จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น(จำนวน 156 เตียง) เป็นอาคาร คสล.7 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 6,184 ตารางเมตร โรงพยาบาลพล ตำบลเมืองพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น 1 หลัง ครั้งที่ 2

จังหวัดขอนแก่น 69059030772
฿161,294,200 ปีงบ 2569 ประกาศ 30 มิ.ย. 2569 ขอนแก่น
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารประกวดราคาสำหรับการก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น จำนวน 156 เตียง ณ โรงพยาบาลพล จังหวัดขอนแก่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน โครงการครอบคลุมการก่อสร้างอาคารหลักตามแบบเลขที่ 10945 + ก.77/ส.ค./66 ซึ่งประกอบด้วยงานหลากหลายหมวดหมู่ ได้แก่ งานทั่วไป, งานสถาปัตยกรรม, งานมัณฑนศิลป์, งานวิศวกรรมโครงสร้าง, งานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร, งานวิศวกรรมเครื่องกล, และงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (สุขาภิบาล) ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการก่อสร้างให้ถูกต้องตามรูปแบบรายการและสัญญา ด้วยวัสดุอุปกรณ์และช่างฝีมือที่ดี มีการกำหนดข้อกำหนดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความขัดแย้งของแบบ, ตำแหน่งและระดับอาคาร, การถมดิน, การรื้อถอน, สิ่งกีดขวาง, การป้องกันปลวก, การป้องกันพื้นที่, การรักษาความปลอดภัย, การก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว, และการพิจารณาวัสดุอุปกรณ์ นอกจากนี้ยังระบุรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของวัสดุและอุปกรณ์ในแต่ละหมวดงานอย่างชัดเจน รวมถึงมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานสากลต่างๆ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาคาร

English summary

This document is a bidding document for the construction of a 7-story inpatient building with 156 beds at Phon Hospital, Khon Kaen Province. The objective is to enhance medical service capabilities for the public. The project involves the construction of the main building according to drawing number 10945 + Kor. 77/Aug./66, encompassing various work categories: General Works, Architectural Works, Interior Design Works, Structural Engineering Works, Electrical and Communication Engineering Works, Mechanical Engineering Works, and Environmental Engineering Works (Sanitary). The contractor must carry out the construction in accordance with the specifications and contract, using quality materials, equipment, and skilled labor. Additional requirements are specified regarding discrepancies in drawings, building location and levels, earth filling, demolition, obstructions, termite control, site protection, safety, temporary office construction, and material consideration. Furthermore, detailed specifications for materials and equipment in each work category are provided, along with compliance standards such as Thai Industrial Standards (TIS) and various international standards, to ensure the quality and safety of the building.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลพล

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156 เตียง) ให้ถูกต้องตามรูปแบบรายการและสัญญา
  • ใช้วัสดุ อุปกรณ์ และช่างฝีมือที่ดีในการก่อสร้าง
  • ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่ระบุในเอกสารประกวดราคาอย่างเคร่งครัด
  • จัดการพื้นที่ก่อสร้างและรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่
  • ป้องกันและกำจัดปลวกตามวิธีการที่กำหนด
  • ส่งมอบงานที่สมบูรณ์ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และมีคุณภาพ

ขอบเขตของงาน

  • ก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156 เตียง) ตามแบบเลขที่ 10945 + ก.77/ส.ค./66
  • ดำเนินการตามหมวดงานต่างๆ ดังนี้:
    • หมวดงานทั่วไป (GN)
    • หมวดงานสถาปัตยกรรม (AR)
    • หมวดงานมัณฑนศิลป์ (ID)
    • หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง (ST)
    • หมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร (EE)
    • หมวดงานวิศวกรรมเครื่องกล (ME)
    • หมวดงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (SN) (ระบบสุขาภิบาล)
  • จัดทำ Shop Drawings และนำเสนอเพื่อขออนุมัติก่อนดำเนินการก่อสร้าง
  • จัดการพื้นที่ก่อสร้าง, กั้นรั้ว, ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นและวัสดุตกหล่น, จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
  • ก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว
  • ดำเนินการป้องกันและกำจัดปลวก
  • จัดหาวัสดุอุปกรณ์และแรงงานที่มีฝีมือดี
  • รับผิดชอบงานส่วนที่เกิดการชำรุดเสียหายจากการก่อสร้าง
  • จัดทำแบบติดตั้งจริง (As-Built Drawing)
  • ทดสอบระบบต่างๆ และจัดอบรมการใช้งาน (ถ้ามี)
  • จัดการสิ่งกีดขวางการก่อสร้าง และสาธารณูปโภคต่างๆ
  • จัดการดินที่เกิดจากการขุดเจาะ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • อาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156 เตียง) ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบและรายการ
  • Shop Drawings ที่ได้รับการอนุมัติ
  • As-Built Drawings
  • รายงานผลการทดสอบต่างๆ (เช่น การทดสอบกำลังอัดคอนกรีต, การทดสอบระบบไฟฟ้า, ระบบสุขาภิบาล)
  • คู่มือการใช้งานระบบต่างๆ (ถ้ามี)
  • เอกสารรับประกันผลงาน (เช่น การป้องกันปลวก)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ได้ระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการที่ชัดเจนในเอกสารที่ให้มา
  • มีการกล่าวถึงการส่งมอบงานงวดที่ 1 และงวดสุดท้าย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • Standards Compliance:
    • วัสดุอุปกรณ์ต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง หรือมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า
    • การก่อสร้างต้องเป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี
    • การทดสอบต่างๆ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุ (เช่น ASTM, BS, JIS, มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)
  • Experience:
    • ไม่ได้ระบุประสบการณ์ที่ต้องการโดยตรงในเอกสารที่ให้มา
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำมาก่อน
  • Technical Capabilities:
    • มีความรู้ ความชำนาญ และเครื่องมือที่จำเป็นในการทำงานตามที่ระบุในแต่ละหมวดงาน
    • มีความสามารถในการจัดทำ Shop Drawings และ As-Built Drawings
    • มีความสามารถในการทดสอบระบบต่างๆ
  • Personnel:
    • ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งวิศวกรผู้ควบคุมงานให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร
    • การลงนามในเอกสารต่างๆ (เช่น Shop Drawings, As-Built Drawings, รายการคำนวณ) ต้องโดยผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามสาขาและระดับที่กำหนด (เช่น สามัญวิศวกร, วุฒิวิศวกร)
    • การดำเนินการป้องกันและกำจัดปลวกต้องโดยบริษัทที่มีความชำนาญโดยเฉพาะ

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาและคุณสมบัติโดยละเอียดในเอกสารที่ให้มา
  • มีการกล่าวถึงการพิจารณา Shop Drawings, วัสดุอุปกรณ์, และราคาเปรียบเทียบงานเพิ่ม-ลด
  • การพิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • โครงสร้าง: ฐานรากชนิดรองรับด้วยเสาเข็มเจาะระบบแห้ง (DRY PROCESS) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 ซม. ความลึกปลายเสาเข็มประมาณ 12.00 เมตร รับน้ำหนักปลอดภัยไม่น้อยกว่า 80 ตัน/ต้น อัตราส่วนความปลอดภัย 2.5 การทดสอบดินและเสาเข็มตามมาตรฐานที่กำหนด
  • สถาปัตยกรรม: ก่อสร้างอาคาร 7 ชั้น ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่กำหนด รวมถึงงานตกแต่งภายใน
  • ไฟฟ้าและสื่อสาร: ติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสารตามแบบและรายการ กำหนดให้ใช้ IP CAMERA สำหรับระบบทีวีวงจรปิด และเดินสาย CAT 6 ในท่อร้อยสาย EMT
  • เครื่องกล: ติดตั้งระบบวิศวกรรมเครื่องกลตามแบบและรายการ
  • สุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม: ติดตั้งระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อมตามแบบและรายการ รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี) และระบบป้องกันไฟ
  • วัสดุ: ต้องมีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล วัสดุส่วนประกอบต้องไม่มีแร่ใยหิน (Asbestos)
  • การป้องกันปลวก: ใช้ระบบป้องกันและกำจัดปลวกโดยการอัดน้ำยาเคมีลงดินและฉีดพ่นบริเวณรอบอาคาร โดยสารเคมีต้องได้รับอนุญาตและดำเนินการโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันผลงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • การป้องกันพื้นที่และความปลอดภัย: กั้นรั้ว, ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นและวัสดุตกหล่น, จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: มีการกล่าวถึงการส่งงานงวดที่ 1 และงวดสุดท้าย แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดตารางการจ่ายเงิน
  • การปรับ/ค่าปรับ: ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่าปรับในเอกสารที่ให้มา
  • การรับประกัน: การป้องกันปลวกมีการรับประกันผลงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • การแก้ไขงาน: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนใหม่หากงานที่ทำไม่เรียบร้อย ไม่ได้คุณภาพ หรือเสียหาย
  • การเปลี่ยนแปลงรายการ: การกลับรูปแบบอาคาร, การปรับระดับ, การขยายขนาดเสา, การแก้ไขแบบเพื่อให้เหมาะสมตามเจตนารมณ์การใช้งานหรือกฎหมาย อาจไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการหากดำเนินการตามขั้นตอนและได้รับอนุมัติ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A: เพื่อก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น จำนวน 156 เตียง ณ โรงพยาบาลพล จังหวัดขอนแก่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการทางการแพทย์
  • Q: ขอบเขตงานก่อสร้างครอบคลุมถึงระบบใดบ้าง?
    A: ครอบคลุมงานหลากหลายหมวดหมู่ ได้แก่ งานทั่วไป, งานสถาปัตยกรรม, งานมัณฑนศิลป์, งานวิศวกรรมโครงสร้าง, งานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร, งานวิศวกรรมเครื่องกล, และงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (สุขาภิบาล)
  • Q: หากแบบก่อสร้างมีความขัดแย้งกัน ควรดำเนินการอย่างไร?
    A: ให้ถือแบบสถาปัตยกรรมเป็นหลัก และผู้รับจ้างต้องจัดทำ Shop Drawings เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการก่อสร้าง หากแบบหรือรายการใดไม่ชัดเจนหรือไม่ขัดแย้ง ให้ผู้รับจ้างเสนอปัญหาต่อนายช่างผู้ควบคุมงานหรือคณะกรรมการฯ เพื่อตัดสิน
  • Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันและกำจัดปลวกเป็นอย่างไร?
    A: ต้องดำเนินการโดยใช้วิธีการอัดน้ำยาเคมีลงดินและฉีดพ่นบริเวณรอบอาคาร โดยสารเคมีต้องได้รับอนุญาตจาก อย. และดำเนินการโดยบริษัทที่มีความชำนาญ พร้อมออกใบรับประกันผลงานไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับสิ่งกีดขวางการก่อสร้าง?
    A: สิ่งสาธารณูปโภค, สาธารณูปการ และสิ่งกีดขวางการก่อสร้างทุกประเภทที่ต้องรื้อถอน, รื้อย้าย หรือติดตั้งใหม่ เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น รวมถึงต้องติดตั้งให้ใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
  • Q: การปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคาร เช่น การกลับด้านซ้าย-ขวา หรือหน้า-หลัง สามารถทำได้หรือไม่?
    A: สามารถทำได้เพื่อความเหมาะสมด้านประโยชน์ใช้สอย โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ แต่ผู้รับจ้างต้องจัดทำ Shop Drawings งานสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องเพื่อขออนุมัติก่อนดำเนินการ
  • Q: วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    A: ต้องมีคุณภาพดี ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง หรือมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า และต้องไม่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน (Asbestos) หรือสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม
  • Q: การก่อสร้างสำนักงานชั่วคราวถือเป็นงานในงวดใด?
    A: ให้ถือว่าการก่อสร้างสำนักงานชั่วคราวเป็นเนื้องานที่อยู่ในงานงวดที่ 1
  • Q: ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างเดิม?
    A: การรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างเดิม (ถ้ามี) เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของสถานบริการสุขภาพเจ้าของสถานที่
  • Q: หากพบว่าวัสดุอุปกรณ์มีการยกเลิกการผลิต หรือมีนวัตกรรมใหม่ สามารถเสนอขอเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?
    A: สามารถเสนอขอใช้วัสดุอุปกรณ์อื่นที่เทียบเท่าหรือดีกว่าได้ โดยต้องให้ผู้ออกแบบพิจารณาให้ความเห็น และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดและประสิทธิภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่า

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เอกสารเลขที่07-11004-936872-69 (จำนวนรวม 33แผ่น)
รายการประกอบแบบก่อสร้าง
อาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156เตียง)
แบบเลขที่10945 + ก.77/ส.ค./66
โรงพยาบาลพล จังหวัดขอนแก่น
ให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156 เตียง) ตามแบบเลขที่ 10945 + ก. 77/ส.ค./66 ที่โรงพยาบาลพล อำเภอพล จังหวัดขอนแก่น ให้ถูกต้องตามรูปแบบรายการ และสัญญา ด้วยวัสดุ – อุปกรณ์และช่างฝีมือที่ดี โดยมีข้อกำหนดเพิ่มเติมดังนี้
แบบและเอกสารประกอบการก่อสร้าง ประกอบด้วย

  1. รายการประกอบแบบก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7 ชั้น (จำนวน 156เตียง)
    แบบเลขที่ 10945 + ก.77/ส.ค./66
    โรงพยาบาลพลจังหวัดขอนแก่น
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 จำนวนรวม 33 แผ่น 1.1 หมวดงานทั่วไป (GN) จำนวน 4 แผ่น 1.2 หมวดงานสถาปัตยกรรม (AR) จำนวน 2 แผ่น 1.3 หมวดงานมัณฑนศิลป์(ID) จำนวน 5 แผ่น 1.4 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง (ST) จำนวน 6 แผ่น 1.5 หมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร (EE) จำนวน 3 แผ่น 1.6 หมวดงานวิศวกรรมเครื่องกล (ME) จำนวน 3 แผ่น 1.7 หมวดงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม (SN) จำนวน 10 แผ่น 2. แบบก่อสร้างอาคารหอผู้ป่วยใน 7ชั้น (จำนวน 156 เตียง)
    แบบเลขที่10945 จำนวน 1 ชุด 3. รายการคุณลักษณะเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 1 ชุด 4. เอกสารเลขที่ก.77/ส.ค./66 จำนวน 1 ชุด 5. มาตรฐานรายละเอียดการเสริมเหล็ก เอกสารเลขที่ก.39/เม.ย./53 จำนวน 1 เล่ม
  2. มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2553ของกองแบบแผน ข้อก าหนดทั ่วไป
    จำนวน 1 เล่ม
  3. กรณีรายการประกอบแบบรูปสัญญาและเอกสารประกอบสัญญาอื่น ที่กำหนดวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างหรือ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อ้างอิงที่ขัดแย้ง ให้พิจารณาเอกสารตามลำดับความสำคัญ ดังนี้
    1.1 รายการประกอบแบบก่อสร้าง
    1.2 แบบก่อสร้าง
    1.3 รายการคุณลักษณะเฉพาะวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
  4. กรณีแบบก่อสร้างมีความขัดแย้ง
    2.1. ในกรณีที่แบบขัดแย้งกันให้ถือแบบสถาปัตยกรรมเป็นหลักและให้ผู้รับจ้างดำเนินการจัดทำ Shop Drawings เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อพิจารณาอนุมัติ ก่อนดำเนินการก่อสร้าง
    หัวหน้ากลุ่มออกแบบและกำกับการก่อสร้างเขตที่7 : นายชาติศักรินทร์ พาหุกุล
    เอกสารเลขที่07-11004-936872-69 แผ่นที่ GN 2 /4
    2.2. หากแบบหรือรายการใดที่ขัดแย้งกันหรือไม่ชัดเจน ให้ผู้รับจ้างเสนอปัญหาต่อนายช่างผู้ควบคุมงาน 2.3. ก่อสร้างและ/หรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาตัดสิน ก่อนดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้ง 2.4. แบบส่วนใดที่ปรากฏอยู่ในงานสถาปัตยกรรม แต่ไม่ปรากฏในแบบวิศวกรรม และจำเป็นต้องทำเพื่อ
    ประโยชน์ใช้สอยที่ดี เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาการที่ดีและเพื่อความสวยงาม ให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการจัดทำโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาก่อสร้างและต้องเสนอ Shop Drawings ก่อน ดำเนินการ
    2.5. แบบบางส่วนจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมตามเจตนารมณ์ของการใช้งาน และตามกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไข ทำ Shop Drawings และเตรียมการก่อสร้างให้สอดคล้องกัน 2.6. กรณีที่วัสดุอุปกรณ์มีการยกเลิกการผลิต หรือมีนวัตกรรมใหม่ สามารถนำวัสดุอุปกรณ์อื่น มาให้ ผู้ออกแบบพิจารณาให้ความเห็น และส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติใช้ ในงาน ก่อสร้าง ทั้งนี้ให้เปรียบเทียบคุณสมบัติและราคาที่ปรากฏในเอกสารคู่สัญญา เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุด ตรงตามความต้องการและมีประสิทธิภาพที่เทียบเท่าหรือดีกว่า โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจั ดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหา รพัสดุ ภาครัฐ ฉบับปัจจุบัน
  5. ต าแหน่งของอาคาร
    ตำแหน่งของอาคารที่จะทำการก่อสร้าง ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของสถานบริการสุขภาพ ส่วนตำแหน่ง ที่แน่นอนคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะกำหนดอีกครั้งในวันตรวจสอบผังการก่อสร้าง และ ลักษณะการ ก่อสร้างอาคารอาจจะมีการกลับรูปแบบ ซ้าย–ขวา, หน้า–หลัง หรือทั้งสองอย่างเพื่อความเหมาะสมด้าน ประโยชน์ใช้สอย โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ
    ในการกลับรูปแบบอาคาร ซ้าย – ขวา, หน้า – หลัง หรือทั้งสองอย่าง ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบ Shop Drawings งานสถาปัตยกรรม และงานวิศวกรรมที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อน ดำเนินการก่อสร้าง
  6. ระดับ
    ให้ระดับ ±0.00 ของอาคาร ให้เท่ากับระดับถนนบริเวณใกล้เคียงสถานที่ก่อสร้างอาคาร ทั้งนี้ ระดับที่ แน่นอนอาจจะปรับได้เพื่อความเหมาะสมด้านประโยชน์ใช้สอย ซึ่งจะกำหนดให้ในวันตรวจสอบผัง โดยไม่ถือ เป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ
  7. การถมดิน (ถ้ามี)
    ให้ถมดินบริเวณที่จะทำการก่อสร้างอาคารและโดยรอบอาคาร โดยแผ่ออกจากอาคารรอบด้าน ด้าน ละ 3.00 ม. ให้ได้ระดับ + 0.00 และทำลาดเอียง 1:2 ลงสู่ระดับดินเดิมหรือตามที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ กำหนด
  8. การรือ้ ถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างเดิม
    6.1. การรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างเดิม (ถ้ามี) เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของสถานบริการสุขภาพเจ้าของ สถานที่เป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนเอง
    6.1. การรื้อถอนอาคารและสิ่งก่อสร้างเดิม (ถ้ามี) ให้รวมถึงส่วนประกอบของอาคารที่อยู่ภายใต้ผิวดินด้วย 7. สิ่งกีดขวางการก่อสร้าง
    7.1. สิ่งสาธารณูปโภค, สาธารณูปการ และสิ่งกีดขวางการก่อสร้างทุกประเภท ที่จะต้องรื้อถอน, รื้อย้าย หรือนำไปติดตั้งใหม่ทั้งสิ้น เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    หัวหน้ากลุ่มออกแบบและกำกับการก่อสร้างเขตที่7 : นายชาติศักรินทร์ พาหุกุล
    เอกสารเลขที่07-11004-936872-69 แผ่นที่ GN 3 /4
    7.2. สิ่งสาธารณูปโภค, สาธารณูปการ และสิ่งกีดขวางการก่อสร้างทุกประเภท ที่ได้รื้อถอน, รื้อย้าย หรือ นำไปติดตั้งใหม่ นั้น ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งให้ใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
    7.3. ให้ผู้รับจ้างนำวัสดุ – อุปกรณ์ ส่วนที่ยังประโยชน์ได้ที่ได้จากการรื้อถอน ไปเก็บรักษาไว้ยังสถานที่ที่ ทางสถานบริการสุขภาพเจ้าของสถานที่เป็นผู้กำหนดให้
    7.4. ในส่วนของขยะที่ได้จากการรื้อถอน เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างที่จะต้องนำไปทิ้งภายนอก 7.5. ในการก่อสร้างถ้ามีความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการทำงานหรือขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ ผู้รับ จ้างจะต้องทำการปรับปรุง-ซ่อมแซมแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ให้ใช้การได้ดี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายและ ระยะเวลาเพิ่มเติม
  9. การป้องกันและก าจัดปลวก
    8.1. ให้ดำเนินการทำระบบป้องกันและกำจัดปลวกของอาคารที่จะทำการก่อสร้าง โดยการใช้หัวฉีดน้ำยา เคมี ผ่านท่อด้วยเครื่องมืออัดแรงดันสูง อัดน้ำยาเคมีลงไปในดิน เสร็จแล้วฉีดพ่นสารเคมีเคลือบผิวดิน บริเวณรอบอาคารระยะประมาณ 3.00 เมตรอีกครั้งหนึ่ง โดยให้น้ำยาเคมีซึมลงไปประสานกับน้ำยา เคมีที่อัดไว้ในชั้นดิน
    8.1. สารเคมีกำจัดปลวกที่นำมาใช้ต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวง สาธารณสุข จะต้องมีใบรับรองการสั่งซื้อสารเคมีจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายภายใน ประเทศ ทั้งนี้จะต้องดำเนินการโดยบริษัทที่มีความชำนาญโดยเฉพาะและบริษัทผู้ดำเนินการจะต้อง ออกใบรับประกันผลงานไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับงาน ก่อสร้าง งวดสุดท้าย มอบให้แก่สถานบริการสุขภาพ
    8.2. ในกรณีในแบบมีการระบุวิธีการป้องกันและกำจัดปลวกไว้เป็นอย่างอื่น ให้ยกเลิกวิธีการตามข้อความ เหล่านั้นทั้งหมด โดยใช้วิธีตามความข้างต้นแทน
  10. กรณีการขยายขนาดเสา (ถ้ามี)
    9.1. ในกรณีที่มีการขยายขนาดเสาทำให้ขนาดของหน้าต่าง ช่องแสงลดลง ให้ก่อสร้างโดยมีจำนวนช่อง หน้าต่าง ช่องแสง ดังเดิม และลดขนาดความกว้างของหน้าต่าง ช่องแสง ตามขนาดที่ก่อสร้างจริง โดย ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ
  11. การป้องกันพื้นที่และการรักษาความปลอดภัย
    10.1. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของ สถานบริการสุขภาพ โดยการกั้นรั้วขอบเขตของการก่อสร้าง การติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ผ้าใบป้องกันฝุ่น ละออง แผงป้องกันวัสดุตกหล่นในที่สาธารณะ และปล่องเหล็กสำเร็จทิ้งเศษวัสดุ หรือวัสดุอุปกรณ์ เพิ่มเติมที่เหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงการจัดเจ้าหน้าที่เวรยามของผู้รับจ้าง และอื่น ๆ ตามสมควร
    10.2. ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนการป้องกันพื้นที่และการรักษาความปลอดภัย ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หากผู้ว่าจ้างเห็นว่ามาตรการที่ผู้รับจ้างจัดไว้ยังไม่เพียงพอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอาจจะให้ผู้ รับจ้างดำเนินการเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม
    10.3. ทั้งนี้ให้ถือว่าการป้องกันพื้นที่และการรักษาความปลอดภัยนี้เป็นเนื้องานที่อยู่ในงานงวดที่1ด้วย 11. การก่อสร้างส านักงานชั ่วคราว
    11.1. ให้ผู้รับจ้างก่อสร้างสำนักงานชั่วคราว ตามข้อกำหนดในมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2553 รายละเอียดตามหัวข้อที่ 1.5 การเตรียมสถานที่ก่อสร้าง หัวข้อย่อยที่ 1.5.9
    11.1. ทั้งนี้ให้ถือว่าการก่อสร้างสำนักงานชั่วคราวนี้เป็นเนื้องานที่อยู่ในงานงวดที่ 1 ด้วย
    หัวหน้ากลุ่มออกแบบและกำกับการก่อสร้างเขตที่7 : นายชาติศักรินทร์ พาหุกุล
    เอกสารเลขที่07-11004-936872-69 แผ่นที่ GN 4 /4
  12. การพิจารณาวสัดุอุปกรณ์การก่อสร้าง
    การพิจารณาเพื่อขอใช้วัสดุ อุปกรณ์ และ Shop Drawings ของงานสถาปัตยกรรม งาน มัณฑนศิลป์ และงานวิศวกรรม ให้ผู้รับจ้างเสนอเอกสารต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุส่งให้ผู้ออกแบบ และ/ หรือหน่วยงานผู้ออกแบบตรวจสอบให้ความเห็น ให้ตรงกับเจตนารมณ์ในการออกแบบ ก่อนส่งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาอนุมัติใช้ในการก่อสร้างต่อไป
    หัวหน้ากลุ่มออกแบบและกำกับการก่อสร้างเขตที่7 : นายชาติศักรินทร์ พาหุกุล
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ AR 1/2
    หมวดงาน
    สถาปัตยกรรม
    ผู้กำหนดรายการ : นายธีระวัฒน์ ทรมีฤทธิ์ตำแหน่ง สถาปนิกชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ AR 2/2
    หมวดงานสถาปัตยกรรม
  13. ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแบบขยายและงานแบบแสดงรายละเอียดของชิ้นส่วน ส่วนประกอบ ของงานก่อสร้างที่ถูก ถอดแบบจากของจริง (Shop drawings) และเขียนขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างสถาปนิก และช่าง ผู้ดำเนินการ เพื่อให้สามารถอธิบายรายละเอียดวัสดุและวิธีการประกอบติดตั้ง ในการทำงาน ตามแบบและ รายการประกอบแบบ ตามวัตถุประสงค์ของสถาปนิก และให้ผู้ควบคุมงานรวมถึงสถาปนิกทำการตรวจสอบ ก่อนดำเนินการติดตั้งตามรายละเอียด ดังนี้
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบก่อสร้างงานระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเพื่อเตรียมการประสานงาน และ อื่น ๆ ตามที่กำหนดในแบบตามมาตรฐานการใช้งานและตามความจำเป็น
    1.2 การจัดแนวรอยต่อของวัสดุ อุปกรณ์ ต้องคำนึงถึงความเรียบร้อยสวยงาม เป็นไปตามที่กำหนดในแบบ หรือตามคำแนะนำของสถาปนิก
  14. ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและสิ่งที่จำเป็นในการทำงาน ตามรายละเอียดที่ ระบุไว้ในแบบ ก่อสร้างและรายการประกอบแบบก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดหาแรงงานและช่างที่มีฝีมือดี มีความชำนาญงาน โดยเฉพาะมาดำเนินการให้งานแล้วเสร็จ อย่างประณีตเรียบร้อย สมบูรณ์ตามกำหนด การติดตั้งจะต้องเป็นไป ตามหลักวิชาช่างที่ดี ทั้งนี้ให้รวมถึงการที่จะต้องรับผิดชอบ ในงานส่วนที่เกิดการแตกหัก ร้าว รั่วซึม บิด โกง งอ บิ่น เป็นรอย ขีดข่วน เสียหาย และสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่เรียบร้อย ไม่ได้คุณภาพ หรือทำให้ใช้งานไม่ได้ ผู้ควบคุมงานมี
    สิทธิ์สั่งให้รื้อถอน โดยผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย ให้ใช้งานได้ตามปกติ และ ค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
  15. วัสดุส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์จะต้องไม่มีส่วนประกอบของแร่ใยหิน (Asbestos) หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ที่มี ผลต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติของวัสดุจะต้องอยู่ภายใต้หลักการของกฎหมาย ทั้งนี้การเลือก ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุอุปกรณ์ จะต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง หรือมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า ผู้รับจ้างสามารถเสนอขอใช้ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่าได้
  16. รายการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
  • ไม่มีรายการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
    ผู้กำหนดรายการ : นายธีระวัฒน์ ทรมีฤทธิ์ตำแหน่ง สถาปนิกชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ID 1/5
    หมวดงาน มัณฑนศิลป์
    ผู้กำหนดรายการ : นางสาว พรรณทิพา แหยมเจริญ ตำแหน่ง มัณฑนากรชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ID 2/5
    หมวดงานมัณฑนศิลป์
    ข้อกำหนดทั่วไป
  1. หากรูปแบบหรือรายการใดที่มิได้ระบุในเอกสารชุดนี้ ให้ก่อสร้างตามแบบเดิมทุกประการ ทั้งนี้หาก แบบหรือรายการใดที่ไม่ชัดเจน หรือขัดแย้งกันกับงานระบบประกอบอาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น งานระบบสุขาภิบาล , งานระบบไฟฟ้า เป็นต้น ให้ผู้รับจ้างเสนอปัญหาต่อผู้ควบคุมงานก่อสร้างและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อ พิจารณาก่อนดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้ง
  2. หากแบบส่วนใดที่ปรากฏอยู่ในแบบงานมัณฑนศิลป์ แต่ไม่ปรากฏอยู่ในแบบงานระบบประกอบอาคาร ที่เกี่ยวข้อง เช่น งานระบบสุขาภิบาล ,งานระบบไฟฟ้า เป็นต้น และจำเป็นต้องทำเพื่อประโยชน์ใช้สอยของการใช้ งาน ถูกต้องตามหลักวิชาการช่างที่ดี ความมั่นคงแข็งแรง และสวยงาม ให้ผู้รับจ้างเสนอปัญหา พร้อมจัดทำ Shop Drawing ต่อผู้ควบคุมงานก่อสร้างและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาก่อนดำเนินการก่อสร้างหรือ ติดตั้ง
  3. ระยะ รายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในแบบเป็นระยะโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความ เหมาะสมหรือสภาพที่เป็นจริงในการก่อสร้าง รวมถึงรายการหรือแบบขยายเกิดการขัดแย้ง หรือที่ไม่สามารถท า ตามรูปแบบและรายการได้ ให้ผู้รับจ้างเสนอปัญหา พร้อมจัดท า Shop Drawing ต่อผู้ควบคุมงานก่อสร้างและ/ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาก่อนด าเนินการก่อสร้างหรือติดตั้ง เพื่อประโยชน์ใช้สอย ถูกต้อง ตามหลักวิชาการช่างที่ดี ความมั่นคงแข็งแรง และสวยงาม
  4. ตัวอย่างที่เกี่ยวกับงานครุภัณฑ์ทุกชนิด ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อน ดำเนินการติดตั้งและต้องปฏิบัติตามรูปแบบวิชาช่างที่ถูกต้อง ให้ปราณีตเรียบร้อย
  5. แผ่น TOP, บัวหลังตู้, บัวบังไฟ, บัวผนังกันน้ำ, แผ่นไม้อัดปิดขาหน้าตู้ ให้ใช้เป็นแผ่นเดียวปิดตลอดแนว ตู้ตามความยาวมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ ช่วงต่อของแต่ละแผ่นให้ต่ออย่างเรียบร้อยถูกต้องตามหลักวิชาช่าง 6. ในกรณีที่ครุภัณฑ์มี SINK ให้บุกระเบื้องขนาด 8"x 8" หรือ 12"x 12" หรือตามระบุในแบบ โดยกรุที่ ผนังยาวตลอดแนวตู้สูงจรดใต้ตู้แขวน หรือสูงจากTOP ขึ้นไป 60 ซม. สำหรับตู้พื้นที่ไม่มีตู้แขวน (เลือกสีขณะ ก่อสร้างโดยผู้ออกแบบ)
  6. ให้ปิดแผงตัวจบตู้ทุกชุด(ด้านที่ไม่ติดผนัง) ตามแบบขยาย
  7. ให้ใส่มือจับพร้อมกุญแจล็อคทุกช่วงบานตู้ ยกเว้นตู้ที่มีอ่างล้างและบานตู้ช่วงบนที่สูงเกินระดับ 2.00 เมตร ไม่ต้องใส่กุญแจล็อค หรือตามตำแหน่งที่กำหนดในแบบ
  8. อุปกรณ์ภายในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น สะดืออ่าง-อุปกรณ์ดักกลิ่น (P-TRAP)ให้ใช้ชนิดทน กรด ทนด่าง โดยนำตัวอย่าง เสนอคณะกรรมการเพื่ออนุมัติ
    วัสดุประกอบงานตกแต่งภายในและครุภัณฑ์(เฟอร์นิเจอร์ติดตั้งกับที่) มีดังต่อไปนี้
    1.1 โครงไม้ภายใน
    คุณลักษณะ ให้ใช้ไม้เบญจพรรณ หรือไม้จำปา หรือไม้สยา หรือไม้ตะแบก หรือไม้สักจ้อยท์ขนาดไม่ ต่ำกว่า 17 × 45 มม. หรือที่ปรากฏตามรูปแบบรายการ โดยไม้ที่นำมาใช้ทาโครงภายในต้องผ่านกรรมวิธีการ เคลือบน้ำยากันแมลงต่าง ๆ ไม้โครงต้องอบแห้งสนิทไม่บิดงอไม่มีรอยพรุนปราศจากปลวกมอดและแมลงต่างๆ โครงไม้ที่นำมาประกอบเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งในชิ้นงานเดียวกันผู้รับจ้างจะต้องใช้ไม้โครงชนิดเดียวกันและอยู่ในสภาพ สมบูรณ์พร้อมทั้งทาเคลือบน้ำยากันปลวกแบบใสจนทั่วทุกโครงไม้ คุณภาพของวัสดุ โดยเฉพาะไม้ที่นำมาใช้ในงาน
    ผู้กำหนดรายการ : นางสาว พรรณทิพา แหยมเจริญ ตำแหน่ง มัณฑนากรชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ID 3/5
    เป็นไม้ที่คัดแล้ว ไม่มีรอยบิ่น แตกราว บิดงอ น้ำหนักเบาหรือ เปื่อย ไม่มีตาไม้หรือกระพี้ไม้หรือตำหนิอื่นๆ และต้อง เป็นไม้ที่ผ่านการอบ หรือผึ่งให้แหงสนิท ไม่เกิดปัญหา จากการคด ยืด หด บิด งอ ในภายหลัง ในกรณีที่ระบุให้ใช้ วัสดุอุปกรณ์ตามมาตรฐานใด มาตรฐานหนึ่ง เช่น มอก. ผู้รับจ้างจะต้องนำหลักฐานการได้รับใบอนุญาต แสดง เครื่องหมายดังกล่าวมาแสดง และหากจำเป็นต้องทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ผู้รับจางจะต้องรับภาระค่าใช้จ่าย และเวลาที่เสียไป โดยจะนำมาเป็นข้อเรียกร้องใดๆ ไม่ได้
    1.2 แผ่นไม้อัด (PLYWOOD)
    คุณลักษณะ ใช้ในงานตกแต่งภายในและเป็นส่วนประกอบครุภัณฑ์(เฟอร์นิเจอร์) เป็นแผ่นไม้ มาเฉียนออกให้เป็นชิ้นบางๆโดยวางแนวเสี้ยนแบบตั้งฉากสลบกันจนเรียงซ้อนกันเป็นจำนวนหลายๆชั้น จนได้ความ หนาที่ต้องการ เชื่อมด้วยกาวแล้วนำไปอบให้เป็นแผ่นเดียวกัน(ความหนาที่ใช้ให้ดูตามรูปแบบรายการหมวดงาน มัณฑนศิลป์) มาตรฐาน มอก. 178-2549
    1.3 แผ่นลามิเนต (HIGH PRESSURE DECORATIVE LAMINATE)
    คุณลักษณะ เป็นวัสดุปิดผิวสังเคราะห์ที่ใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งจำลองให้คล้ายวัสดุจริง โดยการ พิมพ์ลายรูปแบบต่างๆ หรือปิดวัสดุบางประเภทลงในแผ่นแล้วท าการเคลือบผิวด้วยเรซินเป็นชั้นฟิล์ม ป้องกันการ เสียดสี หนา 0.8 มม.ขึ้นไป สีพื้น, ลายไม้, ผิวโลหะ มาตรฐาน มอก. 1163-2536 หรือ ISO 4586:1997 หรือ NEMA LD3-2005 หรือ EN 438:2016 หรือ JIS K 6902
    1.4 แผ่นไม้อัดทนความชื้นคุณภาพสูง (HMR)
    คุณลักษณะ เป็นการนำชิ้นไม้มาสับและบดจนละเอียดแล้วอัดประสานด้วยกาว ชนิดพิเศษที่มี คุณสมบัติทนความชื้น (ความหนาที่ใช้ให้ดูตามรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์) มาตรฐาน ทนต่อความชื้น ตามมาตรฐาน EN 317 และ มีความแข็งแรงสูงตามมาตรฐาน V313 (EN 321)
    1.5 แผ่นไม้ประสาน (BLOCK BOARD)
    คุณลักษณะ เป็นไม้เนื้อแข็งแปรรูปน ามาประสานต่อกันเป็นโครง ปิดทับด้วยไม้อัดทั้ง 2 ด้าน (ความหนาที่ใช้ให้ดูตามรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์)
    หมายเหตุสั่งซื้อจากตัวแทนจำหน่าย ซึ่งได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์
    1.6 แผ่นพลาสวูด (PLASTWOOD SHEET)
    คุณลักษณะ แผ่นพลาสติกโฟม ชนิดแข็ง ผลิตจากผง PVC ผสมกับสารปรุงแต่ง แล้วขึ้นรูปด้วย กรรมวิธีการรีด กดทับด้วยลูกกลิ้ง และหล่อแผ่นให้แข็งตัวอย่างรวดเร็วด้วยน้ำหรืออากาศ ทำให้ได้แผ่นที่มีผิวหน้า แข็งเป็นพิเศษทั้ง 2 ด้าน มีลักษณะเป็นสีขาวผิวหน้ามันและเรียบพร้อมทั้งเนื้อแกนกลางที่ละเอียดและแน่นไม่มี โพรงอากาศ(ความหนาที่ใช้ให้ดูตามรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์) มาตรฐาน มอก. 2356-2550 1.7 แผ่น TOP หินแกรนิตหรือหินอ่อน (ธรรมชาติ)
    คุณลักษณะ หินแกรนิต หรือ หินอ่อน (ธรรมชาติ)ที่นำมาใช้ในการก่อสร้างทุกแผ่นต้องได้ตาม ขนาดและสีตามแบบระบุหินอ่อนหรือหินแกรนิตต้องปราศจากรอยแตกร้าวรอยบินไม่มีรอยคราบกันซึมของน้ำ หรือกาวสันขอบหินต้องเจียรขัดมันเทียบเท่าความมันของหน้าหิน การขัดมันของผิวหินต้องมีความมันที่ได้รับการ
    ผู้กำหนดรายการ : นางสาว พรรณทิพา แหยมเจริญ ตำแหน่ง มัณฑนากรชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ID 4/5
    ขัดด้วยเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล สี ลวดลายและความหนาตามระบุในรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์ มาตรฐาน โดยระบุให้มีคุณสมบัติเบื้องต้นดังนี้
    1.7.1 งานหินแกรนิต หรือ หินอ่อน (ธรรมชาติ) ทั้งหมดที่นำมาใช้งานต้องเป็นแผ่นหินที่ใหม่ทุก แผ่นไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อนได้มาตรฐานการผลิตของ บริษัท ในระดับเกรด A
    ปราศจากรอยร้าวหรือตำหนิใดๆ ชนิดขนาดความหนาลวดลายสีและแบบตามที่
    คณะกรรมการตรวจการจ้างกำหนดอีกทั้งในช่วงที่จะต้องติดตั้งในพื้นที่เดียวกันให้ผู้
    รับจ้างคำนวณพื้นที่ที่จะใช้หินเผื่ออีก 5% ของจำนวนที่จะใช้งานสำหรับซ่อมแซมและ
    ติดตั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบสีและลวดลายให้ใกล้เคียงกันก่อนนำไปปู
    1.8 แผ่น TOP หินสังเคราะห์ (Solid Surface)
    คุณลักษณะ การดูดซึมน้ำต่ำ และความหนาตามระบุในรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์ทน ต่อสารเคมีและสิ่งสกปรก หนาไม่น้อยกว่า 12 มม. ขึ้นรูปตามแบบ ไร้รอยต่อเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เจียรขอบลบ มุม เซาะร่องน้ำหยดดูแบบขยาย รองTOPด้วย ไม้เอชเอ็มอาร์(HMR)ชนิดทนความชื้นคุณภาพสูง(ไส้เขียว) หนา 15 มม. ส่วนที่เห็นขอบปิดด้วยขอบ PVC. หนา 2 มม. สีเหมือนหน้าบานตู้ (EDGE BANDING) โดยกรรมวิธีผ่านความ ร้อน สีใกล้เคียงลามิเนต หรือระบุในแบบขยายเป็นอย่างอื่น
    1.9 บานเลื่อนวงกบอลูมิเนียม ลูกฟักกระจก
    คุณลักษณะ สำหรับติดตั้งบนเคาน์เตอร์ติดต่อและเคาน์เตอร์พยาบาล มาตรฐาน มอก. 744- 2563
    หมายเหตุให้อ้างอิงมาตรฐานจากงานสถาปัตยกรรม ในหมวดของหน้าต่างกรอบอลูมิเนียม (บานเลื่อนแบบราง แขวนบน) ทั้งนี้รูปแบบให้ยึดตามแบบงานมัณฑนศิลป์เป็นหลัก
    1.10 รางม่านหน้าต่าง (1 ราง, 2 ราง)
    คุณลักษณะ รางม่านไมโคร ผลิตจากอลูมิเนียม มีความหนา 1.2-1.4 มม. แข็งแรงทนต่อ การบิดงอจากการรับแรงผ้าม่านได้ดี ส่วนประกอบที่เป็นพลาสติก ผลิตจากพลาสติก POM ที่มีความ เหนียว ทนทานสูงพิเศษและมีแรงเสียดทานต่ำ ส่วนประกอบที่เป็นโลหะ เช่น ห่วงผลิตจากลวดสแตนเลส 304 การใช้งาน ระบบเชือกดึง, ระบบผลักมือ มาตรฐาน อลูมิเนียม 6061
    1.11 รางม่านกั้นเตียง
    คุณลักษณะ แกนยึดเพดานกับรางม่านท าด้วยอลูมิเนียม เกรด A ที่ได้มาตรฐานสากล ชุบ แข็ง ANODIZE คุณภาพระดับ 6063 T5 และเคลือบสีด้วย EPOXY อบในอุณหภูมิสูง เนื้อสีจึงมีความ ทนทานเป็นพิเศษ ไม่เป็นสนิม เส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม.ความหนาโดยเฉลี่ย 1.50 มม. รัศมีช่วงโค้ง เล็ก สุดที่ RADIUS 22 ชม. เพิ่มความประณีตในการต่อช่วงโค้ง พร้อมทั้งยึดแกนเสาเหนือฝ้าเพดานกับท้องพื้น ด้านบน ให้มั่นคงแข็งแรง ชุดล็อคก้านยึดเพดานกับรางม่าน ชุดตัวบนที่ใช้ยึดกับเพดาน ท าด้วยอลูมิเนียม แข็งทรงกระบอก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.50 มม. x ยาว 44 มม. รูในเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. ชุด ล็อคก้านยึดเพดานตัวล่าง ท าด้วยทองเหลืองเนื้อแข็งมีเกลียว ใช้ยึดรางม่านกับก้านยึดเพดาน ลูกล้อเป็น แบบล้อคู่ ท าจากพลาสติก (ABS + PE) อย่างดี มีตะขอเหล็กชุบซิงค์ รูป ง. ชุดต่อช่วงโค้ง ท าด้วยเหล็ก
    ผู้กำหนดรายการ : นางสาว พรรณทิพา แหยมเจริญ ตำแหน่ง มัณฑนากรชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ID 5/5
    เคลือบสี EPOXY เป็นรูปฉากยาว 140 มม. สูง 28 มม. เสริมเหล็กแผ่นหนา 4 มม. ยาว 140 มม. ชุบ ซิงค์ ประกบยึดช่วงโค้งด้วยน็อต 2 จุด มาตรฐาน อลูมิเนียม 6063-T5
    1.12 ม่านผ้ากั้นเตียงผู้ป่วย
    คุณลักษณะ เป็นผ้าม่านทึบโพลีเอสเตอร์ 100% กันน้ำ ด้านบนเสาอลูมิเนียมยึดรางม่าน รางม่านลอยจากพื้น ระดับความสูง 2.00 ม. ผ้าม่านสูง 1.70 ม. ลอยจากพื้น 0.30 ม. มีคุณสมบัติ ประคองน้ำ หรือกำหนดเป็นอย่างอื่นตามรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์
    1.15 ม่านผ้ากั้นเตียง สำหรับห้องผู้ป่วยพิเศษ
    คุณลักษณะ ด้านล่างผ้าม่านทึบ ด้านบนผ้าม่านโปร่ง โพลีเอสเตอร์ 100% รางม่านติด ระดับฝ้าเพดาน ด้านบนผ้าม่านโปร่ง สูงประมาณ 0.80-1.00 ม. ผ้าม่านทึบสูง 1.70 ม. ลอยจากพื้น 0.30 ม.กันน้ำมีคุณสมบัติประคองน้ำ/กันน้ำ หรือกำหนดเป็นอย่างอื่นตามรูปแบบรายการหมวดงาน มัณฑนศิลป์
    1.16 ม่านผ้ากั้นเตียงผู้ป่วยแผนกฉุกเฉิน
    คุณลักษณะ เป็นผ้าม่านทึบ ประคองน้ำ/กันน้ำ ด้านบนเสาอลูมิเนียมยึดรางม่านมี รางม่าน ลอยจากพื้น ระดับความสูง 2.00 ม. ผ้าม่านสูง 1.70 ม. ลอยจากพื้น 0.30 ม. หรือกำหนดเป็นอย่างอื่น ตามรูปแบบรายการหมวดงานมัณฑนศิลป์
    รายการอ่างและอุปกรณ์
  9. อ่างสแตนเลส 1 หลุม หรือ 2 หลุม พร้อมที่พักจาน (ที่พักจานซ้าย/ขวา ตามตำแหน่งที่ระบุในแบบครุภัณฑ์ เป็นอ่างสแตนเลส เกรด 304 ปั๊มขึ้นรูป หนาไม่น้อยกว่า 0.6 มม. ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 854-2536 พร้อมรูระบายน้ำ สะดืออ่างขนาดใหญ่ dia. 31/2" และอุปกรณ์ข้องอดักกลิ่น P-TRAP วัสดุ เป็นพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylen หรือ PP)
  10. อ่างเคลือบขาวขอบลาด (อ่างอเนกประสงค์ สำหรับโรงพยาบาล) ขนาดประมาณ 17"x20"x9" และขนาด ประมาณ 19"x24"x10" ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.791-2544 พร้อมสะดืออ่างและ อุปกรณ์ข้องอดักกลิ่น P-TRAP ทองเหลืองชุบโครเมี่ยม
  11. ก๊อกน้ำ(สำหรับโรงพยาบาล) ก๊อกเดี่ยวก้านปัดยาวชนิดติดผนัง ขนาดก้านปัดยาวประมาณ 19 ซม. สามารถ เปิด-ปิด ได้ด้วยข้อศอก พร้อมข้อต่อแบบงวงยาวประมาณ 17 ซม. (โดยวัดจากข้อต่อก๊อกน้ำถึงปลายงวง) วัสดุเป็นทองเหลืองชุบโครเมี่ยมได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.2067-2552
    หมายเหตุ : - ในกรณีติดหน้าต่าง ให้ใช้ก๊อกน้ำก้านปัดยาวชนิดติดตั้งที่ทอป ลักษณะเป็นทรงสูงประมาณ 25 ซม. ขนาดก้านปัดยาวประมาณ 19 ซม. สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยข้อศอก คอก๊อกยาวประมาณ 23 ซม. (โดย วัดจากกึ่งกลางก๊อกน้ำถึง ปลายก๊อก) วัสดุเป็นทองเหลืองชุบโครเมี่ยม
  • กรณีที่เคาน์เตอร์ หรืออ่างสแตนเลส มีความลึกของทอปมากกว่า 60 ซม. ให้ใช้ก๊อกน้ำก้านปัดยาวที่มี ข้อต่อแบบงวงยาวประมาณ 30 ซม.
  • ขนาดก๊อกน้ำและส่วนประกอบสามารถคลาดเคลื่อนได้ +-3 ซม.
    ผู้กำหนดรายการ : นางสาว พรรณทิพา แหยมเจริญ ตำแหน่ง มัณฑนากรชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 1/6
    หมวดงาน
    วิศวกรรมโครงสร้าง
    ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 2/6
    หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
    เอกสารประกอบการก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธา ประกอบด้วย
  • มาตรฐานรายละเอียดการเสริมเหล็ก เอกสารเลขที่ ก.39/เม.ย./53 จำนวน 3 แผ่น
    รายการแก้ไขเปลี่ยนแปลงงานโครงสร้าง
  • ไม่มี
  1. การเสนอราคา
    1.1 ให้ผู้รับจ้างเสนอราคาค่าก่อสร้างฐานราก ดังนี้

1.1.1 ฐานรากชนิดรองรับด้วยเสาเข็มเจาะระบบแห้ง (DRY PROCESS) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร
1.1.2 ความลึกปลายเสาเข็ม (PILE TIP) อยู่ที่ระดับ 12.00 เมตร จากระดับดิน ณ วันเจาะสำรวจ 1.1.3 รับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าต้นละ 80 เมตริกตันต่อต้น และให้ใช้ค่าอัตราส่วน ความปลอดภัยเท่ากับ 2.5 (F.S.= 2.5)
1.2 ความยาวของเสาเข็มของฐานรากในการเสนอราคา เป็นความยาวที่ได้จากการคาดคะเนจากการ ก่อสร้างอาคารในบริเวณข้างเคียง สำหรับความยาวเสาเข็มของฐานรากที่ใช้จริงขึ้นอยู่กับผลการเจาะสำรวจดิน ณ บริเวณการก่อสร้าง
1.3 รายละเอียดของเสาเข็มเจาะให้เป็นไปตามข้อกำหนดในรายการมาตรฐานรายการวัสดุดุปกรณ์ ก่อสร้างของเอกสารฉบับนี้
1.4 ตำแหน่งและจุดทดสอบที่จะทำการเจาะสำรวจดิน ให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกรผู้ทำการเจาะสำรวจ ทั้งนี้ ผลการทดสอบจะต้องครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างทั้งหมด โดยจำนวนจุดต้องไม่น้อยกว่า 3 จุด และให้ใช้ค่า อัตราส่วนความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2.5 (F.S.= 2.5)
1.5 หากผลการเจาะสำรวจดิน ปรากฏผลว่าจำเป็นต้องใช้ความลึกของเสาเข็มเพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าที่กำหนดใน สัญญา หรือ ต้องใช้ชนิดของฐานรากเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากรูปแบบกำหนดไว้แล้ว ให้ผู้รับจ้างจัดทำเอกสารรปูแบบ รายละเอียด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง พิจารณาก่อน ดำเนินการ และให้พิจารณาราคาเปรียบเทียบงาน เพิ่ม–ลด โดยให้ใช้ราคากลางของราชการที่ใช้ในการประกวดราคา ก่อน การส่งงานงวดที่1 กรณีความลึกของเสาเข็มไม่เป็นไปตามสัญญาไม่ถือเป็นเหตุให้ระยะเวลาก่อสร้างเปลยี่ นแปลงแต่อยา่ ง ใด ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ออกแบบและลงนามรับรองรายการคำนวณ จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
1.6 ความยาวของเสาเข็มที่จะนำมาพิจารณาราคาเปรียบเทียบเพิ่ม – ลด ให้ถือความยาวจากระดับดิน ณ วันเจาะสำรวจ ตามที่วิศวกรฝ่ายผู้รับจ้างกำหนดจากรายงานผลการเจาะสำรวจดิน
1.7 เมื่อทำการทดสอบการรับน้ำหนักของเสาเข็มแล้ว ผลปรากฏว่าไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกปลดภัย ได้ตามผลการเจาะสำรวจดิน เป็นหน้าทีรับผิดชอบของผู้รับจ้างในการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเสริมกำลังฐานราก เพื่อให้โครงสร้างอาคารมีความมั่นคงตามวัตถุประสงค์ของสัญญา โดยผู้รับจ้างจะคิดเงินเพิ่มจากทางราชการมิได้ และสามารถคิดระยะเวลาเพิ่มได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ ระยะเวลาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในงานจ้างก่อสร้างขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาระยะเวลาดังกล่าว
1.8 ให้ผู้รับจ้างส่งรายงานผลการเจาะเสาเข็ม โดยการรายงานผลต้องมีการรับรองความลึก ความคลาดเคล่อืน ของตำแหน่งเสาเข็มเจาะทุกต้นและมีผู้ลงนามรับรองผลการเจาะเสาเข็มทุกแผ่น ทั้งนี้ผู้ลงนามรับรองรายงาน ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร
ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 3/6
2. คุณสมบัติของผู้ทดสอบ สรุปผล และมาตรฐานการทดสอบ
2.1 คุณสมบัติของผู้ทดสอบและสรุปผลทางด้านวิศวกรรมโยธา ได้แก่ การรับรองผลทดสอบดินและ เสนอแนะชนิดฐานราก ทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม และทดสอบความสมบูรณ์ของ
เสาเข็ม เป็นต้น จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

2.1.1 เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ประเภทนิติบุคคล มีความรู้ ความชำนาญ
และจดทะเบียนการค้าเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เป็นบุคคลที่ 3 ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน ที่ทดสอบ
2.1.2 วิศวกรผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา และสรุปผล ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ
วิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร ทั้งนี้วิศวกรผู้ให้คำแนะนำ ต้องลงนามรับรองในรายงานทุกแผ่นผลการทดสอบ เช่น รูปภาพ กราฟ หรืออื่นๆ ที่ เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรม เป็นต้น
2.2 มาตรฐานการทดสอบ ให้ทำการสอบวัสดุวิศวกรรมและรายผลตามมาตรฐานการทดสอบ ดังนี้ 2.2.1 การเจาะสำรวจดิน ตามกฎกระทรวง เรื่อง กำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับ อาคาร พ.ศ. ๒๕๖๖
2.2.2 การทดสอบกำลังรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยของเสาเข็ม ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดฐานรากของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคาร พ.ศ.2567 หรือ ตามมาตรฐาน
ASTM D 1143 ฉบับปัจจุบัน
2.2.3 การทดสอบความสมบูรณ์ของเสาเข็ม ตามมาตรฐาน ASTM D5882-07

2.2.4 การทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต ตามมาตรฐาน ASTM C39
2.2.5 การทดสอบกำลังรับแรงดึงของเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 (หรือ ฉบับที่เป็นปัจจุบัน) สำหรับเหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อยตามลำดับ
2.2.6 การทดสอบลวดเหล็กกล้าตีเกลียวสำหรับคอนกรีตอัดแรง ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาห กรรม มอก. 420-2540 (หรือ ฉบับที่เป็นปัจจุบัน)
สำหรับการทดสอบวัสดุวิศวกรรมอื่นนอกเหนือการทดสอบข้างต้น (ถ้ามี) ให้ใช้มาตรฐานการทดสอบวัสดุ วิศวกรรมของประเทศไทย เช่น มาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ มาตรฐาน ต่างประเทศอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปภายในประเทศ เช่น American Society for Testing and Materials

(ASTM) British Standard (BS) Japanese Industrial Standard (JIS) เป็นต้น ให้ทดสอบโดยสถาบันที่ น่าเชื่อถือ ตามกฎกระทรวง โดยผ่านความเห็นขอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
3. ข้อกำหนดอื่นๆ
3.1 รายละเอียดที่ไม่ได้ระบุในเอกสารนี้ให้ใช้ตามรูปแบบเดิมที่ใช้เป็นคู่สัญญา กรณีมีข้อขัดแย้งให้ยึดถือ ตามเอกสารนี้เป็นสำคัญ
3.2 ให้ระดับความลึกของระดับหลังฐานรากอยู่ต่ำกว่าระดับดินปัจจุบันตามดุลยพินิจของวิศวกรฝ่ายผู้ ว่าจ้าง และไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร
3.3 ให้ผู้รับจ้างติดตั้งตาข่ายกันฝุ่นรอบอาคารขณะการก่อสร้าง ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกัน ฝุ่นผงบริเวณที่ทำการก่อสร้าง และให้ถือปฏิบัติตามข้อพิจารณาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นสำคัญ โดยค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบผู้รับจ้างทั้งสิ้น
ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 4/6
3.4 ดินที่เกิดจากการขุดเจาะจากการก่อสร้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุโดยหน่วยงานเจ้าของโครงการ ก่อสร้างจะกำหนดภายหลังให้ผู้รับจ้างขนไปถมหรือกองเก็บภายในรัศมีจากสถานที่ก่อสร้าง 30 กิโลเมตร โดยการ ขนย้ายออกไปจากสถานที่ก่อสร้างและการขนส่งนำดินออกจากสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งการปรับเกลี่ยและบดอัด ณ บริเวณที่นำไปทิ้งให้ระดับทั่วไปราบเรียบเสมอกัน ค่าใช้จ่ายในการนี้เป็นของผู้รับจ้างทั้งสิ้น กรณีโรงพยาบาล/ หน่วยงานก่อสร้างไม่สามารถจัดหาที่ถมหรือกองเก็บดินได้ ให้ดำเนินการขายดินตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
3.5 ผู้รับจ้างจะต้องแต่งตั้งวิศวกรผู้ควบคุมงานให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาวิศวกร ว่าด้วยหลักเกณฑ์และ คุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมแต่ละระดับ สาขาวิศวกรรมโยธา พ.ศ. 2566 (หรือฉบับที่เป็น
ปัจจุบัน) โดยจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณา ทั้งนี้ให้นำเสนอก่อน
ดำเนินการก่อสร้างในส่วนงานโครงสร้างใดๆ ทั้งนี้ให้ถือว่าเอกสารการแต่งตั้งนี้ เป็นเนื้องานที่อยู่ในงาน งวดที่ 1 ด้วย
3.6 ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปและรายละเอียดมีปัญหาเกิดขึ้น โดยมีการขัดแย้งกันระหว่างเอกสาร ประกอบสัญญา สงสัยจะคลาดเคลื่อน หรือแบบรูปพิมพ์ไม่ชัดเจน ผู้รับจ้างมีสิทธิ์ที่จะเสนอวิธีการออกแบบ โครงสร้างในส่วนนั้น โดยจัดทำแบบรายละเอียด (Shop Drawing) พร้อมแสดงรายการคำนวณ เพื่อให้วิศวกรกอง แบบแผนพิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่สิ้นสุด และให้ถือว่าการดำเนินการในส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา จะถือเป็นข้ออ้างในการคิดเงินและเวลาเพิ่มจากทาง ราชการไม่ได้ ทั้งนี้ภาระหน้าที่และค่าใช้จ่ายในส่วนของการจัดทำเอกสารรายละเอียด (Shop Drawing) เป็นของ ผู้รับจ้างทั้งสิ้น
3.7 ผู้รับจ้างสามารถทำการจัดเหล็กเสริมในโครงสร้างขึ้นใหม่เพื่อให้สะดวกต่อการทำงาน แต่จะต้องมีเนื้อ ที่หน้าตัดของเหล็กเสริมไม่น้อยกว่าที่ระบุในแบบ อีกทั้งแนวคานคอนกรีตตามรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคานยึดระหว่าง เสาหรือคานซอย สามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งได้ตามความจำเป็นและมีเหตุผลที่เป็นไปได้ หรือ หากมีความ จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงขนาดหน้าตัดรวมทั้งเหล็กเสริมของคาน ตลอดจนการออกแบบคานคอนกรีตบางตัวเสีย ใหม่ เพื่อประโยชน์ของงานในภาคสนาม ผู้รับจ้างก็สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ต้องเสนอรายการคำนวณเพื่อให้กอง แบบแผนพิจารณาก่อนดำเนินการ โดยผ่านการพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุถือเป็นที่สิ้นสุด และไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ
3.8 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและปลอดภัยแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ของ โรงพยาบาลฯ /หน่วยงานก่อสร้าง เช่น กั้นรั้วขอบเขตของการก่อสร้าง ตาข่ายกันวัสดุตกหล่น การจัดเจ้าหน้าที่เวร ยามของผู้รับจ้างและอื่นๆ ตามสมควร หากตัวแทนของผู้ว่าจ้างเห็นว่ามาตรการที่ผู้รับจ้างจัดไว้ยังไม่เพียงพอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอาจจะให้ผู้รับจ้างจะต้องทำเพิ่มเติมตามลักษณะความจำเป็นอย่างมีเหตุผล
3.9 ผู้รับจ้างต้องหาวิธีป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างต่ออาคารและสิ่งสาธารณูปโภค ข้างเคียง ขณะที่ทำการก่อสร้าง เช่น การขุดร่องที่ระดับผิวดิน การทำกำแพงคอนกรีตกันดิน หรือการทำผนังกัน ดิน เป็นต้น หากมีความเสียหายต่ออาคารข้างเคียงระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องทำการแก้ไข ให้สามารถ ใช้งานอาคารได้เหมือนเดิม

3.10 เหล็กเสริมคอนกรีตที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่12 มิลลิเมตรขึ้นไป ให้ใช้เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) ชั้นคุณภาพไม่ต่ำกว่า SD 40 หรือSD 40T โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้าง 3.11 ผู้รับจ้างต้องคำนวณเงินชดเชยค่าก่อสร้าง (ค่า K) หลังการตรวจรับงานทุกครั้ง และแจ้งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุทราบในวาระถัด
ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 5/6
3.12 วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะนำมาใช้ รวมถึงกรรมวิธีการก่อสร้าง (Construction Method) ให้ผู้รับจ้าง นำเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการ
3.12.1 ในกรณีที่มีการเสนอกรรมวิธีการก่อสร้างที่นอกเหนือจากรูปแบบกำหนดไว้แล้ว เป็นหน้าที่ และค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างที่จะต้องจัดทำเอกสารรูปแบบรายละเอียด เพื่อเสนอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาก่อนดำเนินการ
3.12.2 คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ ปรึกษา ทั้งนี้คุณสมบัติของผู้ลงนามรับรองรายการคำนวณ จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมโยธา ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป
3.13 ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานโครงสร้างผู้รับจ้างสามารถใช้ได้ทั้ง 3 ประเภทดังนี้
3.13.1 ตาม มอก.15 : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
3.13.2 ตาม มอก.849 : ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลาน (กรณีโครงสร้างที่สัมผัสหรือได้รับ อิทธิพลจากดินเค็ม น้ำเค็ม หรือน้ำกร่อย
3.13.3 ตาม มอก 2594 : ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก สัญลักษณ์ (GU)
3.14 งานคอนกรีตโครงสร้างหลักที่สัมผัสดินหรือน้ำโดยตรง เช่น ฐานราก ตอม่อ คานคอดิน พื้นห้องน้ำ กัน สาด/หลังคา ให้ใช้อัตราส่วนปริมาณน้ำต่อวัสดุซีเมนต์ (w/b) ไม่เกิน 0.50 และผสมน้ำยากันซึมในส่วนโครงสร้างที่ มีน้ำขัง เช่น รางน้ำหลังคา เป็นต้น
3.15 คอนกรีตใช้กำลังอัดประลัยที่อายุ 28 วัน ของแท่งตัวอย่างรูปทรงกระบอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15
เซนติเมตร ตามที่กำหนดในแบบและไม่น้อยกว่า 240 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ทั้งนี้ อนุโลมให้ใช้กำลังอัดประลัย ร้อยละ 80 ของแท่งตัวอย่างคอนกรีตรูปทรงลูกบาศก์ หรือ กำลังอัดประลัยเทียบเท่าตามข้อแนะนำผู้ผลิตคอนกรีตแทน ได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบการใช้แท่งตัวอย่างคอนกรีตเทียบเท่าจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และให้ใช้
ข้อกำหนดโดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้าง

3.16 ให้ยกเลิกข้อความ ตามมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2553 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้างหน้า 28 ข้อ 2.3.2.8.1 จากเดิม “ทั้งนี้ปริมาณปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่า 300 กก./ลบ.ม.” เป็น “ทั้งนี้ปริมาณวัสดุ ซีเมนต์ (Cementitious materials) ต้องไม่น้อยกว่า 300 กก./ลบ.ม.” โดยวัสดุซีเมนต์ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ ปูนซีเมนต์ หรือปูนซีเมนต์ผสมแร่ผสมเพิ่ม เมื่อทำปฏิกิริยาเคมีทำให้แข็งตัว เมื่อผสมกับมวลรวมจะเป็นคอนกรีต
3.17 ผู้รับจ้างต้องเก็บตัวอย่างคอนกรีตสำหรับทดสอบทุกวันอย่างน้อย 1 ชุด โดยมีจำนวนคอนกรีต 3 แท่ง ตัวอย่าง และจะต้องปฏิบัติตามวิธีมาตรฐาน ASTM C 39 โดยเก็บดังนี้
3.17.1 ให้เก็บตัวอย่างคอนกรีตสำหรับทดสอบอย่างน้อย 1 ชุด ต่อการเทคอนกรีตใน 1 วัน หรือ

อย่างน้อย 1 ชุด ต่อปริมาณคอนกรีต 50 ลบ.ม.
3.17.2 ให้เก็บตัวอย่างคอนกรีตสำหรับทดสอบอย่างน้อย 1 ชุด ต่อการเทคอนกรีตในแต่ละชิ้นส่วน โครงสร้าง เช่น ฐานราก เสา คาน และพื้น ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ

3.18 คอนกรีตผสมเสร็จ
3.18.1 ให้ใช้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที มอก. 213 – 2560 (หรือ มอก.ฉบับล่าสุด) ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดส่วนผสมและลงนามรับรองส่วนผสมโดยวิศวกรโยธา ระดับ ไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร เสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบก่อนการ ดำเนินการ
3.18.2 กรณีพื้นที่ใกล้เคียงหน่วยงานก่อสร้างระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร ไม่มีผู้ผลิตที่ได้รับ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้ผู้รับจ้างใช้คอนกรีตจากผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จและ ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมาการตรวจรับพัสดุ โดยให้ส่งรายการคำนวณที่รับรอง
ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ST 6/6
โดยวิศวกรโยธาระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกรโยธา พร้อมทำการทดสอบกำลังอัดคอนกรีต จำนวน 3 ชุดตัวอย่าง ซึ่งชุดตัวอย่างประกอบด้วยแท่งคอนกรีตจำนวน 3 ก้อน ที่อายุ 7 14 และ 28 วัน และส่งผลการทดสอบกำลังอัดคอนกรีตเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาเห็นก่อนการดำเนินการ
3.19 ให้ใช้ข้อกำหนดอาคารทนไฟโดยให้ใช้ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กเสริมและขนาดชิ้นส่วนโครงสร้างหลักดังนี้ 3.19.1 ฐานราก เสาตอม่อ และส่วนโครงสร้างใต้ดินระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กไม่น้อยกว่า 8 เซนติเมตร
3.19.2 เสา คาน ระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กไม่น้อยกว่า 4 เซนติเมตร
3.19.3 มิติด้านแคบสุดของโครงสร้างหลัก ได้แก่ เสา คาน ไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร 3.20 ข้อกำหนดอุปกรณ์ฝังยึดในคอนกรีตภายหลังสำหรับงานโครงสร้าง
3.20.1 ไม่อนุญาตให้ใช้งานติดตั้งอุปกรณ์ฝังยึดในคอนกรีตภายหลังสำหรับงานโครงสร้าง (Post Installed Anchors และ Post-Installed Rebars) ทดแทนการฝังพุกก่อนเทคอนกรีต (Cast-In) หรือทดแทนงานฝากเหล็กเดิม นอกจากมีความจำเป็นในกรณีดังกล่าว หรือ ต้องการใช้ในงานแก้ไขโครงสร้างเดิม งานต่อเติม และงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ต้องทำการขอ อนุมัติกับผู้ควบคุมงานและผู้ออกแบบก่อนการดำเนินการ โดยส่งรายละเอียดวัสดุ ข้อมูล ทางด้านเทคนิค วิธีการติดตั้ง และรายการคำนวณตามมาตรฐานที่กำหนด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีผลการทดสอบตามมาตรฐาน ACI
3.21 การส่งมอบงานของผู้รับจ้างในงวดงานโครงสร้างที่มีการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างต้องแนบเอกสารการ ทดสอบกำลังอัดประลัย ของตัวแทนก้อนคอนกรีตชิ้นส่วนโครงสร้างหลักในงวดนั้นๆ เพื่อประกอบการพิจารณา ทุกครั้งโดยเอกสารดังกล่าวถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตรวจรับมอบงานของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยมี ข้อกำหนดเพิ่มเติม ดังนี้
3.21.1 กรณีส่งมอบงานก่อนก้อนคอนกรีตอายุครบ 28 วัน อนุโลมให้ทดสอบกำลังอัดคอนกรีต เมื่อก้อนคอนกรีตอายุ 7 วัน โดยค่ากำลังอัดประลัยต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่

กำหนดเมื่ออายุ 28 วัน หรือกรณีก้อนคอนกรีตมีอายุมากกว่า 7 วัน แต่ไม่ถึง 28 วัน ให้ หน่วยงานผู้ทำการทดสอบทำการเปรียบเทียบก้อนแท่งคอนกรีตดังกล่าวเทียบกับก้อน คอนกรีตที่มีอายุ 28 วัน เพื่อประกอบการพิจารณาส่งมอบงาน
3.21.2 เมื่อคอนกรีตอายุครบ 28 วัน ให้ผู้รับจ้างทำการทดสอบและส่งผลการทดสอบอีกครั้ง ทั้งนี้ การพิจารณากำลังคอนกรีตให้พิจารณาคอนกรีตอายุครบ 28 วันเป็นสำคัญ
3.21.3 หากผลการทดสอบกำลังอัดประลัยที่คอนกรีตอายุ 28 วัน ไม่เป็นไปตามที่กำหนด เป็น หน้าที่รับผิดชอบของผู้รับจ้างที่ต้องดำเนินการแก้ไข โดยมีผู้รับรองเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุม ประเภทนิติบุคคล และวิศวกรโยธา ระดับวุฒิวิศวกร ลงนามรับรองผล การแก้ไขให้โครงสร้างอาคารมีความมั่นคง แข็งแรงตามวัตถุประสงค์ของสัญญา ทั้งนี้ ไม่ เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างคิดค่างานและระยะเวลาการก่อสร้างเพิ่มเติมจากทางราชการได้
ผู้กำหนดรายการ : นายณัฐภัทร ศิริลิมประพันธ์ตำแหน่ง วิศวกรโยธาชำนาญการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ EE 1/3
หมวดงาน
วิศวกรรมไฟฟ้า และสื่อสาร
ผู้กำหนดรายการ : นายสุเทพ เข้มขัน ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้าปฏิบัติการ
เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ EE 2/3
หมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร
รายละเอียดทั่วไป

  1. คุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์งานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร
    1.1 ให้ผู้รับจ้างทำการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ในหมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร โดยรายละเอียดคุณลักษณะ ของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆจะต้องเป็นไปตามรูปแบบและรายการในสัญญากำหนด
    1.2 กรณีรูปแบบงานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร ไม่ชัดเจนหรือมีความขัดแย้ง ให้ผู้รับจ้างเสนอแนว ทางการแก้ปัญหา ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อพิจารณา แก้ไขข้อขัดแย้งก่อนดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้ง โดยให้ยึดถือประโยชน์ของราชการเป็นสำคัญ
    1.3 วัสดุอุปกรณ์งานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสารผู้รับจ้างต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุรวมถึงเอกสารของผู้ผลิต ที่แสดงรายละเอียดทางเทคนิคที่ชัดเจนเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่าน ผู้ควบคุม งานก่อสร้าง ตรวจสอบและพิจารณาก่อนนำไปติดตั้ง ทั้งนี้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติแล้วมิได้หมายความว่า เป็นการพ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากตรวจพบข้อผิดพลาดภายหลังผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขใหม่ให้ ถูกต้อง
  2. การติดตั้งงานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร
    2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ SHOP DRAWING แบบแปลน , แบบรูปขยายรายละเอียดการติดตั้งของระบบ วิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร, COMBINE DRAWING กับระบบอื่นๆ และแบบขยายภาพตัด สัญลักษณ์, ระยะการติดตั้งและรายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในแบบเป็นระยะโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความ เหมาะสมหรือสภาพที่เป็นจริงในการก่อสร้าง พร้อมลงนามโดย ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม ควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้าง ผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง โดยต้องส่งไปเพื่อประกอบการพิจารณา และขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการติดตั้ง ต่อไป
    2.2 หากแบบบางส่วนจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมตามเจตนารมณ์และสอดคล้องกับการใช้งาน และตาม ข้อกฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นๆ ให้ผู้รับจ้าง จัดทำ Shop Drawing เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน จ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อไป
    2.3 หลังจากติดตั้งงานระบบวิศวกรรมไฟฟ้าและไฟฟ้าสื่อสาร แล้วเสร็จ ให้ผู้รับจ้างทำแบบติดตั้งจริง AS-BUILT DRAWING พร้อมลงนามโดย ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ระดับ
    ผู้กำหนดรายการ : นายสุเทพ เข้มขัน ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้าปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ EE 3/3
    สามัญวิศวกรขึ้นไป เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อ ประกอบการพิจารณา ส่งงานงวดสุดท้าย
    2.4เครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน ประกอบสำเร็จรูป ถ้ามีในแบบกำหนด ให้เป็นผลิตภัณฑ์ยุโรปหรืออเมริกา หาก ผู้รับจ้างขอใช้เป็นผลิตภัณฑ์ของทวีปเอเชียต้องขอเทียบเท่าคุณสมบัติและเปรียบเทียบราคาเพิ่ม-ลดให้กับทาง ราชการ หากมีข้อขัดแย้งกับแบบและรายการ ให้ยึดถือรายการนี้เป็นสำคัญ
    2.5ให้ยกเลิกรายการ CABLE BOX ของหม้อแปลงไฟฟ้าแบบน้ำมัน ถ้ามีกำหนดในแบบและรายการ ยกเว้นหม้อแปลง ไฟฟ้าที่ติดตั้งในเขต จังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
    รายการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ระบบทีวีวงจรปิด
  3. งานระบบทีวีวงจรปิด ให้ปรับเปลี่ยนจากระบบเดิม เป็นระบบ IP CAMERA ทั้งหมด 2. กำหนดให้การเดินสายร้อยท่อ โดยใช้ สาย CAT 6 in EMT Dia.1/2”
    ผู้กำหนดรายการ : นายสุเทพ เข้มขัน ตำแหน่ง วิศวกรไฟฟ้าปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ME 1/3
    หมวดงาน
    วิศวกรรมเครื่องกล
    ผู้กำหนดรายการ : นายศรัณยู สาริบุตร์ ตำแหน่ง วิศวกรเครื่องกลปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ME 2/3
    หมวดงานวิศวกรรมวิศวกรรมเครื่องกล
  4. คุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์งานระบบวิศวกรรมเครื่องกล
    1.1 ให้ผู้รับจ้างทำการติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ในหมวดงานวิศวกรรมเครื่องกล โดยรายละเอียดคุณลักษณะของวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆจะต้องเป็นไปตามรูปแบบและรายการในสัญญากำหนด
    1.2 กรณีรูปแบบงานระบบวิศวกรรมเครื่องกล ไม่ชัดเจนหรือมีความขัดแย้ง ให้ผู้รับจ้างเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อขัดแย้งก่อน ดำเนินการก่อสร้างหรือติดตั้ง โดยให้ยึดถือประโยชน์ของราชการเป็นสำคัญ
    1.3 วัสดุอุปกรณ์งานระบบวิศวกรรมเครื่องกล ผู้รับจ้างต้องจัดหาตัวอย่างวัสดุรวมถึงเอกสารของผู้ผลิตที่แสดง รายละเอียดทางเทคนิคที่ชัดเจนเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่าน ผู้ควบคุมงาน ก่อสร้าง ตรวจสอบและพิจารณาก่อนนำไปติดตั้ง ทั้งนี้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติแล้วมิได้หมายความว่าเป็น การพ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากตรวจพบข้อผิดพลาดภายหลังผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขใหม่ให้ ถูกต้อง
  5. การติดตั้งงานระบบวิศวกรรมเครื่องกล
    2.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำ SHOP DRAWING แบบแปลน, แบบรูปขยายรายละเอียดการติดตั้งของระบบ วิศวกรรมเครื่องกล, COMBINE DRAWING กับระบบอื่นๆและแบบขยายภาพตัด สัญลักษณ์,ระยะการติดตั้งและ รายละเอียดต่างๆ ที่ระบุไว้ในแบบเป็นระยะโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมหรือสภาพที่ เป็นจริงในการก่อสร้าง พร้อมลงนามโดย ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขา วิศวกรรมเครื่องกล ระดับสามัญวิศวกรขึ้นไป เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่าน ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง โดยต้องส่งไปเพื่อประกอบการพิจารณา และขอความเห็นชอบก่อนดำเนินการติดตั้งต่อไป
    2.2 หากแบบบางส่วนจำเป็นต้องมีการแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมตามเจตนารมณ์และสอดคล้องกับการใช้งาน และตาม ข้อกฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นๆ ให้ผู้รับจ้าง จัดทำ Shop Drawing เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงาน จ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อไป
    ผู้กำหนดรายการ : นายศรัณยู สาริบุตร์ ตำแหน่ง วิศวกรเครื่องกลปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผ่นที่ ME 3/3
    2.3 หลังจากติดตั้งงานระบบวิศวกรรมเครื่องกลแล้วเสร็จ ให้ผู้รับจ้างทำแบบติดตั้งจริง AS-BUILT DRAWING พร้อม ลงนามโดย ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ระดับสามัญวิศวกร ขึ้นไป เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจ้างก่อสร้างผ่านผู้ควบคุมงานก่อสร้าง เพื่อประกอบการ พิจารณา ส่งงานงวดสุดท้าย
    ผู้กำหนดรายการ : นายศรัณยู สาริบุตร์ ตำแหน่ง วิศวกรเครื่องกลปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 1/10
    หมวดงาน
    ระบบสุขาภิบาล
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 2/10
    หมวดงานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอม
    เพื่อใหงานระบบวิศวกรรมสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอมมีความสมบูรณและเหมาะสมตอการใชงานมากขึ้น จึงเห็นควรใหมีการปรับแกไขรายละเอียดจากแบบคูสัญญาดังรายการตอไปนี้
  6. รายละเอียดทั่วไป
    1.1 คุณสมบัติของวัสดุอุปกรณงานระบบวิศวกรรมสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอม
    1.1.1 ใหผูรับจางทำการติดตั้งวัสดุอุปกรณในหมวดงานวิศวกรรมสิ่งแวดลอม โดยรายละเอียดคุณลักษณะของวัสดุ อุปกรณตางๆจะตองเปนไปตามรูปแบบและรายการในสัญญากำหนด
    1.1.2 กรณีรูปแบบงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอม ไมชัดเจนหรือมีความขัดแยง ใหผูรับจางเสนอแนวทางการ แกปญหา ตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุผานนายชางคุมงานกอสราง เพื่อพิจารณาแกไขขอขัดแยงกอนดำเนินการ กอสรางหรือติดตั้ง โดยใหยึดถือประโยชนของราชการเปนสำคัญ
    1.1.3 วัสดุอุปกรณงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอม ผูรับจางตองจัดหาตัวอยางวัสดุรวมถึงเอกสารของผูผลิตที่แสดง รายละเอียดทางเทคนิคที่ชัดเจนเสนอตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน ตรวจสอบและพิจารณากอน นำไปติดตั้ง ทั้งนี้วัสดุอุปกรณที่ไดรับการอนุมัติแลวมิไดหมายความวาเปนการพนความรับผิดชอบของผูรับจาง หาก ตรวจพบขอผิดพลาดภายหลังผูรับจางตองดำเนินการแกไขใหมใหถูกตอง
    1.2 การติดตั้งงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอม
    1.2.1 สัญลักษณ,ระยะการติดตั้งและรายละเอียดตางๆ ที่ระบุไวในแบบเปนระยะโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงไป ตามความเหมาะสมหรือสภาพที่เปนจริงในการกอสราง ผูรับจางจะตองจัดทำ SHOP DRAWING แบบแปลน , แบบรูป ขยายรายละเอียดการติดตั้งของระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอม, แบบ COMBINE กับระบบอื่นๆ และแบบขยายภาพตัด พรอมลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขาวิศวกรสิ่งแวดลอม ประเภทสามัญวิศวกร เสนอตอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงานเพื่อประกอบการพิจารณา โดยตองสงไปเพื่อขอความเห็นชอบกอน ดำเนินการติดตั้งตอไป
    1.2.2 หากแบบบางสวนจำเปนตองมีการแกไขเพื่อใหเหมาะสมตามเจตนารมณและสอดคลองกับการใชงาน และ ตามขอกฎหมาย หรือมาตรฐานอื่นๆ ใหผูรับจาง จัดทำ Shop Drawing เสนอตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผู ควบคุมงาน เพื่อขอความเห็นชอบ กอนดำเนินการกอสรางตอไป
    1.2.3 ในกรณีอาคารที่มีระบบดับเพลิงชนิดพิเศษ เชน ระบบทอแหงแบบชะลอน้ำเขา (Pre-Action System) ระบบ สารสะอาดดับเพลิงแบบอัติโนมัติ เปนตน ผูรับจางตองจัดทำแบบขยายการติดตั้ง ตำแหนงที่ติดตั้งอยางละเอียด นำเสนอวัสดุอุปกรณที่ใช และรายการคำนวณ (ถามี) พรอมลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขา วิศวกรสิ่งแวดลอมหรือเครื่องกล ประเภทสามัญวิศวกร เสนอตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน เพื่อ ขอความเห็นชอบกอนดำเนินการกอสรางตอไป
    1.2.4 หลังจากติดตั้งงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอมแลวเสร็จ ใหผูรับจางทำแบบติดตั้งจริง AS-BUILT DRAWING พรอมลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขาวิศวกรสิ่งแวดลอม ประเภทสามัญวิศวกร เสนอตอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน เพื่อประกอบการพิจารณา สงงานงวดสุดทาย
    1.3 การทดสอบงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอม
    1.3.1 ใหผูรับจางจะตองทดสอบงานระบบวิศวกรรมสิ่งแวดลอมทั้งหมดหลังจากติดตั้งแลวเสร็จตามมาตรฐานที่ระบุ ไวในเอกสารคูสัญญา โดยอุปกรณทุกตัวจะตองทำงาน ถูกตองแมนยำ ตรงตามที่ระบุ หากพบขอบกพรองตางๆ เปน
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 3/10
    หนาที่ผูรับจางที่จะตองรีบทำการแกไขทันที โดยคิดคาใชจายเพิ่มเติมมิได พรอมจัดทำรายงานผลการทดสอบ พรอม ลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขาวิศวกรสิ่งแวดลอม ประเภทสามัญวิศวกร เสนอตอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน ตอไป
    1.3.2 ใหผูรับจางจะตองจัดการอบรมตามจำนวนครั้งที่ไดมีการระบุไวในเอกสารคูสัญญา พรอมสงคูมือการใชงาน ใหแกคณะกรรมการตรวจรับพัสดุงานผานผูควบคุมงาน กอนการสงงานงวดสุดทาย
    1.4 การติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย
    1.4.1 ในกรณีรูปแบบและรายละเอียดมีการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป ผูรับจางตองจัดทำรายการคำนวณ แรงกดและแรงยก พรอมลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขาวิศวกรโยธา ประเภทสามัญวิศวกร และรายการคำนวณทางวิศวกรรมสิ่งแวดลอม พรอมลงนามโดย ผูไดรับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรควบคุม สาขาวิศวกร สิ่งแวดลอม ประเภทสามัญวิศวกร เสนอตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน เพื่อขอความเห็นชอบกอน ดำเนินการกอสรางตอไป ทั้งนี้น้ำจากระบบบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปใหเชื่อมตอลงระบบของ โรงพยาบาล ณ จุดที่ เหมาะสมและใกลที่สุด
    1.4.2 กรณีที่ โรงพยาบาล มีระบบบำบัดน้ำเสียรวมที่สามารถรับน้ำเสียของอาคารหลังนี้เพิ่มได ใหยกเลิกถังบำบัด น้ำเสียสำเร็จรูปที่กำหนดไวในแบบนี้ และใหตอลงในระบบบำบัดน้ำเสียรวมของ โรงพยาบาล ณ จุดที่เหมาะสมและ ใกลที่สุด โดยเสนอตอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน เพื่อขอความเห็นชอบกอนดำเนินการกอสราง ตอไป ทั้งนี้ตองมีการเปรียบเทียบราคาเพิ่ม-ลด
    1.5 ระบบไฟฟาของงานวิศวกรรมสิ่งแวดลอม
    ระบบไฟฟาของงานวิศวกรรมสิ่งแวดลอมใหนำมาตรฐานระบบไฟฟาภายในอาคารมาบังคับใชโดยอนุโลม
    1.6 การขยายเขตประปา (ถามี)
    ในกรณีจำเปนตองขยายเขตประปา คาใชจายทางโรงพยาบาลเปนผูรับผิดชอบทั้งสิ้น
    1.7 เครื่องสูบน้ำดับเพลิง
    ในกรณีที่รูปแบบและรายละเอียดมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ผูรับจางจะตองแนบสำเนาเอกสาร เพื่อเสนอตอ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผานผูควบคุมงาน กอนดำเนินการติดตั้ง และเพื่อประกอบการพิจารณาสงงานงวดสุดทาย ดังนี้
  7. ใบกำกับภาษี (INVOICE) ของโรงงานผูผลิต (สามารถลบรายละเอียดในสวนราคาออกได) 2. ใบตราสงสินคา (BILL OF LADING) เอกสารใบตราสงสินคาทางเรือ หรือใบตราสงสินคาทางอากาศ (AIR WAY BILL) ในกรณีขึ้นเครื่องบิน จากผูขนสงที่ประเทศตนทาง
  8. บัญชีรายละเอียดบรรจุหีบหอ (PACKING LIST) เปนรายละเอียดการบรรจุหีบหอของผลิตภัณฑจาก โรงงานผูผลิต
  9. ใบขนสินคาขาเขา (IMPORT ENTRY) เปนเอกสารที่ใชในการสำแดงภาษีนำเขาสินคากับกรมศุลกากร (สามารถลบรายละเอียดในสวนราคาออกได)
  10. ใบเสร็จรับเงินคาภาษีมูลคาเพิ่มของกรมศุลกากร (TAX INVOICE) ที่ระบุเลขที่ใบขนสินคาขาเขาดังกลาว 6. ใบระบุประเทศตนกำเนิดสินคา (CERTIFICATION OF ORIGIN) จากหอการคาหรือหนวยงานของรัฐ
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 4/10
  11. รายการเปลี่ยนแปลงแกไข
    2.1 ใหทำการยกเลิกรายการดังตอไปนี้
    2.1.1 ใหยกเลิกรายการ เครื่องดับเพลิง หัวขอ 5.3.1 และ 5.4.4 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 107 และ รายละเอียดเครื่องดับเพลิงในตูเก็บอุปกรณดับเพลิง ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 132
    2.1.2 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดหัวรับน้ำดับเพลิง FDC. หัวขอที่ 5.5.1 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 107 และแผนที่ 117
    2.1.3 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดขนาดทอเมนสงน้ำดับเพลิง และทอยืนสงน้ำดับเพลิง ตามแบบแปลน เลขที่ 10945 แผนที่ 117 และใน Riser Diagram แผนที่ 124
    2.1.4 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดการเชื่อมตอทอสงน้ำดับเพลิงมาเขาตูเก็บอุปกรณดับเพลิง ตามแบบ เลขที่ 10945 แผนที่ 117, 118,119,120 และใน Riser Diagram แผนที่ 124
    2.1.5 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดัน หัวขอ 6.1.1 และ 6.1.2 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 108 และแผนที่ 133
    2.1.6 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดเครื่องสูบน้ำประปา หัวขอ 6.5.1 และ 6.5.2 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109 และแผนที่ 130
    2.1.7 ใหยกเลิกรายการ ทอสวม ทอระบายน้ำทิ้งและทอระบายอากาศ หัวขอ 7.1 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109
    2.1.8 ใหยกเลิกรายการ ทอระบายน้ำฝน หัวขอ 7.3 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109
    2.1.9 ใหยกเลิกรายการ ทอสูบสงน้ำประปาและทอระบบเครื่องสูบน้ำประปา หัวขอ 7.5 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109
    2.1.10 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดทอในระบบจายน้ำประปา หัวขอ 6.4.1 และ 6.4.2 ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109
    2.1.11 ใหยกเลิกรายการ หัวขอ หมายเหตุ ช) ระบบทอน้ำรอน ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 109 2.1.12 ใหยกเลิกรายการ รายละเอียดตูเก็บอุปกรณดับเพลิง ตามแบบเลขที่ 10945 แผนที่ 132
    2.2 ใหใชขอกำหนดดังตอไปนี้แทนรายการที่ยกเลิก
    2.2.1 ใหทำการติดตั้งเครื่องดับเพลิงมือถือ ชนิด LOW PRESSURE WATER MIST สำหรับเชื้อเพลิงประเภท A, B, C, FIRE RATING ไมต่ำกวา 10A:40B (UL711) มาตรฐาน มอก. 4472-2568 หรือ ฉลากเขียว TGL. 42-R1-13 ขนาดความจุ 15 LBS ถังที่อยูภายนอกตูเก็บอุปกรณดับเพลิง ใหติดตั้งโดยมีระยะหัวถังสูงจากพื้น 1.4 เมตร
    2.2.2 ใหทำการติดตั้ง หัวรับน้ำดับเพลิง (FDC.) ขนาด 6 x 2 ½” x 2 ½” แบบ DOUBLE CLAPPER มาตรฐาน UL และ FM โดยมีระยะความสูงติดตั้งของศูนยกลางหัวรับน้ำจากระดับพื้น FINISHING FLOOR ที่ 1.2 เมตร 2.2.3 ระบบทอ MAIN สงน้ำดับเพลิง ตั้งแตหัวรับน้ำดับเพลิงไปเชื่อมตอกับระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และ ทอ MAIN RISER ทั้งหมดใชเปนขนาด 6 นิ้ว โดยใหทำการเดินทอ Main จายน้ำดับเพลิงเพิ่มเติมจากบริเวณหองเครื่อง สูบน้ำดับเพลิง และเดินทอยืนอีก 1 ชุด บริเวณ Grid Line ที่ C-8 สำหรับจายน้ำดับเพลิงเขาตูเก็บอุปกรณดับเพลิง 2.2.4 การเชื่อมตอทอสงน้ำดับเพลิงมาเขาตูเก็บอุปกรณดับเพลิงใหเดินทอขนาด 2 1/2 นิ้ว จากทอ MAIN RISER มาเชื่อมตอเทานั้น หาม JUMP ทอจาก LINE ทอ SPRINKLER
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 5/10
    2.2.5 เครื่องสูบน้ำประปา ใชเปนชนิด VERTICAL MULTI-STAGE CENTRIFUGAL
    และมีคุณลักษณะดังตอไปนี้ ( 1ระบบ ประกอบดวยเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง)
    -อัตราการสูบไมนอยกวาตัวละ 60 ลบ.ม./ชม. ที่แรงดัน TDH. ไมนอยกวา 52เมตร
  • ที่รอบการทำงานประมาณ 2,900รอบ/นาที ประสิทธิภาพ ณ จุดใชงานไมนอยกวา 70%
    -กำลังขับมอเตอรตัวละประมาณ 15kW/ 20 HP. ระบบไฟฟา 380V/ 3Phase/ 50Hz
  • มอเตอรชนิด SQUIRELL CAGE INDUCTION MOTOR แบบ TOTALLY ENCLOSED FAN COOL -การปองกัน INSULATION CLASS F, IP 55
  • มอเตอรมาตรฐาน NEMA หรือ IEC STANDARD ไมต่ำกวา CLASS IE3 หรือเทียบเทา
  • ฟงกชันตูควบคุมใหเปนไปตามมาตรฐานกลางของงานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอม
    2.2.6 ระบบเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดัน ใชเปนชนิด VERTICAL MULTI-STAGE CENTRIFUGAL และมีคุณลักษณะดังตอไปนี้(ระบบเครื่องสูบน้ำจะตองประกอบเปนชุดสำเร็จและทดสอบการทำงานมาจากทางโรงงาน) - ระบบเครื่องสูบน้ำ 1 ชุด ประกอบดวยเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง
    -ติดตั้งพรอมระบบควบคุมการทำงานและถังรักษาแรงดันประกอบมาในชุด ทำงานดวย PRESSURE SWITCH -ถังรักษาความดัน ขนาด 500 ลิตร วัสดุชนิด ZINC PLATED STEEL ทนแรงดันใชงาน 10 BAR -อัตราการสูบไมนอยกวาตัวละ 500 ลิตร/นาที ที่แรงดัน TDH. ไมนอยกวา 25 เมตร
  • ที่รอบการทำงานประมาณ 2,900รอบ/นาที ประสิทธิภาพ ณ จุดใชงานไมนอยกวา 60%
    -กำลังขับมอเตอรตัวละประมาณ 4 kW/ 5.5 HP. ระบบไฟฟา 380V/ 3Phase/ 50Hz
  • มอเตอรชนิด SQUIRELL CAGE INDUCTION MOTOR แบบ TOTALLY ENCLOSED FAN COOL -การปองกัน INSULATION CLASS F, IP 55
  • มอเตอรมาตรฐาน NEMA หรือ IEC STANDARD ไมต่ำกวา CLASS IE3 หรือเทียบเทา
  • ฟงกชันตูควบคุมใหเปนไปตามมาตรฐานกลางของงานระบบสุขาภิบาลและสิ่งแวดลอม
    2.2.7 ทอสวม (S.) ทอระบายน้ำทิ้ง (W./ KW.) และทอระบายอากาศ (V.) ใชทอ PVC. ชั้น 8.5 มาตรฐาน มอก.17-2561 เชื่อมตอดวยน้ำยาประสานทอ มาตรฐาน มอก.1032-2534 ชนิดเขมขน
    2.2.8 ทอระบายน้ำฝน ใชเปนทอ PP. มาตรฐาน BS 4991 CLASS B เชื่อมตอดวยขอตอแบบ MECHANICAL JOINT ระยะการติดตั้ง SUPPORT ทอ ใหเปนไปตามมาตรฐานการกอสรางของกระทรวง 2.2.9 ทอทางดาน SUCTION ของเครื่องสูบน้ำ ใชเปนทอ STAINLESS STEEL 304 ชั้น SCHEDULE 40 มาตรฐานไมต่ำกวา ASTM A312 จุดที่ทอแนวดิ่งที่เชื่อมตอขึ้นมาจาก FOOT VALVE ตอกับทอแนวระดับใหเชื่อมตอ ดวยขอตอ GROOVED COUPLING เพื่อใหสามารถบำรุงรักษา FOOT VALVE ไดสะดวก
    2.2.10 ทอฝง DISCHARGE ของเครื่องสูบน้ำประปา, ทอ HEADER จายน้ำประปา และทอประปาชั้นดาดฟา ใหใชเปนทอเหล็กกลาเคลือบสังกะสี ผิวดานในบุดวยวัสดุ POLYETHYLENE (GSP. –PE LINED) มาตรฐานไมต่ำกวา BS EN 10255:2004 (BS 1387/85 เดิม) CLASS M มาตรฐานความสะอาด BS 6920 PART II เชื่อมตอดวย ขอตอ GROOVED COUPLING มาตรฐาน UL LISTED และ FM APPROVED โดยผูรับจางจะตองทาสีน้ำเงินทับและทำ สัญลักษณประเภททอ เพื่อปองกันสนิมและยืดอายุการใชงาน
    2.2.11 ทอที่แยกจายน้ำประปาในตัวอาคารยกเวนทอประปาชั้นดาดฟา ใชทอ PP-R (80) ชั้น SDR.11 PN.10 มาตรฐาน DIN 8077/DIN 8078 และ DVGW และ NSF เชื่อมตอแบบ SOCKET FUSION หรือ ELECTRO FUSION กรณีใชเชื่อมตอเปนระบบน้ำรอนใหใชชนิด FIBER COMPOSITE ชั้น PN.20
    2.2.12รายละเอียดตูเก็บอุปกรณดับเพลิงใหใชรายละเอียดเพิ่มเติมตามเอกสารแนบหมวดระบบสุขาภิบาลและ สิ่งแวดลอม
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ
    เอกสารเลขที่ 07-11004-936872-69 แผนที่ SN 6/10
    2.3 ใหใชขอกำหนดดังตอไปนี้เพิ่มเติมจากรายละเอียดที่มีอยู
    2.3.1 วาลวสำหรับเครื่องสูบน้ำประปาและเพิ่มแรงดัน ฝง SUCTION ใหใชเปน GATE VALVE 2.3.2 วาลวสำหรับเครื่องสูบน้ำประปาและเพิ่มแรงดัน ฝง DISCHARGE ใหใชเปน BUTTERFLY VALVE 2.3.3 ใหเดินทอดาน SUCTION ของชุดเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดัน ใหแยกจากกันเปนอิสระ โดยทอที่เดินมาจาก HEADER จายน้ำจากถังเก็บน้ำชั้นดาดฟาแตละเสนจะตองมีขนาดไมเล็กกวา 2 1/2 นิ้ว
    2.3.4 ใหทำการติดตั้งเครื่องดับเพลิงมือถือ ชนิด LOW PRESSURE WATER MIST สำหรับเชื้อเพลิงประเภท A, B, C, Fire Rating ไมต่ำกวา 10A:40B (UL711) มาตรฐาน มอก. 4472-2568 หรือ ฉลากเขียว TGL. 42-R1-13 ขนาดความจุ 15 LBSติดตั้งโดยระยะหัวถังสูงจากพื้น 1.4 เมตร ตำแหนงติดตั้งตามแบบแปลน รวมเปนจำนวนทั้งสิ้น 23 เครื่อง
    2.3.5 ใหทำการติดตั้งเครื่องดับเพลิงมือถือ ชนิด CARBONDIOXIDE FIRE RATING ไมต่ำกวา 10B:C (UL711) ขนาดความจุ 10 LBS ติดตั้งโดยระยะหัวถังสูงจากพื้น 1.2 เมตร บริเวณหนาหองไฟฟาในแตละชั้น และหนา หองเครื่องไฟฟาชั้นดาดฟา รวมเปนจำนวนทั้งสิ้น 8 เครื่อง
    2.3.6 ใหผูรับจางทำการติดตั้งระบบปองกันไฟและควันลาม (FIRE BARRIER) ตามชองเดินทอตางๆ ให ถูกตองตามมาตรฐาน ไมต่ำกวา UL1479 หรือ EN1366 และเก็บกวาดเศษวัสดุตางๆที่อาจเปนเชื้อเพลิงตามชอง เดินทอใหเรียบรอย
    ผูกำหนดรายการ : นาย นฤนาท เสวิวัฒน ตำแหนง วิศวกรปฏิบัติการ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

แบบอาคาร
แสดงแบบ
แบบเลขที่
รหัสเลขที่

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

แบบอาคาร
แสดงแบบ
แบบเลขที่
รหัสเลขที่

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

แบบอาคาร
แสดงแบบ
แบบเลขที่
รหัสเลขที่

FIRESTOP FOR STEEL PIPE THROUGH FLOOR FIRESTOP FOR PPR PIPE THROUGH CONCRETE FLOOR FIRESTOP FOR PVC PIPE THROUGH CONCRETE FLOOR
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

FIRESTOP FOR STEEL PIPE WITH AB/PVC INSULATION THROUGH CONCRETE FLOOR / WALL
FIRESTOP FOR STEEL PIPE WITH AB/PVC INSULATION THROUGH CONCRETE FLOOR / WALL FIRESTOP FOR STEEL PIPE WITH GLASS FIBER INSULATION THROUGH CONCRETE FLOOR / WALL

6"


6"








6"


6"

FIRESTOP FOR PVC, CPVC, PPR PIPE WITH AB/PVC INSULATION THROUGH CONCRETE FLOOR FIRESTOP FOR PVC FOR WASTE PIPE THROUGH FLOORFIRESTOP FOR PVC PIPE FOR WATER CLOSET THROUGH FLOOR

แบบอาคาร
แสดงแบบ
แบบเลขที่
รหัสเลขที่