จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 - บ้านในสระ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่

กรมทางหลวงชนบท 69049159473
฿1,400,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 5 พ.ค. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดำเนินการบำรุงรักษาผิวทางบนถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณบ้านในสระ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยใช้วิธีการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (Slurry Seal) ด้วยเทคนิคแบบ FIBROSEAL ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และยืดอายุการใช้งานของผิวทาง การดำเนินงานครอบคลุมระยะทางประมาณ 0.640 กิโลเมตร โดยจะทำการฉาบทั้งผิวจราจรและผิวไหล่ทางตามรูปตัดขวางที่กำหนด นอกจากนี้ โครงการยังรวมถึงการตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจรใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานการจราจร การดำเนินงานนี้จะช่วยปรับปรุงสภาพผิวทางให้ดีขึ้น ลดปัญหาการชำรุด และเพิ่มประสิทธิภาพการสัญจรในพื้นที่

English summary

This project aims to maintain the road surface of route Kab.1003, connecting to Highway No. 4, in Ban Nai Sa, Mueang District, Krabi Province. The method used is Slurry Seal (FIBROSEAL) application, a technology that enhances the strength, durability, and lifespan of the road surface. The work covers a total length of approximately 0.640 kilometers, including the application on both the traffic lanes and shoulders according to the specified cross-sections. Furthermore, the project includes repainting traffic lines and installing new traffic signs to ensure clarity, safety, and compliance with traffic standards. This maintenance will improve the road condition, reduce deterioration, and enhance traffic efficiency in the area.

สถานที่ดำเนินการ

บ้านในสระ อ.เมือง จ.กระบี่

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • บำรุงรักษาผิวทางถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 บ้านในสระ อ.เมือง จ.กระบี่
  • ปรับปรุงสภาพผิวจราจรและไหล่ทางให้มีความแข็งแรง ทนทาน และยืดอายุการใช้งาน
  • เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการสัญจรบนถนน
  • ดำเนินการตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจรใหม่ตามมาตรฐาน

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) บนผิวจราจรและผิวไหล่ทาง
  • ระยะทางดำเนินการฉาบผิวทางประมาณ 0.640 กิโลเมตร
  • ดำเนินการฉาบผิวทางตามรูปตัดขวางที่กำหนดในแบบ
  • ทำความสะอาดผิวจราจรเดิมก่อนการฉาบ
  • ตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจรใหม่ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวทางที่ได้รับการฉาบด้วยสเลอรีซีล (FIBROSEAL) ตามมาตรฐาน
  • เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ตีใหม่ตามแบบ
  • รายงานผลการดำเนินงานและผลการตรวจสอบคุณภาพ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: ไม่ระบุชัดเจนในเอกสารที่ให้มา แต่ระบุวันที่อนุมัติแบบคือ ตุลาคม 2568 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงช่วงเวลาดำเนินการ

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ กรมทางหลวงชนบท กำหนด
    • ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และ/หรือ ของหน่วยงานอื่นที่ได้ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์ หรือ ความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ขึ้นแก่การปฏิบัติตามสัญญา
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่นที่เข้าแข่งขันราคาในคราวเดียวกัน
    • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิชั่วคราว หรือ ถูกเพิกถอนทะเบียนผู้รับเหมา
  • Standards Compliance:
    • คุณภาพของแอสฟัลต์ (มอก. 2157-2547)
    • คุณภาพของวัสดุเทอร์โมพลาสติก (มอก. 542-2549)
    • คุณภาพของลูกแก้ว (มอก. 543-2550)
    • การทดสอบวัสดุตามมาตรฐาน ASTM, ISO
  • Experience:
    • ไม่ระบุประสบการณ์เฉพาะเจาะจงในเอกสารที่ให้มา
  • Previous Project Cost:
    • ไม่ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับมูลค่าโครงการที่เคยทำมาก่อน
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรและเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (FIBROSEAL) เช่น เครื่องผสม, เครื่องฉาบ, เครื่องกวาดฝุ่น, เครื่องเป่าลม, ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว
    • มีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการตีเส้นจราจรด้วยเทอร์โมพลาสติก
  • Personnel:
    • ไม่ระบุคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรในเอกสารที่ให้มา

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาและคุณสมบัติทางเทคนิคในเอกสารที่ให้มา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • วัสดุ:
    • แอสฟัลต์: มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-1HP(EMA) คุณภาพตาม มอก. 2157-2547
    • สารผสมเพิ่ม (ADDITIVES): ใช้เพื่อปรับปรุงการแตกตัวหรือการเคลือบมวลรวม
    • น้ำ: น้ำสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ
    • มวลรวม (AGGREGATE): หินแข็ง ทนทาน สะอาด มีค่า SAND EQUIVALENT ≥ 60, LOSS ANGELES ABRASION ≤ 35%, SOUNDNESS (โซเดียมซัลเฟต) ≤ 9%
    • วัสดุผสมแทรก (MINERAL FILLER): เช่น ปูนซีเมนต์ ปูนขาว (ถ้าจำเป็น)
    • เส้นใยแก้ว (GLASS FIBER): คุณสมบัติตามตารางมาตรฐาน ISO 1889, ISO 3344, ISO 3375, ISO 1887
  • การออกแบบส่วนผสมไฟโบรซีล:
    • ใช้หลักการของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19, ASTM D 3910, หรือมาตรฐาน ISSA
    • คุณสมบัติส่วนผสม: MIXING TIME 120-160 วินาที, FLOW 10-20 มม., INITIAL SETTING TIME ≤ 15 นาที, COHESION ≥ 15 กก.ซม. (30 นาที) และ ≥ 25 กก.ซม. (60 นาที), CURING TIME ≤ 1 ชั่วโมง, WET TRACK ABRASION LOSS ≤ 500 กรัม/ตร.ม., HUBBARD FIELD STABILITY ≥ 11.8 กิโลนิวตัน
  • เครื่องจักรและเครื่องมือ:
    • เครื่องผสมไฟโบรซีล, รถเกรด, เครื่องกวาดฝุ่น, เครื่องเป่าลม, ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้วอัตโนมัติ
  • การเตรียมการก่อสร้าง:
    • การกองมวลรวม, การแก้ไขความบกพร่องของผิวทางเดิม (DEEP PATCH, SKIN PATCH), การทำความสะอาดรอยต่อ/รอยแตก (ผิวคอนกรีต), การตรวจสอบอุปกรณ์, การปรับมาตรวัด, การกวาดฝุ่น, การพิจารณาสภาพอากาศ (อุณหภูมิ ≥ 10°C)
  • การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม:
    • ตรวจสอบขนาดคละ, ความชื้น, SAND EQUIVALENT, MIXING TIME, FLOW, INITIAL SETTING TIME, CURING TIME, WET TRACK ABRASION LOSS
  • งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจร:
    • วัสดุเทอร์โมพลาสติก (มอก. 542-2549)
    • ลูกแก้ว (มอก. 543-2550)
    • วัสดุรองพื้น (TACK COAT หรือ PRIMER)
    • ข้อกำหนดความหนา, อัตราการใช้ลูกแก้ว, ค่าการสะท้อนแสง (กลางวัน/กลางคืน)
    • ระยะเวลาประกัน 24 เดือน

เงื่อนไขสัญญา

  • การชำระเงิน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา
  • ค่าปรับ: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่ให้มา
  • ระยะเวลาประกันผลงาน: 24 เดือน สำหรับงานตีเส้นจราจร

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    • A: เพื่อบำรุงรักษาและปรับปรุงสภาพผิวทางถนนสาย กบ.1003 จังหวัดกระบี่ โดยใช้วิธีการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (FIBROSEAL) และการตีเส้นจราจรใหม่
    • Q: พื้นที่ดำเนินการของโครงการนี้อยู่ที่ไหน?
    • A: ถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณบ้านในสระ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่
    • Q: ระยะทางที่ดำเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลมีเท่าใด?
    • A: ประมาณ 0.640 กิโลเมตร
    • Q: วัสดุหลักที่ใช้ในการฉาบผิวทางคืออะไร?
    • A: มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน (Modified Asphalt Emulsion) ผสมกับมวลรวมและเส้นใยแก้ว ตามเทคนิค FIBROSEAL
    • Q: มีการดำเนินการเกี่ยวกับเส้นจราจรด้วยหรือไม่?
    • A: ใช่ มีการตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจรใหม่ด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก
    • Q: คุณสมบัติของมวลรวมที่ใช้ในการฉาบผิวทางมีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง?
    • A: ต้องเป็นหินแข็ง ทนทาน สะอาด มีค่า SAND EQUIVALENT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60, LOSS ANGELES ABRASION ไม่มากกว่าร้อยละ 35 และ SOUNDNESS ไม่มากกว่าร้อยละ 9
    • Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสภาพอากาศในการทำงานหรือไม่?
    • A: ห้ามทำการฉาบผิวในระหว่างฝนตก และอุณหภูมิอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
    • Q: วัสดุที่ใช้ตีเส้นจราจรต้องมีมาตรฐานอะไรบ้าง?
    • A: วัสดุเทอร์โมพลาสติกต้องได้มาตรฐาน มอก. 542-2549 และลูกแก้วต้องได้มาตรฐาน มอก. 543-2550
    • Q: ระยะเวลาประกันผลงานสำหรับงานตีเส้นจราจรคือเท่าใด?
    • A: 24 เดือน
    • Q: หากผลการตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตร จะต้องทำอย่างไร?
    • A: ต้องหยุดการก่อสร้างทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการแก้ไข

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

กรมทา
งหล
ลวงชนบท
DEPARTMENT OF
RURAL
ROADS
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 บ้านในสระ
อ. เมือง จ.กระบี่
จํานวน 1 แห่ง
สํานักบ้ารุงทาง
กรมทางหลวงชนบท
แบบเลขที สบร.14-03/69
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 บ้านในสระ
อ. เมือง จ.กระบี่
อ่าวพังงา
คลีนสุดโครงการ
1+040
N: 8.221038 E: 98.799491
จุดนิ่มต้นโครงการ
0+400 N: 8.218940 E: 98.804958
11003
จุดสิ้นสุดสายทาง
9+800
N: 8.152471
(4034)
E: 98.800922
4033
จุดเริ่มต้นสายท
00040
N: 8.216537
E : 98.808465
(4033)
ถนน อ.ท
รายละเอียดประกอบแบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
ดําเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีลฯ ระยะทาง 0.640 กม. งานฉาบผิวทางตามรูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ระยะทาง 0.660 กม
สารบัญแบบ
แผ่นที่
รายการ
หมายเหตุ
1
แผนที่สังเขป รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
2
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 1
3
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 2
2
4
nu1016
5
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL) งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
1
หมายเหตุ
แผนที่สังเขป
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงานโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
อ้างอิง
แบบมาตรฐานงานทาง (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2551) แบบงานบํารุงรักษาทาง (สํานักบํารุงทาง กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2555)

  • แบบมาตรฐานป้ายจราจร “กิจกรรมอํานวยความปลอดภัยขณะก่อสร้าง
    สํานักบํารุงทาง
    แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ ล (แบบ FIBROSEAL) | นายณัฐนันท์ เองสุดพล
    งาน ถนนสาย 1003 แกทางหลวงหมายเลข 4 บ้านในสระ
    แบบ

Jan
เมือง จ.กระบี่
แผนที่สังเขป
รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
เคย แบบ สบร.14-03/69
แผ่นที่ 1
นายณัฐนันท์ เฮงสุด
นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
นาย ณ ท นทท
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เสี่ยบุญ จํานวนแผ่น 5
กรมทางหลวงชนบท
ล่าม
หน สาว เห็นชอบ
เขียนแบบ
ออกแบบ
ผam อนุมัติ
Chanım ตุลาคม 2568
ผู้อําานวยการสํานัก
(แทน) อธิบดี
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
ทําการกระเทาะเส้นจราจร (เดิม)
งานบํารุงถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 –
ผิวไหล่ทาง
1.50-2.50 ม
อ. เมือง จ.กระบี่
ผิวทางกว้าง 9.00-12.00 ม
ผิวจราจร 6.00-7.00 ม
w
บ้านในสระ
ผิวไหล่ทาง
1.50-2.50 ม
SLOPE
SLOPE.
ฉาบผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL 0.25%
-ทําความสะอาดผิวจราจรเดิม
โครงสร้างทางเดิม
Ө
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 1
ช่วงดําเนินการ
กม ที่ 0+400 กม ที่ 0+450
NOT TO SCALE
SIDE SLOPE
ระดับดินเดิม
หมายเหตุ
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ ล (แบบ FIBROSEAL) 0.25 %
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น
วัสดุหิน 3/8"
FIBROSEAL 80% โดยน้าหนัก 20% โดยนํ้าหนัก
FIBROSEAL
0.25% ต่อน้ําหนักหินผสม
1 การขนส่งมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันในกรณีที่เป็นถังบรรจุ DRUM โดยเฉพาะการขนขึ้นหรือลงต้องระมัดระวังไม่ให้ถังบรรจุมอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง
เพราะอาจทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวได้
2 ก่อนใช้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่บรรจุถังเก็บไว้เป็นเวลานาน ควรกลิ้งถังไปมาอย่างน้อยด้านละ 5 ครั้งก่อนบรรจุลงในเครื่องผสมไฟโปรซีล ทั้งนี้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันมีลักษณะ
เดียวกันอย่างทั่วถึง
3 ทุกครั้งที่ทําการผสมไฟโบรซิลเสร็จแล้วควรล้างเครื่องผสมให้สะอาด มิฉะนั้นจะมีแอสฟัลต์เกาะติดในเครื่อง ทําให้ไม่สะดวกในการทางานในครั้งต่อไป
4 เมื่อเปิดถังบรรจุมอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันออกใช้ ควรใช้ให้หมดถึงหรือต้องปิดฝาอย่างดี มิฉะนั้น จะทําให้น้ําในถังระเหยได้ ซึ่งจะทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชั่นเสื่อมสภาพ 5 ตําแหน่งช่วงดําเนินการก่อสร้างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
สํานักบํารุงทาง
แบบงานรายวลาดยางสตอรี่อีก (แบบ FIBROSEAL)
จนป่านนสาย 11003 บ้านในสระ
แยกทางหลวงหมายเลข 4
แสดงแบบ
เมือง จะ
รูปตัดตามขวางงานนานมิวลาดยางสเลอรี่ กา (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 1 เลขแบบ สบอ.1403/69
แผ่นที่ 2
นายณัฐนันท์ แรงสุด นายณัฐนันท์ เองสุด นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
นายบัณฑิต
นายสุเมธ ขึ้นโภคทรัพย์
นายนพปฎล เสี่ยบุญ จํานวนแผ่น 5
กรมทางหลวงชนบท
ๆ สํารวจ เห็นชอบ เขียนแบบ
ออกแบบ
ผอ.กต. อนุมัติ
fwemm
ตุลาคม 2558
H านวยการ านักฯ
(แทน) อธิบดี
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
ทําการกระเทาะเส้นจราจร (เดิม)
งานบํารุงถนนสาย กบ.1003 แยกทางหลวงหมายเลข 4 -
ผิวไหล่ทาง
2.50 ม.
อ.เมือง จ.กระบี่
ผิวทางกว้าง 12.00 ม
ผิวจราจร 7.00 ม
บ้านในสระ
ผิวไหล่ทาง
2.50 ม
SLOPE
C
SLOPE
-ฉาบผิวทางและผิวให ทางแบบ FIBROSEAL 0.25%
ทําความสะอาดผิวจราจรเดิม
โครงสร้างทางเดิม

  • รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 2
    ช่วงดําเนินการ
    NOT TO SCALE
    กม
    ม ที่ 0+450
    ม ที่ 1+040

กม
หมายเหตุ
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) 0.25 %
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น FIBROSEAL 80% โดยน้าหนัก
วัดหิน 3/8 20% โดยน้ําหนัก
FIBROSEAL
0.25% ต่อน้ําหนักหินผสม
1 การขนส่งมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันในกรณีที่เป็นถังบรรจุ DRUM โดยเฉพาะการขนขึ้นหรือลงต้องระมัดระวังไม่ให้ถังบรรจุมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เพราะอาจทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวได้
2 ก่อนใช้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่บรรจุถังเก็บไว้เป็นเวลานาน ควรกลิ้งถังไปมาอย่างน้อยด้านละ 5 ครั้งก่อนบรรจุลงในเครื่องผสมไฟโปรซีล ทั้งนี้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันมีลักษณะ
เดียวกันอย่างทั่วถึง
3 ทุกครั้งที่ทําการผสมไฟโบรซิลเสร็จแล้วควรล้างเครื่องผสมให้สะอาด มิฉะนั้นจะมีแอสฟัลต์เกาะติดในเครื่อง ทําให้ไม่สะดวกในการทางานในครั้งต่อไป
4 เมื่อเปิดถังบรรจุมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันออกใช้ ควรใช้ให้หมดดังหรือต้องปิดฝาอย่างดี มิฉะนั้น จะทําให้น้ําในถังระเหยได้ ซึ่งจะทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันเสื่อมสภาพ 5 ตําแหน่งช่วงดําเนินการก่อสร้างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
SIDE SLOPE
ระดับดินเดิม
สํานักบํารุงทาง
แบบงานอาบผิวลาดยางแดง (แบบ FIBROSEAL) | นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
บ้านในสระ
งานป่างถนนสาย 11003 แยกหลวงหมายเลข 4 เมือง จกระ
แสดงแบบ

รูปตามขวางงานฉาบผิวลาดยาง เตอรี่ ฯ (แบบ FIBROSEAL) แบบที่ 2
เค แบบ สปส.1-03/60
แผ่นที 3
นายณัฐนันท์ สุด นาย ณ ด แพทย์
นายสุเมธ ขึ้นโภคทรัพย์ นายนพปฎล เยญ จํานวนแผ่น 5
กรมทางหลวงชนบท
เทา สํารวจ เห็นชอบ
เขียนแบบ
ออกแบบ
ผล กตป. อนุมัติ
So Hamm
ตุลาคม 2558
ผู้อ้านวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี
1.วัสดุ
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
1.1 แอสฟัลต์ คือมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-1HP(EMA) ซึ่งเป็นประเภทแตกและแยกตัวช้าโดยมีคุณภาพตาม มอก 2157-2547 มอติฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันสําหรับงานทาง 1.2 สารผสมเพิ่ม (ADDITIVES) ใช้เพื่อทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือช้าลง หรือใช้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์ อิมัลชันเคลือบมวลรวมได้ดียิ่งขึ้น ปริมาณที่ใช้ต้องพอเหมาะเพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ภายในเวลาที่ต้องการ สารผสมเพิ่มนี้จะใช้ หรือไม่ก็ได้แล้วแต่การออกแบบ
1.3 น้ํา ต้องเป็นน้าสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของส่วนผสมไฟโบรซีล และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบ คุมงานก่อนนํามาใช้งาน 1.4 มวลรวม (AGGREGATE) ต้องเป็นหินไม่ซึ่งแข็ง คงทน สะอาด ปราศจากดินหรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นใด อาจมีวัสดุผสมแทรก ด้วยก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุคุณสมบัติไว้เป็นอย่างอื่น มวลรวมต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.4.1 มีค่า SAND EQUIVALENT เมื่อทดลองตาม ASTM D2419 วิธีทดลองหาค่า SAND EQUIVALENT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 1.4.2 มีค่าความลึกหรอ เมื่อทดลองตาม บทช (1) 501.9 - 2545 : วิธีการทดสอบหาความสึกหรอของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ โดยใช้ เครื่องมือทดสอบหาความลึกหรอ LOSS ANGELES ABRASION ไม่มากกว่าร้อยละ 35 1.4.3 มีค่าส่วนที่ไม่คงทน (Loss) เมื่อทดลองตาม ASTM: C88 -05"วิธีการทดลองหาความคงทน (SOUNDNESS) ของมวล รวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต จํานวน 5 รอบ ไม่มากกว่าร้อยละ 9
1.5 วัสดุผสมแทรก (MINERAL FILLER) วัสดุผสมแทรก เช่นปูนซีเมนต์ ปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมวลรวมต้องใช้ในปริมาณ น้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น จะใช้เมื่อต้องการปรับปรุงความสะดวกในการทํางาน (WORKABILITY) หรือปรับปรุงขนาดคละ (GRADATION) 1.6 เส้นใยแก้ว (GLASS FIBER) เส้นใยสมรรถนะสูง ใช้เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวทาง ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน เป็นฉนวนไม่ติดไฟ ทนต่อการสึกหรอ โดยมีลักษณะเป็นเส้นกลมและมีคุณสมบัติดังตาราง
ตาราง แสดงคุณสมบัติของเส้นใยแก้วสําหรับใช้ในส่วนผสมของการฉาบไฟโบรซีล
ความยาว (มม)
คุณลักษณะ
เส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใย (ไมครอน)
ความหนาแน่นเชิงเส้น (TEX)
ความชื้น (%)
ระยะตึงของไฟเบอร์กลาส (มม.)
ความสูญเสียจากการลุกไหม้ (%)
2. ข้อกําหนดในการออกแบบส่วนผสมไฟโบรซิล
มาตรฐาน
ค่าที่กําหนด
12
20
12

14
ISO 1889
2,400
4,800
ISO 3344
ISO 3375
ISO 1887
สูงสุด 0.35 %
80 200
สูงสุด 1.75 %
2.1 การออกแบบส่วนผสมนี้ ให้ใช้วิธีของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19 โดยวิธีหาค่า C.K.E. และตาม มาตรฐาน ASTM, D 3910 (STANDARD PRACTICE FOR DESIGN, TESTING, AND CONSTRUCTION OF SLURRY SEAL) หรือใช้ มาตรฐานและวิธีทดลองของ INTERNATIONAL SLURRY SURFACING ASSOCIATION (ISSA) หรือวิธีอื่นใดที่กรมทางหลวงชนบทเห็นชอบ ซึ่งก่อนเริ่มงานให้ผู้รับจ้างทําการออกแบบส่วนผสม แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบจากผู้รับจ้าง ส่งให้ กรมทางหลวงชนบททําการตรวจสอบ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
2.2 คุณภาพของวัสดุที่จะใช้ออกแบบจะต้องผ่านการทดลองคุณภาพให้ใช้ได้แล้ว การออกแบบส่วนผสมจะต้องออกแบบให้เหมาะ สมกับการใช้งาน 2.3 ส่วนผสมไฟโปรซีลต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.3.1 เวลาในการผสม (MIXING TIME) ที่ 25 องศาเซลเซียส 120-160 วินาที
2.3.2 ค่า FLOW อยู่ระหว่าง 10-20 มิลลิเมตร
2.3.3 เวลาในการแตกตัวและแยกตัว (INITIAL SETTING TIME) ไม่เกิน 15 นาที 2.3.4 ค่าการยึดเกาะ (COHESION)
เวลา 30 นาที มากกว่า 15 กก.เซนติเมตร
ที่เวลา 60 นาที มากกว่า 25 กก.เซนติเมตร
2.3.5 เวลาในการบ่ม (CURING TIME) ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
2.3.6 ค่า WET TRACK ABRASION LOSS ไม่เกิน 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3.7 ค่า HUBBARD FIELD STABILITY ที่ 25 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 11.8 กิโลนิวตัน (1,200 กิโลกรัมแรง)
3. เครื่องจักรและเครื่องมือ
3.1 เครื่องผสม ต้องเป็นเครื่องชนิดที่ผลิตส่วนผสมของไฟโบรซีลได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน มีเครื่องลําเลียงวัสดุต่างๆ พร้อมมาตรวัด ปริมาณ สามารถลําเลียงมวลรวม วัสดุผสมแทรก, น้า มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันและสารผสมเพิ่มลงสู่ถังผสมตามอัตราส่วนที่กําหนดได้ อย่างถูกต้อง มวลรวมและวัสดุผสมแทรกถูกลําเลียงลงสู่ถังผสมในตําแหน่งเดียวกัน เครื่องผสมสามารถลําเลียงวัสดุที่ผสมเข้ากันอย่างดีแล้วลง
เครื่องฉาบได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
3.2 รถเกรด เพื่อ CLEARING วัชพืชบริเวณไหล่ทาง
3.3 เครื่องกวาดฝุ่น เป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบลากที่ติดตั้งที่รถไถนา (FARM TRACTOR) หรือรถอื่นใด ซึ่งเป็นชนิดไม้ กวาดหมุนโดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทําด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวายหรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด อาจใช้ร่วมกับเครื่องเป่าฝุ่นและไม้กวาดมือซึ่งสามารถทําความสะอาดผิวทางและรอยแตกได้
3.4 เครื่องเป่าลม (BLOWER) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ให้กําลังลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด 3.5 ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว (PRE-CHOPPED FIBER) ติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ลําเลียงเส้นใย (GLASS FIBER FEEDER) เข้าห้องผสม แบบต่อเนื่องทํางานด้วยระบบอัตโนมัติ AUTO FEEDER สามารถควบคุมการทํางานและอัตราการลําเลียงส่วนผสมได้ ห้ามการใช้อุปกรณ์หรือ วิธีการตัดเส้นใยแก้วแบบ MANUAL หรือใช้เส้นใยแก้วที่ผ่านการตัดเรียบร้อยแล้ว เพราะจะทําให้ไม่สามารถควบคุมสัดส่วนผสมได้ซึ่งจะส่งผล ทําให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพของการฉาบผิวทางแบบไฟโบรซิล 3.6 อุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการดําเนินงาน เช่น เครื่องฉาบด้วยมือ พลั่ว
4. การเตรียมการก่อสร้าง
ก่อนทําการก่อสร้างให้ดําเนินการดังนี้
4.1 ให้กองมวลรวมให้เป็นระเบียบ โดยกองในบริเวณที่น้ําไม่ขังหรือบริเวณที่จะไม่ทําให้มวลรวมมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ก่อนนํา มวลรวมไปใช้งานจะต้องได้รับการตรวจสอบและได้รับการอนุญาตจาก ผู้ควบคุมงานก่อน
4.2 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางแอสฟัลต์ ให้ทําการตรวจสอบพื้นที่ที่จะทําการก่อสร้างและแก้ไข ความบกพร่องต่างๆ ก่อนฉาบผิว เช่น ถ้าผิวเดิมบางจุดมีความเสียหายหรือระดับไม่ดี ให้ทํา DEEP PATCH หรือ SKIN PATCH แล้วแต่กรณี 4.3 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางคอนกรีต ให้ทําการตรวจสอบรอยต่อและรอยแตกต่างๆแล้วทําการ แก้ไขซ่อมแซมตามความเหมาะสม ทํา ความสะอาดให้เรียบร้อย
4.4 ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรและเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนําออกใช้งานและผลิตส่วนผสมไฟโบรซีลได้ตามที่ออกแบบไว้ 4.5 ให้ทําการตรวจสอบและตรวจปรับมาตรวัดต่างๆ เพื่อให้ใช้วัสดุได้ตามอัตราส่วนที่ต้องการ
4.6 ในกรณีที่จําเป็นต้องกวาดฝุ่น ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ออกจากผิวทางจนสะอาด ถ้าจําเป็นให้ใช้น้ําล้างด้วย 4.7 ต้องพิจารณาสภาวะอากาศให้เหมาะสม ห้ามทําการฉาบผิวในระหว่างฝนตกและอุณหภูมิของอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ํากว่า 10
องศาเซลเซียส
4.การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม
เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของส่วนผสมว่าเป็นไปตามข้อกําหนดที่ออกแบบไว้หรือไม่ โดยมีการตรวจสอบดังนี้
4.1 ตรวจสอบขนาดคละของมวลรวมทั้งจาก STOCKPILE (GENERAL TEST) และจากหน้างานแต่ละวัน (CONTROL TEST) ว่าอยู่ ใน TOLERRANT LIMIT ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ ซึ่งขนาดของมวลรวมมีผลต่อความหนาของผิวทางแบบไฟโบรซีล และคุณสมบัติ โดยรวมของส่วนผสมด้วย
4.2 ตรวจสอบความชื้น (MOISTURE CONTENT) ของมวลรวมเพื่อใช้ปรับเปอร์เซ็นต์ WATER CONTENT ในส่วนผสม และใช้คํานวณ น้ําหนักมวลรวมแห้งที่ใช้งานในแต่ละวันที่ทําการฉาบผิวทาง
4.3 ตรวจสอบค่า SAND EQUIVALENT ของมวลรวมที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ซึ่งจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 4.4 ตรวจสอบส่วนผสม ว่าสามารถผสมมวลรวมกับแอสฟัลต์ให้เข้ากันได้อย่างทั่วถึงและสม่ําเสมอในเวลาที่ระบุในสูตรส่วนผสมเฉพาะ งานหรือไม่ (MIXING TIME) ซึ่งจะต้องอยู่ระหว่าง 120 -
160 วินาที
4.5 ตรวจสอบค่า FLOW ของส่วนผสม ซึ่งต้องอยู่ระหว่าง 10 – 20 มิลลิเมตร
4.6 ตรวจสอบช่วงเวลาในการแตกตัวหรือแยกตัว (INTIAL SETTING TIME) ของอนุภาคแอสฟัลต์ว่าเป็นไปตามที่กําหนดในสูตรส่วนผสม เฉพาะงานหรือไม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 15 นาที นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มฉาบผิวทางบริเวณนั้น โดยใช้กระดาษสีขาวบางๆซับที่ผิวทาง ซึ่งต้องไม่มีสี ค่าของแอสฟัลต์เบือนติดกระดาษ
4.7 ตรวจสอบเวลาการบ่ม (CURING TIME) ว่าเป็นไปตามข้อกําหนดในสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ วิธีการตรวจสอบทําได้โดยการ เก็บตัวอย่างส่วนผสมจากส่วนท้ายของรถฉาบผิว มาทําการทดลองวัดค่า TORQUE ด้วยเครื่อง COHESION TESTER จับเวลาจนกว่าได้ ค่า TORQUE ไม่น้อยกว่า 20 กก - ชม หรือทดสอบผิวทางในสนามโดยใช้วิธี SHOE TEST ทําโดยการยืนบนผิวทางให้น้ําหนักตัวลงบนขา ข้างที่ถนัดค่อนไปทางปลายเท้า เผยอส้นเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วปิดเท้าไปมา 2-3 ครั้ง หากไม่ปรากฏว่าเม็ดของมวลรวมหลุดจากผิวทางจนเป็น แอ่งรอยเท้า แสดงว่าเกิดการบ่มตัวของผิวทางจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว หรือใช้รถยนต์น้ําหนักไม่เกิน 1.5 ตัน วิ่งผ่านบนผิวทางที่ฉาบ แล้วด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. ไม่มีเม็ดหินหลุดกระเด็นขึ้นมาจนสามารถมองเห็นรอยร่องล้อได้ชัดเจนในกรณีที่ผลตรวจสอบ คุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ต้องหยุดการก่อสร้าง เพื่อตรวจหาสาเหตุและทําการแก้ไข แล้วเก็บตัวอย่าง มวลรวมและมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่ใช้ก่อสร้างในแปลงนั้นไว้เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง ระหว่างการฉาบไฟโบรซีลถ้าผู้ควบคุมงาน เห็นว่าส่วนผสมของไฟโบรซีลที่ออกแบบไว้ ไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในสนาม หรือเห็นว่ามวลรวมวัสดุผสมไฟโบรซิลผิดพลาดจาก ข้อกําหนดของสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
สํานักบําารุงทาง
แบบงานอาบผิวลาดยางสน รีล (แบบ FIBROSEAL) นายนัฐนันท์ เฮงสุดผล
งานป่า ถนนสาย m1003 บ้านในสระ
แกลงหลวงหมายเลข 4
แสงแบบ
เมือง จะ
รายการข้อก้าหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรส (PBROSEAL) เราแบบ สปร.14-03/69
แผ่นที่ 4
นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
นายบัณฑิต แพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เยญ จ่านวนแม่น $
กรมทางหลวงชนบท
ล่น เห็นชอบ
เขียนแบบ Trab ออกแบบ
an
ผลก อนุมัติ
..กบท
ตุลาคม 2568
ผู้อ้านวยการสานักฯ
(แทน) อธิบดี
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
รายการประกอบแบบ

  1. เส้นขอบทางให้ตีเส้นทีบ ยกเว้นในบริเวณทางเชื่อม ให้ตีเส้นประ เส้น 1.00 ม เว้นระยะ 2.00 ม
  2. เส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้มีเส้นประ เส้น 3.00 ม เว้นระยะ 3.00 ม ยกวันบริเวณทางโค้ง สะพาน และความกว้างไหล่ทางลดลงให้เส้นทึบ
  3. ตําแหน่งการตีเส้นจราจร สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ปริมาณงานจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในบัญชีปริมาณงาน การดําเนินการตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก THERMOPLASTIC (มทช 241 - 2553) ให้ดําเนินการดังนี้
    1.วิธีดําเนินการจัดทํา
    1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลก ปลอมอื่นใด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่น กับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิด
    การเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางานรวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อน ในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
    1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
    1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้
    ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันที ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
    1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่าย ที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชิ้นขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน
  4. ข้อกําหนดคุณสมบัติ
    2.1 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธี รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542-2549 วัสดุเทอร์โมพลาสติก และ วัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วน ของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 30 % โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 400 กรัมต่อตารางเมตร
    2.2 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 543-2550 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ และวัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต
    2.3 วัสดุรองพื้น (TACK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจร กับผิวทางมีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด
  5. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    3.1 ความหนา
    3.1.1 ก่อนเริ่มงานต้องทําการทดลองตีเส้นในแปลงทดลองเพื่อให้อัตราวัสดุปาดลากและความเร็วของเครื่องจักรกลมีความสัมพันธ์ จนได้ความหนาตามที่
    กําหนดโดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่เครื่องตีเส้นจะผ่าน เมื่อปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้วให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรนั้นๆ โดยใช้เครื่องมือวัดความหนาแบบ MICROMETER เพื่อผลการทดลองนี้ไปใช้ปฏิบัติในการทํางานจริง
    3.1.2 ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทุกๆ 250 เมตร จํานวน 3 ตําแหน่ง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทางจราจร)
    โดยทําการวัดภายหลังที่ทําการเครื่องหมายจราจรแล้วเสร็จ
    3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง ( REFLECTANCE หรือ LUMINANCE FACTOR) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมงให้ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือ (STANDARDIZATION) และปรับค่าให้ถูกต้อง
  6. กรณีความหนาที่ตรวจวัด หรือ ค่าสะท้อนแสงไม่ผ่านตรวจสอบคุณภาพ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการลบเครื่องหมายจราจรออกโดยใช้เครื่องจักรกลที่สามารถลบเครื่องหมายจราจร บนผิวทางและต้องไม่ทําอันตรายต่อโครงสร้างความแข็งแรงของผิวจราจรและชั้นทางนั้น และดําเนินการทําเครื่องหมายจราจรผิวทางใหม่
  7. การแสดงใบรับรองผลิตภัณฑ์
    ผู้รับจ้างต้องส่งสําเนาต้นฉบับใบเสร็จ (คู่ฉบับจริง) ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจําหน่ายที่มีหนังสือแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ของวัสดุที่ใช้งานพร้อมระบุเลขที่สัญญา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
    ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
    คง
    วัสดุเทอร์โมพลาสติก
    มอก415-2541 พื้น
    รายการที่ก้าหนด
  8. วัสดุ
    1.1 ข้อก้าหนด
    1.2
    การใช้งาน
    มอก542-2549 อัดไดหรือปาดลาก
  9. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
    2.1
    ความหนา เมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
    พ้น
    ≥ 2.0
    ดหรือปากลาก
    ≥ 3.0
    2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัมต่อตารางเมตร
    ≥ 400
    ≥ 400
  10. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
    3.1 ความหนา แห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
    พัน
    22.0
    ดหรือปาดลาก
    1
    23.0
    3.2
    3.2.1 การสะท้อนแสงในเวลากลางวัน (Lao), medix.m
    -1 -2
    สีขาว สีทอง
    ≥ 130
    ≥ 130

100
≥ 100
3.2.2 การสะท้อนแสงในเวลากลางคืน (R30), medux : m
-1 -2
สีขาว
2200
≥200
สีเหลือง
2130
130
3.3
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 15 เมตร
3.3.1 การวัดค่าจ่าลองการมองเห็นในเวลากลางวัน
(1) แฟคเตอร์การสะท้อนแสง (reflectance) ร้อยละ
สีขาว
275
275
สีเหลือง
245
Z 45
3.3.2 การวัดค่าจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน (15), medix
m
สีก
สีเหลือง
≥ 300 ≥ 200
2300
≥ 200
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดระยะ 30 เมตร
หมายเหตุ การวัดค่าสะท้อนแสงโดยทั่วไปให้ใช้ตามข้อ 3.2 -หากมีความจําเปันให้ใช้ตามข้อ 3.3 ได้โดยอนุโลม

  1. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
    12 เดือน 1 ครั้ง
    24 เดือน 1 ง
    4.1 การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดระยะ 30 เมตร 4.1.1 การวัดค่าจําลองในเวลากลางวัน (2230), med.xn
    .
    สีขาว
    สีเหลือง
    3.2.2 การวัดค่าจําลองในเวลากลางคืน (R), medium
  2. ระยะเวลาประกัน
    เหมือง
    12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
    2 85
    285
  3. 50
    250
    -2
    ≥100

. 65
≥100
2 65
24 เดือน
24 เยน
สํานักบํารุงทาง
แบบงานอาบผิวลาดยางสเตอร์ (แบบ FIBROSEAL) นายณัฐนันท์ แซงสุด
งานป่าสูงถนนสาย ก1003
แยก พหลวงหมายนา 4
แสดงบบ
เมือง กระบี่
บ้านในสะ นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
นาย ณ ท แพทย์
กรมทางหลวงชนบท

ไทย) สํารวจ เห็นชอบ
กบหก เขียนแบบ
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์ นายนพปฎล เสียงบุญ | 2
เคร แบบ สปท.14–03/69
แผ่นที 5
จํานวนแผ่น 5
ออกแบบ
ผลกดป อนุมัติ
KB NUM.
ตุลาคม 2568
ผู้อ้านวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี