ประกวดราคาจ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ข้อกำ หนดและขอบเขตของงาน จ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐาน ข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map
โครงการ/กิจกรรม กิจกรรมและดำ เนินการซื้อ จ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อ รองรับฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map
ภายใต้ โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมแฟชั่น ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ปีงบประมาณ 2569
- หลักการและเหตุผล
สำ นักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. ตระหนักว่า ทุนทางปัญญาเชิง วัฒนธรรม (Wisdom-based Assets) โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านแฟชั่นและงานหัตถศิลป์ไทย กำ ลังเผชิญความ เสี่ยงเชิงโครงสร้างจากการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย ทั้งการขาดผู้สืบทอด การกระจัดกระจายขององค์ความรู้ และข้อจำ กัดในการเข้าถึงของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหากไม่มีการจัดเก็บ ถ่ายทอด และพัฒนาอย่างเป็นระบบ อาจนำ ไป สู่การสูญเสียทรัพยากรเชิงอัตลักษณ์ ที่ไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อศักยภาพการ แข่งขันของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในเวทีโลก
ในขณะเดียวกัน แนวโน้มเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลกกำ ลังให้ความสำ คัญกับ เรื่องเล่า (Storytelling) และงานฝีมือ (Craftsmanship) ซึ่งเป็นจุดแข็งสำ คัญของประเทศไทย หากสามารถยก ระดับองค์ความรู้เหล่านี้ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางปัญญาเชิงเศรษฐกิจ (Cultural Intellectual Capital) ที่เข้า ถึงได้ ใช้งานได้ และต่อยอดได้ จะเป็นกลไกสำ คัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างผู้ประกอบการรุ่น ใหม่ และยกระดับแบรนด์แฟชั่นไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน
ด้วยเหตุนี้ สบร. จึงเห็นควรดำ เนินการปรับปรุงและยกระดับแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ (Knowledge Portal: KP) ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านองค์ความรู้ (Knowledge Infrastructure) ของ อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ที่ทำ หน้าที่รวบรวม วิเคราะห์แปลง และถ่ายทอดองค์ความรู้ประเภท Wisdom based อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเรียนรู้จากโลกออนไลน์สู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างระบบนิเวศการ เรียนรู้ที่ครบวงจร และรองรับการพัฒนากำ ลังคนในอุตสาหกรรมแฟชั่นในระยะยาว โดยมีสาระสำ คัญดังนี้
1.1 การแปลงภูมิปัญญา สู่สินทรัพย์ดิจิทัลและเศรษฐกิจ (From Wisdom to Digital and Economic Assets) การยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำ เป็นต้องก้าวข้ามการถ่ายทอด ทักษะเชิงเครื่องมือ ไปสู่การเข้าถึงแก่นของภูมิปัญญา ซึ่งเป็นองค์ความรู้เชิงลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม
และเทคนิคเฉพาะตัว แพลตฟอร์ม KP จะทำ หน้าที่รวบรวมองค์ความรู้ที่กระจัดกระจาย โดยเฉพาะองค์ความรู้ ที่เข้าถึงได้ยาก นำ มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์สังเคราะห์และออกแบบการเรียนรู้ใหม่ในรูปแบบดิจิทัล โดย ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ องค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นร่วม สมัย ต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
1.2 การเชื่อมโยงระบบการเรียนรู้แบบบูรณาการ (Integrated Learning Ecosystem: Online to Offline) การเรียนรู้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นจำ เป็นต้องผสานทั้งองค์ความรู้เชิงทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริง การปรับปรุง KP ครั้งนี้จึงมุ่งให้แพลตฟอร์มทำ หน้าที่เป็น “ต้นน้ำ ของการเรียนรู้” ที่สร้างแรงบันดาลใจและองค์ ความรู้พื้นฐานเชิงลึก ขณะเดียวกันจะเชื่อมโยงไปสู่ “กลางน้ำ และปลายน้ำ " ผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เช่น Studio Workshop และพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทดลอง ฝึกฝน และพัฒนาผลงานจริง อันจะนำ ไปสู่การ สร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
1.3 การลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนา KP จะ เป็นกลไกสำ คัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะ
- 2 -
ช่างฝีมือและผู้ประกอบการในภูมิภาค ซึ่งจะสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทรนด์ และเครือข่ายระดับสากลได้ ขณะเดียวกัน นักออกแบบและผู้ประกอบการในเมืองก็สามารถเข้าถึงคลังภูมิปัญญาท้องถิ่นได้โดยตรง การ เชื่อมโยงดังกล่าวจะช่วยลดช่องว่างระหว่างภูมิภาค สร้างการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และยกระดับศักยภาพของ อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีอัตลักษณ์และยั่งยืน 2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาและยกระดับระบบจัดเก็บ วิเคราะห์และถ่ายทอดองค์ความรู้ประเภท Wisdom based ให้สามารถแปลงภูมิปัญญาไทย ทักษะเฉพาะทาง และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ สู่รูปแบบการเรียน รู้ที่เข้าถึงได้ เข้าใจง่าย และสามารถนำ ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานและต่อยอดเชิงเศรษฐกิจได้
2.2 เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งาน (User Experience) และประสิทธิภาพการเข้าถึงองค์ความรู้ ของแพลตฟอร์ม Knowledge Portal ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงผู้เรียน ผู้เชี่ยวชาญ และแหล่ง เรียนรู้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างเป็นระบบ
2.3 เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้อย่างเท่าเทียม และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรใน อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ให้สามารถแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับประเทศและระดับสากล 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำ สัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำ หนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วย งานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำ นาจในการดำ เนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ กำ หนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพที่จ้าง
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สบร. หรือไม่เป็นผู้ กระทำ การอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันเช่นว่านั้น - 3 -
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 3.10.1 การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ จะต้องมีกา รกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
3.10.2 กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะ ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในประกาศเชิญชวน
3.10.3 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะ ต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า (2) การยื่นข้อเสนอวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบ หมายหรือมอบอำ นาจตามข้อ 3.10.3 (1) ดำ เนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จำ หน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบ แสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อ เสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยัง อยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือน พฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง - 4 -
ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า 1 ล้านบาท
3.12.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน แต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่ จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำ เนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบ ประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลัก ทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของ ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
3.12.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 3.12.2 ข้อ 3.12.3 และข้อ 3.12.4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลก เปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้ว - 5 -
แต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
3.12.6 กรณีตามข้อ 3.12.1 - ข้อ 3.12.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงาน จ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ
(4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัด ซื้อจัดจ้างฯ
(5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกับการจ้างครั้งนี้ และเป็นผล งานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ที่ สบร. เชื่อถือได้ และมีผลงานที่เกี่ยวข้อง กับการจ้างอย่างน้อย 1 ผลงาน โดยผลงานมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 950,000 บาท นับแต่ได้ทำ การแล้วเสร็จจนถึง วันที่ยื่นเอกสาร โดยในวันยืนเสนอราคาจะต้องแนบสำ เนาหนังสือรับรองผลงานและสำ เนาสัญญาพร้อม ขอบเขตงานดังกล่าวมาด้วย
3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน (Certificate) ISO/IEC 29110 โดยให้ยื่น เอกสารรับรองดังกล่าว ในวันที่ยื่นเสนอราคาด้วย
- เงื่อนไขการเสนอราคา
4.1ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทำ ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกำ หนดราย ละเอียด(Specification) ทางเทคนิคเป็นรายข้อทุกข้อ (Statement of Compliance) โดยใช้ตัวอย่างแบบ ฟอร์มการเปรียบเทียบ ตามตารางที่ 1 ในการเปรียบเทียบรายการดังกล่าว หากมีกรณีที่ต้องอ้างอิงข้อความ หรือเอกสารในส่วนอื่นที่เสนอมานอราคาต้องระบุในเอกสารเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบ ได้โดยง่าย ว่าสิ่งที่ต้องอยู่ในส่วนใดตำ แหน่งใดของเอกสารอื่นๆ ที่เสนอมา สำ หรับเอกสารที่อ้างอิงถึงนั้นให้ หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้พร้อมเขียนหัวข้อกำ กับไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่ายและ
- 6 -
ถูกต้องตรงกัน ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องส่งเอกสารเปรียบเทียบพร้อมเอกสารอ้างอิงทั้งหมด เข้าสู่ระบบตามประ กาศฯ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้
ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกำ หนดทางเทคนิค
อ้างถึงหัวข้อ
ข้อกำ หนด/อุปกรณ์
ที่กำ หนด
ข้อกำ หนด/อุปกรณ์
ที่นำ เสนอ
เอกสารอ้างอิง
ให้ระบุหัวข้อให้ตรงกับ หัวข้อที่ระบุในเอกสาร ประกวดราคา
ให้ระบุคุณลักษณะ
เฉพาะที่หน่วยงานผู้ว่า จ้างกำ หนด
ให้ระบุคุณลักษณะตามที่ ผู้ยื่นข้อเสนอเสนอ
ให้ระบุหมายเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิงของผู้ยื่น ข้อเสนอ
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอบุคลากร ที่มีความรู้ ความสามารถ ความชำ นาญ ประสบการณ์การ ทำ งานที่สอดคล้องกับตำ แหน่งที่เสนอ เป็นผู้ปฏิบัติงานในโครงการ พร้อมแนบเอกสารหลักฐานแสดงคุณวุฒิ (ปริญญาบัตร) ระเบียนผลการศึกษา ที่เซ็นรับรองสำ เนาโดยเจ้าของเอกสารและมีตราประทับของบริษัทที่ยื่นข้อ เสนอบนเอกสารทุกหน้าทุกฉบับ และจัดทำ ตารางรายชื่อบุคลากรที่เสนอโดยมีโครงสร้างตาราง โดยให้ยื่นในวัน ที่ยื่นเสนอราคา รายละเอียดตามตารางต่อไปนี้
ตารางที่ 2 ตารางตำ แหน่งบุคลากรผู้ปฏิบัติงานในโครงการ
ลำ ดับ
ตำ แหน่งบุคลากร
วุฒิการศึกษา
ประสบการณ์ (ปี)
จำ นวน (คน)
1
ผู้จัดการโครงการ
(Project Manager)
ปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์
15
1
2
นักวิเคราะห์ออกแบบ ระบบอาวุโส (System Analyst)
ปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์
10
1
3
นักพัฒนาโปรแกรม (Programmer)
ปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ สาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิทยาการ
คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์
5
2
- 7 -
ลำ ดับ
ตำ แหน่งบุคลากร
วุฒิการศึกษา
ประสบการณ์ (ปี)
จำ นวน
(คน)
4
นักออกแบบ
UX/UI
ปริญญาตรี สาขาที่เกี่ยวข้องกับการ ออกแบบทางคอมพิวเตอร์ หรือสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขา
เทคโนโลยีสารสนเทศ
10
1
5
เจ้าหน้าที่ด้านการ ตรวจสอบและ
ทดสอบระบบ
ปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์ สาขา วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิทยาการ คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับ คอมพิวเตอร์
3
1
6
เจ้าหน้าที่ประสาน งานโครงการ
ปริญญาตรีทุกสาขา
3
1
4.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วมการนำ เสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะกรรมการ ภายในระยะเวลา 5 วันทำ การ นับถัดจากวันเสนอราคา โดยให้จัดเตรียมสื่อประกอบการนำ เสนอในรูปแบบ ไฟล์ PDF หรือสื่อ การนำ เสนออื่นๆ ที่เหมาะสม การนำ เสนอมีระยะเวลาโดยรวม ไม่เกิน 60 นาที แบ่งเป็น (1) เวลาในการนำ เสนอข้อเสนอ จำ นวน 45 นาที และ (2) เวลาให้คณะกรรมการซักถามและพิจารณาเพิ่มเติม จำ นวน 15 นาที ซึ่งเนื้อหาในการนำ เสนอควรเป็นไปตามองค์ประกอบที่กำ หนดไว้ใน เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค 5. รายละเอียดของงาน
ผู้รับจ้างจะต้องดำ เนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์โดยให้ครอบคลุมขอบเขตการดำ เนินการ โดย ต้องเสนอให้สบร. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำ เนินการ ดังนี้
5.1 การปรับปรุงเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal และเพิ่มฟังก์ชัน Wisdom-based 5.1.1 ศึกษา วิเคราะห์ออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal เดิม ให้สามารถรองรับการใช้งานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอย่างน้อยต้องครอบคลุมงานดังต่อไปนี้ (1) ศึกษาและวิเคราะห์ระบบเดิม
(Backend)
(2) ศึกษาโครงสร้างระบบเว็บไซต์เดิม ทั้งในส่วนของหน้าบ้าน (Frontend) และหลังบ้าน (3) ศึกษาโครงสร้างฐานข้อมูลเดิม ความสัมพันธ์ของข้อมูล และรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเดิม
- 8 -
(4) วิเคราะห์ปัญหา ข้อจำ กัด และแนวทางการปรับปรุงระบบเดิมให้เหมาะสมกับความ ต้องการของ สบร.
ก่อนดำ เนินการ
(5) จัดทำ ข้อเสนอแนวทางการพัฒนาและปรับปรุงระบบ เพื่อเสนอให้สบร. พิจารณาเห็นชอบ
5.1.2 จัดทำ แนวคิดการปรับปรุงเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal
(1) นำ เสนอกรอบแนวคิดการออกแบบและภาพรวมการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์
(1.1) ภาพรวมการพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์
(1.2) แนวคิดการออกแบบ ปรับปรุง UX – UI เพื่อให้เว็บไซต์มีความน่าสนใจ ใช้งานได้ง่าย สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งาน และสามารถกระตุ้นดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เกิดความสนใจเข้ามาใช้งานเพิ่ม มากขึ้น
(1.3) แผนการดำ เนินงานพร้อมรายละเอียดการดำ เนินงาน
5.1.3 ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งานและส่วนเชื่อมต่อผู้ใช้งานใหม่ (UX and UI re-designing) (1) สรุปความต้องการด้านการออกแบบ (Business Requirement)
(2) ออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX flow re-designing)
(3) ออกแบบโครงร่าง (Wireframe)
(4) ทดสอบความพึงพอใจผู้ใช้งาน (UX Testing)
(5) ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI re-designing)
(6) ทดสอบระบบ โดยผู้ใช้งาน (UAT: User Acceptance Test)
5.1.4 ปรับปรุงเว็บไซต์เดิมให้มีความเหมาะสมกับการใช้งาน โดยอย่างน้อยต้องดำ เนินการดังนี้
5.1.3
(1) ปรับปรุงรูปแบบการแสดงผลของเว็บไซต์ให้มีความสอดคล้องกับการออกแบบ UX-UI ข้อ (2) ปรับปรุงโครงสร้างเมนู การเข้าถึงข้อมูล และการจัดหมวดหมู่เนื้อหา ให้สามารถสืบค้นและ
ใช้งานได้สะดวก ให้มีความสอดคล้องกับการออกแบบ UX-UI ข้อ 5.1.3
(3) ปรับปรุงระบบจัดการข้อมูลสำ หรับแอดมิน (CMS) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ เผยแพร่ และบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(4) ปรับปรุงระบบสืบค้นข้อมูล advance search และ AI Search ให้รองรับการค้นหาข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
(5) ปรับปรุงองค์ประกอบของระบบให้มีความมั่นคงปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ที่อาจ - 9 -
ส่งผลกระทบต่อระบบ
5.1.5 พัฒนาเพิ่มฟังก์ชัน Wisdom-based
(1) ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนาเพิ่มฟังก์ชัน Wisdom-based ตามแนวทางและรายละเอียดที่ สบร. กำ หนด โดยอย่างน้อยต้องมีความสามารถดังนี้
(1.1) รองรับการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลองค์ความรู้ในรูปแบบที่เป็นระบบ
ความรู้
สมกับผู้ใช้งาน
(1.2) รองรับการจำ แนกประเภท หมวดหมู่ คำสำ คัญ หรือคุณลักษณะของข้อมูลองค์
(1.3) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อแสดงความสัมพันธ์ขององค์ความรู้ (1.4) รองรับการสืบค้นและเข้าถึงข้อมูลองค์ความรู้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเหมาะ
(1.5) รองรับการบริหารจัดการข้อมูลผ่านระบบหลังบ้าน โดยเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับสิทธิ์
สามารถเพิ่ม แก้ไข ลบ และเผยแพร่ข้อมูลได้
สาธารณะ
สบร. เห็นชอบ ระบบ
(1.6) รองรับการแสดงผลข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับการเผยแพร่สู่ (1.7) สามารถปรับแต่งรูปแบบข้อมูล ฟิลด์ข้อมูล หรือรูปแบบการแสดงผลได้ตามที่
(1.8) มีระบบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและการจัดการข้อมูลตามระดับผู้ใช้งาน (1.9) มีการบันทึกข้อมูลการแก้ไขหรือประวัติการจัดการข้อมูลตามความเหมาะสมของ
5.2 การนำ เข้าข้อมูลสู่ระบบ
ผู้รับจ้างจะต้องดำ เนินการนำ เข้าข้อมูลสู่ระบบ OKMD Knowledge Portal / Wisdom-based จำ นวนไม่น้อยกว่า 2,000 รายการ ให้ครบถ้วน ถูกต้อง และพร้อมเผยแพร่ โดยต้องคำนึงถึงความสวยงาม ทัน สมัย และความเหมาะสมในการนำ เสนอข้อมูลบนสื่อดิจิทัล ทั้งนี้ อย่างน้อยต้องดำ เนินการดังต่อไปนี้
5.2.1 นำ เข้าข้อมูลสู่ระบบตามรูปแบบ โครงสร้าง และหมวดหมู่ที่ สบร. กำ หนด ให้ครบถ้วนไม่ น้อยกว่า 2,000 รายการ
5.2.2 จัดรูปแบบข้อมูลก่อนและหลังการนำ เข้าให้มีความเป็นระเบียบ อ่านง่าย สวยงาม และ เหมาะสมกับการแสดงผลบนเว็บไซต์ โดยคำนึงถึงความทันสมัยของรูปแบบการนำ เสนอ และประสบการณ์การ ใช้งานของผู้ใช้งานเป็นสำ คัญ
5.2.3 ปรับแต่งองค์ประกอบของข้อมูลแต่ละรายการให้มีความเหมาะสมต่อการเผยแพร่ เช่น ชื่อ เรื่อง - 10 -
คำอธิบาย เนื้อหา ภาพประกอบ คำสำ คัญ หมวดหมู่ ลิงก์ และข้อมูลประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถ แสดงผลได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และน่าสนใจ
5.2.4 จัดวางข้อมูลและองค์ประกอบการแสดงผลให้สอดคล้องกับรูปแบบของเว็บไซต์และฟังก์ชัน Wisdom-based เพื่อให้ข้อมูลมีความโดดเด่น เป็นระบบ และสามารถสื่อสารสาระสำ คัญได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
5.2.5 ตรวจสอบความถูกต้อง ความครบถ้วน ความซ้ำ ซ้อน และความสมบูรณ์ของข้อมูลภายหลัง การนำ เข้า รวมทั้งตรวจสอบการแสดงผลบนอุปกรณ์ต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสม 5.2.6 ปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการแสดงผล ข้อความ หรือองค์ประกอบของข้อมูลตามข้อเสนอแนะ ของ สบร. เพื่อให้ข้อมูลมีคุณภาพ มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน และมีความพร้อมสำ หรับการเผยแพร่สู่ สาธารณะ
5.2.7 ข้อมูลที่นำ เข้าสู่ระบบจะต้องสามารถแสดงผลได้อย่างสวยงาม ทันสมัย เป็นมาตรฐาน เดียวกันทั้งระบบ และสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของหน่วยงาน
5.2.8 ต้องส่งมอบข้อมูลต้นฉบับและข้อมูลที่นำ เข้าสู่ระบบแล้ว ในรูปแบบไฟล์หรือชุดข้อมูลที่ สบร. สามารถนำ ไปใช้งาน บริหารจัดการ หรือปรับปรุงเพิ่มเติมได้ในภายหลัง
5.3 การโอนย้ายเว็บไซต์ไปยังเครื่องแม่ข่ายใหม่
ผู้รับจ้างจะต้องดำ เนินการโอนย้ายเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal พร้อมฐานข้อมูล ระบบหลัง บ้าน ไฟล์ข้อมูล และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไปยังเครื่องแม่ข่ายใหม่ (GDCC) ตามที่ สบร. กำ หนด โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
5.3.1 วางแผนการโอนย้ายระบบ
(1) ศึกษาและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของเครื่องแม่ข่ายเดิมและเครื่องแม่ข่ายใหม่
(2) จัดทำ แผนการโอนย้ายระบบ โดยระบุขั้นตอน วิธีการ ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ และแผน รองรับความเสี่ยง
(3) เสนอแผนการโอนย้ายให้สบร. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำ เนินการจริง(4) กำ หนดช่วงเวลา การโอนย้ายให้เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้งาน
5.3.2 สำ รองข้อมูลและเตรียมความพร้อม
(1) สำ รองข้อมูลระบบทั้งหมดก่อนดำ เนินการโอนย้าย
เกี่ยวข้อง
(2) ตรวจสอบความครบถ้วนของไฟล์ระบบ ฐานข้อมูล ไฟล์สื่อ เอกสาร และการตั้งค่าที่
(3) เตรียมสภาพแวดล้อมของเครื่องแม่ข่ายใหม่ให้พร้อมสำ หรับการติดตั้งและใช้งานระบบ (4) ตรวจสอบความพร้อมของโดเมน ชื่อเครื่อง ระบบเครือข่าย ใบรับรองความปลอดภัย และ - 11 -
องค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง
5.3.3 ดำ เนินการโอนย้ายระบบ
(1) ติดตั้งและตั้งค่าระบบเว็บไซต์บนเครื่องแม่ข่ายใหม่
(2) โอนย้ายฐานข้อมูล ไฟล์ข้อมูล และองค์ประกอบทั้งหมดที่จำ เป็นต่อการทำ งานของระบบ
สมบูรณ์ ให้บริการ
(3) ปรับแต่งค่าการเชื่อมต่อและการตั้งค่าระบบให้สามารถทำ งานบนเครื่องแม่ข่ายใหม่ได้
(4) ทดสอบการทำ งานของระบบภายหลังการโอนย้ายในทุกฟังก์ชันที่สำ คัญ (5) ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล ความสมบูรณ์ของระบบ และประสิทธิภาพในการ
5.3.4 ทดสอบภายหลังการโอนย้ายและส่งมอบ
(1) ต้องทดสอบการเข้าใช้งานเว็บไซต์ การจัดการข้อมูล ระบบสืบค้น และฟังก์ชัน Wisdom based บนเครื่องแม่ข่ายใหม่ ให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ (2) ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการโอนย้าย รวมถึงข้อบกพร่องที่ตรวจพบจากการทดสอบ จนกว่าระบบจะสามารถใช้งานได้ตามปกติ
(3) ต้องส่งมอบเอกสารรายละเอียดการโอนย้าย การตั้งค่าระบบ และเอกสารประกอบการใช้งาน ระบบ โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย คู่มือการใช้งานสำ หรับผู้ใช้งานทั่วไป คู่มือการบริหารจัดการระบบ สำ หรับผู้ดูแลระบบ และเอกสารด้านเทคนิคของระบบ รวมถึงเอกสารหรือสื่อประกอบการอบรม ทั้งนี้ เอกสาร ทั้งหมดต้องมีความครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถนำ ไปใช้งานได้จริง
(4) ต้องถ่ายทอดความรู้หรือชี้แจงการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ของ สบร. โดยครอบคลุมการ ใช้งานระบบ การบริหารจัดการข้อมูล และฟังก์ชัน Wisdom-based พร้อมจัดเตรียมเอกสารหรือสื่อประกอบ การอบรมที่เหมาะสม และสรุปผลการดำ เนินงานการถ่ายทอดความรู้ โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย จำ นวนผู้ เข้าร่วม ผลการดำ เนินงาน และข้อเสนอแนะ
5.4 การรับประกันผลงานที่รับจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการดำ เนินงานต่างๆ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
5.4.1 รับผิดชอบการดำ เนินงานต่างๆ ทั้งหมดให้ถูกต้องตามข้อกำ หนด รวมทั้งปฏิบัติตามระเบียบ กฎ ข้อบังคับ ของ สบร. โดยผู้รับจ้างจะอ้างเหตุไม่รับผิดชอบใดๆ จากความเข้าใจผิด ความไม่ทราบ ความผิดพลาด หรือความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลที่มีในข้อกำ หนดนี้ไม่ได้ การดำ เนินการใดๆ ของผู้รับจ้างที่ขัดกับระเบียบ กฎ ข้อ บังคับ ที่เกี่ยวข้องกับการดำ เนินงานตามข้อกำ หนดนี้ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นและแก้ไขให้ถูก
ต้อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ - 12 -
5.4.2 รับผิดชอบดูแลแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ ของ สบร. (Knowledge Portal) ทั้งหมด ให้ สามารถใช้ปฏิบัติงานได้ถูกต้องอย่างดีเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ผ่านการตรวจรับงานงวดสุดท้าย โดยไม่ คิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
5.4.3 ในการปฏิบัติหลังส่งมอบงานพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ของ สบร. เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของ สบร. ร่วมปฏิบัติการกับผู้รับจ้างในการเข้าไปศึกษาและแก้ไขปัญหาได้ 5.4.4 ในกรณีที่แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ขัดข้องหรือมีปัญหา เมื่อ สบร. แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดำ เนินการแก้ไขปัญหาทันที และผู้รับจ้างต้องทำ การแก้ไขให้แล้วเสร็จเพื่อให้เว็บไซต์ของ สบร. ทำ งานได้อย่างถูกต้องตามปกติ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง
- หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
6.1 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(1) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำ กัด ให้ยื่นสำ เนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(2) บริษัทจำ กัดหรือบริษัทมหาชนจำ กัด ให้ยื่นสำ เนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) 6.2 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำ เนาบัตรประจำ ตัว ประชาชนของผู้นั้น สำ เนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำ เนาบัตรประจำ ตัวประชาชนของผู้ เป็นหุ้นส่วน หรือสำ เนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ ถือสัญชาติไทย
6.3 สำ เนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
6.4 ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำ นาจให้บุคคลอื่นกระทำ การแทนให้แนบหนังสือมอบอำ นาจซึ่งติด อากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำ นาจและผู้รับมอบอำ นาจ ทั้งนี้ หากผู้รับ มอบอำ นาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
6.5 สำ เนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อการจัดซื้อจัด จ้างภาครัฐ (ถ้ามี)6.6 สำ เนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand (ถ้ามี)
6.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการตามข้อ 3.12
6.8 หนังสือรับรองผลงานและสำ เนาสัญญาตามข้อ 3.13
6.9 เอกสารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (Certificate) ISO/IEC 29110 ตามข้อ 3.14 7. วงเงินที่จะใช้ในการจัดจ้าง
งบประมาณโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสร้างเครือข่ายในอุตสาหกรรมแฟชั่น ประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำ นวนเงิน 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
- 13 -
- ระยะเวลาดำ เนินงาน
กำหนดระยะเวลาดำเนินงานภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 9. การส่งมอบงาน ผู้รับ จ้างส่งมอบงาน ณ สบร. อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้น 18 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ดังนี้
9.1 งวดที่ 1 กำหนดภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้ 1) รายงาน ผลการดำเนินงาน พร้อมอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุใน Thumb drive จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย (1) การศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal เดิม ตามข้อ 5.1.1 และ (2) แนวคิดการปรับปรุงเว็บไซต์ OKMD Knowledge Portal ตามข้อ 5.1.2
9.2 งวดที่ 2 กำหนดภายใน 45 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้ 1) รายงานผล การดำเนินงาน พร้อมอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุใน Thumb drive จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย การออกแบบ ประสบการณ์ผู้ใช้งานและส่วนเชื่อมต่อผู้ใช้งานใหม่ (UX and UI re-designing) ตามข้อ ตามข้อ 5.1.3
9.3 งวดที่ 3 กำหนดภายใน 120 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้ 1) รายงานผล การดำเนินงาน พร้อมอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์บรรจุใน Thumb drive จำนวน 1 ชุด ประกอบด้วย (1) การปรับปรุง เว็บไซต์เดิม ตามข้อ 5.1.4 (2) การพัฒนาเพิ่มฟังก์ชัน Wisdom-based ตามข้อ 5.1.5 (3) การนำเข้าข้อมูลสู่ ระบบ ตามข้อ 5.2 และ (4) การโอนย้ายเว็บไซต์ไปยังเครื่องแม่ข่ายใหม่ ตามข้อ 5.3.3 (4) ทดสอบระบบภาย หลังการโอนย้าย ตามข้อ 5.3.4 และระบบทั้งหมดต้องดำเนินการแล้วเสร็จ ครบถ้วนตามขอบเขตงานในข้อ 5 ผ่านการทดสอบเรียบร้อย และสามารถใช้งานได้จริง - การชำ ระเงิน
สบร. จะชําระคาจางเปนงวด จํานวน 3 งวด โดยกําหนดการจายเงินเปนงวดๆ ซึ่งไดรวมภาษีมูลคา เพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และคาใชจายทั้งปวงใหแกผูยื่นขอเสนอที่ไดรับการคัดเลือกเปนผูรับจาง เมื่อผูรับ จางดําเนินงานทั้งหมดใหแลวเสร็จเรียบรอยตามสัญญา และ สบร. ไดตรวจรับมอบงานไวเรียบรอยแลว ดังนี้
10.1 งวดที่ 1 กําหนดจายเงินในอัตรารอยละ 20 ของคาจางทั้งหมด เมื่อผูรับจางสงมอบงานตามขอ 9.1 เรียบรอยแลว ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
10.2 งวดที่ 2 กําหนดจายเงินในอัตรารอยละ 30 ของคาจางทั้งหมด เมื่อผูรับจางสงมอบงานตามขอ 9.2 เรียบรอยแลว ภายใน 45 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
10.3 งวดที่ 3 กําหนดจายเงินในอัตรารอยละ 50 ของคาจางทั้งหมด เมื่อผูรับจางสงมอบงานตามขอ 9.3 ภายใน 120 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ สบร.จะโอนเงินคาจางเขาบัญชีเงินฝากธนาคารของผูรับ จาง โดยผูรับจางตกลงเปนผูรับผิดชอบภาระเงินคาธรรมเนียม หรือคาบริการอื่นใดเกี่ยวกับการโอน รวมทั้งคา ใชจายใดๆ (ถามี) ที่ธนาคารเรียกเก็บ และยินยอมใหหักเงินดังกลาวจากจํานวนเงินโอนในงวดนั้นๆ 11. การรับประกันชำ รุดบกพร่อง
หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ภายใน 1 ปีนับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
- 14 -
และคณะกรรมการตรวจรับได้ตรวจรับงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องรีบทำการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อย โดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทำการดังกล่าวภายในกำหนด 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทำการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่า จ้างกำหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เองทั้งสิ้น
ในกรณีเร่งด่วนจำเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอให้ผู้รับจ้าง แก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชำรุดบกพร่องหรือเสียหายนั้น เอง หรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชำรุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชำระค่าใช้จ่าย ทั้งหมด
การที่ผู้ว่าจ้างทำการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นแทนผู้รับจ้าง ไม่ทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความ รับผิดตามสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ผู้ว่าจ้างเรียกร้องผู้ว่าจ้างมีสิทธิบังคับจาก หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
- ค่าปรับ
12.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาและ สบร. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้อง ชำระค่าปรับให้แก่ สบร. ในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวันของวงเงินค่าจ้างตาม สัญญานับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ สบร. ได้ขยายเวลาทำงานให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง หรือวันที่บอกเลิกสัญญาแล้วแต่กรณี
12.2 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่ บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก สบร. ก่อน
กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ สบร. เป็น จำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา - การจัดทำ แผนการดำ เนินงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่เป็นกรณี การเช่า หรือกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากำหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการ ซื้อ การเช่าการจ้าง และการจ้างก่อสร้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา - การจัดทำ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ (ถ้ามี)
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ใน งานจ้างทั้งหมดตามสัญญา โดยยื่นให้ สบร. ภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา 14. การจัดทำ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศ (ถ้ามี)
ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่ใช้ใน
- 15 -
งานจ้าง ทั้งหมดตามสัญญา โดยยื่นให้สบร. ภายใน 60 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา 15. การรักษาความลับ
ข้อมูล เอกสารใดๆ ทั้งที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หรือเป็นข้อมูลอื่นใดของ สบร. ที่ส่งมอบให้ผู้รับจ้าง เพื่อ ดำ เนินการตามงานที่จ้างนี้ ผู้รับจ้างต้องดำ เนินการเก็บรักษาข้อมูล เอกสารดังกล่าวไว้เป็นความลับอย่าง เคร่งครัด และไม่เปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล เอกสารที่เป็นความลับทั้งหมดไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้ แก่บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานภายนอก เว้นแต่ เป็นการเปิดเผย ส่งมอบ เผยแพร่ ข้อมูล เอกสารความลับให้ แก่เจ้าหน้าที่ สบร. เพื่อประกอบการดำ เนินการตามงานที่จ้าง
- การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การดำ เนินการใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตงานนี้ ผู้รับจ้างตกลงจะปฏิบัติตามพระราช บัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งอื่นใดที่ออกตามพระราช บัญญัติดังกล่าว และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคตอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการดำ เนินการใดๆ ที่จำ เป็น เพื่อ ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้อ่านและเข้าใจรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของอีก
ฝ่ายหนึ่ง และได้ดำ เนินการให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ความยินยอม ในกรณีที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกำ หนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลด้วยแล้ว ในกรณีที่ขอบเขตงานนี้ เป็นกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องเก็บ รวมรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนไปต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งของอีกฝ่ายหนึ่ง ในกรณีดังกล่าวทั้งสองฝ่ายตกลงลงนามใน สัญญาเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ตามแบบที่ สบร. กำ หนด 17. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและกรรมสิทธิ์ของงานจ้าง
ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า รวมถึงผลงาน เอกสาร รายงาน หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของ สบร. ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายหรือ ค่าลิขสิทธิ์ใดๆ เกิดขึ้นจากการนำ เนื้อหาหรือสื่อประกอบดังกล่าวมาใช้ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชำ ระค่าใช้ จ่ายทั้งหมดแต่เพียงฝ่ายเดียว และต้องจัดส่งหลักฐานการขออนุญาต (หากมี) ให้แก่สบร. ในการส่งมอบงานงวด สุดท้าย - เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
18.1 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สบร. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลัก เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
18.2 เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก การพิจารณาผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ สบร. จะ พิจารณา โดยให้คะแนนตามปัจจัย ดังนี้
(1) ราคาที่ยื่นประกวด กำ หนดน้ำ หนักร้อยละ 25
(2) ข้อเสนอด้านเทคนิค กำ หนดน้ำ หนักร้อยละ 75
- 16 -
รายละเอียดเกณฑ์การพิจารณา
น้ำ หนักร้อยละ 75- แผนการดำ เนินงาน
10 - รายละเอียดวิธีการดำ เนินงาน
30 - เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา
10 - แผนการบำ รุงรักษาและการให้บริการหลังการส่งมอบ
10 - ประวัติ ผลงาน และประสบการณ์ของบุคลากร
5 - ผลงานผู้รับจ้างย้อนหลัง ไม่เกิน 5 ปี
10
- แผนการดำ เนินงาน
18.3 วิธีการประเมินข้อเสนอทางเทคนิค
สบร. มีวิธีการประเมินและการให้คะแนนตามรายละเอียดเกณฑ์การพิจารณาดังนี้
(1) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดส่งเอกสารข้อเสนอและสื่อประกอบให้ครบถ้วนในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ใน รูปแบบไฟล์ PDF หรือรูปแบบสื่อที่เหมาะสม ทั้งนี้ กรณีมีสื่อวิดีโอประกอบ ต้องจัดทำ QR Code หรือช่องทาง ที่คณะกรรมการสามารถเข้าถึงและรับชมได้โดยสะดวก
(2) คณะกรรมการจะประเมินจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) เอกสารข้อเสนอที่ยื่นผ่านระบบ และ 2) การนำ เสนอผลงานและความสามารถในการตอบข้อซักถาม
(3) การให้คะแนนจะพิจารณาตามเกณฑ์ในแต่ละระดับ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงรายละเอียด และหลักฐานที่สอดคล้องกับเกณฑ์ระดับนั้นอย่างครบถ้วน และต้องเป็นไปตามขอบเขตของงาน จึงจะได้รับ คะแนนตามระดับที่กำ หนด
(4) การให้คะแนนเป็นการประเมินตามเกณฑ์อย่างเป็นอิสระ มิใช่การจัดอันดับเปรียบเทียบ เว้น แต่กรณีคะแนนรวมใกล้เคียงกัน
- 17 -
เกณฑ์การพิจารณา
- แผนการดำ เนินงาน (น้ำ หนักร้อยละ 10)
แผนการดำ เนินงาน หมายถึง เอกสารที่แสดงลำ ดับขั้นตอน แนวทาง และระยะเวลาในการดำ เนิน โครงการทั้งหมดให้เป็นไปตามขอบเขตของงานข้อ 5 โดยครอบคลุมกิจกรรมหลัก ได้แก่ การศึกษาและ วิเคราะห์ระบบเดิม การออกแบบและพัฒนาระบบ การนำ เข้าข้อมูล การโอนย้ายระบบ และการทดสอบ รวมถึงการจัดทำ เอกสารและการถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยต้องแสดงความเชื่อมโยงของกิจกรรม ระยะ เวลา ผลผลิต และงวดการส่งมอบงานตามสัญญาอย่างชัดเจน และสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตาม ความก้าวหน้าและควบคุมโครงการได้จริง
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
(1) ไม่ นำ เสนอแผนการดำ เนินงาน
0
(2) นำ เสนอแผนการดำ เนินงาน แต่ไม่แสดงรายละเอียดกิจกรรมหรือขั้นตอนตาม ขอบเขตงานข้อ 5 อย่างมีระบบ
25
(3) นำ เสนอแผนการดำ เนินงาน ที่มีรายละเอียดกิจกรรมและขั้นตอนการดำ เนิน งานครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อ 5 และอยู่ภายในระยะเวลาที่กำ หนด แต่ยังไม่มี การกล่าวถึงการจัดการความเสี่ยง
50
(4) นำ เสนอแผนการดำ เนินงาน ครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อ 5 ภายในระยะเวลาที่ กำ หนด พร้อมแสดงแผนการควบคุมความเสี่ยง รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ อาจเกิดขึ้นอย่างคร่าวๆ
75
(5) แผนการดำ เนินงาน ครบถ้วนตามขอบเขตงานข้อ 5 ภายในระยะเวลาที่กำ หนด นำ เสนอแผนควบคุมความเสี่ยงและแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน พร้อมนำ เสนอราย ละเอียดวิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
100
- 18 -
- รายละเอียดวิธีการดำ เนินงาน (น้ำ หนักร้อยละ 30)
รายละเอียดวิธีการดำ เนินงาน หมายถึง แนวทาง ขั้นตอน และกระบวนการดำ เนินงานเชิงลึกที่ผู้ยื่นข้อ เสนอเสนอ เพื่อให้บรรลุผลตามขอบเขตของงานข้อ 5 โดยครอบคลุมการออกแบบและพัฒนาระบบ การ ปรับปรุง UX/UI การพัฒนาฟังก์ชัน Wisdom-based การจัดการและนำ เข้าข้อมูล การโอนย้ายระบบ และการทดสอบระบบ โดยต้องแสดงวิธีการดำ เนินงานอย่างเป็นระบบ มีความชัดเจน สามารถปฏิบัติได้ จริง และแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของโครงการ รวมถึงอาจมีการนำ เสนอต้นแบบ (Mock-up) หรือแนวทางเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแพลตฟอร์ม
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
(1) ไม่แสดงรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการดำ เนินงาน
0
(2) นำ เสนอรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการดำ เนินงานบางส่วน ไม่ครบถ้วนตาม ขอบเขตงาน
25
(3) นำ เสนอรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการดำ เนินงานครบถ้วนตามขอบเขตงาน
50
(4) นำ เสนอรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการดำ เนินงานครบถ้วนถูกต้องตามขอบเขต งาน และมีความชัดเจน แสดงให้เห็นว่าสามารถดำ เนินงานแล้วเสร็จ และมีการนำ เสนอต้นแบบ (Mock-up) ของระบบที่นำ เสนอ
75
(5) นำ เสนอรายละเอียด ขั้นตอน วิธีการดำ เนินงานครบถ้วนถูกต้องตามขอบเขต งาน และมีความชัดเจนแสดงให้เห็นว่าสามารถดำ เนินงานแล้วเสร็จได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และมีการนำ เสนอต้นแบบ (Mock-up) ของระบบที่นำ เสนอ พร้อม ทั้งมีข้อเสนอเพิ่มเติมประกอบการดำ เนินงานตามที่จ้าง ที่เป็นประโยชน์ต่อการ ดำ เนินโครงการ
100
- 19 -
- ความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา (น้ำ หนักร้อยละ 10)
เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา หมายถึง เครื่องมือ ระบบ และสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเลือก ใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์ม Knowledge Portal โดยต้องมีความทันสมัย มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายอุปกรณ์ (Responsive) รวมถึงรองรับการขยายตัว ของระบบในอนาคต โดยเฉพาะการจัดการข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data) การสืบค้นข้อมูล (Search) และฟังก์ชัน Wisdom-based ตามขอบเขตของงาน
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
(1) ใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ไม่รองรับอุปกรณ์ที่หลากหลาย และขาดความยืดหยุ่นใน การใช้งาน
0
(2) ใช้เทคโนโลยีพื้นฐาน รองรับอุปกรณ์บางประเภทเท่านั้น (เช่น ใช้ได้เฉพาะ PC หรือใช้ได้ในบราว์เซอร์เดียว)
25
(3) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับทุกอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์ เช่น PC, Mobile Devices สามารถใช้ในบราว์เซอร์ต่างๆ ได้
50
(4) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับทุกอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์ เช่น PC, Mobile Devices สามารถใช้ในบราว์เซอร์ต่างๆ ได้ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ เหมาะสม
75
(5) ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รองรับทุกอุปกรณ์อย่างสมบูรณ์ เช่น PC, Mobile Devices สามารถใช้ในบราว์เซอร์ต่างๆ ได้ มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และมีการวางแผนรองรับการขยายตัวในอนาคต
100
- 20 -
- แผนการบำ รุงรักษาและการให้บริการหลังการส่งมอบ (น้ำ หนักร้อยละ 10)
แผนการบำ รุงรักษาและการให้บริการหลังการส่งมอบ หมายถึง แนวทางการดูแลระบบภายหลังการ พัฒนาแล้วเสร็จ เพื่อให้ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และปลอดภัย โดยครอบคลุม การบำ รุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) การแก้ไขปัญหา (Corrective Maintenance) การอัปเดตระบบ และการให้บริการช่วยเหลือผู้ใช้งาน (Support Service) ตามเงื่อนไขในข้อ 5.4 รวมถึง ต้องระบุช่องทาง ระยะเวลา และระดับการให้บริการ (Service Level) อย่างชัดเจน
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
(1) ไม่เสนอแผนการบำ รุงรักษา และไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการหลัง การส่งมอบ
0
(2) เสนอแผนบำ รุงรักษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุมระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ไม่มี การระบุช่องทางหรือเวลาการให้บริการสนับสนุน
25
(3) มีแผนบำ รุงรักษาครอบคลุม 1 ปี และมีระบบให้บริการช่วยเหลือในช่วงเวลา ทำ การ
50
(4) มีแผนบำ รุงรักษาครอบคลุม 1 ปี พร้อมระบบช่วยเหลือทั้งในเวลาทำ การและ นอกเวลาทำ การ
75
(5) มีแผนบำ รุงรักษาครอบคลุมอย่างน้อย 2 ปี พร้อมระบบให้บริการช่วยเหลือทั้ง ในและนอกเวลาทำ การ และมีข้อเสนอเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ต่อการดำ เนิน โครงการ เช่น รายงานสถานะระบบ การอัปเดตเวอร์ชันอัตโนมัติ หรือแผนการ ปรับปรุงตามความต้องการในอนาคต
100
- 21 -
- ประวัติ ผลงาน และประสบการณ์ของบุคลากร (น้ำ หนักร้อยละ 5)
ประวัติ ผลงาน และประสบการณ์ของบุคลากร หมายถึง การแสดงคุณสมบัติ ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ของบุคลากรหลักที่รับผิดชอบโครงการตามที่กำ หนดในข้อ 4.2 โดยพิจารณาจากวุฒิการ ศึกษา ประสบการณ์ทำ งาน ผลงานที่ผ่านมา และบทบาทหน้าที่ในโครงการ ซึ่งต้องสอดคล้องกับลักษณะ งานด้านการวิเคราะห์ออกแบบ และพัฒนาระบบดิจิทัล รวมถึงมีความสามารถในการบริหารจัดการ โครงการและการทำ งานร่วมกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน
(1) แสดงข้อมูลบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ ในข้อ 4.2 หรือไม่แสดงข้อมูลบุคลากรหลักเลย
0
(2) แสดงข้อมูลบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.2 ได้ไม่ครบถ้วน
25
(3) แสดงข้อมูลบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.2 และมีผลงานลักษณะใกล้เคียงกับงานที่ดำ เนินการจ้าง จำ นวนรวม 1 ผลงาน
50
(4) แสดงข้อมูลบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.2 และมีผลงานลักษณะใกล้เคียงกับงานที่ดำ เนินการจ้าง จำ นวนรวม 2 ผลงาน
75
(5) แสดงข้อมูลบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.2 และมีผลงานลักษณะใกล้เคียงกับงานที่ดำ เนินการจ้าง จำ นวนตั้งแต่ 3 ผลงาน ขึ้น ไป
100
- 22 -
-
ผลงานของผู้รับจ้างย้อนหลัง ไม่เกิน 5 ปี (น้ำ หนักร้อยละ 10)
ผลงานผู้รับจ้างย้อนหลัง หมายถึง ผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดำ เนินการในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีที่ผ่าน มา ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับงานจ้างครั้งนี้ โดยเฉพาะงานพัฒนาเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีการ จัดการข้อมูล การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน และการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยต้องสามารถแสดง หลักฐานประกอบ เช่น หนังสือรับรองผลงาน หรือสำ เนาสัญญา พร้อมขอบเขตงาน เพื่อใช้ประกอบการ พิจารณาความน่าเชื่อถือและศักยภาพในการดำ เนินโครงการ
เกณฑ์การให้คะแนน
คะแนน(1) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีลักษณะใกล้ เคียงกับงานที่จะจ้าง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้
0(2) มีผลงานการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานที่จะ จ้าง จำ นวนไม่น้อยกว่า 1 ผลงาน มูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท
25(3) มีผลงานการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานที่จะ จ้าง จำ นวนไม่น้อยกว่า 2 ผลงาน มูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท
50(4) มีผลงานการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานที่จะ จ้าง จำ นวนไม่น้อยกว่า 3 ผลงาน มูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท
75(5) มีผลงานการพัฒนาเว็บไซต์หรือระบบสารสนเทศที่มีลักษณะใกล้เคียงกับงานที่จะ จ้าง จำ นวนไม่น้อยกว่า 5 ผลงาน มูลค่าต่อสัญญาไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท
100 -
หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำ นักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) 69 อาคารวิทยาลัยการ จัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้น 18 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 ชื่อผู้ติดต่อ : นายเกียรติพร หวังภัทรพงศ์โทร. 02-105-6548 [email protected] ผู้จัดทำ /คณะกรรมการจัดทำ ขอบเขตงาน ผู้อำ นวยการสำ นัก/หัวหน้าฝ่าย
(นายเกียรติพร หวังภัทรพงศ์) ผู้อำ นวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร 22เม.ย.69 เวลา 16:28:54 Non-PKI Server Sign Signature Code : RAA5A-DcAQQ-A4AEI-AOQBF
(นางสาวคณิณยา กนิษฐสังกาศ) ผู้ช่วยผู้อำ นวยการฝ่าย
22เม.ย.69 เวลา 16:31:12 Non-PKI Server Sign Signature Code : MQAwA-DIANQ-A3ADM-AQgAz
(นายเกียรติพร หวังภัทรพงศ์)
ผู้อำ นวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร
22เม.ย.69 เวลา 16:57:33 , Non-PKI Server Sign , Signature Code : RAA2A DcAMQ-AyADQ-ANAA2
อนุมัติ
(นายทวารัฐ สูตะบุตร)
ผู้อำ นวยการสำ นักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ 27เม.ย.69 เวลา 09:22:46 , Non-PKI Server Sign , Signature Code : NwA4A DEARg-AwADY-AQgBG
(นายนพสิทธิ์ เพ็งถา)
เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศอาวุโส 22เม.ย.69 เวลา 16:33:42 Non-PKI Server Sign Signature Code : QQA0A-DYANg-A3AEY-AOQA0ราง
( - ร่าง -)
ประกาศสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐานข้อมูล
Creative Knowledge Landscape Map ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) มีความประสงค์จะประกวดราคา จ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการ ประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๘๙๓,๙๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านแปดแสนเก้าหมื่นสามพันเก้าร้อยบาท ถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
Q.
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด
๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.okmd.or.th หรือ www.gprocurement.go.th
๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วมการนําเสนอข้อเสนอทางเทคนิคต่อคณะกรรมการ ภายในระยะ เวลา ๕ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา โดยให้จัดเตรียมสื่อประกอบการนําเสนอในรูปแบบ ไฟล์ PDF หรือสื่อการนําเสนออื่นๆ ที่เหมาะสม การนําเสนอมีระยะเวลาโดยรวม ไม่เกิน 50 นาที แบ่งเป็น (๑) เวลา ในการนําเสนอข้อเสนอ จํานวน ๔๕ นาที และ (๒) เวลาให้คณะกรรมการซักถามและพิจารณาเพิ่มเติม จํานวน ๑๕ นาที ซึ่งเนื้อหาในการนําเสนอควรเป็นไปตามองค์ประกอบที่กําหนดไว้ใน เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอทาง
เทคนิค
ประกาศ ณ วันที่
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายทวารัฐ สูตะบุตร)
ผู้อํานวยการสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
สําเนาถูกต้อง
วรพจน บุญพร (นายวรพจน์ บุญพร) ผู้อํานวยการฝ่ายอํานวยการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ 5 พฤษภาคม ๒๕๖๙ โดย นายวรพจน์ บุญพร ผู้อํานวยการฝ่าย
อ้านวยการร่าง
(- ร่าง -)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map
ตามประกาศ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
ลงวันที่ พฤษภาคม ๒๕๖๙
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สบร.” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ
OKMD Knowledge Portal เพื่อรอง
รับฐานข้อมูล Creative
Knowledge Landscape Map
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ งาน
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทั่วไป
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สบ ร. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่าง เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกันหรือใกล้เคียงกับการจ้างครั้งนี้ และ เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชน ที่ สบร. เชื่อถือได้ และมีผลงานที่ เกี่ยวข้องกับการจ้างอย่างน้อย ๑ ผลงาน โดยผลงานมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๙๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่ได้ทำการแล้ว เสร็จจนถึงวันที่ยื่นเอกสาร โดยในวันยืนเสนอราคาจะต้องแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญา
พร้อมขอบเขตงาน ดังกล่าวมาด้วย
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้
เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่
เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่า
งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงาน ใหญ่
รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับ ถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน (Certificate) ISO/IEC 29110 โดยให้ยื่นเอกสารรับรองดังกล่าว ในวันที่ยื่นเสนอราคาด้วย
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม
กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ
มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) สำเนาหนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand ของสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย (ถ้ามี)
(๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบ หนังสือมอบอำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับ มอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (๓) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๒๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สบร.ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสบร. จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สบร.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสบร.
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สบร.จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สบร.
จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ จ้างพัฒนาและปรับปรุงระบบ OKMD Knowledge Portal เพื่อรองรับ ฐานข้อมูล Creative Knowledge Landscape Map
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๕.๐๐ (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๗๕.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) แผนการดำเนินงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๑ (๒.๒) รายละเอียดวิธีการดำเนินงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๓๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๒ (๒.๓) เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๓ (๒.๔) แผนการบำรุงรักษาและการให้บริการหลังการส่งมอบ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์ การพิจารณา ข้อ ๔
(๒.๕) ประวัติ ผลงาน และประสบการณ์ของบุคลากร กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์การ พิจารณา ข้อ ๕
(๒.๖) ผลงานผู้รับจ้างย้อนหลัง ไม่เกิน ๕ ปี กำหนดน้ำหนัก เท่ากับ
ร้อยละ ๑๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนนตามรายละเอียดเอกสารขอบเขตของงานเกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๖ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สบร.กำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สบร.สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ
กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสบร. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สบร.มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สบร.ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสบร.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่า ใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสบร.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการ ยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล อื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสบร. จะให้ผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สบร. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือ ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากสบร.
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสบร. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสบร. ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สบร. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สบร. ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ
ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสบร. ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สบร. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตงานข้อ ๙.๑ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตงานข้อ ๙.๒ ให้แล้วเสร็จภายใน ๔๕ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตาม ขอบเขตงานข้อ ๙.๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสบร. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้าง ช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สบร.ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การ ได้ดีดังเดิมภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สบร.ได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสบร.ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตาม การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสบร.ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สบร.จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออก หนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะ พิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สบร.สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสบร. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สบร. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสบร.ไม่ได้
(๑) สบร.ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สบร. หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สบร. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสบร. ไว้ชั่วคราว
สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
พฤษภาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
วรพจน์ บุญพร
(นายวรพจน์ บุญพร)
ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นายวรพจน์ บุญพร ผู้อำนวยการฝ่าย
อำนวยการ