จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 69049329504
฿21,400,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 30 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีความจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็กทางขึ้น-ลงเพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร เนื่องจากโครงสร้างสะพานมีอายุการใช้งานกว่า ๓๐ ปี และเกิดการเสื่อมสภาพ รวมถึงปัญหาน้ำรั่วซึมที่ก่อให้เกิดสนิมกัดกร่อนภายในโครงข้อแข็ง วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการประกวดราคาเพื่อจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็กดังกล่าว โดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพและตรงตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ขอบเขตงานประกอบด้วย การสำรวจและเก็บข้อมูลทางกายภาพและคุณภาพอากาศ การระบายน้้ำและกำจัดสิ่งสกปรก การทำความสะอาดพื้นผิวและกำจัดสนิม การทาสีระบบอีพ็อกซี่และโพลียูรีเทน รวมถึงการทดสอบระบบสี การยาแนวป้องกันน้ำรั่วซึม และการเก็บสีให้กลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย การควบคุมมลพิษ และการจัดการจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทางพิเศษ

English summary

The Expressway Authority of Thailand (EXAT) needs to undertake repair work on the steel structure of the additional access ramp (Site 3) of the Chalerm Mahanakorn Expressway due to structural deterioration from over 30 years of use and water leakage causing rust within the frame. The project aims to enhance the structure’s integrity, safety, and lifespan. The scope includes surveys, water drainage, surface cleaning, rust removal, application of epoxy and polyurethane paint systems, and leak-sealing. Strict adherence to safety, environmental, and traffic management protocols is required.

สถานที่ดำเนินการ

ทางด่วนเฉลิมมหานคร

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็กทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร
  • เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง
  • เพื่อยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างสะพานเหล็ก

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจและเก็บข้อมูลลักษณะทางกายภาพและคุณภาพอากาศบริเวณพื้นที่ดำเนินงาน
  • ระบายน้้ำและกำจัดสิ่งสกปรกภายในโครงข้อแข็ง
  • ทำความสะอาดพื้นผิวและกำจัดสนิมก่อนการทาสี
  • ทาหรือพ่นสีพื้นผิวเหล็กที่เตรียมผิวแล้ว ด้วยระบบสีรองพื้นอีพ็อกซี่และสีทับหน้าโพลียูรีเทน
  • ทดสอบระบบสี โดยตรวจวัดความหนาสีเมื่อแห้ง และทดสอบความสามารถในการยึดเกาะ (Adhesion Test)
  • ยาแนวป้องกันน้ำรั่วซึมบริเวณรอยต่อชิ้นส่วน
  • เก็บสีให้สอดคล้องกับพื้นที่โดยรอบ
  • ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง
  • ปฏิบัติงานโดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจรบนทางพิเศษ
  • จัดทำแผนการทำงานและแผนงานจัดการจราจร
  • จัดหาและควบคุมดูแลบุคลากรที่ปฏิบัติงาน รวมถึงวิศวกรโยธา
  • ปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001
  • จัดทำป้ายเตือนและอุปกรณ์ความปลอดภัยด้านการจราจร
  • เตรียมพื้นผิวและทาสีตามข้อกำหนดระบบสี
  • ดำเนินการยาแนวป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าสู่ภายในโครงสร้างโครงข้อแข็ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการสำรวจพื้นที่ความเสียหายและคุณภาพอากาศ
  • รายงานขั้นตอนการทำงาน (Method Statement)
  • รายการวัสดุและเครื่องจักรที่ใช้ในงาน
  • แผนการทำงาน
  • แผนงานจัดการจราจร
  • ระบบสีที่ได้รับการอนุมัติพร้อมชิ้นตัวอย่าง
  • ผลการทดสอบระบบสี (ความหนา, การยึดเกาะ)
  • วัสดุยาแนวที่ได้รับการอนุมัติ
  • ผลการทดสอบการป้องกันการรั่วซึม
  • รายงานความก้าวหน้าของงาน (Presentation) ในแต่ละงวด
  • รายงานสุดท้าย (Final Report) พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์และวิดีโอ

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคล
  • มีผลงานทาสีโครงสร้างสะพานเหล็ก สำหรับรถหรือรถไฟ จากสัญญาฉบับเดียว
  • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ
  • วงเงินผลงานไม่น้อยกว่า 7,000,000.- บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ต้องยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญาฯ ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
  • ต้องมีวิศวกรโยธาพร้อมสำเนาใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ
  • บุคลากรหลักที่ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ ครบถ้วนตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ตรวจสอบคุณภาพอย่างน้อยหนึ่งคนต้องผ่านการอบรมจากสถาบัน NACE หรือ SGS หรือเทียบเท่า

เกณฑ์การพิจารณา

พิจารณาจากเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การเตรียมพื้นผิว: ต้องสะอาด กำจัดสนิมหมดจด ตามมาตรฐาน SSPC-SP2 หรือเทียบเท่า
  • ระบบสีรองพื้น: ประเภทอีพ็อกซี่ซิงค์ หรืออีพ็อกซี่ชนิดพิเศษ ทนทานต่อสภาพแวดล้อม ความหนาเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า 75 ไมครอน
  • ระบบสีทับหน้า: ประเภทโพลียูรีเทน ป้องกันการกัดกร่อน ความหนาเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า 25 ไมครอนต่อชั้น (รวม 2 ชั้น ไม่น้อยกว่า 150 ไมครอน)
  • สีรองพื้นและสีทับหน้า: ต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเดียวกัน
  • การทดสอบระบบสี: ตรวจวัดความหนา (Dry Film Thickness) และทดสอบการยึดเกาะ (Adhesion Test) ตามมาตรฐาน ASTM D3359 หรือ D4541 หรือเทียบเท่า
  • วัสดุยาแนว: โพลียูรีเทน (Polyurethane) และ Primer สำหรับโพลียูรีเทน มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ยึดเกาะดี Shore A Hardness ไม่ต่ำกว่า 20, Tensile Strength ไม่ต่ำกว่า 45 Psi, Elongation ไม่ต่ำกว่า 300%
  • การทำงาน: ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจร, ปฏิบัติงานตามมาตรการความปลอดภัย, ควบคุมคุณภาพสี, ป้องกันน้ำรั่วซึม

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่าย 3 งวด งวดที่ 1 (30% เมื่อแล้วเสร็จ 35%), งวดที่ 2 (30% เมื่อแล้วเสร็จสะสม 65%), งวดสุดท้าย (ส่วนที่เหลือเมื่อแล้วเสร็จทั้งหมด)
  • ค่าปรับ: 0.25% ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน หากทำงานล่าช้า
  • ระยะเวลาประกันความชำรุดบกพร่อง: 2 ปี นับจากวันรับมอบงาน
  • การใช้พัสดุ: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าพัสดุ
  • ค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุ: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    คำตอบ: เพื่อปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็กทางขึ้น-ลงเพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร เพื่อเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง
  • คำถาม: ขอบเขตงานหลักๆ ของโครงการมีอะไรบ้าง?
    คำตอบ: ครอบคลุมการสำรวจ การระบายน้้ำ การทำความสะอาด การกำจัดสนิม การทาสีระบบอีพ็อกซี่และโพลียูรีเทน การทดสอบสี และการยาแนวป้องกันน้ำรั่วซึม
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องมีคุณสมบัติผลงานประเภทใด?
    คำตอบ: ต้องมีผลงานทาสีโครงสร้างสะพานเหล็กสำหรับรถหรือรถไฟ จากสัญญาฉบับเดียว
  • คำถาม: วงเงินผลงานขั้นต่ำที่ต้องมีคือเท่าใด?
    คำตอบ: ไม่น้อยกว่า 7,000,000.- บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • คำถาม: ระบบสีที่ใช้ในโครงการคืออะไร?
    คำตอบ: ระบบสีรองพื้นประเภทอีพ็อกซี่ และสีทับหน้าประเภทโพลียูรีเทน
  • คำถาม: ความหนาของฟิล์มสีที่ต้องการคือเท่าใด?
    คำตอบ: สีรองพื้นไม่น้อยกว่า 75 ไมครอน และสีทับหน้าไม่น้อยกว่า 25 ไมครอนต่อชั้น รวม 2 ชั้น ไม่น้อยกว่า 150 ไมครอน
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมใด?
    คำตอบ: ต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001
  • คำถาม: ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานคือเท่าใด?
    คำตอบ: 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน
  • คำถาม: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวด?
    คำตอบ: แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด ตามความก้าวหน้าของงาน
  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศในสัดส่วนเท่าใด?
    คำตอบ: ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑.
แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
งานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร
ความเป็นมา
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ดําเนินงานจ้างที่ปรึกษาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรง โครงสร้างสะพานเหล็กทางขึ้น-ลงเพิ่มเติม Site ๑๒ และ ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร โดยจากผลการตรวจสอบ พบว่าโครงสร้างสะพานเหล็กทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site m ทางด่วนเฉลิมมหานคร เกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้ งานต่อเนื่องเป็นระยะเวลามากกว่า ๓๐ ปี และเกิดปัญหาน้ํารั่วซึม ก่อให้เกิดน้ําขังและสนิมกัดกร่อนภายใน โครงข้อแข็ง (เสาตอม่อและคานขวาง) บริเวณโครงสร้างสะพานเหล็กดังกล่าว กทพ. จึงมีความจําเป็นต้อง นําเนินการงานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร เพื่อความสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ใช้ทาง
๒. วัตถุประสงค์
กทพ. มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น- ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร โดยใช้วัสดุที่มีคุณลักษณะเฉพาะตรงตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้าง
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานทาสีโครงสร้างสะพานเหล็ก สําหรับรถหรือรถไฟ โดยเป็น ผลงาน จากสัญญาฉบับเดียว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชนที่ กทพ. เชื่อถือ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 7,000,000.- บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยจะต้องยื่นสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนา สัญญาฯ ในวันที่ยื่นข้อเสนอ
๔. แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
งานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานคร มีขอบเขตการ
ทํางานดังนี้
๑.) สํารวจและเก็บข้อมูลลักษณะทางกายภาพโดยรวมบริเวณพื้นที่ดําเนินงาน เพื่อใช้เป็นข้อมูล ในแบบรูปที่กําหนด และต้องสํารวจคุณภาพอากาศภายในพื้นที่ปฏิบัติงานแต่ละตําแหน่งเพื่อเป็นข้อมูลในการ วางแผนปฏิบัติงาน
อ้างอิงในการคืนสภาพหลังดําเนินงานแล้วเสร็จ และจัดทําสรุปปริมาณงานให้สอดคล้องกับตําแหน่งที่ระบุ
๒.) ทําการระบายน้ําและกําจัดสิ่งสกปรกอื่นๆ ภายในโครงข้อแข็งของโครงสร้างในส่วนที่มีน้ําขังหรือ มีความเสียหายออกทั้งหมด
๓.) ทําความสะอาดพื้นผิวและกําจัดสนิมบริเวณโดยรอบก่อนจะทาสี
๔.) ทาหรือพ่นสีพื้นผิวเหล็กที่ได้รับการเตรียมผิว
๕.) ทําการทดสอบระบบสี โดยตรวจวัดความหนาสีเมื่อแห้ง และทดสอบความสามารถในการยึดเกาะ ของระบบสี (Adhesion Test) บริเวณตรงมุมหักต่างๆ และบริเวณทั่วไป
X
کے
นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
ผอ.กบท.ฝปร. ประธาน กรรมการ
นายสุรัตน์ ภักดี ห.บส. กบท. ผอ.ฝบร
กรรมการ
นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกท.ฝาจ
นายอิศราพงษ์ บานทอง วศ.๖ กบท.ฝพธ.
กรรมการ
กรรมการ
RA
….
นายคํารณ ทองทรม
วศ.๖ กบท. บร
กรรมการและเลขานุการ
๑ ๗ มี.ค. ๒๕๖๙
30

  • ๒ -
    5.) ยาแนวป้องกันน้ํารั่วซึมบริเวณรอยต่อชิ้นส่วน และเก็บสีให้สอดคล้องกับพื้นที่โดยรอบ
    ๔.๑ รายละเอียดทั่วไป
    ๔.๑. ผู้ยื่นขอเสนอต้องเสนอราคาค่างานทั้งหมด โดยเสนอราคาที่เป็นราคารวมวัสดุ อุปกรณ์ ค่าจัดการจราจรตลอดจนค่าแรงและอื่นๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว
    ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามมาตรการการควบคุมป้องกัน และแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองจาก
    การก่อสร้างตามระเบียบข้อปฏิบัติของกรมควบคุมมลพิษ
    ๔.๑.๓ ก่อนเริ่มงานผู้รับจ้างต้องแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงานและส่งชื่อวิศวกรโยธาพร้อมสําเนา
    ใบประกอบวิชาชีพที่ไม่หมดอายุและไม่ถูกเพิกถอนพร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบต่อ ความเสียหายของงานหรืออื่นใดที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาและต้องทําหน้าที่ควบคุมงานฯ จนแล้วเสร็จ หากไม่มีวิศวกรโยธาควบคุมงานของผู้รับจ้างในแต่ละ ครั้งที่มีการปฏิบัติงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงานขอสงวนสิทธิให้ผู้รับจ้างหยุดปฏิบัติงาน
    ชั่วคราวจนกว่าจะมีวิศวกรโยธาควบคุมงาน
    ๔.๑.๔. ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานฯ โดยไม่เป็นอุปสรรคต่อการจราจรบนทางพิเศษ
    รวมทั้งต้องมี มาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการทํางานให้กับบุคคลและทรัพย์สินตลอดระยะเวลาของสัญญาฯ โดย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม “กฎหมายเรื่องความปลอดภัยในการทํางานของกระทรวงแรงงาน” ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง จะต้อง เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง หากเกิดความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทํางานฯ ต่อบุคคล ทรัพย์สินและบุคคลที่สาม ไม่ว่าจะเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ก็ตาม
    ๔.๑.๕ คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาและ
    แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๔.๑.๖ การนํารถยนต์และเครื่องจักรขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดเพื่อขอ อนุมัติจากเจ้าพนักงานจราจรของ กทพ. ก่อนการปฏิบัติงานและผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติงานการ วางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบนทางพิเศษ และมาตรฐานการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ผู้รับจ้าง ต้องมีรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 5 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ
    และในระหว่างการดําเนินการตามสัญญาผู้รับจ้างสามารถจอดรถยนต์และเครื่องจักรได้ชั่วคราวในบริเวณเขต ทางพิเศษที่ไม่มีผลกระทบกับการจราจรเฉพาะพื้นที่บริเวณที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นผู้กําหนดให้ เท่านั้น ทั้งนี้ค่าผ่านทางพิเศษและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๑.๗ ผู้รับจ้างต้องแจ้งรายละเอียดของงานฯ เวลา สถานที่ ที่จะปฏิบัติและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ ผู้ควบคุมงานเห็นชอบล่วงหน้าอย่างน้อย 9 วัน และหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจะต้องแจ้งผู้ควบคุมงานก่อน เวลา ๑๒.๐๐ น. ของวันที่จะปฏิบัติงานทุกครั้ง โดยทั่วไปกําหนดให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานบนทางพิเศษได้เฉพาะ ช่วงเวลา ๒๒.๐๐ น. ถึง ๑๔.๐๐ น. ของวันรุ่งขึ้นเท่านั้น โดยผู้ควบคุมงานจะเป็นผู้พิจารณาหากอยู่นอกเหนือ เวลาดังกล่าว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่และสภาพการจราจรในพื้นที่ที่จะปฏิบัติงาน
    ๔.๑.๘ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างเคร่งครัดและก่อนเริ่ม ดําเนินงานผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงานจัดการจราจรประกอบด้วย แบบรูปการจัดวางอุปกรณ์ความปลอดภัย ทางด้านการจราจร การติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องหมายไฟสัญญาณจราจรวับวาบ กรวยยาง แบริเออร์พลาสติก ป้าย สะท้อนแสง และรถคุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 5 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ซึ่งผู้รับจ้างต้องจัดหามาให้ เป็นไปตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมมาตรฐาน ISO 14001 ว่าด้วยขั้นตอนการปฏิบัติงาน การวาง
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท.ฝปร. ประธาน กรรมการ
    عليكم
    ……..
    นายสุรัตน์ ภักดี
    น.บส. กบท. ผอ.ฝus.
    กรรมการ
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกท.ฝกจ
    กรรมการ
    นายอิศราพงษ์ บานทอง
    วศ.๖ กบท.ฝns.
    กรรมการ
    นาย ารณ ทองพรม
    วศ.๖ กบ .ฝบร
    กรรมการและเลขานุการ
    ๑ ๗ มี.ค. ๒๕๖๙

    กรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบ ในการทํางานบนทางพิเศษของ กทพ. และตามที่เจ้าพนักงานจราจรแจ้งให้
    อุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีมีความมั่นคงไม่ลื่นไถลเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง ๔.๑.๙ การให้ความเห็นชอบหรือการอนุญาตของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างในเรื่องหนึ่งเรื่องใดที่เกี่ยวกับ
    ดําเนินการเพิ่มเติม
    งานนี้หาทําให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดชอบตามสัญญาข้อหนึ่งข้อใดไม่
    ๔.๑.๑๐ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการรับรองวัสดุที่ผ่านการตรวจสอบ
    จากแหล่งผลิตและได้จัดส่งมาถึงหน้างานแล้ว หากปรากฏว่ามีความจําเป็นต้องทําการตรวจสอบคุณภาพใหม่ เมื่อใดก็ได้จนแน่ใจว่าวัสดุที่ใช้งานได้คุณภาพครบถ้วนถูกต้อง โดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็น
    ผู้รับผิดชอบ
    ๔.๑.๑๓ ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดและแก้ไขความเสียหายบริเวณสถานที่ก่อสร้างในแต่ละวันให้ เรียบร้อย ตลอดจนบริเวณพื้นผิวจราจร ขอบกําแพง ราวสะพานและอุปกรณ์ต่างๆ บนทางพิเศษรวมถึงในพื้นที่ ที่จอดรถยนต์และเครื่องจักรชั่วคราวที่เกิดความสกปรก และความเสียหายอันเนื่องมาจากการทํางานของ
    ผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จโดยเรียบร้อย โดยเฉพาะต้องทําความสะอาดท่อระบายน้ําซึ่งมีเศษวัสดุจากการทํางานออก
    ให้หมดและต้องดูแลไปอย่างต่อเนื่องทุกครั้งจนกว่างานจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานสงวนสิทธิพิจารณา
    ตรวจสอบบริเวณดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อน จึงจะอนุญาตให้ดําเนินงานต่อไป
    ๔.๑.๑๒ เครื่องจักรและเครื่องมือที่อยู่ในความครอบครองของผู้รับจ้างต้องมีสภาพใช้งานได้ดี สามารถ ใช้งานตามสัญญาได้ทันที ผ่านการตรวจสอบ และการตรวจปรับ ตามที่ผู้ควบคุมงานพิจารณาให้ดําเนินการแล้ว ในระหว่างการปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาเครื่องจักรและเครื่องมือทุกชนิดให้อยู่สภาพใช้งาน ได้ดีตลอดเวลา และมีเครื่องมือ เครื่องจักรสํารอง พร้อมใช้งานทดแทนในวันที่ผิวจราจรทันทีหากเครื่องจักร ขณะปฏิบัติงานเสีย
    ๔.๑.๑๓ กรณีแบบก่อสร้างมีความขัดแย้งไม่ตรงกับสภาพหน้างานจริง ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการ พิจารณาตัดสินวิธีการดําเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงาน โดยผู้รับจ้างจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง
    ๆ ทั้งสิ้น ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการดังกล่าว
    ค่าใช้จ่ายใด
    ๔.๑.๑๔ กรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความใน สัญญานี้ บังคับ และในกรณีเอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง ซึ่ง ผู้ว่าจ้างจะปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของงานจ้างเป็นสําคัญ คําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างให้ถือเป็นที่สุด และผู้รับจ้างไม่มี สิทธิ์เรียกร้องค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
    ๔.๑.๑๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีฝีมือ สามารถปฏิบัติงานได้ดี ถ้าบุคลากรของผู้รับจ้างกระทํา การอันเป็นการฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติงานตามที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างแจ้งให้ดําเนินการ ให้แก้ไข ให้ปรับปรุงแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะยับยั้งไม่ให้บุคลากรผู้นั้นปฏิบัติงานได้และผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากร
    ใหม่มาปฏิบัติงานแทนโดยทันที โดยต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าบุคลากรเดิมและต้องเสนอให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเห็นชอบก่อน
    ๔.๑.๑๖ หากผู้ควบคุมงานเห็นว่าการดําเนินการของผู้รับจ้าง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ทางซึ่ง ผู้ควบคุมงานได้แจ้งให้ปรับปรุงแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการให้ได้ภายในกําหนดเวลา ผู้ว่าจ้างขอสงวน
    สิทธิที่จะดําเนินการปรับปรุงแก้ไขโดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๑.๑๗ ผู้ว่าจ้างไม่อนุญาตให้ผู้รับจ้างทําการปลูกสร้างโรงเรือน ที่พักอาศัย ที่เก็บวัสดุของผู้รับจ้าง
    ในเขตทางพิเศษ
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท.ฝปร.
    ประธานนกรรมการ
    นายสุรัตน์ ภักดี
    ท.บส. กบท. ผอ.ฝปร.
    กรรมการ
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกท.ฝาง
    กรรมการ

    นายอิศรพงษ์ บานทอง วศ.5 กบท.ฝนธ
    กรรมการ
    R
    นาย ารณ ทองพรม
    วศ.๖ ทบทฝบร
    กรรมการและเลขานการ
    ๑๗ มี.ค. ๒๕๖
    -&-
    ๔.๑.๑๘ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ตลอดจนน้ําประปา และไฟฟ้า ที่นํามาใช้งานนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหามา เองทั้งสิ้น
    ๔.๑.๑๙ หากผู้รับจ้างไม่สามารถปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาจ้าง เนื่องจากความผิดหรือบกพร่อง ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องชําระค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานให้ผู้ว่าจ้างในอัตราดังนี้
    รายละเอียด
    วันท่าการ (เหมารวมไม่เกิน ๗ ชม.)
    วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ (เหมารวมไม่เกิน ๗ ซม.)
    ๑. วิศวกร หรือช่าง (ต่อ ๑ คน)
    ๒. พนักงานขับรถยนต์ (ต่อ ๑ คน)
    รถยนต์สําหรับควบคุมงาน (ต่อ ๑ คัน)
    ๑,๕๐๐, - บาท
    ๓,๐๐๐. - บาท
    ๙๐๐. - บาท
    ๑,๘๐๐. - บาท
    ๗๕๐. - บาท
    ๗๕๐.
  • บาท
    หมายเหตุ ๑. ค่าล่วงเวลาในการควบคุมงานข้างต้นยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    ๒. ส่วนที่เกิน ๗ ซม. ให้คิดค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมตามอัตราส่วนของค่าล่วงเวลาในแต่ละวัน
    ๔.๑.๒๐ ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง ปฏิบัติงานบนที่สูง ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ บุคลากรหลัก ของปฏิบัติต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ ครบถ้วนและเป็นไปตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชี วอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ และกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย หรือข้อกําหนดของกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น งานที่ เกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับผู้ควบคุมงานเกี่ยวกับปั้นจั่น ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณและผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผ่านการอบรมทบทวนการทํางานเกี่ยวกับปั่นจั่น เป็นต้น โดยผู้รับจ้าง จะต้องแสดงเอกสารผ่านการอบรมความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องของผู้ปฏิบัติงาน และแนบเอกสารดังกล่าวนําเสนอ
    ขออนุมัติอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดําเนินการ
    ๔.๑.๒๑ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้าง ทั้งหมดตามสัญญา โดยส่งให้หน่วยงานของรัฐ ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา
    ๔.๒ รายละเอียดเฉพาะ
    ๔.๒.๑ ระบบสีสําหรับโครงสร้างเหล็ก
    สีสําหรับโครงสร้างเหล็กใช้สีรองพื้นประเภทอีพ็อกซี่และสีทับหน้าโพลียูรีเทน หรือ ระบบสีกัน
    สนิมสําหรับโครงสร้างเหล็กอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือมากกว่า
    RE
    ๔.๒.๑.๑ ระบบสีรองพื้นประเภทอีพ็อกซี่และสีทับหน้าโพลียูรีเทน
    นายจารุวงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ. รAUY.
    ประธานกรรมการ
    ๑.) สีรองพื้นให้เป็นประเภทอีพ็อกซี่ซิงค์ ชนิดฟิล์มหนา หรือเป็นสีอีพ็อกซี่ชนิด
    นายสุรัตน์ ภักดี ท.มส. ก ท. ผอ.คน.
    การปการ
    นายกิตติคุณ รอง
    whh. mnn.dns.
    กรรมกา
    &
    นาย กราส พยานหลัง
    .6 เบฝnd,
    กรมการ
    ARA
    คอ กยท.
    กรรมการและเลขานการ
    ๑ ๗ มี.ค. ๒๕๐๙
  • G-
    พิเศษที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมเพื่อความคงทน เช่น ทนกรด ทนด่าง ทนเกลือทะเล เป็นต้น และจะต้องยึด เกาะกับพื้นผิวเหล็กที่มีการเตรียมพื้นผิวตามการแนะนําโดยผู้ผลิต
  • สามารถป้องกันการเกิดสนิมใหม่ได้ดี
  • ความหนาสีเมื่อแห้ง วัดได้ไม่น้อยกว่า ๗๕ ไมครอน
    ๒.) สีทับหน้าให้เป็นประเภทสีโพลียูรีเทนเพื่อป้องกันการกัดกร่อน ใช้สําหรับทาหรือ พ่นทับสีรองพื้นชนิดมาสติดซึ่งแห้งตัวและมีสภาพดีตามข้อกําหนดของบริษัทผู้ผลิตสี โดยต้องมีคุณสมบัติทาง
    กายภาพดังนี้
  • ชั้นถัดไปต้องไม่น้อยกว่า 4 ซม. ในช่วงอุณหภูมิประมาณ ๓๐ °C (องศาเซลเซียส)
    0
  • ทําความหนาได้ในระดับ ๒๕ ไมครอน (Dry film thickness) ต่อการทาทับ ๑ ชั้น - ผ่านการทดสอบการยึดเกาะตามมาตรฐาน ASTM D3359 หรือเทียบเท่า ๓.) สีรองพื้นและสีทับหน้าจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเดียวกัน สีจะต้องไม่ หมดอายุการใช้งาน ภาชนะบรรจุต้องไม่แตกชํารุดและถูกเปิดก่อนใช้งาน ภาชนะที่บรรจุต้องมีสลากแสดง ปริมาณสีและชื่อผลิตภัณฑ์ชัดเจน
    ๔.) ระบบสีต้องผ่านการตรวจวัดความหนาของแต่ละชั้นเมื่อแห้ง (Dry Film
    Thickness) และการทดสอบความสามารถในการยึดเกาะของระบบสี (Adhesion Test) ตามมาตรฐานการ ทดสอบของ ASTM D4541 หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
    ตารางแสดงขั้นตอนการทํางานระบบสีกันสนิมสําหรับโครงสร้างเหล็ก ที่ความหนาสีขณะแห้งไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ไมครอน
    ชั้นสี
    ระบบสีกันสนิมสําหรับโครงสร้างเหล็ก
    ผลิตภัณฑ์ประเภทสี/ ความหนา ขณะแห้ง
    ไมครอน/
    are

    st Coat
    ครั้งที่ ๑ สีรองพื้น
    ครั้งที่ ๒ สีชั้นบน
    lond Coat
    อีพ็อกซี่
    โพลียูรีเทน
    ๗๔
    รา

ความหนาสีขณะแห้งรวม ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ไมครอน
การทาสีชั้นที่ ๑ หรือสีรองพื้น (1st Coat)
การทาสีชั้นที่ ๑ ต้องทาสีให้ช้าและเบาเพื่อให้สีชุ่มทั่วทั้งพื้นผิว โดยสีขั้นที่ ๑ นี้จะ แทรกตัวผ่านขั้นสนิมจนถึงพื้นผิวเหล็กเพื่อทําให้เกิดการยึดเกาะที่ดี ดังนั้นหากพบเห็นสีชั้นที่ ๑ มีลักษณะเป็น หลุมขนาดเล็กๆ ยุบตัวจะเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ กําหนดความหนาสีประมาณ ๗๕ ไมครอน ในการใช้งานสี อีพ็อกซี่ จะต้องดําาเนินการตามแนวทางการใช้งานของผลิตภัณฑ์โดยเคร่งครัด
การทาสีชั้นที่ ๒ หรือสีชั้นบน (2nd Coat)
การทาสีชั้นที่ ๒ หรือชั้นถัดไปต้องรอให้สีเติมแห้งก่อน โดยปกติใช้เวลา ๒ - ๔ ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความชื้นในอากาศ หรือผู้ทาสีอาจจะทดสอบโดยการแตะที่สีด้วยถุงมือทาสีที่สวมอยู่ ซึ่งหากไม่มีรอย นิ้วมือบนสีหรือบนถุงมือไม่มีสีติดอยู่ก็สามารถที่จะทาสีขั้นต่อไปได้ กําหนดความหนาสีประมาณ ๗๕ ไมครอน
นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
ผอ.กบท.ฝนร.
ประธาน กรรมการ
นายสุรัตน์ ภักดี ท.บส. กบท. ผอ.ฝนร
นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกท.ฝาง
กรรมการ
กรรมการ
e
Laura LL
นายอิศราพงษ์ บานทอง
วศ.๖ กปท.ฝพธ.
กรรมการ

บายค่ารญ ทองพรม
วศ.๖ กบท.ฝบร
กรรมการและลงานการ
๑ ๗ มี.ค. ๒๕๑๙
-b-

ต่อการ ทาสี ๑ ชั้น ในการใช้งานสีโพลียูรีเทน จะต้องดําเนินการตามแนวทางการใช้งานของผลิตภัณฑ์โดย เคร่งครัด และกรณีที่ทิ้งระยะเวลาให้สีเดิมแห้งเกิน 4 ชั่วโมงไปแล้ว ไม่ควรทาสีขั้นต่อไปทันที
ผู้รับจ้างจะต้องเสนอระบบสีทั้งหมดที่จะใช้ ซึ่งประกอบด้วย การเตรียมพื้นผิว ประเภทของสี จํานวนชั้นที่ทา ความหนาของฟิล์มสีแต่ละชั้น ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Data) เฉดสีและชิ้นตัวอย่างการ เคลือบผิว เป็นต้น เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินงาน ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้อง
ดําเนินการตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตสีอย่างเคร่งครัด
สีรองพื้น และสีทับหน้า จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตเดียวกัน สีจะต้องไม่หมดอายุ ภาชนะ บรรจุต้องไม่แตกชํารุดและถูกเปิดใช้งาน ทั้งนี้จะต้องนํามากองเก็บในบริเวณที่ผู้ควบคุมงานกําหนดให้โดยมี ปริมาณกองเก็บสอดคล้องกับปริมาณงานฯ ในแต่ละครั้งตามแผนงาน
๔.๒.๒ วัสดุยาแนวป้องกันน้ํารั่วซึมเข้าสู่ภายในโครงสร้างโครงข้อแข็ง
วัสดุยาแนวป้องกันน้ํารั่วซึมเข้าสู่ภายในโครงสร้างโครงข้อแข็ง แบบโพลียูรีเทน
(Polyurethane) และวัสดุ Primer สําหรับโพลียูรีเทน ให้เป็นไปตามคําแนะนําของผู้ผลิต โดยอย่างน้อยจะต้อง มีคุณสมบัติดังนี้
๔.๒.๒.๑ วัสดุยาแนว POLYURETHANE SEALANT

  • ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นและยึดเกาะที่ดีเยี่ยม - มีค่า Shore A Hardness ไม่ต่ํากว่า 20
  • มีค่า tensile Strength ไม่ต่ํากว่า 45 Psi
    -มีค่า Elongation ไม่ต่ํากว่า 300%
    ๔.๒.๒.๒ วัสดุ Primer สําหรับโพลียูรีเทน ให้เป็นไปตามข้อกําหนดของผู้ผลิต
    ๔.๓ วิธีการทํางาน
    ๔.๓.๑ ผู้ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารก่อนการดําเนินงานปรับปรุงโครงสร้างสะพานเหล็ก ทางขึ้น-ลง เพิ่มเติม Site ๓ ทางด่วนเฉลิมมหานครดังกล่าว ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นชอบ ดังนี้
    ๑.) แผนการดําเนินงาน คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๒.) แผนงานจัดการจราจรระหว่างการดําเนินงานให้คณะกรรมการพิจารณาอย่างน้อย 5 วัน ทําการและต้องได้รับการเห็นชอบก่อนการเริ่มงาน
    ๓.) รายชื่อผู้เข้าร่วมปฏิบัติงาน และชื่อวิศวกรโยธาพร้อมสําเนาใบประกอบวิชาชีพที่ ไม่หมดอายุ และไม่ถูกเพิกถอน พร้อมหนังสือยินยอมควบคุมงานฯ และรับผิดชอบต่อความเสียหายของงานฯ หรืออื่นใด ที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน
    ๔.) รายงานการสํารวจพื้นที่ความเสียหายเต็มพร้อมจัดทําภาพถ่าย (ภาพสี) ทุกบริเวณที่มี การปรับปรุงฯ และรายงานสํารวจคุณภาพอากาศภายในพื้นที่ปฏิบัติงานแต่ละตําแหน่งเพื่อเป็นข้อมูลในการ วางแผนปฏิบัติงาน
    ๕.) จัดทํารายงานขั้นตอนการทํางาน (Method Statement) อย่างละเอียด ให้สอดคล้อง
    กับข้อกําหนดของงานเพื่อใช้เป็นแนวทางในการควบคุมงาน
    ある
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท.ฝยร.
    ประธาบนกรรมการ
    5.) รายการวัสดุทุกชนิดที่ใช้ในงานฯ
    นายสุรัตน์ ภักดี
    ท.บส. กบท. ผอ.ปร
    กรรมการ
    ..
    inf
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกท.ฝดจ
    กรรมการ
    นายอิศราพงษ์ ชานทอง
    วศ.5 กบท.ฝพธ.
    กรรมการ
    นาย วรณ ทองพรม
    วศ.๖ กนท.ฝน7
    กรรมการและเลขานุการ
    D
    ๑๗ มี.ค. ๒๕๖๔
    ๗.) รายการเครื่องจักร และอุปกรณ์
    ๗.

    ๔.) ป้ายข้อมูลแนะนําโครงการ ณ จุดเริ่มต้นงานจํานวน ๒ ป้าย ติดตั้งป้ายเตือนก่อสร้าง จํานวน ๒ ป้าย ก่อนถึงจุดก่อสร้าง ๕๐๐ เมตร และหากพื้นที่บริเวณใดจําเป็นต้องมีการปิดช่องจราจรตลอด ๒๔ ชั่วโมง ให้จัดทําป้ายจัดแบ่งช่องจราจร ทุกระยะ 5 เมตร และจะต้องมีไฟวับวาบตลอด ๒๔ ชั่วโมง พร้อม แผ่นพับประชาสัมพันธ์ผู้ใช้ทางให้ทราบข้อมูลการปิดช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน หรือ
    ป้ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและผู้ควบคุมงาน
    ๔.) ผู้รับจ้างจะต้องทําการติดตั้งป้ายเตือนเขตก่อสร้างที่ระยะ ๑,๐๐๐,๕๐๐, ๓๐๐ และ ๑๐๐ เมตร ก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้าง ที่บริเวณกําแพงกันตกทั้งนี้ตําแหน่งติดตั้งป้ายเตือน ให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพ พื้นที่ก่อสร้าง โดยเป็นดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานพิจารณาความเหมาะสมตามสภาพพื้นที่ทํางาน และจุดเริ่มต้นการเบี่ยง จราจรให้ใช้แบริเออร์พลาสติกในการเริ่มต้นเบี่ยงจราจรเป็นระยะอย่างน้อย ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร ตามวิธีการปฏิบัติงาน การวางกรวยยาง ป้าย สัญญาณไฟวับวาบบนทางพิเศษ และมาตรฐานการปฏิบัติงานบนทางพิเศษ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องมีรถ คุ้มกันขนาดรถไม่น้อยกว่า 6 ล้อ ที่มีไฟสัญญาณจราจรวับวาบ ทุกครั้งในการขึ้นปฏิบัติงานบนทางพิเศษ
    ๔.๓.๒ ผู้รับจ้างจะต้องสํารวจและเก็บข้อมูลลักษณะทางกายภาพของโครงข้อแข็งและรอยต่อชิ้นส่วน แบบใช้สลักเกลียวยึด และ ตําแหน่งของรอยต่อของโครงข้อแข็งที่จะทําการยาแนว ส่วนโครงสร้างภายในให้ใช้ ช่องสําหรับการบํารุงรักษา (Service Manhole) บริเวณต่างๆ ในโครงสร้างในการเข้าถึง พร้อมทั้งจัดทํา รายงานแสดงตําแหน่ง พร้อมทั้งสํารวจคุณภาพอากาศภายในโครงสร้างและลักษณะกายภาพภายใน
    จุดเข้าถึงพื้นที่เสนอคณะกรรมตรวจรับพัสดุพิจารณา
    ๔.๓.๓ ผู้รับจ้างจะต้องทําการระบายน้ําและกําจัดสิ่งสกปรกอื่นๆ ภายในโครงข้อแข็งของโครงสร้างใน ส่วนที่มีน้ําขังหรือความเสียหายออกทั้งหมด โดยการดําเนินงานต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้ทาง
    ๔.๓.๔ ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศในที่อับอากาศ ก่อนให้เข้าไปทํางานและในระหว่างที่ทํางานในที่อับอากาศ
    ๔.๓.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานและการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทํางานอัน
    อากาศและแผนช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และปิดประกาศหรือแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์
    อักษร
    ๔.๓.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล อุปกรณ์ช่วยเหลือ และ ช่วยชีวิตที่เหมาะสมกับลักษณะงานตามมาตรฐานที่กําหนดตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย สวมใส่หรือใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ช่วยเหลือและช่วยชีวิตนั้น
    และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทํางานในที่อับอากาศและผู้ช่วยเหลือ
    ๔.๓.๗ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทํางานในที่อับอากาศแก่ผู้ปฏิบัติงานทุก คนที่ทํางานในที่อับอากาศรวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความรู้ความเข้าใจในทักษะที่จําเป็นในการทํางานอย่าง ปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมทั้งวิธีการและขั้นตอนในการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
    ๔.๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องทําเตรียมพื้นผิวและทาสีตามข้อกําหนด
    ๔.๓.๔.๑ กรณีระบบสีรองพื้นประเภทอีพ็อกซี่และสีทับหน้าโพลียูรีเทน
    ๑.) การเตรียมพื้นผิวสําหรับงานสีรองพื้นประเภทอีพ็อกซี่และสีทับหน้าโพลียูรีเทน
    ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดพื้นผิวและกําจัดสนิมออกจนหมดตามมาตรฐานแนะนําโดยผู้ผลิตหรือดีกว่า โดย ทําสะอาดให้สิ่งสกปรกอื่นๆ มาตรฐาน SSPC-SP2 หรือเทียบเท่าเป็นอย่างน้อยและกรณีพื้นผิวเดิมเป็นสนิม จะต้องขัดสนิมเดิมจนหมดตลอดจนตามมุมแคบ ๆ ก่อนจะทาสีรองพื้น และรีบทาสีก่อนที่เหล็กจะขึ้นสนิม
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท.ฝนร.
    ประธานนกรรมการ
    ……
    นายสุรัตน์ ภักดี
    ท.บส. กบท. ผอ.ร.
    กรรมการ
    sofi
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ห.กภ. กกท.ฝดจ
    กรรมการ
    ILLINI PI
    นายอิศราพงษ์ ยานทอง
    วศ.๖ กบท.ฝพธ.
    กรรมการ
    Rh
    นายคํารณ ทองพรม
    วศ.5 กบท. บร
    กรรมการและเลขานุการ
    ๑ ๗ มี.ค. ๒๕๖๙
    ๒.) พื้นผิวเหล็กที่ได้รับการเตรียมพื้นผิวจะต้องได้รับการทาหรือพ่นสีรองพื้น ประเภทอีพ็อกซี่ให้ได้ความหนาเมื่อแห้ง (Dry Film Thickness) ไม่น้อยกว่า ๗๕ ไมครอน และให้ทาหรือพ่นสี ทับหน้าโพลียูรีเทน ประเภทป้องกันสนิม ให้ได้ความหนาเมื่อแห้ง (Dry Film Thickness) ไม่น้อยกว่า ๒๕ ไมครอนต่อชั้น โดยการทาหรือพ่นรวม ๒ ครั้ง ให้ได้ความหนาสีเมื่อแห้งไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ไมครอน
    ตามกรรมวิธีและการแนะนําของผู้ผลิตสี
    ๓.) ผู้รับจ้างจะต้องทําการวัดความหนาสีเดิมก่อนและหลังจากทาสี ผู้รับจ้างจะต้องทําการวัดความหนาของแต่ละขั้นเมื่อแห้ง (Dry Film Thickness) เพื่อตรวจสอบความหนาสี โดยรวม และทดสอบความสามารถในการยึดเกาะของระบบสี เป็นค่าอ้างอิงเพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ
    ๔.) ฟิล์มสีหลังจากทาหรือเคลือบเสร็จจะต้องเรียบเนียนสวยงาม ไม่มีฟองอากาศ
    รูเข็ม รอยย่น ไม่เป็นคลื่นหรือย่น และต้องแห้งสนิท
    ๕.) การผสมสีให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดของข้อมูลวิชาการของสีหรือคําแนะนําของผู้ผลิต
    กรณีที่ผู้รับจ้างจะต้องผสมทินเนอร์หรือสารละลายเพื่อเจือจางความเข้มข้นของ
    สี หรือวัสดุป้องกันสนิมให้ได้คุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกรรมวิธีของผู้ผลิต หากมี การเปลี่ยนแปลงอัตราส่วน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนการ
    นําเนินการ
    การทาสี ให้ใช้สีที่ระบุไว้ในรายการที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุ ห้ามนําสีชนิดอื่นมาใช้ผสมอย่างเด็ดขาด ผู้รับจ้างจะต้องนําส่งใบสั่งซื้อวัสดุสีและใบส่งของจากบริษัท เจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือ ผู้ผลิตสีให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ทราบทุกครั้ง และทุกครั้งที่จะนําสีเข้ามาใน สถานที่ก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องแจ้งผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างให้ทราบทุกครั้ง สีทุกกระป๋องจะต้องนํามาเปิด ณ
    สถานที่ก่อสร้าง กระป๋องสีที่ใช้แล้วก่อนนําออกจากสถานที่ก่อสร้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบเช่นกัน
    ทั้งนี้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุสามารถกําหนดมาตรการป้องกันและตรวจสอบต่างๆ ตามที่
    เห็นสมควร
    ๔.๓.๘.๒ ผู้รับจ้างจะต้องใช้ช่างฝีมือดี มีความชํานาญ อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาด เป็นไปตาม มาตรฐาน ส่วนโครงสร้างใดที่ได้ทําการทาสีไปแล้วหากผู้ควบคุมงานเห็นว่าต้องมีการซ่อมแซมแก้ไขหรือเปรอะ เปื้อน ผู้รับจ้างจะต้องตกแต่งผิวส่วนนั้นและทาสีใหม่ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    ๔.๓.๘.๓
    กรณีฝนตกหรือมีความชื้นสัมพัทธ์ตั้งแต่ ๘๕% ขึ้นไป ห้ามปฏิบัติงาน เพื่อคุณภาพ
    ของานที่ดีและก่อนทาสีอุณหภูมิของพื้นผิวจะต้องสูงกว่าจุด dew point
    ๔.๓.๔.๔ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาเครื่องมือวัดความหนาของสีและเครื่องมือวัดความชื้นสัมพัทธ์ พร้อมทั้งมีการปรับเทียบเครื่องมือวัดเป็นเวลาไม่เกิน ๑ เดือน เพื่อใช้สําหรับตรวจสอบและควบคุมการ
    ปฏิบัติงานทุกครั้ง
    ๔.๓.๘.๕ คณะกรรมการฯ มีสิทธิ์ให้ผู้รับจ้างสุ่มทําการทดสอบคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนด หากพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไม่ได้คุณภาพตามที่ระบุ หรือการเคลือบผิวไม่ได้คุณภาพ คณะกรรมการฯ สงวนสิทธิ ในการระงับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพนั้นหรือไม่ยอมรับการเคลือบผิวนั้น และผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ
    แก้ไขให้ได้คุณภาพตามที่กําหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น
    44
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท.ฝบร
    ประธานปกรรมการ
    นายสุรัตน์ ภักดี ห.บส. กบท. ผอ.ฝus.
    กรรมการ
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ท.กภ. กกก.ฝาง
    นายอิศราพงษ์ พานทอง วศ.๖ กบท.ฝพธ.
    บายค่ารณ ทองพรม
    กรรมการ
    กรรมการ
    วศ.๖ กบท.ฝบร
    กรรมการและเลขานุการ
    ๑๗ มี.ค. ๒๕๕๙
    ๔.๓.๔.๖ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบคุณภาพที่เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์และจะต้องจัด ให้มีผู้ตรวจสอบคุณภาพ (Quality Inspectors) โดยผู้ตรวจสอบคุณภาพอย่างน้อยหนึ่งคนจะต้องผ่านการ อบรมจากสถาบัน NACE หรือ SGS หรือเทียบเท่า เพื่อทําการตรวจสอบทุกขั้นตอนของการทํางานโดยละเอียด ประจําสถานที่
    ๔.๓.๔.๗ ผู้ตรวจสอบจะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการตรวจสอบการเคลือบสี/วัสดุป้องกัน สนิมของโครงสร้างเหล็กเป็นอย่างดี โดยผู้รับจ้างต้องเสนอชื่อคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบคุณภาพที่ได้รับการ มอบหมายจากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ ให้คณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ ผู้ตรวจสอบคุณภาพมีหน้าที่ทําการตรวจสอบความเรียบร้อยของการดําเนินการ พร้อมจัดทํารายงานให้
    คณะกรรการฯ
    ๔.๓.๙ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการยาแนวเพื่อป้องกันน้ํารั่วซึมเข้าสู่ภายในโครงสร้างโครงข้อ แข็ง โดยใช้วัสดุตามข้อ ๔.๒.๒ บริเวณขอบของ Plate หรือบริเวณอื่นที่มีช่องว่างของรอยต่อที่น้ําสามารถซึม ผ่านเข้าสู่ภายในโครงสร้างโครงข้อแข็งได้ โดยวิธีการเตรียมผิวก่อนทําการยาแนวรอยต่อให้เป็นไปตาม ข้อกําหนดของผู้ผลิตและเมื่อทําการยาแนวแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําการสุ่มทดสอบการป้องกันการรั่วซึม
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ระยะเวลาส่งมอบงานภายใน ๓๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญาโดยกําหนดให้ผู้รับจ้างส่งมอบงาน แบ่งออกเป็น ๓ งวด
    งวดที่ ๑ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ ๓๕ ของงานตามสัญญา งวดที่ ๒ เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จสะสมร้อยละ ๖๕ ของงานตามสัญญา
    งวดสุดท้าย เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา รวมทั้งการทําสถานที่ก่อสร้างให้
    สะอาดเรียบร้อยตามกําหนด
    ทั้งนี้ในการส่งมอบงานแต่ละงวดผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ Presentation
    ที่แสดงให้เห็นผลการปฏิบัติงานทั้งหมดของงวดนั้นๆ ประกอบด้วยรูปถ่ายที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและอุปสรรคทั้งหมดและในการส่งมอบ งานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องทํารายงานสุดท้าย (Final Report) ซึ่งประกอบด้วยรูปถ่ายที่แสดงให้เห็น ความก้าวหน้าของงาน วิธีการทํางาน ระยะเวลา มูลค่างาน ผลการทดสอบวัสดุ ปัญหาและอุปสรรคทั้งหมด รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๓ เล่ม (ภาพสี) พร้อมไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Document) ในรูปแบบ QR Code (Quick Response Code) หรือเทียบเท่า รวมถึงภาพประกอบเคลื่อนไหวหรือวิดีโอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกระบวนการติดตั้งและรายละเอียดของงานได้อย่างครบถ้วน พร้อมแนบแฟลชไดร์ฟ
    (Flash Drives) จํานวน ๓ ชุด ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาพร้อมกับการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
  1. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    พิจารณาจากเกณฑ์ราคา
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    ๒๑,๕๐๐,๐๐๐.- บาท (ยี่สิบเอ็ดล้านสี่แสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    44
    นายจารุพงศ์ จิตรประเทศน A.กบท.ฝY. ประธานกรรมการ
    นายสุวัฒน์ ภักดี
    MOUS. NUS, NONUS.
    ควรกาง
    นายกิตติคุณ รอส ห.ทท.-mon.des
    กรรมการ
    นายอิศราพงษ์ วารายง ข.๖ กบ ทร
    กรรมการ
    Q
    นาย า ณ หองพรม
    S UM UT
    กรรมการ และ 31นการ
    ๑๗ มี.ค. ๒๕๖g
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    กทพ. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานที่ได้ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จตาม
    สัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยจะแบ่งการจ่ายเงินเป็น ๓ งวด
    ดังนี้
    งวดที่ ๑ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จร้อยละ ๓๕ ของงานตามสัญญา
    งวดที่ ๒ เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานแล้วเสร็จสะสมร้อย ละ ๖๕ ของงานตามสัญญา
    งวดสุดท้าย จะจ่ายค่างานในส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมด ตามสัญญา พร้อมกับการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
    อนึ่ง ค่าใช้จ่ายในการทดสอบวัสดุหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้นอันเกิดมาจากการดําเนินงานในครั้งนี้ ให้ อยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    ๔. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในที่กําหนดไว้ในสัญญาจะต้องชําระค่าปรับเป็น จํานวน
    เงินร้อยละ ๐.๒๕ ของวงเงินตามสัญญาต่อวัน
    ๑๐. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    เมื่องานแล้วเสร็จสมบูรณ์และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ในกรณีที่มี การบอกเลิกสัญญา หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากงานจ้างนี้ภายในกําหนด ๒ (สอง) ปีนับถัด จากวันที่ได้รับมอบงาน ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจาก
    การใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อยหรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชาการ ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทําการแก้ไขให้เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างบิดพลิ้วไม่ กระทําการดังกล่าวภายในกําหนด ๗ (เจ็ด) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทําการแก้ไข ให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทํางานนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น
    โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นซึ่งหมายรวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามสัญญาที่ระบุในรายการ
    ละเอียดทั่วไป ข้อ ๔.๑.๑๙ ด้วย
    ๑๑.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    ๑๑.๑
    บุคลากรหลักของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงาน จําเป็นต้องผ่านการอบรมความปลอดภัยการทํางาน
    กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ (จป.วิชาชีพ) ของผู้ว่าจ้าง
    ๑๑.๒ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการ ทํางาน และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทํางานนั้น และต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความ ปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับเหมาของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
    นายจารุพงศ์ จิตรประเวศน์
    ผอ.กบท. บร.
    ประธานนกรรมการ
    นายสุรัตน์ ภักดี ท.บส. กบท, ผอ. ฝบร
    กรรมการ
    นายกิตติคุณ รอดสกุล ห.กภ. กกท.ฝกจ
    บายอิศราพงษ์ ขานทอง วศ.๖ กบท.ฝพธ.
    กรรมการ
    กรรมการ
    RA
    นาย ารณ ทองพรม
    วศ.๖ กบท.ฝบร
    กรรมการและเลขานุการ
    ๑๗ มี.ค. ๒๕๖๙