จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในภารกิจของบริษัท และรับ-ส่ง พนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จำนวน 3 คัน ระยะเวลา 2 ปี

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 69049226563
฿6,449,880 ปีงบ 2569 ประกาศ 22 ก.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) มีความประสงค์จัดจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ จำนวน 3 คัน เพื่อใช้ในกิจการและรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 2 ปี (24 เดือน) เพื่อทดแทนสัญญาเดิมที่กำลังจะสิ้นสุดลง

ขอบเขตงานประกอบด้วยการจัดหารถตู้ปรับอากาศ (ที่นั่งไม่น้อยกว่า 11 ที่นั่ง) พร้อมพนักงานขับรถที่มีความชำนาญและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดยรถที่นำมาให้บริการต้องมีสภาพดี ติดตั้งระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น กล้องบันทึกเหตุการณ์, ระบบติดตาม GPS, และอุปกรณ์ฉุกเฉินตามมาตรฐานที่กำหนด รวมถึงต้องสามารถเข้า-ออกพื้นที่ Airside ของท่าอากาศยานภูเก็ตได้

ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง (มีสูตรการปรับราคาตามราคาน้ำมัน) และค่าจ้างพนักงานขับรถ โดยต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด การประเมินผลงานจะพิจารณาจากราคาเป็นหลัก โดยมีการกำหนดค่าปรับที่ชัดเจนในกรณีที่รถไม่พร้อมให้บริการ ล่าช้า หรือพนักงานขับรถปฏิบัติผิดระเบียบ ผู้ที่สนใจต้องยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนการลงนามในสัญญา

English summary

Aeronautical Radio of Thailand Ltd. (AEROTHAI) is seeking bids for a 2-year (24-month) contract to provide 3 air-conditioned vans for official use and staff transportation at Phuket Air Traffic Control Center. The scope includes providing vehicles (minimum 11 seats), qualified drivers, and fuel. Vehicles must meet strict safety standards, including GPS tracking, dashcams, and emergency equipment, and must be authorized for Airside access at Phuket International Airport. The contract includes provisions for fuel price adjustments and performance-based penalties. Bidders must pass a vehicle inspection before contract signing.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้บริการรถตู้ปรับอากาศสำหรับใช้ในกิจการของบริษัท
  • เพื่อให้บริการรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต
  • เพื่อให้การดำเนินงานด้านการขนส่งของ บวท. เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

  • จัดหารถตู้ปรับอากาศ จำนวน 3 คัน พร้อมพนักงานขับรถและเชื้อเพลิง
  • ให้บริการตามตารางเวลาที่กำหนด (คันที่ 1: ทุกวัน, คันที่ 2: 24 ชั่วโมงทุกวัน, คันที่ 3: เฉพาะวันทำการ)
  • จัดทำบัตรอนุญาตผ่านเข้า-ออกพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ตและพื้นที่ Airside
  • ดูแลบำรุงรักษารถให้มีสภาพพร้อมใช้งานตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • จัดทำแผนการทำงานภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา
  • ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • บริการรถตู้ปรับอากาศพร้อมพนักงานขับรถตามเงื่อนไขเวลาที่กำหนด
  • รายงานการปฏิบัติงานรายเดือนเพื่อใช้ประกอบการเบิกจ่าย
  • แผนการทำงาน (ภายใน 30 วันหลังลงนาม)
  • แผนการใช้พัสดุผลิตในประเทศ (ภายใน 60 วันหลังลงนาม)
  • กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาการจ้าง 2 ปี (24 เดือน) โดยเริ่มนับจากวันที่ระบุในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว และไม่มีกรรมการหรือพนักงาน บวท. เป็นผู้มีอำนาจหรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่
  • Standards Compliance: รถต้องผ่านการตรวจสภาพตามมาตรฐานที่ บวท. กำหนด และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้ครอบครองรถ (หรือสัญญาลิสซิ่ง) และรถต้องจดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 4 ปี
  • Personnel: พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่ถูกต้อง, มีประวัติอาชญากรรมผ่านเกณฑ์ที่กำหนด, และต้องแต่งกายสุภาพตามระเบียบ

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา (Price-based)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • รถตู้ขนาดไม่น้อยกว่า 11 ที่นั่ง (รวมคนขับ)
  • เชื้อเพลิงเบนซินหรือดีเซล
  • ติดตั้งกล้องบันทึกเหตุการณ์ (หน้า-หลัง) บันทึกได้ไม่น้อยกว่า 24 ชม.
  • ติดตั้งระบบติดตามรถ GPS
  • มีอุปกรณ์ความปลอดภัย: ค้อนทุบกระจก, ที่ตัดสายเข็มขัด, ถังดับเพลิง 2.5 ปอนด์ 2 ถัง
  • ยางเรเดียลไม่มียางใน (Tubeless)
  • ติดสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์และหมายเลขพื้นที่ Airside ตามที่กำหนด

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินเป็นรายงวด (รายเดือน) รวม 24 งวด
  • มีสูตรการปรับราคาค่าจ้างตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (ปรับได้ครั้งเดียวตลอดสัญญา)
  • ค่าปรับกรณีผิดสัญญา: เช่น ไม่นำรถมาให้บริการ (ปรับ 2 เท่าของค่าจ้างรายวัน), ล่าช้าเกิน 15 นาที (ปรับเป็นรายชั่วโมง), พนักงานขับรถไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ (ปรับ 2 เท่า)
  • สัญญาจ้างช่วงต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง (ค่าปรับ 10% ของวงเงินจ้างช่วง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หากราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลง ผู้รับจ้างสามารถขอปรับราคาได้หรือไม่? A: ได้ โดยมีสูตรคำนวณและปรับได้เพียง 1 ครั้งตลอดอายุสัญญา
  • Q: รถที่นำมาให้บริการต้องมีอายุการใช้งานเท่าใด? A: ต้องเป็นรถป้ายแดงหรือจดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน 4 ปีนับถึงวันยื่นข้อเสนอ
  • Q: พนักงานขับรถต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? A: ต้องมีใบขับขี่ถูกต้อง, ผ่านการตรวจประวัติอาชญากรรม, และแต่งกายสุภาพตามระเบียบ
  • Q: หากพนักงานขับรถไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ ต้องทำอย่างไร? A: ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 วันทำการและได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างก่อน
  • Q: รถตู้ต้องติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยอะไรบ้าง? A: กล้องบันทึกเหตุการณ์, GPS, ค้อนทุบกระจก, ที่ตัดสายเข็มขัด และถังดับเพลิง
  • Q: การจ่ายเงินค่าจ้างคิดอย่างไร? A: จ่ายเป็นรายเดือนตามจำนวนวันที่ปฏิบัติงานจริง
  • Q: ผู้รับจ้างต้องทำบัตรผ่านเข้า-ออกพื้นที่ Airside หรือไม่? A: ใช่ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
  • Q: หากรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุระหว่างสัญญาต้องทำอย่างไร? A: ผู้รับจ้างต้องจัดหารถคันอื่นที่มีสภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาทดแทนทันที
  • Q: มีการกำหนดระยะทางวิ่งต่อเดือนหรือไม่? A: มีกำหนดระยะทางเฉลี่ยต่อเดือน หากเกินกว่าที่กำหนดผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าน้ำมันส่วนเกินให้
  • Q: ผู้ว่าจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่หากไม่จำเป็นต้องใช้รถแล้ว? A: ได้ โดยต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 6 เดือน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (TOR)
งานจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน
ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้าง
๒ ปี (๒๔ เดือน)
๑. ความเป็นมา

บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) มีความประสงค์ที่จะดําเนินการ จัดจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบิน ภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้าง ๒ ปี (๒๔ เดือน) เนื่องจากสัญญาเดิม (สัญญาจ้างเลขที่ กพ.บท.จ. ๐๐๔๗/๒๕๖๗ ทําเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) ครบกําหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 9 มีนาคม ๒๕๖๙ จึงจําเป็นต้องจัดหาผู้รับจ้างรายใหม่เพื่อดําเนินการต่อไป

๒. วัตถุประสงค์
เพื่อให้บริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุม
การบินภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้างต่อเนื่อง ๒ ปี (๒๔ เดือน)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
๓.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในแบบเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ของคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หรือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนด
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่มีกรรมการหรือพนักงาน บวท. เป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคล เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจํากัดหรือบริษัทจํากัดมหาชน
หรือเป็นที่ปรึกษาของกิจการนั้น
๓.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือเป็นผู้ครอบครองรถ (กรณีผ่อนชําระกับ สถาบันการเงิน) ตามปรากฏในคู่มือจดทะเบียนรถ หรือเป็นผู้เช่ารถตามสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแบบลิสซิ่ง ที่มีระยะเวลาการเช่าเกินกว่าระยะเวลาการว่าจ้างนับแต่วันเสนอราคา กรณีผู้ยื่นข้อเสนอจะนํารถป้ายแดง
มาให้บริการต้องเป็นบุคคลเดียวกันกับผู้จองรถตามหลักฐานใบจองรถหรือหนังสือยืนยันการจองรถจาก
ตัวแทนจําหน่ายที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ รถที่นํามาให้บริการต้องเป็นรถป้ายแดงหรือเป็นรถที่จดทะเบียน มาแล้วไม่เกิน ๔ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
๔. รายละเอียดการให้บริการ

  • รายละเอียดตามเอกสารแนบ
    ๒/๕. กําหนด…
    ет
    On
  • ๒ -
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
  • ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการเป็นระยะเวลาการจ้าง ๒ ปี (๒๔ เดือน) โดยส่งมอบงานเป็นรายเดือน
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    เกณฑ์ราคา
    ๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
  • บวท. ได้รับงบประมาณดําเนินการประจําปี ๒๕๖๙ เป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๖,๔๔๙,๘๘๐ บาท (หกล้านสี่แสนสี่หมื่นเก้าพันแปดร้อยแปดสิบบาทถ้วน) โดยมีรายการจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ ดังนี้
  • คันที่ ๑ ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างเวลา ๐๕.๓๐ - ๑๙.๓๐ น. เป็นเงินวันละ ๓,๑๑๐ บาท (สามพันหนึ่งร้อยสิบบาทถ้วน) จํานวน ๗๓๑ วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๒๗๓,๔๐๐ บาท (สองล้านสองแสนเจ็ดหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบบาทถ้วน)
    คันที่ ๒ ให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เป็นเงินวันละ ๓,๘๗๐ บาท (สามพันแปดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) จํานวน ๗๓๑ วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๒,๘๒๘,๙๗๐ บาท (สองล้านแปดแสนสองหมื่นแปดพันเก้าร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน)
  • คันที่ ๓ ให้บริการเฉพาะวันทําการ ระหว่างเวลา ๐๖.๓๐ - ๑๙.๓๐ น. เป็นเงินวันละ ๒,๗๕๐ บาท (สองพันเจ็ดร้อยห้าสิบบาทถ้วน) จํานวน ๔๙๐ วัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๓๔๗,๕๐๐ บาท (หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)
  1. งวดงานและการจ่ายเงิน

ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายงวดงวดละ ๑ เดือน จํานวน ๒๔ งวด โดยผู้ว่าจ้าง จะจ่ายให้กับผู้รับจ้างเดือนละครั้งภายในเดือนถัดไป ตามจํานวนที่ผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานจริง
๙. อัตราค่าปรับ
๔.๑ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่นํารถตู้ปรับอากาศมาให้บริการทั้งวันหรือมาแต่ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ให้ครบถ้วนตามเวลาที่กําหนดด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับในอัตรา ๒ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
๔.๒ ในกรณีที่ผู้รับจ้างนํารถตู้ปรับอากาศมาให้บริการล่าช้ากว่ากําหนดเวลาที่กําหนดในแต่ละวัน เกินกว่า ๑๕ นาที ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับเป็นชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ ๒ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงต่อกัน เศษของชั่วโมงคิดเป็น ๑ ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ล่าช้าเกินกว่า 5 ชั่วโมง ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับตามข้อ ๔.๑
๓๔.๓…
A

  • 6
    ๔.๓ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถให้บริการรถ เข้า-ออก บริเวณพื้นที่ Airside ของ
    ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับตามข้อ ๔.๑
    ๔.๔ ในกรณีที่พนักงานขับรถของผู้รับจ้างไม่พร้อมปฏิบัติหน้าที่ สาเหตุจากการเมาสุราหรือ เสพสิ่งเสพติดอื่นก่อนหรือขณะปฏิบัติหน้าที่ หรือขับขี่รถด้วยความประมาทจนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ตามรายละเอียด การให้บริการ (เอกสารแนบ) ข้อ ๓.๒.๓ ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับในอัตรา ๒ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
    ๔.๕ ในกรณีที่พนักงานขับรถตามที่ผู้รับจ้างส่งมาปฏิบัติหน้าที่ตามหลักฐานแนบท้ายสัญญา ไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ แต่จะจัดพนักงานขับรถคนอื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน ให้ผู้รับจ้างแจ้งเป็นลายลักษณ์ อักษรแก่ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทําการ เมื่อได้รับพิจารณาจากผู้ว่าจ้างแล้วจึงดําเนินการ ต่อไปได้ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามนัยดังกล่าวให้ถือว่าเป็นการผิดสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับเป็น รายวันในอัตราวันละ ๑ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
    ๔.๖ ในกรณีที่พนักงานขับรถของผู้รับจ้างปฏิบัติผิดเงื่อนไขเกี่ยวกับการสวมใส่เครื่องแบบ ตามเอกสารแนบข้อ ๓.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราวันละ ๑ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน ๔.๗ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถนํารถป้ายแดงมาให้บริการตามใบจองรถที่ได้ยื่นไว้ ในการเสนอราคาได้ทันวันเริ่มให้บริการตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องจัดหารถตู้ปรับอากาศมาให้บริการแทน และต้องชําระค่าปรับในอัตรา ๑ เท่าของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
    ๔.๘ ในกรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือระเบียบใด ๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ ผู้ว่าจ้างไม่อาจใช้รถได้ตามความประสงค์ ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับตามข้อ ๔.๒
    ๔.๙ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่นํารถป้ายแดงที่นํามาให้บริการไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่ง ทางบกภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันแรกที่นํารถมาให้บริการ ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับในอัตรา ๑ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
    ๔.๑๐ ในกรณีที่ผู้รับจ้างนํารถตู้ที่จดทะเบียนมาแล้วเกิน ๔ ปี มาให้บริการ ผู้รับจ้างต้อง
    ชําระค่าปรับ ในอัตรา ๑ เท่า ของอัตราค่าจ้างรายวันต่อคัน
    ๔.๑๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต จากผู้ว่าจ้าง จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินจ้างช่วงนั้น
    ๑๐. แผนการทํางาน
    คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ บวท. ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา ทั้งนี้ แผนการทํางานให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
    ๑๑.
    เงื่อนไขอื่นๆ ตามยืนราคา
    ผู้เสนอราคาต้องยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน
    เอกสารแนบ…
    C
    M
    เงื่อนไขและรายละเอียดประกอบ
    งานจ้างบริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้าง ๒ ปี (๒๔ เดือน)
    บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) มีความประสงค์จะดําเนินการจัดจ้าง บริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้าง ๒ ปี (๒๔ เดือน) โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขและข้อกําหนด ดังนี้
    ขอบเขตงาน
  • ผู้รับจ้างต้องให้บริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่งพนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต จํานวน ๓ คัน ระยะเวลาการจ้างต่อเนื่อง ๒ ปี (๒๔ เดือน) โดยผู้รับจ้างมีหน้าที่ จัดหารถตู้ปรับอากาศ จํานวน ๓ คัน พร้อมพนักงานขับรถ และเชื้อเพลิงมาให้บริการแก่ผู้ว่าจ้าง ตาม ขอบเขตของงาน ตลอดจนเงื่อนไขข้อกําหนดและรายละเอียดความต้องการใช้งานที่ผู้ว่าจ้างได้ระบุใน เอกสารนี้ และผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจ้างนี้
    ๒. กําหนดวัน เวลา ระยะทางในการดําเนินการ

    ๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการรถตู้ปรับอากาศ เพื่อใช้ในกิจการของบริษัท และรับ-ส่ง พนักงาน ณ ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต โดยจะต้องจัดหารถตู้ปรับอากาศ จํานวน ๓ คัน พร้อมพนักงาน ขับรถ และเชื้อเพลิงมาให้บริการแก่ผู้ว่าจ้าง เป็นระยะเวลา ๒ ปี โดยมีกําหนดเวลาการให้บริการและ ระยะทางดังนี้
    คันที่ ๑ ให้บริการประจําทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระยะเวลา ๒ ปี (๗๓๑ วัน) ตั้งแต่เวลา ๐๕.๓๐ - ๑๙.๓๐ น. กําหนดระยะทางวิ่งประมาณ ๖,๕๐๐ กิโลเมตรต่อเดือน
    คันที่ ๒ ให้บริการ ๒๔ ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระยะเวลา

๒ ปี (๗๓๑ วัน) กําหนดระยะทางวิ่งประมาณ ๗,๕๐๐ กิโลเมตรต่อเดือน

คันที่ ๓ ให้บริการเฉพาะวันทําการ ระยะเวลา ๒ ปี (๔๙๐ วัน) ตั้งแต่เวลา ๐๖.๓๐ - ๑๙.๓๐ น.
กําหนดระยะทางวิ่งประมาณ ๔,๕๐๐ กิโลเมตรต่อเดือน
๒.๒ ให้บริการภายในตัวเมืองภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงโดยรอบตามคําสั่งของ ผู้อํานวยการศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต
๒.๓ ผู้ว่าจ้างสามารถเรียกใช้บริการรถตู้ปรับอากาศ นอกเหนือเวลาให้บริการข้างต้นได้ โดยผู้ว่าจ้างจะชําระเงินค่าล่วงเวลาให้ผู้รับจ้างตามข้อ ๔.๔
етк
๒/๓.หน้าที่…
9.

  • ๒ -
    ๓. หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    ๓.๑
    เกี่ยวกับรถตู้ปรับอากาศ
    ๓.๑.๑

    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหารถตู้ปรับอากาศ จํานวน ๓ คัน มีที่นั่งผู้โดยสารรวมผู้ขับขี่ ไม่น้อยกว่า ๑๑ ที่นั่ง ชนิดเชื้อเพลิงน้ํามันเบนซินหรือน้ํามันดีเซล เท่านั้น มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน และมี คุณภาพตามผู้ว่าจ้างกําหนดตามเอกสารแนบท้ายนี้ และเสียงรบกวนภายในห้องผู้โดยสารจะต้องไม่เกิน มาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด หากรถที่นํามาให้บริการไม่ใช่รถป้ายแดง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหารถตู้ ปรับอากาศที่จดทะเบียนมาแล้วไม่เกิน ๔ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้หากรถตู้ปรับอากาศที่จดทะเบียนมา ครบกําหนด ๔ ปี ในระหว่างอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดหารถตู้ปรับอากาศคันใหม่ที่จดทะเบียนมาแล้ว ไม่เกิน ๔ ปีมาให้บริการตามสัญญา

    ๓.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดให้รถทุกคันมีกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับและมี กรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจประเภทที่ ๑ (ชั้น ๑) ประเภทรถยนต์โดยสารชนิดรถยนต์ใช้เพื่อการ พาณิชย์หรือชนิดรถยนต์ใช้รับจ้างสาธารณะ โดยคุ้มครองอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร รวมผู้ขับขี่และผู้โดยสาร จํานวน ๑๑ คน คนละไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท และค่า รักษาพยาบาลคนละไม่น้อยกว่า ๓๐๐,000 บาท และต้องนําสําเนาทะเบียนรถและกรมธรรม์ประกันภัยของ รถ มามอบให้ผู้ว่าจ้างในวันทําสัญญาเพื่อเป็นหลักฐานแนบท้ายสัญญา
    ทั้งนี้ การประกันภัยดังกล่าวไม่รวมถึงค่าเสียหายอื่นใดอันอาจเกิดขึ้นได้หากพิสูจน์ ทราบได้ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากการกระทําของพนักงานขับรถ ซึ่งค่าเสียหายทั้งปวงเป็นหน้าที่
    ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้
    กรณีที่เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ
    ทุพพลภาพถาวร หรือได้รับบาดเจ็บตามวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องทดรองจ่ายค่าคุ้มครองอุบัติเหตุ ส่วนบุคคลและค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารไปก่อน ทั้งนี้ ในกรณีค่ารักษาพยาบาลสําหรับ ผู้ป่วยใน ผู้รับจ้างต้องชําระเงินให้โรงพยาบาลโดยตรง หรือหากเป็นผู้ป่วยนอกต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ให้แก่ผู้ป่วยภายใน ๓ วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนของผู้ว่าจ้าง
    กรณีที่กรมธรรม์หมดอายุก่อนทําสัญญา โดยผู้ยื่นข้อเสนอได้รับการพิจารณาให้เป็น ผู้รับจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการต่อกรมธรรม์ดังกล่าวให้เรียบร้อยก่อนทําสัญญา หากผิดเงื่อนไข ผู้ว่าจ้างสามารถใช้สิทธิไม่ทําสัญญากับผู้ยื่นข้อเสนอได้ รวมทั้งริบหลักประกันซองของผู้เสนอราคา และลงโทษ เป็นผู้ทิ้งงานต่อไป หรือกรณีที่กรมธรรม์หมดอายุระหว่างสัญญา ผู้รับจ้างต้องไปดําเนินการต่ออายุกรมธรรม์ ให้เรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หากไม่ดําเนินการดังกล่าวผู้ว่าจ้างสามารถใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ รวมทั้งริบหลักประกันสัญญาของผู้รับจ้าง และลงโทษเป็นผู้ทิ้งงานต่อไป
    ๓.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องนํารถตู้ปรับอากาศที่ผ่านการตรวจสภาพจากคณะกรรมการ พิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เรียบร้อยแล้วเท่านั้นมาให้บริการ
    ๓/ในกรณี…
    Chat
    -6-
    ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถนํารถตู้ปรับอากาศคันที่ผ่านการตรวจสภาพ จากคณะกรรมการฯ มาให้บริการได้ หรือผู้รับจ้างไม่สามารถนํารถป้ายแดงมาให้บริการตามใบจองรถที่ได้ ยื่นไว้กับคณะกรรมการฯ ได้ทันวันเริ่มให้บริการตามสัญญา ให้ผู้รับจ้างแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ วัน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสภาพรถที่จะนํามาให้บริการชั่วคราวก่อนนํามาให้บริการ ซึ่งรถคันดังกล่าวต้องมีสภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ส่วนในกรณีอื่น ๆ ไม่สามารถนํารถตู้ปรับอากาศมาเปลี่ยนได้
    เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้อํานวยการศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต
    ทั้งนี้ หากผู้รับจ้างไม่แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้าตามวรรคก่อน ผู้ว่าจ้างจะแจ้งเตือน เป็นลายลักษณ์อักษร และหากยังไม่สามารถนํารถตู้ปรับอากาศคันที่ผ่านการตรวจสภาพรถจาก คณะกรรมการฯ มาให้บริการได้อีก ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้ทันที
    ๓.๒ เกี่ยวกับพนักงานขับรถ
    ๓.๒.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานขับรถที่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ที่ถูกต้องตาม กฎหมาย และต้องจัดหาพนักงานขับรถมีเวลาทํางานไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง/วัน/คน โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหา พนักงานขับรถสําหรับรถตู้ปรับอากาศดังกล่าว จํานวน ๑ คน/วัน เพื่อเป็นไปตามที่กฎหมายแรงงานกําหนด
    ๓.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องนํารูปถ่ายของพนักงานขับรถขนาด ๑-๒ นิ้ว หน้าตรง ไม่สวมแว่นตา จํานวน ๒ รูป พร้อมสําเนาใบอนุญาตขับขี่ สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน และสําเนาผล การตรวจประวัติอาชญากรรม ๒ ชุด มามอบให้ผู้ว่าจ้างในวันทําสัญญา เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานแนบท้ายสัญญา
    ๓.๒.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานขับรถที่มีสภาพร่างกายพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ ไม่เมาสุราหรือเสพสิ่งเสพติดก่อนหรือขณะปฏิบัติหน้าที่ และจะต้องขับขี่รถด้วยความไม่ประมาท
    อันจะทําให้เกิดอุบัติเหตุ
    ๓.๒.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานขับรถแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ซึ่งประกอบด้วย เสื้อเชิ้ตสีสุภาพติดเครื่องหมายป้ายชื่อ และกางเกงขายาวสีสุภาพ สวมรองเท้าหุ้มส้น ไม่สวมรองเท้าแตะ
    ๓.๒.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานขับรถที่มีความชํานาญในเส้นทางการเดินรถ และมีมารยาทในการขับขี่ เช่น ไม่ขับรถเร็ว ไม่ฝ่าฝืนกฎจราจร ไม่เปิดวิทยุหรือโทรทัศน์เสียงดังจนเป็นที่ รบกวนผู้โดยสาร เป็นต้น
    ๓.๒.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานขับรถที่สามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารได้ตามที่ผู้ว่าจ้าง
    กําหนด และมีโทรศัพท์มือถือประจํารถเพื่อความสะดวกในการติดต่อ รวมทั้งต้องมีชุดหูฟังสําหรับ โทรศัพท์มือถือ (Small Talk) เพื่อใช้ในกรณีที่จําเป็นต้องใช้โทรศัพท์ระหว่างขับรถ
    ๓.๒.๗ พนักงานขับรถของผู้รับจ้างต้องลงชื่อเวลาไป-กลับในแบบฟอร์มของผู้ว่าจ้าง
    รวมทั้งเวลาเข้า-ออก โดยมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของผู้ว่าจ้างลงชื่อกํากับทุกวัน โดยให้ถือแบบฟอร์มดังกล่าว
    เป็นหลักฐานในการคํานวณค่าจ้างรายเดือน
    ๔/๓.๒.๘…
    Chat
  • G -
    ๓.๒.๘ ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานขับรถของผู้รับจ้างให้ตรงตาม เวลาและจํานวนเงินที่กําหนดไว้แก่กัน หากผู้ว่าจ้างทราบว่าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าจ้างมีสิทธินําเงินที่
    ผู้ว่าจ้างจ่ายให้ผู้รับจ้างไปจ่ายแก่พนักงานขับรถของผู้รับจ้างแทน และถือว่าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา
    ๓.๒.๙ ผู้รับจ้างต้องทําการอบรมชี้แจงพนักงานขับรถของผู้รับจ้างทราบคําสั่ง
    ระเบียบและข้อบังคับของผู้ว่าจ้างตลอดจนวิธีปฏิบัติต่าง ๆ
    ๓.๒.๑๐ ในกรณีที่พนักงานขับรถของผู้รับจ้างไม่ตั้งใจปฏิบัติงาน ขัดคําสั่งหรือฝ่าฝืน ระเบียบข้อบังคับของผู้ว่าจ้าง แสดงกิริยาไม่สุภาพ กระด้างกระเดื่องต่อผู้ว่าจ้าง เมื่อผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบเป็นหนังสือแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องเรียกพนักงานขับรถผู้นั้นกลับ และจะต้องไม่ส่งมาปฏิบัติงานให้ผู้ว่าจ้างอีก พร้อมทั้งจัดส่งพนักงานขับรถใหม่ที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดมาแทนพนักงานขับรถคนเดิม
    ๓.๒.๑๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาพนักงานขับรถที่สามารถปฏิบัติงานได้ตลอดระยะเวลา
    การให้บริการตามสัญญา และมีความตรงต่อเวลาในขณะปฏิบัติงาน
    ๓.๓ เกี่ยวกับการให้บริการ
    ๓.๓.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการทําบัตรอนุญาตผ่านเข้า-ออกบริเวณ ท่าอากาศยานภูเก็ต และพื้นที่เขตหวงห้ามเฉพาะสําหรับบุคคล และบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่ปฏิบัติการบินในเขตลานจอดสําหรับ รถที่จะนํามาให้บริการและพนักงานขับรถ ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา โดยค่าใช้จ่ายในการ ดําเนินการอยู่ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างต้องจัดให้รถตู้ปรับอากาศมีสัญญาณไฟฉุกเฉิน ก่อนวันลงนามสัญญาเพื่อการเข้า-ออก บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ต
    ๓.๓.๒ ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถให้บริการได้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้อื่น มาแทน โดยผู้ที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของการจ้างครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นผู้รับจ้างเอง ๓.๓.๓ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางจนเป็นเหตุให้พนักงานหรือลูกจ้าง ของผู้ว่าจ้างได้รับอันตราย บาดเจ็บ ทุพพลภาพ ผู้รับจ้างยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามความเป็นจริง หากถึงแก่ชีวิตต้องจ่ายค่าชดเชยให้ทายาทของผู้เสียชีวิตรายละไม่น้อยกว่า 900,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) รวมถึงกรณีที่ผู้รับจ้างจัดหารถอื่นมาแทนด้วย และหากเกิดความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินแก่
    บุคคลภายนอก เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
    ทั้งนี้ ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดเชยดังกล่าวข้างต้น ไม่รวมถึงค่าเสียหายอื่นใด
    อันอาจเกิดขึ้นได้ หากพิสูจน์ทราบว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากการกระทําของพนักงานขับรถ
    ซึ่งค่าเสียหายทั้งปวงเป็นหน้าที่ที่ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้
    ๓.๓.๔ หากผู้รับจ้างนํารถคันที่ไม่ได้ตรวจสภาพมาให้บริการโดยมิได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้าง ทราบล่วงหน้าไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตาม ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้าง

    ๓.๓.๕ ถ้าผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งและผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
    จากผู้ว่าจ้างได้แจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแต่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติภายในเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาทันทีและมีสิทธิยึดหลักประกันได้ โดยที่ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ไม่ได้
    ๕/๔.สิทธิ…
    ст
  • & -
    ๔. สิทธิของผู้ว่าจ้าง
    ๔.๑ การให้บริการรับ-ส่งพนักงาน ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้กําหนดเส้นทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ว่าจ้าง โดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    ๔.๒ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างใช้บริการในกิจการอื่น ๆ ผู้อํานวยการศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอํานาจสั่งการ
    ๔.๓ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างไม่จําเป็นต้องใช้บริการรถตู้ปรับอากาศ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิก สัญญาได้ โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน
    ๔.๔ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินค่าจ้างตามที่ตกลงกัน ตามจํานวนวันที่ใช้บริการจริงของแต่ละเดือน โดยจ่ายภายในเดือนถัดไป
    ๔.๕ ในกรณีที่พนักงานขับรถให้บริการเกินกว่าเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างจะชําระเงินค่าทํางาน ล่วงเวลาให้ในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท
    ๔.๖ ในกรณีครบกําหนดสัญญานี้แล้ว หากผู้ว่าจ้างมีความจําเป็นต้องจ้างผู้รับจ้างให้ปฏิบัติ หน้าที่ตามสัญญาต่อไป ผู้รับจ้างตกลงปฏิบัติตามสัญญาจ้างต่อไปอีกมีกําหนดไม่เกิน ๓ (สาม) เดือนในอัตรา ค่าจ้างและเงื่อนไขเดิม ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ (เจ็ด) วัน ก่อนครบกําหนดสัญญา
    ๕. เงื่อนไขอื่น ๆ
    (หน่วยเป็นบาท)
    ๕.๑ ในกรณีที่ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลง
    ๕.๑.๑ สูตรการคํานวณราคา
    ราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงต่อคันต่อวัน = (E1) x (E2)
    10 (E3)
    E1 = ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น ลดลงจํานวนร้อยละ ๒๐ จากวันเสนอราคา
    E2 = ระยะทางที่รถวิ่งต่อเดือนโดยเฉลี่ยรวมทุกคัน (หน่วยเป็นกิโลเมตร)
    E3 = จํานวนวันภายใน ๑ เดือนโดยเฉลี่ยรวมทุกคัน (หน่วยเป็นวัน) ซึ่งในกรณี
    ทํางานทุกวันคือ ๓๐ วัน และในกรณีทํางานเฉพาะวันทําการคือ ๒๒ วัน
    10 = อัตราสิ้นเปลืองของรถ (กิโลเมตรต่อลิตร)
    ๕.๑.๒ การปรับราคาเชื้อเพลิง
    ๑) กรณีราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นจากวันที่เสนอราคาในอัตราร้อยละ ๒๐ หรือมากกว่าเป็นระยะเวลา ๑ เดือนติดต่อกัน เมื่อผู้รับจ้างแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้ว่าจ้าง พิจารณาปรับราคา ผู้ว่าจ้างจะปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างให้ผู้รับจ้างตามสูตรการคํานวณราคาข้อ ๕.๑.๑
    ๖/โดย…
    ет
    ๆๆ
  • b-
    โดยจะแจ้งการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ผู้รับจ้างมีสิทธิขอปรับ ราคาค่าจ้างดังกล่าวได้ ๑ ครั้ง ตลอดอายุสัญญา
    ๑ ๑
    = 5
    ตัวอย่างเช่น ระยะทางที่รถวิ่งต่อเดือนโดยเฉลี่ย ๑ คัน จํานวน ๒,๕๐๐ กิโลเมตร/เดือน ณ วันเสนอราคาน้ํามันลิตรละ ๓๐ บาท หากราคาน้ํามันปรับตัวสูงขึ้นถึง ลิตรละ ๓๖ บาท (ร้อยละ ๒๐ = 5 บาท) หรือมากกว่าเป็นระยะเวลา ๑ เดือนติดต่อกัน ผู้รับจ้างต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ผู้ว่าจ้าง พิจารณาปรับราคา ผู้ว่าจ้างจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเพิ่มอัตราค่าจ้างอีก ๑๕๐ บาท/วัน
    (คํานวณตามสูตร ๖ x ๓,๕๐๐)
    ๑๐ X mo
    ในกรณีที่ปรับเพิ่มราคาดังกล่าวข้างต้นแล้ว หากราคาเชื้อเพลิงลดลงเท่ากับหรือน้อยกว่าวัน เสนอราคาติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ เดือน ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิที่จะปรับลดราคาอัตราค่าจ้างให้เท่ากับ ราคาที่ตกลงกันในวันทําสัญญา โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งการลดอัตราค่าจ้างให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
    ๒) กรณีราคาเชื้อเพลิงปรับตัวลดลงจากวันที่เสนอราคาในอัตราร้อยละ ๒๐
    หรือน้อยกว่าเป็นระยะเวลา ๑ เดือนติดต่อกัน ผู้ว่าจ้างจะปรับลดอัตราค่าจ้างให้ผู้รับจ้างตามสูตรการ คํานวณราคาข้อ ๕.๑.๑ โดยผู้ว่าจ้างจะแจ้งการปรับลดอัตราค่าจ้างให้ผู้รับจ้างทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิขอปรับลดราคาค่าจ้างดังกล่าวได้ ๑ ครั้งตลอดอายุสัญญา
    ตัวอย่างเช่น ระยะทางที่รถวิ่งต่อเดือนโดยเฉลี่ย ๑ คัน จํานวน ๒,๕๐๐ กิโลเมตร/เดือน ณ วันเสนอราคาน้ํามันลิตรละ ๓๐.-บาท หากราคาน้ํามันปรับตัวลดลงถึงลิตรละ ๒๔.- บาท (ร้อยละ ๒๐ = 5 บาท) หรือน้อยกว่าเป็นระยะเวลา ๑ เดือนติดต่อกัน ผู้ว่าจ้างจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างลดอัตราค่าจ้างลงอีก อีก ๑๕๐.-บาท/วัน
    (คํานวณตามสูตร 5 X ๗,๕๐๐)
    ๑๐ X mo
    ๕.๑.๓ การคํานวณราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงตามข้อ ๕.๑.๒ หากราคาดังกล่าว มีจุดทศนิยมให้ปัดเศษเป็นจํานวนเต็ม และในการนับระยะเวลาเริ่มปรับราคาเชื้อเพลิงนั้น ผู้ว่าจ้าง จะปรับราคาเชื้อเพลิงตั้งแต่วันที่ครบกําหนดระยะเวลา ๑ เดือน
    สัญญา
    ๕.๑.๔ ผู้รับจ้างไม่สามารถเปลี่ยนประเภทของเชื้อเพลิงตามที่เสนอราคาตลอดอายุ
    ๕.๒ ในกรณีที่รถตู้ปรับอากาศ วิ่งระยะทางเกินกว่า ๒,๕๐๐ กิโลเมตรต่อเดือน ผู้ว่าจ้างจะจ่าย ค่าน้ํามันเชื้อเพลิงเฉพาะในส่วนที่เกินให้กับผู้รับจ้างในอัตรากิโลเมตรละ ๓ บาท และจะต้องมีรายละเอียดเหตุผล ในการใช้รถแนบมาด้วยเพื่อทําการเบิกทุกครั้ง โดยค่าจ้างพนักงานขับรถและค่าน้ํามันเชื้อเพลิงอยู่ในความ รับผิดชอบของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ ระยะทางที่เกินกําหนดดังกล่าวไม่สามารถนําไปคํานวณการปรับเพิ่ม/ลด ค่าจ้างตามข้อ ๕.๑ ได้
    ๗/๕.๓…
    етк
  • ๗ -
    ๕.๓ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของการว่าจ้างแรงงานโดยเคร่งครัด เช่น ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา ค่าประกันสังคม และพนักงานขับรถจะต้องมีเวลาพักผ่อนเพียงพอเพื่อความปลอดภัย ในการขับขี่และให้บริการ
    ๕.๔ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อเป็นไปตามข้อกําหนดมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ค่ามาตรฐานไอเสียรถยนต์ ค่ามาตรฐานทางเสียงของเครื่องยนต์ เป็นต้น
  1. การส่งเสริมพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
    ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ และยื่นให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    มาตรฐานคุณภาพรถตู้ปรับอากาศที่ บวท. กําหนด
    ผู้ชนะการการเสนอราคาที่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกและผ่านการพิจารณาในชั้นแรกแล้ว จะต้อง นํารถตู้ปรับอากาศที่จะต้องนํามาให้บริการตามที่ได้ยื่นสําเนาใบคู่มือจดทะเบียนรถตามเอกสารส่วนที่ ๒ มาให้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ตรวจสภาพ โดยรถตู้ดังกล่าวต้องเป็นรถที่จะนํามา ให้บริการแก่ผู้ว่าจ้างตามสัญญาต่อไป ทั้งนี้ รถจะต้องผ่านการตรวจสภาพจากคณะกรรมการพิจารณผล ฯ ก่อนที่ จะมีการลงนามสัญญา กล่าวคือ ถ้าผู้ชนะการเสนอราคาไม่นํารถตู้มาให้คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ ตรวจสภาพ หรือรถที่ผู้ชนะการเสนอราคานํามาให้คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ ตรวจสภาพ ไม่ผ่านการตรวจสภาพ จะไม่รับ การพิจารณาราคาอย่างเด็ดขาด ซึ่งรถตู้ที่จะนํามาให้บริการต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    ๑.
    ชนิดเชื้อเพลิงน้ํามันเบนซิน หรือน้ํามันดีเซล เท่านั้น
    ๒. เครื่องยนต์มีสภาพใช้งานได้ดี ควันท่อไอเสียมีปริมาณคาร์บอนมอนนอกไซด์ไม่เกิน
    มาตรฐานที่กฎหมายกําหนด
    ๓. ที่นั่งพร้อมเบาะมีสภาพดี ไม่ชํารุดเสียหายและครบตามจํานวน (ที่นั่งรวมผู้ขับขี่ไม่น้อยกว่า
    ๑๑ ที่นั่ง) และมีเข็มขัดนิรภัยติดตั้งที่เก้าอี้นั่งเป็นไปตามระเบียบที่กรมการขนส่งทางบกกําหนด
    ๔. ยางรถต้องเป็นยางเรเดียลไม่มียางใน (TUBELESS) และมีอายุการใช้งานมาแล้ว ไม่เกินกว่าร้อยละ ๕๐
    ใช้งาน
    ๕. เครื่องปรับอากาศสภาพดีมีความเย็นและปรับระดับความเย็นได้ และไม่มีเสียงผิดปกติ 5. มีไฟครบทุกตําแหน่งและส่องสว่างทุกดวงไม่ชํารุดเสียหาย
    ๗. มีเครื่องดับเพลิงประจํารถขนาดไม่น้อยกว่า ๒.๕ ปอนด์ จํานวน ๒ ถัง ที่มีสภาพพร้อม
  2. ขณะที่รถขับเคลื่อนต้องไม่มีเสียงดังจากส่วนประกอบต่าง ๆ ของรถรบกวนผู้โดยสาร ๔. ขณะที่รถขับเคลื่อนต้องไม่มีเสียงดังจากระบบส่งกําลังและระบบช่วงล่าง
    ๑๐.
    ระบบห้ามล้ออยู่ในสภาพดีทั้งหมด
    ๑๑. ติดตั้งเครื่องเล่นเพลงพร้อมใช้งาน
    ๑๒. ติดกล้องบันทึกเหตุการณ์ด้านหน้าและด้านหลังประจํารถทุกคัน และสามารถเปิดดู ย้อนหลังได้ ไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง
    ๑๓. ภายในรถตู้ปรับอากาศ จะต้องมีค้อนทุบกระจกรถยนต์ และที่ตัดสายเข็มขัดนิรภัย
    พร้อมใช้งานในกรณีฉุกเฉิน
    ๑๔. ติดตั้งระบบติดตามรถ GPS
    ๑๕. มีอุปกรณ์ไฟฉุกเฉิน ธงตารางหมากรุก ติดสติ๊กเกอร์สีเหลืองดําทั้งสี่มุมของรถ และติด สติ๊กเกอร์หมายเลขพื้นที่ที่ยานพาหนะที่ได้รับอนุญาตให้เข้าปฏิบัติงานภายในพื้นที่ Airside ได้ ที่กระจก
    ด้านหน้ารถ ติดสติ๊กเกอร์ระบุชื่อหน่วยงาน ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต
    Chat
    Ox gm
    ที่ ปก ๒๓๒ /๒๕๖๑
    บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด
    ๖๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
    ประกาศ
    เรื่อง หลักเกณฑ์ในการพิจารณาตรวจประวัติของบุคคลภายนอก
    ในการเข้ามาปฏิบัติงานภายในบริษัทฯ
    ตามที่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จํากัด (บวท.) ได้ประกาศใช้แนวปฏิบัติการ รักษาความปลอดภัยด้านกายภาพ โดยมีกองรักษาความปลอดภัย (รป.ศป.) เป็นหน่วยงานที่กํากับ ดูแล ควบคุมมาตรการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมของบริษัทฯ และมีข้อกําหนดเกี่ยวกับการออกบัตร อนุญาตผ่านเข้า - ออก พื้นที่บริษัทฯ สําหรับบุคคลภายนอก รวมถึงมีหน้าที่ต้องจัดทําบัตรอนุญาตฯ ณ ที่ทําการส่วนกลาง และศูนย์ควบคุมการบินฯ ทั้ง ๙ แห่ง เป็นผู้จัดทําบัตรอนุญาตฯ ณ ที่ทําการ ส่วนภูมิภาค และเพื่อเป็นการตรวจสอบความปลอดภัย คัดกรองบุคคลภายนอกที่จะเข้ามาปฏิบัติงานใน พื้นที่ควบคุม และพื้นที่ควบคุมเฉพาะของบริษัทฯ รวมทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแผนรักษาความปลอดภัย ในการบินพลเรือนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนั้น บริษัทฯ เห็นควรกําหนดหลักเกณฑ์ฯ เพื่อใช้เป็นหลักเกณฑ์ พิจารณาบุคคลภายนอกเข้ามาปฏิบัติงานในบริษัทฯ ดังนี้
    ๑. กรณีไม่ออกบัตรอนุญาตผ่านเข้า - ออก พื้นที่บริษัทฯ สําหรับบุคคลภายนอก ที่เคยได้รับโทษ
    จากการกระทําความผิด ดังนี้
    ลักษณะความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร (ตามหมวด ๑ - หมวด ๔)
    หมวด ๑ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สําเร็จราชการ
    แทนพระองค์
    หมวด ๒ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร หมวด ๓ ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร หมวด ๔ ความผิดต่อสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ
    ๒/๑.๒ ลักษณะ
    สูงทรงมาด้วย ๒
    1
    Ol
    ที่ ปก ฯลฯ /๒๕๖๑
    -๒-
    ๑.๒ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน (ทุกมาตรา)
    ๑.๓ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน (ตามมาตรา ๒๑๓ -
    มาตรา ๒๒๕)
    ๑.๔ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับเพศ (ทุกมาตรา)
    ๑.๕ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย (ตามหมวด ๑
    หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิต
    หมวด ๒ ความผิดต่อร่างกาย
    หมวด ๒)
    ๑.๖ เป็นผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ๑.๓ ลักษณะความผิดว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมียาเสพติดไว้ในครอบครอง
    เพื่อจําหน่าย จ่ายแจก แลกเปลี่ยน ให้
    ๒. กรณีที่จะพิจารณาออกบัตรอนุญาตผ่านเข้า - ออก พื้นที่บริษัทฯ สําหรับบุคคลภายนอก
    ที่เคยได้รับโทษจากการกระทําผิด ดังนี้
    ๒.๑ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับลหุโทษ (ทุกมาตรา)
    ๒.๒ ลักษณะความผิดว่าด้วยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษมียาเสพติดไว้ในครอบครองหรือมีไว้
    เพื่อเสพ
    ๒.๓ ลักษณะความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (ตามหมวด ๑ - หมวด ๔)
    หมวด ๑ ความผิดฐานลักทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์
    หมวด ๒ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ หมวด ๓ ความผิดฐานฉ้อโกง
    หมวด ๔ ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
    หมวด ๕ ความผิดฐานยักยอก
    หมวด ๖ ความผิดฐานรับของโจร
    หมวด ๓ ความผิดฐานทําให้เสียทรัพย์ หมวด ๔ ความผิดฐานบุกรุก
    ๓ ทั้งนี้…
    Chat
    )
    ที่ ปก ๒๓๒ /๒๕๖๑
    -6-
    ทั้งนี้ บุคคลภายนอกที่มีประวัติตามข้อ ๒. จะต้องนําใบรับรองสิ้นสุดคดีพร้อมกับ สําเนาคําพิพากษาคดีทั้งหมดจากศาล มาเป็นเอกสารแนบประกอบการขอมีบัตรอนุญาตฯ ให้ผู้อํานวยการ กองรักษาความปลอดภัย / ผู้อํานวยการศูนย์ฯ จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการออกบัตรฯ ครั้งนั้น

    ๓. กรณีพบประวัติอื่น ๆ ที่มิได้ระบุอยู่ในข้อ ๑. และ ข้อ ๒. หรือการพิจารณาอื่น ๆ
    กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ จะเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจในการออกบัตรฯ ครั้งนั้น
    จึงประกาศมาเพื่อถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
    กองรักษาความปลอดภัย
    สําเนาเรียน
    prówek quadres
    (นายสมนึก รงค์ทอง) กรรมการผู้อํานวยการใหญ่
    สวท. รวท. นวร. ผมร
    ผู้อํานวยการใหญ่ นวญ. ผผญ.
    ผู้อํานวยการฝ่าย/สํานักงาน นวส. ผผผ.
    ผู้อํานวยการกอง/ศูนย์/สนับสนุนศูนย์ ผู้ช่วยผู้อํานวยการสํานักงาน นวผ. ผผผ.
    สรร.ว.ท. สหกรณ์
    Chat