จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายหมู่ที่ ๙ ตำบลนิลเพชร เชื่อมต่อ ตำบลไทรงาม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม 69049454109
฿3,886,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยใช้วิธี Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นเทคนิคการปรับปรุงชั้นทางเดิมในพื้นที่ โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา และประสานงานกับผู้ควบคุมงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุส่งออกแบบภายใน 15 วัน นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่เสียหาย เช่น การขุดซ่อม (DEEP PATCH) หรือการเสริมหินคลุกปรับระดับตามความจำเป็น ก่อนทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ด้วยเครื่องจักรขุดรื้อวัสดุเดิมให้ร่วนซุย ผสมกับวัสดุเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ และบดอัดให้ได้กำลังรับแรงอัดและความแน่นตามที่กำหนด การทดสอบคุณภาพวัสดุมีความสำคัญ โดยเฉพาะการทดสอบกำลังรับแรงอัดของตัวอย่างวัสดุผสมปูนซีเมนต์ ซึ่งต้องได้ค่าเฉลี่ยตามที่กำหนด และมีการทดสอบซ้ำหากผลการทดสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด รวมถึงการแก้ไขหากงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการ PRIME COAT และทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต รวมถึงตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางตามมาตรฐานที่กำหนด

English summary

This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the Pavement In-Place Recycling method. This technique involves rehabilitating the existing road layer by mixing it with new materials such as cement or asphalt to achieve the required structural strength. The contractor must adhere to an approved work plan, conduct material quality tests, and deliver work that meets specified standards.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling
  • แก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ให้ได้กำลังรับแรงอัดและความแน่นตามที่กำหนด
  • ทำ PRIME COAT และทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
  • ประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุส่งออกแบบภายใน 15 วัน
  • ให้ข้อมูลในการสำรวจออกแบบและรายละเอียดตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  • ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • เสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง ตามแบบกำหนด
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี Pavement In-Place Recycling โดยการขุดรื้อวัสดุเดิมให้ร่วนซุย ผสมกับวัสดุที่ผสมเพิ่ม (เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์) และบดอัดให้ได้ความแน่นและกำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
  • ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุต่างๆ เช่น กำลังรับแรงอัด ความแน่นของการบดอัด
  • ดำเนินการ PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
  • ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
  • บ่มชั้นทางที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์เป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน และอนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ได้รับอนุมัติ
  • ผลการทดสอบคุณภาพวัสดุต่างๆ
  • ชั้นทางที่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐาน
  • ผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐาน
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ถูกต้อง
  • งาน PRIME COAT ที่สมบูรณ์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • แผนการปฏิบัติงานต้องส่งภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การเก็บตัวอย่างวัสดุส่งออกแบบต้องดำเนินการภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การบ่มชั้นทางด้วยปูนซีเมนต์ต้องมีระยะเวลาอย่างน้อย 7 วัน
  • ระยะเวลาการก่อสร้างโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารนี้ แต่จะขึ้นอยู่กับปริมาณงานและข้อกำหนดในแบบ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างทำของ
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
    • (ข้อกำหนดพื้นฐานอื่นๆ เช่น การจดทะเบียนนิติบุคคล, การเสียภาษี จะถูกละไว้ตามคำแนะนำ)
  • Standards Compliance:
    • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มทช.225-2545 สำหรับ PRIME COAT
    • ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มทช.230-2545 สำหรับผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    • ต้องปฏิบัติตาม ม.306-2550 สำหรับหินคลุก
    • ต้องปฏิบัติตาม มอก. 15 สำหรับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
    • ต้องปฏิบัติตาม มก. 308-2550 สำหรับงานไพร์มโคท
    • ต้องปฏิบัติตาม มก. 313-2550 สำหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    • ต้องปฏิบัติตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัดให้ใช้วิธีการทดลองที่ มทช (ท) 303-2545 โดยอนุโลม
  • Experience:
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้
  • Previous Project Cost:
    • ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้ (สำหรับผลงานประเภทเดียวกัน)
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิม
    • มีเครื่องจักรสำหรับบดอัดให้ได้ความแน่นตามที่กำหนด
    • มีความสามารถในการทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY)
  • Personnel:
    • ไม่ได้ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรในเอกสารนี้ นอกเหนือจากความสามารถในการปฏิบัติงานตามที่กำหนด

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของงานที่เสนอ และเป็นไปตามข้อกำหนดในเอกสารประกวดราคา (รายละเอียดไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสารนี้)
  • การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์ต้องได้ค่าเฉลี่ยไม่น้อยกว่าที่กำหนด
  • ความแน่นของการบดอัดต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (Pavement In-Place Recycling):
    • การขุดรื้อวัสดุเดิมให้ร่วนซุย
    • การผสมวัสดุเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด
    • การบดอัดให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน (ไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY)
    • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
  • การแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิม:
    • การขุดซ่อม (DEEP PATCH) สำหรับ SOFT SPOT
    • การเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับ
  • วัสดุ:
    • หินคลุก: ต้องเป็นหินไม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม ม.306-2550 มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (LL, PI, ความลึก, CBR) และปราศจากสารปนเปื้อน
    • ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15
    • PRIME COAT: มาตรฐาน มก. 308-2550
    • ผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต: มาตรฐาน มก. 313-2550
    • เส้นแบ่งทิศทางจราจร: ตาม “แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง”
  • การบ่มและการเปิดการจราจร (กรณีผสมปูนซีเมนต์):
    • บ่มโดยการพ่นน้ำบนผิวหน้าอย่างน้อย 7 วัน
    • อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาบ่ม

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้
  • ค่าปรับ: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้
  • การรับประกันผลงาน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้
  • ผู้รับจ้างรับผิดชอบ:
    • ค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้มาตรฐาน
    • ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม การแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ รวมถึงผลความเสียหายใดๆ ในสนาม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิธี Pavement In-Place Recycling คืออะไร?
    • A: เป็นเทคนิคการปรับปรุงชั้นทางเดิมในพื้นที่ โดยการนำวัสดุผิวทางเดิมมาขุดร่วน ผสมกับวัสดุใหม่ เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์ แล้วบดอัดให้ได้มาตรฐาน
    • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    • A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์มีเกณฑ์อย่างไร?
    • A: ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดในแบบ โดยอนุโลมให้มีตัวอย่างที่ต่ำกว่าได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด
    • Q: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    • A: ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บตัวอย่างทดสอบใหม่ หากยังไม่ได้มาตรฐาน ผู้รับจ้างต้องทำการก่อสร้างใหม่ทั้งหมดในส่วนนั้น และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    • Q: ความแน่นของการบดอัดที่ต้องการคือเท่าใด?
    • A: ไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • Q: ต้องมีการบ่มชั้นทางที่ปรับปรุงด้วยปูนซีเมนต์หรือไม่ และนานเท่าใด?
    • A: ใช่ ต้องบ่มโดยการพ่นน้ำบนผิวหน้าอย่างน้อย 7 วัน
    • Q: สามารถเปิดการจราจรได้ในช่วงเวลาบ่มหรือไม่?
    • A: อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาบ่ม
    • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าก่อสร้าง?
    • A: ค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ำ การปรับปรุงงานใหม่ ค่าสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสม และความเสียหายในพื้นที่
    • Q: มาตรฐานที่ใช้สำหรับ PRIME COAT คืออะไร?
    • A: มาตรฐาน มทช.225-2545 และ มก. 308-2550
    • Q: มาตรฐานที่ใช้สำหรับผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตคืออะไร?
    • A: มาตรฐาน มทช.230-2545 และ มก. 313-2550

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างชั้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อชิ้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มทช (ท) 303-2545 วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    1
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดขึ้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น

    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มขึ้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT พื้นทางและฟื้นไหล่ทาง ตาม มทช.225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    1 หินคลุก
    0
    2 น่า
    รายการ
    3 ปูนซิเมนต์
    4 PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    ต้องเป็นหินไม่รวม ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง ” มาตรฐานงานไพร์มโคท” มก. 308-2550
    5 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง” มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มก. 313–2550 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง "
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ
    ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    กรมทางหลวงชนบท
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVBMENT IN-PLACB RBCYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แผ่นที่ 102
    แบบเลขที่ ทฤ-7-603