จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างเหมาบริการตรวจ MRI

สระแก้ว 69059015950
฿12,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 5 มิ.ย. 2569 สระแก้ว
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยด้วยเครื่อง MRI ชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาเครื่อง MRI ที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามที่โรงพยาบาลกำหนด ติดตั้งและปรับปรุงอาคารสถานที่ให้ได้มาตรฐานห้องเอกซเรย์ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคาร ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ การให้บริการต้องครอบคลุมตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยมีทีมแพทย์รังสี นักรังสีเทคนิค พยาบาล และบุคลากรสนับสนุนที่เพียงพอและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ซ่อมแซมเครื่อง และจัดหาอะไหล่สำรองให้เพียงพอ เพื่อให้เครื่องสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังต้องรับผิดชอบการถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยในรูปแบบ DICOM 3.0 และเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลเมื่อมีความพร้อม รวมถึงการแปลผลรายงานการตรวจตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยแต่ละประเภท โครงการนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของคุณภาพการบริการ ความปลอดภัยของผู้ป่วย และประสิทธิภาพในการทำงาน โดยผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ในการให้บริการ MRI มาไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ 5 แห่งในประเทศไทย

English summary

This project involves contracting services for Magnetic Resonance Imaging (MRI) at Somdej Phra Yuparat Sa Kaeo Hospital. The objective is to provide diagnostic imaging services using a digital MRI scanner with a field strength of at least 1.5 Tesla. The contractor will be responsible for procuring the MRI machine according to the hospital’s specifications, installing it, renovating the premises to meet radiology room standards, and covering all utility costs, including water, electricity, and telephone. Services must be available 24/7 with a qualified team of radiologists, radiologic technologists, nurses, and support staff. The contractor must also manage maintenance, repairs, and spare parts to ensure continuous operation. Data transfer in DICOM 3.0 format and integration with the hospital’s PACS system (when ready) are required, along with timely interpretation of results based on patient urgency. The contractor must have at least 5 years of experience or experience with 5 MRI service sites in Thailand, emphasizing service quality, patient safety, and operational efficiency.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยผู้ป่วยด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล (MRI) ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา
  • ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่อง MRI ให้ได้มาตรฐาน
  • จัดหาบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ MRI
  • ควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ดูแลการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่อง MRI ให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา
  • ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยในรูปแบบ DICOM 3.0 และเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาล
  • แปลผลรายงานการตรวจวินิจฉัยตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยแต่ละประเภท

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา พร้อมอุปกรณ์ประกอบที่จำเป็น
  • ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อติดตั้งเครื่อง MRI ให้ได้มาตรฐานห้องเอกซเรย์ตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนด
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคาร ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟฟ้า, โทรศัพท์) และค่าบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์รังสี (วุฒิบัตร/อนุมัติจากแพทยสภา), นักรังสีเทคนิค (วทบ.รังสีเทคนิค), พยาบาลวิชาชีพ, ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค, ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และบุคลากรสนับสนุนอื่นๆ (พนักงานทำความสะอาด, ธุรการ, พนักงานเปล)
  • ให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง MRI ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
  • ควบคุมดูแลการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่อง MRI ให้พร้อมใช้งานเสมอ และจัดหาอะไหล่สำรองให้เพียงพอ
  • จัดการรับผิดชอบให้เครื่อง MRI ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรอง
  • จัดการถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดในรูปแบบ DICOM 3.0 และเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลเมื่อพร้อม
  • แปลผลรายงานการตรวจวินิจฉัยโดยรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนดสำหรับผู้ป่วยแต่ละประเภท (Stroke Fast Track, เคสเร่งด่วน, ผู้ป่วยใน, เคสนัด/ผู้ป่วยนอก)
  • จัดเตรียมยา เวชภัณฑ์ วัสดุสิ้นเปลือง และอุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉิน
  • ควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5ส. มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • สนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพบริการงานรังสีวิทยาและงานวิชาการอื่นๆ
  • จัดการรวบรวมจำนวนและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยเพื่อขอเบิกค่าบริการ
  • รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง MRI
  • จัดรถรับ-ส่งผู้ป่วยในกรณีเครื่องมือทางการแพทย์อยู่ระหว่างการซ่อมหรือบำรุงรักษา
  • จัดการแปลผลเป็นรายงานผลการตรวจวินิจฉัยจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • จัดให้มีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยรังสีของโรงพยาบาลทุกไตรมาส
  • จัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5ส. มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
  • จัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ การฟื้นฟูวิชาการ และอบรมเชิงปฏิบัติ
  • รักษาจรรยาบรรณวิชาชีพและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผู้ป่วย
  • ตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง MRI ทุกวันและตลอดเวลา 24 ชม.
  • เมื่อสิ้นสุดสัญญา ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้าง
  • รับผิดชอบต่อผู้ป่วยในขณะที่อยู่ในความดูแลของผู้รับจ้าง
  • ควบคุมดูแลการบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและต้องมีอะไหล่สำรองให้เพียงพอ
  • ในกรณีที่เครื่อง MRI ไม่สามารถให้บริการได้ ต้องแจ้งผู้ว่าจ้างทันทีและจัดหาการให้บริการทดแทนด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
  • หากต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจนอกโรงพยาบาล ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการส่งและดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความปลอดภัย
  • จัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขเครื่องให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ)
  • เรียกเก็บค่าบริการตรวจตามที่โรงพยาบาลกำหนดหรือน้อยกว่า
  • จัดหาทุกอย่างที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ วัสดุสิ้นเปลือง และรับผิดชอบการจัดหาหรือดำเนินการจนได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพ
  • ยินยอมให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด นักรังสีการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อื่นใดของโรงพยาบาลเข้าศึกษาดูการตรวจและวินิจฉัยได้
  • จัดทำรายงานตรวจ MRI ค่าตรวจในแต่ละวันให้กับผู้ควบคุมงานทุกวัน
  • ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการและของผู้ว่าจ้าง
  • ยินยอมปฏิบัติตามวินิจฉัยของผู้ควบคุม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา พร้อมติดตั้งและใช้งานได้สมบูรณ์
  • อาคารสถานที่ที่ปรับปรุงแล้วตามมาตรฐานห้องเอกซเรย์
  • บุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนที่ปฏิบัติงานตามที่กำหนด
  • บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง MRI ตลอด 24 ชั่วโมง
  • รายงานผลการตรวจวินิจฉัยจากรังสีแพทย์ตามระยะเวลาที่กำหนด
  • ข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดในรูปแบบ DICOM 3.0 และการเชื่อมต่อระบบ PACS (เมื่อพร้อม)
  • การบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่อง MRI ให้พร้อมใช้งาน
  • การอบรมวิชาการแก่บุคลากร
  • รายงานตรวจ MRI ค่าตรวจในแต่ละวัน
  • การสนับสนุนงานพัฒนาคุณภาพบริการงานรังสีวิทยาและงานวิชาการ

ระยะเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นๆ
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และ/หรือ ของหน่วยงานภาคเอกชน และ/หรือ ห้ามเป็นผู้ที่ทิ้งงานที่ไม่ได้แสดงบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลตามกฎหมายระหว่างประเทศ
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าแข่งขันราคาในคราวเดียวกัน
    • ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เสนอราคา
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้เสนอราคา
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • Standards Compliance:
    • การปรับปรุงอาคารสถานที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานห้องเอกซเรย์ซึ่งกำหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
    • การติดตั้งเครื่อง MRI ต้องได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือมีประสบการณ์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • Previous Project Cost:
  • Technical Capabilities:
    • สามารถจัดหาเครื่อง MRI ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา ที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    • สามารถติดตั้งระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System) ที่มีหน่วยความจำเพียงพอและเชื่อมต่อกับระบบส่งและรับภาพของโรงพยาบาล
    • สามารถจัดเตรียมเครือข่ายสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์ ระบบงานสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้เพียงพอ
    • มีเทคโนโลยีในการเลือก coil แบบอัตโนมัติ
    • มีเทคโนโลยีในการ planning แบบ multi station, multi sequence ในครั้งเดียว
  • Personnel:
    • มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติจากแพทย์สภาในสาขารังสีวิทยาอย่างน้อย 1 คน
    • มีนักรังสีเทคนิค (วทบ.รังสีเทคนิค) อย่างน้อย 1 คน
    • มีพยาบาลวิชาชีพอย่างน้อย 1 คน
    • มีผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค และผู้ช่วยเหลือคนไข้อย่างน้อย 1 คน
    • มีบุคลากรให้เพียงพอกับสภาพของงานระดับปฏิบัติการต่างๆ เช่น พนักงานทำความสะอาด พนักงานธุรการ พนักงานเปล
    • ช่างที่ได้ผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีเอกสารยืนยันการทดสอบมาตรฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
    • นักรังสีการแพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามสาขาวิชาชีพที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

  • คณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาการจ้างทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะพิจารณาเฉพาะเครื่องที่ให้ประโยชน์ต่อทางราชการมากที่สุด
  • ยึดรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่องที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  • พิจารณาจากราคาค่าตรวจที่ต่ำกว่าและ/หรือไม่เกินอัตราค่าตรวจที่ทางผู้ว่าจ้างตั้งไว้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา
  • ระบบแม่เหล็กหลัก: ชนิดตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Magnet), ความเข้มสนามแม่เหล็กไม่ต่ำกว่า 1.5 เทสลา, ระยะความยาวแม่เหล็กไม่น้อยกว่า 135 ซม., ระบบควบคุมเส้นแรงสนามแม่เหล็ก Active Shielding, ระบบหล่อเย็นฮีเลียมเหลว (zero boil off), ความสม่ำเสมอของสนามแม่เหล็กไม่มากกว่า 1.0 ppm ที่ FOV 40 cm, Temporal Stability ไม่มากกว่า 0.1 ppm/hour
  • สนามแม่เหล็กเชิงลาด (Gradient System): ความแรงสูงสุดไม่น้อยกว่า 33 mT/m, อัตราการปรับความแรงสูงสุดไม่น้อยกว่า 120 T/m/s, มีเทคนิค Acoustic Reduction Technology, Duty Cycle 100%
  • ระบบคลื่นวิทยุ (RF System): ภาคส่งสัญญาณ (RF Transmit) ความละเอียด 16 bits, กำลังส่งไม่น้อยกว่า 18 kW; ภาครับสัญญาณ (RF Receive) ระบบ Digital broadband, รองรับ 32 channel, ADC อยู่ภายใน coil หรือใกล้เคียง, ระบบส่งสัญญาณดิจิตอล
  • ขดลวดรับสัญญาณ (RF Coil): จำนวน 8 ชนิด ครอบคลุมส่วนต่างๆ ของร่างกาย (Body, Head/Neck, Spine, Chest/Liver/Cardiac, Lower extremity/Pelvis, Knee, Foot/Ankle, Hand/Wrist, Shoulder)
  • ระบบเตียงผู้ป่วย (Patient table): ปรับเลื่อนได้, รับน้ำหนักไม่น้อยกว่า 200 กก., มีระบบนำผู้ป่วยออกจากระบบกรณีไฟฟ้าขัดข้อง, ความเร็วปรับระดับได้ไม่น้อยกว่า 180 mm/sec, ความคลาดเคลื่อนไม่มากกว่า 1 mm
  • อุปกรณ์เสริมอื่นๆ: Respiratory trigger, VCG gating, ระบบบันทึกเสียง, ระบบเลื่อนเตียงสู่ศูนย์กลาง, เทคโนโลยีเลือก coil อัตโนมัติ, เทคโนโลยี planning แบบ multi station, multi sequence
  • ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม (Host Computer): Intel Multi Core Processor, RAM ไม่น้อยกว่า 32 GB, Hard Disk System 200 GB, Image Disk 250 GB, รองรับ DICOM 3.0, สามารถประมวลผลภาพขณะสแกน, เก็บภาพได้ไม่น้อยกว่า 300,000 ภาพ, จอ LCD 19 นิ้ว, เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลได้
  • ระบบการสร้างภาพ (Reconstruction System): Intel Multi Core Processor, RAM ไม่น้อยกว่า 32 GB
  • เทคนิคสร้างภาพมาตรฐาน: ครอบคลุม Neurology, Vascular, Cardiac, Body, Musculoskeletal, Pediatric รวมถึงเทคนิคเฉพาะทางต่างๆ เช่น DWI, SWI, Neuro perfusion, Dixon TSE, MRCP, MR urography, MRA
  • อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ: UPS 120 kVA, รถเข็นเปลนอน MRI compatible, เครื่องฉีดสารทึบรังสี, เครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพ, เครื่องดูดความชื้น
  • การติดตั้งระบบ RF Shielding, ระบบ Pipeline, Oxygen สำหรับห้อง MRI

เงื่อนไขสัญญา

  • การปรับปรุงอาคารและสถานที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับก่อน
  • ผู้รับจ้างต้องทำสัญญาเช่าอาคารกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง
  • ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า, ค่าบริการอื่นๆ)
  • ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายกรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติ
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง MRI
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดหารถรับ-ส่งผู้ป่วย และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล (กรณีใช้รถโรงพยาบาล)
  • สิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารแบบถาวรให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาล
  • ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมด
  • ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5ส. มาตรฐานการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆ ตามที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งเครื่อง MRI
  • ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และต้องมีอะไหล่สำรองให้เพียงพอ
  • ในกรณีที่เครื่อง MRI ไม่สามารถให้บริการได้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาการให้บริการทดแทนด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขเครื่องให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ) หากไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับตามที่สัญญากำหนด
  • การเสนอราคาค่าบริการต้องไม่เกินกว่าที่โรงพยาบาลกำหนด
  • ผู้รับจ้างต้องจัดหาทุกอย่างที่เกี่ยวกับยา เวชภัณฑ์ วัสดุสิ้นเปลือง และรับผิดชอบการจัดหาหรือดำเนินการจนได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพ
  • หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าการดำเนินงานของผู้รับจ้างไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นไปตามสัญญา ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบผลการตรวจ MRI ในรูปแบบที่กำหนด
  • หากผู้รับจ้างจัดจ้างพยาบาลหรือนักรังสีการแพทย์ของโรงพยาบาล จะต้องนอกเวลาปฏิบัติราชการและไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่
  • ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด นักรังสีการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อื่นใดของโรงพยาบาลเข้าศึกษาดูการตรวจและวินิจฉัยได้
  • ผู้รับจ้างต้องรวบรวมจำนวนและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยเพื่อขอเบิกค่าบริการ
  • ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการและของผู้ว่าจ้าง
  • ผู้รับจ้างตกลงยินยอมปฏิบัติตามวินิจฉัยของผู้ควบคุม
  • รับประกันคุณภาพภายใต้การใช้งานปกติ 1 ปี ในระหว่างประกัน ผู้ขายต้องส่งช่างเข้ามาตรวจสอบและทำการบำรุงรักษาทุก 3 เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในการติดตั้งเครื่อง MRI?
    ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารสถานที่ ค่าสาธารณูปโภค (น้ำ, ไฟฟ้า, โทรศัพท์) และค่าบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและรื้อถอนเครื่อง
    • บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องจัดหาประกอบด้วยใครบ้าง?
      ประกอบด้วยแพทย์รังสี, นักรังสีเทคนิค, พยาบาลวิชาชีพ, ผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค, ผู้ช่วยเหลือคนไข้ และบุคลากรสนับสนุนอื่นๆ เช่น พนักงานทำความสะอาด, พนักงานธุรการ, พนักงานเปล
    • บริการตรวจ MRI ต้องให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงหรือไม่?
      ใช่, ผู้รับจ้างต้องให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่อง MRI ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
    • ระยะเวลาในการแปลผลรายงานการตรวจเป็นอย่างไร?
      ขึ้นอยู่กับประเภทผู้ป่วย: Stroke Fast Track น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 นาที, เคสเร่งด่วน ภายใน 3 ชั่วโมง, ผู้ป่วยใน ภายใน 24 ชั่วโมง, เคสนัดหรือผู้ป่วยนอก ภายใน 72 ชั่วโมง
    • ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์อย่างไร?
      ต้องมีประสบการณ์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่อง MRI ภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
    • ในกรณีที่เครื่อง MRI เสีย ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
      ต้องแจ้งผู้ว่าจ้างทันที และจัดหาการให้บริการตรวจ MRI ทดแทนด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง รวมถึงต้องจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขเครื่องให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ)
    • การถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยต้องเป็นรูปแบบใด?
      ต้องเป็นรูปแบบ DICOM 3.0 และดำเนินการเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลเมื่อโรงพยาบาลมีความพร้อม
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องหรือไม่?
      ใช่, ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลการบำรุงรักษาและซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา และต้องมีอะไหล่สำรองให้เพียงพอ
    • สิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารแบบถาวรจะเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?
      สิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารแบบถาวรจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างในกรณีที่ต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจนอกโรงพยาบาล?
      ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการส่งและดูแลผู้ป่วยให้ได้รับความปลอดภัย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เงื่อนไขการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล (MRI) ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา
…………………………………………..

  1. ผู้ว่าจ้างจัดหาสถานที่ในโรงพยาบาลเพื่อติดตั้งเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้าง ภาพแบบดิจิตอล (MRI) ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา
  2. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ปรับปรุงอาคารและสถานที่เพื่อสามารถติดตั้งเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา ให้คณะกรรมการตรวจรับให้ความ เห็นชอบก่อนโดย คำนึงถึงความเหมาะสม ความสวยงาม ความปลอดภัย ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานห้อง เอกซเรย์ซึ่งกำหนดโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยผู้รับจ้างเป็นคนออกค่าใช้จ่าย พร้อมค่าใช้กระแสไฟฟ้า
    การติดตั้งโทรศัพท์ และระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
  3. ผู้รับจ้างต้องทำสัญญาเช่าอาคารกับกรมธนารักษ์กระทรวงการคลัง เพื่อเข้าดำเนินการให้บริการตรวจอวัยวะ ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล (MRI) สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สระแก้ว
  4. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือค่าบริการอื่นใด ที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต
  5. กรณีเกิดอุบัติภัย อัคคีภัย ภัยธรรมชาติอื่น ๆ กับเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณ สร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด 6. ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้จัดหาเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาด 1.5 เทสลา มาติดตั้งที่โรงพยาบาล การติดตั้งต้องได้มาตรฐานตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
  6. เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เท สลา จะต้องมีรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะ แคตตาลอก โปรแกรมการใช้งาน และสมรรถนะของเครื่อง ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะตามที่ โรงพยาบาลกำหนด พร้อมทั้งต้องส่งมอบรายละเอียดของเครื่อง และคู่มือการใช้งานให้กลุ่มงานรังสีวิทยาโรงพยาบาล ทั้งนี้สมรรถนะของเครื่องจะต้องสามารถใช้งานได้ครบ ทุกประการตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะที่ทางโรงพยาบาลกำหนด
  7. ผู้รับจ้างจะต้องมีประสบการณ์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 แห่ง หรือมีประสบการณ์ในการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจ อวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ภายในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อการให้บริการผู้ป่วยอย่าง เชี่ยวชาญและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องยื่นเอกสารเป็นหลักฐานด้านประสบการณ์ ณ วันประกวด ราคา
  8. ผู้รับจ้างต้องจัดการรับผิดชอบให้เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ได้รับการตรวจสอบตาม มาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รับรองก่อนการตรวจรับเครื่องฯ โดยบริษัทผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ ประสานงานและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
  9. ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานคุณวุฒิของช่างที่ได้ผ่านการฝึกอบรมจากโรงงานผู้ผลิต โดยมีเอกสารยืนยันการ ทดสอบมาตรฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
    -2-
  10. ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายก าหนด มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ จากแพทย์สภาในสาขารังสีวิทยาอย่างน้อย 1 (หนึ่ง)คน เพื่ออ่านฟิ ล์มเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และจัดให้มี นักรังสีเทคนิค(วทบ.รังสีเทคนิค)อย่างน้อย1(หนึ่ง)คนและจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพ อย่างน้อย 1 (หนึ่ง)คน ในการ ฉีดสีผู้ป่ วย และจัดให้มีผู้ช่วยนักรังสีเทคนิค และผู้ช่วยเหลือคนไข้อย่างน้อย 1 (หนึ่ง) คนที่จ าเป็ นส าหรับการ ปฏิบัติงานในหน้าที่ มีความรู้ ความช านาญ และประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็ นอย่างดีเห็นชอบและเป็ นไป ตามเงื่อนไขที่ก าหนดไว้ ภายใต้ค าสั่งและการก ากับดูแลโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก รวมทั ้งต้องจัดให้มีบุคลากรให้เพียงพอกับสภาพของ งานระดับปฏิบัติการต่างๆ เช่นพนักงานท าความสะอาด พนักงานธุรการ พนักงานเปล เป็ นต้น และจัดให้มีการ อบรมวิชาการแก่บุคลากรตามความเหมาะสม
  11. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการจัดรถรับ-ส่งผู้ป่วย ไปตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสถานที่ที่ใกล้ที่สุดใน กรณีที่เครื่องมือทางการแพทย์อยู่ระหว่างการซ่อมหรือบำรุงรักษา และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้น
  12. กรณีที่ผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องใช้รถรับ-ส่งของโรงพยาบาล ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลกำหนด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับรถรับ-ส่ง และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของโรงพยาบาล ตาม มาตรฐานที่โรงพยาบาลกำหนด
  13. การดำเนินการสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมที่จำเป็นต่อการให้บริการ ตลอดจนรื้อถอนสิ่งกีดขวางการก่อสร้าง ออกแบบจัดทำระบบไฟฟ้าระบบแสงสว่างระบบปรับอากาศและปรับเปลี่ยนตกแต่งภายใน ในสถานที่ใช้ งาน รวมถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว และสิ่งก่อสร้างที่ยึดติดกับอาคารแบบถาวรให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  14. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งระบบการจัดเก็บภาพ (Image storing System) โดยมีหน่วยความจำที่เพียงพอ สำหรับการจัดเก็บภาพที่เพิ่มมากขึ้น (ข้อมูลภาพ MRI) ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบการส่งและรับภาพของ โรงพยาบาล
  15. ผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลของผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นผู้รับจ้างเป็น ผู้รับผิดชอบทั้งหมด ในรูปแบบ DICOM 3.0 และดำเนินการเชื่อมต่อกับระบบ PACS ของโรงพยาบาลเมื่อ โรงพยาบาลมีความพร้อม โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
  16. ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมเครือข่ายสำหรับเชื่อมโยงข้อมูลด้านคอมพิวเตอร์ระบบงานสาธารณูปโภค ด้านไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ให้เพียงพอกับการใช้งาน รวมทั้งสิ่งอำนายความสะดวกอื่นๆที่จำเป็น และพร้อมให้สิทธิ โรงพยาบาลครอบครองและใช้สอยประโยชน์
  17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมคุณภาพมาตรฐานบริการ มาตรฐาน สิ่งแวดล้อม มาตรฐาน 5 ส. มาตรฐาน การควบคุมป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และมาตรฐานอื่นๆตามที่โรงพยาบาลกำหนด
    -3-
  18. ผู้รับจ้างต้องมีการจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์การช่วยฟื้นคืนชีพ การฟื้นฟูวิชาการ และอบรมเชิงปฏิบัติใน การช่วยฟื้นคืนชีพบุคลากรอย่างสม่ำเสมอตามที่โรงพยาบาลกำหนด เช่น ชุดช่วยชีวิตฉุกเฉิน (Emergency Set) ชุด ออกซิเจน (Oxygen Set ) สำหรับเด็กและสำหรับผู้ใหญ่ ชุด Suction Pipeline แผ่นกระดานรอง หลัง Laryngoscope และ Guide Endoscope ที่มีความพร้อมใช้งาน เป็นต้น
  19. เทคนิคการตรวจอวัยวะภายในร่างกายด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ต้องอยู่ภายใต้การ ควบคุมของรังสีแพทย์ของผู้ว่าจ้างตามมาตรฐานราชวิทยาลัยรังสีแพทย์และต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบ การทำงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา
  20. ผู้รับจ้างจะต้องรักษาจรรยาบรรณของวิชาชีพโดยเคร่งครัดและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย ให้ผู้หนึ่ง ผู้ใดทราบ โดยมิได้รับความยินยอมจากแพทย์ผู้สั่งตรวจหรือผู้ป่วย
  21. ผู้รับจ้างต้องทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบ ดิจิตอล ขนาดไม่น้อยกว่า 1.5 เทสลา ทุกวันและตลอดเวลา 24 ชม. ไม่เว้นวันหยุดราชการ 23. เมื่อสิ้นสุดสัญญาผู้รับจ้างมีหน้าที่ถ่ายโอนข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทน หากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นผู้ รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
  22. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการแปลผลเป็นรายงานผลการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องตรวจแต่ละราย จากรังสีแพทย์ โดยระยะเวลาหลังจากที่ได้รับภาพ ดังนี้
    24.1 Stroke Fast Track น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 นาที
    24.2 เคสเร่งด่วน ภายใน 3 ชั่วโมง
    24.3 ผู้ป่วยใน (Elective cases) ภายใน 24 ชั่วโมง
    24.4 เคสนัดหรือผู้ป่วยนอก ภายใน 72 ชั่วโมง
    25 ผู้รับจ้างต้องผ่านร้อยละของตัวชี้วัดทางคลินิกและความปลอดภัยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด: > 90% 26 ผู้รับจ้างต้องมีอัตราการเกิดอุบัติการณ์/ข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องลดลง: 10% จากปีที่ผ่านมา 27 ผู้รับจ้างต้องมีการประชุมทบทวนผลการดำเนินงานร่วมกับหน่วยรังสีของโรงพยาบาลทุกไตรมาส 28 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่น
    แม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการติดตั้งและรื้อถอนทั้งหมดเมื่อหมดสัญญา 29 ผู้รับจ้างจะต้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) โดยทันทีที่ผู้ป่วยมาถึง ห้องตรวจวินิจฉัยโรค และจะต้องรับผิดชอบต่อผู้ป่วยในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ในความดูแลของผู้รับจ้างจนกว่า ผู้ป่วยจะถูกส่งตัวกลับให้ผู้ว่าจ้าง
    30 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมดูแลการบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลาและต้องมีอะไหล่ สำรองให้เพียงพอ
    30.1 ในกรณีที่เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ของผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการได้ไม่ว่าจะ เป็นกรณีใด ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแจ้งผู้ว่าจ้างให้รับทราบทันทีและจัดหาการให้บริการการตรวจด้วย เครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ต่อผู้ป่วยให้เสร็จสิ้นทุกประการด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ รับจ้าง และให้ถือปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาการจ้างบริการแล้วให้นำจำนวนผู้ป่วยดังกล่าวรวมคำนวณ ในการเก็บค่าบริการได้ไม่เกินกว่าตามที่กำหนดในสัญญา
    -4-
    30.2 ในกรณีต้องส่งผู้ป่วยไปตรวจนอกโรงพยาบาลผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการส่งและดูแลผู้ป่วยให้ได้รับ ความปลอดภัย
    30.3 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบจัดหาช่างมาซ่อมแก้ไขเครื่องให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมง ยกเว้นกรณีต้องสั่ง อะไหล่จากต่างประเทศ ถ้าไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ผู้รับจ้างจะต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับตามที่สัญญากำหนด 31 การเก็บค่าบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ผู้รับจ้างจะเรียกเก็บค่าบริการ จากผู้ว่าจ้างต่อผู้ป่วย 1 รายในการตรวจแต่ละส่วน (Part Examination) หากผู้ป่วยรายเดียวกันตรวจแล้ว แพทย์/รังสีแพทย์มีความเห็นสมควรที่ต้องส่งตรวจเพิ่ม หรือเห็นว่าการตรวจนั้นไม่สมบูรณ์ในส่วนตรวจนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องตรวจเพิ่มโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มจากผู้ว่าจ้างและผู้ป่วยอีก
    32 การเสนอราคาด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ผู้รับจ้างต้องเสนอราคาค่าบริการตามที่ โรงพยาบาลกำหนดหรือน้อยกว่า
    33 ยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยารวมทั้งวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งหมด และผู้รับจ้างต้อง รับผิดชอบการจัดหาหรือดำเนินการจนได้ภาพถ่ายที่มีคุณภาพ ในเวลาที่รวดเร็ว ทั้งนี้ให้อยู่ในการควบคุมของ รังสีแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว ตามมาตรฐานที่รังสีแพทย์กำหนด
    34 หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าการดำเนินงานของ ผู้รับจ้าง เช่นการให้บริการไม่เหมาะสมเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ มีประสิทธิภาพ เครื่องมือและ/หรืออุปกรณ์ เสื่อมสภาพ หรือ ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและไม่แก้ไขตาม กำหนดสัญญา ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น
    35 ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบผลการตรวจ MRI ในรูปแบบของฟิล์มเอกซเรย์ หรือ หนังสือรับรองผล หรือ CD หรือ DVD รวมทั้งส่งไปคอมพิวเตอร์อิสระ ระบบ PACS ของโรงพยาบาลให้กับรังสีแพทย์เพื่อรายงานผล 36 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีนักรังสีการแพทย์เพื่อปฏิบัติงานตลอดเวลา ในขณะที่มีการตรวจและจัดให้มีพยาบาล อยู่ร่วมในขณะตรวจ ตามแต่ชนิดของการตรวจ สำหรับนักรังสีการแพทย์จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามสาขาวิชาชีพที่กำหนด
    37 ผู้รับจ้างต้องเตรียมพร้อมในการจัดเตรียมยา อุปกรณ์ สำหรับช่วยชีวิตฉุกเฉินและจัดหาพยาบาลดูแลการเฝ้า ระวังภาวะแทรกซ้อนขณะทำการตรวจ โดยให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนต้องแจ้งทีม แพทย์ พยาบาล ของผู้ว่าจ้างหรือทีม CPR ของโรงพยาบาลทันที
    38 หากผู้รับจ้างจัดจ้างพยาบาลหรือนักรังสีการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้วเป็นผู้ปฏิบัติงาน ตรวจวินิจฉัยโรคให้กับผู้รับจ้าง จะต้องนอกเวลาปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น และต้องไม่มีผลกระทบต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการแต่อย่างใด
    39 ผู้รับจ้างต้องยินดีสนับสนุนและส่งเสริมงานพัฒนาคุณภาพบริการงานรังสีวิทยารวมทั้งงานวิชาการอื่นๆ 40 ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้แพทย์ นักศึกษาแพทย์ แพทย์ฝึกหัด นักรังสีการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อื่นใดของ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เข้าศึกษาดูการตรวจและวินิจฉัยได้ตลอดเวลาทั้งนี้ต้องการ ประสานงานกันล่วงหน้าก่อนตามเหมาะสม
    -5-
    41 ผู้รับจ้างจะต้องรวบรวมจำนวนและรายงานตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยซึ่งมีเลขประจำตัวผู้ป่วยแต่ละรายและ รายการตรวจแต่ละรายการและค่าใช้จ่าย เพื่อขอเบิกค่าบริการตรวจด้วยเครื่องสร้างภาพด้วยเครื่องตรวจ อวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งโดยปกติจะรวบรวมรายชื่อผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันสุดท้ายของเดือน
    42 คณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาการจ้างทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะพิจารณาเฉพาะเครื่องที่ให้ประโยชน์ต่อ ทางราชการมากที่สุดโดยยึดรายละเอียดและคุณลักษณะของเครื่องที่ผู้ว่าจ้างกำหนดรวมถึงราคาค่าตรวจที่ต่ำ กว่าและ/หรือไม่เกินอัตราค่าตรวจที่ทางผู้ว่าจ้างตั้งไว้
    43 ผู้รับจ้างต้องทำรายงานตรวจ MRI ค่าตรวจในแต่ละวัน ให้กับผู้ควบคุมงานทุกวัน
    44 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ของทางราชการและของผู้ว่าจ้างที่มีอยู่ในขณะนี้หรือจะมีขึ้นในภาย หน้า ซึ่งไม่ขัดต่อสัญญาจ้าง
    45 ข้อกำหนดอื่นใดที่นอกเหนือจากสัญญานี้ ผู้รับจ้างตกลงยินยอมปฏิบัติตามวินิจฉัยของผู้ควบคุมและให้ถือว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
    46 ผู้เสนอราคาต้องแนบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับ สัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาด 1.5 เทสลาในรูปแบบไฟล์ PDF ในบัญชีเอกสารส่วนที่ 2
    โครงการจ้างเหมาบริการตรวจด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ด้วยเครื่องตรวจอวัยวะด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดรับสัญญาณสร้างภาพแบบดิจิตอล ขนาด 1.5 เทสลา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว
  23. วัตถุประสงค์การใช้งาน
    เป็นเครื่องตรวจอวัยวะของร่างกายทุกส่วนด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูง (MRI) ร่วมกับคลื่นวิทยุ (RF) 2. คุณลักษณะทั่วไป
    เป็นเครื่องตรวจอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย โดยใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าร่วมกับคลื่นวิทยุ (RF) มีความแรงของ สนามแม่เหล็กไม่ต่ำกว่า 1.5 เทสลาเป็นเครื่องที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยประสิทธิภาพสูง โดยไม่มีการดัดแปลงมาจาก เครื่องอื่น สามารถสร้างภาพแบบ coronal, sagittal, oblique, และภาพสามมิติ (3D) ในรูปแบบต่างๆ รวมทั้ง โปรแกรมในการตรวจรักษา เช่น โปรแกรมสำหรับการใช้งานด้านระบบประสาท โปรแกรมการตรวจสมอง โปรแกรมการตรวจหัวใจและหลอดเลือด โปรแกรมการตรวจระบบกล้ามเนื้อและกระดูก โปรแกรมการตรวจช่อง ท้อง และเนื้อเยื่ออ่อน ฯลฯ เป็นต้น สามารถปรับปรุง (upgrade) และเพิ่มเติมโปรแกรมและอุปกรณ์อื่นๆ ได้ใน อนาคต
  24. คุณลักษณะเฉพาะทางเทคนิค
    เครื่อง MRI ชนิด digital broadband ที่มีความเข้มสนามแม่เหล็กไม่ต่ำกว่า 1.5 เทสลา มีรายละเอียดคุณลักษณะ ดังนี้
    3.1 ระบบแม่เหล็กหลัก (Main Magnet system)
    3.1.1 เป็นระบบแม่เหล็กชนิดตัวนำยิ่งยวด (Superconducting Magnet) โดยมีความเข้ม สนามแม่เหล็กขนาดไม่ต่ำกว่า 1.5 เทสลา และมีระยะความยาวของแม่เหล็กไม่น้อยกว่า 135 ซม. 3.1.2 มีระบบควบคุมเส้นแรงสนามแม่เหล็ก (Shielding) ชนิด Active Shielding โดยมีขอบเขต ของเส้นแรงสนามแม่เหล็กขนาด 5 เกาส์อยู่ภายในห้อง MRI ที่กำหนดเท่านั้น
    -6-
    3.1.3 ใช้ระบบหล่อเย็น ใช้ฮีเลียมเหลว มีอัตราการระเหย 0 liter/h (zero boil off) 3.1.4 มีความสม่ำเสมอของสนามแม่เหล็กที่ขนาด FOV 40 cm ไม่มากกว่า 1.0 ppm 3.1.5 Temporal Stability ไม่มากกว่า 0.1 ppm/hour หรือดีกว่า
    3.2 สนามแม่เหล็กเชิงลาด (Gradient System)
    3.2.1 ให้ความแรงของสนามแม่เหล็กในทุกระนาบ (Maximum Amplitude for each Axis) ไม่ น้อยกว่า 33 mT/m
    3.2.2 ให้อัตราของการปรับความแรงของสนามแม่เหล็กเชิงลาดในทุกระนาบได้สูงสุด (Maximum Slew Rate for each axis) ไม่น้อยกว่า 120 T/m/s
    3.2.3 มีเทคนิคในการลดระดับความดังของเสียง (Acoustic Reduction Technology) ด้วย software ComforTone ห รื อ Quiet Suit โ ด ย ใ ช้ Gradient force-balanced technology และ มี Patient headset
    3.2.4 มีเสถียรภาพในการใช้งานสำหรับการสร้างภาพ (Scanning) อย่างต่อเนื่องที่ดีโดยมี ความสามารถทำงานต่อเนื่องได้ตลอดเวลา (Duty Cycle 100%)
    3.3 ระบบคลื่นวิทยุ
    3.3.1 ภาคส่งสัญญาณ (RF Transmit)
    3.3.1.1 มีความละเอียดของสัญญาณสูงสุด (Amplitude Resolution) ไม่น้อยกว่า 16 bits
    3.3.1.2 มีพลังงาน (Output Power) ไม่น้อยกว่า 18 kW
    3.3.2 ภาครับสัญญาณ (RF Receive)
    3.3.2.1 เป็นระบบ Digital broadband มีจำนวนช่องรับสัญญาณแบบไม่จำกัดจำนวน ช่องรับสัญญาณ Channel independent รองรับการทำงานของ coil ได้ไม่
    น้อยกว่า 32 channel
    3.3.2.2 ตัวเปลี่ยนสัญญาณ analog-to-digital converter (ADC) อยู่ภายใน coil หรือ อยู่ใกล้กับขดลวดรับสัญญาณ
    3.3.2.3 ระบบส่งสัญญาณจาก coil ไปยัง reconstructor เป็นระบบ digital
    3.3.3 ขดลวดรับสัญญาณ (RF Coil)
    3.3.3.1 ขดลวด dS T/R system body coil ติดตั้งอยู่ภายในอุโมงค์ จำนวน 1 coil 3.3.3.2 ขดลวด dS Head Neck Coil หรือเทียบเท่า สำหรับการตรวจ Head and Neck จำนวน 1 coil
    3.3.3.3 ขดลวด Posterior coil สำหรับการตรวจ spine จำนวน 1 coil
    3.3.3.4 ขดลวด Upper Anterior Coil ที่เทียบเท่า dS TorsoCardiac Coil สำหรับ การตรวจ Chest, Liver and Cardiac จำนวน 1 coil
    3.3.3.5 ขดลวด Lower Anterior Coil ที่เทียบเท่า dS TorsoCardiac Coil สำหรับ การตรวจlower extremity, Pelvis จำนวน 1 coil
    -7-
    3.3.3.6 ขดลวด Knee Coil ที่เทียบเท่า dS MSK L Coil หรือดีกว่า สำหรับตรวจ Knee Joint จำนวน 1 coil
    3.3.3.7 ขดลวด Foot/Ankle Coil ที่เทียบเท่า dS MSK M Coil หรือดีกว่า สำหรับ ตรวจ Foot และ Ankle Joint จำนวน 1 coil
    3.3.3.8 ขดลวด Wrist Coil ที่เทียบเท่า dS MSK S Coil หรือดีกว่า สำหรับตรวจ Hand และ Wrist Joint จำนวน 1 coil
    3.3.3.9 ขดลวด Shoulder Coil ที่เทียบเท่า Flex M Coil หรือดีกว่า สำหรับตรวจ Shoulder Joint จำนวน 1 coil
    3.4 ระบบเตียงผู้ป่วย (Patient table)
    3.4.1 สามารถปรับเลื่อนเตียงเพื่อจัดผู้ป่วยได้สะดวก ปรับสูง-ต่ำได้
    3.4.2 สามารถรับน้ำหนักผู้ป่วยได้ไม่น้อยกว่า 200 กิโลกรัม
    3.4.3 กรณีเกิดเหตุขัดข้องทางไฟฟ้ามีระบบที่สามารถนำผู้ป่วยออกจากระบบเครื่องได้ 3.4.4 ความเร็วเตียงปรับระดับได้ไม่น้อยกว่า 180 mm/sec
    3.4.5 มีความคลาดเคลื่อนในการเลื่อนเตียงได้ไม่มากกว่า 1 mm
    3.5 อุปกรณ์เสริมอื่นๆ
    3.5.1 มี Respiratory trigger เพื่อใช้สำหรับ pulse sequence ที่เป็น free breathing ชนิด wireless
    3.5.2 VCG (Vector Cardiogram) gating หรือดีกว่าเพื่อใช้ร่วมกับ function การตรวจหัวใจ และหลอดเลือด ของผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ ชนิด wireless
    3.5.3 มีระบบบันทึกเสียงเพื่อการให้ผู้ป่วยทำตามคำสั่ง (Auto Voice) เช่น การสั่งให้ผู้ป่วยกลั้นใจ 3.5.4 มีระบบการเลื่อนเตียงสู่ศูนย์กลาง
    3.5.5 มีเทคโนโลยีในการเลือก coil แบบอัตโนมัติ
    3.5.6 มีเทคโนโลยีในการ planning แบบ multi station, multi sequence ในครั้งเดียว 3.6 ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานหลัก (Host Computer)
    3.6.1 เป็นระบบ Intel Multi Core Processor with Window 7 หรือระบบล่าสุดจากโรงงานผู้ผลิต 3.6.2 มีขนาดความจำ RAM ไม่น้อยกว่า 32 GB
    3.6.3 มีขนาดความจุของ Hard Disk สำหรับ System Disk ไม่น้อยกว่า 200 GB และ Image Disk ไม่น้อยกว่า 250 GB
    3.6.4 สามารถถ่ายภาพลงบนฟิล์มตามมาตรฐาน DICOM ได้
    3.6.5 มีความสามารถในการประมวลภาพ (reconstruction) ในขณะที่มีการสร้างภาพ (scanning) ได้
    3.6.6 มีความสามารถในการเก็บภาพได้ไม่น้อยกว่า 300,000 ภาพ แบบ uncompressed ขนาดความละเอียดที่ไม่น้อยกว่า 256x256
    -8-
    3.6.7 มีจอภาพแบบ LCD ขนาดไม่น้อยกว่า 19 นิ้ว จำนวนไม่น้อยกว่า 1 จอ มีความละเอียด ของภาพไม่น้อยกว่า 1280 x1024 จุด และ Key board พร้อม mouse แบบ optical 3.6.8 มีมาตรฐานของ DICOM 3.0 ซึ่งประกอบด้วย DICOM 3.0 Storage (send/receive อื่นๆ และรับภาพชนิด DICOM มาเก็บไว้ได้), DICOM Query/Retrieve, DICOM print (ส่งภาพพิมพ์ออกเครื่อง printer) ได้ และสามารถเชื่อมโยงหรือมีระบบที่สามารถส่งภาพ จากระบบคอมพิวเตอร์ของเครื่องฯ เข้าสู่ระบบ network ของโรงพยาบาลได้
    3.7 ระบบการสร้างภาพ (Reconstruction System)
    3.7.1 เป็นระบบ Intel Multi Core Processor with Window 7 หรือระบบล่าสุดจากโรงงานผู้ผลิต 3.7.2 มีขนาดความจำ RAM ไม่น้อยกว่า 32 GB
    3.8 เทคนิคสร้างภาพที่เป็นมาตรฐาน อย่างน้อยดังนี้
    มีพื้นฐาน MR Pulsed Sequences ที่สามารถตรวจได้ครบทุกส่วนของร่างกายได้แก่ Neurology, Vascular, Cardiac, Body, Musculoskeletal, Pediatric
    3.8.1 Neurology Mode
    3.8.1.1 มีโปรแกรมสำหรับการตรวจ Whole Spine
    3.8.1.2 สามารถทำการตรวจระบบประสาทเช่น Brain, Orbit, Sinus, Neck
    3.8.1.3 มีชุดสร้างภาพ temporal bone ที่สามารถสร้างภาพกระดูกหูชั้นใน
    3.8.1.4 สามารถทำการตรวจ Flow quantitative สำหรับการตรวจการไหลของน้ำไข สันหลัง (CSF flow analysis)
    3.8.1.5 สามารถทำการตรวจแบบ 3D Myelography
    3.8.1.6 มีเทคนิค DWI สำหรับการสร้างภาพ brain และ spine
    3.8.1.7 มี เท ค นิ ค Susceptibility Weighted Imaging (SWI) ที่ ส า ม าร ถ แ ส ด ง magnitude images และphase images เพื่ อเพิ่ม sensitivity ในการดู intracerebral hemorrhage และ/หรือ calcification
    3.8.1.8 สามารถทำการตรวจด้วยเทคนิค Neuro perfusion ซึ่งสามารถคำนวณค่า Cerebral Blood Volume (CBV) , Cerebral Blood Flow (CBF), Mean Transit Time (MTT), TTP และ T0 ด้วยเทคนิค arterial input function และ gamma variate function ได้
    3.8.1.9 มีเทคนิคการตรวจ spine ที่ลด metallic artifact จากอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ใส่ในผู้ป่วยผ่าตัดหลัง เช่น pedicle screw หรือ plate
    3.8.1.10 มีเทคนิคการตรวจแบบ Dixon TSE แบบ two point เทคนิคของ Brachial Plexus และ Spine
    3.8.1.11 มีเทคนิคการตรวจเพื่อลดเสียงดังจากการทำงานของเครื่อง MRI
    -9-
    3.8.1.12 มีเทคนิคที่ช่วยลด motion ได้ทุกระนาบ (motion correction) 3.8.2 Body Mode
    3.8.2.1 มีเทคนิคการตรวจแบบ Dixon gradient echo สำหรับ Dynamic Liver Imaging ร่วมกับเทคนิค Parallel Imaging และสามารถแยกเป็นภาพ 4ชนิด ได้คือ water image, fat image, in phase และ out phase
    3.8.2.2 มีชุดคำสั่ง 2D Dual phase เพื่อแยก fat และwater ร่วมกับการวินิจฉัย Fatty Liver
    3.8.2.3 มีโปรแกรม 2D และ 3D สำหรับการตรวจ hepatobiliary duct system และ KUB system (MRCP, MR urography examination)
    3.8.2.4 โปรแกรมการตรวจการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของน้ำ DWI และ DWIBS เพื่อดู lesion ของ liver และอวัยวะอื่นๆ หรือทำให้เห็น area lesion ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 3.8.2.5 โปรแกรมการตรวจเต้านมและ Dynamic contrast enhancement พร้อม โปรแกรมในการวิเคราะห์
    3.8.2.6 มีเทคนิคที่ช่วยลด motion ได้ทุกระนาบ (motion correction) 3.8.3 Orthopedic Mode
    3.8.3.1 โปรแกรมสำหรับการตรวจกระดูก เช่น หัวไหล่ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า กระดูก สะโพก กระดูกข้อมือ, นิ้ว และ TMJ.
    3.8.3.2 โปรแกรมการตรวจการเคลื่อนที่ของโมเลกุลของน้ำ DWI และ DWIBS เพื่อดู Bone metastasis ทั้งร่างกาย
    3.8.3.3 โปรแกรมตรวจกระดูกอ่อน
    3.8.3.4 Dixon Turbo Spin Echo sequence
    3.8.3.5 โปรแกรมสาหรับการลด artifact จากการใส่ข้อเทียมหรือ screw Metallic Artifact Reduction
    3.8.3.6 มีเทคนิคที่ช่วยลด motion ได้ทุกระนาบ (motion correction) 3.8.4 Vascular Mode
    3.8.4.1 สามารถทำ Contrasted MRA โดยใช้ Test bolus และ2D Bolus Tracking 3.8.4.2 ชุดคำสั่งการตรวจหลอดเลือดในสมอง แบบ 2D และ3D TOF and phase contrast
    3.8.4.3 สามารถทำ Multi station Peripheral Contrast enhanced MRA พร้อมกัน กับการเลื่อนของเตียงอัตโนมัติ
    3.8.4.4 สามารถทำ Multi station Peripheral Non Contrast MRA พร้อมกันกับการ เลื่อนของเตียงอัตโนมัติ
    -10-
    3.8.5 Pediatric Mode
    3.8.5.1 มีโปรแกรมสำหรับ Pediatric imaging และเด็กในครรภ์
    3.8.5.2 มีเทคนิคช่วยลดเสียงได้
    3.8.5.3 มีเทคนิค motion correction ชนิด Blade
  25. อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ
    4.1 เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 120 kVA
    4.2 รถเข็นเปลนอนสำหรับใช้งานภายในห้อง MRI แบบปรับระดับได้ (stretcher – MRI compatible) 4.3 เครื่องฉีดสารทึบรังสีสำหรับใช้งานในห้อง MRI
    4.4 เครื่องเฝ้าติดตามสัญญาณชีพสำหรับใช้งานภายในห้อง MRI
    4.5 เครื่องดูดความชื้นสำหรับห้อง Technical Room 2 ชุด
  26. การติดตั้งและสถานที่ติดตั้ง
    5.1 ผู้ขายต้องติดตั้งเครื่องตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้าโดยช่างผู้ชำนาญของบริษัทฯผู้ผลิต 5.2 ผู้ขายต้องติดตั้งเครื่องตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้าและอุปกรณ์ประกอบชุดในการใช้งานจนสามารถใช้ งานได้ดี
    5.3 ผู้ขายจะต้องติดตั้งกำหนดแนวเขต 5 Gauss line ให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย 5.4 ผู้ขายจะต้องติดตั้งระบบ RF Shielding ให้สมบูรณ์เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
    5.5 ผู้ขายจะต้องติดตั้งระบบ Pipeline สำหรับใช้งานกับผู้ป่วยภายในห้อง MRI
    5.6 ผู้ขายจะต้องจัดเตรียม Oxygen สำหรับใช้งานกับผู้ป่วยภายในห้อง MRI
  27. เงื่อนไขเฉพาะ
    6.1 รับประกันคุณภาพภายใต้การใช้งานปกติ 1 ปีในระหว่างประกันผู้ขายต้องส่งช่างเข้ามาตรวจสอบและ ทำการบำรุงรักษาทุก 3 เดือน