ประกวดราคาจ้างเหมาตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน Organic หน่วยตรวจรับรองภายนอก โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2569 กิจกรรมย่อยที่ 1.1.2 การตรวจรับรองมาตรฐานภายในกลุ่ม (งบกลุ่มจังหวัด)
โครงการจ้างเหมาหน่วยงานภายนอกตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และวิเคราะห์สารเคมีตกค้างนี้ จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน จังหวัดยโสธรเห็นความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกรและการรักษาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ จึงจัดสรรงบประมาณจำนวน 960,000 บาท เพื่อจ้างหน่วยงานภายนอกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17065:2012 ดำเนินการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์และวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองแก่เกษตรกร, วิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง, และทำให้การตรวจประเมินระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์บรรลุเป้าหมายที่กำหนด ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่มีกิจกรรมด้านการตรวจประเมินตามมาตรฐานสากลและได้รับใบอนุญาตจาก มกอช. ระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน โดยแบ่งการส่งมอบงานออกเป็น 3 งวด การจ่ายเงินจะพิจารณาจากผลการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
English summary
This outsourcing project aims to engage a certified organization (ISO/IEC 17065:2012) to audit organic rice production systems and analyze chemical residue levels in soil, water, and rice products for existing farmers in Yasothorn province. The project supports sustainable organic farming practices and strengthens farmer groups while maintaining the integrity of organic agricultural land. The budget is 960,000 baht. Key objectives include certification audits, chemical residue analysis, and achieving targets for organic rice production system assessments.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อให้การรับรองแก่เกษตรกร (Certification audit)
- ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและปริมาณโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว
- ทำให้การตรวจประเมินระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ของจังหวัดยโสธรบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
ขอบเขตของงาน
- ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์แบบกลุ่ม ตามข้อกำหนด มกษ. 9000-2564
- สุ่มตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว (ชนิดละ 1 ตัวอย่างต่อกลุ่ม)
- จัดทำรายงานความก้าวหน้าทุก 2 เดือน
- จัดทำรายงานการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจำทุก 2 เดือน
- ออกใบรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ให้เกษตรกรที่ผ่านการตรวจประเมิน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ทะเบียนรายชื่อเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
- แผนการตรวจประเมินแบบกลุ่ม
- แบบรายงานผลการสุ่มตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าวเพื่อตรวจสอบปริมาณสารเคมีตกค้าง
- รายงานผลการวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีและโลหะหนักตกค้างในดิน น้ำ และ/หรือ ผลผลิตข้าว
- ใบรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: 240 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง
- งวดที่ 1: ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมินภายใน 60 วัน
- งวดที่ 2: ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมินภายใน 150 วัน
- งวดที่ 3: ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมินภายใน 240 วัน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีกิจกรรมด้านการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองคุณภาพ และได้รับใบอนุญาตจาก มกอช.
- Standards Compliance: ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17065:2012 และ ISO/IEC 17025 : 2005 (สำหรับการทดสอบอาหาร)
- Experience: มีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมินมาตรฐานข้าวอินทรีย์ หรือผู้ตรวจประเมินมาตรฐานข้าวอินทรีย์อย่างน้อย 2 ปี (สำหรับหัวหน้าคณะ) และผู้ตรวจประเมิน อย่างน้อย 1 ปี
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ
- Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และบุคลากรที่สามารถตรวจสอบได้สำหรับการปฏิบัติงาน
- Personnel: หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องผ่านการอบรมหลักสูตรพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าว หรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง และสอบผ่านการอบรมหลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO 9001
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตามราคา โดยพิจารณารจากผู้เสนอราคาต่ำสุด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง: ชนิดละ 1 ตัวอย่างต่อกลุ่ม (4 กลุ่ม, 48 ชนิด) และโลหะหนัก (3 ชนิด)
- การตรวจประเมินตามมาตรฐาน มกษ. 9000-2564
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายละเอียดคุณลักษณะของงาน
โครงการจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource)
ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และ/หรือผลิตภัณฑ์ข้าว
ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2569
กิจกรรมย่อยที่ 1.1 รักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์(เกษตรกรรายเก่า)
(งบกลุ่มจังหวัด)
- ความเป็นมา
การผลิตข้าวอินทรีย์ เป็นระบบการผลิตข้าวที่มีการจัดการด้านการเกษตรแบบองค์รวม ที่เกื้อหนุน ต่อระบบนิเวศน์ วงจรชีวภาพ และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ หลีกเลี่ยงวัตถุดิบ ที่ได้จากการสังเคราะห์ และไม่ใช้พืช สัตว์หรือจุลินทรีย์ที่ได้มาจากการดัดแปรพันธุกรรม มีการจัดการ กับผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการแปรรูปด้วยความระมัดระวัง ดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอน ให้ปลอดภัย ต่อผู้บริโภค เพื่อรักษาสภาพการเป็นเกษตรอินทรีย์ และผลผลิตข้าวมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยกำหนด ให้เกษตรกร ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการใช้ปัจจัยการผลิต และมีการเข้าตรวจประเมินการปฏิบัติ ตามข้อกำหนดของเกษตรกร หากเป็นไปตามข้อกำหนดของระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์
สามารถให้การรับรองโดยออกใบรับรองการผลิตข้าวอินทรีย์สำหรับการผลิตข้าวเปลือก จังหวัดยโสธรได้เห็นความสำคัญของการผลิตสินค้าเกษตรในระบบอินทรีย์ โดยมีกระบวนการ ตรวจรับรองแบบกลุ่ม ทำให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งที่ยั่งยืน การรักษามาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ให้แก่เกษตรกรจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของจังหวัดยโสธร ดังนั้นจึงได้ อนุมัติงบประมาณ จำนวน 960,000 บาท (เก้าแสนหกหมื่นบาทถ้วน) งบกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง 2 ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2569 สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ตั้งแต่กระบวนการให้ความรู้การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ การสนับสนุนวัสดุการเกษตรเบื้องต้นในการทำเกษตรอินทรีย์ และการตรวจประเมินรับรองเกษตรอินทรีย์ โดยหน่วยตรวจประเมินภายนอก โดยเฉพาะกระบวนการตรวจประเมินรับรองเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสำนักงาน เกษตรจังหวัดยโสธรไม่สามารถดำเนินการเองได้ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึง และได้รับการรับรองระบบการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ผลิตขึ้น จึงต้องจ้างเหมาหน่วยงานภายนอก (Outsource) ที่ได้รับการรับรองระบบงานตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17065:2012 เพื่อดำเนินการตรวจ ประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ และตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ ข้าว - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์เพื่อให้การรับรอง (Certification audit)แก่เกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรองแบบกลุ่ม ขอบข่ายแหล่งผลิต ตามข้อกำหนดระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ : มกษ. 9000-2564 เรื่องการผลิต การแปรรูป การแสดงฉลาก และการจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์
2.2 เพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างทางการเกษตรและปริมาณโลหะหนักในตัวอย่างดิน น้ำ และ/ผลิตภัณฑ์ข้าว ปีการผลิต 2569 จากแปลงผลิตข้าวอินทรีย์ตามสภาพข้อเท็จจริงซึ่งพบขณะเข้า ตรวจประเมิน
2.3 เพื่อให้การตรวจประเมินระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ของจังหวัดยโสธร บรรลุ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จนได้รับใบรับรองขอบข่ายแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์แบบกลุ่ม /3. คุณสมบัติ…
- 2 –
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 ผู้รับจ้างต้องเป็นนิติบุคคลที่มีกิจกรรมด้านการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองคุณภาพ โดยเป็นหน่วยรับรอง (Certification Body : CB) ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 17065:2012) และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน ในการตรวจสอบรับรองสินค้า เกษตรและอาหาร ขอบข่ายเกษตรอินทรีย์ (Organic) ขอบข่ายย่อยด้านพืช (พืชอินทรีย์) จากสำนักงาน มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)
3.2 ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว 3.3 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานเกษตรจังหวัด ยโสธร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน ราคาอย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาครั้งนี้
3.4 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.5 ผู้เสนอราคาต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกประเมินสิทธิผู้เสนอราคาในสถานะที่ห้ามเข้าเสนอราคาและห้ามทำ สัญญาตามที่ กวพ. กำหนด
3.6 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชี รายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
3.7 นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement: e-GP) ต้องลงท ะเบียน ในระบ บ อิเล็กท รอนิกส์ ของกรมบัญชีกลาง ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
3.8 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน สามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
3.9 เป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองหรือใช้หน่วยงานที่ได้การรับรองความสามารห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 17025 : 2005) ในขอบข่ายการทดสอบอาหารซึ่งกรณีใช้หน่วยงาน อื่นต้องยื่นเอกสารแสดงความสามารถของหน่วยงานที่ได้รับรอง
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงรายการเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ และบุคลากรซึ่งสามารถตรวจสอบ ได้ เพื่อการปฏิบัติงานตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ทั้งนี้ ในการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง ในดิน น้ำ หรือผลผลิตข้าว ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแจ้งสถานที่ปฏิบัติงาน บุคลากร ผู้ปฏิบัติงาน เครื่องมือ ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน และขั้นตอนวิธีการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในดิน น้ำ หรือผลผลิตข้าว ในวันยื่นข้อเสนอ
3.11 ผู้เสนอราคาต้องดำเนินการจัดตั้งคณะผู้ตรวจประเมินที่มีความรู้ความสามารถในขอบข่าย ที่รับจ้างตรวจอย่างน้อย 3 คน ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน 1 คนและผู้ตรวจประเมิน 2 คน โดยคณะผู้ตรวจประเมินแต่ละคณะให้รับผิดชอบตรวจประเมินแบบกลุ่ม ไม่เกิน 10 กลุ่ม คุณสมบัติของคณะผู้ตรวจประเมินมีดังนี้
หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีสาขาเกษตรหรือสาขา ที่เกี่ยวข้องโดยหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรการพัฒนา ผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าวหรือหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้รับการรับรองระบบ
/การตรวจสอบ…
- 3 –
การตรวจสอบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์และสอบผ่านการอบรมหลักสูตรหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Auditor/Lead Auditor Training) ตามระบบ ISO 9001 (Quality Management Systems : QMS) หรือหลักสูตรที่เทียบเท่า โดยหัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินต้องมีประสบการณ์ในการเป็นหัวหน้าผู้ตรวจประเมิน มาตรฐานข้าวอินทรีย์ หรือผู้ตรวจประเมินมาตรฐานข้าวอินทรีย์2 ปี
ผู้ตรวจประเมิน มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงสาขาเกษตร หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนา ผู้ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์จากกรมการข้าวหรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับการรับรองระบบการตรวจสอบ มาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์และต้องมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองมาตรฐานข้าว อย่างน้อย 1 ปี
- รูปแบบรายการหรือคุณลักษณะเฉพาะ
4.1 ขอบเขตการจ้าง
4.1.1 การตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
การจ้างตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์แบบกลุ่ม ตามข้อกำหนดของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มาตรฐานสินค้าเกษตร : เกษตรอินทรีย์(มกษ. 9000-2564) เรื่อง การผลิต แปรรูป แสดงฉลาก และจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ โดยเริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลทะเบียนรายชื่อ เกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบ กลุ่ม และสิ้นสุดที่การออกใบรับรอง ให้เกษตรกรตามผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ที่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญา ได้ส่งมอบให้จังหวัดยโสธร โดยตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ขอบข่ายแหล่งผลิต ของสมาชิกกลุ่ม เกษตรกรตามหลักเกณฑ์การรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Certification Scheme for Organic
Agricultural) ที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติกำหนด และให้ดำเนินการตรวจประเมิน ตามแบบตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ทั้งนี้ ผู้แทนของจังหวัดยโสธร สามารถตรวจติดตาม ควบคุม กำกับ และให้ข้อเสนอแนะ การตรวจประเมินในทุกขั้นตอนแก่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาได้ เพื่อให้การตรวจประเมิน มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ
4.1.2 ตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว
สุ่มตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว จำนวน ชนิดละ 1 ตัวอย่างต่อกลุ่ม เพื่อวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้าง 4 กลุ่ม (48 ชนิด) และโลหะหนัก (3 ชนิด) ประกอบด้วย
- สารเคมีในกลุ่ม Organochlorine(จำนวน 8 ชนิด)
- สารเคมีในกลุ่ม Organophosphates (จำนวน 23 ชนิด)
- สารเคมีในกลุ่ม Pyrethroids (จำนวน 7 ชนิด)
- สารเคมีในกลุ่ม Carbamate(จำนวน 10 ชนิด)
- โลหะหนัก (แคดเมียม ตะกั่ว และสารหนู)
4.1.3 ผู้รับจ้างต้องนำผลการตรวจประเมินใน ข้อ 4.1.1 และ 4.1.2 พิจารณาให้การรับรอง หรือไม่ให้การรับรอง
4.1.4 ผู้รับจ้างต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมิน ทุกคณะอย่างน้อยร้อยละ 10 ของเป้าหมายทั้งหมดที่รับจ้างตรวจ
/4.1.5 ผู้รับจ้าง…
- 4 –
4.1.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานความก้าวหน้าทุก 2 เดือน จนสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยต้องรายงาน ความก้าวหน้าเป็นรายอำเภอในการปฏิบัติงาน
ตัดยอดทุกวันที่ 30 ของทุกเดือน และส่งให้ถึงสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรไม่เกินวันที่ 5 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่ลงนามในสัญญาจ้างจนถึงสิ้นสุดสัญญาจ้าง
4.1.6 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานการติดตามนิเทศการตรวจประเมินประจำทุก 2 เดือนจนสิ้นสุด สัญญาจ้างโดยให้รายงานผลและส่งรายงานผลการติดตามนิเทศฯไม่เกินวันที่ 5 ของเดือนถัดไป 4.2 เป้าหมายการจ้าง ผู้ว่าจ้างจะส่งมอบรายชื่อเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามเป้าหมายให้ผู้รับจ้าง ภายใน 15 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง ดังนี้
4.2.1 ตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบกลุ่ม จำนวน 20 กลุ่ม
4.2.2 สุ่มและตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว จากการตรวจ ประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวน ชนิดละ 1 ตัวอย่าง ต่อกลุ่ม จำนวนไม่น้อยกว่า 60 ตัวอย่าง 4.3 การจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานโครงการฯ ดังต่อไปนี้
4.3.1 ระบบการผลิตข้าวอินทรีย์
ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งส่งมอบให้จังหวัดยโสธร โดยเริ่มตั้งแต่ผู้รับจ้างรับข้อมูลกลุ่มเกษตรกร ที่ยื่นขอการรับรองหน่วยตรวจรับรองข้าวอินทรีย์และสิ้นสุด ที่ผู้รับจ้างทำการส่งผลการตรวจประเมินของกลุ่มเกษตรกรทุกกลุ่ม และผลตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าวให้จังหวัดยโสธรดังนี้
- ทะเบียนเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ แบบกลุ่ม
- จัดทำสรุปผลการตรวจรับรองการผลิตข้าวอินทรีย์ จังหวัดยโสธร
- จัดพิมพ์ใบรับรอง เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ 4.3.2 การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว 1) แบบรายงานผลการสุ่มตัวอย่างดิน น้ำ และผลผลิตข้าวเปลือก เพื่อตรวจสอบปริมาณ สารเคมีตกค้าง
- รายงานผลการวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีและโลหะหนักตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลผลิตข้าวเปลือก การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีตกค้างในตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว 4.4 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขข้อมูลที่ผิดพลาดหรือบกพร่องตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แจ้งกับผู้รับจ้างให้ทราบ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน และส่งงานที่แก้ไขแล้วให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุกำหนด 4.5 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบความครบถ้วนและถูกต้องของผลการตรวจประเมินที่ส่งมอบให้ สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
- ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาการจ้างเหมาต้องแล้วเสร็จภายใน 240 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง - ระยะเวลาและการส่งมอบงาน
แบ่งการส่งมอบเป็น 3 งวด ดังนี้
6.1 งวดที่ 1 ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมิน ภายใน 60 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง นับเป็นผลการดำเนินงานร้อยละ 30 ของงานจ้างตรวจประเมิน
/6.1.1 ทะเบียน….
- 5 –
6.1.1 ทะเบียนรายชื่อเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 70 ของเป้าหมาย
6.1.2 แผนการตรวจประเมินแบบกลุ่ม
6.1.3 แผนการติดตามนิเทศการปฏิบัติงานของผู้ตรวจประเมินทุกคณะอย่างน้อยร้อยละ 10 ของเป้าหมายทั้งหมดที่รับจ้างตรวจ
6.1.4 รายงานผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ระยะปรับเปลี่ยน แบบกลุ่ม ตามจำนวนที่ตรวจในข้อ 6.1.1
6.1.5 รายงานผลการประชุมชี้แจงให้ผู้ตรวจประเมินทุกคณะมีความเข้าใจในระบบการตรวจ ประเมิน การจัดทำเอกสารประกอบการตรวจประเมิน และขั้นตอนการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระบบงาน ประกอบด้วย ระเบียบวาระการประชุม สถานที่ รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และรายงานการประชุม
6.2 งวดที่ 2 ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมิน ภายใน 150 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง นับเป็นผลการดำเนินงานเพิ่มอีกร้อยละ 40 (ผลงานร้อยละ70) ของงานจ้างตรวจประเมิน 6.2.1 ทะเบียนรายชื่อกลุ่มเกษตรกรที่ยื่นขอการรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ จำนวน ทั้งหมดของเป้าหมาย
6.2.2 รายงานผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ระยะปรับเปลี่ยน แบบกลุ่ม ตามจำนวนที่ตรวจใน ข้อ 6.2.1
6.2.3 แบบรายงานการสุ่มตัวอย่างดิน น้ำ และผลิตภัณฑ์ข้าว เพื่อตรวจสอบปริมาณสารเคมี ตกค้าง จำนวนอย่างน้อยร้อยละ 50 ของเป้าหมาย
6.3 งวดที่ 3 ส่งมอบข้อมูลผลการตรวจประเมิน ภายใน 240 วันนับถัดจากลงนามในสัญญาจ้าง นับเป็นผลการดำเนินงานเพิ่มอีกร้อยละ 30 (ผลงานร้อยละ 100) ของงานจ้างตรวจประเมิน 6.3.1 รายงานผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ระยะปรับเปลี่ยน แบบกลุ่ม (จำนวนร้อยละ 100 ของเป้าหมาย)
6.3.2 สรุปผลการตรวจประเมินระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ระยะปรับเปลี่ยน แบบกลุ่ม 6.3.3 รายงานผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีและโลหะหนักตกค้างในดิน น้ำ และ/หรือ ผลผลิตข้าว
6.3.3.1 รายงานผลการสุ่มตัวอย่างดิน น้ำ หรือผลผลิตข้าวเปลือก เพื่อตรวจวิเคราะห์ ปริมาณสารเคมีและโลหะหนักตกค้างในดิน น้ำ และ/หรือผลผลิตข้าว จำนวนร้อยละ 100 ของเป้าหมาย 6.3.3.2 รายงานสรุปผลการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารเคมีและโลหะหนักตกค้างในตัวอย่าง ดิน น้ำ และ/หรือผลผลิตข้าว) จำนวนร้อยละ 100 ของเป้าหมายการตรวจประเมินขอบข่ายแหล่งผลิตที่สุ่ม ตรวจ
6.3.4 ผู้รับจ้างต้องออกใบรับรองระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ ให้กับเกษตรกรที่ผ่านการตรวจ ประเมินตามระบบมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์ โดยส่งมอบใบรับรองฉบับจริงพร้อมสำเนาใบรับรอง ให้สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
/ 6.4 การส่งมอบ… - 6 –
6.4 การส่งมอบรายงาน มีเงื่อนไข ดังนี้
ในการส่งมอบงานในแต่ละงวดทุกงวดงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดพิมพ์รายงานที่ปรับปรุงล่าสุด โดยมีคำอธิบายประกอบทุกข้อความเพื่อสื่อความ โดยทำการบันทึกข้อมูลลง USB Flash drive จำนวน อย่างน้อย 2 ชุด โดยผู้รับจ้างจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับดำเนินการเอง และ USB Flash drive ดังกล่าว จะต้องใช้งานกับเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ของสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- กำหนดการจ่ายค่าจ้าง
การจ่ายค่าจ้าง แบ่งเป็น 3 งวด ดังนี้
7.1 งวดที่ 1 จ่ายค่าจ้างร้อยละ 30 ของสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน ตามข้อ 6.1 งวดที่ 1 และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
7.2 งวดที่ 2 จ่ายค่าจ้างร้อยละ 40 ของสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน ตามข้อ 6.2 งวดที่ 2 และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
7.3 งวดที่ 3 จ่ายค่าจ้างร้อยละ 30 ของสัญญาจ้างเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบผลการตรวจประเมิน ตามข้อ 6.3 งวดที่ 3 และผ่านการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ - วงเงินในการจ้าง
960,000 บาท (เก้าแสนหกหมื่นบาทถ้วน) - กำหนดความชำรุดบกพร่อง
ความรับผิดชอบในความชำรุดบกพร่องของงาน กำหนด 3 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน - เงื่อนไขอื่น ๆ
10.1 ข้อมูลผลการตรวจประเมินทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของจังหวัดยโสธร ผู้รับจ้างไม่สามารถทำซ้ำ หรือเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ก่อนได้รับการอนุญาตจากจังหวัดยโสธรห้ามมิให้ผู้รับจ้างทำสำเนา หรือ คัดลอก ข้อมูลดังกล่าวไปกระทำการใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากผู้ว่าจ้างพบว่า มีการกระทำดังกล่าว ผู้รับจ้าง ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินไม่น้อยกว่าราคาค่าจ้างทั้งหมดที่กำหนดไว้ในสัญญา
10.2 ผู้รับจ้าง สามารถดำเนินการศึกษาเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลระหว่างปฏิบัติงานตรวจประเมิน ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมระบบการตรวจสอบและรับรองระบบการผลิตข้าวของจังหวัดยโสธร และผลการศึกษาดังกล่าว จะต้องเป็นผลงานร่วมของผู้รับจ้างและจังหวัดยโสธรทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว จะไม่สามารถเป็นข้ออ้างในการขอเพิ่มวงเงินในการจ้าง พร้อมทั้งต้องไม่เป็นข้ออ้างในการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไป ตามเงื่อนไขที่จังหวัดยโสธรกำหนดไว้
10.3 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการจ้างเหมาฯ จะดำเนินการดังนี้
- ตรวจติดตามการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างเพื่อประเมินความสามารถในการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างได้ทุกระยะ
- ตรวจติดตามกระบวนการวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในสถานที่ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หากพบข้อบกพร่องผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นก่อนการส่งงานงวดที่ 2
/3) กรณี
- 7 –
- กรณีที่มีการส่งมอบผลการตรวจประเมินไม่ครบตามจำนวนเป้าหมายที่จังหวัดยโสธรกำหนด จังหวัดยโสธรจะดำเนินการปรับลดปริมาณงานและจำนวนเงินค่าจ้างลง ตามสัดส่วนที่ผู้รับจ้างดำเนินการตรวจ ประเมินจริงโดยการบริหารสัญญาจ้าง ทั้งนี้ การยกเลิกของกลุ่มเกษตรกรจะต้องมีการจัดทำเอกสารการยกเลิก ของกลุ่มเกษตรกร และต้องได้รับการรับรองจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรที่รับผิดชอบพื้นที่ เพื่อประกอบการส่งงานในแต่ละงวดไว้ด้วย
- กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับจำนวนกลุ่มที่เข้าตรวจและผลการตรวจประเมิน ที่เกิดขึ้น ในระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในขอบเขตการจ้างนี้ ให้อยู่ในอำนาจ และดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในการพิจารณาและนำเสนอผู้มีอำนาจต่อไป 11. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ใช้เกณฑ์ ราคา โดยพิจารณารจากผู้เสนอราคาต่ำสุด