ประกวดราคาจ้างเหมาจัดการและกำจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน ๑ งาน ของกองอาคารสถานที่ (ครั้งที่ ๒)
มหาวิทยาลัยนเรศวรมีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างเหมาจัดการและกำจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 1 งาน โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ครั้งที่ 2 ขอบเขตงานครอบคลุมการเก็บรวบรวม ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตรายที่มีพิษหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น สารเคมี หลอดไฟ เครื่องแก้ว อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการจัดหาภาชนะที่เหมาะสม การขนย้ายอย่างปลอดภัยตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัย การจัดทำเอกสารกำกับการขนส่ง และการกำจัดของเสีย ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาต ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาและชดใช้ค่าเสียหายหากเกิดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
English summary
Naresuan University wishes to procure services for the management and disposal of hazardous waste. This contract involves the collection, transportation, and disposal of hazardous waste, including chemicals, fluorescent lamps, glassware, and scientific equipment. The contractor will be responsible for providing suitable containers, safe transportation in compliance with regulations, documentation, and disposal at an authorized facility. The contractor assumes full responsibility for any damages or environmental impacts arising from their operations. The project duration is 30 days from the contract signing date.
มหาวิทยาลัยนเรศวร
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- จัดการและกำจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยนเรศวรให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมาย
- ป้องกันอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากของเสียอันตราย
- ดำเนินการเก็บรวบรวม ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตรายอย่างเป็นระบบและปลอดภัย
ขอบเขตของงาน
- เก็บรวบรวม ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตราย (สารเคมี, หลอดไฟ, เครื่องแก้ว, อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ฯลฯ)
- รับขนย้ายของเสียอันตรายจากสถานที่ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไปยังสถานที่กำจัดที่ได้รับอนุญาต
- จัดหาภาชนะสำหรับบรรจุของเสียอันตรายเพื่อนำไปกำจัด
- จัดทำเอกสารกํากับการขนส่งของเสียอันตราย
- รับผิดชอบในการแก้ปัญหาและชดใช้ค่าเสียหายหากเกิดผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน
- ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งต้องจดทะเบียนถูกต้อง มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย (วอ.8) และมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน
- เจ้าหน้าที่ขับรถต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภทชนิดที่ 4 (ทอ.4) ที่สามารถขนส่งวัตถุอันตรายได้
- แสดงเอกสารกระบวนการเก็บขนและกำจัดของเสียอันตราย
- บันทึกปริมาณน้ำหนักของเสียอันตรายร่วมกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย
- ปฏิบัติงานตามมาตรการความปลอดภัย มีชุดฟอร์มและอุปกรณ์ป้องกันอันตราย
- ปริมาณขนย้ายประมาณ 30 ตัน
- จัดแยกประเภทสารที่เข้ากันไม่ได้ เพื่อป้องกันอันตราย
- บรรจุของเสียในภาชนะที่แน่นหนา ทนทาน และป้องกันการรั่วไหล
- ดำเนินการเก็บกวาด/ทำความสะอาดทันทีหากเกิดการปลิว ตก หล่น หรือรั่วไหล
- พนักงานขับรถต้องขับขี่ด้วยความระมัดระวังและปฏิบัติตามกฎหมายจราจร
- ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานไม่ให้ไม่ปลอดภัย ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือความเสียหาย
- รับผิดชอบในทุกกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือของเสียอันตรายรั่วไหล/ตกหล่น/ลุกไหม้ระหว่างขนส่ง
- สถานที่กำจัดของเสียอันตรายต้องขึ้นทะเบียนโรงงานลำดับที่ 101 และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO (เช่น ISO 9001, ISO 14001)
- สถานที่กำจัดต้องมีบุคลากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลระบบด้านสิ่งแวดล้อม
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- หนังสือหรือรายงานยืนยันการกำจัดของเสียอันตราย แจ้งผลการกำจัดให้มหาวิทยาลัยทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับขนของเสียอันตราย
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- ระยะเวลาส่งมอบรายงานผลการกำจัด: ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับขนของเสียอันตรายออกจากสถานที่ของผู้ว่าจ้าง
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
- มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
- เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
- Standards Compliance:
- สถานที่กำจัดของเสียอันตรายต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO เช่น ISO 9001:2015, ISO 14001:2015 หรือ ISO อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา)
- Experience:
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่มหาวิทยาลัยเชื่อถือ (หนังสือรับรองผลงานต้องเป็นสัญญาเดียวที่ทำเสร็จแล้ว)
- Previous Project Cost:
- ไม่น้อยกว่า 300,000.00 บาท (สามแสนบาทถ้วน)
- Technical Capabilities:
- ยานพาหนะหรือรถขนส่งของเสียอันตราย ต้องจดทะเบียนเป็นรถบรรทุกของเสียอันตรายหรือวัตถุอันตรายที่ถูกต้อง ได้รับอนุญาตจากทางราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา)
- ต้องมีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย (วอ.8) ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา)
- ต้องมีอุปกรณ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย เครื่องมือติดต่อสื่อสาร และอุปกรณ์ป้องกันเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ไว้ประจำรถ
- ต้องมีป้ายแสดงรายละเอียดที่จำเป็นติดที่ตัวรถบรรทุก และมีเอกสารประจำรถ
- แสดงเอกสารกระบวนการในการเก็บขน การกำจัดของเสียอันตราย ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย (ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา)
- สถานที่รับกำจัดของเสียอันตราย ต้องขึ้นทะเบียนประเภทหรือชนิดโรงงานลำดับที่ 101 ตามกฎกระทรวง (ยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา)
- Personnel:
- เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ขับรถบรรทุกที่ใช้ขนของเสียอันตราย ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภทชนิดที่ 4 (ทอ.4) ซึ่งสามารถขนส่งวัตถุอันตรายได้ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก
- สถานที่กำจัดของเสียอันตราย ต้องมีบุคลากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลระบบด้านสิ่งแวดล้อมที่ออกโดยหน่วยงานราชการ
- Financial Capability:
- มูลค่าสุทธิของกิจการ (สำหรับนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี) ต้องเป็นบวกจากงบแสดงฐานะการเงินปีล่าสุด
- หรือมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว (สำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่มีงบแสดงฐานะการเงิน)
- หรือมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (สำหรับบุคคลธรรมดา)
- หรือมีวงเงินสินเชื่อเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (สำหรับนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา)
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-based evaluation)
- การพิจารณาผู้ชนะจะพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การเก็บรวบรวม ขนย้าย และกำจัดของเสียอันตรายประเภทสารเคมี หลอดไฟ เครื่องแก้ว อุปกรณ์วิทยาศาสตร์
- การขนย้ายต้องเป็นไปตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัย
- การกำจัดต้องทำ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตและได้มาตรฐาน
- ยานพาหนะและบุคลากรต้องมีคุณสมบัติและใบอนุญาตตามที่กำหนด
- การบรรจุของเสียต้องแน่นหนา ป้องกันการรั่วไหล
- การแยกประเภทสารที่เข้ากันไม่ได้
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule: จ่ายค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานถูกต้อง ครบถ้วนตามสัญญา และมหาวิทยาลัยได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- Penalties:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา
- Termination: มหาวิทยาลัยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้หากผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาในสาระสำคัญ, ไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงประสิทธิภาพตามที่กำหนด, หรือกระทำการอันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม/สุขภาพ/กฎหมาย
- Contract Duration: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
- Performance Bond: วางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: ของเสียอันตรายที่ต้องจัดการมีประเภทใดบ้าง?
A1: ของเสียอันตรายที่มีพิษหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายกับมนุษย์และสภาพแวดล้อม ซึ่งต้องการวิธีทำลายพิเศษ เช่น สารเคมี หลอดไฟ เครื่องแก้ว อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ฯลฯ - Q2: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการจัดหาภาชนะสำหรับบรรจุของเสียหรือไม่?
A2: ใช่ ผู้รับจ้างต้องรับภาระในการจัดหาภาชนะสำหรับบรรจุของเสียอันตรายเพื่อนําไปกําจัด - Q3: เอกสารกํากับการขนส่งของเสียอันตรายต้องมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
A3: ต้องมีผู้แทนของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างร่วมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และมอบให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบ - Q4: หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบอย่างไร?
A4: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในทุกกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย หากมีอุบัติเหตุ หรือของเสียอันตรายรั่วไหล ตกหล่น หรือเกิดการลุกไหม้ในระหว่างขนส่ง - Q5: สถานที่กำจัดของเสียอันตรายต้องมีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง?
A5: ต้องขึ้นทะเบียนประเภทหรือชนิดโรงงานลำดับที่ 101 ตามกฎกระทรวง และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO เช่น ISO 9001, ISO 14001 และต้องมีบุคลากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลระบบด้านสิ่งแวดล้อม - Q6: ผู้รับจ้างต้องแจ้งผลการกำจัดของเสียอันตรายให้มหาวิทยาลัยทราบเมื่อใด?
A6: ภายใน 30 วัน นับจากวันที่รับขนของเสียอันตรายออกจากสถานที่ของผู้ว่าจ้าง - Q7: อัตราค่าปรับกรณีผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาเป็นเท่าใด?
A7: อัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญาต่อวัน - Q8: ยานพาหนะที่ใช้ขนส่งของเสียอันตรายต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง?
A8: ต้องจดทะเบียนเป็นรถบรรทุกของเสียอันตรายหรือวัตถุอันตรายที่ถูกต้อง และต้องมีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย (วอ.8) - Q9: พนักงานขับรถขนของเสียอันตรายต้องมีใบอนุญาตขับขี่ประเภทใด?
A9: ใบอนุญาตขับขี่รถทุกประเภทชนิดที่ 4 (ทอ.4) ซึ่งสามารถขนส่งวัตถุอันตรายได้ถูกต้องตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก - Q10: ปริมาณของเสียอันตรายที่คาดว่าจะต้องขนย้ายมีประมาณเท่าใด?
A10: ประมาณ 30 ตัน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
จ้างเหมาจัดการและกําจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยนเรศวร จํานวน 1 งาน
1
- ขอบเขตการดําเนินงาน
1.1 คุณลักษณะทั่วไป
1.1.1 ผู้รับจ้างต้องเก็บรวบรวม ขนย้ายและกําจัดของเสียอันตราย ที่มีพิษหรืออาจก่อให้เกิดอันตราย กับมนุษย์และสภาพแวดล้อม ซึ่งต้องการวิธีทําลายพิเศษ เช่น สารเคมี หลอดไฟ เครื่องแก้ว อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ฯลฯ 1.1.2 ผู้รับจ้างจะต้องมารับขนย้ายของเสียอันตรายจากสถานที่ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ไปทําการกําจัดยัง สถานที่กําจัดที่ได้รับอนุญาต
1.1.3 ผู้รับจ้างต้องรับภาระในการจัดหาภาชนะสําหรับการบรรจุของเสียอันตราย เพื่อนําไปกําจัด ณ สถานที่กําจัดของผู้รับจ้าง
1.1.4 ในการขนย้ายของเสียอันตราย ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําเอกสารกํากับการขนส่งของเสียอันตราย มอบให้เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างไว้จํานวน 1 ฉบับ และผู้รับจ้างเก็บไว้ 1 ฉบับ โดยให้มีผู้แทนของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ร่วมลงลายมือชื่อไว้ในเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานมอบให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบ
1.1.5 กรณีเกิดการร้องเรียนของบุคคลภายนอก หรือการปฏิบัติผิดกฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งและการกําจัดของเสียอันตรายของผู้รับจ้าง ซึ่งเป็นขั้นตอนการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างที่มิใช่ขั้นตอนการ
ปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง ให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างแต่เพียงผู้เดียวในทุกกรณี
1.1.6 ผู้รับจ้างจะต้องมีการกําจัดของเสียอันตรายอย่างเป็นระบบให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและ
หากของเสียอันตรายที่ผู้รับจ้างนําไปดําเนินการกําจัด มีผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย
ทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการผิดสัญญาในการดําเนินการขนย้ายและกําจัดของเสียอันตรายของ
ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาและชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
1.2 คุณลักษณะเฉพาะ
1.2.1 คุณสมบัติของเครื่องมือ/ยานพาหนะ/บุคลากร
1.2.1.1 ยานพาหนะ หรือรถขนส่งของเสียอันตราย ต้องมีรายละเอียด ดังนี้
(1) ต้องจดทะเบียนเป็นรถบรรทุกของเสียอันตรายหรือวัตถุอันตรายที่ถูกต้อง ซึ่งได้รับ อนุญาตจากทางราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา
(2) ต้องมีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย (วอ.8) ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา
(3) ต้องมีอุปกรณ์ทําความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัย เครื่องมือติดต่อสื่อสารและ
อุปกรณ์ป้องกันเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ไว้ประจํารถ
(4) ต้องมีป้ายแสดงรายละเอียดที่จําเป็นติดที่ตัวรถบรรทุก และมีเอกสารประจํารถ ได้แก่ ป้ายแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการขนส่ง ป้ายวัสดุของเสียอันตราย ขนาดบรรทุก ชื่อบริษัทผู้ขนส่ง หมายเลข โทรศัพท์ติดต่อ โดยมีขนาดป้ายที่เห็นได้ชัดติดที่ด้านหน้าหรือด้านท้ายของตัวรถบรรทุก
1.2.1.2 เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ขับรถบรรทุกที่ใช้ขนของเสียอันตราย ต้องมีใบอนุญาต ขับขี่รถทุกประเภทชนิดที่ 4 (ทอ.4) ซึ่งสามารถขนส่งวัตถุอันตรายได้ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก
गत भ
ลงชื่อ
ลงขอ
ประธานกรรมการ
กรรมการ
ลงชื่อ
กนกพรรด
กรรมการ
2
1.2.2 วิธีการจัดเก็บ/วิธีการขนย้าย
1.2.2.1 ผู้รับจ้างต้องแสดงเอกสารกระบวนการในการเก็บขน การกําจัดของเสียอันตราย ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคา
1.2.2.2 ในการเก็บขนของเสียอันตราย ผู้รับจ้างต้องบันทึกปริมาณน้ําหนักของเสียอันตราย โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของเสียอันตรายของผู้ว่าจ้างร่วมรับทราบการบันทึกน้ําหนักขยะทุกครั้ง
1.2.2.3 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการยกและขนส่งของเสียอันตรายของผู้ว่าจ้าง โดยต้อง ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัย ต้องมีชุดฟอร์ม และอุปกรณ์ที่สามารถป้องกันผู้ปฏิบัติงานจาก อันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการเก็บขน ขนส่งและกําจัด
1.2.2.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการขนย้ายของเสียอันตรายจากพื้นที่ที่มหาวิทยาลัยกําหนด โดยปริมาณขนย้ายประมาณ 30 ตัน
1.2.2.5 ในการเก็บขนของเสียอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดแยกประเภทสารที่เข้ากันไม่ได้ให้ ชัดเจน เพื่อป้องกันอันตรายจากการทําปฏิกิริยาของสารที่เข้ากันไม่ได้
1.2.2.6 การบรรจุและการจัดเก็บของเสียอันตรายต้องบรรจุในภาชนะหรือหีบห่ออย่างแน่นหนา ทนทานต่อการฉีกขาด ทนทานต่อแสงแดด และฝนตกได้ ซึ่งผู้รับจ้างต้องทําการบรรจุในภาชนะ เช่น ถังพลาสติก หรือถังไฟเบอร์กลาสที่ปิดฝาสนิท และเปิดออกได้ยากเมื่อถังล้ม เพื่อไม่ให้ของเหลวไหลออกมาขณะปิดฝาสนิท
1.2.2.7 ในการเก็บขนของเสียอันตราย ผู้รับจ้างต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการปลิวตก หรือหล่น รวมทั้งการรั่วไหลของน้ําเสียจากของเสียอันตราย ทั้งในขั้นตอนของการเก็บขน และขั้นตอนการขนส่งไปกําจัด ณ สถานที่กําจัดของเสียอันตราย หากมีการปลิว ตก หรือหล่น รวมทั้งการรั่วไหลของน้ําเสียจากของเสียอันตราย ให้ผู้รับจ้างดําเนินการเก็บกวาดหรือทําความสะอาดในทันทีที่พบเหตุการณ์ หากมีบุคลากร/บุคคลภายนอกได้รับ อันตราย หรือทรัพย์สินของผู้ว่าจ้าง/บุคคลภายนอก เสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
1.2.2.8 พนักงานขับรถเก็บขนของเสียอันตรายของผู้รับจ้างต้องขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง และเป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งที่เกี่ยวข้องกับการจราจรทางบก และการขนส่งทางบก ที่ยังมีผลบังคับใช้กันอยู่ในปัจจุบัน หรือที่จะมีขึ้นในภายหลัง
1.2.2.9 ในการปฏิบัติงานจัดเก็บของเสียอันตราย ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลมิให้มีการ ดําเนินการเก็บของเสียอันตรายในลักษณะที่ไม่ปลอดภัยต่อการทํางาน หรือก่อให้เกิดเหตุรําคาญ หรือทําให้เกิด ความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้ใช้บริการ เช่น การโยน หรือการกระแทกภาชนะรองรับ ของเสียอันตราย และการกระทําอื่นๆ ที่คล้ายๆ กัน หากพบว่ามีการปฏิบัติงานที่ไม่เหมาะสมให้ผู้รับจ้างว่ากล่าว ตักเตือนและลงโทษพนักงานที่กระทําดังกล่าว โดยผู้ว่าจ้างอาจสั่งให้เปลี่ยนบุคลากรผู้มาปฏิบัติงานนั้นๆ ได้ตาม
ความเหมาะสม
1.2.2.10 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในทุกกรณี ที่เกิดเหตุสุดวิสัย หากมีอุบัติเหตุ หรือของเสีย
อันตรายรั่วไหล ตกหล่น หรือเกิดการลุกใหม่ในระหว่างขนส่ง
ลงชื่อ
ลงชื่อ
बैगा ई
ลงชื่อ กนกพรรณ
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ
3
1.2.3 คุณสมบัติของสถานที่กําจัดของเสียอันตราย
1.2.3.1 สถานที่รับกําจัดของเสียอันตราย ต้องขึ้นทะเบียนประเภทหรือชนิดโรงงานลําดับที่ 101
ที่จําแนกตามกฎกระทรวง โดยยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอราคาและใบอนุญาตดังกล่าวจะต้องเป็นใบอนุญาตที่ยังไม่
หมดอายุ
1.2.3.2 สถานที่กําจัดของเสียอันตรายต้องเป็นสถานประกอบการที่ได้รับการรับรองตาม มาตรฐาน ISO เช่น ISO 9001:2015, ISO 14001:2015 หรือ ISO อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยยื่นหลักฐานขณะเข้าเสนอ ราคาและใบอนุญาตดังกล่าวจะต้องเป็นใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ
1.2.3.3 สถานที่กําจัดของเสียอันตราย ต้องมีบุคลากรที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดูแลระบบด้าน สิ่งแวดล้อมที่ออกโดยหน่วยงานราชการ - การรายงานผล
เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการขนย้ายของเสียอันตราย เพื่อไปกําจัดเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือ หรือรายงาน ยืนยันการกําจัดของเสียอันตรายแจ้งผลการกําจัดของเสียอันตรายให้ผู้ว่าจ้างรับทราบภายใน 30 วัน นับจากวันที่
รับขนของเสียอันตรายออกจากสถานที่ของผู้ว่าจ้าง - การบอกเลิกสัญญาจ้าง / ค่าปรับ
3.1 หากผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาในสาระสําคัญ หรือในข้อมูลที่ผู้ว่าจ้าง พิจารณาเห็นว่ากรณีไม่อยู่ในวิสัยที่จะ ปรับปรุงแก้ไขได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที
3.2 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้าง ได้พิจารณาและมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างแก้ไขปรับปรุงประสิทธิภาพให้เป็นไปตาม ข้อกําหนดของสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามหรือไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญา
3.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําอย่างใดอย่างหนึ่งอันมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือสุขภาพของประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือกระทําผิดพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิก สัญญา
3.4 ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้าง ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคา ค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา - ระยะเวลาส่งมอบงาน
กําหนดเวลาส่งมอบงาน ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
ลงชื่อ
ลงมือ
Wes
ลงชื่อ
กงเกมรรค
ประธานกรรมการ
กรรมการ
กรรมการ๑.
บัญชีเอกสารส่วนที่
ด
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……. - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล……..
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O) (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล…….. - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……..
๓. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล….
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล……
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์……….
….. ขนาดไฟล์……….
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์…
ขนาดไฟล์……..
-๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์……..
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล………
ขนาดไฟล์………
- สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล…… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ขนาดไฟล์…..
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ขนาดไฟล์
O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……..
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…….
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
๖.
5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
0
ไฟล์ข้อมูล…….
0
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
0 ๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
0
0
0
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล…..
๓.๒
ไฟล์ข้อมูล…..
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
K………..
ไฟล์ข้อมูล…….
๔.๒…….
ไฟล์ข้อมูล……
G………..
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์………….
ขนาดไฟล์………………
++
ขนาดไฟล์……………..
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(……………..บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่ และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ รด.๑๑๑/๒๕๖๙ (เลขที่โครงการ ๖๙๐๔๙๒๐๑๑๕๙) การจ้างเหมาจัดการและกำจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน ๑ งาน ของกองอาคารสถานที่ (ครั้งที่ ๒)
ตามประกาศ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “มหาวิทยาลัย” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง เหมาจัดการและกำจัดของเสียอันตรายของมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน ๑ งาน ของกองอาคารสถานที่ ด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) (ครั้งที่ ๒)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของ รัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ มหาวิทยาลัย เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ
เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ
มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดของงานจ้างตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัย (๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) สำเนาหนังสือรับรองผลงาน พร้อมสำเนาคู่สัญญาเดียวกันกับหนังสือ รับรองผลงาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๕๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๐ วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม
เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. และเวลาในการ เสนอราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์ เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่มหาวิทยาลัยผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และมหาวิทยาลัย จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่มหาวิทยาลัยจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของมหาวิทยาลัย ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอกรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ มหาวิทยาลัย จะพิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ใน ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้ เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการ ผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือมหาวิทยาลัย มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ มหาวิทยาลัยมี สิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ มหาวิทยาลัยทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือ ราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของมหาวิทยาลัยเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะ เรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือมหาวิทยาลัย จะ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ มหาวิทยาลัย มีสิทธิที่จะไม่รับข้อ
เสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ จากมหาวิทยาลัย
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญามหาวิทยาลัย อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับมหาวิทยาลัย ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ มหาวิทยาลัยยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวัน ที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งมหาวิทยาลัย ได้ รับมอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้ จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และมหาวิทยาลัยได้ตรวจรับจ้างเรียบร้อยแล้ว ๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากมหาวิทยาลัย จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของ งานจ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายได้ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ มหาวิทยาลัยได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจาก เงินงบประมาณรายได้ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมหาวิทยาลัยได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ มหาวิทยาลัยจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้อง จากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ
๙.๔ มหาวิทยาลัยสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของมหาวิทยาลัย คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่น ข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ มหาวิทยาลัย อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากมหาวิทยาลัยไม่ได้
(๑) มหาวิทยาลัยไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
มหาวิทยาลัย สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับ การคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับมหาวิทยาลัย ไว้ชั่วคราว
มหาวิทยาลัยนเรศวร
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นาตอนงค์ จันทร์แจ่มแจ้ง
(นางสาวนาตอนงค์ จันทร์แจ่มแจ้ง)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวนาตอนงค์ จันทร์แจ่มแจ้ง นัก
วิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ