ประกวดราคาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษากล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ FIX ทางพิเศษฉลองรัช ต่อเนื่อง ๓ ปี
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
- ๒ -
๔. รายละเอียดทั่วไป
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับบริหารจำนวน ๑ คน และ ระดับหัวหน้างาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน ที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานที่ได้รับมาตรฐานของกรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน และมีประสบการณ์ควบคุมการทำงานบนทางพิเศษ ไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยให้ยื่นเอกสารในวันยื่นข้อเสนอ
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ประสบการณ์ ความชำนาญในการซ่อมแชมและ บำรุงรักษาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องสำหรับระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ระบบตรวจจับอุบัติการณ์ ระบบตรวจจับรถย้อนศรทางลง และจะต้องยื่นแสดงรายชื่อเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน พร้อมรูปถ่าย
วุฒิการศึกษา และใบรับรองการฝึกอบรมการบำรุงรักษาและใช้งานจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ โดยให้แนบเอกสาร รับรองดังกล่าว ทั้งนี้ต้องสามารถยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงานได้ผ่านการฝึกอบรมให้เป็นผู้มีประสบการณ์ ด้านนี้มาแล้ว ทั้งนี้ กทพ. สงวนสิทธิ์ ที่จะตรวจสอบวินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยตรงจากหน่วยงานดังกล่าว โดยให้ ยื่นเอกสารในวันยื่นข้อเสนอ
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีเอกสารรับรองการสนับสนุนทางเทคนิคจากเจ้าของผลิตภัณฑ์กล้องโทรทัศน์ วงจรปิด (CCTV) ที่กทพ.ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยให้ยื่นเอกสารในวันยื่นข้อเสนอ
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ Fix ทางพิเศษ ฉลองรัช ตลอดระยะสัญญา หากมีอุปกรณ์ชำรุด ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ซ่อมแซมหรือ ทำการเปลี่ยนให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ โดยรวมค่าแรง ค่าอะไหล่ และค่าวัสดุไว้แล้ว โดยอะไหล่ จะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า และสามารถใช้งานร่วมกับระบบเดิมที่ทาง กทพ. ติดตั้งอยูเดิมได้
๕. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง
๕.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงานและโครงสร้างบุคลากร จัดทำรูปแบบของรายงานการ ตรวจสอบและบำรุงรักษา รวมทั้งจะต้องทำการสำรวจและสรุปสถานการณ์ทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ของระบบการบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) และระบบตรวจจับอุบัติการณ์ จำนวน ๑ ระบบ ระบบตรวจจับรถย้อนศรบริเวณทางลงทางพิเศษฯ จำนวน ๑ ระบบ โดยนำส่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วันทำการ นับจากวันเริ่มงานตามสัญญา
๕.๒ ผู้รับจ้างต้องมีสถานที่ติดต่อและหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์การติดต่อสื่อสารอื่น ๆ ที่สามารถรับแจ้งเหตุขัดข้องได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่ประสานงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทุกครั้ง และจะต้องแจ้งเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่สามารถติดต่อเร่งด่วน และชื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ประสานงาน
ติดต่อได้โดยตรงในกรณีฉุกเฉิน
๕.๓ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ กทพ. ทราบล่วงหน้าทุกครั้ง และต้องได้รับการเห็นชอบจาก กทพ. จึงจะ สามารถขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษฯ ได้พร้อมทั้งจะต้องจัดทำรายงานประกอบแสดงขั้นตอนการแก้ไขปัญหา คำอธิบาย และมีการถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของ กทพ. ด้วย
Ka
(นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย) ประธานกรรมการ
(นายจรุง ใจงาม)
กรรมการ
CM.MD
(นายธนะพล กลิ่นกลั่น) กรรมการ
ل
(นายวีระพล อินทะโชติ) กรรมการ
(นายศรัณย์ภัทร พัตรปาน) กรรมการ
SM
(นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม) กรรมการและเลขานุการ
(นายศรัณย์ธรณ์ ดำรงนิธิกุล) กรรมการ
๕.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทำสรุปรายงานแยกรายเดือน จัดส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนวัน ส่งมอบงวดงานอย่างน้อย ๗ วันทำการ ประกอบด้วยรายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) สรุปปัญหา การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) โดยในรายงานที่จัดส่งจะประกอบด้วยใบรายการงานซ่อม (Services Sheet)
สรุปปัญหาการแจ้งซ่อมประจำเดือน รวมถึงการบำรุงรักษา รายอุปกรณ์ และใบสรุปการเปลี่ยนอุปกรณ์ โดยจัดส่งเป็นรูปแบบรายงานจำนวนอย่างละ ๓ ชุด และแบบ Digital File ใน Trump drive (ความจุไม่น้อยกว่า 32 GB) จำนวน ๓ ชุด ทั้งนี้จะต้องจัดทำรายงานการประชุมประจำงวดภายใน ๑ สัปดาห์หลังการประชุมทุกครั้ง ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณา เมื่อสิ้นสุดสัญญาจะต้องรวบรวมรายงาน เอกสารที่เกี่ยวข้องตลอดทั้ง
สัญญาแบบ Digital Files ลงใน External Hard disk แบบผ่านเครือข่าย ความจุไม่น้อยกว่า 6 TB ๕.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ เช่น กรวยยางจราจร ป้ายแจ้งเตือน กระบองไฟ ไฟสัญญาณวับวาบ รถปฏิบัติงานและรถคุ้มครองติดตั้งไฟลูกศร ที่ท้ายรถเป็นอย่างน้อย และตรวจสอบรถที่ขึ้นปฏิบัติงานให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ขณะทำงานอยู่บนทางพิเศษฯ ตามมาตรฐานที่ กทพ.ได้กำหนดไว้ตาม ภาคผนวก
๕.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำประกันชีวิตและอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้กับผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง โดยให้ ความคุ้มครองผู้ปฏิบัติงาน ตลอดระยะเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา
๕.๗ ผู้รับจ้างต้องแต่งชุดปฏิบัติงาน (ยูนิฟอร์ม) และจัดเตรียมอุปกรณ์ตามมาตรฐานความปลอดภัย ส่วนบุคคลเช่น เสื้อสะท้อนแสง หมวกนิรภัย ถุงมือป้องกันไฟฟ้า เข็มขัดนิรภัย รองเท้าเซฟตี้ ให้กับผู้ปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างทุกคนที่ขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษทุกครั้ง และต้องติดบัตรประจำตัวที่แสดงภาพถ่าย ชื่อ นามสกุล ให้ชัดเจน ขณะเข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่ ของ กทพ. ตลอดเวลา
๕.๘ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO 27001 (ศูนย์ คอมพิวเตอร์) และมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัด ๕.๙ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานโดยไม่เป็นอุปสรรคและไม่กีดขวางการจราจรบนทางพิเศษฯ รวมทั้ง ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการทำงานให้กับบุคคล และทรัพย์สินตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม “กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของกระทรวงแรงงาน” ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากเกิดการสูญเสีย และมีความเสียหายที่เกิดจากการทำงานต่อบุคคล ทรัพย์สินและบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการทำงาน
ตามหลักการปฏิบัติงานบนทางพิเศษอย่างเคร่งครัด รวมถึงผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานบนทางต้อง เข้ารับการอบรมความปลอดภัยการปฏิบัติงานบนทางพิเศษฯ กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของ กทพ. ก่อนการขึ้นปฏิบัติงาน
๕.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่อ กทพ.ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ หรือไม่มีความรู้ความชำนาญพอ กระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ในการซ่อมแซมและ บำรุงรักษาเป็นเหตุให้ระบบหรืออุปกรณ์ของ กทพ. เสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมหรือ จัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและความสามารถในการใช้งานไม่ต่ำกว่าของเดิมชดใช้แทน หรือชดใช้ราคาของ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดความเสียหายให้แก่ กทพ.
An ه Ku لا
(นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย) ประธานกรรมการ
(นายจรุง ใจงาม)
กรรมการ
Dr:mD
(นายธนะพล กลิ่นกลั่น) กรรมการ
(นายวีระพล อินทะโชติ) กรรมการ
(นายศรัณย์ภัทร พัตรปาน) กรรมการ
(นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม) กรรมการและเลขานุการ
(นายศรัณย์ธรณ์ ดำรงนิธิกุล) กรรมการ
๕.๑๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมหลักสูตรฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ กทพ.อย่างน้อย ๒๐ คน/หลักสูตร/ปี เกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมแซม การบำรุงรักษาและการใช้ระบบบริหารจัดการกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ Fix และระบบตรวจจับอุบัติการณ์ และระบบตรวจจับรถวิ่งย้อนศรบริเวณทางลงบนทาง
พิเศษฉลองรัช ตามสถานที่ ที่ กทพ.กำหนด โดยส่งหลักฐานการจัดการฝึกอบรมและคู่มือ ให้กับคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ และใช้เป็นเอกสารในการส่งมอบงานในงวดที่ ๒ งวดที่ 5 และงวดที่๑๐ ในกรณีที่บุคลากรของ กทพ. ที่ผ่านการอบรมแล้วยังไม่เข้าใจไม่สามารถปฏิบัติงานได้ กทพ. มีสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้างทำการฝึกอบรมซ้ำได้ โดยผู้รับจ้างไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
๕.๑๒ กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. อาจแจ้งปัญหา/ข้อผิดพลาด สภาพของการชำรุดบกพร่องเบื้องต้น ของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ Fix ไปยังผู้รับจ้างโดยทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) หรือ แอพพลิเคชั่น LINE ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด และตลอด ๒๔ ชั่วโมง และ ผู้รับจ้างจะต้องตอบรับทราบมายัง กทพ. หรือผู้แทนของ กทพ. ภายใน ๑ ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้ง โดยทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail) หรือ แอพพลิเคชั่น LINE
๕.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องทำการตรวจสอบการทำงานของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ Fix และระบบตรวจจับอุบัติการณ์ และระบบตรวจจับรถวิ่งย้อนศรบริเวณทางลงบนทางพิเศษฯ ทุกวันผ่านระบบ บริหารจัดการที่ศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (CCB3) หรือที่ศูนย์บริหารทางพิเศษแห่งประเทศไทย และแจ้งผล ให้ กทพ.รับทราบทุกวันในรูปแบบแอพพลิเคชั่น LINE หรือตามที่ กทพ.กำหนด
๕.๑๔ ผู้รับจ้างต้องรวบรวมบันทึกการตรวจสอบการทำงานในแต่ละสัปดาห์ (Weekly Report) และ ตรวจสอบการทำงานของระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) แบบ Fix ทุกครั้งที่มีการขอส่งมอบงานจน ครบตามสัญญา
๕.๑๕ ผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
๕.๑๕.๑ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด แบบ FIX จำนวน ๘๖ ชุด
๕.๑๕.๒ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Storage) จำนวน ๒ ชุด
๕.๑๕.๓ เครื่อง Server Computer จำนวน ๕ ชุด
๕.๑๕.๔ อุปกรณ์ Ethernet Switch 24 Ports SFP จำนวน ๓ ชุด
๕.๑๕.๕ อุปกรณ์ Ethernet Switch 8 Ports PoE จำนวน ๘๖ ชุด
๕.๑๕.๖ เครื่อง Computer Workstation จำนวน ๒ ชุด
๕.๑๕.๗ ตู้ Cabinet จำนวน ๙๙ ตู้
๕.๑๕.๘ อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้า
- เซอร์กิตเบรกเกอร์ แบบ RCBO จำนวน ๘๖ ชุด
- อุปกรณ์ Surge Protection for AC Line แบบ 2 Pole จำนวน ๘๖ ชุด
- อุปกรณ์ Surge Protection for RJ45 จำนวน ๘๖ ชุด
๕.๑๕.๙ Switching Power Supply (VDC) 56 V จำนวน ๘๖ ชุด (สำหรับ อุปกรณ์ Ethernet OD
Switch 8 Ports PoE)
Ca
عليه za
(นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย) ประธานกรรมการ
(นายจรุง ใจงาม)
กรรมการ
(นายธนะพล กลิ่นกลั่น) กรรมการ
(นายวีระพล อินทะโชติ) กรรมการ
(นายศรัณย์ภัทร พัตรปาน) กรรมการ
(นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม) กรรมการและเลขานุการ
(นายศรัณย์ธรณ์ ดำรงนิธิกุล) กรรมการ
&-
๕.๑๕.๑๐ ชุดแจ้งเตือนระบบตรวจจับรถย้อนศร - Switching Power Supply (VDC) 5 V 10 A จำนวน ๑๓ ชุด
- ชุดไฟและเสียง จำนวน ๑๓ ชุด
- ป้ายสะท้อนแสง จำนวน ๑๓ ชุด
-Wrong Way Detection Controller (NVIDIA Jetson Nano) จำนวน ๑๓ ชุด
๕.๑๖ การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ทางพิเศษฉลองรัช ผู้รับจ้าง ต้องเข้าปฏิบัติงานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ๒๔ ชั่วโมงของทุกวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
๕.๑๖.๑ ผู้รับจ้างต้องขออนุญาตขึ้นปฏิบัติงานจาก กทพ. เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด เมื่อมีการตรวจพบการชำรุดเสียหาย หรือมีการแจ้งจาก กทพ.
๕.๑๖.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากที่ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ กทพ.โดยจะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง ยกเว้นกรณีที่ต้องปิดช่องจราจรเพื่อทำการ
ซ่อมแซม และ กทพ.ไม่สามารถปิดช่องจราจรให้ได้ เมื่อได้รับอนุญาตให้สามารถขึ้นปฏิบัติงานได้ และจะต้อง ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง
๕.๑๖.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการซ่อมแซม การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) เป็นประจำทุกครั้ง หลังการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ
๕.๑๖.๔ ผู้รับจ้างต้องจดบันทึกข้อมูลอาการเสีย วิธีการซ่อมแซมแก้ไขเพื่อรวบรวมส่งให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทุกครั้งที่มีการขอส่งมอบงาน จนครบตามสัญญา
๕.๑๖.๕ เมื่อมีอุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมบำรุงรักษา อุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย โดยผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับใช้ในการแก้ไข ๕.๑๗ การปฏิบัติงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) บนทางพิเศษฉลองรัช ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ กทพ. ทราบล่วงหน้าก่อนวันขึ้นปฏิบัติงานจริงอย่างน้อย ๗ วันทำการ โดยการทำการ ปฏิบัติงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) ต้องทำทุก ๆ ๓ เดือน และก่อนขึ้น ปฏิบัติงานต้องได้รับการอนุมัติจาก กทพ. ก่อน ถึงจะสามารถขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษฉลองรัชได้
๕.๑๗.๑ ตรวจสอบการทำงานของกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) บนทางพิเศษฉลอรัช ๕.๑๗.๒ ตรวจสอบแรงดันไฟฟ้า Power Supply (VAC) และแรงดันไฟฟ้า Switching Power Supply (VDC)
๕.๑๗.๓ ตรวจสอบสายนำสัญญาณต่าง ๆ เช่น สายไฟเบอร์ออพติค, Patch Cord Cable, สาย UTP,จุดเชื่อมต่อและสายไฟฟ้าและสายสัญญาณต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
๕.๑๗.๔ ตรวจเช็คสถานะการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในตู้ควบคุม เช่น Ethernet Switch 8 Ports PoE, พัดลมระบายความร้อน,Switching Power Supply ทั้งระบบ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด
Ka ال Aban
(นายเกรียงศักดิ์ จิตรลมัย) ประธานกรรมการ
(นายจรุง ใจงาม) กรรมการ
(นายธนะพล กลิ่นกลั่น) กรรมการ
(นายวีระพล อินทะโชติ) กรรมการ
(นายศรัณย์ภัทร พัตรปาน) กรรมการ
(นายณัฐพงศ์ สุขกล่อม) กรรมการและเลขานุการ
(นายศรัณย์ธรณ์ ดำรงนิธิกุล) กรรมการ