ประกวดราคาจ้างเหมาพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัด (ระบบ Health Link refer) ระยะที่ 2
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR)
จ้างเหมาพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัด (ระบบ Health Link refer) ระยะที่ 2
- ความเป็นมา
ตามความร่วมมือปีพ.ศ. 2568 โครงการ Health Link ร่วมกับกรุงเทพมหานครและสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พัฒนาระบบการส่งตัวผู้ป่วยเพื่อรองรับบริการ OP Anywhere ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ประชาชนสามารถเข้ารับบริการหน่วยบริการปฐมภูมิแห่งไหนก็ได้โดยไม่ต้องเข้ารับบริการ ตามหน่วยบริการตามสิทธิ โดยระบบรับส่งต่อปัจจุบันได้ขยายการใช้งานในหน่วยบริการพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 80 หน่วยบริการโดยมีระบบพื้นฐานคือ เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจากระบบ Health Link
กับระบบการส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, ระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยที่รองรับการส่งต่อ 3 รูปแบบ (OPD, IPD, ER), ระบบรายงานและสถิติพื้นฐาน
ทั้งนี้ภายหลังการขยายผลการใช้งานจริงระบบการรับส่งต่อ ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร พบยังมีระบบ บางส่วนควรปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพการให้บริการที่สอดคล้องกับหน่วยบริการ เช่น - ประสิทธิภาพระบบ: ระบบมีความล่าช้าในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่น
- การใช้งาน: ผู้ใช้งานต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมเพื่อความสะดวกในการทำงาน
- การรายงาน: ต้องการข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์เพิ่มเติมสำหรับการบริหาร จัดการ - การขยายผล: จำนวนสถานพยาบาลที่เข้าใช้งานเพิ่มขึ้น ต้องการระบบที่รองรับการขยายตัว - ความต่อเนื่อง: ต้องการการดูแลบำรุงรักษาระบบอย่างต่อเนื่อง
- การเชื่อมต่อข้อมูล: ระบบยังไม่เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยกับฐานข้อมูลสถานพยาบาลโดยอัตโนมัติ ทำให้เกิดการกรอกข้อมูลซ้ำ จึงต้องพัฒนาการเชื่อมต่อ กับระบบ HIS/HCIS เพื่อลดภาระและเพิ่มความถูกต้อง ของข้อมูล
ดังนั้น สขญ. จึงจัดทำโครงการ ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความสมบูรณ์ของระบบ และ สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น การพัฒนาโมดูลเพิ่มเติมเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศของ หน่วยบริการต่างๆของระบบ Health Link ให้สามารถรองรับการใช้งานได้ในวงกว้างยิ่งขึ้นและ รองรับการขยายตัวในอนาคต
- วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาต่อยอดระบบรับ - ส่งต่อผู้ป่วย (ระบบเดิม) ให้รองรับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำมากยิ่งขึ้น
2.2 เพื่อพัฒนา API กลางของระบบ และเชื่อมต่อ API กับฐานข้อมูลของระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (Hospital Information System, HIS) และสถานพยาบาลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
2.3 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานระบบโดยรวมให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ รวมถึง ปรับ ปรุง UX/UI ให้เหมาะสมกับบริบทการบริการและการดูประวัติการรักษาข้ามสังกัดที่เหมาะสมในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร - คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพตามที่ประกาศ
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือกระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อน วันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือน มกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย
การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตาม ข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้างฯ
(6.5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.12 ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีผลงานหรือประสบการณ์ในการพัฒนาระบบการเชื่อมต่อข้อมูลหรือการส่ง ต่อข้อมูลด้านสุขภาพหน่วยงานรัฐหรือเอกชนไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีหนังสือรับรองมูลงานมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 บาทอย่างน้อย 1 ผลงาน - ขอบเขตของงาน
ขอบเขตของงานจ้าง จ้างเหมาพัฒนาและปรับปรุงระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link ระยะที่ 2 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
4.1 ผู้รับจ้างต้องศึกษาระบบระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเดิม เพื่อพัฒนาระบบต่อเนื่องจากระยะที่ 1 ให้ รองรับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินงาน ศึกษาและวิเคราะห์ ระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเชื่อมต่อระบบ Health Link ระยะที่ 1 โดยต้องครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้
4.1.1 เอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะและความต้องการของระบบเดิม (Requirement and Specification)
4.1.2 เอกสารทางสถาปัตยกรรมเชิงเทคนิค (Technical Architecture)
4.1.3 เอกสารการออกแบบหน้าจอและ Journey ผู้ใช้งาน
4.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติมโดยไม่กระทบการทำงานของระบบเดิม (Backward Compatibility) และนำเสนอข้อจำกัดรวมถึงสิ่งที่ควรปรับปรุง (Gap analysis) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ ระบบเดิม โดยระบุว่าส่วนไหนเป็นส่วนใหม่ที่ปรับปรุงเพิ่มจากเอกสารเดิม โดยมีหัวข้ออย่างน้อยดังนี้ 4.2.1 Requirement โดยมีครอบคลุมเนื้อหาหลักดังนี้
- API กลาง
- Multi-Factor Authentication
4.2.2 User interface & User experience (UX/UI)
4.2.3 Bug และ Defect ของระบบ
4.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงานในรูปแบบ Gantt chart ที่มีกระบวนการทำงาน ขั้นตอน การทำงานทางเทคนิค และระยะเวลาดำเนินการ ในรายการอย่างน้อยต่อไปนี้
4.3.1 การออกแบบเชิงประสบการณ์ผู้ใช้งานและความสวยงาม
4.3.2 การออกแบบเชิงเทคนิค
4.3.3 การพัฒนาระบบ
4.3.4 Usability testing
4.3.5 การทดสอบระบบ
4.3.6 การติดตั้งระบบ
4.3.7 การบำรุงรักษา
4.3.8 ขั้นตอนการทำงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง – กระบวนการเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับความสมบูรณ์ ของโครงการ
4.4 ผู้รับจ้างต้องร่วมกับผู้ว่าจ้างออกแบบระบบที่จะพัฒนาปรับปรุงในระยะที่ 2 โดยผู้รับจ้างต้องระบุ ส่วนปรับปรุงออกแบบเพิ่มเติมในเอกสารฉบับเดิมให้ชัดเจน โดยรายละเอียดการออกแบบต้องมีองค์ประกอบ อย่างน้อยดังนี้
4.4.1 เอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะและความต้องการของระบบ (Requirement and specification) โดยรวมข้อมูลที่เป็นการพัฒนาเพิ่มเติมที่ได้รับการจัดเรียงความสำคัญตามที่ได้รับมาในข้อ 4.1. ตามที่ สขญ. กำหนด
4.4.2 เอกสารทางสถาปัตยกรรมเชิงเทคนิค (Technical architecture) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหา อย่างน้อยดังนี้
4.4.2.1 สถาปัตยกรรมข้อมูล (Data architecture)
4.4.2.2 โครงสร้างข้อมูล (Data structure)
4.4.2.3 สถาปัตยกรรมระบบ (System architecture)
4.4.3 เอกสารการออกแบบหน้าจอผู้ใช้งานซึ่งครอบคลุมเนื้อหาอย่างน้อยดังนี้
4.4.3.1 จัดทำรายละเอียด User persona และ User roles ทั้งหมดของระบบ
4.4.3.2 การออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface) และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience)
4.4.3.3 ต้นแบบการใช้งาน (Prototype) ผู้ใช้งานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับต้นแบบได้ เช่น สามารถกดปุ่มเพื่อนำทางไปหน้าเว็ปต่างๆได้โดยผู้ออกแบบต้องจัดทำ Prototype ที่ผ่านการทดสอบกับ กลุ่มผู้ใช้จริงอย่างน้อย 5 หน่วยบริการ และจัดทำรายงานผลการทดสอบ Usability
4.5 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบรับ-ส่งต่อผู้ป่วยต่อเนื่องจากระยะที่ 1 โดยมีคุณลักษณะ การทำงานของระบบ (Feature requirements) หลักดังนี้
4.5.1 พัฒนา API กลางและรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลระบบ (Central API Platform) ผู้รับจ้าง เพื่อรับรองการเป็นแพลตฟอร์มกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างระบบรับ–ส่งต่อผู้ป่วย (Refer System) ระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) และระบบ Health Link
4.5.1.1 เชื่อมระบบ Refer และ ระบบสารสนเทศหน่วยบริการ (Health Information System : HIS) โดยระบบต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
a. ระบบสามารถรับข้อมูลจาก HIS ได้
b. ระบบสามารถ Autofill ลงใบส่งตัว
c. ระบบต้องสามารถเปิดท่อ API ไว้ให้มาขอข้อมูลจาก เชื่อ HIS get data เพื่อ
สามารถนำข้อมูลไป key in ในระบบต่อได้
d. การบูรณาการกับระบบ Health Link - เชื่อมต่อระบบลงทะเบียนผู้ใช้งานระบบ Refer ใหม่กับระบบลงทะเบียน ผู้ใช้งาน Health Link โดยผู้รับจ้างต้องปรับปรุงระบบลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในการใช้งานระบบ Refer เชื่อมกับระบบการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนของ Health Link ที่มีอยู่แล้วเพื่อให้การลงทะเบียนเพื่อให้ได้ซึ่ง Username, Password เป็นระบบเดียวกัน
- เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ Health Link ให้สามารถแสดงผลข้อมูลสุขภาพจาก Health Link ลงมากกรอกในช่องต่างๆได้อัตโนมัติ ทั้งนี้จำนวน Resource ที่ต้องการให้แสดงผลขึ้นอยู่กับ สขญ. กำหนด
4.5.1.2 เชื่อมระบบ Refer และ และ Application ของหน่วยบริการ
a. ระบบต้องสามารถส่ง API รายละเอียดใบส่งตัว เช่น วันนัดหมาย ข้อมูลการส่ง ตัว เลขที่ใบส่งตัว เอกสารสรุปการส่งตัว ไปยัง Application ของหน่วยบริการที่มีอยู่แล้ว โดยรายละเอียด Resource ขึ้นอยู่กับ สขญ.กำหนด
4.5.2 พัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบ (System Enhancement) 4.5.2.1 ระบบการแจ้งเตือนและติดตามผู้ป่วย (Notification & Tracking System) ระบบต้องสามารถแจ้งเตือนสถานะใบส่งตัวแบบเรียลไทม์ (Real-time Notification) เช่น การสร้างใบส่งตัวใหม่ การตอบรับ การปฏิเสธ หรือการอัปเดตสถานะ เป็นต้น โดยมีคุณลักษณะ อย่างน้อยดังนี้ a. การแจ้งเตือนแบบมีเสียง Alert Notification
b. อัปเดทสถานะใบส่งตัวแบบทันที โดยไม่ต้อง Refresh หน้าจอ
c. ระบบต้องสามารถกำหนดค่า ระยะเวลา SLA (Service Level Agreement) สำหรับการตอบรับหรือการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการส่งต่อผู้ป่วยได้โดยผู้ดูแลระบบ ทั้งนี้ แต่ละ หน่วยการทำงานต้องสามารถปรับค่าการแจ้งเตือน (Notification Settings) ให้เหมาะสมกับ SLA ที่ตั้งไว้ ได้เอง
d. ผู้ใช้งานสามารถดูประวัติการแจ้งเตือนย้อนหลังได้รวมทั้งค้นหาและกรองตาม ประเภทเหตุการณ์
e. หน้าติดตามการส่งตัว ต้องสามารถคลิกที่หัวข้อแต่ละส่วนได้ และนำทาง ผู้ใช้งานไปยังหน้ารายการตามหัวข้อที่เลือกโดยอัตโนมัติ
f. ระบบต้องมีการแจ้งเตือนให้หน่วยบริการต้นทาง เมื่อหน่วยบริการปลายทาง ตอบรับการส่งต่อผู้ป่วย โดยสามารถแจ้งเตือนได้ทั้งในระบบและผ่านช่องทางอื่นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด 4.5.2.2 ระบบรายงานและสถิติ (Reporting & Dashboard) ผู้รับจ้างต้องจัดทำระบบ แสดงผลข้อมูล (Dashboard) เพื่อให้หน่วยบริการและผู้บริหารสามารถติดตามสถานะ การรับ–ส่งต่อผู้ป่วย โดยอาจเป็นการปรับปรุงจากระบบเดิม หรือพัฒนาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการออกแบบ สถาปัตยกรรมของระบบในระยะที่ 2 โดยมีรูปแบบการทำงานอย่างน้อย ดังนี้
a. ระบบสามารถแสดงผลข้อมูลสถิติของการ ส่งต่อผู้ป่วยเบื้องต้น เช่น จำนวนใบส่งตัว, จำนวนการตอบรับ, ระยะเวลาตอบสนองเฉลี่ย (Average Response Time) โดยนำเสนอ ในรูปแบบต่างๆตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เช่น กราฟเส้น กราฟแท่ง กราฟวงกลม หรือ ตาราง เป็นต้น
b. ระบบสามารถแสดงข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวชี้วัด (Key Indicators) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานที่แตกต่างกันในแต่ละสถานพยาบาลโดยนำเสนอในรูปแบบต่างๆตาม ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เช่นกราฟเส้น กราฟแท่ง กราฟวงกลม หรือ ตาราง เป็นต้นและสามารถปรับเปลี่ยนค่า ของตัวชี้วัดหรือเพิ่ม ตัวชี้วัดใหม่ได้ในอนาคต
c. ระบบต้องรองรับการกรองข้อมูล (Filter) ตามข้อมูลการส่งตัว เช่น หน่วยบริการ ประเภทสถานพยาบาล สังกัด โซน ช่วงเวลา สถานะใบส่งตัว และประเภทการส่งต่อ เป็นต้น d. ระบบต้องสามารถส่งออกข้อมูลรายงาน (Export) ในรูปแบบไฟล์ Excel และ PDF ที่สัมพันธ์กับการแสดงผลเลือกฟิลเตอร์ขณะนั้นได้ในรูปแบบข้อมูลดิบทั้งหมดที่เหมาะสมต่อการนำ ไปใช้วิเคราะห์ต่อ เช่น ข้อมูลการส่งตัวทั้งหมดของสถานพยาบาล
e. เเสดงสาเหตุการส่งตัว เหตุผลการส่งตัว แผนกที่รับเข้าและ ปฏิเสธการรักษา รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่เหมาะสมต่อการนำไปวิเคราะห์แนวโน้มหรือช่วยจนท. ในการตัดสินใจส่งต่อผู้ป่วยได้ f. แสดงข้อมูลการส่งต่อข้ามโซน โดยใช้รูปแบบการแสดงผลตามความต้องการ ของผู้ใช้งาน
g. Interactive Dashboard ข้อมูลใน Dashboard ต้องสามารถโต้ตอบได้ (Interactive) ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด เช่น การเลือกฟิลเตอร์แล้วข้อมูลทุกส่วนของหน้าจออัปเดตสอดคล้องกัน 4.5.2.3 การจัดการข้อผิดพลาดและความถูกต้องของข้อมูล
a. ระบบต้องแสดงข้อความแจ้งเตือนและสามารถตรวจสอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด ในการใช้ระบบผ่านหน้าจอผู้ใช้งาน เช่น ส่งตัวไม่สำเร็จ การส่งข้อมูลผ่าน HIS ล้มเหลว หรือข้อมูลไม่ครบถ้วน เป็นต้น
b. ระบบต้องระบุสาเหตุข้อผิดพลาด ทั้งในมุมการใช้งานและจากทางเทคนิค (Technical error message) เช่นการเกิด Null pointer exception, error 404 เป็นต้น c. ระบบต้องมีการแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบ เมื่อเกิดข้อผิดพลาด
4.5.2.4 ประสิทธิภาพของระบบ (Performance)
a. รองรับการใช้งานพร้อมกันอย่างน้อย 300 คนต่อนาที (Concurrent Session) b. ต้องจัดทำและมีผลผ่านการทดสอบประสิทธิภาพ (Load Test) พร้อมรายงาน Response Time และ Error Rate
c. ออกแบบให้รองรับการขยายการใช้งาน (Auto Scalable) และรองรับ การเพิ่มโมดูลใหม่ในอนาคต เพื่อความยืดหยุ่น
4.5.2.5 การแสดงผลบนหน้าจอ
a. สามารถแสดงผลได้เหมาะสมกับแต่ละอุปกรณ์ (Responsive Design) เช่น แสดงผลได้เหมาะสมบนโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, และคอมพิวเตอร์
b. สามารถแสดงผลได้ถูกต้องบน Web Browser ที่เป็นที่นิยม ได้แก่ Google Chrome, Microsoft Edge, Firefox, และ Safari เป็นอย่างน้อย
c. ระบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานเว็บไซต์ภาครัฐ (Government Website Standard) ไม่น้อยกว่าเวอร์ชั่น 3.0 โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือเป็นไปตามที่ สขญ ให้ความเห็นชอบ
4.5.2.6 ความปลอดภัยของระบบ (Security) ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
a. เพิ่มเงื่อนไขการใช้งานระบบ (Term and condition) ให้เป็นปัจจุบันตามที่ สขญ กำหนด
b. เพิ่มคำชี้แจงการใช้งาน การให้ความยินยอม และประกาศการคุมครองข้อมูล ส่วน บุคคล (Privacy Notice) ของระบบ ให้เป็นปัจจุบันตามที่ สขญ กำหนด
c. ระบบต้องมีฟังก์ชันแสดงลายน้ำ (Watermark) บนหน้าเว็บและเอกสารที่พิมพ์ ซึ่งระบุชื่อผู้ใช้งาน วันที่ และเวลาการเข้าถึงหรือการพิมพ์ โดยผู้ว่าจ้างสามารถกำหนดการเปิด–ปิดการแสดง ลายน้ำได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
d. ไฟล์ PDF ต้องแสดงข้อมูลผู้ใช้งานหรือรหัสอ้างอิงของผู้สร้างเอกสารใน metadata ของไฟล์เพื่อความปลอดภัย
e. ระบบจะต้องมีการเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามประกาศ “หลักเกณฑ์การเก็บรักษา ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ. 2564” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและ สังคม (Logging)
f. ระบบจะต้องผ่านมาตรฐาน ISO 27001
g. ทำการทดสอบระบบ Vulnerability Assessment Scan ตามมาตรฐาน OWASP Top 10 Web Application Security Risks เป็นอย่างน้อย ทั้งใน API และ Web Application ก่อนขึ้นใช้งาน ระบบทุกของระบบที่เป็น Major Version โดยใช้เครื่องมือของ สขญ (Nessus Expert) หรือ เครื่องมืออื่นที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า
4.5.2.7 ความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ (Security and Compliance)
a. ใช้มาตรฐานการเข้ารหัส (Encryption) ระหว่างการส่งข้อมูล (Transport Layer Security TLS 1.2 ขึ้นไป)
b. ใช้มาตรฐานการยืนยันตัวตนและการอนุญาต (OAuth 2.0 / OpenID Connect / JWT)
c. จัดทำระบบบันทึกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์สำหรับทุกการ เชื่อมต่อ ตามประกาศกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2564
d. ทำตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA Compliance) ทุกข้อ เช่น การถอนความยินยอมและการลบข้อมูลส่วนบุคคล
4.5.2.8 ระบบบันทึกและตรวจสอบการใช้งาน (Audit Log System)
a. ระบบต้องมีฟังก์ชันบันทึกและตรวจสอบการใช้งาน (Audit Log) ครอบคลุม ทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึง การเปลี่ยนแปลง และการส่งต่อข้อมูล โดยมีรายละเอียดดังนี้ - บันทึกกิจกรรมสำคัญของผู้ใช้งาน เช่น การเข้าสู่ระบบ การดูข้อมูล การแก้ไข หรือยกเลิกใบส่งตัว การเปลี่ยนสิทธิ์ผู้ใช้ การแก้ไขสถานพยาบาล การเชื่อมต่อ API และการส่งออกข้อมูล เป็นต้น - จัดเก็บข้อมูลประกอบของแต่ละกิจกรรม ได้แก่ รหัสผู้ใช้ บทบาท หน่วยงาน วันที่ เวลา IP Address และรายละเอียดการดำเนินการ
- ต้องมีระบบบันทึกข้อผิดพลาด (Error Log) และสามารถดาวน์โหลด รายงานเพื่อวิเคราะห์สาเหตุได้
- ข้อมูล Audit Log ต้องจัดเก็บแยกจากฐานข้อมูลหลัก และไม่สามารถแก้ไข หรือลบได้โดยผู้ใช้งานทั่วไป
- ต้องสามารถเรียกดูและส่งออกข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนหลังได้ตาม นโยบายระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลของ สขญ.
B. พัฒนา UX/UI ระบบรับ–ส่งต่อผู้ป่วย (Refer Workflow) ระบบ
4.5.3 การทดสอบและตรวจรับผลการเชื่อมต่อ (Automated Testing and Acceptance) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทดสอบระบบ (Test Plan) ซึ่งครอบคลุมการทดสอบอัตโนมัติ (Automated Testing) สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของการพัฒนาในข้อ 4.3 ในทุกขั้นตอนการพัฒนา และการเชื่อมต่อระบบ โดยต้องมีรายละเอียดดังนี้
4.5.3.1 จัดทำ Automated Test Plan และระบบจะต้องถูกทดสอบทุกครั้งที่มีการ Deploy ตามแผนการทดสอบที่วางไว้โดยครอบคลุมระดับการทดสอบดังนี้
a. Unit Test โดยต้องมีTest Coverage ≥ 80%
b. Integration Test
c. End-to-end Test โดยต้องแบ่งออกเป็น - Functional end-to-end test โดยใช้เครื่องมือทดสอบ เช่น Selenium, Playwright, Cypress เป็นต้น
- Endpoint end-to-end test โดยใช้เครื่องมือทดสอบ เช่น Postman เป็นต้น
4.5.3.2 จัดทำรายงานผลการทดสอบ Automated Test Plan (Test Summary, Error Log, Trend Report) ทุกครั้งที่มีการ Deploy ในรูปแบบอิเล็กทรอนิค
4.6 จัดอบรมผู้ดูแลระบบ (Developer) อย่างน้อย 1 ครั้งและส่ง Source code ให้กับ สขญ. ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำติดตั้งและดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง
4.7 จัดทำคู่มือการใช้ระบบตามข้อ 4.1- 4.5 ให้กับผู้ว่าจ้างเพื่อประกอบการใช้งานระบบต่อเนื่องจาก คู่มือการใช้งานฉบับเดิม โดยระบุชัดเจนว่าข้อมูลส่วนใดเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ให้กับผู้ดูแลระบบจำนวน อย่างน้อย 1 ชุด โดยประกอบด้วยขั้นตอนการใช้งานระบบ และ อธิบาย Logic การทำงานของระบบ
4.8 ดำเนินการจัดประชุมเพื่อรายงานความก้าวหน้าของโครงการอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ และจัดทำ รายงานการประชุมภายใน 7 วันหลังการประชุม โดยรายงานผ่านช่องทางที่ สขญ. กำหนด 4.9 ร่วมกับผู้ว่าจ้างจัดอบรมสถานพยาบาลหรือผู้ใช้ระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวนอย่างน้อย 2 ครั้งโดยมีจำนวนสถานพยาบาลที่เข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่า 50 แห่ง
-
กำหนดระยะเวลาส่งมอบงาน
ระยะเวลาดำเนินงานภายใน 240 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา -
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
6.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณา ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
6.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอสถาบันข้อมูลขนาด ใหญ่ (องค์การมหาชน) จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้ 6.2.1 จ้างเหมาพัฒนาระบบส่งต่อผู้ป่วยข้ามสังกัด (ระบบ Health Link refer) ระยะที่ 2 (1) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20
(2) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80 ประกอบด้วย รายละเอียด ดังนี้
เกณฑ์ข้อเสนอทางด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) ประกอบด้วย -
รายละเอียดข้อเสนอโครงการ ร้อยละ 10
-
แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน ร้อยละ 30
-
โครงสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ร้อยละ 30
-
ผลงานและประสบการณ์ ร้อยละ 10
-
รายละเอียดข้อเสนอโครงการ น้ำหนักร้อยละ 10 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ รวมทั้งนำเสนอวิธีการให้คำปรึกษาที่โดดเด่น
และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อ เ ส น อ แ ส ด ง ราย ละเอียด ชัดเจน สามารถปฏิบัติงาน ตามข้อกำหนดได้อ ย่างครบถ้วนและมี ความรู้ความเข้าใจใ นขอบเขตงานต่าง ๆ ของ TOR
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายโครงการ
80
เสนอรายละเอียดข้อเสนอ ครบตามขอบเขตการดำเนินงาน
60
เสนอรายละเอียดข้อเสนอไม่ครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนิน งาน
0 -
แนวความคิดและขั้นตอนการดำเนินงาน น้ำหนักร้อยละ 30 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มีรายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม
มีความพร้อม ของทีมงาน/ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรม และมีความเหมาะสมที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการ ดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่โดดเด่น
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อ
เสนอยื่นมาโดย ให้ แสดง กรอบแนวคิด วิธีการดำเนินงาน ที่สอดคล้องตามข้อ กำหนดขอบเขต
ของงานโดยให้
ความสำคัญกับ การ แสดงรายละเอียดให้
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด มีรายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงาน/ผู้รับผิดชอบใน แต่ละกิจกรรม
80
มีแผนการดำเนินงานสอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด และ มีรายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรม
60
ชัดเจน ครบถ้วน
และเหมาะสม
แผนการดำเนินงานไม่สอดคล้องกับระยะเวลาที่กำหนด หรือไม่มีรายละเอียดการดำเนินงานในแต่ละกิจกรรมในการ ดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้
0
- ความเหมาะสมของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา น้ำหนักร้อยละ 30 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
เสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา ดังต่อไปนี้
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป
• ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป
• หัวหน้าทีมทางเทคนิค (Technical Lead) อย่าง น้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 8 ปี ขึ้นไป และมี ระบบ HIS โรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 3 ผลงาน
• ทีมทางพัฒนา (Developer) อย่างน้อย 2 ท่าน มีประสบการณ์3 ปี ขึ้นไป
• ทีม QA อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์3 ปี ขึ้นไป
100
พิจารณาจากประวัติ ของผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ ปรึกษา ซึ่งแสดงให้ เห็นถึงประสบการณ์ ทำงานในลักษณะที่ เกี่ยวข้องและ
สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของ
งาน
เสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา ดังต่อไปนี้
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 5 ปี ขึ้นไป
• ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป
• หัวหน้าทีมทางเทคนิค (Technical Lead) อย่าง น้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 5 ปี ขึ้นไป และมี ประสบการณ์จัดทำระบบ HIS โรงพยาบาลไม่น้อย กว่า 2 ผลงาน
80
• ทีมทางพัฒนา (Developer) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปี ขึ้นไป
เสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ/ ที่ปรึกษา ดังต่อไปนี้
• ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปี ขึ้นไป
• ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป
• หัวหน้าทีมทางเทคนิค (Technical Lead) อย่าง น้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปี ขึ้นไป และมี ประสบการณ์จัดทำระบบ HIS โรงพยาบาลไม่น้อย กว่า 1 ผลงาน
• ทีมทางพัฒนา (Developer) อย่างน้อย 1 ท่าน มีประสบการณ์ 3 ปี ขึ้นไป
60
เสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ น้อยกว่า 4 ท่าน หรือเสนอ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน แต่มีผู้ที่มีประสบการณ์ ไม่ครบ 3 ปี
0
-
ผลงานและประสบการณ์ น้ำหนักร้อยละ 10 มีรายละเอียดการให้คะแนนดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาให้คะแนน
คะแนน
วิธีประเมิน
จำนวนตั้งแต่ 3 ผลงาน ขึ้นไป
100
พิจารณาจากเอกสาร หนังสือรับรองผลงาน หรือสําเนาสัญญาหรือสํา เนาใบสั่งซื้อ/
สั่งจ้าง
ที่มีมูลค่าของผลงาน
ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่แล้ว เสร็จภายในระยะเวลาไม่ เกิน 5 ปี
จำนวนตั้งแต่ 2 ผลงาน
80
จำนวนตั้งแต่ 1 ผลงาน
60 -
วงเงินงบประมาณ
งบประมาณประจำปี 2569 เป็นเงินจำนวน 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว -
งวดงานและการจ่ายเงิน
ร ะ ย ะ เว ล า ด ำ เ น ิ น ง า น ค ร อ บ ค ล ุ ม น ั บ ถ ั ด จ า ก ว ั น ล ง น า ม ใ น ส ั ญ ญ า ถ ึ ง 1 8 0 วั น โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงานแบ่งออกเป็น 3 งวด ดังต่อไปนี้
งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานและทำหนังสือส่งมอบงานงวดที่ 1 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานอย่างน้อยดังนี้
ก. รายงานผลการศึกษาและออกแบบรายละเอียดตามข้อ 4.1 – 4.3 พร้อมการนำเสนอ จำนวนอย่างน้อย 1 ครั้ง
งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 30 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงานและทำหนังสือส่งมอบงานงวดที่ 2 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานอย่างน้อยดังนี้
ก. รายงานผลการออกแบบระบบและต้นแบบก่อนการพัฒนาจริงโดยรายละเอียด ตามข้อ 4.4 - 4.5
ข. จัดการนำเสนอการออกแบบระบบและต้นแบบก่อนการพัฒนาจริงจำนวน 1 ครั้ง
ค. รายงานสรุปผลการประชุมและมติความเห็นชอบการออกแบบระบบและต้นแบบ ก่อนดำเนินการพัฒนารายละเอียดตามข้อ 4.4 – 4.5
งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 240 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง คิดเป็นร้อยละ 40 ของมูลค่าสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินงาน และทำหนังสือส่งมอบงานงวดที่ 3 จำนวน 1 ชุด และจัดทำสำเนาบรรจุลงในสื่อบันทึกข้อมูลดิจิทัล และคณะกรรมการได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้
ก. รายงานฉบับสมบูรณ์สรุปผลการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยโดยมีรายละเอียดฟังก์ชัน และรายงานผลการทดสอบครบถ้วนตามรายละเอียดข้อ 4 โดยประกอบไปด้วยอย่างน้อยดังนี้ - สถาปัตยกรรมระบบ
- ข้อมูลการพัฒนาระบบ
- ข้อมูลการทดสอบและผลการทดสอบระบบ
- Source code
- คู่มือการใช้งานระบบ
- สรุปรายงานการประชุมและฝึกอบรม
- สรุปรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมอบรม
- อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบพัสดุได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ผู้ขายจะต้องชำระค่าปรับ ให้แก่ สขญ. เป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของมูลค่าสัญญาจ้าง - การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง หากมีเหตุชำรุดบกพร่องหรือขัดข้อง อัน เกิดขึ้นจากการใช้งานตามปกติ ภายในกำหนด 1 ปีนับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานและคณะกรรมการตรวจรับ แล้วผู้รับจ้างจะต้องซ่อมแซม หรือแก้ไขให้อยู่ในสภาพ ที่ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน 7 วัน โดย สขญ. ไม่ต้อง ชำระค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการนี้ทั้งสิ้น - สถานที่ติดต่อขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม
สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน)
234/432 ซอยลาดพร้าว 12 แขวงจอมพล
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์[email protected]
คณะกรรมการจัดทำรายละเอียดขอบเขตของาน
ลงชื่อ…………………………………………. ประธานกรรมการ
(นางสาวน้ำฝน ประโพธิ์ศรี)
ลงชื่อ……………………………….กรรมการ ลงชื่อ……………………………….กรรมการและเลขานุการ (นายชยนณัฏฐ ทะนะมูล) (นางสาวปาลิตา ขุนพลพิทักษ์)