ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงทางรถไฟด้วยเครื่องกลหนัก กองบำรุงทางเขตหาดใหญ่ 1 ช่วง จังหวัดสงขลา 1 แห่ง
การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความประสงค์จะจ้างบำรุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและเครื่องกลหนัก รวมถึงการผลิตหรือจัดหาหินโรยทางและเก็บกองตามสถานที่ที่กำหนด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษามาตรฐานทางรถไฟให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่แขวงบำรุงทางเทพา (ระหว่าง กม. 934+000 ถึง กม. 1040+000) และแขวงบำรุงทางตันหยงมัส (ระหว่าง กม. 1040+000 ถึง กม. 1144+380) รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 210.38 กิโลเมตร สัญญาการจ้างมีระยะเวลา 24 เดือน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามแผนงานบำรุงทางประจำปี 2569-2570 โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดและคู่มือที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แรงงาน และยานพาหนะที่จำเป็น การรถไฟฯ จะจัดหาวัสดุทางที่จำเป็นให้โดยไม่คิดมูลค่า ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการขนส่งวัสดุและดูแลรักษาทรัพย์สินที่ได้รับมอบหมาย การดำเนินงานต้องเป็นไปตามแผนงานที่ได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรกำกับการกองบำรุงทางเขต และต้องรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
English summary
The State Railway of Thailand (SRT) intends to contract for railway track maintenance using ballast tamping machines and other heavy machinery, including the production or supply of ballast and its stockpiling at designated locations. The primary objective is to maintain the railway track to good standards for safe and efficient operation, covering the Thepha Track Maintenance Section (between km 934+000 and km 1040+000) and the Tanyongmas Track Maintenance Section (between km 1040+000 and km 1144+380), totaling approximately 210.38 kilometers. The contract duration is 24 months. The contractor must execute the maintenance plan for the years 2569-2570, adhering strictly to relevant specifications and manuals. This includes providing materials, equipment, labor, and vehicles. The SRT will supply necessary track materials free of charge. The contractor is responsible for transporting materials and safeguarding entrusted assets. Operations must follow the work plan approved by the Hat Yai Track Maintenance District Engineer, with regular progress reporting.
สงขลา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- บำรุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่น ๆ ตามแผนงานบำรุงทางประจำปี 2569, 2570
- รักษามาตรฐานทางรถไฟให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
- ผลิตหรือจัดหาหินโรยทาง และเก็บกองตามสถานที่ที่กำหนด
ขอบเขตของงาน
- การบำรุงทางรถไฟด้วยรถอัดหิน และอื่น ๆ ตามแผนงานบำรุงทางประจำปี 2569, 2570 ในพื้นที่แขวงบำรุงทางเทพา และแขวงบำรุงทางตันหยงมัส
- การผลิต หรือ จัดหาหินโรยทาง และเก็บกองตามสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
- การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ข.๒”)
- การลอกราง (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ญ”)
- การลงหินโรยทาง (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ท”)
- การทำความสะอาดหิน (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ธ”)
- การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเข็น (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ข.๑”)
- การถอด-ใส่รางกัน (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ง”)
- การปรับปรุงทางหมอนรองราง (ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ค”)
- การผลิตหรือจัดหาหินโรยทางพร้อมขนบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ (ตามรายการละเอียด)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ทางรถไฟที่ได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดีตามมาตรฐาน
- หินโรยทางที่ผลิตหรือจัดหาและเก็บกองตามที่กำหนด
- รายงานผลการดำเนินงานและความคืบหน้าตามแผนงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
24 เดือน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และ/หรือ ของรัฐวิสาหกิจ และไม่เป็นผู้ที่ได้รับเอกสิทธิ์ หรือ กำลังอยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิตามกฎหมาย
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าแข่งขันราคาในครั้งนี้
- ไม่เป็นผู้ที่ได้รับเอกสารสอบราคา หรือ เอกสารประกวดราคา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
- เป็นผู้ที่ได้ลงทะเบียนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Standards Compliance:
- (ไม่ระบุชัดเจนใน TOR แต่การปฏิบัติงานต้องเป็นไปตามคู่มือและข้อกำหนดของการรถไฟฯ)
- Experience:
- (ไม่ระบุชัดเจนใน TOR แต่ผู้รับจ้างต้องมีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวข้อง)
- Previous Project Cost:
- (ไม่ระบุชัดเจนใน TOR)
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องกลหนักสำหรับบำรุงทางรถไฟ เช่น รถอัดหิน, รถเกลี่ยหิน, รถลากจูง, เครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์
- มีความสามารถในการผลิตหรือจัดหาหินโรยทางตามคุณสมบัติที่กำหนด
- มีเครื่องมือสื่อสารที่เพียงพอต่อการใช้งาน
- Personnel:
- ผู้รับจ้างต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงาน ซึ่งเคยปฏิบัติงานรถไฟด้านบำรุงทางในตำแหน่งไม่ต่ำกว่านายตรวจทางขึ้นไป หรือผู้ควบคุมงานซึ่งเคยผ่านการควบคุมงานรถไฟด้านบำรุงทาง และมีคุณวุฒิการศึกษาช่างก่อสร้างหรือช่างโยธาระดับไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา
- การพิจารณาด้านเทคนิคและราคา
- (รายละเอียดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนจะอยู่ในเอกสารประกวดราคาฉบับสมบูรณ์)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดในรายการละเอียดหมายอักษร “ข.๒” รวมถึงการยกราง, ดัดราง, อัดหิน, ปรับระดับ, และเกลี่ยหิน โดยค่าความคลาดเคลื่อนของทางต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อม และดัชนีสภาพทาง (QI) ต้องอยู่ในชั้นของทางดี - ดีมาก
- คุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในรายการละเอียด (ชนิดหิน, วิธีการย่อย, รูปร่างและขนาด, คุณสมบัติทางกายภาพ)
- การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทาง ต้องใช้เครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเข็น และผลการวัดต้องเป็นไปตามพิกัดที่กำหนด
- การบำรุงรักษาทางต้องเป็นไปตามคู่มือบำรุงทาง พ.ศ. 2559 และคู่มืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule: จ่ายเป็นงวด ๆ ละ 1 เดือน ตามปริมาณงานที่ทำได้จริง เมื่อผู้ว่าจ้างตรวจสอบผลงานแล้วเป็นที่พอใจ
- Penalties: มีการกำหนดค่าปรับตามเงื่อนไขของสัญญา (รายละเอียดจะระบุในสัญญา)
- Contract Termination: ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข, ทำงานล่าช้าเกินกำหนด, หยุดงาน, หรือมีเหตุอื่นตามที่ระบุในสัญญา
- Use of Domestic Materials: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการนานเท่าใด?
A1: สัญญาการจ้างมีระยะเวลา 24 เดือน - Q2: พื้นที่ดำเนินงานของโครงการนี้ครอบคลุมที่ใดบ้าง?
A2: ครอบคลุมพื้นที่แขวงบำรุงทางเทพา และแขวงบำรุงทางตันหยงมัส จังหวัดสงขลา - Q3: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอะไรบ้างสำหรับโครงการนี้?
A3: ผู้รับจ้างต้องผลิตหรือจัดหาหินโรยทาง รวมถึงจัดหาแรงงาน เครื่องมือ เครื่องจักร และรถเครื่องกลบำรุงทางหนักที่จำเป็น - Q4: การรถไฟฯ จะจัดหาวัสดุทางให้แก่ผู้รับจ้างหรือไม่?
A4: การรถไฟฯ จะจ่ายวัสดุทางเท่าที่จำเป็นให้โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อซ่อมหรือเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามจำนวนมาตรฐาน - Q5: หากผู้รับจ้างต้องการทำงานนอกเวลาทำการปกติ จะต้องดำเนินการอย่างไร?
A5: ผู้รับจ้างต้องแจ้งวิศวกรกำกับการกองบำรุงทางเขตทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 7 วันทำการ - Q6: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนการใช้วัสดุภายในประเทศหรือไม่?
A6: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 - Q7: การจ่ายเงินค่าจ้างจะเป็นไปในลักษณะใด?
A7: จ่ายเป็นงวดๆ ละ 1 เดือน ตามปริมาณงานที่ทำได้จริง เมื่อผู้ว่าจ้างตรวจสอบผลงานแล้วเป็นที่พอใจ - Q8: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคลากรที่สำคัญอย่างไรบ้าง?
A8: ผู้รับจ้างต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงานที่มีประสบการณ์ด้านการบำรุงทางรถไฟ และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวส. สาขาช่างก่อสร้างหรือช่างโยธา - Q9: หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น รถตกราง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A9: ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิสั่งให้ผู้รับจ้างทำการซ่อมทางเหล่านั้นภายในเวลา 6 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับแจ้ง และจะมีการเบิกจ่ายค่าจ้างเพิ่มเติมสำหรับการซ่อมฉุกเฉิน - Q10: มาตรฐานคุณภาพของหินโรยทางที่ต้องการเป็นอย่างไร?
A10: ต้องเป็นหินชนิดแกรนิต, บะซอลท์, ไรโอไลต์, แอนติไซท์, ควอร์ตไซท์, เดไซต์, ไดออไรต์, หรือ แกบโบร โดยมีรูปร่างเป็นเหลี่ยมมุม, ดัชนีความแบนและความยาวเรียวไม่เกินร้อยละ 30, และมีขนาดคละตามที่กำหนด รวมถึงคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆ ตามมาตรฐาน ASTM
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
รายการละเอียดหมวยอักษร “ก”
รายการละเอียดงานบํารุงทางรถไฟด้วยเครื่องกลหนัก กองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ ๑ ช่วง
จังหวัดสงขลา ๑ แห่ง
กองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ ศูนย์บํารุงทางภาคใต้
วัตถุประสงค์ และปริมาณงาน
ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย
**
!
*
๑.๑ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีความประสงค์จ้างบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหิน และอื่น ๆ ตามแผนงานบํารุงทางประจําปี ๒๕๖๙, ๒๕๒๐ แขวงบํารุงทางเทพา และแขวงบํารุงทางตันหยงมัส กองบํารุงทางเขต หาดใหญ่ ศูนย์บํารุงทางภาคใต้ ฝ่ายการช่างโยธา ตลอดอายุสัญญาการจ้างซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดังนี้
แขวงบําารุงทางเทพา
ระหว่าง กม. ๙๓๔-๐๐๐ ถึง กม. ๙๖๐-๕๐๐ ระหว่าง กม. ๔๖๐-๕๐๐ ถึง กม. ๙๘๗+๐๐๐ ระหว่าง กม. ๙๘๗-๐๐๐ ถึง กม. ๑๐๑๓-๕๐๐ ระหว่าง กม. ๑๐๑๓-๕๐๐ ถึง กม. ๑๐๔๐๐๐๐
ระยะทางประมาณ ๑๐๖,๐๐๐ กม.
แขวงบํารุงทางตันหยงมัส
ระหว่าง กม. ๑๐๔๐+๐๐๐ ถึง กม. ๑๐๖๖๕๐๐
ระหว่าง กม. ๑๐๖๖-๕๐๐ ถึง กม. ๑๐๙๒๕๐๐ ระหว่าง กม. ๑๐๙๒๕๐๐ ถึง กม. ๑๑๑๘๕๐๐ ระหว่าง กม. ๑๑๑๘๔๕๐๐ ถึง กม. ๑๑๔๔+๓๘๐
ระยะทางประมาณ ๑๐๔.๓๘๐ กม. รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๒๑๐.๓๘ กม.
الله
(นายชาตรี ลายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
๑.๒ ผลิต หรือ จัดหาหินโรยทาง และเก็บกองตามสถานที่ ที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ โดยปฏิบัติตาม รายการละเอียดการผลิต หรือจัดหาหินโรยทาง พร้อมขนบรรทุกขั้นตู้รถไฟ
๑.๓ การบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหิน และอื่น ๆ ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติตามบัญชีปริมาณงานของ แขวงบํารุงทางแขวงบํารุงทางเทพฯ และแขวงบํารุงทางตันหยงมัส กองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ การปฏิบัติงานบํารุง ทางรถไฟด้วยรถอัดหิน และอื่น ๆ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกําหนดของงานต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้
ๆ
– รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ข.๒” เรื่อง การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน
-
- รายการละเอียดบํารุงทาง พ.ศ.๒๕๖๔ ตามแนบ เฉพาะงานที่ต้องดําเนินการ
- คู่มือบํารุงทาง พ.ศ.๒๕๕๙
- คู่มือบํารุงทางรางเชื่อมยาว พ.ศ.๒๕๒๘ (คําสั่งที่ ยธ.๐๒/๒๕๒๘ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๒๘) - คู่มือว่าด้วยกฎแห่งความปลอดภัย(ส่วนหนึ่ง)
ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ.๒๕๔๙ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง -
- ตารางค่ามาตรฐานของการรถไฟฯ เรื่อง ค่าขยายขนาดทาง และการยกโค้ง – รายการละเอียดการผลิต หรือจัดหาหินโรยทาง พร้อมขนบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ
-
- คําสั่งหรือคําแนะนําของวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําการ
แทนทุกประการ ยกเว้นรายการละเอียดหมายอักษร “ก” นี้ จะกําหนดเป็นอย่างอื่น
มีแสดงไว้ใน
๑.๔ สรุปปริมาณงานและสถานที่ของงานบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่น ๆ เป็นสังเขป
๑.๔.๑ แผนงานบํารุงทางประจําปี ๒๕๖๙, ๒๕๗๐ (แบบ บท.๑๐ - ๑ และ บท.๑๐ - ๒)
๑.๔.๒ บัญชีการสํารวจปริมาณงานบํารุงทางประจําปี ๒๕๖๙, ๒๕๗๐ (แบบ บท.๒๓) หัวข้อและรายการปริมาณงานข้างต้นนี้ เป็นเพียงตัวเลขโดยประมาณเท่านั้น สําหรับปริมาณงาน ที่แท้จริง ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบปริมาณงานตามแผนงานในภูมิประเทศจริงด้วยตนเอง จะอ้างเอาปริมาณงาน
ที่แสดงไว้ข้างต้นนี้ดําเนินการให้ผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้เป็นข้ออ้างในการต่ออายุสัญญาไม่ได้ทั้งสิ้น
๑.๕ การบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่น ๆ ให้ผู้รับจ้างทําการซ่อมทางและบํารุงทางอื่น ๆ โดยให้ดําเนินการตามแผนงานบํารุงทางประจําปี ๒๕๖๔, ๒๕๗๐ ตั้งแต่เดือนที่ ๑ ถึงเดือนที่ ๑๒ ตาม บท.๑๐-๑ และ บท.๒๐-๒ ของตอนนายตรวจทาง ตั้งแต่วันถัดจากวันรับมอบสถานที่เป็นต้นไปจนครบ ๒๔ เดือน ทั้งนี้ให้ผู้รับ จ้างทําการให้แล้วเสร็จตามปริมาณงานต่าง ๆ ที่กําหนดเป็นรายเดือนหรืองานอย่างอื่นที่ผู้ว่าจ้างจะกําหนดให้ ดาเนินการในเดือนนั้น ๆ
๑.๖ วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต มีสิทธิจะทําการปรับแผนงานทั้งสถานที่ และปริมาณงาน โดยเพิ่มหรือลดปริมาณงานได้ ผู้รับจ้าง จะต้องดําเนินการตามที่วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตแจ้งให้แล้วเสร็จ ตามกําหนด งานใดที่ลดปริมาณงานลง ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าจ้างงวดนั้นตามปริมาณงานและราคาค่าจ้างต่อหน่วย ตามสัญญา
๑.๗ ถ้าข้อความในรายการละเอียดหมายอักษร “ก” นี้ขัดแย้งกับรายการละเอียดอื่น ๆ ให้ถือข้อความ ในรายการละเอียดหมายอักษร “ก” นี้เป็นสําคัญ
๒. ขอบข่ายของการบํารุงทาง
ผู้รับจ้างต้องดําเนินงานต่าง ๆ ตามบัญชีสรุปปริมาณงานตามข้อ ๑.๔ โดยถือปฏิบัติตามเอกสาร
ข้อ ๑.๓ และ ข้อ ๑.๔ ที่เกี่ยวข้องทุกประการ
Gn.
วัสดุอุปกรณ์ แรงงาน และ รถเครื่องกลบํารุงทางหนัก
رهف
(นายชาตรี สายพงษ์)
วัสดุอุปกรณ์ แรงงาน และรถเครื่องกลบํารุงทางหนัก ที่ผู้รับจ้างจัดทํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาและขนลําเลียงวัสดุที่ใช้สําหรับงานนี้ ไปสู่สถานที่หน้างานด้วยตนเองทั้งสิ้น
โดยวัสดุหลักที่ผู้รับจ้างต้องผลิตหรือจัดหา และต้องลําเลียงถึงสถานที่หน้างาน มีดังนี้
๓.๑.๑ หินโรยทาง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาตามรายการละเอียดการจัดหาหินโรยทาง ในกรณีที่ หินโรยทางนําไปขนลงหน้างานไม่ครบเนื่องจากเหตุจําเป็นของผู้ว่าจ้าง การรถไฟฯ สงวนสิทธิ์ไม่จ่ายค่าแรง ในการลงหินโรยทาง แต่จะจ่ายเฉพาะค่าหินโรยทาง โดยผู้รับจ้างจะต้องนําไปเก็บกองตามรูปแบบ และสถานที่ ที่วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย กําหนดให้
๓.๑.๒ แรงงาน, เครื่องมือ, เครื่องจักรและรถเครื่องกลบํารุงทางหนัก ประกอบด้วยอย่างน้อย
คัน, เครื่องวัดสอบสภาพทาง
รถอัดหิน จํานวน ๑ คัน, รถเกลี่ยหิน จํานวน ๑ คัน, รถลากจูง จํานวน ๑ คัน, อิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเย็น จํานวน ๑ เครื่อง ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น
๓.ด.ส
เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างสั่งเพิ่มปริมาณงาน ผู้รับจ้างต้องจัดหาแรงงานและเครื่องมือเพิ่มให้
๓.๑.๔. ให้ผู้รับจ้างจัดหาเครื่องมือสื่อสารให้เพียงพอต่อการใช้งาน โดยที่ผู้รับจ้างรับภาระ ค่าใช้จ่าย เองทั้งสิ้น เนื่องจากงานนี้เป็นงานที่ต้องปฏิบัติงานในทางเปิด การสื่อสารจึงมีความสําคัญมาก
๓.๒ วัสดุทางที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้
หรือเปลี่ยน
๓.๒.๑ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายวัสดุทางเท่าที่จําเป็นต้องใช้ ให้กับผู้รับจ้างโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อซ่อม
หรือเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามจํานวนมาตรฐานตามบัญชีสํารวจซึ่งผู้ว่าจ้างได้จัดทําไว้โดยจะจ่ายให้เป็น
เดือน ๆ ตามลําดับ การใช้งานเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้รับจ้างที่จะต้องขนลําเลียงไปซ่อมหรือเปลี่ยนหรือเพิ่มเติม ให้ตรงตามจุดที่สํารวจ ซากวัสดุทางที่เปลี่ยนออก ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ รวบรวม นําส่งมอบให้ครบถ้วน ณ ที่ทําการนายตรวจทาง หรือสถานที่ใกล้เคียงที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้
๓.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบวัสดุทางที่ผู้ว่าจ้างส่งมอบให้ และต้องคอยดูแลให้อยู่ใน สภาพที่ดีตลอดเวลาโดยไม่ให้เกิดการสูญหาย หากเกิดการชํารุดหรือสูญหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ ค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้าง โดยวัสดุที่เหลือใช้และหมดความจําเป็นใช้งานผู้รับจ้างต้องส่งคืนการรถไฟฯ ตามสภาพที่รับไป
๓.๓ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และ ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยจัดทําแผนการใช้ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา ตามแบบฟอร์มของภาคผนวก ๒ และ/ หรือ ภาคผนวก ๓ ท้ายหนังสือที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๗๘ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ เสนอขอความเห็นชอบ จากวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําการแทนก่อน
อนึ่ง หากมูลค่าหรือปริมาณของพัสดุไม่สามารถดําเนินการตามข้างต้น ก็สามารถแก้ไข เปลี่ยนแปลงแผนได้ ทั้งนี้ ต้องก่อนการส่งมอบงานในแต่ละงวด
ยกเว้นเหล็กซึ่งได้แก่ ราง เครื่องประกอบราง เครื่องยึดเหนี่ยวราง ประแจ เครื่องยึดเหนี่ยว ประแจ ซึ่งเป็นวัสดุทางที่ไม่มีผลิตภายในประเทศ ต้องนําเข้าวัสดุจากต่างประเทศ โดยไม่ต้องนําปริมาณเหล็กมา คิดคํานวณรวมกับปริมาณเหล็กทั้งโครงการที่กําหนดให้ผู้รับจ้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐
ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
๔. ยานพาหนะ
ผู้ว่าจ้างจะจัดยานพาหนะ เช่น รถยนต์ราง รถแดงคาร์ รถผลักเบา รถต่อเบาหรืออื่น ๆ สําหรับใช้ ลําเลียงสิ่งของ, วัสดุทางและคนงาน โดยผู้ว่าจ้างจะพิจารณาจัดให้เป็นรายวันหรือรายเที่ยวเท่าที่จําเป็น พร้อมคนขับ และผู้ควบคุมรถ เพื่อควบคุมการใช้รถบํารุงทางให้ถูกต้องตามข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ.๒๕๕๙ โดยไม่คิดมูลค่าเฉพาะในเวลาปฏิบัติงานเท่านั้น ในกรณีที่ผู้รับจ้างประสงค์จะใช้ยานพาหนะของตนเอง
บนทางรถไฟจะต้องได้รับอนุญาตจากวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหรือผู้แทนเสียก่อนและต้องมีพนักงาน
ของการรถไฟฯ ควบคุมการใช้เช่นเดียวกัน
สําหรับ บทข. หรือ ขต. ผู้ว่าจ้างจะจัดหาให้พร้อมรถจักรลากจูงและพนักงานควบคุมให้กับผู้รับจ้าง บรรทุกหินโรยทางจากจุดเก็บกองเฉพาะในพื้นที่ที่กําหนด สําหรับงานลงหินโรยทางหน้างานเท่านั้น โดยไม่คิดค่าระวาง บรรทุก ค่าแรง ค่าควบคุม ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเฉพาะงานลงหินโรยทางเท่านั้น
กรณีสถานที่เก็บกองหินโรยทางของผู้รับจ้างอยู่นอกพื้นที่ที่กําหนด หากผู้รับจ้างมีความประสงค์ จะลําเลียงโดยทางรถไฟ ผู้รับจ้างจะต้องรับภาระจ่ายค่าระวางบรรทุกจากสถานที่เก็บกองนอกพื้นที่ที่กําหนดถึงพื้นที่ ที่กําหนด และจะต้องเสียค่าเช่าพื้นที่ในกรณีที่ได้เก็บกองในพื้นที่ของการรถไฟฯ ณ สถานที่เก็บกองนอกพื้นที่ ที่กําหนดข้างต้น ตามอัตราค่าเช่าของการรถไฟฯ
สําหรับการลากจูงรถเครื่องกลบํารุงทางหนักของผู้รับจ้างเข้าพื้นที่โครงการ และออกจากพื้นที่โครงการ ผู้ว่าจ้างจะจัดรถบํารุงทางขนาดหนักพร้อมคนขับและผู้ควบคุมรถสําหรับลากจูงยานพาหนะของผู้รับจ้าง ให้ระยะทางไม่เกิน ๗๕๐ กิโลเมตร จากจุดที่เครื่องกลบํารุงทางหนักของผู้รับจ้างจอดอยู่ถึงพื้นที่โครงการ โดยผู้รับจ้าง ต้องรับภาระค่าน้ํามันเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เอง ทั้งนี้ ต้องเสนอแผนการใช้งานให้วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต เห็นชอบก่อนดําเนินการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วันทําการ กรณีเกิดเหตุอันตรายจากยานพาหนะของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอันพึงมีเสียทั้งสิ้น
๕. การดําเนินงานของผู้รับจ้าง
(นายชาตรี สายพงษ์
เพื่อให้การดําเนินงานของผู้รับจ้างเป็นไปอย่างถูกต้องตามรายงค์ของผู้ว่าจ้าง และถูกต้อง
ตามวิธีการที่กําหนดไว้ จึงให้ผู้รับจ้างปฏิบัติ ดังนี้
๕.๑ รถเครื่องกลบํารุงทางหนัก อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ประกอบด้วย รถอัดหิน จํานวน ๑ คัน รถเกลี่ยหิน จํานวน ๑ คัน, รถลากจูง จํานวน ๑ คัน, เครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเป็น จํานวน
• เครื่อง ผู้รับจ้างต้องเสนอให้วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตตรวจสอบและเห็นชอบก่อนนํามาใช้ในงาน ซึ่ง
ประกอบด้วยเอกสารข้อมูลเป็นอย่างน้อยดังนี้
- คําสั่งหรือคําแนะนําของวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทําการ
- เอกสารแสดงชนิด ยี่ห้อ รุ่น และรายละเอียดคุณสมบัติของอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ และ
รถเครื่องกลบําารุงทางหนัก
หนังสือยืนยัน การตรวจสอบความสมบูรณ์ และความพร้อมในการดําเนินงานของอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และรถเครื่องกลบํารุงทางหนัก
๕.๒ ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานแบบ Bar Chart ชนิดมี % แต่ละงวด และมี% รวมแต่ละงวดสะสม และต้องจัดทําแผนงานบํารุงทางประจําปี ตามแบบ บท.๑๐-๑ โดยแยกเป็นประจําเดือน ตั้งแต่เริ่มงาน จนแล้วเสร็จ ๑๐๐% ให้วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ และให้ถือ แผนงานดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างด้วย
๕.๓ สารวัตรแขวงบํารุงทางหรือผู้แทนจะสั่งแผนปฏิบัติงานประจําเดือน แสดงปริมาณงานที่จะทํา สถานที่ตามแบบที่กําหนดให้ โดยปกติแผนปฏิบัติงานจะสอดคล้องกับแผนงานบํารุงทางประจําปี ในข้อ ๕.๒ ซึ่งวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต อาจจะสั่งปรับแผนงานให้เหมาะสม
๕.๔ ให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงาน, ผลงานความคืบหน้าเปรียบเทียบกับแผนปฏิบัติงานทุก ๆ วัน ในแต่ละสัปดาห์ พร้อมบัญชีวัสดุทาง ตามข้อ ๓.๒.๑ โดยบันทึกลงในแบบกําหนดให้
๕.๕ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะจัดทําสมุดบันทึกงานก่อสร้างสําหรับบันทึกผลงานของผู้รับจ้าง โดยแสดง วัน เดือน ปี เวลาเริ่มและเลิกงาน สถานที่จุดเริ่มงานและจุดเสร็จ แรงงานที่ใช้ เนื้องานแต่ละชนิด การรับ-จ่ายวัสดุทางที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้ และให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง ตรวจสอบลงนามรับรองร่วมกัน
ตามแบบ ยธ.ด
๕.๖ ให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องจัดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น เสื้อนิรภัย หมวกนิรภัย ฯลฯ ให้กับทุกคน โดยให้มีเครื่องหมายของผู้รับจ้าง
๕.๗ ผู้รับจ้างต้องเสนอชื่อผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง ซึ่งได้เคยปฏิบัติงานรถไฟด้านบํารุงทาง ในตําแหน่งไม่ต่ํากว่านายตรวจทางขึ้นไป หรือผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง ซึ่งได้เคยผ่านการควบคุมงานรถไฟ ด้านบํารุงทาง และมีคุณวุฒิการศึกษาช่างก่อสร้างหรือช่างโยธาระดับไม่ต่ํากว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) โดยจะรับผิดชอบในฐานะผู้แทนของผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานของสัญญานี้ต้องไม่ซ้ํากับผู้ควบคุมงานของสัญญาอื่น
๕.๔ ให้ผู้รับจ้างส่งมอบ “บันทึกประจําวัน” ตามข้อ ๕.๕ ให้ผู้ว่าจ้างสัปดาห์ละ ๑ ครั้ ภายในสัปดาห์ถัดไป จนกว่าจะสิ้นสุดอายุสัญญาจ้าง
ครั้ง
๕.๙ หากผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างตรวจพบทางเสีย ซึ่งมีค่า คค..เกินพิกัดใช้งานตรงจุดใดจุดหนึ่ง หรือ ผู้รับจ้างยังทําการซ่อมทางไปไม่ถึง หรือซ่อมทางผ่านมาแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้จะไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์สั่งให้ผู้รับจ้างไปทําการซ่อมทาง ณ จุดนั้น เป็นกรณีเร่งด่วนได้ภายในกําหนด
ณ ที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นสมควร ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคําสั่ง คําแนะนํานั้นอย่างเคร่งครัด ปริมาณงาน ที่ผู้รับจ้างได้ทําไปแล้วในการซ่อมแผลทางเสีย ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าจ้างตามราคาค่าจ้างแนบท้ายสัญญา หรือไม่จ่ายเงิน ค่าจ้างให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ว่าจ้างดังนี้
๕.๕.๑ กรณีจ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มให้
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรก้ากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ก. เป็นแผลทางที่เกิดขึ้นหลังจากผู้รับจ้างได้ซ่อมทางผ่านไปแล้ว และมีการตรวจสอบผลงาน และตรวจรับงานไปแล้ว แต่แผลทางที่เกิดขึ้นนี้ พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากความบกพร่องจากการทํางานของผู้รับจ้าง แต่เกิดจากความไม่สมบูรณ์ของวัสดุทางหรือโครงสร้างทาง หรือเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากเหตุอันตราย
ข. เป็นแผลทางที่เกิดขึ้นล่วงหน้าก่อนที่จะมีแผนการซ่อมทางเกินกว่า ๙๐ วัน และไม่สามารถรอได้ ๕.๕.๒ กรณีไม่จ่ายเงินค่าจ้างเพิ่มให้
ก. เป็นแผลทางที่เกิดขึ้นหลังจากผู้รับจ้างได้ซ่อมทางผ่านไปแล้ว ไม่เกิน ๓๐ วัน
ช. เป็นแผลทางที่เกิดขึ้นล่วงหน้า ก่อนที่จะมีแผนการซ่อมทางอันใกล้ แต่ไม่สามารถรอได้
โดยวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต
จะทําการปรับแผนงานประจําเดือนให้
๕.๑๐ ผู้รับจ้างหรือผู้แทนต้องตรวจทางโดยรถบํารุงทางร่วมกับสารวัตรบํารุงทางตลอดพื้นที่ว่าจ้าง อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อรับทราบสิ่งบกพร่องและจัดทําบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และหากตรวจพบข้อบกพร่อง ผู้รับจ้างจะ ต้องแก้ไขสิ่งบกพร่องนั้น ๆ ให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า
ๆ
๕.๑๑ ในการซ่อมทางในทางโค้ง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการวัดตรวจสอบค่าเวอร์ไซน์โค้งทุกโค้ง แล้วมอบให้ผู้ควบคุมงานของการรถไฟฯ เพื่อคํานวณโค้งให้ล่วงหน้า เมื่อผู้ควบคุมงานของการรถไฟฯ ได้คํานวณโค้ง
ให้แล้ว ผู้รับจ้างจะต้องนําไปป้อนข้อมูลให้รถดําเนินการซ่อมทางต่อไป
๕.๑๒ ในกรณีฉุกเฉิน เช่นรถตกรางและทําให้ทางเสีย, รางเดินทําให้ประแจกลขัดข้อง, รางหัก, รางตุ้ง, แผลทางเสียจากพื้นทางทรุด หรือดินพื้นทางเลื่อนไหลหรืออื่น ๆ ที่ทําให้ทางชํารุด ซึ่งจําเป็นต้อง ดําเนินการอย่างเร่งด่วน ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิจะสั่งให้ผู้รับจ้างทําการซ่อมทางเหล่านั้นภายในเวลา 6 ชั่วโมง นับตั้งแต่ ผู้รับจ้างได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างและต้องซ่อมติดต่อกันไปจนงานแล้วเสร็จหรือจนกว่าจะเปิดเดินรถได้ตามปกติ โดยผู้ว่าจ้างจะจ้างและเบิกจ่ายเงินอีกต่างหากให้นอกเหนือจากราคาค่าจ้างที่ได้ตกลงกันตามสัญญาฯ สําหรับงาน ซ่อมฉุกเฉินดังกล่าวข้างต้น ถ้าผู้รับจ้างทํานอกเวลาราชการและในวันหยุด ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าแรงให้ตามที่การรถไฟฯ หรือตามกฎหมายกําหนด
๕.๑๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทําป้ายขนาดไม่เล็กกว่า ๑.๒๐ ม. x ๒.๔๐ ม. พร้อมติดตั้งที่จุดเริ่มต้น, จุดสิ้นสุดและที่ทําการ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนทราบตามแบบรูปที่ผู้ควบคุมงาน ของผู้ว่าจ้างกําหนด โดยมีข้อความต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
๕.๑๓.๑ ชื่อหน่วยงานของผู้ว่าจ้าง สถานที่ติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมดวงตราการรถไฟฯ ๕.๑๓.๒ ประเภทและชนิดของสิ่งก่อสร้าง
๕.๑๓.๓ ปริมาณงานก่อสร้าง
๕.๑๓.๔ ชื่อ ที่อยู่ ผู้รับจ้างพร้อมหมายเลขโทรศัพท์
(นายชาตรี สายพงษ์
๕.๑๓.๕ ระยะเวลาเริ่มต้นและระยะเวลาสิ้นสุดของโครงการกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ ๕.๑๓.๖ วงเงินค่าก่อสร้าง, ค่าปรับ
๕.๑๓.๗ ชื่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง พร้อมหมายเลขโทรศัพท์
๕.๑๓.๘ ข้อความ “โครงการนี้ก่อสร้างด้วยเงินภาษีอากรประชาชน”
๕.๑๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยให้จัดทําแผนการทํางานตามแบบฟอร์มที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
5. การควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
๖.๑ ผู้ว่าจ้างจะแต่งตั้งผู้ควบคุมงานเป็นผู้แทน เพื่อควบคุมการทํางานของผู้รับจ้างให้เป็นไป ตามรูปแบบรายละเอียดข้อกําหนดในสัญญา ตลอดจนวิธีปฏิบัติในทางเทคนิคที่ดีสั่งการหรือให้คําแนะนํา เพื่อป้องกันอันตรายแก่ขบวนรถและผู้ปฏิบัติงาน แต่การที่มีผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ไม่หมายถึงการลดความ รับผิดชอบของผู้รับจ้างที่กล่าวไว้แต่อย่างใด
๖.๒ ถ้าผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่า การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างจะไม่ปลอดภัยต่อการเดินรถ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะสั่งให้ผู้รับจ้างแก้ไข หรือสั่งหยุดการทํางานของผู้รับจ้าง ก็ได้ ซึ่งผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม แล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทันที
๖.๓ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง จะทําการควบคุมการตรวจวัดสภาพทาง ซึ่งเป็นค่าขณะที่ไม่มี น้ําหนักผ่านทาง (Static Values) ทั้งหมด โดยใช้เครื่องวัดสอบสภาพทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทําการตรวจวัด สภาพทางก่อนที่ผู้รับจ้างจะเข้าดําเนินการซ่อมทางอัดหิน เพื่อเป็นค่าบรรทัดฐานไว้ใช้ในการตรวจผลงาน
การดําเนินงานของผู้รับจ้าง
๖.๔ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง จะทําการตรวจผลงานซ่อมทาง โดยใช้เครื่องวัดสอบสภาพทาง แบบอิเล็กทรอนิกส์ ทําการตรวจวัดสภาพทางของทางช่วงที่ดําเนินการซ่อมทางเสร็จแล้ว ภายใน ๓ - ๗ วันทําการ ของผู้ว่าจ้าง ร่วมกับผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง ถ้าหากค่า ค.ค. ณ จุดใด เกินพิกัดที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องแก้ไข
—
แห่งประเทศไทย
๗.๔.๑ กรณีที่เป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศที่ได้รับการรับรองจากสภาอุตสาหกรรม ให้ตรวจสอบรายการพัสดุที่ได้รับการรับรองและออกเครื่องหมายสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
(Made in Thailand) จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
๓.๔.๒ กรณีที่เป็นพัสดุที่ไม่ใช่รายการพัสดุตามข้อ ๗.๔.๑ ให้ตรวจสอบจากข้อมูลที่ ปรากฏบนฉลากของสินค้าที่ติดบนบรรจุภัณฑ์ของสินค้า
๗.๔ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เป็นผู้จัดทํารายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตามแบบฟอร์มของภาคผนวก ๓ ท้ายหนังสือที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๗๘ ลงวันที่
នា
๓๑ มกราคม ๒๕๖๕
๗.๑๐ หากลงนามในสัญญาแล้วปรากฏในภายหลังว่า ไม่สามารถส่งมอบพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศตามที่กําหนดไว้ในสัญญาได้ ให้พิจารณาแก้ไขสัญญาต่อไป ทั้งนี้ ให้ดําเนินการแก้ไขสัญญา ให้เป็นไปตามหลักการของมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ ๔. เงื่อนไขการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง
ด้วยแล้ว โดยถือราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ตามรายการ แต่ละประเภทดังที่ได้กําหนดไว้ในใบแจ้งปริมาณงานและ ราคาตามเอกสาร แนบท้ายสัญญา
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างตกลงว่าจํานวนปริมาณงานที่กําหนดไว้ในบัญชีรายการก่อสร้างหรือ
ใบแจ้งปริมาณงานและราคานี้เป็นจํานวนโดยประมาณเท่านั้น จํานวนปริมาณงานที่แท้จริงอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ ก็ได้ ซึ่งผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามราคาต่อหน่วยของงาน แต่ละรายการที่ได้ทําเสร็จจริง คู่สัญญา
ปริมาณงานในแต่ละรายการได้แตกต่างไปจากที่กําหนดไว้ในสัญญา ทั้งนี้ นอกจากในกรณีต่อไปนี้
ทั้งสองฝ่ายต่างตกลงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงราคาต่อหน่วยหรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนอันเกิดจากการที่จํานวน
๔.๑ เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๒๕ (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กําหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๔๐ (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
๔.๒ เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กําหนดไว้ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๔๓ (แปดสิบสาม)
ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
๔.๓ เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กําหนดไว้ ในสัญญาหรือใบแจ้งปริมาณงานและราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญาและจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization สําหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ ๑๗ (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณ งานทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณกับปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตาม สัญญาทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้าง จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
หากผู้ว่าจ้างพบว่ารายการงานใด ๆ ในใบแจ้งปริมาณงานและราคา (Bill of Quantities) ไม่มีความจําเป็นสําหรับการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้ว่าจ้างอาจมีคําสั่งเป็นหนังสือให้กับผู้รับจ้างตัดรายการดังกล่าว ออกจากสัญญา โดยจะไม่มีการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้รับจ้าง สําหรับรายการที่ตัดออกตามข้อนี้
๔.๔ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตามข้อ ๔.๑ หรือ ๔.๒ ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของ การจ่ายเงินหรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินตามที่ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาเห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่ผู้ว่าจ้าง พิจารณาเห็นว่าปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้ มีผลกระทบต่อการจ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ ผู้รับจ้าง พร้อมกับการจ่ายเงินค่างานงวดนั้น ๆ และการพิจารณาว่างานใด อยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจ
ๆ โดยเด็ดขาดของผู้ว่าจ้าง
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นงวด ๆ ละ ๑ เดือน ตามปริมาณที่ผู้รับจ้างทํา ได้จริงตามคําสั่งงานข้อ ๕.๑ เมื่อผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างได้ทําการตรวจสอบผลงานที่ทําเสร็จแล้ว และปรากฏว่า เป็นที่พอใจตรงตามข้อกําหนด แห่งสัญญานี้ทุกประการ ผู้ว่าจ้างจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้น ให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการรวม
ทั้งการทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยตามที่กําหนดไว้
๔.๕ งานใดที่หัวหน้าผู้ควบคุมงานสั่งปรับแผนให้จากแผนปฏิบัติงานเดิม ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบ
จากวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตเสียก่อน
ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ในงวดที่ผู้รับจ้างดําเนินการงานนั้นแล้วเสร็จ
๔.๖ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างโดยคิดเป็นราคาต่อหน่วยตามงานที่กล่าวไว้ในข้อ ๒ ราคา
ต่อหน่วยจะแสดงไว้ในตารางแนบท้ายสัญญาฯตามข้อตกลงที่กระทําไว้ต่อกัน
๔.๗ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างซ่อมฉุกเฉินตามข้อ ๕.๔ (เฉพาะงานซ่อมทางฉุกเฉินตามข้อ ๕.๔ เมื่อเกิดเหตุรถตกราง) เป็นครั้งๆ ตามปริมาณงานที่ผู้รับจ้างได้กระทําจริง โดยคิดเป็นราคาต่อหน่วยตามอัตรา ค่าจ้างที่กําหนดตามข้อ ๕.๔ โดยแยกเบิกให้ต่างหากจากการเบิกจ่ายตามงวด
๔.๔ ผู้ว่าจ้างจะหักเงินค่าจ้างของงานที่พิจารณาแล้วว่าเป็นงานซ้ําซ้อน
๔.๙ ห้ามมิให้ผู้รับจ้างมอบอํานาจให้รับเงินให้กับผู้อื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากการรถไฟฯ โดยถือปฏิบัติตามระเบียบการรถไฟฯ ฉบับที่ ๒.๖ ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
๔. การบอกเลิกสัญญาจ้างและการลดหรือลดค่าปรับหรือการขยายเวลาทําการตามสัญญาจ้าง
ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างและการลดหรือลดค่าปรับหรือการขยายเวลาทําการตามสัญญา
จ้างได้ในกรณีต่อไปนี้
๔.๑ ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กล่าวไว้ในสัญญาจ้าง และถ้าหาก ปล่อยให้ผู้รับจ้างทํางานต่อไปอาจจะไม่ปลอดภัยต่อขบวนรถ หรืออาจจะก่อให้เกิดเหตุอันตรายขึ้นได้
๔.๒ ถ้าผู้รับจ้างไม่สามารถนําเครื่องมือบํารุงทางพร้อมบัญชีแสดงรายการจํานวนตามที่กําหนดใน รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ห” มาแสดงต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างในวันรับมอบสถานที่ โดยไม่มีเหตุผลอันควร ถ้าผู้รับจ้างทํางานล่าช้าจากแผนงานเกินกว่า ๒๕% และผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่า ถ้าหาก
ปล่อยไว้อาจเกิดผลเสียหายต่อผู้ว่าจ้างได้
๔.๔ ผู้รับจ้างหยุดงานเกิน ๗ วันติดต่อกัน โดยนับรวมวันหยุดต่าง ๆ ระหว่างการหยุดงานนั้นไว้ด้วย โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขต
o
๔.๕ ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการตามคําสั่งงาน ในกรณีปรับแผนงานหรือไม่ดําเนินการในกรณีฉุกเฉินตามข้อ ๕.๔ ๔.๖ ผู้ว่าจ้างอาจพิจารณาบอกเลิกสัญญาหากจํานวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของ วงเงินค่าจ้างตามสัญญา ผู้ว่าจ้างอาจพิจารณา บอกเลิกสัญญา เว้นแต่ผู้รับจ้างจะยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาให้เท่าที่จําเป็น หรือการบอกเลิกจ้างในกรณีอื่น ๆ ตามที่ระบุในสัญญาจ้างของการรถไฟฯ
๔.๗ การงดหรือลดค่าปรับหรือการขยายเวลาทําการตามสัญญาให้กับผู้รับจ้าง ให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุ พิจารณาเป็นเบื้องต้นแล้วเสนอผู้ว่าจ้างให้พิจารณาได้ตามจํานวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณี
ดังต่อไปนี้
(๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง
(๒) เหตุสุดวิสัย
Lov
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรทํากับการกองบําารุงทางเขตหาดใหญ่
(๓) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย (๔) เหตุอื่นตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
หลักเกณฑ์และวิธีการของดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทําการตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด สําหรับเหตุการณ์จากกรณี (๒) และ (๓) ให้ระบุในสัญญา หรือรายการละเอียดกําหนดให้ผู้รับจ้างต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่เหตุนั้น ได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลากําหนด ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอต่ออายุสัญญาในภายหลังมิได้ ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ หมวด ๑๐ การบริหาร สัญญาและการตรวจรับพัสดุ มาตรา ๑๐๒
๑๐. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
๑o.t
๑๐.๑
ให้ผู้รับจ้างเก็บรักษาวัสดุทางและอื่น ๆ ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายให้ ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยไม่เสี่ยง
ต่อการสูญหายไม่ให้ชํารุดหรือเสื่อมสภาพ
๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องใช้รถบํารุงทาง ตามคําสั่งของเจ้าหน้าที่บํารุงทางที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ โดยจัด คนงานของผู้รับจ้างให้เพียงพอกับการยกรถออกจากทาง ในกรณีเกิดอันตรายจากการใช้รถบํารุงทางผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบโดยจะยกข้ออ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างควบคุมไปด้วยไม่ได้
๑๐.๓
ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามวิธีการที่กําหนดในข้อ ๑.๒ อย่างเคร่งครัดถ้าผู้รับจ้าง
ไม่ปฏิบัติตามที่กําหนดไว้นี้ หากผู้ควบคุมงานหรือผู้ช่วยผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่าถ้าปล่อยไว้ให้ดําเนินการ ต่อไปจะเกิดความเสียหายแก่การรถไฟฯ จะสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดการดําเนินงานนั้นทันที แล้วจะเสนอให้ผู้ว่าจ้าง พิจารณาบอกเลิกสัญญา
๑๐.๔ ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนของผู้รับจ้าง ปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กําหนดไว้ใน สมุดคู่มือว่าด้วยกฎแห่งความปลอดภัยของการรถไฟฯ (คําสั่งทั่วไปที่ ก.๐๘/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๐๒) โดยให้ ปฏิบัติเสมือนว่าเป็นผู้ปฏิบัติงานของการรถไฟฯ ด้วย หากมีกรณีที่เกิดขึ้นเพราะการกระทําของผู้รับจ้าง หรือ บริวารของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามสมุดคู่มือว่าด้วยกฎแห่งความปลอดภัย และเกิดความเสียหายขึ้น ต่อกิจการของการรถไฟฯ และหรือต่อบุคคลอื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น
๑๐.๕ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบ ปฏิบัติ และควบคุมลูกจ้างของผู้รับจ้างให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการสาธารณสุข ความปลอดภัยในการทํางาน การจ้างแรงงาน อาทิ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที ๑๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๕ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นต้น โดยเคร่งครัด ๑๑. กําหนดเวลาทํางาน
ผู้รับจ้างจะต้องทํางานให้แล้วเสร็จครบถ้วนตามรายการละเอียดกําหนดปริมาณงานตามแผนงาน แต่ละเดือน ตั้งแต่เดือนที่ ๑ เป็นต้นไปจนถึงเดือนที่ ๒๔ ผู้ว่าจ้างอนุญาตให้ผู้รับจ้างทํางานได้ตลอดเวลาทุกวันไม่ เว้นวันหยุดต่าง ๆ ของผู้ว่าจ้าง และไม่ว่าผู้รับจ้างจะทํางานในวันหยุดต่าง ๆ นั้นหรือไม่ก็ตาม ก็ให้นับวันหยุดต่าง
ๆ ๆ นั้น รวมเข้าในกําหนด เวลาในสัญญาจ้างด้วยหากผู้รับจ้างประสงค์จะทํางานนอกเวลาปฏิบัติงานปกติของวัน ทํางานของผู้ว่าจ้าง คือนอกเวลาตั้งแต่ ๐๗.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. ของวันจันทร์ถึงวันศุกร์ หรือวันทํางานในวันหยุด คือ วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันหยุดตามประเพณี วันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดราชการตามที่การรถไฟฯ กําหนด วันหยุด ชดเชยของวันหยุดดังกล่าว หรือทํางาน นอกเวลาทํางานปกติของวันทํางานในวันหยุด ผู้รับจ้างจะต้องให้วิศวกร กํากับการกองบํารุงทางเขตของการรถไฟฯ ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า ๗ วัน เพื่อจะได้ พิจารณาสั่งการให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างไปควบคุมงานตามวันเวลาที่ผู้รับจ้างแจ้ง และในการนี้ ผู้รับจ้างต้อง รับภาระจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด แล้วแต่กรณีให้แก่ผู้ว่าจ้างตามจํานวนเงิน ที่ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายให้ผู้ควบคุมงานตามคําสั่งและระเบียบของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหักเงินจํานวน ดังกล่าวไว้จากเงินค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายกับผู้รับจ้างตามสัญญาสําหรับค่าล่วงเวลา, ค่าทํางานในวันหยุด, หรือ ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ที่ผู้รับจ้างจะต้องรับภาระให้ถือปฏิบัติ ดังนี้
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
๑) ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ในอัตราหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทํางานปกติของ
ผู้ควบคุมงาน สําหรับจํานวนชั่วโมงทํางานนอกเวลากําหนดเวลาทํางานปกติของวันทํางาน
๒) ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าทํางานในวันหยุดในอัตราหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทํางานของผู้ควบคุมงาน สําหรับจํานวนชั่วโมงทํางานในวันหยุด
๓) ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุด ในอัตราสามเท่าของค่าจ้างในวันทํางานของผู้ควบคุมงาน สําหรับจํานวนชั่วโมงทํางานนอกเวลาทํางานปกติของวันทํางานในวันหยุด
ทราบแต่อย่างใดอีกด้วย
การกําหนดค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุด หรือค่าทํางานล่วงเวลาในวันหยุดนอกจากถือปฏิบัติ ดังกล่าวข้างต้นแล้วยังให้ปฏิบัติตามคําสั่ง ระเบียบของผู้ว่าจ้างที่ออกใช้บังคับล่าสุดโดยไม่จําเป็นต้องแจ้งให้ผู้รับจ้าง
การซ่อมทางผ่านเสมอระดับบางแห่ง ซึ่งเป็นงานที่จําเป็นต้องทํางานในเวลากลางคืน ในกรณีนี้ เมื่อผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างได้สั่งดําเนินการแล้ว ผู้รับจ้างไม่ต้องรับภาระค่าทํางานล่วงเวลาของผู้ควบคุมงาน
ของผู้ว่าจ้างในการควบคุมงานนั้นทั้งนี้ต้องได้รับอนุญาตจากวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหรือผู้แทนฯ
ก่อน าเนินการ
๑๒.
การพักอาศัยของผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและความสะอาด
ที่พักชั่วคราวสําหรับผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างใช้พักอาศัยอนุญาตให้ผู้รับจ้างปลูกสร้างในบริเวณที่
ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะกําหนดให้โดยไม่คิดค่าเช่า หากผู้รับจ้างประสงค์จะติดตั้งมาตรวัดกระแสไฟฟ้าและ
มาตรวัดน้ําประปา ให้ผู้รับจ้างมีหนังสือแจ้งสารวัตรแขวงบํารุงทางเพื่อประสานงานต่อไป โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นและต้องจัดสร้างให้ถูกสุขลักษณะที่ดีด้วยเมื่องานบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่น ๆ เสร็จ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ใช้เป็นที่พักชั่วคราวให้อยู่ในสภาพเดิม
(ลงนาม) ….
{
ผู้ว่าจ้าง
(ลงนาม) ….
ผู้รับจ้าง
(
)
(ลงนาม)
พยาน
(
ว
(ลงนาม)
พยาน
(
}
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ ข.๒
เรื่อง การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน
๑. การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน
การซ่อมทางด้วยรถอัดหิน หมายถึง การดําาเนินการซ่อมทางด้วยรถอัดหินเพื่อทําการยกราง ดัดราง อัดหินพร้อมปรับระดับตามยาว ระดับตามขวาง พร้อมเกลี่ยหินเข้าทาง โดยเมื่อซ่อมทางเสร็จแล้ว ค่าความคลาดเคลื่อนของทางต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อมและดัชนีสภาพทาง(QI) ต้องอยู่ในชั้นของทางดี - ดีมาก
๒. ขอบข่ายของการซ่อมทางด้วยรถอัดหิน
การซ่อมทางด้วยรถอัดหินเป็นหน้าหรือเป็นช่วงหรือเป็นจุดพร้อมทั้งเปลี่ยนหรือเพิ่มหรือจัดหา วัสดุทางที่ชํารุดหรือไม่ถูกต้องตามมาตรฐานเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ในทางรถไฟ เกี่ยวกับขนาดทาง แนวราง ระดับตามยาวและระดับตามขวาง โดยเมื่อซ่อมทางรถไฟด้วยรถอัดหินเสร็จแล้ว ค่าความคลาดเคลื่อน ต้องไม่เกินกว่าพิกัดหลังซ่อมและดัชนีสภาพทาง(Cl) ต้องอยู่ในขั้นของทางดี-ดีมาก
๒.๑ ก่อนดําเนินการอัดหินต้องดําเนินการสํารวจข้อมูลทางล่วงหน้าและเสนอข้อมูลทางที่ใช้ สําหรับการอัดหินให้ผู้ควบคุมงานของการรถไฟฯ เห็นชอบก่อนดําเนินการ
๒.๒ เมื่อผู้ควบคุมงานของการรถไฟฯ เห็นชอบข้อมูลทางแล้ว ให้นําข้อมูลทางเขียนบนทาง เพื่อเป็นข้อมูลให้รถอัดหินดําเนินการ
๒.๓ รถอัดหิน
๒.๓.๑ ระบบอัดหิน
الله
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
- ต้องมีตัวตั้งค่าความลึกของชุดอัดหินแสดงให้เห็นเป็นตัวเลขให้ชัดเจนและเมื่ออัดหินแล้ว ปลายใบบิเตอร์อัดหินต้องต่ํากว่าท้องหมอนไม่น้อยกว่า ๕ เซนติเมตร
อัดหินที่ถูกต้อง - ต้องมีเคาน์เตอร์นับจํานวนหมอนที่ทําการอัดหินที่สัมพันธ์กับความลึกของปลายใบบิเตอร์
- ใบบิเตอร์อัดหินต้องทํางานสั่นด้วยความถี่ไม่น้อยกว่า ๓๓-๓๗ Hz.
- ใบบิเตอร์ชนิดใบเต็มต้องมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๗ เซนติเมตร กว้างไม่น้อยกว่า ๑๓ เซนติเมตร และให้ใช้งานได้จนสึกหรอไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์
- ใบบิเตอร์ชนิดใบตัดต้องมีขนาดสูงไม่น้อยกว่า ๗ เซนติเมตร กว้างไม่น้อยกว่า ๑๑ เซนติเมตรและให้ใช้งานได้จนสึกหรอไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์
- ต้องบีบหินใต้ท้องหมอนแต่ละหมอนไม่น้อยกว่า 5 วินาที
- ต้องไม่เกิดการเสียหายใด ๆ กับหมอนรองราง, ราง, เครื่องยึดเหนี่ยวราง, อุปกรณ์ ระบบสื่อสารบนทางรถไฟ และอื่น ๆ
ๆ
๒.๓.๒ ระบบตัดแนว - ต้องมีชุดป้อนค่าโค้งอัตโนมัติ (GVA หรือ ALC) หรือ ป้อนค่าเวอร์ไซน์โค้งด้วยมือ ตามตารางคํานวณโค้งมาตรฐานของรถอัดหิน
- ต้องแก้ไขแนวรางในทางตรงด้วยชุดเลเซอร์ หรือ ใช้แก้ไขแนวรางทางตรงด้วยการส่อง
ด้วยกล้องธีโอโดไลท์ (กล้องแนว) - แนวรางทางโค้งเมื่อทําเสร็จแล้วต้องสัมพันธ์ถูกต้องกับแนวรางทางตรง (ไม่เป็นแนวคอขวด) - ต้องมีจอแสดงผลการวัดแนวรางขณะทํางานตลอดเวลาการทํางาน
๓. พิกัดค่าความคลาดเคลื่อนของทาง
พิกัดค่าความคลาดเคลื่อนของทาง คือ คคค. ของทางที่ยินยอมให้คลาดเคลื่อนจากค่ามาตรฐาน ทั้งด้านบวกหรือด้านลบได้มากที่สุดในลักษณะต่าง ๆ กัน โดยมีหน่วยเป็นมิลลิเมตร ดังนี้
ขนาด
ทาง
รายการ
พิกัดหลัง
พิกัดใช้งาน
ซ่อม
611,
๔
ทางหลีก
๑, ๒
ทางหลีก
พิกัดซ่อมฉุกเฉิน
๑, ๒
๓, ๔
- m
+๖,๔
+5, -๔
+๔, -&
+5, -&
ชั้นทาง
หมอนไม้ทางตรงและทางโค้ง,
หมอนคอนกรีตทางตรง
หมอนคอนกรีตทางโค้ง
ทุกชั้น และ
—
ความแตกต่างของขนาดทางระหว่าง
หมอนข้างเคียง
ระดับตามขวาง
tab, -K tab,-ɗ| +b£, -£ | +b£, -£
+10
+@
+C
+C
LC
+C
程
coo
+๑๒
+oc
ทางตรง
+C
se
16
±oo
+๑๒
แนวราง
ทางโค้งรัศมีตั้งแต่
(ชยา ๑๐ ม.)
te
s
foo
๑๔
๑๖
๓๐๐ ม. ลงมา
ระดับตามยาว
ทั่วไป (ขยา ๑๐ ม.)
+๕
too
tob
+@C
หัวต่อราง(ชยา ๒ ม.)
-L
-G
.C
-C
-Co
ทางตรงและโค้งกลม
+@C
Loc
+๑๕
±oo
ทวิสท์ (Twist)
โค้งรัศมีตั้งแต่ ๓๐๐
ระหว่างหมุด ๕ ม.
ม. ลงมา เฉพาะโค้ง
too
+๑๕
bo
+๒๕
+mo
ต่อ
๔. ดัชนีสภาพทาง
สภาพทางหลังจากดําเนินการอัดหินเสร็จต้องมีค่าดัชนีสภาพทาง(Ql.) ดังนี้ (นายชาตรี นายพงษ์
-ทางตรง ต้องมีค่า QI. ไม่เกิน ๑๐%
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
-ทางโค้งรัศมีแคบ ต้องมีค่า QI ไม่เกิน ๒๐% ยกเว้น ในทางช่วงที่โครงสร้างทางไม่สมบูรณ์ โดยให้ ผู้ควบคุมงานของการรถไฟฯ พิจารณาจากประวัติค่า Q), ย้อนหลังที่ผ่านมาในอดีต โดยให้ผู้ควบคุมงาน ของการรถไฟฯ กําหนดค่า QI ที่ยอมรับได้ให้สอดคล้องกับสภาพโครงสร้างทาง
๕. การตรวจสอบคุณภาพ
ในการตรวจสอบคุณภาพงานผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทาง
๗
ประกอบด้วย ขนาดทาง แนวราง ระดับตามยาว ระดับตามขวาง และค่าทวิสต์ ด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทาง อิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเย็น หลังการดําเนินงาน ๓ - ๗ วัน ตามรายการละเอียดหมายอักษร “ช.” เรื่อง การวัด ค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเข็น พร้อมนําข้อมูลออกจาก เครื่องวัดและจัดทําเอกสารรายงานผลการวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางและค่าดัชนีสภาพทาง หลังการดําเนินงาน
๓ - ๗ วัน ค่า ค.ศ. จะต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อม และค่าดัชนีสภาพทาง (Track Quality index หรือ QI) ต้องเป็นไปตามข้อ ๔ จึงจะถือว่าทํางานแล้วเสร็จ
๔
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง
เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไป
๖. การวัดปริมาณงาน
ตามข้อกําหนด
๗. การจ่ายเงิน
ตามข้อกําหนด
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยของความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไป
شوا
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
เรียง การลอกราง
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ ญ
๑. การลอกราง
การลอกราง เป็นงานยกราง อัดหิน เป็นการเฉพาะเพื่อปรับระดับตามยาวของทางที่เคลื่อนไป จากมาตรฐานในทางลบอย่างมาก เพื่อให้รางได้ระดับที่ต้องการเป็นระยะทางยาว ๆ ทั้งนี้ การดําเนินงานจะมี ข้อจํากัดในเรื่องปริมาณหินโรยทางจะต้องเพียงพอ และกระทําในขณะที่อุณหภูมิไม่สูงจนเกินกําหนด เมื่อยกราง อัดหินปรับระดับได้ตามต้องการแล้ว ค่าความคลาดเคลื่อน (คคค.) จะต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อม
๒. ขอบข่ายของการลอกราง
การลอกราง ให้ยกระดับรางได้ครั้งละไม่เกิน ๗๐ มิลลิเมตร แล้วทําการอัดหิน ๔ จุด เป็นหน้า ให้แน่นพอก่อนที่จะยกระดับรางครั้งต่อไป และเมื่อยกรางได้ระดับที่ต้องการแล้ว ให้ทําการอัดหิน 4 จุด ทุกท่อน หมอนพร้อมการตบหิน แต่งหินให้เรียบร้อย หลังจากนั้นไม่น้อยกว่า ๗ วัน ให้ทําการอัดหิน 4 จุด โดยตลอด ระยะทางอีกรอบ พร้อมการตบหิน แต่งหิน เพื่อให้ทางสามารถคงระดับที่ต้องการไว้ ทั้งนี้ หากจําเป็นต้องเพิ่มหรือ เปลี่ยนเครื่องยึดเหนี่ยวราง ก็ให้ดําเนินการให้เรียบร้อยด้วย
๓. การตรวจสอบคุณภาพ
๗
ในการตรวจสอบคุณภาพงานของผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานจะทําการวัดสอบ คคค, ของทางภายหลัง การยกรางอัดหินรอบสุดท้าย ๓ - ๗ วัน ซึ่งค่า ค.ศ. ที่วัดได้จะต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อม
๔. การวัดปริมาณงาน
ตามข้อกําหนด
๕. การจ่ายเงิน
ตามข้อกําหนด
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่นําเนินงานเสร็จแล้ว และเป็นไป
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยตามความยาวทาง ที่ดําเนินงานแล้วเสร็จและเป็นไป
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
เรื่อง การลงหินโรยทาง
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร " ท "
๑. การลงหินโรยทาง
งานลงหินโรยทาง เป็นการนําหินใหม่ไปเพิ่มเติมในทางซึ่งหินโรยทางพร่องไปจากมาตรฐาน หรือ ลงหินที่จัดหามา หรือเกลี่ย หรือเฉลี่ยหินบริเวณข้างทางเข้าทาง หรือเฉลี่ยหินในพื้นที่ที่กําหนดให้การเกลี่ย ให้เกลี่ยให้เรียบได้รูปตามมาตรฐานหรือตามสมควรตามสภาพหินที่มี ต้องมีระดับต่ํากว่าส้นราง ไม่ล้ําเขตโครงสร้าง
จนกีดขวางการเดินรถ
๒. ขอบข่ายของการลงหินโรยทาง
การลงหินโรยทาง ประกอบไปด้วยงานประเภทต่าง ๆ และมีงานประกอบด้วย
๒.๑ ลงและเกลี่ยหินโรยทาง
งานลงและเกลี่ยหินโรยทาง จะต้องลงหินจากรถที่บรรทุกมาให้ตรงจุดและมีปริมาณครบถ้วน
ตามที่กําหนด และต้องลงหินในตู้ให้หมดไม่ปล่อยให้หินตกค้าง ปิดลิ้นตู้ – ฝาตู้ ให้สนิทเรียบร้อยทุกครั้ง หินในทางที่ลงแล้วจะต้องเกลี่ยลงให้เสมอระดับหลังหมอนรองราง หรือตามที่กําหนด
๒.๒ เข้าและเฉลี่ยหิน
งานเข้าและเฉลี่ยหิน จะต้องคราดหินที่ลงไว้ข้างทางเข้าเสริมในทาง เฉลี่ย ตบและแต่งให้ได้รูป ตามมาตรฐาน หรือได้รูปตามสมควรตามสภาพหินที่มี
๒.๓ ลงหินฝุ่น หินเกล็ด หินหนึ่ง หินสอง หินใหญ่ ในย่าน
งานลงหินฝุ่น หินเกล็ด หินหนึ่ง หินสอง หินใหญ่ ในย่าน จะต้องลงหินดังกล่าวในบริเวณที่ ต้องการให้ลงให้ครบถ้วนตามที่กําหนด ลงหินในตู้หรือบนรถให้หมดอย่าให้มีตกค้าง เมื่อลงเสร็จให้ปิดลิ้นตู้ - ฝาตู้ ให้สนิทเรียบร้อยทุกครั้ง เกลี่ยหินให้เสมอระดับหลังหมอน หรือตามที่กําหนด
๓. การวัดปริมาณงาน
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น ลูกบาศก์เมตรของหิน ตามปริมาตรหินที่บรรทุกขั้นตู้หรือ บรรทุกขึ้นรถบรรทุก หรือปริมาตรของหินที่ลงในทาง ที่ดําเนินงานเสร็จแล้ว และเป็นไปตามข้อกําหนด
๕. การจ่ายเงิน
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วย ลูกบาศก์เมตรของหิน ตามปริมาตรหินที่บรรทุกขึ้น ตู้หรือบรรทุกขึ้นรถบรรทุกหรือปริมาตรของหินที่ลงในทาง ที่ดําเนินงานแล้วเสร็จและเป็นไปตามข้อกําหนด
LC) -
(นายชาตรี สายพงษ์ วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ธ
เรื่อง การทําความสะอาดหิน
๑. การทําสะอาดหิน
งานทําความสะอาดหิน เป็นงานกําจัดวัสดุและสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ต้องการที่มีอยู่ในหินโรยทาง
ออกไป ทั้งนี้ วัสดุหรือสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวจะขัดขวางการระบายน้ําออกจากหินโรยทาง เป็นปัจจัยทําให้อัดหิน ไม่แน่น อยู่ได้ไม่นาน โครงสร้างทางขาดความยืดหยุ่น แต่เมื่อนําวัสดุหรือสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวออกไป จะทําให้ มวลโดยรวมของหินโรยทางบริเวณนี้พร่องไป จึงต้องนําหินที่สะอาดแล้ว หรือ หินโรยทางใหม่มาเพิ่มให้เต็ม แล้วอัดหิน แต่งหิน ให้เรียบร้อยตามมาตรฐานหรือตามสภาพ
๒. ขอบข่ายการทําสะอาดหิน
การทําความสะอาดหิน จะแบ่งประเภทงานตามส่วนของทางที่ท่าสะอาดหินโรยทาง และแบ่ง
ตามสถานที่ดําเนินการ ซึ่งประกอบด้วยงาน ดังนี้
๒.๑ การทําสะอาดหินหัวหมอน
การทําความสะอาดหินหัวหมอน ให้นําหินจากแนวหัวหมอนถึงตีนหินทั้ง ๒ ข้าง ระยะกว้าง
ประมาณ ๙๐ ซม. ลึกประมาณจากท้องหมอน ๒๐ ซม. ออกมาทําความสะอาดให้ปราศจากดิน วัชพืช หรือ
ให้เหลือน้อยที่สุด ให้หินโรยทางระบายน้ําได้ดี แล้วนําเฉลี่ยเข้าในทาง ตบแต่งหินโรยทางให้ได้รูปตัดตามมาตรฐาน หรือใกล้เคียงกับแบบมาตรฐานตามสภาพหินที่มีและสามารถที่จะนําหินข้างเคียงมาเฉลี่ยใช้ได้
๒.๒ การเปลี่ยนหินโรยทางในอุโมงค์
การเปลี่ยนหินโรยทางในอุโมงค์ ให้ขุดดินปนหินเฉพาะบริเวณหัวหมอนและในช่องหมอน ลงลึก ไม่เกินระดับท้องร่องระบายน้ํา หรือระดับพื้นอุโมงค์ โดยไม่รบกวนหินใต้ท้องหมอน แล้วขนไปทิ้งนอกอุโมงค์ นําหินใหม่ใส่เข้าทางให้มีหินเต็มเสมอหลังหมอน กระทั่งหินให้แน่น
๒.๓ การทําความสะอาดหินทุกส่วน
การทําความสะอาดหินทุกส่วน ให้ทําความสะอาดจากพื้นหินข้างหนึ่งถึงตีนหินอีกข้างหนึ่งให้ สะอาดปราศจากดิน เศษหิน ฝุ่นหิน วัชพืช หรือให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้หินโรยทางระบายน้ําได้ดี ให้มีความ ลึกจากท้องหมอนประมาณ ๒๐ ซม. ตลอดความยาวจุดที่ทําความสะอาดหิน แล้วนําหินใหม่และหรือหินที่ทํา การความสะอาดแล้วเข้าที่เดิม ทําการอัดหิน 4 จุด พร้อมตบแต่งหินโรยทางให้ได้ตามรูปตัดมาตรฐานหรือ ใกล้เคียงกับแบบมาตรฐาน ตามสภาพหินที่มีและสามารถ ที่จะนําหินข้างเคียงมาเฉลี่ยใช้ได้
๒.๔ การทําสะอาดหินบางส่วน
การทําสะอาดหินบางส่วน ให้ทําความสะอาดหินระหว่างช่องหมอนจากตีนหินถึงตีนหิน และ บริเวณหัวหมอน ยกเว้นส่วนใต้ท้องหมอน โดยให้มีความลึกประมาณ ๒๐ เซนติเมตรออกมาทําความสะอาดให้ ปราศจากดิน เศษหิน ฝุ่นหิน วัชพืช หรือให้เหลือน้อยที่สุด ให้หินโรยทางระบายน้ําได้ดี แล้วนําหินใหม่และหรือ หินที่ทําการความสะอาดแล้วเข้าที่เดิม ตบแต่งหินโรยทางให้ได้รูปตัดตามมาตรฐานหรือใกล้เคียงกับแบบ
มาตรฐานตามสภาพหินที่มีและสามารถที่จะนําหินข้างเคียงมาเฉลี่ยใช้ได้
๓. การวัดปริมาณงาน
ข้อกําหนด
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
๔. การจ่ายเงิน
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยของความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตามข้อกําหนด
Lon ( 99) -
(นายชาตรี สายพงษ์
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ข.๑
เรื่อง การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเป็น
๑. การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเข็น
การวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเป็น
เป็นการวัดค่าความคลาดเคลื่อนของมิติทางเรขาคณิตของทางประกอบด้วย ขนาดทาง แนวราง ระดับตามยาว
ระดับตามขวาง และค่าทวิสต์ โดยการเดินเข็นเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเข็นบนทางช่วง
ที่ดําเนินการวัดสอบเพื่อตรวจและบันทึกข้อมูลค่าความคลาดเคลื่อนของทางโดยอัตโนมัติ และนําข้อมูลการวัดสอบ นําไปวิเคราะห์ในโปรแกรมซอฟต์แวร์ของเครื่องวัดสอบสภาพทางอีเล็คทรอนิกส์ โดยเทียบกับพิกัด ค่าความคลาดเคลื่อนของทาง (มม.) วัดเมื่อไม่มีน้ําหนักกดบนทาง(Static Value) ของการรถไฟฯ และจัดพิมพ์ รายงานผลการประมวลผลความคลาดเคลื่อนของทาง จากโปรแกรมซอฟต์แวร์ของเครื่องวัดสอบสภาพทาง อิเล็คทรอนิกส์ นําเสนอผู้ควบคุมงานการรถไฟฯ ต่อไป
๒. ขอบข่ายของการวัดค่าความคลาดเคลื่อนของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเป็น
ดําเนินการวัดค่าความคลาดเคลื่อนของมิติทางเรขาคณิตของทางด้วยเครื่องวัดสอบสภาพทาง
อิเล็กทรอนิกส์ชนิดเดินเย็น โดยวิธีเดินเย็น ดังนี้
๒.๑ ตรวจวัดสอบมิติทางเรขาคณิตของทางแบบต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ ดังนี้
๒.๑.๑ ค่าขนาดทาง (Track Gauge)
๒.๑.๒ ค่าระดับตามขวาง (Cross Level)
๒.๑.๓ ค่าระดับตามยาว ซ้าย, ขวา (Surface) ๒.๑.๔ ค่าแนวราง ซ้าย, ขวา (Alignment) ๒.๑.๕ ค่าทวิสท์ (Twist)
๒.๒ วัดระยะทางในการตรวจวัด (Distance)
๒.๓ โปรแกรมซอฟต์แวร์ของเครื่องวัดสอบสภาพทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถประมวลผล ค่าความคลาดเคลื่อนของทาง ดังนี้
๒.๓.๑ แสดงผลค่าความคลาดเคลื่อนของทางทุกจุดที่วัดเทียบกับพิกัดสูงสุดของแต่ละขั้น พิกัดค่าความคลาดเคลื่อนประกอบด้วย พิกัดหลังซ่อม พิกัดใช้งานและพิกัดฉุกเฉิน ตามค่าพิกัดมาตรฐานของ การรถไฟแห่งประเทศไทย และสามารถแสดงค่าความคลาดเคลื่อนสูงสุดและความยาวทางเสียของแต่ละมิติ เรขาคณิตในแต่ละชั้นพิกัด อีกทั้งสามารถคิดความยาวของระยะทางเสียแต่ละพิกัดเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์กับ ความยาวของทาง โดยระยะทางเสียของแต่ละมิติเรขาคณิตตามข้อ ๒.๑.๑ ถึง ๒.๑.๕ ให้คิดเทียบกับความยาว ของทางที่วัดสอบ สําหรับระยะทางเสียที่รวมทุกมิติเรขาคณิตของทาง เมื่อรวมเป็นระยะทางเสียทั้งหมดแล้วต้องมี ค่าไม่เกินกับระยะทางที่วัดสอบ ถ้ามิติเรขาคณิตที่จุดวัดจุดเดียวกันมีทางเสียมากกว่า ๑ มิติ ให้ใช้มิติเรขาคณิตตัวที่ มีความยาวของระยะทางเสียมากที่สุดเป็นตัวแทน ในการคิดระยะทางเสียที่รวมทุกมิติเรขาคณิตของทาง
๒.๓.๒ แสดงผลค่าความคลาดเคลื่อนที่หัวต่อรางของมิติเรขาคณิตตามข้อ ๒.๑.๑ ถึง ๒.๑.๔
๒.๓.๓ แสดงผลดัชนีสภาพทาง (Quality Index, QI) ของค่าความคลาดเคลื่อน (ค.ศ.) ของมิติเรขาคณิตตามข้อ ๒.๑.๒ ถึง ๒.๑.๕ และสามารถคํานวณดัชนีสภาพทางรวม(Total Quality Index, TQI) ที่ระยะทางตั้งแต่ ๒๐๐ เมตรขึ้นไป
1.
(นายชาตรี สายพงษ์
วิศวกรกํากับการกองบําารุงทางเขตหาดใหญ่
๓. ผลการดําาเนินการ
ให้ผู้รับจ้างส่งมอบไฟล์ข้อมูลผลการวัดสอบสภาพทางโดยบันทึกใส่ลงในแผ่น CD และจัดพิมพ์
รายงานผลการประมวลผลความคลาดเคลื่อนของทาง จากโปรแกรมซอฟต์แวร์ของเครื่องวัดสอบสภาพทาง
อิเล็คทรอนิกส์ ในส่วนของค่าความคลาดเคลื่อนของทางในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานซ่อมบํารุงทางนําเสนอผู้ควบคุมงาน การรถไฟฯ ดังนี้
๓.๓ กราฟแสดงค่ามิติเรขาคณิตตามข้อ ๒.๑.๑ ถึง ๒.๑.๕
๓.๒ ความคลาดเคลื่อนสูงสุดและความยาวทางเสียของแต่ละมิติเรขาคณิตในแต่ละชั้นพิกัด และ
เปอร์เซ็นต์ระยะทางเสีย
๓.๓ ดัชนีสภาพทาง (Quality Index, Ql.) ของค่าความคลาดเคลื่อน (คคค.) ของมิติเรขาคณิต ตามข้อ ๒.๑.๒ ถึง ๒.๑.๕ และดัชนีสภาพทางรวม(Total Quality Index, TQI)
๔. การวัดปริมาณงาน
ข้อกําหนด
๕. การจ่ายเงิน
ข้อกําหนด
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยของความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
Low.
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกร กับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ง…”
๑. การถอด-ใส่รางกัน
เรื่อง การถอด-ใส่รางกัน
การถอด-ใส่รางกัน เป็นงานถอดอุปกรณ์ และเครื่องยึดเหนี่ยวของรางกัน แล้วซื้อรางกันพร้อมขน ย้ายออกให้พ้นเขตโครงสร้างทาง เพื่อให้รถอัดหินสามารถดําเนินการยกรางอัดหินบริเวณที่ติดตั้งรางกันเดิม แล้วให้ ดําเนินการประกอบร่างกันพร้อมอุปกรณ์ และเครื่องยึดเหนี่ยวรางกันให้กลับสู่ตําแหน่งเดิม พร้อมตรวจขันเครื่อง ยึดเหนี่ยวรางให้แน่นตรึง
๒. ขอบข่ายของการถอด-ใส่รางกัน
๒.๑ การทําการถอดเครื่องยึดเหนี่ยวของรางกันที่ยึดกับหมอนคอนกรีต ถอดอุปกรณ์ยึดปลายรางกัน และถอดเครื่องประกอบรางของรางกัน ออกให้สามารถทําการยกรางออกจากทางได้
สามารถทํางานได้
๒.๒ ทําการยกรางกันออกจากทางให้พ้นเขตโครงสร้างทาง
๒.๓ ให้ทําการถอด หรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่ยึดรางกันกับหมอนคอนกรีตออก เพื่อให้รถอัดหิน
๒.๔ เมื่อรถอัดหินได้ดําเนินการยกรางอัดหินแล้วเสร็จ ให้ทําการเกลี่ยหินให้เรียบร้อยสม่ําเสมอ เปลี่ยนเครื่องยึดเหนี่ยวรางกันที่ยึดกับหมอนคอนกรีต อุปกรณ์ยึดปลายรางกัน และเครื่องประกอบร่างของรางกัน
ที่ชํารุดออก
๒.๕ ทําการยกรางกันมาติดตั้งในตําแหน่งเดิม พร้อมขึ้นเครื่องยึดเหนี่ยวรางกันที่ยึดกับหมอน คอนกรีต อุปกรณ์ยึดปลายรางกัน และเครื่องประกอบร่างของรางกันให้แน่นตรึง
๓. การตรวจสอบผลงาน การถอด-ใส่รางกัน
เมื่อนํารางกันมาประกอบติดตั้งในตําแหน่งเดิมแล้วเสร็จ ให้ตรวจขันเครื่องยึดเหนี่ยวของรางกันที่ ยึดกับหมอนคอนกรีต อุปกรณ์ยึดปลายรางกัน และเครื่องประกอบรางของรางกันให้แน่นตรึง โดยระยะห่าง ระหว่างริมรางรถวิ่งถึงริมรางกันด้านนอกต้องมีระยะไม่น้อยกว่า ๒๐๐ มิลลิเมตร
๔. การวัดปริมาณงาน
ข้อกําหนด
๕. การจ่ายเงิน
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและ
เป็นไปตามข้อกําหนด
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
รายการละเอียดบํารุงทางหมายอักษร “ ค
การปรับปรุงทางหมอนรองราง
เรื่อง การปรับปรุงทางหมอนรองราง
การปรับปรุงทางหมอนรองราง หมายถึง งานซ่อมทางบนทางโดยตรง (On Track Maintenance) เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านวัสดุทาง และแก้ไขมิติทางเรขาคณิตของทางที่จําเป็น ก่อนที่เครื่องมือ กลบํารุงทางขนาดหนักจะเข้าดําเนินการ ในอันที่จะทําให้เครื่องกลบํารุงทางขนาดหนักทํางานแล้วได้ประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์ โดยเมื่อการปรับปรุงทางหมอนรองรางเสร็จแล้ว ค่าความคลาดเคลื่อนของทางจะถูกควบคุมให้ ไม่เกินพิกัดตามที่กําหนด
๒. ขอบข่ายของการปรับปรุงทางหมอนรองราง
ทําการปรับปรุงทางเป็นหน้าในส่วนที่รถอัดหินและรถเกลี่ยหินทําไม่ได้ ก่อนที่หน่วยเครื่องกลบํารุง
ทางหนักจะเข้าซ่อมทําการซ่อมทาง การปรับปรุงทางประกอบด้วยงานดังนี้
แยกรางให้ขนาดทางไม่เกินพิกัดหลังซ่อม
๒.๑ จัดและซ่อมเครื่องยึดเหนี่ยวรางให้มั่นคงแข็งแรง
๒.๒ จัดระยะหมอนให้ถูกต้องและได้ฉากโดยระยะหมอนยอมให้คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน + ๕ ซม. ระยะหมอนเฉยอมให้ได้ไม่เกิน + ๔ ซม. จากมาตรฐาน
๒.๓ ตรวจสอบและดําเนินการให้เหล็กประกับรางและสลักเกลียวต่อราง อยู่ในสภาพเรียบร้อย แน่นและครบถ้วนตามมาตรฐาน
๓. การตรวจสอบคุณภาพ
ในการตรวจสอบคุณภาพงานของผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงานจะทําการวัดสอบ คคค ของค่าขนาด ทาง หลังการด้าเนินงาน ๓ - ๗ วัน ค่า ค ค. จะต้องไม่เกินพิกัดหลังซ่อม จึงจะถือว่าทํางานแล้วเสร็จ
ค
๔. การวัดปริมาณงาน
ข้อกําหนด
๕. การจ่ายเงิน
ข้อกําหนด
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็น เมตร ตามความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
การจ่ายเงินค่าจ้างจะจ่ายตามราคาต่อหน่วยของความยาวทาง ที่งานแล้วเสร็จและเป็นไปตาม
ดู Cr.
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
การรถไฟแห่งประเทศไทย
ง ทาง
คู่ มี อ บ๋า รุ ง ท า ง
ข
ฝ่ายการช่างโยธา
๒๕๕๙
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกร วกับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ค่าสั่งทั่วไป
An. Hah / beeÈ
ก.
เรื่อง ประกาศใช้คู่มือบํารุงทาง
การรถไฟแห่งประเทศไทย
ตามคําสั่งทั่วไปที่ ก.๒๕๔/๒๗๗๘ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ประกาศใช้คู่มือบํารุงทาง พ.ศ.๒๕๐๗ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๗ เป็นต้นมา ต่อมาได้มีการออกใบแทรกแก้ไขคู่มือบํารุงทางนี้ หลายฉบับ และมีการปรับปรุงสภาพทางสามารถให้ขบวนรถผ่านได้โดยใช้ความเร็วเพิ่มขึ้น ประกอบกับได้ กําหนดเขตหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการบํารุงรักษาทางและสถานที่ให้มีระยะทางเพิ่มขึ้น เพื่อให้งาน ด้านบํารุงทางและสถานที่ดําเนินโดยมีหลักเกณฑ์และประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ฝ่ายการช่างโยธาจึงได้ปรับปรุง คู่มือบํารุงทางขึ้นใหม่ พร้อมนําข้อความตามใบแทรกรวมเข้าไว้ในคู่มือบํารุงทางนี้ ดังนั้น จึงให้ยกเลิกคู่มือ บํารุงทาง พ.ศ.๒๕๐๗ หรือ มบท. ๒๕๐๗ แล้วให้ใช้คู่มือบํารุงทางนี้แทน
ฉะนั้น จึงประกาศให้ใช้คู่มือบํารุงทางที่ปรับปรุงใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เป็นต้นไป โดยให้เรียกว่า “คู่มือบํารุงทาง พ.ศ.๒๕๕๙” เรียกย่อว่า “มบท.๒๕๕๙” เมื่อใช้คู่มือบํารุงทางนี้ ให้ยกเลิกคู่มือบํารุงทางฉบับเดิมรวมทั้งใบแทรกและคําสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ขัดแย้งกับคู่มือบํารุงทางนี้
เสียทั้งสิ้น ให้ผู้ปฏิบัติงานรถไฟผู้มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามคู่มือนี้ ศึกษาและอบรมตนให้มีความรู้ความ เข้าใจโดยถ่องแท้ เพื่อปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง
สั่ง ณ วันที่ ๑๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙
60
(นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร)
ผู้ว่าการรถไฟฯ
Loe | (0)
(นายชาตรี สายพงษ์ วิศวกรก่ากับการกองบําารุงทางเขตหาดใหญ่
1.
คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อม
เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขรางตุ้ง (Track Buckling)
พ.ศ. 2528
กําเนิดรางเชื่อม
เนื่องจากหัวต่อรางเป็นจุดอ่อนของทาง ทําให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบํารุงทางเป็นจํานวนมาก ค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการอัดหินหัวต่อราง ค่าใช้จ่ายในการตรวจขันสลักเกลียวต่อราง ค่าใช้จ่ายในการทําความสะอาดหัวต่อราง เป็นต้น จึงมีผู้คิดกําจัดหรือลดจํานวนหัวต่อรางด้วย การเชื่อมปลายรางมาตรฐานเข้าด้วยกัน เป็นผลให้เกิดเป็นรางเชื่อมขึ้นมา
การรถไฟฯ ได้ศึกษาและทดลองเชื่อมรางเป็นครั้งแรกเมื่อราวปี 2475 แต่การดําเนินการ อย่างจริงจังได้เริ่มเมื่อปี 2491 ด้วยการเชื่อมรางขนาด 50 ปอนด์ ยาวท่อนละ 3 เมตร จํานวน 5 ท่อนเข้าด้วยกัน เป็นรางเชื่อมสั้นขนาด 40 เมตร แล้วนําไปวางในทาง สําหรับรางเชื่อมยาว ได้มีกําเนิดในการรถไฟฯ เมื่อปี 2502 และได้มีการดําเนินการต่อเนื่องกันเรื่อยมาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ ปัจจุบันทางรางเชื่อมของการรถไฟฯ มีความยาวรวมทั้งสิ้น 2,735 กิโลเมตร หรือประมาณ 73% ของความยาวทางทั่วประเทศ
2. ปัญหาเกี่ยวกับรางเชื่อม
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
การใช้รางเชื่อมถึงแม้ว่าจะมีข้อดีอยู่มาก แต่ข้อเสียก็มีอยู่หลายประการ โดยเฉพาะในเรื่อง ของการบํารุงทางรางเชื่อม ซึ่งมีข้อจํากัดมีอาจดําเนินการได้ทุกกาลเวลาเหมือนกับทางที่วางราง มาตรฐาน ต้องมีการเตรียมการและวางแผนดําเนินงานไว้ล่วงหน้าทั้งในด้านเวลาแรงงาน ตลอด
จนเครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ กับต้องให้ความเอาใจใส่ดูแลมากกว่าทางรางมาตรฐาน โดยเฉพาะแนวราง ระดับทาง ความแข็งแรงของเครื่องประกอบรางและเครื่องยึดเหนี่ยวราง หาไม่แล้วจะก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับรางตุ้ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อขบวนรถที่บังเอิญผ่านทางในขณะนั้น จากสถิติรางดังที่รวบรวมจากรายงานเหตุอันตรายระหว่างปี 2522-2527 รวม 6 ปี ปรากฏว่า มีรางดังเกิดขึ้นในทางสายต่างๆ จํานวน 137 ครั้ง เฉลี่ยปีละ 23 ครั้ง โดยเกิดขึ้นในทางสายใต้ มากที่สุดถึง 63% สายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายตะวันออกมีจํานวนลดหลั่นกัน
รวมถึง 13, 14 และ 6% ตามลําดับ
เรื่องรางดังนี้เป็นเหตุอันตรายที่สามารถป้องกันมิให้เกิดขึ้นได้ ถ้าหากการวางรางและการ บํารุงรักษาทางเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการ คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อมฉบับนี้จัดทําขึ้น สําหรับใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยมีเป้าหมายในอันที่จะป้องกันเหตุอันตรายเ
รางดังดังกล่าว
คําสั่งเลขที่
US. ̧ 02/2528
ฝ่ายการช่างโยธา
เรื่อง คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขรางตุ้ง พ.ศ. 2528
ตามที่ฝ่ายการช่างโยธา ได้จัดทํา “คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อม เรื่องการป้องกันและ แก้ไขรางกุ้ง พ.ศ. 2525” ขึ้นและได้สั่งให้ผู้ปฏิบัติงานบํารุงทางที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2525 เป็นต้นมานั้น ปรากฏว่าคู่มือดังกล่าวมีข้อความบางตอนที่ยาก แก่การทําความเข้าใจหรือไม่สะดวกต่อการนําไปปฏิบัติ ฝ่ายการช่างโยธาจึงได้พิจารณาจัดทํา คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อมขึ้นใหม่ คือ “คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อมเกี่ยวกับการป้องกันและ แก้ไขรางกุ้ง พ.ศ. 2558” สําหรับให้ผู้ปฏิบัติงานบํารุงทางถือเป็นแนวทางปฏิบัติ
ฉะนั้น จึงให้ยกเลิก “คู่มือการบํารุงทางรางเชื่อม เรื่องการป้องกันและแก้ไขร่างกุ้ง พ.ศ. 2525” นั้นเสีย แล้วใช้คู่มือที่จัดทําขึ้นใหม่นี้แทน ให้ผู้ปฏิบัติงานบํารุงทางที่มีหน้าที่ เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามคู่มือฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ถ้าหากมีข้อความในคําสั่งหรือคู่มือใดๆ ขัดแย้ง กับคู่มือฉบับนี้ก็ให้ถือปฏิบัติตามคู่มือฉบับนี้
สั่ง ณ วันที่ 28 มีนาคม 2528
ลงชื่อ วัฒนา อัศวกุล
(นายวัฒนา อัศวกุล)
รองวิศวกรใหญ่ด้านบํารุงทาง
ปฏิบัติการแทน วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา
:
the
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
3. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับรางเชื่อม
"
ก่อนที่จะกล่าวถึงการบํารุงทางรางเชื่อมที่ถูกต้อง สมควรจะทําความเข้าใจในทฤษฎี เบื้องต้นของรางเชื่อมเสียก่อนพอเป็นสังเขป ดังนี้ :
3.1 การยืดหดของราง
การยืดหดของรางธรรมดาหรือรางที่มีความยาวตามมาตรฐาน จะเปลี่ยนแปรไปตาม
ความยาวร่างและอุณหภูมิรางที่เปลี่ยนแปลงไป การยืดหดของรางธรรมดานี้เป็นไปตลอดทั้งเส้น แต่ในกรณีของรางเชื่อมโดยเฉพาะรางเชื่อมยาวนั้น รางมิได้ยึดหดตามแบบอย่างของรางธรรมดา คงยืดหดเฉพาะช่วงปลายรางทั้ง 2 ข้างเท่านั้น ส่วนช่วงกลางราง ไม่มีการยืดหด
ช่วงปลายรางทั้ง 2 ข้างที่เกิดการยืดหดดังกล่าวเรียกว่า “ระยะยืดหด (Breathing Length)” ความยาวของระยะยืดหดของรางนี้ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าตักราง ระยะหมอน แรง ด้านทานตามยาวของหินโรยทาง และความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิรางขณะที่วางรางหรือติด ตั้งเครื่องยึดเหนี่ยวรางกับอุณหภูมิรางสูงสุดหรือต่ําสุด
ระยะยืดหดสูงสุดสําหรับรางขนาด 50, 60, 70 และ 80 ปอนด์/หลา ที่ได้จากการ
คํานวณ มีค่า 50, 60, 70 และ 80 เมตรตามลําดับ
3.2 รางเชื่อมสั้นกับรางเชื่อมยาว
การแบ่งประเภทรางเชื่อมเป็นรางเชื่อมสั้น กับรางเชื่อมยาวให้พิจารณาจากระยะ ยืดหดของรางเป็นเกณฑ์ คือ :
รางเชื่อมสั้น หมายถึงรางเชื่อมที่มีความยาวน้อยกว่า 2 เท่าของระยะยืดหดที่ปลาย รางแต่ละข้าง หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่ารางเชื่อมสั้นก็คือรางเชื่อมที่มีการยืดหดตลอดทั้งเส้น
รางเชื่อมยาว หมายถึงรางเชื่อมที่มีความยาวมากกว่า 2 เท่าของระยะยืดหดที่ปลาย
รางแต่ละข้าง หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่ารางเชื่อมยาวก็คือรางเชื่อมที่มีการยืดหดเฉพาะช่วง ปลายรางเท่านั้น
3.3 อุณหภูมิร่างกับการเว้นช่องว่างหัวต่อราง
เมื่ออุณหภูมิร่างเปลี่ยนแปลงไปจากอุณหภูมิรางขณะวางราง หรือติดตั้งเครื่องยึดเหนี่ยว
ร่างก็จะทําให้รางเกิดการยึดตัวหรือหดตัว และถ้ารางถูกบังคับโดยเครื่องยึดเหนี่ยวมิให้ยึดหรือ หดตัวได้โดยอิสระก็จะมีแรง (Temperature Force) เกิดขึ้นภายในราง แรงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น แรงอัด (Compression) หรือแรงดึง (Tension) จะมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความแตกต่าง ระหว่างอุณหภูมิรางขณะวางราง หรือติดตั้งเครื่องยึดเหนี่ยวรางกับอุณหภูมิร่างสูงสุดหรือต่ําสุด ยิ่งอุณหภูมิร่างแตกต่างกันมากเพียงใด ก็ย่อมมีแรงเกิดมากขึ้นเพียงนั้น
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกร วกับการกองบําารุงทางเขตหาดให
3
ในการวางรางหากเว้นช่องว่างระหว่างปลายรางที่หัวต่อรางไว้แคบเกินไป ใน ฤดูร้อนมีอุณหภูมิร่างสูงขึ้น รางจะยืดตัวออกจนปลายรางวันกัน แรงอัดที่เกิดขึ้นอาจทําให้แนว รางเสียไปจนอาจก่อให้เกิดอันตรายกับขบวนรถ ในทางตรงกันข้ามหากเว้นช่องว่างระหว่าง ปลายรางไว้ห่างมากเกินไป เวลาขบวนรถผ่านไปมา ล้อรถจะกระแทกบริเวณหัวต่อร่างเป็นเหตุ ให้ปลายรางแบน เมื่อหัวต่อรางถูกล้อรถกระแทกนานๆ เข้า อาจทําให้เหล็กประกับรางหรือราง บริเวณหัวต่อรางเกิดการร้าวหรือหักได้ นอกจากนี้ในฤดูหนาว เมื่อรางหลตัวก็จะเกิดแรงดึงอัน อาจทําให้ร่างขาด หรืออย่างน้อยก็อาจทําให้สลักเกลียวต่อรางคดหรือขาดได้ ด้วยเหตุนี้การเว้น
ช่องว่างระหว่างปลายรางให้เหมาะสมเมื่อวางรางครั้งแรก จึงนับว่าเป็นสิ่งสําคัญยิ่ง
เพื่อป้องกันมิให้เกิดแรงอัดหรือแรงดึงขึ้นภายในร่างมากเกินควร ในการวางรางเชื่อม และการปฏิบัติงานบํารุงทางรางเชื่อมจึงจําเป็นต้องกระทํา ณ อุณหภูมิร่างปานกลางหรือในช่วง อุณหภูมิร่างปานกลางดังแสดงในตาราง 1
ตาราง 1. อุณหภูมิราง
อุณหภูมิราง
ช่วงอุณหภูมิราง | พิกัดอุณหภูมิร่าง
ภาก
ปานกลาง (C)
ปานกลาง (C)
สูงสุด (°C)
เหนือ
ตะวันออกเฉียงเหนือ
กลาง
ไต้
35
25 - 45
50
การติดตั้งเครื่องยึดเหนี่ยวรางสําหรับรางเชื่อมควรกระทํา ณ อุณหภูมิรางใกล้เคียง
กับอุณหภูมีรางปานกลาง คือ 35 °C และเว้นช่องว่างหัวต่อรางไว้ตามที่กําหนดไว้ในตาราง 2 โดยถือหลักว่าเมื่ออุณหภูมิร่างสูงขึ้นจนถึงระดับสูงสุด รางส่วนที่อยู่ในระยะยืดหดจะยืดตัวออก ไปจนปลายรางวันกันพอดี นั่นคือระยะช่องว่างหัวต่อรางมีค่าเท่ากับ 0
ตาราง 2 - ช่องว่างหัวต่อราง
ช่วงอุณหภูมิราง (°C)
30 - 40
40 - 50
-50 - 60
หมายเหตุ : ติดอุณหภูมิร่างสูงสุด 55 c
Likej
วิศวกรก่ากับการถองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ช่องว่างหัวต่อราง (มม.) (นายชาตรี สายพงษ์)
6
2
0
+
4
4. รางตุ้ง
เมื่ออุณหภูมิร่างสูงขึ้นอาจทําให้แนวรางในทางบางตอนเสียไป ถ้าแนวรางเสียเพียงเล็ก น้อยก็เรียกว่า “รางคด (Kink)” แต่ถ้าแนวรางเสียมากก็กลายเป็น “รางกุ้ง (Buckling) รางคด และรางกุ้งจะเกิดขึ้นเมื่อทางมีข้อบกพร่องดังต่อไปนี้ :
4.1 แรงต้านทานด้านข้างของหินโรยทาง (Lateral Ballast Resistance) ลดลงอันอาจ เนื่องมาจากหินโรยทางบริเวณหัวหมอนพร่อง ไม่เพียงพอที่จะบังคับแนวทางให้อยู่กับที่หรือมี การรบกวนทางทําให้หินโรยทางหลวมตัว การกระทั่งหินโรยทางไม่แน่น เป็นต้น
4.2 ความแข็งแรงของโครงสร้างทางลดลง อันอาจเนื่องมาจากการปล่อยให้เครื่องยึด เหนียวร่างหลวม หมอนรองรางไม่ได้ระยะ หมอนเอไม่ได้ฉาก เป็นต้น
4.3 สภาพทางไม่ดี เช่น หมอนหลวมมาก ทําให้ร่างยุบตัวเป็นคลื่นขณะขบวนรถผ่าน หรือแนวทางคอมากก่อให้เกิดแรงดันด้านข้างสูง เป็นต้น
4.4 รางยึดตัวเกินกําหนด เนื่องจากเครื่องยึดเหนี่ยวรางไม่ทําหน้าที่หรือทําหน้าที่ได้ไม่ สมบูรณ์ เช่น ตะปูสปริงไม่จับฐานราง สมอกันรางเดินไม่แนบสนิทกับหมอนก่อให้เกิดร่างเดิน เป็นต้น
4.5 การเว้นช่องว่างหัวต่อรางไม่เหมาะสม กล่าวคือแคบไป
4.6 การบํารุงรักษาทางไม่ดี คกก. มีค่าสูงเกินพิกัดใช้งาน โดยเฉพาะ คกก. แนวราง เป็นเหตุให้แรงต้านทานการดึงของรางลดลง
4.7 การวางรางหรือการทํางานบํารุงทางโดยไม่คํานึงถึงอุณหภูมิร่างก่อให้เกิดแรงตกค้าง
(Residual Stress) อยู่ภายในรางมากเกินไป
5. การป้องกันรางตุ้ง
هما
(นายชาตรี สายพงษ์ วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
การที่รางกุ้งก็เนื่องมาจากสาเหตุต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 ดังนั้นในการป้องกันรางตุ้ง จึงจําเป็นต้องระวังป้องกันมิให้ข้อบกพร่องดังกล่าวเกิดขึ้น ด้วยการปฏิบัติดังนี้ :
5.1 เมื่อจะย่างเข้าฤดูร้อนให้ทุกเขต ทุกแขวง สํารวจปริมาณหินโรยทาง และออกตรวจ การปฏิบัติงานบํารุงทางให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและบ่อยครั้งยิ่งขึ้นกว่าปกติ ทางตอนใดโดยเฉพาะทาง รางเชื่อมที่หินโรยทางพร่องก็ให้รีบจัดหาไปใส่เพิ่มเติมให้เต็มตามมาตรฐานก่อนเข้าฤดูร้อน โดย
ทํารายงานขอไปเป็นกรณีพิเศษ ถ้าจําเป็นเร่งด่วนก็ให้นําหินระหว่างช่องหมอนไปใส่ที่หัวหมอน เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้ก่อน การลอกรางเพื่อปรับระดับทางห้ามดําเนินการ งานบํารุง ทางที่ต้องรบกวนความมั่นคงของทาง จะต้องกระทําในตอนเช้าหรือตอนที่อุณหภูมิรางไม่สูง เกินกว่าระดับอุณหภูมิรางปานกลาง คือ 35 C เท่านั้น และจะต้องกลบหินกับกระทั่งหินหัว หมอนให้แก่โดยทันที
st
การกําจัดเพื่อลดแรงตกค้างภายในรางนี้ต้องกระทําขณะรางมีอุณหภูมิอยู่ในช่วงอุณหภูมิ
รางปานกลางเท่านั้น
6.2 การซ่อมทาง
ดังต่อไปนี้
การยกรางอัดหิน ตัวราง หรือการรบกวนทางรางเชื่อมให้กระทําภายใต้เงื่อนไข
(1) เมื่ออุณหภูมิรางไม่เกิน 35 °C และยกรางไม่เกิน 5 เซ็นติเมตรให้กระทําได้โดยไม่
จํากัดระยะทาง แต่ถ้ายกสูงกว่า 5 เซ็นติเมตรจะกระทําได้ไม่เกินครั้งละ 25 เมตร (2) เมื่ออุณหภูมีรางเกิน 35°C แต่ไม่เกิน 45°C ให้อัดหินติดต่อกันได้ไม่เกินครั้งละ 25 เมตร
และต้องยกรางไม่เกิน 5 เซ็นติเมตร
(3) เมื่ออุณหภูมิรองเกิน 45 °C แต่ไม่เกิน 50 °C ให้อัดหินติดต่อกันได้ไม่เกินครั้งละ 25 เมตร โดยยกรางไม่เกิน 5 เซ็นติเมตร แต่ต้องลดความเร็วขบวนรถและต้องทํางาน ให้เสร็จเรียบร้อย เข้าหิน กระทั่งหินให้แน่นก่อนที่อุณหภูมิรางจะถึง 50 c (4) เมื่ออุณหภูมิร่างสูงเกิน 50 °C ห้ามมิให้ยกรางอัดหิน วัดราง หรือทํางานบํารุงทาง
อื่นใดที่รบกวนความมั่นคงของทางเป็นอันขาด
(5) การลอกรวงเพื่อปรับระดับทางถ้าจําเป็นต้องทํา จะต้องจัดเตรียมหินโรยทางที่จะใส่
เพิ่มไว้ล่วงหน้าให้เพียงพอ และจะต้องไม่ดําเนินการในช่วงฤดูร้อน
(6) ห้ามมิให้ยกรางอัดหินด้วยรถอัดหินในทางที่ยังไม่พร้อมกล่าวคือ หินโรยทางมีไม่ เพียงพอ หมอนยังชํารุดมาก เครื่องยึดเหนี่ยวรางไม่กระชับ ฯลฯ ให้ สบน. แจ้งให้ สบท. ดําเนินการแก้ไขเสียก่อน
(7) ให้ สบน. ปักป้ายลดความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือน้อยกว่า ณ จุดต่อใน ช่วงทางที่ทําลายชั่วคราวไปบรรจบกับทางที่ยังมิได้ซ่อม โดยให้มีระยะทางลด ความเร็วเท่าที่จําเป็น และให้เลื่อนจุดความเร็วนี้ไปตามจุดต่อ เนื่องจากจุดต่อนั้น เป็นจุดอ่อนที่อาจเกิดรางตุ้งได้ง่าย สบน. ต้องเอาใจใส่ดูแล หากตรวจพบอาการที่ ส่อว่ารางจะดุ้ง ก็ให้รีบจัดการป้องกัน ด้วยการลดความเร็ว ตัวราง ตบหิน จัดคนเฝ้า และถ้าจําเป็นต้องตัดรางก็ให้กระทําได้ แต่ต้องแจ้งให้ วบข. ทราบเสียก่อน
(8) การใส่คลิปรูดดิ้งให้กระทําขณะรางมีอุณหภูมิระหว่าง 25 C - 45 °C เท่านั้น จะ
ต้องอัดหินหมอนข้างเคียงให้แล้วเสร็จในวันเดียวกันด้วย
8.3 การเปลี่ยนหมอน
رهما
(นายชาตรี สายพงษ์)
การเปลี่ยนหมอนทางรางเชื่อม ให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้: วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่ (1) เมื่ออุณหภูมิร่างไม่เกิน 35 °C ให้เปลี่ยนหมอนได้ไม่เกินจุดละ 2 ท่อน และต้องมี
หมอนที่ไม่เปลี่ยนกันอยู่อย่างน้อยข้างละ 2 ท่อน
"
(2) เมื่ออุณหภูมิรองเกิน 35°C แต่ไม่เกิน 45°C ให้เปลี่ยนหมอนได้ไม่เกินจุดละ 1 ท่อน
และต้องมีหมอนที่ไม่ได้เปลี่ยนกันอยู่อย่างน้อยข้างละ 10 ท่อน
(3) ห้ามเปลี่ยนหมอนเมื่ออุณหภูมิรองเกิน 45 C ยกเว้นหมอนที่ไม่อยู่ในระยะยืดหดซึ่ง ยอมให้เปลี่ยนได้ตามข้อ 1 ถึงแม้อุณหภูมิรางจะเกิน 45 C แต่ต้องไม่เกิน 50 °C และต้องลดความเร็วขบวนรถด้วย
(4) การเปลี่ยนหมอนตามข้อ (1), (2) หรือ (3) แต่ละจุด จะต้องอัดหิน กลับหิน และ
กระทั่งหินให้แน่นเสียก่อน จึงจะเปลี่ยนหมอนท่อนข้างเคียงต่อไปได้
8.4 การเลื่อนหมอน
การเลื่อนหมอนเพื่อจัดระยะ แซมหมอน หรือจัดหมอนเฉให้ได้ฉากสําหรับทางรางเชื่อม ให้อนุโลมถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการเปลี่ยนหมอนในข้อ 6.3 เมื่อเลื่อนหมอนเข้าที่แล้วไม้อัดหิน
กลบหิน และกระทั่งหินให้แน่นทันที
8.5 การทําสะอาดหินโรยทาง
การทําสะอาดในโรงทางด้วยแรงคนสําหรับทางรางเชื่อม ให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) การทําสะอาดหินโรยทางทุกส่วนให้กระทําครั้งละ 1 ช่องหมอนเท่านั้น และต้อง
เว้นช่องที่มิได้ทําสะอาดหินโรยทางข้างเคียงไว้อย่างน้อย 10 ช่องหมอน
(2) ระหว่างการทําสะอาดหินโรยทาง อุณหภูมิรางจะต้องไม่เกิน 45 C (3) ก่อนที่จะทําสะอาดหินโรยทางช่องหมอนต่อไป จะต้องอัดหิน กลบหิน และกระทั่ง
หินช่องหมอนที่ได้ทําสะอาดเสร็จเรียบร้อยนั้นเสียก่อน
(4) ขณะที่สะอาดหินโรยทางต้องลดความเร็วขบวนรถลงเหลือ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนกว่าจะอัดหิน กลบหิน และกระทั่งหินจนแน่น แล้วจึงเพิ่มความเร็วเป็น 50 กิโลเมตร
ต่อชั่วโมง
(5) เมื่อทางแน่นเข้าที่ดีแล้ว จึงเพิ่มความเร็วเป็นปกติได้
6.8 การแก้ไขช่องว่างหัวต่อรางที่ไม่เหมาะสม
6.6.1 m
1 เนื่องจากความบกพร่องด้านการบํารุงทาง
رهها
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ถ้าปรากฏว่าช่องว่างหัวต่อรางในทางรางเชื่อมแตกต่างไปจากค่าที่กําหนดไว้
ในตาราง 2 มากเกินไปอันเนื่องมาจากความบกพร่องด้านการบํารุงทาง เช่น แรงต้านทานตามยาว ของหินโรยทางลดน้อยลงเนื่องจากเครื่องยึดเหนี่ยวรางทําหน้าที่ไม่สมบูรณ์ หินโรยทางไม่ เพียงพอ ทางหลวม ฯลฯ ให้ดําเนินการแก้ไขดังต่อไปนี้ :
(1) คลายเครื่องยึดเหนี่ยวรางในระยะ 70 หรือ 30 เมตร จากปลายราง สําหรับรางขนาด
70 หรือ 30 ปอนด์ตามลําดับ พร้อมทั้งคลายสลักเกลียวต่อรางด้วย
(2) ใช้ฆ้อนเคาะรางเพื่อให้รางขยับตัวได้สะดวก
78
(3) เมื่อรางยึดหรือหดจนได้ระยะช่องว่างตามที่ต้องการแล้ว ให้จัดเครื่องยึดเหนี่ยวราง
และเครื่องประกอบรางให้อยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง แล้วขันให้แน่นตึง :
(4) การแก้ไขดังกล่าวต้องกระทําในขณะที่รางมีอุณหภูมิระหว่าง 250 - 45 C เท่านั้น ถ้าต้องการให้ช่องว่างหัวต่อรางกว้างขึ้นกว่าเดิมก็ให้ดําเนินการแก้ไขขณะอุณหภูมิ
รางต่ํากว่า 35 °C แต่ถ้าต้องการให้ช่องว่างหัวต่อรางแคบลงก็ให้ดําเนินการแก้ไข ขณะอุณหภูมิร่างสูงกว่า 35 C
(5) ขณะทําการแก้ไขทางต้องมีหินโรยทางเต็มตามมาตรฐาน
8.8.2 เนื่องจากความบกพร่องด้านการวางรางและเชื่อมราง หรือรางเดิน
ถ้าปรากฏว่าช่องว่างหัวต่อรางในทางรางเชื่อม, แตกต่างไปจากค่าที่กําหนดไว้
ในตาราง 2 มากเกินไปอันเนื่องมาจากร่างเดิน หรือเว้นช่องว่างหัวต่อรางไว้ไม่เหมาะสมตั้งแต่
วางรางหรือทําการเชื่อมเธอร์มิตรางในทางขณะอุณหภูมิรางไม่เหมาะสมให้ดําเนินการแก้ไขดัง
- ต่อไปนี้
— (1) สํารวจระยะช่องว่างหัวต่อราง
(2) คลายเครื่องยึดเหนี่ยวรางตลอดความยาวของราง พร้อมทั้งคลายสลักเกลียวต่อรางด้วย (3) ใช้ลูกกลิ้งรองใต้ฐานรางที่จะจัดช่องว่าง
(4) ใช้ฆ้อนเคาะรางเพื่อให้รางขยับตัวได้อย่างอิสระตลอดความยาวของราง (5) ทําการเดินรางโดยใช้วิธีกระทั่ง หรือใช้เครื่องดึงรางเพื่อจัดระยะช่องว่างให้เหมาะสม (6) ตรึงเครื่องยึดเหนี่ยวรางโดยเริ่มจากกลางราง ไปหาปลายราง
(7) การแก้ไขดังกล่าวต้องกระทําในขณะที่รางมีอุณหภูมิระหว่าง 25 - 45°C เท่านั้น (8) หากจําเป็นต้องตัดรางก็อนุญาตให้ตัดปลายร่างเชื่อมได้ แต่ต้องตัดตรงกึ่งกลาง ระหว่างรูสลักเกลียวต่อรางหรือให้เลยที่ 2 ของสลักเกลียวต่อรางและต้องได้รับ อนุญาตจาก วบข. เสียก่อน
8.7 การตรวจทางฤดูร้อน
ในภาคบ่ายของช่วงฤดูร้อน ให้แขวงจัดพนักงานบํารุงทางออกตรวจทางป้องกันเหตุอันตราย รางตุ้ง หากตรวจพบอาการที่แสดงว่ารางอาจจะตั้งได้ ก็ให้รีบป้องกันและจัดการแก้ไขโดยทันที ลดความเร็วและจัดคนเฝ้าจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ
| cet
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกร วกับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
8
:
- การแก้ไขรางตุ้ง
เมื่อรางในทางเกิดการตั้ง ให้ดําเนินการแก้ไขดังต่อไปนี้ :
(1) กรณีรางดังเพียงเล็กน้อย และขณะนั้นอุณหภูมิร่างเริ่มลดต่ําลง อาจยอมให้ขบวนรถ ผ่านได้โดยลดความเร็วลงเหลือ 5-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขบวนรถผ่านแล้วให้ ตรวจดูแนวทาง ถ้าพบว่าแนวทางโอนออกไปจากแนวเดิมมากขึ้นก็ให้ประกาศ
ปิดทางจนกว่าจะทําการแก้ไขเสร็จ
(2) กรณีรางตุ้งเป็นรูปโค้ง ให้ประกาศปิดทางจนกว่าจะทําการแก้ไขเสร็จ และถ้าขณะนั้น อุณหภูมิรางยังสูงขึ้นอีก ห้ามกระทําการใดๆ ที่เป็นการรบกวนทาง เช่น วัดราง หรือตัดราง แต่ให้เตรียมการแก้ไข เช่น เตรียมคนงานและเครื่องมือไว้ให้พร้อม (3) เมื่ออุณหภูมิรางลดลงถึงประมาณ 40 °C - 45 °C ให้ทดลองตัดรางดู ถ้าเห็นว่า ดัดยากหรือแนวทางที่ต่อเนื่องกันเริ่มโอนออกหรือกุ้งมากขึ้นให้หยุดการคัดรางรอ
จนกว่าอุณหภูมิรางจะลดลงอีก ยกเว้นแต่ถ้าในกรณีรีบด่วนไม่สามารถคอยจนอุณหภูมิ รางลดลงถึง 40 C - 45 C ได้ ก็ให้ วบข. ใช้ดุลยพินิจดัดรางได้ตามความจําเป็น แล้วตัดรางเข้าแนวเดิม
ถ้าบริเวณนั้นสามารถหาน้ําได้ก็ให้ใช้น้ําราตรคราง เพื่อให้อุณหภูมิรางลดลง หรือถ้าทําได้ควรใช้กระสอบป่านพันซ้อนกันหลายๆ ชั้นคลุมรางไว้ แล้วคอยเอาน้ํา ราศให้ชุ่มอยู่ตลอดเวลา ในที่บางแห่งสามารถหาน้ําแข็งก้อนได้ ก็ให้ใช้น้ําแข็งก้อน วางบนส้นทาง แล้วไสไปตามราง
(4) เมื่ออุณหภูมีรางลดลงจนสามารถตัดรางได้ก็ให้ดัดรางเข้าแนวเดิม กระทั่งหินหัวหมอน ให้แน่น แล้วเปิดทางให้ขบวนรถผ่าน รถขบวนแรกที่จะผ่านทางควรให้ใช้ความเร็ว 5-10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อขบวนรถผ่านแล้วให้ตรวจดูแนวทางถ้าแนวทางไม่
เปลี่ยนแปลงก็เพิ่มความเร็วขบวนรถหรือเปิดทางให้ขบวนรถผ่านทางด้วยความเร็ว
ปกติได้ แต่ถ้ารถขบวนแรกผ่านแล้ว แนวทางเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรปิดทาง
รอให้อุณหภูมิรางลดลงอีก แล้วทําการตัดรางใหม่
(5) ให้ตรวจดูเครื่องยึดเหนี่ยวรางที่มีอยู่ว่าเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอ ต้องรีบจัดการ ใส่เพิ่มเสียให้ครบตามมาตรฐาน กล่าวคืออย่างน้อยหมอนท่อนที่ 2-16 จากปลายราง เชื่อมทั้ง 2 ปลาย ต้องใส่คลิปหรือตอกตะปูสปริงหรือใส่สมอกันรางเดินทุกหมอน หมอนท่อนที่ 16-100 ใส่ 1 ท่อน เป็น 2 ท่อน สลับกัน ส่วนหมอนที่เหลือให้ใส่ 1 ท่อน เว้น 5 ท่อน สลับกัน หมอนที่ใส่คลิปหรือตอกตะปูสปริงหรือใส่สมอกัน รางเดินนั้นให้ใส่หมอนละ 4 ชุดสําหรับหมอนที่เว้น อนุญาตให้ตอกตะปูรางไว้ เป็นการชั่วคราว
{ Lee) -
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกร ากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
89
ทางที่มีเครื่องยึดเหนี่ยวรางน้อยกว่าที่ระบุไว้ข้างต้น ก็ให้ลดความเร็วขบวนรถ ตามความเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย หรือถ้าจะให้ขบวนรถผ่านทางด้วยความเร็ว
ปกติก็ต้องคอยเฝ้าสังเกตอาการเคลื่อนไหวของแนวทางขณะขบวนรถผ่านทางไว้
(6) ให้ตรวจดูหมอนรองราง โดยเฉพาะหมอนที่ใส่คลิปหรือตอกตะปูสปริงจะต้องเป็น
หมอนที่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ถ้าตรวจพบหมอนผุให้เปลี่ยนออกเสีย
(7) ให้ตรวจดูหินโรยทาง ถ้าพร่องต้องจัดหามาใส่เพิ่มให้เต็มตามมาตรฐาน โดยกําหนด ให้มีหินโรยทางเต็มระหว่างช่องหมอน และมีหินหัวหมอนเป็นแนวกว้าง 40 เซ็นติเมตร จากหัวหมอนทั้ง 2 ข้าง
(8) ให้ตรวจดูช่องว่างหัวต่อรางในตอนเช้า หรือขณะที่รางมีอุณหภูมิตั้งแต่ 30 °C ลงมา
ถ้าปรากฏว่าปลายรางมันติดกันแน่นก็ต้องทําการแก้ไขช่องว่างหัวต่อรางให้เหมาะสม เช่นอาจตัดรางแล้วใส่รางสั้นที่มีความยาวตั้งแต่ 2.50 เมตรขึ้นไป หรือจะใช้วิธีเดิน ราง สุดแต่วิธีใดจะเหมาะสม แต่การที่จะแก้ไขด้วยวิธีใดนั้นจะต้องได้รับความ เห็นชอบจาก วบช. เสียก่อน - การรายงานเหตุอันตรายเกี่ยวกับรางตุ้ง
เมื่อมีเหตุอันตรายเกี่ยวกับรางดังเกิดขึ้นให้จัดทํารายงานเหตุอันตราย โดยมีรายละเอียดเพิ่ม เดิมจากข้อมูลของสาเหตุเกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศและสภาพทางดังนี้ :
8.1 สภาพดินฟ้าอากาศ
سما
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
(1) ลักษณะอากาศเป็นอย่างไร เช่น หนาว ร้อน ฝนตก ฯลฯ นายชาตรี สายพงษ์) (2) อุณหภูมิอากาศ ณ จุดที่เกิดเหตุเท่าใด
8.2 สภาพทาง
(1) มีหมอนครบตามมาตรฐานหรือไม่ มีหมอนผุแตกร้าวประมาณเท่าใด และจุดที่ตั้ง
ของหมอน อยู่ติดๆ กันหรือห่างกันเท่าใด
(2) หินโรยทางมีอยู่เต็มตามมาตรฐานหรือขาดพร่องประมาณเท่าใด
(3) เครื่องยึดเหนี่ยวรางเป็นชนิดใด มีจํานวนครบหรือขาดจํานวนเท่าใด เช่น ใส่คลิปวดดิ้ง ดอกตะปูสปริง หรือ ดอกตะปูรางธรรมดา และใส่สมอกันร่างเดิน หมอนละกี่ชุด
เป็นต้น
(4) บนสันรางมีแผลล้อรถคนที่แผล
(5) สภาพทางตอนนี้เคยมีรางเดินผิดปกติบ้างหรือไม่
(6)
ค.ค. ของทางตอนนี้ที่วัดครั้งหลังสุดทั้งก่อนซ่อมและหลังซ่อมมีค่าเกินพิกัด ใช้งาน
หรือไม่
สมุดคู่มือ
ว่าด้วยกฎแห่งความปลอดภัย(ส่วนหนึ่ง)
แนบรายการละเอียดหมายอักษร “ก
XXXXXXXX
XXXXXXXXXXXXXXX
บททั่วไป - ให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนนึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน การทํางานด้วยความระมัดระวังและรอบคอบย่อม
นํามาซึ่งความปลอดภัย ในการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นงานชนิดใดให้กระทําด้วยวิธีที่ยังความปลอดภัย ที่สุด - เป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานทุกคนจะต้องช่วยกันรักษาความปลอดภัยของตนเองและเพื่อร่วมงานโดยไม่
ละเมิดกฏว่าด้วยความปลอดภัยไม่ว่าการละเมิดนั้นๆ จะยังผลให้มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บอันตรายด้วย
หรือไม่ก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานที่ฝ่าฝืนละเมิดกฎจะอ้างข้อเท็จจริงที่ว่าผู้อื่นเคยฝ่าฝืนมาแล้วขึ้นเป็นข้อแก้ ตัวไม่ได้เป็นอันขาด - ผู้ปฏิบัติงานต้องตระหนักถึงอันตรายต่างๆ ภายในบริเวณงานของตน และต้องเอาใจใส่ต่อคําเตือนให้ ระวังอันตรายที่แจ้งไว้ไม่ว่าจะเป็นด้วยวาจา ลายลักษณ์อักษร แถลงการณ์ เครื่องหมาย หรือโดย ประกาศ ผู้ใดประมาทเลินเล่อไม่รักษาความปลอดภัยของตนเองหรือของผู้อื่นอาจได้รับโทษทางวินัย 4. ถ้าผู้ปฏิบัติงานเห็นว่าวิธีการหรือการปฏิบัติงานอย่างอื่นอย่างใดมีข้อบกพร่องซึ่งอาจก่อให้เกิด
ภยันตรายขึ้นได้แล้วต้องพยายามแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที - ผู้ปฏิบัติงานคนใดที่ทํางานหรือได้รับมอบหมายให้ไปทํางานอันอาจเกิดอันตรายได้ หากมีความรู้สึก หวาดกลัวและไม่สามารถหักห้ามหรือขจัดความหวาดกลัวให้หายไปได้ ให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นรีบแจ้ง
หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที - ในการเดินทางไปและกลับจากสถานที่ทํางาน ห้ามมิให้ผู้ปฏิบัติงานปีนข้ามหรือลอดใต้รถไม่ว่ารถนั้น
หยุดอยู่กับที่หรือกําลังเคลื่อนที่และถ้าช่องว่างระหว่างหัวต่อรถมีระยะไม่ถึง 3 เมตรห้ามเดินผ่านช่อง
ระหว่างรถตอนนั้นเป็นอันขาด แห่งใดที่ทางการได้จัดทําทางเดินไว้ให้โดยเฉพาะให้ใช้ทางนั้นเป็น
ทางเดินผ่านไป - ห้ามมิให้ผู้ปฏิบัติงานขว้างปากันด้วยเครื่องมือหรือสิ่งของอื่นๆ หรือหยอกล้อเล่นกันในระหว่าง
ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เพราะการกระทําดังกล่าวอาจนํามาซึ่งความไม่ปลอดภัย - การสามัคคีกัน การมีนิสัยเป็นคนไม่ประมาท การปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบและตั้งอก
ตั้งใจการร่วมมือกันทํางานด้วยความยินดีและเต็มใจถือเป็นสิ่งสําคัญยิ่งสําหรับความปลอดภัยในงาน - ผู้ปฏิบัติงานคนใดได้รับบาดเจ็บจะมากหรือน้อยก็ตาม ต้องแจ้งให้หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชาทราบ
ทันที
(r)
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
2 - ผู้ปฏิบัติงานต้องแน่ใจแล้วว่าเครื่องจักเครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ ที่ตนจะต้องใช้นั้นอยู่ในสภาพดี
เรียบร้อยและเหมาะสมแก่การใช้งาน - ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่นําตนเองเข้าเสี่ยงอันตราย อาทิเช่น กระโดดขึ้นหรือลงจากรถจักร รถพ่วง หรือ
ขบวนรถที่กําลังแล่นอยู่ - ผู้ปฏิบัติงานต้องสังเกตขบวนรถต่างๆ อย่างถ้วนถี่ และถ้าพบเห็นสิ่งใดอาจก่อเหตุอันตรายขึ้นได้ ต้อง แสดงอาณัติสัญญาณให้พนักงานขบวนรถทราบหรือแจ้งต่อนายสถานีหรือพนักงานควบคุมการเดินรถ
ณ สถานีที่ใกล้ที่สุด หัวหน้าคนงานต้องแบ่งแยกคนงานในหมู่ของตนเพื่อคอยสังเกตการณ์ทั้งสองด้าน ของขบวนรถที่ผ่าน - ขบวนรถอาจมีเดินไม่ว่าเวลาใด หรือขึ้นล่องในทางใดก็ได้โดยผู้ปฏิบัติงานไม่ทราบ ฉะนั้น ให้ใช้ความ
ระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ - ห้ามมิให้ไขกุญแจยึดรางสิ้นในทางสายประธานขณะขบวนรถกําลังเข้าสู่หรือกําลังผ่านสถานี
ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายต้องยืนอยู่ห่างจากประแจทางหลีกไม่น้อยกว่า 5 เมตร เพราะอาจได้รับอันตราย
จากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากความผิดพลาดในการใช้ประแจหรือความบกพร่องของตัวประแจนั้น - ในการยกรางหรือเคลื่อนย้ายรางเหล็ก ไม้หมอน หรือวัสดุต่างๆ ผู้ปฏิบัติงานต้องเข้าใจถึงวิธีปฏิบัติโดย
แน่ชัดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ - หลุมหรือร่องที่ขุดไว้ตามบริเวณทางรถไฟ จะต้องกลบดินเสียให้เสร็จภายในเวลากลางวันแต่ถ้าไม่
สามารถทําเช่นนั้นได้ จะต้องจัดการป้องกันให้เรียบร้อย - ผู้ปฏิบัติงานที่มีหน้าที่ขึ้นไปบนขบวนรถสินค้าหรือขบวนรถงาน ต้องอยู่ตอนกลางรถให้มากที่สุดเท่าที่
จะทําได้ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะพึงได้รับ - ห้ามผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปอยู่บนวัสดุที่บรรทุกอยู่บนรถเทข้าง และขณะที่ทําการลงหินถมทาง ดินมูลเถ้า
ฯลฯ จากรถเทช้างหรือบนรถบรรทุกอื่นๆ ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ยืนอยู่บนสิ่งบรรทุกเหล่านั้น - การทํางานบํารุงทางที่ใช้เหล็กสกัด หรืองานที่อาจได้รับอันตรายจากสะเก็ด ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมแว่น
ที่ทางการกําหนดให้ ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องต้องอยู่ห่างพอที่จะมิต้องได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดกระเด็นมา
ถูก - ในการสกัดแป้นดวงออกจากสลักเกลียวในทางต้องระมัดระวังมิให้กระเด็นไปถูกผู้อื่นได้
- เมื่อจะมีขบวนรถผ่านผู้ปฏิบัติงานต้องไปยืนให้ห่างพอพ้นอันตราย เพราะถ้ายืนชิดทางรถไฟ ประตูรถ หรือหิน หรือสิ่งบรรทุกอื่นๆ อาจหล่นถูกได้ ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ยืนในทางรถไฟนอกจากมีงานต้อง ปฏิบัติโดยเฉพาะ
- คนเดินป้ายตรวจทาง ยาม หรือผู้อื่นใดที่มีหน้าที่ต้องเดินบนทางรถไฟที่มีมากกว่า 1 รางขึ้นไป ถ้าสาม รถทําได้ต้องเดินสวนทางรถและระมัดระวังขบวนรถที่อาจมีเดินทั้งขึ้นและล่องและถ้าอยู่ในสภาพที่ไม่
1 or
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
3
สามารถมองเห็นขบวนรถที่จะมาได้ เนื่องจากมีพายุ หมอก รถจักร รถพ่วง หรือสิ่งอื่นๆ ริมทางรถบัง อยู่ก็ตาม ต้องใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ - ห้ามมิให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นเกาะไปบนเครื่องปั้นจั่น เครื่องขุดดิน หรือรถที่บรรทุกเครื่องกล เหล่านี้
นอกจากมีหน้าที่ - ห้ามมิให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นเกาะบนรถจักร รถพ่วง หรือเครื่องจักรที่เคลื่อนที่ได้ทุกชนิดนอกจากมีหน้าที่ 25. ในการขึ้นหรือลงรถที่ตนใช้ปฏิบัติงานซึ่งจอดอยู่ในทางหลีกชิดกับทางประธาน ผู้ปฏิบัติงานต้องไม่ใช้ ประตูท้ายรถหรือประตูข้างรถด้านตรงข้ามกับทางประธานถ้าสามารถทําได้ ในขณะรถวิ่งต้องปิดและ
ใส่สลักประตูลวดลายตาข่ายให้มั่นคง - วัสดุต่างๆ ต้องเก็บกองไว้ให้เรียบร้อยในลักษณะปลอดภัยและต้องไม่ล้ําโครงสร้าง
- ห้ามโยนเครื่องมือเครื่องใช้หรือวัสดุใดๆ ออกจากรถเว้นเสียแต่จะทราบแล้วว่าการกระทําเช่นนั้นไม่มี
อันตราย - เครื่องมือทุกชนิดต้องเก็บไว้ให้เรียบร้อยและปลอดภัย เช่น ของหนักต้องวางข้างล่าง และของแหลม
คมต้องเก็นไว้ในหีบห่อ หรือในราวเก็บเครื่องมือ - แม่แรงยกรางต้องใช้ทางด้านนอกของรางเสมอไป แต่ถ้าไม่สามารถทําได้ต้องเตรียมธงสัญญาณไว้
ป้องกัน - ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้เครื่องป้องกันอันตรายในการปฏิบัติงาน เช่น แว่นตาสําหรับป้องกันเศษเหล็ก
กระเด็น เป็นต้น ที่ทางการได้จัดไว้ให้โดยเฉพาะ - สายโทรเลขโทรศัพท์ ฯลฯ ที่ซึ่งผ่านทางรถไฟ ต้องรักษาระดับให้สูงคงไว้ตามมาตรฐานเสมอ 32. ห้ามมิให้ผู้ปฏิบัติงานอาศัยนั่งหรือนอน หรืออาศัยผ่านลอดใต้รถ
- เมื่อจับต้องไม้หมอนหรือไม้หรือไม้อื่นๆ ชนิดอาบน้ํายา ห้ามใช้มือขยี้ตาหรือลูบหน้าก่อนล้างมือให้
สะอาด - ไม้เนื้อขวางหรือวัตถุที่ชํารุด จะนํามาใช้ในการทําเครื่องนั่งร้านไม่ได้ และก่อนจะใช้บันได เชือกและ
รอกจะต้องตรวจตราว่าไม่ชํารุดและอยู่ในสภาพที่ดี - ในการเผาหญ้า วัชพืชข้างทาง ต้องเฝ้าอยู่จนกว่าไฟจะดับหมดแล้วหรือไฟจะไม่สามต่อไปอีกได้และใน การเผาไม้หมอนเก่าและขยะมูลฝอย จะต้องเตรียมการป้องกันไว้มิให้ไฟลุกลามไปทําลายทรัพย์สินของ การรถไฟฯ หรือของผู้อื่นขึ้นได้
- ในย่านสถานี บริเวณโรงงาน และสถานที่ทุกแห่ง ห้ามมิให้วางหรือเก็บกองสิ่งของใดๆ ไว้ในที่ที่อาจเกิด
อันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานได้ วัสดุที่ใช้ไม่หมดให้เก็บกองไว้ให้เรียบร้อย เศษวัสดุ เช่น หิน
ดิน ฯลฯ ต้องเก็บกวาดให้เรียบร้อยทันที พื้นดินตามทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อต้องกลบให้หมด
الله
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
4 - ผู้ปฏิบัติงานที่ใช้รถบํารุงทางทุกชนิด จะต้องซาบซึ้งและปฏิบัติตามกฎข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ
ของการรถไฟฯ ที่วางไว้ - เครื่องมือที่ใช้ในการบํารุงทาง รถบํารุงทาง หรือวัสดุอื่นๆ ห้ามวางไว้บนชานชาลาสถานีหรือใกล้
ทางเดิน หรือทางผ่าน ซึ่งอาจมีคนสะดุดล้ม
(ลงนาม)
ผู้ว่าจ้าง
(ลงนาม)
ผู้รับจ้าง
(ลงนาม)
พยาน
(ลงนาม)
هوا
(นายชาตรี ลายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบําารุงทางเขตหาดให
พยาน
A
การรถไฟแห่งประเทศไทย
ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2549
บดร. 2549
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
ขดร.
2549
ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2549
การรถไฟแห่งประเทศไทย
100
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
บดร. 2549
ออกแบบปกและจัดรูปเล่ม
พิมพ์ที่
จํานวน
อุดม โอภาส กบว. ฝ่ายการเดินรถ
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดให
คําสั่งทั่วไป
ที่
ก.
n. 399/5977
การรถไฟแห่งประเทศไทย
เรื่อง ประกาศใช้ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2549
ตามคําสั่งทั่วไปที่ ก.210/5130 ลงวันที่ 24 พฤศ กายน 2535 ประกาศใช้ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2535 ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2535 เป็นต้นไป ต่อมาได้มีการออกคําสั่งทั่วไปมาแก้ไขข้อบังคับนี้หลายฉบับ
และมีการเปิดใช้ระบบควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง พร้อมออกใบแทรกที่ 1 ปรับปรุงข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2535 เพื่อใช้บังคับกับการ ควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงข้อบังคับ
และระเบียบการเดินรถได้เสนอขอปรับปรุงข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2535 พร้อมกับเพิ่มเติมหมวด 8 ว่าด้วยการควบคุมการเดินรถจากศูนย์กลาง ในคราวเดียวกัน โดยจัดพิมพ์เป็นข้อบังคับและระเบียบการเดินรถฉบับ ปรับปรุงใหม่ โดยนําข้อความตามคําสั่งทั่วไป และข้อความตามใบแทรคที่ 1 ข้างต้นเข้ารวมไว้ในข้อบังคับและระเบียบการเดินรถที่จะจัดพิมพ์ จึงให้ยกเลิก ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2535 แล้วให้ใช้ข้อบังคับและระเบียบ
การเดินรถฉบับใหม่แทน
ฉะนั้น อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ จัดวางการรถไฟและทางหลวง พุทธศักราช 2464 ให้ยกเลิกข้อบังคับและ ระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2535 แล้วให้ใช้ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ ฉบับใหม่โดยใช้ชื่อว่า “ข้อบังคับและระเบียบการเดินรถ พ.ศ. 2549” ชื่อย่อว่า
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
“ขอร. 2549” ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป นคร, 2535 มีการกล่าวอ้างอยู่ในคําสั่งใดให้แก้ไขเป็น ขดร. 2549 เสียทั้งสิ้น ให้พนักงานรถไฟ ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ ศึกษาและอบรมตนให้มีความเข้าใจ ในข้อบังคับนี้โดยแจ้งชัดเพื่อปฏิบัติได้ถูกต้อง ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ จะยกเหตุแห่งความไม่เข้าใจขึ้นอ้างเป็นข้อแก้ตัวไม่ได้ทั้งสิ้น
ง อ วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551
Ch
(นายยุทธนา ทัพเจริญ) ผู้ว่าการรถไฟฯ
لله
(นายชาตรี สายพงษ์)
วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใน
23
ค) (1) ในทางโค้งแคบซึ่งมีรัศมีโค้งตั้งแต่ 600 เมตรลงมา ต้องขยายขนาดของทางโค้งออกไป
เล็กน้อย คือ เผื่อระยะไว้ระหว่างรางกับบังใบล้อ เพื่อให้ล้อเคลื่อนตัวได้สะดวก และป้องกันมิให้ บังในล้อเบียดรางเกินควร ดังต่อไปนี้.-
รัศมีของโค้ง
ส่วนขยายขนาดของทาง (มิลลิเมตร)
150 เมตร
20
156 เมตร
20
180 เมตร
18
200 เมตร
17
225 มนตร
17
250 เมตร
14
300 เมตร
11
400 เมตร
8
500 เมตร
5
600 เมตร
4
0
มากกว่า 600 เมตร
(2) ในกรณีที่มีการขยายขนาดของทาง วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา อาจสั่งให้ใส่รางกันด้วยก็ได้ สําหรับรางต่ําหรือรางไป ร่องระหว่างรางกันกับรางที่รถวิ่ง (ซึ่งตามมาตรฐานสําหรับทางตรงที่ ทางผ่านเสมอระดับมีความกว้าง 50 มิลลิเมตร) ควรจะได้เพิ่มให้กว้างออกไปอีก ตาม สัดส่วนของระยะขยายรางสําหรับทางโค้ง แต่ร่องระหว่างรางดังกล่าวนี้ ต้องไม่กว้างไปกว่า
65 มิลลิเมตร ไม่ว่ารัศมีของโค้งจะแคบเท่าใดก็ตาม
(3) การขยายขนาดของทางในประแจ ต้องให้เป็นไปตามแผนผัง สําหรับทางตัดตายตัว (Fixed
Crossing) นั้น ไม่จําเป็นต้องขยายขนาดทาง
ง) (1) ในการวัดสอบขนาดทางต้องระมัดระวังวางเหล็กกะรางให้ได้ฉากกับราง และแนบกับรางพอดี ถ้าทางมีขนาดกว้างไป หรือไม่สม่ําเสมอกันก็ควรแก้ไขให้ถูกต้องเป็นครั้งคราวไป ความไม่สม่ําเสมอ ของขนาดทาง วัดเมื่อไม่มีน้ําหนัก (Static Value) อาจยอมให้คลาดเคลื่อนได้ภายในพิกัด
พิกัดซ่อมฉุกเฉิน
พิกัดหลังซ่อม
พิกัดใช้งาน, พิกัดซ่อมเบา
รายการ
(ซ่อมตามวาระ) (M)
ซ่อมเป็นจุด (S)
(E)
ชั้นของทาง
ทุกชั้น
1, 2
3,4
1,2
3,4
ทวงทั่วไป
+3, -3
+6, -4
+6, -4
+9,-5
+9, -5
ขนาดทาง
ทางโค้งใช้
+7,-3
+16, -4
+16, 4
หมอนคอนกรีต
+25, -5 +25, -5
ความแตกต่างของขนาดทาง
2
4
4
ระหว่างหมอนข้างเคียง
هوا
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
30
לות.
AITH 3
แสดงส่วนสูงของยางนอกการมโนในทรงโค้ง เป็นคลิบคร
5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100 105|110|115 120 125 130 135 140 145 150|
S 10 10 15 20 25 30 35 45 50 60 70 80 90
5 5 10 15 20 25 30 35 45 50 60 65 75 85
55 10 15 20 25 30 35 40 45 55 | 65 | 70 |80|| 90
55101 15 15 20 25 30 35 45 50 55 65 75 8090
SS10 10 15 20 25 30 35 40 45 55 60 70 80 85
160
5 10 15 20 30 45 55 70 85
765
5 10 15 20 | 30 | 20 | 55 | 70 85
180
5 10 20 30 40 50 65 75
200
S 10 15 25 35 45 55 70 85
225
5 10 15 20 | | 30 || 40 50 60 75 93
250
5 10 15 20 25 35 45 55 65 89
300
3.25
5 5 10 15 || 25 || 30 || 40|| 05 ||55| 65|80|90
S5 10 15 20 25 | | 35: 45, 50 60 70 85
350
5 5 10 15 20 25 30 40 50 55 65|80|90|
375
5
5 10 15 20 25 30 35 45 55 65 75 85
400
5 10 15 15 20 30 35 40 50 60 70 80 90
420
S
5 10 10 15 20 25 35 40 50 55 65 75 85
450
470
500
550
575
600
650
་
5
700
750
5
8,00
8-80
9:00
มา
985
5
ሲለ
1000
1100
In I LA
55
1165
1200
1230
1250
1300
1400
1500
1600
5555
1700
5 5 10 10 15 20 25 30 35 40 45 50 60 65 75 85
35 40 50 55 60 70 75 85
5 10 10 15 15 20 25 30
5 5 5 10 15 15 20 25 30
35|| 43 | 45 | 50 | 59 | 65 | 70 | 80 |
S 10 10 15 20 25 25 55 10 10 | 15] 15 | 20 25 30 35 40 45 50 55 65 70 75 85: 55 10 10 15 1520 || 25 25 30 35 40 | 45 | 50 | 55 | 60 70 75 85
5 10 10 15 15 20 20 25 30 35 40 45 50 55 60 70 75 80
30 35 40 45 55 60 65 75|80|93|
5
5 10 10 15 15 20 25 30 30 35 40 45 50 55 60 65 75 85 90
5 10 10 15 15 20 25 25 30 35 40 45 50 55 60 65 75 80 90
510 10 15 15 20 20 25 30 35 35 40 45 50 55 60 65 75 85 90
5 S 5 10 10 10 15 15 20 25 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80|90|
S5510 10 15 15 20 25 25 30 35|| 40 | 40|45|||50||55||60|| 65 70 75 85
160
165
180
200
225
250
300
325
350
375
400
420
450
470
500
550
575
600
650
700
750
800
880
900
985
1000
1100
1165
1200
1230
1250
1300
1400
1500
5 SS10 10 15 15 20 20 25 30 35 35 40 45 50 55 60 65 70 75 85
$5 510 10 15 15 20 20 25 30 30 35 40 40 50 55 60 65 70 75 80 90 5 5 5 10 10 15 15 20 20 25 25 30 35 40 40 45 50 55 60|10|75|80| |25| 55 510 10 10 15 15 20 25 25 30 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85
S 5 5 10 10 10 15 15 20 20 25 25 30 35 | 40 | 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85
SSSS 10 10 15 15 15 20 20 25 30 30 35|| 40 | 45 | 45|53| 55 60 65 70 75 80 85 1600 5 5 5 10 10 10 15 15 20 20 25 25 30 30 35 40|30|50|50|55|60|65 70 75 80 1700
555 10 10 10 15 15 20 20 25 25 30 30 35 40 40 45 50 55 60 65 70 75 80 || 1750
5 5 5 10 10 10 15 15 15 20 25 25 30 30 35 40 40 45 50|55|60|65 70 75 80 1800 S5 5 10 10 10 15 15 20 20 25 25 30 30 35 35 40 45 50 | 50 | 5560] 65| 65 | 2000
5555 10 10 10 15 15 15 20 20 25 25 25 30 35 35 40 40 45 45 50 55 2500
เร
5
1750
1800
2000
2500
3000
4000
5000
7000
musioką : 1) lõgarmUFLAGÏ:
B
3
S 5 5 5 10 10 | 10 | 10 | 15 | 15 | 15 15 20 20 25 30 30 30 35 40 40 40|45| 3000
5 5 5 5 5 │|10| 10 | 10 | 10 | 15 | 15 | 15] 15 20 20 20 25 25 30 30 30 35 4000
5 5 5 5 5 5 10 10 10||10|| 10 15 15 15 |20| |20|20| 20 | 25 25 30 5000
5 5 5 5 5 5 5 5 5 | 10] 10| 10 | 10 | 10 | 15] 15| 10, 20] 20| 7000
2 8.338 (V + 5)`
R
v |
หรือ he
5.5587(V+5)*
ง น.ระยะนีน
{~= STRAõigegavertysmugo mu/du,, A « IRŠIU, TEUSUYLÜU 101 )
2) susengaan (Maximum Cant X) búu 90 201
3) STUDTATÓINNENSumalia (Cant Deficiency) kiňu 50 tes
R
ھوتا
(นายชาตรี สายพงษ์
วิศวกร กับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
*
รายการละเอียด
งานหินโรยทางพร้อมขนบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ
๑. งานหินโรยทางพร้อมขนบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ
**
งานหินโรยทาง พร้อมขนบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ หมายถึง งานผลิตหรือจัดหาหินโรยทางโดยขนส่งไป
เก็บกองตามสถานที่ที่กําหนด และตักขึ้นตู้รถไฟ เพื่อขนลําเลียงไปลงในทาง
๒. คุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง
๒.๑ ชนิดของหิน
หินโรยทางที่การรถไฟฯ ต้องการ จะต้องเป็นหินชนิดใดชนิดหนึ่งดังนี้
๒.๑.๑ แกรนิต (GRANITE)
๒.๑.๒ บะซอลท์ (BASALT)
๒.๑.๓ ไรโอไลต์ (RHYOLITE)
๒.๑.๔ แอนติไซท์ (ANDESITE)
๒.๑.๕ ควอร์ตไซท์ (QUARTZITE) ๒.๑.๖ เดไซต์ (DACITE)
๒.๓.๗ ไดออไรต์ (DIRORITE)
๒.๑.๘ แกบโปร (GABBRO)
๒.๒ วิธีการย่อย
เป็นหินที่ย่อยจากเครื่องโม่
๒.๓ รูปร่างและขนาด
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบําารุงทางเขตหาดใหญ่
๒.๓.๑ มีรูปร่างเป็นเหลี่ยมมุม
๒.๓.๒ มีดัชนีความแบน (Flakiness Index) ต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ เมื่อทดสอบตาม มาตรฐาน BS ๘๑๒-๓๐๕.๑ : ๑๙๙๙ Testing aggregates. Methods for Determination of Particle Shape
Flakiness Index หรือเทียบเท่า
๒.๓.๓ มีดัชนีความยาวเรียว (Elongation Index) ต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ เมื่อทดสอบตาม มาตรฐาน BS ๘๑๒-๑๐๕๒ : ๑๙๙o Testing aggregates, Methods for Determination of Particle Shape - Elongation Index of Coarse Aggregate หรือเทียบเท่า
๒.๓.๔ มีขนาดคละ (Gradation) ทดสอบจากการร่อนผ่านตะแกรงมาตรฐานรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส (Standard Sieve) โดยตะแกรงจะต้องมีขนาดตามมาตรฐาน ASTM Eos Standard Specification for Woven Wire Test Sieve Cloth and Test Sieves เพื่อนํามาวิเคราะห์หาขนาดคละ (Sieve Analysis) ตามมาตรฐาน ASTM Co๓๖ Standard Test Method for Sieve Analysis of Fine and Coarse Aggregates หรือเทียบเท่า ซึ่งจะต้องมีร้อยละ ผ่านตะแกรงโดยมวลดังนี้
ผ่านตะแกรงรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๖๓ มม. (๒-๑/๒ นิ้ว) ผ่านตะแกรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๕๐ มม. (6 นิ้ว) ผ่านตะแกรงรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๓๗.๕ มม. (๑ ๑/๒ นิ้ว) ผ่านตะแกรงรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๒๕ มม. (6 นิ้ว) ผ่านตะแกรงรูสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๑๙ มม. (๓/๔ นิ้ว)
๒.๔ คุณสมบัติ
GOO
เปอร์เซ็นต์
do
๘๐ - ๑๐๐
เปอร์เซ็นต์
๒๕ - ๗๐
เปอร์เซ็นต์
0-60
เปอร์เซ็นต์
- ๕
เปอร์เซ็นต์
๒.๔.๑ หินที่จะนํามาโม่ ต้องเป็นหินที่มีคุณสมบัติดังนี้ คือ เนื้อหินต้องไม่ผุ ไม่เป็นรูพรุน
ไม่มีกากหิน, ดิน, เศษไม้ หรือเศษวัสดุอื่น ๆ เจือปน โดยหินโรยทางต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๒.๔.๑.๑ มีค่าการทดสอบ Soft Particle ไม่เกินร้อยละ ๕ โดยมวล เมื่อทดสอบ ตามมาตรฐาน ASTM C๒๓๕ Standard Method of Test for Scratch Hardness of Coarse Aggregate Particles หรือเทียบเท่า
๒.๔.๑.๒ วัสดุที่เล็กกว่าตะแกรงเบอร์ ๒๐๐ หรือเล็กกว่า ๑.๐๗๕ มม. เช่น ดิน เหนียว หรือทรายแป้ง ซึ่งจะเคลือบอยู่ที่ผิวหินจะต้องไม่เกินร้อยละ ๑ โดยมวล เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM
Coon Standard Test Method for Materials Finer than al-μm (No. boo) Sieve in Mineral Aggregates by Washing หรือเทียบเท่า
๒.๔.๑.๓ ปริมาณก้อนดินเหนียวและวัสดุที่แตกร่วนง่าย จะต้องไม่เกินร้อยละ ๐.๕ โดยมวล เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C๑๔๒ Standard Test Method for Clay Lumps and Friable Particles in Aggregates หรือเทียบเท่า
๒.๔.๒ การสึกหรอของหินต้องไม่เกินร้อยละ ๒๕ เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C๑๔๒ ASTM Come Standard Test Method for Resistance to Degradation of Large-Size Coarse Aggregate by Abrasion and Impact in the Los Angeles Machine หรือเทียบเท่า
๒.๔.๓ มีค่าของส่วนที่ไม่คงทน (Loss) ต้องไม่เกินร้อยละ ๗ จากการใช้สารละลายโซเดียมซัลเฟต จํานวน ๕ รอบ เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM Cass Standard Test Method for Soundness of Aggregates by Use of Sodium Sulfate or Magnesium Sulfate หรือเทียบเท่า
๒.๔.๔ ทําการทดสอบความหนาแน่นรวม (Bulk Density) เพื่อให้ทราบว่าในหนึ่งหน่วยน้ําหนัก ต่อปริมาตรหิน ๑ ลูกบาศก์เมตร ตามมาตรฐาน ASTM C๒๙ Standard Test Method for Bulk Density (‘Unit Weight”) and Voids in Aggregate หรือเทียบเท่า
๒.๔.๕ มีค่าการดูดซึมน้ํา (Water Absorption) ต้องไม่เกินร้อยละ ๑ จากค่าเฉลี่ยของการ ทดสอบ จํานวน ๔ ครั้ง เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน ASTM C๑๒๗ Standard Test Method for Relative
Density (Specific Gravity) and Absorption of Coarse Aggregate หรือเทียบเท่า
๒.๔.๖ หินโรยทางที่ผู้รับจ้างผลิต หรือจัดหามา ต้องมาจากแหล่งหินที่ได้ประทานบัตร ถูกต้องตาม กฎหมายและแหล่งผลิตนั้น ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโม่หิน ตามมาตรฐานอุตสาหกรรมที่รัฐบาลกําหนด
๓. วิธีการดําาเนินงาน
๓.๑ ผู้รับจ้างต้องผลิตหรือจัดหาหินโรยทางมาส่งมอบให้แก่การรถไฟฯ ตามย่านสถานีที่กําหนด หรือตามย่านสถานีที่วิศวกรกํากับการกําหนดให้ พร้อมขนบรรทุกหินโรยทางขึ้นตู้รถไฟ จํานวน ๒๖,๗๖๘.00 ลูกบาศก์เมตร ดังนี้
(นายชาตรี สายพงษ์
๓.๑.๑) เก็บกองย่านสถานีตันหยงมัส จํานวน ๖,๗๗๖.๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๓.๑.๒) เก็บกองย่านสถานีตันหยงมัส จํานวน ๖,๔๙๖.๐๐ ลูกบาศก์เมตร วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่๓.๑.๓) เก็บกองย่านสถานีตันหยงมัส จํานวน ๖,๘๘๘.๐๐ ลูกบาศก์เมตร ๓.๑.๔) เก็บกองย่านสถานีตันหยงมัส จํานวน ๖,๖๐๘.๐๐ ลูกบาศก์เมตร
๓.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการผลิตหรือจัดหาหินโรยทางและแผนการขนส่งหินโรยทางเพื่อลง
ในทาง เสนอวิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตให้ความเห็นชอบก่อนก่อนดําเนินงาน
๓.๓
เนื่องจากการขนส่งหินโรยทางอาจมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เพื่อลดมลภาวะ เช่น ฝุ่นละอองที่อาจรบกวนประชาชนทั่วไป ผู้รับจ้างต้องฉีดน้ําเพื่อล้างฝุ่นออก ก่อนขนหินโรยทางมาส่งมอบยังสถานที่ ที่กําหนดในข้อ ๓.๑ ข้างต้น สําหรับน้ําที่ใช้ฉีดล้างฝุ่นต้องเป็นน้ําสะอาด โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาและรับภาระ ค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
หมู
๓.๔ การส่งมอบหินโรยทาง ผู้รับจ้างจะต้องปรับแต่งกองหินโรยทางให้ใกล้เคียงรูปสี่เหลี่ยมคาง เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบปริมาตรและการตรวจรับ
୩
๔. ความรับผิดชอบ
๔.๑ ผู้รับจ้างต้องนําหินโรยทางที่มีคุณสมบัติและคุณภาพตามที่กําหนดไว้ในข้อ ๒. มาส่งมอบให้ การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ตามสถานที่ และปริมาณที่กําหนดในข้อ ๓.๑ เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับหินโรยทางในแต่ละงวดแล้ว การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ จะขอตู้รถไฟสําหรับบรรทุกหินโรยทางให้ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทําการขนหินโรยทางขึ้นบรรทุกตู้รถไฟให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลาตามประกาศ
เดินขบวนรถ
๔.๒ การขนหินโรยทางขึ้นบรรทุกตู้รถไฟต้องกระทําด้วยความระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหาย ต่อการรถไฟฯและบุคคลอื่น ขณะที่ผู้รับจ้างบรรทุกหินโรยทางขึ้นตู้รถไฟ ผู้รับจ้างต้องปรับแต่งเกลี่ยหินโรยทาง ในตู้รถไฟให้เรียบร้อยและได้ระดับ ไม่เกินพิกัดบรรทุกของตู้รถไฟ หรือตามที่การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ
กําหนด
๔.๓ ผู้รับจ้างต้องควบคุมผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ถือปฏิบัติตามสมุดคู่มือว่าด้วยกฎแห่งความ
ปลอดภัยของการรถไฟฯ
๔.๔ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบทุกกรณีหากเกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อการรถไฟฯ หรือบุคคล อื่นโดยเหตุเกิดจากความบกพร่อง หรือความประมาทของผู้รับจ้างและ / หรือบริวารของตน
๔.๕ กรณีฉุกเฉิน เช่น ฝนตกชุก หรือน้ําท่วมทางรถไฟ หรือกรณีอื่นใดก็ตาม หากได้รับการขอร้อง จากการรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคนงานและรถตักหินประจําอยู่ตลอดเวลา ณ สถานที่ เก็บกองที่กําหนดในข้อ ๓.๑ เพื่อคอยบรรทุกหินโรยทางส่งให้ทันใช้การได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือ
กลางคืน
๕. การควบคุม การตรวจสอบ วิธีการสุ่มตรวจสอบ และเกณฑ์ตัดสิน
๕.๑ การควบคุมและตรวจรับ
หินโรยทางขึ้นตู้รถไฟ
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
๕.๑.๑ การรถไฟฯ จะแต่งตั้งผู้ควบคุม เพื่อให้คําแนะนํา, ควบคุมการเก็บกองและการขนบรรทุก
๕.๑.๒ การรถไฟฯ จะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อทําการตรวจรับหินโรยทาง ๕.๑.๓ การมีผู้ควบคุมและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของการรถไฟฯ มิได้หมายถึง ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างจะหมดไปหรือจะลดน้อยลง ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบตามข้อ ๔. ทุกประการ
๕.๒ การตรวจสอบคุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง
๕.๒.๑ การตรวจสอบ ณ แหล่งผลิต : ประกอบด้วยการทดสอบต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
(ก) การตรวจสอบชนิดของหิน (ข้อ ๒.๑)
(ข) การทดสอบดัชนีความแบน (Flakiness Index) (ข้อ ๒.๓.๒)
(ค) การทดสอบดัชนีความยาวเรียว ( Elongation Index) (ข้อ ๒.๓.๓)
(ง) การทดสอบ Gradation (ข้อ ๒.๓.๔)
(จ) การทดสอบ Los Angeles Abrasion (ข้อ ๒.๔.๒)
(2) การทดสอบ Soft Particle (ข้อ ๒.๔.๑.๑)
(ช) การทดสอบ Fine less than no.boo Sieve (ข้อ ๒.๔.๑.๒)
(ช) การทดสอบ Clay Lumps and Friable Particles (ข้อ ๒.๔.๑.๓)
(ฌ) การทดสอบ Soundness Test (ข้อ ๒.๔.๓)
( ญ ) การทดสอบ Bulk Density (ข้อ ๒.๔.๔)
(ฎ) การทดสอบ Water Absorption (ข้อ ๒.๔.๕)
๕.๒.๒ การตรวจสอบ ณ สถานที่เก็บกอง : ประกอบด้วยการทดสอบต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
(ก) การทดสอบดัชนีความแบน ( Flakiness Index) (ข้อ ๒.๓.๒)
(ข) การทดสอบดัชนีความยาวเรียว ( Elongation Index) (ข้อ ๒.๓.๓)
(ค) การทดสอบ Gradation (ข้อ ๒.๓.๔)
(ง) การทดสอบเปอร์เซ็นต์ของการสีกหรอ ( Los Angeles Abrasion) (ข้อ ๒.๔.๒)
๕.๒.๓ การทดสอบชนิดของหินโรยทาง ตามข้อ ๕.๒.๑ และ ๕.๒.๒ ให้ถือผลการทดสอบ
ของกรมทรัพยากรธรณีสําหรับการทดสอบรายการอื่น ให้ถือผลการทดสอบของกองวิเคราะห์วิจัย ศูนย์ทางถาวร ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือผลการทดสอบของสถาบันกลางที่เป็นหน่วยงานราชการ หรือ สถาบันการศึกษา การรถไฟแห่งประเทศไทยยอมรับ
๕.๒.๔. การทดสอบคุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง ณ แหล่งผลิต ผู้รับจ้างจะต้อง ดําเนินการทดสอบตามข้อ ๕.๒.๑ ทุกรายการ เพื่อเป็น Qualifying test ให้กับแหล่งผลิตที่นําเสนอกับการรถไฟฯ เมื่อผลการทดสอบทั้งหมดผ่านตามมาตรฐานที่การรถไฟฯ กําหนดแล้ว ผู้รับจ้างจึงจะสามารถนําส่งหินโรยทาง ให้กับการรถไฟฯ เข้าสู่สถานที่เก็บกองได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถเว้นการทดสอบเฉพาะข้อ ๕.๒.๑ (๑) (2) (ช) (ซ) (ฌ) (ญ) และ (ฎ) ได้ หากแหล่งผลิตนั้นมีผลการทดสอบ Qualifying test ครบทุกรายการ ผ่านตามมาตรฐานที่ การรถไฟฯ กําหนด จากหน่วยงานในข้อ ๕.๒.๓ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี โดยนับจากวันที่รับรองผลการ ทดสอบแต่ละรายการนั้น ๆ ถึงวันที่ผู้รับจ้างขออนุมัติแหล่งผลิต
ๆ
๕.๒.๕ ในกรณีที่ผู้รับจ้างจะเปลี่ยนชนิดหรือแหล่งผลิตหินโรยทาง ผู้รับจ้างต้องแจ้ง รายละเอียดคุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง ตามข้อ ๒. ให้การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ทราบเป็นลาย ลักษณ์อักษร และการรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ จะทําการตรวจสอบคุณสมบัติและคุณภาพของหินโรยทาง ทั้งนี้ตาม
ข้อ ๕.๒.๑ ข้อ ๕.๒.๒ ข้อ ๕.๒.๓ และข้อ ๕.๒.๔ ทุกประการก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบจากการ รถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ แล้ว ผู้รับจ้างจึงจะทําการขนส่งหินโรยทางมาเก็บกองเพื่อส่งมอบในกรณีเช่นว่านี้ การขอเปลี่ยนแปลงชนิด หรือแหล่งผลิตหินโรยทางดังกล่าวนี้ ผู้รับจ้างจะยกมาเป็นข้ออ้างขอขยายอายุสัญญา หรือของด หรือขอลดค่าปรับ ไม่ได้
๕.๒.๖ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการทดสอบหินโรยทางที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องเป็น
ผู้รับภาระค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
๕.๓ วิธีการสุ่มตรวจสอบ การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ จะดําเนินการดังนี้
6
๕.๓.๑ การสุ่มตัวอย่าง ณ แหล่งผลิต : จะสุ่มตัวอย่างหินจากกองหินโรยทางที่เก็บกอง ณ แหล่งผลิตก่อนที่จะถูกลําเลียงขนส่งมาให้การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ จํานวน ๑ ตัวอย่าง โดยมีน้ําหนัก รวมไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลกรัม บรรจุในภาชนะประเภทถังชนิดพลาสติกหรือโลหะที่ทนทานต่อการขนย้ายมีฝาปิด สนิท พร้อมป้ายแสดงรายละเอียดของตัวอย่างและจํานวนถึงตัวอย่างให้ชัดเจน
ๆ
๕.๓.๒ การสุ่มตัวอย่าง ณ สถานที่เก็บกอง : จะสุ่มตัวอย่างหินจากกองหินโรยทางที่ผู้รับจ้าง นํามาเก็บกองที่บริเวณย่านสถานีเพื่อส่งมอบ ทุก ๆ ๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร จํานวน 9 ตัวอย่าง โดยมีน้ําหนักรวม ไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลกรัม บรรจุในภาชนะประเภทถังชนิดพลาสติกหรือโลหะที่ทนทานต่อการขนย้ายมีฝาปิดสนิท
พร้อมป้ายแสดงรายละเอียดของตัวอย่างและจํานวนถังตัวอย่างให้ชัดเจน
๕.๔ เกณฑ์ตัดสิน
ไฟ
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
๕.๔.๑ เกณฑ์ตัดสินสําหรับการตรวจสอบ ณ แหล่งผลิต (Qualifying test criterion) :
๕.๔.๑.๑ เมื่อทดสอบตามรายการในข้อ ๕.๒.๑ (ก) (ข) (ค) (ง) (1) (2) (ช) (ซ) (ฌ) (ญ)
และ (3) แล้วผลการทดสอบต้องเป็นไปตามข้อ ๒.๑ ข้อ ๒.๓.๒ ข้อ ๒.๓.๓ ข้อ ๒.๓.๔ ข้อ ๒.๔.๑.๑ ข้อ ๒.๔.๑.๒
๕
ข้อ ๒,๔.๑.๓ ข้อ ๒.๔.๒ ข้อ ๒.๔.๓ ข้อ ๒.๔.๕ และ ข้อ ๒.๔.๖ ตามลําดับ จึงจะถือว่าหินโรยทางที่ผลิตในรุ่นนั้น เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถเว้นการทดสอบเฉพาะข้อ ๕.๒.๑ (๑) (2) (ช) (ซ) (ฌ) (ญ) และ (ฏ) ได้ หากแหล่งผลิตนั้นมีผลการทดสอบ Qualifying test ครบทุกรายการ ผ่านตามมาตรฐานที่การรถไฟฯกําหนด จากหน่วยงานในข้อ ๕.๒.๓ ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี โดยนับจากวันที่รับรองผลการทดสอบแต่ละรายการนั้น ๆ ถึงวันที่ผู้รับจ้างขออนุมัติแหล่งผลิต
๕.๔.๑.๒ หากผลทดสอบรายการหนึ่งรายการใดไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่การรถไฟฯ กําหนดไว้ข้างต้น ให้ถือว่าตัวอย่างหินโรยทางนั้นไม่ผ่านการทดสอบทุกรายการ การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการ รถไฟฯ จะสุ่มตัวอย่างหินจากแหล่งผลิตอีก จํานวน ๑ ตัวอย่าง โดยมีน้ําหนักรวมไม่น้อยกว่า ๙๐ กิโลกรัม บรรจุ ในภาชนะประเภทถังชนิดพลาสติกหรือโลหะที่ทนทานต่อการขนย้ายมีฝาปิดสนิท พร้อมป้ายแสดงรายละเอียดของ ตัวอย่างและจํานวนถังตัวอย่างให้ชัดเจนมาทดสอบซ้ําทุกรายการใหม่ โดยให้ถือว่าการทดสอบใหม่นั้น เป็นการ ทดสอบตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวอย่างเดิม ซึ่งผลการทดสอบจะถือตามเกณฑ์ในข้อ ๕.๔.๑.๓
๕.๔.๑.๓ หากการรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ตรวจสอบแล้ว พบว่า คุณสมบัติ หรือคุณภาพของหินโรยทาง ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด ภายหลังจากการทดสอบตามข้อ ๕.๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องผลิตหรือจัดหาแหล่งหินใหม่
๕.๔.๒ เกณฑ์ตัดสินสําหรับการตรวจสอบ ณ สถานที่เก็บกอง (Controlling test criterion): ๕.๔.๒.๑ เมื่อทดสอบตามรายการในข้อ ๕.๒.๒ (ก) (ข) (ค) และ (ง) แล้ว ผลการทดสอบ ต้องเป็นไปตามข้อ ๒.๓.๒ ข้อ ๒.๓.๓ ข้อ ๒.๓.๔ และข้อ ๒.๔.๒ ตามลําดับ จึงจะถือว่าหินโรยทางที่ผู้รับจ้าง จะส่งมอบนั้นเป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด
๕.๔.๒.๒ หากผลทดสอบรายการหนึ่งรายการใดไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่การรถไฟฯ
กําหนดไว้ข้างต้น ให้ถือว่าตัวอย่างหินโรยทางนั้นไม่ผ่านการทดสอบทุกรายการ การรถไฟฯ หรือผู้แทนของ การรถไฟฯ จะสุ่มตัวอย่างหินจากแหล่งผลิตอีก จํานวน ๑ ตัวอย่าง โดยมีน้ําหนักรวมไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลกรัม บรรจุในภาชนะประเภทถังชนิดพลาสติกหรือโลหะที่ทนทานต่อการขนย้ายมีฝาปิดสนิท พร้อมป้ายแสดง รายละเอียดของตัวอย่างและจํานวนถังตัวอย่างให้ชัดเจน-มาทดสอบซ้ําทุกรายการใหม่ โดยให้ถือว่าการทดสอบ ใหม่นั้น เป็นการทดสอบตัวอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวอย่างเดิม ซึ่งผลการทดสอบจะถือตามเกณฑ์ในข้อ ๕.๔.๒.๑
๕.๔.๒.๓ หากการรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ตรวจสอบแล้ว พบว่า คุณสมบัติ หรือคุณภาพของหินโรยทางไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ จะไม่ตรวจรับ หินโรยทางทั้งหมดที่ผู้รับจ้างนํามากอง เพื่อส่งมอบในงวดนั้น และเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องผลิตหรือจัดหา หินโรยทางใหม่มาส่งมอบ โดยต้องดําเนินการตามข้อ ๔. รวมทั้งผู้รับจ้างจะต้องนําหินโรยทางที่การรถไฟฯ หรือ ผู้แทนของการรถไฟฯ ไม่ตรวจรับเหล่านั้นออกไปจากสถานที่เก็บกองของการรถไฟฯ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจาก วันที่ การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยผู้รับจ้างจะต้องหาพื้นที่เก็บกองเอง ทั้งต้องเป็น ผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด และหากการส่งมอบใหม่ หรือการขนย้ายเกิดความล่าช้าขึ้น ผู้รับจ้างจะ ยกมาอ้างเป็นเหตุ เพื่อขอขยายเวลาส่งมอบตามที่กําหนดในข้อ ๓.๑ หรือของด หรือขอลดค่าปรับ ไม่ได้
- การวัดปริมาณงาน
การวัดปริมาณงานจะวัดจ่ายเป็นลูกบาศก์เมตร โดยตรวจสอบปริมาณหินโรยทาง ดังนี้ ๖.๑ การตรวจสอบปริมาตร ณ สถานที่เก็บกอง จะตรวจโดยวิธีการวัดความกว้าง ความยาว ความสูง ของกองหินโรยทางที่ได้ปรับแต่งให้ใกล้เคียงรูปสี่เหลี่ยมคางหมู แล้วนํามาคํานวณหาปริมาตรในเบื้องต้น
ตามวิธีทางเรขาคณิต
๖.๒ การตรวจปริมาตรสําหรับการบรรทุกขึ้นตู้รถไฟ ผู้ควบคุมจะตรวจตามปริมาตรการบรรทุกซึ่ง มีกําหนดไว้ข้างตู้รถไฟ
(นายชาตรี สายพงษ์) วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
อนึ่ง การคิดปริมาตรหินโรยทาง ผู้ว่าจ้างจะถือปริมาตรตามข้อ ๖.๒ เป็นหลักในการตรวจสอบว่า ผู้รับจ้างได้ส่งมอบหินโรยทางครบถ้วนตามสัญญาแล้วหรือไม่
๗. การจ่ายเงิน
หน่วย
การจ่ายเงินค่าจ้าง จะจ่ายตามราคาต่อหน่วย โดยกําหนดให้ถือปฏิบัติดังนี้
๗.๑ เมื่อผู้รับจ้างเก็บกองหินโรยทางที่ย่านสถานี จะจ่ายเงินให้ในอัตราร้อยละ ๘๐ ของราคาต่อ
๗.๒ เมื่อหินโรยทางได้ถูกขนลงจากตู้รถไฟ ณ จุดที่การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีกร้อยละ ๒๐ ของราคาต่อหน่วย
สําหรับกรณี ณ วันสิ้นสุดสัญญา การรถไฟฯ หรือผู้แทนของการรถไฟฯ ยังไม่สามารถจัดหาตู้รถไฟ มาทําการบรรทุกให้ได้ การรถไฟฯ จะจ่ายเงินค่าหินโรยทางบางส่วนที่เหลืออีกร้อยละ ๒๐ ของราคาต่อหน่วย สําหรับหินโรยทางที่ผู้รับจ้างไม่ได้ขนขึ้นตู้รถไฟ ยกเว้นกรณีที่การจัดหาหินโรยทางในครั้งนั้นเป็นการจัดหาหินโรย ทางมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการสํารองไว้ใช้งานเพื่อเหตุใด ๆ การรถไฟฯจะจ่ายเงินให้เต็มจํานวนของราคาต่อหน่วย
ให้แก่ผู้รับจ้าง
هما
(นายชาตรี สายพงษ์ วิศวกรกํากับการกองบํารุงทางเขตหาดใหญ่
การสํารวจปริมาณงานซ่อมบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่นๆ แขวงบํารุงทางเทพฯ ประจําปี 2569
รายการ
ตอน นตท.นาม่วง แขวงบํารุงทางเทพฯ กองบํารุงทางเขต หาดใหญ่
ส. ๑๒๐๒๘
แบบ บท.bo
รวมเงิน หมายเหตุ
ลําดับ
หน่วย
จาก กม.
สถานที่
ถึง กม.
ปริมาณ
CR.
1 ปรับปรุงทางหมอนคอนกรีต
ม.
934+000
960+500
25,961.00
รวมทางประธาน
25.961.00
ม.
ย่านฯ นาม่วง
526.00
ย่านฯ วัดควนมีด
1,306.00
รวมทางหลีก
1.832.00
2 อัดหินด้วยรถอัดหินทางประธาน
ม.
934+000
935-+000
1,000.83
935+000
936+000
1,000.49
936+000
937+000
980.14
937+000
938-1-000
989.60
938+000
939+000
935.93
939+000
940+000
993.22
940+000
941+000
937.79
941+000
942+000
1,000.22
942+000
943+000
1,000.37
943+000
944+000
993.17
944+000
945+000
1,000.20
945+000
946+000
1,000.90
946+000
947+000
993.75
947+000
948+000
958.60
948+000
949+000
947.55
949+000
950+000
1,000.00
950+000
951+000
979.74
951+000
952+000
984.67
952+000
953÷000
974.83
953+000
954+000
910.05
954+000
955+000
989.90
955+000
956+000
999.82
956+000
957+000
980.12
957+000
958+000
999.75
958+000
959+000
1,000.15
959+000
960+000
945.60
960+000
960+500
464.00
รวมงานอัดหินด้วยรถ ทางประธาน
25.961.00
}
(นายประจักษ์ วันทสุวรรณ) การจัด แขวงบํารุงทางเทพา
ค
การสํารวจปริมาณงานซ่อมบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่นๆ แขวงบํารุงทางเทพฯ ประจําปี 2569
รายการ
ตอน นตท.นาม่วง แขวงบํารุงทางเทพฯ กองบําารุงทางเขต หาดใหญ่
ส. ๑๒๐๒๓
แบบ บ.๒๓
รวมเงิน หมายเหตุ
สถานที
หน่วย
ปริมาณ CR.
จาก กม.
ถึง กม.
3 อัดหินด้วยรถอัดหินทางหลีก
ม.
อ่านๆ นาม่วง
526.00
ย่านๆ วัดควนมีด
1,306.00
รวมงานอัดหินด้วยรถฯ ทางหลีก
1.832.00
4 ซ่อมประแจ
ชุด
ย่านฯ นาม่วง
2.00
ย่านฯ วัดควนมีด
5.00
รวมประเด
7.00
5 งานถอดใส่รางกัน
ม./ท.
934-1000-960+500
317.00
รวมงานถอด-ใส่รางกัน
3:7.00
6 ทําความสะอาดหินบางส่วน
ม.
935-000-940+000
300.00
940+000-950+000
300.00
950+000-960+500
225.00
รวมงานทําความสะอาดหินบางส่วน
825.00
7 งานวัดค่า ค ค. ด้วยเครื่องๆ ก่อนทํา
ม.
934+000-960+500
25,961,00
ย่านฯ นาม่วง
526.00
ย่านฯ วัดควนมีด
1,306.00
รวมงานวัดค่า ค ศ.ด้วยเครื่อง
27.793.00
8 งานวัดค่า คคส.ด้วยเครื่องฯ หลังทํา
ม.
934+000-960+500
25,961.00
ย่านฯ นาม่วง
526.00
ย่านฯ วัดควนมิด
1,306.00
รวมงานวัด า ค ค.ด้วยเครื่อง
27.793.00
9 ค่าหินโรยทาง
ลบ.ม.
1.736.00
10 ค่าขนส่งหินโรยทาง
ลบ.ม.
1.736.00 - ค่าตกหินขึ้นขบวนรถ
ลบ.ม.
1.735.00
1.2 ลงและเกลี่ยหินโรยทาง โดยรถ บทข
ลบ.ม.
934+000-960+500
1.736.00
(นายประจักษ์/อินทสุวรรณ) สารวัตรแขวงบํารุงทางเทพา
การสํารวจปริมาณงานซ่อมบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่นๆ แขวงบํารุงทางเทพา ประจําปี 2569
ลําาดับ
รายการ
ตอน นตท.จะนะ แขวงบํารุงทางเทพา กองบํารุงทางเขต หาดใหญ่
ส. ๑๒o๒๓
แบบ บท.๒๓
รวมเงิน หมายเหตุ
สถานที
หน่วย
ปริมาณ CR.
จาก กม.
ถึง กม.
3 อัดหินด้วยรถอัดหินทางหลีก
ม.
ທ່ານ ຈະາະ
530.00
อ่านๆ ห่าแมงลัก
425.00
ย่านฯ เกาะสะบ้า
425.00
รวมงาน อหินด้วยรถฯ ทางหลีก
1.380.00
4 ซ่อมประแจ
ชุด
ย่านๆ จะนะ
2.00
อ่านฯ ท่าแมงลัก
2.00
ຍ່ານາ ເຄາະສະນ້າ
2.00
รวมประแจ
6.00
5 งานถอดใส่รางกัน
เUSS N
960+500 - 987+000
156.00
รวมงานถอด - ใส่รางกัน
156.00
6 ทําความสะอาดหินบางส่วน
ม.
960+500-968+000
350.00
968–000-979+000
300.00
979+000-987+000
300.00
รวมงานทําความสะอาดหินบางส่วน
950.00
7 งานวัด า ค ค.ด้วยเครื่องๆ ก่อนทํา
ม.
960+500-987+000
25,849.00
ย่านๆ จะนะ
530.00
อ่านๆ ท่าแมงลัก
425.00
ย่านๆ เกาะสะบ้า
425.00
รามงามวัดว่า คค.ด้วยเครืองๆ
27.229.00
8 งานวัดค่า ค ค.ด้วยเครื่องๆ หลังทํา
ม.
960+500 - 987+000
25,849.00
ย่านๆ จะนะ
530.00
ย่านฯ ท่าแมงลัก
425.00
ย่านฯ เกาะสะบ้า
425.00
รวมงานวัดค่า ค ค.ด้วยเครื่อง
27.229.00
9 ค่าหินโรยทาง
ຄນ.
1.736.00
10 ค่าขนส่งหินโรยทาง
ลบ.ม.
1.736.00
11 ค่าตักหินขึ้นขบวนรถ
ลบ.ม.
1.736.00
12 ลงและเกลี่ยหินโรยทาง โดยรถ บท
ลบ.ม.
960+500 - 987+000
1.736.00
(นายประจักษ์ อินทสุวรรณ)
สารวัตรแขวงบํารุงทางเทพา
การสํารวจปริมาณงานซ่อมบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่นๆ แขวงบํารุงทางเทพา ประจําปี 2559
ตอน นตท.ปัตตานี แขวงบํารุงทางเทพา
กองบํารุงทางเขต หาดใหญ่
ส. ๑๒๐๒๓
แบบ บท.๒๓
สถานที่
คําดับ
รายการ
หน่วย
ปริมาณ
จาก กม.
ถึง กม.
CR. รวมเงิน หมายเหตุ
1 ปรับปรุงทางหมอนคอนกรีต
ม.
987+000
1013+500
26,002.00
รวมทางประธาน
26.002.00
ม.
ย่านฯ เทพา
830.00
ย่านๆ ตาแปด
568.00
ย่านฯ ปัตตานี
728.00
รวมทางหลีก
2.126.00
2 อัดหินด้วยรถอัดหินทางประธาน
ม.
987+000
988+000
999.75
988+000
989+000
1,000.00
989+000
990+000
1,000.00
990+000
991+000
1,000.00
991+000
992+000
962.95
992+000
993+000
832.15
993+000
994+000
970.00
994+000
995+000
1,000.05
995+000
996+000
1,000.27
996+000
997+000
999.78
997+000
998+000
963.57
998+000
999+000
999.75
999+000
1000+000
976.30
1000+000
1001+000
943.53
1001+000
1002+000
999.65
1002+000 1003+000
1,000.48
1003+000 1004+000
991.28
1004+000 1005+000
1,000.30
1005+000 1006+000
996.30
1006+000 1007+000
1,004.08
1007+000 1008+000
1008+000 1009+000
1009+000 1010+000
1010+000 1011+000
975.97
บทสุวรรณ)
967.60 สารวัตรแขวงบํารุงทางเทพา
940.35
997.80
1011+000 1012+000
1,003.12
1012+000 1013+000
997.02
จาก กม.
การสํารวจปริมาณงานซ่อมบํารุงทางรถไฟด้วยรถอัดหินและอื่นๆ แขวงบํารุงทางเทพฯ ประจําปี 2559
ลําาดับ
รายการ
ตอน นตท.ปัตตานี แขวงบํารุงทางเทพา
หน่วย
กองบํารุงทางเขต หาดใหญ่
ถึง กม.
ส. ๑๒๐๒๓
แบบ บท.๒๓
ปริมาณ CR. รวมเงิน หมายเหตุ
สถานที
1013+000
1013+500
480.00
รวมงานอัดหินด้วยรถฯ ทางประธาน
26.002.00
3 อัดหินด้วยรถอัดหินทางหลีก
ม.
ย่านๆ เทพา
830.00
อ่านๆ ตาแปด
568.00
ย่านฯ ปัตตานี
728.00
รวมงานอัดหินด้วยรถฯ ทางหลีก
2.126.00
4 ซ่อมประแจ
ชุด
ย่านฯ เทพา
4.00
ย่านๆ ตาแปด
2.00
ย่านฯ ปัตตานี
4.00
รวมประแจ
10.00
5 งานถอดใสรางกัน
เมตรทาง
987+000 - 1013+500
84.00
รวมงานถอด - ใส่รางกัน
84.00
6 ทําความสะอาดหินบางส่วน
ม.
987+000-1000+000
300.00
1000+000-1009+000
300.00
1009+000-1013+500
200.00
รวมงานทําความสะอาดหินบางส่วน
800.00
7 งานวัดค่า ค ค.ด้วยเครื่องฯ ก่อนท่า
ม.
987+000 - 1013+500
26,002.00
ย่านฯ เทพา
830.00
ย่านฯ ตาแปด
568.00
ย่านฯ ปัตตานี
728.00
รวมงานวัดค่า คคค ด้วยเครื่อง
28.128.00
8 งานวัดค่า คค..ด้วยเครื่องฯ หลังทํา
ม.
987+000 - 1013+500
26,002.00
ย่านฯ เทพา
830.00
ย่านฯ ตาแปด
568.00
ย่านฯ ปัตตานี
728.00
รวมงานวัดค่า ค ค.ด้วยเครื่อง
28.128.00
9 ค่าหินโรยทาง
ลบ.ม.
1,680.00
10 ค่าขนส่งหินโรยทาง
ลบ.ม.
1.680.00
11 ค่าตักหินขึ้นขบวนรถ
ลบ.ม.
1.680.00
(นายประจักษ์ จันทสุวรรณ) สารวัตรแขวงบํารุงทางเทพฯ
12 ลงและเกลี่ยหินโรยทาง โดยรถ บทช.
ลบ.ม.
987+000 - 1013+500
1.680.00