จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ ๘ ตำบลตลาดจินดา เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๔ ตำบลคลองจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69049454862
฿3,278,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีความแข็งแรงและสามารถรองรับการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้วิธีการ PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ซึ่งเป็นการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วนซุย ผสมกับวัสดุประสาน เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ และบดอัดให้ได้ค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นตามมาตรฐานที่กำหนดในแบบ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด เริ่มตั้งแต่การส่งแผนปฏิบัติงาน การเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสม การขุดซ่อมโครงสร้างทางเดิมที่เสียหาย (SOFT SPOT) การเสริมหินคลุกปรับระดับหากโครงสร้างทางเสียรูป และที่สำคัญคือการดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยเครื่องจักรเฉพาะ พร้อมการควบคุมคุณภาพการผสม การบดอัดให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY และการทดสอบกำลังรับแรงอัดของตัวอย่างวัสดุผสมปูนซีเมนต์ ซึ่งต้องได้ค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่าที่กำหนด โดยมีเกณฑ์การยอมรับและขั้นตอนการทดสอบซ้ำหากไม่ผ่าน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการบ่มผิวทาง การเปิดการจราจร การทำ PRIME COAT การทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต การตีเส้นจราจร และการจัดทำเครื่องหมายจราจรต่างๆ ตามแบบมาตรฐานที่กำหนด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้าง

English summary

This project aims to repair and reconstruct asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This involves processing the existing road material, mixing it with additives such as cement or asphalt, and compacting it to achieve the required strength and density standards. The contractor must submit an operational plan, coordinate with the supervisor, perform deep patching for structural repairs, and level the base layer if necessary. The core task is the in-place recycling of the existing road layer using specialized machinery, ensuring proper mixing, compaction, and testing of compressive strength. This includes quality control for cement-treated mixtures, with specific requirements for sample preparation, curing, and strength testing, including re-testing procedures if initial results are below standard. The project also covers PRIME COAT application, asphalt concrete surfacing, traffic line marking, and other related works as per the standard drawings. The contractor is responsible for all testing costs and any damages incurred during construction.

สถานที่ดำเนินการ

(ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีความแข็งแรงทนทาน
  • ปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • เสริมหินคลุกปรับระดับโครงสร้างทางเดิมที่เสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด
  • ทำ PRIME COAT และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

ขอบเขตของงาน

  • การส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติ
  • การประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุและส่งออกแบบส่วนผสม
  • การขุดซ่อม (DEEP PATCH) โครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • การเสริมหินคลุกปรับระดับโครงสร้างทางเดิมที่เสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และบดทับให้เรียบร้อย
  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม ทำให้ร่วนซุย
  • การคลุกเคล้าวัสดุเดิมกับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด
  • การบดทับให้ได้ความแน่นและค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนด
  • การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 โดยอนุโลม
  • การทดสอบซ้ำหากค่ากำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด
  • การทดสอบความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ไม่น้อยกว่า 95%
  • การบ่มผิวทางที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์อย่างน้อย 7 วัน
  • การเปิดการจราจรตามปกติในช่วงเวลาการบ่ม
  • การทำ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  • การทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545
  • การตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • การจัดทำเครื่องหมายจราจรหลัก กันโค้ง หลักกิโลเมตร และ GUARD RAIL ตามที่กำหนดในแบบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับการอนุมัติ
  • ผลการทดสอบวัสดุและคุณภาพการก่อสร้าง (กำลังรับแรงอัด, ความแน่น)
  • ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ซ่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐาน
  • PRIME COAT และผิวไหล่ทางที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ตีแล้วเสร็จ
  • เครื่องหมายจราจรหลัก, กันโค้ง, หลักกิโลเมตร, GUARD RAIL ที่ติดตั้งแล้วเสร็จ (ถ้ามีในแบบ)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • การส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การประสานงานเก็บตัวอย่างและส่งออกแบบส่วนผสม: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการบ่มผิวทางที่ผสมปูนซีเมนต์: อย่างน้อย 7 วัน
  • (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
    • มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • Standards Compliance:
    • การใช้วัสดุและวิธีการก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่อ้างถึง เช่น มทช.225-2545, มทช.230-2545, มอก 15, ม.308-2550, มล. 313–2550, แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • Experience:
    • (ไม่ได้ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงใน TOR ส่วนนี้)
  • Previous Project Cost:
    • (ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำใน TOR ส่วนนี้)
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีเครื่องจักรสำหรับขุดตัดรื้อชั้นทางเดิม (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING MACHINE)
    • ต้องมีเครื่องจักรบดอัดที่เหมาะสม
    • ต้องมีความสามารถในการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่น (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
  • Personnel:
    • (ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรใน TOR ส่วนนี้)

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินใน TOR ส่วนนี้ โดยทั่วไปจะอ้างอิงตามเอกสารประกวดราคาหลัก)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING):
    • การขุดร่วนซุยวัสดุเดิม
    • การผสมวัสดุเพิ่ม (ปูนซีเมนต์, แอสฟัลต์ หรือสารอื่น)
    • การบดทับให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามมาตรฐานที่กำหนด (ค่าเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด, อนุโลมแท่งตัวอย่างที่ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด)
    • การบ่มผิวทางด้วยการพ่นน้ำอย่างน้อย 7 วัน (กรณีผสมปูนซีเมนต์)
  • วัสดุ:
    • หินคลุก: เป็นหินไม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม ม.306-2550 มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (LL, PI, ความลึก, CBR) และสะอาดปราศจากสารอันตราย
    • ปูนซีเมนต์: มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15: มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
    • PRIME COAT: ตาม “มาตรฐานงานไพร์มโคท” มณ308-2550
    • ผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต: ตาม “มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต” มล. 313–2550
    • เส้นแบ่งทิศทางจราจร: ตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
  • การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ:
    • รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
    • อาจมีการดำเนินการในบางช่วงกิโลเมตร หรือเพิ่มบริเวณทางเชื่อม/ทางแยก ตามความเหมาะสมและดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    • การเปลี่ยนแปลงต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: (ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
  • ค่าปรับ: (ไม่ได้ระบุใน TOR ส่วนนี้)
  • ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง:
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด (รวมถึงการทดสอบซ้ำ)
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสํารวจ, การตรวจสอบ, การออกแบบส่วนผสม, การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ, และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING คืออะไร?
    • A: เป็นวิธีการนำวัสดุผิวทางแอสฟัลต์เดิมมาขุดร่วนซุย ผสมกับวัสดุประสาน เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้ชั้นทางใหม่ที่มีความแข็งแรง
    • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนปฏิบัติงานเมื่อใด?
    • A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) มีเกณฑ์อย่างไร?
    • A: ค่าเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ โดยอนุโลมให้มีตัวอย่างที่ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
    • Q: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดไม่ผ่าน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    • A: ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บตัวอย่างทดสอบใหม่ หากยังไม่ผ่านตามเกณฑ์ ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างปรับปรุงชั้นทางเดิมใหม่ทั้งหมด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
    • Q: ความแน่นของการบดอัดต้องเป็นเท่าใด?
    • A: ต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • Q: หลังจากการปรับปรุงชั้นทางด้วยปูนซีเมนต์ ต้องบ่มนานเท่าใด?
    • A: อย่างน้อย 7 วัน โดยการพ่นน้ำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลา
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
    • A: ค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด, ค่าปรับปรุงชั้นทางใหม่หากไม่ผ่านเกณฑ์, ค่าสํารวจ, การตรวจสอบ, การออกแบบส่วนผสม, ค่าธรรมเนียม, และความเสียหายในระหว่างการก่อสร้าง
    • Q: สามารถเปลี่ยนแปลงแบบโครงสร้างทางได้หรือไม่?
    • A: สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทาง โดยอยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงาน และต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนด
    • Q: งาน PRIME COAT และการทำผิวแอสฟัลต์คอนกรีตต้องเป็นไปตามมาตรฐานใด?
    • A: PRIME COAT ตาม มทช.225-2545 และผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตตาม มทช.230-2545
    • Q: การตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรต้องเป็นไปตามข้อกำหนดใด?
    • A: ตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง และตามที่กำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทาง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มท.(ท) 303-2545 * วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี
    แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของขึ้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    1 หินคลุก
    2 น่า
    รายการ
    3 ปูนซิเมนต์
    เก
    4
    PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ขอก้าหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE )
    ( ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มณ308-2550 ผิวทางและไหล่ทาง ข้างถึง ” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มล. 313–2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
  11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  12. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ ทถ-7-603