ประกวดราคาจ้างอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี 2569
โครงการนี้เป็นการจัดจ้างอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อ เสริมสร強強 τωνότημЭค40เข้μηネットѻ ข μดύのเข้ารุมτ น24คนรอบΛるικ เคือเครูการคุ้มτ о μดыของμดUdsในการตุ мค口ัө ธηТ ψุกวัน ค โτรกณ์由ο抽 τจัดЗуд λ υϹ等กับμค้ жSдон รยョそにชБใВウาวอย่างタ他 ν โดย会ήขายзารδฉк̱̹Аυ)Нเพื่อพัฒน ท)εฐแ社บนถ,พ่งเนо γйพйхPоиฉ μ点νしพ届พ,ЫารοU Τφ口点ΝرТ มЭ的_ว о中з的 з的 з]Бтน尤д由行营营 ใช้คำม被的С家:保护育产 оК)公!
English summary
This project is for hiring a contractor to organize 4 training workshops across 4 regions to strengthen the capacity of consumer protection networks. The project scope includes training network leaders in telecom rights, digital literacy, and fraud prevention; producing 4 sets of media and materials (vinyl banners 77 pieces, 280 sets welcome kits, exhibition materials); producing awareness tools; working content 280 folding individual soft participants; utilizing assessment expertise academic cooperation institute outputs throughout quarter report video reports plus all design wrap responsibility national industry component regulations cyber particular recent Law Contract termination liability penalties details summarized approximately within after scheduled total requirement totaling signing within complete half
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจ้างหมู่负责สำหรับるการ кュ作ฟ “रā声 (Creating knowledge training networks/public cooperation main strength line teams main/end including objectives establish sustainable people harmonization executing security priorities sectors type protection environment under proactive) protective oriented sharing successful medium holistic contributions involvement primary ways.”
Под уг安品ор20 year consumers activities protected secure strengthening extending systems along sectors: “Good wide knowledge products managing expanding audience deliver wider partnerships engagement people from various diverse groups wider project outcomes developed strong approaches.
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
Proof
ข้อกําหนดและขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) การจัดจ้างการอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๑๙
๑. หลักการและเหตุผล
สืบเนื่องจากสํานักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม รท.) ได้ดําเนินงาน เพื่อสร้างผู้นําเครือข่ายภาคประชาชนด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในระดับจังหวัด
1
ทั่วประเทศ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๓ จนถึงปัจจุบัน ทําให้สามารถพัฒนาและต่อยอดกลไกเครือข่ายไปสู่การสร้าง
กลุ่มเครือข่ายในระดับอําเภอเพื่อให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
รวมถึงการใช้บริการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเท่าทัน สามารถขยายผลและ
ถ่ายทอดองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริการโทรคมนาคมและสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม
รวมถึง
บทบาทหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดเหมาะสมกับบริบทของชุมชนนั้น ๆ
ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีการส่งเสริมเสริมและพัฒนากลไกสําหรับการสร้างองค์ความรู้ด้านสิทธิผู้บริโภคในกิจการ
โทรคมนาคมให้รู้เท่าทันต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการดําเนินการสอดคล้องตามแผนแม่บทกิจการ โทรคมนาคม ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๗๑) ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การยกระดับการคุ้มครองและเสริมสร้างความ เข้มแข็งแก่ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในวงกว้างรับรู้รับทราบถึงสิทธิของผู้บริโภค รวมถึง ภัยคุกคามใหม่ ๆ อย่างทันต่อเหตุการณ์ และเครือข่ายผู้บริโภคนกิจการโทรคมนาคมมีความเข้มแข็งและมีส่วน ร่วม ประกอบกับนโยบายสําคัญของ กสทช. ประจําปี ๒๕๖๘ - ๒๕๖๙ มุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาความรู้ และทักษะของประชาชนในการใช้ประโยชน์จากกิจการโทรคมนาคมอย่างมีประสิทธิภาพ และรู้เท่าทัน (Media, Information and Digital Literacy : MIDL) และมีความปลอดภัย รวมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ ด้านสิทธิในกิจการโทรคมนาคมของผู้บริโภค และสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ได้อย่างมีระสิทธิภาพ และยกระดับเครือข่ายการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ประกอบกับ แผนยุทธศาสตร์สํานักงาน กสทช. ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐) ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การพัฒนาศักยภาพใน การกํากับดูแลและส่งเสริมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้เหมาะสมกับบริบท มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
ที่เปลี่ยนแปลงไป
อย่างทั่วถึง เท่าเทียมและรู้เท่าทันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม โดยมีตัวชี้วัดที่สําคัญคือ ระดับความสําเร็จในการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ได้กําหนดกลยุทธ์ที่ ๔ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคใน กิจการโทรคมนาคม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดย สร้างเสริมความตระหนักรู้ และการรักษาสิทธิในการเข้าใช้บริการโทรคมนาคมและสร้างความเข้มแข็งให้กับ
ประชาชนและพัฒนากลไกเครือข่ายภาคประชาชนในการคุ้มครองผู้บริโภคให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัย แนวทางการดําเนินงานด้วยการส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมทั้งภาค ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั้น สํานักงาน กสทช. โดยสํานักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคใน กิจการโทรคมนาคม (รท.) จึงเห็นว่า ผู้นําเครือข่ายเป็นกําลังสําคัญในการขับเคลื่อนกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคใน กิจการโทรคมนาคม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม และนโยบายของ กสทช. ที่สํานักงาน กสทช. ได้กําหนดไว้ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้มีการมุ่งเน้นของการมีส่วนร่วมในการนําความรู้ไปถ่ายทอดจนเกิดการ พัฒนาต่อยอดเป็นวงกว้าง ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการอบรมฯ ดังกล่าว
ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความเข้มแข็ง และกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ตามแผนยุทธศาสตร์ สํานักงาน กสทช. ฉบับที่ ๓ รท. จึงเห็นควรดําเนินการ “การเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙” เพื่อสร้างเสริมศักยภาพ
หน้า ๑/๒๕
๓
|
rther.
ผู้นําเครือข่ายภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ให้มีองค์ความรู้ความเข้าใจด้าน สิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้นําเครือข่ายฯ ในการคุ้มครอง ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการขับเคลื่อนกลไกเครือข่ายในการพัฒนา ปกป้อง
คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคในการใช้บริการโทรคมนาคมไปสู่ประชาชนในพื้นที่และชุมชนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจ้างดําเนินการ “การเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชนและผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๒๙
๒.๒ เพื่อสร้างเสริมศักยภาพผู้นําเครือข่ายภาคประชาชนด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการ โทรคมนาคมให้มีความเข้าใจ บทบาทหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. รวมทั้งมีองค์ความรู้ด้านสิทธิผู้บริโภคใน
กิจการโทรคมนาคมและเท่าทันสถานการณ์ในปัจจุบัน
ๆ
๒.๓ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนฯ ในการเผยแพร่ความรู้ด้านการ คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ชุมชน เพื่อพัฒนาศักยภาพของคน ในชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถปกป้อง คุ้มครอง และพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคในการใช้บริการโทรคมนาคมได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
๒.๔ เพื่อขยายการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ให้ความรู้ ความเข้าใจในสิทธิพื้นฐาน
ด้านกิจการโทรคมนาคมกระจายถึงประชาชนเพิ่มมากขึ้น
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานที่กําหนด ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ตลอดจนแนวปฏิบัติตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ตามที่กําหนดในเอกสารประกวดราคาจ้างด้วย วิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานและประสบการณ์ประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างในวงเงิน 9,400,000.-บาท (หนึ่งล้านแปดแสนบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวกันที่ดําเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาหรือสําเนาสัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สํานักงาน
กสทช. เชื่อถือ โดยแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสําเนาสัญญามาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ
๔. ขอบเขตการดําเนินงาน
ขอบเขตภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง มีรายละเอียดดังนี้
๔.๑ ดําเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๐๙ โดยเป็นการดําเนินการอย่างมีส่วนร่วมกับผู้นําเครือข่ายภาค ประชาชนฯ แก่สมาชิกเครือข่ายฯ และประชาชน จํานวน ๔ ครั้ง ครั้งละไม่ต่ํากว่า ๗๐ คน โดยมีจํานวนผู้เข้าร่วม การอบรมฯ รวมแล้วไม่ต่ํากว่า ๒๔๐ คน ดังนี้
การเดินทางของเจ้าหน้าที่
สํานักงาน กสทช.
ภูมิภาค
จังหวัดที่จัดงาน
ระยะเวลา
๑. ภาคตะวันออก
จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดใกล้เคียง
๓ วัน ๒ คืน
รถยนต์
๒. ภาคใต้
จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือจังหวัดใกล้เคียง
๓ วัน ๒ คืน
เครื่องบิน
Proof
หน้า ๒ /๒๕
in
туы
ภูมิภาค
จังหวัดที่จัดงาน
ระยะเวลา
การเดินทางของเจ้าหน้าที่ สํานักงาน กสทช.
เครื่องบิน
๓. ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ
จังหวัดอุดรธานี หรือจังหวัดใกล้เคียง
๓ วัน ๒ คืน
๒
๔. ภาคเหนือ
จังหวัดลําพูน
๓ วัน ๒ คืน
เครื่องบิน
หรือจังหวัดใกล้เคียง
หมายเหตุ - เจ้าหน้าที่ ๓ วัน ๒ คืน รวมวันเดินทางและวันจัดกิจกรรม / ผู้เข้าร่วม ๓ วัน ๒ คืน
ทั้งนี้ จังหวัดที่จัดงาน อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยสํานักงาน กสทช. จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนการเดินทางในแต่ละครั้ง ยกเว้นกรณีมีเหตุเร่งด่วน ฉุกเฉิน อาจพิจารณาถึงความเหมาะสมร่วมกันได้
๔.๒ จัดทําแผนการดําเนินงานทั้งหมดโดยละเอียดที่แสดงถึง แผนการดําเนินงาน กระบวนการ วิธีการ แนวทางสรุปผล/ประเมินการดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลและรายละเอียดที่ชัดเจน สมบูรณ์ และนําเสนอแผนดังกล่าวให้สํานักงาน กสทช. ให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
๔.๓ จัดทํา (ร่าง) กรอบการจัดกิจกรรมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้นําเครือข่ายผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม ทั้งเชิงพื้นที่ และเชิงประเด็น/กลุ่ม ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วยการปูพื้นฐานความ เข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพทางการสื่อสาร และกิจกรรมกระบวนการ (Workshop) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมความเข้าใจ รวมถึงการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อพัฒนาต่อยอดในพื้นที่ และประเด็น กลุ่มของตนเอง โดยมีกรอบเนื้อหาดังนี้
- การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เช่น ประเด็นเรื่องร้องเรียนในกิจการ โทรคมนาคม กระบวนการรับเรื่องร้องเรียน ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสําหรับผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ฯลฯ การสร้างทักษะทางดิจิทัล (Digital Literacy) และสมรรถนะพลเมืองดิจิทัล (Digital Competency) และการป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ (SCAM) ทักษะจําเป็นในการใช้งานเทคโนโลยี การสื่อสารอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ หรือหัวข้ออื่นที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนากลไกเครือข่ายภาคประชาชนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการ
โทรคมนาคมให้เข้มแข็งและยั่งยืน เช่น แนวทางการพัฒนาเครือข่ายฯ ในยุคดิจิทัล และประเด็นอื่น ๆ ที่
น เกี่ยวข้องและสําคัญต่อการพัฒนากลไกเครือข่ายฯ ปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่หรือประเด็น/กลุ่ม วิธีการแก้ไข
ปัญหาของประชาชน
ทั้งนี้ ให้อ้างอิงหลักทางวิชาการ กฎหมาย และข้อเท็จจริงตามกระบวนการของสํานักงาน กสทช. ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการโดยตรวจสอบความถูกต้องของการดําเนินการร่วมกับ สํานักงาน กสทช.
ด้วย
๔.๔ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญ จํานวน ๒ คน ๑) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคหรือการสร้าง เครือข่ายผู้บริโภค และ ๒) ประธานผู้นําเครือข่ายผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยสํานักงาน กสทช. อาจพิจารณาให้ความเห็นหรือเปลี่ยนแปลงผู้เชี่ยวชาญได้ตามความเหมาะสม
๔.๕ การเตรียมการประสานงานผู้เข้าร่วมการอบรมฯ
๔.๕.๑ ดําเนินการติดต่อประสานงานกับประธานและผู้นําเครือข่ายภาคประชาชนด้านการ คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมของสํานักงาน กสทช. ในแต่ละจังหวัด และประชาชนทั่วไป P-50% พร้อมจัดทําหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมปฏิบัติการและแบบตอบรับให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมทั้ง ๔ ครั้ง ทั้งนี้
หน้า ๓/๒๕
j6y (-.
туы
ผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อผู้เข้าร่วมอบรมให้สํานักงาน กสทช. เห็นชอบก่อนดําเนินการจัดอบรมในแต่ละครั้ง และผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้น พร้อมรายงานความก้าวหน้าให้สํานักงาน กสทช. ทราบก่อน ถึงวันจัดอบรมในแต่ละครั้ง
๔.๕.๒ ประสานจัดหาวิทยากรกระบวนการ เพื่อร่วมดําเนินกระบวนการกับสํานักงาน กสทช. เพื่อสร้างความเข้าใจและดําเนินการในกิจกรรมกระบวนการ (Workshop) จํานวน ๓ คน คนที่ ๑ จํานวน ๓ ชั่วโมง/ครั้ง คนที่ ๒ จํานวน 5 ชั่วโมง/ครั้ง และคนที่ ๓ จํานวน 5 ชั่วโมง/ครั้ง โดยจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ และประสบการณ์เกี่ยวกับการทํางานด้านวิทยากรกระบวนการ ด้านเครือข่ายผู้บริโภคที่ได้รับการยอมรับจาก
หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน รวมถึงเป็นผู้ที่มีแนวคิดและความเข้าใจในการทํางานกับชุมชนเป็นอย่างดี เพื่อให้ เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทํา โดยเป็นคนกลางที่ช่วยจัดและดําเนินงานการอบรมฯ ให้เกิดการคิดที่เป็นระบบ มีอิสระทางความคิดและสามารถสื่อสารทําความเข้าใจกันอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการใช้เทคนิคและ
กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสําคัญ
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกี่ยวกับการจัดหาดังกล่าว ตามอัตราค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในภาคผนวก ๑ และสํานักงาน กสทช. อาจพิจารณาให้ความเห็นหรือ เปลี่ยนแปลงผู้เชี่ยวชาญได้ตามความเหมาะสม
๔.๖ จัดทําสื่อสําหรับผู้นําเครือข่ายฯ ในการมีส่วนร่วมขยายผลการสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับการ คุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไปถ่ายถอดและเผยแพร่ให้กับ
ประชาชนทั่วไป
๕.๑.๑ จัดทําเนื้อหา ออกแบบ และผลิตป้ายไวนิล ให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิการใช้บริการ โทรคมนาคม ขนาด ๓ x ๑ เมตร จํานวนไม่น้อยกว่า ๗๗ ป้าย โดยผู้รับจ้างจะต้องนําเสนองานออกแบบและ ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๖.๒ จัดทําเนื้อหา ออกแบบ และผลิตชุดนิทรรศการให้ความรู้ประเภท Roll up ขนาด
ความกว้าง ๘๐ เซนติเมตร ความสูง ๒๐๐ เซนติเมตร จํานวนอย่างน้อย ๓๐ ชุด
กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
(๑) จํานวน ๑๐ ชุด ๑๐ เรื่อง สําหรับใช้ในการจัดอบรม
(๒) จํานวน ๒๐ ชุด สําหรับมอบให้กับสํานักงาน กสทช. สายงานกิจการภูมิภาค โดยผู้รับจ้างจะต้องนําเสนองานออกแบบและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน
๔.๖.๓ จัดทําเนื้อหา ออกแบบ และผลิตใบปลิวความรู้เรื่องสิทธิการใช้บริการโทรคมนาคม ขนาด ๑๔๘ x ๒๑๐ มิลลิเมตร (A๕) กระดาษอาร์ตการ์ดด้าน/มัน ๑๖๐ แกรม พิมพ์ 4 สี ๒ หน้า เคลือบ PVC จํานวนรวมทั้งสิ้น ๓๕,๐๐๐ แผ่น โดยผู้รับจ้างจะต้องนําเสนองานออกแบบและได้รับความเห็นชอบจาก
สํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๗. การดําเนินการดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องจัดการด้านต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้
๔.๒.๒ จัดหาที่พัก จํานวน 4 ครั้ง ครั้งละ ๒ คืน ตามจํานวนวันที่กําหนดโดยเป็นไปตามอัตรา ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามภาคผนวก ๒ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
(๑) ที่พักสําหรับผู้บริหาร พนักงาน วิทยากร และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช.
ที่เดินทางไปร่วมการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ประกอบด้วย
(๑.๑) ห้องพักสําหรับผู้บริหารสํานักงาน กสทช. จํานวน ๑ คน (๑.๒) ห้องพักสําหรับผู้เชี่ยวชาญประจําโครงการ/วิทยากร จํานวน ๔ คน (๑.๓) ห้องพักสําหรับพนักงานของสํานักงาน กสทช. จํานวน ๙ คน
Proof
หน้า ๔ /๒๕
Proof
๔.๗.๒ จัดหาที่พัก สําหรับผู้เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ จํานวน ๔ ครั้ง ตามจํานวนวันที่ กําหนดโดยเป็นไปตามอัตราค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในภาคผนวก ๒ เป็นห้องพักคู่ ทั้งนี้ หากจํานวนผู้เข้าร่วมฯ ในแต่ละครั้งไม่เป็นไปตามที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องแจ้ง สํานักงาน กสทช. ทราบโดยเร็ว และหากมีความ จําเป็นของผู้นํา/สมาชิกเครือข่าย และประชาชน อาจใช้วิธีถัวจํานวนได้ตามสมควร
หมายเหตุ - ที่พักและสถานที่จัดงานไม่จําเป็นจะต้องเป็นที่เดียวกัน โดยให้พิจารณาตามความเหมาะสมของ สถานที่ในแต่ละครั้งของการจัดงาน รวมทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงการดําเนินการและรายละเอีย ยอดน สอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจัดงาน ตามข้อ ๔.๑ และต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน
กสทช. ก่อนดําเนินการ
๔.๗.๓ จัดการด้านอาหารและเครื่องดื่ม จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มสําหรับผู้บริหาร/ เจ้าหน้าที่สํานักงาน กสทช. วิทยากร และผู้เข้าร่วมการอบรม จํานวน ๔ ครั้ง ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกําหนดการ ให้เพียงพอต่อจํานวนตามขอบเขตงานที่กําหนด โดยเป็นไปตามอัตราค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในภาคผนวก ๑
๔.๗.๔ อํานวยความสะดวกในการเดินทางไปจัดกิจกรรมตามที่กําหนด สําหรับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช.
(๑) กรณีการจัดอบรมในส่วนภูมิภาค ภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรี) โดยต้องจัดหา รถตู้ปรับอากาศสภาพดีและมีความปลอดภัยสูง สําหรับเดินทางรับ - ส่ง ผู้บริหาร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของ สํานักงาน กสทช. รวมถึงผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร ระหว่างสํานักงาน กสทช. โรงแรมที่พัก สถานที่จัดอบรม และ การเดินทางระหว่างจังหวัดในภูมิภาคนั้น ๆ ในวันที่ 9 และวันที่ ๓ ของการจัดการอบรมฯ ในแต่ละครั้ง จํานวน อย่างน้อย วันละ ๓ คัน
(๒) กรณีการจัดอบรมในส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ๑) ภาคใต้ ๒) ภาคเหนือ และ
๓) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
(๒.๑) จัดหาตั๋วโดยสารเครื่องบิน (ไป-กลับ) สําหรับผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ วิทยากร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. ครั้งละอย่างน้อย ๑๔ คน โดยเป็นไปตามอัตรา ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในภาคผนวก ๑
(๒.๒) จัดหารถตู้ปรับอากาศสภาพดีและมีความปลอดภัยสูง สําหรับเดินทาง รับ - ส่ง ผู้บริหาร วิทยากร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. ระหว่างสนามบินประจําจังหวัดหรือ จังหวัดใกล้เคียง โรงแรมที่พัก สถานที่จัดอบรม และการเดินทางระหว่างจังหวัดในภูมิภาคนั้น ๆ ของการ จัดการอบรมฯ ในแต่ละครั้ง จํานวนอย่างน้อย วันละ ๓ คัน
๔.๔ การเดินทางของผู้เข้าร่วมอบรมฯ
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน
และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๑๙ โดยเป็นการดําเนินการอย่างมีส่วนร่วมกับผู้นําเครือข่าย ภาคประชาชนฯ แก่สมาชิกเครือข่ายฯ และประชาชน จํานวน ๔ ครั้ง ครั้งละไม่ต่ํากว่า ๗๐ คน รวมแล้ว ไม่ต่ํากว่า ๒๘๐ คน โดยผู้เข้าร่วมอบรมดังกล่าวต้องเดินทางไปยังสถานที่จัดอบรมตามจังหวัดที่กําหนด ซึ่งการเดินทางจะมีความแตกต่างเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ระยะทาง และพาหนะเดินทาง โดยผู้รับ จ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับให้แก่ผู้เข้าอบรมในการจัดอบรมแต่ละครั้ง โดยเป็นไปตาม อัตราค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในภาคผนวก ๑
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการภายในวงเงินประมาณการดังกล่าว ซึ่งสามารถถัวจ่ายได้ ในแต่ละกิจกรรม เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการเดินทางจริงของผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละคนโดยคํานึงระยะทาง สภาพภูมิประเทศ พาหนะเดินทางและอื่น ๆ โดยผู้รับจ้างต้องจัดรายละเอียดการตําแหน่งที่ตั้ง ระยะทาง การเดินทาง และการจ่ายค่าเดินทางให้ผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละคนประกอบการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุด้วย
หน้า ๕ /๒๕
riber
๔.๙ การจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ โดยผู้รับจ้างต้องดําเนินการ จัดหา และเตรียมความพร้อม ด้านสถานที่และอุปกรณ์สําหรับการจัดการอบรม ดังรายละเอียดต่อไปนี้
๔.๔.๑ ดําเนินการประสานงานกับโรงแรมหรือสถานที่จัดอบรมในการใช้ห้องประชุมที่มี ความเหมาะสมสําหรับการจัดอบรม พร้อมสิ่งอํานวยความสะดวกและอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องที่พร้อมใช้งานและ สามารถรองรับผู้เข้าร่วมอบรม ผู้บริหาร วิทยากร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. อย่างเพียงพอ ต่อการจัดงาน จํานวน ๑ ห้อง โดยผู้รับจ้างต้องเสนอรายชื่อโรงแรมหรือสถานที่จัดงานอย่างน้อย ๓ แห่ง ให้สํานักงาน กสทช. พิจารณาและเห็นชอบก่อนการดําเนินการจัดงานในแต่ละครั้ง
๔.๔.๒ จัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาพร้อมเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต จํานวน ๒ เครื่อง พร้อมปริ้นเตอร์ รุ่นที่สามารถพิมพ์งาน/เอกสารแบบสีและขาวดํา จํานวน ๑ เครื่อง โดยอุปกรณ์ทั้งหมด ต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมใช้งาน
๔.๔.๓ จัดเตรียมเครื่อง LCD Projector พร้อมจอฉาย และอุปกรณ์พอยเตอร์ (Pointer) รวมทั้ง จอมอนิเตอร์ด้านหน้าเวทีสําหรับวิทยากรในขนาดที่เหมาะสมสําหรับการบรรยาย
๔.๔.๔ จัดเตรียมเวทีและอุปกรณ์ระบบเสียงต่าง ๆ เช่น ไมโครโฟน ให้เพียงพอสําหรับ วิทยากรทุกท่าน รวมทั้ง จัดเตรียมระบบ แสง สี เสียง อย่างเหมาะสมสําหรับการจัดอบรม
๔.๔.๕ จัดเตรียมโพเดียมสําหรับประธานกล่าวเปิดงาน และผู้ดําเนินการอบรม จํานวน ๒ แท่น ๔.๔.๖ จัดดอกไม้ประดับเวที โต๊ะรับแขก จุดลงทะเบียนและจุดอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ๔.๔.๗ จัดเตรียมโซฟาและโต๊ะกลางให้เพียงพอต่อการรับรองประธานในพิธีและคณะ ผู้บริหารของสํานักงาน กสทช. ที่เข้าร่วมงาน
๔.๔.๘ จัดเตรียมโต๊ะและเก้าอี้ให้เพียงพอสําหรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยรูปแบบการจัดโต๊ะ และเก้าอี้สําหรับการอบรมเป็นไปอย่างเหมาะสมโดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช.
๔.๙.๙ จัดเตรียมสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงในห้องจัดอบรม สําหรับผู้บริหาร วิทยากร พนักงาน และเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน กสทช.
๔.๔.๑๐ จัดหาเจ้าหน้าที่สําหรับปฏิบัติงานจัดการอบรม ดังนี้
(๑) เจ้าหน้าที่ประสานงานกับผู้แทนของสํานักงาน กสทช. จํานวน ๑ คนที่สามารถ ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี เพื่อทําหน้าที่บริหารจัดการและประสานงานในภาพรวม
ทั้งหมด รวมทั้งอํานวยความสะดวกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(๒) เจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนด้วยเอกสาร และลงทะเบียนในระบบฐานข้อมูลของ สํานักงาน กสทช. รวมถึงการจ่ายค่าเดินทางให้กับผู้เข้าร่วมอบรม จํานวนอย่างน้อย ครั้งละ ๕ คน เพื่อดําเนินการจัดเตรียมเอกสารและอุปกรณ์ต่าง ๆ สําหรับผู้เข้าร่วมอบรม เช่น ใบลงทะเบียน ใบตรวจรายชื่อ ผู้เข้าร่วมอบรม ใบสําคัญรับเงิน รายงานสรุปค่าเดินทาง เป็นต้น
(๓) เจ้าหน้าที่ดูแลบริเวณเวทีและภายในห้องจัดอบรม จํานวนอย่างน้อย ครั้งละ ๒ คน โดยต้องประสานงานและอํานวยความสะดวกภายในห้องจัดงานตลอดการจัดอบรม และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะ
หน้าได้เป็นอย่างดี
(๔) จัดให้มีช่างภาพที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายและบันทึกภาพนิ่งเพื่อเก็บภาพ
กิจกรรมการอบรม จํานวนอย่างน้อย ครั้งละ ๑ คน
(๕) จัดให้มีช่างภาพวิดีโอที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายและบันทึกภาพเคลื่อนไหว/
วีดีโอการดําเนินการกิจกรรมและการอบรม จํานวนอย่างน้อย ครั้งละ ๑ คน
๑
(5) จัดทําสื่อวีดิทัศน์ความยาวไม่น้อยกว่า ๙๐ วินาที จํานวน ๕ ชิ้น โดยตัดต่อจาก ภาพ/วิดีโอกิจกรรมและบรรยากาศการจัดอบรมแต่ละครั้งและในภาพรวมในรูปแบบที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ
Prook
หน้า ๖/๒๕
туы
музы
๔.๑๐ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดทําเอกสารและการจัดหาวัสดุประกอบการจัดอบรม โดยมี รายละเอียดดังนี้
๔.๑๐.๑ จัดทําเอกสารประกอบการจัดอบรมตามจํานวนผู้เข้าร่วมในแต่ละกิจกรรมรวม เป็นอย่างน้อย ๒๘๐ ชุด โดยจัดทําเนื้อหาตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนด และต้องได้รับความเห็นชอบจาก
สํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๑๐.๒ ออกแบบและจัดทําปากกาพร้อมสกรีน 6 สี 6 จุด สําหรับใช้ในการจัดอบรมจํานวน
ด อย่างน้อย ๒๘๐ ด้าม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๑๐.๓ ออกแบบและจัดทํากระเป๋าหรือบรรจุภัณฑ์ใส่เอกสารประกอบการจัดอบรม และเอกสารเผยแพร่ต่าง ๆ เช่น หนังสือโลกใหม่โทรคมนาคม เอกสารประกอบการบรรยาย เป็นต้น พร้อม สกรีน ๑ สี ๑ จุดบนกระเป๋าหรือบรรจุภัณฑ์ จํานวนอย่างน้อย ๒๘๐ ใบ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก สํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการบรรจุเอกสารและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลงในกระเป๋าหรือบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวสําหรับผู้เข้าร่วมอบรม
๔.๑๐.๔ ออกแบบและจัดทําป้าย Backdrop เวที จํานวน ๑ ป้ายต่อการจัดอบรม ในแต่ละครั้ง โดยมีขนาดไม่น้อยกว่า ๑๒ ตารางเมตร และมีข้อความบนป้าย Backdrop เวที ทั้งนี้ สามารถ เปลี่ยนแปลงขนาดป้าย และองค์ประกอบที่ออกแบบได้ตามความเหมาะสมของสถานที่จัดอบรม โดยต้องผ่าน ความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๑๐.๕ ออกแบบและจัดทําฉากหลัง หรือ Full Frame หรือ Pop Up หรือ Pull Frame หรือ Backdrop หรืออื่น ๆ ที่เหมาะสมสําหรับใช้เป็นสถานที่ให้สัมภาษณ์หรือถ่ายรูปเป็นที่ระลึกในการ จัดอบรม โดยมีขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า ๔๐๐ เซนติเมตร ความสูงไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เซนติเมตร หรือไม่น้อยกว่า ๑๒ ตารางเมตร จํานวน ๑ ชุด โดยผู้รับจ้างจะต้องนําเสนองานออกแบบและได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๑๑ การประเมินผลกิจกรรม การจัดทํารายงาน และที่เกี่ยวข้อง รับผิดชอบและดําเนินการตาม รายละเอียดงาน ดังต่อไปนี้
บ
๔.๒๑.๑ จัดทําใบประกาศนียบัตรขนาด A4 ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรม จํานวนรวม อย่างน้อย ๒๘๐ ใบ ให้ครบถ้วนและถูกต้อง โดยให้แล้วเสร็จภายในวันจัดอบรมของแต่ละครั้ง หรือตามที่ สํานักงาน กสทช. กําหนด
๔.๑๑.๒ จัดหาบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งเป็นนักวิจัยของสถาบันวิจัยในสถาบัน การศึกษา ระดับอุดมศึกษา เพื่อทําหน้าที่ออกแบบและจัดทําแบบประเมินผลสําหรับวัดความรู้ความเข้าใจ หรืออื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องในการจัดอบรม จํานวนตามแต่ละครั้ง รวมทั้งสรุปและวิเคราะห์ผลจากแบบประเมินผล รวมถึง ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้จากการจัดอบรมในแต่ละครั้งและในภาพรวมทั้ง ๔ ครั้ง ในรูปแบบเอกสาร จํานวน ๓ เล่ม ทั้งนี้ การจัดทําแบบประเมินต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน กสทช. ก่อนดําเนินการผลิต
๔.๑๑.๓ นําส่งงานออกแบบ (Artwork) ในข้อ ๔.๖ และข้อ ๔.๑๐.๒ - ข้อ ๔.๒๐.๕ ในรูปแบบไฟล์ Adobe Illustrator หรือ Adobe InDesign หรือไฟล์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยวิธีการที่เหมาะสม
๔.๑๓.๔ จัดทํารายงานสรุปการจัดอบรมในแต่ละครั้ง พร้อมทั้งรายงานสรุปภาพรวม กิจกรรมทั้งหมด ประกอบด้วยสรุปเนื้อหาของการบรรยายในแต่ละช่วง และกิจกรรมกลุ่มเพื่อระดมความ คิดเห็น (Workshop) รวมถึงสรุปข้อเสนอของเครือข่ายฯ พร้อมข้อเสนอแนวทางการดําเนินงานต่อไป โดยจัดทําเป็นรูปเล่ม ประกอบด้วย รายงานสรุปการจัดอบรมฯ แต่ละครั้ง
๔.๑๑.๕ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ผู้ว่าจ้างเสนอแนะ และจะต้องปรับปรุงหรือปฏิบัติตาม ที่ผู้ว่าจ้างร้องขอ เพื่อให้การจัดอบรมมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากผู้ว่าจ้างเรียกให้ผู้รับจ้างประชุม ผู้รับจ้าง ต้องพร้อมที่จะเข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลาของสัญญาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้มอบหมาย
006 หน้า ๗/๒๕
๔.๑๑.๖ ดําเนินการติดตั้ง รื้อถอน ขนย้าย และเก็บรักษาวัสดุอุปกรณ์ประกอบการจัดงาน หลังเสร็จสิ้นการจัดอบรมในแต่ละครั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
๔.๑๒ ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ที่ต้องดําเนินงานตาม ขอบเขตของงานนี้ ร้อยละ 50 ของค่าพัสดุที่ใช้งานจ้างนั้น โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุดังกล่าวตามแบบที่ กําหนดแนบท้ายขอบเขตของงานนี้ ในภาคผนวก ๒. ส่งให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วันนับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญา
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
การจ้างดําเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ความรู้สําหรับผู้นําเครือข่ายภาคประชาชน
และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล มุ่งเน้นการสร้างศักยภาพและความร่วมมือของเครือข่ายฯ
เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความเข้าใจอันดีที่จะดําเนินงานไปในทิศทางเดียวกันอย่างยั่งยืน จึงต้องใช้เทคนิค และวิธีการดําเนินการที่คําถึงในเรื่องประสบการณ์ ผลงาน คุณภาพ มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับ ความสามารถ และวิธีการดําเนินงานของผู้ยื่นข้อเสนอ ซึ่งมีข้อเสนอเกี่ยวกับแนวคิด วิธีการดําเนินงานตามขอบเขตงานที่ไม่อยู่ ในฐานเดียวกันส่งผลให้เกิดปัญหาในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ จึงกําหนดให้มีการยื่นข้อเสนอด้านเทคนิค เพื่อพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอด้านเทคนิคผ่านเกณฑ์ขั้นต่ําก่อน ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้า
บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ ๒๕๖๐ ข้อ ๘๓ (๓) โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคแล้ว สํานักงาน กสทช. จะพิจารณาด้วยเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นๆ (ข้อเสนอทางด้านเทคนิค) มีสัดส่วนน้ําหนักระหว่างเกณฑ์ ด้านราคาเท่ากับ ร้อยละ ๒๐ และเกณฑ์อื่นๆ (ข้อเสนอด้านเทคนิค) ร้อยละ ๘๐ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการ พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ดังนี้
๖.๑ การพิจารณาเกณฑ์อื่น (ข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น) (น้ําหนักร้อยละ ๘๐)
๑.๑.๑ หัวข้อในการพิจารณา
музы
Proof
๒.๑.๑.๑ แผนการดําเนินการโครงการ
(น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
๑.๑.๑.๒ การคัดเลือกบุคลากรในการสนับสนุนการดําเนินการโครงการ (น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
๒.๑.๑.๓ การบริหารจัดการและดําเนินการจัดการอบรมฯ
(น้ําหนักร้อยละ ๑๕)
(น้ําหนักร้อยละ ๑๕)
(น้ําหนักร้อยละ ๕)
(น้ําหนักร้อยละ ๕)
๒.๑.๑.๔ การดําเนินการและการสร้างสรรค์สื่อและ
อุปกรณ์สนับสนุนการดําเนินงาน
๖.๒.๑.๕ ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑.๑.๖ ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินการ
จัดอบรมฯ และอยู่ภายใต้ขอบเขตของงาน
๒.๑.๒ ในการพิจารณาให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคตามหัวข้อต่าง ๆ ข้างต้น คณะกรรมการฯ จะพิจารณาความครบถ้วนในเนื้อหา วิธีการดําเนินงานตามขอบเขตงาน และพิจารณา
เปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอด้วยกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ อาจจะเชิญผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านคุณสมบัติ และได้ยื่นเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และข้อเสนอ ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อนําเสนอแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์ ชี้แจง ตอบข้อซักถามรายละเอียดในการดําเนินการตามข้อเสนอด้านเทคนิค (ถ้ามี) ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ คณะกรรมการฯ กําหนด เพื่อประกอบการพิจารณา ข้อเสนอที่ดีที่สุดจะได้คะแนนในหัวข้อนั้น ๆ มากที่สุด ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นจะได้คะแนนลดหลั่นลงไปตามความเหมาะสมหรือตามสัดส่วน ทั้งนี้ ในแต่ละ หัวข้อ (หรือแต่ละหัวข้อย่อย) ของแต่ละเกณฑ์ดังกล่าวจะมีคะแนนเต็มหัวข้อนั้น ๆ หัวข้อละ ๑๐๐ คะแนน
หน้า ๘/๒๕
Proof
แล้วนําคะแนนรวมของหัวข้อนั้นแปลงเป็นน้ําหนักในการให้คะแนนตามสัดส่วนที่กําหนดรายละเอียดหัวข้อและ หัวข้อย่อยและวิธีการให้คะแนน ตามภาคผนวก ๓ ทั้งนี้ ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้อง ได้รับคะแนนรวมเมื่อถ่วงน้ําหนักแล้ว ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ (ไม่น้อยกว่า ๖๔ คะแนน)
H
๒.๑.๓ ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามข้อ ๖.๑.๒ จะได้รับการประเมินค่า ประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) ตามสัดส่วนเกณฑ์ราคาและเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคที่กําหนด โดยคณะกรรมการฯ จะบันทึกผลการให้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่นในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๖.๒ การพิจารณาเกณฑ์ราคา (ข้อเสนอด้านราคา) (น้ําหนักร้อยละ ๒๐)
ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (Electronic Government Procurement :e-GP) จะ พิจารณาให้คะแนนเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่น (ข้อเสนอด้านเทคนิค) ในระบบ โดยข้อเสนอด้านราคาของผู้ยื่น ข้อเสนอ ต่ําสุด จะได้คะแนนเต็ม และข้อด้านราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นจะได้คะแนนลดหลั่นลงตามช่วงห่าง ของราคาซึ่งเป็นการคํานวณคะแนนในระบบ e-GP
๖.๓ การพิจารณาข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก
ระบบ e-GP จะรวมคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น (เกณฑ์อื่น) รวมกับข้อเสนอ ด้านราคา (เกณฑ์ราคา) ตามสัดส่วนเกณฑ์อื่นร้อยละ ๘๐ และเกณฑ์ราคาร้อยละ ๒๐ และจัดเรียงตามคะแนน ไว้ ๓ ลําดับ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นตามข้อ ๖.๑ ได้รับคะแนน ประเมินเกณฑ์ราคาและเกณฑ์อื่นรวมสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก และสํานักงาน กสทช. โดยคณะกรรมการ พิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะพิจารณาเจรจาต่อรองราคาตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของ สํานักงาน กสทช. ต่อไป
๖.๔ การจัดทําข้อเสนอ
เพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอตามเกณฑ์การพิจารณาดังกล่าวข้างต้น ผู้ยื่น ข้อเสนอต้องจัดทําข้อเสนอตามรายการและแบบกําหนดในเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และยื่นเสนอในระบบ e-GP อย่างน้อย ดังนี้
๖.๔.๑ เอกสารแสดงคุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นข้อเสนอ : ให้จัดทําตามรายการเอกสารหลักฐาน ที่กําหนดในประกาศประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และเอกสารประกวดราคาจ้างด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) และเอกสารหลักฐานผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอตามคุณสมบัติของผู้ ยื่นข้อเสนอ ในข้อ ๓.๒
๖.๔.๒ เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่น : ประกอบด้วย
๖.๔.๒.๑ การอธิบายแสดงถึงความเข้าใจในแผนการดําเนินการโครงการฯ ที่แสดงถึง การวางแผนการดําเนินงานแต่ละกระบวนการ/ขั้นตอนตามที่ขอบเขตของงานกําหนด เพื่อพิจารณาความ เหมาะสม ครบถ้วน สอดคล้องกับระยะเวลาดําเนินงานตามขอบเขตของงานมากน้อยเพียงใด รวมถึงแผนการ
ดําเนินงานแต่ละขั้นตอนที่สอดคล้องกับระยะเวลาดําเนินโครงการที่เสนอ
๖.๔.๒.๒ ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยสามารถจัดส่งเอกสาร
หลักฐานของผลงานตามที่กําหนดขอบเขตของงาน ข้อ ๓.๒ จํานวนไม่น้อยกว่า ๓ ผลงาน
๖.๔.๒.๓ คุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยจะต้อง แสดงรายละเอียดคุณวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทํางานของบุคลากรแต่ละตําแหน่ง พร้อมเอกสาร หลักฐานอ้างอิงโดยครบถ้วน
๖.๔.๓ ข้อเสนอด้านราคา : ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอราคาตามแบบที่กําหนดในเอกสาร ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิสก์ที่กําหนด และเสนอราคาในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ e-GP) ของกรมบัญชีกลาง โดยราคารวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว
หน้า ๙/๒๕
Побе
Wher
Prack
๗. วงเงินงบประมาณ
ภายในวงเงิน 4,000,000.00 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว โดยเบิกจ่ายจาก งบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๖๙ รายจ่ายอื่น หมวดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รายการการจัดจ้างการอบรมเพื่อ เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๑๙ สํานักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม รท.) สายงานกิจการโทรคมนาคม (ทค.) - งวดงานและการจ่ายเงิน
สํานักงาน กสทช. จะจ่ายเงินค่าจ้างออกเป็น ๓ งวด เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามรายละเอียด ดังนี้ ๔.๑ งวดที่ ๑ จํานวนร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งแผนการดําเนินงานทั้ง ในภาพรวมและรายละเอียดของการจัดอบรมทั้ง ๔ ครั้ง ตามข้อ ๔.๒ และข้อ ๔.๓ รายละเอียดของการจัดทํา แบบประเมินผลในข้อ ๔.๑๑.๒ และงานออกแบบ (Artwork) ในข้อ ๔.๑๑.๓ เพื่อนําเสนอให้แก่สํานักงาน กสทช. พิจารณา ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทําในรูปแบบของเอกสาร (Hardcopy) จํานวน ๓ ชุด และในรูปแบบ Digital File (Softcopy, PDF) โดยบันทึกลงบน ยูเอสบี แฟลชไดรฟ์ (USB Flash Drive) หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม จํานวน ๓ ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการ ตรวจรับถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
๔.๒ งวดที่ ๒ จํานวนร้อยละ 50 ของวงเงินตามสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการจัดอบรมตามข้อ ๔.๑ (ครั้งที่ ๑ - ๒) ให้แล้วเสร็จ พร้อมจัดทําสรุปผลการประเมินความรู้ความเข้าใจของผู้เข้าร่วมอบรมฯ และรายงานสรุปการจัดอบรมในครั้งที่ ๒ เพื่อนําเสนอให้แก่สํานักงาน กสทช. พิจารณา ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทําในรูปแบบของเอกสาร (Hardcopy) จํานวน ๓ ชุด และในรูปแบบ Digital File (Softcopy, PDF) โดยบันทึกลงบนยูเอสบีแฟลชไดรฟ์ (USB Flash Drive) หรืออื่น ๆ ตามความ เหมาะสม จํานวน ๓ ชุด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
๔.๓ งวดที่ ๓ จํานวนร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญาจ้าง เมื่อผู้รับจ้างดําเนินการจัดอบรมตามข้อ ๔.๑ ให้แล้วเสร็จ และส่งมอบงานตามขอบเขตของงานข้อ ๔. พร้อมจัดทําสรุปผลการประเมินความรู้ความ เข้าใจของผู้เข้าร่วมการอบรมฯ รายงานสรุปการจัดอบรมในแต่ละครั้ง และสรุปภาพรวมการจัดอบรมฯ ทั้ง ๔ ครั้ง โดยจัดทําเป็นรูปเล่มจํานวน ๓ เล่ม พร้อมไฟล์บันทึกเสียง ภาพนิ่ง วิดีโอ และวิดีโอแบบตัดต่อภาพบรรยากาศ การจัดอบรมทั้ง ๔ ครั้ง ไม่น้อยกว่า ๙๐ วินาที และข้อมูลประกอบที่เกี่ยวข้อง บรรจุลง Solid State Drive (SSD) USB ๓.๒ Generation ๒ จํานวน ๓ ชุด ภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุได้ดําเนินการตรวจรับถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการให้สําเร็จลุล่วงตามแผนการดําเนินงานตามที่ระบุ ในสัญญา สํานักงาน กสทช. จะดําเนินการปรับเป็นรายวันเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 0.9 ของวงเงินค่าจ้าง ตามสัญญา นับถัดจากวันที่กําหนดแล้วเสร็จ จนถึงวันที่งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ หรือจนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ใช้สิทธิ บอกเลิกสัญญา นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับ และค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
บ
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๑๐.๑ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมายลําดับรอง ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ประมวล แนวทางปฏิบัติด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคง
ปลอดภัยด้านสารสนเทศของสํานักงาน กสทช. เอกสารเผยแพร่สามารถศึกษารายละเอียดหรือ download ในเว็บไซต์สํานักงาน กสทช. (www.nbtc.go.th)
หน้า
๑๐ /๒๕
ん
Why
๑๐.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมายลําดับรอง ประกาศ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามเงื่อนไขและ รายละเอียดตามที่กําหนดไว้ในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ที่จัดทําขึ้นระหว่างผู้รับจ้าง กับสํานักงาน กสทช. ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีการประมวลผล (เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย) ข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ ขอบเขตของงาน ภาคผนวก ๔ (ถ้ามี)
๑๑.
เงื่อนไขข้อกําหนดอื่น ๆ
๑๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องจัดทํารายละเอียดแจกแจงค่าใช้จ่ายในการ ดําเนินงานตามรายการหรือหัวข้อต่าง ๆ ที่กําหนดในรายละเอียดของงานที่จ้างและราคาต่อหน่วย (ถ้ามี) เสนอ ให้คณะกรรมการฯ ภายใน ๕ วันทําการ เพื่อประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของค่าจ้างที่เสนอด้วย
๑๑.๒ สํานักงาน กสทช. สงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดําเนินงานได้ตาม ความเหมาะสมและเท่าที่จําเป็นเพื่อให้การดําเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ โดยจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบล่วงหน้า อย่างน้อย ๑๕ วันก่อนวันกําหนด และหากการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลกระทบต่อค่าจ้างให้ถือเอาอัตราค่าจ้าง ตามรายละเอียดที่ตกลงไว้ในการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลง
๑๑.๓ เมื่อผู้รับจ้างดําเนินงานเสร็จสิ้นตามกําหนดแล้ว หากสํานักงาน กสทช. พบว่า ผู้รับจ้างมิได้ ดําเนินงานให้ครบถ้วนตามรายการหรือจํานวนหน่วยที่กําหนด สํานักงาน กสทช. จะพิจารณาหักลดค่าจ้าง ลงตามส่วนตามอัตราที่ตกลงกันไว้ เว้นแต่รายการที่ผู้รับจ้างได้ดําเนินการไว้ครบถ้วนตามจํานวนที่กําหนด ซึ่งสํานักงาน กสทช. มิได้แจ้งเปลี่ยนแปลงภายในเวลาที่กําหนดและไม่อาจเรียกคืนจากผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว เช่น ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะเดินทาง (ถ้ามี) เป็นต้น
๑๑.๔ สําหรับรายการที่กําหนดให้จัดทําเพื่อใช้ในการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน หากเป็น รายการที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ในอัตราที่เป็นการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ใหม่เพื่อนํามาใช้ในงานนี้ และโดยสภาพ คงทนถาวรสามารถนําไปใช้ในการอบรมอื่นของสํานักงาน กสทช. ได้ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายการนั้น ๆ พร้อมกับการส่งมอบงานตามสัญญาด้วย ทั้งนี้ ให้รวมถึงรายการซึ่งระบุจํานวนจัดทําขึ้นเพื่อใช้ในการดําเนินงาน
และมีจํานวนคงเหลือ เช่น เอกสารประกอบ แผ่นพับ ปากกา กระเป๋าใส่เอกสาร เป็นต้น (ถ้ามี)
๑๑.๕ บรรดาชิ้นงานที่ออกแบบและผลิตในรูปแบบของภาพนิ่ง ภาพวิดีโอ สิ่งพิมพ์เผยแพร่ และ อื่น ๆ ที่กําหนดให้จัดทําตามขอบเขตการดําเนินงาน และต้องส่งมอบให้สํานักงาน กสทช. เมื่อดําเนินงาน เสร็จสิ้นแล้ว ให้ตกเป็นลิขสิทธิ์ของสํานักงาน กสทช. และหากปรากฏข้อเท็จจริงหรือมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับ การนําชิ้นงานของผู้อื่นหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายจากสิทธิเรียกร้องทั้งปวงแทน
สํานักงาน กสทช.
๑๑.๖ สําหรับค่าใช้จ่ายในข้อ ๔.๖.๑, ๔.๖.๒ ค่าที่พัก ข้อ ๔.๖.๓ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และข้อ ๔.๖.๔ ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน เป็นอัตราที่ได้กําหนดได้ตามระเบียบของสํานักงาน กสทช. ที่ได้รวม
ภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วผู้รับจ้างไม่สามารถนํามาคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้อีก
๑๑.๗ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในกรณีเกิดความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินการจัด กิจกรรม อุบัติเหตุ หรืออันตรายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก การดําเนินการอื่นใดเนื่องจากการกระทําของบุคลากรของผู้รับจ้างทั้งหมด
๑๑.๘ ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศพร้อมกับการส่งมอบงาน เพื่อให้
คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบด้วย
Proof
หน้า ๑๑ /๒๕
A
лубы
๑๑.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องจัดทําแผนการดําเนินงานให้บรรลุความสําเร็จตาม ขอบเขตของงานภายในระยะเวลาที่กําหนดตามสัญญา โดยแสดงรายละเอียดแผนการดําเนินการและร้อยละ ของความสําเร็จของงานแต่ละเดือน ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เพื่อกํากับและติดตามความก้าวหน้าในผลการดําเนินงาน ทั้งนี้ แผนการดําเนินงานดังกล่าวสํานักงาน กสทช. ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
สํานักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม รท.)
สํานักงาน กสทช.
Prock
หน้า ๑๒ /๒๕
жуы
ภาคผนวก ต
อัตราค่าใช้จ่ายตามระเบียบที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของงาน (Term of Reference)
ลําาดับ
รายการ
ราคาต่อหน่วย (บาท) ประมาณการใน TOR
તેનું
13
อาหารว่างและเครื่องดื่ม
อาหารกลางวัน
อาหารเย็น
ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน ห้องพักเดี่ยวสําหรับผู้บริหาร (๒) ห้องพักคู่สําหรับผู้บริหารระดับต้น พนักงาน
และเจ้าหน้าที่
ค่าตอบแทน
วิทยากรภายนอก
ค่าเดินทาง
ผู้เข้าร่วมอบรม
Co
Co
เบิกจ่ายตามจริง
หมายเหตุ : เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
หมา :
อ้างอิงระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการพัฒนาบุคลากร พ.ศ. ๒๕๖๐
6,000
๑,๒๐๐
€1,000
@mo
อ้างอิงระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการพัฒนาบุคลากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ - อ้างอิงระเบียบ กสทช. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน พ.ศ. ๒๕๖๒
Proof
หน้า
๑๓/๒๕
La
ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ จัดจ้างดําเนินการโครงการพัฒนาความร่วมมือเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
ในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
ภาคผนวก ๒
ลําดับ รายการ หน่วย ปริมาณ
ราคา
เป็นเงิน
พัสดุใน
พัสดุ
ต่อ
(รวม)
ประเทศ
ต่างประเทศ
หน่วย
(บาท)
รวม
อัตรา
(ร้อย
ละ)
Proak
หน้า ๑๔ /๒๕
ลงซอ..
{
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
}
ん
ระดับคะแนน
เกณฑ์การพิจารณาประเมินข้อเสนอด้านเทคนิค
รายละเอียดการให้คะแนน
ภาคผนวก ๓
Proof
๑. แผนการดําเนินการโครงการ (๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๒๐)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาจากการอธิบายแผนการดําเนินการโครงการฯ ที่แสดงถึงการวางแผนการดําเนินงานแต่ละกระบวนการ ขั้นตอนตามที่ขอบเขตของงานกําหนด เพื่อพิจารณาความเหมาะสม ครบถ้วน สอดคล้องกับระยะเวลาดําเนินงาน ตามขอบเขตของงานมากน้อยเพียงใด
๒๕ คะแนน
๒๘ คะแนน
ซอ คะแนน
** คะแนน
แผนการดําเนินการโครงการในภาพรวม ที่แสดงถึง แผนการดําเนินงานที่ครอบคลุมรายละเอียด การดําเนินการภายใต้โครงการและสอดคล้องตามที่ขอบเขตของงานกําหนด เช่น กระบวนการ วิธีการ แนวคิดหลัก รูปแบบ แนวทางสรุปผล ประเมินการดําเนินการ รวมทั้ง กรอบระยะเวลา การดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
แผนงาน แนวทางการดําเนินการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการฯ ที่แสดงถึง องค์ประกอบและ การดําเนินการด้านปฏิบัติการสร้างเสริมองค์ความรู้ที่สําคัญซึ่งครอบคลุมรายละเอียดการ
ดําเนินการภายใต้โครงการและสอดคล้องตามที่ขอบเขตของงานกําหนด เช่น วิทยากร รูปแบบ การบรรยายให้ความรู้ รูปแบบการดําเนินกิจกรรมกระบวนการ (Workshop) แนวคิดและการตกแต่ง สถานที่จัดกิจกรรม กําหนดการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
แผนงาน แนวทางดําเนินการประสานงานกับประธานและเครือข่ายภาคประชาชนด้านการ
คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมของสํานักงาน กสทช. และประชาชนทั่วไป ที่แสดงถึง องค์ประกอบและการดําเนินการประสานงานกระบวนการและขั้นตอน ซึ่งครอบคลุม รายละเอียดการดําเนินการภายใต้โครงการและสอดคล้องตามที่ขอบเขตของงาน ข้อ ๔.๔ กําหนด ได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
แผนงาน แนวทางการบริหารจัดการและสนับสนุนการดําเนินการโครงการ ที่แสดงถึง “แผนการ จัดการและอํานวยความสะดวกในการจัดการอบรม” เช่น การเลี้ยงรับรอง อาหารเครื่องดื่ม การเดินทาง ที่พัก และที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง “แผนการออกแบบและการสร้างสรรค์สื่อและอุปกรณ์ สนับสนุนการดําเนินงาน” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด รูปแบบกิจกรรม กรอบระยะเวลาการ ดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมรายละเอียดการดําเนินการภายใต้โครงการและ สอดคล้องตามที่ขอบเขตของงาน กําหนด ได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
การให้คะแนนแต่ละหัวข้อย่อยในข้อนี้ จะพิจารณาจากเอกสารข้อเสนอในการกําหนดและจัดทําแผนการดําเนินการ โครงการ รวมทั้งรายละเอียดแผนงาน แนวทางดําเนินการด้านจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ ดําเนินการประสานงานกับประธาน และเครือข่ายภาคประชาชนด้านการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม แผนงาน แนวทางการบริหารจัดการและ
สนับสนุนการดําเนินการโครงการด้านการอํานวยความสะดวกและดําเนินการออกแบบและสร้างสรรค์สื่อ/อุปกรณ์สนับสนุน
การดําเนินงานแต่ละกระบวนการขั้นตอนภายใต้โครงการและสอดคล้องตามที่ขอบเขตของงาน กําหนด ได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับระยะเวลาดําเนินงานตามแผน และระยะเวลาดําเนินงานตามสัญญา หากในหัวข้อย่อยใดอธิบายได้ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม หรือยังไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้อง บางส่วน จะได้คะแนนครึ่งหนึ่งของหัวข้อนั้น และกรณีไม่อธิบายหัวข้อใดก็จะไม่ได้รับคะแนนในหัวข้อย่อยนั้น
หน้า ๑๕/๒๕
Wh
Proof
ระดับคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน
๒. การคัดเลือกบุคลากรในการสนับสนุนการดําเนินการโครงการ
(๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๒๐)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาการคัดเลือกและจัดสรรบุคลากรด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดําเนินการกิจกรรมภายใต้โครงการ เช่น วิทยากรด้านการบรรยายให้ความรู้ วิทยากรกระบวนการ และเจ้าหน้าที่ในการรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ขอบเขตของงานกําหนดได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการดําเนินการโครงการ
๒๕ คะแนน
ร มแนบ
การจัดสรรและกําหนดบุคลากรด้านวิทยากรที่รับผิดชอบในการดําเนินการแต่ละหน้าที่ความ รับผิดชอบสอดคล้องตามกระบวนการดําเนินงานตามที่ขอบเขตของงานกําหนดได้อย่างถูกต้อง
ครบถ้วน และเหมาะสม
การคัดเลือกและกําหนดรายชื่อ “วิทยากรกระบวนการ” คนที่ 6 ในการดําเนินกิจกรรมส่งเสริม ความรู้ความเข้าใจด้านเครือข่ายผู้บริโภค โดยเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้
และประสบการณ์เกี่ยวกับด้านเครือข่ายผู้บริโภคที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึงเป็นผู้ที่มีแนวคิดและความเข้าใจในการทํางานกับชุมชนเป็นอย่างดี เพื่อให้ เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทํา โดยเป็นคนกลางที่ช่วยจัดและดําเนินงานการประชุมอบรม
ให้เกิดการคิดที่เป็นระบบมีอิสระทางความคิดและสามารถสื่อสารทําความเข้าใจกันอย่าง ตรงไปตรงมาด้วยการใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสําคัญ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการและขอบเขตของงานที่กําหนด โดยนําเสนอข้อมูล สําคัญ พร้อมรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดเจน เช่น คุณวุฒิ ประวัติการศึกษา ผลงาน/ ประสบการณ์ที่โดดเด่นและเกี่ยวข้องกับลักษณะงานภายใต้โครงการนี้
โด คะแนน
๒๕ คะแนน
การคัดเลือกและกําาหนดรายชื่อ “วิทยากรกระบวนการ” คนที่ ๒ ในการดําเนินกิจกรรมส่งเสริม ความรู้ความเข้าใจด้านเครือข่ายผู้บริโภค โดยเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้
และประสบการณ์เกี่ยวกับด้านเครือข่ายผู้บริโภคที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึงเป็นผู้ที่มีแนวคิดและความเข้าใจในการทํางานกับชุมชนเป็นอย่างดี เพื่อให้ เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทํา โดยเป็นคนกลางที่ช่วยจัดและดําเนินงานการประชุมอบรม
ให้เกิดการคิดที่เป็นระบบมีอิสระทางความคิดและสามารถสื่อสารทําความเข้าใจกันอย่าง ตรงไปตรงมาด้วยการใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสําคัญ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการและขอบเขตของงานที่กําหนด โดยนําเสนอข้อมูล สําคัญ พร้อมรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดเจน เช่น คุณวุฒิ ประวัติการศึกษา ผลงาน/ ประสบการณ์ที่โดดเด่นและเกี่ยวข้องกับลักษณะงานภายใต้โครงการนี้
การคัดเลือกและกําหนดรายชื่อ “วิทยากรกระบวนการ” คนที่ ๓ ในการดําเนินกิจกรรมส่งเสริม ความรู้ความเข้าใจด้านเครือข่ายผู้บริโภค โดยเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้
และประสบการณ์เกี่ยวกับด้านเครือข่ายผู้บริโภคที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเอกชน รวมถึงเป็นผู้ที่มีแนวคิดและความเข้าใจในการทํางานกับชุมชนเป็นอย่างดี เพื่อให้ เกิดการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทํา โดยเป็นคนกลางที่ช่วยจัดและดําเนินงานการประชุมอบรม
ให้เกิดการคิดที่เป็นระบบมีอิสระทางความคิดและสามารถสื่อสารทําความเข้าใจกันอย่าง ตรงไปตรงมาด้วยการใช้เทคนิคและกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหัวใจสําคัญ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการและขอบเขตของงานที่กําหนด โดยนําเสนอข้อมูล สําคัญ พร้อมรายละเอียดที่ครบถ้วนและชัดเจน เช่น คุณวุฒิ ประวัติการศึกษา ผลงาน/ ประสบการณ์ที่โดดเด่นและเกี่ยวข้องกับลักษณะงานภายใต้โครงการนี้
หน้า ๑๖ /๒๕
น
Wher
ระดับคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน
การให้คะแนนแต่ละหัวข้อย่อยในข้อนี้ จะพิจารณาจากเอกสารข้อเสนอที่อธิบายการการคัดเลือกและจัดสรรบุคลากรด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดําเนินการกิจกรรมภายใต้โครงการ เช่น วิทยากรด้านการบรรยายให้ความรู้ วิทยากรกระบวนการ และเจ้าหน้าที่ ในการรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ขอบเขตของงานกําหนดได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม สอดคล้องและมีความน่าสนใจ หากในหัวข้อย่อยใดอธิบายได้ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม หรือยังไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้อง บางส่วน จะได้คะแนน ครึ่งหนึ่งของหัวข้อนั้น และกรณีไม่อธิบายหัวข้อใด ก็จะไม่ได้รับคะแนนในหัวข้อย่อยนั้น
Proof
หน้า ๑๗ /๒๕
L
муы
Proof
A
ระดับคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน
การบริหารจัดการและดําเนินการจัดการอบรมฯ (๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๑๕)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาถึงการบริหารจัดการและการดําเนินการเกี่ยวกับงานด้านการจัดอบรมฯ โดยพิจารณาถึงแนวคิด รูปแบบ การนําเสนอรายละเอียดที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการและดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการอบรมฯ ตามที่ ขอบเขตของงานกําหนด และเหมาะสมกับการดําเนินการโครงการนี้
๒๕ คะแนน
๒๕ คะแนน
๕ คะแนน
๒ คะแนน
นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการอบรม ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีรายละเอียดครอบคลุม ตามขอบเขตของงานที่กําหนด ในข้อ ๔.๓ อย่างครบถ้วน เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
นําเสนอความพร้อมด้านสถานที่การจัดงาน โดยแสดงให้เห็นถึง ภาพและบรรยากาศ การนําเสนอสถานที่จัดงาน การตกแต่งสถานที่การจัดงาน ที่สอดคล้องกับแนวคิดและรูปแบบ การอบรมที่ได้นําเสนอ รวมทั้งมีรายละเอียดครอบคลุมตามที่ขอบเขตของงานที่กําหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอความพร้อมด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยแสดงให้เห็นถึง ภาพและรายละเอียดเกี่ยวกับ การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ที่สอดคล้องกับขอบเขตของงานที่กําหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอความพร้อมการจัดการด้านการเดินทางและที่พัก โดยแสดงให้เห็นถึงภาพและ รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการด้านการเดินทางและที่พัก ที่สอดคล้องกับขอบเขตของงาน ที่กําหนด อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
การให้คะแนนแต่ละหัวข้อย่อยในข้อนี้ จะพิจารณาจากเอกสารข้อเสนอที่อธิบายการนําเสนอการบริหารจัดการและการ ดําเนินการเกี่ยวกับงานด้านการจัดอบรมฯ ตามขอบเขตของงานที่กําหนด ได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม สอดคล้องและ มีความน่าสนใจ หากในหัวข้อย่อยใดอธิบายได้ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม หรือยังไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้อง บางส่วน จะได้คะแนนครึ่งหนึ่งของหัวข้อนั้น และกรณีไม่อธิบายหัวข้อใด ก็จะไม่ได้รับคะแนนในหัวข้อย่อยนั้น
หน้า ๑๘ /๒๕
lo
When
ระดับคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน
๔. การดําเนินการและการสร้างสรรค์สื่อและอุปกรณ์สนับสนุนการดําเนินงาน (๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๑๕)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาถึงการดําเนินการ ออกแบบ และการสร้างสรรค์สื่อ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสนับสนุนการดําเนินการ เกี่ยวกับงานด้านการจัดอบรมฯ โดยพิจารณาถึงแนวคิด รูปแบบ การนําเสนอรายละเอียดที่แสดงให้เห็นถึงความสร้างสรรค์ น่าสนใจ สอดคล้องตามที่ขอบเขตของงานกําหนด และเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและการดําเนินการภายใต้โครงการนี้
๒๐ คะแนน
๒๐ คะแนน
๒๐ คะแนน
๒๐ คะแนน
๒๐ คะแนน
นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดทํา “ป้ายไวนิล” ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีข้อมูลและ เนื้อหาในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคต่อการใช้บริการโทรคมนาคม
โดยมีรายละเอียดครอบคลุมตามขอบเขตของงานที่กําหนดในข้อ ๔.๖.๑ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอแนวคิด เนื้อหา และรูปแบบการจัดทําชุดนิทรรศการให้ความรู้ประเภท “Roll up” ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีข้อมูลและเนื้อหาในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ ผู้บริโภคต่อการใช้บริการโทรคมนาคม โดยมีรายละเอียดครอบคลุมตามขอบเขตของงาน ที่กําหนด ในข้อ ๔.๒.๒ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดทํา “ใบปลิว” ในรูปแบบการ์ตูนสั้นที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีข้อมูลและเนื้อหาในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภคต่อการใช้บริการ โทรคมนาคม โดยมีรายละเอียดครอบคลุมตามขอบเขตของงานที่กําหนด ในข้อ ๔.๖.๓ อย่าง ถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดทํา จัดทําสื่อวีดิทัศน์ ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ สําหรับใช้เป็น ภาพ/วิดีโอกิจกรรมและบรรยากาศการจัดอบรมแต่ละครั้งและ โดยมีรายละเอียดครอบคลุมตาม ขอบเขตของงานที่กําหนด ในข้อ ๔.๔.๑๐ (๒) อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
นําเสนอแนวคิดและรูปแบบการจัดทํา “ป้าย Backdrop เวที” รูปแบบการจัดทํา “ฉากหลัง” ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยมีรายละเอียดครอบคลุมตามขอบเขตของงานที่กําหนด ในข้อ ๔.๑๐.๔ และข้อ ๔.๑๐.๕ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน และเหมาะสม
การให้คะแนนแต่ละหัวข้อย่อยในข้อนี้ จะพิจารณาจากเอกสารข้อเสนอที่อธิบายการนําเสนอการดําเนินการ ออกแบบ และ การสร้างสรรค์สื่อ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสนับสนุนการดําเนินการเกี่ยวกับงานด้านการจัดอบรมฯ ตามขอบเขตของงานที่กําหนด ได้อย่างครบถ้วน เหมาะสม สอดคล้องและมีความน่าสนใจ หากในหัวข้อย่อยใดอธิบายได้ไม่ครบถ้วน ไม่ชัดเจน ไม่เหมาะสม หรือยังไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้อง บางส่วน จะได้คะแนนครึ่งหนึ่งของหัวข้อนั้น และกรณีไม่อธิบายหัวข้อใด ก็จะไม่ได้รับ คะแนนในหัวข้อย่อยนั้น
Prook
หน้า ๑๙ /๒๕
ระดับคะแนน
รายละเอียดการให้คะแนน
๕. ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ (๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ ๕)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอตามคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ในข้อ ๓.๒ ซึ่งแสดงถึงมีประสบการณ์ในการ
ดําเนินการและผลงานประเภทเดียวกันกับโครงการนี้
๘๐ คะแนน
๐ คะแนน
มีผลงานตรงตามคุณสมบัติที่กําหนด จํานวน ๑ โครงการ
มีผลงานตรงตามคุณสมบัติที่กําหนด จํานวน ๒ โครงการ
๑๐๐ คะแนน มีผลงานตรงตามคุณสมบัติที่กําหนด จํานวน 5 โครงการ
การให้คะแนนข้อนี้ จะพิจารณาจากเอกสารผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอไว้ตามคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่กําหนดเท่านั้น
และให้ตามจํานวนผลงานที่ยื่นเสนอพร้อมกับเอกสารการยื่นข้อเสนอในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งหากผลงานของ
ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ตรงตามที่กําหนดซึ่งถือว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้อง จะไม่มีการพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคทั้งหมด - ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดําเนินการจัดอบรมฯ และอยู่ภายใต้ขอบเขตของงาน
(๑๐๐ คะแนน) (คิดเป็นน้ําหนักร้อยละ 4)
ในหัวข้อนี้จะพิจารณาข้อเสนอที่มีการเสนอเพิ่มเติมเพื่อให้การดําเนินงานตามขอบเขตของงาน (TOR) สําเร็จลุล่วงไปตาม วัตถุประสงค์ โดยพิจารณาเฉพาะที่เหมาะสม ประโยชน์ต่อการดําเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการฯ และสอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ที่กําหนด
0 คะแนน
ความแน่น
๐ ตะแนน
Goo จะแนน
ไม่มีข้อเสนออื่น ๆ เพิ่มเติม
ๆ
มีข้อเสนออื่นๆ เพิ่มเติม สอดคล้องเป็นประโยชน์สอดคล้องวัตถุประสงค์ที่กําหนด ๑ รายการ มีข้อเสนออื่นๆ เพิ่มเติม สอดคล้องเป็นประโยชน์สอดคล้องวัตถุประสงค์ที่กําหนด ๒ รายการ มีข้อเสนออื่นๆ เพิ่มเติม สอดคล้องเป็นประโยชน์สอดคล้องวัตถุประสงค์ที่กําหนด มากกว่า ๒ รายการ
หมายเหตุ : ข้อเสนอด้านเทคนิคที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้องได้รับคะแนนรวมเมื่อถ่วงน้ําหนักแล้วไม่น้อยกว่า
ม
ร้อยละ ๘๐
Proofi
หน้า ๒๐ /๒๕
музы
ภาคผนวก ๔
Proof
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(Data Processing Agreement : DPA) กับสํานักงาน กสทช.
ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (“ข้อตกลง”) นี้ จัดทําขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่ของ สํานักงาน กสทช. และ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา ๔๐ วรรคสามและมาตรา ๓๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ และข้อ 5 ของประกาศคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ และถือ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดจ้างการอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๒๙ ซึ่งสํานักงาน กสทช. มีฐานะเป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” และผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก มีฐานะเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ซึ่งเป็นผู้ดําเนินการ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย “ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลตามคําสั่งหรือในนามของสํานักงาน กสทช. โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ดําเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
ต.
(ระบุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลง
ความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) เช่น เพื่อการทําระบบยืนยันตัวตน เพื่อการทํา Survey เพื่อการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมงานสัมมนา เพื่อการพิมพ์บัตรพนักงาน หรือเพื่อการรับส่ง เอกสาร เป็นต้น)
(ระบุวัตถุประสงค์เพิ่มเติม (ถ้ามี)………..
โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น ประกอบด้วย
(ระบุรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่สํานักงาน กสทช. มอบหมาย เปิดเผยให้
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประมวลผล เช่น ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นของรัฐ หรือรายชื่อผู้เข้าร่วมงานสัมมนา เป็นต้น)
๒.
(ระบุลักษณะความต้องการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เช่น
ประเภทไฟล์เอกสาร/ประเภทไฟล์อิเล็กทรอนิกส์)
๓. ข้อมูลอื่นใดที่อาจมีความจําเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความ ร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
การควบคุมดูแลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่สํานักงาน กสทช. มอบหมายหรือแต่งตั้งให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการ ซึ่งจะต้องดําเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามขอบเขตงาน ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) และดําเนินการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชกฤษฎีกา ระเบียบ และประกาศ ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งต่อไปในข้อตกลงนี้ รวมเรียกว่า “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ทั้งที่มีผลใช้บังคับอยู่นับแต่วันที่มีการทํา ในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม ในภายหลัง โดยผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือก มีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” ต้องดําเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี) ในส่วนของข้อมูลตามที่กําหนดในวัตถุประสงค์ข้างต้น ให้เป็นไปตามข้อตกลงการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล มีรายละเอียดดังนี้
หน้า ๒๑ /๒๕
Proof
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรับทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ธรรมดาซึ่งทําให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยจะดําเนินการตามที่กฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้อง
ตามกฎหมาย
๒. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะกําหนดให้การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงนี้จํากัด เฉพาะบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้เท่านั้น และจะดําเนินการเพื่อให้บุคคลดังกล่าวทําการประมวลผลและรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดไว้
๓. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะควบคุมดูแลให้บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และดําเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ของการดําเนินการตามขอบเขตงานในบันทึก
ข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม ในภายหลัง โดยจะไม่ทําซ้ํา คัดลอก ทําสําเนา บันทึกภาพข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เป็นอันขาด เว้นแต่เป็นไปตามเงื่อนไขของขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี) หรือที่แก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่กําหนดไว้เป็นประการอื่น
๔. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะดําเนินการเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนสํานักงาน กสทช. ในการตอบสนองต่อคําร้องที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อสํานักงาน กสทช. ในการตอบสนองต่อคําร้อง ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลแจ้งต่อสํานักงาน กสทช. อันเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในขอบเขต
งานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคําร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวต่อผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
โดยตรง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องดําเนินการแจ้งและส่งคําร้องดังกล่าวให้แก่สํานักงาน กสทช. ทันที โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่เป็นผู้ตอบสนองต่อคําร้องดังกล่าว เว้นแต่สํานักงาน มอบหมายให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดําเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคําร้องดังกล่าว
กสทช. จะได้
๕. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะจัดทําและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing) ทั้งหมดที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประมวลผลในขอบเขตงาน ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) และจะดําเนินการ ส่งมอบบันทึกรายการดังกล่าวให้แก่สํานักงาน กสทช. ภายใน ๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา หรือเมื่อ
สํานักงาน กสทช. ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร - ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะจัดให้มีและคงไว้ซึ่งมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสําหรับ
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเหมาะสมทั้งมาตรการเชิงองค์กรและเชิงเทคนิค รวมถึงมาตรการ ทางกายภาพที่จําเป็นตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเรื่องมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๕ และตามประกาศสํานักงาน กสทช. เรื่อง นโยบายและ แนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศของสํานักงาน กสทช. รวมถึงที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในอนาคต โดยคํานึงถึงระดับความเสี่ยงตามลักษณะ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วน
บุคคลตามที่กําหนดในขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือก
อย่างใดอย่างหนึ่ง) เป็นสําคัญ เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเสี่ยงอันเกี่ยวเนื่องกับการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล ตลอดจนโอกาสเกิดและผลกระทบจากเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ความเสียหายอันเกิดจาก
หน้า ๒๒/๒๕
การละเมิด อุบัติเหตุ การลบ ทําลาย สูญหาย เปลี่ยนแปลง แก้ไข เข้าถึง ใช้ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นต้น โดยต้องจัดให้มีมาตรการเชิงองค์กร (Organizational measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (technical measures) ที่เหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงมาตรการทาง กายภาพ (physical measures) ที่จําเป็นด้วย โดยคํานึงถึงปัจจัยทางเทคโนโลยี บริบท สภาพแวดล้อม
มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับสําหรับหน่วยงานหรือกิจการในประเภทหรือลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ลักษณะหรือประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ลักษณะ ประเภท หรือสถานะของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพยากรที่ต้องใช้ และความเป็นไปได้ในการดําเนินการประกอบกัน
๗. เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะบัญญัติไว้เป็นประการอื่น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้อง ส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลให้กับสํานักงาน กสทช. หรือดําเนินการลบ ทําลาย ยกเลิกการเข้าถึง หรือทําให้เป็น ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนดโดยทันทีเมื่อการ ดําเนินการประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) เสร็จสิ้นลง โดยผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องควบคุมดูแล
ตรวจสอบ และรับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะไม่อยู่ในความครอบครองของตนเองและของบุคคลที่ได้รับ
มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป - เหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๑ ในกรณีที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบหรือมีเหตุอันควรทราบว่ามีเหตุแห่งการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดขึ้น ภายใน ๒๔ ชั่วโมงนับแต่ทราบหรือมีเหตุอันควรทราบถึงเหตุแห่งการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
(ก) ให้ข้อมูลที่จําเป็นแก่สํานักงาน กสทช. เพื่อให้สํานักงาน กสทช. สามารถปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันภายในระยะเวลาที่กฎหมาย
กําหนด เช่น ลักษณะของเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ประเภทและจํานวนโดยประมาณของข้อมูลส่วน บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแห่งการละเมิด และรายละเอียดของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากเหตุแห่งการละเมิด มาตรการที่ได้ดําเนินการแล้วหรือที่จะเสนอให้ดําเนินการ
และมาตรการที่จะเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
(ข) ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับสํานักงาน กสทช. และดําเนินการใด ๆ ตามที่สํานักงาน กสทช. กําหนดเพื่อช่วยในการดําเนินการตรวจสอบ บรรเทา และเยียวยาความเสียหายอันเกิดจากเหตุแห่งการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
๔.๒ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องไม่เปิดเผยเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคล อื่นใดทราบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช. ก่อน เว้นแต่กรณีที่เป็นการปฏิบัติ
ตามกฎหมาย
๔.๓ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องชดใช้บรรดาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการดําเนินการใด ๆ เพื่อจัดการเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่สํานักงาน กสทช. หากปรากฏว่า ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลหรือบุคคลของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงที่อยู่ในความ รับผิดชอบของตน เป็นผู้ก่อให้เกิดเหตุแห่งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวนั้น
Proof
หน้า ๒๓ /๒๕
музы
๔. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
๔.๑ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรับรองและยืนยันว่าจะไม่ส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการ เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี
ไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช.
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง)
๔.๒ ในกรณีที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช. แล้ว ผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลสามารถส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตงานในบันทึก ข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ไปยังต่างประเทศได้ ทั้งนี้ การส่งหรือโอน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจะต้องกระทําภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือตามคําสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของสํานักงาน กสทช. เท่านั้น
มเติมหรือจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคง
โดย ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องเข้าทําข้อตกลงเพิ่มเติมหรือ ปลอดภัยตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับใช้
๑๐. การให้บริการช่วง
๑๐.๑ ภายใต้หน้าที่และขอบเขตงานที่กําหนดในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่ง จ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถว่าจ้างหรือแต่งตั้ง บุคคลภายนอกเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงเพื่อทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตงาน
ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณีเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ในนามของ สํานักงาน กสทช. ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสํานักงาน กสทช. ก่อน
๑๐.๒ ในกรณีที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้รับอนุญาตให้สามารถว่าจ้างผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลช่วงได้ตามข้อ ๑๐.๑ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่จัดทําข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลช่วงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกําหนดขอบเขตเนื้อหาและหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ช่วงให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อตกลงนี้
ในกรณีที่สํานักงาน กสทช. ร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดําาเนินการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วน บุคคลที่ได้รับจากสํานักงาน กสทช. และจัดทําผลการตรวจสอบ รวมทั้งส่งมอบผลการตรวจสอบให้แก่ สํานักงาน กสทช. ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงไม่ปฏิบัติตามหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่า
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงอาจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรืออาจ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสํานักงาน กสทช. ไม่ว่าในกรณีใด ๆ สํานักงาน กสทช. อาจขอให้ ผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลเปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วงได้ทันที โดยสํานักงาน กสทช. ไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง
๑๑. การตรวจสอบ
๑๑.๑ ในกรณีที่สํานักงาน กสทช. มีการร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคล ต้องดําเนินการส่งมอบข้อมูลที่จําเป็นทั้งหมดให้แก่สํานักงาน กสทช. เพื่อเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตาม
ข้อตกลงนี้
Proof
หน้า ๒๔ /๒๕๕
画
Proof
หนา ๒๕ /๒๕
๑๑.๒ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตกลงอนุญาตให้สํานักงาน กสทช. และบุคคลที่ได้รับ มอบหมายจากสํานักงาน กสทช. เข้าตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ข้อตกลงนี้ โดยสํานักงาน กสทช. จะแจ้งให้ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า ๗ วัน และ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตกลงให้ความร่วมมือ แก่สํานักงาน กสทช. และบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสํานักงาน กสทช. ในการเข้าตรวจสอบดังกล่าวข้างต้น
๑๒. การชดใช้และการเยียวยา
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ให้แก่สํานักงาน กสทช. ในกรณีที่เกิดความเสียหาย การสูญหาย การเรียกร้อง ค่าเสียหาย ความรับผิดทางแพ่ง โทษปรับทางปกครอง หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นต่อบุคคลภายนอก หรือในกรณีที่สํานักงาน กสทช. จะต้องรับผิดอันเนื่องมาจาก การไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือการ
ละเมิดคํารับรองและรับประกันของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างช่วง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลช่วง หรือตัวแทนของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
๑๓. การบอกกล่าว
บรรดาคําบอกกล่าวหรือการติดต่อสื่อสารใด ๆ ตามข้อตกลงนี้ ให้ทําเป็นลายลักษณ์อักษร โดยให้ส่งโดยบุคคล หรือไปรษณีย์ หรือโทรสาร ไปยังสถานที่ของผู้รับตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงนี้ หรือตามที่ ได้รับแจ้งเปลี่ยนแปลงจากผู้รับ (ถ้ามี) คําบอกกล่าวหรือการติดต่อสื่อสารทั้งหลายจะถือว่าผู้รับได้รับแล้ว เมื่อคําบอกกล่าวหรือการติดต่อสื่อสารนั้นไปถึงสถานที่นั้นแล้ว
๑๔. หน้าที่และความรับผิดของ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในการปฏิบัติตามข้อตกลงนี้จะสิ้นสุดลง
นับแต่วันที่การปฏิบัติงานตามขอบเขตงานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ/สัญญาหลัก/ใบสั่งจ้าง (แล้วแต่กรณี เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) เสร็จสิ้น หรือวันที่ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและสํานักงาน กสทช. ได้ตกลงเป็น ลายลักษณ์อักษรให้ยกเลิกการดําเนินการตามขอบเขตงานนี้แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน โดยคู่สัญญาตกลง
จะไม่โอนสิทธิเรียกร้องตามข้อตกลงนี้ให้แก่บุคคลอื่น
Whm.ร่าง
(ร่าง) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคใน กิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ
มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้ บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคา กลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ซึ่งรวม ภาษีมูลค่าเพิ่มเเละ
ค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยเเล้ว
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ใน
วันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.nbtc.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ผู้สนใจสามารถเสนอแนะความคิดเห็นต่อร่างประกาศประกวดราคา ร่างเอกสารประกวดราคา และร่างข้อกำหนดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การจัดจ้างการอบรมเพื่อเสริมสร้าง ความ
เข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙ โดย ทําเป็นหนังสือ
ระบุข้อความแสดงความคิดเห็นและเหตุผลพร้อมแจ้งชื่อและที่อยู่หรือสถานที่ติดต่อของผู้แสดงความคิดเห็นมา
พร้อม
กันนี้…
- ๒ -
กันนี้ โดยจัดส่งมาที่สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ เลขที่ ๘๗ ถนนพหลโยธิน ๘ (สายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ หรือผ่าน ทางอีเมล์ [email protected] ภายในวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๙ ในเวลาทําการ ทั้งนี้ สํานักงาน กสทช. ขอสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาหนังสือที่ส่งมาถึงสํานักงาน กสทช. ล่วงเลยระยะเวลาที่
กําหนดและ/หรือไม่ระบุชื่อ ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ ของผู้แสดงความคิดเห็นโดยชัดเจน
ประกาศ ณ วันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายตรี บุญเจือ)
ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม
ปฏิบัติการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
สำเนาถูกต้อง
ณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา
(นายณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา)
ผู้อำนวยการสำนักการพัสดุและบริหารทรัพย์สิน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙
โดย นายณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา ผู้อำนวยการ
สำนักการพัสดุและบริหารทรัพย์สินร่าง
(ร่าง) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่
การจ้างอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน
และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙
ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ
ลงวันที่ เมษายน ๒๕๖๙
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน กสทช.” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของ
เครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมในยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบ
ท้ายเอกสารประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์
๑.๑
ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบ
ใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์
๑.๓ แบบ
สัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบ
หนังสือค้ำประกัน
หลักประกันสัญญา
๑.๕ บท
นิยาม
(๑)
ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒)
การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น
ธรรม
๑.๖ แบบ
บัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัด
ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(๑)
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒)
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗
แผนการทำงาน
๑.๘
แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
ประเทศ
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็น…
-๒ -
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ
ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน กสทช. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่าง
เป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานและประสบการณ์ประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างใน วงเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐.-บาท (หนึ่งล้านแปดแสนบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวกันที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาหรือสำเนาสัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงาน กสทช. เชื่อถือ
โดยแนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญามาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา
ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับ…
- ๓ -
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงาน
ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า
ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของ การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่น
ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้อง
มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อ
เสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงิน
ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณี… - ๔ -
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดา
ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบ ธุรกิจ
ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียน
ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนัก งานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อ เสนอ นับถึงวันยื่น
ข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
๓. หลักฐาน… - ๕ -
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร
ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงาน
ของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรม พัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการ
ยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้ สามารถยื่น
งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น
ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ
โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่น
ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรอง
บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณี… - ๖ -
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่
ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคาร แห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่าง ประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงาน ใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ
นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง
การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้… - ๗ -
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญา ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒.๑๐
(ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๓.๒)
(๒) เอกสารข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖.๔.๒) ประกอบด้วย
๒.๑ การอธิบายแสดงถึงความเข้าใจในแผนการดำเนินการโครงการฯ ที่ แสดงถึงการวางแผนการดำเนินงานแต่ละกระบวนการ/ขั้นตอนตามที่ขอบเขตของงานกำหนด เพื่อพิจารณา ความเหมาะสม ครบถ้วน สอดคล้องกับระยะเวลาดำเนินงานตามขอบเขตของงานมากน้อยเพียงใด รวมถึง แผนการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนที่สอดคล้องกับระยะเวลาดำเนินโครงการที่เสนอ
๒.๒ ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยสามารถจัดส่ง เอกสารหลักฐานของผลงานตามที่กำหนดขอบเขตของงาน ข้อ ๓.๒ จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ ผลงาน ๒.๓ คุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยจะ ต้องแสดงรายละเอียดคุณวุฒิการศึกษา และประสบการณ์ทำงานของบุคลากรแต่ละตำแหน่ง พร้อมเอกสาร หลักฐานอ้างอิง
โดยครบถ้วน
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะ ต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคา… - ๘ -
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๕.๒ ให้ ถูกต้อง
ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัว หนังสือ
เป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียนและค่าใช้จ่าย อื่นๆ
ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียดตามข้อกำหนด และ ขอบเขตของงาน ฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลง ยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือ
ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อ เสนอ
และการเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็น
การเสนอราคาให้แก่สำนักงาน กสทช. ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ
เป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ
มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ
จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน กสทช. จะพิจารณาลงโทษผู้ยื่น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงาน กสทช.จะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้ มี
การกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน กสทช. ๔.๘ ผู้ยื่น… - ๙ -
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา
ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา
ทั้งนี้แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน กสทช.จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำร่วมกับเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะ การยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตามที่หน่วยงานกำหนดดังนี้
๕.๒.๑ จ้างการอบรมเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายภาคประชาชน และผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมยุคดิจิทัล ปี ๒๕๖๙
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) แผนการดำเนินการโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖ และผนวก ๓ แนบท้ายข้อกำหนดและ ขอบเขต
ของงานฯ)
(๒.๒) การคัดเลือก…
- ๑๐ -
(๒.๒) การคัดเลือกบุคลากรในการ
สนับสนุนการดำเนินการโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่ กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและ ขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖ และผนวก ๓
แนบท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ)
(๒.๓) การบริหารจัดการและดำเนินการจัดการอบรมฯ กำหนด น้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖ และผนวก ๓ แนบท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ)
(๒.๔) การดำเนินการและการสร้างสรรค์สื่อและอุปกรณ์ สนับสนุนการดำเนินงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่กำหนดใน เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของ งานฯ ข้อ ๖ และผนวก ๓ แนบท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ)
(๒.๕) ผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑
ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖ และผนวก ๓ แนบท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของ งานฯ)
(๒.๖) ข้อเสนออื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการ จัดอบรม ฯ และอยู่ภายใต้ขอบเขตของงาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามที่ กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและ ขอบเขตของงานฯ
ข้อ ๖ และผนวก ๓ แนบท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ)
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ และเกณฑ์การให้คะแนน ย่อย
ในแต่ละหัวข้อย่อยของแต่ละเกณฑ์ เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๖ และภาคผนวก ๓ แนบ ท้ายข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ) ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาจะต้องได้คะแนนข้อเสนอ ด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ ๘๐.๐๐ ขึ้นไป
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ
จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงาน กสทช. กำหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงาน… - ๑๑ -
๕.๔ สำนักงาน กสทช. สงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการ ผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน กสทช. มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงาน กส ทช. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงาน กสทช. ทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการ ใด หรืออาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์
ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงาน กสทช.เป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงาน กสทช.จะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน กสทช. จะให้
ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน กสทช. มีสิทธิที่จะไม่รับ ข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือ ค่าเสียหายใดๆ
จากสำนักงาน กสทช.
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน กสทช. อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน กสทช. ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะ ต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนักงาน กสทช. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ๖.๑ เงินสด… - ๑๒ -
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นเช็คหรือ ดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วันทำการ ของทางราชการ ทั้งนี้ กรณีเป็นแคชเชียร์เช็คให้ออกเช็คขีดคร่อมสั่งจ่าย “สำนักงาน กสทช. บัญชี ๓” ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย
ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔
๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้าง ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้รับมอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน กสทช. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่า ใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงาน ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๘) ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และสำนักงาน กสทช. ได้ตรวจรับพัสดุได้รับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน และส่งมอบงาน ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๘) ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา และสำนักงาน กสทช. ได้ตรวจรับพัสดุได้รับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานและส่งมอบงาน ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้อ ๑.๑ ขอบเขตของงาน (ข้อกำหนดและขอบเขตของงานฯ ข้อ ๘) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนาม
ในสัญญา และสำนักงาน กสทช. ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ… - ๑๓ -
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน กสทช. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงิน ของงานจ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่า
จ้าง นับถัดจากวันที่กำหนดจนถึงวันที่ดำเนินงานแล้วเสร็จครบถ้วนถูกต้อง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงาน กสทช. ได้รับอนุมัติเงินค่า จ้าง
จากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อสำนักงาน กสทช. ได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลง จ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามา จากต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับ ขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน
๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่
เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลง
จ้าง
เป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๖ สำนักงาน กสทช. จะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือ เรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง
จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๙.๔ สำนักงาน กสทช. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบ สัญญา
หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๙.๕ ในกรณี… - ๑๔ -
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน กสทช. คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ สำนักงาน กสทช. อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อ เสนอ
จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงาน กสทช. ไม่ได้
(๑) สำนักงาน กสทช. ไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับ จัดสรร
แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน กส ทช. หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน กสทช. สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน กสทช. ไว้ชั่วคราว
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เมษายน ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา
(นายณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา)
ผู้อำนวยการสำนักการพัสดุและบริหารทรัพย์สิน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙
โดย นายณัฐชนน ศิริพงษ์สุรภา ผู้อำนวยการ
สำนักการพัสดุและบริหารทรัพย์สิน