ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานบำรุงถนนสาย ตง.4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4046 - บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4) อ.กันตัง, สิเกา จ.ตรัง
ถนนสาย ตง 4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4046 - บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- บำรุงรักษาผิวทางเดิมให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน และปลอดภัยต่อผู้สัญจร
- ดำเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ซีล (แบบ FIBROSEAL) ตามรายละเอียดที่กำหนดในแบบก่อสร้าง
- ตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทางให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย
ขอบเขตของงาน
- งานฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ซีล (แบบ FIBROSEAL) ระยะทาง 0.693 กิโลเมตร
- งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
- การเตรียมผิวทางเดิมก่อนการฉาบ
- การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพวัสดุและส่วนผสม
- การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพงานที่ดำเนินการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ผิวทางที่ได้รับการฉาบด้วยวัสดุสเลอรี่ซีล (FIBROSEAL) ตามแบบและข้อกำหนด
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ตีบนผิวทางตามแบบและข้อกำหนด
- รายงานผลการตรวจสอบคุณภาพวัสดุและงาน
ระยะเวลาดำเนินการ
- วันที่อนุมัติแบบ: ตุลาคม 2568
- ระยะเวลาดำเนินการ: ไม่ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่เป็นโครงการบำรุงรักษาถนน
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้าง
- มีผลงานตามที่กำหนด (หากมีระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
- Standards Compliance:
- วัสดุแอสฟัลต์: มอก 2157-2547
- มวลรวม: ASTM D2419, มทช 1-501.9 - 2545, ASTM: C88 -05
- เส้นใยแก้ว: ISO 1889, ISO 3344, ISO 3375, ISO 1887
- วัสดุเทอร์โมพลาสติก: มอก 542-2549
- ลูกแก้ว: มอก 543-2550
- Experience:
- ไม่ได้ระบุรายละเอียดประสบการณ์ที่ชัดเจนใน TOR ฉบับนี้ (ต้องตรวจสอบเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
- Previous Project Cost:
- ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่าโครงการที่เคยทำมาก่อนใน TOR ฉบับนี้
- Technical Capabilities:
- เครื่องจักรและเครื่องมือที่ใช้ในการฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ซีล (FIBROSEAL) ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อ 3.
- เครื่องมือสำหรับตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจร
- Personnel:
- ไม่ได้ระบุรายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะของบุคลากรใน TOR ฉบับนี้ (ต้องตรวจสอบเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
เกณฑ์การพิจารณา
- การประเมินจะพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสนอราคา, ข้อเสนอทางเทคนิค, และราคา (รายละเอียดการประเมินต้องตรวจสอบจากเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- วัสดุ:
- แอสฟัลต์: มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-1hP(EMA) ตาม มอก 2157-2547
- มวลรวม: มีคุณสมบัติตามที่กำหนด (Sand Equivalent, ความสึกหรอ, ความคงทน)
- เส้นใยแก้ว: มีคุณสมบัติตามตารางที่กำหนด (ความยาว, เส้นผ่านศูนย์กลาง, ความหนาแน่นเชิงเส้น, ความชื้น, ระยะตึง, ความสูญเสียจากการลุกไหม้)
- วัสดุเทอร์โมพลาสติกสำหรับตีเส้น: มอก 542-2549
- ลูกแก้ว: มอก 543-2550
- การออกแบบส่วนผสม:
- ใช้วิธีของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19 หรือ ASTM. D 3910 หรือ ISSA
- คุณสมบัติส่วนผสมไฟโบรซีล: เวลาในการผสม, ค่า FLOW, เวลาในการแตกตัว, ค่าการยึดเกาะ, เวลาในการบ่ม, ค่า WET TRACK ABRASION LOSS, ค่า HUBBARD FIELD STABILITY
- การตีเส้นจราจร:
- ประเภทเส้น: เส้นทึบ, เส้นประ
- วัสดุ: เทอร์โมพลาสติก (มอก 542-2549)
- คุณสมบัติ: ความหนา, อัตราการใช้ลูกแก้ว, ค่าการสะท้อนแสง (กลางวัน/กลางคืน)
- ระยะเวลาประกัน: 24 เดือน
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ฉบับนี้ (ต้องตรวจสอบเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
- ค่าปรับ (Penalties): ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ฉบับนี้ (ต้องตรวจสอบเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
- ระยะเวลาประกันผลงาน: 24 เดือน สำหรับงานตีเส้นจราจร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อบำรุงรักษาผิวทางเดิมให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งาน และปลอดภัยต่อผู้สัญจร โดยดำเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ซีล (FIBROSEAL) และตีเส้นจราจร - Q: พื้นที่ดำเนินการโครงการอยู่ที่ใด?
A: ถนนสาย ตง 4008 ช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 4046 ถึงบ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4) ในอำเภอกันตังและสิเกา จังหวัดตรัง - Q: ระยะทางรวมของโครงการที่ต้องดำเนินการฉาบผิวลาดยางคือเท่าใด?
A: ระยะทางรวม 0.693 กิโลเมตร - Q: วัสดุหลักที่ใช้ในการฉาบผิวทางคืออะไร?
A: วัสดุสเลอรี่ซีล (FIBROSEAL) ซึ่งประกอบด้วยมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชัน, มวลรวม, เส้นใยแก้ว และอาจมีสารผสมเพิ่ม - Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับเส้นใยแก้วที่ใช้ในส่วนผสมหรือไม่?
A: ใช่ เส้นใยแก้วต้องมีคุณสมบัติตามตารางที่กำหนดในเอกสาร TOR เช่น ความยาว, เส้นผ่านศูนย์กลาง, ความหนาแน่นเชิงเส้น เป็นต้น - Q: งานตีเส้นจราจรใช้วัสดุประเภทใด?
A: ใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) ตามมาตรฐาน มอก 542-2549 - Q: มีการรับประกันผลงานสำหรับงานตีเส้นจราจรหรือไม่?
A: มี การรับประกันผลงานสำหรับงานตีเส้นจราจรคือ 24 เดือน - Q: สภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการทำงานฉาบผิวคืออะไร?
A: ห้ามฉาบในระหว่างฝนตก และอุณหภูมิอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส - Q: หากผลการตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตร จะต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ต้องหยุดการก่อสร้างทันที เพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการแก้ไข - Q: มีการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับวัสดุใดบ้างในโครงการนี้?
A: มีการกำหนด มอก. สำหรับแอสฟัลต์ (2157-2547), วัสดุเทอร์โมพลาสติก (542-2549), และลูกแก้ว (543-2550)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
กรมทางหลวงชนบท
DEPARTMENT
OF
RURAL ROADS
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย ตั้ง4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4046 - บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
อ.กันตัง, สิเกา จ.ตรัง
จํานวน 1 แห่ง
สํานักบํารุงทาง
กรมทางหลวงชนบท
แบบเลขที่ สบร.14
―
06/69
แบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
งานบํารุงถนนสาย ตง 4008
แยกทางหลวงหมายเลข 4046 บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
A
อ.กันตัง สิเกา จ.ตรัง
คนสุดสายทาง
ก. 484 380
N: 7.490432
E : 99.330253
(4046)
นายสงกา
(4159)
4030
(4162)
จุดเริ่มต้นโครงการ
MI34+641
N: 7.394303
E : 99.369706
N5010
จุดค้นสุดโครงการ
1:35+382 N: 7.402070 E: 99.369480
แผนที่สังเขป
(4046)
4029
N4020
รายละเอียดประกอบแบบงานฉาบผิวลาดยางสเลอรี่ซีล (แบบ FIBROSEAL) ดําเนินการฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) ระยะทาง 0.693 กม. งานฉาบผิวจราจรตามรูปตัดตามขวางงานฉาบผิวฯ ระยะทาง 0.693 กม
จุดเริ่มต้นสายทาง
M04000 N: 7.543190 E: 99.502801
419
แผ่นที่
(4046) จังหวัดตรัง
2
3
403
[3005]
4
อ่าเภอกันตัง
403
สารบัญแบบ
รายการ
แผนที่สังเขป รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL) งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
อางอิง
www.m
หมายเหตุ
แบบมาตรฐานงานทาง (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2561)
แบบมาตรฐานงานสะพาน (สํานักสํารวจและออกแบบ กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2564) แบบงานบํารุงรักษาทาง (สํานักบํารุงทาง กรมทางหลวงชนบท พ.ศ. 2556)
แบบมาตรฐานป้ายจราจร “กิจกรรมอํานวยความปลอดภัยขณะก่อสร้าง
สํานักบํารุงทาง
กรมทางหลวงชนบท
ULLOVER ALIVE WErretaudin (UUL FIBROSEAL)
งาน ถนนสาย 400
แยกทางหลวงหมาย 40-46
บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
น น ง ก จ ง
นายณัฐนันท์ เฮงสุดผล
นายสัตยา ปล้องใหม่
นายบัณฑิต แพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เสียงบุญ
น
1
จํานวนชน
ล่าว เห็นชอบ
Forer A
กลางๆ เขียนแบบ
Sare
ออกแบบ
ผอ.กต. อนุมัต
AQ กมท
ตุลาคม 2568
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
r
(แทน) อธิบดี
หมายเหตุ
กรณีที่ไม่สามารถดําเนินการได้ตามรายการข้างต้น ให้ทํางานได้ตามสภาพพื้นที่โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแต่จะต้องได้ปริมาณงานไม่น้อยกว่าที่กําหนดในแบบก่อสร้าง
เลยบ
แผนที่สังเขป
- รายละเอียดประกอบแบบ สารบัญแบบ
แบบ สบ.14 - 06/89
1.วัสดุ
รายการข้อกําหนดและมาตรฐานทั่วไป
1.1 แอสฟัลต์ คือมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันชนิด CSS-1hP(EMA) ซึ่งเป็นประเภทแตกและแยกตัวช้าโดยมีคุณภาพตาม มอก 2157-2547 มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันสําหรับงานทาง
1.2 สารผสมเพิ่ม (ADDITIVES) ใช้เพื่อทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวเร็วขึ้นหรือช้าลง หรือใช้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์ อิมัลชันเคลือบมวลรวมได้ดียิ่งขึ้น ปริมาณที่ใช้ต้องพอเหมาะเพื่อให้สามารถเปิดการจราจรได้ภายในเวลาที่ต้องการ สารผสมเพิ่มนี้จะใช้ หรือไม่ก็ได้แล้วแต่การออกแบบ
1.3 น้ํา ต้องเป็นน้ําสะอาด ปราศจากสารที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของส่วนผสมไฟโบรชีส และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบ คุมงานก่อนนํามาใช้งาน 1.4 มวลรวม (AGGREGATE) ต้องเป็นหินไม่ซึ่งแข็ง คงทน สะอาด ปราศจากดินหรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นใด อาจมีวัสดุผสมแทรก ด้วยก็ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุคุณสมบัติไว้เป็นอย่างอื่น มวลรวมต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.4.1 มีค่า SAND EQUIVALENT เมื่อทดลองตาม ASTM D2419 วิธีทดลองหาค่า SAND EQUIVALENT ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 1.4.2 มีค่าความสึกหรอ เมื่อทดลองตาม มทช (1) 501.9 - 2545 : วิธีการทดสอบหาความสึกหรอของวัสดุชนิดเม็ดหยาบ โดยใช้ เครื่องมือทดสอบหาความสึกหรอ LOSS ANGELES ABRASION ไม่มากกว่าร้อยละ 35 1.4.3 มีค่าส่วนที่ไม่คงทน (Loss) เมื่อทดลองตาม ASTM: C88 -05 วิธีการทดลองหาความคงทน (SOUNDNESS) ของมวล รวม โดยใช้โซเดียมซัลเฟต จํานวน 5 รอบ ไม่มากกว่าร้อยละ 9
1.5 วัสดุผสมแทรก (MINERAL FILLER) วัสดุผสมแทรก เช่นปูนซีเมนต์ ปูนขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมวลรวมต้องใช้ในปริมาณ น้อยที่สุดเท่าที่จําเป็น จะใช้เมื่อต้องการปรับปรุงความสะดวกในการทํางาน (WORKABILITY) หรือปรับปรุงขนาดคละ (GRADATION) 1.6 เส้นใยแก้ว (GLASS FIBER) เส้นใยสมรรถนะสูง ใช้เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิวทาง ทนต่อสารเคมีกัดกร่อน เป็นฉนวนไม่ติดไฟ ทนต่อการสึกหรอ โดยมีลักษณะเป็นเส้นกลมและมีคุณสมบัติดังตาราง
ตาราง แสดงคุณสมบัติของเส้นใยแก้วสําหรับใช้ในส่วนผสมของการฉาบไฟโบรซีล
ความยาว (มม.)
คุณลักษณะ
เส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นใย (ไมครอน)
ความหนาแน่นเชิงเส้น (TEX)
ความชื้น (%)
ระยะตึงของไฟเบอร์กลาส (มม.)
ความสูญเสียจากการลุกไหม้ (%)
- ข้อกําหนดในการออกแบบส่วนผสมไฟโบรซีล
มาตรฐาน
ค่าที่กําหนด
12 20 12
14
ISO 1889 ISO 3344 ISO 3375
ISO 1887
MAGA
2,400 4,800
สูงสุด 0.35 %
80 200 สูงสุด 1.75 %
2.1 การออกแบบส่วนผสมนี้ ให้ใช้วิธีของ ASPHALT INSTITUTE MANUAL SERIES NO.19 โดยวิธีหาค่า C.K.E. และตาม มาตรฐาน ASTM. D 3910 (STANDARD PRACTICE FOR DESIGN, TESTING, AND CONSTRUCTION OF SLURRY SEAL) หรือใช้ มาตรฐานและวิธีทดลองของ INTERNATIONAL SLURRY SURFACING ASSOCIATION (ISSA) หรือวิธีอื่นใดที่กรมทางหลวงชนบทเห็นชอบ ซึ่งก่อนเริ่มงานให้ผู้รับจ้างทําการออกแบบส่วนผสม แล้วให้ผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุพร้อมเอกสารการออกแบบจากผู้รับจ้าง ส่งให้ กรมทางหลวงชนบททําการตรวจสอบ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
2.2 คุณภาพของวัสดุที่จะใช้ออกแบบจะต้องผ่านการทดลองคุณภาพให้ใช้ได้แล้ว การออกแบบส่วนผสมจะต้องออกแบบให้เหมาะ สมกับการใช้งาน 2.3 ส่วนผสมไฟโบรซีลต้องมีคุณสมบัติดังนี้
2.3.1 เวลาในการผสม (MIXING TIME) ที่ 25 องศาเซลเซียส 120-160 วินาที 2.3.2 ค่า FLOW อยู่ระหว่าง 10-20 มิลลิเมตร
2.3.3 เวลาในการแตกตัวและแยกตัว (INITIAL SETTING TIME) ไม่เกิน 15 นาที 2.3.4 ค่าการยึดเกาะ (COHESION)
ทีเวลา 30 นาที มากกว่า 15 กก. เซนติเมตร
ที่เวลา 60 นาที มากกว่า 25 กก. เซนติเมตร
2.3.5 เวลาในการบ่ม (CURING TIME) ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
2.3.6 ค่า WET TRACK ABRASION LOSS ไม่เกิน 500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3.7 ค่า HUBBARD FIELD STABILITY ที่ 25 องศาเซลเซียส ไม่น้อยกว่า 11.8 กิโลนิวตัน (1,200 กิโลกรัมแรง) - เครื่องจักรและเครื่องมือ
3.1 เครื่องผสม ต้องเป็นเครื่องชนิดที่ผลิตส่วนผสมของไฟโบรชิลได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน มีเครื่องลําเลียงวัสดุต่างๆ พร้อมมาตรวัด ปริมาณ สามารถลําเลียงมวลรวม วัสดุผสมแทรก, น้ํา มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันและสารผสมเพิ่มลงสู่ถังผสมตามอัตราส่วนที่กําหนดได้ อย่างถูกต้อง มวลรวมและวัสดุผสมแทรกถูกลําเลียงลงสู่ถังผสมในตําแหน่งเดียวกัน เครื่องผสมสามารถลําเลียงวัสดุที่ผสมเข้ากันอย่างดีแล้วลง
เครื่องฉาบได้อย่างต่อเนื่องไม่ขาดตอน
3.2 รถเกรด เพื่อ CLEARING วัชพืชบริเวณไหล่ทาง
3.3 เครื่องกวาดฝุ่น เป็นแบบขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเองหรือแบบลากที่ติดตั้งที่รถไถนา (FARM TRACTOR) หรือรถอื่นใด ซึ่งเป็นชนิดไม้ กวาดหมุนโดยเครื่องกล ขนไม้กวาดอาจทําด้วยไฟเบอร์ ลวดเหล็ก ไนล่อน หวายหรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องมีประสิทธิภาพพอที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด อาจใช้ร่วมกับเครื่องเป่าฝุ่นและไม้กวาดมือซึ่งสามารถทําความสะอาดผิวทางและรอยแตกได้
งานฉาบผิวแบบไฟโบรซีล (FIBROSEAL)
3.4 เครื่องเป่าลม (BLOWER) เป็นแบบติดตั้งที่รถไถนาหรือรถอื่นใด มีใบพัดขนาดใหญ่ให้กําลังลมแรงและมีประสิทธิภาพพอเพียงที่จะ ทําให้พื้นที่ที่จะก่อสร้างสะอาด 3.5 ชุดอุปกรณ์ตัดเส้นใยแก้ว (PRE-CHOPPED FIBER) ติดตั้งพร้อมอุปกรณ์ลําเลียงเส้นใย (GLASS FIBER FEEDER) เข้าห้องผสม แบบต่อเนื่องทํางานด้วยระบบอัตโนมัติ AUTO FEEDER สามารถควบคุมการทํางานและอัตราการลําเลียงส่วนผสมได้ ห้ามการใช้อุปกรณ์หรือ วิธีการตัดเส้นใยแก้วแบบ MANUAL หรือใช้เส้นใยแก้วที่ผ่านการตัดเรียบร้อยแล้ว เพราะจะทําให้ไม่สามารถควบคุมสัดส่วนผสมได้ซึ่งจะส่งผล ทําให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพของการฉาบผิวทางแบบไฟโบรซีล
3.6 อุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการดําเนินงาน เช่น เครื่องฉาบด้วยมือ พลั่ว - การเตรียมการก่อสร้าง
ก่อนทําการก่อสร้างให้ดําเนินการดังนี้
4.1 ให้กองมวลรวมให้เป็นระเบียบ โดยกองในบริเวณที่น้ําไม่ขังหรือบริเวณที่จะไม่ทําให้มวลรวมมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไป ก่อนนํา มวลรวมไปใช้งานจะต้องได้รับการตรวจสอบและได้รับการอนุญาตจาก ผู้ควบคุมงานก่อน
4.2 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางแอสฟัลต์ ให้ทําการตรวจสอบพื้นที่ที่จะทําการก่อสร้างและแก้ไข ความบกพร่องต่างๆ ก่อนฉาบผิว เช่น ถ้าผิวเดิมบางจุดมีความเสียหายหรือระดับไม่ดี ให้ทํา DEEP PATCH หรือ SKIN PATCH แล้วแต่กรณี
4.3 กรณีผิวทางเดิมเป็นผิวทางคอนกรีต ให้ทําการตรวจสอบรอยต่อและรอยแตกต่างๆแล้วทําการ แก้ไขซ่อมแซมตามความเหมาะสม ทํา ความสะอาดให้เรียบร้อย
4.4 ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องจักรและเครื่องมือให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะนําออกใช้งานและผลิตส่วนผสมไฟโบรซีลได้ตามที่ออกแบบไว้ 4.5 ให้ทําการตรวจสอบและตรวจปรับมาตรวัดต่างๆ เพื่อให้ใช้วัสดุได้ตามอัตราส่วนที่ต้องการ 4.6 ในกรณีที่จําเป็นต้องกวาดฝุ่น ให้ใช้เครื่องกวาดฝุ่นกวาดวัสดุที่ไม่พึงประสงค์ออกจากผิวทางจนสะอาด ถ้าจําเป็นให้ใช้น้ําล้างด้วย 4.7 ต้องพิจารณาสภาวะอากาศให้เหมาะสม ห้ามทําการฉาบผิวในระหว่างฝนตกและอุณหภูมิของอากาศขณะฉาบต้องไม่ต่ํากว่า 10
องศาเชลเซียส
4.การตรวจสอบคุณสมบัติส่วนผสมในสนาม
เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของส่วนผสมว่าเป็นไปตามข้อกําหนดที่ออกแบบไว้หรือไม่ โดยมีการตรวจสอบดังนี้
4.1 ตรวจสอบขนาดคละของมวลรวมทั้งจาก STOCKPILE (GENERAL TEST) และจากหน้างานแต่ละวัน (CONTROL TEST) ว่าอยู่ ใน TOLERRANT LIMIT ของสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ ซึ่งขนาดของมวลรวมมีผลต่อความหนาของผิวทางแบบไฟโบรซีล และคุณสมบัติ โดยรวมของส่วนผสมด้วย
4.2 ตรวจสอบความชื้น (MOISTURE CONTENT) ของมวลรวมเพื่อใช้ปรับเปอร์เซ็นต์ WATER CONTENT ในส่วนผสม และใช้คํานวณ น้ําหนักมวลรวมแห่งที่ใช้งานในแต่ละวันที่ทําการฉาบผิวทาง
4.3 ตรวจสอบค่า SAND EQUIVALENT ของมวลรวมที่มีขนาดผ่านตะแกรงเบอร์ 4 ซึ่งจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 4.4 ตรวจสอบส่วนผสม ว่าสามารถผสมมวลรวมกับแอสฟัลต์ให้เข้ากันได้อย่างทั่วถึงและสม่ําเสมอในเวลาที่ระบุในสูตรส่วนผสมเฉพาะ งานหรือไม่ (MIXING TIME) ซึ่งจะต้องอยู่ระหว่าง 120 - 160 วินาที
4.5 ตรวจสอบค่า FLOW ของส่วนผสม ซึ่งต้องอยู่ระหว่าง 10 – 20 มิลลิเมตร
4.6 ตรวจสอบช่วงเวลาในการแตกตัวหรือแยกตัว (INTIAL SETTING TIME) ของอนุภาคแอสฟัลต์ว่าเป็นไปตามที่กําหนดในสูตรส่วนผสม เฉพาะงานหรือไม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 15 นาที นับตั้งแต่เวลาที่เริ่มฉาบผิวทางบริเวณนั้น โดยใช้กระดาษสีขาวบางๆซับที่ผิวทาง ซึ่งต้องไม่มีสี ดําของแอสฟัลต์เบือนติดกระดาษ
4.7 ตรวจสอบเวลาการบ่ม (CURING TIME) ว่าเป็นไปตามข้อกําหนดในสูตรส่วนผสมเฉพาะงานหรือไม่ วิธีการตรวจสอบทําได้โดยการ เก็บตัวอย่างส่วนผสมจากส่วนท้ายของรถฉาบผิว มาทําการทดลองวัดค่า TORQUE ด้วยเครื่อง COHESION TESTER จับเวลาจนกว่าได้ ค่า TORQUE ไม่น้อยกว่า 20 กก-ชม. หรือทดสอบผิวทางในสนามโดยใช้วิธี SHOE TEST ทําโดยการยืนบนผิวทางให้น้ําหนักตัวลงบนขา ข้างที่ถนัดค่อนไปทางปลายเท้า เผยอส้นเท้าขึ้นเล็กน้อยแล้วปิดเท้าไปมา 2-3 ครั้ง หากไม่ปรากฏว่าเม็ดของมวลรวมหลุดจากผิวทางจนเป็น แอ่งรอยเท้า แสดงว่าเกิดการบ่มตัวของผิวทางจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว หรือใช้รถยนต์น้ําหนักไม่เกิน 1.5 ตัน วิ่งผ่านบนผิวทางที่ฉาบ แล้วด้วยความเร็วประมาณ 30 กม./ชม. ไม่มีเม็ดหินหลุดกระเด็นขึ้นมาจนสามารถมองเห็นรอยร่องล้อได้ชัดเจนในกรณีที่ผลตรวจสอบ คุณสมบัติส่วนผสมในสนามไม่เป็นไปตามสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน ต้องหยุดการก่อสร้าง เพื่อตรวจหาสาเหตุและทําการแก้ไข แล้วเก็บตัวอย่าง มวลรวมและมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่ใช้ก่อสร้างในแปลงนั้นไว้เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง ระหว่างการฉาบไฟโบรซีลถ้าผู้ควบคุมงาน เห็นว่าส่วนผสมของไฟโบรซีลที่ออกแบบไว้ ไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในสนาม หรือเห็นว่ามวลรวมวัสดุผสมไฟโบรซีลผิดพลาดจาก ข้อกําหนดของสูตรส่วนผสมเฉพาะงาน
L
สํานักบํารุงทาง
KULETUSTUROIMINTAKAŽÍŠA (USU) FIBROSEAL)
งานปรุงถนนสาย 4008
แยกทางหลวงหมาย 40-45
แบบ
บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4
กันดัง จง
รายการ อ าหนดและมาตรฐานทั่วไป งานฉาบผิวแบบโฟโล (FIBROSEAL)
เลขแบบ สบร.14 - 06/89
นายณัฐนันท์ เ งสุ ด
นายสัตยา ปล้องใหม่
นายบัณฑิต แพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เ ยงบุญ
แผ่นที่
2
จํานวนแผ่น
กทท
กรมทางหลวงชนบท
สาร เห็นชอบ กา เขียนแบบ
ออกแบบ
ผอ.กต. อนุมัติ
& 2 wanumm
ตุลาคม 2568
(แทน) ผู้อําานวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี
V ระดับดินเดิม
งานบํารุงถนนสาย ตง 4008 แยกทางหลวงหมายเลข 4046 บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
อ.กันตัง, สิเกา จ.ตรัง
SIDE SLOPE
ทําการกระเทาะเส้นจราจร (เดิม)
ผิวไหล่ทาง 0.00-2.50 ม
มี
SLOPE
ผิวทางกว้าง 7.00-12.00 ม.
Aวจราจร 7.00 ม
ผิวใหล่ทาง 0.00–2.50 ม
To
SLOPE
ฉาบผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ FIBROSEAL 0.25%
ทําความสะอาดผิวจราจรเดิม
โครงสร้างทางเดิม
Ө
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล (แบบ FIBROSEAL)
ช่วงดําเนินการ
กมที่ 34+641 กมที่ 35+220
NOT TO SCALE
ตารางส่วนผสม งานฉาบผิวทางแบบ FIBROSEAL 0.25 X
ชนิดผิวทาง
วัสดุหินฝุ่น FIBROSEAL 80% โดยนํ้าหนัก
วัสดุหิน 3/8” 20% โดยน้ําหนัก
FIBROSEAL
0.25% ต่อนํ้าหนักหินผสม
กมที่ 35+268
กม ที่ 35+382
SIDE SLOPE
ระดับดินเดิม
สํานักบํารุงทาง
KULTURYLIÑORVARNrestavaĺia (UIN) FIBROSEAL)
งาน ถนนสาย 44008
แยกทางหลวงหมายเลข 4046 - บ้านหาดปากเมง (ตอนที่ 4)
พ ง กา จง
แบบ สบอ.14
06/69
பங்
3
นายณัฐนันท์ เองสุดผล นายสัตยา ปล้องใหม่
นายบัณฑิต แพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฏล เสี่ยงบุญ
แน่น
กรมทางหลวงชนบท
ล่าว เห็นชอบ
- เขียนแบบ
A
ออกแบบ - ผอกบท
ตุลาคม 2568
~)
(แทน) ผู้อํานวยการสํานักฯ
(แทน) อธิบดี
หมายเหตุ
1 การขนส่งมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันในกรณีที่เป็นถังบรรจุ DRUM โดยเฉพาะการขนขึ้นหรือลงต้องระมัดระวังไม่ให้ถังบรรจุมอดีฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เพราะอาจทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันแตกตัวได้
2 ก่อนใช้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันที่บรรจุถังเก็บไว้เป็นเวลานาน ควรกลิ้งถังไปมาอย่างน้อยด้านละ 5 ครั้งก่อนบรรจุลงในเครื่องผสมไฟโปรด ทั้งนี้เพื่อให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชันมีลักษณะ
เดียวกันอย่างทั่วถึง
3 ทุกครั้งที่ทําการผสมไฟโบรสเสร็จแล้วควรล้างเครื่องผสมให้สะอาด มิฉะนั้นจะมีแอสฟัลต์เกาะติดในเครื่อง ทําให้ไม่สะดวกในการทางานในครั้งต่อไป
4 เมื่อเปิดถังบรรจุมอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชั่นออกใช้ ควรใช้ให้หมดถังหรือต้องปิดฝาอย่างดี มิฉะนั้น จะทําให้น้ําในถังระเหยได้ ซึ่งจะทําให้มอดิฟายด์แอสฟัลต์อิมัลชั่นเสื่อมสภาพ 5 ตําแหน่งช่วงดําเนินการก่อสร้างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
แบบ
รูปตัดตามขวางงานฉาบผิวลาดยางสเลอรีซีล
(แบบ FIBROSEAL)
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
รายการประกอบแบบ
- เส้นขอบทางให้ตีเส้นทึบ ยกเว้นในบริเวณทางเชื่อม ให้ตีเส้นประดู่ เส้น 1.00 ม เว้นระยะ 2.00 ม
- เส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้ตีเส้นประ เส้น 3.00 ม. เว้นระยะ 9.00 ม. ยกวันบริเวณทางโค้ง สะพาน และความกว้างไหล่ทางลดลงให้ตีเส้นทึบ
- ตําแหน่งการตีเส้นจราจร สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ทั้งนี้ปริมาณงานจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในบัญชีปริมาณงาน การดําเนินการตีเส้นจราจรด้วยวัสดุเทอร์โมพลาสติก THERMOPLASTIC (มทช 241 2553)
ให้ดําเนินการดังนี้
1.วิธีดําเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลก ปลอมอื่นใด การลงวัสดุรองพื้นต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่น กับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิด
การเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางานรวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อน ในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 7 วัน
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้
ต้องใช้วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆ เมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันที ห้ามมิให้นําวัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่าย ที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้นขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
2.1 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (THERMOPLASTIC) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธี รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542-2549 วัสดุเทอร์โมพลาสติก และ วัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วน ของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 30 % โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้นเทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 400 กรัมต่อตารางเมตร
2.2 ลูกแก้ว (GLASS BEADS) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543-2550 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ และวัน/เดือน/ปี LOT. BATCH ของการผลิต
2.3 วัสดุรองพื้น (TACK COAT หรือ PRIMER) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจร กับผิวทางมีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิตวัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 ความหนา
3.1.1 ก่อนเริ่มงานต้องทําการทดลองตีเส้นในแปลงทดลองเพื่อให้อัตราวัสดุปาดลากและความเร็วของเครื่องจักรกลมีความสัมพันธ์ จนได้ความหนาตามที่
กําหนดโดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่เครื่องตีเส้นจะผ่าน เมื่อปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้วให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรนั้นๆ โดยใช้เครื่องมือวัดความหนาแบบ MICROMETER เพื่อผลการทดลองนี้ไปใช้ปฏิบัติในการทํางานจริง
3.1.2 ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทุกๆ 250 เมตร จํานวน 3 ตําแหน่ง (เส้นขอบทางและเส้นแบ่งทิศทางจราจร)
โดยทําการวัดภายหลังที่ทําการเครื่องหมายจราจรแล้วเสร็จ
3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง ( REFLECTANCE หรือ LUMINANCE FACTOR) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมงให้ตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือ (STANDARDIZATION) และปรับค่าให้ถูกต้อง - กรณีความหนาที่ตรวจวัด หรือ ค่าสะท้อนแสงไม่ผ่านตรวจสอบคุณภาพ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการลบเครื่องหมายจราจรออกโดยใช้เครื่องจักรกลที่สามารถลบเครื่องหมายจราจร บนผิวทางและต้องไม่ทําอันตรายต่อโครงสร้างความแข็งแรงของผิวจราจรและชั้นทางนั้น และดําเนินการทําเครื่องหมายจราจรผิวทางใหม่
- การแสดงใบรับรองผลิตภัณฑ์
ผู้รับจ้างต้องส่งสําเนาต้นฉบับใบเสร็จ (คู่ฉบับจริง) ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจําหน่ายที่มีหนังสือแต่งตั้งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ของวัสดุที่ใช้งานพร้อมระบุเลขที่สัญญา แสดงต่อผู้ควบคุมงาน
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่ก้าหนด - วัสดุ
1.1
ขอก้าหนด
1.2
การใช้งาน - ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
รา
มาก 415—2541 พ่น
วัสดุเทอร์โมพลาสติก
มาณ 542-2549
อัดรีดหรือปาดลาก
2.1 ความหนา เมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
พ่น
≥ 2.0
อืดหรือปาดลาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัมต่อตารางเมตร
≥ 400
≥ 3.0 ≥ 400 - ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน)
3.1
ความหนาเมื่อแห้งเฉลี่ย, มิลลิเมตร
น
อืดหรือปาดลาก
!
≥ 2.0 - 3.0
3.2
3.2.1 การสะท้อนแสงในเวลากลางวัน (0430), med.tx
-2
.
. m
สีขาว สีเหลือง
สีขาว
3.3
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร - 130
≥ 100
≥ 130 ≥100
-1 -2
m
3.2.2 การสะท้อนแสงในเวลากลางคืน (R130), medix
สีเหลือง
การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 15 เมตร 3.3.1 การวัด ท่าลองการมองเห็นในเวลากลางวัน
(1) แฟคเตอร์การสะท้อนแสง (reflectance) ร้อยละ
≥ 200
200
≥ 130
≥ 130
สีขาว
275
2 75
สีเหลือง
2 45
≥ 45
3.3.2 การวัดค่าทําจําลองการมองเห็นในเวลากลางคืน (R115), med.txt, m
-2
สีขาว
สีเหลือง
2 300 2200
≥ 300
≥ 200
หมายเหตุ การวัดค่าสะท้อนแสงโดยทั่วไปให้ใช้ตามข้อ 3.2 - หากมีความจําเป็นให้ใช้ตามข้อ 3.3 ได้โดยอนุโลม
- ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
12 เดือน 1 ครั้ง
24 เดือน 1 ครั้ง
12 เดือน 1 ครั้ง 24 เดือน 1 ครั้ง
4.1 การสะท้อนแสง เมื่อวัดด้วยเครื่องวัดที่มี geometry ของการวัดที่ระยะ 30 เมตร 4.1.1 การวัดค่าจําลองในเวลากลางวัน (2450), med.x, m
-2
สีขาว
สีเหลือง
3.2.2 การวัดค่าจําลองในเวลากลางคืน (R30), med.txt, m - ระยะเวลาประกัน
สีขาว สีเหลือง
E
สํานักบํารุงทาง
ULLITTUNTURONEnvasadda (UNU FIBROSEAL)
จานป่างถนนสาย 4008
แยกทางหลวงหมายเลข 4048 - บ้านหาดปากเมง (คนที่ 4)
กันตัง im จง
แลแบบ
งานตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
นายสัตยา ปล้องใหม่
≥ 65
2 50
≥ 65 250
≥ 100
265
2100
24 เดือน
≥ 65
24 เดือน
นายณัฐนันท์ เบสคล
นายบัณฑิต คอแพทย์
นายสุเมธ ในโภคทรัพย์
นายนพปฎล เคียงบุญ
4
กรมทางหลวงชนบท
คํารวจ เห็นชอบ
กรวิชท์ 4 ดัง เขียนแบบ
Arian
2-
ออกมน
ผอ.กต. อนุ
พวกบท
ตุลาคม 2568
(แทน) - านวยการสานักฯ
(แทน) อธิบดี
เลขที่แบบ สบ.14
06/69
เน
จํานวนแผ่น