ประกวดราคาจ้างก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียแบบคลองวนเวียน ขนาด ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตร วัน โรงพยาบาลโพนพิสัย ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ๑ ระบบ
คู่มือ “มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2553” นี้ จัดทำขึ้นโดยกองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแนวทางและระเบียบวิธีในการบริหารจัดการและควบคุมกำกับดูแลการก่อสร้างอาคารสถานบริการสุขภาพและการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด มีคุณภาพ ตรงตามประโยชน์ใช้สอย มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เอกสารฉบับนี้ได้ปรับปรุงมาจากรายการทั่วไปประกอบแบบก่อสร้างอาคารที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาชีพต่างๆ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่หมวดงานทั่วไป เช่น การจัดเตรียมแผนงาน การเตรียมสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ไปจนถึงหมวดงานเฉพาะทาง ได้แก่ งานวิศวกรรมโครงสร้าง (เสาเข็ม ฐานราก คอนกรีตเสริมเหล็ก) งานสถาปัตยกรรม (ผนัง พื้น ฝ้า หลังคา ประตู หน้าต่าง สุขภัณฑ์ สี) งานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล (ประปา ระบายน้ำ ดับเพลิง บำบัดน้ำเสีย) งานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร (ระบบไฟฟ้า สัญญาณแจ้งเพลิง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า) งานวิศวกรรมเครื่องกล (ปรับอากาศ ท่อลม ลิฟต์ ก๊าซทางการแพทย์) งานมัณฑนาการ (ตกแต่งภายใน) และงานภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม (สวน พืชพรรณ) นอกจากนี้ยังมีภาคผนวกที่รวบรวมแบบฟอร์มรายงานต่างๆ ที่จำเป็นในการควบคุมงานก่อสร้าง
English summary
This document, “Standard for Building Construction B.E. 2553 (2010),” is a manual developed by the Bureau of Design, Department of Health Service Support, Ministry of Public Health. Its purpose is to serve as a guideline and methodology for managing, controlling, and supervising the construction of health service facilities and public health buildings under the Ministry of Public Health. The objective is to ensure that constructions meet established standards, are functional, structurally sound, safe, and environmentally friendly. This standard is an updated version of general specifications for building and construction, which has been continuously developed for over 40 years by committees of experts from various professional fields. The content covers general construction works, including planning, site preparation, materials, and equipment, as well as specialized areas such as structural engineering (piles, foundations, concrete reinforcement), architectural works (walls, floors, ceilings, roofs, doors, windows, sanitary ware, paint), environmental and sanitary engineering (plumbing, drainage, fire protection, wastewater treatment), electrical and communication engineering (electrical systems, fire alarms, generators), mechanical engineering (air conditioning, ductwork, elevators, medical gases), interior decoration, and landscape and environmental works (gardens, plants). Additionally, appendices include various necessary construction control report forms.
ไม่ระบุ
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อใช้เป็นแนวทางและระเบียบวิธีในการบริหารจัดการและควบคุมกำกับดูแลการก่อสร้างอาคารสถานบริการสุขภาพและการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข
- เพื่อให้การก่อสร้างได้อาคารที่มีคุณภาพ ตรงตามประโยชน์ใช้สอย ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามกฎหมาย หลักวิชาการ วิชาชีพ
- เพื่อให้อาคารมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- เพื่อให้สัญญามีความสมบูรณ์ครบถ้วน โดยใช้คู่กับแบบรูปและประกอบสัญญาจ้าง
- กรณีแบบรูปและรายการละเอียดของสัญญาไม่ได้ระบุคุณสมบัติของวัสดุ ลำดับขั้นตอน วิธีการทำงาน แบบขยาย หรือรายการละเอียดที่ระบุไว้ไม่ชัดเจน ให้ถือปฏิบัติ ตามคู่มือมาตรฐานการก่อสร้างอาคารนี้ โดยถือประโยชน์ใช้สอยและผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก
ขอบเขตของงาน
- กำหนดมาตรฐานและระเบียบวิธีในการก่อสร้างอาคารสถานบริการสุขภาพและสาธารณสุข
- ครอบคลุมงานก่อสร้างใน 9 หมวดหลัก ได้แก่:
- หมวดงานทั่วไป (General Works)
- หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Engineering Works)
- หมวดงานสถาปัตยกรรม (Architectural Works)
- หมวดงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและระบบสุขาภิบาล (Environmental Engineering and Sanitary System Works)
- หมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร (Electrical and Communication Engineering Works)
- หมวดงานวิศวกรรมเครื่องกล (Mechanical Engineering Works)
- หมวดงานมัณฑนาการ (Interior Decoration Works)
- หมวดงานภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม (Landscape and Environmental Works)
- ภาคผนวก (Appendices)
- ระบุรายละเอียดข้อกำหนดทางเทคนิค วิธีการปฏิบัติ การควบคุมคุณภาพ และการตรวจสอบงานในแต่ละหมวด
- กำหนดนิยามความหมายของคำศัพท์ที่ใช้ในมาตรฐาน
- ให้แนวทางในการจัดเตรียมแผนงาน การเตรียมสถานที่ก่อสร้าง การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
- กำหนดระเบียบข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง การปักผัง การถมปรับระดับ การบันทึกรายงาน การตรวจการจ้างและการควบคุมงาน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- คู่มือ “มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2553” ฉบับสมบูรณ์
- แบบฟอร์มรายงานการก่อสร้างต่างๆ (เช่น แบบ ยธ. 1-1, แบบ ยธ. 1-2, แบบ ยธ. 1-3, แบบ ยธ. 2-1, แบบ ยธ. 3-1)
- แบบฟอร์มแผนงานแสดงความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง (แบบตัวอย่าง 1, แบบตัวอย่าง 2)
- เอกสารข้อกำหนดในการเจาะสำรวจดิน
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: (Not explicitly detailed as general eligibility requirements are assumed to be covered by standard procurement laws. The document focuses on technical standards.)
- Standards Compliance: Adherence to the “Standard for Building Construction B.E. 2553 (2010)” is mandatory. Compliance with relevant Thai Industrial Standards (มอก.) and other applicable regulations is implied throughout the document.
- Experience: (Not explicitly detailed in terms of years or specific project types, but the standards imply a need for experienced contractors and professionals.)
- Previous Project Cost: (Not specified.)
- Technical Capabilities: Bidders must possess the technical expertise and capabilities to execute construction works according to the detailed specifications across all engineering and architectural disciplines. This includes the ability to manage complex structural, architectural, and MEP (Mechanical, Electrical, Plumbing) systems.
- Personnel: The document implies the need for qualified personnel, including engineers (civil, structural, electrical, mechanical, environmental) and architects, with appropriate professional licenses and experience, particularly for design reviews, quality control, and specialized tasks as indicated in various sections (e.g., Section 2.1.2.4.1, 2.1.2.4.2, 2.2.8, 2.3.2.8.1, 2.5.6.1.8, 2.5.8).
เกณฑ์การพิจารณา
The document outlines standards and specifications for construction quality, safety, and compliance. While not a bidding document itself, it serves as the basis for evaluating the technical compliance of bids and the quality of executed work against these standards.
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- General Works: Site preparation, material handling, safety procedures, work scheduling (CPM/Work Schedule), site office requirements, temporary utilities, and reporting.
- Structural Engineering: Detailed specifications for piles (wood, concrete), foundations, concrete mixing and properties (strength, slump test), reinforcement steel (types, bending, splicing, welding), formwork, concrete pouring, curing, and precast concrete floors.
- Architectural Works: Specifications for various wall types (brick, block, concrete), plastering, finishes, ceilings, roofing, doors, windows, sanitary fixtures, railings, waterproofing, and painting.
- Environmental and Sanitary Engineering: Requirements for water supply systems, drainage (rainwater, wastewater), fire protection systems, wastewater treatment, and sanitary systems.
- Electrical and Communication Engineering: Standards for electrical systems, lightning protection, telephone systems, fire alarm systems, emergency generators, and nurse call systems.
- Mechanical Engineering: Specifications for air conditioning and ventilation systems, ductwork, gas systems, elevators, and escalators.
- Interior Decoration: Guidelines for interior finishes, carpentry, wall and ceiling treatments, painting, and furniture installation.
- Landscape and Environmental Works: Standards for landscaping, planting, turf care, irrigation, and garden features.
เงื่อนไขสัญญา
- Payment Schedule: Not specified in this standard document.
- Penalties: Not specified in this standard document.
- Warranty: Implied through the requirement for quality construction and adherence to standards.
- Dispute Resolution: Issues arising from interpretation or application of the standard are to be resolved by the inspection committee (คณะกรรมการตรวจการจ้าง) or relevant authorities.
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2553 นี้ ใช้กับโครงการประเภทใดบ้าง?
A1: ใช้กับอาคารสถานบริการสุขภาพและการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข - Q2: หากแบบรูปและรายการละเอียดของสัญญาไม่ชัดเจน ควรปฏิบัติตามเอกสารใด?
A2: ให้ถือปฏิบัติตามคู่มือ “มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2553” โดยถือประโยชน์ใช้สอยและผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก - Q3: ใครคือผู้มีอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดเมื่อเกิดข้อขัดแย้งเกี่ยวกับแบบรูปหรือรายการละเอียด?
A3: คณะกรรมการตรวจการจ้างจะเป็นผู้พิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาด - Q4: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน (Work Schedule) อย่างไร?
A4: ต้องจัดทำในรูป C.P.M. (Critical Path Method) หรือตารางกำหนดการดำเนินงานก่อสร้าง แสดงรายการปฏิบัติงาน จำนวนช่าง แรงงาน งวดงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จ และต้องนำเสนอภายใน 15 วัน นับแต่วันลงนามในสัญญาหรือได้รับมอบสถานที่ - Q5: การทดสอบกำลังอัดของคอนกรีต กำหนดค่าความแข็งแรงไว้อย่างไร?
A5: กำหนดให้มีกำลังต้านทานแรงอัด (Compressive Strength) ไม่น้อยกว่า 150 กก./ตร.ซม. ที่อายุ 7 วัน หรือไม่น้อยกว่า 210 กก./ตร.ซม. ที่อายุ 28 วัน - Q6: มาตรฐานนี้ครอบคลุมงานระบบใดบ้าง?
A6: ครอบคลุมงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและระบบสุขาภิบาล, งานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร, และงานวิศวกรรมเครื่องกล - Q7: หากพบว่าเสาเข็มคอนกรีตตอกลงไปแล้วศูนย์เสาเข็มผิดไปจากตำแหน่งที่กำหนดเกินกว่าที่ยอมรับได้ ต้องทำอย่างไร?
A7: ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการแก้ไขโดยวิศวกรโยธาระดับวุฒิวิศวกร เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนดำเนินการแก้ไข - Q8: การบ่มคอนกรีตต้องทำอย่างไร?
A8: ต้องปกคลุมให้คอนกรีตเปียกชุ่มน้ำเป็นเวลาน้อยกว่า 7 วัน หรือใช้วิธีอื่นที่ได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบ เช่น การใช้กระสอบคลุมแล้วรดน้ำ การคลุมด้วยทรายแล้วรดน้ำ หรือการกั้นขอบแล้วหล่อน้ำ - Q9: การต่อเหล็กเส้นด้วยการเชื่อมไฟฟ้า มีข้อกำหนดเรื่องระยะทาบอย่างไร?
A9: ระยะสั้นที่สุดที่ทาบกันจะต้องไม่น้อยกว่า 15 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริม ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร - Q10: มาตรฐานนี้มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการป้องกันอันตรายในระหว่างการก่อสร้างอย่างไรบ้าง?
A10: กำหนดให้จัดทำระบบป้องกันเศษวัสดุตกหล่น ป้องกันฝุ่นละอองและเสียงเกินกว่ากฎหมายกำหนด จัดให้มีรั้วชั่วคราว ไฟแสงสว่าง ยามรักษาการณ์ และปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กรมสนับสนุนบริการสา
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
พ.ศ. ๒๕๕๓
กองแบบแผน
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
กระทรวงสาธารณสุข
กองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีภารกิจในการให้บริการแก่หน่วยงานที่ให้บริการ ด้านสุขภาพและการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีผลผลิตเป็นงานบริการหลักด้านอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อม 5 หมวด คือ งานมาตรฐาน งานแผนแม่บท (MASTER PLAN) งานรับรองมาตรฐาน งาน มาตรฐานแบบรูปและการก่อสร้าง และงานองค์ความรู้ การดําเนินงานดังกล่าวจะเกิดประสิทธิผลที่ดีได้นั้น เป็นผลมาจากการดําเนินการตามมาตรฐานต่างๆด้านอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม ที่ได้รับการจัดทําขึ้น อย่างถูกต้อง โดย สหวิชาการในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ข้อกฎหมาย และที่สําคัญบุคลากรวิชาชีพสาขาต่างๆที่มี ความเชี่ยวชาญ ความชํานาญ และประสบการณ์ที่ยาวนานในงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของ กระทรวงสาธารณสุขเป็นการเฉพาะ
กองแบบแผนจึงได้จัดทําคู่มือเพื่อใช้เป็นมาตรฐานสําหรับการก่อสร้างอาคาร เรียกว่า “มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร ฉบับปี พ.ศ. 2553" เพื่อรองรับงานการให้บริการของกองแบบแผน โดยปรับปรุง มาจากรายการทั่วไปประกอบแบบก่อสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้าง ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 40 ปี จากรายการทั่วไปประกอบแบบเล่มแรกจนถึงเล่มสุดท้ายฉบับปี พ.ศ.2543 ที่ดําเนินการ โดย คณะกรรมการจากสาขาวิชาชีพต่างๆ และผู้ทรงคุณวุฒิจาก สภาวิศวกรรม สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรม ราชูปถัมภ์ นิติกรและผู้เชี่ยวชาญกระทรวงสาธารณสุข ร่วมพิจารณา สําหรับมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร ฉบับปีพ.ศ.2553 นี้ มีการแก้ไข ปรับปรุงกลั่นกรอง แลกเปลี่ยน เพิ่มเติมข้อกําหนดและระเบียบวิธี ให้มีความ เป็นปัจจุบันและรองรับแนวโน้มในอนาคต โดยคณะกรรมการที่มาจากสาขาวิชาชีพต่างๆ ด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมโยธา, ไฟฟ้า,เครื่องกล, สิ่งแวดล้อม มัณฑนาการ ภูมิสถาปัตยกรรม โดยได้รับการพิจารณาให้มีความ สมบูรณ์ จากผู้เชี่ยวชาญ “ระดับวุฒิ” ในสาขาวิชาชีพต่างๆของกองแบบแผน และผู้ทรงคุณวุฒิ จากสภาวิศวกร, สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรมโยธาธิการและผังเมือง และโรงพยาบาลรามาธิบดี
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร ฉบับปี พ.ศ.2553 เป็นคู่มือสําหรับใช้เป็นแนวทาง และระเบียบวิธี ในการบริหารจัดการ และการควบคุมกํากับการก่อสร้าง เพื่อให้อาคารสถานบริการสุขภาพ และการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข มีคุณภาพตรงตามประโยชน์ใช้สอย ได้มาตรฐาน มีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัย และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขอขอบคุณผู้อํานวยการกองแบบแผนที่ให้แนวนโยบาย คณะทํางานฯ และผู้เชี่ยวชาญใน
วิชาชีพต่าง ๆ ที่ได้ทําให้ “คู่มือมาตรฐานการก่อสร้าง” แล้วเสร็จลงด้วยดี
กองแบบแผน
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓
R
- หมวดงานทั่วไป…..
1.1 วัตถุประสงค์……… 1.2 นิยามความหมาย 1.3 ข้อกําหนดทั่วไป…….
1.4 การจัดเตรียมแผนงาน…..
1.5 การเตรียมสถานที่ก่อสร้…………… 1.6 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์….
1.7 ระเบียบข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง 1.8 การปักผังกําหนดระดับ..
1.9 การถม ชุด ปรับระดับ
1.10 การบันทึกรายงานการก่อสร้าง
1.11 การตรวจการจ้าง และควบคุมงาน…. - หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง…..
2.1 งานเสาเข็ม…..
2.2 งานฐานราก
2.3 งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
2.4 งานตัด และการต่อเหล็กเส้น
2.5 งานเชื่อมต่อเหล็กด้วยไฟฟ้า
2.6 งานพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป
สารบัญ
2.7 ตัวอย่างรายงานตรวจสอบงานวิศวกรรมโครงสร้าง
หน้า
1
3
3
4
6
7
9
10
13
14
15
15
17
19
22
25
33
36
41
43 - หมวดงานสถาปัตยกรรม……….
3.1 งานผนัง….
3.2 งานผิวพื้น….
3.3 งานฝ้าเพดาน..
49
51
56
60
3.4 งานหลังคา…….
62
3.5 งานประตู หน้าต่าง และช่องแสง
64
3.6 งานสุขภัณฑ์และอุปกรณ์
3.8 งานป้องกันความร้อน………..
3.9 งานสี
3.10 งานระบบกันซึม
3.11 งานไม้.
67
3.7 งานราวบันได ราวระเบียง ราวกันตก ที่เป็นโลหะ..
68
69
70
70
71
228
נו
สารบัญ (ต่อ)
หน้า - หมวดงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และระบบสุขาภิบาล
4.1 รายการทั่วไป
4.2 ระบบประปา……..
4.3 ระบบระบายน้ําฝนและระบบระบายน้ําทิ้ง
4.4 ระบบป้องกันอัคคีภัย….
4.5 ระบบบําบัดน้ําเสีย……
4.6 ระบบสุขาภิบาล และห้องปฏิบัติการ
4.7 ระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม
4.8 การทดสอบและการฝึกอบรม..
4.9 รูปแสดงมาตรฐานการติดตั้ง/ก่อสร้างงานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม - หมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร..
5.1 ขอบเขตความรับผิดชอบ……
5.2 ระบบไฟฟ้า
5.3 ระบบป้องกันฟ้าผ่า…..
5.4 seuulnsawn……… ระบบโทรศัพท์
5.5 ระบบสัญญาณแจ้งเพลิงไหม้..
5.6 เครื่องกําเนิดไฟฟ้าฉุกเฉิน
5.7 ระบบเรียกพยาบาล
5.8 รูปแสดงมาตรฐานการติดตั้ง/ก่อสร้างงานวิศวกรรมไฟฟ้าและสื่อสาร - หมวดงานวิศวกรรมเครื่องกล
องกล…….
6.1 ข้อกําหนดทั่วไประบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ
6.2 รายละเอียดเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน………
6.3 งานท่อลม……
6.4 การทดสอบระบบ..
6.5 พัดลม……
6.6 มาตรฐานการติดตั้งระบบก๊าซทางการแพทย์
6.7 มาตรฐานการติดตั้งระบบลิฟต์ และระบบบันไดเลื่อน
6.8 รูปแสดงมาตรฐานการติดตั้ง/งานก่อสร้างวิศวกรรมเครื่องกล - หมวดงานมัณฑนาการ…..
7.1 ข้อกําหนดงานทั่วไป….
7.2 งานไม้
77
79
88
90
93
93
94
94
95
… 97
…105
107
114
130
132
134
135
138
139
151
153
159
160
162
163
164
171
172
221
223
224
สารบัญ (ต่อ)
7.3 งานผนัง
7.4 งานฝ้าเพดาน
7.5 งานสี……
7.6 การทําความสะอาด.
7.7 งานครูภัณฑ์สเตนเลส
7.8 งานติดตั้งพรมทอ พรมแผ่น
7.9 การติดตั้งผ้าม่าน…….. - หมวดงานภูมิทัศน์ และสิ่งแวดล้อม
8.1 ดิน และเครื่องปลูก……..
8.2 การเตรียมการปลูกต้นไม้
8.3 งานปลูก/ปูหญ้า และดูแลสนามหญ้า…………..
8.4 วัสดุพืชพันธุ์
8.5 การดูแลรักษางานภูมิทัศน์
8.6 อุปกรณ์และการดูแลรักษา
8.7 การส่งตัวอย่างวัสดุ
8.8 งานในส่วนที่เกี่ยวข้อง…….
8.9 งานสี……
8.10 ไฟในสวน
8.11 การให้น้ํา…………….
8.12 งานประดิษฐ์ตกแต่งสวน - ภาคผนวก..
แบบฟอร์มรายงานการก่อสร้าง (แบบ ยธ. 1-1)
แบบฟอร์มบันทึกรายงานการก่อสร้างประจําวัน (แบบ ยธ. 1-2)
แบบฟอร์มบันทึกเหตุการณ์แวดล้อมประจําวัน (แบบ ยธ. 1-3) แบบฟอร์มรายงานสรุปผลการก่อสร้าง ประจําเดือน (แบบ ยธ. 2-1) แบบฟอร์มรายงานสรุปผลการก่อสร้างแล้วเสร็จ (แบบ ยธ. 3-1) แบบฟอร์มแผนงานแสดงความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง (แบบตัวอย่าง 1) แบบฟอร์มแผนงานแสดงความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง (แบบตัวอย่าง 2) ข้อกําหนดในการเจาะสํารวจดิน เอกสารเลขที่ 300/ต.ค../2………..
หน้า
225
225
226
227
227
227
….228
231
233
….. 236
…. 241
242
243
244
245
245
….249
….249
249
…249
253
253
254
256
258
260
262
263
264
1
หมวดงานทั่วไป
1 หมวดงานทั่วไป
3
1.1 วัตถุประสงค์ - หมวดงานทั่วไป
คู่มือมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร ฉบับปี พ.ศ.2553 กองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็น คู่มือที่ประกอบด้วยรายการละเอียด ข้อกําหนด ระเบียบวิธี ลําดับขั้นตอน วิธีการก่อสร้าง และแบบ ขยายมาตรฐานในหมวดวิชาชีพต่าง ๆ สําหรับใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการและกํากับการก่อสร้าง อาคารสถานบริการสุขภาพและการสาธารณสุข ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การ ก่อสร้างได้อาคารที่มีคุณภาพ มาตรฐานถูกต้องตามกฎหมาย หลักวิชาการ วิชาชีพ มีความมั่นคง ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้งานใช้ควบคู่กับแบบรูปและประกอบสัญญาจ้างเพื่อทําให้ สัญญามีความสมบูรณ์ครบถ้วน หรือกรณีแบบรูปและรายการละเอียดของสัญญาไม่ได้ระบุคุณสมบัติของ วัสดุ ลําดับขั้นตอน วิธีการทํางาน แบบขยาย หรือรายการละเอียดที่ระบุไว้ไม่ชัดเจน ให้ถือปฏิบัติ ตามคู่มือมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร นี้ โดยถือประโยชน์ใช้สอยและผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก
1.2 นิยามความหมาย
นิยามความหมาย อธิบายคําที่ระบุอยู่ในมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร เพื่อให้มีความเข้าใจในการ นําไปใช้งาน การอธิบายความหมายอาจไม่ละเอียดครอบคลุมในทุกกรณีของข้อตกลงในสัญญาที่อาจ มีขึ้น การนําความหมายไปใช้งานจึงต้องคํานึงถึงวัตถุประสงค์และข้อตกลงในสัญญา โดยถือ
ผลประโยชน์ของรัฐเป็นหลัก
“มาตรฐาน” หมายความว่า ข้อความ ระเบียบวิธี ข้อบังคับ หรือเอกสารที่ได้รับความเห็นชอบยอมรับ ตามแนวทางเฉพาะแห่งกิจกรรม ถือเอาเป็นหลักสําหรับเทียบเกณฑ์กําหนด ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหรือบ่งชี้
แนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กําหนดจนบรรลุความสําเร็จสูงสุดของงาน
“อาคาร” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทําการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนําร่อง หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสําหรับอาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ํา หอถังน้ํา ถนน ประปาและสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ ครุภัณฑ์ ฯลฯ
“การก่อสร้าง” หมายความว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารขึ้นใหม่ และหมายความรวมถึง การดัดแปลง รื้อถอน ปรับปรุง ติดตั้ง ต่อเติม อาคารหรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ
4
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
“แบบรูป แบบแปลน แบบ” ( DRAWING ) หมายความว่า แผ่นภาพเขียน แผ่นภาพลายเส้น ภาพถ่าย ภาพ3 มิติ หุ่นจําลอง และ/หรือรายการละเอียดข้อกําหนดประกอบแบบ แสดงส่วนสําคัญที่ใช้ ในการก่อสร้างอาคาร
“รายการละเอียด รายการประกอบแบบ” ( SPECIFICATION ) หมายความว่า ข้อความชี้แจงรายการ ละเอียดเกี่ยวกับคุณภาพ จํานวน ชนิดวัสดุ ตลอดจนวิธีปฏิบัติหรือวิธีการสําหรับการก่อสร้าง หรือ มาตรฐานที่ใช้ในการก่อสร้าง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แบบแปลนหรือวัตถุประสงค์ที่กําหนด
“แบบรูปขยายรายละเอียด" ( SHOP DRAWING ) หมายความว่า แบบที่แสดงแบบรูปและรายการ ละเอียดบางส่วนหรือทั้งหมดของงานที่กําลังจะดําเนินการก่อสร้าง จัดทําขึ้นเพื่อให้คณะกรรมการตรวจ การจ้างพิจารณาอนุมัติ ก่อนการก่อสร้าง และเพื่อทําความเข้าใจในแบบรูปที่ถูกต้องตรงตาม วัตถุประสงค์ของแบบรูปฉบับสัญญา และการเตรียมความพร้อมสําหรับใช้ในการก่อสร้างจริง งานที่ ได้รับการอนุมัติ ( SHOP DRAWING ) แล้วมิได้หมายความว่า ผู้รับจ้างได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบใน การก่อสร้างส่วนนั้นๆ ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบการแก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีที่ตรวจพบว่างานก่อสร้าง ส่วนนั้นไม่ถูกต้องตามสัญญาในภายหลัง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และระยะเวลาเพิ่มเติม
“แบบรูปการก่อสร้างจริง” ( AS-BUILT DRAWING ) หมายความว่า แบบที่แสดงแบบรูปและรายการ ละเอียดของงานที่ได้ดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จตามสภาพความเป็นจริง เพื่อใช้เป็นเอกสาร
ประกอบการตรวจการจ้างงาน และเพื่อมอบให้ผู้ว่าจ้างใช้สําหรับการบํารุงรักษาอาคารต่อไป
1.3 ข้อกําหนดทั่วไป
1.3.1 การก่อสร้างอาคาร ต้องเป็นไปตามที่ปรากฏในแบบรูป รายการละเอียด เอกสาร ประกอบแบบ และเอกสารประกอบอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงของสัญญาจ้าง
1.3.2 ผู้รับจ้างที่ได้ลงนามในสัญญาจ้าง ถือว่าเป็นผู้ได้ตรวจดูแบบรูป รายการละเอียด และ เอกสารประกอบแบบต่างๆโดยถี่ถ้วน และเข้าใจความหมายโดยแจ่มแจ้งทุกประการ ถ้าปรากฏว่าแบบ รูปหรือรายการละเอียดประกอบแบบ หรือทั้งสองส่วน มีปัญหาเกิดขึ้น โดยมีการขัดแย้งกัน สงสัยจะ คลาดเคลื่อน ไม่ละเอียดเพียงพอ แบบรูปพิมพ์ไม่ชัดเจน กรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณี หรือกรณี อื่น ๆ ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางในการดําเนินการแก้ไขตามแต่กรณีของปัญหา ขอความเห็นชอบหรือ คําวินิจฉัยต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อน โดยคณะกรรมการตรวจการจ้าง อาจมีความเห็นที่ แตกต่างจากแนวทางแก้ไขที่ผู้รับจ้างเสนอ การพิจารณาจะถือเอาสาระสําคัญของสัญญา ความถูกต้อง เป็นธรรมตามหลักวิชาชีพที่ใช้ในการก่อสร้าง ตลอดจนความเหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักใน
การวินิจฉัยทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่คณะกรรมการตรวจการจ้างจะให้ความเห็นชอบหรือ วินิจฉัยชี้ขาด และผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขและดําเนินการก่อสร้างตามคําแนะนําหรือคําวินิจฉัยของ คณะกรรมการตรวจการจ้าง เมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไปจากรายการสําคัญในแบบรูปและรายการละเอียด
1 หมวดงานทั่วไป
ผู้รับจ้างจะต้องยอมทํางานนั้นๆให้เสร็จเรียบร้อย โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มจากที่กําหนด
ในสัญญา
1.3.3 สิ่งใดที่มิได้กล่าวไว้ในแบบรูปและรายการละเอียด แต่สิ่งนั้นเป็นส่วนจําเป็นที่ต้องกระทํา เพื่อความถูกต้องตามหลักวิชาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทํางานนั้นๆ โดยไม่เรียกร้องเงินค่าจ้างเพิ่มอีก
เค
5
1.3.4 สิ่งใดที่ได้กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการละเอียดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุให้ชัดเจนได้ เช่น ความอ่อนแก่ของสี การติดตั้ง รูปร่าง ลักษณะและสิ่งปลีกย่อยต่างๆ ตลอดจนแบบรูปขยาย รายละเอียด เป็นต้น คณะกรรมการชี้สถานที่ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างจะชี้แจงอธิบาย รายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรให้ ขณะนําดูสถานที่หรือขณะทําการก่อสร้าง การชี้แจงรายละเอียดนี้
ถือเป็นส่วนหนึ่งของแบบรูปและรายการละเอียดในการก่อสร้างครั้งนี้
1.3.5 การอ่านแบบรูปและกําหนดขนาด ให้ถือเอาระยะหรือขนาดที่ระบุเป็นตัวเลขหรือ ตัวอักษร ระยะต่างๆที่กําหนดไว้เป็นมาตราเมตริก ยกเว้นที่ระบุไว้เป็นอย่างชัดเจนว่าเป็นอย่างอื่น
1.3.6 ในกรณีที่การก่อสร้างมีความจําเป็น ต้องทําการก่อสร้างกลับแบบจากซ้ายเป็นขวา หรือจากหน้าเป็นหลัง (ตําแหน่งอาคารยังอยู่ในตําแหน่งเดิม) ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจ การจ้างพิจารณา โดยไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสัญญา
1.3.7 การจัดส่งเอกสารเสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง ควรเสนอผ่านนายช่างผู้ควบคุม งาน เพื่อทราบและช่วยพิจารณาความสมบูรณ์ของเนื้อหาและเอกสารประกอบ ให้ครบถ้วน
1.3.8 ก่อนการดําเนินการก่อสร้างอาคารตามแผนการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบรูป ขยายรายละเอียด เสนอผู้ควบคุมงานเพื่อพิจารณาเห็นชอบ จํานวน 1 ชุด ส่วนงานใดที่มีความ จําเป็นต้องเสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อพิจารณาเห็นชอบ เพิ่มเป็นจํานวน 3 ชุด
1.3.9 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแรงงาน หรือช่างฝีมือที่มีความรู้ความสามารถ ความชํานาญใน แต่ละวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการก่อสร้าง มาดําเนินงานนั้นๆ โดยเฉพาะ และต้องจัดหามาให้มีจํานวน เพียงพอเพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จทันตามกําหนดเวลา ในกรณีที่ลูกจ้างแรงงาน ช่างคนใดของ ผู้รับจ้าง ไม่มีความรู้ความสามารถ ความชํานาญในงานที่ปฏิบัตินั้นๆ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม นายช่างผู้ควบคุมงานหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างมีอํานาจในการขอให้ย้ายออก หรือเปลี่ยนลูกจ้าง หรือช่างคนนั้นได้ และผู้รับจ้างจะต้องจัดหาคนใหม่มาแทนโดยเร็ว ส่วนการแก้ไขงานหรือเวลาที่เสียไป เพราะการนี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขอขยายกําหนดระยะเวลาก่อสร้างไม่ได้ 1.3.10 ในกรณีที่เกิดปัญหาทางด้านวิศวกรรมโครงสร้าง หรือวิศวกรรมสาขาวิชาชีพอื่น ๆ อัน เนื่องมาจากความขัดแย้งของแบบรูปหรือรายการละเอียด หรือแบบรูปรายการละเอียดไม่ชัดเจน หรือ กรณีใดๆ ที่อาจทําให้สูญเสียความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร หรือเกิดความไม่ปลอดภัยในการใช้สอย อาคารก็ดี ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะเสนอเป็นแบบรูปรายการละเอียดวิธีการแก้ไข รายการคํานวณ (ถ้ามี) และใบรับรองโดยผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และมีระดับคุณวุฒิตามที่ สภาวิศวกรหรือสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย(ว.ส.ท.) กําหนด ต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนการดําเนินการก่อสร้างต่อไป
6
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
1.3.11 กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบรูปและ/หรือรายการละเอียดในการก่อสร้างอาคาร เช่น งานฐานรากเสาเข็ม หรืองานอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้สอยอาคารหรือเป็นผลประโยชน์ของ รัฐมากที่สุด การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หากสาระของสัญญาไม่ได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือสัญญามี ความขัดแย้งกัน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.3.12 ไฟฟ้า ประปาชั่วคราวที่ใช้ในการก่อสร้าง เป็นหน้าที่และค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างในการ จัดหา การขุดบ่อน้ํา การขุดบ่อบาดาล การติดตั้งระบบควบคุมไฟฟ้า การปักเสาพาดสาย การติดตั้ง หม้อแปลงไฟฟ้าชั่วคราว ต้องได้รับการอนุมัติความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.3.13 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานและรับผิดชอบในการทํางาน ให้เป็นไปตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งระเบียบข้อบังคับต่างๆที่ออกโดยหน่วยราชการท้องถิ่น ที่ๆสถานที่ก่อสร้างตั้งอยู่ เช่นกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ด้านแรงงาน ด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยในการทํางาน ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้การปฏิบัติงานก่อสร้างเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยถูกต้องตาม
กฎหมาย และมีความปลอดภัยตามหลักอาชีวอนามัย
1.3.14 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ การพิจารณาอนุมัติต่างๆจากคณะกรรมการตรวจ การจ้าง เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการและการควบคุมกํากับเพื่อให้งานก่อสร้างอาคารมีคุณภาพ แล้วเสร็จทันตามกําหนดของสัญญา ส่วนการดําเนินการก่อสร้างจริงเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ความ ผิดพลาด ความคลาดเคลื่อน คุณภาพของเนื้องานก่อสร้าง การใช้วัสดุ การติดตั้งอุปกรณ์ หรือหาก ไม่ถูกต้องตามสาระสําคัญของสัญญา ผู้รับจ้างมิอาจพ้นผิดจากความรับผิดชอบตามข้อผูกมัดของสัญญา
1.4 การจัดเตรียมแผนงาน
1.4.1 ผู้รับจ้างต้องแต่งตั้งผู้แทนรับผิดชอบหน่วยงานก่อสร้างที่เป็นสถาปนิก หรือวิศวกรโยธา หรือผู้ที่มีประสบการณ์เหมาะสมกับงานก่อสร้าง และมีอํานาจเต็มประจําสถานที่ก่อสร้างอย่างน้อย 1 คน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาเห็นชอบ โดยผู้แทนผู้รับจ้างจะต้องอยู่ปฏิบัติงานที่ หน่วยงานก่อสร้างตลอดระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงานก่อสร้าง คําแนะนํา ผลพิจารณาอนุมัติหรือคําสั่งใด จากนายช่างผู้ควบคุมงานหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง ให้ถือเสมือนว่าได้ดําเนินการแก่ผู้รับจ้าง
โดยตรง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะขอเปลี่ยนตัวแทนของผู้รับจ้างหากเห็นว่าไม่เหมาะสม และต้องดําเนินการ สลับเปลี่ยนโดยไม่มีการเว้นว่างตัวแทนผู้รับผิดชอบ ภายใน 15 วัน
1.4.2 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงานในรูป C.P.M. (CRITICAL PATH METHOD) หรือ ตารางกําหนดการดําเนินงานก่อสร้าง (WORK SCHEDULE) แสดงรายการปฏิบัติงาน จํานวนช่างและ แรงงาน งวดงาน ประกอบระยะเวลาแล้วเสร็จภายในอายุสัญญา พร้อมทั้งจัดลําดับ กําหนดการ การประสานงาน ลงในแผนงาน และต้องนําเสนอต่อนายช่างผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจ การจ้างภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ลงนามในสัญญาหรือวันที่ได้รับมอบสถานที่ก่อสร้าง
1.4.3 ผู้รับจ้างต้องแสดงแผนผังการปฏิบัติงานไว้ในหน่วยงานก่อสร้าง บันทึกการทํางานที่เป็น จริงเปรียบเทียบกับแผนงานที่ได้วางไว้ และสรุปรายงานผลการดําเนินงานก่อสร้างต่อนายช่างผู้ควบคุม งานและคณะกรรมการตรวจการจ้าง ทุกสัปดาห์ หากผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างไม่สอดคล้องกับ
1 หมวดงานทั่วไป
7
แผนงานที่วางไว้ ผู้รับจ้างต้องทําการปรับแผนการปฏิบัติงานรายงานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง
เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จตามกําหนดระยะเวลาของสัญญา
1.4.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสอบ สํารวจบริเวณสถานที่การก่อสร้างให้รู้สภาพต่าง ๆ ของสถานที่ก่อสร้าง และจัดทําแผนผังหน่วยงานก่อสร้าง กําหนดขอบเขต ระบุตําแหน่งอาคาร สํานักงานชั่วคราว ไฟฟ้า ประปา โรงเก็บวัสดุอุปกรณ์ บ้านพักคนงาน (ถ้ามี) เส้นทางสําหรับการ ขนส่งวัสดุก่อสร้าง และอื่น ๆ โดยผังดังกล่าวต้องมีผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงโดยรอบน้อยที่สุด
นําเสนอผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
1.4.5 ในกรณีที่การก่อสร้างมีความจําเป็น ต้องทําการก่อสร้างกลับแบบจากซ้ายเป็นขวา หรือ จากหน้าเป็นหลัง และแบบรูปประกอบสัญญาไม่ได้ดําเนินการกลับแบบรูปตามข้อกําหนดของสัญญา
ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบรูปที่ถูกต้องสําหรับการก่อสร้าง โดยมีขนาดและมาตราส่วนเดียวกันกับแบบรูป
ฉบับสัญญา เสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติให้ใช้เป็นแบบสําหรับการก่อสร้าง
1.5 การเตรียมสถานที่ก่อสร้าง
1.5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําผังสํารวจสถานที่ก่อสร้าง เก็บข้อมูลตามสภาพความเป็นจริง ทั้งส่วนที่ มองเห็นและส่วนที่มองไม่เห็น เช่น ระยะห่างของอาคารข้างเคียง ต้นไม้ ถนน ท่อระบายน้ํา ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ แนวท่อระบบบําบัดน้ําเสียใต้ดิน และอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการจัดเตรียมแผนงาน รายงานต่อนายช่างผู้ควบคุมงาน
1.5.2 กรณีที่ต้องมีการย้ายระบบสาธารณูปโภคที่เป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง หากสัญญาจ้าง มิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการโยกย้ายระบบสาธารณูปโภคที่เป็น อุปสรรคต่อการก่อสร้างทุกชนิดที่มีอยู่เดิม ให้พ้นจากบริเวณก่อสร้างอาคาร การโยกย้ายดังกล่าว จะต้องกระทําด้วยความระมัดระวัง ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ต้องไม่มีผลกระทบเสียหายต่อการใช้งาน ปกติ สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนการโยกย้ายระบบสาธารณูปโภค โดยแผนการ ดังกล่าวประกอบด้วยแผนปฏิบัติการ แบบรูป ผัง การใช้วัสดุอุปกรณ์และ/หรือเครื่องจักรกล ผู้รับจ้าง ต้องระบุให้ชัดเจนว่า เป็นการโยกย้ายชั่วคราวแล้วนํากลับมาติดตั้งตามเดิม หรือเป็นการโยกย้ายถาวร เสนอนายช่างผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติจากก่อน จึงจะทําการ
โยกย้ายไต้
1.5.3 การตัดต้นไม้ ถ้าการก่อสร้างนี้จําเป็นต้องตัดต้นไม้ในบริเวณสถานที่ก่อสร้าง ผู้รับจ้างตัด ต้นไม้ได้เฉพาะต้นที่มีขนาดลําต้นเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 7.5 เซนติเมตร ส่วนขนาดที่ใหญ่กว่าการตัด หรือย้ายต้นไม้ ที่กีดขว้างการก่อสร้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าของสถานที่ก่อนจึงดําเนินการ ได้ โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
1.5.6 การสร้างโรงงานและที่พักคนงานชั่วคราว (ถ้ามี) การปลูกสร้างโรงงาน หรือที่พักคนงาน ชั่วคราวในบริเวณสถานที่ของทางราชการ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้าง
ก่อน ในกรณีที่จําเป็นจะต้องปลูกสร้างนอกสถานที่ของทางราชการ จะต้องได้รับอนุญาตจาก
คณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อประโยชน์ในการยึดทรัพย์เมื่อมีการละทิ้งงาน
8
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
ก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องจัดสร้างที่พัก ที่ปรุงอาหาร ส้วม และห้องอาบน้ําของคนงานให้มิดชิด และถูก สุขลักษณะ วัสดุที่ใช้สร้างต้องไม่ติดไฟง่าย ไม่สกปรก หรือรกรุงรัง การอยู่อาศัยให้อยู่เฉพาะผู้ที่เกี่ยวกับ การก่อสร้าง และต้องอยู่ในบริเวณที่ก่อสร้างเท่านั้น ห้ามออกไปในบริเวณอื่น หากคณะกรรมการตรวจ การจ้างหรือเจ้าของสถานที่ ระบุให้การทําบัตรประจําตัวคนงานหรือ ผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง เพื่อใช้ ในการผ่านเข้าออกบริเวณก่อสร้างผู้รับจ้างต้องยอมปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
1.5.7 ผู้รับจ้างต้องจัดทํารั้วชั่วคราว กําหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างโดยรอบ ทําด้วยวัสดุที่มีความ คงทนแข็งแรง สามารถป้องกันการบุกรุกได้ดีพอสมควร ความสูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร มีประตูผ่าน เข้าออกเท่าที่จําเป็น มีแผ่นป้ายเตือน “อันตราย ห้ามเข้าเขตก่อสร้าง” มองเห็นอ่านได้ในระยะ 10.00 เมตร ในกรณีที่สัญญาการก่อสร้างมีงานก่อสร้างหลายอาคารหรือมีระยะอาคารห่างกัน การจัดทํารั้ว ชั่วคราวให้อยู่ในดุลยพินิจของนายช่างผู้ควบคุมงานและ/หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างเป็นผู้กําหนดให้
1.5.8 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีไฟแสงสว่าง บริเวณสถานที่ก่อสร้างในเวลากลางคืน สามารถมองเห็น ได้อย่างปลอดภัย ต้องจัดให้มียามรักษาการตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณทางเข้าออกสถานที่ก่อสร้าง จํานวน ไม่น้อยกว่า 1 คน สําหรับงานก่อสร้างที่มีมูลค่าสัญญารวมเกิน 30 ล้านบาท และจํานวนไม่น้อยกว่า 2 คน สําหรับงานก่อสร้างที่มีมูลค่าสัญญารวมเกิน 80 ล้านบาท
1.5.9 สํานักงานชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องจัดสร้างสํานักงานชั่วคราวสําหรับนายช่างผู้ควบคุมการ
ก่อสร้างของผู้ว่าจ้างทันทีที่ทําการตรวจสอบผังการก่อสร้างค่าใช้จ่ายของสํานักงานชั่วคราวทั้งหมดที่
เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง เป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้นสํานักงานควบคุมงานแบ่งเป็นลักษณะ
ต่างๆ ดังนี้
ขนาดที่ 1 ราคาก่อสร้างของโครงการ ไม่เกิน 10 ล้านบาท ขนาดของสํานักงานมีพื้นที่ไม่ น้อยกว่า 15 ตารางเมตร ประกอบด้วย ไฟฟ้า ประปา ห้องน้ํา-ส้วม และอุปกรณ์ประกอบสํานักงานที่
จําเป็น
·
- ขนาดที่ 2 ราคาค่าก่อสร้างของโครงการ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป และไม่เกิน 80 ล้านบาท ขนาดของสํานักงานมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร ประกอบด้วย ไฟฟ้า ประปา ห้องน้ํา ส้วม และอุปกรณ์ประกอบสํานักงานที่จําเป็น พร้อมจัดทําสถานที่เก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์
• ขนาดที่ 3 ราคาค่าก่อสร้างของโครงการ ตั้งแต่ 80 ล้านบาทขึ้นไป ขนาดของสํานักงานมี พื้นที่ไม่น้อยกว่า 40 ตารางเมตร ประกอบด้วย ไฟฟ้า ประปา ห้องน้ํา-ส้วม ห้องเก็บตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ โต๊ะประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้าง ขนาดประมาณ 12 คน และอุปกรณ์ประกอบสํานักงานที่จําเป็น พร้อมทั้งสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ เช่น เครื่องปรับอากาศโทรศัพท์ เป็นต้น
1.5.10 วัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร ต้องกองเก็บในโรงเรือนที่มีหลังคาคลุม ไม่ควร สัมผัสแดด ลม หรือฝน หากการกองเก็บวัสดุไม่เหมาะสม ทําให้เกิดความเสียหาย เกิดสนิม เปลี่ยนสี บวม สภาพเก่า หรืออื่นๆ ผู้รับจ้างต้องจัดหามาใหม่ หรือแก้ไขจนกว่านายช่างผู้ควบคุมงานอนุญาตให้ ใช้งานได้
1 หมวดงานทั่วไป
1.6 การเตรียมวัสดุอุปกรณ์
9
1.6.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและ/หรือติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ตามแบบรูปและรายการละเอียด วัสดุและ/หรืออุปกรณ์ที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือจัดทําขึ้นใหม่ หรือสิ่งของที่มีในท้องถิ่นมีจํานวน จํากัด ผู้รับจ้างต้องจัดหาให้ครบทันตามกําหนดเวลา และจะอ้างเป็นเหตุในการขอต่ออายุสัญญาไม่ได้
1.6.2 วัสดุอุปกรณ์ ในงานก่อสร้างต้องเป็นวัสดุใหม่ ไม่เคยถูกใช้งาน ไม่เก่าเก็บ มีคุณสมบัติ และคุณภาพตามที่กําหนดในแบบรูปและรายการละเอียด วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้กําหนดรายการละเอียดไว้ เป็นอย่างอื่น ให้เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตในประเทศ มีคุณภาพได้มาตรฐานประเทศไทย และ/หรือ มาตรฐานต่างประเทศ ตามลําดับ
1.6.3 วัสดุอุปกรณ์ ที่นําเข้าจากต่างประเทศ ต้องสั่งซื้อจากตัวแทนจําหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้ง จากผู้ผลิต มีการรับรองการให้บริการทั้งอะไหล่และการบํารุงรักษาได้อย่างต่อเนื่อง การนําเข้าต้อง เป็นไปตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้อง
1.6.4 การทดสอบต่างๆในระหว่างการก่อสร้าง เช่น การทดสอบกําลังวัสดุ คุณสมบัติของวัสดุ อุปกรณ์ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ความสมบูรณ์ของเสาเข็ม การรับน้ําหนักของเสาเข็ม เป็นต้น ค่าใช้จ่าย ในการทดสอบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบเป็นของผู้รับจ้าง การติดต่อประสานงานกับ หน่วยงานหรือสถาบันต่างๆเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง โดยส่งสําเนารายงานนายช่าง ผู้ควบคุมงานและ
คณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.6.5 ผู้รับจ้างต้องขออนุมัติใช้วัสดุอุปกรณ์ รายการสําคัญ เช่น เสาเข็ม เหล็กเสริม เหล็ก รูปพรรณ วัสดุกันซึม วัสดุตกแต่งผิว วัสดุเคลือบผิว วัสดุอุปกรณ์งานระบบต่างๆประกอบอาคาร และ อื่นๆ โดยจัดทําเอกสารรายการละเอียดเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ เสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างเพื่อ พิจารณาอนุมัติก่อนการจัดซื้อ การพิจารณาเอกสารที่เสนอขออนุมัติแต่ละครั้งใช้เวลา 15 วันทําการ ดังนั้นผู้รับจ้างจึงควรรวบรวมเอกสารการขออนุมัติในคราวเดียวให้ครบถ้วน การเสนอขออนุมัติที่ล่าช้า ผู้รับจ้างไม่สามารถถือเป็นเหตุอ้างอิงในการขอต่ออายุสัญญา วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ยังไม่ พ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ทําการติดตั้งไม่เป็นไปตามหลักวิชา ช่างหรือตามกรรมวิธีของผู้ผลิต หรือวัสดุอุปกรณ์ที่นํามาใช้งานหรือติดตั้งไม่ตรงกับที่ได้รับอนุมัติ
1.6.6 ผู้รับจ้างสามารถขอใช้วัสดุอุปกรณ์เทียบเท่า ในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาได้ตามที่แบบรูป และรายการละเอียดกําหนด หรือเหตุกรณีอื่นๆ โดยมีคุณสมบัติไม่ต่ํากว่าที่แบบรูปรายการละเอียด กําหนด ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารระบุเหตุผลขอเทียบเท่า รายการเปรียบเทียบคุณสมบัติและราคา ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาอนุมัติ เห็นชอบ หากวัสดุอุปกรณ์ที่ขอเทียบเท่ามีราคาสูงกว่าที่ ตกลงในสัญญา ผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมิได้ และหากราคาวัสดุอุปกรณ์ต่ํากว่าที่ตกลง ในสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมหักลดเงินค่าจ้างตามจํานวนที่แตกต่าง ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะ ปฏิเสธการขอเทียบเท่า และยืนยันให้ใช้วัสดุตามแบบรูปรายการละเอียด หรือตามข้อตกลงของสัญญา (การคํานวณราคาค่าก่อสร้างเพื่อเสนอราคา ให้เสนอราคาตามที่กําหนดในแบบรูป รายการละเอียด และเอกสารประกอบแบบ เท่านั้น)
10
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
1.6.7 เครื่องจักรกล อุปกรณ์ก่อสร้าง และเครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าของผู้รับจ้างที่ใช้ใน การก่อสร้าง ต้องมีสภาพดี สามารถใช้งานเป็นปกติ มีความปลอดภัย เครื่องมือและเครื่องจักรกล ขนาดใหญ่ เช่น รถขุด รถแทรคเตอร์ เครื่องปั้มลม เครื่องสกัด รถขุดเจาะ อื่นๆ ต้องอยู่ในสภาพที่ สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย กรณีเครื่องมือและเครื่องจักรกลที่ต้องมีการติดตั้ง เช่น ปั้นจั่นยกวัสดุ ขนาดใหญ่ ทาวเวอร์เครน กําแพงกันดินชั่วคราว นั่งร้าน หรืออื่นๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจัดทําผังแบบรูป รายการละเอียดการติดตั้ง รายการคํานวณ (ถ้ามี) และใบรับรองโดยผู้ประกอบ วิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง และมีระดับคุณวุฒิตามที่สภาวิศวกรหรือสมาคมวิศวกรรม สถานแห่งประเทศไทย(ว.ส.ท.) กําหนด เสนอต่อนายช่างผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้าง
พิจารณาเห็นชอบ
1.7 ระเบียบข้อปฏิบัติในการก่อสร้าง
1.7.1 การป้องกันอันตรายในกรณีที่การก่อสร้างอาคารตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ให้ผู้รับจ้างจัดทําระบบ ป้องกันเศษวัสดุตกหล่นซึ่งอาจทําอันตราย หรือทําให้ทรัพย์สินเสียหาย โดยจัดทําปล่องทิ้งขยะหรือเศษ วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง ตามจุดที่เหมาะสม หรือจุดที่กรรมการตรวจการจ้างกําหนด ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เศษ วัสดุ ฝุ่นผงต่างๆ ทําความเดือดร้อนรําคาญแก่บุคคลและบริเวณข้างเคียง หรือตามที่กฎหมายกําหนด
1.7.2 กรณีที่การก่อสร้างอาคารห่างจากอาคารข้างเคียงน้อยกว่า 10 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดทํา แผนและดําเนินการป้องกันฝุ่นละอองและเสียงที่ดังเกินกว่าที่กําหมายกําหนด ในขณะดําเนินการ ก่อสร้าง และให้ถือว่ามาตรการในการป้องกันฝุ่นละอองและเสียงเป็นเรื่องสําคัญ
1.7.3 ถนนและทางเดินชั่วคราว ในระหว่างการก่อสร้างหากมีความจําเป็นจะต้องทําถนน ชั่วคราว เพื่อใช้ ขนส่งวัสดุหรืออํานวยความสะดวกของผู้รับจ้าง เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องจัดทําถนน ดังกล่าว โดยค่าใช้จ่าย ทั้งหมดเป็นภาระของผู้รับจ้าง ทั้งนี้ถนนชั่วคราวเป็นกรรมสิทธิ์ของทางราชการ และผู้ว่าจ้าง หรือคณะกรรมการการตรวจการจ้างมีสิทธิที่จะใช้ถนนดังกล่าวในการให้ผู้รับ จ้างราย ต่อๆไปได้ร่วมใช้ถนนชั่วคราวหากมีความจําเป็น ส่วนการซ่อม ดูแลบํารุงรักษาเป็นหน้าที่ ที่จะตกลง ร่วมกันระหว่างผู้รับจ้างทุกรายที่มีส่วนร่วมใช้ถนนดังกล่าว ทางเดินชั่วคราว ในกรณีที่มีความจําเป็น จะต้องจัดสร้างทางเดินชั่วคราว ผู้รับจ้างจะต้องขออนุมัติก่อนการก่อสร้างทางเดินดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดสร้างทางเดินให้แข็งแรง ปลอดภัย โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้น และเมื่อ หมดความจําเป็นแล้วผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนออก พร้อมทั้งซ่อมแซมส่วนที่เสียหายให้ดีดังเดิม ทางเดิน ดังกล่าวจะต้องป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และติดตั้งเครื่องหมายแสดงบริเวณที่อาจเกิดอันตรายทุกแห่ง
1.7.4 ผู้รับจ้างต้องดูแลบํารุงรักษาผิวทางจราจร การทําความสะอาด การขนส่งวัสดุก่อสร้างที่มี นํ้าหนักมาก เช่นการขนส่งดิน หิน ทราย เหล็ก คอนกรีต ต้องระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายกับ ผิวจราจร ทั้งภายใน-ภายนอกหน่วยราชการที่ทําการก่อสร้าง หรือทางสาธารณะ หากเกิดความ เสียหายผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมให้ดีดังเดิม ค่าใช้จ่ายการการนี้ ค่าปรับหรือค่าธรรมเนียม
ท้องถิ่นที่เกิดขึ้น ผู้รับจ้างไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
1 หมวดงานทั่วไป
11
1.7.5 การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม ถ้าการก่อสร้างนี้จําเป็นต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมของผู้ว่าจ้าง และในรายการมิได้กําหนดไว้ให้ผู้รับจ้างเสนอขออนุญาตต่อผู้ว่าจ้างก่อน และเมื่ออนุมัติแล้วจึงจะทําการ รื้อถอนได้ การรื้อถอนสิ่งต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการและออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ส่วนวัสดุต่างๆ ของผู้ว่าจ้างที่รื้อถอนออกนี้ ถือว่าเป็นของผู้ว่าจ้างทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องนําไปเก็บไว้ ณ ที่อันสมควร ซึ่งผู้ว่าจ้างจะกําหนดให้ โดยการค่าใช้จ่ายในการดําเนินการ เป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น เว้น แต่สัญญาจะระบุไว้อย่างชัดเจนเป็นอย่างอื่น
1.7.6 แบบรูปขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง (SHOP DRAWING) ผู้รับจ้างจะต้องทําเสนอแบบ รูปขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง ในส่วนที่มีอุปสรรคทางด้านต่างๆ หรือส่วนที่ไม่สามารถทําตามแบบ จริงได้ หรือมีหลายประเภทงานในบริเวณหรือจุดที่ติดตั้งเดียวกัน อาทิเช่น งานด้านวิศวกรรมโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานระบบต่างๆ จะต้องสอดคล้องและไม่ขัดแย้งกันในขณะก่อสร้าง และหากแบบรูป ขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง เกี่ยวข้องกับการมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ต้องมีวิศวกรระดับสามัญ ของสาขาวิชาชีพนั้น ๆ ลงนามกํากับแบบรูปขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง เสนอให้คณะกรรมการตรวจ การจ้าง ตรวจแก้ไขเห็นชอบเสียก่อนล่วงหน้าก่อนการดําเนินการในระยะเวลาอันสมควร การทํารูปแบบ
ขยายรายละเอียดขณะก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะอ้างเป็นเหตุในการขอคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไม่ได้
1.7.7 ผู้รับจ้างต้องดูแลสถานที่ก่อสร้างให้มีความสะอาดไม่สะสมมูลฝอยที่ทําให้เกิดแหล่ง เพาะเชื้อโรค มูลฝอย และเศษวัสดุก่อสร้าง ให้ขนออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง ในระยะเวลาที่เหมาะสม อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามผู้ควบคุมงานสั่ง นําไปกําจัดโดยวิธีที่ถูกต้องตามประเภทของ มูลฝอย ห้ามทิ้งสะสมไว้ในบริเวณก่อสร้าง หรือทิ้งลงถังขยะท้องถิ่น
1.7.8 วัสดุไวไฟที่ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ เบนซิน หรืออื่นๆ หลังการใช้ งานวัสดุไวไฟในแต่ละวัน ให้นํากลับมากองเก็บยังอาคารเก็บวัสดุไวไฟ รวมทั้งภาชนะบรรจุที่หมดแล้ว
ห้ามวางทิ้งไว้ในอาคารหรือบริเวณก่อสร้างเป็นอันขาด
1.7.9 การเชื่อมโลหะด้วยไฟฟ้าหรือแก๊สให้มีมาตรการป้องกันประกายไฟขณะทําการเชื่อม ทุกๆครั้งที่มีการเชื่อม ให้มีถังดับเคมีเพลิงขนาด 15 ปอนด์ ที่หน้างานเชื่อมอย่างน้อยจุดละ 1 ถัง และ มีถังดับเคมีเพลิงสํารองอีกจํานวนไม่น้อยกว่า 5 ถัง โดยต้องอยู่ในตําแหน่งที่สามารถนํามาใช้ได้อย่าง
รวดเร็ว ทันที
1.7.10 การยก การเคลื่อนย้ายวัสดุขึ้นที่สูง การใช้เครน รอก ลิฟต์ ให้ใช้ความระมัดระวัง อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายจะต้องอยู่ในสภาพดี มีการตรวจสอบ ซ่อมบํารุงให้อยู่ ในสภาพดีตลอดการใช้งาน ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ขับเคลื่อน ผู้บันทึกการเคลื่อนย้ายวัสดุ และผู้ควบคุม ตําแหน่งไม่น้อยกว่าระดับหัวหน้าคนงาน ห้ามยกเคลื่อนย้ายวัสดุข้ามผ่านคนทํางานหรือผ่านเหนือ
อาคารใดๆโดยเด็ดขาด
1.7.11 การก่อสร้างปกติให้มีการบันทึกด้วยภาพถ่ายดิจิตอลเป็นระยะๆ การก่อสร้างหรือการ ติดตั้งงานก่อสร้างที่ผู้ควบคุมงานหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่สามารถเข้าตรวจถึง หรือมองเห็น ได้ในวันตรวจการจ้าง หรืออาจเนื่องจากเหตุความปลอดภัย เช่น การติดตั้งวัสดุมุงหลังคา การติดตั้ง รางลิฟต์ การติดตั้งระบบกันซึมชั้นใต้ดิน การติดตั้งระบบกําจัดปลวก การฉาบติดตั้งระบบกันซึม
……..
12
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
ภายในถังเก็บน้ํา งานเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีต หรืออื่น ๆ ให้ผู้รับจ้างภาพถ่ายดิจิตอลบันทึกงาน ที่ดําเนินการดังกล่าว ลงแผ่น CD-ROM จํานวน 2 แผ่น เพื่อใช้ประกอบการตรวจการจ้าง หรือจัดทํา เพิ่มเติมกรณีที่มีข้อสงสัย หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างร้องขอ
1.7.12 ในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามแผนการทํางานด้านความปลอดภัย ตามที่กฎหมายกําหนด รายงานนายช่างผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้าง
1.7.13 ป้ายแสดงรายการก่อสร้าง ขนาดไม่เล็กว่า 1.20 x 2.40 เมตร ทําด้วยวัสดุที่คงทน ติดตั้งในบริเวณทางเข้าหน่วยงานก่อสร้างหรือบริเวณที่สามารถมองเห็นได้โดยทั่วไป ตลอดระยะเวลา การก่อสร้าง บนพื้นสีขาว ตัวอักษรสีน้ําเงิน ข้อความตามตัวอย่าง ห้ามโฆษณา หรือมีข้อความเกิน กว่าที่กําหนด
โครงการก่อสร้างอาคาร
สถานที่ก่อสร้าง
เจ้าของโครงการ …..
โทร
โดย
ราคาค่าก่อสร้าง
กองแบบแผน
กรมสนับสนุนบริการ
ผู้ควบคุมงาน
สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข
เริ่มสัญญา ……
สิ้นสุดสัญญา
โทร
ขยายเวลา …….
สิ้นสุดสัญญา
ผู้รับจ้าง
โทร
วิศวกรโครงการ
เลขทะเบียน
สถาปนิกโครงการ …..
เลขทะเบียน
ร้องเรียน/แจ้งเหตุ โทร
1 หมวดงานทั่วไป
13
1.7.14 รายละเอียดแผ่นป้ายอาคารทุกหลัง ตามแบบตัวอย่าง ยกเว้นงาน รั้ว ถนน ถังน้ํา เสาธง งานปรับปรุงซ่อมแซม
แบบเ
ช
แบบขอเดชเองล่าง)
กาจ บ บบ น
กรมสนับสนุนบ การสุขภาพ กระทรวงสาารณสุข ท ส างเหนือ พ.ศ.
(YUUTUMU YA
เงิน เงินบริบทเงินบางนา) จํานวน ซอค่าย บาท
จํานวนgama
42·11).
แบบป้ายแสดงรายการก่อสร้าง
เอกสารเลซิท ก.132 กย./53
- รายละเอียดป้ายทําด้วยแผ่นสเตนเลส 304 ขนาด 20x42 ซม. หนา 1 มม.
พับขอบหนา 1 ซม. ผิวแบบไหน ตัวอักษรและกรอบกัดกรด วะร่องถน
เขียวอมนํ้าเงิน ติดตั้งกับผนังด้วยแผ่นพลาสวูดขนาดแผ่นป้าย ยึดกับผนัง
ตําแหน่
ด้วยและสากลเดนเค้าครอบฝาย แหน่งให้รก่อสร้าง
1.8 การปักผัง ทําหนดระดับ
1.8.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทําหมุดระดับอ้างอิงเบื้องต้น เปรียบเทียบกับอาคารถาวรข้างเคียง วางบน ตําแหน่งที่มีความมั่นคง ในบริเวณสถานที่ก่อสร้าง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณากําหนด ระดับสําหรับการก่อสร้างจริง
1.8.2 ผู้รับจ้างจะต้องทําการปักผังแสดงแนวเสาและวางระดับอ้างอิง ตามที่กําหนดไว้ตามแบบ รูปและรายการละเอียด เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการเรียบร้อยแล้วให้รายงานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาตรวจสอบยังให้ความเห็นชอบ ภายในระยะเวลา 10 วัน นับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจ การจ้างรับรายงาน การดําเนินงานที่ล่าช้า ผู้รับจ้างจะอ้างเป็นเหตุในการขอต่ออายุสัญญาจ้างไม่ได้
1.8.3 กรณีที่แบบรูปและรายการละเอียดไม่ได้แสดงตําแหน่งของอาคาร ผู้รับจ้างต้องจัดทําผัง สํารวจบริเวณก่อสร้าง พร้อมทั้งกําหนดตําแหน่งอาคารโดยสังเขป เสนอขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อตรวจสอบดังต่อไป
14
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
1.8.4 กรณีที่อาคารไม่สามารถก่อสร้างอาคารได้ตามตําแหน่งที่กําหนดในแบบรูป และรายการ
ละเอียด คณะกรรมการตรวจการจ้างจะกําหนดตําแหน่งอาคารให้ใหม่ในบริเวณใกล้เคียง โดยไม่ถือเป็น
การเปลี่ยนแปลงรายการและสัญญาจ้าง
1.9 การถม ชุด ปรับระดับ
1.9.1 การถม ในกรณีที่แบบรูปและรายการละเอียด มิได้ระบุการถมที่ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือว่า การก่อสร้างอาคารรวมถึงการถมที่บริเวณที่ตั้งของอาคารด้วยทุกครั้ง ส่วนความสูงของระดับดินถม ประมาณเท่าทางเท้า หรือหลังถนน โดยความกว้างห่างจากริมอาคารต้องไม่ต่ํากว่า 3.00 เมตร ในแนว ระดับแล้วลาดเอียง ในกรณีที่รายการถมดินไม่ครบตามจํานวนที่กําหนด ให้นําส่วนที่เหลือไปถมในที่ซึ่ง คณะกรรมการตรวจการจ้างกําหนด ทั้งนี้ ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการและสัญญา
1.9.2 การถมดินรอบอาคาร ในกรณีที่แบบรูปและรายการละเอียดระบุให้ถมดินรอบอาคาร ให้ถม ตามที่ระบุไว้ในแบบรูปและรายการละเอียด และให้ทําเอียงลาด 1 ต่อ 2 (แนวดิ่ง 1 ส่วน ต่อแนวราบ 2 ส่วน) ลงสู่ระดับดินเดิม พร้อมตกแต่งและบดอัดจนเรียบ (ความสูงให้ถือตามแบบรูปและรายการ ละเอียด)
1.9.3 การถมที่ ให้ดําเนินการกําจัดวัชพืชออกก่อน กรณีที่มีน้ําท่วมขังให้สูบน้ําออก ขุดลอกดิน เลนออก จึงทําการถมที่ได้ ในกรณีถมที่ที่มีระดับความสูงมากกว่า 0.50 เมตร ให้ถมเป็นชั้นๆละไม่เกิน 0.50 เมตร แต่ละชั้นให้ บดอัดด้วยเครื่องบดอัดจนแน่น เศษวัชพืชให้ขนออกไปทิ้งนอกสถานที่
1.9.4 กรณีที่ถมด้วยทรายต้องหาวิธีป้องกันมิให้ทรายไหลออกจากบริเวณที่ต้องการถมพร้อมทั้ง หล่อน้ําไว้จนทรายทรุดตัวแน่น
1.9.5 กรณีที่แบบรูปและรายการละเอียด มิได้ระบุการถมหรือปรับระดับไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือ ว่าการก่อสร้างอาคารรวมถึงการให้ปรับระดับดินใต้อาคาร โดยการถมดิน หรือทราย ให้สูงกว่าระดับทาง
เท้าหรือระดับดินโดยรอบอาคาร ไม่น้อยกว่า 0.20 เมตร
1.9.6 การขุดดิน หรือร่องน้ํา หรือคูระบายน้ําที่กําหนดในแบบรูปรายการละเอียด หรือขุดเพื่อ การระบายน้ําระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องระมัดระวังการขุด ไม่ให้มีผลกระทบต่อบริเวณข้างเคียง
หากมีความเสียหายเกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไข
1.9.7 การใช้เครื่องจักรกล ในการถม ขุด ปรับระดับ ผู้รับจ้างต้องระมัดระวังน้ําหนักและการ ขับเคลื่อนของเครื่องจักรกล ไม่ให้มีผลกระทบต่องานฐานรากหรือบริเวณข้างเคียง หากมีความเสียหาย เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบแก้ไข
1.9.8 การถมดินในท้องถิ่นที่สถานที่ก่อสร้างตั้งอยู่ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ต่างๆที่ออกโดยหน่วยราชการท้องถิ่นนั้นๆ รวมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าปรับที่อาจมีขึ้น อยู่ในความ
รับผิดชอบของผู้รับจ้าง
1 หมวดงานทั่วไป
1.10 การบันทึกรายงานการก่อสร้าง
15
ผู้รับจ้างต้องจัดทําบันทึกรายงานการก่อสร้างตามที่สัญญากําหนด หากมิได้กําหนดไว้ ผู้รับจ้างต้องจัดทําบันทึกรายงานการก่อสร้าง ทุกวัน และรายงานต่อผู้ควบคุมงานทุกสัปดาห์ รายงาน ประกอบด้วย ลําดับงวดงาน รายการงานที่ปฏิบัติรายวัน จํานวนแรงงาน ช่างสาขาต่าง ๆ ผู้ควบคุม งาน ระบุเครื่องจักรกล สภาพอากาศ ปัญหาอุปสรรค ลงนามรับรองโดยผู้รับจ้างหรือตัวแทนผู้รับผิดชอบ
ในแต่ละวัน
1.11 การตรวจการจ้าง และการควบคุมงาน
การตรวจการจ้าง และการควบคุมงาน ให้เป็นไปตามระเบียบทางราชการ
2
หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
- หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
19
2.1 งานเสาเข็ม
ในกรณีที่แบบรูปแสดงฐานรากไว้เกิน 1 ชนิด เช่น มีทั้งฐานรากชนิดตอกเสาเข็มคอนกรีต ฐาน รากชนิดตอกเสาเข็มไม้ ฐานรากชนิดเสาเข็มเจาะ และฐานรากชนิดไม่ตอกเสาเข็ม หากรายการละเอียด และรายการวันนี้สถานที่มิได้กําหนดให้ใช้ฐานรากชนิดใดไว้ ให้ผู้รับจ้างเสนอราคาค่าก่อสร้างโดยใช้ฐาน รากชนิดที่มีราคา และ ค่าใช้จ่ายสูงสุดตามที่ระบุไว้ในรูปแบบ และ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการเจาะสํารวจดิน ตามข้อกําหนดในเอกสารเลขที่ 800/ต.ค./29 กรณีที่ผลการเจาะสํารวจดิน กําหนดให้ใช้ฐานราก นอกเหนือจากที่เสนอราคา ให้เปรียบเทียบเพิ่ม-ลด ค่าฐานรากโดยถือตามผลสรุปจากรายงานผลการ เจาะสํารวจดินเป็นที่สิ้นสุด
น
2.1.1 เสาเข็มไม้
ในกรณีที่แบบรูปและรายละเอียดระบุให้ใช้เสาเข็มไม้ ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนเป็นเสาเข็ม คอนกรีตขนาดพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าพื้นที่หน้าตัดของเสาเข็มไม้ที่ระบุไว้เดิม โดยยกเลิกการใช้เสาเข็ม ไม้ที่ระบุในแบบความยาวของเสาเข็มที่จะใช้เท่ากับความยาวของเสาเข็มไม้เดิม และไม่ถือเป็นการ
เปลี่ยนแปลงรายการ
2.1.2 เสาเข็มคอนกรีต
2.1.2.1 เสาเข็มคอนกรีตที่นํามาใช้ในการก่อสร้างต้องเป็นเสาเข็มที่ผลิตจาก โรงงานที่มี อุปกรณ์และวิศวกรผู้ชํานาญงานพอเพียงแก่การผลิตเสาเข็มให้มีคุณภาพดีเสาเข็มทุกต้นต้องระบุวัน
เดือนปี ที่ผลิตและชื่อผู้ผลิตแสดงไว้ชัดเจน
2.1.2.2 การกําหนดจุดยกและการขนส่ง เสาเข็มทุกต้นจะต้องแสดงจุดยกให้ชัดเจน และ หากทําการทดสอบด้วยการนําเสาเข็มวางบนหมอนรองรับที่จุดยก รอยแตกร้าวที่เกิดขึ้นจะต้องไม่กว้าง
มากกว่า 1.20 มิลลิเมตร
2.1.2.3 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมได้
2.1.2.3.1 ความคดงอของเสาเข็มตามยาวขณะวางในสภาวะปกติไม่ได้รับ
BENDING จะต้องไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ต่อความยาว 3.00 เมตร หรือ 9.5 มิลลิเมตร ต่อความยาว 12.00 ม. 2.1.2.3.2 ปลายที่ตอกเสาเข็มต้องมีผิวหน้าเรียบ และตั้งฉากกับแกนความยาว ของเสาเข็มโดยยอมให้มีความคลาดเคลื่อน ไม่เกิน 1 องศา
2.1.2.4 การตอกเสาเข็ม การตอกเสาเข็มโดยใช้ลูกตุ้มชนิดปล่อย ถ้าแบบรูปหรือรายการ ละเอียดไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่าอื่น ให้ถือปฏิบัติดังนี้
2.1.2.4.1 การใช้น้ําหนักของลูกตุ้มที่ตอกเสาเข็มและระยะยก ให้เป็นไปตามสูตร คํานวณหาน้ําหนักบรรทุกของเสาเข็ม โดยทั่วไป ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายการคํานวณของวิศวกร สาขาโยธา ระดับไม่ต่ํากว่าสามัญวิศวกร ให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง พิจารณาเห็นชอบเสียก่อน
20
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.1.2.4.2 ในกรณีที่ตอกเสาเข็มแล้วปรากฏว่า ศูนย์เสาเข็มผิดไปจากตําแหน่งที่ กําหนดไว้เกินกว่า 1 ใน 4 ของความกว้างหน้าตัดเสาเข็มแต่ไม่เกิน 10 เซนติเมตร หรือพบว่าเสาเข็ม
เกิดความเสียหายไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการแก้ไขโดยวิศวกรโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เพื่อ ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างก่อนจะทําการแก้ไขต่อไป โดยจะคิดเงินและเวลาเพิ่ม
จากทางราชการมิได้
2.1.2.4.3 การตอกเสาเข็ม ต้องป้องกันมิให้หัวเสาเข็มชํารุด เช่น มีกระสอบป่าน หรือวัสดุอื่นๆ รองรับเหนือหัวเสาเข็ม รัดปลอกเหล็กรอบหัวเสาเข็ม และคอยระมัดระวังอยู่เสมอ
2.1.2.4.4 การตอกเสาเข็มจะต้องนับ BLOW COUNT ของเสาเข็มทุกต้น และให้เริ่ม นับ BLOW COUNT ตั้งแต่ 5 ฟุตสุดท้ายเป็นอย่างน้อยก่อนที่หัวเสาเข็มจะจมถึงระดับที่กําหนดหาก ปรากฏว่าจํานวน BLOW COUNT ต่อฟุต มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วแสดงว่าต้องมีสิ่งผิดปกติเกิด ขึ้นกับเสาเข็ม หรือดินที่ตอกเสาเข็มอยู่ให้ รายงานผู้ควบคุมงาน หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างทราบ ทันที เพื่อทําการแจ้งวิศวกร เพื่อวินิจฉัย และ สรุปแนวทางแก้ไข
2.1.2.4.5 ในกรณีที่เสาเข็มคอนกรีตดอกลงได้ไม่หมดความยาวตามที่ระบุ แต่ สามารถรับน้ําหนักปลอดภัยได้ตามที่ระบุให้ตัดส่วนที่ตอกไม่ลงออกได้พร้อมทั้งตัดแต่ง หัวเสาให้ เรียบร้อย (ห้ามใช้ปูนทรายตกแต่ง และผู้รับจ้างไม่ต้องคืนเงินให้แก่ทางราชการ)
2.1.2.4.6 ในกรณีที่ดอกเสาเข็มถึงระดับที่กําหนดตามแบบรูป หรือรายการ ละเอียดแล้วจํานวนนับ BLOW COUNT ได้ตามการคํานวณแล้วปรากฏว่า เสาเข็มยังรับน้ําหนักปลอดภัย ไม่ได้ตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีแก้ไข เช่นเพิ่มขนาดหรือความยาวของเสาเข็มจนสามารถรับ น้ําหนักปลอดภัยได้โดยวิศวกรโยธา ระดับวุฒิวิศวกร ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ตรวจการจ้าง โดยผู้รับจ้างจะคิดเงินค่าใช้จ่ายและเวลาเพิ่มไม่ได้
2.1.2.4.7 ให้ผู้รับจ้างส่งรายงานผลการตอกเสาเข็มพร้อมลงนามรับรองโดย วิศวกรผู้ควบคุมคุณภาพของผู้รับจ้าง ให้กรรมการตรวจการจ้างพิจารณาก่อนดําเนินการต่อไป
2.1.2.5 การทดสอบสภาพการรับน้ําหนักของเสาเข็ม โดยวิธี STATIC PILE LOAD TEST
2.1.2.5.1 ในกรณีที่ต้องทําการทดสอบสภาพการรับน้ําหนักของเสาเข็ม (PILE LOAD TEST) วิศวกรกองแบบแผน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้างจะเป็นผู้กําหนด ตําแหน่งของจุดที่จะทําการทดสอบ และให้ทําการทดสอบจํานวน 1 ต้น แต่ถ้าหากผลการทดสอบเป็นที่ น่าสงสัยหรือล้มเหลว คณะกรรมการตรวจการจ้างอาจจะกําหนดให้ทําการทดสอบเพิ่มอีก 1 ต้น ก็ได้
ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด
2.1.2.5.2 ในกรณีที่มีกําหนดเรื่องการทดสอบสภาพการรับน้ําหนักของเสาเข็ม (PILE LOAD TEST) ในแบบรูปและรายการละเอียดแล้ว ให้เป็นไปตามข้อกําหนดในแบบรูปรายการ ละเอียดเท่านั้น
2.1.2.5.3 ในกรณีที่จะต้องทดสอบโดยวิธี PIE LOAD TEST ส่วนปลอดภัย
(FACTOR OF SAFETY) ให้ใช้ดังนี้
(ก) สําหรับเข็มเจาะ (BORE PILE) ให้ใช้ส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2
(ข) สําหรับเข็มตอก ให้ใช้อัตราส่วนปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2.5
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
21
2.1.3 กรณียกเลิกการตอกเสาเข็ม ถ้าแบบรูปและรายการละเอียด หรือรายการวันนี้สถานที่ ไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
จะยกเลิกการตอกเสาเข็มได้เฉพาะกรณีต่อไปนี้
2.1.3.1 ผู้รับจ้างขอยกเลิกการตอกเสาเข็ม โดยมีหนังสือรับรองแสดงว่าได้ทําการทดสอบ การรับน้ําหนักของดิน โดยวิธี BORING TEST โดยวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สาขา วิศวกรรมโยธา ระดับวุฒิวิศวกร เป็นผู้รับรองผลการทดสอบ โดยให้วิศวกรที่คณะกรรมการตรวจการจ้าง เห็นชอบเป็นผู้พิจารณา
2.1.3.2 เมืองดตอกเสาเข็มที่กําหนดในการก่อสร้างนี้ ให้คิดราคาฐานรากและเสาเข็มที่ กําหนดในการก่อสร้างนี้กับราคาฐานรากชนิดไม่มีเสาเข็ม หักกลบลบกันแล้วเป็นเงินต่างกันเท่าใด ผู้รับ จ้างยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าจ้างเท่ากับจํานวนที่ต่างกันนั้น การคิดราคาดังกล่าวให้เป็นไปตาม สัญญา และ/หรือตามระเบียบพัสดุ
2.1.4 รูปร่างของเสาเข็มนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในแบบ ผู้รับจ้างสามารถนํามาใช้ได้ แต่ จะต้องมีพื้นที่หน้าตัดไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ในแบบ และ ระยะห่างของศูนย์เสาต้องไม่น้อยกว่า 2.5 เท่า
จะต้องให้วิศวกรโยธาที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นชอบเป็นผู้พิจารณาเสียก่อน
2.1.5 กรณีที่จะต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเสาเข็มและฐานราก ในกรณีที่ตอกเสาเข็มแล้ว ปรากฏว่า เสาเข็มชํารุด หัก เสาเข็มรับน้ําหนักปลอดภัยไม่ได้ตามข้อกําหนด ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง จะต้องเสนอรายละเอียดการแก้ไขฐานราก โดยวิศวกรโยธาระดับวุฒิวิศวกร เพื่อขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจการจ้างเสียก่อนที่จะทําการแก้ไขต่อไป และการแก้ไขนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ สัญญาผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างเรียกร้องเงินเพิ่มไม่ได้
2.1.6 การขอใช้เสาเข็มชนิดต่อ หากในแบบรูปไม่ได้กําหนดให้ใช้เสาเข็มชนิดต่อ แต่มีความ จําเป็นจะต้องใช้เสาเข็มชนิดต่อ ผู้รับจ้างจะต้องใช้ชนิดต่อกันไม่เกิน 2 ท่อน ข้อต่อต้องเป็นเหล็กเหนียว และหล่อเป็นส่วนเดียวกับตัวเข็มแต่ละส่วน การต่อให้ต่อโดยวิธีเชื่อมด้วยไฟฟ้าและทุกท่อนที่เมื่อต่อแล้ว ต้องเป็นเส้นตรงเดียวกัน ทั้งนี้ให้ผู้รับจ้างเสนอรายละเอียดเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจ การจ้างเสียก่อน สําหรับการต่อวิธีนอกเหนือจากที่กําหนดนี้ให้ผู้รับจ้างเสนอรายละเอียดและผลการ ทดสอบ เพื่อให้กองแบบแผนพิจารณาเป็นรายๆ ไป
2.1.7 ข้อกําหนดทั่วไป
2.1.7.1 ในกรณีที่เสาตอม่อมีความยาวเกิน 15 เท่า ของหน้าตัดเสาตอม่อด้านแคบ ให้ผู้รับ จ้างขยายหรือตัดเสาตอม่อดังกล่าว จนมีความยาวไม่เกิน 15 เท่า ของหน้าตัดเสาตอม่อนั้น
22
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.1.7.2 ผู้รับจ้างจะต้องระมัดระวังในการก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่ออาคาร
หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดชํารุดเสียหายอันเนื่องจากการกระทําดังกล่าว ผู้รับจ้าง
และทรัพย์สินข้างเคียง จะต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น
2.2 งานฐานราก
หากแบบรูปหรือรายการละเอียดไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือปฏิบัติดังนี้
2.2.1 การเตรียมงาน ก่อนการตอกเสาเข็มหรือขุดหลุมจะต้องปักผังวางระดับให้ถูกต้อง เสียก่อนจึงจะลงมือดําเนินการขั้นต่อไป
2,2,2 การตอกเสาเข็ม ถ้ากําหนดให้มีการตอกเสาเข็มไม้หรือคอนกรีตให้ปฏิบัติตามรายการ นั้น ๆ และถือว่าเสาเข็มเป็นส่วนหนึ่งของรากฐานด้วย
2.2.3 การขุดหลุม หากเป็นดินร่วนปนทราย ดินอ่อนหรือชิดกับสิ่งก่อสร้างอื่นๆ จะต้องจัดทํา ผนังกันดินชั่วคราวที่มีความมั่นคงแข็งแรงพอเพื่อป้องกันดินพัง หากมีน้ําใต้ดินมากจะต้องขุดบ่อพักน้ํา ใกล้บริเวณหลุมฐานรากให้ลึกกว่าระดับฐานราก เพื่อให้น้ําจากบริเวณก้นหลุมฐานรากไหลมารวมกันแล้ว สูบน้ําออกไป ความลึกของฐานราก อาจน้อยกว่าหรือมากกว่าตามที่กําหนดไว้ในรูปแบบและรายการ ละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบดินและหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจ
การจ้าง
2.2.4 งานคอนกรีตก้นหลุม ก่อนเทคอนกรีตจะต้องสูบน้ําก้นหลุมออกจนสามารถปฏิบัติงาน ได้ ขุดปรับแต่งดินก้นหลุมแล้วปรับด้วยทรายหยาบหรือหินเกล็ดแน่นได้ระดับ หากปรากฏว่าหัวเสาเข็ม ไม่เสมอกันให้ตัดให้เสมอกันทุกต้น และตรงตามระดับที่กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการละเอียด ทํา ความสะอาดหัวเสาเข็มจนปราศจากดินโคลน แล้วจึงเทคอนกรีดก้นหลุมโดยใช้ส่วนผสม 1 : 2 : 4 ความ หนาและรายละเอียดตามรูปแบบ คอนกรีตก้นหลุมนี้เมื่อเทเสร็จแล้ว หัวเสาเข็มทุกต้นจะต้องโผล่เหนือผิว บนของคอนกรีตประมาณ 25 มิลลิเมตร ระหว่างเทคอนกรีตก้นหลุมจะต้องสูบน้ําออกอยู่เสมอ
2.2.5 การวางเหล็ก เมื่อคอนกรีตกันหลุมแข็งตัวแล้ว ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จึงวางเหล็ก ตะแกรงโดยหนุนให้เหล็กสูง ห่างจากหัวเสาเข็ม 50 มิลลิเมตร และผิวคอนกรีตก้นหลุม 75 มิลลิเมตร ด้วยลูกปูนแล้วจึงตั้งเหล็กแกนเสาถ่างออกทางมุม เหล็กทุกเส้นต้องงอปลายและยึดให้แน่น ด้วยลวดผูก เหล็ก ทั้งนี้เหล็กตอม่อนี้ต้องได้ดิ่ง ได้ฉาก ได้แนว ตรงตามรูปและรายการละเอียด ก่อนเทคอนกรีดต้อง ตั้งไม้แบบแบบด้านข้างและให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างตรวจสอบให้ถูกต้องก่อน จึงจะดําเนินการเท
คอนกรีตได้
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
23
2.2.6 ไม้แบบ การเทฐานรากจะต้องตั้งไม้แบบด้านข้างทุกครั้ง โดยให้ความสูงของไม้แบบไม่ น้อยกว่าความหนาของฐานรากนั้นๆ การวางไม้แบบให้วางบนผิวคอนกรีตก้นหลุมทุกด้าน ส่วนการถอด ไม้แบบให้ปฏิบัติตามรายการคอนกรีต และคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไปสําหรับงานก่อสร้างอาคาร
2.2.7 คอนกรีต ปฏิบัติตามรายการคอนกรีต และคอนกรีตเสริมเหล็กโดยทั่วไป สําหรับงาน ก่อสร้างอาคารการเทคอนกรีตให้เทจนเต็มไม้แบบ ส่วนการถมดินกลบคอนกรีตจะต้องไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง จึงให้ถมดินกลบได้
2.2.8 ในกรณีที่การก่อสร้างฐานรากมีสิ่งกีดขวาง และไม่สามารถทําตามแบบรูปและรายการ ละเอียดได้วิศวกรฝ่ายผู้รับจ้างจะต้องออกแบบฐานราก และโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับตําแหน่งฐานรากให้ ใหม่ โดยมีความมั่นคงแข็งแรงเท่ากับฐานรากเดิมหรือมากกว่า ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร
กอบแบบแผนก่อนดําเนินการ และผู้รับจ้างยินยอมไม่คิดค่าจ้างเพิ่ม
2.2.9 การก่อสร้างฐานรากที่มีระดับลึกต่างกัน จะต้องทําการก่อสร้างฐานรากที่มีระดับลึก มากที่สุดก่อนเสมอไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ฐานรากที่มีระดับตื้นกว่าฟังขณะทําฐานรากตัวอยู่
ลึกกว่า
2.2.9.1 ฐานรากที่ระดับลึกต่างกว่ากันนั้น จะต้องมีระดับลึกต่างกันไม่เกินข้อกําหนด ข้างล่างและแบบรูปและรายละเอียดกําหนดระดับต่างกันของฐานรากเกินข้อกําหนดแล้ว ต้องสอบถาม วิศวกรผู้ออกแบบของผู้ว่าจ้าง เพื่อวินิจฉัยความถูกต้องอีกครั้งหนึ่งเสียก่อน จึงจะดําเนินการ ต่อไปได้
b
ข้อกําหนด
สําหรับฐานรากวางบนดิน (SOIL) 5 ไม่มากกว่า a/2 หรือ X ไม่น้อยกว่า 2 สําหรับฐานรากวางบนหิน (ROCK) b ไม่มากกว่า 3 หรือ X ไม่น้อยกว่า 1
2.2.9.2 ในการก่อสร้างฐานรากบนพื้นที่เอียงลาดนั้น ฐานรากตัวริมที่ติดกับพื้นที่เอียงลาด นั้นจะต้องมีระยะจากขอบนอกสุดส่วนบนของฐานถึงพื้นที่เอียงลาดนั้น (EDGE DISTANCE) เป็นไปตาม
24
www
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
ข้อกําหนดข้างล่าง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการสึกกร่อนของผิวดินอันจะเป็นอันตรายแก่ฐานราก
ภายหลัง
ข้อกําหนด
1
สําหรับฐานรากวางบนดิน (SOIL) a ไม่น้อยกว่า 1 เมตร สําหรับฐานรากวางบนหิน (ROCK) a ไม่น้อยกว่า 0.75 เมตร
สําหรับฐานรากวางบนดิน (SOIL) และหิน (ROCK) b ไม่น้อยกว่า 0.30 เมตร หากแบบรูปและรายการละเอียดได้กําหนดระยะของขอบฐานรากดังกล่าวไว้ เป็นอย่างอื่นแล้วให้ถือปฏิบัติตามแบบรูปรายการละเอียดที่ได้กําหนดไว้ แต่
จะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าค่าที่ได้กําหนดไว้ข้างต้น
2.2.10 ในกรณีเมื่อขุดดินเพื่อทําฐานรากลึกไม่ได้ระดับตามแบบรูปหรือรายการละเอียด เนื่องจากขุดถึงชั้นลูกรังหรือชั้นหินพูดแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติดังนี้
2.2.10.1 รีบแจ้งรายละเอียดให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที เพื่อตรวจสอบและวินิจฉัยว่าจะต้อง
ปฏิบัติอย่างไร คําวินิจฉัยดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
2.2.10.2 หากเป็นชั้นหินพืด ฐานรากจะต้องฝั่งเป็นระดับอยู่ในหินพืดนั้นลึกไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร (วัดตรงที่พื้นที่สุด) และเพื่อให้ทราบแน่นอนว่าเป็นหินพูดจริงหรือไม่ ผู้รับจ้างจะต้องเจาะรูมี ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ลึกไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร ฐานรากหนึ่งไม่น้อยกว่า 2 รู เพื่อพิจารณาประกอบด้วย ในการนี้ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองและคิดเวลาเพิ่มไม่ได้
2.2.11 ในกรณีที่ทําการขุดดินจนถึงระดับก้นฐานรากตามที่แบบรูปหรือรายการละเอียด ได้กําหนดไว้ให้แล้วปรากฏว่า ดินใต้ฐานรากนั้นเป็นดินถมหรือมีคุณภาพไม่ดีพอ ผู้รับจ้างจะต้อง ขุดดินให้ลึกลงไปอีกจนถึงชั้นดินแข็ง และเพื่อเป็นการทราบแน่นอนว่าพื้นดินชั้นดังกล่าวจะมี ความสามารถในการรับน้ําหนัก บรรทุกได้ตามที่แบบรูปหรือรายการละเอียดกําหนดหรือไม่
ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบหาค่าความสามารถในการรับน้ําหนักบรรทุกของชั้นดินนั้น ๆ
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
25
2.2.12 ในกรณีที่มีปัญหาอุปสรรคในงานก่อสร้างฐานราก อันเนื่องมาจากการตอก เสาเข็มหรือกรณีอื่น ๆ เช่น ความคลาดเคลื่อนของรูปแบบ ผู้รับจ้างจะต้องทําการออกแบบฐาน รากให้ใหม่และจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรงตามเดิมโดยไม่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรายการ
2.3 งานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
2.3.1 วัตถุประสงค์
2.3.1.1 คอนกรีต เป็นสิ่งที่ผสมด้วยปูนซีเมนต์ ทราย หินหรือกรวด น้ํา และได้รับการบ่ม ด้วยความชื้นจนมีความแข็งแรงตามที่ต้องการ
2.3.1.2 การผสมคอนกรีต จะต้องมีส่วนผสมที่เหมาะสมกับงานที่ใช้ ผสมกันให้มีความ เหลวพอตัวกับความแข็งแรงที่ต้องการ ต้องผสมด้วยเครื่อง
2.3.1.3 ความแข็งแรงของคอนกรีต จะใช้เกณฑ์ความแข็งแรงของคอนกรีตที่อายุ 7 วัน และ 28 วัน เป็นเกณฑ์ทั่วไป การทดสอบความแข็งแรงของคอนกรีดให้ทดสอบจากแท่งคอนกรีตรูป ทรงกระบอกขนาด 15 เซนติเมตร สูง 30 เซนติเมตร จะต้องมีกําลังต้านทานแรงอัด (COMPRESSIVE STRENGTH) ไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัม/ตารางเซนติเมตร ที่อายุ 7 วัน หรือไม่น้อยกว่า 210 กิโลกรัม ต่อ ตารางเซนติเมตร ที่อายุ 28 วัน
2.3.1.4 ถ้าการทดสอบแท่งคอนกรีตตามข้อ 2.3.1.3 คอนกรีตมีค่ากําลังด้านทานแรงอัด น้อยกว่าที่กําหนดวิศวกรแบบแผนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตรวจการจ้าง จะนําค่ากําลัง
ต้านทานแรงอัดที่ทดสอบได้ไปตรวจสอบกับรายการคํานวณโครงสร้าง เพื่อให้ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไข หรืออนุญาตให้ดําเนินการก่อสร้างต่อไป หากโครงสร้างนั้น ยังสามารถรับน้ําหนักอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
ได้
2.3.2 วัสดุ
2.3.2.1 ปูนซีเมนต์
2.3.2.1.1 สําหรับงานโครงสร้างทั้งหมด (ยกเว้นงานปูนก่อ ปูนฉาบ และ ส่วนที่ ไม่ใช่โครงสร้างของอาคารเช่นทางเท้า รางระบายน้ําฯลฯ)ให้ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ม.อ.ก. 15 เล่ม 1 (เช่น ปูนซีเมนต์ตราช้าง ขอบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จํากัด ปูนซีเมนต์ตราพญานาคสีเขียว ของบริษัทชลประทานซีเมนต์ จํากัด ปูนซีเมนต์ตราเพชร ของ บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จํากัด เป็นต้น
2.3.2.1.2 การก่อสร้างในส่วนที่ไม่ได้เป็นโครงสร้าง เช่น งานปูนก่อ ปูนฉาบ รวมถึงทางเท้า และรางระบายน้ําทั่วไป ให้ใช้ปูนซีเมนต์ชนิดที่ไม่ใช่ปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ได้
2.3.2.2 ทราย ต้องเป็นทรายธรรมชาติ มีลักษณะเม็ดเป็นไปทาง จัตุรัส แข็ง ทนทาน สะอาด ไม่มีสารอินทรีย์ เจือปน
2.3.2.3 หินย่อยหรือกรวด ต้องมีลักษณะเม็ดไปทางจัตุรัส จะต้องมีก้อนชนิดที่ขนาดด้าน หนึ่งเกิน 3 เท่า ของอีกด้านหนึ่ง ปะปนได้ไม่เกินร้อยละ 20 โดยน้ําหนัก และจะต้องเป็นก้อนแข็งแกร่ง ไม่ผุ ถ้ามีฝุ่น ดิน หรือสิ่งสกปรกเจือปน ก่อนไปใช้ต้องนําไปล้างน้ําให้สะอาด
26
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.3.2.4 น้ํา น้ําที่ใช้ผสมคอนกรีตจะต้องสะอาด และปราศจากสารต่างๆ เช่น น้ํามัน กรด ด่าง เกลือ อินทรียวัตถุ หรือสารอื่นใดในปริมาณที่จะเป็นอันตรายต่อคอนกรีตหรือเหล็กเสริม
2.3.2.5 เหล็กเสริม ต้องเป็นเหล็กเส้นเหนียว ไม่มีสนิมกร่อน หรือน้ํามันจับเกาะ เส้นตรง ไม่ดุ้ง ไม่งอเป็นชนิดที่ตรงกับที่ระบุไว้ในแบบรูปรายการละเอียด คือ เป็นเหล็กกลม (ROUNDED BARS) หรือเหล็กข้ออ้อย (DEFORMED BARS) มีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ม.อ.ก. 20-2543
และ ม.อ.ก. 24-2548
ตารางที่ 1 สมบัติทางกลของเหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย
ความต้านแรงดึง ความต้านแรงดึง ความยืดในช่วง
การทดสอบด้วยการตัดโค้งเย็น
เส้นผ่าศูนย์กลางวงตัด
สัญลักษณ์ ที่จุดดรากไม่น้อย สูงสุดไม่น้อยกว่า ความยาว 5 เท่าของ มุมการตัด
กว่า (กก./ตร.ซม.) (กก. ดร. ชม.)
เส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่น้อยกว่า (ร้อยละ)
(องศา)
SR 24
2400
3900
21
180
1.5 เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลาง ระบุ
SD 30
3000
4900
17
180
SD 40
4000
5700
15
180
4 เท่าเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ 5 เท่าเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
SD 50
5000
6300
13
90
5 เท่าเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ
2.3.2.6 การเก็บตัวอย่างเหล็กเส้นเพื่อการทดสอบ
2.3.2.6.1 ผู้รับจ้างต้องตัดเหล็กเส้นทุก ๆ ขนาด แต่ละขนาดยาวไม่น้อยกว่า
900 มิลลิเมตร เพื่อทําการทดสอบ
2.3.2.6.2 การเก็บตัวอย่างให้เก็บหนึ่งตัวอย่างจากเหล็กเส้นเส้นหนึ่ง ต่อจํานวน
เหล็กเส้นทุกๆ 100 เส้น หรือเศษของ 100 เส้น แต่จํานวนตัวอย่างแต่ละขนาดที่ส่งมาทดสอบในแต่ละชุด ต้องไม่น้อยกว่า 3 ตัวอย่าง
2.3.2.6.3 การเก็บตัวอย่างต้องเก็บจากกองเหล็กเส้นแต่ละชุดที่อยู่ในสถานที่
ก่อสร้าง และต้องเก็บตัวอย่างต่อหน้าผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
2.3.2.6.4 เมื่อเก็บตัวอย่างได้เรียบร้อย ผู้รับจ้างต้องนําส่งมายังผู้ว่าจ้างเพื่อทํา การทดสอบ ทั้งนี้ผู้ว่าจ้างอาจแจ้งให้นําไปทดสอบที่หน่วยราชการอื่น ที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือได้ ค่าใช้จ่ายใน การทดสอบนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกเองทั้งสิ้น
2.3.2.6.5 การพิจารณาผลการทดสอบถ้าปรากฏว่าเหล็กเส้นตัวอย่างที่นํามา
ทดสอบนั้น ไม่เป็นไปตามข้อกําหนดให้ถือว่าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชุดนั้นใช้ไม่ได้ขนาด ระยะห่าง และ จํานวนของเหล็กเสริมอาจกําหนดให้ใหม่ได้ ทั้งนี้ พื้นที่หน้าตัดจะต้องไม่น้อยกว่าพื้นที่หน้าตัดตามแบบ รูปรายการละเอียดเดิม ส่วนความมั่นคงแข็งแรงจะต้องไม่ลดลง
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
ตารางที่ 2
ขนาดระบุของเหล็กเส้นกลม
หมายเลข
เส้นผ่าศูนย์กลาง เส้นรอบวง
เนื้อที่หน้าตัด
นําหนัก
ขนาด
มิลลิเมตร
มิลลิเมตร
ดร.มิลลิเมตร
กก./เมตร
LO
6
6
18.86
28.3
0.222
9
9
28.29
63.6
0.499
12
12
37.71
113
0.888
15
15
47.14
177
1.39
19
19
59.71
284
2.23
22
- 22
69.14
380
2.98
25
25
78.57
491
3.85
28
28
88.00
616
4.83
34
34
106,9
908
7.13
ตารางที่ 3
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้สําหรับเส้นผ่าศูนย์กลาง
หมายเลขขนาด
ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
ไม่เกินกว่ามิลลิเมตร (1)
ผลต่างของเส้นผ่าศูนย์กลาง
วัด ณ ตําแหน่งเดียวกัน ไม่เกินกว่ามิลลิเมตร (2)
0.64
6 ถึง 15
±0.4
19 ถึง 25
+0.5
0.80
28 ถึง 34
± 0.6
0.96
27
28
ตารางที่ 4
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับมวลต่อเมตรของเหล็กข้ออ้อย
ขอขนาด
น้ําหนัก
ก/เมตร
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนสําหรับน่าหนักต่อเมตร
เฉลี่ย ร้อยละ
แต่ละเส้น ร้อยละ
DB 10
0.612
- 3.5
= 6
DB 12
0.888 - 35
00
6
DB 16
1.578
+3.5
= 6
DB20
2,466 - 3:5
6
DB 22
2.984
3.5
6
DB 25
3.853
= 3.5
DB 28
4.834
= 3.5
= 6
DB 32
6.313
= 3.5
A
0
2.3.2.7 การผสมคอนกรีต ให้ผสมคอนกรีตด้วยเครื่องผสมซึ่งหมุนไม่เร็วกว่า 30 รอบ
ต่อนาที และจะต้องผสมชุดหนึ่งใช้เวลาไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ข้างล่างนี้ และไม่นานกว่า 3 เท่าของเวลา ที่กําหนดนี้
ความจุของเครื่องผสม (ลูกบาศก์เมตร) เวลาผสม (นาที)
2 หรือน้อยกว่า 1 3/4
3 หรือน้อยกว่า 2 1/2
4 หรือน้อยกว่า 2 3/4
5 หรือน้อยกว่า 3
เครื่องผสมจะต้องสะอาด ต้องไม่มีคอนกรีตที่แข็งตัวแล้วอยู่ในเครื่องผสมโดย
เด็ดขาด ในการผสมผู้รับจ้างจะต้องทํากะบะไม้ หรือ กะบะเหล็ก สําหรับดวงให้เรียบร้อย คอนกรีตเมื่อ ผสมแล้วจะต้องใช้ภายใน 30 นาที หรือภายในกําหนด ระยะการแข็งตัวขั้นต้น (INITIAL SETTING TIME) ห้ามใช้คอนกรีตที่ผสมไว้นานเกินกําหนดนี้เป็นอันขาด
2.3.2.8 คอนกรีตผสมเสร็จ ในกรณีที่กําหนดให้ใช้ หรือขอใช้คอนกรีตผสมเสร็จลําเลียง โดยรถเครื่องผสมเคลื่อนที่ (TRUCK MIXER) ห้ามใช้คอนกรีตที่ผสมไว้นานเกินกําหนดนี้เป็นอันขาด
2.3.2.8.1 คอนกรีตจะต้องมีกําลังต้านทานแรงอัด (COMPRESSIVE STRENGTH)
ตามที่แบบแปลนกําหนด โดยให้ผู้รับจ้างเสนอรายการคํานวณพร้อมรายละเอียดให้กองแบบแผน พิจารณาทั้งนี้ปริมาณปูนซีเมนต์ต้องไม่น้อยกว่า 300 กก.ม.
3
2.3.2.8.2 รถสําหรับลําเลียงคอนกรีต จะต้องเป็นรถบรรทุกที่มีตัวถังพิเศษเพื่อ การนี้ กล่าวคือ ภายในเรียบ น้ําไม่รั่ว เป็นโลหะ มุมต่างๆ มน และสามารถเทคอนกรีตลงในแบบด้วย วิธีการที่เหมาะสมและสะดวก
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
29
2.3.2.8.3 คอนกรีตผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องใช้ภายในระยะเวลาก่อน ระยะเวลาการแข็งตัวขั้นต้น (INITIAL SETTING TIME) ยกเว้นกรณีการใช้ RETARDING AGENT ห้ามใช้ คอนกรีตที่ผสมไว้นานเกินกว่ากําหนดนี้เป็นอันขาด
2.3.2.9 วิธีมาตรฐานการเปรียบเทียบความเหลวของคอนกรีต (SLUMP TEST)
เครื่องมือ
2.3.2.9.1 กรวยมาตรฐานสูง 30 เซนติเมตร ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางปลาย
10 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางฐาน 20 เซนติเมตร
2.3.2.9.2 เหล็กกระทุ้งกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5/8 นิ้ว ยาว 60 เซนติเมตร
ปลายหนึ่ง มันสําหรับไว้กระทั่งคอนกรีต
วิธีปฏิบัติ
ล้างกรวยสะอาดแล้วเช็ดให้แห้ง แล้ววางลงบนพื้นราบที่ไม่ดูดน้ํา ตักคอนกรีตที่ได้ เลือกมาเป็นตัวอย่างจากกะบะผสม เทลงในกรวยชั้นหนึ่งๆ สูงประมาณ 1/3 ของกรวยทุกชั้นกระทั่งด้วย เหล็กปล่อยตกลง 25 ครั้งเมื่อคอนกรีตเต็มกรวยแล้ว ปาดหน้าคอนกรีตเสมอยอดกรวยพอดีแล้วค่อยๆ ยกกรวยขึ้นตรงตามแนวดิ่ง ตั้งกรวยลงข้าง ๆ พาดไม้แบบปากกรวยแล้ววัดระยะที่ยอดคอนกรีต เรียกว่า
ระยะยุบตัว
ถือปฏิบัติดังนี้
ระยะยุบตัว กําหนดให้ใช้ดังนี้
(1) คาน พื้น เสา และ ผนัง
(2) ฐานราก และกําแพง (3) ฐานรากชนิดไม่เสริมเหล็ก
(4) ฟัน PAVEMENT
(5) MASS CONCRETE
อยู่ระหว่าง 7.5 → 15 เซนติเมตร
5
อยู่ระหว่าง 5 → 12.5 เซนติเมตร เช่น ฐานกําแพง หรือ ตอม่อ อยู่ระหว่าง 2.5 → 10 เซนติเมตร
อยู่ระหว่าง 5 – 7.5 เซนติเมตร
อยู่ระหว่าง 2.5 - 7.5 เซนติเมตร
2.3.2.10 ส่วนผสมคอนกรีด ถ้าในแบรูปรายการละเอียดไม่ได้ระบุส่วนผสมเป็นอย่างอื่นให้
สําหรับสายงานคอนกรีตทั่วไป สําหรับคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตรใช้
ปูนซีเมนต์
ทราย
หิน
310 กิโลกรัม
434
ลิตร
868
ลิตร
140 - 200
ลิตร
และในอัตราส่วนดังกล่าว ถ้าผสมคอนกรีตใช้ปูนซีเมนต์ครั้งละ 1 ถุง จะ
เท่ากับ
ปูนซีเมนต์
ทราย
50
กิโลกรัม (1 ถุง)
70
ลิตร
140
ลิตร
น้ํา
นํา
22 → 32
ลิดร
หิน
30
ในกรณีที่ใช้กรวดผสมคอนกรีตแทนหิน
สําหรับคอนกรีต 1 ลูกบาศก์เมตรใช้
ปูนซีเมนต์
ทราย
หิน
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
342
กิโลกรัม
390
ลิตร
780
ลิตร
ลิตร
นา
140180
และในอัตราส่วนผสมดังกล่าว ถ้าผสมคอนกรีตใช้ปูนซีเมนต์ครั้งละ 1 ถุง จะเท่ากับ
ปูนซีเมนต์
ทราย
หิน
น้ํา
50
กิโลกรัม (1 ถุง)
57
ลิตร
114
ลิตร
22 →→ 26
ลิตร
ตัวอย่าง ขนาดกะบะตวงวัสดุ ผสมคอนกรีต ใช้สําหรับการผสมคอนกรีตด้วย
เครื่องโม่ โดยการผสมคอนกรีตแต่ละครั้ง ใช้ส่วนผสมดังนี้
ปูนซีเมนต์
50
กิโลกรัม (1 ถุง)
ทราย
70
ลิตร
หิน
140
ลิตร
น้ํา
22 →→ 32
ลิตร
ตารางขนาดกะบะตวงวัสดุ
แบบที่
กว้าง (เซ็นติเมตร)
ยาว
สูง
ปริมาตร
(เช็นติเมตร)
(เช็นติเมตร)
ลิตร
1
40
50
35
70
2
40
58
30
70
3
40
70
25
70
21 *
สร้าง
ชาว
ลง
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
31
กรวดที่นํามาใช้แทนหิน จะต้องสะอาดปราศจากวัตถุอื่นเจือปนอยู่ด้วย เช่น ก้อน
ดิน เศษไม้ และวัสดุอื่น ๆ อันอาจจะทําให้ลดคุณภาพของคอนกรีต จะต้องเป็นกรวดชนิดเนื้อแข็งก้อนโต ไม่เกิน 2.5 เซนติเมตร เมื่อนํามาใช้ทุกครั้งต้องล้างน้ําให้สะอาด
2.3.2.11 การเทคอนกรีต ก่อนเทคอนกรีตจะต้องตรวจดูแบบหล่อว่าแข็งแรงมั่นคงสามารถ รับน้ําหนักคอนกรีตเหลวและรับน้ําหนักบรรทุกอย่างอื่นได้ และตรวจการวางเหล็กเสริมให้ถูกต้องตาม
แบบรูปรายละเอียด
ในการเทคอนกรีตต้องใช้เครื่องสั่นเขย่าให้คอนกรีตแน่นตัวเต็มแบบหล่อและจับ
เหล็กแน่น ถ้าหากว่าผู้รับจ้างเทคอนกรีตแล้วเกิดเป็นโพรงหรือไม่เรียบร้อย มีลักษณะแสดงว่าไม่มีความ แข็งแรงพอ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการแก้ไขตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุม หรือคณะกรรมการตรวจการ จ้าง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
เมื่อการเทคอนกรีตส่วนใดไม่สามารถเทต่อเนื่องจนเสร็จได้ ก็ให้หยุดเทโดยหยุด
ให้ตรงตามที่ระบุไว้ในแบบรูปและรายละเอียด หรือตามที่กําหนดดังนี้
(ก) สําหรับเสาให้เทถึงระดับ 75 มิลลิเมตร ต่ําจากท้องคานหัวเสา (ข) สําหรับคานให้เทถึงกลางคาน
(ค) สําหรับพื้นให้เทถึงกลางแผ่น
เมื่อเทคอนกรีตต่อจากที่หยุดไว้ ให้กะเทาะหน้าคอนกรีตเก่า ทําความสะอาด
ผิวหน้าคอนกรีต ราดน้ําให้เปียก แล้วให้ผสมปูนซีเมนต์และทราย ในอัตราส่วนที่เท่ากันราดให้ทั่วหน้า คอนกรีตที่เทต่อแล้วจึงเทคอนกรีตต่อไปได้
2.3.2.12 การบํารุงคอนกรีต เมื่อหน้าคอนกรีตหมาดแข็งปราศจากรอยแล้ว ต้องปกคลุมมิ ให้ถูกแดดหรือลมร้อนและมิให้ถูกรบกวน หรือสะเทือนโดยเฉพาะภายในระยะ 24 ชั่วโมงแรก และจะต้อง จัดการให้คอนกรีตเปียกชุ่มน้ําเป็นเวลาน้อยกว่า 7 วันหรือใช้พ่นด้วยน้ํายาเคมี แต่ต้องได้รับการ ตรวจสอบและเห็นชอบก่อน การบ่มคอนกรีตทําได้หลายวิธี เช่น การใช้กระสอบคลุมแล้วรดน้ําให้ชุ่ม หรือการคลุมหน้าด้วยทรายและรดน้ําให้ชุ่มตลอดเวลา หรือการกั้นขอบแล้วหล่อน้ํา ซึ่งทั้งนี้ให้อยู่ในดุลย
พินิจของผู้ควบคุมงาน
2.3.2.13 การทําแบบหล่อคอนกรีต
2.3.2.13.1 วัสดุที่ใช้เป็นแบบหล่อคอนกรีต ในกรณีที่ในแบบรูปรายการละเอียด ไม่ได้ระบุให้ใช้วัสดุอย่างใด อนุญาตให้ใช้ไม้ ไม้อัด เหล็ก สังกะสี หรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสมในด้าน เทคนิคการก่อสร้าง และหรือวิธีการอย่างอื่น เช่น ให้ใช้ปูนทราย หรือดินกระทั่งแน่น แล้วเทปูนทราย หนาประมาณ 3 เซนติเมตร ทิ้งไว้จนแข็งตัวแล้วใช้เป็นแบบหล่อคอนกรีตได้ โดยก่อนเทคอนกรีตต้องทํา ให้ผิวปูนทรายที่แข็งตัวแล้วนี้ชุ่มน้ํา (วิธีนี้ห้ามใช้กับบริเวณที่ต้องมีการซ่อมระบบท่อ) รูและรอยต่อแบบ
ต้องทําการอุดเพื่อป้องกันน้ําปูนทรายมิให้หนีออกจากส่วนผสมคอนกรีต
32
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.3.2.13.2 แบบหล่อคอนกรีตและนั่งร้านรองรับคอนกรีตเหลว และต้องมีความ
มั่นคงแข็งแรงพอรับน้ําหนักได้ โดยไม่ทรุดหรือแอ่นตัวจนเสียระดับ หรือเสียแนวการยึดโดย จะต้อง
มั่นคงและสามารถทนแรงสะเทือนเมื่อใช้เครื่องเขย่าคอนกรีตได้
หากแบบหล่อคอนกรีตโก่งงอ หรือทรุดจนทําให้คอนกรีตที่หล่อเสร็จแล้วเสียระดับ
หรือเสียแนวหรือผิวขนาด คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นว่าจะเกิดผลเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องทุบ
ทําลายชิ้นส่วนนั้
นนั้นทั้งสิ้น แล้วหล่อใหม่ให้ถูกต้อง ทั้งนี้มิได้ทําให้ผู้รับจ้างพ้นความรับผิดชอบต่อผล เสียหาย อันอาจจะเกิดขึ้นจากการทุบทําลายชิ้นส่วนนั้น ๆ
2.3.2.13.3 กําหนดเวลาในการถอดแบบหล่อคอนกรีต
(ก) สําหรับปูนซีเมนต์ตราช้าง ตราเพชร ตราพญานาค ให้ถอดแบบข้าง คาน แบบข้างเสา แบบข้างกําแพง ได้หลังจากเทคอนกรีตแล้ว 2 วัน ให้ถอดแบบท้องคาน แบบท้องพื้นได้ หลังจากเทคอนกรีดแล้ว 14 วัน
(ข) สําหรับปูนซีเมนต์ตราเอราวัณ ตราสามเพชร ตราพญานาคเจ็ต เศียร ให้ถอดแบบข้างคาน แบบข้างเสา แบบข้างกําแพงได้หลังจากเทคอนกรีตแล้ว 2 วัน ให้ถอดแบบ
ท้องคานแบบท้องพื้นได้หลังจากเทคอนกรีดแล้ว 7 วัน
2.3.2.14 กรณีถอดแบบแล้วผิวหน้าคอนกรีตเป็นรูพรุน ก่อนที่จะทําการอุดหรือตกแต่งผิว คอนกรีดนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจการจ้างเสียก่อน
กรณีที่ถอดแบบแล้วผิวหน้าคอนกรีตเป็นรูพรุนเพียงเล็กน้อย ให้ใช้ปูนซีเมนต์ ผมทรายและน้ํา อุตหรือแต่ง โดยถืออัตราส่วนผสมปูนซีเมนต์ต่อทรายเท่ากับ 1 ต่อ 2 โดยปริมาตรก่อน ทําการอุดหรือแต่งให้ทําความสะอาดผิวที่จะอุดหรือแต่ง หรือใช้น้ําปูนราดให้ชุ่มจึงทําการอุดหรือตกแต่ง หลังจากทําการอุดหรือแต่ง แล้วให้บ่มเหมือนกับคอนกรีตทั่วไป กรณีที่ถอดแบบแล้วผิวหน้าคอนกรีต เป็นรูพรุนมาก ต้องทําการอุดด้วยวัสดุพิเศษ หรือจะต้องมีการทุบทําลายชิ้นส่วนนั้น การทุบทําลาย จะต้องทําด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ให้ดําเนินการตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงานโดยเคร่งครัด ทั้งนี้มิได้
ทําให้ผู้รับจ้างพ้นความรับผิดชอบต่อผลเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นได้จากการทุบทําลายชิ้นส่วนนั้นๆ
2.3.2.15 การนําส่งตัวอย่างวัสดุต่างๆ ที่ใช้ในงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก ใน กรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างเห็นควรให้ส่งตัวอย่างวัสดุใดเพื่อทําการทดสอบคุณสมบัติ
ของผู้รับจ้างจะต้องนําส่งวัสดุนั้นให้ส่วนราชการที่มีเครื่องมือ
เป็นหน้าที่
ทดสอบตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุนั้น แล้วส่งผลการทดสอบให้กองแบบแผนพิจารณา ใน การนี้ผู้รับจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งสิ้นในการส่งตัวอย่างวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ต่อไปนี้
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
คอนกรีต
วัสดุ
ปริมาณ
ลูกบาศก์ขนาด 150 x 150 x 150
มิลลิเมตร จํานวน 3 ก้อน
หินย่อย กรวด
40 ลิตร
ทราย
40 สิคร
33
การบรรจุ
ถังไม้หรือถังโลหะมีทรายละเอียดหุ้ม
ก้อนคอนกรีตโดยรอบ
ถุงหรือถังไม้หรือถังโลหะ
ถุงหรือถังไม้หรือถังโลหะ
เหล็กเสริมคอนกรีต
ขนาดละ 3 ท่อน
ท่อนละ 900 มิลลิเมตร
2.3.3 การทดสอบงานคอนกรีตและคอนกรีตเสริมเหล็ก
ผู้ควบคุมงาน
การทดสอบในการก่อสร้างใด ๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจการจ้างหรือ
2.3.4 การเก็บรักษา
2.3.4.1 ปูนซีเมนต์ จะต้องเก็บในสถานที่แห้งมีหลังคาและผนังคุมมิดชิด และที่เก็บ จะต้องสูงจากพื้นดินไม่ต่ํากว่า 0.30 เมตร
2.3.4.2 ทราย กรวด หิน ให้เก็บกองเรียบร้อย พื้นกองให้มีระดับลาด ระบายน้ําได้ง่าย และเป็นพื้นที่แข็งปรับ ระดับเรียบ การกองให้กองเป็นชั้น ๆ ตามระดับราบเพื่อมิให้วัสดุใหญ่ไหลแยกตัว
จากก้อนเล็ก
2.4 งานดัด และการต่อเหล็กเส้น
2.4.1 การงอขอปลายเล็ก
2.4.1.1 การงอขอให้ใช้วิธีตัดเย็น ดังรูป
G
ของอ 90 องศา
..
ของอ 180 องศา
D ไม่น้อยกว่า 4 4 หรับเหล็กเส้นกลม
D ไม่น้อยกว่า 5 d หรับเหล็กข้ออ้อย SD-30, SD-40 และ 50-50
2.4.1.2 การงอขอ 90 องศา ใช้ได้ในเหล็กข้ออ้อยทุกขนาดและเหล็กเส้นกลมขนาด ตั้งแต่ 15 ม.ม. ขึ้นไป
34
ดังนี้
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.4.1.3 การงอขอเหล็กปลอก คาน และเสา ใช้เหล็กขนาด 6 ม.ม. หรือ 9 ม.ม. ให้ปฏิบัติ
-๔๔ แต่ต้องไม่น้อยกว่า
Te
แต่ต้องไม่น้อยกว่า
" ป
d
54 แต่ต้องไม่น้อยกว่า
T ป
来
D
4 ซ.ม. สําหรับเหล็กแกนขนาดใหญ่กว่า 25 ม.ม.
D
3 ซ.ม. สําหรับเหล็กแกน 19 ม.ม. - 25 ม.ม.
D
2 ซ.ม. สําหรับเหล็กแกน 12 ม.ม. - 16 ม.ม.
2.4.2 การตัดเหล็กคอม้า ถ้าระบุไว้ในแบบรายละเอียด ให้ปฏิบัติดังนี้
าหนดให้มีเหล็กเสริมพิเศษ
*
๑/๔ ช่วงความยาวที่ยาวกว่า
โด
ช่วงนอกสุด
ช่วงใน
หมายเหตุ ก. รูปที่แสดงเป็นการแสดงการเสริมด้วยเหล็กข้ออ้อย ถ้าเป็นเหล็กเส้นกลมขนาด
ธรรมดาปลายเหล็กต้องงอขอ ตามข้อ 2.4.1.1
ข. ในกรณีที่คานมีความเล็กมากกว่า 1.10 ของความยาวช่วงตําแหน่งต่างๆ ของ
เหล็กคอม้าจะใช้ตามรูปข้างบนนี้ไม่ได้
2. หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.4.3 การต่อเหล็กเสา ถ้าไม่ระบุไว้ในแบบรายละเอียด ให้ปฏิบัติดังนี้
Lee
ก
ก
น า ล บ.ต้อง
ต่อด้วยเหล็กเดือย
35
เหล็กเถวล่าง
เหล็กเลยน
ระยะทาบต่อเหล็ก
๔๐ 2 สําหรับเหล็กเล่นกระ
๓๐.๓๖ ) สําหรับเหล็กข้ออ้อย 30 10 และ 50 ๔๐
ตามคําดับ
Co
เสริมพิเศษ ๔ - ๒๕ ๒ ศูนย์กลางในศูนกลาง
จาคของเหล็กปลอก อะไม่เล็กกว่าที่ใช้อยู่เต็ม!
L
1.
รูปที่ 2.4.3.1 กรณีเสามีหน้าตัดไม่เท่ากัน
|
ค
รูปตัด - ก
รูปตัด –
เหล็กเดือย ว่าพ
WEL
รูปตัด ก - ก
ระยะทาง : 5) - ๔๐ () สําหรับเหล็กน
6 1
• ๑๐.๓๖ * สําหรับเหล็กอย
เหล็กเดือน ต้องมีขนาดและจํานวนไม่น้อยเล
รูปที่ 2.4.3.2 กรณีเสามีหน้าตัดไม่เท่ากันศูนย์ตรงกัน
36
L
A
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
เหล็กลายน
เหล็กเสาล่าง
รูปติด A - ค
ความเอียงสูงสุด 5
เสริมพิเศษ ๔ ปี ๓๕ ซม. ศูนย์กลางถึงศูนย์กลาง นาดของเหล็กปลอกต้องไม่เล็กกว่าที่ใช้อยู่เดิม)
รูปที่ 2.4.3.3 กรณีเสามีหน้าตัดไม่เท่ากันศูนย์เยื้องกัน
2.5 งานเชื่อมต่อเหล็กด้วยไฟฟ้า
2.5.1 ลวดเชื่อมกระแสไฟฟ้าที่ใช้
2.5.1.1 ลวดเชื่อมที่นํามาใช้เชื่อม ให้ใช้ลวดเชื่อมที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ม.อ.ก. 49 : มาตรฐานลวดเชื่อมมีสารพอกหุ้มใช้เชื่อมเหล็กกล้าละมุนด้วยอาร์ก
2.5.1.2 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลวดเชื่อม และกระแสไฟฟ้าที่ใช้เชื่อมจะต้องเป็นไปตาม บริษัทผู้ผลิตลวดเชื่อมนั้นๆ กําหนดไว้
2.5.2 การต่อเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย
2.5.2.1 การเชื่อมจะต้องเป็นไปตามแบบที่กําหนดให้แบบใดแบบหนึ่ง ที่กําหนดไว้ใน
ข้อ 2.5.3 และ ข้อ 2.5.4
2.5.2.2 ตําแหน่งการต่อเหล็กจะต้องไม่ต่อ ณ จุดที่เหล็กงอ รอยต่อจะอยู่ห่างจากจุดที่ เหล็กงออย่างน้อย 50 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางเหล็กเส้นนั้น
ณ
2.5.2.3 การต่อเหล็กให้ต่อ ณ ตําแหน่งที่เหล็กรับแรงน้อยที่สุด ในกรณีที่ไม่สามารถต่อ เหล็ก ณ จุดที่กําหนดดังกล่าวได้ ให้เสริมเหล็กปลอกมากขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า ในระยะห่างจากปลาย ของเหล็กที่เชื่อมแต่ละปลายออกไปอย่างน้อย 15 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเส้นนั้น
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.5.3 รูปแบบของการต่อเหล็กกลมและเหล็กข้ออ้อย
4HL ALLU
e/c
37
single
groove weld
double-V- groove weld
Full penetration welds
2.5.4 การดําเนินการเชื่อม
2.5.4.1 เหล็กที่จะนํามาเชื่อมต้องดัดปลายแล้ววางให้ได้รูป ตามที่ได้กําหนดในข้อ 2.5.3 2.5.4.2 บริเวณปลายเหล็กที่ตัด ก่อนที่จะนํามาเชื่อมจะต้องขัดให้เรียบและสะอาด ปราศจากฝุ่น สี น้ํามัน
2.5.4.3 เหล็กเส้นที่จะนํามาเชื่อมต่อกันจะต้องวางให้ได้แนวเส้นผ่านศูนย์กลางของกัน และกัน ขณะที่ทําการเชื่อมควรวางอยู่บนที่รองรับยาวประมาณข้างละ 1 เมตร ห่างจากจุดที่จะเชื่อมต่อ 2.5.4.4 การเชื่อมจะต้องเชื่อมเป็นชั้นๆ หรือเป็นแนวๆตามลําดับดังตัวอย่างที่ได้แสดงในรูป
scts
เมื่อเชื่อมเสร็จแต่ละชั้นหรือแต่ละแนว การเชื่อมชั้นต่อไปจะต้องเคาะขี้เหล็กออกให้หมดทุกครั้ง แล้ว
แปรงให้สะอาดเสียก่อน
2.5.4.5 ระหว่างการเชื่อมแต่ละแนวให้ปล่อยทิ้งไว้ในอากาศนิ่งจนอุณหภูมิลดลงต่ํากว่า 250 องศา เซลเซียส โดยการวัดที่ผิวตรงจุดกึ่งกลางความยาวของแนวเชื่อมห้ามกระทําใด ๆ เพื่อที่จะเร่ง ให้อุณหภูมิลดลง
2.5.4.6 การต่อเหล็กโดยวิธีเชื่อมเหล็ก สําหรับเหล็กเสริมเส้นกลมและเหล็กเสริมข้ออ้อย ระยะสั้นที่สุดที่ทาบกันจะต้องไม่น้อยกว่า 15 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กเสริมทั้งนี้จะต้องไม่
น้อยกว่า 15 เซนติเมตร
ติดโคลน
2.5.5 การเก็บรักษาวัสดุ
2.5.5.1 เหล็กเส้น จะต้องเก็บกองแยกเป็นขนาดมิให้คละกัน และมีสิ่งรองรับมิให้เปื้อน
38
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.5.6 ข้อกําหนดในการใช้วัสดุ
2.5.6.1 การผูกเหล็กเสริม ผู้รับจ้างจะต้องผูกเหล็กเสริมให้ได้แนว ได้ระดับตามที่กําหนด ไว้ในแบบรูปรายการละเอียด ถ้าหากว่าไม่ได้ระบุไว้ในแบบรูปและรายการละเอียดเป็นอย่างอื่น ให้ถือ ปฏิบัติดังนี้
2.5.6.1.1 ลวดผูกเหล็กให้ใช้เบอร์ 18 ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ม.อ.ก.138-2518 ผูกเหล็กเสริมให้แน่นพอ พันอย่างน้อย 2 รอบ โดยใช้ลวดผูกเหล็กไม่น้อยกว่า 2 เส้น
2.5.6.1.2 การดัดงอเหล็กให้ใช้รัศมีโค้งอย่างน้อย 3-5 เท่า ของเส้นผ่านศูนย์กลาง
(เหล็กเส้นกลม)
2.5.6.1.3 ตอนปลายให้งอขอ (180 องศา) หรืองอฉาก (90 องศา) การงอขอ (180 องศา) จะต้องมีรัศมี 3-5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง และเหลือปลายไว้อย่างน้อย 4 เท่า ของเส้นผ่าน ศูนย์กลาง การงอฉาก (90 องศา) จะต้องมีรัศมี 3-5 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางและเหลือปลายไว้อย่าง น้อย 6 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางสําหรับเหล็กเสริมเส้นกลม (ROUNDED BARS) ที่มีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 19 ม.ม.ขึ้นไปตอนปลายจะงอขอ (180 องศา) หรืองอฉาก (90 องศา) ก็ได้
สําหรับเหล็กข้ออ้อย (DEFORMED BARS) ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ม.ม.
ขึ้นไป ตอนปลายให้งอฉาก (90 องศา)
2.5.6.1.4 การต่อเหล็กจะต้องมีระยะเหลื่อมกันอย่างน้อย 40 เท่า แต่จะต้องไม่ น้อยกว่า 30 เซนติเมตร สําหรับเหล็กเส้นกลม (ROUNDED BARS) และ 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง สําหรับเหล็กข้ออ้อย (DEFORMED BARS) ห้ามต่อเหล็กตรงส่วนที่เป็นหน้าตัดวิกฤตหรือตรงจุดที่เหล็กรับ แรงดึงสูงสุด นอกจากจะต้องต่อด้วยการเชื่อมแต่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร กองแบบแผน
2.5.6.1.5 เหล็กเสริม ในกรณีที่เป็น SIMPLE SUPPORT จะต้องยื่นเหล็กเสริมเข้า ไปใน SUPPORT ซึ่งอาจเป็นคานหรือเสา อย่างน้อยเท่ากับความกว้างของ SUPPORT ในกรณีที่มีคานยื่น หรือ SLAB ยื่นจะต้องยื่นเหล็กเริ่มเข้าใน SUPPORT อย่างน้อย 50 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของ
เหล็กเสริม
2.5.6.1.6 การเสริมเหล็กเส้นนอก จะต้องห่างจากแบบหล่อไม่น้อยกว่า
20 มิลลิเมตร และไม่มากกว่า 50 มิลลิเมตร
2.5.6.1.7 ในกรณีที่เหล็กหลายๆ ชั้นจะต้องเสริมโดยมีช่องว่างระหว่างผิวเหล็ก
(CLEAR DISTANCE) ไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร และไม่เกิน 40 มิลลิเมตร
2.5.6.1.8 ในกรณีที่มีปัญหาในการก่อสร้าง เรื่องการเสริมเหล็กคลาดเคลื่อนทาง ตําแหน่ง จากข้อกําหนดดังกล่าวข้างต้น ผู้รับจ้างโดยวิศวกรโยธาคุณวุฒิไม่ต่ํากว่าสามัญวิศวกรโยธา จะต้องเสนอรายละเอียด วิธีการแก้ไข และนําปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาคํานวณทางด้านวิศวกรรม โครงสร้าง เสนอต่อคณะกรรมการตรวจการจ้าง เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อนจึงจะดําเนินการต่อไป
:
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.5.7 การต่อเหล็กเส้นเสริมแรงคอนกรีตโดยข้อต่อเชิงกล
39
2.5.7.1 การต่อเหล็กเสา หรือ เหล็กเสริมคอนกรีตโครงสร้าง ผู้รับจ้างสามารถใช้ข้อต่อ เหล็กเชิงกล แทนการต่อเหล็กเหล็กเสริมคอนกรีตตามข้อกําหนดข้างต้น
2.5.7.2 ข้อต่อเหล็กที่สามารถใช้ต่อเหล็กเสริมคอนกรีตต้องผลิตจากวัสดุคุณภาพดี สามารถทนต่อการรับแรงดึง แรงกดได้มากกว่าเหล็กเส้นเสริมแรงคอนกรีตทุกชั้นคุณภาพ SD 30, 40, 50
2.5.7.3 เมื่อนําข้อต่อเหล็กเสริมแรงคอนกรีต ทั้งในส่วนที่เป็นเกลียวนอก และเกลียวใน ขันเกลียวต่อกันเรียบร้อยต้องสามารถตรวจสอบการต่อได้สะดวกโดยสายตา และเมื่อนําไปทดสอบแรง ดึง ต้องรับแรงได้เท่ากับหรือมากกว่าเหล็กเส้นเสริมแรงคอนกรีตนั้น และรอยขาดที่เกิดจากผลการ
ทดสอบรับแรงดึงต้องขาดที่เหล็กเสริมแรงคอนกรีตนอกบริเวณจุดต่อและบริเวณที่ทําเกลียวเท่านั้น
2.5.7.4 การขอใช้ข้อต่อเชิงกล ต้องแนบผลการทดสอบการรับแรงดึง จากตัวอย่าง
เหล็กเส้นเสริมคอนกรีดที่ใช้งานจริงของแต่ละโครงการ โดยต้องทดสอบการรับแรงดึงของทุกขนาดเหล็ก ที่ขอใช้มาประกอบการพิจารณาอย่างน้อยขนาดละ 1 ตัวอย่าง
2.5.7.5 การเตรียมตัวอย่างเพื่อทดสอบให้กระทําต่อหน้าตัวแทนของผู้ว่าจ้างโดยการทํา ตัวอย่างต้องใช้กระบวนการที่เหมือนกับการผลิตปกติ และนําไปทดสอบที่สถาบันกลางพร้อมตัวแทนของ ผู้ว่าจ้าง และเมื่อมีการผลิตเพื่อนําไปใช้งานจริง ให้สุ่มตัวอย่างที่เห็นว่ามีความเสี่ยงต่อการเสียหายมาก ที่สุดจากชิ้นงานจริงที่จะนําไปใช้ในโครงการ และหลังจากนั้นให้สุ่มทดสอบจากชิ้นงานจริง 1 ตัวอย่าง จากทุกๆ 3,000 ชิ้น
2.5.8 การป้องกันดินพังขณะทําการก่อสร้าง ในกรณีที่ดินบริเวณก่อสร้างเป็นดินอ่อน เช่น พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เป็นต้น การขุดดินเพื่อทําการก่อสร้างฐานราก หรือโครงสร้างอื่นๆ ที่อยู่ต่ํากว่าระดับดินเกิน 3.00 เมตรจะต้องมีระบบป้องกันดินพัง (SHEET PILE) โดยมีแนวทางดังนี้
2.5.8.1 ขนาด SHEET PILE ที่ใช้ไม่ควรน้อยกว่า TYPE 3
2.5.8.2 ขุดดินลึกประมาณ 2.50 เมตรใช้ SHEET PILE ความยาว 6.00 เมตร
2.5.8.3 ขุดดินลึกประมาณ 3.00-6.00 เมตรใช้ SHEET PILE ความยาว 8.00-12.00 เมตร 2.5.8.4 ขุดดินลึกประมาณ 6.00-8.00 เมตรใช้ SHEET PILE ความยาว 14.00-16.00 เมตร 2.5.8.5 ความลึกของงานใต้ดินที่มีความลึกเกิน 3.00 เมตร ควรติดตั้ง BRACING ดังนี้
E
- ความลึกของงานใต้ดิน 3.00 – 4.00 เมตร ควรมี BRACING 1 ชั้น
• ความลึกของงานใต้ดิน 4.00 - 6.00 เมตร ควรมี BRACING 2 ชั้น
ะ
• ความลึกของงานใต้ดิน 6.00 – 8.00 เมตร ควรมี BRACING 3 ชั้น
ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอขั้นตอนการปฏิบัติงาน (METHOD STATEMENT) ตั้งแต่ขั้นตอน การติดตั้งจนถึงขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมรายการคํานวณโดยวิศวกรโยธา ระดับไม่ต่ํากว่า สามัญวิศวกรให้กองแบบแผน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพื่อพิจารณาก่อนดําเนินการ
40
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
อย่างน้อย 50เท่า ชอง เหล็กเสริมปน
เล่า
เหล็กเสมอไป No.03ม.
ขยายชัย 2.5.6.1.7 ในกรณีแบบไม่กําหนด (กรณีคานยื่นไม่ต่อเนื่อง)
เหล็กเสริมบนล้วงเที่ยวเหล็กลา
คาม
เสา
L
เหล็กเสริมบนไม่เกิน 0.03 ม
ขยายข้อ 2.5.6.1.7 ในกรณีแบบไม่กําหนด (กรณี SLAB ยื่น)
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
2.6 งานพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป
41
2.6.1 พื้นคอนกรีตสําเร็จรูปที่นํามาใช้ จะต้องเป็นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ม.อ.ก. 576 - 2546 หรือ ม.อ.ก. 828 - 2546 โดยจะเป็นแบบชิ้นส่วนเดี่ยว หรือ ชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ก็ได้รูปหน้าตัดตามระบุในแบบรูปเป็นของใหม่ไม่มีรอยแตกร้าว ปิ่นหรือแตกหัก ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมาตรฐาน ม.อ.ก. ทั้ง 2 แบบให้ใช้แทนกันได้
2.6.2 การปูพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป ให้ปูในทิศทางที่กําหนดให้ในรูปแบบเท่านั้น ในกรณีที่มิได้ ระบุไว้จะต้องสอบถามก่อน โดยวิศวกรเป็นผู้กําหนดให้เท่านั้น พื้นคอนกรีตสําเร็จรูปเมื่อทําเสร็จแล้ว จะต้องรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ตามระบุในแบบรูป และในกรณีที่แบบรูปมิได้กําหนดไว้ให้ถือปฏิบัติ
ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ฉบับปัจจุบัน
2.6.3 กรณีที่เลือกใช้พื้นคอนกรีตสําเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ม.อ.ก. 576 - 2546 ผู้รับจ้างต้องให้ ผู้ผลิตรับรอง ผลิตภัณฑ์ที่นํามาใช้เป็นหนังสือ ระบุรูปแบบหน้าตัด ขนาด ความยาว จํานวน-ขนาดเหล็ก เสริมและการรับน้ําหนักบรรทุก ตรงกับที่ผู้ผลิตได้รับใบอนุญาตผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อม
จํานวนแผ่นพื้นที่นํามาใช้กับหน่วยงานก่อสร้างให้คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาก่อนติดตั้ง
2.6.4 กรณีเลือกใช้พื้นคอนกรีตสําเร็จรูปที่ได้มาตรฐาน ม.อ.ก. 828 - 2546 ผู้รับจ้างต้องให้ผู้ผลิต รับรองผลิตภัณฑ์ที่นํามาใช้เป็นหนังสือ ระบุรูปแบบหน้าตัด ขนาด ความยาว จํานวน-ขนาดเหล็กเสริม ตรงกับที่ผู้ผลิตได้รับใบอนุญาตผลิตภัณฑ์มาตรฐานอุตสาหกรรม โดยมีรายการคํานวณทางวิศวกรรม แสดงความสามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ตามข้อกําหนดในแบบรูป และวิศวกรผู้คํานวณของ
ผู้ผลิตต้องเป็นระดับสามัญวิศวกร พร้อมกับระบุจํานวนแผ่นพื้นที่จะนํามาใช้กับหน่วยงานก่อสร้างให้
คณะกรรมการตรวจการจ้างพิจารณาร่วมกับวิศวกรของหน่วยงานราชการในจังหวัด หรือวิศวกรของกอง
แบบแผนก่อนทําการติดตั้ง
2.6.5 ก่อนทําการติดตั้งพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป จะต้องจัดแต่งระดับส่วนรองรับให้ได้ระดับเท่ากัน โดยตลอดกรณีส่วนรองรับแตกต่างกันไม่เกิน 3 เซนติเมตร ให้ปรับปรุงแต่งด้วยปูนทรายและหากเกิน กว่า 3 เซนติเมตร ให้ปรับแต่งด้วยคอนกรีตผสมหินเกล็ดแทนห้ามนําวัสดุอื่น ๆ เช่น อิฐ อิฐมอญ เศษไม้ มาหนุนเพื่อปรับระดับ โดยเด็ดขาด ช่วงพาดของพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปหากยาวเกินกว่า 2.80 เมตร จะต้องมีแนวคาน ค้ํายัน รองรับการแอ่นตัวตอนกลางพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป เพื่อปรับระดับให้ท้องแผ่น พื้นเท่ากันก่อนและจะถอดออกได้เมื่อเทคอนกรีตทับหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
เหล็กเสริมส่วนทับหน้าของพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปให้ทําตามที่กําหนดในแบบรูป ในกรณีที่ ระบุในแบบรูปให้ใช้เหล็กเสริมขนาด 0 6 ม.ม. @ 0.20 ม. # หรือลวดเหล็กสําเร็จรูปขนาด ( 4 ม.ม. @ 0.15 ม. 4 และกรณีช่วงพาดของแผ่นพื้นยาวเกินกว่า 3.30 เมตรให้มีเหล็กเสริมพิเศษขนาด 9 ม.ม. ยาว 0.50 ม. @ 0.40 ม. วางบนแนวหัวพื้นที่ช่วงพาดที่รองรับเสมอ
คอนกรีตส่วนเททับหน้าพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปให้ใช้ตามที่ระบุ ในกรณีที่ไม่ระบุในแบบรูป
ให้เทคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร โดยคอนกรีตให้ใช้ตามรายละเอียดงานคอนกรีดและ
คอนกรีต เสริมเหล็ก และหินที่ผสมคอนกรีตอนุญาตให้ใช้หินเกล็ดแทนได้ ท้องพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปไม่ ต้องฉาบปูน แต่ให้แต่งแนวหรือตามระบุในแบบรูป
42
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
2.6.6 กรณีที่ผู้รับจ้างจะเปลี่ยนแปลงงานที่เกี่ยวกับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือพื้นคอนกรีต
สําเร็จรูปแตกต่างไปจากแบบรูปและรายการที่ได้กําหนดไว้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ เพื่อความ
มั่นคงแข็งแรงขององค์อาคาร คณะกรรมการตรวจการจ้างจะพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับวิศวกรรม กองแบบแผนพร้อมเปรียบเทียบราคา การเพิ่มเงินหรือลดเงินให้เป็นไปตามสัญญา และ/หรือตามระเบียบ
พัสดุ
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
:
2.7
ตัวอย่างรายงานตรวจสอบงานวิศวกรรมโครงสร้าง
แบบตรวจสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่
(Stationary Cranes)
กองตรวจสอบความปลอดภัย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
แบบ คป.1
ข้าพเจ้า…….
ถนน…
.เขต…..
……..
จังหวัด……
สถานที่ทํางาน….
พ.ศ. 2505 ประเภท…………..
..ซอย…… โทรศัพท์…………
โทรศัพท์……….
ตั้งแต่วันที่…..
ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาเครื่องกล ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม
เลขทะเบียน………
ข้าพเจ้าได้ทําการตรวจสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ปั้นจั่นของ…….
โดย……
แขวง………..
เซต……
ขณะตรวจสอบปั้นจั่นใช้งานอยู่ที่
..ผู้จัดการ ที่อยู่เลขที่…
.ถนน…..
จังหวัด……
เมื่อ
ข้าพเจ้าได้ทําการตรวจสอบปั้นจั่นและอุปกรณ์ ตามรายงานการตรวจสอบที่ระบุไว้ในเอกสาร แนบท้ายพร้อมทั้งได้ปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ชํารุด หรือบกพร่องจนใช้งานได้ถูกต้องปลอดภัยและขอรับรองว่า ปั้นจั่นเครื่องนี้ได้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องความปลอดภัยในการทํางาน
เกี่ยวกับปั้นจั่น
(ลงชื่อ)…..
(
}
(ลงชื่อ)…….
(
}
วิศวกรผู้ตรวจสอบ
เจ้าของ/ผู้จัดการ
สําหรับเจ้าหน้าทิ่
43
44
- แบบปั้นจั่น (
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
(
รายการตรวจสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่
ปั้นจั่นหอสูง (Tower Crane) POTAIN Model. Fo/23 B ปั้นจั่นเหนือศรีษะ (Overhead Crane) (STATIC BASE) 0 ปั้นจั่นขาสูง (Gantry Crane)
Q) อื่นๆ (ระบุ) - ผู้ผลิต
สร้างโดย ประเทศ
แบบ คป.1
ตามมาตรฐาน
ออกแบบให้ยกน้ําหนักได้สูงสุดที่ปลายแขนปั้นจั่น ออกแบบให้ยกน้ําหนักได้สูงสุดที่ต้นแขนปั้นจั่น
ตัน (ยาวสุด)
ตัน (สิ้นสุด) - รายละเอียดคุณลักษณะ (Specification) และคู่มือใช้งาน การประกอบ การทดสอบ การซ่อมบํารุง
และการตรวจสอบ - สภาพโครงสร้าง
0 มีมาพร้อมกับปั้นจั่น
0
มีโดยวิศวกรกําหนดขึ้น
O ไม่มี
4.1 ภาพโครงสร้างปั้นจั่น
0 เรียบร้อย 0 แตก ชํารุด บิดเบี้ยว ต้องแก้ไข
4.2 สภาพรอยเชื่อมต่อ (Joints) 0 เรียบร้อย 0 ชํารุดต้องแก้ไข 4.3 สภาพของน๊อตและหมุดย้ํา 0 เรียบร้อย ( ชํารุดต้องแก้ไข 5. มีการตรวจสอบปั้นจั่น
5.1
หลังประกอบเสร็จ
( มี
O ไม่มี
5.2 หลังซ่อมส่วนสําคัญ
0 มี
0 ไม่มี
5.3 หลังเกิดอุบัติเหตุ
0 มี
O ไม่มี - รอก กว๊าน และตะขอยก
6.1 เส้นผ่านศูนย์กลางรอกปลายแขนปั้นจั่น
6.2 เส้นผ่านศูนย์กลางรอกของตะขอยก…..
6.3 สภาพกว้านและต่อขอยก 0 เรียบร้อย ( ชํารุดต้องแก้ไข - สภาพของสลัก ลูกปืน เพลง เฟือง โรลเลอร์ (Rollers)
0 เรียบร้อย ( ชํารุดต้องแก้ไข - สภาพของเบรคและคลับ
0 เรียบร้อย ( ชํารุดต้องแก้ไข - สภาพของลวดวิ่ง (Running Ropes)
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
แบบ คป.1
9.1 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง..
เท่ากับ…… ……anm.li……….
ปี
ส่วนความปลอดภัย (Safety Factor)
9.2 ในหนึ่งช่วงเกลียวมีลวดขาดตั้งแต่ 3 เส้นขึ้นไปในเกลียวเดียวกัน
( มี
0 ไม่มี
ส่วนความปลอดภัย………. - สภาพของลวดโยงยืต (Standing Ropes)
10.1 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง……….
อายุการใช้งาน………
10.2 เส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สองเส้นขึ้นไป
ปี
( มี
Q ไม่มี - ลวดวิ่ง และหรือ ลวดโยงยึด
45
11.1 เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางเดิม
11.2 ลวดเส้นนอก ลึกไปหนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลาง
11.3 ขมวด ถูกกระแทก แตกเกลียว หรือชํารุดเป็นเหตุให้การรับน้ําหนักเสีย
( มี
O ไม่มี
( มี
O ไม่มี
0 มี
O ไม่มี
11.4 ถูกความร้อนทําลาย หรือเกิดสนิมมากจนเห็นได้ชัด
0 มี
0 ไม่มี - สภาพของน้ํามันไฮดรอลิกและท่อลม
12.1 มีการรั่วของน้ํามันและท่อลมหรือข้อต่อ
( มี
O ไม่มี
12.2 มีการบิดตัวอย่างผิดปกติของท่อน้ํามัน
0 มี
O ไม่มี
12.3 มีน้ํามันรั่วบริเวณข้อต่อที่ไม่สามารถน้อยให้หายรั่วได้
O มี
Q ไม่มี
12.4 มีรอยลึกบริเวณเปลือกนอกของท่อ
0 มี
O) ไม่มี - สภาพการสึกหรอของกลไกระบบควบคุม
O เรียบร้อย
O ชํารุดต้องแก้ไข - สภาพการหล่อลื่นโดยทั่วไป
O เรียบร้อย
O ชํารุดต้องแก้ไข - มีครอบปิด (Guard) ส่วนที่หมุนได้ที่อาจเป็นอันตราย
( มี
O ไม่มี - การยึดโยงปั้นจั่นและน้ําหนักถ่วง (Counterweight) ให้มั่นคง
O เรียบร้อย
0 ชํารุดต้องแก้ไข - อุปกรณ์ไฟฟ้า
46
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
แบบ คป.1
17.1 สภาพแผงสวิตซ์ไฟฟ้า รีเลย์ และอุปกรณ์อื่น
17.2 สภาพมอเตอร์ไฟฟ้า - ความตึงของสายพานตัววี
O เรียบร้อย
O เรียบร้อย
( ชํารุดต้องแก้ไข ( ชํารุดต้องแก้ไข
O) ปกติ
0 ต้องปรับ - การทํางานของ (Limit Switches) ของ
19.1 ชุดตะขอ
0 ถูกต้องเรียบร้อย 0 ต้องปรับแต่งใหม่
19.2 ชุดล้อเลื่อน
0 ถูกต้องเรียบร้อย 0 ต้องปรับแต่งใหม่
19.3 มุมแขนปั้นจั่น (เฉพาะ Derricks)
0 ถูกต้องเรียบร้อย 0 ต้องปรับแต่งใหม่
19.4 การเคลื่อนที่บนรางของปั้นจั่น
0 ถูกต้องเรียบร้อย 0 ต้องปรับแต่งใหม่
19.5 ชุดพิกัดน้ําหนักยก
0 ถูกต้องเรียบร้อย 0 ต้องปรับแต่งใหม่ - ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่บนราง หรือมีรางล้อเลื่อนอยู่บนแขนมีกันชน หรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้าง
ของราง
O มี
( ไม่มี - มีอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้ล้อเลื่อนตกจากรางด้านข้าง
O มี
O ไม่มี - มีการดัดแปลงแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น
( มี
0 ไม่มี - ปั้นจั่นที่มีความสูงเกินสามเมตร มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกให้แก่ลูกจ้างที่ทํางาน
( มี
O ไม่มี - มีการจัดทําพื้นและทางเดินบนปั้นจั่นเป็นชนิดกันลื่น
0 มี
O ไม่มี
วิศวกรผู้ตรวจสอบ
บที่
ราค
.จังหวัด.
.เจ้าของแบบ…
ผู้ควบคุมการตอก..
เรม
เสร็จ
ด้วยตัวเอง
เมียวางซุ้ม
เสาเข็ม..
ขนาด
บันทึกการตอกเสาเข็ม
พื้นที่หน้าดัด.
ผลิคภัณฑ์ของ
วันที่หล่อ
ความยาว.
คารางเซนติเมตร
จํานวนเสาเข็มทั้งสิ้
กําาหนดให้ดอกถึงระดับ… ..เมตร
ชั้นนหมายเลข………..
:เมลสร
ความสง
( เสาส่ง [] เหล็ก [1] ไม้ ยาว…… ลูกตุ้มหนัก…..
!
{ } เจาะนํา
( ) หมอนรองหัวเข็มหนา ชม
แกลง,
ชม
1
2
3
5
6
7
8
10
11
12
13
14
หมายเหตุ
}
วกรโยธา
ดอกเสาเข็ม
บริษัท
ตําาแหน่ง
ผู้รับจ้างตามสัญญา
ผู้คุมงานแทบผู้ว่าจ้างตามสัญญา
}
2 หมวดงานวิศวกรรมโครงสร้าง
47
3
หมวดงานสถาปัตยกรรม
3 หมวดงานสถาปัตยกรรม
3.1 งานผนัง
เร็วเกินไป
ขอบเขต - หมวดงานสถาปัตยกรรม
ในงานนี้จะกล่าวถึงขั้นตอนกรรมวิธีการทําผนังและผิวผนัง
3.1.1 ผนังก่ออิฐและผนังคอนกรีตบล็อก
3.1.1.1 ผนังก่ออิฐ
อิฐมอญทั่วไป
- อิฐกลวงไม่รับน้ําหนัก
- อิฐกลวงรับน้ําหนัก
- อิฐโชว์แนว
- อิฐประดับแคลเซียมซิลิเกต (อิฐขาว)
3.1.1.2 ผนังคอนกรีตบล็อก - คอนกรีตบล็อกไม่รับน้ําหนัก
- คอนกรีตบล็อกรับน้ําหนัก
- คอนกรีตบล็อกโปร่งระบายลม
- คอนกรีตบล็อกโชว์แนว
3.1.1.3 วิธีการก่ออิฐและคอนกรีตบล็อกโดยทั่วไป
51
3.1.1.3.1 อิฐและคอนกรีตบล็อกต้องทําให้ชิ้นเสียก่อน เพื่อไม่ให้ดูดน้ําจากปูนก่อ
3.1.1.3.2 การก่อต้องก่อสลับแนวให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เว้นระยะระหว่าง
แถวเท่ากัน ต้องไม่น้อยกว่า 1 ซ.ม. และไม่เกิน 1.5 ซ.ม.
3.1.1.3.3 การก่ออิฐและคอนกรีดบล็อก ต้องให้ได้แนวดิ่งและแนวฉาก
3.1.1.3.4 การก่อชนคาน เสา ผนัง หรือแผง ค.ส.ล. ต้องเสียบเหล็กขนาดเส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 6 ม.ม. วางระยะ 40 ซ.ม. โดยยื่นออกมาไม่น้อยกว่า 25 ซ.ม. และฝังอยู่ในเสา ค.ส.ล. 10 ซ.ม. 3.1.1.3.5 การก่อผนังชนกันเป็นมุม การต่อชนกับผนังอื่น การเว้นช่องสําหรับ ติดตั้งประตู หน้าต่าง ต้องมีเสาเอ็นหรือทับหลัง ค.ส.ล. ขนาดเท่ากับผนัง โดยกว้างไม่น้อยกว่า 10 ซ.ม. เสริมเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ม.ม. 2 เส้น เหล็กปลอกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 ม.ม. ทุกระยะ 20 ม. เหล็กเสาเอ็นต้องยึดต่อกับเหล็กยื่นออกมาจากพื้น เสา ผนัง หรือคาน ค.ส.ล. ที่ยื่นเหล็กไว้ก่อน
แล้ว
3.1.1.3.6 ในกรณีที่กําแพงหรือผนังยาวหรือสูงกว่า 3.00 เมตร ต้องมีเสาเอ็นหรือ ทับหลัง ค.ส.ล. ตลอดความสูงและความยาวของกําแพง ระยะเสาเอ็นหรือทับหลังต้องไม่เกินกว่า
3,00 x 3.00 ม.
3.1.1.3.7 การก่ออิฐซนท้องคาน ค.ส.ล. จะต้องก่ออิฐเว้นไว้ไม่น้อยกว่า 0.15 ม. ตลอดแนว ทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง จึงทําการเสริมชนท้องคานโดยการก่ออิฐตามเฉียงได้
52
มาตรฐานการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๓
3.1.1.3.8 การก่ออิฐในโครงสร้างอาคาร ซึ่งอาจมีการแอ่นตัว เช่น พื้น
Post-tension พื้นสําเร็จรูปหรือโครงสร้างเหล็ก จะต้องเว้นด้านบนไว้ประมาณ 22 ม.ม. แล้วเสริมด้วย โฟมหนา 1 นิ้ว กว้างเท่ากับแผ่นอิฐสอดไว้ด้านบนตลอดแนวผนังยาซิลิโคลน
เร็วเกินไป
3.1.1.4 วิธีการก่อโชว์แนว
ทั้งแนวตั้งและแนวนอน
3.1.1.4.1 อิฐและคอนกรีตบล็อก ต้องทําให้ชิ้นเสียก่อน เพื่อไม่ให้ดูดน้ําจากปูนก่อ
3.1.1.4.2 การก่อต้องใช้ฝีมือประณีต ก่อตามแนวเชือกหรือดายที่ขึงตึงทีละแถว
3.1.1.4.3 การก่อแนวตรงหรือแนวสลับแนวตามแบบกําหนด
3.1.1.4.4 เว้นระยะห่างระหว่างแถวปูนก่อ รอบก้อนอิฐ กว้างประมาณ 1-1.5 ซ.ม.
ลึก 1 ซ.ม. ให้เท่ากันแต่งร่องให้ประณีตสวยงาม
ผิวแห้ง
3.1.1.4.5 เมื่อก่อแล้วต้องรีบทําความสะอาดผิวทันที อย่าปล่อยให้น้ําปูนที่เปื้อน
3.1.1.4.6 การตัด ต้องติดให้เรียบร้อย
3.1.1.4.7 ผนังที่ก่อเสร็จใหม่ ห้ามกระทบกระเทือน อย่างน้อย 24 ชั่วโมง 3.1.1.5 ปูนก่อ
ส่วนผสม - ใช้ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ต่อทราย 3 ส่วน และน้ําในปริมาณเพื่อทํางาน
ได้ ห้ามผสมเกิน 1 ชั่วโมง
3.1.1.6 การตกแต่งผิว
หรือใช้ปูนก่อสําเร็จรูปแทนได้ โดยปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิต
3.1.1.6.1 การฉาบปูนเรียบ
- ผนังอิฐหรือคอนกรีตบล็อกที่ก่อไว้แล้ว ต้องรดน้ําให้ทั่วก่อนฉาบ - คอนกรีตที่จะฉาบปูนต้องสกัดผิวให้ขรุขระก่อน แล้วล้างผิวให้สะอาด ทาด้วยน้ําปูนก่อน 1 ครั้ง หรือสลัดปูนทรายที่มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ในอัตราส่วน 1 : 1
3.1.1.6.2 ส่วนผสมปูนฉาบ
ผนังภายนอก ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ปูนขาว 1 ส่วน หรือน้ํายาผสมปูน
ฉาบ ทรายหยาบหรือทรายละเอียด 5 ส่วน
- ผนังภายใน ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ปูนขาว 1 ส่วน หรือน้ํายาผสมปูนฉาบ
ทรายหยาบหรือทรายละเอียด 6 ส่วน
หรือใช้ปูนฉาบสําเร็จแทนได้ โดยปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิต
3.1.1.6.3 วิธีการฉาบปูน
- การเตรียมวัสดุ ให้ผสมปูนขาว ทรายและน้ํา หมักไว้ไม่น้อยกว่า
3 วัน ก่อนนํามาใช้งาน ปริมาณน้ําที่ผสมต้องไม่มากจนเกินไป