จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายเลียบคลองระบายน้ำสายใหญ่ ท่าผา - บางแก้ว ฝั่งซ้าย หมู่ที่ ๘ ตำบลหนองดินแดง เชื่อมต่อ หมู่ที่ ๕ ตำบลวังเย็น อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม

องค์การบริหารส่วนนครปฐม 69049091885
฿5,039,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 12 มิ.ย. 2569 นครปฐม
รายละเอียดการจ้าง

โครงการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับปรุงคุณภาพและความแข็งแรงของชั้นทางเดิมโดยใช้วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ซึ่งเป็นการนำวัสดุผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมมาทำการรื้อถอน ทำให้ร่วนซุย และผสมคลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่นๆ เพื่อให้ได้ชั้นทางใหม่ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดทางวิศวกรรม โดยเฉพาะค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) และความแน่นของการบดอัด (MODIFIED PROCTOR DENSITY) ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา และประสานงานเพื่อเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อการออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการแก้ไขโครงสร้างทางที่เสียหาย เช่น SOFT SPOT ด้วยการทำ DEEP PATCH และการเสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางมีการทรุดหรือเป็นแอ่ง ก่อนดำเนินการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ การดำเนินงานต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานงานทางที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทดสอบคุณภาพวัสดุอย่างเข้มงวดตามที่ระบุในข้อกำหนด โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด

English summary

This project aims to repair and construct asphalt concrete road surfaces using the PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING method. This involves rehabilitating the existing asphalt layer by mixing it with additives such as cement or asphalt to achieve the required structural strength and density standards. The contractor must submit an operational plan for approval within 7 days of contract signing and coordinate for material sampling for mix design within 15 days. The scope includes repairing structural defects like soft spots (DEEP PATCH) and leveling with crushed rock aggregate if the road structure is deformed or depressed, prior to the in-place recycling process. Strict quality control and testing, including unconfined compressive strength and modified proctor density, are mandated, with the contractor bearing all testing costs. The project also covers prime coat, asphalt concrete surfacing, and traffic line marking according to relevant standards.

สถานที่ดำเนินการ

(ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING
  • แก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ด้วยการทำชุดซ่อม (DEEP PATCH)
  • เสริมหินคลุกปรับระดับในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัดตามที่กำหนด
  • ทำ PRIME COAT และผิวทางและไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

ขอบเขตของงาน

  • ส่งแผนการปฏิบัติงานเพื่อขออนุมัติภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
  • ประสานงานเก็บตัวอย่างวัสดุเพื่อออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา
  • ทำชุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อแก้ไขโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • เสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยในกรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง
  • ปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดรื้อ คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม (ปูนซีเมนต์, แอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่น) และบดทับให้ได้ความแน่นและค่ากำลังรับแรงอัดตามกำหนด
  • ดำเนินการทดสอบคุณภาพวัสดุและผลงานตามข้อกำหนด (กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปรับปรุงหากผลทดสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
  • ดำเนินการบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์อย่างน้อย 7 วัน และเปิดการจราจรได้ตามปกติ
  • ทำ PRIME COAT ตามมาตรฐาน มช. 225-2545
  • ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตตามมาตรฐาน มช. 230-2545
  • ตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงานที่ผ่านการอนุมัติ
  • รายงานผลการทดสอบวัสดุและคุณภาพงานก่อสร้าง (กำลังรับแรงอัด, ความแน่นของการบดอัด)
  • ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตที่ซ่อมสร้างแล้วเสร็จตามมาตรฐาน
  • PRIME COAT ที่ดำเนินการแล้ว
  • ผิวไหล่ทางที่ดำเนินการแล้ว
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทางที่ตีแล้ว

ระยะเวลาดำเนินการ

  • แผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การเก็บตัวอย่างวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาการบ่มชั้นทาง (กรณีผสมปูนซีเมนต์): อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • (ระยะเวลาโครงการโดยรวมไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีอาชีพรับจ้าง
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
    • (ข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างฯ จะต้องตรวจสอบจากเอกสารประกวดราคาฉบับเต็ม)
  • Standards Compliance:
    • การดำเนินงานต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานงานทางที่เกี่ยวข้อง เช่น มช. 225-2545, มช. 230-2545, ม.306-2550, มก. 308-2550, มก. 313-2550, มทร. (1) 303–2545
  • Experience:
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
  • Previous Project Cost:
    • (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้)
  • Technical Capabilities:
    • มีเครื่องจักรขุดติดรื้อชั้นทางเดิม
    • มีเครื่องจักรสำหรับบดทับให้ได้ความแน่นตามมาตรฐาน
    • มีความสามารถในการออกแบบส่วนผสมการปรับปรุงในทางเดิม
  • Personnel:
    • (ไม่ได้ระบุชัดเจนใน TOR ส่วนนี้เกี่ยวกับคุณวุฒิหรือจำนวนบุคลากรโดยเฉพาะ)

เกณฑ์การพิจารณา

  • (ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกณฑ์การประเมินใน TOR ส่วนนี้ โดยทั่วไปจะประเมินจาก คุณสมบัติผู้เสนอราคา, ข้อเสนอด้านเทคนิค, และราคา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ (PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING):
    • ใช้เครื่องจักรขุดติดรื้อชั้นทางเดิมทำให้ร่วนซุย
    • คลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ หรือสารผสมเพิ่มอื่น
    • บดทับให้ได้ความแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • ค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ
    • กรณีใช้ปูนซีเมนต์ผสม ต้องปิดทับภายใน 2 ชั่วโมงหลังรีดออกมา
  • การทดสอบกำลังรับแรงอัด (กรณีผสมปูนซีเมนต์):
    • ทดสอบแท่งตัวอย่าง 3 ตัวอย่าง จากทุก 1,500 ตร.ม.
    • บ่มตัวอย่าง 7 วัน, แช่น้ำ 2 ชั่วโมง, ทดสอบตาม มทร. (1) 303–2545
    • ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด อนุโลมให้มี 1 ก้อน ต่ำกว่าที่กำหนดได้ แต่ไม่น้อยกว่า 85% ของค่าที่กำหนด
    • หากผลทดสอบต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้รับจ้างต้องทำการก่อสร้างใหม่และรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • การทดสอบความแน่น:
    • ไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
    • ทดสอบทุก 450 ตร.ม. หรือตามที่กำหนด
  • วัสดุ:
    • หินคลุก (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE): ค่า L. ไม่มากกว่า 25, PI. ไม่มากกว่า 6%, ความลึกไม่มากกว่า 40%, CSR. ไม่น้อยกว่า 80%, สะอาดปราศจากสารอันตราย
    • ปูนซีเมนต์: มาตรฐาน มอก. 15
    • PRIME COAT: มาตรฐาน มก. 308-2550
    • ผิวทางและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต: มาตรฐาน มก. 313-2550
    • เส้นแบ่งทิศทางจราจร: แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • การบ่มและการเปิดจราจร (กรณีผสมปูนซีเมนต์):
    • พ่นน้ำบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา อย่างน้อย 7 วัน
    • เปิดการจราจรได้ตามปกติในช่วงเวลาบ่ม

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงาน:
    • ส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • เก็บตัวอย่างวัสดุและส่งออกแบบส่วนผสมภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การชำระเงิน:
    • (ไม่ได้ระบุรายละเอียดงวดการชำระเงินใน TOR ส่วนนี้)
  • ค่าปรับ:
    • (ไม่ได้ระบุรายละเอียดค่าปรับใน TOR ส่วนนี้)
  • ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง:
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่หากผลทดสอบไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
    • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ, และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
  • การเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบ:
    • รายละเอียดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน
    • สามารถดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่น หรือบริเวณทางเชื่อม/ทางแยกได้ตามความเหมาะสม
    • การเปลี่ยนแปลงแก้ไขต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: วิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING คืออะไร?
    A: เป็นวิธีการนำวัสดุผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเดิมมาทำการรื้อถอน ทำให้ร่วนซุย และผสมคลุกเคล้ากับวัสดุผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์ หรือแอสฟัลต์ เพื่อให้ได้ชั้นทางใหม่ที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด
  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    A: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • Q: การทดสอบกำลังรับแรงอัดต้องทำอย่างไร?
    A: เก็บตัวอย่าง 3 ตัวอย่างต่อ 1,500 ตร.ม. บ่ม 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง แล้วทดสอบตาม มทร. (1) 303–2545
  • Q: หากผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดต่ำกว่ากำหนด ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด และเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำและค่าก่อสร้างใหม่ทั้งหมด
  • Q: ความแน่นของการบดอัดชั้นทางต้องเป็นเท่าใด?
    A: ต้องไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
  • Q: การบ่มชั้นทางที่ผสมปูนซีเมนต์ต้องทำอย่างไรและนานเท่าใด?
    A: พ่นน้ำบนผิวหน้าให้ชุ่มชื้นตลอดเวลา อย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ
  • Q: สามารถเปิดการจราจรได้ในช่วงเวลาบ่มหรือไม่?
    A: อนุญาตให้เปิดการจราจรได้ตามปกติ ตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  • Q: ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกเหนือจากค่าก่อสร้าง?
    A: รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมด, ค่าทดสอบซ้ำ, ค่าปรับปรุงชั้นทางใหม่, ค่าสำรวจ, ตรวจสอบ, ออกแบบส่วนผสม, แก้ไขแบบ, ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ และผลความเสียหายใดๆ ในสนาม
  • Q: ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัสดุหินคลุกมีอะไรบ้าง?
    A: ค่า L. ไม่มากกว่า 25, PI. ไม่มากกว่า 6%, ความลึกไม่มากกว่า 40%, CSR. ไม่น้อยกว่า 80%, และต้องสะอาดปราศจากสารอันตราย
  • Q: การเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบโครงสร้างทางสามารถทำได้หรือไม่?
    A: สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง/ผู้ควบคุมงาน โดยต้องได้ปริมาณงานตามที่กำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทําการออกแบบ
    ส่วนผสมการปรับปรุงในทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสํารวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกําหนด
  2. ทําการชุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม
  3. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกําหนดให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทําการเสริมหินคลุกปรับระดับและปิดทับให้เรียบร้อยก่อนที่
    จะทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่
  4. ทําการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดติดรื้อชั้นทางเดิมทําให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ
    วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากําลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กําหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทําการปิดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปรีดออกมา
    5.1 การทดสอบกําลังรับแรงอัด ให้เตรียมแท่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงขึ้นทางเดิมใน ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ตื่นตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นําตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ําไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนําตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกําลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มทร. (1) 303–2545 " วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน " โดยอนุโลม
    ค่ากําลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แต่งตัวอย่าง ที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กําหนด
    5.2 การทดสอบช้ําหากค่ากําลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ํากว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแต่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนําตัวอย่างไปทดสอบ
    กําลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกําลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจํานวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่างที่มีกําลังรับแรงอัดต่ํากว่าร้อยละ 85 ของกําลังรับแรงอัดที่กําหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กําหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กําหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างโดยทําการ ปรับปรุงขึ้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบช้ํา และค่า
    ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกําหนด
    5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทําการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 %
    MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทําการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
    5.4 ค่าใช้จ่ายในการสํารวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล
    ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
    5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มชั้นทางนั้นโดยพ่นน้ําลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้
    ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม
  5. PRIME COAT ฟื้นทางและพื้นไหลทาง ตาม มาช 225-2545
  6. ทําผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม บทช.230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
    ลําดับ
    1 หินคลุก
    2 น่า
    2
    รายการ
    3 ปูนซีเมนต์
    PRIME COAT
    ข้อกําหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    ข้อกําหนด
    Meaðuüuluran ( CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม ม.306-2550 ค่า L. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CSR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ํามัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นไดทีอาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม
    มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์

    อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มก. 308-2550

    5 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มก. 313-2550
    5 เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง " แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
    หมายเหตุ
  7. รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง
    สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  8. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ
    เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
  9. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง
    แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
    นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  11. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ
    GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    MNMATONUM
    แยมมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งาน อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
    โดยวิธี PAVEMENT IN PLACE RECYCLING (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    UNUM 102