จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตรหัสทางหลวงท้องถิ่น สข.ถ.122-11 สายเลียบทางรถไฟหมู่ที่ 2 บ้านโคกทัง ตำบลพิจิตร กว้าง 5.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตรหรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,250.00 ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

องค์การบริหารส่วนตำบลพิจิตร 69049400806
฿542,800 ปีงบ 2569 ประกาศ 30 เม.ย. 2569 สงขลา
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สข.ถ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมผิวจราจรให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยในการใช้งาน พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างมีความกว้าง 5.00 เมตร ความยาว 250.00 เมตร และความหนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,250 ตารางเมตร ขอบเขตงานประกอบด้วย การปูผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต การเตรียมพื้นทางด้วยหินคลุก การตีเส้นจราจร และการติดตั้งป้ายโครงการ โครงการนี้มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของท้องถิ่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้สัญจร และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

English summary

This project involves the repair and construction of an asphalt concrete road, local road code SK.TH. 122-11, along the railway line in Moo 2, Tambon Phichit, Amphoe Na Mom, Songkhla Province. The road will be 5.00 meters wide, 250.00 meters long, and 0.05 meters thick, covering an area of at least 1,250.00 square meters. The scope of work includes paving the asphalt concrete surface, preparing the base course with crushed stone, applying road markings, and installing a project sign. The project aims to improve local transportation infrastructure, enhance safety, and support economic development in the area.

สถานที่ดำเนินการ

สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีตให้ได้มาตรฐาน
  • ปรับปรุงผิวจราจรให้มีความเรียบและปลอดภัย
  • อำนวยความสะดวกแก่การคมนาคมขนส่งในพื้นที่
  • ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในท้องถิ่น

ขอบเขตของงาน

  • ปูผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต กว้าง 5.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ยาว 250.00 เมตร หรือมีพื้นที่ 1,250 ตารางเมตร
  • งานพื้นทาง (หินคลุก) ปริมาณ 20 ลบ.ม.
  • ตีเส้นจราจร พื้นที่ 60.00 ตารางเมตร
  • ติดตั้งป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีตที่ซ่อมสร้างเสร็จสมบูรณ์
  • พื้นทาง (หินคลุก) ที่ได้มาตรฐาน
  • เส้นจราจรที่ชัดเจนและถูกต้องตามแบบ
  • ป้ายโครงการที่ติดตั้งเรียบร้อย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • วันที่อนุมัติแบบ: 27 พฤศจิกายน 2559 (ตามเอกสารแบบ)
  • ระยะเวลาการก่อสร้าง: ไม่ระบุชัดเจนในเอกสารที่ให้มา แต่คาดว่าจะเป็นไปตามสัญญาที่ระบุใน TOR

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง
    • มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า [ระบุวงเงิน หากมีใน TOR]
    • ไม่เป็นผู้ถูกแจ้งเวียนรายชื่อเป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับการติดต่อหรือเพิกถอนการเป็นผู้มีสิทธิเสนอราคา
    • มีคุณสมบัติอื่นตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคา
  • Standards Compliance:
    • งานก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต แบบเลขที่ บร-204/56
    • วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง (เช่น มอก. 851, มอก. 209-2545, มอก. 415, มอก. 542, มอก. 543)
    • การดำเนินการต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • Experience:
    • มีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในวงเงินไม่น้อยกว่า [ระบุวงเงิน หากมีใน TOR] (หากมีระบุ)
  • Previous Project Cost:
    • [ระบุวงเงิน หากมีใน TOR]
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรและเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างถนนแอสฟัลติกคอนกรีตตามที่ระบุในข้อ 4 ของเอกสารแนบท้าย (เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต, รถบรรทุก, เครื่องปู, รถเกลี่ย, เครื่องจักรบดทับ, เครื่องพ่นแอสฟัลต์)
    • มีความสามารถในการควบคุมคุณภาพวัสดุและกระบวนการผลิตตามมาตรฐาน
  • Personnel:
    • มีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (ตามที่ระบุในเอกสารแบบ)

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาจะพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสนอราคาและข้อเสนอทางด้านเทคนิคและราคา (รายละเอียดการประเมินจะระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับสมบูรณ์)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวจราจร: แอสฟัลติกคอนกรีต (ASPHALT CONCRETE) หนา 0.05 เมตร (5 ซม.)
  • พื้นทาง: หินคลุก (CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE) C.B.R. 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
  • Prime Coat: การทำไพรม์โค้ท (PRIME COAT) ตามมาตรฐาน
  • เส้นจราจร: ตีเส้นจราจรตามมาตรฐาน
  • มาตรฐานวัสดุ: เป็นไปตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท และมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง
  • เครื่องจักร: ต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและมีสภาพพร้อมใช้งานตามที่ระบุในเอกสารแนบท้าย

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา (จะระบุในสัญญา)
  • ค่าปรับ: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา (จะระบุในสัญญา)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • A: เพื่อซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย
    • Q: พื้นที่ก่อสร้างโครงการมีขนาดเท่าใด?
    • A: กว้าง 5.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,250 ตารางเมตร
    • Q: วัสดุหลักที่ใช้ในการก่อสร้างคืออะไร?
    • A: วัสดุหลักคือ แอสฟัลติกคอนกรีต (Asphalt Concrete) และหินคลุกสำหรับพื้นทาง
    • Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างหรือไม่?
    • A: มีข้อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ เช่น โรงงานผสมแอสฟัลต์, เครื่องปู, เครื่องบดอัด เป็นต้น ตามที่ระบุในเอกสารแนบท้าย
    • Q: มาตรฐานที่ใช้ในการก่อสร้างอ้างอิงจากหน่วยงานใด?
    • A: อ้างอิงตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท และมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง
    • Q: การตีเส้นจราจรมีข้อกำหนดอย่างไร?
    • A: มีการตีเส้นจราจร พื้นที่ 60.00 ตารางเมตร ตามมาตรฐานที่กำหนด
    • Q: โครงการนี้มีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จหรือไม่?
    • A: ระยะเวลาการก่อสร้างที่ชัดเจนไม่ได้ระบุในเอกสารที่ให้มา จะต้องตรวจสอบใน TOR ฉบับเต็ม
    • Q: ผู้รับจ้างต้องมีผลงานประเภทใดบ้าง?
    • A: ต้องมีผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา (หากมีระบุใน TOR)
    • Q: การตรวจสอบคุณภาพงานก่อสร้างมีเกณฑ์อย่างไร?
    • A: มีการตรวจสอบคุณภาพวัสดุ, ความหนา, ความเรียบ, และความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามมาตรฐานที่กำหนด
    • Q: หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ควรติดต่อที่ใด?
    • A: ควรติดต่อสอบถามโดยตรงกับองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

9.นาหม่อม
จ.สงขลา
องค์การบริหารส่วนตําบทพิจิตร
อาเภอนาหมอม จง วตถึงขลา จังหวัดสงขลา
0
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ลบ.ม. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ
หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร กว้าง 5.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
0
หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,250.00 ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ชานชลา ของชีว
ร้านชุมพรพันธุ์ไม้
โครงการข้อมูลจากน
AMIA
วัดทุ่งโดนๆ
แผนที่ตั้งโครงการพอสังเขป
ร้านก๋วยเตี๋ยวปากแดง
โรงเรียนวัดทุ่งโตนด
Google
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอส ออกอารีย รหัสทางหลวงท้องถิ่น ผบ.ม., 122-11 ลายทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ส้ารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
ส.ต.ท.
สมพงศ์ เขียวเล่ง
ปลัด อบต.พิจิตร
เขียนแบบ
ตรว
นายสกล เดชศรี
(ผอ.กองช่าง)
(นายภานุพงศ์ มณีนวล)
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
เห็นชอบ
ผอ.กองนาง
สืบตัวรวย

(สมพงศ์ เขียวแก่ง)
ป ต อบต.
อนุมัต
แสดงแบบ
(นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
แผนที่พอสังเขป
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
27 พ.ย. 2559
เลช แบบ
A-01
แผ่นที่
แผ่นที่
1
26
ที่ตั้งโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 พอสังเขป
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สข.ถ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา

  • กว้าง 5.00 เมตร ยาว 250.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,250 ตารางเมตร
    (ตามแบบมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท งานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต แบบเลขที่ บร-204/56)
    !
  • ปูผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีตกว้าง 5.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ยาว 250 เมตร หรือมีพื้นที่ 1,250 ตารางเมตร
    งานพื้นทาง (หินคลุก) 20 ลบ.ม.
  • ตีเส้นจราจร 60.00 ตารางเมตร
  • ป้ายโครงการ 1 ป้าย
    3.นาหม่อม
    จ.สงขส
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการร่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สะ : 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบล
    สํารวจ
    ถนนสายควนพร้อ
    หาดใหญ่
    ถนนลูกรังสายเมืองใหม่ - ควนพร้าว
    ที่ตั้งโครงการ
    ยาว 250.00 เมต
    ถนนลูกรังสายเลียบทางรถไฟ
    ขนาดกว้าง 500 เมตร ยาว 250.00 เมตร
    สิ้นสุดโครงการ
    X
    ถนนสายต้นก
    หมายเหตุ
    บ้านทุ่งอ
    (แนะซอยเดิม
    5.00
    ยืมต้นโครงการ
    ก่อนดําเนินการก่อสร้างผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้ควบคุมงานก่อนทํางานทุกครั้ง
  • หากมีการเคลื่อนย้าย เสาไฟฟ้า ท่อประปา ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
  • หากมีความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ
  • ระดับก่อสร้างกําหนดขณะก่อสร้างโดยช่างควบคุมงาน
  • งานไหล่ทางตามสภาพหน้างาน
    ระสงค์หมู่บ้าน
    ถนนสายกลางบ้าน
    บ้านวัดข้าวกับ
    ถนนลายหูโตน
    ผู้จัดทํารูปแบบ
    เขียนแบบ
    (สิบตํารวจโทสมอง เขียวถึง ปรกองค์การเงินวานตาม พิจิต
    (นายสด เครศรี
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    เห็นชอบ
    ตื่นตา โร
    ร, กรงร่าง
    (สมพงศ์ เขียวถึง)
    USA DUA.
    อนุมัติ
    gyawny
    นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    แสดงแบบ
    ผังบริเวณ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    27-018. 2569
    เลขทแบบ
    ผังบริเวณ
    แผ่นที่
    A-02
    จํานวนแผ่น
    NOT TO SCALE
    2
    26
    ไหล่ทาง
    ผิวจราจร
    ไหลทาง
    ระดับกันเพิ่ม
    SIDE SLOPE
    ลําดับที่
    1
    N
    รายการ
    2.5%
    2.5%
    2.5%
    2.5%
    ทําผิวไหลทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE
    ทํา PRIME COAT ขึ้นไหลทาง
    พื้นไหล่ทาง CRUSHED STONE SOIL
    AGGREGATE TYPE BASE. C.B.R. 380%
    บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 35% MODIFIED
    PROCTOR DENSITY
    SIDE SLOPE
    าผิวทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE
    ท่า PRIME COAT พื้นทาง
    พื้นทาง
    พ่นทาง CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE
    C.B.R. 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR
    DENSITY
    ขุดรื้อผิวทางและไหล่ทางเดิม ขนทิ้งแล้วบดทับ โครงสร้างทางเดิม
    รูปตัดโครงสร้างทาง
    NOT TO SCALE
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต
    ผิวทางและผิวไหล่ทาง ASPHALTIC CONCRETE อ้างถึง
    PRIME COAT
    พื้นทาง BASE และพื้นไหลทาง
    4
    เสนแบ่งทิศทางจราจร
    A
    ขอกําหนด
    มาตรฐานงานแอสฟัลติกคอนกรีต ASPHALTIC CONCRETE
    อ้างถึง มาตรฐานงานไพร์มโคก (PRIME COAT)
    มทช.225-2545
    und.230-2545
    ต้องเป็นหินไม่รวม (CRUSHED STONE SOL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม มทร. 223-2545 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25% ค่า PL. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรือไม่มากกว่า 40% การปิดทับต้องบดทับให้มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 35% MODIFIED PROCTOR DENSITY และมีค่า C.B.R. ไม่น้อยกว่า 80% หรือเท่ากับที่แสดงในแบบรูปตัดโครงสร้างทาง
    อาจริง
    มาตรฐานงานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจร
    ขั้นตอนซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีต
  1. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดและโครง
    สร้างไม่แข็งแรงทําการเกลี่ยปรับ แล้วบดทับให้ได้รูปร่างและความแน่น ตามที่กําหนด
  2. ทําการขุดรื้อผิวทางและผิวไหล่ทางเดิม (ขนทิ้ง) แล้วบดทับ
  3. ลงหินคลุกพื้นทางและพื้นไหล่ทาง บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95%
    MODIFIED PROCTOR DENSITY
  4. PRIME COAT พื้นทางและพื้นใหม่ทาง
  5. ทาผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร
    หมายเหตุ
  6. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ใน
    ดุลยพินิจของผู้อํานวยการสํานักผู้ว่าจ้าง
  7. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการ
    ตอนใดก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้า สถานที่ราชการ อาคารสาธารณะและบริเวณทางแยกสาธารณะ ในระยะไม่ เกินเขตทางหลวง โดยการดําเนินการบริเวณดังกล่าวจะต้องมีขั้นตอนการ ดําเนินงาน และคุณสมบัติของวัสดุเช่นเดียวกับทางสายหลัก พร้อมทั้งมีความ หนาเฉลี่ยไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับทางสายหลักที่กําหนดไว้ ทั้งนี้ให้อยู่ใน
    ดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    ว้
  8. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถ
    เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายใน สายทางตามความเหมาะสมทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อํานวยการสํานักผู้ว่าจ้าง
  9. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 1 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตาม
    กําหนดไว้ในแบบ
  10. ความหนาของหินคลุกพื้นทางและพื้นไหล่ทาง จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. ความหนาของผิวทางแบบ ASPHALTIC CONCRETE จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  12. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทํา ติดตั้งเครื่องหมายจราจร, หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทํา ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
  13. แบบนี้ใช้ร่วมกับแบบเลขที่ บร-102
    กรมทา ชาวนนท
    งาน
    от Этобоих
    7
    สํานัก ารุงทาง
    สน แนะ อมสร้างผิวทางแอสฟัส คอนกรีต
    เขียนแบบ
    วิศวกร นายช่าง หัวหน้ากลุ่มงานฯ อนุมัติ ผู้อําานวยการกลุ่มฯ
    แบบละ 1 -204/58
    ชามวยการสานัก
    อ บ
    <
    ww
    เม
    ยะของ า ด
    UTAKIA
    ก ง กาง
    1-4
    แข่ง 4 ( 5
    อต้นทางปรวน แข่ง
  • ปลายปริวะ แซง
    เซ็นรับอาจหลี่ยมกันได้
    การตีเส้นจราจร จวนโค้งจาบ
    ตรง : ระยะทางมองเห็นต่ําสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่าง
    8 8 R 8 8 8
    ทอ
    150 ม
    10
    20
    276
    เบาะลม at
    การตีเส้นจราจร กรณีจะกว้างของช่องทางหลง
    15 ม
    Intro
    Faso t
    การสัม รากร การวางว้างของไหลกล การเส้นจราจร
    betame
    ได้ฟัง
    150 XL
    ใหล่ทาง
    ไหล่ก
    เส้นบาง
    Ineme
    LÉLEKULITTIS
    Tra
    A
    ระบอบ นายสหรับการ
    B
    มนต
    C
    E
    มีให้เห็นแบ่ง 4
    Ts K
    เส้นท
    ใหลวง
    กรวยกว้างสะพานน้อยกว่าหวา ผิวจราจรถนน
    ให้ฟังบ้าง 8-253
    ใหล่ท
    150 21
    ใหม่กรง
    0.10
    LITUSELITYS-
    -08-000
    ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนทาง
    เสียประ
    กรนี ไทย แฟน
    11.004 200
    3 เส้
    0.10
    300-1
    0.10
    0.10
    ฟ เ นม N
    Karen
    ามใน
    E
    การตีเส้นจราจรเวณสะพาน
    ใหลแล
    ใน ทาง
    รายการประกอบแบบ
    1 ต่างๆ มีท นครนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
    2 เส้นแบ่งตรงๆ ในนั้นมีน้อง ขนม 2 เส้น
    21 เส้นประเมินต้นหรือแบ่งของราชารในสาย ลง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ชอบให้แซงขึ้นหน้ากันได้ของกอง
    TWA RYZATI KRZrražnjenactmedimali
    22 เส้นเดี่ยว เป็นเส้นกับเหลือง ในปืนสั้นแบ่งทางการในวันที่ร้านแสงในสาขา 2 ช่องจราจรหรือประชาชนอนถึงทา
    บริเวณก่อน ทางแยก จะเปลี่ยนช่องจราจร ต้องไม่น้อยกว่า 24 ม
    28 เส้นประ เส้นกับ เป็นเส้นเมือง ขนานกันไป โดยเป็นทั้งของท่านั้นเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นที
    กับเส้นประเมินเส้นทางจราจรในบริเวณบ้านที่มาจาก พราก แข่ง เทียมโทนครีมจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้านหัวแซง
    ใช้ มรับ ส่วนยอมให้มองไม้พื้นประ
    24 การเต้นท่าแซง บริเวณทางโค้งราบและทางใต้แนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
    25 มกรา 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ขันแบ่งสรร
    26
    กว้าง
    ใช้เฉพาะเลที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณเท้าแทง, ระยะ 20 เมตร บราดังกล่าว และภายในโค้งที่มีกว่า 200 แค, ระยะ 200 เมตรอนถึงป้ายยุคและประเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
  1. เส้นขอบทาง ให้ใช้เส้นใยาว กว้าง 2 ซ ทั้ง 2 ทั้ง แนว
    ให้ใช้ เมโ
    YUELYA

แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ต้น) ปรับปรุงระบบเลขที่11-5-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
แบบเลขที่ 10-3-110 (3)
แผ่นที่ 49
L
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

  1. วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
    การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
    รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เรื่องจักรกล
    1.2 ในกรณี ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
    1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
    ขึ้นไปต้องรอให้ขึ้นแรกแห้งเสียก่อน
  2. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    หมายจราจรโดยวิธีพ่น
    2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจร โดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
    415 จราจร ชนิดที่ 2
    2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
    มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
    2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    มอก 543 ไว้ ผลิตภัณฑ์
    2.4 วัสดุรองพื้น (Tock Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
    วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
  3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหน
    ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจ
    ร.1 บอก แบม 1.2 การใช้งาน
    รายการ กําหนด
  4. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    2.1 ความหนา เมื่อแห่ง
    อืดหรือปาลลูก
    2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง กรัม/ตร.ม.
  5. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
    3.1
    3.2
    ความหนา แห้ง, ts การมองเห็นในเวลากลางคืน
    3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medix
    เหลียง
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก
    bor1415–2541 1üad 2 181542-253019ñu 1
    หน
    2.3.0
    2.3.0
    2 400
    2400
    2 0.2
    2.3.0
    m
    2 300

300
2200
z 200
8 เดือน 3
12
au 1
12 เดือน 1 หง 24 เดือน 1

2 150
2150

  1. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    การมองเห็นในเวลากลางคืน
    43
    4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), medi
  2. ระยะเวลาประกัน
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
    จะผ่าน เมื่อพ้นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
    (1) สีจราจร ( Traffic Point ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
    (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    3.2 ค่าแฟกเตอร์ การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
    ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
    2.100
    2 100
    12 เดือน
    24 เดือน
    คง
    แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 10-3-11 (4)
    แผ่นที่ 52
    รายการประกอบแบบก่อสร้างถนนแอสฟัลต์คอนกรีต
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
  3. ขอบข่าย
    ( ASPHALT CONCRETE )
    แอสฟัลต์คอนกรีต หมายถึงวัสดุที่ได้จากการผสมร้อนระหว่างมวลรวม(Aggregate) กับแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Cement) ที่โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Asphalt Concrete Mixing Plant) โดยการควบคุมอัตราส่วนผสมและอุณหภูมิตามที่กําหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในงานก่อสร้าง งานบูรณะและบํารุงทาง โดยการปูหรือเกลี่ยแต่งและบดทับ บนชั้นทางใดๆที่ได้เตรียมไว้และผ่านการตรวจสอบแล้ว
    ให้ถูกต้องตามแนวระดับ ความลาด ขนาด ตลอดจนรูปตัดตามที่ได้แสดงไว้ในแบบ
  4. วัสดุ
    2.1
    แอสฟัลต์ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุชนิดของแอสฟัลต์ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์ AC 60-70 ตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.851 : มาตรฐานแอสฟัลต์ซีเมนต์สําหรับงานทาง การใช้แอสฟัลต์อื่น ๆ หรือแอสฟัลต์ที่ปรับปรุงคุณสมบัติด้วยสารใด ๆ นอกเหนือจากนี้ต้องมีคุณภาพเท่าหรือดีกว่าทั้งนี้ต้องผ่านการทดสอบคุณภาพและพิจารณาความเหมาะสม รวมทั้งต้องได้รับอนุญาตให้ใช้ได้จากองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร เป็นกรณีไป สําหรับปริมาณการใช้แอสฟัลต์ซีเมนต์โดยประมาณ ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
    2.2 มวลรวม ให้เป็นไปตาม มทร. 209-2545: มาตรฐานวัสดุมวลรวมสําหรับงานแอสฟัลต์คอนกรีต
  5. การออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
    3.1 ก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 30 วัน ผู้รับจ้างต้องเสนอเอกสารการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของตนเองต่อผู้ควบคุมงาน แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุที่จะใช้จากแหล่งที่ระบุในเอกสารการ
    ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ส่งให้องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร รวมทั้งส่งเอกสารการออกแบบ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มาพร้อมกันเพื่อทําการตรวจสอบด้วย หรือผู้รับจ้างอาจร้องขอให้ กรมทางหลวงชนบท เป็นผู้ออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ก็ได้ ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    3.2 คุณภาพทั่วไปของวัสดุที่จะใช้ทําแอสฟัลต์คอนกรีตให้เป็นไปตามข้อ 2 ส่วนขนาดคละและปริมาณ แอสฟัลต์ซีเมนต์ให้เป็นไปตามตารางที่ 1
    3.3 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เป็นไปตามตารางที่ 2
    9.นาหมอน
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้อ นส3.0, 323 การเทียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบล ตร แกนนเหมือน จังหวัด งบกา
    ถ้ารว
    ผู้จัดทารูปแบบ
    เขียนแบบ
    ตรวจ
    โสมพงศ์ เขียวเล่ง ปลัด อบต.พิจิตร
    นายสกล เดชศรี
    (ผอ.กองช่าง)
    ภานุพงศ์
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    3.4 องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร จะเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารการออกแบบ หรือทําการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต พร้อมทั้งพิจารณากําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน (Job Mix Formula) ซึ่งมี
    ขอบเขตต่างๆ ตามตารางที่ 2 เพื่อใช้ควบคุมงานนั้นๆ กรณีที่องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร เห็นควรให้กําหนดขอบเขตของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานแตกต่างไปจากตารางที่ 2 ก็สามารถดําเนินการได้ตาม
    ผอ.กองช่าง
    เห็นชอบ
    สิบตํารวจโท
    เบงค์ เพียง
    ปลัด อบต.
    ความเหมาะสม
    3.5 ในการผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ถ้ามวลรวมขนาดหนึ่งขนาดใด หรือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ หรือคุณสมบัติอื่นใด คลาดเคลื่อนเกินกว่าขอบเขตที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน จะถือว่า
    ส่วนผสมของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมไว้ในแต่ละครั้งนั้น มีคุณภาพไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทําการปรับปรุงแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการนี้ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    3.6 ผู้รับจ้างอาจขอเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ถ้าวัสดุที่ใช้ผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม การเปลี่ยนสูตรส่วนผสมเฉพาะงานทุกครั้งต้องได้รับความเห็นชอบ
    จาก
    องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร ก่อน
    3.7 องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อาจตรวจสอบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือกําหนดสูตรส่วนผสมเฉพาะงานใหม่ได้ ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
    3.8 การทดสอบและตรวจสอบการออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตทุกครั้งหรือทุกสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบชําระค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น
    อนุมัติ
    แสดงแบบ
    (นายเดชอุดม ขุนทอง
    นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    เลขทีแบบ
    แผ่นที่
    D-01
    จํานวนแผ่น
    26
    ตารางที่ 1 ขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
    ขนาดที
    มิลลิเมตร
    9.5
    12.5

2
.0
ใช้ (ยก
(นิ้ว
(3/8)
(1/2)
(3/4)
(1)
Wearing
Wearing
Binder
Base
สําหรับชั้นทาง
Course
Co
rsc
Course
Course
ความหนา
ขนาดตะแกรง มิลลิเมตร (นิ้ว)
มิลลิเมตร
25-35
40-70
40- 0
70-
00
ปริมาณผ านตะแกรง
อยละโดยมวล
37 5
(11⁄2)
10
25.0
(1)
100
90-1
0
19.0
(3/4)
100
90-100
12.9
(1/2)
100
80-100
56-80
9.5
(3/8)
90-100
56-80
4.75
(เยอร 4)
55-85
44-74
5-65
29-59
2.36
(เบอร์ 8)
32-6
2
8
23-49
19-45
1.18
(เบ ร16)
0
600
(เบอร์ 30)
.300
(เบอร์ 50)
7-23
5-21
5-19
5
17
0.150
(เบอร์ 100)
0.075
(เบอร์ 200)
2-10
2-10
2-8
1-7
ปริมาณแอลฟัลต์ซีเมนต์ ร้อยละโดยมวล
4.0-8 0
3.0-7.0
3.0-6.5
3.0-6.0
หมายเหตุ
ของมวลรวม
9.นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอส ออกจากร รหักทางหลวงท้องถิ่น
องถิ่น 1,2, 122-11 ลานเทียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบล จิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
สํารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
ตรวจ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวเล่ง ปลัด อบต.หาดร
นายสกล เดชศรี
(ผอ.กองข่าง)
นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
19
ผอ.กองซาง
เห็นชอบ
สินค้ารวจโท
(สมพงศ์ เขียวเล่ง
ปลัด อบต.
LA
อนุมัต
องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้ แตกต่างจากตารางที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้แอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้ ต้องมีคุณสมบัติและความแข็งแรงถูกต้องตามตารางที่ 2
แสดงแบบ
นายเดชอุดม ชุบทอง ยายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขทีแบบ แผ่นที่
D-02
แผ่นที่
26
รายกา
ตารางที่ 2 ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ชั้นทาง
Wearing
W arin
Binder
Base
Shoulde
ourse
Course
ourse
Course
Ag regate Size
Blows
9.5 min.
12.5 m
19.0 mm.
25.0 mm.
25.0 mm.
75
75
75
75
75
Staby lity Min.
N
8
0
6
8, 06
8,006
7,117
7,117
lb.
1,800
1,800
1,800
1,600
1,600
Flow 0.25 mm.(0.01 in)
8-16
8-16
8-16
8-16
8-16
Percent Air Voids
3-5
3-5
3-6
3-6
3-5
Percent Voids in Mineral Aggregate (VMA) Min.
15
14
13
12
12
Stability/Flow Min.
N70.25 mm.
712
712
712
645
645
lb./0.01 in.
160
160
160
145
145
Percent Strength Index Min.
75
75
75
75
75
หมายเหตุ

  • นาหม่อม
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกกะเหรี รหักทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ. 122-11 ลายเขียนทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบล กร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร นก นาหม่อม จังหวัดสงของ
    สํารวจ
    ผู้จัดทารูปแบบ
    เขียนแบบ
    (1) การทดสอบเพื่อออกแบบส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตาม มทร.(ท)607-2545 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
    (2) การออกแบบไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ตามข้อกําหนดในตารางที่ 2 ให้ใช้มวลรวมขนาด 12.5 มิลลิเมตร
    ยกเว้นกรณีที่แบบกําหนดให้ชั้น Binder Course เป็นไหล่ทางด้วยให้ใช้ข้อกําหนดในการออกแบบแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้น Binder Course เป็นข้อกําหนด
    ในการออกแบบ แอสฟัลต์คอนกรีตของไหล่ทาง
    (3) การทดสอบหาค่า Percent Strength Index ใช้วิธี Ontario Vacuum Immersion Marshall Test หรือวิธีอื่นที่เทียบเท่า การทดสอบรายการนี้
    องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร จะพิจารณาทําการทดสอบใหม่ได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน
    ตรวจ
    เห็นชอบ
    อนุมัต
    ส.ต.ท.
    (สมพงศ์ เขียวเล่ง ปลัด อบต. ฉีดว
    (นายสกล เดชศรี (ผอ.กองช่าง)
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    ผอ.กองร่าง
    สินค้ารวจโพ
    (สมพงศ์ เขียวแห่ง
    ป ล อบต.
    แสดงแบบ
    เลข 3 ใบทอง) นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    27 0 2569
    เลขที่แบบ แผ่นที่
    D-03
    แผ่นที่
    8
    26
  1. เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง
    ตารางที่ 3 เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
    ผ่านตะแกรงขนาด
    2.36 มม.(เบอร์ 8) และขนาดใหญ่กว่า
    1.18 มม.(เบอร์ 16) 0.600 มม. (เบอร์ 30) และ 0.300 มม. (เบอร์ 0)
    0.150 มม. (เบอร์ 100)
    0.075 มม.(เบอร์ 200
    ปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์
    ร้อยละ
    ts
    HIH
    +4
    +3
    £2
    10.3
    อ.นาหม่อม
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น 2.0, 132-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ค่าบลพร องค์การบริหารส่วนตําบล ฉัตร พอนาหม่อม จังหวัด กา
    ส้ารวจ
    เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดที่จะนํามาใช้งาน จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับ และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้
    ในระหว่างการก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้อง บํารุงรักษา เครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิด ให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
    4.1
    โรงงานผสมแอลฟัลต์คอนกรีต ( Asphalt Concrete Mixing Plant)
    4.1.1
    ผู้รับจ้างควรมีโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งตั้งอยู่ในสายทางที่ก่อสร้าง หากจําเป็นอาจตั้งอยู่นอกสายทางภายในระยะขนส่งเฉลี่ย 30 กิโลเมตร หรือใช้ระยะเวลาขนส่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง หรือตามที่องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร เห็นชอบทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ตามที่กําหนด
    โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตนี้ควรมีกําลังการผลิต (Rated Capacity) ไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง โดยจะเป็นแบบชุด (Batch Type) หรือแบบผสมต่อเนื่อง (Continuous Type) ก็ได้ และสามารถผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเพื่อป้อนเครื่องปู (Paver) ให้สามารถปูได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน โดยมีอุณหภูมิถูกต้องตาม
    ข้อกําหนดด้วย
    โรงงานผสมต้องมีห้องปฏิบัติการทดสอบ ให้อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นการทํางานของโรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากห้องนั้นได้ และต้องจัดหาเครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐานและมีสภาพดี
    และจะต้องอนุญาตให้ผู้ควบคุมงานใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพแอสฟัลต์คอนกรีต ระหว่างการก่อสร้างได้
    โรงงานผสมนี้จะต้องมีสภาพใช้งานได้ดี และอย่างน้อยต้องมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้
    อุปกรณ์สําหรับการเตรียมแอสฟัลต์ (Equipment for Preparation of Asphalt) โรงงานผสมต้องมีถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Storage Tank) ซึ่งมีอุปกรณ์ให้ความร้อนประเภทท่อเวียน ไอน้ําร้อนหรือน้ํามันร้อน (Steam or Oil Coil) หรือประเภทใช้ไฟฟ้า (Electricity) หรือประเภทอื่นใดที่ไม่มีเปลวไฟสัมผัสกับถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์โดยตรง อุปกรณ์ทุกประเภทต้องสามารถทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเครื่อง ควบคุมให้อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ได้ตรงตามข้อกําหนด และต้องมีระบบทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียน (Circulating System)
    ที่เหมาะสม ที่ทําให้แอสฟัลต์ซีเมนต์ไหลเวียนได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาขณะทํางาน
    พร้อมกันนี้ต้องมีอุปกรณ์ให้หรือรักษาความร้อนที่ระบบท่อไหลเวียน โดยอาจเป็นประเภทใช้ไอน้ํา (Steam Jacket) หรือน้ํามันร้อน (Hot Oil Jacket) หรือประเภทฉนวนรักษาความร้อน (Insulation) เพื่อ รักษาอุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ในท่อส่งแอสฟัลต์ มาตรวัดแอสฟัลต์ ท่อพ่นแอสฟัลต์ ถังบรรจุแอสฟัลต์ และอื่นๆ ให้มีอุณหภูมิตามที่กําหนด ปลายท่อไหลเวียนแอสฟัลต์ต้องอยู่ที่ใต้ระดับแอสฟัลต์ ในถังเก็บแอสฟัลต์ขณะปั๊มแอสฟัลต์ทํางาน
    ผู้จัดทํารูปแบบ
    ตรวจ
    เห็นชอบ
    อนุมัติ
    ส.ต.ท
    (สมพงค์ เขียวเล่ง
    ปลัด อบต.พิจิตร
    (นายสกล เดชศรี
    (ผอ.กองข่าง)
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    ผอ.กองช่าง
    บ ารวจโท
    (สมพงศ์ เขียวเร่ง)
    ปลัด อบต.
    (นายเดชอุดม ชุบทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลตร
    ថ្ងៃទី 1
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    เลขทีแบบ
    27-10. 289
    D-04
    แผนท
    แผ่นที่
    9
    26
    4.1.2 ยังหินเย็น (Cold Bin) และเครื่องป้อนหินเย็น (Aggregate Feeder) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินเย็นไม่น้อยกว่า 4 กุ้ง สําหรับแยกใส่วัสดุหินหรือวัสดุอื่นๆ แต่ละขนาด ช่องเปิดปากกุ้งจะต้องเป็นแบบปรับ
    ได้ ยังหินเย็นต้องประกอบด้วยเครื่องป้อนหินเย็นแบบที่เหมาะสมสามารถป้อนหินเย็นได้อย่างสม่ําเสมอไปยังหม้อเผา (Dryer) ได้ถูกต้องตามอัตราส่วนที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องป้อนหินเย็น สําหรับกุ้งมวลละเอียด เช่น หินฝุ่น หรือทราย จะต้องเป็นแบบสายพานยางต่อเนื่อง หรือสายพานอื่นใดที่ให้ผลเทียบเท่า
    4.1.3 หม้อเผา (Dryer) โรงงานผสมต้องมีหม้อเผาอยู่ในสภาพดี มีประสิทธิภาพในการทํางานดีพอที่จะทําให้มวลรวมแห้งและมีอุณหภูมิตามที่กําหนด โดยต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัด
    อุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) ที่อ่านอุณหภูมิได้ละเอียดถึง 2.5 องศาเซลเซียส ติดตั้งอยู่ที่ปากทางที่มวลรวมเคลื่อนตัวออก และจะต้องมีเครื่องบันทึกอุณหภูมิของมวลรวม
    ที่วัดได้โดยอัตโนมัติ
    4.1.4 ชุดตะแกรงร่อน (Screening Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดตะแกรงร่อนมวลรวมที่ผ่านมาจากหม้อเผา เพื่อแยกมวลรวมเป็นขนาดต่างๆ ตามที่ต้องการ โดยในชุดตะแกรงร่อนนี้ต้องประกอบด้วยตะแกรงอัด
    (Scalping Screen) สําหรับคัดมวลรวมก้อนโตเกินขนาดที่กําหนด (Oversize) ออกทิ้งตะแกรงทุกขนาดต้องอยู่ในสภาพดี เหล็กตะแกรงไม่ขาดหรือสึกหรอมากเกินไป อันจะให้มวลรวมที่ร่อนออกมาผิด ขนาดไปจากที่ต้องการ
    4.1.5 ยังหินร้อน (Hot Bin) โรงงานผสมต้องมีกุ้งหินร้อนอย่างน้อย 4 กุ้ง ทั้งนี้ไม่รวมยังวัสดุผสมแทรก สําหรับเก็บมวลรวมร้อนที่ผ่านตะแกรงแยกขนาดแล้ว ยังหินร้อนนี้ต้องมีผนังแข็งแรงไม่มีรอยรั่ว มีความ สูงพอที่จะป้องกันไม่ให้มวลรวมไหลข้ามยังไปปะปนกันได้ และต้องมีความจุมากพอที่จะป้อนมวลรวมร้อนให้กับห้องผสม (Pugmill Mixer) ได้อย่างสม่ําเสมอเมื่อโรงงานผสมทําการผสมเต็มกําลังผลิต ในแต่ละยังต้องมีท่อสําหรับให้มวลรวมไหลออกไปข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปผสมกับมวลรวมที่อยู่ในยุ้งอื่นๆ ในกรณีที่มีมวลรวมในยุ้งนั้นๆ มากเกินไป
    4.1.6 ยังเก็บวัสดุผสมแทรก (Mineral Filler Storage Bin) โรงงานผสมต้องมียุ้งเก็บวัสดุผสมแทรกต่างหาก พร้อมกับมีเครื่องชั่ง หรือเครื่องป้อนวัสดุผสมแทรกซึ่งสามารถควบคุมปริมาณวัสดุเข้าสู่ห้องผสม
    อย่างถูกต้อง และสามารถปรับเทียบ (Calibrate) ได้
    4.1.7 เครื่องเก็บฝุ่น (Dust Collector) โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่น สําหรับเก็บวัสดุส่วนละเอียดหรือฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพดีและเหมาะสมที่สามารถเก็บฝุ่นกลับไปใช้ได้อย่างสม่ําเสมอหรือนําไปทิ้งได้
    ทั้งหมด หรือบางส่วน และเครื่องเก็บฝุ่นดังกล่าวต้องสามารถควบคุมฝุ่นไม่ให้มีฝุ่นเหลือออกสู่อากาศภายนอกมากจนทําให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานผสมต้องมีเครื่องเก็บฝุ่นทั้งชุดหลัก (Primary) และชุดรอง (Secondary) ชุดหลักให้เป็นแบบแห้ง (Dry Type) และชุดรองเป็นแบบเปียก (Wet Type) หรือแบบอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพทัดเทียมกัน 4.1.8 เครื่องวัดอุณหภูมิ (Thermometric Equipment) โรงงานผสมต้องมีเทอร์โมมิเตอร์แบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือแบบอื่นใดซึ่งวัดอุณหภูมิได้ระหว่าง 90-200 องศา
    เซลเซียส ติดตั้งไว้ที่ท่อส่งแอสฟัลต์ ที่ตําแหน่งที่เหมาะสมใกล้ทางออกของแอสฟัลต์ที่ห้องผสม นอกจากนี้จะต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิ เช่น เทอร์โมมิเตอร์แบบใช้ปรอท ชนิดมี หน้าปัทม์ (Dial Scale Mercury Activated Thermometer) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบแปรความร้อนเป็นค่าไฟฟ้า (Electric Pyrometer) หรือแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมที่ องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อนุญาต ให้ใช้ได้ ติดตั้งที่ปลายทางออกของมวลรวม เพื่อใช้วัดอุณหภูมิของมวลรวมร้อนที่ออกจากหม้อเผา เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดใดๆ ที่ใช้ต้องมีความสามารถแสดงอุณหภูมิได้อย่างถูกต้อง เมื่อมีอัตราการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเร็วกว่า 5 องศาเซลเซียสต่อนาที

    4.1.9 ชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Asphalt Control Unit) โรงงานผสมต้องมีชุดอุปกรณ์ควบคุมปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ ซึ่งอาจใช้วิธีชั่งน้ําหนักหรือวิธีวัดปริมาตรก็ได้ แต่ต้องสามารถควบคุม
    ต์ที่ใช้ให้อยู่ในช่วงที่กําหนดไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน กรณีใช้วิธีชั่งน้ําหนัก เครื่องชั่งที่ใช้ต้องมีความละเอียดไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของน้ําหนักแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้ ผสม กรณีที่ใช้วิธีวัดปริมาตร มาตรที่ใช้วัดอัตราการไหลของแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่ปล่อยเข้าสู่ห้องผสมจะต้องเที่ยงตรง โดยยอมให้คลาดเคลื่อนจากปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ต้องการใช้เมื่อเทียบเป็นน้ําหนัก ไม่เกินร้อยละ 2
    4.1.10 ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบชุด
    (1) ถังชั่งมวลรวม
    วม (Weigh Box or Hopper) โรงงานผสมแบบชุดต้องมีอุปกรณ์สําหรับชั่งมวลรวมที่ปล่อยออกมาแต่ละกุ้งได้อย่างละเอียดถูกต้อง ถังชั่งน้ําหนักต้องแขวนอยู่กับเครื่องชั่ง และต้องมีขนาด ใหญ่พอที่จะบรรจุมวลรวมได้เต็มชุด (Batch) โดยมวลรวมไม่ล้นถัง ถังชั่งน้ําหนักจะต้องวางบนพลครัม (Fulcrum) ซึ่งวางอยู่บนขอบใบมีด (Knife Edge) อย่างแน่นหนาอีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อขณะทํางานฟัลค รัมและขอบใบมีดต้องไม่เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม ประตูยังหินร้อนและถังชั่งน้ําหนักต้องแข็งแรงและไม่รั่ว
    (2) ห้องผสม (Pugmill Mixer) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบชุดนี้จะต้องเป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิตแอสฟัลต์ได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ประตูปล่อยส่วนผสม เมื่อปิดจะต้องปิดสนิทโดยไม่มีวัสดุรั่วไหล ต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาการผสมเป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะควบคุมไม่ให้ประตูห้องผสมเปิดจนกว่าจะได้เวลาตามที่กําหนดไว้
    2.มาหม่อม
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางสนามกลอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สช.ก. 12211 สายเลียบทางรถไฟ
    หมู่ที่ 2 ตําบลสาร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
    ส้ารวจ
    ผู้จัดทํารูปแบบ
    ส.ต.ท.
    (สมพงศ์ เขียวส่ง
    ..
    ปลัด อบต.
    เขียนแบบ
    (นายสกล เดชศรี
    (ผอ.กองช่าง)
    การ (นายภานุพงศ์ มณีนวล
    ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    ตราบ
    เห็นชอบ
    ผอ.กองช่าง
    อืมค้ารวจโท
    (สมพงศ์ เขียนลง เล็ต ยูเ
    อนุมัติ 1
    แสดงแบบ
    (นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    เลขที่แบบ
    D-05
    แผ่นที่
    แผ่นที่
    10
    26
    27 d. 2569
    A
    4.1.11
    ภายในห้องผสมประกอบด้วยใบพาย (Paddle Tip) จํานวนเพียงพอจัดเรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่จะผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้อย่างถูกต้องสม่ําเสมอระยะห่างระหว่างปลายใบพายและ ผนังห้องผสม จะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด
    (3) เครื่องชั่ง (Plant Scale) เครื่องชั่งต้องมีความละเอียด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของมวลรวมสูงสุดที่ต้องการชั่ง หน้าปัทม์เครื่องชั่งต้องมีขนาดใหญ่พอ ซึ่งสามารถอ่านน้ําหนักได้ในระยะห่างอย่างน้อย ๆ
    เมตร และต้องอยู่ในตําแหน่งที่พนักงานควบคุมเครื่องมองเห็นได้ชัดเจน หน้าปัทม์เครื่องชั่งมวลรวมจะต้องมีเข็มชี้น้ําหนักแต่ละกุ้ง สําหรับเครื่องชั่งต้องมีตุ้มน้ําหนักมาตรฐานหนักหุ้มละ 25 กิโลกรัม ไม่ น้อยกว่า 10 ตุ้ม หรือมีจํานวนเพียงพอที่จะใช้ตรวจสอบความถูกต้องของเครื่องชั่ง
    (4) การควบคุมปริมาณมวลรวม และแอสฟัลต์ ที่ใช้ผสมในแต่ละชุด จะต้องเป็นแบบอัตโนมัติ
    ข้อกําหนดพิเศษสําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ตร.ม. 12211 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    เออ ไห อ งหวัดสงขลา
    (1) ชุดอุปกรณ์ควบคุมมวลรวม (Gradation Control Unit) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณมวลรวมที่ไหลออกมาจากกุ้งหินร้อนแต่ละยังได้อย่างถูกต้องแน่นอน ประกอบด้วยเครื่องป้อน
    หิน (Feeder) อยู่ภายใต้ยังหินร้อน สําหรับการป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมปริมาณต่างหาก ติดตั้งในตําแหน่งที่ทําให้ควบคุมการป้อนวัสดุผสมแทรกลงในห้องผสมเพื่อผสมกับมวลรวมใน สํารวจ
    จังหวะของการผสมแห่ง
    (Dry Mixing) ก่อนที่จะไปผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ ที่จ่ายเข้ามาภายหลังในจังหวะของการ ผสมเปียก (Wet Mixing)
    (2) จังหวะสัมพันธ์ของการควบคุมการป้อนมวลรวม และแอสฟัลต์ซีเมนต์ (Synchronization of Aggregate and Asphalt Cement Feed) โรงงานผสมแบบนี้ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการป้อนมวลรวมแต่ละขนาด ผู้จัดทํารูปแบบ
    และแอสฟัลต์ซีเมนต์เข้าสู่ห้องผสม เป็นแบบขับเคลื่อนที่สัมพันธ์กันเพื่อให้ได้อัตราส่วนผสมที่คงที่ตลอดเวลา
    (3) ชุดห้องผสม (Pugmill Mixer Unit) ห้องผสมของโรงงานผสมแบบต่อเนื่องนี้ต้องเป็นแบบทํางานต่อเนื่อง (Continuous Mixer) เป็นชนิดมีเพลาผสมคู่ มีอุปกรณ์ให้ความร้อนห้องผสม และสามารถผลิต แอสฟัลต์คอนกรีตได้ส่วนผสมที่สม่ําเสมอ ใบพายจะต้องเป็นชนิดปรับมุมให้ไปในทางเดียวกันเพื่อให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวได้เร็ว หรือให้กลับทางกัน เพื่อถ่วงเวลาให้ส่วนผสมเคลื่อนตัวช้าลงได้ และห้อง ผสมจะต้องมีอุปกรณ์ควบคุมระดับของส่วนผสมด้วย ระยะห่างระหว่างปลายใบพายและผนังห้องผสมจะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดมวลรวมก้อนโตสุด ที่ห้องผสมจะต้องมีแผ่นแสดงปริมาตรของ ห้องผสม เมื่อมีส่วนผสมบรรจุในห้องผสมที่ความสูงต่างๆ ติดตั้งไว้อย่างถาวร นอกจากนั้นจะต้องมีตารางแสดงอัตราการป้อนวัสดุมวลรวมต่อนาที เมื่อ
    เมื่อโรงงานผสมทํางานในอัตราเร็วปกติ
    การคํานวณเวลาในการผสม ให้กําหนดโดยใช้น้ําหนักตามสูตรดังนี้ คือ
    ส.ต.ท.
    (สมพงศ์ เขียวส่ง) ปลัด อบต.พีรีย
    เขียนแบบ
    (นายสกุล. โดยตรี
    (ผอ.กองช่าง)
    ถ้านุพงศ์
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    เวลาในการผสม (วินาที)
    A/B
    เมล
    A = ปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดในห้องผสม (Pugmill Dead Capacity)
    มีหน่วยเป็นกิโลกรัม
    B = ส่วนผสมที่ออกจากห้องผสม (Pugmill Output) มีหน่วยเป็นกิโลกรัมต่อวินาที
    (4) ยังพักส่วนผสม (Discharge Hopper) โรงงานผสมแบบนี้ต้องประกอบด้วยกุ้งสําหรับพักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกมาจากห้องผสม กุ้งพักส่วนผสมนี้มีประตูเปิดที่ด้านล่างของกุ้งและจะปล่อย
    ส่วนผสมได้เมื่อส่วนผสมเต็มกุ้งแล้ว
    (5) สัญญาณแจ้งปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อนโรงงานผสม ต้องมีสัญญาณซึ่งจะแจ้งให้ทราบว่าปริมาณมวลรวมในยุ้งหินร้อน ยังมีปริมาณเพียงพอที่จะดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ ถ้าปริมาณมวลรวมกุ้งใด
    ขาดหรือน้อยไป สัญญาณดังกล่าวจะทําให้ผู้ควบคุมทราบทันที ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินการและทําการแก้ไข จนกว่าผู้ควบคุมจะเห็นสมควร จึงจะอนุญาตให้ดําเนินการต่อไปได้
    4.2 รถบรรทุก (Haul Truck)
    รถบรรทุกที่นํามาใช้จะต้องมีจํานวนพอเพียงกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และความสามารถในการปูของเครื่องปู ทั้งนี้เพื่อให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้อย่าง ต่อเนื่องมากที่สุดในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน จํานวนรถบรรทุกที่ใช้ ให้คํานวณให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม ความจุของรถบรรทุกเวลาในการบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงรถบรรทุก ระยะทางและระยะเวลาในการขนส่ง เวลาในการรอและการเทส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงในเครื่องปู ความสามารถในการปูของเครื่องปู และอื่นๆ
    คราง
    ผอ.กองช่าง
    เห็นชอบ
    สืบ ารวจโท
    (สมพงศ์ เขียวเก่ง) ปลัด อบต.
    อนุมต
    (นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    แสดงแบบ
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี เลขที่แบบ
    D-06
    แผนท
    11
    แผ่นที่
    26
  2. 29
    กระบะรถบรรทุกจะต้องไม่รั่ว พื้นกระบะจะต้องเป็นแผ่นโลหะเรียบ ภายในกระบะจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตกค้างอยู่ ก่อนใช้ขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์ คอนกรีต จะต้องพ่นหรือเคลือบภายในกระบะด้วยน้ําสบู่ น้ําปูนขาว หรือสารเคมีเคลือบชนิดใดๆ ที่มีน้ําหนักผสมไม่เกินร้อยละ 5 โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน ห้ามใช้น้ํามันเบนซิน น้ํามันก๊าด น้ํามันดีเซล หรือน้ํามันประเภทเดียวกัน การพ่นหรือเคลือบภายในกระบะให้ทําเพียงบางๆ เท่านั้น และก่อนบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลงกระบะ ให้ยกกระบะเทวัสดุหรือสารเคลือบที่อาจมี มากเกินความจําเป็นออกให้หมด ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ด้วย
    4.3 เครื่องปู (Paver or Finisher)
    4.3.1
    เครื่องปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยจะเป็นชนิดล้อเหล็กตีนตะขาบ หรือชนิดล้อยางที่มีคุณภาพเทียบเท่า
    มีกําลังมากพอและสามารถควบคุมความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ อย่างสม่ําเสมอ ทั้งในขณะที่เคลื่อนไปพร้อมกับรถบรรทุกส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตและในขณะเคลื่อนตัวไปตามลําพัง เครื่องปูจะต้องสามารถปรับความเร็วการปูได้หลายอัตรา และปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตได้ความลาดถูกต้องตามแบบ
    ส่วนขับเคลื่อน (Tractor Unit) ประกอบด้วยเครื่องยนต์ต้นกําลังมีอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Governor) ให้คงที่ระหว่างทํางาน กระบะบรรจุส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Hopper) จะต้องเป็นแบบข้างกระบะ หุบได้ สายพานป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Slat Conveyor)เกลียวเกลี่ยจ่ายส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต (Auger หรือ Screw Conveyor) แยกเป็น 2 ข้าง ซ้ายและขวา ซึ่งสามารถ แยกทํางานเป็นอิสระแก่กันได้ ประตูควบคุมการไหล (Flow Gate) ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตสามารถปรับระดับความสูงของช่องประตูได้
    4.3.2 ส่วนเตารีด (Automatic Screed Unit) ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมความหนา (Thickness Control) อุปกรณ์ควบคุมความลาดเอียงที่ผิว (Crown Control) อุปกรณ์ให้ความร้อนแผ่นเตารีด (Screed Heater) แผ่นเตารีด (Screed Plate) และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็น ระบบการควบคุมความลาดชัน (Grade Control) และระดับแอสฟัลต์คอนกรีตควรเป็นแบบอัตโนมัติ โดยอาจเป็นแบบ (1) Erected Grade Lime (2) Mobile String Line (3) Ski (4) Floating Beam หรือ (5) Joint-matching Shoe สําหรับแบบที่ (2) แบบที่ (3) และแบบที่ (4) ต้องมีความยาวไม่น้อยกว่า 9 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องมีความยาวไม่น้อย กว่า 2.4 เมตร และสามารถขยายได้ยาวไม่น้อยกว่า 3.5 เมตร แผ่นเตารีดจะต้องตรงแนวและได้ระดับ ไม่บิดงอหรือสึกหรอมากเกินสมควร ไม่สึกเป็นหลุม มีระบบการอัดแอสฟัลต์คอนกรีตขั้นต้นเป็นแบบ สั่นสะเทือน (Vibratory Sereed) หรือแบบคานกระแทก (Tamper Bar) หรือเป็นทั้ง 2 แบบ ประกอบกัน ซึ่งสามารถปรับความถี่ของการสั่นสะเทือนหรือการกระแทกได้ตามต้องการ สําหรับแบบคาน กระแทกจะต้องมีระยะห่างระหว่างแผ่นเตารีดกับคานกระแทก 0.25-0.50 มิลลิเมตร ผิวของคานกระแทกด้านล่างที่ใช้อัดแอสฟัลต์คอนกรีตต้องอยู่ในสภาพดี และไม่สึกหรอมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาด
    ความหนาของใหม่
    4.4 รถเกลี่ยปรับระดับ (Motor Grader)
    รถเกลี่ยปรับระดับนี้ถ้าจําเป็นต้องนํามาใช้งาน จะต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง มีล้อยางผิวเรียบ มีใบมีดยาวไม่น้อยกว่า 3.6 เมตร และมีความยาวของช่วงเพลา (Wheel Base) ไม่น้อยกว่า 4.8 เมตร การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    4.5 เครื่องจักรบดทับเครื่องจักรบดทับทุกชนิด จะต้องเป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ต้องมีน้ําหนักและคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ในรายละเอียดที่กําหนดสําหรับเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิด
    น้ําหนักในการบดทับของเครื่องจักรบดทับแต่ละชนิดจะต้องเหมาะสมกับชนิดและลักษณะของส่วนผสมความหนาของชั้นที่ปูขั้นตอนการบดทับและอื่นๆ
    เครื่องจักรบดทับต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดยปกติไม่ติดขัดหรือหยุดชะงักเพื่อให้ได้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบ และคุณสมบัติอื่นๆ ตามกําหนด การกําหนดน้ําหนักเครื่องจักรบดทับ น้ําหนักในการปิดทับของเครื่องจักรแต่ละคัน ตลอดจนการเพิ่มจํานวนเครื่องจักรบดทับจากจํานวนขั้นต่ําที่กําหนดไว้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน เครื่องจักรบดทับจะต้องประกอบด้วยเครื่องจักรชนิดต่างๆ
    ซึ่งต้องได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงานก่อน โดยมีจํานวนอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
    ก. รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 1 คัน และรถบดสั่นสะเทือน 1 คัน หรือรถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ ไม่น้อยกว่า 2 คัน ในกรณีที่ไม่มีรถบดสั่นสะเทือน
    ข. รถบดล้อยาง ไม่น้อยกว่า 3 คัน
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนสายบางแค ฟอกกจนตรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สข.ก. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    อะไรก่อน ซึ่งหวัดลงมา
    ส้ารวจ
    ผู้จัดทํารูปแบบ
    ส.ต.ท.
    (สมพงศ์ เขียวเล่ง
    ปลัด อบ!.
    (นายสกล เดชศรี
    (ผอ.กองข่าง)
    เขียนแบบ
    นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช่าง ยา
    ตรวจ
    เห็นชอบ
    อนุมัต
    ผอ.กองช่าง
    สิบตํารวจโท
    สมพงศ์ เขียวเล่ง
    ปลัด อบต.
    (นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนด้านสตร
    แสดงแบบ
    รายการประกอบแบบ
    รายละเอียดของเครื่องจักรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    เลขทีแบบ
    แผ่นที่
    27 พย 2559
    D-07
    แผ่นที่
    12
    26
    4.5.1 รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ (Steel-Tired Tandem Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 8 ตัน และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้จนมีน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน จะต้องมีน้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ไม่น้อย
    กว่า 37.9 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุด และการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อเหล็กทั้ง 2 ล้อ จะต้องตรงตามแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบไม่เป็นร่อง (Groove) อีกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม (Pit) สลักยึดล้อ (king Pin) และลูกปืนล้อ (Wheel Bearing) ต้องไม่สึกหรอมากเกินไปจนทําให้ล้อ หลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา
    นา
    (Sprinkler System) มีอุปกรณ์ตราดผิวล้อเหล็ก (Scraper) และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้การได้ดี และถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ
    9
    4.5.2 รถบดล้อยาง (Pneumatic-Tired Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 10 ตัน และสามารถเพิ่มน้ําหนักได้ มีล้อยางไม่น้อยกว่า 9 ล้อ ล้อรถบดต้องเป็นชนิดผิวหน้าเรียบ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของ
    ล้อ (Rim Diameter) ไม่น้อยกว่า 500 มิลลิเมตร มีผิวหน้าล้อยางกว้างไม่น้อยกว่า 225 มิลลิเมตร มีขนาดและจํานวนชั้นผ้าใบเท่ากันทุกล้อ ส่วนล้อและเพลาเคลื่อนตัวขึ้นลงได้อิสระอย่างน้อย 1 แถว มี แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัสของล้อรถบดขณะบดอัดไม่มากกว่า 620 กิโลปาสกาล (90 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) และต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์กราดผิวล้อยาง และแผ่นวัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ย ะจายน้ําสําหรับเลี้ยงล้อรถบดที่ใช้ได้ดีและถูกต้องตามที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะปิดทับ รถบดล้อยางขณะใช้งานจะต้องมีความดันลมยางเท่ากันทุกล้อ โดย อนุญาตให้มีความดันลมยางแต่ละล้อแตกต่างกันได้ไม่เกิน 35 กิโลปาสกาล (5 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)

    4.มาหม่อม จ.sess
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางเอนก นกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น (พ.ศ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร เกษม ห ม งหวัดสงขล
    ลําารวจ
    4.5.3 รถบดสั่นสะเทือน (Vibratory Roller) ต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 4 ตัน สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่เกิน 35 มิลลิเมตร และต้องมีขนาดน้ําหนักไม่น้อยกว่า 6 ตัน สําหรับชั้นทาง ผู้จัดทํารูปแบบ
    แอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาตั้งแต่ 40 มิลลิเมตรขึ้นไป โดยอาจเป็นแบบสั่นสะเทือนล้อเดียวหรือสองล้อก็ได้ ต้องมีความถี่การสั่นสะเทือน (frequency) ไม่น้อยกว่า 33 เฮิรตซ์ (2,000 รอบต่อนาที) และมี ระยะเต้น (Amplitude)
    ระหว่าง 0.20-0.80 มิลลิเมตร มีน้ําหนักต่อความกว้างของรถบด ไม่น้อยกว่า 22 กิโลกรัมต่อเซนติเมตร รถบดจะต้องอยู่ในสภาพดี สามารถบดทับโดยการเดินหน้าและถอยหลังได้ การขับเคลื่อนไปข้างหน้า การหยุดและการถอยหลังจะต้องเรียบสม่ําเสมอ ล้อทั้ง 2 ล้อ
    จะต้องตรงแนว ที่ผิวล้อเหล็กจะต้องเรียบ ไม่ลึกเป็นหลุมหรือเป็นรอยบุ๋ม สลักล้อและลูกปืนล้อต้องไม่สึกหรอมากเกินไป จนทําให้ล้อหลวม ต้องมีถังน้ํา มีระบบฉีดน้ํา มีอุปกรณ์คราดผิวล้อ และแผ่น วัสดุสําหรับซึมซับน้ําและเกลี่ยกระจายน้ําเลี้ยงล้อรถบด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อขณะบดทับ มีระบบการสั่นสะเทือนที่อยู่ในสภาพดี
    เขียนแบบ
    ส.ท.ท.
    (สมพงค์ เขียวเล่ง ปลัด อบต.พิจิตร
    นายสกุล/ เดชศรี
    ผอ.กองข่าง)
    ภาพ:
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล)
    ผู้ช่วยนายช่างโอวา
    4.6
    เครื่องพ่นแอสฟัลต์ (Asphalt Distributor)
    ต้องเป็นชนิดขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองมีถังบรรจุแอสฟัลต์ติดตั้งบนรถบรรทุกหรือรถพ่วง และประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จําเป็นในการใช้งาน ดังนี้
    4.6.1 ไม้วัด (Dipstick) หรือเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ในถัง
    4.6.2 หัวเผาให้ความร้อนแอสฟัลต์ (Burner)
    4.6.3 เทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแอสฟัลต์ (Thermometer)
    4.6.4 ปั๊มแอสฟัลต์ (Asphalt Pump)
    4.6.5 เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย (Power Unit)
    4.6.6 ท่อพ่นแอสฟัลต์ (Spray Bar) พร้อมหัวฉีด (Nozzle)
    4.6.7 ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือ (Hand Spray)
    4.6.8 อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ (Bitumeter)
    ตรวจ
    ผอ.กองช่าง
    เห็นชอบ
    บ ารวจไท
    (สมพงศ์ เขียวเส่ง) ปลัด อบต.
    (นายเดชอุดม ของ
    นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    แสดงแบบ
    รายการประกอบแบบ
    มาตราส่วน
    วัน/เดือน/ปี
    27 d. 269
    เลขที่แบบ
    แผ่นที่
    D-08
    แผ่นที่
    13
    26
    4.6.9 ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ (Asphalt Tank)
    เครื่องพ่นแอสฟัลต์ต้องมีระบบหมุนเวียน (Circulating System) มีปั๊มแอสฟัลต์ที่สามารถใช้ได้ดี ตั้งแต่กับแอสฟัลต์เหลวจนถึงแอสฟัลต์ซีเมนต์ และต้องทํางานได้ดังนี้
    (1) ดูดแอสฟัลต์เข้าถึงได้
    (2) หมุนเวียนแอสฟัลต์ในท่อพ่นแอสฟัลต์ และในถังบรรจุแอสฟัลต์ได้
    (3) พ่นแอสฟัลต์ผ่านทางท่อพ่นแอสฟัลต์ หรือผ่านท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือได้
    (4) ดูดแอสฟัลต์จากถังบรรจุหรือท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือเข้าสู่ถังได้
    (5) ปั๊มแอสฟัลต์จากถังบรรจุประจํารถพ่นแอสฟัลต์ไปยังถังเก็บแอสฟัลต์ภายนอกได้
    (6) เครื่องต้นกําลังหรือเครื่องท้าย ต้องมีมาตรบอกความดัน หรืออื่นๆ
    เครื่องปั๊มแอสฟัลต์ ต้องติดเครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์ที่ผ่านปั๊ม โดยวัดเป็นรอบหรือวัดเป็นความดัน หรืออื่นๆ
    ท่อพ่นแอสฟัลต์ อาจประกอบด้วยท่อหลายท่อนต่อกัน มีหัวฉีดติดตั้งโดยมีระยะห่างระหว่างหัวฉีดเท่าๆ กัน หัวฉีดปรับทํามุมกับท่อพ่นแอสฟัลต์ได้ และต้องมีอุปกรณ์ปิดเปิดได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์ต้องเป็นแบบที่แอสฟัลต์หมุนเวียนผ่านได้ เมื่อใช้งานต้องมีความดันสม่ําเสมอตลอดความยาวของท่อและสามารถปรับความสูงและความกว้างในการพ่นแอสฟัลต์ได้ ท่อพ่นแอสฟัลต์แบบมือถือที่เค
    เคลื่อนที่ได้อิสระ ต้องเป็นแบบใช้หัวฉีด ใช้พ่นแอสฟัลต์บนพื้นที่ที่รถพ่นแอสฟัลต์เข้าไปไม่ได้อุปกรณ์วัดปริมาณการพ่นแอสฟัลต์ ประกอบด้วยล้อวัดความเร็ว (ล้อที่ห้า) ต่อสายเชื่อม ไปยังมาตรวัดความเร็วในเก๋งรถ มาตรวัดความเร็วนี้ต้องวัดความเร็วเป็นเมตรต่อนาที หรือฟุตต่อนาที พร้อมทั้งนี้มีตัวเลขบอกระยะทางรวมที่รถวิ่ง ถังบรรจุแอสฟัลต์บนรถ เป็นชนิดมีฉนวนหุ้มป้องกันความร้อน ภายในถังประกอบด้วยท่อนําความร้อนจากหัวเผา (หนึ่งหัวเผาหรือมากกว่า) มีแผ่นโลหะช่วยกระจายความร้อน มีท่อระบายแอสฟัลต์ ที่ถังต้องมี เครื่องวัดปริมาณแอสฟัลต์เป็นแบบไม้วัด หรือเข็มวัดบอกปริมาณหรือทั้งสองชนิด มีเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิเป็นแบบหน้าปัทม์ (Dial) หรือแบบแท่งแก้วหุ้มด้วยปลอกโลหะ (Armoured Thermometer) หรือทั้งสองชนิด ที่อ่านได้ละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
    อุปกรณ์สําหรับเครื่องพ่นแอสฟัลต์ต่างๆเหล่านี้ ก่อนนําไปใช้งานต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี การตรวจสอบและตรวจปรับอุปกรณ์ต้องดําเนินการตามวิธีที่กําหนด ซึ่งแอสฟัลต์ที่พ่นออกมาจะต้องมี ปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างและความยาวและเมื่อตรวจสอบโดยวิธีทดสอบหาปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางและตามยาว จะต้องถูกต้องตามข้อกําหนด กล่าวคือปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามขวางคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 17 และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ลาดตามยาวคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยละ 15 ตามลําดับ
    4.7 เครื่องจักรและเครื่องมือทําความสะอาดพื้นที่ที่จะก่อสร้าง
    4.7.1 รถบรรทุกน้ํา (Water Truck) ต้องอยู่ในสภาพดี มีท่อพ่นน้ําและอุปกรณ์ฉีดน้ําที่ใช้การได้ดี
    4.7.2 เครื่องกวาดฝุ่น (Rotary Broom) อาจเป็นแบบลาก แบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบติดตั้งที่รถไถนา (Farm Tractor) หรือรถอื่นใด แต่ต้องเป็นแบบไม้กวาดหมุน โดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทําด้วย
    ไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวาย หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสมโดยความเห็นชอบของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด

4.7.3 เครื่องเป่าลม (Blower) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ ให้กําลังลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด
2.นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแลนติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น 11, 122, 11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
มา นาหม่อม จังหวัดสงขลา
ส้ารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
ตรวจ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวแต่ง ปลัด อบต.พิจิตร
(นาย เกษตร
(ผอ.กองช่าง)
ภานุพล
(นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช่างโร
ผอ.กองช่าง
เห็นชอบ
บ ารวจโท
สมรงค์ เขียวเอง)
ปลัด อบต.
อนุมัติ
แสดงแบบ
(นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
27 WJ. 2569
เลขทีแบบ
D-09
แผ่นที่
แผ่นที่
14
26
ix →
4.8
4.8.1
เครื่องมือประกอบ
เครื่องมือบดทับแบบสั่นสะเทือนขนาดเล็ก (Small Vibratory Compactor) ต้องมีขนาดน้ําหนักเหมาะสมที่จะใช้บดทับแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่รถบด ไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้ หรือใช้ในงานซ่อม
ขนาดเล็ก การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.2 เครื่องมือกระทั่งแอสฟัลต์คอนกรีต (Hand Tamper) ต้องเป็นแบบและมีขนาดน้ําหนักเหมาะสม ที่จะใช้กระทั่งอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องบดทับขนาดเล็กเข้าไปบดทับไม่ได้ หรือใช้งานซ่อมขนาด
ย่อย การใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
4.8.3
เครื่องมือตัดรอยต่อ อาจเป็นแบบติดกับรถบดล้อเหล็กหรือเป็นแบบรถเข็นขนาดเล็ก หรือจะมีทั้ง 2 แบบก็ได้ หรือมีแบบอื่นๆ ซึ่งสามารถตัดแนวรอยต่อได้เรียบร้อย ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุม
งาน
4.8.4 เครื่องมือเจาะตัวอย่าง อาจเป็นชนิดใช้เครื่องยนต์หรือใช้ไฟฟ้าที่สามารถใช้เจาะตัวอย่างที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 มิลลิเมตร ได้อย่างเรียบร้อย
4.8.5 ไม้บรรทัดวัดความเรียบ (Straight-edge) ต้องเป็นไม้บรรทัดวัดความเรียบที่มีขนาดเหมาะสม มีความยาว 3.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องมือ หรืออุปกรณ์อื่นใด นอกเหนือจากที่กําหนดไว้แล้วข้างต้น การนํามาใช้งานและการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5. การเตรียมการก่อนการก่อสร้าง
5.1
5.2
นุบาล
การเตรียมสถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุ
สถานที่ตั้งโรงงานผสมและกองวัสดุจะต้องเหมาะสม มีบริเวณกว้างพอที่จะดําเนินการได้โดยสะดวก นอกจากนั้นจะต้องจัดให้มีการระบายน้ําที่ดี อันจะเป็นการป้องกันมิให้มีน้ําท่วมกองวัสดุได้ พื้นที่สําหรับกองวัสดุที่นํามาใช้งานจะต้องสะอาดปราศจากวัสดุไม่พึงประสงค์ เช่น วัชพืช สิ่งสกปรกอื่นๆ ควรรองพื้นด้วยวัสดุหินหรือปูด้วยแผ่นวัสดุที่เหมาะสม สถานที่กองวัสดุจะต้องราบเรียบได้ระดับพอควร การกองวัสดุแต่ละขนาด จะต้องกองแยกไว้อย่างชัดเจน โดยการกองแยกให้ห่างกันตามสมควรหรือทํากุ้งกั้นไว้เพื่อป้องกันวัสดุที่จะใช้แต่ละชนิด แต่ละ
เดี่ยวๆ
ไม่ให้ ปะปนกัน หรือปะปนกับวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ การกองวัสดุต้องดําเนินการให้ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเกิดการแยกตัวโดยการกองวัสดุเป็นชั้นๆ สูงชั้นละไม่เกินความสูงของกองวัสดุกอง
เมื่อเทจากรถบรรทุกเทท้ายคันหนึ่งๆ ถ้าจะกองวัสดุชั้นต่อไปจะต้องแต่งระดับยอดกองให้เสมอ และไม่ควรกองวัสดุสูงเป็นรูปกรวย การเตรียมมวลรวมและวัสดุผสมแทรก
กองวัสดุที่ใช้ทุกชนิด จะต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้วัสดุเปียกน้ําฝน โดยการกองวัสดุในโรงที่มีหลังคาคลุม หรือคลุมด้วยผ้าใบหรือแผ่นวัสดุอื่นๆที่เหมาะสม หรือโดยวิธีอื่น
ผู้ควบงาน
อ.นาหม่อม
C. Buytr
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอส ตึกกลมกรีด รหัสทางหลวงท้องถิ่น 2.0, 122-11 ลายเปียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
เกลนเหม หวัดลง กา
ส้ารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
(สมพงศ์ เขียวเอง)
ปลัด อบต. จิต
เขียนแบบ
(นายสกล เดนตรี)
(ผอ.กองช่าง)
ліно (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโร
ผอ.กองช่าง
ตรว
หรือโดยวิธีอื่นใดที่ได้รับความเห็
ามเห็นชอบจาก
เห็นชอบ
สินค้ารา โน
(สมพงศ์ เขียวส่ง
ปลัด อบต.
วัสดุที่ใช้ทุกชนิดเมื่อป้อนเข้าโรงงานผสม ต้องไม่มีความชื้นเกินกําหนด ตามข้อแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโรงงานผสมที่ใช้งานนั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้โรงงานผสมทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มวลรวมที่ใช้แต่ละชนิด ก่อนนําไปใช้งานจะต้องบรรจุอยู่ในกุ้งหินเย็น แยกกันแต่ละกุ้ง และการผสมมวลรวมแต่ละชนิดจะต้องดําเนินการโดยผ่านกุ้งหินเย็นเท่านั้น ห้ามนํามาผสมกันภายนอกยังหินเย็นใน
ทุกกรณี
อนุมัติ
วัสดุผสมแทรก หากนํามาใช้จะต้องแยกใส่กุ้งวัสดุผสมแทรกโดยเฉพาะ การป้อนวัสดุผสมแทรกจะต้องแยกต่างหาก โดยไม่ปะปนกับวัสดุอื่นๆ และจะต้องป้อนเข้าห้องผสมโดยตรง
5.3
การเตรียมแอสฟัลต์ซีเมนต์
แอสฟัลต์ซีเมนต์ในถังเก็บแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อผสมกับมวลรวมที่โรงงานผสมจะต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 159 + 8 องศาเซลเซียส หรือมีอุณหภูมิที่แอสฟัลต์
ซีเมนต์
มีความหนืด 170 + 20 เซนติส โตกส์ (Centistokes) หรือมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน การจ่ายแอสฟัลต์ซีเมนต์ไปยังห้องผสม จะต้องเป็นไปโดยต่อเนื่องและมีอุณหภูมิตามที่กําหนดสม ตลอดเวลา
(นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
แสดงแบบ
ราชการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขทีแบบ
แผ่นที่
D-10
แผ่นที่
15
26
28-04 2509
5.4
5.5
5.5.1
5.5.2
การเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง
เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ที่นํามาใช้งานต้องมีสภาพใช้งานได้ดี
โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบและหรือตรวจปรับตามรายการและวิธีการที่กรมทางหลวงชนบทกําหนด
และผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ใช้ได้ก่อน เครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีจํานวนพอเพียงที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปโดยต่อเนื่อง ไม่ติดขัดหรือหยุดชะงัก และในระหว่างการก่อสร้างจะต้องบํารุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลาทํางาน
การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง
รองพื้นทาง พื้นทาง หรือไหล่ทาง จะต้องเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามรูปแบบก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ กรณีรองพื้นทางหรือพื้นทางหรือไหล่ทางมีความเสียหายเป็นคลื่น เป็น หลุมบ่อ มีจุดอ่อนตัว (Soft Spot) หรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ ให้แก้ไขให้ถูกต้องก่อน โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สน.ศ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ
องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร กลนา ห ล ง ท งบกา
หมู่ที่ 2 เบสพิตร ลง
ผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับมีผิวหน้าไม่สม่ําเสมอ หรือเป็นคลื่น และไม่มีการทําชั้นปรับระดับ ให้ปรับแต่งให้สม่ําเสมอ ถ้ามีหลุมบ่อ รอยแตก จุดอ่อนตัวหรือความเสียหาย ของชั้นทางใดๆ จะต้องตัด หรือขุดออก แล้วปะซ่อม หรือขุดซ่อมแล้วแต่กรณี แล้วบดทับให้แน่นและมีผิวหน้าที่เรียบสม่ําเสมอ โดยให้มีระดับและความลาดถูกต้องตามแบบ วัสดุที่นํามาใช้จะต้องมี สํารวจ คุณภาพดี ขนาดและปริมาณวัสดุที่ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสียหายและพื้
5.5.3 พื้นทางหรือไหล่ทางที่มีทําแทคโคท (Tack Coat) หลุดหรือเสียหาย ต้องแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อยตามวิธีการที่ผู้ควบคุมงานกําหนด แล้วทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ซ่อมก่อน จึงทําชั้น
ทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้

5.5.4 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําทําแทคโคท (Tack Coat) ทิ้งไว้ มีผิวหลุดเสียหายเป็นพื้นที่ต่อเนื่องมากเกินกว่าที่จะซ่อมตามข้อ 5.5.3 ให้ได้ผลดี ให้พิจารณาคราด (Scarify) พื้นทางหรือไหล่ทางนั้น
แล้วบดทับใหม่ให้ได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วทําไพรมโคทใหม่ทิ้งไว้จนครบกําหนดเวลาบ่มตัวของแอสฟัลต์ที่ใช้ทําทําแทคโคท (Tack Coat) ก่อน จึงทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับได้
5.5.5 พื้นทางหรือไหล่ทางที่ทําทําแพคโคท (Tack Coat) ทิ้งไว้นาน โดยไม่ได้ทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามขั้นตอนการก่อสร้างปกติ แต่ทําแทคโคท (Tack Coat) ไม่หลุดเสียหายก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์
โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat) ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
5.5.6 ในงานเสริมผิวทาง (Overlay) ด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเดิมซึ่งเกิดการยุบตัว Sag and Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว ให้ดําเนินการดังนี้
(1) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกับการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่ปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนารวมเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบด้วยหรือเป็นแอ่งก่อน
(2) กรณียุบตัวหรือเป็นแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
การแยกปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต นี้ให้บดทับด้วยรถบดล้อยางจนได้ความแน่นตามที่กําหนด แล้วจึงปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ต้องสะอาดปราศจากฝุ่น วัสดุสกปรก หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นๆ ปะปน
5.5.7
5.5.3 การทําความสะอาดรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ โดยการกวาดฝุ่น วัสดุหลุดหลวม ทรายที่สาดทับแทคโคท (Tack Coat) สําหรับพื้นทางหรือ ไหล่ทางออกจนหมดด้วยเครื่องกวาดฝุ่น ต้องปรับอัตราเร็วการหมุนและน้ําหนักกดที่กดลงบนรองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทางหรือผิวทางลาดยางเดิมให้พอดี โดยไม่ทําให้รองพื้นทาง พื้นทาง ไหล่ทาง หรือ ผิวทางเดิมเสียหาย เสร็จแล้วให้ใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกจนหมด
5.5.9 กรณีที่มีคราบฝุ่นหรือวัสดุจับตัวแข็งอยู่ที่พื้นทาง ไหล่ทาง หรือผิวทางลาดยางเดิม ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ ให้กําจัดคราบแข็งดังกล่าวออกโดยการใช้เครื่องมือใดๆ ที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุม
งานกําหนดหรือเห็นชอบ ขูดออก ล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นหรือวัสดุที่หลุดหลวมออกให้หมด
5.5.10 ผิวทางลาดยางเดิมที่มีแอสฟัลต์เยิ้ม ก่อนทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับจะต้องแก้ไขให้เรียบร้อยก่อน โดยการปาดแอสฟัลต์ที่เยิ้ม หรือ โดยวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานกําหนดหรือ
เห็นชอบ
5.5.11 ผิวทางลาดยางเดิมหรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใดๆ ที่จะทําชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ จะต้องทําแทคโคทก่อน โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทค โคท (Tack Coat) 5.5.12 ขอบของโครงสร้างคอนกรีตใดๆหรือผิวหน้าดัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมที่ต่อเชื่อมกับ แอสฟัลต์คอนกรีตที่จะก่อสร้างใหม่ จะต้องทําแทคโคทก่อน
โดยให้ดําเนินการตามมทช.227 มาตรฐานงานแทค โคท (Tack Coat)
5.5.13 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขูดวัสดุยาแนวรอยแตกและรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่า
ฝุ่นออกให้หมด แล้วทําแทคโคท โดยให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทค โคท (Tack Coat)
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
ตรวจ
เห็นชอบ
อนุมัติ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวเล่ง
ปลัด อบย.
(นายสกลนโด ศรี
(ผอ.กองช่าง)
কালই (นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
ผล กองช่าง
บ ารวจโท
(สมพงศ์ เขียวเล่ง
แสดงแบบ
ปลัด อบต.
young
(นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนด้านเพิจิตร
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขทีแบบ
D-11
แผ่นที่
16
26
28-พ.ร. 2539
แผ่นที่
6. วิธีการก่อสร้าง
6.1
6.1.1
การควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงง
งงานผสม
การดําเนินการควบคุมการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่โรงงานผสม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การควบคุมคุณภาพส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต มวลรวมและแอสฟัลต์ซีเมนต์ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1 คุณภาพของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องสม่ําเสมอตรงตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงานที่ได้ กําหนดขึ้นสําหรับแอสฟัลต์คอนกรีตนั้นๆ สูตรส่วนผสมเฉพาะงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุผลในข้อ 3.5 และ ข้อ 3.6
6.1.2 การควบคุมเวลาในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต โรงงานผสมต้องมีเครื่องตั้งเวลาและควบคุมเวลาแบบอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งและปรับเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกได้ตามต้องการ
สําหรับโรงงานผสมแบบชุด ระยะเวลาในการผสมแห้งและผสมเปียกควรใช้ประมาณ 15 วินาที และ 30 วินาที ตามลําดับ
สําหรับโรงงานผสมแบบต่อเนื่อง ระยะเวลาในการผสมให้คํานวณจากสูตรตามข้อ 4.1.11 (3) ในการผสมส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตโดยโรงงานผสมทั้ง 2 แบบ ต้องได้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่
สมาเสมอ
ใน กรณีที่ผสมกันตามเวลาที่กําหนดไว้แล้ว แต่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังผสมกันได้ไม่สม่ําเสมอตามต้องการ ก็ให้เพิ่มเวลาในการผสมขึ้นอีกก็ได้ แต่เวลาที่ใช้ในการผสมทั้งหมดต้องไม่เกิน
60 วินาที
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน การกําหนดเวลาในการผสมของโรงงานผสมใดๆ ให้กําหนดโดยการทดสอบหาปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม ตามวิธีการทดสอบ AASHTO T 195 “Determining Degree of Particle Coating of Bituminous-Aggregate Mixtures” โดยให้ถือหลักเกณฑ์กําหนดตามตารางที่ 5
ตารางที่ 5 ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวม
มาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลเกาจนกรีต
รหัสทางหลวงท้องถิ่น
ถึงถิ่น พ.ศ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร หุ่นก่อนหมู่ งหวัดสงของ
ถ้ารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวส่ง ปลัด อบต. จิต
ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
หนทาง
ปริมาณที่แอสฟัลต์เคลือบผิวมวลรวมร้อยละโดยพื้นที่
ไม่น้อยกว่า 90
ไม่น้อยกว่า 95
เขียนแบบ
ผิวทาง รองผิวทาง ไหล่ทาง ปรับระดับ
ตรวจ
6.1.3 การควบคุมอุณหภูมิของวัสดุก่อนการผสมและอุณหภูมิของส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีต
(1)
มวลรวม ก่อนการผสมต้องให้ความร้อนจนได้อุณหภูมิ 163 18 องศาเซลเซียส และมีความชื้นไม่เกินร้อยละ 1 โดยมวล และขณะผสมกับแอสฟัลต์ซีเมนต์ จะต้องมีอุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตร
ส่วนผสมเฉพาะงาน
6.2
(นายสกล เดชศรี (ผอ.กองช่าง)
(นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนายช่างโยธา
ผอ.กองช่าง
(2) แอสฟัลต์ซีเมนต์ ขณะเก็บในถังเก็บรอใช้งานต้องมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 100 องศาเซลเซียส เมื่อจะผสมกับมวลรวมต้องให้ความร้อนเพิ่มจนได้อุณหภูมิ 159 +8 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิที่แอสฟัลต์
ซีเมนต์ มีความหนืด 170 1:20 เซนติส โตกส์ (Centistokes) หรืออุณหภูมิตรงตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
(3) แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผสมเสร็จ ก่อนออกจากห้องผสมจะต้องมีอุณหภูมิระหว่าง121-168 องศาเซลเซียส หรือตามที่ระบุไว้ในสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ถ้ามีอุณหภูมิแตกต่างไปกว่าที่กําหนดนี้ ห้ามนํา
ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวไปใช้งาน
เห็นชอบ
สิบตํารวจโท
(สมพงค์ เขียวแก่ง
ปลัด อบต.
อนุมัติ
(4) ต้องมีการบันทึกอุณหภูมิของมวลรวมที่ผ่านหม้อเผา อุณหภูมิของแอสฟัลต์ซีเมนต์ขณะก่อนผสมกับมวลรวม และอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน โดยใช้เครื่องบันทึก แสดงแบบ
อุณหภูมิแบบอัตโนมัติ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลา และผู้รับจ้างจะต้องส่งบันทึกรายการอุณหภูมิดังกล่าวประจําวัน แก่ผู้ควบคุมงานทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(5) การวัดอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่อยู่ในรถบรรทุก ต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิที่อ่านอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว การวัดอุณหภูมิให้วัดผ่านรูที่เจาะไว้ข้างกระบะรถบรรทุกทั้ง 2 ด้าน ที่ประมาณ
กึ่งกลางความยาวของกระบะ และสูงจากพื้นกระบะประมาณ 150 มิลลิเมตร การวัดอุณหภูมิให้วัดจากรถบรรทุกทุกคันแล้วจดบันทึกอุณหภูมิไว้ การขนส่งส่วนผสมแอลฟัลต์คอนกรีต
ในการขนส่งจะต้องมีผ้าใบ หรือแผ่นวัสดุอื่นใดที่ใช้ได้อย่างเหมาะสมคลุม ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อรักษาอุณหภูมิและป้องกันน้ําฝนหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ
การขนส่งส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากโรงงานผสมไปยังสถานที่ก่อสร้าง ต้องใช้รถบรรทุกที่เตรียมไว้แล้ว โดยถูกต้องตามข้อ 4.2
มาตราส่วน
วัน/เดือนปี
เลย แนม
แผ่นที่
17
นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนด้าน พิจิตร
รายการประกอบแบบ
D - 12
แผ่นที่
26
6.3 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต
6.3.1
6.3.2
การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องใช้เครื่องปูที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.3 โดยต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ และอนุญาตให้ใช้ได้แล้วจากผู้ควบคุมงาน การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้อง คํานวณความเร็วของเครื่องปูให้เหมาะสมกับกําลังผลิตของโรงงานผสม และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ การปูจะต้องดําเนินการไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ด้วยความเร็วการปูที่สม่ําเสมอ ปริมาณส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ออกจากเตารีดของเครื่องปู จะต้องมีปริมาณสม่ําเสมอตลอดความกว้างของพื้นที่ที่ปู โดยขณะปูควรป้อนส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตจากกระบะบรรจุผ่านไปยังเกลียวเกลี่ยจ่ายทั้ง 2 ข้าง
หมอทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว
จนถึงส่วนเตารีดโดยสม่ําเสมอ มีระดับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตคงที่ และในการปฏิบัตินี้ให้เป็นไปโดยต่อเนื่องมากที่สุด ในส่วนของเตารีดอัตราเร็วการกระแทกของคานกระแทก และจํานวนรอบการสั่นสะเทือน ของเตารีดแบบสั่นสะเทือนตลอดจนระยะเต้นจะต้องคงที่ และใช้ให้เหมาะสมกับชนิดลักษณะของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตความหนาของชั้นทาง และอื่นๆ ในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวหน้าของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ขณะยังไม่ได้บดทับ จะต้องมีลักษณะผิวหน้าที่มีความเรียบ ความแน่น สม่ําเสมอทั้งทางด้า โดยไม่มี รอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shoving) การแยกตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหรือลักษณะความเสียหายอื่นๆ ขณะปูหากปรากฏว่ามีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขในทันที ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีลักษณะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ห้ามนํามาใช้ สภาพผิวชั้นทางก่อนการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องแห้ง ห้ามปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะฝนตกหรือเมื่อผิวชั้นทางที่จะปูเปียกชื้น
มาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟังกลอนเรีย รหัสทางหลวงท้องถิ่น พ.ศ. 122-11 นายเทียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลอัคร อ้วก นาหม่อม จังหวัด งา
การวจ
อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิเมื่อออกจากโรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 ผู้จัดทํารูปแบบ องศาเซลเซียส การตรวจวัดอุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วบนถนน จะต้องดําเนินการเป็นระยะๆ ตลอดเวลาของการปูหากปรากฏว่าอุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไม่ถูกต้องตามที่กําหนด ให้
ตรวจสอบหาสาเหตุและแก้ไขโดยทันที
6.3.3 การวางแนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ก่อนการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกชั้น จะต้องวางแนวขอบชั้นทางที่จะปูก่อน โดยการใช้เชือกจึงวางแนว และยึดติดกับพื้นที่ที่จะปูส่วนผสม แอสฟัลต์คอนกรีตให้แน่น หรือวิธีการกําหนดแนวอื่นใดที่เหมาะสมตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรกของชั้นทางแต่ละชั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้ ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ตรงแนวเรียบร้อยตามแบบ การดําเนินการนี้ไม่รวมถึงการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตติดกับคันหิน (Curb) และร่องระบายน้ํา (Gutter) หรือส่วนของโครงสร้างใดๆ ที่มีแนว
ถูกต้องตามแบบอยู่แล้ว
6.3.4 ลําดับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องดําเนินการปูช่องจราจรหลักหรือทางตรงก่อน ส่วนช่องจราจรหรือบริเวณอื่นๆ เช่นทางแยก ทางเชื่อม ส่วน
ขยาย หรือบริเวณย่อยอื่นๆ ให้ดําเนินการภายหลัง
6.3.5
การก่อสร้างรอยต่อตามขวางรอยต่อตามขวาง หมายถึง แนวก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามขวางที่ปลายแปลงก่อสร้างที่สิ้นสุดการก่อสร้างประจําวัน
การก่อสร้างรอยต่อตามขวาง อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
(1) การใช้ไม้แบบ โดยใช้ไม้แบบที่มีความหนาเท่ากับความหนาของชั้นทางที่ปู วางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละแปลงให้ตั้งฉากกับแนวการป
เมื่อปูแอสฟัลต์คอนกรีตถึงไม้แบบนี้ให้ปูเลยไปเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่านและอาจอนุญาตให้ใช้ทรายรองพื้นส่วนลาดได้เพื่อความสะดวก
ในการลอกแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เป็นทางลาดออก โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
(2) การใช้กระดาษแข็งสําเร็จรูปหรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปใดๆ ที่ใช้สําหรับทํารอยต่อตามขวางโดยเฉพาะ ซึ่งใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์และผู้ควบคุมงานเห็นชอบ โดยนํามาวางที่จุดสิ้นสุดของการปูแต่ละแปลง
ให้ตั้งฉากกับแนวการปู แล้วปูแอสฟัลต์คอนกรีตทับเป็นทางลาดที่มีความยาวเพียงพอที่จะไม่ทําให้ยวดยานสะดุดเมื่อแล่นผ่าน เมื่อจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อจากรอยต่อตามขวางนั้น ก็ให้ยกไม้แบบแผ่นกระดาษแข็ง หรือแผ่นวัสดุสําเร็จรูปนั้น รวมทั้งชั้นทางส่วนที่ปูเป็นทางลาดออกไป ตรวจสอบระดับด้วยไม้บรรทัดวัด ความเรียบ หากระดับหรือความหนาของชั้นทางส่วนใดไม่ถูกต้องตามแบบ ให้ตัดชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนนั้นออกไปจนถึงชั้นทางส่วนที่มีระดับและความหนาถูกต้องตามแบบด้วยเครื่องตัดรอยต่อ แอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้แนวตรง และตั้งฉาก โดยเรียบร้อย ก่อนที่จะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อไป ให้ทารอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การ
นี้ให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทค โคท (Tack Coat )
ทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์นี้ให้ดําเนินก
เขียนแบบ
ตรวจ
เห็นชอบ
ALHAL
อนุมัติ
แสดงแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขที่แบบ
ส.ต.ท.
สมพงค์ เขียวเส่ง)
ปลัด อปต เจตร
(นายสกล เดชศร์)
(ผอ.กองช่าง)
मल นายภานุพงศ์ มณีนวล)
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
บ ารวจท
(สมพงศ์ เขียวเอง)
ปลัด อบต.
(น เก อุดม ขุนทยิ่ง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
รายการประกอบ
27 พ.ย. 2559
D-13
แผ่นที่
แผ่นที่
18
26
6.3.6
ในกรณีที่การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตหยุดชะงักด้วยเหตุใดก็ตามในระหว่างการก่อสร้างประจําวัน จนทําให้อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณหน้าเตารีดลดลงต่ํากว่าที่กําหนด ก็ให้ทํารอยต่อตามขวางที่บริเวณนั้นด้วย โดยให้ตัดรอยต่อถึงบริเวณที่มีความหนาตามแบบและได้บดทับเรียบร้อยแล้ว โดยตัดให้ตั้งฉากพร้อมกับตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่ตัดออกทิ้งไป ให้ทา รอยต่อตามขวางนั้นด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกับชั้นทางที่จะปูใหม่ได้ดี การทารอยต่อด้วยแอสฟัลต์ให้ดําเนินการตาม มทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตต่อเชื่อมกับรอยต่อตามขวางในครั้งใดๆ เมื่อเริ่มปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปได้กระบะแรก ให้ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบระดับที่รอยต่อ
หากไม่ได้ระดับตามที่กําหนด ให้ดําเนินการแก้ไขโดยด่วนขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่นั้นยังร้อนอยู่ ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตแต่ละช่องจราจร รอยต่อตามขวางของการก่อสร้างชั้นทางที่ช่องจราจรข้างเคียงต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน โดยต้องก่อสร้างให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร ทั้งนี้เพื่อ ไม่ให้เกิดเป็นจุดอ่อนทําให้เกิดความเสียหายภายหลังได้
ในกรณีที่ปูแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น รอยต่อตามขวางของแต่ละชั้นจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 5 เมตร และจะต้องห่างจากรอยต่อตามขวางของช่องจราจรข้างเคียงไม่น้อยกว่า 5 เมตร ด้วย การก่อสร้างรอยต่อตามยาว ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประกบกับชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้วนั้น อาจทําได้ 2 วิธี คือ
(1) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร แล้วดันส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เหลื่อมเข้าไปนี้ให้ชนแนวรอยต่อ
โดยให้สูง กว่าระดับที่ด้านนอกถัดไปให้มากพอที่เมื่อบดทับแล้ว รถบดจะไปอัดส่วนผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตตรงรอยต่อนั้นแน่นและเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวชั้นทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
(2) การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้เหลื่อมเข้าไปในชั้นทางช่องจราจรข้างเคียงที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว 25-50 มิลลิเมตร คัดเม็ดวัสดุก้อนโตบริเวณที่เหลื่อมกันตรงรอยต่อนั้นออกทิ้งไป ซึ่งเมื่อบด
ทับจะได้รอยต่อตามยาวที่แน่น ไม่ขรุขระ และเรียบได้ระดับสม่ําเสมอกับผิวทางที่ก่อสร้างประกบนั้น
ก่อนจะปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับชั้นทางของช่องจราจรที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว ให้ตัดแต่งรอยต่อตามยาวนั้นด้วยเครื่องมือตัดรอยต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.8.3 โดยตัดให้ตั้งฉากกับชั้นทางที่ปู ทับ และรอยต่อนั้นจะต้องตรงแนว เรียบร้อย คม ไม่ฉีกขาด เสร็จแล้วให้ทารอยต่อนั้นด้วยแอสฟัลต์บางๆ เพื่อให้รอยต่อ ต่อเชื่อมกันได้ดีกับชั้นทาง ด้วยแอสฟัลต์นี้ ให้ดําเนินการตาม บทช.227 : มาตรฐานงานแทคโคท (Tack Coat)
กับชั้นทางที่ประกบ การทารอยต่อ
ในการปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายชั้น แต่ละชั้นให้ก่อสร้างให้มีรอยต่อตามยาวเหลื่อมกันไม่น้อยกว่า 150 มิลลิเมตร ถ้าเป็นชั้นทาง 2 ช่องจราจร รอยต่อตามยาวของชั้นทางชั้นบนสุดให้อยู่ในแนว
ขอบช่อง
จราจรตามแบบ
การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน โดยใช้เครื่องปูหลายเครื่อง การปูชั้นทางโดยเครื่องปูที่ตามหลัง ให้ปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเหลื่อมเข้าไปในชั้นทางที่กําลังปูโดยเครื่องปู เครื่องหน้า 25-50 มิลลิเมตร ในกรณีเช่นนี้ไม่จําเป็นต้องตัดรอยต่อตามยาว และไม่ต้องทําแทคโคท
6.3.7 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในทางโค้ง ให้ปูช่องจราจรด้านโค้งในก่อนไปตามลําดับจนถึงโค้งนอก แต่ถ้าก่อสร้างในฤดูฝนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จเต็มโค้งโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันน้ําขังบน
6.3.8
ยู
ชนทาง
การตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ตรวจวัดความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูแล้วแต่ยังไม่ได้บดทับเป็นระยะๆ ช่วงละไม่เกิน 8 เมตร โดยให้ตรวจวัดความหนาตลอดความ กว้างของชั้น ทาง หากปรากฏว่าความหนาของชั้นทางคลาดเคลื่อนไปจากความหนาที่กําหนด ให้แก้ไขโดยทันทีขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด กรณีที่มีความหนาน้อยกว่าที่ กําหนด ให้คราดผิวแล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพถูกต้องมาปูเสริม เกลี่ยให้ได้ระดับสม่ําเสมอแล้วตรวจสอบระดับให้ถูกต้อง 6.3.9 การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้วยรถเกลี่ยปรับระดับ การปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เครื่องปูไม่สามารถเข้าไปดําเนินการได้หรือไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปดําเนินการ อาจพิจารณาให้ใช้
รถเกลี่ยปรับระดับที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ในข้อ 4.4 ดําเนินการได้แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
6.3.10
การปูด้วยแรงคน กรณีที่เป็นพื้นที่จํากัด หรือพื้นที่ที่ต้องการปรับระดับพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง และอื่นๆ ที่เครื่องปูและรถเกลี่ยปรับระดับเข้าไปดําเนินการไม่ได้ ไม่เหมาะสมหรือไม่สะดวกที่จะเข้าไป ดําเนินการ อาจพิจารณาใช้คนปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในบริเวณดังกล่าวได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน ในการใช้คนดําเนินการนี้ ให้ใช้พลั่วตักส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตไปกองเรียง กันบนพื้นที่ที่ต้องการปู แต่ละกองเป็นกองเดี่ยวๆ ห้ามกองทับกันเป็นกองสูง เกลี่ยแต่งให้เรียบสม่ําเสมอ แล้วตรวจสอบด้วยไม้บรรทัดวัดความเรียบให้ได้ระดับถูกต้อง
6.3.11 การตรวจสอบความเรียบในการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ดําเนินการตรวจสอบภายหลังจากการบดทับเที่ยวแรก โดยใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบวางทาบไปบนผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต หาก
ต้องเสริมแต่งปรับระดับใหม่ ให้ดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิตามที่กําหนด

  • นาหม่อม
    .nous
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางจะพัก กลมกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น จ.ศ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลที่ตร อ้าเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา
    สารวจ
    ผู้จัดทํารูปแบบ
    เขียนแบบ
    ตรวจ
    (สมพงศ์ เขียวส่ง)
    ปลัด อบต.พิจิต
    นายสกล เดชศรี)
    (ผอ.กองข่าง
    (นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    ผอ.กองช่าง
    เห็นชอบ
    บ า ว โท
    (สมพงค์ เขียนส่ง)
    อนุมัติ
    แสดงแบบ
    มาตราส่วน
    วันเดือนปี
    เลยทุกแบบ
    แผ่นที่
    ปลัด อบต.
    gyawn Yo
    (นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    รายการประกอบแบบ
    27-19/2369
    D-14
    แผนท
    19
    26
    1
    6.4
    6.4.1
    ปกติ
    การบดทับชันทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    และจะต้องมีจํานวนเพียงพอที่จะอํานวยให้การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตดําเนินไปได้โดย
    การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น จะต้องใช้เครื่องจักรบดทับที่ถูกต้องตามที่กําหนดในข้อ 4.5 และจะต้องมีจํานวนเพียงพอร์
    ไม่ติดขัด หรือหยุดชะงัก เครื่องจักรบดทับต่างๆ ดังกล่าว ก่อนนําไปใช้งานจะต้องผ่านการตรวจสอบ ตรวจปรับ ให้เหมาะสมตามรายการและวิธีการตามที่องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตรกําหนด และอนุญาตให้ใช้ได้จากผู้ควบคุมงาน
    การปิดทับจะต้องกระทําทันทีหลังจากการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเริ่มบดทับขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังร้อนอยู่ โดยมีอุณหภูมิระหว่าง 120-150 องศาเซลเซียส เมื่อบดทับแล้ว จะต้องได้ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความแน่น ความเรียบสม่ําเสมอ ได้ระดับและความลาดตามแบบ ไม่มีรอยแตก รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง รอยคลื่น รอยล้อรถบด หรือความเสียหายของผิวชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ
    หลักการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทั่วๆไป ในกรณีที่ข้อกําหนด ไม่ได้ระบุวิธีการบดทับเป็นอย่างอื่น การบดทับให้พิจารณาดําเนินการตามหลักการปิดทับดังนี้
    มาหม่อม
    โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
    โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลคึกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สช.อ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    ส้ารวจ
    ในเบื้องต้นให้บดทับรอยต่อต่างๆ ก่อนโดยทันที ต่อจากนั้นก็ให้บดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) โดยให้รถบดทับตามหลังเครื่องปูให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และ ในการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับต้องไม่มีรอยแตก ไม่มีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ต่อไปเป็นการปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) โดยให้บดทับตามติดการบดทับ ผู้จัดทํารูปแบบ ในขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุดเท่าที่สามารถจะทําได้ และต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิเหมาะสมที่จะทําให้ได้ความแน่นตามที่กําหนด ต่อจากนั้นเป็นการบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) ซึ่งจะต้องดําเนินการขณะที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตยังมีอุณหภูมิที่รถบดจะสามารถลบรอยล้อรถบดทับที่ผ่านมาได้เรียบร้อย
    ในการบดทับจะต้องเริ่มบดทับที่ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ําหรือ ด้านขอบนอกก่อน แล้วจึงค่อยๆ บดทับเหลื่อมเข้าไปสู่ด้านเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เว้นแต่การบดทับช่วงการยก โค้ง ซึ่งจะต้องบดทับทางด้านต่ําก่อน แล้วจึงบดทับเหลื่อมไปทางด้านสูง การบดทับแต่ละเที่ยวให้ปิดทับขนานไปกับเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน และให้แนวบดทับเหลื่อมกัน (Overlap) ประมาณ 150 มิลลิเมตร แต่ถ้าบดทับแล้วเกิดเป็นคลื่นตามขวางหรือส่วนผสมเคลื่อนตัวเป็นแอ่งก็ให้เปลี่ยนเป็นบดทับเหลื่อมกันครึ่งหนึ่งของความกว้างของล้อรถบด การหยุดรถบดแต่ละเที่ยวของการปิดทับ ต้องไม่หยุดที่แนว เดียวกับรอยหยุดของรถบดเที่ยวก่อน แต่ควรหยุดรถบดให้เหลื่อมกันเป็นระยะห่างพอสมควร
    เขียนแบบ
    ในระหว่างการปิดทับ หากมีส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด ควรใช้น้ําหรือสารสําหรับเคลือบล้อรถบดใดๆ ที่เหมาะสมที่ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พ่นล้อรถบดบางๆ เพียงเพื่อเคลือบ ผิวหน้าล้อรถบดให้เปียกชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตติดล้อรถบด หากหมดความจําเป็นแล้วให้เลิกใช้ การปิดทับรถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ โดยใช้ล้อขับ (Drive ตรวจ Wheel) นําหน้าให้ใกล้ชิดเครื่องปูมากที่สุด หากมีการเปลี่ยนความเร็วรถบดขณะบดทับ จะต้องค่อยๆ เปลี่ยนความเร็วทีละน้อย ในช่องทางการปิดทับช่องทางใดๆ การบดทับเดินหน้าและถอยหลังให้อยู่ใน แนวช่องทางการปิดทับเดียวกัน ก่อนเดินหน้าและถอยหลังรถบดจะต้องหยุดนิ่งก่อน ถ้าเป็นรถบดสั่นสะเทือนจะต้องหยุดการสั่นสะเทือนก่อนด้วย การเปลี่ยนแนวช่องทางบดทับจะต้องค่อยๆ เปลี่ยน โดย เห็นชอบ ให้ไปเปลี่ยนบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่ได้บดทับและเย็นตัวแล้ว ห้ามเปลี่ยนบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับหรือที่ยังร้อนอยู่ การบด-ทับช่องทางบดทับถัดไปจะต้องขนานกับ ช่องทางเดิม การจอดรถปิดขณะปิดทับหรือบดทับเสร็จแล้ว ให้จอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณที่เย็นตัวแล้ว ห้ามจอดบนผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ยังร้อนอยู่ ถ้าในการบดทับทําให้ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตเกิดการเคลื่อนตัวออกไปต้องแก้ไขโดยด่วน โดยการคราดส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณดังกล่าวให้หลวม แล้วนําส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีคุณภาพและอุณหภูมิ อนุมัติ
    ถูกต้องมาเพิ่ม พร้อมกับแต่งระดับให้สม่ําเสมอได้ระดับถูกต้องแล้วจึงปิดทับใหม่
    6.4.2. ความเร็วของรถบดในการบดทับ ในการบดทับโดยทั่วๆ ไป รถบดจะต้องวิ่งด้วยความเร็วต่ําและสม่ําเสมอ ความเร็วสูงสุดที่ใช้ในการบดทับขึ้นอยู่กับชนิดของรถบด อุณหภูมิ ชนิด ลักษณะ และความหนา
    ของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต ขั้นตอนการบดทับ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ความเร็วสูงสุดในการบดทับสําหรับรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน รถบดล้อเหล็กแบบสั่นสะเทือนซึ่งบดทับโดยไม่ สั่นสะเทือน และรถบดล้อยาง ในการบดทับขั้นตอนต่างๆ ควรจะเป็นไปตามตารางที่
    แสดงแบบ
    ส.ต.ท.
    สมพงศ์ เขียวเล่ง ปลัด อบ พิจิตร
    สิบตํารวจโทน
    (นายสกล เดชศรี)
    (ผอ.กองช่าง)
    ภพน (นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช้างโย
    ผอ.กองช่าง
    (สมพงศ์ เขียวเร่ง)
    ปลัด บก.
    (นายเลย คม บุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    รายการประกอบแบบ
    2 . 39
    มาตราส่วน
    วันเดือนปี
    เลขทีแบบ
    แผ่นที่
    20
    D-15
    แผ่นที่
    26
    เรี
    ตารางที่ 6 ความเร็วของรถบด ในการบดทับ
    ชนิดของรถบด
    การบดทับขั้นต้น
    กม.ซม.
    ความเร็วของการบดในการบดทับ
    การบดทับขันกลาง
    การบดทับขั้นสุดท้าย
    ได้
    ไมล์/ชม. กม./ชม. ไมล์/ชม. กม./ชม. ไมล์/ชม.
    รถบดล้อเหล็กชนิด 2 ล้อ
    3
    2
    5
    3
    5*

รถบดล้อยาง
5
3
5
3
8
5
รถบดสั่นสะเทือน
4-5
2.5-3
4-5
2.5-3
นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟังอีกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ส.ก. 122-11 สามทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลตร
สําารวจ
อําเภอนาหม่อม งหวัดสงขลา
หมายเหตุ
รวมถึงรถบดสั่นสะเทือนบดทับโดยไม่สั่นสะเทือน / ** ดูตารางที่ 7 ประกอบ
ความเร็วสูงสุดของการปิดทับสําหรับรถบดสั่นสะเทือนที่มีความถี่ในการสั่นสะเทือนใดๆ ขึ้นอยู่กับระยะกระแทกของล้อรถบด (Impact Spacing)
ซึ่งตามปกติระยะการกระแทกของล้อรถบดจะน้อยกว่าความหนาของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดทับแล้ว ในการบดทับระยะกระแทกของล้อรถบด ไม่ควรน้อยกว่า 10 ครั้งต่อระยะทาง 300 มิลลิเมตร
(หรือ33 ครั้งต่อระยะทาง 1 เมตร) ที่รถบดเคลื่อนตัวไป สําหรับความเร็วที่เหมาะสมในการบดทับของรถบดสั่นสะเทือนที่ความถี่การสั่นสะเทือนใดๆที่ใช้และระยะกระแทกของล้อรถบดที่กําหนด ควรจะเป็นไปตามตารางที่ 7
ตารางที่ 7 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็ว ความถี่ และจํานวนครั้งการกระแทก
ความถี่การสั่นสะเทือน
(ช่วงที่ควรใช้อยู่ในกรอบเส้นทึบ)
จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 เมตร (จํานวนครั้งการกระแทกต่อระยะ 1 ฟุต)
ผู้จัดทํารูปแบบ
3.A.M.
(สมพงศ์ เขียวเส ปลัด อบต พิธีตร
เขียนแบบ
ตรวจ
(นายต / เดเซตรี (ผอ.กองช่าง)
2
นายภานุพงศ์ มณีนวล)
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
เฮิรตซ์ (รอบต่อนาที)
30 (1,800)
45.0
33.8
27.0
22.5
19.3
(13.6)
(10.2)
(8.2)
(6.8)
(5.8)
33 (2,000)
50.0
37.5
30.0
25.0
21.4
ผอ.กองช่าง
(15.2)
(11.4)
(9.1)
(7.6)
(6.5)
เห็นชอบ
37 (2,200)
55.0
41.3
33.0
27.5
23.6
สืบ ารวจโท
(16.7)
(12.5)
(10.0)
(8.3)
(7.1)
40 (2,400)
60.0
45.0
36.0
30.0
25.7
(18.2)
(13.6)
(10.9)
(9.1)
(7.8)
43 (2,600)
65.0
48.8
39.0
32.5
27.9
(19.7)
(14.8)
(11.3)
(9.8)
(8.4)
47 (2,800)
70.0
52.5
42.0
35.0
30.0
(21.2)
(15.9)
(12.7)
(10.6)
(9.1)
อนุมัติ
เสนพงศ์ เขียวถึง
ป ล อบต.
Ryann %
นายเดชอุดม นาง) นายกองค์การบริหารส่วนตําบล ศร
แสดงแบบ
รายการประกอบแบบ
50 (3,000)
75.0
56.3
45.0
37.5
32.1
(22.7)
(17.0)
(13.0)
(11.4)
(9.7)
กม./ชม.
2.4
3.2
4.0
4.8
5.6
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
ความเร็ว
ไมล์/ชม.
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
เลขที่แบบ
D-16
รถนต
ม./นาที
40.0
53.3
66.7
80.0
93.3
ฟุต/นาที
132
176
220
264
308
แผ่นที่
แผ่นที่
21
26
6.4.3 การทําแปลงทดลองเพื่อกําหนดรูปแบบของการบดทับ ก่อนเริ่มการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต เพื่อให้ใช้เครื่องจักรบดทับที่มีอยู่ได้ถูกต้องเหมาะสมต่องานและเกิดประโยชน์สูงสุด ควรทําแปลง ทดลองในสนามยาวประมาณ 100-150 เมตร เพื่อกําหนดรูปแบบของการปิดทับ (Pattern of Rolling) ที่เหมาะสมกับชนิด จํานวน สภาพเครื่องจักรที่นํามาใช้งาน โดยเมื่อปิดทับเสร็จแล้วจะต้องได้ชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ได้ระดับความลาดตามแบบ และมีคุณสมบัติอื่นๆ ถูกต้องตามที่กําหนด การทําแปลงทดลองบดทับนี้ให้ดําเนินการแก้ไข ปรับการใช้งาน หรือเพิ่ม จํานวนเครื่องจักรบดทับได้แล้วแต่กรณี จนกว่าจะสามารถบดทับได้ถูกต้องตามที่กําหนด และผู้ควบคุมงานเห็นชอบแล้ว จึงนําไปใช้เป็นบรรทัดฐานในการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในงานนั้นๆ ต่อไป ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต หรือเครื่องจักรบดทับที่ใช้งานและอื่นๆ ผู้ควบคุมงานอาจพิจารณาให้ปรับปรุงแก้ไขหรือทําแปลงทดลอง ในสนาม เพื่อทดลองหาความเหมาะสมใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
การกําหนดรูปแบบการบดทับที่เหมาะสมสําหรับเครื่องจักรบดทับชุดใด ที่ใช้งานนั้น ให้ผู้รับจ้างดําเนินการทดลองบดทับ เพื่อกําหนดขนาดพื้นที่บดทับที่สัมพันธ์กับกําลังผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของ โรงงานผสม อัตราการปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต และเพื่อทราบจํานวนเที่ยวการบดทับเต็มผิวหน้าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Coverage) จํานวนเที่ยวการบดทับซ้ําที่ช่องทางบดทับแต่ละช่อง (Pass) ความเร็วของ
รถบดแต่ละชนิดในการบดทับและอื่นๆ
6.4.4 ลําดับขั้นตอนการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
(1) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก หรือเต็มผิวจราจรในคราวเดียว การปิดทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับขอบผิวชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ค. บดทับขั้นต้น
ง. บดทับขั้นกลาง จ. ปิดทับขั้นสุดท้าย
(2) เมื่อปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตหลายช่องจราจรพร้อมกัน หรือปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ประกบกับช่องจราจรเดิมที่ได้ดําเนินการเรียบร้อยแล้ว หรือประกบกับแนวโครงสร้างใดที่มีอยู่แล้ว การบด
ทับจะต้องดําเนินการตามลําดับดังนี้
นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โกรงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น 3. 122-13 สายเรียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร ភ័យពន់បរ ទីប ពងត
สํารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
A.c.n.
(สมพงศ์ เขียวเส่ง) ปลัด อบต. ตาร
(นายสาโรชศรี (ผอ.กองช่าง)
(นายภานุพงศ์ มณีนวล
ผู้ช่วยนายาง
ยา
6.4.5
ก. บดทับรอยต่อตามขวาง
ข. บดทับรอยต่อตามยาว
ค. บดทับขอบผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านนอก
ง. บดทับขั้นต้น
จ.แคบบบนกลาง
ฉ. บดทับขั้นสุดท้าย
การบดทับรอยต่อตามขวาง ให้ใช้รถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือรถบดสั่นสะเทือน แต่ให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรแรก ก่อนการปิดทับรอยต่อตามขวาง ควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อ ตามขวางทั้ง 2 ด้าน เพื่อรองรับล้อรถบดเวลาบดทับเลยขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตออกไป เป็นการป้องกันมิให้ขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปลายรอยต่อตามขวางเสียหาย เสร็จแล้วจึงบดทับรอยต่อ ตามขวาง โดยในการบดทับเที่ยวแรกให้รถบดวิ่งบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ ประมาณ 150 มิลลิเมตร ใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้เรียบร้อยทันที และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้แนวบดทับค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในบริเวณชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ปูใหม่เที่ยวละ 150-200 มิลลิเมตร จนในที่สุดล้อรถบดจะเข้าไปบดทับบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ปูใหม่ทั้งหมด
กระจ
พยกองช่าง
เห็นชอบ
มารวจโท
(สมพงศ์ เขียว }
อนุมต
แสดงแบบ
ปลัด อบต.
gang
(นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขทีแบบ
D-17
แผ่นที่
สําหรับการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรประกบกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตช่องจราจรที่ได้ก่อสร้างเรียบร้อยแล้วการปิดทับในครั้งแรกให้ปิดทับบริเวณปลายรอยต่อตามขวาง ด้านที่บรรจบกับรอยต่อตามยาว โดยให้บดทับขนานไปตามรอยต่อตามยาวเป็นระยะประมาณ 0.5-1 เมตร แล้วใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตรวจสอบความเรียบของรอยต่อ หากไม่ถูกต้องให้แก้ไขให้ เรียบร้อยทันที ต่อจากนั้นให้เริ่มบดทับรอยต่อตามขวาง ก่อนบดทับควรใช้แผ่นไม้ที่มีความหนาเหมาะสม วางรองชิดขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตบริเวณรอยต่อตามขวางด้านนอก เสร็จแล้วให้บดทับ แผ่นที
รอยต่อตามขวาง โดยให้ดําเนินการตามวิธีการปิดทับดังกล่าวข้างต้น
22
26
27 02069
Ax
6.4.6
การบดทับรอยต่อตามยาว รอยต่อตามยาวแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
(1) รอยต่อเย็นหรือรอยต่อเก่า (Cold Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวระหว่างช่องจราจรที่ได้ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต และบดทับเรียบร้อยแล้วกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตใหม่ที่ก่อสร้างประกบ
តា
ชนทาง
ในการปิดทับรอยต่อตามยาวเมื่อใช้รถบดล้อเหล็กชนิดไม่สั่นสะเทือน การบดทับเที่ยวแรกให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้วโดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทาง แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ 100-150 มิลลิเมตร และในการบดทับเที่ยวต่อๆ ไป ให้ล้อรถบดค่อยๆ เลื่อนแนวบดทับเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้าง
ว่าไปบนชั้นทางที่ก่อสร้างใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งล้อรถบดทั้งหมดจะอยู่บนชั้น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ ในกรณีใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ การบดทับจะต้องให้ล้อรถบดส่วนใหญ่อยู่บนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่สร้างใหม่ โดยให้ล้อรถบดเหลื่อมเข้าไปบนชั้นทางแอสฟัลต์ คอนกรีตที่ก่อสร้างสร้างแล้ว 100-150 มิลลิเมตร และให้ดําเนินการบดทับซ้ําตามแนวบดทับดังกล่าว จนกระทั่งได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต รหั ทางหลวงท้องถิ่น
ใน สน.น. 122-18 ลายเรียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
ตอน บ่อย จังหวัดสงขลา
(2) รอยต่อร้อนหรือรอยต่อใหม่ (Hot Joint) หมายถึงรอยต่อตามยาวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต ระหว่างช่องจราจร 2 ช่อง ที่ก่อสร้างพร้อมกัน โดยการปูด้วยเครื่องปู 2 ชุด
ในการบดทับรอยต่อตามยาวแบบนี้ให้ใช้รถบดล้อเหล็กเข้าบดทับพื้นที่บริเวณรอยต่อทั้ง 2 ข้างของรอยต่อตามยาว กว้างประมาณ 400 มิลลิเมตร ที่เว้นไว้ในการบดทับขั้นต้น การบดทับให้แนว สํารวจ รอยต่อตามยาวอยู่กึ่งกลางความกว้างของล้อรถบด โดยให้ปิดทับจนกว่าจะได้รอยต่อตามยาวที่เรียบร้อยและได้ความแน่นตามที่กําหนด
6.4.7 การบดทับขั้นต้น (Initial or Breakdown Rolling) ภายหลังจากที่ได้บดทับรอยต่อต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ดําเนินการปิดทับขั้นต้นเมื่อส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส การบดทับให้ใช้ได้ทั้งรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือรถบดสั่นสะเทือน เครื่องจักรบดทับที่ใช้ต้องถูกต้องตามข้อ 4.5 โดยน้ําหนักรถบด น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่ การสั่นสะเทือน ระยะเต้นของล้อรถบด ความเร็วของรถบด และปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะต้องพิจารณาใช้ให้เหมาะสมกับชนิด ลักษณะ ความคงตัว อุณหภูมิ ความหนาของชั้นทางที่ปู และสภาพของชั้นทาง ที่อยู่ภายใต้ที่จะก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตทับ การปิดทับให้เริ่มบดทับจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านต่ํา หรือขอบชั้นทางด้านนอก ไปหาขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตด้านสูงหรือขอบ
ชั้นทางด้านใน
การบดทับโดยใช้รถบดสั่นสะเทือน ควรใช้ความถี่การสั่นสะเทือน และระยะเต้นของล้อรถบดให้เหมาะสม ความถี่การสั่นสะเทือนควรอยู่ระหว่าง 33-50 เฮิรตซ์ (2,000-3,000 รอบต่อนาที) และ ระยะเต้นของล้อรถบดควรอยู่ระหว่าง 0.2-0.8 มิลลิเมตร สําหรับการบดทับชั้นผิวทางหรือผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นด้านต่ํา แต่ถ้าเป็นชั้น ทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและมีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร อาจใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านต่ํา และใช้ค่าระยะเต้นด้านสูงได้ อย่างไรก็ตามการใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนและค่า ระยะเต้นของล้อรถบดในการปิดทับ ให้พิจารณาจากผลการทําแปลงทดลองตามข้อ 6.4.3
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาน้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ต้องพิจารณาความเหมาะสมเป็นพิเศษ หากใช้รถบดล้อเหล็ก ไม่ควรปิดทับโดยการสั่นสะเทือนหากจะใช้รถบดบดทับ ตรวจ โดยการสั่นสะเทือนก็ให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบด ด้านค่าต่ํา โดยเมื่อบดทับแล้ว จะต้องไม่เกิดความเสียหายของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น เกิดการยุบตัว ทั้งนี้ต้อง
ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุม
งานก่อน
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาระหว่าง 25-50 มิลลิเมตร หากใช้รถบดสั่นสะเทือนบดทับ ควรใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบดด้านต่ํา การบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ด้วยรถบดสั่นสะเทือน สําหรับการบดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ไม่ใช่ชั้นผิวทาง อาจใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถ บุดด้านสูงได้ แต่สําหรับชั้นผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ควรจะใช้ค่าความถี่การสั่นสะเทือนด้านสูง และใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบคด้านต่ํา
การปิดทับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร และไม่มีแนวสิ่งก่อสร้าง เช่น คันหิน หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วช่วยตัดด้านข้างไว้ หากบดทับตาม วิธีการปกติแล้วปรากฏว่ามีการเคลื่อนตัวของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตด้านข้างให้เปลี่ยนวิธีการปิดทับใหม่ โดยให้ร่นแนวบดทับเที่ยวแรกเข้าไปให้ห่างจากขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตประมาณ 300
มิลลิเมตร หลังจากนั้นให้บดทับต่อไปตามปกติ เสร็จแล้วจึงกลับมาบดทับขอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตส่วนที่เว้นไว้นั้นในเที่ยวสุดท้ายของการปิดทับเต็มหน้าเที่ยวแรกต่อไป
การก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ช่องจราจรพร้อมกัน การบดทับในขั้นต้นนี้ให้ดําเนินการพร้อมกันทั้ง 2 ช่องจราจร โดยให้เว้นระยะของแนวบดทับให้ห่างจากรอยต่อร้อนหรือรอยต่อ ใหม่ของแต่ละช่องจราจร ไว้ข้างละประมาณ 200 มิลลิเมตร พื้นที่แนวรอยต่อดังกล่าวนี้ ให้ดําเนินการบดทับตามข้อ 6.4.6 (2) ต่อเนื่องกันไป
เห็นชอบ
อนุมต
แสดงแบบ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวเล่ง ปลัด อบต. พัสตร
(นายสกุล โตชศรี)
(ผอ.กองข่าง)
(นายภานุพงศ์ มณีนวล ผู้ช่วยนายช่างโยธา/
ผอ.กองช่าง
สืบตํารวจโ
สมพงค์ เขียวแห่ง
ปลัด อบต.
“นายเดชอุดม ขุนทอง นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
28-14 209
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขทีแบบ
แผ่นที่
D-18
23
แผ่นที่
26

6.4.8
การปิดทับขั้นกลาง (Intermediate Rolling) ให้เริ่มดําเนินการบดอัดเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 95 องศาเซลเซียส การปิดทับขั้นกลางควรดําเนินการตามรูปแบบการบดทับชั้นต้น โดยให้ปิดทับตามหลังการปิดทับขั้นต้นให้ใกล้ชิดที่สุด และให้บดทับโดยต่อเนื่องไปจนกว่าจะได้ความแน่นตามที่กําหนดและสม่ําเสมอทั่วทั้งแปลงที่ก่อสร้าง
การบดทับขั้นกลางตามปกติให้ใช้รถบดล้อยางเป็นหลัก โดยเฉพาะชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ให้ปรับน้ําหนักรถบด และความดันลมยาง เพื่อให้ได้แรงอัดที่ผิวหน้าสัมผัส ของล้อรถบดที่เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตอื่นๆ หรือชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนามากกว่า 50 มิลลิเมตร ที่ไม่ใช่ชั้นผิวทางและผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต อาจพิจารณาให้ใช้รถบดล้อ เหล็ก รถบดสั่นสะเทือนบดทับร่วมกับรถบดล้อยางด้วยได้ตามความเหมาะสม โดยรถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักปิดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด ความถี่การสั่นสะเทือนระยะเต้นของล้อรถบด และ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
อ.นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
รหัสทางหลวงท้องถิ่น ม.6. 122-11 สายเสียบทางรถไฟ
หมู่ที่ 2 ตําบศพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร อําเภอนาหม่อม จังหวัดสงของ
6.4.9 การบดทับขั้นสุดท้าย (Finish Rolling) มีจุดประสงค์เพื่อลบรอยล้อรถบดที่ผิวหน้าและทําให้ผิวหน้าเรียบสม่ําเสมอเท่านั้น ทั้งนี้ให้เริ่มดําเนินการเมื่อชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตมีอุณหภูมิไม่ต่ํากว่า 66 องศา
เซลเซียส โดยให้ใช้รถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือนหรือใช้รถบดสั่นสะเทือนแต่บดทับโดยไม่สั่นสะเทือนเท่านั้น รถบดต้องมีน้ําหนัก น้ําหนักบดทับ น้ําหนักต่อความกว้างของล้อรถบด และปัจจัยที่ สํารวจ เกี่ยวข้องอื่นๆ เหมาะสมกับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่กําลังบดทับ
6.4.10 การบดทับพื้นที่พิเศษ
(1) การปิดทับบนพื้นที่ลาดชันสูง (Steep Grade) สําหรับชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างบนพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หรือในทางโค้งที่มีการยกโค้งสูง การปิดทับ โดยรถบดล้อเหล็กแบบไม่สั่นสะเทือน ให้ ใช้ล้อตาม (Tiller Wheel) เดินหน้า โดยให้บดทับตามหลังเครื่องปู โดยใกล้ชิดที่สุด ไม่ว่าเครื่องปูจะปูส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขึ้นทางลาดชันหรือปูลงตามทางลาดชันก็ตาม ในการบดทับโดยใช้รถบด สั่นสะเทือนนั้น การบดทับในเที่ยวแรกให้บดทับโดยไม่สั่นสะเทือน แต่หลังจากที่ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตของชั้นทางมีความคงตัว (Stability) สูงขึ้นมากพอที่จะบดทับโดยการสั่นสะเทือนได้ ก็ให้บด ทับต่อไปโดยการสั่นสะเทือน โดยให้ใช้ค่าระยะเต้นของล้อรถบคด้านต่ํา
(2) การปิดทับบนพื้นที่ที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ (Inaccessible Area) สําหรับพื้นที่ที่ก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่รถบดเข้าไปดําเนินการไม่ได้ เช่น บริเวณที่ชิดกับ
คันหินและร่องระบายน้ํา
สะพาน ขอบ บ่อพัก และสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะต้องใช้เครื่องจักรหรือเครื่องมือบดทับขนาดเล็กที่ถูกต้องตามข้อ 4.8.1 และหรือข้อ 4.8.2 การนํามาใช้ และการใช้งานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน (3) การบดทับบริเวณทางแยก ทางเชื่อม (Bell Mouth Area) อาจดําเนินการได้ 2 วิธี คือ
ก. การปิดทับทะแยงมุม ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวทะแยงมุมก่อน ต่อจากนั้นจึงบดทับขนานกับขอบทางโค้ง
ข. การบดทับขนาน ในขั้นแรกให้ดําเนินการบดทับในแนวขนาน โดยตั้งฉากกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางทางแยกก่อนต่อจากนั้นจึงปิดทับขนานกับขอบทางโค้ง
7. การตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว
หลักเกณฑ์ในการตรวจสอบชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีอย่างน้อย 3 ประการดังต่อไปนี้
7.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)
หลุด
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องได้ระดับและความลาดตามแบบ มีลักษณะผิว และลักษณะการบดทับที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น แอสฟัลต์คอนกรีตที่ผิวหน้า
(Pull) รอยฉีก (Torn) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏความเสียหายดังกล่าว จะต้องด่าเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
7.2 ความเรียบผิว (Surface Tolerance)
เมื่อใช้ไม้บรรทัดวัดความเรียบตามข้อ 4.8.5 วางทาบบนผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในแนวตั้งฉากและในแนวขนานกับแนวเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนระดับผิวของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต
ภายใต้ไม้บรรทัด วัดความเรียบจะแตกต่างจากระดับของไม้บรรทัดวัดความเรียบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตรและ 3 มิลลิเมตร ตามลําดับ
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
ตรวจ
เห็นชอบ
อนุมัติ

(สมพงศ์ เขียวเล่ง
บ ารวจโท
ปลัด อบต พิจิตร
นายสกล เดชศรี
(ผอ.กองข่าง)
นายภานุพงศ์ มณีนวล) ผู้ช่วยนาย า โยนา
ผองช่าง
(สมพงศ์ เขียวเอง
ปลัด อบต.
แสดงแบ
นายเดชอุดม ขุนทอง) นายกองค์การบริหารส่วนควบลพิจิตร
ราชการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขที่แบบ
D - 19
27 19. 3569
แผ่นที่
แผ่นที่
24
26
}
7.3
อต
7.3.1
ความแน่น (Density)
การตรวจสอบรับรองความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วได้จากการเปรียบเทียบค่าความแน่นของตัวอย่างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตกับค่าความแน่นของตัวอย่างที่มด
ในห้องปฏิบัติการตาม บทช. (1) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ โดยคํานวณเป็นค่าความแน่นร้อยละของค่าความแน่นของตัวอย่างที่บดอัดในห้องปฏิบัติการ ตามรายละเอียดดังนี้

การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการ ให้เก็บตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีต จากรถบรรทุกที่โรงงานผสมก่อนส่งออกไปยังสถานที่ก่อสร้าง โดยการสุ่มตัวอย่างจาก รถบรรทุกจากการผลิตส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตประจําวัน เป็นระยะๆ แล้วนําไปดําเนินการในห้องปฏิบัติการ โดยให้ได้ก้อนตัวอย่างอย่างน้อย 3 ก้อนตัวอย่างในแต่ละวันที่ปฏิบัติงาน ทดสอบหาค่า ความแน่น แล้วนําค่าความแน่นที่ทดสอบได้จากก้อนตัวอย่างทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ย เป็นความแน่นในห้องปฏิบัติการประจําวัน สําหรับใช้ในการคํานวณเปรียบเทียบเป็นค่าความแน่นร้อยละของตัวอย่าง
ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม
การเก็บตัวอย่างและการเตรียมตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตให้ดําเนินการตามรายละเอียดและวิธีการที่กําหนด การทดสอบหาค่าความแน่นให้ดําเนินการตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตในห้องปฏิบัติการจะต้องตรงตามที่ระบุไว้ในในสูตรส่วนผสม เฉพาะงาน และมีอุณหภูมิในขณะบดอัดก้อนตัวอย่างตรงตามที่กําหนด สําหรับตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่ ดําเนินการในห้องปฏิบัติการนั้นอนุญาตให้นําเข้าอบในเตาอบเพื่อรักษาอุณหภูมิไว้ได้นานไม่เกิน 30 นาที
ในระหว่างดําเนินการถ้าอุณหภูมิของตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตลดลงต่ํากว่าอุณหภูมิการบดอัดที่กําหนด ให้นําตัวอย่างส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตดังกล่าวนั้นทิ้งไป ห้ามนําไปอบ
เพื่อนํามาใช้บดอัดทําก้อนตัวอย่างทดสอบอีกต่อไป
7.3.2 การจัดเตรียมก้อนตัวอย่างของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนาม ให้เจาะก้อนตัวอย่างตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะตัวอย่างที่ถูกต้องตาม
ข้อ 4.8.4 โดยให้เจาะเก็บก้อนตัวอย่างไม่น้อยกว่าจํานวน 1 ก้อนตัวอย่างทุกๆ ระยะทางประมาณ 250 เมตรต่อช่องจราจร หรือทุกๆ ส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตที่นํามาใช้งานประมาณ 100 ตัน แล้วนําไป ทดสอบหาค่าความแน่นตาม บทช.(ท) 607 : มาตรฐานการทดสอบแอสฟัลต์คอนกรีต โดยวิธีมาร์แชลล์
สําหรับชั้นผิวทางชั้นรองผิวทาง และชั้นปรับระดับแอสฟัลต์คอนกรีตที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่าความแน่นเฉลี่ยของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการ ที่ใช้เปรียบเทียบประจําวันสําหรับชั้นพื้นทาง และผิวไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต ค่าความแน่นของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามจะต้องไม่ น้อยกว่าร้อยละ 97 และ 96 ของค่าความแน่นของก้อนตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการที่ใช้เปรียบเทียบประจําวัน ตามลําดับ
8. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ในระหว่างการก่อสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตจะเย็นตัวลงมากพอที่
โดยจะต้องติดตั้งป้ายจราจร พร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่องค์การบริหารส่วนตําบล
9.นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางและพักคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น สข.ศ. 122-11 สายเลียบทางรถไฟ หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร เลยมาหม่อม จังหวัดสงขลา
สํารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
เขียนแบบ
ตรวจ
ส.ต.ท.
(สมพงศ์ เขียวเล่า
ปลัด อบ.พิจิต
(นายสกล เดชศรี)
(ผอ.กองข่าง)
(นายภานุพงศ์ มณีนวล)
ผู้ช่วยนายช่างโยธา
ผอ.กองช่าง
เห็นชอบ
สินค้ารวจโท
(สมพงศ์ เขียวแห่ง
ปลัด อบต.
พิจิตรก้าหนด
เมื่อเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตนั้น
พร้อมจัดบุคลากรเพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างใหม่นั้นเสียหาย ระยะเวลาในการปิดและเปิดการจราจรให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
อนุมัติ
(นายเดชอุดม ขุนทอง)
นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
แสดงแบบ
รายการประกอบแบบ
มาตราส่วน
วัน/เดือน/ปี
เลขที่แบบ
D-20
แผ่นที่
25
27092869
แผ่นที่
26
1.20
1.00
0.10
0.60
(ดูขยายค้านหน้า)
( แผ่นเหล็กขนาด 1.20 X 2.40 ม. )
ท่อเหล็ก ขนาด 2”
ระดับดินเดิม
คอนกรีต 1: 2: 4
แบบง่ายโครงการมาตรฐาน
2.นาหม่อม
โครงการก่อสร้าง อบต.พิจิตร
เหล็ก ขนาด 1"X1" เชื่อมติดแผ่นเหล็ก
2
แผ่นเหล็ก 1"/16"
ขนาด Qr code
0.30*0.30 LNGS
โครงการก่อสร้างถนนลาดยางสายนก
หมู่ที่ 2 ตําบลพิจิตร องการบริหารส่วนด้านจิตร
พนาหม่อม จังหวัดสงขลา
ส้ารวจ
ผู้จัดทํารูปแบบ
(สินค้าทางโทมนตร์ เขียวเ ปลัดองค์การบริหารส่วนสาย จิตร
(นายลูกส์ เดชศรี ผช. กองช่าง
คอนกรีต 1: 2: 4
รูปด้านหลัง 1:25
-0.20
20.20-
*0.30+
2.40
รูปตัด 1:25
รายการประกอบแบบ
รูปด้านหน้า 1:25

  1. เสา พื้นป้ายทาสีกันสนิม แล้วทาสีน้ํามันสีเขียวทั้ง 2 ด้าน
  2. ตัวหนังสือสีขาว ตัวอักษรกําหนดตามความเหมาะสม
  3. ตําแหน่งติดตั้งป้ายกําหนดตามความเหมาะสม
    เซียนแบบ
    (นายภานุพงศ์ มณีว ผู้ช่วยนายช่างโยธา
    รวม
    เห็นชอบ
    អឺបធ្វើឲ
    (สมพงศ์ เขียวเร่ง
    una oun.
    อนุมัติ
    นายกองค์การบริหารส่วนตําบลพิจิตร
    แสดง!!!!
    ป้ายโครงการ
    มาตราส่วน
    วันเดือนปี
    เลขทีแบบ
    -27-1119. 2009
    แปลน 1:25
    แผ่นที
    A-34
    จํานวนแผ่น
    26
    26