จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างพัฒนาระบบทะเบียนนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก จำนวน 1 ระบบ

สถาบันพระบรมราชชนก 69049119286
฿7,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 21 พ.ค. 2569 นนทบุรี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
จ้างพัฒนาระบบทะเบียนนักศึกษา สถาบันพระบรมราชชนก (Educational Administration System)
๑. ความเป็นมา
สถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ในสังกัดกระทรวง สาธารณสุข มีวิทยาลัยในสังกัด รวมทั้งสิ้น ๔๑ แห่ง และศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา ๓ แห่ง ประกอบด้วยวิทยาลัย พยาบาล จํานวน ๓๐ แห่ง วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จํานวน ๗ แห่ง วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก จํานวน ๑ แห่ง วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี จํานวน ๑ แห่ง โครงการจัดตั้งวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ๒ แห่งและศูนย์แพทย์ศาสตร์ศึกษา โรงพยาบาลราชบุรี โรงพยาบาลสวรรค์ ประชารักษ์ และโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มีหน้าที่ผลิตกําลังคนด้านสุขภาพตอบสนองความต้องการ
กําลังคนของกระทรวงสาธารณสุข ในการดําเนินงานที่ผ่านมาสถาบันพระบรมราชชนก เปิดรับสมัครและคัดเลือก บุคคลเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรต่างๆ ตามนโยบายและพันธกิจหลักคือ ผลิตและพัฒนากําลังคนด้านสุขภาพ เพื่อให้บรรลุ วิสัยทัศน์ในการมุ่งสู่ World Class University for Primary Care และเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการผลิตแพทย์และทีมนวัตกรรมสุขภาพเพื่อเวชศาสตร์ ครอบครัวตอบสนองต่อระบสุขภาพปฐมภูมิทั่วไทย (๙ หมอ) ในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ จํานวน ๙ วิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักวิชาการสาธารณสุข นักฉุกเฉินการแพทย์ แพทย์แผนไทย ในระยะเวลา ๑๐ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๗ โดยในปีการศึกษา ๒๕๖๙ มีการเพิ่มแผนผลิตในหลักสูตร
ทันตแพทย์และเภสัชกร ทําให้ในการรับสมัครนักศึกษา การลงทะเบียนเรียนของนักศึกษาและการสําเร็จการศึกษา จะมีความหลากหลายของหลักสูตร คุณวุฒิการศึกษาและสถานศึกษาที่เพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมาก แต่เนื่องจาก ปัจจุบันสถาบันพระบรมราชชนก ยังไม่มีระบบสารสนเทศด้านบริหารการศึกษาหรือระบบทะเบียนนักศึกษาที่จะ รองรับปริมาณข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลนักศึกษาต่างๆ ถูกจัดเก็บกระจายอยู่ตามวิทยาลัยในสังกัด และไม่มีการเชื่อมโยง ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทําให้สถาบันพระบรมราชชนก มีข้อมูลนักศึกษาที่ไม่ครบถ้วน ถูกต้อง และไม่เป็นปัจจุบัน
สถาบันพระบรมราชชนก โดยกองทะเบียนและประมวลผล สํานักวิชาการ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ งานรับสมัครนักศึกษา งานทะเบียนนักศึกษา งานสําเร็จการศึกษา และงานบริการด้านการศึกษาแก่นักศึกษาทั้งหมด ของสถาบันพระบรมราชชนก จึงได้จัดทําโครงการพัฒนาระบบบริหารการศึกษา สถาบันพระบรมราชชนกขึ้น เพื่อจัดหา ระบบสารสนเทศ สําหรับใช้จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาทั้งหมดตั้งแต่การรับเข้าศึกษาการลงทะเบียนเรียน การจัดการศึกษา การประเมินผลการศึกษาและการสําเร็จการศึกษา รวมถึงการสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูล ของนักศึกษากับระบบทะเบียนของแต่ละวิทยาลัยในสังกัดฯเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลให้เป็นหนึ่งเดียวกันหรือ
ข้อมูลชุดเดียวกันทั้งสถาบันพระบรมราชชนก และสําหรับใช้บริหารจัดการการศึกษาของสถาบันพระบรมราชชนก
ให้มีประสิทธิภาพต่อไป
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อให้มีระบบทะเบียนนักศึกษาของสถาบันพระบรมราชชนก ที่ทํางานในลักษณะของ Web-based application เพื่อนํามาติดตั้งบนเครื่องแม่ข่ายตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
๒.๒ เพื่อให้สถาบันพระบรมราชชนกมีระบบทะเบียนนักศึกษาที่มีความยืดหยุ่น สามารถบริหารจัดการข้อมูล ของนักศึกษาได้ตั้งแต่การรับสมัครเข้าศึกษา การจัดการศึกษา จนถึงการสําเร็จการศึกษาและงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับทะเบียนนักศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๓ เพื่อให้มีข้อมูลนักศึกษาและข้อมูลผู้สําเร็จการศึกษาครอบคลุมความต้องการใช้งานทุกระดับได้อย่าง
ครบถ้วนถูกต้องและเป็นข้อมูลชุดเดียวกันทั้งองค์กร
๒.๔ เพื่อบูรณาการข้อมูลนักศึกษาจากทุกหน่วยงานของสถาบันพระบรมราชชนกให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ช่วยลดความซ้ําซ้อนของข้อมูล
๒.๕ เพื่อให้สถาบันพระบรมราชชนกมีข้อมูลสารสนเทศของนักศึกษาที่มีความถูกต้อง ครบถ้วนสามารถ
นํามาใช้ประโยชน์ต่อการบริหารงานของสถาบันพระบรมราชชนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๒
๓.๒
มีความสามารถตามกฎหมาย ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ
ของกรมบัญชีกลาง
๓.๕
ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗
m.c
ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สถาบันพระบรมราชชนก
ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
บุคคลผู้มีอาชีพรับจ้าง ระกา, อนิกส์ดังกล่าว
๓.๙
ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า”
๓.๑๐
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
E

(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอต้องมีทุนจดทะเบียน
ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ
เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย


แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่
ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่ง ออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาใน ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า
ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
จัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาพร้อมติดตั้งหรือให้เช่าระบบ
สารสนเทศระบบรับสมัครนักศึกษา ระบบทะเบียนนักศึกษา หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยแต่ละสัญญามีวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยแนบสําเนาสัญญา และหนังสือรับรองผลงาน จากหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และต้องเป็นผลงานไม่เกิน ๕ ปี นับจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ โดยผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ
વેન
หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติในฐานะ เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่กรมบัญชีกลางเชื่อถือ
๔. ขอบเขตการดําเนินงานและรายละเอียดคุณลักษณะของระบบทะเบียนนักศึกษา
๔.๑ ขอบเขตของงาน
ผู้เสนอราคาต้องศึกษากระบวนงาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานรวมทั้งมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กับงานทะเบียนนักศึกษาทั้งหมดของสถาบันพระบรมราชชนก เช่น การรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา การลงทะเบียนเรียน การจัดการศึกษา การประเมินผลการศึกษา การสําเร็จการศึกษา เป็นต้น เพื่อวิเคราะห์ ออกแบบการทํางานและพัฒนาระบบทะเบียนนักศึกษาของสถาบันพระบรมราชชนก ได้ถูกต้อง ตรงกับความ
ต้องการใช้งาน
๒. ผู้เสนอราคาต้องพัฒนาระบบทะเบียนนักศึกษาตามขอบเขตการดําเนินงานที่กําหนดไว้ โดยต้องพัฒนาในรูปแบบของ Web Application หรือ Web Service ที่สามารถรองรับการทํางานแบบ Online Self Service ได้ โดยกระบวนการทํางานต่าง ๆ ต้องเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละส่วนงานเข้าด้วยกันแบบ real-time หรือ near real-time ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทํางานในบางขั้นตอน เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ในการให้บริการทั้งกับนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่
กันอย่างชัดเจน
๓. ผู้เสนอราคาต้องออกแบบระบบให้มีส่วนการทํางานแบบ Frontend และ Backend ออกจาก
๔. ผู้เสนอราคาต้องจัดให้มีส่วนบริหารจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงหรือเข้าใช้งานระบบทั้งในส่วน Frontend และ Backend ในการให้เจ้าหน้าที่หรือผู้รับผิดชอบของสถาบันพระบรมราชชนกกําหนดสิทธิ์การเข้าใช้ งานในแต่ละระดับได้
๕. ผู้เสนอราคาต้องเชื่อมโยงข้อมูลนักศึกษาจากระบบงานเดิมของวิทยาลัยและคณะ เข้าสู่ระบบ
ทะเบียนนักศึกษาที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นฐานข้อมูลนักศึกษาชุดเดียวกัน
5. ผู้เสนอราคาต้องดําเนินการเชื่อมโยงและส่งออกข้อมูลโดยใช้ API service หรือแลกเปลี่ยน ข้อมูลด้วยวิธีอื่นๆตามความเหมาะสมกับระบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกสถาบันพระบรมราชชนก เช่น ระบบงานทรัพยากรบุคคล ระบบชําระเงิน (E-Payment) ระบบ ThaiD ของกรมการปกครอง และ Unicon ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นต้น
๗. ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําแผนการดําเนินงานโครงการ พร้อมรายละเอียดการดําเนินการ (Project Plan) ให้สถาบันพระบรมราชชนกพิจารณา และใช้ในการติดตามผลการดําเนินงานโครงการ ซึ่งระหว่าง การดําเนินงานสามารถปรับปรุงรายละเอียดของแผนงาน เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับการทํางานในแต่ละ ช่วงเวลาได้ โดยต้องได้รับการพิจารณาจากคณะทํางานก่อนทุกครั้ง หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนรายละเอียดของ
การดําเนินการหรือแผนงานในการส่งมอบงาน
4. ผู้เสนอราคาจะต้องนําเสนอการออกแบบสถาปัตยกรรมของระบบงาน (System
Architecture) ให้ทางคณะทํางานของสถาบันพระบรมราชชนก ได้รับทราบถึงรูปแบบและแนวทางในการพัฒนา
ระบบรวมถึงการติดตั้งการใช้ระบบงาน
๔. ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการประชุมร่วมกันกับผู้ใช้งานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อจัดอบรม และอธิบายวิธีการทํางานของระบบทะเบียนนักศึกษา ตามแผนงานที่นําเสนอกับคณะทํางาน ก่อนนําส่งเข้ารอบ การทดสอบกับทางผู้ใช้งาน User Acceptance Test (UAT)
e
๑๐. ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการประชุมร่วมกันกับผู้ใช้งานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อทําการ ทดสอบการใช้งานร่วมกับทางผู้ใช้งาน User Acceptance Test (UAT) โดยต้องนําส่งผลการทดสอบของแต่ละ ส่วนงานที่ต้องการนําส่งในแต่ละรอบ ให้กับทางคณะทํางานของสถาบันพระบรมราชชนกได้ทําการตรวจสอบผล
(Test Result)
๑๑. ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการประชุมร่วมกันกับคณะทํางานของสถาบันพระบรมราชชนก ในการตรวจสอบผลการทดสอบระบบงาน (Test Result) ซึ่งหากผู้ใช้งานดําเนินการทดสอบ (UAT) และผลการ ทดสอบยังพบข้อบกพร่อง ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการแก้ไขและทดสอบร่วมกับสถาบันพระบรมราชชนกจนกว่า
ผลการทดสอบจะถูกต้องและครบถ้วน
๑๒. ผู้เสนอราคาจะต้องดําเนินการจัดการประชุมร่วมกับคณะทํางานของสถาบันพระบรมราชชนก อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อนําเสนอรายงานความก้าวหน้าผลการดําเนินงานให้กับคณะทํางานของสถาบัน พระบรมราชชนกพิจารณา
หรือการประชุมอาจมีการนัดหมายเพิ่มเติมตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด หากเป็นการพิจารณาแผนการดําเนินการแบบเร่งด่วนได้ทั้งในรูปแบบ onsite และ online
๑๓. ในการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการร่วมกับทางคณะทํางานของสถาบันพระ บรมราชชนก ผู้เสนอราคาจะต้องจัดทําบันทึกการประชุมส่งให้สถาบันพระบรมราชชนกพิจารณาหลังจากวัน ประชุมไม่เกิน ๗ วัน
๑๔.. ผู้เสนอราคาต้องโอนย้ายข้อมูลจากระบบสารสนเทศเดิมของแต่ละวิทยาลัย คณะ และสถาบัน พระบรมราชชนก (Migrate Data) (ทั้งนี้เป็นไปตามฐานข้อมูลของแต่ละวิทยาลัย คณะ และสถาบันพระบรมราชชนก) ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ไปยังระบบทะเบียนนักศึกษาที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ผู้เสนอราคาจะต้องนําเสนอขั้นตอนและ แผนการปฏิบัติงาน ให้ทางคณะทํางานของสถาบันพระบรมราชชนกพิจารณาก่อนดําเนินงาน เพื่อตรวจสอบ รายละเอียดของข้อมูล ขั้นตอนการทํางาน และแผนการดําเนินการ
๑๕. ผู้เสนอราคาจะต้องจัดประชุมหรือจัดฝึกอบรมการใช้งานระบบ และจัดทําเอกสาร ประกอบการฝึกอบรมในรูปแบบไฟล์ (Soft Copy) ให้กับผู้เข้าอบรม และแบบ Hard Copy สําหรับเจ้าหน้าที่ กองทะเบียนและประมวลผล อย่างน้อย ๒ ชุด โดยต้องนําเสนอกําหนดการฝึกอบรม และหัวข้อการอบรม ให้สถาบันพระบรมราชชนกพิจารณาก่อนดําเนินการ โดยสามารถทําการฝึกอบรมผ่านทางออนไลน์ได้ โดยแบ่งตาม กลุ่มผู้ใช้งานระบบในแต่ละระบบ เช่น กลุ่มนักศึกษา กลุ่มอาจารย์ กลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงาน เป็นต้น
๑๖. ผู้เสนอราคาต้องจัดทําคู่มือการใช้งานระบบ โดยแบ่งตามกลุ่มผู้ใช้งานระบบ เช่น
๑) คู่มือสําหรับผู้สมัคร (Front-end)
๒) คู่มือสําหรับนักศึกษา
๓) คู่มือสําหรับอาจารย์/เจ้าหน้าที่วิทยาลัยและคณะ
๔) คู่มือสําหรับเจ้าหน้าที่กองทะเบียนและประมวลผล ซึ่งคู่มือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่ง ของระบบทะเบียนนักศึกษา (เมนูคู่มือการใช้ระบบฯ) ที่ผู้ใช้งานสามารถเรียกดู ค้นหา และดาวน์โหลด (Download) ออกมาเป็นไฟล์ดิจิทัลในรูปแบบ PDF ทั้งนี้ ผู้ใช้งานระบบจะเห็นเฉพาะคู่มือตามสิทธิ์ที่ใช้งานเท่านั้น
๕) คู่มือสําหรับผู้ดูแลระบบ (Back-end) เช่น พจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary) โครงสร้างข้อมูล (Data Structure) โครงสร้างโปรแกรม (Code Structure) เป็นอย่างน้อย

๑๗. ผู้เสนอราคาต้องจัดให้มีการสํารองข้อมูลระบบ (Backup) หรือ Cloud Backup ทั้งฐานข้อมูลและไฟล์ Image ของระบบจัดเก็บในแหล่งสํารองข้อมูลตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด โดย โปรแกรมสํารองข้อมูลจะต้องสามารถกําหนดเวลาและค่าต่าง ๆ ชนกกําหนดได้ เพื่อให้สามารถนํากลับมาใช้งานได้ในยามฉุกเฉิน
ที่ต้องการสํารองข้อมูลตามที่สถาบันพระบรมราช
๑๘. ผู้เสนอราคาต้องจัดหาและติดตั้งซอฟท์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบทะเบียนนักศึกษาที่พัฒนาขึ้น ทั้งหมด ทั้งระบบคลาวน์ (Cloud computing) ซอฟท์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องส่งมอบลิขสิทธิ์ ทั้งหมดให้แก่สถาบันพระบรมราชชนกเพื่อให้เป็นผู้มีสิทธิ์ใช้งานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและสามารถใช้งานได้
อย่างมีประสิทธิภาพ
๑๙. ผู้เสนอราคาต้องไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับใดๆ หรือข้อมูลอื่นใดทั้งหมดหรือบางส่วน ที่ได้รับหรือรับรู้มาจากผู้ว่าจ้างให้ผู้อื่นทราบโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ว่าจ้าง กรณีมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อ
สถาบันพระบรมราชชนก ผู้เสนอราคาต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
๒๐. ผู้เสนอราคาต้องมีบุคลากรสนับสนุนการใช้งานระบบทะเบียนนักศึกษา (Go Live Support) ตลอดระยะ ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้ดําเนินการติดตั้งและส่งมอบระบบทะเบียนนักศึกษาทั้งหมดตามสัญญาจ้าง ในกรณีเกิดเหตุจําเป็นสถาบันพระบรมราชชนกสามารถร้องขอผู้เชี่ยวชาญมาให้การช่วยเหลือการทํางานของระบบ
ณ สถานที่ที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้ โดยผู้เสนอราคาต้องจัดส่งบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มาอย่างน้อย ๑ คน
๔.๒ คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ที่นําเสนอ
ต้องสามารถทํางานได้ในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นบน On-Premise หรือ On-Cloud ทั้ง Public Cloud, Private Cloud, หรือ Hybrid Cloud และต้องสามารถรองรับการเปลี่ยนหรือย้าย Infrastructure Platform ตามนโยบายของทางสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อให้ทางสถาบันพระบรมราชชนก
สามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม
๒. ต้องมีการออกแบบตามรูปแบบของ Software Architecture และแนวทางในการออกแบบ Applications และ Services ในรูปแบบของ Microservices เป็นการแยก Function การทํางานที่จําเป็น ออกเป็นส่วนย่อยเล็ก ๆ และเป็น Services ที่สามารถ Deploy ได้อย่างอิสระ สามารถเข้าถึง Function หรือ
Services ได้สะดวกและง่ายต่อการใช้งาน
ต้องออกแบบสถาปัตยกรรมและจัดหาที่สามารถรองรับการประมวลผลในรูปแบบคลาวด์ (Cloud computing model) มีความยืดหยุ่นตาม Workload ของงาน และรองรับการสเกล (Scalability/Auto Scale) ตามปริมาณความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละ Services ตามปฏิทินการรับสมัครและปฏิทินการศึกษาที่
สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด เพื่อให้ทางสถาบันพระบรมราชชนกสามารถใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔. ต้องสามารถให้บริการหรือใช้งานบน Web Application ในรูปแบบ Web Responsive ที่รองรับ การใช้งานบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย เช่น คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป (Desktop PC) คอมพิวเตอร์พกพา (Notebook) และอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile, Tablet)
๕. ระบบบริหารการศึกษาต้องรองรับการเข้าใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ที่หลากหลายได้ เช่น Microsoft Edge, Google Chrome, Firefox a Safari
5. ต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบงานย่อยหรือโมดูลงาน (Data Integration) ผ่านทาง Application Programming Interface (API) รวมถึงการ Provide API มาตรฐาน เพื่อให้ระบบปลายทางที่ ต้องการใช้งานข้อมูลทางด้านการศึกษามาขอใช้งานได้
2
๗. ต้องรองรับการแสดงผลแบบ Responsive Web Design ได้ทั้งในส่วนงานบริการของกลุ่ม นักเรียน กลุ่มอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานทะเบียนนักศึกษา
4. ระบบต้องสามารถป้องกันและตรวจสอบรูปแบบการบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้อง (Data Entry Validation) เช่น รูปแบบ Email เลขบัตรประจําตัวประชาชน วันเดือนปี และตัวเลข เป็นต้น
๔. ระบบต้องแสดงผลข้อความที่ผิดพลาด (Error Message) และมีคําอธิบายถึงสาเหตุความ ผิดพลาดและแนวทางการแก้ไขได้
๑๐. ระบบต้องมีส่วนแสดงผลเพื่อระบุความจําเป็นในการกรอก/บันทึกข้อมูล (Require Field) ในแต่ละช่องข้อมูลที่จําเป็นได้
๑๑. ระบบจะต้องมีการยืนยันจากผู้ใช้งานก่อนจะดําเนินการบันทึก ลบ และแก้ไขข้อมูลตามความ เหมาะสมในการใช้งานแต่ละส่วนของระบบ
๑๒. ต้องสามารถรองรับการแสดงผลแบบสองภาษา คือภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เฉพาะในส่วน งานบริการที่ติดต่อกับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มได้ตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
jpg และ png
๑๓. ระบบต้องรองรับการบันทึกไฟล์แนบได้หลากหลายรูปแบบ เช่น docx, xlxsk, pptx, pdf, เป็นต้น
๑๔. ระบบรองรับการควบคุมระยะเวลาการใช้งานระบบ โดยหากหยุดการใช้งานเกินระยะเวลาที่ กําหนดจะถือว่าสิ้นสุดการทํางาน ผู้ใช้ต้อง Login เพื่อกลับเข้าใช้งานใหม่
๑๕. เอกสารหรือรายงานต่างๆ ที่พิมพ์ออกจากระบบต้องใช้ Font และรูปแบบฟอร์มตามที่
สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
๑๖. ระบบสามารถส่งออกข้อมูลและรายงานต่างๆในรูปแบบไฟล์ Excel CSV และ PDF ได้ ๑๗. ระบบต้องมีส่วนของการกําหนดสิทธิ์การใช้งานและสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มผู้ใช้งาน แต่ละระดับตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้ เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา กลุ่มผู้ปฏิบัติ (อาจารย์ เจ้าหน้าที่) และกลุ่มผู้บริหาร เป็นต้น
๑๘. ระบบต้องตรวจสอบตัวตนผู้เข้าใช้งาน (Authentication) และสิทธิ์การเข้าใช้งาน (Authorization) อย่างปลอดภัย โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
(๑) รองรับการตรวจสอบตัวตน โดยใช้รหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน (User/Password) (๒) ระบบต้องจัดเก็บประวัติ (AuditLog) เช่น การเข้าใช้งานระบบหรือกิจกรรรม
ที่เกิดขึ้น และกิจกรรมสําคัญที่ผู้ใช้งานกระทําในระบบได้
(๓) รองรับการตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งานระบบในแบบ Web Service รองรับการ เรียกใช้งานผ่านช่องทางความปลอดภัย http หรือ https โดยใช้ SSL Certificate
๑๙. ระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบชําระเงินของสถาบันพระบรมราชชนก (e-Payment) ๒๐. ระบบต้องรองรับการเชื่อมโยงกับระบบภายนอกได้ (API Service) เช่น ThaiD ของกรมการปกครอง ระบบ MyTCAS ของ ทปอ. และ การส่งข้อมูลไปยัง Unicon ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ได้ เป็นอย่างน้อย
๒๑. ระบบต้องสามารถทําการสํารองข้อมูลหรือมีซอฟต์แวร์สําหรับสํารองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลได้
โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
๒๒. ระบบต้องสามารถกําหนดมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์ในการสํารองข้อมูลดังต่อไปนี้ ได้เป็นอย่างน้อย ประกอบด้วย ข้อมูลที่ต้องสํารอง ความถี่ในการสํารอง ตําแหน่งในการจัดเก็บ ระยะเวลาการเก็บ รักษา การกู้คืน และการกําหนดผู้รับผิดชอบ
สํารองได้
๒๓. ระบบสามารถทําการสํารองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลจากเครื่องแม่ข่ายเสมือนเครื่องแม่ข่าย
๒๔. ระบบสามารถทําการ Update software หรือ Firmware ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับระบบได้
โดยไม่ต้องหยุดระบบได้
๔.๓ คุณสมบัติเฉพาะของซอฟต์แวร์ระบบทะเบียนนักศึกษา
ระบบงานที่นําเสนอในโครงการนี้ จะต้องมีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่สามารถรองรับการ ประมวลผลในรูปแบบคลาวด์ (Cloud Native Application) โดย Software ที่ถูกออกแบบมาจะต้องมีความ ยืดหยุ่น เพื่อให้ทํางานเข้ากับการประมวลผลบนคลาวด์ที่สามารถปรับขนาด (Scalable) ได้ ตามปริมาณความ ต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกิจกรรมและปฏิทินการศึกษาของสถาบันพระบรมราชชนกได้ โดยต้องมีระบบงานต่าง ๆ
ดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
๔.๔ ระบบรับสมัครนักศึกษา
สามารถรองรับการใช้งานของผู้สมัคร ที่มีความต้องการสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรระดับต่ํากว่า ปริญญาตรี ปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก กับทางสถาบันพระบรมราชชนก โดยรองรับการสมัครทั้ง นักศึกษาสัญชาติไทย นักศึกษาต่างชาติ โดยผู้สมัครสามารถสมัครเรียนผ่านทางออนไลน์ได้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับสมัคร จะต้องสามารถตรวจสอบใบสมัคร สถานะการสมัคร สถานะการชําระเงิน และปรับปรุงใบสมัครได้ทางออนไลน์
๔.๔.๑ คุณสมบัติทั่วไปของระบบรับสมัครนักศึกษา
(๑) สามารถรองรับกระบวนการรับสมัครนักศึกษาใหม่ผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้งในส่วนของ ผู้สมัคร และเจ้าหน้าที่งานทะเบียน/เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ตั้งแต่กระบวนการรับสมัคร/สมัครสอบ (ถ้ามี) ตรวจสอบ สถานะใบสมัคร ปรับปรุงใบสมัคร ไปจนถึงกระบวนการประกาศผลการคัดเลือกของสถาบันพระบรมราชชนกได้
(๒) สามารถรองรับการประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการรับสมัครได้ โดยมีภาพประกอบของ หลักสูตรที่เปิดรับสมัคร ที่แสดงบนหน้าเว็บไซต์การรับสมัครได้ เช่น หลักสูตรที่เปิดรับสมัคร กําหนดการรับสมัคร ประกาศการรับสมัคร ค่าธรรมเนียมการรับสมัคร และข้อมูลสําหรับติดต่อกับคณะหรือวิทยาลัยที่ผู้สมัครสนใจได้ รวมถึงประกาศและข่าวสารการรับสมัครในแต่ละรอบการรับสมัคร ตามรูปแบบที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดไว้ได้ (๓) ต้องมีส่วนของการแสดงการให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Consent Form) เพื่อให้รองรับกับ PDPA หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งจําเป็นที่จะต้องได้รับความยินยอม จากผู้สมัครตามนโยบายความเป็นส่วนตัวในการเปิดเผยข้อมูล
ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขที่บัตรประชาชน อีเมล เบอร์โทรศัพท์ รูปภาพของผู้สมัคร
• ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน เช่น เพศ เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น (๔) สามารถเชื่อมโยงกับงานบริการ ThaiD ของกรมการปกครอง ในการยืนยันตัวบุคคลได้ และ รองรับผู้สมัครที่ไม่ใช่สัญชาติไทย โดยต้องระบุข้อมูล สัญชาติ กรณี “ไม่มีสัญชาติ/ไม่ระบุสัญชาติ” ได้
(๕) สามารถรองรับการแสดงผลได้ อย่างน้อย ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (๖) สามารถกําหนดรอบการรับสมัคร คุณสมบัติและเกณฑ์การคัดเลือกผู้สมัครในแต่ละรอบ การรับสมัคร แยกตามคณะ โครงการ หลักสูตร และสาขาวิชา ในแต่ละรอบการรับสมัครได้
(๗) สามารถรองรับการเปิดรับสมัครได้มากกว่า 6 รอบ ต่อปีการศึกษานั้น ๆ (๔) สามารถให้ผู้สมัครเลือกประเภทการสมัคร คณะ โครงการ หลักสูตรและสาขาวิชา ที่ เปิดรับสมัครได้ โดยสามารถรองรับการสมัครได้มากกว่า ๑ หลักสูตรต่อรอบการรับสมัครนั้น ๆ ตามประกาศรับ สมัครที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดในแต่ละรอบการรับสมัคร
(๔) สามารถออกเลขที่ใบสมัครได้โดยอัตโนมัติ และรองรับการดาวน์โหลดเอกสารใบสมัคร
โดยผู้สมัครได้ทางออนไลน์
(๑๐) สามารถกําหนดประเภทของเอกสารแนบ และนามสกุลของเอกสารแนบ เช่น jpg, png และ pdf เป็นต้น โดยสามารถกําหนดได้ว่าเอกสารนั้นต้องแนบ (* Required Field) หรือไม่แนบเอกสาร นั้นได้ (Optional) ตามเงื่อนไขของหลักสูตรและโครงการที่เปิดรับสมัคร โดยผู้สมัครสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติม เอกสารแนบใหม่ได้ จนกว่าใบสมัครนั้นจะผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษา
(๑๑) สามารถรองรับการชําระเงินค่าสมัคร ได้ทั้งแบบออฟไลน์ (Bill Payment) และแบบ ออนไลน์ผ่านช่องทาง Payment ของทางธนาคารได้ (QR Code และ Internet banking)
(๑๒) สามารถยกเลิกการสมัคร (ก่อนการชําระเงินเท่านั้น) โดยผู้สมัครได้
(๑๓) สามารถตรวจสอบสถานะใบสมัคร และสถานะการชําระเงินได้ ทั้งส่วนของผู้สมัคร
และส่วนของเจ้าหน้าที่รับสมัคร
(๑๔) สามารถตรวจสอบผลการคัดเลือกและประกาศผลการคัดเลือก โดยผู้สมัครสามารถดู ผ่านทางระบบรับสมัครออนไลน์ได้ และสามารถแจ้งผลการคัดเลือกไปยังผู้สมัคร ตามวันประกาศผลการคัดเลือกได้ ผ่านทางอีเมลของผู้สมัคร ที่ระบุไว้ฟอร์มบันทึกการรับสมัครได้

(๑๕) สามารถแนบเอกสารประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการรับสมัครโดยเจ้าหน้าที่ได้ เช่น ประกาศรับสมัคร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก และประกาศรายชื่อ นักศึกษาใหม่ เป็นต้น เพื่อนําประกาศไปแสดงที่หน้าเว็บไซต์ระบบรับสมัครได้
(๑๖) สามารถตรวจสอบและป้องกันการสมัครซ้ําในหลักสูตรและระดับการศึกษาเดียวกันแต่
ข้ามโครงการได้ โดยรองรับการสมัครซ้ําในหลักสูตรและระดับการศึกษาที่ต่ํากว่าได้ เช่น สมัครระดับปริญญาตรี และต่ํากว่าปริญญาตรี ในรอบการรับสมัครเดียวกัน เป็นต้น
โดยผู้สมัคร
(๑๗) สามารถแสดงสถานการณ์สมัครว่าอยู่ในขั้นตอนใดหรือติดตามสถานะสมัครได้
(๑๘) ระบบสามารถ เปิด-ปิด การรับสมัครตามประกาศการรับสมัครในแต่ละรอบการ รับสมัคร ตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้
(๑๙) มีระบบค้นหาข้อมูลด้วยคําค้นหา ดังนี้เป็นอย่างน้อย เช่น เลขที่ใบสมัคร เลขประจําตัว
ประชาชน ชื่อ นามสกุลของผู้สมัคร เป็นต้น
๔.๔.๒ การลงทะเบียนเข้าใช้งานระบบของผู้สมัคร
(๑) มีส่วนของการลงทะเบียนเพื่อสร้างบัญชีผู้ใช้งานระบบ โดยการกรอกชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) Email และจัดให้มีส่วนของการยืนยันตัวตนผ่าน THAID หรือ E-mail ได้เป็นอย่างน้อย
(๒) ระบบต้องออกแบบให้สามารถบริหารจัดการหรือแก้ไขปัญหาการยืนยันตัวตนผ่าน THAID หรือ Email ของผู้สมัครจํานวนมากในแต่ละรอบได้โดยสะดวกและรวดเร็ว เช่น การหน่วงเวลาส่ง E-mail หรือการ จัดทําระบบการเข้าคิว (Queueing) เพื่อแจ้งผู้ลงทะเบียนทราบ เป็นต้น
(๓) รองรับการแก้ไขรหัสผ่านกรณีลืมรหัสผ่านโดยผู้ใช้สามารถดําเนินการด้วยตนเองหรือผ่าน ผู้ดูแลระบบรับสมัครได้ กรณีผู้สมัครลืมรหัสผ่าน ผู้สมัครสามารถกําหนดรหัสผ่านใหม่ได้ (Reset password) โดย ทําผ่านระบบรับสมัครฯ และยืนยันการกําหนดรหัสผ่านใหม่ทาง E-mail ของผู้สมัครที่ได้กรอกไว้ในขั้นตอนการ ลงทะเบียน
(๔) รองรับการใช้ User ID และรหัสผ่านเดิมได้ทุกรอบการรับสมัคร รวมถึงการเรียกข้อมูลใช้ ข้อมูลพื้นฐานขึ้นมาแสดงผลให้แก่ผู้สมัครได้โดยอัตโนมัติ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ เป็นต้น
๔.๔.๓ การกําหนดข้อมูลโครงสร้างสถาบันพระบรมราชชนก
.
(๑) สามารถเพิ่มและปรับปรุงข้อมูลสถาบันพระบรมราชชนกได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ของสถาบัน พระบรมราชชนก คณะ วิทยาลัย (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ) และตราสัญลักษณ์ (ถ้ามี) เป็นต้น
(๒) สามารถเพิ่มและปรับปรุงข้อมูลการรับสมัครในแต่ละรอบการรับสมัครได้ เช่น แผนผลิต โครงการ หลักสูตร สาขาวิชา จํานวนโควตาที่เปิดรับตามหลักสูตรและพื้นที่ที่เปิดรับสมัคร เกณฑ์การรับสมัครและ
เกณฑ์การคัดเลือกตามประกาศรับสมัครของสถาบันพระบรมราชชนกในแต่ละรอบได้ เป็นต้น
(๓) สามารถเพิ่มและปรับปรุงข้อมูลค่าธรรมเนียมการสมัคร ค่าธรรมเนียมการศึกษาและ ค่าธรรมเนียมอื่นในแต่ละรอบการรับสมัครได้
(๔) ระบบต้องมีช่องทางหรือเมนูให้ผู้รับผิดชอบเพิ่มเติมหรืออัพโหลดเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ ของสถาบันพระบรมราชชนก เข้าไปในระบบรับสมัครฯ ได้
๔.๔.๔ การกําหนดปฏิทินการรับสมัคร
(๑) สามารถกําหนดปฏิทินการรับสมัครและกิจกรรมการรับสมัครได้ ในแต่ะละรอบการรับสมัคร โดยรองรับการกําหนดช่วงเวลาที่แตกต่างกันของแต่ละรอบการรับสมัครตามที่สถาบันพระบรมราชชนกและคณะ กําหนด หรือรอบเดียวกันแต่ต่างกันที่ระดับการศึกษา คณะ หลักสูตรและโครงการที่เปิดรับสมัครได้
(๒) สามารถคัดลอกข้อมูลปฏิทินการรับสมัครได้เพื่อนํามาปรับแก้ไขหรือเพิ่มเติมนํากลับไปใช้ ตามรอบการรับสมัคร คณะ สาขาวิชา หลักสูตรและโครงการอื่นได้
๔.๔.๕ การรับสมัคร (โดยผู้สมัคร)
(๑) ผู้สมัครสามารถบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น คํานําหน้าชื่อ (ภาษาไทย-อังกฤษ), ชื่อ (ภาษาไทย-อังกฤษ), นามสกุล (ภาษาไทย-อังกฤษ), ชื่อ - นามสกุลเดิม, วัน เดือน ปีเกิด, เพศ, สัญชาติ, ส่วนสูง, เลขบัตรประชาชน และข้อมูลผลการศึกษา เป็นต้น
(๒) ผู้สมัครสามารถแนบเอกสารต่างๆประกอบการสมัคร ตามหัวข้อหลักฐานและรูปแบบไฟล์ jpeg, png และ pdf โดยสามารถแนบไฟล์เอกสารได้มากกว่าหนึ่งไฟล์ในคราวเดียวกัน โดยแต่ละไฟล์จะต้องมี ขนาดไม่เกิน ๘ MB
(๓) สามารถตรวจสอบโครงการ หลักสูตรที่สมัคร ลําดับที่เลือก ได้ด้วยตัวผู้สมัครเองผ่านทาง ระบบรับสมัครออนไลน์ โดยสามารถแสดงผลตัวอย่างใบสมัครตามข้อมูลที่ผู้สมัครบันทึกข้อมูลก่อนการยืนยัน ใบสมัครได้
(๔) สามารถให้ผู้สมัครแก้ไข ยกเลิก หรือยืนยันข้อมูลการสมัครได้ และมีระบบแจ้งเตือน (Pop up) ข้อมูลดังกล่าว ก่อนทําการยกเลิกหรือแก้ไขใบสมัครที่มีการยืนยันแล้ว
๑๒
(๕) สามารถกรอง และ/หรือประมวลผลคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร ตามเงื่อนไขการรับ สมัครของแต่ละรอบการสมัคร โครงการ และหลักสูตร โดยมีหน้าจอการแจ้งเตือนในรูปแบบ Pop up
ถึงสิทธิ์การ สมัครตามคุณสมบัติที่กําหนด เช่น ผู้สมัครจะต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) รวม ๕ ภาคเรียน ไม่น้อยกว่า
หรือผู้สมัครต้องมีส่วนสูงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร เป็นต้น
m.00
(๖) ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดเอกสาร ซึ่งเป็นแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร เช่น แบบฟอร์มการตรวจร่างกาย หนังสือรับรองหน่วยกิต เอกสารใบแจ้งหนี้ เป็นต้น ผ่านระบบรับสมัครฯ ได้
(๗) ผู้สมัครสามารถปรับปรุงข้อมูลใบสมัคร และตรวจสอบสถานะของใบสมัครได้ เช่น การ ชําระเงิน ตรวจสอบข้อมูลคณะ สาขา/หลักสูตรที่เลือก พิมพ์ใบสมัครของผู้สมัครที่ชําระเงินค่าสมัครแล้ว และ ตรวจสอบสถานะผลการคัดเลือกได้ด้วยตัวเองผ่านทางระบบรับสมัครออนไลน์

(๘) ระบบรองรับการแก้ไขข้อมูลใบสมัคร (ในกรณีที่ชําระเงินแล้ว) จะสามารถแก้ไขและ ปรับปรุงข้อมูลใบสมัครได้ เฉพาะข้อมูลประวัติส่วนตัว (เฉพาะฟิลด์ที่อนุญาตให้แก้ไขได้ เช่น ที่อยู่ ประวัติการศึกษา และเอกสารแนบเป็นต้น) แต่ไม่สามารถแก้ไขข้อมูล คณะ หลักสูตร ที่มีผลการประมวลผลคัดเลือกนักศึกษา
(๙) ผู้สมัครสามารถยกเลิกใบสมัครได้ (เฉพาะกรณีที่ยังไม่ได้ชําระเงินเท่านั้น) ได้ด้วยตัว ผู้สมัครเองผ่านทางระบบรับสมัครออนไลน์
(๑๐) ผู้สมัครสามารถยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือกผ่านระบบรับสมัครได้ และสามารถแนบ เอกสารเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามที่ขออุทธรณ์ได้
๔.๔.๖ การชําระเงินค่าสมัคร
(๑) รองรับการแสดงรายการค่ารับสมัคร ค่าสมัครสอบ ค่าธรรมเนียมอื่นๆของแต่ละคณะ สาขาวิชา หลักสูตรและโครงการตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด โดยการชําระเงินผ่านช่องทางการชําระเงิน ทางออนไลน์และออฟไลน์กับทางธนาคารที่ทางสถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
(๒) รองรับการ Generate ใบแจ้งหนี้ตามรูปแบบที่ทางสถาบันพระบรมราชชนกเป็นผู้กําหนด และสามารถตรวจสอบสถานการณ์ชําระเงินค่าสมัครได้
ระบบรับสมัคร
(๓) รองรับการ Download (PDF File) เช่น เอกสารใบแจ้งหนี้ ได้ทางออนไลน์ผ่านทาง
(๔) รองรับการนําเข้าข้อมูลการชําระเงินของผู้สมัครจากไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่นําเข้าข้อมูลการชําระเงินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและยืนยันการชําระเงินของ
ผู้สมัครได้
ผู้สมัครภายหลังได้
(๕) ในกรณีที่ข้อมูลการชําระเงินไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่สามารถปรับสถานะการชําระเงินของ
(๖) สามารถสรุปและออกรายงานยอดการชําระเงินค่าสมัคร โดยจําแนกรายการการชําระเงิน เป็นรายวัน รายโครงการ รายหลักสูตร รายคณะ และรายรอบการรับสมัครได้
(๗) สามารถส่งออก (Export file) ข้อมูลผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกพร้อมที่จะเป็นนักศึกษาใหม่ (แต่ยังไม่ชําระเงินค่าลงทะเบียนแรกเข้า) ในรูปแบบของ Excel File ตามรูปแบบ (Format) ที่สถาบันพระบรมราชชนก กําหนด เพื่อนําเข้าข้อมูลดังกล่าวไปยังระบบ E-Payment ของสถาบันพระบรมราชชนกได้
(๔) สามารถนําเข้าข้อมูลนักศึกษาที่ผ่านการชําระค่าลงทะเบียน (แรกเข้า) จากระบบ E- Payment ของสถาบันพระบรมราชชนก (Import excel file) เพื่อดําเนินการปรับสถานะเป็นนักศึกษาใหม่ ในระบบรับสมัครฯ
๔.๔.๗ การตรวจสอบผลการคัดเลือกและการแจ้งยืนยันหรือสละสิทธิ์ทางออนไลน์
(๑) ระบบสามารถแสดงผลการคัดเลือกผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ให้ผู้สมัครทราบ แบ่งเป็น ๒ สถานะคือ ๑) มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ และ ๒) ไม่มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ รวมทั้งแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการ สัมภาษณ์ให้ผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายทราบ เช่น วันและเวลาที่สอบสัมภาษณ์ สถานที่สอบสัมภาษณ์ รวมทั้งเอกสารที่ใช้ประกอบการสอบสัมภาษณ์
(๒) รองรับการให้ผู้สมัครต้องยืนยันความประสงค์ที่จะเข้าสอบสัมภาษณ์ผ่านระบบรับสมัครฯ
ในช่วงวันและเวลาตามประกาศรับสมัครฯที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
และนักศึกษาใหม่ได้
(๓) รองรับการให้ผู้สมัครยืนยันสิทธิ์ตามขั้นตอนการเป็นผู้ผ่านการคัดเลือก ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา กรณีมีคนสละสิทธิ์ระบบต้องสามารถเลื่อนลําดับของตัวสํารองขึ้นมาได้
๔.๔.๔ การตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครและการประมวลผลการคัดเลือก (โดยเจ้าหน้าที่)
(๑) ระบบสามารถเรียกดู/ตรวจสอบข้อมูลใบสมัคร และเอกสารการรับสมัคร ดาวน์โหลด เอกสารหลักฐานผ่านระบบรับสมัครฯ ที่ผู้สมัครอัพโหลดไว้ในขั้นตอนการทําใบสมัครทุกรายการเอกสาร เพื่อใช้ในการ
ตรวจสอบเอกสารหลักฐานของผู้สมัครตามเงื่อนไขเกณฑ์การรับสมัครในแต่ละหลักสูตรและโครงการได้
(๒) ระบบรองรับการบันทึกข้อคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับเอกสารฉบับนั้นๆ ในกรณีที่เอกสาร หลักฐานของผู้สมัครไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการรับสมัคร
(๓) ระบบสามารถแสดงข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากการตรวจสอบคุณสมบัติ และเอกสารหลักฐาน
ให้กับผู้สมัครทราบ เพื่อให้ผู้สมัครดําเนินการแก้ไขให้ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อคิดเห็นดังกล่าว
(๔) สามารถปรับปรุงสถานะใบสมัครกรณีผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติระดับวิทยาลัยหรือ คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ เป็น ผ่านการตรวจสอบ / ไม่ผ่านการตรวจสอบ หรือรอพิจารณาได้
(๕) สามารถบันทึกผลคะแนนสอบสัมภาษณ์ โดยสามารถบันทึกข้อมูลได้ ๒ รูปแบบ คือ ๑) สามารถนําเข้าผลคะแนนผ่านระบบรับสมัครฯ ด้วย Excel File และ ๒) สามารถบันทึกผลคะแนนต่าง ๆ เป็นรายผู้สมัครผ่านหน้าจอการบันทึกข้อมูล และรายงานสถานะการสอบสัมภาษณ์ (ผ่าน/ไม่ผ่าน) พร้อมระบุเหตุผลได้
(๖) สามารถบันทึกข้อมูลผลการทดสอบเฉพาะต่างๆ ตามที่คณะและหลักสูตรนั้นๆกําหนดได้ (๗) รองรับการบันทึกค่าคะแนน Portfolio ของผู้สมัครตามเกณฑ์ที่สถาบันพระบรมราชชนก
กําหนด
(๔) รองรับการบันทึกผลตรวจสุขภาพของผู้สมัคร (ผ่านการเกณฑ์/ ไม่ผ่านเกณฑ์) พร้อมระบุ
เหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้
(๔) ปรับปรุงสถานะใบสมัคร (ผ่านการคัดเลือก / ไม่ผ่านการคัดเลือก) สําหรับนําข้อมูลผู้สมัคร เข้าสู่กระบวนการประมวลผล
(๑๐) ระบบสามารถรองรับการอุทธรณ์ของผู้สมัครในกรณีไม่เห็นด้วยกับผลการคัดเลือก โดยเจ้าหน้าที่สามารถใส่เหตุผลชี้แจงผลการพิจารณาตามข้ออุทธรณ์ และสามารถปรับแก้ไขสถานะของผู้สมัครได้
(๑๑) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผลการเรียนและผลสอบมาตรฐานระดับชาติได้ เช่น GPAX GPA TGAT TPAT๑ และ A-level เป็นต้น มาแสดงผลเพื่อให้คณะกรรมการ/เจ้าหน้าที่รับสมัครตรวจสอบได้
(๑๒) ระบบสามารถประมวลผลคะแนนของผู้สมัครตามเงื่อนไขเกณฑ์การรับสมัครและเกณฑ์ การคัดเลือกโดยเรียงลําดับคะแนนรวมจากสูงสุดไปต่ําสุด (Score Ranking) โดยจําแนกตามรอบการรับสมัคร โครงการและหลักสูตร เป็นต้น
๑๔
๔.๔.๙ การประมวลผลผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษาใหม่
(๑) ระบบสามารถแสดงผลการคัดเลือกให้ผู้สมัครรายนั้นๆ ทราบ ประกอบด้วย ๒ สถานะคือ ๑) ผ่านการคัดเลือก ทั้งตัวจริงและตัวสํารอง และ ๒) ไม่ผ่านการคัดเลือก ทั้งนี้ผู้สมัครที่มีสถานะเป็นตัวจริงสามารถ ยืนยันสิทธิ์เข้ารับการศึกษาผ่านระบบรับสมัครฯ ได้
(๒) ระบบสามารถประมวลผลการคัดเลือกเป็นนักศึกษาใหม่ โดยใช้ผลการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา จากระบบรับสมัครของสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อเลื่อนลําดับผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกทั้งตัวจริง และตัวสํารอง
ขึ้นมาทดแทนได้
(๓) ระบบสามารถส่งออกข้อมูลในรูปแบบ Excel File (Export file) หรือในรูปแบบ API ตามมาตรฐานที่ ทปอ.กําหนด เพื่อนําเข้าสู่ระบบ MyTCAS ในการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาตามที่ ทปอ.กําหนด
(๔) สามารถนําเข้าข้อมูลผลการยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาจากระบบ MyTCAS เข้าสู่ระบบรับสมัคร ของสถาบันพระบรมราชชนก เพื่อจัดทําเป็นประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาได้
(๕) สามารถส่งออก (Export file) ข้อมูลผู้สมัครที่ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา ในรูปแบบของ Excel File ตามรูปแบบ (Format) ที่สถาบันพระบรมราชชนก กําหนด เพื่อนําเข้าข้อมูลดังกล่าวไปยังระบบ E- Payment ในการสร้างใบแจ้งหนี้ ของสถาบันพระบรมราชชนกได้
(๖) สามารถส่งออกข้อมูลนักศึกษาใหม่ในรูปแบบ Excel File (Export file) หรือในรูปแบบ API ตามรูปแบบ (Format) ที่ทางสถาบันพระบรมราชชนกกําหนด เพื่อนําเข้าหรือเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวไปยัง ระบบทะเบียนนักศึกษาฯ
๔.๔.๑๐ รายงานสถิติต่างๆ
(๑) มีส่วนของการแสดงผลรายงานสถิติของการรับสมัครและประมวลผลการคัดเลือกนักศึกษา ใหม่ผ่านระบบรับสมัครฯ รองรับการส่งออกรายงาน (Export) สําหรับใช้จัดทําประกาศต่างๆ มีรายละเอียดต่อไปนี้ เป็นอย่างน้อย
๑) รายงานชื่อผู้สมัคร คะแนนสูงสุด-ต่ําสุด จําแนกตามเข้าศึกษาตามรอบการรับสมัคร
โครงการ คณะและหลักสูตร
๒) รายชื่อผู้มีสิทธิ์สัมภาษณ์ / สถานที่สอบสัมภาษณ์ และรายชื่อผู้ผ่านการสอบสัมภาษณ์ รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา รายชื่อนักศึกษาใหม่และรายชื่อผู้มารายงานตัวนักศึกษา แยก หลักสูตรและวิทยาลัย
๓) สามารถแสดงสถิติที่เกี่ยวข้องกับการรับสมัคร เช่น แสดงจํานวนผู้สมัครแยกตาม ประเภทการสมัคร โครงการ คณะ สาขา หลักสูตรและรอบการรับสมัครได้ แยกตามรายวัน/รายเดือน (สามารถ กําหนดช่วงเวลาได้)
๔) สามารถแสดงสถิติเปรียบเทียบจํานวนผู้สมัครกับแผนผลิต จํานวนผู้สมัครกับผู้ผ่านการ คัดเลือก จํานวนนักศึกษาใหม่กับแผนผลิต จํานวนผู้สละสิทธิ์ในแต่ละขั้นตอนการรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา จําแนก ตามรอบการรับสมัคร คณะ หลักสูตร และในภาพรวมทั้งหมด
๕) รายงานข้อมูลการชําระเงิน ตามกลุ่มสถานะผู้ชําระเงินและสถานะการชําระเงิน ยอดการชําระเงิน จําแนกตามรายการของการชําระเงิน ซึ่งแบ่งเป็นรายวัน รายรอบการรับสมัคร หลักสูตร และ ภาพรวมของคณะฯ ได้
๑๕
(๒) ระบบรายงานในรูปแบบของกระดานดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Dashboard)
ระบบมีส่วนของการแสดงผลรายงานสถิติข้อมูล ในทุกขั้นตอนของการรับสมัครและ
ประมวลผลการคัดเลือก และข้อมูลการรายงานตัวเข้าศึกษาผ่านกระดานดิจิทัลอัจฉริยะ ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติต่าง ๆ จะแสดงใน ๓ รูปแบบ ดังนี้
๑) ข้อมูลตัวเลขเชิงสรุป (Card) ซึ่งเป็นการแสดงผลตัวเลขผลรวมของข้อมูล ผู้ใช้งานจะ สามารถเรียกดูข้อมูลในลักษณะแบบเชิงลึก (Drill-down) เพื่อดูรายละเอียดของข้อมูลได้
๒) ข้อมูลสถิติที่แสดงผลในรูปแบบของกราฟ (Chart like) ระบบจะแสดงข้อมูลสถิติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเชิงของการเปรียบเทียบในรูปแบบของกราฟหลากหลายชนิด อาทิ กราฟเส้น (Line graph) กราฟวงกลม (Pie graph) กราฟโดนัท (Doughnut graph) กราฟแท่ง (Bar graph) และกราฟบับเบิ้ล (Bubble graph) โดยข้อมูลที่แสดงในกราฟผู้ใช้งานจะสามารถเรียกดูรายละเอียดของข้อมูลในลักษณะแบบเชิงลึกได้เช่นเดียวกัน
๓) ข้อมูลรายละเอียดที่แสดงผลในรูปแบบของตาราง (Table) ทั้งนี้ข้อมูลในตารางผู้ใช้งาน
สามารถคลิกเพื่อเรียงลําดับข้อมูลจากมากไปหาน้อย หรือน้อยไปหามากในแต่ละคอลัมน์ได้
๔.๕ ระบบทะเบียนนักศึกษา
๔.๕.๑ การรายงานตัวนักศึกษา
หลังจากผู้สมัครผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษาใหม่แล้วจะข้าสู่กระบวนการรายงานตัวนักศึกษา
โดยระบบต้องมีฟังก์ชันการดําเนินการดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
(๑) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นนักศึกษาใหม่จากระบบรับสมัคร นักศึกษาเข้าสู่ระบบการรับรายงานตัวผ่านทางรูปแบบของ Protocol มาตรฐาน เช่น (API) หรือนําเข้าข้อมูลในรูปแบบ อื่นได้ เช่น Excel File หรือ Text File โดยต้องเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
(๒) รองรับการบันทึกข้อมูลของนักศึกษาที่มารายงานตัว เป็นรายบุคคลหรือนําเข้าข้อมูล เป็นไฟล์รายชื่อแยกตามหลักสูตร วิทยาลัย และคณะ ในรูปแบบของ Excel File หรือ Text File ผ่านทางระบบการ รายงานตัวทางออนไลน์ได้ โดยขั้นตอนการรายงานตัวจะเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติของสถาบันพระบรมราชชนก
และวิทยาลัย
(๓) สามารถบันทึกข้อมูลที่พักอาศัยของนักศึกษาใหม่ได้ เช่น หอพักในวิทยาลัย หอพักนอก วิทยาลัย หรือบ้านพัก เป็นต้น รวมถึงราคาค่าห้องพักได้สําหรับใช้เป็นฐานข้อมูลในการออกใบแจ้งหนี้
(๔) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบงานกิจการและสวัสดิการนักศึกษาในอนาคตได้ (ถ้ามี) ผ่านทางรูปแบบของ Protocol มาตรฐาน เช่น (API) หรือนําเข้าข้อมูลในรูปแบบ อื่นได้ เช่น Excel File หรือ Text File (๕) สามารถปรับปรุงทะเบียนประวัตินักศึกษาใหม่ได้ โดยนักศึกษา เจ้าหน้าที่งานทะเบียน
นักศึกษาของวิทยาลัย คณะ และสถาบันพระบรมราชชนกได้
๔.๕.๒ การออกรหัสนักศึกษา
(๑) สามารถกําหนดรหัสประจําตัวนักศึกษาตามรูปแบบที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้ (๒) สามารถออกรหัสนักศึกษาใหม่ (Generate) ได้ทั้งแบบรายบุคคลและตามรายกลุ่ม และ รองรับการออกรหัสนักศึกษาได้มากกว่า ๑ รหัสต่อคนได้ เช่น การลงทะเบียนเรียนมากกว่า ๑ หลักสูตร และระบบ การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) ในอนาคต
(๓) สามารถออกรหัสนักศึกษาใหม่กรณีโอนย้ายหลักสูตรและวิทยาลัยได้
๔.๕.๓ การจัดการทะเบียนประวัตินักศึกษา
๑๖
(๑) สามารถ Migrate ข้อมูลนักศึกษาจากระบบทะเบียนนักศึกษาของวิทยาลัยในสังกัดสถาบัน
ตามรายละเอียดที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้
พระบรมราชชนก มายังระบบทะเบียนนักศึกษาใหม่
(๒) สามารถตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนประวัตินักศึกษา เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูล
ผู้ปกครอง ข้อมูลประวัติการศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษา และข้อมูลอื่น ๆ ได้
(๓) สามารถปรับปรุงสถานภาพนักศึกษารายบุคคลและรายกลุ่มได้ผ่านทางหน้าจอของโปรแกรม
การทํางานโดยตรง หรือการนําเข้าไฟล์ Text หรือ Excel ได้ และเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบวัดและเมินผลการศึกษาได้ เช่น กําลังศึกษา การโอนย้ายหลักสูตรและสถานศึกษา ลาพักการศึกษา การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาพร้อมระบุสาเหตุได้ เป็นต้น
(๔) สามารถปรับปรุงสถานภาพนักศึกษาตามข้อกําหนดและตามระเบียบของสถาบัน
พระบรมราชชนกได้ รวมถึงการประมวลผลตามรอบภาคการศึกษาและปีการศึกษา (Batch File) เช่น สถานะคัดชื่อออก (พ้นสภาพและการลาออก) สถานะนักศึกษาปัจจุบัน (กรณีลาพักการศึกษาครบตามกําหนด) และสถานะสําเร็จ การศึกษา เป็นต้น
(๕) สามารถคืนสภาพเป็นนักศึกษาและการขอกลับเข้าศึกษารายบุคคลและรายกลุ่มได้ เช่น ลาพักการศึกษา การไม่รักษาสภาพการเป็นนักศึกษา เหตุสุดวิสัยหรือเจ็บป่วยเรื้อรังหรือถูกลงโทษทางวินัย ตามปี การศึกษาภาคการศึกษา ที่ข้อมูลถูกปรับปรุงสภาพได้
(๖) สามารถให้นักศึกษาบันทึกยื่นขอลาพักการศึกษา พร้อมระบุเหตุผลและระยะเวลาการขอพัก
การศึกษาและการอนุมัติของผู้มีอํานาจอนุมัติผ่านระบบทะเบียนนักศึกษาได้
(๗) สามารถคํานวณระยะเวลาในการศึกษาและระยะเวลาคงเหลือในหลักสูตรของนักศึกษาเป็นราย ภาคการศึกษาในแต่ละบุคคลได้ สําหรับใช้ในการกํากับติดตามและการวางแผนการเรียนของนักศึกษาได้
(๔) สามารถคํานวณชั้นปีของนักศึกษา เป็นรายบุคคล รายกลุ่มและรายชั้นปีได้
(๔) สามารถค้นหาข้อมูลนักศึกษาและศิษย์เก่าได้ แม้ว่านักศึกษาจะพ้นสภาพหรือสําเร็จการศึกษา ไปแล้ว โดยสืบค้นข้อมูลย้อนหลังได้เท่ากับจํานวนปีที่มีการเก็บข้อมูลย้อนหลัง (ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นต้นไป)
(๑๐) สามารถดึงข้อมูลหลักสูตรที่นักศึกษาเลือกเรียนมาแสดงได้อย่างถูกต้อง แม้มีการเปลี่ยนแปลง หลักสูตรระหว่างที่นักศึกษาทําการศึกษาอยู่ (กรณีมีการเปลี่ยนเล่มหลักสูตร)
๔.๕.๔ รายงานทะเบียนนักศึกษา
(๑) สามารถออกรายงานทั้งในรูปแบบของกระดานดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Dashboard) การ Export ข้อมูล เป็น Excel File หรือ PDF File โดยต้องมีรายงานต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
๑) รายงานสรุปจํานวนนักศึกษารับเข้าแต่ละปีการศึกษา และนักศึกษาปัจจุบัน สามารถแยก รายคณะ วิทยาลัย หลักสูตร ชั้นปี เพศ อายุ
๒) รายงานข้อมูลนักศึกษาที่มีผลการเรียนอ่อน หรือนักศึกษาที่มีความเสี่ยงว่าจะซ้ําชั้น หรือไม่สําเร็จการศึกษา รวมถึงผลสอบภาษาอังกฤษ ที่สามารถดูได้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ โดยแบ่งระดับสีตามที่
สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
๓) รายงานข้อมูลนักศึกษาคงอยู่ พ้นสภาพ ลาออก หรือซ้ําชั้น เป็นต้น
๔) รายงานการจัดส่งข้อมูลตารางข้อมูลนักศึกษา (Unicon) ตามรูปแบบของ สป.อว. ได้ ๕) รายงานเปรียบเทียบนักศึกษาใหม่กับแผนการผลิต
5) รายงานนักศึกษาที่คาดว่าจะสําเร็จการศึกษา
๑๗
ทุกรายวิชา)
รายงานได้
๗) รายงานนักศึกษาที่มีคุณสมบัติที่สามารถเข้าสอบรวบยอด (มีผลการเรียนครบ
๔) รายงานผลการเรียนรายบุคคล สําหรับแจ้งผู้ปกครอง โดยผู้ปกครองสามารถเข้าดู
๔) รายงานผลสอบภาษาอังกฤษ รายบุคคล รายชั้นปี รายหลักสูตร วิทยาลัย คณะ และภาพรวมของสถาบันพระบรมราชชนก
ภาษาอังกฤษ
๑๐) ใบรับรองการเป็นนักศึกษา ผลการเรียนและการสําเร็จการศึกษา ทั้งภาษาไทยและ
๑๑) สามารถส่งออกข้อมูลสําหรับการออกบัตรนักศึกษา
๑๒) รายงานสถิติผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปี สถานะนักศึกษา อัตราการคงอยู่ของ นักศึกษารายรุ่น รายชั้นปี การผ่อนผันค่าลงทะเบียน รายงาน FTES
ภาษาอังกฤษ
๑๓) ออกใบรายงานผลการเรียน (Transcript) รายนักศึกษา ทั้งภาษาไทยและ
๑๔) รายงานนักศึกษาตามหน่วยงานเจ้าของทุนการศึกษา รายจังหวัด รายเขตสุขภาพ ๑๕) ใบแทนปริญญาบัตร
๑๖) สามารถออกรายงานและสถิติอื่นๆ ด้านการศึกษา การสําเร็จการศึกษา และข้อมูล อื่นๆที่มีข้อมูลอยู่ในระบบทะเบียนนักศึกษาได้ตามความต้องการใช้งาน
๔.๖ ระบบการลงทะเบียนเรียน
ระบบต้องรองรับกระบวนการลงทะเบียนเรียนสําหรับนักศึกษาทุกระดับและทุกประเภท ทั้งแบบ
การศึกษาในระบบ และแบบเพื่อสะสมหน่วยกิต เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โดย
กระบวนการลงทะเบียนต้องเชื่อมโยงกับการคํานวณค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยอัตโนมัติตามประกาศของสถาบันพระ บรมราชชนกรวมถึงการเชื่อมโยงกับระบบการชําระเงิน (E-Payment) ของสถาบันพระบรมราชชนกได้ และมีฟังก์ชัน
การทํางานต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
๔.๖.๑ การตั้งค่าและเงื่อนไขการลงทะเบียน (Configuration & Rules Engine)
(๑) สามารถกําหนดปฏิทินการศึกษาของนักศึกษาตามคณะ วิทยาลัย หลักสูตรและสาขาวิชาได้ โดยสามารถระบุช่วงเวลาลงทะเบียนปกติ ลงทะเบียนเพิ่ม - ถอน รายวิชา เปลี่ยนกลุ่มและกําหนดช่วงเวลาในการ
ชําระเงินได้
(๒) สามารถกําหนดเงื่อนไขเกณฑ์ หน่วยกิตการลงทะเบียน และระยะเวลาการลงทะเบียนของ การจัดการศึกษาในทุกระดับการศึกษาได้
(๓) สามารถกําหนดข้อมูลกลุ่มวิชา เงื่อนไขพิเศษต่างๆได้ เช่น ลงทะเบียนเกินจํานวนหน่วยกิตที่ กําหนด ลงทะเบียนเรียนรายวิชาในกรณีปรับระดับคะแนนให้สูงขึ้น (Regrade) และลงทะเบียนเรียนใหม่ (Repeat) เป็นต้น เป็นไปตามหลักสูตร ข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของสถาบันพระบรมราชชนก
(๔) สามารถกําหนดข้อมูลการลงทะเบียนเรียนจําแนกตามกลุ่มนักศึกษา หรือแยกเป็นรายบุคคล (๕) สามารถกําหนดตารางเรียนและตารางสอบได้
๑๘
๔.๖.๒ การดําเนินการงานลงทะเบียนเรียน
เป็นบางรายวิชาได้
(๑) นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนด้วยตนเอง ทั้งตามแผนการศึกษา หรือเลือกลงทะเบียน
(๒) มีระบบรองรับให้เจ้าหน้าที่หรืออาจารย์สามารถลงทะเบียนเรียนให้นักศึกษาได้ทั้งแบบ รายบุคคลและแบบกลุ่มหรือทั้งชั้นเรียน รวมถึงการคัดลอกการลงทะเบียน รายบุคคล รายกลุ่ม ไปยังรายวิชาที่สถาบัน
พระบรมราชชนกกําหนดได้
(๓) สามารถลงทะเบียนเรียน และเพิ่ม-ถอนรายวิชาได้
(๔) สามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียน ตารางเรียนและตารางสอบได้
(๕) รองรับการเลือกรูปแบบการลงทะเบียน-ประเภทการลงทะเบียนเรียน บางรายวิชา
ตามโปรแกรมการศึกษา
พระบรมราชชนกได้
(๖) รองรับการเชื่อมโยงสู่ระบบชําระเงินผ่าน API หรือระบบการชําระเงินของสถาบัน
(๒) สามารถตรวจสอบเงื่อนไขในการลงทะเบียนของนักศึกษาได้ ดังนี้
๑) ตรวจสอบเงื่อนไขรายวิชาบังคับ
๒) ตรวจสอบเงื่อนไขวิชาเรียนซ้ําซ้อน
๓) ตรวจสอบเงื่อนไขหน่วยกิตสูงสุด และต่ําสุด ตามข้อบังคับการจัดการศึกษาในแต่ละ ระดับของสถาบันพระบรมราชชนก หรือในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเกินกว่าที่กําหนด ต้องได้รับอนุมัติให้ ลงทะเบียนในภาคนั้นก่อนจึงจะลงทะเบียนเรียนได้
ผ่อนชําระค่าลงทะเบียนได้
๔) ตรวจสอบช่วงวันเวลาที่กําหนดไว้ในปฏิทินการศึกษา
๕) ตรวจสอบความซ้ําซ้อนกันของตารางเรียน และตารางสอบ
๖) ตรวจสอบจํานวนที่นั่งคงเหลือ
๗) ตรวจสอบจํานวนนักศึกษาที่ค้างชําระค่าลงทะเบียน จํานวนนักศึกษาที่ขอผ่อนผันหรือ
๔) มีระบบแจ้งเตือนนักศึกษาในการดําเนินการต่างๆก่อนวันสิ้นสุดการดําเนินการใน อย่างน้อย ๓ วันทําการ เช่น การลงทะเบียนเรียน การครบกําหนดชําระค่าลงทะเบียนเรียน การครบ กําหนดระยะเวลาผ่อนผันหรือผ่อนชําระ เป็นต้น
กิจกรรมนั้นๆ
๔.๖.๓ รายงานการลงทะเบียนเรียนนักศึกษา
สามารถออกรายงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในรูปแบบกระดานอัจฉริยะ (Smart dashboard)
การ Export ข้อมูล เป็น Excel File หรือการออกรายงานเป็นไฟล์ pdf ได้ โดยมีรายงานต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
(๑) รายงานแสดงจํานวนการลงทะเบียนของนักศึกษา แยกตามปี/ภาคการศึกษา วิทยาลัย คณะ
และหลักสูตร
และ repeat ได้
(๒) รายงานการเพิ่ม / ถอนรายวิชาลงทะเบียน
(๓) รายงานจํานวนนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่ํากว่าเกณฑ์และจํานวนนักศึกษาที่ต้อง regrade
(๔) รายงานข้อมูลนักศึกษาปัจจุบันที่ไม่ได้มาทําการลงทะเบียนในภาคการศึกษานั้น พร้อมแสดง สถานภาพของนักศึกษาทุกประเภท
(๕) รายงานข้อมูลนักศึกษาที่ค้างชําระค่าลงทะเบียน
©C
๔.๗ ระบบหลักสูตร (Curriculums)
ระบบที่ออกแบบต้องสามารถรองรับการเชื่อมโยงฐานข้อมูลหรือสามารถนําเข้าข้อมูลจากระบบ ทะเบียนและประมวลผลเดิมของวิทยาลัยต่างๆในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกได้ทั้งหมดและสามารถบันทึก/ ปรับปรุงข้อมูลหลักสูตร รายวิชา โครงสร้างหลักสูตร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุม ถูกต้องแม่นยํา ทันสมัย และลด การคีย์ข้อมูลซ้ํา (re-key) โดยผู้รับผิดชอบของแต่ละหลักสูตร โดยต้องมีฟังก์ชันการทํางานหลัก ดังนี้
๔.๗.๑ การจัดการข้อมูลโครงสร้างหลักสูตร
ที่ สปอว.กําหนดแล้ว
(๑) สามารถจัดการข้อมูลหลักสูตรของแต่ละคณะ สาขาวิชาได้ โดยการระบุข้อมูล ดังนี้
๑) รหัสหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติจากสภาสถาบันพระบรมราชชนกและบันทึกข้อมูลในระบบ
๒) ชื่อหลักสูตร ชื่อปริญญาและสาขาวิชา/ ชื่อวิชาเอก (ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ) ๓) จํานวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตร และหมวดวิชา
๔) สามารถบันทึกรายละเอียดของหลักสูตร เช่น ระดับประกาศนียบัตร ระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับอนุปริญญา ระดับปริญญาตรี ระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอก ได้เป็นอย่างน้อย ๕) สามารถนําเข้าข้อมูลแผนที่กระจายผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLO, SubPLO, CLO, YLO) ได้ (๒) สามารถกําหนดข้อมูลคุณสมบัติของผู้เข้าศึกษาในแต่ละหลักสูตรได้
มาตรฐานวิชาชีพ
(๓) สามารถกําหนดข้อมูลมาตรฐานหลักสูตรได้ตามเกณฑ์ประกันคุณภาพการศึกษาและ
(๔) สามารถกําหนดข้อมูลโครงสร้างหลักสูตรตั้งต้นของแต่ละระดับการศึกษา แยกตามภาค การศึกษา ปีการศึกษา โดยระบุหมวดวิชา และกลุ่มวิชาตามที่โครงสร้างหลักสูตรกําหนด เช่น หมวดการศึกษาทั่วไป หมวดวิชาชีพเฉพาะ วิชาเลือกเสรี เป็นต้น รวมถึงข้อมูลประเภทวิชา สาขาวิชาของหลักสูตร ทั้งแบบเรียนภาคปกติ และภาคสมทบ/ภาคพิเศษ (ถ้ามี) ได้
(๕) สามารถกําหนดข้อมูลหลักเกณฑ์การสําเร็จการศึกษาของแต่ละหลักสูตร ตามข้อบังคับ
การจัดการศึกษาแต่ละระดับ
(๖) สามารถคัดลอกโครงสร้างหลักสูตรเดิม เพื่อสร้างโครงสร้างหลักสูตรฉบับปรับปรุงได้ โดยสามารถปรับปรุงข้อมูล เช่น การเพิ่ม แก้ไข และลบรายละเอียดของโครงสร้างหลักสูตร
๔.๗.๒ การจัดการข้อมูลรายวิชา
รองรับการจัดการข้อมูลรายวิชา เช่น การกําหนดรหัสวิชา จํานวนหน่วยกิตของรายวิชา ประเภทวิชา อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา รวมไปถึงการกําหนดวิชาบังคับเรียนก่อน (Prerequisite) และบังคับเรียนร่วม (Corequisite) และสามารถจัดการข้อมูลรายวิชา ต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย
(๑) สามารถกําหนดโครงสร้างรายวิชาซึ่งประกอบด้วย รหัสวิชา ชื่อวิชา (ไทย/อังกฤษ) จํานวน หน่วยกิต หมวดวิชา ภายใต้โครงสร้างหลักสูตรที่กําหนด โดยสามารถเพิ่ม ลด แก้ไขรายวิชา วิธีการนับหน่วยกิต วิธีการคิดเกรด และกําหนดเกรดขั้นต่ําได้
(๒) สามารถกําหนดรายวิชาที่มีรหัสซ้ํากัน ในกรณีที่มีการปรับปรุงหลักสูตร ทําให้รหัสรายวิชาเดิม แต่ชื่อรายวิชาเป็นชื่อใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยกิตในรายวิชา โดยการกําหนด Version (ระบุปีของเล่ม
หลักสูตร) ของรายวิชาที่มีการปรับปรุง
๒๐
(๓) สามารถสร้างรายวิชา โดยการนําเข้าข้อมูลหลักสูตร และรายละเอียดของรายวิชาได้ทั้งจาก การดึงข้อมูลจากระบบทะเบียนและประมวลผลเดิมหรือการนําเข้าจากไฟล์นามสกุล เช่น CSV, .xlsx, text เป็นต้น
(๔) สามารถกําหนดหน่วยกิตสําหรับรายวิชา อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา รวมถึงวิชาบังคับก่อน (Prerequisite) และบังคับร่วม (Corequisite) ตามเงื่อนไขของรายวิชา ระดับการศึกษา และหลักสูตรได้
(๕) ระบบสามารถระบุอาจารย์ผู้สอน (ภายใน/ภายนอก/อาจารย์พิเศษ) จํานวนชั่วโมงที่สอน
ทั้งภาคทฤษฎี ทดลอง ปฏิบัติ ภาคสนาม
(๖) สามารถกําหนดการลงทะเบียนเรียนในรายวิชาบังคับก่อน (Prerequisite) และบังคับร่วม (Corequisite) ในขั้นตอนการลงทะเบียนรายวิชา (ทั้งรายวิชาปกติ รายวิชาเทียบโอน และรายวิชาที่จัดการเรียนการสอน แบบวิชาเดียวต่อเนื่อง (Block Course) เพื่อให้นักศึกษาเรียนได้ถูกต้องตามหลักสูตร ซึ่งมีผลต่อการยื่นขอจบ การศึกษาของนักศึกษาว่าเรียนได้ครบถ้วนถูกต้องตามหลักสูตรนั้นจริง ๆ
(๗) สามารถระบุรายละเอียดชั่วโมงการสอน เป็นจํานวนชั่วโมงทฤษฎี จํานวนชั่วโมงปฏิบัติ ชั่วโมงทดลอง และชั่วโมงศึกษาด้วยตนเอง (Self study) ตามที่หลักสูตรกําหนดได้
ของรายวิชาใหม่ได้
โดยตรง
(๘) สามารถคัดลอกรายวิชาเพื่อสร้างรายวิชาใหม่ โดยสามารถปรับปรุงและแก้ไขรายละเอียด
(๔) สามารถสร้างหรือเพิ่มข้อมูล ลบและแก้ไขหมวดวิชา กลุ่มวิชาและจํานวนหน่วยกิต ได้
๔.๗.๓ การกําหนดโครงสร้างและรูปแบบแผนการศึกษา
(๑) สามารถกําหนดโครงสร้างแผนการศึกษา (ตามที่หลักสูตรกําหนด) โดยสามารถเพิ่ม แผนการศึกษา เช่น ปีที่เริ่มใช้ ภาคการศึกษาที่เริ่มใช้แผน Master plan ประจําปีการศึกษา และวัน – เวลา (วันเปิด-ปิด ภาคการศึกษา) ในการดําเนินการเรียนการสอน
(๒) สามารถคัดลอกโครงสร้างแผนการศึกษา ตามที่หลักสูตรกําหนด) เพื่อสร้างโครงสร้าง แผนการศึกษาใหม่ โดยสามารถปรับปรุงข้อมูล เช่น การเพิ่ม แก้ไข และลบรายละเอียดของโครงสร้างแผนการศึกษา
ใหม่ได้
(๓) สามารถกําหนดแผนการเรียนของนักศึกษาในแต่ละหลักสูตรและรุ่นได้โดยระบุปีการศึกษา ภาคการศึกษา และรายวิชาที่เปิดสอนได้
(๔) สามารถกําหนดรูปแบบระบบการศึกษา หรือแผนการศึกษาของแต่ละหลักสูตรที่มีรูปแบบ การเรียนการสอนที่แตกต่างกันได้ เช่น
๑) การศึกษาภาคปกติ
ระบบทวิภาค สามารถกําหนดให้ ๑ ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น ๒ ภาคการศึกษาปกติ ได้แก่ ภาคการศึกษาที่หนึ่ง (First Semester) และภาคการศึกษาที่สอง (Second Semester) โดยมีระยะเวลาเรียน ไม่น้อยกว่า ๑๕ สัปดาห์ต่อภาคการศึกษาและสามารถกําหนดได้ว่าจะมีการจัดภาคการศึกษาฤดูร้อน (Summer Semester) หรือไม่มีก็ได้ ซึ่งเป็นภาคการศึกษาที่ไม่บังคับ โดยมีระยะเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ โดยการศึกษา ในภาคฤดูร้อน จะต้องจัดการเรียนให้มีจํานวนชั่วโมงต่อหน่วยกิต ตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตร
รองรับระบบไตรภาค สามารถกําหนดให้ ๑ ปีการศึกษาแบ่งออกเป็น ๓ ภาค การศึกษาปกติ โดยมีระยะเวลาเรียนไม่น้อยกว่า ๑๒ สัปดาห์ต่อภาคการศึกษา โดยจะต้องจัดการเรียนการสอนให้มี จํานวนชั่วโมงต่อหน่วยกิต ตามที่กําหนดไว้ในหลักสูตร
รองรับระบบการจัดการศึกษารูปแบบอื่น ๆ ตามที่หลักสูตรกําหนด
๒๑
๒) การศึกษาภาคสมทบ/ภาคพิเศษ กําหนดการจัดการศึกษาในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือนอกเวลาราชการในภาคการศึกษาปกติหรือตามที่หลักสูตรกําหนด
๓) การจัดการแผนศึกษาแบบจัดชุดรายวิชา หรือ Module หรือ Learning Package และแบบการเรียนวิชาเดียวต่อเนื่อง (Block course)
(๕) สามารถออกรายงานสรุปข้อมูลตามรายการที่กําหนดได้ เช่น รายงานสถานะหลักสูตร รายงานข้อมูลหลักสูตร หรือรายงานอื่น ๆ ตามที่กําหนด
๔.๘ ระบบอาจารย์
ผู้เสนอราคาต้องพัฒนาระบบสารสนเทศข้อมูลอาจารย์ (TIS) ให้มีระบบงานหลักที่สามารถทํางานได้
อย่างละเอียด ดังนี้
อย่างน้อย ดังนี
(๑) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหรือนําเข้าข้อมูลอาจารย์จากระบบบุคลากรของสถาบันพระบรมราชชนก (๒) สามารถเพิ่ม/ลบ/แก้ไข ข้อมูลอาจารย์ (ภายใน/ภายนอก/อาจารย์พิเศษ) โดยมีรายละเอียด
๑) ประสบการณ์การสอน/การปฏิบัติงาน และความเชี่ยวชาญ ตามระบบมาตรฐานสากลการจัด ประเภทระดับการศึกษาและสาขาวิชา (The International Standard Classification of Education : ISCED)
๒) คุณวุฒิ ชื่อหลักสูตรที่สําเร็จการศึกษา สถาบันพระบรมราชชนกที่สําเร็จ ปีที่สําเร็จ
การศึกษา เลขใบประกอบวิชาชีพ (ถ้ามี)
๓) ตําแหน่ง สังกัดหน่วยงาน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ E-mail
(๓) ระบบบริหารจัดการข้อมูลอาจารย์ (Faculty Master Data Management Module) โดยมี รายละเอียดฟังก์ชันการทํางานสําหรับการบันทึก ปรับปรุง/แก้ไขและสืบค้นข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยมีข้อมูลดังนี้
เป็นอย่างน้อย
๑) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ, รหัสบุคลากร, เพศ, วันเกิด, สัญชาติ, ที่อยู่, เบอร์โทรติดต่อ, รูป ถ่ายที่เป็นทางการ และเป็นปัจจุบัน สามารถรองรับไฟล์ เช่น jpg, png ฯลฯ
๒) ข้อมูลการศึกษา ได้แก่ วุฒิการศึกษาในแต่ละระดับ (ปริญญาตรี/โท/เอก) ได้แก่ ชื่อปริญญา, สาขาวิชา, สถาบันพระบรมราชชนก, ปีที่สําเร็จการศึกษา
๓) สังกัดและตําแหน่ง ได้แก่ สังกัดหลัก/รอง (คณะ/ภาควิชา/หน่วยงาน) ตามโครงสร้าง องค์กรปัจจุบันและในอดีตและอนาคต ตําแหน่ง (ทางบริหาร, ทางวิชาการ, ประเภทบุคลากร, ความเชี่ยวชาญ) และช่วงเวลาที่ดํารงตําแหน่ง
(๔) ระบบจัดการบทบาทอาจารย์และภาระงาน (Role and Workload Management)
๑) การกําหนดบทบาทอาจารย์กับหลักสูตร
สามารถ ผูกอาจารย์ เข้ากับหลักสูตร (อ้างอิงข้อมูลจากระบบหลักสูตร) และกําหนด บทบาทสําคัญ เช่น อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร, อาจารย์ประจําหลักสูตร, อาจารย์ประจํา, อาจารย์พิเศษ, รองผู้อํานวยการด้านวิชาการ ผู้อํานวยการ, หัวหน้าสาขาวิชา, ประธานหลักสูตร ตามโครงสร้างของแต่ละหลักสูตร
เป็นต้น
๒) ประวัติบทบาท
สามารถจัดเก็บประวัติการเข้าใช้งาน ประวัติการกําหนดบทบาทหน้าที่ และสังกัดทั้งหมด อย่างเป็นระบบ เช่น เคยเป็นอาจารย์ประจําหลักสูตรใดในช่วงปีการศึกษาใด เพื่อการตรวจสอบย้อนหลังและการทํา
รายงาน
២២
(๕) สามารถเชื่อมโยงระบบอาจารย์กับระบบอื่นๆ ของสถาบันพระบรมราชชนกที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ระบบหลักสูตร (Curriculums) ระบบทะเบียน ระบบบุคลากร เป็นต้น
(๖) ระบบสืบค้นและรายงาน (Search and Reporting Module)
๑) สามารถสืบค้นข้อมูลอาจารย์ได้จากเงื่อนไขหลากหลาย เช่น ชื่อ, ตําแหน่ง, สังกัด, บทบาท หลักสูตร, วุฒิการศึกษา, ปีที่สําเร็จการศึกษา เป็นต้น และสามารถ Export ผลการค้นหาเป็นไฟล์ เช่น Excel, CSV เพื่อนํามาใช้งานต่อได้
ประจําชัน เป็นต้น
ระบบอื่นที่เกี่ยวข้องได้
๒) สามารถออกรายงานต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย

  • รายงานรายชื่ออาจารย์ตามบทบาท เช่น อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร/ประจําหลักสูตร/
  • รายงานข้อมูลอาจารย์รายสังกัด/คณะ เช่น แสดงวุฒิการศึกษา, ตําแหน่งวิชาการ เป็นต้น
    รายงานอาจารย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ/ตําแหน่ง ในช่วงเวลาที่กําหนด
  • รายงานภาระงานสอนรายชั่วโมงต่อภาคการศึกษา จําแนกรายอาจารย์
    รายงานจํานวนนักศึกษาที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/ดุษฎีนิพนธ์ ในระดับบัณฑิตศึกษา รายงานการแจ้งเตือนผลงานทางวิชาการ โดยสามารถเชื่อมโยงข้อมูลผลงานวิชาการกับ
  • แสดงผลข้อมูลสรุปเชิงกราฟิก (Dashboard) เช่น สัดส่วนอาจารย์ตามวุฒิการศึกษา
    จํานวนอาจารย์จําแนกตามตําแหน่งวิชาการ, สถิติอาจารย์ในแต่ละหลักสูตร วิทยาลัย คณะ สามารถเชื่อมโยงข้อมูล
    กับระบบงานเดิมได้ (ถ้ามี)
    ๔.๙ ระบบการจัดการศึกษา
    (๑) ระบบข้อมูลพื้นฐาน
    ระบบสามารถกําหนดข้อมูลพื้นฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย ๑) ข้อมูลอาคาร สถานที่ และห้องเรียน เช่น รหัสอาคาร ชื่ออาคาร จํานวนชั้น รายละเอียด ของแต่ละชั้น หมายเลขห้อง ความจุของห้องเรียน (คน) ประเภทห้อง (ห้องเรียนทั่วไป ห้องปฏิบัติการ ห้องประชุม ฯลฯ) อุปกรณ์ประจําห้อง และสถานการณ์ใช้งาน
    ๒) ข้อมูลแหล่งฝึกภาคปฏิบัติ (หลัก/ย่อย) เช่น ระบุชื่อสถานที่ ประเภทของแหล่งฝึก (โรงพยาบาลในแต่ละระดับ ศูนย์สุขภาพชุมชน รพ.สต. สอน. คลินิก ฯลฯ) ที่ตั้ง จังหวัดของแหล่งฝึก)
    (๒) ข้อมูลการจัดการเรียนการสอน
    ระบบสามารถให้เจ้าหน้าที่/อาจารย์ บริหารจัดการข้อมูลการจัดการเรียนการสอน โดย
    เชื่อมโยงมาจากข้อมูลหลักสูตรและระบบข้อมูลอาจารย์ ดังนี้
    ๑) ข้อมูลรายวิชา เช่น รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา (ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ/ทดลอง) รายละเอียดของวิชา และความเชื่อมโยงกับหลักสูตร เป็นต้น
    ๒) ข้อมูลกลุ่มเรียน เช่น รหัสกลุ่มเรียน รายวิชาที่เรียน นักศึกษาที่อยู่ในกลุ่ม อาจารย์
    ผู้รับผิดชอบ และภาคเรียนที่เปิดสอน โดยสามารถจัดกลุ่มผู้เรียน และคัดลอกกลุ่มไปใช้กับหลายวิชาได้ เป็นต้น
    ๓) ตารางเรียน(ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ/ทดลอง) เช่น แสดงวัน เวลา รายวิชา กลุ่มเรียน ห้องเรียน และอาจารย์ผู้สอนในแต่ละคาบเรียน พร้อมระบบตรวจสอบความซ้ําซ้อนของเวลาและห้องเรียน สามารถ จัดตารางสอนรายวัน รายสัปดาห์ได้ เป็นต้น
    ๒๓
    ๔) ตารางสอนของอาจารย์(ภาคทฤษฎี/ภาคปฏิบัติ/ทดลอง) เช่น แสดงรายวิชาที่สอน กลุ่มเรียน
    วัน/เวลา ห้องเรียน และจํานวนชั่วโมงสอนต่อสัปดาห์ของอาจารย์แต่ละบุคคล เป็นต้น
    ๕) ตารางสอบ โดยสามารถจัดตารางสอบกลางภาคและปลายภาค โดยระบุรายวิชา กลุ่มเรียน วัน/เวลา ห้องสอบ ประเภทหรือลักษณะการสอบ (สอบทฤษฎี / ปฏิบัติ / ทดลอง) และกรรมการคุมสอบได้
    ๖) ข้อมูลบทเรียน/หัวข้อที่สอนในแต่ละคาบ สามารถระบุหัวข้อการสอนในแต่ละคาบเรียน
    ตามแผนการสอน พร้อมแนบเอกสารประกอบการสอน (ถ้ามี)
    ๗) ข้อมูลผู้สอนในแต่ละรายวิชา สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผู้สอนจากระบบบุคลากรและระบบ อาจารย์ได้ เช่น ชื่อ-นามสกุล ตําแหน่ง ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์การสอน และภาระงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
    (๓) การจัดการและการเข้าถึงข้อมูล ระบบสามารถจัดการข้อมูลต่อไปนี้ได้ เป็นอย่างน้อย
    ๑) เพิ่ม/แก้ไข/ลบข้อมูล (CRUD) เช่น รองรับการจัดการข้อมูลทุกประเภทในระบบ เช่น รายวิชา ตารางเรียน ตารางสอบ ห้องเรียน และแหล่งฝึกภาคปฏิบัติ โดยมีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก่อนบันทึก
    ๒) ค้นหาและรายงานผล เช่น สามารถค้นหาข้อมูลตามเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ค้นหาตารางเรียน รายกลุ่ม รายอาจารย์ รายห้องเรียน และสามารถสร้างรายงานในรูปแบบ PDF หรือ Excel ได้
    ๓) สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล สามารถกําหนดระดับการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทของผู้ใช้งาน เช่น ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าถึงและจัดการข้อมูลทั้งหมด อาจารย์สามารถดูและจัดการเฉพาะข้อมูลของตนเอง เจ้าหน้าที่ สามารถจัดการข้อมูลพื้นฐานและตารางเรียนเฉพาะส่วนที่รับผิดชอบได้ และนักศึกษาสามารถเข้าดูตารางเรียน และเอกสารประกอบการเรียนที่มีอยู่ในระบบ พร้อมระบบบันทึกประวัติการเข้าใช้งาน (Audit Log)
    (๔) การประเมิน
    ๑) สามารถรองรับการประเมินผลต่างๆ ดังต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย ได้แก่ การประเมินอาจารย์ ผู้สอน รายวิชาและสิ่งสนับการเรียนรู้ของรายวิชา แหล่งฝึกและสิ่งสนับการเรียนรู้ของแหล่งฝึก หลักสูตร (ประเมินใน ชั้นปีสุดท้าย) PLOS CLO YLO และการประเมินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน
    ๒) สามารถสร้างแบบฟอร์มการประเมินที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของวิทยาลัย/ คณะ โดยสามารถกําหนดหัวข้อคําถาม ลักษณะของคําตอบทั้งแบบเลือกตอบ (Multiple Choice), ให้คะแนน (Rating Scale), และแบบปลายเปิด (Open-ended) พร้อมระบุระดับคะแนน และการบันทึกผลการประเมินทั้ง แบบระบุตัวตนและแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous) ได้ เพื่อความโปร่งใสในการให้ข้อมูล
    ๓) รองรับการประเมินโดยผู้เรียน อาจารย์ และผู้บริหาร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยสามารถ กําหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงและกรอกแบบประเมินได้ตามบทบาทของผู้ใช้งาน
    ๔.) มีระบบกํากับติดตาม และกําหนดช่วงเวลาในการเปิด-ปิดการประเมินแต่ละประเภท พร้อม มีระบบบังคับให้นักศึกษาทําแบบประมินก่อนการเข้าดูผลการศึกษา
    ๕) มีระบบตรวจสอบความครบถ้วนของการประเมิน เช่น จํานวนผู้ตอบ แบบประเมินที่ยังไม่
    กรอก และการติดตามผลการประเมิน สามารถรายงานรายชื่อผู้ที่ไม่ได้ทําแบบประเมิน
    ของระบบทะเบียน
  1. สามารถกําหนดการประเมินที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ผูกกับการรายงานผลการเรียน
    ๒๔
    ๗) สามารถรายงานผลการประเมินทั้งในภาพรวมรายวิชา อาจารย์ผู้สอนจําแนกรายบุคคล อาจารย์ภายใน-ภายนอก แหล่งฝึกภาพรวม และแหล่งฝึกย่อย โดยรายงานเป็นคะแนนรวม ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน ร้อยละเป็นรายข้อและรายด้าน
    ๔) สามารถดูผลการประเมินย้อนหลังและมีการจัดเก็บข้อมูลการประเมินได้อย่างปลอดภัยได้ (๕) การรายงานผล
    ๑) สามารถสรุปผลการประเมินในรูปแบบกราฟ ตาราง และส่งออกข้อมูลรายงานผลการ
    ประเมิน เป็นไฟล์ pdf, csv และ xlsx ได้
    ปีการศึกษา
    ๒) สามารถกรองข้อมูลรายงานตามช่วงเวลา ภาคการศึกษา รายวิชา รายหลักสูตรหรือผู้สอน ๓) มีรายงานผลการประเมินอาจารย์รายภาคการศึกษา รายวิชา และทั้งปีการศึกษา เมื่อสิ้นสุด
    ๔) สามารถจัดอันดับผลการประเมิน เช่น รายวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด หรืออาจารย์ที่ได้รับ คะแนนประเมินสูงสุด โดยกําหนดสิทธิ์ผู้เข้าถึงเป็นลําดับชั้น
    ๕) สามารถแสดงผลการประเมินในรูปแบบกระดานดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Dashboard) ในการ ดูรายงานต่างๆ ในภาพรวมและเชิงลึกได้
    ๖) มีระบบแจ้งเตือนเมื่อผลการประเมินต่ํากว่ามาตรฐานที่กําหนด เพื่อให้สามารถดําเนินการ
    ปรับปรุงได้ทันที
    ๔.๑๐ ระบบวัดและประเมินผล
    (๑) สามารถเชื่อมโยงข้อมูลคะแนนสอบ คะแนนชิ้นงานจากผลลัพธ์การเรียนรู้ (CLO) ของระบบงาน การจัดการศึกษาได้ สามารถกรอกข้อมูลผลการเรียนรู้ของรายวิชาได้ตาม CLO ที่กําหนดไว้โดยระบบจะสามารถ เชื่อมโยงการวิเคราะห์ผลไปยัง Sub PLO และ PLO ของหลักสูตรได้ ซึ่งคะแนนแต่ละรายวิชาจะถูกนํามาประมวล ผลรวมเป็นคะแนนภาพรวมของนักศึกษาแต่ละคนตามกรอบผลลัพธ์การเรียนรู้ รายหลักสูตร รายชั้นปี พร้อมแสดง เป็นแผนภูมิเรดาห์ (Radar Chart)
    (๒) สามารถกําหนดระดับการวัดและประเมินผล โดยแบ่งค่าคะแนนผลสอบหรือผลการประเมินต่างๆ เป็นสี ๗ สี ตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด รวมถึงการประเมินผลแบบ T-score หรือช่วงคะแนนเพื่อการ ตัดเกรดได้
    (๓) ระบบสามารถบันทึกผลการเรียนคะแนนดิบ (คะแนนเก็บ) คะแนนรวม ในรูปแบบต่างๆ ได้ เช่น การนําเข้าข้อมูลด้วยไฟล์ xlsx หรือการบันทึกผ่านระบบโดยตรงเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม และรายวิชาได้ ประกอบด้วย
    อย่างอิสระ
    ๑) คะแนนสอบระหว่างภาค กลางภาค ปลายภาค
    ๒) คะแนนสอบภาคปฏิบัติ ผลงาน ชิ้นงาน และคะแนนภาคสนามได้
    (๔) ระบบต้องมีฟังก์ชันสําหรับการ Recheck ความถูกต้องของข้อมูลทั้งฝั่งอาจารย์และฝั่งทะเบียนได้ (๕) ระบบต้องรองรับให้อาจารย์ระบุช่วงเกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การตัดเกรดได้แต่ละรายวิชาได้
    (๖) ระบบต้องนําช่วงเกณฑ์ตามข้อ (๔.๑๐ (๕)) มาคํานวณคะแนนดิบเพื่อตัดเกรดได้ และสามารถ บันทึก ส่งเกรดได้ทั้งแบบรายบุคคล รายกลุ่ม และรายชั้นปีได้
    ๒๕
    (๗) ระบบสามารถบันทึกข้อมูลหรือโอนย้ายข้อมูลผลการเรียนในแต่ละรายวิชา กรณีที่นักศึกษาขอ เทียบโอนรายวิชาจากการขอย้ายหลักสูตร ย้ายวิทยาลัย หรือจากสถาบันพระบรมราชชนกอื่น ซึ่งต้องเป็นไปตาม ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศของสถาบันพระบรมราชชนก ให้มีค่า/ระดับผลการศึกษาที่นําไปคํานวณ GPAX หรือแบบ ให้สัญลักษณ์อื่นๆตามข้อบังคับการเทียบโอนหน่วยกิตที่ไม่สามารถนําไปคํานวณ GPAX ได้
    (๔) ระบบสามารถบันทึกการขาดเรียน/ลาเรียนของนักศึกษา และสามารถกําหนดเงื่อนไขในการเข้า เรียนของนักศึกษาได้ เช่น มีการเข้าเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ เป็นต้น
    (๔) ระบบสามารถรายงานข้อมูลนักศึกษาที่หมดสิทธิ์เข้าสอบเนื่องจากไม่เป็นไปตามเกณฑ์หรือเงื่อนไข ที่กําหนด เช่น จํานวนการเข้าเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๘๐ โดยต้องมีข้อมูลต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
    ๑) รหัสนักศึกษา ชื่อ-นามสกุลนักศึกษา หลักสูตร ชั้นปี
    ๒) ชื่อวิชา วันที่สอบ อาจารย์ผู้รับผิดชอบวิชา
    (๑๐) ระบบสามารถบันทึก นําเข้าหรือเชื่อมโยง (API) ข้อมูลผู้สอบ ข้อมูลผลการทดสอบกับระบบคลัง ข้อสอบและการสอบออนไลน์ ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ และการสอบอื่นๆ
    (๑๑) ระบบสามารถประมวลผลการศึกษา (GPA และ GPAX) ของนักศึกษารายบุคคลจําแนกเป็น รายภาคการศึกษา รายปีการศึกษา รายชั้นปี และผลการศึกษาตลอดหลักสูตร
    (๑๒) ระบบสามารถออกรายงานสรุปผลการเรียนรายวิชา รายชั้นปี เป็นภาคการศึกษาโดยเรียงค่า คะแนนจากสูงสุด-ต่ําสุด
    (๑๓) การเลื่อนชั้นของนักศึกษา ต้องตรวจสอบเรื่องของผลการเรียน หากนักศึกษามีผลการเรียน หรือ เกรดเฉลี่ยต่ํากว่าเกณฑ์ที่กําหนด จะไม่สามารถเลื่อนชั้นเรียนได้
    (๑๔) สามารถกําหนดและทําการเลื่อนชั้นแบบมีเงื่อนไข เป็นไปตามข้อบังคับการจัดการศึกษาในแต่ละ ระดับการศึกษาของสถาบันพระบรมราชชนกหากนักศึกษามีผลการเรียน หรือเกรดเฉลี่ยต่ํากว่าเกณฑ์ที่กําหนด จะไม่ สามารถเลื่อนชั้นเรียนได้ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนสามารถดําเนินการปรับปรุงสถานะ ข้อมูล ให้นักศึกษาสามารถ เลื่อนชั้นปีได้ (โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารหลักสูตร วิทยาลัย)
    (๑๕) ระบบสามารถเลือกการเลื่อนชั้นปีได้ทั้งแบบรายชั้นปี หรือรายบุคคล
    (๑๖) ระบบสามารถกําหนดหรือเลือกให้แสดงหรือไม่แสดงผลการเรียนของนักศึกษารายบุคคล รายกลุ่ม หรือรายชั้นปีตามเงื่อนไขต่างๆที่กําหนดได้ เช่น รายวิชาที่มีการแบ่งหน่วยกิตการเรียน นักศึกษาที่ไม่ปฏิบัติ
    ตามประกาศระเบียบหรือข้อบังคับการจัดการศึกษาหรือการชําระค่าธรรมเนียมการศึกษา
    (๑๗) สามารถตรวจสอบสถานภาพนักศึกษา ประวัติการปรับปรุงสถานภาพของนักศึกษาที่ผ่านมา ในแต่ละปีและภาคการศึกษาได้ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนเรียน การชําระเงินรวมถึงการค้างชําระ การรักษา สถานภาพนักศึกษา เป็นต้น ตามเงื่อนไขที่ต้องการค้นหาได้ เช่น รหัสนักศึกษา หรือเลขที่บัตรประชาชน หรือชื่อ-นามสกุล ก่อนการบันทึกผลการเรียนและการรายงานผลการเรียนได้
    (๑๘) ระบบสามารถออกรายงานต่างๆ ต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย
    ๑) รายงานข้อมูลนักศึกษาที่มีผลการเรียนอ่อน หรือนักศึกษาที่มีความเสี่ยงว่าจะซ้ําชั้น หรือไม่สําเร็จการศึกษา โดยใช้เกณฑ์และระดับสีตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดได้
    ๒) รายงานผลการทดสอบภาษาอังกฤษ จากระบบสอบกลางของสถาบันพระบรมราชชนก ที่สามารถดูได้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์
    ๓) รายงานผลการเรียนในแต่ละรายวิชาสําหรับใช้ในการประกาศผลแก่นักศึกษา โดยนักศึกษา สามารถเข้าดูผลจากระบบด้วยตนเอง และจากใบรายงานผลที่สั่งพิมพ์ออกจากระบบเป็นไฟล์ PDF ได้
    ๒๖
    ๔) สามารถแสดงรายงานสรุปผลการเรียนในรูปแบบกระดานดิจิทัลอัจฉริยะ (Smart Dashboard) ในการดูรายงานต่างๆ ในภาพรวมและเชิงลึกได้ เช่น ในรายวิชา รายชั้นปี รายหลักสูตร เป็นต้น
    ๔.๑๑ การสําเร็จการศึกษา
    (๑) ระบบสามารถตรวจสอบเงื่อนไขการสําเร็จการศึกษา (Graduation Audit) รายบุคคล รายชั้นปี โดยเทียบกับโครงสร้างหลักสูตรและข้อบังคับ ระเบียบและประกาศตามที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดในแต่ละระดับ การศึกษา ดังต่อไปนี้ได้เป็นอย่างน้อย เช่น ระดับปริญญาตรี ต้อง
    สาขาวิชาได้
    ๑) คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรไม่ต่ํากว่า ๒.๐
    ๒) จํานวนหน่วยกิตครบตามหลักสูตร
    ๓) ผ่านเกณฑ์การสอบความรู้รวบยอดที่กําหนดไว้ในหลักสูตร ๔) ผ่านเกณฑ์การสอบภาษาอังกฤษ
    ๕) ไม่อยู่ระหว่างรับโทษทางวินัย
  2. ต้องชําระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการศึกษาครบตามที่กําหนด
    (๒) สามารถรองรับประมวลผลสําเร็จการศึกษาได้ รายบุคคล รายกลุ่ม ชั้นปี หลักสูตร (๓) สามารถกําหนดวันที่สําเร็จการศึกษา แยกตามคณะ วิทยาลัย ระดับการศึกษา หลักสูตรและ
    (๔) สามารถกําหนดจํานวนชั่วโมงฝึกปฏิบัติการของทางพยาบาล (ให้เลือกจํานวน ชม.) (๕) สามารถเลือกแสดง/ไม่แสดงผลการสอบภาษาอังกฤษของสถาบันพระบรมราชชนกหรือผลการ
    สอบเทียบเคียง ในรูปแบบที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนด
    (๖) สามารถเลือกแสดง/ไม่แสดงรายวิชาที่ได้ F ในทรานสคริปต์ และสามารถเลือกกําหนดว่าจะ นํามาคิดหน่วยกิตหรือไม่
    (๗) สามารถบันทึกข้อมูล การตรวจสอบโครงสร้างหลักสูตรของนักศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้ ตรวจสอบผลการเรียนของนักศึกษาว่าถูกต้องหรือไม่
    (๘) สามารถแก้ไข และบันทึกข้อความ หมายเหตุ ให้นักศึกษาได้ทราบข้อมูลที่จะต้องดําเนินการได้ โดยระบุจากรหัสประจําตัวนักศึกษา และแสดงข้อมูล ดังนี้
    ๑) ชื่อ - นามสกุล และรหัสประจําตัวของนักศึกษา
    ๒) ตรวจสอบรายวิชาและผลการเรียนที่เรียนมาแล้วตามโครงสร้างหลักสูตร
    (๔) สามารถกําหนดการแสดงรูปแบบทรานสคริปต์ได้หลายแบบตามที่สถาบันพระบรมราชชนก
    กําหนด เช่น ระดับบัณฑิตศึกษา ต้องแสดงชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์และผลการสอบวิทยานิพนธ์
    (๑๐) สามารถจัดการขอจบการศึกษา โดยเจ้าหน้าที่วิทยาลัย คณะ และสถาบันพระบรมราชชนก เป็นการตรวจสอบและยืนยันการขออนุมัติรายการยื่นขอสําเร็จการศึกษาของนักศึกษา รายบุคคล รายชั้นปีและราย
    หลักสูตรได้ ตามสิทธิ์ที่ได้รับเฉพาะสังกัดวิทยาลัย คณะและสถาบันพระบรมราชชนก
    (๑๑) นักศึกษาสามารถแจ้งขอสําเร็จการศึกษา ทางผ่านระบบออนไลน์ได้
    (๑๒) รายงานส่วนงานสําเร็จการศึกษา
    ๑) รายงานข้อมูลรายชื่อนักศึกษาที่ยื่นขอสําเร็จการศึกษา
    ๒) รายงานรายชื่อผู้ที่จะสําเร็จการศึกษาสําหรับเสนอคณะและสภาอนุมัติได้ โดยจัดเรียง
    ตามลําดับเกียรตินิยม และตามตัวอักษรได้
    ๒๗
    ๓) รายงานสรุปจํานวนนักศึกษาที่สําเร็จการศึกษาจําแนกตามปีการศึกษา รายคณะ วิทยาลัย รายหลักสูตร และระบุวันที่อนุมัติสําเร็จการศึกษาได้
    ๔) รายงานสรุปจํานวนผู้สําเร็จการศึกษาตามระยะเวลาที่กําหนด และเปรียบเทียบกับจํานวน นักศึกษาแรกเข้าของชั้นปีการศึกษานั้น ในแต่ละหลักสูตร
    ๕) รายงานข้อมูลผู้สําเร็จการศึกษาในแต่ละปีการศึกษา ตามเงื่อนไขที่กําหนด
  3. รายงานรายชื่อและจํานวนผู้ที่ได้รับเกียรตินิยม ผู้ที่ได้รับเหรียญรางวัล เช่น เหรียญทอง ๗) รายงานผู้สําเร็จการศึกษาสําหรับนําส่ง Unicon
    ๔) พิมพ์ข้อมูลรายชื่อผู้สําเร็จการศึกษา เพื่อจัดทําใบปริญญาบัตร และสามารถส่งออกข้อมูล
    เป็นไฟล์ได้ เช่น xlsx, docx และ pdf
    ๔.๑๒ การติดตั้งและการให้บริการหลังการขายของผู้เสนอราคา
    ๔.๑๒.๑ ผู้เสนอราคาจะต้องจัดหาระบบคลาวด์ (Cloud Computing) สําหรับใช้ติดตั้งระบบทะเบียน นักศึกษาที่พัฒนาขึ้น รองรับการประมวลผลในรูปแบบคลาวด์ (Cloud computing model) มีความยืดหยุ่นตาม Workload ของงาน และรองรับการสเกล (Scalability/Auto Scale) ตามปริมาณความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละ Services และสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า ๑๒ เดือนนับจากการวันที่ส่งมอบระบบย่อย (ระบบรับสมัครนักศึกษา) เรียบร้อยแล้ว โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
    (๑) สามารถให้บริการระบบ Public Cloud Service สําหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    เสมือนที่ใช้ CPU Architecture แบบ ๓๒-bit (๔๖) หรือ ๖๔-bit (๖๔)
    (๒) มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน โดยมีทรัพยากรรวมอย่างน้อย ดังนี้
    ๑) จํานวนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน จํานวน ๑๑ VM
    ๒) จํานวนหน่วยประมวลผลกลางรวม (VCPU) จํานวน ๒๔ Core ๓) จํานวนหน่วยความจําหลักรวม (VRAM) จํานวน ๑๘๔ GB ๔.) ดําเนินการแบ่ง Architecture จากข้อ ๑) - ๓) ออกเป็น ๔ Tier ดังนี้
    Tier ๑: Load Balancer & Gateway (๒ VMs)
  • สําหรับทําหน้าที่รองรับการเข้าใช้งานของผู้ใช้ (Traffic) และรองรับ
    การทํา SSL Offloading, Routing ไปยัง Microservices มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๒ VCPU และหน่วยความจําหลัก ๘ GB ต่อเครื่อง
    Tier ๒: Application / Microservices (๔ VMs)
    สําหรับทําหน้าที่ รัน Web App, API, Student Portal, Teacher
    Portal
  • มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๒ VCPU และหน่วยความจําหลัก ๑๖ GB
    ต่อเครื่อง
    Tier m: Database & Storage (m VMs)
  • VM ๑ (SQL Master): DB สําหรับ Transaction หลัก เช่น
    การลงทะเบียน, การจัดการเกรด

มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๔ VCPU และหน่วยความจําหลัก
๓๒ GB
២៨
Tiering ได้อย่างน้อย ดังนี้
VM ๒ (SQL Slave/Standby): สําหรับทํา Replicate และ
Read-only report
*
มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๒ VCPU และหน่วยความจําหลัก
๑๖ GB

  • VM ๓ (NoSQL - MongoDB): ใช้เก็บ Log, Audit Trail หรือ
    JSON Document ของนักศึกษา

มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๔ VCPU และหน่วยความจําหลัก
๓๒ GB
Tier ๔: Support & Management (๒ VMs)
VM ๑ (Background Worker/Queue): ใช้สําหรับประมวลผล รับสมัคร ประมวลผลการเรียน, ส่งอีเมล

  • มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๒ VCPU และหน่วยความจําหลัก
    ๑๖ GB
    VM ๒ (Management/DevOps): สําหรับ Deploy, Monitoring,
    Backup, Redis Cache
  • มีหน่วยประมวลผลกลางรวม ๒ VCPU และหน่วยความจําหลัก
    ๑๖ GB
    ๕) มีพื้นที่เก็บข้อมูลรวม (VDisk) จํานวน ๕,๓๓๒ GB สามารถทํา Storage
    Tier ๑ (High Performance): มี Storage แบบ SSD ขนาด ๕๐๐
    GB สําหรับรองรับ OS และ Database เพื่อให้ระบบสามารถรองรับการใช้งานได้สูงสุด ๕,๐๐๐ คน
    Tier ๒ (Cost Effective): มี Storage แบบ Standard HDD หรือ
    SATA หรือ Magnetic Disk สําหรับพื้นที่ที่เหลือทั้งหมดประมาณ ๔,๘๓๒ GB เพื่อใช้เก็บไฟล์เอกสาร (File Storage)
    ๖) Anti-Virus แบบ Deep Security ที่สามารถปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์
    แม่ข่ายเสมือน
    ๗) มีทีมดูแลและแก้ปัญหาระบบฐานข้อมูลตลอด ๒๔ ชั่วโมง (๓) ไม่จํากัดจํานวนการถ่ายโอนข้อมูล (Unlimited Data Transfer) ภายในระบบ
    คลาวด์ Cloud Computing Environment
    (๔) มีขนาด Internet Bandwidth แบบ Dedicated ภายในประเทศของระบบคลาวด์
    (Cloud Computing) รวมกันไม่น้อยกว่า ๒๐ Gbps. หรือดีกว่า
    (๕) มีความสามารถในการช่วยกระจายโหลดงาน (Load Balance) โดยรองรับ Throughput สูงสุดไม่น้อยกว่า ๓ Gbps รองรับการเชื่อมต่อได้ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ Connection persecond
    (๖) ระบบป้องกันเสมือน (Virtual Firewall) ระบบ Virtual Firewatt สามารถป้องกัน การโจมตี จากภายนอกเข้ามายังเครื่องแม่ข่ายเสมือน
    ๒๙
    ๔.๑๑.๒ ส่งมอบลิขสิทธิ์และสิทธิ์การใช้งานระบบทั้งหมด รวมถึง Source code ระบบทะเบียน
    นักศึกษาให้กับสถาบันพระบรมราชชนก
    ๔.๑๑.๓ ผู้เสนอราคาต้องสนับสนุนการใช้งานและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคระบบทะเบียนนักศึกษา รวมถึงโปรแกรม ต่างๆ ที่ใช้ในการพัฒนาระบบในโครงการนี้ ไม่น้อยกว่า ๓๖๕ วัน นับตั้งแต่วันส่งมอบระบบ ทะเบียนนักศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งหมด เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๔.๑๑.๔ ผู้เสนอราคาจะต้องมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาคอยให้บริการเพื่อดูแล
    ผลิตภัณฑ์ในโครงการและสนับสนุนทางเทคนิคการใช้งานระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแก้ไขปัญหาในการ
    ใช้งานระบบต่างๆได้อย่างรวดเร็ว
    ๔.๑๑.๕ ผู้เสนอราคาจะต้องจัดพนักงานผู้เชี่ยวชาญหรือโปรแกรมเมอร์ที่สามารถแก้ไขปัญหา ระบบทะเบียนนักศึกษาที่พัฒนาขึ้น มาให้ความช่วยเหลือตามที่สถาบันพระบรมราชชนกร้องขอหรือกรณีมีเหตุ จําเป็น ตลอดระยะเวลาของสัญญา
    ๔.๑๑.๖ ผู้เสนอราคาจะต้องจัดพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแก้ไขปัญหาระบบรับสมัคร
    นักศึกษามาช่วยดําเนินการระหว่างการประมวลผลการคัดเลือกที่สถาบันพระบรมราชชนกหรือตามสถานที่ ที่สถาบันพระบรมราชชนกกําหนดอย่างน้อย ๑ คน
    ๔.๑๑.๗ ผู้เสนอจะต้องมีช่องทางสําหรับการแจ้งขอรับบริการทางเทคนิคได้ด้วยตนเอง (Self-
    Service) ผ่านหน้าเว็บไซด์ของผู้รับจ้างตลอดระยะเวลาของสัญญา
    ๔.๑๑.๘ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งข้อมูลผู้ประสานงานในการรับเรื่องการขอรับการบริการสนับสนุน ทางเทคนิคหรือบริการ จํานวนอย่างน้อย 6 คน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์มือถือ อีเมล์
    และ LINE ID
    ๔.๑๓ เงื่อนไขอื่น
    ๑. ผู้เสนอราคาต้องเสนอรายชื่อทีมงานพร้อมกับรายละเอียดประวัติ คุณวุฒิ ผลงานหรือประสบการณ์ ทํางานที่ผ่านมาของบุคลากรแต่ละตําแหน่ง เพื่อเสนอให้สถาบันพระบรมราชชนกพิจารณา โดยต้องประกอบ ไปด้วยบุคลากรต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

    (๑) ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีประสบการณ์เป็นผู้จัดการโครงการที่พัฒนาและติดตั้งระบบสารสนเทศไม่น้อยกว่า
    ปี ให้กับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน อย่างน้อย ๑ โครงการ จํานวนอย่างน้อย 6 คน
    (๒) มีทีมงานในการพัฒนาระบบทะเบียนนักศึกษา ที่มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศหรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีประสบการณ์และมีผลงานในโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศ อย่างน้อย ๑ ปี ประกอบด้วย
    ๑) นักบริหารฐานข้อมูล
    อย่างน้อย ๑ คน
    ๒) นักวิเคราะห์ระบบและออกแบบระบบ
    อย่างน้อย ๑ คน
    ๓) โปรแกรมเมอร์
    อย่างน้อย ๒ คน
    ๔) ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและฮาร์ดแวร์
    อย่างน้อย ๑ คน
    ๕) ผู้ทดสอบระบบงาน
    อย่างน้อย ๑ คน
    ๖) ที่ปรึกษาด้านเทคนิค
    อย่างน้อย ๑ คน
    ଗୀଠ
    ๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ภายใน ๔๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  1. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    การพิจารณาผู้ชนะการเสนอราคา คณะกรรมการจะใช้เกณฑ์การพิจารณาดังนี้ ๖.๑ เกณฑ์ด้านราคา ร้อยละ ๓๐ ของคะแนนเต็ม
    ๖.๒ ข้อเสนอด้านเทคนิค ร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็ม ประกอบด้วย
    ๖.๒.๑ จํานวนผลงานที่ตรงกับโครงการ ร้อยละ ๒๐
    ๖.๒.๒ พิจารณาจากการนําเสนอตัวอย่างและแสดงการใช้งานระบบที่มีข้อมูลทดสอบไม่น้อยกว่า
    ๒๐ รายการ ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ไม่น้อย ๕ เงื่อนไขในแต่ละระบบ โดยให้คะแนนแต่ละระบบงานต่อไปนี้ระบบละ ๑๐ คะแนน (คะแนนรวมทั้งสิ้น ๕๐ คะแนน หรือร้อยละ ๕๐)
    ๗. วงเงินงบประมาณ
    ๑) ระบบรับสมัครและคัดเลือกนักศึกษา
    ๒) ระบบทะเบียนนักศึกษา (ทะเบียนประวัตินักศึกษาและการลงทะเบียนเรียน)
    ๓) ระบบหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
    ๔) ระบบวัดและประเมินผล
    ๕) ระบบการขึ้นทะเบียนบัณฑิต/การขอสําเร็จการศึกษา
    วงเงินงบประมาณ ๗,000,000 บาท (เจ็ดล้านบาทถ้วน)
    เบิกจ่ายจากงบประมาณของสถาบันพระบรมราชชนก ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แผนงาน : แผนงาน ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้คนมีสุขภาวะที่ดี โครงการ : ผลิตและพันากําลังคนด้านสุขภาพสู่ความเป็นมืออาชีพ กิจกรรม : ผลิตและพัฒนากําลังคนด้านสุขภาพ งบอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป รายการ : อุดหนุนศึกษาหลักสูตรพยาบาล
  2. งวดงานและการจ่ายเงิน
    สถาบันพระบรมราชชนกจะจ่ายค่าจ้างตามสัญญาจ้าง ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็นงวด จํานวน ๕ งวด ดังนี้
    จํานวน ๕% (ร้อยละห้าของเงินสัญญาจ้าง) จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการ
    งวดที่ ๑
    งวดที่ ๒
  • ส่งร่างแบบสถาปัตยกรรมระบบทั้งหมด ให้กับสถาบันพระบรมราชชนก ทั้งหมดแล้วเสร็จ (กําหนดเวลา ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    จํานวน ๓๐% (ร้อยละสามสิบของเงินสัญญาจ้าง)
    จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการ
    ติดตั้งระบบรับสมัคร พร้อมใช้งาน ตามรายละเอียดข้อ ๔.๔
    มีคู่มือการใช้งาน และอบรมผู้ใช้งานระบบ
    เปิดใช้งานระบบ ตามข้อ ๔.๔
    ทั้งหมดแล้วเสร็จ (กําหนดเวลา ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    สด
    งวดที่ ๓
    งวดที่ ๔
    จํานวน ๔๐% (ร้อยละสี่สิบของเงินสัญญาจ้าง) จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการ
    ติดตั้งระบบทะเบียนนักศึกษา พร้อมใช้งาน ตามรายละเอียดข้อ ๔.๕ - ๔.๙
    มีคู่มือการใช้งาน และอบรมผู้ใช้งานระบบ
    เปิดใช้งานระบบ ตามข้อ ๔.๕ - ๔.๙
    ทั้งหมดแล้วเสร็จ (กําหนดเวลา ๓๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    จํานวน ๑๕% (ร้อยละสิบห้าของเงินสัญญาจ้าง)
    จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการ
    ติดตั้งระบบวัดและประเมินผล พร้อมใช้งาน ตามรายละเอียดข้อ ๔.๑๐
    มีคู่มือการใช้งาน และอบรมผู้ใช้งานระบบ
    เปิดใช้งานระบบวัดและประเมินผล ตามข้อ ๔.๑๐
    ทั้งหมดแล้วเสร็จ (กําหนดเวลา ๓๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    งวดที่ ๕ (งวดสุดท้าย) จํานวน ๑๐% (ร้อยละสิบของเงินสัญญาจ้าง)
    ๙. อัตราค่าปรับ
    จ่ายให้เมื่อผู้รับจ้างได้ทําการ
    ติดตั้งระบบการสําเร็จการศึกษา พร้อมใช้งาน ตามรายละเอียด ๔.๑๑ มีคู่มือการใช้งาน และอบรมผู้ใช้งานระบบ
    เปิดใช้งานระบบการสําเร็จการศึกษา ตามข้อ ๔.๑๑
    ทั้งหมดแล้วเสร็จ (กําหนดเวลา ๔๐๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    เมื่อครบกําหนดส่งมอบงานตามที่กําหนด ถ้าผู้รับจ้างไม่ส่งมอบงานจ้าง หรือส่งมอบล่าช้า หรือส่งมอบ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบจํานวน หรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้แก่ สถาบันพระบรมราชชนก ผู้รับจ้างจะต้องชําระ ค่าปรับให้ สถาบันพระบรมราชชนก เป็นรายวันเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคา งานจ้าง นับถัดจากวันครบกําหนดส่งมอบตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงาน จ้างให้แก่ สถาบันพระบรม ราชชนก จนถูกต้องครบถ้วน
    ๑๐. กําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทําสัญญาจ้างหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี (หนึ่ง) นับถัดจากวันที่ สถาบัน ได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ แจ้งความชํารุดบกพร่อง
    ๑๑. การรักษาความลับ

    ผู้เสนอราคาจะต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดําเนินงานที่ผู้เสนอราคาได้รับจาก สถาบัน พระบรมราชชนก และข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เสนอราคาได้จัดทําขึ้นเนื่องจากการดําเนินงานตามสัญญานี้อย่างเป็น ความลับของ สถาบันพระบรมราชชนก ซึ่งต่อไปใน สัญญานี้เรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ” โดยผู้เสนอราคาต้อง หามาตรการในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับให้มิดชิด รวมทั้งไม่เปิดเผย หรือเผยแพร่ หรือกระทําด้วยวิธีการใด ให้บุคคลอื่นใดที่มิใช่คู่สัญญาภายใต้สัญญานี้ หรือมิใช่ บุคคลที่ สถาบันพระบรมราชชนก ได้อนุญาตเป็นลายลักษณ์ อักษรให้มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะรับทราบข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้สัญญานี้ ได้ทราบถึงข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว
    ៣២
    เว้นแต่จะเป็นการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของ ผู้เสนอราคาที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น และผู้เสนอราคาจะต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวได้ ผูกพันและปฏิบัติตามเงื่อนไข
    ในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเช่นว่านั้นด้วย
    ๑๑.๒ หากผู้เสนอราคามิได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๑.๑ ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบต่อ สถาบันพระบรมราชชนก หรือบุคคลอื่นที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ข้อมูลที่เป็น ความลับดังกล่าว ได้ถูกเปิดเผยไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และ สถาบันพระบรมราชชนก มีสิทธิบอกเลิกสัญญา
    ได้ทันที
    ผู้เสนอราคาจะยังคงต้องผูกพันตามข้อกําหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามข้อ
    ๑๑.๑
    ต่อไป ตราบที่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวยังคงเป็นความลับอยู่ แม้ว่าการจ้างตามสัญญานี้ได้สิ้นสุดลงแล้วไม่ว่า ด้วยเหตุใดก็ตาม
    คณะกรรมการจัดทําขอบเขตของงานและคุณลักษณะเฉพาะ ฯ
    (ลงชื่อ).
    .ประธานกรรมการ
    (นางสาวสายสุนี คุ้มครองญาติ) ผู้อํานวยการกองทะเบียนและประมวลผล กองทะเบียนและประมวลผล
    (ลงชื่อ).
    ด ราง การ
    …กรรมการ
    (ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาภาพร กฤษณพันธุ์ ภาคีแก้ว) รองคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์
    (ลงชื่อ).
    (นายเกียรติศักดิ์ แซ่อิ๋ว)
    อาจารย์
    กองเทคโนโลยีดิจิทัล
    .กรรมการ
    (ลงชื่อ).
    (0)
    ..กรรมการ
    (นางสาวปิยะรัตน์ หยกสุริยันต์)
    อาจารย์ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สระบุรี
    (ลงชื่อ),
    C, C
    (นายวเรศ ตราชื่นต้อง) อาจารย์ คณะแพทยศาสตร์
    .กรรมการ