ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงถนน โดยการปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา ๔.๐๐ เซนติเมตร กว้างเฉลี่ย ๖.๐๐ เมตร ยาว ๕๖๕.๐๐ เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๓,๓๙๐.๐๐ ตารางเมตร สายควนตานี-บาลาย (ช่วงที่ ๓) หมู่ที่ ๕ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
เทศบาลตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีความประสงค์จะดำเนินการปรับปรุงถนนลาดยางเดิม โดยการปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตใหม่ ในสายควนตานี - มาลาย (ช่วงที่ 3) พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลสำนักขาม ซึ่งมีรายละเอียดการปรับปรุงดังนี้ ความหนาของผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต 0.04 เมตร ความกว้างเฉลี่ยของผิวจราจร 6.00 เมตร และความยาว 565.00 เมตร หรือคิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,390.00 ตารางเมตร วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือเพื่อยกระดับมาตรฐานของถนนให้มีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการคมนาคมขนส่งให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
English summary
This project involves the improvement of an existing asphalt road by overlaying it with a new asphalt concrete surface. The new surface will have a thickness of 0.04 meters, an average width of 6.00 meters, and a length of 565.00 meters, covering an area of not less than 3,390.00 square meters. The project is located in Moo 5, Samnak Kham Subdistrict, Sadao District, Songkhla Province. The primary objective is to enhance the road’s standard, ensuring greater durability and safety for users, thereby improving transportation efficiency and the quality of life for local residents.
หมู่ที่ 5 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา
โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ปรับปรุงถนนลาดยางเดิมให้มีสภาพดีขึ้น
- เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งานของผิวจราจร
- ส่งเสริมการคมนาคมขนส่งให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
- ยกระดับมาตรฐานของถนนให้ได้ตามที่กำหนด
ขอบเขตของงาน
- การปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหนา 0.04 เมตร
- ความกว้างเฉลี่ยของผิวจราจร 6.00 เมตร
- ความยาว 565.00 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,390.00 ตารางเมตร
- การเตรียมผิวทางเดิมก่อนการปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (รวมถึงการซ่อมแซมผิวทางและพื้นทางเดิมหากชำรุด)
- การทำ Prime Coat และ Tack Coat ตามมาตรฐาน
- การตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทางใหม่
- การบดอัดชั้นวัสดุต่างๆ ให้ได้ความหนาแน่นตามมาตรฐาน
- การควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ปรับปรุงแล้วตามแบบและรายการประกอบแบบ
- เส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ตีเส้นใหม่
- เอกสารรับรองการก่อสร้าง (ถ้ามี)
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการ: ไม่ระบุในเอกสารที่แนบมา
- วันเริ่มต้นโครงการ: ไม่ระบุในเอกสารที่แนบมา
- วันสิ้นสุดโครงการ: ไม่ระบุในเอกสารที่แนบมา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้างที่สอบราคาจ้างครั้งนี้
- ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนปูนในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้เสนอราคาจะได้มีคำสั่งให้สละสิทธิ์ดังกล่าว
- เป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้นในการรับเอกสารสอบราคา
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า [ระบุวงเงินตาม TOR] และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ส่วนราชการหรือหน่วยงานตามกฎหมายบัญญัติให้เป็นเอกชนที่ใช้ประโยชน์สาธารณะ
- (หมายเหตุ: ข้อมูลวงเงินผลงานขั้นต่ำไม่ได้ระบุในเอกสารที่แนบมานี้)
- Standards Compliance:
- วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง (เช่น มอก. 415, มอก. 542, มอก. 543)
- การก่อสร้างต้องเป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้างทางของกรมทางหลวงชนบท (ม.ท.) และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ม.ท. 217, ม.ท. 215-1523, มาตรฐานผิวแบบ A/C, มาตรฐานงานแอสฟัลท์คอนกรีต (มท. 230-2545), มาตรฐานงานแทคโคท (มท. 227-2545), มาตรฐานงาน Prime Coat (มท. 225-2545)
- Experience:
- มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในครั้งนี้ ในวงเงินไม่น้อยกว่า [ระบุวงเงินตาม TOR]
- Previous Project Cost:
- ไม่ได้ระบุวงเงินผลงานขั้นต่ำในเอกสารที่แนบมานี้
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะของวัสดุที่ใช้ทำงาน
- มีความสามารถในการเตรียมผิวทาง, การปูแอสฟัลท์คอนกรีต, การบดอัด, การตีเส้นจราจร
- Personnel:
- ไม่ได้ระบุข้อกำหนดด้านคุณวุฒิหรือจำนวนบุคลากรโดยเฉพาะในเอกสารที่แนบมานี้ (ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่ลงนามรับรองแบบ)
เกณฑ์การพิจารณา
- การพิจารณาผู้เสนอราคา จะพิจารณาจาก:
- คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
- ข้อเสนอทางด้านเทคนิค
- ราคา
- (หมายเหตุ: รายละเอียดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน เช่น น้ำหนักคะแนน หรือวิธีการประเมิน ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารที่แนบมานี้)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ผิวทาง: แอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.04 เมตร
- ความกว้างผิวจราจร: เฉลี่ย 6.00 เมตร
- ความยาว: 565.00 เมตร
- โครงสร้างทาง:
- ชั้นพื้นทาง (BASE): CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE CBR : 80% บดอัดไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY (หนา 0.10 ม.)
- ชั้นรองพื้นทาง (SUBBASE): SOIL AGGREGATE CBR > 25% บดอัดไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
- การเตรียมผิวทาง: รวมถึงการซ่อมแซมผิวทางเดิม (DEEP PATCH, SKIN PATCH) และการปรับระดับ (LEVELLING) หากจำเป็น
- Prime Coat: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตร.ม.
- Tack Coat: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตร.ม.
- การตีเส้นจราจร: ใช้สีจราจร (Traffic Paint) หรือวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ตามมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง
- การบดอัด: ต้องได้ความหนาแน่นตามมาตรฐานที่กำหนด (Standard Proctor Density, Modified Proctor Density, Marshall Density)
- การควบคุมการจราจร: ต้องมีการจัดการและควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้างอย่างเหมาะสม
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่แนบมานี้
- ค่าปรับ: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่แนบมานี้
- การรับประกันผลงาน: ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารที่แนบมานี้ (แต่มีการระบุระยะเวลาประกันสำหรับเครื่องหมายจราจร เช่น 6, 12, 24 เดือน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
A: เพื่อปรับปรุงถนนลาดยางเดิมให้มีสภาพดีขึ้น เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยต่อการใช้งาน รวมถึงส่งเสริมการคมนาคมขนส่งให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น - Q: ถนนที่จะปรับปรุงมีขนาดความกว้างและความยาวเท่าใด?
A: กว้างเฉลี่ย 6.00 เมตร ยาว 565.00 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,390.00 ตารางเมตร - Q: ความหนาของผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ปูใหม่คือเท่าใด?
A: หนา 0.04 เมตร - Q: โครงสร้างชั้นทางของถนนที่ปรับปรุงเป็นอย่างไร?
A: ประกอบด้วยชั้นพื้นทาง (BASE) และชั้นรองพื้นทาง (SUBBASE) ตามคุณสมบัติและมาตรฐานที่ระบุในแบบ - Q: มีข้อกำหนดพิเศษเกี่ยวกับการซ่อมแซมผิวทางเดิมก่อนการปูแอสฟัลท์หรือไม่?
A: มีข้อกำหนดสำหรับการซ่อมแซมผิวทางเดิม เช่น DEEP PATCH, SKIN PATCH และ LEVELLING หากพบการชำรุดเสียหาย - Q: วัสดุที่ใช้ในการทำ Prime Coat และ Tack Coat คืออะไร?
A: Prime Coat ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 และ Tack Coat ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ตามปริมาณที่กำหนด - Q: การตีเส้นจราจรจะใช้วัสดุประเภทใด?
A: ใช้สีจราจร (Traffic Paint) หรือวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ตามมาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้อง - Q: มีข้อกำหนดเรื่องการบดอัดชั้นวัสดุอย่างไร?
A: การบดอัดทุกชั้นต้องได้ความหนาแน่นตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density หรือ 95% Modified Proctor Density - Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
A: ต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับอุณหภูมิของแอสฟัลท์คอนกรีตขณะปูหรือไม่?
A: อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องไม่น้อยกว่า 121 °C
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
C
Leeเกษ"
อ้าเภอสะเด
สํานักขา
หวัดสงขลา"
เทศบาลตาบลสํานักขาม
โครงการปรับปรุงถนนลาดยางโดยการปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
หนา 0.04 เมตร กว้างเฉลี่ย 6.00 เมตร ยาว 565.00 เมตร
หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,390.00 ตารางเมตร
สายควนตานี - บาลาย (ช่วงที่3)
บ
หมู่ที่ 5 ตําบล สํานักขาม อําเภอ สะเดา จังหวัด สงขลา
กรรมการ
C
มยซี
มิเนตวนกู
ถนนสายควนตานี-มาลาย
สถานที่ตั้งโครงการปรับปรุงถนน
มัสยิด
บ้านพรุเตียน ซา
ถนนสายบ้านพรุเตียว
โรงเรียน บ้านพรุเตียว
N
W
E
00
S
C
ไป อ.สะเดา
เกษ
ด้าน
นกอสะเดา
สํานักขาย
DUAN
แบบโครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยาง โดยการปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
สายควนตานี - มาลาย (ช่วงที่ 3)
TK
หมู่ที่ 5 ตําบล สํานักขาม อําเภอสะเดา จังหวัด สงขลา เขียน
Фт
(นายทรงพล มาแก้ว) ผู้ช่วยช่างโยธา
ส้ารวจ
ประก สะเต อุตสาหกรรม พารา
جمة
(นายศิวณัฐ สวัสดิ์รักษา นายช่างโยธาชํานาญงาน
กาญจนวนิช
ไป มาเลเซีย
บรมท
Top Glove จํากัด
โรงเรียน สามัคคี
ยาสน์วิทยา
(นายไพ ร ห าเนินสะ
หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง
รว
あ
(นา เศวตศิลป์ วรรณวล)
หัวหน้าฝ่ายการโยธา
เห็นชอบ
श्र
(นายทวีศักดิ์ หนูปลอด) ผู้อําานวยการกองช่าง
เห็นควรอนุมัติ
วราสิริคอนกรีต สาขาสะเดา
(นายอนุพงค์ สุวลักษณ์) ปลัดเทศบาลตําบลสํานักขาม
อนุมัติ
แผนที่ตั้งโครงการปรับปรุงถนนลาดยางโดยการปูผิวแอสฟัลติกคอนกรีต
หนา 0.04 เมตร กว้างเฉลี่ย 6.00 เมตร ยาว 565.00 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,390.00 ตารางเมตร
สายควนตานี -
- บาลาย (ช่วงที่ 3) หมู่ที่ 5 บ้านพรุเตียว ต.สํานักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา
รมการ
کور
(นายสาธิต ลิ่ววัฒนะโชตินันท์) นายกเทศมนตรีตําบล มักชาม
วดป. NO.
แบบเอชที
1
7
TOTOL
C
เซตทาง
SIDE SLOPE 2:1
ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
ผิวทางจราจร 6.00 1,
ระดับก่อสร้าง
2.5%
2.5%
2.5%
ผิวจราจรลาดยางแบบ แอสฟัลท์ติกคอนกรีต หนา 0.04 ม.
Prime Coat.
2.5%
SIDE SLOPE 2:1
เซตยาง
พื้นทาง CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE CBR : 80% บดอัดไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED
PROCTOR DENSITY (ĦU 0.10 m.)
รองพื้นทาง SOIL AGGREGATE CBR > 25% บดอัดไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY
รูปตัดโครงสร้างทาง
หมายเหตุ
- มิติต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตร นอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- คุณสมบัติของวัสดุ นอกเหนือจากที่ระบุในแบบและวิธีการก่อสร้างทางให้เป็นไปตามมาตรฐาน งานก่อสร้างที่ มธ. 217 และ มธ.215 - 1523 และมาตรฐานผิวแบบ A/C ไหล่ทางแบบ AC
- อัตราส่วนในตารางที่ 1 เป็นแนวราบ แนวดิ่ง
จํานวนขั้นบันไดในการก่อสร้างลายคันทางบนถนนเพิ่มขึ้น อยู่กับความสูงของกันทางเดิม
5. ระยะ " " ในการก่อสร้างลายคันทางบนถนนเดิมให้อยู่ในดุลยพินิจของวิศวกรโครงการหรือช่างควบคุม
การก่อสร้าง
4.
ระยะ " * " ในการก่อสร้างลายคันทางบนถนนเดิมจะต้องกว้างพอที่เครื่องจักรบดอัดดินสามารถทํางานได้ และต้องตัดเข้าไปถนนเดิมไม่น้อยกว่า 0.50 ม.
7. ในงานคืนตัดระดับของดูระบายน้ําข้างถนนจะต้องต่ํากว่าระดับ ก่อสร้างไม่น้อยกว่า 1.25 ม. นอกจากระบุ
เป็นอย่างอื่นในแบบรูปตัดตามขวาง
3. ก่อนเริ่มงานก่อสร้างดินถมคันทางหลังจากงานถางป่าขุดคอได้กระทํา เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งที่ความสูงของดิน
จมต้นทางเท่ากับ 1.00 เมตร หรือน้อยกว่าให้ทําการกราดได ดินเค็มลึกไม่น้อยกว่า 0.15 เมตร แล้วก่อสร้าง ตามมาตรฐานงานดินถมต้นทางและบดอัดให้ได้ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% STANDARD PROCTOR
DANSITY
9. ที่ซึ่งดินถมกันทางถูกก่อสร้างบนไหล่เขาหรือบนทางลาดก่อนทําการถมดินชั้นแรกให้ทําการกราดไถชั้นตื่น เดิมอีกไม่น้อยกว่า 0.10 เมตร เพื่อการยึดเกาะที่ดีระหว่างชั้นดินเดิมและดินถมต้นทางในกรณีไม่สามารถ
ปฏิบัติได้ดังกล่าวมานี้ให้ทําการก่อสร้างดินถมกันทางตามรูปตัดการก่อสร้างลายคันทางบนถนนเดิม
10. ชั้นบนสุดของงานคืนถมคันทาง ต้องทําการไม่น้อยกว่า 85% STANDARD PROCTOR DANSITY ใน กรณีงานดินตัดเมื่อทําการตัดจนถึงระดับบนสุดของงานดินกันทางแล้ว ให้ทําการกราดไถลึกไม่น้อยกว่า 0.20 เมตร แล้วทําการก่อสร้างตามมาตรฐานงานดินถมกันทาง และบดอัดความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 35% 11. งานก่อสร้างดินถมคันทางในบึง หนอง หรือในน้ําที่ระบุในรูปแบบแปลนและรูปตัดตามยาว และจะต้อง มีวิธีการก่อสร้างที่พิเศษกว่าปกติ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอวิธีการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการชุด หรือการไล่เล่น และผมกลับด้วยวัสดุที่เหมาะสม หรือวิธีการอื่นใดต่อวิศวกรโครงสร้าง หรือ นายช่างผู้ควบคุมการก่อสร้าง ก่อนและจะทําการก่อสร้างได้ก็ต่อเมื่อวิศวกรโครงการ หรือนายช่างผู้ควบคุมการก่อสร้างอนุมัติวิธีการก่อสร้าง เห็นสมควรว่าจะต้องใช้วัสดุที่ดีกว่าสําหรับ ก่อสร้างให้อยู่ในรายการนี้ให้อยู่ในค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
“แกแน
สํานักข
นกอสะเดา จันทรักสงบล
แบบโครงการ
ปรับปรุงถนนลาดยาง โดยการปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายควนตานี - บทลาย (ช่วงที่ 3)
หมู่ที่ 5 ตําบล สํานักขาม อําเภอ สะเดา จังหวัด สงขลา
เขียน
ghin
(นายทรงพล มากแก้ว) ผู้ช่วยช่างโยธา
สํารวจ
(นายศิวณัฐ สวัสดิ์รักษา) นายช่างโยธาชํานาญงาน
ออกแบบ
ตารางแสดงค่าลาดตัดทาง (BACK SLOPE) และลาตามคันทาง (SIDE SLOPE)
ความสูงของการตัดหรือถม
(เมตร)
0.00 -3.00
ตื่น
ดิน
นแข็ง
ติด
01J
กม
ตัด
2:1
2:1
1:1
1.5:1
0.25 : 1
1:1
0 ถ้าไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่นในแบบรูปตัดตามขวาง ค่า BACK SLOPE และค่า SIDE SLOPE
ให้ใช้ค่าตามตารางนี้
ตารางแนะนําการออกแบบความหนาของชั้นโครงสร้างทาง
คนเดิม เรือดินกันทาง ปริมาณจราจร
(C.B.R.)
วัสดุคัดเลือก วัสดุรองพื้นทาง วัสดุพื้น
(คันต่อวัน) (เมตร)
(เมตร)
(เมตร)
<500
0.15
0.20
0.13
4
501 - 1000
0.20
0.20
0.20
1001 - 1500
0.30
0.20
0.20
<500
0.20
0.20
F%
501 - 1000
0.15
0.20
0.20
1001 - 1500
0.25
0.20
0.20
€500
0.20
0.20
$%
501 - 1000
0.13
0.20
0.20
1001 - 1500
0.15
0.20
0.20
ขอบผิวจราจร
ไหล่ทาง
SIDE SLOPE 2:1
3.5%
3.5%
3.34.
เฟ
นายไพ ร ห าเบ็นสะ) หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง
ตรวง
(นายเศวตศิลป์ วรรณวล) หัวหน้าฝ่ายการโยธา
เห็นชอบ
มายเหตุ
- กรณีวัสดุกันทางมีค่า CBR, 44% ต้องออกแบบโครงสร้างกันทางเป็นพิเศษ
- วัสดุที่ใช้ทํากับทางจะต้องมีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า CBR. ของดินเดิมและไม่น้อยกว่า 4%
3.5%
SIDE SLOPE 2:1
นอมกันทาง
totot
(นายทวีศักดิ์ หนูปลอด) ผู้อ่านวยการกองช่าง
เห็นควรอนุมัติ
ai
(นายอนุพงศ์ สุวลักษณ์)
ปลัดเมา ค่าบ สํานักขาม
อนุมัติ
سوھے
0.50 (nm)
(mm)
รายละเอียดการก่อสร้างไหล่ทาง
รูปตัดการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิม
ประสานกรรมก
(นายสาธิต ววัดนะ โชตินันท์) นายกเทศมนตรี ารถล่านักงาน
W/w/1. NO.
การ
สมกา
แบบเลขที่
2
7
TOTEL.
เนท ทาง
16011
ใน
D
0,0*
b,
E
ระยองเห็น ก ก ก ง จกลาง
บานแข่ง c ง
หี
บริเวณแข่ง ‘ไง "
จุดเริ่มต้นตรงบริเวณห้าแข่ง
ปลาแข่ง
การ เส้นจราจรบริเวนโค้งราย
ตาราง : ระยะทางมองเห็น สุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ
ระยะมองเห็น
60
80
*70
8 8 2 8 8 8
โดย
150 14
ไท ทาง
*10
20
240
150
8
สด
การ เส้นจราจร การ ความกว้างของช่องจราจรลดลง
1715011 M
การเล่นจราจร กรณี ความกว้างของไหล่ทางลง
“โทษ
E
b,
ได้ฟัง
- ระยะมองเห็นการแข่ง หลาง)
แนantin
ทนแข่ง :
ปลาแข่ง ซึ่ง
13.ม. - จุด ต้นตรงบริเวณแสง
ปลายปราบแห่ง
การ เส้นจราจรบริเวนได้ทั้ง
BOSI
150 21
Tra
150 11
0.50 0.50 0.10
150ML M
0.50
การเส้นจราจร
ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรทาง
เบ่ง ทางช
1 เส้นประ
Inime
A.30
Lital/ 900
3.00
…300..
: ใน
0.10
11.0
300 41001
ใหม่ลง
2 สนับ
3 ชั้นคู่
Ato
14 ARUZELNIN
0.10
ใน
ให้ ne
ความกว้างสะสมมากกว่าความกว้างถนน
150 21
ไหล่ทาง
ในทาง
เห็นบาง
;( 150 UN )
เส้นทับ
เส้นทีบ
Terms
เส้นทาง
1503L
ไหล ทาง
กรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน
ให้ติดตั้งบ่าย A-25
-Tuime
Twi
เร่งขอบกาง
€15024
การตีเส้นจราจรบริเวกสะพาน
1503
ให้
รายการประกอบแบบ
1 มีต่างๆ มีหน่วยเป็นนครนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น
2 เส้นแบ่งก็ การ ใช้ชั้นเหลือง ขนาดกว้าง มี 4 แ
นา
21 เส้นประเมินเส้นสีเหลืองแบ่งทิศทางของการจราจรในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้แบ่งปันหน้ากันได้สอง สรวง
ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกาหนดไว้
ทางหลวงชนบท เช่น เส้นยาว 3 ม. เป็นช่อง 3 แ
ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เป็นช่อง 3
22 เส้น บว เป็นส้นเทปสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่ง ทางจราจรในประ ทานแบ่งในสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อน จากก
เส้นใบเดี่ยว โดยบริเวณก่อนถึงแยก ห้ามเปลี่ยนช่องกระจกสันต้องไม่น้อยกว่า 24 ม
23 เส้นประตูกับเส้นกับ เป็นเส้นสีเหลือง ลุ่มนานกันไป โดยเส้นทั้งสองท่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้ต้นกับคู่
กับ นประเบินชั้นทางจราจรในประเท้ามากที่มาจากทางหนึ่งเอง แต่ยอมให้รถมาจากด้านตรงข้าแข่งได้ ด้านที่แข่ง ใช้เส้นรีบ ส่วนด้านยอมให้แบ่งให้เส้นประ
24 การเส้นทางแข่ง บริเวณทางโค้งรอบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
25
วจรวจกว้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้อ เส้นแบ่ง รางจราจร
ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 30 เมตรก่อนถึงบริเวณดังกล่าว และภายในโค้งที่มีค่ากว่า 300 เมตร, ระยะ 30 เดอนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
3 เส้นรอบวง ให้ใช้เส้นกับสียาง สร้าง ปี 4 ทั้ง 2 ข้าง แนว
- ทาถนน จราจร
งด ( เหนีส, แอสสายนอนกรี ให้ใช้สกอร์ไ สาย บอก 52 หนาไม่น้อยกว่า 3 เ
หมายเหตุ
}
แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่ 1-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
กรรมการ
uuulavi no-3-110 (1)
แผ่นที่ 49
C
ข้อกําหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้ - วิธีดําเนินการจัดทํา
1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทําการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทําบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชํารุด
การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ําเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทํางาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเติมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทําขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่
รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเติมออกโดยใช้เครื่องจักรกล
1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดําเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์
1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกําหนดไว้ ต้องใช้
วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกําหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นํา
วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน
1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทํางาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกําหนดไว้หากมีการทํามากกว่าหนึ่งชั้น
ขึ้นไปต้องรอให้ชั้นแรกแห้งเสียก่อน - ข้อกําหนดคุณสมบัติ
}
2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก
415 ราย ชนิดที่ 2
2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทําเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาตลาด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย
มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้ําหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทค โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร
2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทําเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทําในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
บอก 543 ไว้ผลิตภัณฑ์
2.4 วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer) เป็นน้ํายาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทําเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทําเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต
วัสดุเทอร์โมพลาสติกกําหนด - การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
3.1 AMWXU1
ตารางที่ 1 แสดงเกณฑ์กําหนดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร
รายการที่ก้าหนด - บ่อก้าหนด
-
1.2 การใช้งาน
2. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทํางาน
2.1 ความหนา เมียแห่ง มี เมตร
วัดหรือปาดลาก
2.2 อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม
3. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อเสร็จทันที (ตรวจรับงาน
3.1 ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร
3.2 การมองเห็นในเวลากลางคืน
3.2.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), actix an
な
สีเหลือง
4. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
4.1 การมอง นในเวลากลางคืน
4.1.1 การสะท้อนแสง (Retroreflectivity), macdr, m
สีเหลือง
5. ระยะเวลาประกัน
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น
จะผ่าน เมื่อพ้นจืดหรือปาดจากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นํามาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้
(1) สีจราจร ( Traffic Paint ) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร
(2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor)
ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตําแหน่ง แต่ละตําแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง
จรร วัสดุเทอร์โมพลาสติก
bien 415-2541 #ŭad 2 vans42-2530TZŇU 1
พัน
พ้น วัดหยากล
2.0.2
2 400
- 3.0 23.0 140090
≥ 0,2
2
2300 2.200
≥ 300 2.200
6 เดือน 1
ครั้ง 12 เดือน 1 学设 12 คน 1 ตรง 24 เดือน 3 ครั้ง
2150 2 100
2 150
% 100
12 เดือน
24 เยน
กาย ใจหาย
จ
กรรมฯ
ประมาณวร
กรรมการ
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 10-3-110 (4)
แผ่นที่ 52
ت
ระดับน
SIDE SLOPE
Slope
- รูปตัดโครงสร้างทาง 1
บนเน
SIDE SLOPE
Ө
ในทาง
Slope
รา
การ
ท่าผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
ลําดับที
Slope
Slope
ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ข้อกําหนด
SIDE SLOPE
ท่าผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
MO TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
ไหล่ทวง
SIDE SLOPE
ผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ
- ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ
GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่ ( มฐ. ปร.3/2546 และแบบที่ 3.2 ม. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
…ประธานกรรมกา
และกลุ่มการ
รายการ
1 ใหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
1
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
มา 230–2545
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
ย
3
TACK COAT
ยางถึง
ค
4
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
3
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มท 230-2545
มาตรฐานงานแทคโคท มา 227–2545
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
Mn-3-110(1) 110(4)
KATUNTIENDAVULN
แบบมาตรฐานงานทาง
สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ กถ-7-201
แผ่นที่ 94
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ
และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน - ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ
หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท - งานดินถมต้นทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ
มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมดินทางให้ผมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctor Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่
บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95%% Modified Proctor Density - งาน นนทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช.20.35-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify)
ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Contral Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง
Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coot มา1225–2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
5.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tack Coat 1327—2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มาช 225-2545 หรือ Tock Coat ตาม บทช.227-2545 ก่อน
3.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้เป็นชิ้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด
ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 C 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มท. (1507-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
และปริมาณแอสฟัลต์ซีเมนต์ที่ใช้
2.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว
โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ
8-10 คน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร้องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
3.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัด สม่ําเสมอ
ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น
(Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง
หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และอ้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
น่ามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก้อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98
1211 Marshall Density
3.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม
ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 : ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ
ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
กรมทางหลวง 3ร
อล
ประธานกรรม
สมการ
…..
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ 30-7-601
แผ่นที่ 100
}
;
C
ผิวทาง
ค้นทางเดิม
หินคลุกชั้นพื้นทาง
ลูกรังกรณีที่ขึ้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อค้นทางเดิมถึงชั้นที่เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
ค้นทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX 190 HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
- งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นต้นทางในบริเวณที่ต้นทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการบดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงชั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ทําการปิดทับคันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
3.ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 4.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือปิดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ
โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ - เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดไล (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ชุดซื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ท่า PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว
ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
6.ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
MUALİNİ
ประธานกรรมการ
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อก้าหนดการก่อสร้าง)
แบบเลข ท -3-602
แผ่นที่ 101