จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างกิจกรรมยกระดับการให้บริการศูนย์ข้อมูลกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงการระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วยปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 69049104022
฿2,592,600 ปีงบ 2569 ประกาศ 8 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จัดทำกิจกรรมนี้เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กโดยเริ่มจากฐานราก ผ่านการสร้างสื่อการเรียนรู้ที่เข้าใจง่ายสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ เด็กอายุ 5-9 ปี ผู้ปกครอง และครูระดับอนุบาล-ประถมศึกษาตอนต้น โครงการมุ่งผลิตสื่อสร้างสรรค์หลายรูปแบบเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ปกครองและครูเกี่ยวกับภัยจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมหลายภารกิจ ได้แก่ การจัดทำแผนงาน, การจัดประชุม Kick-off, การผลิตหนังสือการ์ตูนจำนวน 200 เล่มในรูปแบบสิ่งพิมพ์และ E-Book ซึ่งครอบคลุมเนื้อหา 4 ประเด็นหลักเกี่ยวกับการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเด็ก, การผลิตอนิเมชั่น (2D/3D) ความยาว 3-5 นาที จำนวน 4 ตอน ในรูปแบบไฟล์ .WMV และ .MP4 พร้อมคำบรรยายไทย-อังกฤษ, การผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ออนไลน์ (อินโฟกราฟิก/คลิปวิดีโอสั้น) อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 12 ชิ้นงาน, และการจัดฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์ใน 2 ภูมิภาค ให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า 100 คน พร้อมการถ่ายทอดสดออนไลน์

ผลงานทุกรูปแบบที่ผลิตขึ้นภายใต้โครงการนี้ ลิขสิทธิ์จะเป็นของ สคส. แต่เพียงผู้เดียว และผู้รับจ้างต้องนำสื่อทั้งหมดไปบรรจุไว้ในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วยปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของ สคส. เพื่อให้บริการต่อผู้ใช้งานได้อย่างครอบคลุม

English summary

The Office of the Personal Data Protection Committee (PDPC) is launching an activity to enhance the service of the legal information center on personal data protection. This initiative aims to address children’s personal data privacy violations by creating easy-to-understand educational media for key target groups: children aged 5-9, parents, and kindergarten/early primary school teachers. The project focuses on producing various creative media to build correct knowledge, understanding, and resilience among children and youth, while raising awareness among parents and teachers about the dangers of personal data breaches.

The scope of work includes multiple tasks: developing a work plan and concept, holding a kick-off meeting, producing 200 copies of a comic book (in both print and E-Book formats) covering four main themes on preventing children’s data privacy violations, creating four episodes of 2D/3D animation (3-5 minutes each) in .WMV and .MP4 formats with Thai-English subtitles, continuously producing and disseminating online content (infographics/short video clips) with at least 12 pieces throughout the contract period, and organizing creative training workshops in 2 regions for a total of at least 100 participants, with live online streaming.

All works produced under this project will be the sole copyright of the PDPC. The contractor must integrate all media into the PDPC’s International Legal Information Center for Personal Data Protection using Generative AI for comprehensive user access.

สถานที่ดำเนินการ
  • (สถานที่จัดฝึกอบรมระบุเฉพาะว่า 2 ภูมิภาค โดยไม่ระบุชื่อจังหวัดที่ชัดเจนใน TOR นี้)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อผลิตสื่อสร้างสรรค์ และส่งเสริมการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและภัยที่เกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเด็ก เยาวชน โรงเรียน และประชาชนทั่วไป
  • เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยที่เกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ตกเป็นเหยื่อหรือตกเป็นผู้กระทำความผิด
  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ปกครองและครูผู้สอนให้มีการปรับเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมในการดูแลบุตรหลานให้มีความปลอดภัยจากภัยของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อนำไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในการให้คำแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการพัฒนางานด้านข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเด็กให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่สนใจ

ขอบเขตของงาน

  • การวางแผนและจัดการ: จัดทำรายละเอียดกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน และแผนการดำเนินงาน พร้อมทั้งระยะเวลาของกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการฯ
  • การประชุมเริ่มต้นโครงการ (Kick-off): จัดประชุม Kick-off เพื่อนำเสนอขอบเขตการดำเนินงานและกิจกรรมการส่งมอบงาน ให้กับเจ้าหน้าที่ สคส. จำนวนไม่เกิน 5 ท่าน อย่างน้อย 1 วัน จำนวน 1 ครั้ง ณ สถานที่ของ สคส. (ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด)
  • การผลิตหนังสือการ์ตูน (สิ่งพิมพ์):
    • ขนาด 9x9 นิ้ว ปกหน้า-หลัง กระดาษอาร์ตการ์ด 160 แกรม พิมพ์ 4 สีด้านเดียว เนื้อในกระดาษอาร์ตมัน 80 แกรม พิมพ์ 4 สี 2 ด้าน
    • จำนวนไม่น้อยกว่า 24 หน้า เข้าเล่มไสกาว (สันกาว) จำนวน 200 เล่ม
    • เนื้อหาครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ปกครองและครูเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเด็กบนโซเชียลมีเดีย, ให้ความรู้เด็กในการใช้โซเชียลมีเดียให้ปลอดภัย, สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล, สร้างความตระหนักเกี่ยวกับความสำคัญของข้อมูลทางชีวภาพ
    • ออกแบบภาพปกและภาพประกอบให้เหมาะสม
    • เนื้อหาหลักภาษาไทย พร้อมคำบรรยาย (Sub-Title) ภาษาอังกฤษ
    • ต้องนำเสนอแนวคิดหลัก (Concept), เค้าโครงเรื่อง (Plot), บทฉบับสมบูรณ์ (Script), พร้อมภาพประกอบเรื่อง (Storyboard) และการออกแบบการ์ตูน (Character, Background, Props) เพื่อขอความเห็นชอบจาก สคส. ก่อนผลิต
  • การผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book):
    • แปลงหนังสือการ์ตูนตามข้อ 4.3 เป็นรูปแบบ E-Book โดยคงรายละเอียดเดิมครบถ้วน
    • ต้องใช้ซอฟต์แวร์หรือผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง
    • เป็นหนังสือที่ไม่สามารถคัดลอก พิมพ์ หรือจับภาพหน้าจอได้
    • ต้องสามารถเปิดอ่านได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (ทำงานได้ครบถ้วนเมื่อออฟไลน์ ยกเว้นฟีเจอร์ที่ต้องเชื่อมต่อออนไลน์)
    • ต้องทำงานบนเบราว์เซอร์พื้นฐาน (Chrome, Firefox, IE, Safari) และระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป, iOS, และ Android
    • ต้องนำ E-Book ไปบรรจุและแสดงผลในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วย Generative AI ของ สคส.
  • การผลิตอนิเมชั่น (Animation):
    • รูปแบบผสมผสาน 2D หรือ 3D ความยาวไม่น้อยกว่า 3-5 นาที จำนวน 4 ตอน
    • เนื้อหาครอบคลุม 4 ประเด็นหลักเช่นเดียวกับหนังสือการ์ตูน
    • รูปแบบภาพและเสียงพากย์ภาษาไทย พร้อมคำบรรยาย (Sub-Title) ไทยและอังกฤษ
    • ส่งมอบไฟล์วิดีโอในรูปแบบ .WMV และ .MP4
    • ประกอบด้วยเสียงเพลง พากย์เสียง หรือ Sound Effect ตามความเหมาะสม
    • คุณภาพความละเอียดระดับ High Definition ขึ้นไป
    • ต้องนำเสนอแนวคิดหลัก (Concept), เค้าโครงเรื่อง (Plot), บทฉบับสมบูรณ์ (Script), พร้อมภาพประกอบเรื่อง (Storyboard) และการออกแบบการ์ตูน (Character, Background, Props) เพื่อขอความเห็นชอบจาก สคส. ก่อนผลิต
    • ต้องนำ Animation ไปบรรจุและแสดงผลในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วย Generative AI ของ สคส.
  • การผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์ออนไลน์:
    • จัดทำอินโฟกราฟิก (Infographic) ภาพเคลื่อนไหวหรือคลิปวิดีโอสั้น (Short Video Clips) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเด็ก
    • เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ของ สคส. ไม่น้อยกว่า 2 งาน/เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 12 งาน ตลอดระยะเวลาการจ้าง
    • ต้องนำคอนเทนต์ที่จัดทำขึ้นไปบรรจุและแสดงผลในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วย Generative AI ของ สคส.
  • การจัดฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์:
    • จัดอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กระดับอนุบาลหรือประถมศึกษาตอนต้น รวมถึงผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า 100 คน รวมทั้งสิ้น
    • จัดอบรม 2 ภูมิภาค ภูมิภาคละ 1 ครั้ง แต่ละครั้งต้องมีผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัดอบรมไม่น้อยกว่า 50 คน และจัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์
    • งานรองรับประกอบด้วย: จัดหาวิทยากรที่เหมาะสมไม่น้อยกว่า 1 คน, ตกแต่งสถานที่, จัดพิธีเปิด, เตรียมเอกสารประกอบการอบรม, จัดเตรียมอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมและเจ้าหน้าที่ สคส. (ไม่น้อยกว่า 7 คน), จัดเตรียมอุปกรณ์และตกแต่งสถานที่, จัดพาหนะเดินทางและที่พักสำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคส.
    • ต้องเสนอแผนและรายละเอียดการจัดการอบรมต่อ สคส. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนวันจัดอบรมไม่น้อยกว่า 30 วัน
    • จัดให้มีการบันทึกภาพถ่าย ภาพวิดีโอ และภาพอินโฟกราฟิกจากทุกการอบรม เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์โครงการภายหลัง
  • การจัดทำรายงาน: จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) สรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการฯ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เอกสารรายงานเบื้องต้น (Inception Report) พร้อมกรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงาน (ไฟล์ดิจิทัลและพิมพ์ 2 ชุด)
  • การจัดประชุม Kick-off ที่สำเร็จแล้ว
  • หนังสือการ์ตูนสิ่งพิมพ์ ขนาด 9x9 นิ้ว จำนวน 200 เล่ม (เนื้อหา 4 ประเด็น, ภาษาไทยพร้อมซับไตเติลอังกฤษ)
  • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ที่แปลงจากหนังสือการ์ตูน (ทำงานบนหลายแพลตฟอร์ม, ป้องกันการคัดลอก)
  • อนิเมชั่น (2D/3D) จำนวน 4 ตอน (ความยาว 3-5 นาที/ตอน) ในรูปแบบไฟล์ .WMV และ .MP4 (พากย์ไทย, ซับไตเติลไทย-อังกฤษ, ความละเอียด HD ขึ้นไป)
  • คอนเทนต์ออนไลน์ (อินโฟกราฟิก/คลิปวิดีโอสั้น) จำนวนไม่น้อยกว่า 12 ชิ้นงาน ตลอดระยะเวลาสัญญา
  • การจัดฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์สำเร็จแล้ว 2 ภูมิภาค (ผู้เข้าร่วมรวมไม่น้อยกว่า 100 คน, พร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์)
  • เอกสารรายงานความก้าวหน้า (Progress Report) พร้อมความคืบหน้าแต่ละงานไม่น้อยกว่า 50%
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) พร้อมสรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด
  • สื่อดิจิทัลทุกรูปแบบที่บันทึกลงใน USB flash drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่นๆ (Removable) จำนวน 2 อัน สำหรับแต่ละงวดการส่งมอบ
  • การบูรณาการสื่อ (หนังสือการ์ตูน E-Book, อนิเมชั่น, คอนเทนต์ออนไลน์) เข้าสู่ระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วย Generative AI ของ สคส.

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 330 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

  • งวดที่ 1 (ภายใน 30 วัน): ส่งมอบ Inception Report และจัดประชุม Kick-off
  • งวดที่ 2 (ภายใน 120 วัน): ส่งมอบ Progress Report พร้อมความคืบหน้างานแต่ละส่วนไม่น้อยกว่า 50%
  • งวดที่ 3 (ภายใน 240 วัน): ส่งมอบ Final Report พร้อมผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ของหนังสือการ์ตูน, E-Book, Animation และคอนเทนต์ออนไลน์
  • งวดที่ 4 (ภายใน 330 วัน): จัดฝึกอบรม 2 ภูมิภาคให้สำเร็จ และส่งมอบ Final Report ที่สรุปผลการดำเนินงานทั้งหมด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง โดยมีมูลค่าในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
    • ผลงานต้องเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน
  • Standards Compliance: -
  • Experience:
    • ประสบการณ์ในการผลิตสื่อให้กับหน่วยงานราชการหรือเอกชนที่เชื่อถือได้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับขอบเขตงานของโครงการ อย่างน้อย 1 ผลงาน (ตามเกณฑ์การประเมิน)
  • Previous Project Cost: มูลค่าผลงานที่ผ่านมาต้องไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท ภายใต้สัญญาฉบับเดียว
  • Technical Capabilities:
    • ความสามารถในการผลิตสื่อรูปแบบต่างๆ ตามสเปก (หนังสือการ์ตูน, E-Book, Animation 2D/3D, คอนเทนต์ออนไลน์)
    • ความสามารถในการบูรณาการสื่อเข้าสู่ระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วย Generative AI
    • ความสามารถในการจัดฝึกอบรมพร้อมถ่ายทอดสดออนไลน์
  • Personnel: ต้องมีบุคลากรหลักที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ดังนี้
    • ผู้จัดการโครงการ: 1 อัตรา, ประสบการณ์เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี, วุฒิปริญญาตรี สาขาการตลาดหรือที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย: 1 อัตรา, ประสบการณ์เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี, วุฒิปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์หรือที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์: 2 อัตรา, ประสบการณ์เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี, วุฒิปริญญาตรี สาขาการออกแบบปฏิสัมพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ, นิเทศศิลป์, การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ, นิเทศศาสตร์ หรือที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย: 1 อัตรา, ประสบการณ์เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 5 ปี, วุฒิปริญญาตรี สาขาการศึกษาปฐมวัยหรือที่เกี่ยวข้อง

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาข้อเสนอใช้ระบบน้ำหนักคะแนนรวม 200 คะแนน (100%)

  1. เกณฑ์ด้านคุณภาพ (80% หรือ 160 คะแนน) พิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิค:
    • ประวัติและผลงานของบริษัท (10 คะแนน): พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาที่มีลักษณะใกล้เคียงกับขอบเขตงานนี้ อย่างน้อย 1 ผลงาน
    • คุณสมบัติของบุคลากรหลัก (30 คะแนน): พิจารณาตามประสบการณ์ทำงานในสาขาที่เกี่ยวข้องของบุคลากรหลัก 4 ตำแหน่ง (ให้คะแนน 0, 3, หรือ 6 ต่อตำแหน่ง ตามจำนวนปีประสบการณ์)
    • ความละเอียดและความเหมาะสมของแผนการดำเนินงาน (10 คะแนน): พิจารณาความถูกต้องเหมาะสมของแผนงาน ระยะเวลา การเชื่อมโยงงาน และการจัดสรรบุคลากร
    • แนวคิดและการออกแบบนำเสนอสื่อส่งเสริมโครงการฯ (50 คะแนน):
      • การนำเสนอตัวอย่างแนวคิดและความสร้างสรรค์ของหนังสือการ์ตูนและ E-Book (25 คะแนน)
      • การนำเสนอตัวอย่างแนวคิดและการผลิต Animation (25 คะแนน)
    • หมายเหตุ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วม การนำเสนอปากเปล่า ต่อ สคส. (ไม่เกิน 15 นาที) เพื่อรับคะแนนในหัวข้อที่ 1.4 (แนวคิดและการออกแบบ) มิฉะนั้นจะไม่ได้คะแนนในหัวข้อนี้
  2. เกณฑ์ด้านราคา (20% หรือ 40 คะแนน) พิจารณาจากข้อเสนอด้านราคา:
    • ผู้เสนอราคาต่ำที่สุดได้ 100 คะแนนเต็ม (แปลงเป็น 20% ของคะแนนรวม)
    • ผู้เสนอราคาอื่นคำนวณคะแนนจากสูตร: คะแนน = 100 – [(ราคาของผู้เสนอนั้น – ราคาต่ำสุด) / ราคาต่ำสุด] x 100
  3. การคัดเลือก: พิจารณาคะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคาจากมากไปน้อย ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก โดยข้อเสนอด้านคุณภาพต้องได้ไม่น้อยกว่า 80 คะแนน (จาก 100) จึงจะผ่านการพิจารณา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • หนังสือการ์ตูน: ขนาด 9x9 นิ้ว, ปกกระดาษอาร์ตการ์ด 160 แกรม พิมพ์ 4 สีด้านเดียว, เนื้อในกระดาษอาร์ตมัน 80 แกรม พิมพ์ 4 สี 2 ด้าน, ไม่น้อยกว่า 24 หน้า, เข้าเล่มไสกาว, จำนวน 200 เล่ม, เนื้อหาภาษาไทยหลักพร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ
  • หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book): ต้องป้องกันการคัดลอก พิมพ์ และจับภาพหน้าจอ, ทำงานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์, เข้ากันได้กับเบราว์เซอร์พื้นฐาน (Chrome, Firefox, IE, Safari) และระบบปฏิบัติการ Windows 7 ขึ้นไป, iOS, Android
  • อนิเมชั่น: รูปแบบผสมผสาน 2D หรือ 3D, ความยาวไม่น้อยกว่า 3-5 นาทีต่อตอน, จำนวน 4 ตอน, พากย์เสียงภาษาไทย, มีคำบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, คุณภาพความละเอียดระดับ High Definition (HD) ขึ้นไป, ส่งมอบในรูปแบบไฟล์ .WMV และ .MP4
  • คอนเทนต์ออนไลน์: รูปแบบอินโฟกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว หรือคลิปวิดีโอสั้น, ผลิตและเผยแพร่ไม่น้อยกว่า 2 ชิ้นงานต่อเดือน หรือรวมไม่ต่ำกว่า 12 ชิ้นงานตลอดสัญญา
  • การบูรณาการระบบ: สื่อทุกรูปแบบ (E-Book, Animation, คอนเทนต์ออนไลน์) ต้องสามารถนำไปบรรจุและแสดงผลเมื่อเรียกใช้ได้ใน ระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของ สคส.

เงื่อนไขสัญญา

  • ระยะเวลาสัญญา: 330 วัน นับจากวันลงนาม
  • การชำระเงิน (แบ่งเป็น 4 งวด):
    1. งวดที่ 1 (20%): หลังส่งมอบ Inception Report และจัดประชุม Kick-off สำเร็จ (ภายใน 30 วัน)
    2. งวดที่ 2 (30%): หลังส่งมอบ Progress Report พร้อมความคืบหน้างานแต่ละส่วนไม่น้อยกว่า 50% (ภายใน 120 วัน)
    3. งวดที่ 3 (30%): หลังส่งมอบ Final Report พร้อมผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ของหนังสือการ์ตูน, E-Book, Animation และคอนเทนต์ออนไลน์ (ภายใน 240 วัน)
    4. งวดที่ 4 (20%): หลังจัดฝึกอบรม 2 ภูมิภาคสำเร็จและส่งมอบ Final Report (ภายใน 330 วัน)
  • ค่าปรับ: หากส่งมอบงานล่าช้า ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน นับจากวันครบกำหนดจนถึงวันที่ส่งมอบงานเสร็จจริง
  • การขอขยายเวลา: สามารถขอขยายเวลาได้ในกรณีเหตุสุดวิสัยหรือความผิดของผู้ว่าจ้าง โดยต้องแจ้งเป็นหนังสือพร้อมหลักฐานภายใน 15 วันนับแต่วันที่เหตุสิ้นสุด
  • ลิขสิทธิ์: ผลงานทั้งหมดที่ผลิตภายใต้โครงการนี้เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) แต่เพียงผู้เดียว
  • ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล: คู่สัญญาต้องจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
  • การเปลี่ยนตัวบุคลากรหลัก: ห้ามเปลี่ยนตัวบุคลากรหลักตลอดสัญญา เว้นแต่มีความจำเป็นและต้องได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างก่อน โดยบุคลากรใหม่ต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: เนื้อหาของสื่อทั้ง 4 ประเด็นหลัก ต้องครอบคลุมหัวข้ออะไรบ้าง?
    A: เนื้อหาต้องครอบคลุม 4 ประเด็นได้แก่ 1) การสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ปกครอง/ครูเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเด็กบนโซเชียลมีเดีย 2) การให้ความรู้เด็กในการใช้โซเชียลมีเดียให้ปลอดภัยจากการถูกละเมิดข้อมูล 3) การสร้างความตระหนักให้เด็กเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล 4) การสร้างความตระหนักให้เด็กเกี่ยวกับความสำคัญของข้อมูลทางชีวภาพ

  • Q: การ์ตูนและอนิเมชั่นต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติอะไรบ้างก่อนเริ่มผลิต?
    A: ต้องนำเสนอและขอความเห็นชอบจาก สคส. สำหรับแนวคิดหลัก (Concept), เค้าโครงเรื่อง (Plot), บทฉบับสมบูรณ์ (Script), สตอรี่บอร์ด (Storyboard) และการออกแบบการ์ตูน (ตัวละคร, พื้นหลัง, อุปกรณ์ประกอบ) ก่อนดำเนินการผลิตจริง

  • Q: E-Book ต้องมีฟังก์ชันการทำงานหรือข้อจำกัดใดเป็นพิเศษ?
    A: E-Book ต้องเป็นรูปแบบที่ไม่สามารถสั่งคัดลอก สั่งพิมพ์ หรือจับภาพหน้าจอได้ (ป้องกันการแจกจ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต) และต้องทำงานได้ครบถ้วนทั้งในโหมดออนไลน์และออฟไลน์

  • Q: ระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายด้วย Generative AI ที่ต้องนำสื่อไปบรรจุคืออะไร?
    A: คือระบบเทคโนโลยีของ สคส. ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ในการให้บริการข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างต้องสามารถนำสื่อที่ผลิต (E-Book, Animation, คอนเทนต์ออนไลน์) ไปติดตั้งหรือบูรณาการให้แสดงผลในระบบนี้ได้

  • Q: คอนเทนต์ออนไลน์ที่ต้องผลิต มีรูปแบบและความถี่ชัดเจนอย่างไร?
    A: ต้องเป็นอินโฟกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว หรือคลิปวิดีโอสั้น เผยแพร่ผ่านช่องทางของ สคส. ด้วยความถี่ไม่น้อยกว่า 2 ชิ้นงานต่อเดือน หรือรวมตลอดโครงการไม่ต่ำกว่า 12 ชิ้นงาน

  • Q: การจัดฝึกอบรม 2 ภูมิภาค มีเงื่อนไขเกี่ยวกับรูปแบบการจัดอย่างไร?
    A: แต่ละภูมิภาคจัด 1 ครั้ง แต่ละครั้งต้องมีผู้เข้าร่วม ณ สถานที่จัด ไม่น้อยกว่า 50 คน และต้องมีการ ถ่ายทอดสดการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมกันด้วย

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอะไรบ้างสำหรับการฝึกอบรม?
    A: ต้องจัดหาวิทยากร ตกแต่งสถานที่ จัดพิธีเปิด เตรียมเอกสาร อาหารกลางวัน อาหารว่าง เครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมและเจ้าหน้าที่ สคส. (ไม่น้อยกว่า 7 คน) อุปกรณ์ใช้สอย และจัดพาหนะเดินทางพร้อมที่พักให้ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ สคส.

  • Q: ไฟล์งานดิจิทัลที่ส่งมอบต้องมีรูปแบบไฟล์อย่างไร?
    A: ต้องส่งมอบไฟล์ใน สองรูปแบบ คือรูปแบบที่สามารถปรับแก้ไขได้ (Editable) และรูปแบบที่ไม่สามารถปรับแก้ไขได้ (Non-editable) บันทึกลงใน USB Flash Drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่นๆ จำนวน 2 อัน

  • Q: หากเกิดเหตุสุดวิสัย จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อขอขยายเวลา?
    A: ต้องแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าว พร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้าง (สคส.) ทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง

  • Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างการทำงานหรือไม่?
    A: มี ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามหลักการของ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 อย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอนการทำงาน และต้องจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้าง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

(ร่าง) ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
กิจกรรมยกระดับการให้บริการศูนย์ข้อมูลกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้โครงการระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลด้วยปัญญาประดิษฐ์ เชิงสร้างสรรค์ ด้วยวิธีประกวดเชิญชวนทั่วไป
๑. หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันประเด็นเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก นั้นได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาและเป็น ประเด็นที่ถูกให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยรวมถึงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อันเนื่องมาจากสภาพปัญหาที่ เกิดขึ้นจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก (Violation of Children’s Privacy Data) ที่มีความรุนแรงและ ซับซ้อนมากขึ้นไปตามยุคสมัย ปัญหาที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการขาดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กรวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคือการบังคับใช้และ การตีความพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยเฉพาะ ประเด็นเรื่องความสามารถในการให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ที่สามารถกระทำได้ “โดยลำพัง” เนื่องจากการที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นเด็กหรือมีสถานะเป็นผู้เยาว์ (Minor) ซึ่งตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์หมายถึงบุคคลที่ยังมีอายุไม่ครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ส่วนในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ กล่าวไว้ในกรณีผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๐ ปี และ มากกว่า ๑๐ ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตามคำว่า “ผู้เยาว์” หรือ “เด็ก” นั้น ยังคงเป็นบุคคลซึ่งยังขาดวุฒิภาวะ ความรู้ วิจารณญาณ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อ การตัดสินใจ ตลอดจนมีความสามารถในการทำความเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำ ความเข้าใจในการพิจารณาให้ความยินยอมด้วยตนเอง อีกทั้งการกำหนดอายุของผู้เยาว์ที่สามารถให้ความยินยอม ด้วยตนเองไว้ต่ำเกินไปอาจส่งผลให้ผู้เยาว์ไม่มีความพร้อมที่จะพิจารณาผลดีหรือผลเสียของการยินยอมให้มีการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดการถูกละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลของตนเองได้ หรือแม้แต่การที่กฎหมายกำหนดให้บางกรณีต้องมีการขอความยินยอมจากผู้มีอำนาจ ปกครองผู้เยาว์ในการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ก่อนทุกครั้ง ก็มิได้มีมาตรการ หรือการตรวจสอบยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมได้ว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องทุกครั้งเสมอไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เป็นยุคของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Platforms) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่อาจมีการเข้าถึง หรือ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่าย โดยพบว่าอายุเฉลี่ยของผู้ที่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และสื่อในอินเทอร์เน็ตมีแนวโน้มลดลง เด็กสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์และใช้สื่อออนไลน์ได้ง่ายมากขึ้น จากข้อมูล
ในปี ๒๕๖๗ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ(NSO) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่าเด็กอายุ ๖ - ๑๔ ปี ร้อยละ ๕๙.๓ มีโทรศัพท์มือถือใช้ โดยเป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนถึงร้อยละ ๙๙.๙ และ ร้อยละ ๙๗.๑ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แต่ด้วยข้อจำกัดทางความคิด วิจารณญาณ และความสามารถในการตัดสินใจ ของผู้เยาว์ดังที่ได้กล่าวไปนั้น อาจทำให้การใช้สื่อออนไลน์มีโอกาสถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลได้ ดังกรณีศึกษา ที่ได้พบเห็นตามสื่อต่าง ๆ หรือแม้แต่พฤติกรรมการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุตรลงบนสื่อสังคมออนไลน์โดย บิดามารดา (Sharenting) ที่ขาดความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็กเมื่อโตขึ้น การปล่อยให้เด็กใช้
สื่อออนไลน์โดยขาดความตระหนักรู้ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองหรือแม้แต่การละเมิดข้อมูล ส่วนบุคคลของบุตรโดยบิดามารดาอย่างไม่รู้ตัวนั้น อาจส่งผลกระทบต่อตัวเด็กจากภัยแฝงต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ (Cybercrime) ไม่ว่าจะเป็นการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ (Identity Theft) การสะกดรอย ทางไซเบอร์ (Cyberstalking) การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyber Bullying) การล่อลวงเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ
(Grooming) ซึ่งข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีคดีการล่วง ละเมิดทางเพศเด็กทางอินเทอร์เน็ตทั้งสิ้น ๓๔๖ คดี และมีเหยื่อที่เป็นเด็กช่วงอายุต่ำกว่า ๘ ปี จำนวน ๘ ราย และช่วง ๘ - ๑๔ ปี ๑๒๕ ราย
ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ดำเนินการจัดทำระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ซึ่งเป็นไปตามแผน แม่บทการส่งเสริมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๗๐ และยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ในด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ที่มุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี สมัยใหม่เพื่อเชื่อมไทยสู่สากล อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศในหลายด้านโดยเฉพาะด้าน กฎหมายที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายด้วยเทคโนโลยี และเพื่อให้ระบบดังกล่าว มีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์และเข้าถึงผู้ใช้ทุกช่วงวัยมากขึ้นโดยเฉพาะเด็ก ให้สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่สืบค้น ข้อมูลและไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากระบบศูนย์ข้อมูลฯ ของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้
กิจกรรมยกระดับการให้บริการศูนย์ข้อมูลกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกิจกรรมที่จะ ช่วยแก้ปัญหาการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กด้วยการแก้ปัญหาตั้งแต่ฐานราก โดยมีแนวคิดของการมอง กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านมุมมองของเด็กในช่วงวัยต่าง ๆ จะมีความคิดและมุมมองต่อ การปกป้องสิทธิและข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร โดยได้รับคำแนะนำและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ปฐมวัยเพื่อให้เข้าใจถึงลักษณะและพื้นฐานความคิดและความสามารถในการรับรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ โครงการนี้สามารถส่งผลไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและเกิดประสิทธิผลสูงสุด ซึ่งโครงการดังกล่าว มีรากฐานมาจากแนวคิด เรื่อง PDPA for kids คือการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเด็กผ่านสื่อการเรียนรู้ทั้งรูปแบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ โดยจะเป็นส่วนหนึ่งในการ แสดงผลผ่านระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่ได้ดำเนินการอยู่ ซึ่งจะทำให้ระบบ ดังกล่าวสามารถตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้ครอบคลุมทุกช่วงวัยมากขึ้น
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อผลิตสื่อสร้างสรรค์ และส่งเสริมการเรียนรู้ที่เข้าใจง่าย เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและ ภัยที่เกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเด็ก เยาวชน โรงเรียน และประชาชนทั่วไป
๒.๒ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึง การสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยที่เกิดจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน เคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่ตกเป็นเหยื่อหรือตกเป็นผู้กระทำความผิด
๒.๓ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสร้างจิตสำนึกให้แก่ผู้ปกครองและครูผู้สอนให้มีการปรับเปลี่ยน ความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมในการดูแลบุตรหลานให้มีความปลอดภัยจากภัยของการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ๒.๔ เพื่อนำไปใช้งานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในการให้ คำแนะนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๒.๕ เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการพัฒนางานด้านข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับเด็กให้กับหน่วยงานภาครัฐ อื่น ๆ ที่สนใจ
๓. กลุ่มเป้าหมาย
๓.๑ เด็กระดับชั้นอนุบาล – ประถมศึกษาตอนต้น (อายุ ๕ - ๙ ปี)
๓.๒ ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป
๓.๓ โรงเรียน (คุณครูระดับชั้นอนุบาล - ประถมศึกษาตอนต้น)
๔. ขอบเขตการดำเนินงาน
ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามขอบเขตงานที่กำหนดอย่างน้อย ดังนี้
๔.๑ ดำเนินการจัดทำรายละเอียดกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน และแผนการดำเนินงาน พร้อมทั้ง ระยะเวลาของกิจกรรมต่าง ๆ ในโครงการฯ
๔.๒ จัดประชุม (Kick off) โครงการฯ เพื่อนำเสนอขอบเขตการดำเนินงาน กิจกรรมการส่งมอบงาน จำนวนไม่เกิน ๕ ท่าน อย่างน้อย ๑ วัน จำนวน ๑ ครั้ง ในสถานที่ของ สคส. โดยค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมผู้รับ จ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
๔.๓ ดำเนินการผลิตหนังสือการ์ตูน
๔.๓.๑ หนังสือการ์ตูนขนาด ๙x๙ นิ้ว ปกหน้า-หลัง กระดาษอาร์ตการ์ด ๑๖๐ แกรม พิมพ์๔ สีด้านเดียว เนื้อในกระดาษอาร์ตมัน ๘๐ แกรม พิมพ์ ๔ สี ๒ ด้าน จำนวนไม่น้อยกว่า ๒๔ หน้า เข้าเล่ม ไสกาว (สันกาว) จำนวน ๒๐๐ เล่ม
๔.๓.๒ ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ ๔ ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับ ผู้ปกครองและครูในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กบนโซเชียลมีเดีย ให้ความรู้แก่เด็กในการใช้โซเชียลมีเดีย ให้ปลอดภัยจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สร้างความตระหนักให้กับเด็กเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล สร้างความตระหนักให้กับเด็กเกี่ยวกับความสำคัญของข้อมูลทางชีวภาพ
๔.๓.๓ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกแบบภาพปกหน้า ปกหลัง ภาพประกอบเนื้อเรื่องให้มีความ สวยงามเหมาะสมกับเนื้อหา
๔.๓.๔ ประกอบไปด้วยเนื้อหาที่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก และให้มีคำบรรยาย (Sub-Title) ภาษาอังกฤษ
๔.๓.๕ ผลงานทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินการ จัดการ การผลิต ภายใต้โครงการนี้ ให้เป็นลิขสิทธิ์ ของ สคส. แต่เพียงผู้เดียว
๔.๓.๖ ผู้ผลิตจะต้องมีการนำเสนอแนวคิดหลัก (Concept) เค้าโครงเรื่อง (Plot) บทฉบับสมบูรณ์ (Script) พร้อมภาพประกอบเรื่อง (Storyboard) การออกแบบการ์ตูน (Character, Background, Props) เสนอให้สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการผลิต
๔.๔ ดำเนินการผลิตหนังสือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์(E-Book)
๔.๔.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการนำผลงานตามข้อ ๔.๓ มาผลิตเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ โดยคงรายละเอียดตามข้อ ๔.๓ ไว้อย่างครบถ้วน
๔.๔.๒ ผู้รับจ้างจะต้องใช้ Software หรือ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบการจัดทำหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
๔.๔.๓ เป็นหนังสือที่ไม่สามารถสั่งคัดลอก สั่งพิมพ์หรือการจับภาพหน้าจอได้
๔.๔.๔ สามารถเปิดอ่านได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์(ในกรณีที่อ่านแบบออฟไลน์หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์จะต้องสามารถทำงานได้อย่างครบถ้วน เว้นแต่บางอย่างที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ ในรูปแบบออนไลน์เท่านั้น)
๔.๔.๕ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ต้องสามารถทำงานบนเบราว์เซอร์ (Browser) พื้นฐานได้ เช่น Google Chrome, Mozilla Firefox, Microsoft Internet Explorer, Safari และต้องสามารถทำงานบน ระบบปฏิบัติการ Windows ๗ ขึ้นไป รวมถึงสามารถทำงานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ Apple IOS และ Android
๔.๔.๖ ผู้รับจ้างจะต้องนำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทำขึ้นไปบรรจุไว้และสามารถแสดงผล เมื่อเรียกใช้ได้ในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๔.๔.๗ ผลงานทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินการ จัดการ การผลิต ภายใต้โครงการนี้ ให้เป็น ลิขสิทธิ์ของ สคส. แต่เพียงผู้เดียว
๔.๕ ดำเนินการผลิต Animation
๔.๕.๑ Animation เป็นแบบผสมผสานระหว่างเทคนิค 2D หรือ 3D ความยาวไม่น้อยกว่า ๓ - ๕ นาที จำนวน ๔ ตอน ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับ ๔ ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับ ผู้ปกครองและครูในการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กบนโซเชียลมีเดีย ให้ความรู้แก่เด็กในการใช้โซเชียลมีเดีย ให้ปลอดภัยจากการถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สร้างความตระหนักรู้ให้กับเด็กเกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูล ส่วนบุคคล สร้างความตระหนักรู้ให้กับเด็กเกี่ยวกับความสำคัญของข้อมูลทางชีวภาพ
๔.๕.๒ รูปแบบภาพและเสียงพากย์ภาษาไทย พร้อมมีคำบรรยาย (Sub-Title) ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
๔.๕.๓ ส่งมอบผลสำเร็จของงานในรูปแบบไฟล์วิดีโอต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ไฟล์วิดีโอ นามสกุล (File Format) .WMV
  • ไฟล์วิดีโอ นามสกุล (File Format) .MP4
    ๔.๕.๔ มีการใส่เสียงเพลง การพากย์เสียง หรือ ใส่ Sound Effect ประกอบตามความเหมาะสม ๔.๕.๕ คุณภาพความละเอียดระดับ High Definition ขึ้นไป
    ๔.๕.๖ ผู้ผลิตจะต้องมีการนำเสนอแนวคิดหลัก (Concept) เค้าโครงเรื่อง (Plot) บทฉบับสมบูรณ์ (Script) พร้อมภาพประกอบเรื่อง (Storyboard) การออกแบบการ์ตูน (Character, Background, Props) เสนอให้สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการผลิต
    ๔.๕.๗ ผลงานทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินการ จัดการ การผลิต ภายใต้โครงการนี้ ให้เป็นลิขสิทธิ์ ของ สคส. แต่เพียงผู้เดียว
    ๔.๕.๘ ผู้รับจ้างจะต้องนำ Animation ที่จัดทำขึ้นไปบรรจุไว้และสามารถแสดงผลเมื่อเรียกใช้ได้ ในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากลโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ๔.๖ ดำเนินการผลิตคอนเทนต์เพื่อเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์
    ๔.๖.๑ จัดทำอินโฟกราฟิก (Infographic) ภาพเคลื่อนไหวหรือคลิปวิดีโอสั้น (Short Video Clips) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเด็ก เพื่อเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่น้อยกว่า ๒ งาน/เดือน หรือไม่ต่ำกว่า ๑๒ งาน ตลอดระยะเวลาการจ้าง
    ๔.๖.๒ ผู้รับจ้างจะต้องนำ อินโฟกราฟิก หรือคลิปวิดีโอสั้น ที่จัดทำขึ้นไปบรรจุไว้และสามารถ แสดงผลเมื่อเรียกใช้ได้ในระบบศูนย์ข้อมูลกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับสากล โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
    ๔.๖.๓ ผลงานทั้งหมดที่เกิดจากการดำเนินการ จัดการ การผลิต ภายใต้โครงการนี้ ให้เป็นลิขสิทธิ์ ของ สคส. แต่เพียงผู้เดียว
    ๔.๗ อบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเด็กระดับชั้นอนุบาลหรือประถมศึกษาตอนต้นรวมถึง ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน รวมทั้งสิ้น ๒ ภูมิภาค ได้แก่ การอบรวมเชิงสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็ก ระดับชั้นอนุบาลหรือประถมศึกษาตอนต้นรวมถึงผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป ภูมิภาคละ ๑ ครั้ง โดยแต่ละครั้ง จะต้องจัดให้มีผู้เข้าร่วมอบรม ณ สถานที่จัดอบรมจำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ คน และจัดให้มีการถ่ายทอดสดผ่าน ช่องทางออนไลน์ระหว่างการจัดอบรม
    ๔.๗.๑ จัดหาวิทยากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับหัวข้อที่จะจัดอบรม จำนวนไม่น้อยกว่า ๑ คน พร้อมทั้งตกแต่งสถานที่ จัดพิธีเปิดการอบรม จัดเตรียมเอกสารประกอบการอบรมให้ เพียงพอต่อผู้เข้าร่วม จัดเตรียมอาหารกลางวัน อาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคส. ไม่น้อยกว่า ๗ คน จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการใช้และตกแต่งสถานที่ รวมทั้งจัดพาหนะเดินทาง พร้อมที่พัก
    สำหรับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โดยจะต้องเสนอแผนและรายละเอียดการจัดการประชุมสัมมนาต่อสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนวันที่จะจัดอบรม ไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ๔.๗.๒ จัดให้มีการบันทึกภาพถ่าย ภาพวิดีโอจากภาพนิ่งในระหว่างการจัดอบรม และภาพอินโฟ กราฟิกของทุกรอบการอบรม เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์โครงการภายหลัง
    ๔.๘ จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) โดยสรุปผลการดำเนินงานตลอดโครงการฯ
    ๕. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๕.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๕.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๕.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๕.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพรในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
    ๕.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
    ๕.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๕.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๕.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๕.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันกันเช่นว่านั้น
    ๕.๑๐ ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรณีผู้เสนอราคายังมิได้ทำ การลงทะเบียน ณ วันที่ยื่นข้อเสนอจะต้องดำเนินการลงทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนการทำสัญญาหรือข้อตกลง
    ๕.๑๑ ต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างโดยมีมูลค่าในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ภายใต้สัญญาฉบับเดียวที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชน โดยยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานจากหน่วยงานหรือองค์กรตามสัญญานั้น และ สำเนาสัญญา หรือใบสั่งจ้าง หรือขอบเขตของงานที่สามารถยืนยันว่าเป็นงานผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้าง ครั้งนี้
    ๕.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้อง มีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณ สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
    สำหรับข้อตกลง ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารเชิญชวน
    ๕.๑๓ คุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ไม่เป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือฟื้นฟูกิจการ
    ๕.๑๔ มูลค่าสุทธิของกิจการ
    ๕.๑๔.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    ๕.๑๔.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
    (๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
    (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
    (๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท
    (๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้านบาท
    (๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้านบาท
    (๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านบาท
    (๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
    (๘) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
    (๙) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้น ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท
    ๕.๑๔.๓ สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้อง มีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๕.๑๔.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้า ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ทั้งนี้
    หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามกรมบัญชีกลางกำหนด
    ๖. ระยะเวลาการดำเนินงาน
    ระยะเวลาดำเนินการ ๓๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๗. บุคลากรที่ต้องการ
    บุคลากรของทีมงานหรือที่ปรึกษาจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เพื่อดำเนินงานโครงการ ดังนี้
    ลำดับที่
    รายการ
    จำนวน
    (อัตรา)
    ประสบการณ์ใน ด้านที่เกี่ยวข้อง ไม่ต่ำกว่า (ปี)
    วุฒิการศึกษา (ขั้นต่ำ)
    ๑.บุคลากรหลัก
    ๑.๑
    ผู้จัดการโครงการ

    ๕ ปี
    ปริญญาตรี สาขาวิชาการตลาด หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    ๑.๒
    ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

    ๕ ปี
    ปริญญาตรี สาขาวิชานิติศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    ๑.๓
    ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร เชิงกลยุทธ์

    ๕ ปี
    ปริญญาตรี สาขาการออกแบบ ปฏิสัมพันธ์เทคโนโลยีสารสนเทศ นิเทศศิลป์ สาขาการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ สาขานิเทศ ศาสตร์หรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง

๑.๔
ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ปฐมวัย

๕ ปี
ปริญญาตรี สาขาการศึกษา
ปฐมวัย หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง

๘. การส่งมอบงานและการเบิกจ่ายเงิน
โครงการฯ จะต้องดำเนินการตามขอบเขตของงาน โดยผู้ว่าจ้างจะชำระเงินให้แก่โครงการฯ เมื่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุในงานจ้างโครงการฯ ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งการชำระเป็น ๔ งวด ดังต่อไปนี้
งวด
งานที่ส่งมอบ
ระยะเวลา
จ่ายค่าจ้าง
(ร้อยละ)

จัดส่งเอกสารรายงานเบื้องต้น (Inception Report) ที่นำเสนอกรอบ แนวคิดในการดำเนินงาน และแผนการดำเนินงานตามข้อ ๔.๑ จำนวน ๒ ชุด พร้อมส่งมอบข้อมูลดิจิทัลไฟล์ทั้งในรูปแบบที่สามารถ ปรับแก้ได้ และไม่สามารถปรับแก้ได้ โดยบันทึกลงในUSB flash drive หรือสื่อแบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๒ อัน และ จัดประชุม Kick off โครงการตามข้อ ๔.๒
ภายใน ๓๐ วัน
นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา
๒๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
จ้าง

จัดส่งเอกสารรายงานความก้าวหน้า (ProgressReport) จำนวน ๒ ชุด พร้อมส่งมอบข้อมูลดิจิทัลไฟล์ทั้งในรูปแบบที่สามารถปรับแก้ได้ และไม่สามารถปรับแก้ได้ โดยบันทึกลงใน USB flash drive หรือสื่อ แบบถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๒ อัน
ทั้งนี้ รายงานต้องมีเนื้อหาอย่างน้อย ดังนี้
๑) ความคืบหน้าการผลิตหนังสือการ์ตูนตามข้อ ๔.๓ อย่างน้อย ร้อยละ ๕๐
๒) ความคืบหน้าการผลิตหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ ๔.๔ อย่าง น้อยร้อยละ ๕๐
๓) ความคืบหน้าการผลิต Animation ตามข้อ ๔.๕ อย่างน้อย ร้อยละ ๕๐
๔) ความคืบหน้าการจัดทำคอนเทนต์ตามข้อ ๔.๖ อย่างน้อย ร้อยละ ๕๐
ภายใน ๑๒๐ วัน
นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา
๓๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
จ้าง

จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)จำนวน ๒ ชุด พร้อมส่ง มอบข้อมูลดิจิทัลไฟล์ทั้งในรูปแบบที่สามารถปรับแก้ได้ และไม่ สามารถปรับแก้ได้โดยบันทึกลงใน USB flash drive หรือสื่อแบบ ถอดได้อื่น ๆ (Removable) จำนวน ๒ อัน
ทั้งนี้ รายงานต้องมีเนื้อหาอย่างน้อย ดังนี้
ภายใน ๒๔๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๓๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
จ้าง

งวด
งานที่ส่งมอบ
ระยะเวลา
จ่ายค่าจ้าง
(ร้อยละ)

๑) ผลงานเสร็จสมบูรณ์ของข้อ ๔.๓ , ๔.๔ , ๔.๕ และ ๔.๖ ๒) ส่งมอบสื่อประชาสัมพันธ์ ตามข้อ ๔.๓ , ๔.๔ , ๔.๕ และ ๔.๖




๔ 
๑) จัดฝึกอบรมให้ความรู้ตามข้อ ๔.๗ 

๒) จัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ตามข้อ ๔.๘
ภายใน ๓๓๐ วัน
นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
๒๐
ของวงเงิน
ตามสัญญา
จ้าง

๙. การกำกับการดำเนินงานของโครงการฯ
ผู้ว่าจ้างจะกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ร่วม (Counterpart Staff) เพื่อปฏิบัติงานร่วมกับที่ปรึกษาในการประสานงาน โครงการและการกำกับการดำเนินงาน โดยที่ปรึกษาจะต้องจัดให้มีการประชุมเตรียมการเพื่อซักซ้อมความเข้าใจ ในการดำเนินการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
๑๐. หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ว่าจ้าง
ผู้ว่าจ้างจะให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือตามความเหมาะสมแก่ที่ปรึกษาในการประสานงานกับหน่วยงาน ภายนอก และให้ข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเท่าที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่เพื่อให้การปฏิบัติงานของ โครงการฯ ลุล่วงไปด้วยดี
๑๑. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
๑๑.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาการจ้าง ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (๑) หลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคล
(๑.๑) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า
(๑.๒) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือหนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และในกรณีที่ผู้ถือ หุ้นรายใหญ่เป็นนิติบุคคล ให้แสดงหลักฐานที่แสดงชื่อบุคคลผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลนั้นมาด้วยพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ทุกหน้า
สำหรับกรณีเป็นสถาบันการศึกษาหรือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ให้ยื่นสำเนาหนังสือแสดงระเบียบ วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ของสถาบัน พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้องหน้า
(๒) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ หรือสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง ทุกหน้า (ถ้ามี)
(๓) หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่น ทำการแทน (ถ้ามี)
(๔) หลักฐานสำเนาสัญญาจ้างที่สามารถตรวจสอบได้ หรือหลักฐานเอกสารรับรองผลงานจากหน่วยงาน ผู้ว่าจ้าง แสดงผลงานที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของงานที่ต้องดำเนินการ
(๕) หลักฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติของบุคลากรหลัก
(๕.๑) หนังสือรับรองการเข้าร่วมงานพร้อมลงลายมือชื่อรับรองด้วยตนเอง
(๕.๒) ประวัติการทำงานของบุคลากรหลัก โดยเสนอเป็นต้นฉบับพร้อมลงลายมือชื่อเจ้าของประวัติ และวัน เดือน ปี อย่างสมบูรณ์
(๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอเป็นภาษาไทย ส่วนเอกสารอ้างอิงจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ ก็ได้
(๗) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอและขอบเขตของงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า สามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ใน TOR
(๘) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำตารางเปรียบเทียบระหว่างคุณสมบัติบุคลากรที่นำเสนอและคุณสมบัติ ของบุคลากรที่กำหนด เพื่อแสดงให้เห็นว่าบุคลากรที่นำมาเสนอมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดไว้ใน TOR ๑๑.๒ การยื่นข้อเสนอ
(๑) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นซองข้อเสนอด้านเทคนิคเป็นภาษาไทย จำนวน ๖ ชุด (ต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนา ๕ ชุด) ประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
(๑.๑) ผลงานที่ผ่านมาของผู้รับจ้าง โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานที่ได้ มีการกำหนดไว้ในขอบเขตของงาน
(๑.๒) กรอบแนวคิด วิธีการในการดำเนินการ และแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องตามข้อกำหนด ขอบเขตของงาน
(๑.๓) แผนการดำเนินงานและบริหารจัดการโครงการฯ พร้อมการกำหนดระยะเวลา และความรับผิดชอบของบุคลากรในโครงการ ที่แสดงให้เห็นถึงกำลังคนตามช่วงเวลาของการดำเนินงาน (๑.๔) บุคลากรหลัก

  • เสนอรายชื่อบุคลากรหลักทุกคนและหน้าที่หรืองานที่รับผิดชอบโดยย่อ

  • หนังสือรับรองการเข้าร่วมงาน และประวัติบุคลากรหลักที่ลงนามโดยเจ้าของหรือผู้แทนที่ได้รับ มอบอำนาจในการส่งข้อเสนอ
    ทั้งนี้ ให้แนบเอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๑.๑ มาในซองข้อเสนอด้านเทคนิค (ถ้ามี) ด้วย
    (๒) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นของข้อเสนอด้านราคา จำนวน ๖ ชุด (ต้นฉบับ ๑ ชุด และสำเนา ๕ ชุด) ประกอบด้วยรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    (๒.๑) ค่าตอบแทนด้านบุคลากร (Remuneration) คือ ค่าตอบแทนบุคลากรของผู้ยื่นข้อเสนอ ในการให้บริการเพื่อดำเนินโครงการ โดยรวมค่าบริการของบุคลากรแต่ละคนในโครงการรวมกัน ซึ่งคำนวณบนพื้นฐาน ของอัตราค่าจ้างเจ้าหน้าที่ และ Man-Months
    ทั้งนี้ ต้องแสดงรายละเอียดประกอบ ดังนี้
    (๒.๑.๑) เจ้าหน้าที่ที่จะใช้ปฏิบัติงานและความรับผิดขอบของแต่ละบุคคล
    (๒.๑.๒) จำนวน Man-Months ของแต่ละบุคคลที่ใช้ปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอ ด้านเทคนิค
    (๒.๑.๓) อัตราราคาต่อ Man-Months
    (๒.๒) ค่าใช้จ่ายตรง (Direct Cost) คือ ค่าใช้จ่ายที่นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เกิดขึ้น ในการดำเนินโครงการ
    ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะต้องรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ ค่าอากรแสตมป์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อนึ่ง ในการยื่นข้อเสนอจะต้องปิดผนึกให้เรียบร้อย จ่าหน้าของถึงประธานคณะกรรมการดำเนินงานจ้าง โครงการฯ แล้วนำยื่นเสนอที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามวัน เวลา และสถานที่ที่ระบุใน “หนังสือเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอ”
    เอกสารข้อเสนอโครงการทั้งหมดที่ยื่นให้นี้ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนและถือเป็นเอกสารราชการ รวมทั้งการยกเลิกการพิจารณาคัดเลือกเมื่อใดก็ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการยื่นเอกสารต่าง ๆ ผู้ว่าจ้าง จะไม่รับผิดชอบ รวมถึงผู้ยื่นข้อเสนอจะไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
    ๑๒. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาข้อเสนอ
    ๑๒.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมจากที่เอกสารที่กำหนดนี้ หากเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ดีกว่า และจะเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ทั้งนี้ จะนำมาพิจารณาหรือไม่ก็ได้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอสามารถแนบข้อเสนอเพิ่มเติม ไว้ในส่วนข้อเสนอด้านเทคนิค
    ๑๒.๒ การเปิดซองข้อเสนอ
    การเปิดซองข้อเสนอจะดำเนินการเปิดชองข้อเสนอภายหลังครบกำหนดส่งข้อเสนอ โดยจะดำเนินการเปิด ซอง ซึ่งบรรจุเอกสารหลักฐานการยื่นข้อเสนอและข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นเสนอทุกรายหากปรากฏว่ามีโครงการฯ ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันยื่นข้อเสนอครั้งนี้ คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ จะตัดรายชื่อโครงการฯ ที่เกี่ยวข้อง ทุกรายออกและแจ้งให้ทราบ
    ๑๒.๓ การพิจารณาข้อเสนอ
    ๑๒.๓.๑ คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ จะพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพจากข้อเสนอด้านเทคนิค และพิจารณาเกณฑ์ด้านราคาจากข้อเสนอด้านราคา โดยให้น้ำหนักตามลำดับความสำคัญดังต่อไปนี้
    หลักเกณฑ์การพิจารณา
    คะแนน
    ร้อยละ
    ๑. เกณฑ์ด้านคุณภาพ พิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิค
    ๑๐๐
    ๘๐
    ๑.๑ ประวัติและผลงานของบริษัท
    ผลงานที่ผ่านมาของบริษัทและประสบการณ์ในการผลิตสื่อให้กับหน่วยงานราชการ หรือ เอกชนที่เชื่อถือได้ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับขอบเขตงานของโครงการ อย่างน้อย ๑ ผลงาน
    ๑๐

    ๑.๒ คุณสมบัติของบุคลากรหลัก โดยให้ความสำคัญกับรายละเอียดของคุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน ตำแหน่งงาน งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับงานที่ได้มีการกำหนดไว้ใน ขอบเขตของงาน
    เกณฑ์การพิจารณามีดังนี้
    ๑.๒.๑ ผู้จัดการโครงการ

  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๖ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๓ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องน้อยกว่า ๒ ปี เท่ากับ ๐ คะแนน
    ๑.๒.๒ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปฐมวัย

  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๖ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๓ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องน้อยกว่า ๒ ปี เท่ากับ ๐ คะแนน
    ๑.๒.๓ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๖ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๓ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องน้อยกว่า ๒ ปี เท่ากับ ๐ คะแนน
    ๑.๒.๔ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์

  • มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๖ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี ขึ้นไป เท่ากับ ๓ คะแนน - มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องน้อยกว่า ๒ ปี เท่ากับ ๐ คะแนน
    ๓๐

    ๑.๓ ความละเอียดและความเหมาะสมของแผนการดำเนินงาน
    ความถูกต้องเหมาะสมของแผนการดำเนินงานในแง่ของระยะเวลาและ ความเชื่อมโยงของงานต่าง ๆ การจัดสรรบุคลากรตามช่วงเวลาต่าง ๆ ของการ
    ๑๐

หลักเกณฑ์การพิจารณา
คะแนน
ร้อยละ
ดำเนินงาน (Personnel Schedule) ระบบและวิธีการจัดการ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๑.๔ แนวคิดและการออกแบบนำเสนอสื่อส่งเสริมโครงการฯ 
  • สามารถนำเสนอตัวอย่างแนวคิดและความสร้างสรรค์ของหนังสือการ์ตูน และ E-Book (๒๕ คะแนน)
    ๒๕ คะแนน = รูปแบบของวิธีการดำเนินงานมีความน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึง ความรู้ความเข้าใจในงานได้เป็นอย่างดี
    ๑๕ คะแนน = รูปแบบของวิธีการดำเนินงานมีความน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึง ความรู้ความเข้าใจในงานพอสมควร
    ๐ คะแนน = ไม่มีการนำเสนอแนวคิด รูปแบบของวิธีการดำเนินงาน ซึ่งถือว่า ข้อเสนอไม่ครบถ้วน

  • สามารถนำเสนอตัวอย่างแนวคิดและการผลิต Animation (๒๕ คะแนน) ๒๕ คะแนน = รูปแบบของวิธีการดำเนินงานมีความน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึง ความรู้ความเข้าใจในงานได้เป็นอย่างดี
    ๑๕ คะแนน = รูปแบบของวิธีการดำเนินงานมีความน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึง ความรู้ความเข้าใจในงานพอสมควร
    ๐ คะแนน = ไม่มีการนำเสนอแนวคิด รูปแบบของวิธีการดำเนินงาน ซึ่งถือว่า ข้อเสนอไม่ครบถ้วน
    ๕๐

    ๒. เกณฑ์ด้านราคา พิจารณาจากข้อเสนอด้านราคา
    ๑๐๐
    ๒๐
    ๒.๑ ผู้เสนอราคาต่ำที่สุด จะได้คะแนน ๑๐๐ คะแนน
    ๒.๒ ผู้ที่เสนอราคาอื่น จะคิดจากสูตรการคำนวณ ดังนี้
    คะแนน = ๑๐๐ – (ราคาของผู้เสนอราคารายอื่น – ราคาต่ำสุด) x ๑๐๐ ราคาต่ำสุด
    ๑๐๐
    ๒๐
    รวม ๑ + ๒
    ๒๐๐
    ๑๐๐

๑๒.๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วมการนำเสนอวิธีการบริหารจัดการ วิธีการปฏิบัติงาน และแนวทางการ ดำเนินงานตามข้อ ๑) เกณฑ์ด้านคุณภาพ (พิจารณาจากข้อเสนอด้านเทคนิค) ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล โดยให้เวลาในการนำเสนอไม่เกิน ๑๕ นาที ทั้งนี้ วัน เวลา และสถานที่นำเสนอให้เป็นไปตามที่ สำนักงาน
กำหนด หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่เข้าร่วมการนำเสนอในวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอไม่มี สิทธิได้รับ คะแนนในหัวข้อนี้ (ข้อ ๑.๔)
๑๒.๓.๓ คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ พิจารณาด้านคุณภาพ โดยจะพิจารณาเอกสารหลักฐาน ของผู้เสนอราคาในข้อเสนอด้านคุณสมบัติ ตามข้อ ๕ ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงจะพิจารณารายละเอียด ตามขอบเขตของงาน ตามข้อ ๔
๑๒.๓.๔ คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ พิจารณาคัดเลือกข้อเสนอของโครงการฯ รายที่ถูกต้อง และผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพไม่น้อยกว่า ๘๐ คะแนน และจัดลำดับคะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคาจากมากไปน้อย โดยจะพิจารณาคัดเลือกจากรายที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด และในกรณีที่มีโครงการฯ ได้คะแนนเท่ากันหลายราย คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ จะพิจารณาผู้ที่ได้ระดับคะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด
๑๒.๓.๕ ในกรณีที่โครงการฯ รายที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดำเนินงานจ้างโครงการฯ จะพิจารณาโครงการฯ ที่ได้คะแนนมากที่สุดลำดับถัดไป
๑๒.๓.๖ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะเจรจาต่อรอง สอบถาม หรือขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องให้ความร่วมมือด้วยดี
๑๒.๓.๗ ผลการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถือเป็นที่ยุติและสิทธิ ที่กล่าวทั้งหมดข้างต้น เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอ จะร้องเรียนหรือนำไปเป็นเหตุกล่าวอ้างเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างใดอย่างหนึ่งในภายหลังมิได้ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งอาจ เกิดขึ้นจากการยื่นข้อเสนอต่อสำนักงานปลัดกระทรวงฯ
๑๓. ค่าปรับ
หากโครงการฯ ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมีได้บอกเลิกสัญญา โครงการฯ จะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันให้แก่ผู้ว่าจ้างในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้าง ตามสัญญา นับถัดจากวันที่กำหนดแล้วเสร็จตามสัญญา หรือวันที่ผู้ว่าจ้างขยายให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ โครงการฯ ยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่โครงการฯ ทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกิน จำนวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
๑๔. การขอขยายเวลาส่งมอบ
ในกรณีที่มีเหตุสุวิสัย หรือเหตุใดๆ อันเนื่องมาจากความผิดหรือความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง หรือจากพฤติการณ์ อันใดอันหนึ่ง ซึ่งโครงการฯ ไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เป็นเหตุให้โครงการฯ ไม่สามารถส่งมอบงานตามเงื่อนไข และกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ โครงการฯ มีสิทธิขอขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือของด หรือลดค่าปรับได้โดยจะต้อง แจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าว พร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบภายใน ๑๕ นับแต่วันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง
ถ้าโครงการฯ ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าโครงการฯ ได้สละสิทธิเรียกร้องในการที่จะขอ ขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของด หรือลดค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือผู้ว่าจ้างทราบดีอยู่แล้ว
การขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือของด หรือลดค่าปรับตามวรรคหนึ่ง อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง ที่จะพิจารณา
๑๕. ข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล
ข้อมูล เอกสาร หรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ ทั้งหมดที่ดำเนินการและจัดหามาให้ตามสัญญาถือเป็น ความลับ และเป็นสมบัติของผู้ว่าจ้าง โครงการฯ จะไม่เปิดเผยข้อมและผลการดำเนินการให้แก่ผู้ใดยกเว้นแต่จะได้รับ อนุญาตจากผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร หากโครงการฯ ละเมิดโดยการนำไปเผยแพร่และเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ว่าจ้างมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย และดำเนินการตามกฎหมายแล้วแต่กรณี
ทั้งนี้ บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อรับทราบข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูลด้วยตนเอง
๑๖. ข้อสงวนสิทธิ์
๑๖.๑ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความจำเป็นไม่อาจทำสัญญาได้ หรือมีเหตุจำเป็นด้านอื่น ๆ ที่เป็นอุปสรรค ผู้ว่าจ้าง ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการว่าจ้างครั้งนี้ได้ทุกขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลใด ๆ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอทราบ และผู้ยื่น ข้อเสนอไม่มีสิทธิโต้แย้งและเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
๑๖.๒ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือลดเนื้องานตามรายละเอียดในสัญญาได้ การเพิ่ม หรือลดเนื้องาน คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงเรื่องราคาใหม่โดยถือราคาที่ระบุไว้ในสัญญาเป็นฐาน ถ้าการเพิ่มหรือ ลดงาน จำเป็นต้องมีการขยายหรือลดเวลา ให้ตกลงไปในคราวเดียวกัน
๑๖.๓ โครงการฯ ห้ามเปลี่ยนตัวบุคลากรหลัก ตลอดระยะเวลาสัญญา เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นซึ่งโครงการฯ จะต้องหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าบุคลากรเดิม และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์ อักษรก่อนการเริ่มทำงาน
๑๖.๔ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้าง
๑๗. หน่วยงานที่รับผิดชอบ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๓ ชั้น ๕ - ๗ ศูนย์ราชการเฉลิม พระเกียรติ ๘๐ พรรษาฯ(อาคารซี)ซอยแจ้งวัฒนะ ๗ ถนนแจ้งวัฒนะเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ๑๐๒๑๐
๑๘. งบประมาณ
๒,๕๙๒,๖๐๐ บาท (สองล้านห้าแสนเก้าหมื่นสองพันหกร้อยบาทถ้วน) ซึ่งเป็นวงเงินที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากรและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงด้วยแล้ว
๑๙. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในโครงการนี้จะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้
๑๙.๑ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมายมีความ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency)
๑๙.๒ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขต และวัตถุประสงค์ที่สำนักงานฯ กำหนด และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ของการเก็บรวบรวม ใช้เปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation)
๑๙.๓ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Minimization) ๑๙.๔ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและต้องดำเนินการ ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จำเป็น (Accuracy)
๑๙.๕ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็น (Storage limitation)
๑๙.๖ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality)
๑๙.๗ ผู้รับจ้างต้องกำหนดหน้าที่ กำหนดความรับผิดชอบ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคล (Accountability)