จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างถนน ค.ส.ล. และวางท่อระบายน้ำ ซอยหน้าหอพัก เฮง เฮง เฮง ช่วงที่ ๒

เทศบาลนครแหลมฉบัง 69059027354
฿700,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 13 ก.ค. 2569 ชลบุรี
รายละเอียดการจ้าง

เอกสารฉบับนี้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐแบบ “ปรับราคาได้” (Escalation Factor) เพื่อความเป็นธรรมแก่คู่สัญญาในกรณีที่ราคาวัสดุก่อสร้างมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลงจากวันที่เปิดซองประกวดราคา โดยอ้างอิงดัชนีราคาจากกระทรวงพาณิชย์

สาระสำคัญประกอบด้วย:

  1. เงื่อนไขการใช้: ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภทที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง โดยต้องระบุในประกาศและสัญญาให้ชัดเจน
  2. หลักเกณฑ์การปรับราคา: จะปรับเพิ่มหรือลดเฉพาะส่วนที่เกิน 4% จากค่า K เดิม ณ วันเปิดซอง โดยผู้รับจ้างต้องเรียกร้องสิทธิภายใน 90 วันหลังส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  3. สูตรการคำนวณ: กำหนดสูตรเฉพาะสำหรับงานดินและงานทาง (เช่น งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก, งานท่อระบายน้ำ) โดยใช้ค่าดัชนีราคาวัสดุ (ซีเมนต์, เหล็ก, วัสดุก่อสร้างอื่นๆ)
  4. วิธีการคำนวณ: ต้องใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน ห้ามปัดเศษ และหากผู้รับจ้างทำงานล่าช้าเกินกำหนดสัญญา จะใช้ค่า K ที่น้อยกว่าระหว่างเดือนสุดท้ายตามสัญญาหรือเดือนที่ส่งมอบจริง
  5. การอนุมัติ: การจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงบประมาณเท่านั้น
English summary

This document outlines the terms, criteria, and calculation methods for “Escalation Factor” contracts in Thai government construction projects. It aims to mitigate risks associated with fluctuating material prices by using Ministry of Commerce price indices. Key points include:

  1. Applicability: Covers all construction types where payment is categorized under land and construction costs.
  2. Adjustment Threshold: Price adjustments (increase or decrease) are applied only when the K-factor changes by more than 4% from the bid opening date.
  3. Calculation: Specific formulas are provided for earthworks and road construction. Calculations must use 3 decimal places without rounding.
  4. Claims: Contractors must submit claims within 90 days of the final delivery.
  5. Approval: All adjustments require approval from the Bureau of the Budget.
สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่างานก่อสร้างที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะเศรษฐกิจ
  • เพื่อความเป็นธรรมแก่ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างในกรณีราคาวัสดุก่อสร้างผันผวน
  • เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบสำนักงบประมาณ

ขอบเขตของงาน

  • งานดิน
  • งานทาง (งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก)
  • งานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการคำนวณค่า K ในแต่ละงวดงานที่ส่งมอบ
  • เอกสารประกอบการขอเงินเพิ่มค่างาน (กรณีมีการปรับราคา)
  • หลักฐานดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจากกระทรวงพาณิชย์ที่ใช้ในการคำนวณ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ตามที่ระบุในสัญญาจ้างรายโครงการ
  • การเรียกร้องเงินเพิ่มค่างาน: ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นผู้รับจ้างที่ทำสัญญากับหน่วยงานรัฐในโครงการที่ระบุให้ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้
  • Standards Compliance: ดัชนีราคาต้องอ้างอิงจากกระทรวงพาณิชย์ (ฐานปี 2530)
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องสามารถคำนวณค่า K ตามสูตรที่กำหนดด้วยทศนิยม 3 ตำแหน่ง
  • Personnel: วิศวกรหรือผู้รับผิดชอบโครงการต้องมีความเข้าใจในหลักเกณฑ์การคำนวณค่า K

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาเงินเพิ่มหรือลดค่างานจะทำเมื่อค่า K เปลี่ยนแปลงเกิน 4% ขึ้นไป
  • การคำนวณต้องใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ
  • กรณีงานล่าช้าเกินสัญญาที่เป็นความผิดของผู้รับจ้าง ให้ใช้ค่า K ที่น้อยกว่าระหว่างเดือนสุดท้ายตามสัญญาหรือเดือนที่ส่งมอบจริง

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การคำนวณค่า K ต้องใช้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ ฐานปี 2530
  • สูตรงานดิน: K = 0.30 + 0.10It/Io + 0.40Et/Eo + 0.20Ft/Fo
  • สูตรงานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก: K = 0.30 + 0.10It/Io + 0.35Ct/Co + 0.10Mt/Mo + 0.15St/So
  • สูตรงานท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก: K = 0.35 + 0.20It/Io + 0.15Ct/Co + 0.15Mt/Mo + 0.15St/So

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่ายค่างานตามงวดงานปกติก่อน ส่วนเงินเพิ่ม/ลดจะคำนวณภายหลังเมื่อทราบดัชนีราคา
  • การเรียกเงินคืน: หากมีการปรับลดค่างาน ผู้ว่าจ้างจะเรียกคืนโดยเร็ว หรือหักจากงวดงานถัดไป หรือหักจากหลักประกันสัญญา
  • การอนุมัติ: ต้องได้รับการเห็นชอบจากสำนักงบประมาณ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หากค่า K เปลี่ยนแปลงน้อยกว่า 4% สามารถขอปรับราคาได้หรือไม่? A: ไม่สามารถปรับได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิน 4% ขึ้นไปเท่านั้น
  • Q: การคำนวณค่า K ต้องปัดเศษทศนิยมอย่างไร? A: ห้ามปัดเศษ ให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตำแหน่งทุกขั้นตอน
  • Q: หากผู้รับจ้างส่งงานล่าช้า จะใช้ค่า K เดือนไหนคำนวณ? A: ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามสัญญา หรือเดือนที่ส่งมอบจริง แล้วแต่ว่าค่าใดน้อยกว่า
  • Q: ใครเป็นผู้อนุมัติการจ่ายเงินเพิ่มค่างาน? A: สำนักงบประมาณ
  • Q: ผู้รับจ้างมีเวลาเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานนานเท่าใด? A: ภายใน 90 วัน นับจากวันที่ส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  • Q: ดัชนีราคาที่ใช้คำนวณอ้างอิงจากที่ใด? A: อ้างอิงจากดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ ฐานปี 2530
  • Q: กรณีงานก่อสร้างมีหลายประเภทในสัญญาเดียว ต้องทำอย่างไร? A: ต้องแยกประเภทงานให้ชัดเจนและใช้สูตรคำนวณให้สอดคล้องกับแต่ละประเภทงาน
  • Q: การปรับราคาครอบคลุมถึงกรณีใดบ้าง? A: ครอบคลุมทั้งกรณีเพิ่มค่างาน (เมื่อดัชนีสูงขึ้น) และลดค่างาน (เมื่อดัชนีลดลง)
  • Q: หากพ้นกำหนด 90 วันไปแล้ว ผู้รับจ้างยังเรียกร้องเงินเพิ่มได้หรือไม่? A: ไม่สามารถเรียกร้องได้อีกต่อไป
  • Q: การคำนวณค่า K ต้องทำเลขสัมพันธ์ก่อนหรือไม่? A: ใช่ ต้องทำเลขสัมพันธ์ให้เป็นผลสำเร็จก่อนนำไปคูณกับตัวเลขคงที่

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์

  1. สัญญาแบบปรับราคา ได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุงและ ซ่อมแซม ซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะ หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงินอุดหนุนและหมวด รายจ่ายอื่น ที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ตามที่ได้กําหนดนี้
  2. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตามสัญญา เมื่อ ดัชนีราคา ซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้น หรือลดลงจากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซอง ประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซองราคาแทน
  3. การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้ง และประกาศให้ผู้รับจ้างทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะใช้สัญญาแบบปรับราคา ได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณ ที่ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้
    ชัดเจน
    ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน
    จะต้องแยกประเภทงาน
    ก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับสูตรที่กําหนดไว้
  4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะ ต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้อง เรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของ งวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา แล้วแต่กรณี
  5. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานักงบประมาณและให้ถือ การพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
    ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่าจ้างเหมาก่อสร้าง ให้คํานวณตามสูตรดังนี้
    P
    =
    กําหนดให้
    P
    ESCALATION FACTOR
    PO
    K
    =
    =
    (PO) X (K)
  • ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง
    ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวดซึ่ง ระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
    = ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างานหรือบวก
    เพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงาน ดังนี้
    ผู้ประมาณการ
    ว่าที่ร.ต.เกียรติพงษ์ อินทิแสง
    วิศวกรโยธาชานาญการ
    หมวด งานดิน
    ใช้สูตร K = 0.30 +0.10lt/lo + 0.40 Et/Eo + 0.20 Ft/Fo
    หมวด งานทาง
    งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก
    ใช้สูตร K = 0.30+ 0.10 It/lo + 0.35 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.15 St/So
    งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก
    ใช้สูตร
    K = 0.35 + 0.20 It/lo + 0.15Ct/Co +0.15Mt/Mo+ 0.15St/So
    ผู้ประมาณการ……
    ว่าที่ร.ต.เกียรติพงษ์ อินทแสง
    วิศวกรโยธาชํานาญการ
    ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์
    = ESCALATION FACTOR
    K
    It
    =
    lo
    =
    Ct
    Co
    =
    Mt
    =
    Mo
    =
    St
    =
    So
    =
    Gt
    =
    Go
    =
    At
    Ao
    Et
    Eo
    Ft
    Fo
    ACt
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    =
  • ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
  • ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
  • ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    =
    = ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    = ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ACo
    =
    PVCt
    PVCo
    GIPt
    GIPO
    Pet
    PEO
    Wt
    Wo
    ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    = ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    = ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    = ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    = ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ผู้ประมาณการ
    ว่าที่ร.ต.เกียรติพงษ์ อินทิแสง
    วิศวกรโยธาชํานาญการ
    ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  1. การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
  2. การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญาเดียวกัน
    จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้นและให้สอดคล้องกับสูตรที่ได้
    กําหนดไว้
  3. การคํานวณหาค่า K กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่มีการปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนําผลลัพท์ไปคูณกับตัวเลขคงที่ หน้าเลขสัมพันธ์ นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้าง นั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไปจากค่า K ในเดือน เปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี
    (โดยไม่คิด 4% แรกให้)
  5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาในสัญญา โดย เป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างานให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้าย ตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่าค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญาไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างซึ่งนํามาคํานวณหาค่า
    K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่มได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงิน
    กับสํานักงบประมาณ

    ว่าที่ร.ต.เกียรติพงษ์ อินทิแสง
    วิศวกรโยธาชํานาญการ