมตร)
- ลาดยางแทคโค้ต (Tack coat) CRS-2 ชั้น Wearing Course (พื้นที่ไม่น้อยกว่า 46,099.02 ตารางเมตร)
- ปูลาดผิวจราจรใหม่ชั้น Wearing Course ด้วยวัสดุมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต (Modified Asphalt Concrete) (พื้นที่ไม่น้อยกว่า 46,099.02 ตารางเมตร)
- ตีเส้นแบ่งช่องจราจรชั่วคราวด้วยสีจราจรสะท้อนแสง
- ตีเส้นจราจรถาวรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกชนิด Dot Profile Marking (ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร, พื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,170.60 ตารางเมตร)
- ตีเส้นชะลอความเร็ว (Rumble Strip) ด้วยวัสดุสีเทอร์โมพลาสติก (ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 มิลลิเมตร, พื้นที่ไม่น้อยกว่า 50.00 ตารางเมตร)
- ตีเครื่องหมายจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก (ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร, พื้นที่ไม่น้อยกว่า 18.30 ตารางเมตร)
- ปฏิบัติงานตามมาตรการควบคุมป้องกันฝุ่นละออง
- จัดทำแผนการทำงานและแผนการจัดการจราจร
- ปฏิบัติงานโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจร และมีมาตรการด้านความปลอดภัย
- จัดหาบุคลากรที่มีฝีมือและวิศวกรโยธาควบคุมงาน
- ทำความสะอาดและแก้ไขความเสียหายบริเวณสถานที่ก่อสร้าง
- ใช้เครื่องจักรและเครื่องมือที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี
- จัดหาวัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าวัสดุ
- ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานผสมแบบเคลื่อนที่
- จัดให้มีบุคลากรและห้องปฏิบัติการทดลองเพื่อทดสอบคุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีต
- ควบคุมอุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตระหว่างการขนส่งและปูลาด
- ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ
- ปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวจราจรที่ปรับปรุงใหม่ด้วยมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต
- เส้นแบ่งช่องจราจรชั่วคราวและถาวร
- เส้นชะลอความเร็ว (Rumble Strip)
- เครื่องหมายจราจร
- รายงานการสํารวจพื้นที่ความเสียหายและส่วนประกอบของผิวจราจร พร้อมภาพถ่าย
- แผนงานจัดการจราจร
- รายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานและวิศวกรโยธา
- รายงานขั้นตอนการทํางาน (Method Statement)
- สูตรส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula)
- รายการวัสดุและเครื่องจักร-อุปกรณ์
- ป้ายข้อมูลแนะนําโครงการและป้ายเตือนเขตก่อสร้าง
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
- รายงานการปฏิบัติงานประจำวัน/สัปดาห์
- รายงานสุดท้าย (Final Report) พร้อมไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ระยะเวลาดำเนินการ
270 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล
- Standards Compliance:
- (ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่มีการอ้างอิงมาตรฐาน มอก. และ AASHTO ในส่วนของวัสดุ)
- Experience:
- มีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า 12,200,000.- บาท (สิบสองล้านสองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ
- Previous Project Cost:
- ไม่น้อยกว่า 12,200,000.- บาท (สิบสองล้านสองแสนบาทถ้วน)
- Technical Capabilities:
- ต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตแบบเคลื่อนที่ (Mobile Concrete Plant) หรือแสดงหลักฐานการขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานอื่นที่ได้รับอนุญาต
- ต้องจัดให้มีบุคลากร ห้องปฏิบัติการทดลอง เพื่อใช้ทดสอบคุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีต
- ต้องมีเครื่องจักร-อุปกรณ์ที่อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ผ่านการตรวจสอบและสอบเทียบ
- ต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงาน
- ต้องมีเครื่องจักรที่ใช้ในการตีเส้นเป็นแบบอัตโนมัติสำหรับ Dot Profile marking
- Personnel:
- ต้องมีวิศวกรโยธาพร้อมใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน
- บุคลากรหลักต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการทำงานกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
เกณฑ์การพิจารณา
เกณฑ์ราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การรื้อผิวลาดยางเดิม ความลึกประมาณ 5 เซนติเมตร หรือจนถึงชั้นพื้นคอนกรีต หรือตามสภาพหน้างานจริง
- การปูแผ่นใยสังเคราะห์ กว้าง 6 เมตร
- การลาดยางแทคโค้ต (Tack coat) CRS-2
- การปูลาดผิวจราจรใหม่ชั้น Wearing Course ด้วยวัสดุมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต (Modified Asphalt Concrete)
- การตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกชนิด Dot Profile Marking, สีจราจรสะท้อนแสง, เส้นชะลอความเร็ว (Rumble Strip)
- คุณสมบัติของมอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์และมวลรวม (หยาบ, ละเอียด, ผสมแทรก) ตามตารางที่กำหนด
- คุณสมบัติของวัสดุเครื่องหมายจราจร (สีจราจร, เทอร์โมพลาสติก, ลูกแก้วสะท้อนแสง)
- คุณสมบัติของแผ่นใยสังเคราะห์เสริมความแข็งแรงของผิวจราจร
- การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) ตามวิธีการทดลอง Marshall Method และการทดลองหาค่าดัชนีความแข็งแรง (Strength Index)
- การบดทับด้วยรถบดล้อเหล็กและรถบดล้อยาง
- การตรวจสอบความเรียบของผิวจราจรด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straightedge)
- การทดสอบความหนาแน่น (Density) ของชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
- การตีเส้นจราจรด้วยเครื่องตีเส้นชนิดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ ระบบอัดรีด ระบบโรยลูกแก้วด้วยแรงดันลม ระบบควบคุมอัตโนมัติ และระบบครูซคอนโทรล
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule:
- งวดที่ ๑: ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ 35
- งวดที่ ๒: ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จสะสมร้อยละ 65
- งวดสุดท้าย: ส่วนที่เหลือทั้งหมด เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จสมบูรณ์
- Penalties:
- ค่าปรับกรณีล่าช้า: ร้อยละ 0.25 ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
- Warranty Period: 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
- Other Terms:
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้น
- ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าวัสดุ
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันฝุ่นละออง
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการจัดการจราจร และปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย
- ผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่ง พร้อมคนขับ เพื่อรับ-ส่งผู้ควบคุมงานของ กทพ.
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการทำงาน เช่น ค่าผ่านทางพิเศษ, ค่าจ้างล่วงเวลาควบคุมงาน หากเกิดความเสียหาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อปรับปรุงสภาพผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ให้มีความแข็งแรงทนทาน รองรับปริมาณการจราจรที่หนักมาก และเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง- Q: พื้นที่ที่ดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรครอบคลุมช่วงใดบ้าง?
A: ช่วง กม. 1+500 ถึง กม. 7+400 (ทิศทางบางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม. 1+700 ถึง กม. 4+000 (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี) - Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทใดและวงเงินเท่าใด?
A: ต้องมีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า 12,200,000 บาท และเป็นผลงานกับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ - Q: วัสดุหลักที่ใช้ในการปูผิวจราจรใหม่คืออะไร?
A: มอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต (Modified Asphalt Concrete) - Q: ระยะเวลาในการดำเนินงานโครงการนี้คือเท่าใด?
A: 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
A: แบ่งเป็น 3 งวด โดยงวดแรกเมื่อแล้วเสร็จ 35%, งวดที่สองเมื่อแล้วเสร็จสะสม 65%, และงวดสุดท้ายเมื่อแล้วเสร็จทั้งหมด - Q: หากผู้รับจ้างทำงานล่าช้า จะมีค่าปรับอย่างไร?
A: ชำระค่าปรับร้อยละ 0.25 ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน - Q: ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือไม่?
A: ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานแบบเคลื่อนที่ หรือแสดงหลักฐานการขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานอื่นที่ได้รับอนุญาต - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับบุคลากรที่ต้องใช้ในโครงการอย่างไรบ้าง?
A: ต้องมีวิศวกรโยธาพร้อมใบประกอบวิชาชีพ และบุคลากรหลักต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยกับ จป.วิชาชีพ - Q: โครงการนี้มีข้อกำหนดเรื่องการใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือไม่?
A: มี โดยผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด
- Q: พื้นที่ที่ดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรครอบคลุมช่วงใดบ้าง?
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
งานปรับปรุงผิวจราจร ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วง กม.๒๕๐๐ ถึง กม.๒๕๔๐๐ (ทิศทางบางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม.๑๗๐๐ ถึง กม.4+๐๐๐ (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี)
๑. ความเป็นมา
เนื่องจากปัจจุบันผิวจราจรทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) มีปริมาณการใช้งานสูงกว่าปกติ ซึ่ง รถบรรทุกขนาดใหญ่มีปริมาณการจราจรสูงที่สุดในระบบทางพิเศษปัจจุบัน จึงเป็นเหตุทําให้ผิวจราจรเสื่อมสภาพ อย่างรวดเร็ว การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จึงมีความจําเป็นต้องปรับปรุงสภาพผิวจราจรดังกล่าว โดยใช้วัสดุที่ มีคุณสมบัติสามารถรองรับปริมาณการจราจรที่ระดับหนักมากที่สุด (Extremely Heavy Traffic) เพื่อความสะดวก
และปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง
๒. วัตถุประสงค์
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงผิวจราจร ทางพิเศษ กาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วง กม.๑-๕๐๐ ถึง กม.๗-๔๐๐ (ทิศทางบางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม. ๑-๗๐๐ ถึง กม.4+๐๐๐ (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี) โดยใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามแบบรูปรายการ
งานก่อสร้าง
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑๒,๒๐๐,000.- บาท (สิบสองล้านสองแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ โดยจะต้องมีหนังสือรับรองผลงานพร้อม ใบแจ้งปริมาณงานและราคามาในวันยื่นข้อเสนอ
๔. แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
ปรับปรุงผิวจราจร ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ช่วง กม.๑-๕๐๐ ถึง กม.๗-๔๐๐ (ทิศทาง บางพลี-สุขสวัสดิ์) และช่วง กม.๑-๗๐๐ ถึง กม.4+000 (ทิศทางสุขสวัสดิ์-บางพลี) ช่องจราจรเลนขวา มีขอบเขต การทํางาน ดังนี้
๑) สํารวจสภาพผิวจราจรเดิม และจัดทําสรุปปริมาณงานให้สอดคล้องกับตําแหน่งที่ระบุในแบบรูป
๒) รื้อผิวลาดยางเดิม ความลึกประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือจนถึงชั้นพื้นคอนกรีต หรือตามสภาพหน้างานจริง โดยมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๔๖,๐๙๔.๐๒ ตารางเมตร
๓) งานแผ่นใยสังเคราะห์ กว้าง 6 เมตร ปริมาณไม่น้อยกว่า ๗๗๑.๔๐ เมตร
๔) ลาดยางแทคโค้ต (Tack coat) CRS-2 ชั้น Wearing Courseพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๔๖,๐๙๙,๐๒ ตารางเมตร
:
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
под
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
กรรมการ
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
กรรมการ
Chr
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
+
๕) ปูลาดผิวจราจรใหม่ชั้น Wearing Course กลับคืนด้วยวัสดุมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต (Modified Asphalt Concrete) พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๔๖,๐๙๙.๐๒ ตารางเมตร
5) ตีเส้นแบ่งช่องจราจรชั่วคราวด้วยสีจราจรสะท้อนแสงหลังจากปูผิวจราจรใหม่ชั้น Wearing Course แล้วเสร็จทันที
๗) ตีเส้นจราจรถาวรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติกชนิด Dot Profile Marking ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ํากว่า ๕ มิลลิเมตร พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๓,๑๗๐.๖๐ ตารางเมตร
๔) ตีเส้นชะลอความเร็ว (Rumble Strip) ด้วยวัสดุสีเทอร์โมพลาสติก ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ํากว่า 5 มิลลิเมตร พื้นที่ไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ ตารางเมตร
๔) งานตีเครื่องหมายจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติก ความหนาเฉลี่ยไม่ต่ํากว่า ๓ มิลลิเมตร พื้นที่ไม่น้อยกว่า
๑๘.๓๐ ตารางเมตร
๔.๑ รายละเอียดทั่วไป
๔.๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาค่างานทั้งหมด โดยเสนอราคาที่เป็นราคารวมวัสดุอุปกรณ์ ค่าจัดการจราจรตลอดจนค่าแรง และอื่น ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว
ๆ
๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามมาตรการการควบคุมป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากการ
ก่อสร้างตามระเบียบข้อปฏิบัติของกรมควบคุมมลพิษ
๔.๑.๓ ก่อนเริ่มงานผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานและส่งชื่อวิศวกรโยธาพร้อมสําเนา ใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบต่อ ความเสียหายของงานฯ หรืออื่นใด ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและต้องทําหน้าที่ควบคุมงานฯ จนแล้วเสร็จ หากไม่มีวิศวกรโยธาควบคุมงานของผู้รับจ้างในแต่ละครั้ง ที่มีการปฏิบัติงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงานขอสงวนสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว
จนกว่าจะมีวิศวกรโยธาควบคุมงาน
๔.๑.๔ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานฯ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจรบนทางพิเศษ รวมทั้งต้องมี มาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการทํางานให้กับบุคคลและทรัพย์สินตลอดระยะเวลาของสัญญาฯ โดยผู้รับจ้าง จะต้องปฏิบัติตาม “กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในการทํางานของกระทรวงแรงงาน” ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้อง เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากเกิดความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทํางานฯ ต่อบุคคลทรัพย์สิน และบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม
๔.๑.๕ คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
และแผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๔.๑.๖ การนํารถยนต์และเครื่องจักรขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดเพื่อขอ อนุมัติจากเจ้าพนักงานจราจรของ กทพ. ก่อนการปฏิบัติงาน และผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติงาน การวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบนทางพิเศษ และมาตรฐานการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงาน บนทางพิเศษ และในระหว่างการดําเนินการตามสัญญาผู้รับจ้างสามารถจอดรถยนต์และเครื่องจักรได้ชั่วคราว
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
пов
รา
…
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
ในบริเวณเขตทางพิเศษที่ไม่มีผลกระทบกับการจราจรเฉพาะพื้นที่บริเวณที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้กําหนด ให้เท่านั้น ทั้งนี้ ค่าผ่านทางพิเศษและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๑.๗ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดของงานฯ เวลา สถานที่ ที่จะปฏิบัติงานและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ควบคุมงานเห็นชอบล่วงหน้าอย่างน้อย 9 วัน และหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งผู้ควบคุมงาน ก่อนเวลา ๑๒.๐๐ น. ของวันที่จะปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยทั่วไปกําหนดให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ได้เฉพาะช่วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น โดยผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้พิจารณา หากอยู่ นอกเหนือเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพการจราจรในพื้นที่ที่จะปฏิบัติงาน
๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัด และก่อน เริ่มดําเนินงานผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานจัดการจราจร ประกอบด้วย แบบรูปการจัดวางอุปกรณ์ความปลอดภัย ทางด้านการจราจร การติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องหมายไฟสัญญาณจราจรวับวาบ กรวยยาง แบริเออร์พลาสติก ป้ายสะท้อนแสง และรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ซึ่งผู้รับจ้างต้องจัดหา มาให้เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมาตรฐาน ISO 14001 ว่าด้วยขั้นตอนการปฏิบัติงาน การวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบ ในการทํางานบนทางพิเศษของ กทพ. และตามที่เจ้าพนักงานจราจร แจ้งให้ดําเนินการเพิ่มเติม อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีมีความมั่นคงไม่ลื่นไถลเป็นอันตราย ต่อผู้ใช้ทาง
๔.๑.๙ การให้ความเห็นชอบหรือการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่เกี่ยวกับงานฯ นี้ หาทําให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดชอบตามสัญญาฯ ข้อหนึ่งข้อใดไม่
๔.๑.๑๐ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุสงวนสิทธิในการปฏิเสธ การรับรองวัสดุที่ผ่านการตรวจสอบที่ แหล่งผลิตและได้จัดส่งมาถึงหน้างานแล้ว หากปรากฏว่ามีความจําเป็นต้องทําการตรวจสอบคุณภาพใหม่เมื่อใด ก็ได้จนแน่ใจว่าวัสดุที่ใช้งานได้คุณภาพครบถ้วนถูกต้อง โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๑.๑๑ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดและแก้ไขความเสียหายบริเวณสถานที่ก่อสร้างในแต่ละวัน ให้เรียบร้อย ตลอดจนบริเวณพื้นผิวจราจร ขอบกําแพง ราวสะพานและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนทางพิเศษ รวมถึงใน พื้นที่ที่จอดรถยนต์และเครื่องจักรชั่วคราวที่เกิดความสกปรกและความเสียหายอันเนื่องมาจากการทํางาน
ของผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จโดยเรียบร้อย โดยเฉพาะต้องทําความสะอาดท่อระบายน้ําซึ่งมีเศษวัสดุจากการทํางาน ออกให้หมดและต้องดูแลไปอย่างต่อเนื่องทุกครั้งจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ผู้ควบคุมงานสงวนสิทธิพิจารณา
ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อน จึงจะอนุญาตให้ดําเนินงานต่อไป
๔.๑.๑๒ เครื่องจักรและเครื่องมือที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับจ้างต้องมีสภาพใช้งานได้ดี สามารถใช้งานตามสัญญาได้ทันที ผ่านการตรวจสอบ และการตรวจปรับ ตามที่ผู้ควบคุมงานพิจารณาให้ ดําเนินการแล้ว ในระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาเครื่องจักร และเครื่องมือทุกชนิด ให้อยู่สภาพใช้งานได้ดีตลอดเวลา และมีเครื่องมือ เครื่องจักรสํารอง พร้อมใช้งานทดแทนทันทีหากเครื่องจักร ขณะปฏิบัติงานเสีย
Mijaner (นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
น
…..
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
กรรมการ
กรรมการ
под.
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
- C -
๔.๑.๑๓ กรณีแบบก่อสร้างมีความขัดแย้งไม่ตรงกับสภาพหน้างานจริง ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการ พิจารณาตัดสินวิธีการดําเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงาน โดยผู้รับจ้างจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการดังกล่าว
๔.๑.๑๔ กรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความใน สัญญานี้บังคับ และในกรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง ซึ่งผู้ว่าจ้างจะปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของงานจ้างเป็นสําคัญ คําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างให้ถือเป็นที่สุด และผู้รับจ้าง ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
๔.๑.๑๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีฝีมือ สามารถปฏิบัติงานได้ดี ถ้าบุคลากรของผู้รับจ้าง กระทําการอันเป็นการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติงานตามที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ดําเนินการ ให้แก้ไข ให้ปรับปรุงแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะยับยั้งไม่ให้บุคลากรผู้นั้นปฏิบัติงานได้และผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรใหม่ มาปฏิบัติงานแทนโดยทันที โดยต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรเดิม และต้องเสนอให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อน
๔.๑.๑๖ หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าการดําเนินการของผู้รับจ้าง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทาง ซึ่งผู้ควบคุมงานได้แจ้งให้ปรับปรุงแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการให้ได้ภายในกําหนดเวลา ผู้ว่าจ้าง ขอสงวนสิทธิ์ที่จะดําเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ในเขตทางพิเศษ
มาเองทั้งสิ้น
ผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างทําการปลูกสร้างโรงเรือนที่พักอาศัย ที่เก็บวัสดุของผู้รับจ้าง
๔.๑.๑๘ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ตลอดจนน้ําประปา และไฟฟ้า ที่นํามาใช้งานนี้ผู้รับจ้างต้องจัดหา
๔.๑.๑๙ หากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง เนื่องจากความผิดหรือบกพร่อง ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องชําระค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานให้ผู้ว่าจ้างในอัตราดังนี้
รายละเอียด
วิศวกรหรือช่าง (ต่อ ๑ คน)
พนักงานขับรถยนต์ (ต่อ ๑ คน)
รถยนต์สําหรับควบคุมงาน (ต่อ ๑ คัน)
วันทําการ (เหมารวมไม่เกิน ๗ ซม.)
๑,๕๐๐.- บาท
๙๐๐.- บาท
๗๕๐.- บาท
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
หมายเหตุ ๑. ค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานข้างต้นยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
(เหมารวมไม่เกิน ๗ ซม.)
๓,๐๐๐.- บาท
๑,๘๐๐.- บาท
๗๕๐.- บาท
๒. ส่วนที่เกิน ๗ ซม. ให้คิดค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมตามอัตราส่วนของค่าล่วงเวลาในแต่ละวัน
๔.๑.๒๐ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญาโดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา
Y
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
P
กร
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Chem.
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
น
(นายพัฒนพงค์ งาม)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ - ๕ -
๔.๒ รายละเอียดเฉพาะ
๔.๒.๑ งานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
๔.๒.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต แบบเคลื่อนที่ (Mobile Concrete Plant) และต้องแนบสําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.4) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรมของผู้รับจ้าง ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอน หรือผู้รับจ้างเสนอขอใช้ผลิตภัณฑ์จากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นต้องแสดงหลักฐาน ดังนี้
ผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
๑) เอกสารยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงาน
๒) สําเนาใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (แบบ ร.ง.๔) จากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ของผู้ให้ความยินยอมให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือสําเนาหนังสือรับรองการตั้ง หน่วยงานผลิตแอสฟัลต์คอนกรีตสําหรับหน่วยงานก่อสร้าง จากหน่วยงานในสังกัดกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวต้องไม่หมดอายุ ถูกยกเลิก หรือเพิกถอน
ย
๓) ผู้รับจ้างต้องแสดงแผนที่ที่ตั้งโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเส้นทางการ ขนส่งจากโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตถึงกึ่งกลางของโครงการก่อสร้าง โดยระยะทางขนส่งจะต้องไม่เกิน 50
กิโลเมตรจากพื้นที่ปฏิบัติงาน
๔.๒.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีบุคลากร ห้องปฏิบัติการทดลอง เพื่อใช้ทดสอบคุณสมบัติ
ทั่วไปของแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตว่ามีคุณสมบัติถูกต้องสอดคล้องกับส่วนผสมตาม
ข้อกําหนดที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ให้ความเห็นชอบและอนุญาตให้ใช้งานได้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จะทําการตรวจสอบควบคุมคุณสมบัติแอสฟัลต์คอนกรีตตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติงานตามสัญญา โดยผู้รับจ้าง จะต้องทําการทดสอบที่โรงงานผสมทุกครั้งที่มีการผลิตและส่งผลการทดสอบควบคุมคุณภาพประจําวันจากห้อง
ปฏิบัติการทดลองและผลการทดสอบควบคุมคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑล สําหรับ ใช้ประกอบการตรวจรับงาน และผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่งพร้อมคนขับ เพื่อรับ-ส่งผู้ควบคุมงานของ กทพ. ตลอดระยะเวลาการดําเนินงานจนแล้วเสร็จตามสัญญา เพื่อตรวจสอบคุณภาพโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
๔.๒.๑.๓ การขนส่งวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตมายังพื้นที่โครงการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องควบคุม อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตให้เป็นไปตามที่กําหนดและจะต้องปูลาดผิวจราจรใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ชั่วโมง
หลังจากการผลิต
๔.๒.๑.๔ วัสดุที่จะนํามาใช้ทํามอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต ประกอบด้วย มอดิฟายด์ แอสฟัลต์ซีเมนต์ และมวลรวม
๑) มอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือสูงกว่าโดยมี คุณสมบัติเป็นไปตาม ตารางที่ ๑ และผู้รับจ้างต้องส่งใบรับรองคุณภาพมอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ดังกล่าว ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุประกอบการตรวจรับงานทุกครั้ง
打
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
Meyers (นางณัฐฐาพร หัวประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
под
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
หน่วย
เกณฑ์ที่
วิธีทดสอบตาม
กําหนด
0.1 mm
30 - 60
ASTM D5
°C
60
ASTM D36
Pa·s
3.0
ASTM D4402 - b
ตารางที่ ๑ คุณลักษณะของแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับชั้น Wearing Course
ลําาดับ
ที่
ท
୭
ด
คุณลักษณะ
เพเนเตรซัน (Penetration) ที่อุณหภูมิ 25 °C น้ําหนักกด 100 กรัม เวลา 5 วินาที
๒ จุดอ่อนตัว (Softening Point) ไม่น้อยกว่า
ล
ความหนืด บรูคฟิลด์ อัตราเฉือน 18.6 วินาที 1 แกน (Spindle) 21 ที่อุณหภูมิ 135 °C ไม่เกิน
๔ จุดวาบไฟ ไม่น้อยกว่า
๕ การละลายในทอลอื่น ไม่น้อยกว่า
Ω
เสถียรภาพต่อการจัดเก็บที่ 24 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 163 °C ค่าความแตกต่างของจุดอ่อนตัว ไม่เกิน
๗ อุณหภูมิ ที่ให้ความต้านทานแรงเฉือนไดนามิก G*/sin
=1.0 Kpa ที 10 rad/s ไม่น้อยกว่า
°C
220
ASTM D92
ร้อยละโดย
99.0
ASTM D5546
น้ําหนัก
หรือ
ASTM D2402
°C
2.0
ASTM D5892
°C
76
AASHTO TP5
หรือ
AASHTO T315
๘ อุณหภูมิ ที่ให้ความต้านทานแรงเฉือนไดนามิก G*/sin
=2.2 Kpa ที 10 rad/s ไม่น้อยกว่า
°C
76
AASHTO TP5
หรือ
AASHTO T315
๔ น้ําหนักที่สูญเสียไปเมื่อให้ความร้อน (RTFOT) ไม่เกิน
ร้อยละโดย น้ําหนัก
1.0
ASTM D2872
๒) มวลรวม
๒.๑) มวลหยาบ (Coarse Aggregate) หมายถึง ส่วนที่ค้างตะแกรงขนาด ๔.๗๕ มิลลิเมตร (เบอร์ ๔) เป็นตะกรันเหล็ก (Slag) โดยต้องเป็นวัสดุที่แข็งและคงทน (Hard and Durable) สะอาด ปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ใด ๆ ที่ทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตมีคุณภาพด้อยลงและมวลหยาบ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ - ความสึกหรอของ Coarse Aggregate เมื่อทดสอบโดยใช้เครื่อง
Los Angeles ความสึกหรอต้องไม่เกินร้อยละ ๓๕
th
LILI I
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Che
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
ค
(นายพัฒนพงศ์ สงาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
(PSV) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๗
-671-
ความต้านทานต่อการลื่นไถลเมื่อทดสอบหาค่า Polished Stone Value
ความคงทน “Soundness” ของมวลรวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต
จํานวน ๕ รอบ ส่วนที่ไม่คงทน (Loss) ต้องไม่เกินร้อยละ ๙ ตามมาตรฐาน ASTM C88 หรือเทียบเท่า - ค่าดรรชนีความแบน (Flakiness Index) ไม่เกินร้อยละ ๓๐
- ค่าดรรชนีความยาว (Elongation Index) ไม่เกินร้อยละ ๓๐
mo
-ผิวของมวลหยาบ จะต้องมีแอสฟัลต์เคลือบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕
เมื่อทดสอบ Coating and Stripping of Bitumen - Aggregate Mixtures ตามมาตรฐาน AASHTO T182-84 หรือเทียบเท่า
โดยขนาดคละของมวลรวมให้เป็นไปตามตารางที่ ๒ และผู้รับจ้างจะต้อง
๒
เสนอแหล่งผลิตตะกรันเหล็กให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินงาน
๒.๒) มวลละเอียด (Fine Aggregate) หมายถึง ส่วนที่ผ่านตะแกรงขนาด ๔.๗๕ มิลลิเมตร (เบอร์ ๔) เป็นฝุ่นหิน ที่สะอาดปราศจากสิ่งสกปรกหรือวัสดุอันไม่พึงประสงค์ใด ๆ ปะปนอยู่ ที่ทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตมีคุณภาพด้อยลง
— - ค่า Sand Equivalent ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
- ความคงทน “Soundness” ของมวลรวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต
จํานวน ๕ รอบ ส่วนที่ไม่คงทน (Loss) ต้องไม่เกินร้อยละ ๙ ตามมาตรฐาน ASTM C88 หรือเทียบเท่า
๒.๓) วัสดุผสมแทรก (Mineral Filler) หมายถึง ใช้ผสมเพิ่มในกรณีเมื่อผสม
มวลรวมหยาบกับมวลละเอียดเป็นมวลรวมแล้วส่วนละเอียดในมวลรวมยังมีไม่พอ
ตารางที่ ๒ ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณมอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ สําหรับชั้น Wearing Course
Sieve Size
(U.S Standard Sieve)
Percent Passing
3/4 in
1/2 in
3/8 in
No. 4
๑๐๐
๘๐-๑๐๐
๒๖-๗๘
๒๐ - ๔๒
No. 8
๑๕ – ๒๘
២៨
No. 16
No. 30
No. 50
No. 100
No. 200
Asphalt Content by Weight
of Aggregate (%)
ย
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
c.
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
ใน
(นายพัฒนพงศ์ งาม
กรรมการ
๘ - ๑๔
๘ - ๑๐
๓.๐ ๗.๐
—
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
วัสดุผสมแทรกเพื่อปรับปรุงคุณภาพของแอสฟัลต์คอนกรีตชนิด Stone
Mastic Asphalt (SMA) เช่น Stone Dust, Hydraulic Cement, Silica Cement, Hydrated Lime,
Calcium Carbonate หรือวัสดุอื่นใดที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าที่ กทพ. กําหนด และต้องมีขนาดคละ ตามตารางที่ ๓
ตารางที่ ๓ ขนาดคละของ วัสดุผสมแทรก
มิลลิเมตร
ขนาดตะแกรง
นิ้ว
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
๑.๖๐๐
เบอร์ ๓๔
GOO
o.moo
เบอร์ ๕๐
๗๕ - ๑๐๐
๐.๐๗๕
เบอร์ ๒๐๐
๕๕ - ๑๐๐
กรณีที่ใช้ Stone Dust หรือ Slag Dust เป็นวัสดุผสมแทรก ต้องปราศจาก
วัสดุไม่พึงประสงค์เจือปน และเป็นวัสดุ Non-Plastic
วัสดุผสมแทรกทั้ง ๒ ประเภทต้องแห้งไม่จับกันเป็นก้อน เมื่อทดลองตาม
วิธีการทดลองที่ ทล.-ท, ๒๐๕ “วิธีการทดลองหาขนาดเม็ดวัสดุโดยผ่านตะแกรงแบบล้าง
ในกรณีที่ กทพ. เห็นว่าวัสดุที่มีขนาดคละแตกต่างไปจากตารางที่ ๓ แต่เมื่อนํา มาใช้เป็นวัสดุผสมแทรกแล้วจะทําให้แอสฟัลต์คอนกรีตชนิด Stone Mastic Asphalt (SMA) มีคุณภาพดีขึ้น สามารถอนุมัติให้ใช้วัสดุนั้นเป็นวัสดุผสมแทรกได้
กรณีใช้ Calcium Carbonate เป็นวัสดุผสมแทรกเพื่อปรับปรุงคุณภาพ ต้องมีองค์ประกอบทางเคมีประกอบด้วย CaCO, ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ โดยมีผลการทดสอบจากหน่วยงานที่
เชื่อถือได้ และต้องมีขนาดคละดังตารางที่ ๔
ตารางที่ ๔ ขนาดคละของ Calcium Carbonate
ปริมาณผ่านตะแกรง ร้อยละโดยมวล
มิลลิเมตร
o.boo
ขนาดตะแกรง
นิ้ว
เบอร์ ๓๐
๐.๑๕๐
๐.๐๗๕
เบอร์ ๑๐๐ เบอร์ ๒๐๐
….. ….
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Bro
(นายชานน เจริญจาย
กรรมการ
600
๙๐ - ๑๐๐
๗o
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
14
กรรมการ
Goo
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
-6-
๒.๔) วัสดุผสมเพิ่ม
ในกรณีที่ทดสอบค่าการแยกตัวของแอสฟัลต์คอนกรีต (Drain Down) แล้วพบว่ามีค่ามากกว่าข้อกําหนด ให้ใช้วัสดุผสมเพิ่มเพื่อป้องกันการแยกตัวของแอสฟัลต์คอนกรีต (Drain Down) โดยการไหลแยกตัวของวัสดุเชื่อมประสาน ต้องมีค่าไม่เกิน 0.6 % (ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก กทพ.)
๔.๒.๑.๕ ผู้รับจ้างจะต้องออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) โดยมี หน่วยงานภาครัฐในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑลให้การรับรอง และเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความ เห็นชอบก่อนเริ่มงาน (โดยผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการร่วมสังเกตการณ์การเก็บและนําส่งตัวอย่างเพื่อออกแบบ
โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ)
๔.๒.๑.๖ การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตามวิธีการทดลองแอสฟัลต์คอนกรีตแบบ Marshall Method และการทดลองหาค่าดัชนีความแข็งแรง (Strength Index) ตามวิธีการทดลองหาค่าดัชนี ความแข็งแรง (Strength Index) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
ตารางที่ ๕ คุณสมบัติมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต สําหรับชั้น Wearing Course
Test Performances
Test Methods
Unit
Spec. W/C
Compaction per face
ASTM D6927
blows
75
Binder Content
ASTM D6927
% by weight
3.0 - 7.0
Marshall Density
ASTM D6927
g/cm3
4744
Air Voids
ASTM D6927
%
3-5
Voids in Mineral Agg. (VMA)
ASTM D6927
%
14
Voids Filled with Binder (VFB)
ASTM D6927
%
Marshall Stability
ASTM D6927
lbs
3,000
Flow 0.25 mm.
ASTM D6927
0.01 in
10 - 18
Stability/Flow
ASTM D6927
lb/0.01 in
210
Test Performances
Test Methods
Unit
Spec. W/C
Strength Index
DH-T 413/2544
%
75
Drain Down
Stiffness Modulus
%
0.3 Max
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
ก
41
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Jina
(นายชานม เจริญฉาย)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล) กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
Test Performances
Test Methods
Unit
Spec. W/C
ITS at 15° C
EN 12967-26
Mpa
7,000
ITS at 20° C
ITS at 30° C
EN 12967-26
Mpa
4,000
EN 12967-26
Mpa
1,600
ITS at 40° C
EN 12967-26
Mpa
600
Hamburg Wheel Tracking Test Dry
mode at 50° C
Final Rut Depth
N of cycles
Tensile Strength Ratio
AASHTO T-324
mm.
<3
AASHTO T-324
cycles
30000
AASHTO T-283
%
80 Min.
๔.๒.๑.๗ วัสดุที่ใช้ในการทํา Tack Coat ให้ใช้แอสฟัลต์อีมัลชั่น CRS-2 โดยมีคุณสมบัติตาม
มาตรฐาน มอก. ๓๗๑-๒๕๓๐
4.2.2 งานเครื่องหมายจราจร
4.2.2.1 วัสดุเครื่องหมายจราจรชั่วคราวให้ใช้สีจราจรแบบสะท้อนแสง
4.2.2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติกต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ๕๔๒-๒๕๔๙ 4.2.2.3 ลูกแก้วสะท้อนแสง เป็นประเภทที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายบนผิวทาง ตามมาตรฐาน มอก. ๕๔๓ -๒๕๕๐ ประเภทที่ ๒
น้ํายารองพื้น (Tack Coat) ต้องมีผลการทดสอบคุณสมบัติตามวิธีการทดสอบตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๕๒๑-๒๕๒๗ ประเภท ๒
4.2.2.5 ภาชนะบรรจุวัสดุจะต้องอยู่ในสภาพดีไม่แตกไม่ชํารุดและไม่ถูกเปิดก่อนการใช้งาน 4.2.2.6 ก่อนเข้าปฏิบัติงานผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุเทอร์โมพลาสติก ลูกแก้ว และน้ํายารองพื้นที่สุ่มเก็บจํานวนอย่างละ ๑ ตัวอย่างให้หน่วยงานราชการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุฯ ให้เป็น ไปตามข้อ ๔.๒.2 โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
4.2.2.7 ผลการทดสอบค่าสะท้อนแสงของเส้นจราจรทั้งหมดตามสัญญาขณะตรวจรับงาน เป็นไปตามตารางที่ 5 โดยผู้รับจ้างต้องเสนอเครื่องมือตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบต่อเนื่องให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนดําเนินการ ทั้งนี้ในบริเวณที่มีข้อจํากัดในการตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบต่อเนื่อง
ให้ผู้รับจ้างเสนอวิธีการตรวจวัดค่าสะท้อนแสงแบบอื่นใดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อนดําเนินการ
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
お
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
Che
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
Teg
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
๑๑ -
ตารางที่ 5 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
รายการคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
๑. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
๑.๑ ความหนาเฉลี่ยเมื่อเปียกบนแผ่นโลหะสะอาดผิวเรียบ, มิลลิเมตร
- วัสดุเครื่องหมายจราจรทําด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
m.co
๕.๐๐
- วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติกชนิด Dot Profile Marking - ๕.00
วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นชะลอความเร็ว วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นโปรฟลาย มาร์คกิ้ง
๑.๒ อัตราการใช้ลูกแก้ว (พ่นจากเครื่อง), กรัมต่อตารางเมตร
๒. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อตรวจรับงาน
๒.๑ ความหนาเฉลี่ยเมื่อแห้งบนแผ่นโลหะสะอาดผิวเรียบ, มิลลิเมตร
ALL
วัสดุเครื่องหมายจราจรทําด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
เกณฑ์กําหนด
๖,๐๐ ตามแบบรูป
๕๐๐
M.00
2.00
b.oo
วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก ชนิด Dot Profile Marking - ๕.๐๐ วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นชะลอความเร็ว -วัสดุเครื่องหมายจราจรเทอร์โมพลาสติก เส้นโปรฟลาย มาร์คกิ้ง
๒.๒ สี (color)
-สีขาว
- สีเหลือง
๒.๓ การสะท้อนแสงเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่
ระยะ ๓๐ เมตร
ตามแบบรูป
ดัชนีความเหลือง ๐ - ๐.๑๒ ใกล้เคียงกับ highway
yellow #๓๓๕๓๘ หรือ #๑๓๕๓๘ โดยอนุโลม
๒.๔ การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน สําหรับ Dot Proflie marking (RL30), mcd.lx1.m ̈2
-สีขาว - สีเหลือง
๒.๕ การวัดค่าจําลองการมองเห็นสําหรับเส้นเทอร์โมพลาสติก ๓ มิลลิเมตร เวลากลางวัน (Q-30), mcd.lx1.m
-2 - สีขาว
២០០
๑๓๐
๑๖๐ - ๑๒๐
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
กรรมการ
กรรมการ - สีเหลือง
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
กร
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายชานน เจริญจาย
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
-๑๒ -
รายการคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
—
เวลากลางคืน (R30), mcd.xm
-2
เกณฑ์กําหนด
- สีขาว
- สีเหลือง
๓. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกันคุณภาพ)
๒๔๐
๑๖๐
๑๒ เดือน ๑ ครั้ง ๑๘ เดือน ๑ ครั้ง
๒๔ เดือน ๑ ครั้ง
๓.๑ พื้นที่คงเหลือ
๓.๒ สี (color)
-สีขาว
- สีเหลือง
๓.๓ การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ
๓๐ เมตร
๓.๔ การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน (Rao),mcd.xm สําหรับ Dot Proflie marking
-2
ไม่น้อยกว่า ๘๐%
ดัชนีความเหลือง ๐ - ๐.๑๒ ใกล้เคียงกับ highway
yellow #๓๓๕๓๘ หรือ
๑๓๕๓๘ โดยอนุโลม - สีขาว
- สีเหลือง
๓.๕ การวัดค่าจําลองการมองเห็นสําหรับเส้นเทอร์โมพลาสติก ๓ มิลลิเมตร
เวลากลางวัน (Q., mcd.lx.m - สีขาว
- สีเหลือง
เวลากลางคืน (R), mcd.txm - สีขาว
- สีเหลือง
๔. ระยะเวลาประกันคุณภาพ
magne
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
まる
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
กรรมการ
08
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
000
๖๕
Ro
bo
P ๑๒๐
៨០
น
H
(นายพัฒนพงศ์ งาม)
กรรมการ
๒๔ เดือน
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
เ
(นายชานน เจริญฉาย)
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการ
กรรมการและเลขานุการ
๑๓
4.2.3 วัสดุแผ่นใยสังเคราะห์
แผ่นใยสังเคราะห์
เสริมความแข็งแรงของผิวจราจรจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้งาน
ผิวจราจรโดยเฉพาะซึ่งมีคุณสมบัติตามตารางที่ ๗ หรือ ตารางที่ 4
ตารางที่ ๗ คุณสมบัติแผ่นวัสดุใยสังเคราะห์เสริมความแข็งแรงของผิวจราจร
PROPERTIES
VALUE
MATERIAL ; - 100% Polypropylene, UV stabilized – Glass Filament
PRODUCT ; - Composite (mechanically bonded continuous filament non-woven + Glass
- Tensile Strength (MD/CD) *
- Strength at 2% strain *
- Elongation at break *
- Mesh width of the glass filaments
ไม่น้อยกว่า 50/50 kN/m
ไม่น้อยกว่า 34/34 kN/m
3%
ไม่เกิน 40x40 mm
ไม่น้อยกว่า 250 g/sq.m - Mass per area
- Melting Point
=
ไม่น้อยกว่า 165 °C
เป็นค่าทดสอบที่อ้างอิงเฉพาะวัสดุ Glass Filament Reinforcement เท่านั้น
ตารางที่ 4 คุณสมบัติแผ่นวัสดุใยสังเคราะห์เสริมความแข็งแรงของผิวจราจร
PROPERTIES
VALUE
MATERIAL; Bituminous coated, PVA Geogrid with ultra-light PP nonwoven
PRODUCT ; Composite materail made of PVA Geogrid with ultra-light PP nonwoven
- Ultimate Tensile Strength (MD/CD) *
ไม่น้อยกว่า 50/50 kN/m - Strength at 3% strain
ไม่น้อยกว่า 22/22 kN/m - Strain at norminal tensile strength
- Mass /weight
- Temperature resistance
ไม่เกิน 6%
ไม่น้อยกว่า 210 g/sq.m
ไม่น้อยกว่า 250 °C
Ch.
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
น
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
กรรมการ
..
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล) กรรมการและเลขานุการ
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
ประธานกรรมการ
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ - ๑๔ -
๔.๓ วิธีการทํางาน
๔.๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารก่อนการดําเนินงานปรับปรุงผิวจราจรดังกล่าว ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังนี้
๔.๓.๑.๑ แผนงานจัดการจราจรระหว่างการดําเนินงานให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างน้อย
๗ วันทําการ และต้องได้รับการเห็นชอบก่อนการเริ่มงาน
๔.๓.๑.๒ รายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงาน และชื่อวิศวกรโยธาพร้อมสําเนาใบประกอบวิชาชีพที่ไม่ หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบต่อความเสียหายของงานฯ หรืออื่นใด ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน
๔.๓.๑.๓ รายงานการสํารวจพื้นที่ความเสียหายและส่วนประกอบของผิวจราจร พร้อมจัดทํา
ภาพถ่าย (ภาพสี) ทุกบริเวณที่มีการปรับปรุง
๔.๓.๑.๔ จัดทํารายงานขั้นตอนการทํางาน (Method Statement) อย่างละเอียด ให้สอดคล้อง กับข้อกําหนดของงานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมงาน
๔.๓.๑.๕ สูตรส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Job Mix Formula) ๔.๓.๑.๖ วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในงานปรับปรุงผิวจราจร
๔.๓.๑.๗ รายการเครื่องจักร-อุปกรณ์
๔.๓.๑.๘ ป้ายข้อมูลแนะนําโครงการ ณ จุดเริ่มต้นงานจํานวน ๒ ป้าย และหากพื้นที่บริเวณใด จําเป็นต้องมีการปิดช่องจราจรตลอด ๒๔ ชั่วโมง ให้จัดทําป้ายจัดแบ่งช่องจราจร ทุกระยะ 5 เมตร และจะต้อง มีไฟวับวาบตลอด ๒๔ ชั่วโมง พร้อมแผ่นพับประชาสัมพันธ์ผู้ใช้ทางให้ทราบข้อมูลการปิดช่องเก็บค่าผ่านทาง พิเศษล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน หรือป้ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน
ๆ
๔.๓.๑.๙ ผู้รับจ้างจะต้องทําการติดตั้งป้ายเตือนเขตก่อสร้างที่ระยะ 9,000, ๕๐๐, ๓๐๐ และ ๑๐๐ เมตร ก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้าง ที่บริเวณกําแพงกันตก (Parapet) ทั้งนี้ตําแหน่งติดตั้งป้ายเตือน ให้ขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ก่อสร้าง โดยเป็นดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานพิจารณาความเหมาะสมตามสภาพ
พื้นที่ทํางาน และจุดเริ่มต้นการเบี่ยงจราจรให้ใช้แบริเออร์พลาสติกในการเริ่มต้นเบี่ยงจราจรเป็นระยะอย่างน้อย ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร ตามวิธีการปฏิบัติงาน การวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบนทางพิเศษ และมาตรฐาน การปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ
๔.๓.๑.๑๐ ผู้รับจ้างต้องจัดหารถรับ-ส่ง ที่มีไฟวับวาบ พร้อมคนขับ เพื่อรับ-ส่งผู้ควบคุมงาน ของ กทพ. ตลอดระยะเวลาการดําเนินงานจนแล้วเสร็จตามสัญญา เพื่อตรวจสอบคุณภาพงานที่หน้างาน โดย
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
mm
(นางณัชราพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Che
ศ.
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ - GC -
๔.๓.๒ งานปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
มอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต
๔.๓.๒.๑ จัดทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทาง เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์ สูงสุดควรทําแปลงทดลองในสนามกว้างประมาณ ๓.๐ - ๓.๕ เมตร ยาวประมาณ ๑๐๐
๓.๕ เมตร ยาวประมาณ ๑๐๐ - ๑๕๐ เมตร หรือตามที่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด
๔.๓.๒.๒ ก่อนเริ่มงานออกแบบมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต ผู้รับจ้างต้องเตรียมความพร้อม ของโรงงานผลิต เครื่องจักร เครื่องมือและอุปกรณ์ทดสอบที่ใช้ในการก่อสร้าง โดยเครื่องจักรและเครื่องมือ ทุกชนิดที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งานได้ดี
ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบและสอบเทียบและผู้ควบคุมงานอนุญาต
ให้ใช้ได้ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาเครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน
๔.๓.๒.๓ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขูดไสผิวจราจรเดิมออกซึ่งรายละเอียดบริเวณตําแหน่ง และความหนาที่จะการขูดไสแสดงอยู่ในแบบ โดยเศษวัสดุที่ได้จากการขูดไสให้นําไปกองรวมบริเวณเขตทางพิเศษ ที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด และหากผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณใกล้เคียงเสียหายจากการ
ดําเนินงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อมแซมก่อนตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกําหนด
๐.๓
๔.๓.๒.๔ ก่อนลงชั้น Tack Coat จะต้องทําการเป่าฝุ่นหรือเก็บฝุ่น และเก็บเศษวัสดุที่ตกค้าง ออกให้หมด หลังจากนั้นให้ทําการ Tack Coat ให้ทั่ว ด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด ในอัตรา 0.0 - 0.0 ลิตร ต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่การทํางานและหากบริเวณใดผิวจราจรเดิมเกิดรอยแตกร้าว ผู้รับจ้าง จะต้องทําการปูแผ่นใยสังเคราะห์ปิดทับรอยแตกร้าวความกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร ก่อนลงชั้น Tack Coat
หรือตามคําแนะนําของผู้ผลิต
๔.๓.๒.๕ มอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต ที่นําไปใช้ยังสถานที่ก่อสร้างให้ใช้รถบรรทุกกระบะเทท้าย ซึ่งมีพื้นกระบะที่เรียบ และสะอาด พ่น หรือเคลือบด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคลือบใด ๆ และวัสดุ เคลือบกระบะต้องไม่ทําให้คุณภาพของแอสฟัลต์คอนกรีตเปลี่ยนไป เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต ติดพื้นกระบะรถ การขนส่งให้ใช้ผ้าใบคลุมปิดทับกระบะรถเพื่อควบคุมอุณหภูมิของวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีต และป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ ด้วย และการผลิตมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสมต้องมี
คุณสมบัติดังนี้
๑) อุณหภูมิของวัสดุมวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิไม่ต่ํากว่า ๑๘๐ - ๑๐ องศาเซลเซียส และมีความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑ โดยมวลของมวลรวม และเมื่อผสมกับมอดิฟายด์ แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่โรงงานผสมจะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
๒) อุณหภูมิของมอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะเก็บในถังต้องมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า
๑๕๐ องศาเซลเซียส เมื่อผสมกับมวลรวมค่าอุณหภูมิที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้ ๑๗๐ - ๑๗๕ องศาเซลเซียส หรือตามอุณหภูมิตามข้อแนะนําควรใช้งานผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิต หรือตามที่ระบุไว้ในสูตร ส่วนผสมเฉพาะงานและจะต้องมีใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์มอดิฟายด์แอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ระบุชื่องานตามสัญญา
โดยมีปริมาณการซื้อวัสดุจากผู้ผลิตครอบคลุมปริมาณทั้งหมดตามสัญญา
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
(นายพัฒนพงศ์ งาม)
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
Jan
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
๑๖ -
๓) ส่วนผสมมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อผสมเสร็จ ก่อนนําออกจากโรงงานผสม จะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง ๑๗๐ - ๑๐ องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามี อุณหภูมิแตกต่างไปจากค่าที่กําหนดนี้ ห้ามนําส่วนผสมมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
๔) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านห้องเผา อุณหภูมิของมอดิฟายด์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อนผสมกับมวลรวม
และอุณหภูมิของส่วนผสมมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตตลอดเวลา
ที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึกอุณหภูมิแบบอัตโนมัติพร้อมที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลาและผู้รับจ้างจะต้องส่ง บันทึกรายการอุณหภูมิดังกล่าวประจําวันแก่ผู้ควบคุมงาน ของ กทพ. ทุกวันที่ปฏิบัติงาน
๕) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดจากรถบรรทุก ทุกคันแล้วจด บันทึกอุณหภูมิไว้ในเอกสารการขนส่งวัสดุมอดิฟายด์แอสฟัลต์คอนกรีต
๔.๓.๒.๖ สภาพผิวจราจรก่อนการปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องแห้ง ห้ามปูแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะฝนตกหรือเมื่อผิวจราจรเปียกชื้น หากขณะฝนตกผู้รับจ้างทําการไสผิวจราจรเดิมออกแล้วทั้งหมดหรือบางส่วน
ผู้รับจ้างต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อคืนผิวจราจรและให้ทําการแก้ไขในวันถัดไป
๔.๓.๒.๒ การปูผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตให้ปูด้วย Self - Powered Paver ที่มีตัวสั่นสะเทือน และตัวสับ (Tamper Bar) แบบล้อยาง โดยให้ทําการปูด้วยความเร็วไม่เกิน 4 กม. ต่อชม. และอุณหภูมิของ แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผ่านชุดรีดสั่นสะเทือน (Screeding Unit) จะต้องไม่ต่ํากว่า ๑๕๐ องศาเซียลเซียส และจะต้องปู ลาดผิวจราจรใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ชั่วโมง หลังจากการผลิต
๔.๓.๒.๘ รอยต่อผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตกับผิวจราจรเดิม ภายหลังการปูลาดและบดอัด จะต้องมีระดับสอดคล้องกัน รวมทั้งจะต้องปรับระดับให้สามารถระบายน้ําสู่ระบบระบายน้ําเดิมที่มีอยู่ได้ดี
๔.๓.๒.๙ การบดทับครั้งแรกและครั้งสุดท้ายให้บดทับด้วยรถบดล้อเหล็กชนิด ๒ ล้อ มีน้ําหนัก
ไม่น้อยกว่า 4 ตัน เพิ่มน้ําหนักได้ไม่เกิน ๑๐ ตัน มีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อขับ ไม่น้อยกว่า ๓๗,๙๐
กิโลกรัมต่อชั่วโมง รถบดในสภาพดีหน้าเรียบ ความเร็วไม่เกิน ๕ กม.ต่อชม. การบดทับครั้งที่สองให้ใช้ล้อบด ชนิดล้อยางที่มีล้อยาง ไม่น้อยกว่า 6 ล้อ จํานวน ๒ คัน น้ําหนักไม่น้อยกว่า ๑๐ ตัน ผิวหน้าของล้อยางจะต้อง เรียบเสมอกันมีขนาดและความดันลมยางสม่ําเสมอกัน (ความดันที่ผิวสัมผัสประมาณ ๙๐ ปอนด์/ตร.นิ้ว) ความเร็วไม่เกิน 4 กม. ต่อ ชม. หรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ความเห็นชอบ
๔.๓.๒.๑๐ ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อบดอัดแล้วเสร็จจะต้องเรียบ เมื่อตรวจสอบด้วย ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straightedge) ในแนวตั้งฉากและในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน ระดับของ ผิวจราจรจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straightedge) ได้ไม่เกิน 5 มิลลิเมตร และ ๓ มิลลิเมตร ตามลําดับ และก่อนเปิดให้การจราจรผ่านได้จะต้องทิ้งไว้ ไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง หรือจนอุณหภูมิของผิวจราจร ต่ํากว่า 50 องศาเซลเซียส
๔.๓.๒.๑๑ ผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดอัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการสุ่มเจาะตัวอย่าง ในอัตรา ๓ ตัวอย่าง ต่อพื้นที่ 9,000 ตารางเมตร หรืออย่างน้อย ๓ ตัวอย่าง ต่อพื้นที่การทํางานหรือตามที่ ผู้ควบคุมงานกําหนด เพื่อนํามาทดสอบความหนาแน่น (Density) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๘ ของความหนาแน่น เฉลี่ยของก้อนตัวอย่างที่เตรียมได้จากห้องปฏิบัติการทดลองประจําวัน โดย Marshall Method ด้วยการ
ที่น
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
IPPLI
玉
จ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
Firs
(นายชานน เจริญนาย
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม
กรรมการ
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
-๑๗ -
L
ทดสอบแบบ Non-destructive บนชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยใช้วิธี เครื่องวัดเชิงนิวเคลียร์ (Density of Bituminous Concrete in Place by Nuclear Methods) ตามมาตรฐาน ASTM D 2950 ทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สามารถวัดความหนาแน่นของชั้นผิวทางโดยใช้เครื่องมือวัดเชิงนิวเคลียร์ได้
ให้พิจารณาการตรวจสอบความหนาแน่นของชั้นผิวทางโดยใช้วิธีการเจาะเก็บแท่งตัว อย่างแอสฟัลต์คอนกรีต หรือวิธีอื่น ๆ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยผู้รับจ้างจะต้องมีผลการทดสอบ เบื้องต้นทุกวันและผลทดสอบควบคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑล ประกอบการ ตรวจรับพัสดุ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายเพื่อการทดสอบดังกล่าว เป็นของผู้รับจ้างและผู้รับจ้างจะต้องทําการอุดหลุมที่สุ่มเจาะ ด้วยวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตพร้อมบดอัดให้ได้ความแน่น โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานและหากเกิด ความเสียหายในภายหลังผู้รับจ้างต้องรีบเข้าดําเนินการแก้ไข
๔.๓.๒.๑๒ ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาด ผิวจราจรด้านไหล่ทางที่ปรับค่าความลาดหลังทาง ตามแบบรูปของแปลงที่ทําการซ่อมแซม
๔.๓.๒.๑๓ เมื่อผู้รับจ้างซ่อมแซมผิวจราจรแล้วเสร็จ จะต้องตีเส้นจราจรคืนทั้งขนาดและรูปแบบ ด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติตามข้อกําหนด หลังจากปูผิวจราจรแล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน แต่ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน หลังการซ่อมแซมผิวจราจรแต่ละพื้นที่ หรือตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนดและผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเส้นจราจร ชั่วคราวบนพื้นผิวจราจรภายหลังการซ่อมแซมทันที และจะต้องบํารุงรักษาเส้นจราจรชั่วคราวดังกล่าวให้มี
ความชัดเจนตลอดเวลาจนกว่าจะจัดทําเส้นจราจรถาวร
๔.๓.๒.๑๔ ปริมาณงานปรับปรุงผิวจราจรจะต้องไม่เกิน ๑๕๐ ตันต่อวันต่อชุด หรือตามที่ ผู้ควบคุมงานกําหนด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการจราจรบนทางพิเศษ
๔.๓.๒.๑๕ ข้อกําหนดเครื่องจักรที่ใช้ในการตีเส้นเป็นแบบอัตโนมัติสําหรับ Dot Proflie marking ควบคุมการทํางานจากบนรถโดยไม่ต้องใช้ผู้ควบคุมบนผิวทาง โดยเครื่องจักรที่ใช้ในการตีเส้นต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
ต้องเป็นเครื่องตีเส้นชนิดขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์
- เครื่องจักรจะต้องลําเลียงสีเหลวและตีเส้นด้วยระบบอัดรีด
- ระบบการโรยลูกแก้วสะท้อนแสงต้องเป็นชนิดแรงดันลม
- การควบคุมการตีเส้นจราจรจะต้องควบคุมด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติและสามารถ
เลือกรูปแบบเส้นจราจรได้จากหน้าจอควบคุม - ระบบขับเคลื่อนมีระบบครูซคอนโทรลเพื่อควบคุมความเร็วให้คงที่ ๔.๓.๒.๑๖ เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จในแต่ละวันผู้รับจ้างจะต้องส่งใบรายงานการปฏิบัติงาน
พร้อมแนบรูปถ่ายก่อนและหลังการทํางานเสนอให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นประจําทุกสัปดาห์จนกว่า
งานแล้วเสร็จ
๓
๔.๓.๒.๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบพบว่าการทํางานไม่เรียบร้อยและได้ สั่งให้แก้ไขงาน ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขงานให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
มา
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ สีงาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
CP
กรรมการ
กรรมการ
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
·
๑๘ -
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบงานภายใน ๒๗๐ วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา โดยกําหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบงาน แบ่งออกเป็น ๓ งวด และตามรายละเอียดดังนี้
ព
งวดที่ ๑ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ ๓๕ ของงานตามสัญญา งวดที่ ๒ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จสะสมร้อยละ ๖๕ ของงานตามสัญญา งวดสุดท้าย เรียบร้อยตามที่กําาหนดไว้
เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา รวมทั้งการทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาด
ทั้งนี้ในการส่งมอบงานแต่ละงวดผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ Presentation
ที่แสดงให้เห็นผลการปฏิบัติงานทั้งหมดของงวดนั้นๆ ประกอบด้วยรูปถ่ายที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด และในการส่งมอบงาน งวดสุดท้ายผู้รับจ้างจะต้องทํารายงานสุดท้าย (Final Report) ซึ่งประกอบด้วยรูปถ่ายที่แสดงให้เห็นความ ก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด รวมทั้ง รายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๓ เล่ม (ภาพสี) พร้อมไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุใน FLASH DRIVES จํานวน ๓ ชุด ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาพร้อมกับการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
เกณฑ์ราคา
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๔๐,550,000.- บาท (สี่สิบล้านหกแสนหกหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม - งวดงานและการจ่ายเงิน
กทพ. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานที่ได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จตามสัญญา
และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยจะแบ่งการจ่ายเงินเป็น ๓ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ ๓๕ ของงานตามสัญญา
งวดที่ ๒ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จสะสมร้อยละ ๖๕ ของงานตามสัญญา
งวดสุดท้าย จะจ่ายค่างานในส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา พร้อมกับการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
อนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นอันเกิดมาจากการดําเนินงานในครั้งนี้ ให้อยู่ใน ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์)
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเทศ)
Amf
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
กรรมการ
Che
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ งาม)
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ
กรรมการ
- ๑๙ -
๙. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในที่กําหนดไว้ในสัญญาจะต้องชําระค่าปรับเป็นจํานวนเงิน
ร้อยละ ๐.๒๕ ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
เมื่องานแล้วเสร็จสมบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้าง หรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ในกรณีที่มีการ บอกเลิกสัญญา หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานจ้างนี้ภายในกําหนด ๒ (สอง) ปี นับถัดจาก วันที่ได้รับมอบงาน ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการใช้วัสดุ ที่ไม่ถูกต้อง หรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทําการแก้ไขให้ เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่กระทําการดังกล่าว ภายในกําหนด ๗ (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทําการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย
ภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทํางานนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นซึ่งหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามสัญญาที่ระบุในรายการละเอียดทั่วไป ข้อ ๔.๑.๑๙ ด้วย
๑๑. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
๑๑.๑ บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน จําเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการทํางานกับ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
๑๑.๒ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทํางาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทํางานสําหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
‘…
2100
(นางณัฐฐาพร ท้วมประดิษฐ์
ประธานกรรมการ
(นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์)
กรรมการ
(นายกิตติคุณ รอดสกุล)
กรรมการ
Ce
(นายชานน เจริญฉาย)
กรรมการ
r.
(นายพัฒนพงศ์ ลีงาม
กรรมการ
习
(นายฐิติพันธุ์ เจริญรัตน์)
กรรมการ
(อริญชย์ วิสิทธิ์ตระกูล)
กรรมการและเลขานุการ