ประกวดราคาจ้างงานจ้างบำรุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
การประปานครหลวง (กปน.) เปิดรับข้อเสนอสำหรับ “งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)” โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาให้อุปกรณ์และระบบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบช่องโหว่ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดระยะเวลาสัญญา รวมถึงการต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการให้บริการวิเคราะห์ปัญหา ให้คำปรึกษา และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบ รวมถึงการปรับค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน การตรวจสอบสถานะอุปกรณ์ การอัปเกรดซอฟต์แวร์และอัปเดตแพตช์ให้เป็นรุ่นล่าสุด นอกจากนี้ยังรวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) อย่างน้อย 1 ครั้ง ทุก 4 เดือน โดยเป็นการ On-Site Service เพื่อตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ทั้งหมด หากพบความผิดปกติจะต้องรายงานและดำเนินการแก้ไขทันที พร้อมทั้งการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance) โดยผู้รับจ้างต้องตอบสนองภายใน 4 ชั่วโมง และเข้าแก้ไขปัญหาในวันทำการถัดไป (5x8 NBD) พร้อมจัดส่งรายงานสรุปภายใน 5 วันทำการ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลระบบตรวจสอบช่องโหว่โดยเฉพาะ สัญญาครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าต่อลิขสิทธิ์ ค่าอะไหล่ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารรับรองการเป็นผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง ระยะเวลาสัญญาคือ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 การส่งมอบงานประกอบด้วยแผนการบำรุงรักษา เอกสารลิขสิทธิ์ และรายงานการบำรุงรักษาต่างๆ การจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 งวดตามความคืบหน้าของงาน การรับประกันผลงานกำหนดเวลาขัดข้องรวมไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ 5% ของเวลาใช้งานทั้งหมด พร้อมอัตราค่าปรับกรณีไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
English summary
The Metropolitan Waterworks Authority (MWA) is seeking bids for the “Maintenance Service for Vulnerability Assessment System” project. The objective is to ensure the continuous and efficient operation of the vulnerability assessment system and to renew all necessary software licenses throughout the contract period. The scope of work includes problem analysis, consultation, troubleshooting, system parameter adjustments, software upgrades, and patch updates. Preventive maintenance (PM) must be performed at least once every four months via on-site service, with immediate reporting and resolution of any detected issues. Corrective maintenance (CM) requires a response within 4 hours and on-site repair on the next business day (5x8 NBD), with a summary report submitted within 5 business days. The contractor must provide experienced specialists in vulnerability assessment systems. The contract covers all associated costs, including license renewals, parts, travel, and other expenses, with no additional charges. Bidders must provide documentation as a manufacturer or authorized representative. The contract duration is one year, from October 1, 2026, to September 30, 2027. Deliverables include a maintenance plan, license documents, and various maintenance reports. Payment will be made in three installments based on project progress. Performance guarantees include a maximum downtime of 36 hours per month or 5% of total operating time, with penalties for non-compliance.
สำนักงานใหญ่ การประปานครหลวง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- บำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
- ต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งานระบบทั้งหมดให้ถูกต้องตลอดระยะเวลาของสัญญา
ขอบเขตของงาน
- ให้บริการวิเคราะห์ปัญหา การปรึกษา การแก้ไขปัญหา และปรับค่าพารามิเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน
- แจ้งปัญหา วิธีแก้ไข และติดตามผลการแก้ปัญหาให้ผู้ดูแลระบบทราบ
- ตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ความร้อน และระบบที่เกี่ยวข้องของ Hardware ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- ดำเนินการ Upgrade Software และ Update Patch ของระบบให้เป็นรุ่นล่าสุด หรือตามที่ กปน. กำหนด
- จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการดูแลระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในรอบระยะเวลา 4 เดือน ในลักษณะ On-Site Service
- ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากพบสิ่งผิดปกติหรือมีการแจ้งเตือน ต้องรายงานและดำเนินการแก้ไขทันที
- แจ้งผู้ดูแลระบบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนเข้าทำ PM
- ปรับปรุงรุ่นของผลิตภัณฑ์ให้เป็นรุ่นล่าสุดของสายการผลิต หรือตามที่ กปน. กำหนด
- ตรวจสอบ ดูแล แก้ไข ซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ อุปกรณ์ที่ขัดข้อง
- ตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ วิเคราะห์ปัญหา และปรับแต่งค่าการทำงานให้สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ
- ให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบตามมาตรฐานความปลอดภัย
- จัดส่งรายงานประจำรอบการบำรุงรักษาตามรูปแบบที่ กปน. กำหนด
- ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขการให้บริการลักษณะการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM)
- การให้บริการลักษณะการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM)
- ติดต่อกลับภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้ง
- เข้าทำการซ่อมแซมแก้ไขในลักษณะ On-Site Service ในวันและเวลาทำการถัดไป (5x8 NBD)
- จัดทำรายงานสรุปสาเหตุ วิธีการแก้ปัญหา วิธีตรวจสอบ และติดตามผลภายใน 5 วันทำการ
- บำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี โดยมีเวลาขัดข้องรวมไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ 5% ของเวลาใช้งานทั้งหมด (แล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่า)
- ตั้งค่าระบบให้มีการส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ
- ดำเนินการโยกย้ายตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ไปยังสถานที่ใหม่ หาก กปน. มีความจำเป็น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบ
- ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่าต่อลิขสิทธิ์ ค่าปรับปรุงและพัฒนาระบบ ค่าทดสอบระบบ ค่าบริการบำรุงรักษา/ซ่อมแซมแก้ไข รวมถึงค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าวิเคราะห์ปัญหา และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการเข้าบำรุงรักษา (ส่งมอบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569)
- เอกสารแสดงลิขสิทธิ์ (License) (ถ้ามี) (ส่งมอบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569)
- หลักฐานการผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือหนังสือแสดงคำรับรอง (วันที่ลงนามในสัญญา หรืออย่างช้าในวันที่เริ่มปฏิบัติงาน)
- รายงานการทำ Preventive Maintenance (PM) ทุกรอบระยะเวลา 4 เดือน (ประกอบด้วย ภาพรวมสำหรับผู้บริหาร, รายละเอียดทางเทคนิคสำหรับผู้ดูแลระบบ, รายละเอียดการแก้ไขปัญหา)
- บันทึกการเข้าดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance Service Report) (ถ้ามี) ทุกรอบระยะเวลา 4 เดือน
- รายงานในรูปแบบ Hard Copy และ Soft Copy (PDF และ .DOC)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570 (1 ปี)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และ/หรือ ของหน่วยงานเอกชน และไม่เป็นผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ที่ถูกทิ้งงานของทางราชการ
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าแข่งขันราคาในครั้งนี้
- ไม่เป็นผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ที่ถูกทิ้งงานของทางราชการ
- เป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ที่แสดงถึงการรับรองการสนับสนุน การซ่อมบำรุง ผลิตภัณฑ์ และอะไหล่ เกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
- Standards Compliance:
-
- Experience:
- มีประสบการณ์ทางด้านการดูแลระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
- Previous Project Cost:
-
- Technical Capabilities:
- มีระบบ Hotline เพื่อให้สามารถแจ้งปัญหาได้
- มีระบบการบันทึกการแจ้งปัญหาเพื่อสะดวกในการติดตามงาน
- Personnel:
- ต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการที่จะรับผิดชอบงานบำรุงรักษานี้
- ลูกจ้างทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (6 ชั่วโมง) สำหรับลูกจ้างทั่วไป และลูกจ้างเข้าทำงานใหม่
เกณฑ์การพิจารณา
- การประเมินผลการเสนอราคา จะพิจารณาจาก:
- ราคา
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
- คุณสมบัติทางเทคนิค
- ประสบการณ์
- ความสามารถในการให้บริการ
- ความน่าเชื่อถือของผู้เสนอราคา
- (รายละเอียดการประเมินไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนใน TOR ส่วนนี้ แต่โดยทั่วไปจะพิจารณาจากคุณสมบัติทางเทคนิคและราคาเป็นหลัก)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ
- Software และ Patch ของระบบต้องได้รับการ Upgrade และ Update เป็นรุ่นล่าสุด หรือตามที่ กปน. กำหนด
- การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ต้องครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการ
- การบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ต้องสามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาได้ภายในเวลาที่กำหนด
- ระบบต้องมีการตั้งค่าให้ส่งอีเมลแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ
- การโยกย้ายติดตั้งอุปกรณ์ต้องดำเนินการโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยรวมของระบบ
- อุปกรณ์ที่ระบุในภาคผนวก ก (รายละเอียดบัญชีรายการระบบตรวจสอบช่องโหว่)
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule:
- แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด ๆ ละ 4 เดือน
- งวดที่ 1: ร้อยละ 35 ของวงเงินค่างานตามสัญญา
- งวดที่ 2: ร้อยละ 35 ของวงเงินค่างานตามสัญญา
- งวดที่ 3: จำนวนเงินที่เหลือทั้งหมดของวงเงินค่างานตามสัญญา
- การจ่ายเงินจะเกิดขึ้นเมื่อผู้รับจ้างดำเนินการบำรุงรักษาถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมส่งรายงานทั้งหมด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- Penalties:
- Downtime Penalty: หากเวลาขัดข้องรวมเกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ 5% ของเวลาใช้งานทั้งหมด (แล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่า) ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่าตามสัญญา ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้งานได้ในส่วนที่เกินกว่ากำหนด
- On-Site Service Penalty: หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการแก้ไข ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าตามสัญญา จนกว่าจะแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หรือหาอุปกรณ์เทียบเท่ามาทดแทนได้
- Milestone Penalty: หากไม่สามารถดำเนินงานในแต่ละงวดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ว่าจ้างจะคิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่าตามสัญญา จนกว่าจะดำเนินงานแล้วเสร็จ
- Contract Termination: หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของมูลค่าตามสัญญา การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะบอกเลิกสัญญา เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข
- Confidentiality:
- ผู้รับจ้างต้องลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
- ระบบงาน ข้อมูล และเอกสารทั้งหมดที่จัดทำขึ้น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของการประปานครหลวง
- Other Terms:
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายของการประปานครหลวงอย่างเคร่งครัด
- ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ, พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์, พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ที่ต้องการบำรุงรักษาคือยี่ห้อ/รุ่นใด?
A: รายละเอียดรุ่นและ Serial Number ของอุปกรณ์ระบุอยู่ในภาคผนวก ก. - Q: การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ต้องทำบ่อยแค่ไหน?
A: ต้องดำเนินการอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในรอบระยะเวลา 4 เดือน - Q: หากเกิดปัญหากับระบบ ต้องแจ้งผู้รับจ้างอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องมีระบบ Hotline เพื่อให้ กปน. สามารถแจ้งปัญหาได้ และมีระบบบันทึกการแจ้งปัญหา - Q: ผู้รับจ้างต้องเข้าแก้ไขปัญหา On-Site ภายในเวลากี่ชั่วโมง?
A: ต้องติดต่อกลับภายใน 4 ชั่วโมง และเข้าทำการซ่อมแซมแก้ไขในวันและเวลาทำการถัดไป (5x8 NBD) - Q: มีการคิดค่าปรับกรณีระบบขัดข้องนานเกินกำหนดหรือไม่?
A: มี โดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่าตามสัญญา หากเวลาขัดข้องรวมเกิน 36 ชั่วโมงต่อเดือน หรือ 5% ของเวลาใช้งานทั้งหมด - Q: ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาครอบคลุมอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมค่าต่อลิขสิทธิ์ ค่าปรับปรุงและพัฒนาระบบ ค่าทดสอบระบบ ค่าบริการบำรุงรักษา/ซ่อมแซมแก้ไข รวมถึงค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าวิเคราะห์ปัญหา และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด - Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารอะไรบ้าง?
A: แผนการเข้าบำรุงรักษา, เอกสารแสดงลิขสิทธิ์ (ถ้ามี), หลักฐานการฝึกอบรมความปลอดภัย, รายงาน PM, และบันทึกการเข้าดำเนินการซ่อมแซมแก้ไข (CM) - Q: ระยะเวลาสัญญาในการให้บริการบำรุงรักษานี้คือเท่าใด?
A: 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 - Q: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติอย่างไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์?
A: ต้องแสดงเอกสารว่าเป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ที่แสดงถึงการรับรองการสนับสนุน การซ่อมบำรุง ผลิตภัณฑ์ และอะไหล่ - Q: การประปานครหลวงมีนโยบายด้านความปลอดภัยข้อมูลอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของการประปานครหลวง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดและขอบเขตของงาน (TOR)
งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
- วัตถุประสงค์
ๆ
การประปานครหลวงมีความประสงค์จะดําเนินการจ้างบํารุงรักษา ระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เพื่อบํารุงรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถทํางานได้อย่างต่อเนื่องและมี ประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งานระบบทั้งหมดอย่างถูกต้องตลอดระยะเวลาของสัญญา ประกอบด้วยรายการอุปกรณ์ตาม ภาคผนวก ก - ขอบเขตงานและความรับผิดชอบ
2.1 ผู้รับจ้างต้องให้บริการวิเคราะห์ปัญหา การปรึกษา การแก้ไขปัญหาและปรับค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งาน พร้อมแจ้งให้ผู้ดูแลระบบของการประปานครหลวงทราบปัญหาและวิธี แก้ปัญหารวมถึงจัดทํารายงานการแก้ปัญหา วิธีตรวจสอบ และติดตามผลของการแก้ปัญหา
2.2 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์ ระบบไฟฟ้า ความร้อนและระบบที่เกี่ยวข้องของอุปกรณ์ที่เป็น
Hardware ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
2.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการ Upgrade Software และ Update Patch ของระบบให้เป็นรุ่นล่าสุด หรือตามที่
การประปานครหลวงกําหนด
2.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการที่จะรับผิดชอบงานบํารุงรักษานี้โดยมีประสบการณ์
ทางด้านการดูแลระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
2.5 การบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance : PM)
2.5.1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทํา Preventive Maintenance (PM) อย่างน้อย 1 ครั้ง ภายในรอบ ระยะเวลา 4 เดือน ในลักษณะ On-Site Service โดยทําการตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดในโครงการ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดีเสมอ และหากพบสิ่งใดผิดปกติหรือมีการแจ้งเตือนใด ๆ ในระบบ ต้องรายงานให้ผู้ดูแลระบบของการประปานครหลวงรับทราบ พร้อมดําเนินการหาแนวทางแก้ไข ทันที โดยผู้รับจ้างต้องแจ้งแก่ผู้ดูแลระบบฯ ล่วงหน้าก่อนเข้าทําการ Preventive Maintenance (PM) อย่างน้อย 7 วัน
2.5.2 ต้องปรับปรุงรุ่นของผลิตภัณฑ์ให้เป็นรุ่นล่าสุดของสายการผลิตอยู่เสมอ หรือตามที่การประปานครหลวง
กําหนด
2.5.3 ต้องตรวจสอบ ดูแล แก้ไข ซ่อมแซม เปลี่ยนอะไหล่ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ขัดข้อง อยู่เสมอ 2.5.4 ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ, วิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับระบบ และปรับแต่งค่าการทํางาน
ของระบบให้ทํางานได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
2.5.5 ต้องให้คําแนะนําในการดูแลรักษาระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยที่ผู้ดูแลระบบของ
2.5.6
การประปานครหลวงร้องขอ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่การประปานครหลวง
ต้องจัดส่งรายงานประจํารอบการบํารุงรักษาโดยมีเนื้อหาและรูปแบบตามที่ผู้ดูแลระบบของ
การประปานครหลวงกําหนด
2.5.7 หากระหว่างการให้บริการบํารุงรักษาพบปัญหาเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ปัญหาที่
เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขการให้บริการลักษณะการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM)
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
พห
หน้า 1/6
2.6 การให้บริการลักษณะการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance : CM)
2.6.1 หากเกิดการชํารุดบกพร่องของระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ทั้งหมดหรือ บางส่วน ผู้รับจ้างต้องติดต่อกลับภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากการประปานครหลวง และ ต้องเข้าทําการซ่อมแซมแก้ไขในลักษณะ On-Site Service ในวันและเวลาทําการถัดไป (5×8 NBD) 2.6.2 ทุกครั้งที่เข้าแก้ไขปัญหา ผู้รับจ้างต้องทํารายงานสรุปแจ้งให้ผู้ดูแลระบบของการประปานครหลวง ทราบถึงสาเหตุ วิธีการแก้ปัญหารวมทั้งวิธีตรวจสอบและติดตามผลของการแก้ปัญหานั้น ๆ ภายใน 5 วันทําการ นับถัดจากวันที่แก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ
2.6.3 ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ทั้งหมดในสัญญาให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ โดยให้มีเวลาขัดข้องรวมได้ไม่เกินเดือนละ 36 ชั่วโมง หรือ ร้อยละ 5 ของเวลาใช้งานทั้งหมดของเดือน นั้น แล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน
2.7 ผู้รับจ้างต้องตั้งค่าระบบให้มีการส่งอีเมลไปยังผู้ดูแลระบบของการประปานครหลวงเมื่อเกิดเหตุการณ์
ผิดปกติต่าง ๆ กับระบบ
2.8 หากระหว่างระยะเวลาของสัญญา การประปานครหลวงมีความจําเป็นให้มีการโยกย้ายตําแหน่งติดตั้ง อุปกรณ์ไปยังสถานที่ใหม่ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ภายในระยะเวลาที่กําหนด
โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทํางานโดยรวมของระบบ
2.9 ค่าต่อลิขสิทธิ์ ค่าปรับปรุงและพัฒนาระบบ ค่าทดสอบระบบ ค่าใช้จ่ายในการย้ายสถานที่ติดตั้งใหม่ ค่าบริการบํารุงรักษา/ซ่อมแซมแก้ไข ให้รวมถึงค่าแรง ค่าอะไหล่ ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าวิเคราะห์ปัญหา และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ถ้ามี) ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
โดยไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - เอกสารประกอบการเสนอราคา
ผู้รับจ้าง ต้องแสดงเอกสารแสดงว่าเป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้เป็น ตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิต หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย ที่แสดงถึงการรับรองการสนับสนุน การซ่อมบํารุง ผลิตภัณฑ์ และอะไหล่ เกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) - ระยะเวลาสัญญาและการให้บริการ
4.1 ระยะเวลาดําเนินการ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570
4.2 ต้องให้บริการแก้ไขปัญหา (5X8 NBD) โดยผู้รับจ้างจะต้องมีระบบ Hotline เพื่อให้ทางการประปา นครหลวงสามารถแจ้งปัญหาได้ และต้องจัดให้มีระบบการบันทึกการแจ้งปัญหาเพื่อสะดวก
ในการติดตามงาน - การส่งมอบงาน
5.1 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบแผนการเข้าบํารุงรักษา ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ให้กองบริหาร
เครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ 1 ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 1 ชุด 5.2 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารแสดงลิขสิทธิ์ (License) (ถ้ามี) ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ให้กองบริหารเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ 1 ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 1 ชุด 5.3 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน หรือหนังสือแสดงคํารับรองว่าผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของการประปานครหลวง ผ่านการฝึกอบรมฯ เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในวันที่ลงนามในสัญญา หรืออย่างช้าในวันที่ เริ่มปฏิบัติงาน
you
พ
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
หน้า 2/6
5.4 ทุกรอบระยะเวลา 4 เดือน
5.4.1 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานการทํา Preventive Maintenance (PM) โดยให้จัดเรียงเนื้อหา ตามลําดับ ได้แก่ ภาพรวมสําหรับผู้บริหาร, รายละเอียดทางเทคนิคสําหรับผู้ดูแลระบบ (Operation), รายละเอียดการแก้ไขปัญหา (Troubleshoot) ซึ่งเนื้อหาของรายงานต้อง
ประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
- ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ หรืออุปกรณ์
แสดงภาพรวมการทํางานของระบบ
การใช้งาน Service
แสดงผลการบํารุงรักษา, การปรับปรุง/แก้ไข Configuration (ถ้ามี), รายงานการ Backup และ รายงานการทดสอบการกู้คืนระบบ (ถ้ามี), รายงานความผิดปกติ (ถ้ามี)
5.4.2 ผู้รับจ้างต้องรวบรวมและส่งมอบบันทึกการเข้าดําเนินการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance
Service Report) (ถ้ามี)
โดยต้องส่งมอบรายงานในรูปแบบ Hard Copy และ Soft Copy (เป็นไฟล์ PDF และ .DOC ที่สามารถ เรียกพิมพ์และแก้ไขได้) ให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ จํานวน 1 ชุด
- ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
การประปานครหลวง จะแบ่งจ่ายเงินเป็น 3 งวด ๆ ละ 4 เดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินการบํารุงรักษา ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมส่งรายงานทั้งหมด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
งวดที่ 1 จ่ายเงินในอัตรา ร้อยละ 35 ของวงเงินค่างานตามสัญญา งวดที่ 2 จ่ายเงินในอัตรา ร้อยละ 35 ของวงเงินค่างานตามสัญญา งวดที่ 3 จ่ายเงินเป็นจํานวนเงินที่เหลือทั้งหมดของวงเงินค่างานตามสัญญา - การรับประกันผลงาน
ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ตามสัญญานี้ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ โดยให้มี เวลาขัดข้องรวมตามเกณฑ์การคํานวณเวลาขัดข้องไม่เกินเดือนละ 36 ชั่วโมง หรือร้อยละ 5 ของเวลาใช้งาน ทั้งหมดของเดือนนั้นแล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน มิฉะนั้นผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับเป็นรายวัน ใน อัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่าตามสัญญา (เศษของวันให้คิดเป็น 1 วัน) ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถใช้งานได้ใน ส่วนที่เกินกว่ากําหนดเวลาขัดข้องข้างต้น
เกณฑ์การคํานวณเวลาขัดข้องตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปดังนี้ - อัตราค่าปรับ
- กรณีที่อุปกรณ์เกิดการขัดข้องพร้อมกันหลายหน่วย ให้นับเวลาขัดข้องของหน่วยที่มีตัวถ่วงมาก
ที่สุดเพียงหน่วยเดียว - กรณีความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากความขัดข้องของอุปกรณ์แตกต่างกัน เวลาที่ใช้ใน การคํานวณค่าปรับจะเท่ากับเวลาขัดข้องของอุปกรณ์หน่วยนั้นคูณด้วยตัวถ่วงซึ่งมีค่าต่าง ๆ
ตามภาคผนวก ก
8.1 ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 4 ชั่วโมง นับตั้งแต่เริ่มดําเนินการแก้ไข หากไม่แล้วเสร็จ ตามเวลาที่กําหนด การประปานครหลวงจะคิดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจํานวนเงินตายตัว ในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่าตามสัญญา จนกว่าผู้รับจ้างจะทําการแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ หรือจนกว่าผู้รับจ้างจะ หาอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่ามาทดแทนและดําเนินการให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติได้แล้ว เสร็จ (เศษของวันให้คิดเป็น 1 วัน)
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
Jin
2125
หน้า 3/6
мо
8.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินงานในแต่ละงวด ให้แล้วเสร็จภายในกําหนดระยะเวลาตามสัญญา การประปานครหลวงจะคิดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน ของมูลค่าตามสัญญา จนกว่า ผู้รับจ้างจะดําเนินงานแล้วเสร็จ
8.3 หากจํานวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของมูลค่าตามสัญญา การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะ ดําเนินการบอกเลิกสัญญา เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ การประปานครหลวง โดยไม่มี เงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และให้สิทธิ์ชี้ขาด โดยผู้ว่าการการประปานครหลวง พิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิก สัญญาได้เท่าที่จําเป็น
- การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยสิ้นเชิงภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากการประปานครหลวง หากผู้รับจ้างไม่ ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะหักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ
หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือจากหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่พอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วนตามจํานวนค่าปรับ ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด
ผู้ว่าจ้างจะคืนให้ผู้รับจ้างทั้งหมด - ลิขสิทธิ์และข้อตกลงในการรักษาความลับข้อมูลหรือเอกสาร
10.1 ระบบงาน ข้อมูล และเอกสารทั้งหมดที่จัดทําขึ้น ถือเป็นลิขสิทธิ์ของการประปานครหลวงโดยผู้รับจ้าง จะต้องไม่เผยแพร่เอกสาร ข้อมูลหรือที่จัดทําขึ้นเกี่ยวกับระบบงาน โดยไม่ได้รับความเห็นชอบอย่างเป็น ลายลักษณ์อักษรจากการประปานครหลวง รวมทั้งจะต้องไม่แสวงหา หรือยินยอมให้บุคคลอื่นแสวงหา ประโยชน์ใด ๆ จากข้อมูล เอกสารดังกล่าว ทั้งในทางพาณิชย์ หรือในกรณีอื่นอันอาจก่อให้เกิดความ เสียหายแก่การประปานครหลวงด้วยประการใดทั้งสิ้น
10.2 ข้อตกลงนี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา อันเป็นเงื่อนไขที่การประปานครหลวงบอกเลิกสัญญา
เรียกค่าเสียหาย หรือปรับสินไหม รวมทั้งการดําเนินคดีทั้งในทางแพ่งและอาญาทุกประเภท 10.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบ ปฏิบัติตาม และลงนามในเอกสารสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็น ความลับ (Non-Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ ตามเอกสารแนบ 1 ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาดังกล่าว ต้องได้รับ ความเห็นชอบร่วมกันระหว่างการประปานครหลวงและผู้รับจ้าง ก่อนมีการลงนามทั้งสองฝ่าย - ข้อสงวนสิทธิ์และข้อตกลงอื่น ๆ
ผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในหน่วยงานของการประปานครหลวงต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ
และนโยบายของการประปานครหลวงอย่างเคร่งครัด หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง
การประปานครหลวงสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างบริการบํารุงรักษาทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยแจ้งเป็นลาย ลักษณ์อักษรให้ผู้รับจ้างทราบไม่น้อยกว่า 30 วัน
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
หน้า 4/6
มห - กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
12.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน (6 ชั่วโมง) สําหรับลูกจ้างทั่วไป และลูกจ้างเข้าทํางานใหม่ (การฝึกอบรมฯ) โดยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมฯ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ และให้ส่งหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมฯ ของลูกจ้าง หรือหนังสือแสดงคํารับรองว่าลูกจ้างที่จะเข้ามาปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมฯ เรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในวันที่ลงนามในสัญญา หรือวันที่การประปานครหลวงแจ้งเริ่มงาน หรือ อย่างช้าในวันที่เริ่มปฏิบัติงาน หากพบว่าผู้รับจ้างไม่ส่งหลักฐานการผ่านการฝึกอบรมฯ
หรือหนังสือแสดงคํารับรองว่าลูกจ้างที่จะเข้ามาปฏิบัติงานผ่านการฝึกอบรมฯ การประปานครหลวง
ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ให้บุคคลนั้นเข้าปฏิบัติงาน
12.2 ผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในหน่วยงานของการประปานครหลวงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 12.3 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับล่าสุด) ที่บังคับใช้ในขณะนั้น รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้อง
12.4 ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและ การกําหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยจัดทําแผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
คณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของงาน งานจ้าง เลขที่ จท.ฝคท.11-70
28 เมษายน 2569
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
magen
มิใช
หน้า 5/6
ภาคผนวกก
รายละเอียดบัญชีรายการระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
No.
Description
Serial Number
สถานที่ตั้ง
ค่าตัวถ่วง
อุปกรณ์ตรวจสอบช่องโหว่
1
MXQ9140650
สํานักงานใหญ่
1
(Vulnerability Assessment)
คณะกรรมการจัดทําร่างขอบเขตของงาน งานจ้าง เลขที่ จท.ฝคท.11-70
28 เมษายน 2569
سر
TOR-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.11-70
มห์
หน้า 6/6
เอกสารแนบ ๑
สัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
การงานค
สัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement)
และการปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
สัญญาฉบับนี้ ทําขึ้นที่ สํานักงานใหญ่ การประปานครหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๔๐๐ ถนนประชาชื่น แขวง
ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๒๑๐ เมื่อวันที่
การประปานครหลวง โดย
ซึ่งมีนิติสัมพันธ์กับ การประปานครหลวง ตาม
ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับข้อมูล” อีกฝ่ายหนึ่ง
ทั้งคู่สัญญาได้ตกลงกัน โดยมีข้อความดังนี้ ข้อ ๑. คํานิยาม
0
ระหว่าง
ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้ข้อมูล” ฝ่ายหนึ่ง กับ
“ข้อมูลที่เป็นความลับ” หมายถึง บรรดาข้อความ เอกสาร ข้อมูล ตลอดจนรายละเอียดทั้งปวงที่ เป็นของผู้ให้ข้อมูล รวมถึงข้อมูลของบุคคลที่สามที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของผู้ให้ข้อมูล ซึ่งเป็น ข้อมูลที่ไม่เป็นที่รับรู้ของสาธารณชนทั่วไป หรือผู้ให้ข้อมูลประสงค์ให้ผู้รับข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็น ความลับ ไม่ว่าจะในรูปแบบที่จับต้องได้หรือไม่ หรือสื่อแบบใด ไม่ว่าจะถูกดัดแปลงแก้ไขโดยผู้รับข้อมูลหรือไม่ และไม่ว่าจะเปิดเผยแก่ผู้รับข้อมูลเมื่อใดและอย่างไร ให้ถือว่าเป็นความลับ และให้หมายความรวมถึงความลับทาง
การค้าของผู้ให้ข้อมูล และข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ให้ข้อมูลควบคุมดูแล
“ความลับทางการค้า” หมายถึง ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยังเข้าถึงไม่ได้ในหมู่ บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็น
ความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“สัญญาหลัก” หมายถึง สัญญาเลขที่ จท.ฝคท.๑๑-๗๐ งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่อง
โหว่ (Vulnerability Assessment) ฉบับลงวันที่
ข้อ ๒. การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
๒.๑ ผู้รับข้อมูลจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้ให้ข้อมูลได้เปิดเผยให้แก่ฝ่ายผู้รับข้อมูล ภายใต้สัญญาฉบับนี้ โดยฝ่ายผู้รับข้อมูลตกลงที่จะดําเนินการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับไว้ ให้เป็น ความลับอย่างเคร่งครัด และจะไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่บุคคลใดหรือองค์กร
ใดทราบ เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยให้แก่ลูกจ้างหรือพนักงานของฝ่ายผู้รับข้อมูล หรือบุคคลภายนอกที่ต้อง เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นเพื่อดําเนินงานตามสัญญาหลัก หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ ข้อมูล และฝ่ายผู้รับข้อมูลจะต้องจัดให้ลูกจ้างหรือพนักงานของฝ่ายผู้รับข้อมูล หรือบุคคลภายนอกที่ต้องเกี่ยวข้อง
NDA-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.๑๑-๗๐
หน้า ๑/๔
โดยตรงกับข้อมูลดังกล่าวได้ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับอย่างเคร่งครัดด้วย นอกจากนั้นผู้รับข้อมูลจะไม่ทําซ้ํา คัดลอก ทําสําเนา บันทึกภาพข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นอันขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล หรือเป็นความจําเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น
๒.๒ ผู้รับข้อมูลต้องใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อการอันเกี่ยวกับหรือสัมพันธ์กับการ ดําเนินงานที่มี อยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูล โดยผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้ผู้ให้ข้อมูลทราบโดยทันทีที่พบการใช้หรือ การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการละเมิดหรือฝ่าฝืนข้อกําหนดตามสัญญานี้ อีกทั้งผู้รับ
ข้อมูลจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ในการเรียกคืนซึ่งการครอบครองข้อมูลที่เป็นความลับ
การป้องกันการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับโดยไม่ได้รับอนุญาต และการระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นความลับ
ออกสู่สาธารณะ
๒.๓ ผู้รับข้อมูลจะจัดให้มีและคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมสําหรับ การเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ตลอดจนการควบคุมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกําหนด หรือตามมาตรฐานสากล เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลที่เป็นความลับถูกนําไปใช้หรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่น โดยมิได้รับ อนุญาต เว้นแต่เป็นการใช้หรือเปิดเผยแต่บุคคลตามข้อ ๒.๑ และจะดําเนินการให้บุคลากรดังกล่าว ทําการเก็บ รักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ควบคุม และประมวลผล ด้วยมาตรฐานเดียวกัน
๒.๔ ผู้รับข้อมูลต้องแจ้งให้บุคลากร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษาของผู้รับข้อมูล และ/หรือ บุคคลภายนอกที่ต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เป็นความลับนั้นทราบถึงความเป็นความลับและข้อจํากัดสิทธิ์ในการใช้
และการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับ และผู้รับข้อมูลต้องดําเนินการให้บุคคลดังกล่าวต้องผูกพันด้วยสัญญา หรือ ข้อตกลงเป็นหนังสือในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ โดยมีข้อกําหนดเช่นเดียวกับหรือไม่น้อยกว่าข้อกําหนดและ
เงื่อนไขในสัญญาฉบับนี้ด้วย
๒.๕ ข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อตกลงฉบับนี้ไม่รวมไปถึงข้อมูลดังต่อไปนี้
(๑) ข้อมูลที่ผู้ให้ข้อมูล เปิดเผยแก่สาธารณะ
(๒) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบอยู่ก่อนที่ผู้ให้ข้อมูล จะเปิดเผยข้อมูลนั้น
(๓) ข้อมูลที่มาจากการพัฒนาโดยอิสระของผู้รับข้อมูลเอง และไม่สามารถดําเนินการอย่าง หนึ่งอย่างใดให้ล่วงรู้ถึงข้อมูลที่เป็นความลับของผู้ให้ข้อมูลได้
(๔) ข้อมูลที่ต้องเปิดเผยโดยกฎหมายหรือตามคําสั่งศาล ทั้งนี้ผู้รับข้อมูลต้องมีหนังสือ แจ้งให้ ผู้ให้ข้อมูล ได้รับทราบถึงข้อกําหนดหรือคําสั่งดังกล่าวพร้อมทั้งหมายศาล และ/หรือ หมายค้นอย่างเป็นทางการยื่น ต่อผู้ให้ข้อมูล ก่อนที่จะดําเนินการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว และในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผู้รับข้อมูลจะต้อง
ดําเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อขอให้คุ้มครองข้อมูลดังกล่าวไม่ให้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
(๕) เป็นการเปิดเผยข้อมูลโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้ข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร
ก่อนที่ผู้รับข้อมูลจะเปิดเผยข้อมูลนั้น
ข้อ ๓. ทรัพย์สินทางปัญญา
สัญญาฉบับนี้ไม่มีผลเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือให้สิทธิใด ๆ แก่ผู้รับข้อมูล ซึ่งสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า ตราสัญลักษณ์ รูปประดิษฐ์อื่นใด หรือ ชื่อทางการค้า ไม่ว่าจะได้จดทะเบียนไว้หรือไม่ และผู้รับข้อมูลจะไม่ทําซ้ําข้อมูลที่เป็นความลับแม้เพียงส่วนหนึ่ง ส่วนใดหรือทั้งหมด เว้นแต่การทําซ้ําเพื่อการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามสัญญาหลัก หรือผู้ให้ ข้อมูลอนุญาตเท่านั้น และไม่ทําวิศวกรรมย้อนกลับ หรือถอดรหัสข้อมูลที่เป็นความลับ ต้นแบบ หรือสิ่งอื่นใดที่ บรรจุข้อมูลที่เป็นความลับ ต้นแบบ หรือสิ่งอื่นใดที่บรรจุข้อมูลที่เป็นความลับ รวมทั้งไม่เคลื่อนย้าย พิมพ์ทับ หรือ ทําให้เสียรูปซึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงเครื่องหมายสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทาง
NDA-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.๑๑-๗๐
หน้า ๒/๔
การค้า ตราสัญลักษณ์ และเครื่องหมายอื่นใดกับต้นแบบหรือสําเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้รับมาจากผู้ให้ ข้อมูล อีกทั้งจะไม่ยื่นขอรับสิทธิ ขอจดทะเบียนและจดแจ้ง ตลอดจนเปิดเผยและนําไปใช้ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ทางปัญญาและความลับทางการค้าใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล
ข้อ ๔. ข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้รับข้อมูลตกลงว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และจะทํา การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่รับมาจากผู้ให้ข้อมูลเพียงเท่าที่จําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้กําหนด
ไว้ในสัญญาหลัก และจะไม่ประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเป็นความจําเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น
เมื่อพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะที่กระทบต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้
ข้อมูลและรับข้อมูลตามสัญญาฉบับนี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใด ๆ เช่น การละเมิด อุบัติเหตุ ลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คู่สัญญาฝ่ายที่พบเหตุดังกล่าวจะดําเนินการแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายทราบโดยทันที
ข้อ ๕. หน้าที่ความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
เป็นต้น
ผู้รับข้อมูลต้องปฏิบัติตามระเบียบการประปานครหลวงว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยระบบ
สารสนเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ และประกาศการประปานครหลวง เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของการประปานครหลวง (Information Security Policy) พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งใช้บังคับอยู่ ในปัจจุบัน รวมถึงที่จะได้แก้ไขในอนาคต รวมทั้งต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติหลักเกณฑ์ประกาศ ระเบียบ กฎหมาย ที่จะมีการประกาศใช้ในอนาคตด้วย
ข้อ 5. การส่งคืน ลบ หรือการทําลายข้อมูลที่เป็นความลับ
เมื่อการค้าเนินงานที่มีอยู่ระหว่างผู้ให้ข้อมูลกับผู้รับข้อมูลเสร็จสิ้นลง ผู้รับข้อมูลจะต้องส่งมอบ ข้อมูลที่เป็นความลับและสําเนาของข้อมูลที่เป็นความลับที่ผู้รับข้อมูลได้รับไว้คืนให้แก่ผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนลบ หรือ ทําลายข้อมูลที่เป็นความลับที่ถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่ใช้จัดเก็บข้อมูล (ถ้ามี) หรือ
ดําเนินการอื่นตามที่ได้รับการแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้ข้อมูล ตลอดจนยุติการใช้ข้อมูลที่เป็นความลับที่ได้จาก
ผู้ให้ข้อมูลทันที และผู้รับข้อมูลจะต้องรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับจากผู้ให้ข้อมูลตลอดไป แม้ว่าการดําเนินงาน เสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม
ข้อ ๗. การชดใช้ค่าเสียหาย
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือบุคคลที่ได้รับข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญานี้ซึ่งอยู่ใน ความรับผิดชอบดูแลของผู้รับข้อมูล ฝ่าฝืนข้อกําหนดตามข้อตกลงนี้และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้ข้อมูล ผู้รับ ข้อมูลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้ข้อมูลภายใน ๓๐ (สามสิบ) วัน นับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง
ค่าเสียหาย
ข้อ ๔. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา
ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญานี้ ให้ทําเป็นหนังสือและลงนามโดย คู่สัญญา หรือโดยผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลและประทับตราสัญญาของนิติบุคคล (หากมี) ของคู่สัญญา แล้วแต่กรณี
NDA-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.๑๑-๗๐
หน้า ๓/๔
ข้อ ๔. การบังคับใช้
๔.๑ สัญญาฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป และจะสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ การดําเนินการตามสัญญาหลักเสร็จสิ้นลง หรือวันที่คู่สัญญาได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิกสัญญาหลักหรือ วันที่คู่สัญญาได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหลัก และแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน อย่างไรก็ดีการสิ้นผลลงของสัญญาฉบับนี้ ไม่กระทบต่อหน้าที่ของผู้รับข้อมูลตามที่ได้กําหนดในข้อ ๕ ของข้อตกลงฉบับนี้
๔.๒ ในกรณีที่ปรากฏในภายหลังว่าข้อสัญญาส่วนใดส่วนหนึ่งของสัญญานี้เป็นโมฆะ ให้ถือว่า ข้อสัญญาส่วนที่เป็นโมฆะนั้นไม่มีผลบังคับในสัญญานี้ และข้อสัญญาดังกล่าวไม่กระทบถึงความสมบูรณ์ของสัญญา
ในส่วนอื่น ๆ
๔.๓ สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ใต้บังคับใช้และการตีความตามกฎหมายประเทศไทย และให้ศาลของ ประเทศไทยมีอํานาจในการพิจารณาคดีเหนือกรณีพิพาทใด ๆ อันเกิดจากสัญญานี้
ข้อ ๑๐. การส่งคําบอกกล่าว
๑๐.๑ บรรดาคําบอกกล่าวหรือการให้ความยินยอมหรือความเห็นชอบใด ๆ ตามสัญญานี้ต้องทํา เป็นหนังสือ และจะถือว่าได้ส่งให้แก่คู่สัญญาฝ่ายนั้นโดยชอบแล้ว หากได้จัดส่งโดยทางหนึ่งทางใดดังต่อไปนี้
(๓) ส่งมอบโดยบุคคลแก่ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายของคู่สัญญาฝ่ายนั้น
(๒) ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้
หรือที่อยู่แห่งใหม่ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้มีหนังสือแจ้งให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้ว
(๓) ทางโทรสาร หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) และยืนยันเป็นหนังสือโดยเร็วไปยัง
ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้หรือที่อยู่แห่งใหม่ที่คู่สัญญาฝ่ายนั้นได้มีหนังสือแจ้งให้
คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบแล้ว
๗
๑๐.๒ ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงชื่อหรือที่อยู่ ให้เป็นหน้าที่ของคู่สัญญา ฝ่ายนั้นในการแจ้งให้คู่สัญญาฝ่ายอื่นทุกฝ่ายทราบเป็นหนังสือ ภายใน ๒ (เจ็ด) วัน นับตั้งแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อหรือที่อยู่ดังกล่าว มิฉะนั้น ให้ถือว่าบรรดาเอกสาร หนังสือที่ส่งไปตามความในวรรคก่อน เป็นการส่งมอบโดย ชอบด้วยกฎหมาย
สัญญานี้ทําขึ้นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความโดยละเอียด ตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยานและคู่สัญญาต่างยึดถือไว้ ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ลงชื่อ.
Pe 0
OF
(…………..
ลงชื่อ.
ผู้มีอานาจ
ผู้รับข้อมูล
(…….
..)
ลงชื่อ..
พยาน
(………….
..)
ลงชื่อ…
พยาน
(………..
.)
NDA-MA งานจ้างบํารุงรักษาระบบตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) เลขที่ จท.ฝคท.๑๑-๗๐
หน้า ๔/๔