จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด (1200198842)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เหมืองแม่เมาะ 69049068848
฿8,403,780 ปีงบ 2569 ประกาศ 21 เม.ย. 2569 ลำปาง
รายละเอียดการจ้าง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างก่อสร้าง DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด ณ บริเวณที่ทิ้งดิน เหมืองแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง เพื่อใช้เป็นระบบระบายน้ําบนที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump และป้องกันการกัดเซาะของพื้นที่ วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,403,780.00 บาท ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้าง Drop Structure ทั้ง 5 จุด รวมถึงงานปักป้ายโครงการ ปรับพื้นที่ งานท่อระบายน้ํา งานขุดดิน ติดตั้งกล่องตาข่ายหิน งานรางระบายน้ํา และงานปรับแต่งพื้นที่หลังก่อสร้าง ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว และต้องมีผลงานการจ้างก่อสร้างประเภทเดียวกัน หรืองานก่อสร้างระบบระบายน้ํา หรือโครงสร้าง ค.ส.ล. ในสัญญาเดียว ซึ่งได้ส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สัญญาเป็นแบบปรับราคาได้ (ค่า K) กำหนดเวลาแล้วเสร็จภายใน 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน

English summary

The Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) wishes to procure the construction of 5 DROP STRUCTURES to serve as drainage systems on the SW Dump and NE Dump, and to prevent soil erosion. The budget is 8,403,780.00 Baht. Bidders must be legal entities registered in Thailand, possess relevant experience in similar construction projects or drainage systems/reinforced concrete structures, with a single contract value of at least 2,500,000 Baht (including VAT). The project duration is 210 days from the date EGAT notifies the contractor to commence work.

สถานที่ดำเนินการ

บริเวณที่ทิ้งดิน เหมืองแม่เมาะ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อใช้เป็นระบบระบายน้ําบนที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump
  • เพื่อป้องกันการกัดเซาะของพื้นที่บริเวณที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump

ขอบเขตของงาน

  • งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดำเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับการก่อสร้าง DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด ตามแบบรูปและรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกำหนด และข้อปฏิบัติ
  • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้ครบถ้วนตามที่ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญา
  • ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
  • งานปักป้ายโครงการ ปักผัง วางแนวกำหนดระดับ เตรียมงานก่อสร้าง
  • งานปรับพื้นที่ก่อสร้าง
  • งานท่อระบายน้ําลอดถนน และโครงสร้าง ค.ส.ล. ปาก-ท้ายท่อระบายน้ํา
  • งานขุดดิน วัสดุสังเคราะห์ Geotextile และติดตั้งกล่องตาข่ายหินเรียง (Rock Gabion) แบบขั้นบันไดและแบบราบ
  • งานรางระบายน้ํา ค.ส.ล. และร่องดินระบายน้ํา
  • งานปรับแต่งพื้นที่หลังก่อสร้าง และเคลียร์พื้นที่บริเวณก่อสร้างให้อยู่ในสภาพสะอาดเรียบร้อย
  • งานยาแนวผิวภายใน DROP STRUCTURE
  • งานขุดบ่อดินดักตะกอน
  • งานอื่น ๆ (ถ้ามี)
  • จัดทำแผนการทำงาน, ตารางราคางาน, หนังสือแต่งตั้งผู้รับผิดชอบ, หนังสือขออนุมัติแต่งตั้งผู้ควบคุมงานด้านความปลอดภัย
  • ดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง หรือข้อแนะนำของผู้ควบคุมงาน
  • จัดทำแบบก่อสร้างจริง (AS-BUILT DRAWING)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบและรายการละเอียด
  • แผนการทำงาน
  • ตารางราคางานเพื่อเบิกจ่ายเงิน
  • หนังสือแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของผู้รับจ้าง
  • หนังสือแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน
  • หนังสือขออนุมัติแต่งตั้งผู้ควบคุมงานด้านความปลอดภัย
  • แบบก่อสร้างจริง (AS-BUILT DRAWING) พร้อม File Digital

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดเวลาแล้วเสร็จ: ภายใน 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
  • การเสนอแผนการทำงาน: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • การเริ่มงาน: ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
  • การจัดทำแผนการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ: ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จดทะเบียนในประเทศไทย
    • มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  • Standards Compliance:
    • (ไม่ระบุเฉพาะเจาะจงนอกเหนือจากมาตรฐานทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง)
  • Experience:
    • มีผลงานจ้างก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา หรือ งานก่อสร้างระบบระบายน้ํา ค.ส.ล. หรือ งานก่อสร้างที่มีโครงสร้าง ค.ส.ล.
    • ผลงานดังกล่าวต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ
    • มีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Previous Project Cost:
    • ราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ำกว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • Technical Capabilities:
    • (ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง นอกเหนือจากการปฏิบัติตามแบบรูปและรายการละเอียด)
  • Personnel:
    • ช่างเทคนิค คุณวุฒิ ปวส. สาขาช่างก่อสร้างโยธา ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี จำนวน 1 คน
    • จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย) ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ จำนวน 1 คน
    • ผู้รับจ้างต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ โดยจะต้องมีช่างจำนวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างระหว่างก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานด้านนั้นๆ

เกณฑ์การพิจารณา

  • กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียดถูกต้องตามข้อกำหนด กฟผ. และมีราคารวมต่ำสุด
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
  • กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดำเนินงานตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้นั้นข้อเสนอสามารถดำเนินงานตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การก่อสร้าง DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด
  • วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และเสนอให้ กฟผ. พิจารณาล่วงหน้า
  • การใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
  • ข้อกำหนดทางวิชาการ (งานโยธา) ครอบคลุมงานถางป่าขุดตอ, งานถมดิน, งานคอนกรีตเหล็กเสริม, งานวางท่อระบายน้ํา, งานกล่องลวดตาข่าย (Gabion, Terramesh และ Mattress), งานแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) และงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
  • การควบคุมคุณภาพคอนกรีต, การเทคอนกรีต, การบ่มคอนกรีต
  • การตัดและประกอบเหล็กเสริม, การเรียงเหล็กเสริม, การต่อเหล็กเสริม
  • การวางท่อระบายน้ํา, การถมและบดอัดภายหลังการวางท่อ
  • การติดตั้งกล่องลวดตาข่าย (Gabion) และแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)
  • การติดตั้งป้ายรายละเอียดสิ่งก่อสร้าง และเสาแนวทาง (Guide Post)
  • การปรับแต่งพื้นที่หลังก่อสร้าง
  • การปฏิบัติตามระเบียบ กฟผ. ว่าด้วยการจัดการความปลอดภัย, นโยบายสิ่งแวดล้อม, นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน, กฎความปลอดภัยทั่วไป

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule: จ่ายค่าจ้างเป็นจำนวน 6 งวด ดังนี้
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 20)
    • งวดที่ 2: ร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 40)
    • งวดที่ 3: ร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 60)
    • งวดที่ 4: ร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 80)
    • งวดที่ 5: ร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 90)
    • งวดสุดท้าย: ร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด (เมื่อปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วเสร็จ)
  • Penalties:
    • ค่าปรับกรณีจ้างช่วง: ร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วง
    • ค่าปรับกรณีล่าช้า: ร้อยละ 0.1 ของราคางานทั้งหมดต่อวัน (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
  • Warranty: รับประกันความชำรุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย
  • Contract Type: สัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
  • Advance Payment: (ไม่มี)
  • Performance Bond: ร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
  • Retention Money: (ไม่มี)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    A1: เพื่อใช้เป็นระบบระบายน้ําบนที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump และเพื่อป้องกันการกัดเซาะของพื้นที่บริเวณที่ทิ้งดินดังกล่าว
  • Q2: ขอบเขตงานครอบคลุมการก่อสร้างกี่จุด และอยู่ที่ไหน?
    A2: ครอบคลุมการก่อสร้าง DROP STRUCTURE จำนวน 5 จุด บริเวณที่ทิ้งดิน เหมืองแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
  • Q3: คุณสมบัติผลงานที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคืออะไร?
    A3: ต้องเป็นผลงานสัญญาเดียว ประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคา หรือ งานก่อสร้างระบบระบายน้ํา ค.ส.ล. หรือ งานก่อสร้างที่มีโครงสร้าง ค.ส.ล. โดยมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องส่งมอบ/ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
  • Q4: สัญญาเป็นแบบใด และมีเงื่อนไขการปรับราคาอย่างไร?
    A4: เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) โดยจะมีการคำนวณตามสูตรที่กำหนดไว้ใน TOR
  • Q5: กำหนดเวลาแล้วเสร็จของโครงการคือเท่าใด?
    A5: ภายใน 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
  • Q6: ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศในสัดส่วนเท่าใด?
    A6: ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุ และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
  • Q7: การจ่ายเงินค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
    A7: จ่ายเป็นจำนวน 6 งวด โดยแต่ละงวดจะจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าของงานที่ทำได้ตามที่ระบุใน TOR
  • Q8: มีการกำหนดค่าปรับกรณีล่าช้าหรือไม่ อย่างไร?
    A8: มี โดยคิดเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
  • Q9: ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานคือเท่าใด?
    A9: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้าย
  • Q10: ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงานเมื่อใด และมีข้อกำหนดเกี่ยวกับบุคลากรอย่างไร?
    A10: ต้องจัดทำแผนการทำงานภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และต้องมีช่างเทคนิค ปวส. สาขาช่างก่อสร้างโยธา ประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี จำนวน 1 คน และ จป. จำนวน 1 คน รวมถึงช่างฝีมือตามมาตรฐานที่กำหนด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

1/8.
ขอบเขตของงาน (TOR)
งานก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด
ด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มีความประสงค์จะจัดจ้างก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด วงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 8,403,780.00 บาท โดยมีรายละเอียด สาระสําคัญของขอบเขตของงาน (TOR) ดังต่อไปนี้

  1. ความเป็นมา
    เนื่องจากที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump จําเป็นต้องมีระบบระบายน้ําเพื่อควบคุมเสถียรภาพ ของที่ทิ้งดิน และเป็นไปตามแผนการทําเหมือง
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 เพื่อใช้เป็นระบบระบายน้ําบนที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump
    2.2 เพื่อป้องกันการกัดเซาะของพื้นที่บริเวณที่ทิ้งดิน SW Dump และ NE Dump
  3. ขอบเขตของงาน
    งานก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด ประกอบด้วย งานจ้างเหมาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือเครื่องจักร ค่าดําเนินการ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดตามแบบรูปและรายการละเอียด เงื่อนไขข้อกําหนด และข้อปฏิบัติต่าง ๆ โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับผิดชอบในการก่อสร้าง ให้ครบถ้วนตามที่ ปรากฏในแบบและรายละเอียดต่าง ๆ ของสัญญาทุกประการ

    ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา (ถ้ามี)
    สถานที่ บริเวณที่ทิ้งดิน เหมืองแม่เมาะ อําเภอแม่เมาะ จังหวัด ลําปาง

จุดที่ 1 พิกัดดาวเทียม 18.339868, 99.674367
จุดที่ 2 พิกัดดาวเทียม 18.340150, 99.674378 -จุดที่ 3 ทีกัดดาวเทียม 18.337282, 99.674378 - จุดที่ 4 พิกัดดาวเทียม 18.339582, 99.679223 - จุดที่ 5 พิกัดดาวเทียม 18.340853, 99.754432 ตําแหน่งก่อสร้างแสดงไว้ในแบบเลขที่ 6904-403 งานก่อสร้างนี้เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K)
2/8
4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
ม บ
4.1 เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) “ข้อ 2 คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ”
4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจดทะเบียนในประเทศไทย ผู้มีอาชีพรับจ้างงาน ที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานจ้างก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคางานจ้างก่อสร้าง ครั้งนี้ หรือ งานก่อสร้างระบบระบายน้ํา ค.ส.ล. หรือ งานก่อสร้างที่มีโครงสร้าง ค.ส.ล. ซึ่งผลงานดังกล่าวของ ผู้รับจ้าง ต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มี การส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานเอกชนที่ กฟผ. เชื่อถือ โดยมีราคางานสัญญาเดียวไม่ต่ํากว่า 2,500,000.- บาท (สองล้านห้าแสนบาท ถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และในกรณีผลงานนั้นเป็นการรับจ้างทํางานให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นเอกชน ให้แนบสําเนา สัญญามาด้วย
5. เอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสารอย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อประกอบการพิจารณาในวันที่กําหนดยื่นข้อเสนอ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์
5.1 เป็นไปตามข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ เอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
5.2 หลักฐานยืนยันคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอตามที่กําหนดในข้อ 4
5.2.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ตามขอ 4.2
5.2.2 หนังสือรับรองผลงาน และในกรณีที่ผลงานดังกล่าวเป็นการทํางานให้ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็น
เอกชน ให้แนบสําเนาสัญญาด้วย ตามข้อ 4.3
ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณา ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
6. หลักเกณฑ์การเสนอราคา
6.1 เป็นไปตามข้อ 4. การเสนอราคาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
3/B
6.2 ให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกรายละเอียดการเสนอราคาในใบเสนอราคาตามที่แนบในเอกสารประกวด ราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องยื่นใบแจ้งปริมาณ งานและราคาและใบบัญชีรายการก่อสร้าง ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
6.3 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา แบบรูป และรายการละเอียด ฯลฯ ให้ถี่ถ้วน และเข้าใจทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขที่ กฟผ. กําหนด
6.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องคํานวณหาปริมาณงาน และจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดของปริมาณงาน ที่เสนอ หากมีข้อสงสัยในปริมาณงาน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไปตรวจสอบเอง ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ยื่นข้อเสนอจะ นํามาเป็นข้ออ้างในการขอเบิกค่าใช้จ่ายจาก กฟผ. อีกไม่ได้ เว้นในกรณีที่มีการแก้ไขงานหรือเปลี่ยนแปลง รายละเอียดในแบบ ซึ่ง กฟผ. สงวนสิทธิ์ที่จะพิจารณาจ่ายให้หรือหักคืนจากผู้รับจ้าง
6.5 สําหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ก่อนลงนามในสัญญา กฟผ. จะจัดทําแบบแสดงรายการ ปริมาณ งาน และราคา โดยปรับราคาทุกรายการตามอัตราร้อยละที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอราคา โดยเทียบกับราคากลาง ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ และน่ารายละเอียดในการปรับลดราคาในแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา ไปเป็นเอกสารแนบท้ายของสัญญา ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) 0405.3/ว 232 ลงวันที่ 8 เมษายน 2558
6.6 ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายใน กําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอราคามิได้
7. หลักประกันการเสนอราคา
กําหนดมูลค่าเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นเงิน 420,189.00 บาท (สี่แสนสองหมื่นหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าบาทถ้วน)
8. หลักเกณฑ์การพิจารณา
8.1 เป็นไปตามหัวข้อหลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณาของเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วย วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
8.2 กฟผ. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยรับราคาผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอรายละเอียด ถูกต้องตามข้อกําหนด กฟผ. และมีราคารวมต่ําสุด
8.3 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาให้ครบถ้วนตามขอบเขตของงาน
4/8
8.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ําสุด เสนอราคาต่ําจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดําเนินงาน ตามขอบเขตของงาน (TOR) ได้ กฟผ. จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทําให้เชื่อได้ว่า ผู้อื่น ข้อเสนอสามารถดําเนินการตามขอบเขตของงาน (TOR) ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคําชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กฟผ. มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.
9. กําหนดเวลาแล้วเสร็จ
ภายในกําหนด 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนการทํางานให้เป็น ที่พอใจแก่ กฟผ. โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทํางานและกําหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทํางานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ
9.1 กรณีสัญญาอายุเกิน 60 วัน ผู้รับจ้างจะต้องทําตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิต ภายในประเทศ, ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ มานําเสนอให้ กฟผ. ตามตัวอย่าง เอกสารแนบท้ายสัญญา ดังนี้
9.1.1 จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
9.1.2 จัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตาราง การจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
9.1.3 หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดหาพัสดุที่ผลิตในประเทศหรือการใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศตามที่ได้เคยแจ้งไว้ในแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศหรือแผนการ
ใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศดังกล่าว ให้ผู้รับจ้างแก้ไขตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตในประเทศหรือแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งให้ กฟผ. พิจารณาก่อน
การส่งมอบงาน
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างภายในกําหนด 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน และจะต้อง ทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนด 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
5/8
10. การรับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ กฟผ. ได้รับมอบงานงวดสุดท้ายของงานทั้งหมดตามสัญญา หากมีเหตุชํารุด บกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิด จากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้อง รีบทําการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดย กฟผ. ไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทํา การดังกล่าวภายในกําหนด 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หรือไม่ทําการแก้ไขให้ถูกต้อง เรียบร้อยภายในเวลาที่ กฟผ. กําหนด กฟผ. มีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
11. หลักประกันสัญญา
กําหนดเป็นจํานวนเต็มในอัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าตามสัญญา
12. การเปลี่ยนแปลงงาน
กฟผ. มีสิทธิ์ที่จะทําการแก้ไขเพิ่มเติมหรือลดงานจากแบบ และรายการเดิมได้ทุกอย่าง โดยไม่ต้องเลิก สัญญานี้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงของการเพิ่มหรือลดงานจะคิดราคาต่อหน่วยในสัญญา (ถ้ามี) ในกรณีที่ไม่มีราคา ต่อหน่วย จะคิดและตกลงราคากันใหม่เพื่อความเหมาะสม
13. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กฟผ. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมเป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงินเป็น จํานวน 6 งวด ดังนี้
งวดที่ 1 เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 20 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
งวดที่ 2 เป็นจํานวนในอัตราร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติ งานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 40 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
งวดที่ 3 เป็นจํานวนในอัตราร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 60 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการ งานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
6/8
งวดที่ 4 เป็นจํานวนในอัตราร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
งวดที่ 5 เป็นจํานวนในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ตามแบบรูปรายการงานก่อสร้างได้ผลงานรวมมากกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณงานตามแบบรูปรายการงาน ก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
งวดสุดท้าย เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญา รวมทั้งทําสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อย ให้แล้วเสร็จ ภายใน 210 วัน นับตั้งแต่วันที่ กฟผ. แจ้งให้เริ่มงาน
การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแต่ละงวด กรณีมีเศษสตางค์ กฟผ. อาจจะหักเศษสตางค์ออก และนําไปรวม
จ่ายในงวดสุดท้าย
14. การจ่ายเงินล่วงหน้า
(ไม่มี)
15. ค่าปรับ
15.1 ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่การ จ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ. แล้ว กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วน ผู้รับจ้างต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตาม สัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิ์ กฟผ. ในการบอกเลิกสัญญา
15.2 หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และ กฟผ. ยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ กฟผ. เป็นรายวันเป็นจํานวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ 0.1 ของราคางานทั้งหมดตามสัญญา แต่จะต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท และจะต้องชําระค่าใช้จ่ายในการ ควบคุมงาน (ถ้ามี) ในเมื่อ กฟผ. ต้องจ้างผู้ควบคุมงานอีกต่อหนึ่งเป็นจํานวนเงินวันละ - บาท นับถัดจากวันที่ ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ กฟผ. ได้ขยายเวลาทํางานให้จนถึงวันที่ทํางานแล้ว เสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ กฟผ. เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเฉพาะ ส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับและค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อีกด้วย
7/8
16. การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ กฟผ. ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ กฟผ. โดยสิ้นเชิงภายในกําหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟผ. หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ กฟผ. มีสิทธิที่จะหักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือ จากเงินประกันผลงานของผู้รับจ้าง หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ เงินประกันผลงาน หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จนครบถ้วน ตามจํานวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด 7 (เจ็ด) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น
หนังสือจาก กฟผ.
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้วยังเหลืออยู่อีกเท่าใด
กฟผ. จะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
17. การหักเงินประกันผลงาน
(ไม่มี)
18. มาตรฐานฝีมือช่าง
18.1 ช่างเทคนิค คุณวุฒิ ปวส. สาขาช่างก่อสร้างโยธา
ประสบการณ์ไม่ต่ํากว่า 2 ปี
18.2 จป. ตามกฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานในการบริหาร
จํานวน 1 คน
การจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน จํานวน 1 คน
18.3 ผู้รับจ้างตกลงเป็นเงื่อนไขสําคัญว่า ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือ ช่วง จากคณะกรรมการกําหนดมาตรฐานและทดสอบฝีมือแรงงาน หรือผู้มีวุฒิบัตรระดับ ปวช. ปวส. หรือ ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ. รับรองให้เข้ารับราชการได้ โดยจะต้องมีช่างตามลักษณะ ข้างต้นแต่จะต้องมีช่างจํานวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่าง ระหว่างก่อสร้างที่เกี่ยงข้องกับงานด้านนั้นๆ
19. แผนการทํางาน
คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทํา แผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีการเขา หรือกรณี สัญญาอายุไม่เกิน 90 วัน หรือกรณีการซื้อซึ่งสัญญากําหนดส่งงานงวดเดียว หรือกรณีการซื้อ การเขา การจ้าง และการจ้างก่อสร้าง ซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือมีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการ
ทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารสวนหนึ่งของสัญญา
20. ข้อก้าหนดเพิ่มเติม
20.1 ขอบเขตการดําเนินงาน
8/8
จํานวน 7 แผ่น
20.2 ขอก้าหนดวิชาการ (งานโยธา)
20.3 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัย
ผู้รับจ้าง (บัญชี 1-5)
20.4 นโยบายการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเหมืองแม่เมาะ
จํานวน 11 แผ่น
จํานวน 35 แผ่น
จํานวน 1 แผ่น
20.5 นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน จํานวน 1 แผน
20.6 กฎความปลอดภัยทั่วไปเหมืองแม่เมาะ
20.7 มาตรฐานความปลอดภัยการปฏิบัติงานในพื้นที่บ่อเหมืองถ่านหินฯ
20.8 สิทธิหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างฯ
20.9 การปฏิบัติตามข้อกําหนดด้านสิ่งแวดล้อม
20.10 แบบขอรับบัตรแสดงตนบุคคลภายนอกและขออนุญาตเขาอาคาร 20.11 ข้อกําหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ
20.12 คําอธิบายวิธีการกรอกแบบแสดงรายการ ปริมาณงานและราคา
20.13 เอกสารบัญชีแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา

20.14 แบบก่อสร้าง

  • เลขทีแบบ 6904-A01 ถึง 6904-A16
  • เลขที่แบบ 6904-501 ถึง 6904-511
    จํานวน 2 แผ่น
    2
    จํานวน 2 แผ่น
    จํานวน 1 แผ่น
    จํานวน 1 แผ่น
    จํานวน 1 แผ่น
    จํานวน 2 แผ่น
    จํานวน 2 2 แผน
    จํานวน 11
    แผ่น
    จํานวน 16 แผ่น
    จํานวน 1 แผน
    ขอบเขตการด้าเนินงาน
    งานก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด
    1/7
  1. ขอบเขตของงาน
    1.1 งานจ้างเหมาก่อสร้าง Drop Structure บริเวณที่ทิ้งดิน เหมืองแม่เมาะ 5 จุด ประกอบด้วยงานจ้าง เหมาค่าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ค่าแรงงาน ค่าขนส่ง ค่าดําเนินการอื่นๆ ที่จําเป็นทั้งหมดเป็นหน้าที่ของ ผู้รับจ้างต้องจัดหาและนํามาดําเนินการให้เป็นไปตามรูปแบบ และรายการให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ทุกประการ โดยมีขอบเขตของงาน ดังนี้
    :
    1.1.1 งานปักป้ายโครงการ ปักผัง วางแนวกําหนดระดับ เตรียมงานก่อสร้าง
    1.1.2 งานปรับพื้นที่ก่อสร้าง
    1.1.3 งานท่อระบายน้ําลอดถนน และโครงสร้าง ค.ส.ล. ปาก-ท้ายท่อระบายน้ํา
    1.1.4 งานขุดดิน วัสดุสังเคราะห์ Geotextile และติดตั้งกล่องตาข่ายหินเรียง (Rock Gabion)
    แบบขั้นบันไดและแบบราบ
    1.1.5 งานรางระบายน้ํา ค.ส.ล. และร่องดินระบายน้ํา
    1.1.6 งานปรับแต่งพื้นที่หลังก่อสร้าง และเคลียร์พื้นที่บริเวณก่อสร้างให้อยู่ในสภาพสะอาด
    · เรียบร้อย
    1.1.7 งานยาแนวผิวภายใน DROP STRUCTURE 1.1.8 งานขุดบ่อดินดักตะกอน
    1.1.9 งานอื่นๆ (ถ้ามี)
    ทั้งนี้ ขอบเขตของงานที่ระบุไว้ข้างต้นเพียงเพื่อให้ทราบโดยทั่วไป ผู้รับจ้างต้องศึกษาเงื่อนไข และคํานวณ ปริมาณงานใหม่ทั้งหมด ตามรายละเอียดของขอบเขตงาน และควรตรวจสอบสถานที่จริงก่อนที่จะเสนอราคา และ เข้าดําเนินงาน หากเกิดความผิดพลาด ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ. และหากรายละเอียด ขัดแย้งกันให้ผู้รับจ้างยึดถือตามคําวินิจฉัย ของ กฟผ. ซึ่งจะคํานึงถึงประโยชน์ของ กฟผ. เป็นหลัก โดยผู้รับจ้าง ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก กฟผ.
    1.2 ในกรณีที่เป็นงานจ้างทั่วไป ถ้าต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ในงานจ้าง คู่สัญญาต้องใช้วัสดุ ประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ โดยไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างนั้น และต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ เสนอ กฟผ.ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (ตารางแนบท้าย)
    1.3 กรณีที่เป็นงานจ้างก่อสร้าง คู่สัญญาต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้าง เป็นพัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็ก ที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา และต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุและเหล็กที่ผลิตภายในประเทศ เสนอ กฟผ.
    2/7
    ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามสัญญา ตามตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ (ตารางแนบท้าย)
  2. การปฏิบัติหลังลงนามในสัญญา
    ให้ผู้รับจ้างไปติดต่อที่ แผนกควบคุมงาน (ทอง-ซ.) กองโยธา ฝ่ายการผลิตเหมืองแม่เมาะ กฟผ. เหมืองแม่เมาะ โทร 0-5425-4276 เพื่อดําเนินงานด้านเอกสารเสนอให้ กฟผ. อนุมัติ และถือเป็นส่วนหนึ่ง ของสัญญา ดังนี้
    2.1 จัดทําแผนการดําเนินงานก่อสร้าง
    2.2 จัดทําตารางราคางานเพื่อเบิกจ่ายเงิน
    2.3 จัดทําหนังสือแต่งตั้งผู้รับผิดชอบการดําเนินงานของผู้รับจ้าง และต้องแต่งตั้งผู้ควบคุมงาน ที่มีคุณวุฒิไม่น้อยกว่าประโยควิชาชีพ สาขาช่างก่อสร้าง หรือสาขาช่างโยธา ประจําอยู่หน้างานตลอดเวลา เพื่อติดต่อกับ กฟผ. และหากลักษณะงานก่อสร้างตามสัญญานี้อยู่ในขอบเขตประเภทและขนาดของานวิศวกรรม ตามกฎกระทรวงแห่งพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ผู้รับจ้างต้องจัดทําหนังสือแต่งตั้งวิศวกรผู้รับผิดชอบ การดําเนินงานของผู้รับจ้างด้วย
    2.4 จัดทําหนังสือขออนุมัติแต่งตั้งผู้ควบคุมงานด้านความปลอดภัย โดยมีคุณสมบัติตามข้อกําหนด
    ของกระทรวงแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. การด่าเนินงาน
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง หรือข้อแนะนําของผู้ควบคุมงาน ที่ กฟผ. แต่งตั้งโดยเคร่งครัด หากผู้รับจ้างเห็นว่ารายละเอียดงานส่วนใดไม่มีในแบบสัญญา หรือรายละเอียด ไม่ชัดเจนเพียงพอ ให้ผู้รับจ้างจัดทําแบบเพิ่มเติมเพื่อการก่อสร้างเสนอให้ กฟผ. พิจารณาเห็นชอบก่อนดําเนินการ หากผู้รับจ้างต้องการ FILE AUTO CAD เพื่อไปจัดทํา SHOP DRAWING ให้ผู้รับจ้างทําบันทึกขอ ผ่านผู้ควบคุม งานของ กฟผ. พร้อมระบุรายละเอียดหมายเลขแบบที่ต้องการ เฉพาะแบบที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
    3.2 กฟผ. จะเป็นผู้กําหนดแนว BASE LINE และ ค่าระดับ BENCH MARK ให้โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ทํา REFERENCE POINTS และระดับต่างๆ รวมทั้งแนวศูนย์อื่นๆ ที่จําเป็นในการก่อสร้างเองทั้งสิ้น หากปรากฏว่าผู้ รับจ้างได้ทําการก่อสร้างผิดไปจากตําแหน่งที่ระบุไว้ในแบบหรือรายละเอียดการก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบและจะต้องดําเนินการแก้ไข ให้ถูกต้องตามแบบ หรือรายละเอียดการก่อสร้างทุกประการ
    3.3 กฟผ. ไม่อนุญาตให้ปลูกสร้างบ้านพักคนงาน ในเขตพื้นที่ทําการหรือเขตพื้นที่บ่อเหมือง แต่สามารถ ก่อสร้างที่ทําการสนาม หรือโรงเก็บวัสดุและเครื่องมือ ในพื้นที่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้างที่เป็นพื้นที่ของ กฟผ. ได้ โดยจะต้องไม่ตัดต้นไม้ หรือทําให้สภาพพื้นที่เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ จะต้องเสนอแผนผังและรูปแบบงาน กอสรางให้ กฟผ. เห็นชอบก่อน าเนินการ
    :
    3/7
    3.4 กฟผ. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการก่อสร้างงานนี้ นอกเวลาทําการในวันเสาร์ - อาทิตย์ และ วันหยุดราชการ โดยผู้รับจ้างจะต้องขออนุญาต และปฏิบัติตามระเบียบ หรือข้อบังคับของ กฟผ. หากจะดําเนินงาน ที่ต้องตรวจสอบและควบคุมงานโดยผู้ควบคุมงานของ กฟผ. เช่น งานเทคอนกรีตโครงสร้าง งานวางท่อ งานถมบด อัดดินหลังท่อ ฯลฯ ผู้รับจ้างจะต้องทําบันทึก หรือส่งแบบฟอร์มขออนุญาตดําเนินการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 วัน ทําการ
    3.5 วัสดุก่อสร้างทุกชนิด ที่จะนํามาใช้ในการก่อสร้าง ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และจะต้องเสนอให้ กฟผ. พิจารณาล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วันทําการก่อนจะนํามาใช้งาน โดยต้องระบุ รายละเอียดคุณสมบัติของวัสดุให้ชัดเจน รวมทั้งส่งรายละเอียดวัสดุ และ/หรือตัวอย่างวัสดุ เพื่อประกอบการ
    พิจารณา
    3.6 รายการวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ระบุไว้ในหมวดต่างๆ ในบัญชีแสดงการคํานวณราคาค่าก่อสร้าง ที่ให้ไว้นั้นเป็นรายการเบื้องต้น ที่ผู้รับจ้างเป็นผู้กรอกราคา, สามารถกรอกรายการอื่นๆ ที่ปรากฏไว้ในแบบหรือ เงื่อนไขต่างๆ แต่มิได้ระบุไว้ในบัญชีฯ ดังกล่าวในหมวดนั้น ๆ หรือหมวดเบ็ดเตล็ดได้ตั้งแต่ตอนที่เสนอราคา
    กรณีที่พบรายการที่ไม่ได้เสนอราคามา ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบในการก่อสร้างให้เป็นไปตามรูปแบบ และเงื่อนไขต่าง ๆ ของสัญญา
    3.7 หากปรากฏว่าแบบรูป (Drawing) หรือ เงื่อนไขเฉพาะงาน มีข้อความขัดแย้งกัน ให้ถือปฏิบัติตามคํา วินิจฉัยของ กฟผ. และถือเป็นที่สุด โดยยึดตามวัตุประสงค์ของงานเป็นประเด็นหลัก
    3.8 หากมีข้อสงสัยในแบบรูป (Drawing) หรือ ข้อความในเอกสารงานจ้าง ผู้รับจ้างต้องทําหนังสือ สอบถามมายัง กฟผ. เป็นลายลักษณ์อักษร และ กฟผ. จะตอบให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อแจ้งให้ผู้รับจ้าง
    ทราบภายใน 7 วัน
    3.9 การตรวจสอบ และการทดสอบต่าง ๆ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการเองภายใต้การควบคุมงาน ของ กฟผ. โดยดําเนินการตามมาตรฐานที่ระบุในแบบ และสัญญาจ้าง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
    3.10 ผู้รับจ้างต้องมีเอกสาร เช่น สําเนาสัญญาจ้าง แบบก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด ประจําติดไว้ที่ทําการสนาม สําหรับการตรวจติดตามและควบคุมงาน จํานวนอย่างน้อย 1 ชุด
    3.11 ผู้รับจ้างจะต้องเก็บเศษวัสดุต่าง ๆ ออกไปจากพื้นที่หน้างาน และทําความสะอาดให้เรียบร้อย ตามสภาพที่ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง กฟผ. เห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการ ให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    3.12 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบก่อสร้างจริง (AS-BUILT DRAWING) แสดงรูปแบบงานก่อสร้างจริง รวมทั้งรายการวัสดุที่ใช้งานจริงในการก่อสร้าง เพื่อให้ กฟผ. ในเป็นข้อมูลในการบํารุงรักษาต่อไป ซึ่ง AS-BUILT DRAWING นี้จะต้องลงนามรับรองความถูกต้องทั้งผู้เขียนแบบ และผู้แทนของผู้รับจ้าง เอกสารประกอบด้วย ต้นฉบับ 1 ชุด และสําเนา 3 ชุด และ File ในรูปแบบ Digital บันทึกลงสื่อบันทึกข้อมูล จํานวน 1 ชุด และส่งมอบ ให้ กฟผ. พร้อมกับการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    477
    3.13 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2551 โดยต้องควบคุม ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้อยู่เฉพาะจุดในพื้นที่ทํางาน ห้ามเข้าไปในเขตอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากมีการละเมิด หรือ ทําให้เกิดความเสียหายแก่ กฟผ. ทางผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
    3.14 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 กฎกระทรวง กําหนด มาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับ
    งานก่อสราง
    3.15 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 ของกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม ในส่วนของการกําหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา
    3.16 การควบคุมงานตามสัญญานี้ ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องอยู่ประจํา ณ ที่ดําเนินการ เพื่อควบคุม งานตามสัญญา ถ้าผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ผู้ควบคุมงานของ กฟผ. มีอํานาจสั่งหยุดงานทั้งหมด หรือ บางส่วน ได้ทันที และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันสืบเนื่องจากเหตุการณ์นี้ และจะนํามาอ้างเป็นเป็นสาเหตุความล่าช้าของงานมิได้
    3.17 ในการดําเนินงานตามสัญญานี้ หากผู้รับจ้างทําให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของ กฟผ. หรือ ผู้อื่น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบแก้ไขซ่อมแซมให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิม หรือ ดีกว่า โดยค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นนั้น เป็นของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
    3.18 กฟผ. สงวนไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะเข้าดําเนินการในสถานที่และเวลาที่ผู้รับจ้างดําเนินการอยู่ โดยไม่เป็น อุปสรรคต่องานหลักของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะถือเป็นสาเหตุเรียกร้องค่าเสียหาย หรือ ขอขยายระยะเวลาของสัญญา
    ไม่ได้
  4. สัญญาแบบปรับราคา
    . P.
    การประกวดราคางานจ้างครั้งนี้ เป็นสัญญาแบบปรับราคาได้ โดยให้คํานวณตามสูตร ดังนี้
    ALL
    PO
    K
    =
    (PO) x (K) โดย
    ราคาค่างานต่อหน่วย หรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่ายให้ผู้รับจ้าง ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างานเป็นงวด ซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
    ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4 % เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4 % เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    4.1 ESCALATION FACTOR (K) ใช้ประเภทงานตามหลักเกณฑ์ทางราชการและรัฐวิสาหกิจ ดังนี้
    (1) งานดิน
    K = 0.25 + 0.15 It/lo + 0.10 CVCo -+- 0.40 MUMO ÷ 0.10 St/So
    (2) งานหินเรียง
    K = 0.40+ 0.20 lt/lo + 0.20 Mt/Mo + 0.20 Ft/Fo
    5/7
    (3) งานชลประทานไม่รวมบานเหล็ก
    K = 0.40 0.20 It/lo + 0.10 Ct/Co + 0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So
    ปรับราคางานตามสัญญานี้
    K
    It
    lo
    Ct
    Co
    Mt
    Mo
    St
    So
    Et
    Eo
    GIPt
    GIPO
    ||
    ||
    1
    11
    11
    D
    ESCALATION FACTOR
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดของประกวดราคา ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    4.2 หากมีการปรับราคา กฟผ. และผู้รับจ้างตกลงจะคํานวณจากบัญชีราคางานเพื่อการเบิกจ่ายเงินที่ ได้รับอนุมัติจาก กฟผ. แล้วเท่านั้น
    4.3 เงื่อนไขและหลักเกณฑ์อื่นๆ ให้เป็นไปตามที่สํานักงบประมาณกําหนด
    4.4 การขอเงินเพิ่มค่าก่อสร้าง ตามสัญญาปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง จะต้องเรียกร้องภายใน กําหนด 90 วัน นับแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากพ้นกําหนดไปแล้วไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้อง
    6/7
    ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โครงการงานก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
    แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ล่าดับ
    ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน พัสดุ พัสดุ
    รายการ
    หนวย ปริมาณ
    (บาท)
    (รวม)
    ในประเทศ ต่างประเทศ
    1
    2
    3
    4
    5
    รวม
    อัตรา
    (ร้อยละ)
    ลงชื่อ……….
    (
    XXX
    XXX
    Xxx
    100
    60
    40
    (คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
    หมายเหตุ 1. ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างภายใน 30 วัน
    นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  5. หากมูลค่าหรือปริมาณของพัสดุไม่สามารถดําเนินการได้ตามแผน สามาถแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผน
    ได้ก่อนการส่งมอบงานในแต่ละงวด
    ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ โครงการงานก่อสร้าง DROP STRUCTURE จํานวน 5 จุด
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
    แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
    ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ xxx ตัน
    เหล็ก
    เหล็ก
    ลําดับ
    รายการ
    หน่วย ปริมาณ
    ในประเทศ
    ต่างประเทศ
    1

در
3
4
5
รวม
อัตรา
(รอยละ)
XXX
XXX
XXXX
100
90
10
77
ลงชื่อ..
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
(
}
หมายเหตุ 1. ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศส่งมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างภายใน 30 วัน
นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
2. หากปริมาณของเหล็กไม่สามารถดําเนินการได้ตามแผน สามาถแก้ไขเปลี่ยนแปลงแผนได้ก่อน
การสงมอบงานในแต่ละงวด
:
ข้อกาหนดวิชาการ (งานโยธา)
หน้า
1.
งานถางป่าขุดตอ
2.
งานถมดิน
2
2
3. . งานคอนกรีตเหล็กเสริม
2-5
4.
งานวางท่อระบายน้ํา
6-8
5.
งานกล่องลวดตาข่าย (Gabion, Terramesh และ Mattress)
‘8-9
· 6.
งานแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)
10-11
7.
งานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
11
1/11
ข้อกําหนดวิชาการนี้ใช้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องและอยู่ในขอบเขตงานจ้าง หากมีข้อความส่วนหนึ่งส่วนใด
ขัดแย้งกันให้หารือ กฟผ. และถือเอาความเห็น กฟผ. เป็นที่สุด และหากข้อกําหนดด้านวัสดุในข้อกําหนด วิชาการนี้ ขัดกับแบบรูปและรายการ ให้ยึดถือข้อมูลตามแบบรูปและรายการ
2/11

  1. งานถางป่ายุคคอ
    งานถางป่าขุดตอ (Clearing and Grubbing) หมายถึงการกําจัดต้นไม้ ตอไม้ พุ่มไม้ เศษไม้ ขยะวัชพืช และสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ต้องการ ภายในเขตก่อสร้าง การขุดต่อรากไม้ออกต่ํากว่าระดับดินเดิมตามธรรมชาติไม่น้อย
    กว่า 30 เซนติเมตร
    วัสดุจากการถางป่า ชุดตอ ให้นําไปทิ้งตามบริเวณที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควรตลอดระยะเวลาที่ถางป่า ชุดตอ ให้ทําด้วยความระมัดระวังในการตัดต้นไม้ ไม่ให้เกิดอันตรายและ และทําความเสียหายแก่ต้นไม้ที่ลงไว้ หลังจากการถางป่า ขุดต่อให้ปาดเกลี่ย ปรับแต่ง และเก็บเศษวัสดุไปทิ้งนอกเขตพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย
  2. งานถมดิน
    2.1 วัสดุถม
    ต้องเป็นวัสดุที่มีความเหมาะสมต่อการทํางานบดอัด ไม่มีสารอินทรีย์ หรือวัสดุไม่พึงประสงค์ปะปน เช่น
    หน้าดิน หรือดินที่มีรากไม้ปูน
    2.2 การถมดิน
    ต้องเตรียมพื้นที่ถมให้เหมาะสมโดยการขุดลอกหน้าดินออกไปอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ก่อนดําเนินการ บดอัดดิน ความหนาของแต่ละขั้นขึ้นกับวัสดุและเครื่องมือที่ใช้ โดยปกติ จะใช้ความหนาของดินก่อนบดอัด - ไม่เกิน 30 เซนติเมตร ควบคุมปริมาณความชื้นของดินถมให้สม่ําเสมอตลอดในทุกชั้นการบดอัดดิน การถมดิน
    ใกล้กับโครงสร้าง ค.ส.ล. ต่างๆ จะถมดินได้เมื่อโครงสร้างได้กําลังตามที่ออกแบบ หรืออายุเกิน 28 วัน แล้ว
  3. งานคอนกรีตเหล็กเสริม
    3.1 คอนกรีต
    3.1.1 เกณฑ์ก้าหนดเกี่ยวกับกําลังอัดคอนกรีต
    กําลังอัดคอนกรีตที่ใช้ของสัญญานี้ให้ใช้คอนกรีตที่มีค่าต่ําสุดของกําลังอัดตามที่กําหนดไว้ในแบบ
    รูป และรายการ
    3.1.2 การยุบตัวของคอนกรีตสด
    การยุบของคอนกรีตสดโดยวิธีสอบค่าการยุบของคอนกรีตซึ่งใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ (ASTM
    C 14) จะต้องเป็นไปตามค่าที่ให้ไว้ในตารางข้างล่างนี้
    ค่าการยุบสําหรับงานก่อสร้างชนิดต่างๆ
    ชนิดของการก่อสร้าง
    ค่าการยุบ (ซม.)
    ค่าการยุบ (ซม.)
    สูงสุด
    ต่ําสุด
    ฐานราก รางนํ้าหรือบ่อพักแบบวางบนดิน
    10
    5
    ถนน หิน คาน หรือผนัง
    10
    5
    เสา ตอม่อ
    15
    10
    ครีบ รางนํ้า หรือบ่อพักแบบเทในแบบหล่อ
    15
    10
    3.1.3 การเตรียมการก่อนเท การขนส่ง
    3/11
    (1) จะต้องขจัดคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว และวัสดุแปลกปลอมอื่นๆ ออกจากด้านในของอุปกรณ์
    ที่ใช้ในการล่าเลียงออกให้หมด
    (2) แบบหล่อจะต้องเสร็จเรียบร้อย จะต้องขจัดน้ําส่วนที่เกินและวัสดุแปลกปลอมใดๆ ออกให้ หมด เหล็กเสริมผูกเข้าที่เสร็จเรียบร้อย วัสดุต่างๆ ที่จะฝังในคอนกรีตต้องเข้าที่เรียบร้อยแล้ว และการเตรียมการต่างๆ ทั้งหมดได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานแล้ว จึงดําเนินการเท คอนกรีตได้
    (3) วิธีการขนส่งและเทคอนกรีต จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อนในการขนส่ง คอนกรีตจากเครื่องผสม จะต้องระมัดระวังมิให้เกิดการแยกแยะ หรือการแยกตัวหรืออาการ สูญเสียเปล่าของวัสดุผสม และต้องการกระทําในลักษณะที่จะทําให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติ ตามที่กําหนด
    3.1.4 การเท
    ผู้รับจ้างจะเทคอนกรีดส่วนหนึ่งส่วนใดของโครงสร้างยังมิได้ จนกว่าจะได้รับอนุมัติจาผู้คุมงาน เรียบร้อยแล้ว และเมื่อได้รับอนุมัติแล้วผู้รับจ้างยังไม่เริ่มเทคอนกรีตภายใน 24 ซม. จะต้องได้รับอนุมัติ
    จากผู้ควบคุมงานอีกครั้งหนึ่งจึงจะเทได้
    (1) การเทคอนกรีตจะต้องกระทําต่อเนื่องกันตลอดทั้งพื้นที่ รอยต่อขณะก่อสร้างจะต้องอยู่ที่ ตําแหน่งซึ่งกําหนดไว้ในแบบหรือได้รับความเห็นชอบแล้ว การเทคอนกรีตจะต้องกระทําใน อัตราที่คอนกรีตซึ่งเทไปแล้วจะต่อกับคอนกรีตที่จะเทใหม่
    (2) ห้ามมิให้นําคอนกรีตที่แข็งตัวบ้างแล้วบางส่วนหรือแข่งตัวทั้งหมด หรือมีวัสดุแปลกปลอมมา
    เทปะปนกันเป็นอันขาดเมื่อเทคอนกรีตลงในแบบหล่อแล้วอัดคอนกรีตนั้นให้แน่นภายใน เวลา 30 นาที นับตั้งแต่ปล่อยคอนกรีตออกจากเครื่องผสม นอกจากจะมีเครื่องกวนพิเศษ สําหรับการนี้โดยเฉพาะ หรือมีเครื่องผสมติดรถ ซึ่งจะกวนอยู่ตลอดเวลาในกรณีเช่นนั้น ให้ เพิ่มเวลาได้เป็น 2 ชั่วโมง นับตั้งแต่บรรจุซีเมนต์เข้าเครื่องผสมต้องเทภายใน 30 นาที นับตั้งแต่ปล่อยคอนกรีตออกจากเครื่องกวน
    (3) จะต้องเทคอนกรีตให้ใกล้ตําแหน่งสุดท้ายมากที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดการแยกแยะ
    อันเนื่องมาจากการโยกย้าย และการไหลตัวของคอนกรีตต้องระวังอย่าใช้วิธีการใดๆ ที่จะทําให้คอนกรีตเกิดการแยกแยะ ห้ามปล่อยคอนกรีตเข้าที่จากระยะสูงเกินกว่า 2 เมตร นอกจากจะได้รับอนุมัติจากวิศวกร
    (4) ถ้าการเทคอนกรีตส่วนหนึ่งส่วนใดไม่สามารถทําได้เสร็จรวดเดียว ให้ทําการหยุด ณ ตําแหน่ง
    ดังนี้
  4. สําหรับเสา ทีระดับประมาณ 2.5 ซม. ต่ําจากท้องคานหัวเสา
  5. สําหรับคาน ที่กลางคานโดยใช้ไม้กั้นตั้งฉาก
  6. สําหรับพื้น ที่กลางแผ่นโดยใช้ไม้กั้นตั้งฉาก
    (5) ห้ามเทคอนกรีตในขณะที่ฝนตกหนัก เว้นแต่จะมีที่ป้องกันและได้รับความเห็นชอบจาก
    วิศวกรผู้คุมงานแล้ว
    4/11
    3.1.5 รอยต่อขณะก่อสร้าง
    ในกรณีมิได้ระบุตําแหน่งและรายละเอียดของรอยต่อนี้ในแบบ จะต้องจัดทําและวางในตําแหน่ง
    ซึ่งจะทําให้โครงสร้างเสียความแข็งแรงน้อยที่สุด และให้เกิดรอยร้าวเนื่องจากการหดตัวน้อยที่สุดเท่าที่จะ ทําได้ และต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อน
    (1) ผิวบนของผนังและเสาคอนกรีตจะต้องอยู่ในแนวราบ คอนกรีตซึ่งเททับเหนือรอยต่อขณะ
    ก่อสร้างที่อยู่ในแนวราบ จะต้องไม่ใช้คอนกรีตส่วนแรกที่ออกจากเครื่องผสมและจะต้อง อัดให้แน่นให้ทั่วโดยอัดให้เข้ากับคอนกรีต ซึ่งเทไว้ก่อนแล้ว
    (2) ในกรณีของผิวรอยต่อแนวตั้งให้ใช้ปูนทรายในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ผสมน้ําข้นๆ ได้ผิวให้ทั่ว
    ก่อนที่จะเทคอนกรีตใหม่ลงไป
    (3) ในกรณีที่เทคอนกรีตเป็นชั้นๆ จะต้องยึดเหล็กที่โผล่เหนือแต่ละชั้นในเเน่นหนา เพื่อป้องกัน
    การเคลื่อนตัวของเหล็กเสริมขณะเทคอนกรีต และในขณะคอนกรีตกําลังก่อตัว
    3.1.6 วัสดุฝังในคอนกรีต
    (1) ก่อนเทคอนกรีตจะต้องฝั่งปลอก ไส้ สมอและวัสดุฝังอื่นๆ ที่จะต้องทํางานต่อไปในภายหลัง
    ให้เรียบร้อย
    (2) ผู้รับจ้างช่วงซึ่งทํางานเกี่ยวข้องกับงานคอนกรีต จะต้องได้รับแจ้งล่วงหน้า เพื่อที่จะจัดวางสิ่ง
    ซึ่งจะฝังได้ทันก่อนเทคอนกรีต
    (3) จะต้องจัดวางท่อประปา ท่อร้อยสายไฟ และสิ่งซึ่งจะฝังอื่นๆ เข้าที่ให้ถูกตําแหน่งอย่าง แน่นอน และยึดให้ดีเพื่อมิให้เกิดการเคลื่อนตัวสําหรับช่องว่างในปลอกได้ และร่องสมอ จะต้องอุดด้วยวัสดุที่จะเอาออกได้ง่ายเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันมิให้คอนกรีตไหลเข้าไปใน
    ช่องว่างนั้น
    3.1.7 การบ่มและการป้องกัน
    หลังจากได้เทคอนกรีตแล้วและอยู่ในระยะกําลังแข็งตัว จะต้องป้องกันคอนกรีตนั้นจากอันตราย ที่อาจเกิดจากแสงแดด ลมแห้ง ฝน น้ําไหล การเสียดสีและการบรรทุกน้ําหนักเกินสมควร สําหรับ คอนกรีตซึ่งใช้ปูนคอนกรีตซึ่งใช้ปูนซีเมนต์ชนิดที่ 1 จะต้องรักษาให้ขึ้นต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน โดยวิธีคลุมด้วยกระสอบหรือผ้าใบเปียกหรือขัง หรือพ่นน้ําหรือโดยวิธีเหมาะสมอื่นๆ ตามที่ กฟผ.
    ให้ความเห็นชอบแล้ว
    3.1.8 ส่วนหุ้มของคอนกรีต
    ถ้ามิได้แสดงไว้ในแบบรายละเอียด ให้ใช้ส่วนหุ้มคอนกรีตจากผิวใต้แบบถึงผิวนอกเหล็กเสริม
    ดังนี้ :-
    ก. รางระบายน้ํา พื้น
    2.00
    ชม.
    ข.
    ถนน คาน-เสา
    3.00 ซม.

    เสา ตอม่อ
    4.00
    ชม.
    ง. ฐานราก หรือโครงสร้างสัมผัสดิน
    5.00
    ซม.
    5/11
    3.1.9 ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
    (1) ความคลาดเคลื่อนจากแนวสายดิ่ง
    …luuias……………
    …….10 มม.
    (2) ความคลาดเคลื่อนจากระดับหรือจากความคลาดเคลื่อนที่ระบุในแบบ
  • ในช่วง 10 เมตร…….
    (3) ความคลาดเคลื่อนจากขนาดในแบบ
    3.2 เหล็กเสริมคอนกรีต
    1
    af…………
    เพิ่ม……
  • ตําแหน่งผิดหรือระยะศูนย์
    …………15
    มม.
    …….20
    มม.
    ……..50
    มม.
    ……50
    มม.
    ข้อกําหนดในหมวดนี้คลุมถึงงานทั่วไปเกี่ยวกับการจัดหา การคัด การคัด และการเรียงเหล็กเสริมตาม ชนิดและพื้นที่ระบุไว้ในแบบและในบทกําหนดนี้ คุณภาพของเหล็กที่ใช้เสริมคอนกรีตจะต้องตรงตามเกณฑ์ กําหนดของมาตรฐาน มอก. เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเก็บไว้เหนือพื้นดิน มีหลังคา หรือวัสดุกันน้ําฝนคลุม เมื่อจัดเรียงเหล็กเส้นเข้าที่พร้อมจะเทคอนกรีตแล้วเหล็กนั้นจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น น้ํามัน สี สนิมขุม หรือ
    สะเก็ด .
    3.2.1 คุณสมบัติของเหล็กเสริม
    คุณสมบัติ และชั้นคุณภาพเหล็กเสริมให้เป็นไปตามที่กําหนดในแบบรูปและรายการ
    3.2.2 การตัดและประกอบ
    เหล็กเสริมจะต้องมีขนาดและรูปร่างตรงตามที่กําหนดในแบบ และในการตัดและดัดจะต้องไม่ทํา
    ให้เหล็กบําารุดเสียหาย
    (1) การงอขอ จะมีเฉพาะเหล็กขนาดผ่าศูนย์กลางเล็กกว่า 12 มม. ให้รอตามเกณฑ์กําหนด
    ต่อไปนี้
    (2) ส่วนที่งอเป็นครึ่งวงกลมโดยมีส่วนที่ยื่นต่อออกไปอีกอย่างน้อย 4 เท่า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
    ของเหล็กนั้น แต่ระยะยื่นนี้ต้องไม่น้อยกว่า 6 ซม.
    (3) ส่วนที่งอเป็นมุมฉากโดยมีส่วนยื่นออกไปถึงปลายสุดของเหล็กอีกอย่างน้อย 12 เท่า
    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กนั้น
    (4) เฉพาะเหล็กลูกตั้งและเหล็กปลอกให้งอ 90 องศา หรือ 135 องศา โดยมีส่วนที่ยื่นถึง
    ปลายขออีกอย่างน้อย 6 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็ก แต่ต้องไม่น้อยกว่า 6 ซ.ม. 3.2.3 การเรียงเหล็กเสริม
    (1) ก่อนเรียงเข้าที่จะต้องทําความสะอาดเหล็กมิให้มีสนิมขุมสะเก็ดและวัสดุเคลือบต่างๆ ที่จะทํา
    ให้การยึดหน่วงเสียไป
    (2) จะต้องเรียงเหล็กอย่างประณีตให้อยู่ในตําแหน่งที่ถูกต้องพอดีและผูกยึดในแน่นหนาระหว่าง
    เทคอนกรีต หากจ่าเป็นก็อาจใช้เหล็กเสริมพิเศษ ช่วยในการติดตั้งได้
    (3) ที่จุดตัดของเหล็กเส้นทุกแห่งจะต้องผูกให้แน่นด้วยลวดเหล็กเบอร์ 18 S.W.G. โดยพัน
    สองรอบและพันปลายเข้าในส่วนที่จะเป็นเนื้อคอนกรีตภายใน
    (4) ให้รักษาระยะห่างระหว่างแบบหล่อกับเหล็กเสริมให้ถูกต้องโดยใช้เหล็กแขวนก้อนมอร์ต้า
    6/11
    เหล็กยึดหรือวิธีอื่นใดซึ่งผู้ควบคุมงานให้ความเห็นชอบแล้ว ก้อนมอร์ต้าให้ใช้ส่วนผสมซีเมนต์ 1 ส่วน ต่อทรายที่ใช้ผสมคอนกรีต 1 ส่วน
    (5) หลังจากผูกเหล็กแล้วจะต้องให้ผู้ควบคุมงานตรวจก่อนเทคอนกรีตทุกครั้งหากผูกทิ้งไว้นาน
    เกินควรจะต้องทําความสะอาด และให้ตรวจอีกครั้งก่อนเทคอนกรีต
    3.2.4 การต่อเหล็กเสริม
    (1) ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องต่อเหล็กนอกจุดที่กําหนดในแบบทั้งตําแหน่งและวิธีต่อจะต้อง
    ได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
    (2) ในรอยต่อแบบทาบ ระยะทาบต้องไม่น้อยกว่า 48 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้น ในกรณีของเหล็กเส้นกลมธรรมดา และ 36 เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางสําหรับเหล็กข้ออ้อย แล้วให้ผูกด้วยลวดผูกเหล็กเบอร์ 18 S.W.G.
    (3) สําหรับเหล็กเสริมที่โผล่ทิ้งไว้เพื่อจะเชื่อมต่อกับเหล็กของส่วนที่จะต่อเติมภายหลังจะต้อง
    ป้องกันมิให้เสียหายและผุกร่อน
    (4) การต่อเหล็กเสริมโดยวิธีเชื่อม จะต้องให้กําลังของรอยเชื่อมไม่น้อยกว่าร้อยละ 125 ของ
    กําลังของเหล็กเสริมนั้น
    (5) เหล็กเสริมของคาน พื้น เสา ให้ต่อในตําแหน่งดังนี้
  • เหล็กล่างของคาน พื้น ให้ต่อบริเวณหัวเสาหรือหัวคาน ยกเว้นคาน, พื้นที่รับ Uplift
    Pressure
  • เหล็กบนของคาน พื้น ให้ต่อบริเวณกลางคาน พื้น ยกเว้นคาน พื้นที่รับ Uplift Pressure
  1. งานวางท่อระบายน้ํา
    4.1 ข้อกําหนดสําหรับวัสดุ
    4.1.1 ท่อระบายน้ํากลม ให้ใช้ท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กสําเร็จรูป ซึ่งผลิตด้วยเครื่องจักรมี คุณสมบัติและคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก มอก. 128 ชั้น คุณภาพ ค.ส.ล. 2 ส่วนท่อระบายน้ําเหลี่ยม ให้ใช้ท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กสําเร็จรูป ซึ่งผลิตด้วย เครื่องจักรมีคุณสมบัติและคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.1166 เส้นผ่าศูนย์กลางภายในตามที่กําหนด และความยาวของท่อแต่ละท่อนต้องไม่น้อยกว่า 1,00 เมตร
    มีขนาดและ
    4.1.2 ปูนสําหรับยาแนวรอยต่อท่อคอนกรีต ให้ใช้ซีเมนต์ 1 ส่วน ทราย 2 ส่วนซึ่งผสมไว้ไม่นานเกินกว่า
    30 นาที
    7/11
    4.2 การขุดดิน
    เพื่อวางท่อระบายน้ํา และโครงสร้างอื่นๆ ตามที่กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการให้ดําเนินการดังต่อไปนี้ (ก) การขุดร่องดินเพื่อวางท่อระบายน้ํา ผู้รับจ้างต้องขุดเป็นระยะทางยาวพอสมควรให้สัมพันธ์กับการ ดําเนินการขั้นต่อไป ห้ามผู้รับจ้างขุดร่องดินยาวเกินความจําเป็น และการขุดผ่านทางแยกหรือถนน และหากไม่ สามารถปิดกั้นระบบจราจรได้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแผ่นเหล็ก หรือวัสดุอื่นใดปิดร่องที่จุดให้ยานพาหนะ สามารถผ่านได้ หากผู้รับจ้างไม่อาจจัดหาแผ่นเหล็กหรือวัสดุใดปิดได้ภายใน 6 ชั่วโมง นับแต่เริ่มขุดและไม่มี การปฏิบัติงานต่อเนื่องกัน ผู้รับจ้างต้องรีบจัดการหลุมร่องคืนเสียก่อน สําหรับท่อที่นํามาใช้ให้ผู้รับจ้างวางเรียง ไม่ให้กีดขวางแก่ยานพาหนะและผู้สัญจร
    (ค) การขุดร่องดิน ในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับสิ่งก่อสร้างอื่นหรือถนน ผู้รับจ้างต้องดําเนินการจัดทํา กําแพงกันดินชั่วคราว เพื่อป้องกันการทรุด และจะต้องป้องกันมิให้สิ่งก่อสร้างเดิมได้รับความเสียหาย
    (ง) ดินที่นําขึ้นมาจากการขุดร่อง ไม่ควรกองไว้ที่ปากหลุม ยกเว้นจะมีวิธีการป้องกันดินปากหลุมฟังอย่าง
    เพียงพอ
    4.3 การวางท่อหรือการก่อสร้างรางระบายน้ํา
    (ก) เมื่อขุดดินได้ระดับแล้ว จะต้องปรับพื้นเดิมให้เรียบและทํารองพื้น โดยใช้วัสดุที่กําหนดให้ในแบบรูป แล้วจึงทําการวางท่อ หรือก่อสร้างรางระบายน้ําได้ ในกรณีที่เป็นท่อหรือรางชนิดที่ไม่มีเสาเข็มรองรับ หากชุด ถึงระดับที่ต้องการแล้วปรากฏว่าดินเดิมเป็นดินอ่อนหรือดินเล่น ผู้รับจ้างจะต้องขุดทิ้งจนถึงดินแข็งแล้วใส่
    ทรายหยาบ หรือหินคลุกแทนแล้วทําการบดอัดแน่นเสียก่อนที่จะทํารองพื้น
    (ข) การวางท่อ จะต้องทําให้รอยต่อสนิทแนบเนียน หากไม่เป็นดังที่กล่าวนี้จะต้องจัดวางใหม่ให้ถูกต้อง และในการวางท่อหากว่าท่อเกิดชํารุดเสียหาย จะต้องเอาออกและนําท่อใหม่ที่มีสภาพดีมาวางแทน
    (ค) การต่อท่อและยาแนวท่อ การวางท่อจะต้องวางท่อจากระดับต่ําไปหาสูง
  • ห่อแบบปากลิ้นราง วางท่อท่อนแรกลงบนพื้นร่องท่อหุ้นปลายที่ปากรางไปในทางสวนกับทิศทางน้ํา ไหล แล้ววางท่อท่อนที่สองที่เป็นลิ้นสอดเข้าไปในรางท่อท่อนแรกให้สนิทแนบเนียน แล้วพอกปูนก่อตรงช่วงที่ ต่อกันโดยรอบ ใช้ปูนก่อยาแนวผิวท่อตรงรอยต่อให้ได้ขนาดความหนาและความกว้างของปูนยาแนวตามที่ กําหนด เมื่อยาแนวแล้วให้บ่มปูนก่อเป็นเวลา 3 วัน
    พ่อแบบปากระฆัง (เบสแอนด์สปิกกอด) วางท่อท่อนแรกลงบนพื้นร่องท่อหันปลายด้านเป็นปาก ระฆังสวนกับทิศทางน้ําไหล แล้วใช้ท่อท่อนที่สองสอดเข้าไปในปากท่อที่วางครั้งแรกจนเข้ากันสนิทแนบเนียน แล้วพอกปูนก่อตรงช่วงที่ต่อกันโดยรอบ ใช้ปูนยาแนวผิวท่อตรงรอยต่อ ให้ได้ขนาดความหนาและความกว้าง ของปูนยาแนวตามที่กําหนด เมื่อยาแนวแล้วให้บ่มปูนก่อเป็นเวลา 3 วัน
    8/11
    4.4 การถมและบดอัดภายหลังการวางท่อหรือการก่อสร้างรางระบายน้ํา
    (ก) ท่อหรือรางระบายน้ําที่สร้างในผิวทาง ให้ถมและบดอัดข้างท่อหรือรางระบายน้ํา และหลังท่อด้วย ทรายถมซึ่งสะอาดเป็นชั้นๆ ตามความยาวของท่อหรือรางระบายน้ํา การบดอัดให้ใช้วิธีการที่เหมาะสม และ จะต้องได้ความแน่นของการบดอัดไม่ต่ํากว่า 95 % ของความแน่นแห้งสูงสุด ที่ได้จากการทดลอง ตามระเบียบ วิธี STANDARD PROCTOR ในห้องปฏิบัติการทดลอง การถม และบดอัดนี้ให้กระทําเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นหนา ไม่เกิน 15 ซ.ม. จนถึงระดับที่จะสร้างพื้นฐาน (BASE & SUBBASE) ของผิวทาง
    (ข) ท่อที่สร้างในทางเท้า ให้ถมและบดอัดด้วยวัสดุและวิธีการเดียวกับที่กล่าวในข้อ (ก) จนถึงเหนือหลัง ท่อขึ้นมาไม่ต่ํากว่า 20 ซ.ม. หรือตามสภาพแล้วจึงดําเนินการสร้างคันทางและพื้นฐานของทางเท้าต่อไป (ค) หากระดับหลังท่อที่วางเสร็จแล้วมีระดับสูงไม่อาจดําเนินการตามข้อ (ก) หรือข้อ (ข) ได้ คณะกรรมการตรวจการจ้างจะกําาหนดวิธีการที่เหมาะสมให้ในระหว่างก่อสร้าง
    (ง) หากวางท่อไปในบริเวณที่เป็นที่ลุ่มยังไม่ถมดิน ก็ให้ถมดินหลังต่อขึ้นเป็นคันดินซึ่งมีลาดตลิ่งไม่ชันกว่า 1 : 1 16 และความกว้างของคันดินตรงระดับ 30 ซ.ม. เหนือพ่อต้องกว้างกว่าแนวผิวนอกของท่อตามแนวดิ่ง
    ไม่น้อยกว่าขนาดของท่อทั้งสองข้าง
    (จ) การถมดินบริเวณข้างรางระบายน้ํา บ่อพักและโครงสร้างอื่น ๆ ซึ่งหล่อในที่จะถมได้ก็ต่อเมื่อโครงสร้าง นั้นๆ มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะสามารถรับน้ําหนักได้แล้ว
  1. งานกล่องลวดตาข่าย (Gabion, Terramesh และ Mattress)
    5.1 ลักษณะทั่วไป
    (1) กล่องลวดตาข่ายกระตูหินประกอบขึ้นด้วย ลวดเหล็กเคลือบสังกะสี (Zinc) หรือลวดเหล็กเคลือบ อะลูมิเนียมและสังกะสี (Galfan, Alu-Zinc) หรือลวดเหล็กเคลือบสังกะสีหุ้มด้วย พี.วี.ซี (PVC Coating) ต้อง ประกอบเป็นรูปตาข่ายหกเหลี่ยม พัน 3 เกลียว มีขนาดช่องตาข่าย 8 ซม. ลักษณะกล่องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงกลางมีผนังลวดตาข่ายกั้นเป็นระยะตามความยาวทุกระยะ 1 ม. และมีฝาปิดเปิด สําหรับบรรจุหินได้
    โดยสะดวก
    (2) กล่องลวดตาข่ายกระชุหิน ต้องเป็นของใหม่และไม่เคยใช้งานมาก่อน ต้องปราศจากรอยตําหนิ รอย บริเวณแตกร้าว และข้อเสียหายอื่นๆ
    (3) ความต้านทานแรงดึงของตาข่ายรูปหกเหลี่ยมตามมาตรฐาน BS1052 ไม่น้อยกว่า 4,300 กก./ม. (4) ชนิดของสารเคลือบลวดที่ใช้ ให้ได้ตามที่กําหนดในแบบ
    ·
    5.2 ขนาดกล่องลวดตาข่าย
    (1) ขนาดความกว้างและความยาวของกล่องให้เป็นไปตามแบบ โดยมีมิติเป็นเมตร
    (2) ขนาดของตาข่ายให้เป็นไปตามตารางที่กําหนด
    9/11
    น้ําหนักต่ําสุดของ
    โครงสร้าง
    เส้นผ่านศูนย์กลาง
    ความคลาดเคลื่อน
    สารที่เคลือบ
    ของลวด (มิลลิเมตร)
    ที่ยอมให้
    (กรัมต่อตารวงเมตร)
    ลวดเหล็กที่ใช้ทําโครงของกล่อง
    3.50
    +3%
    275
    ลวดเหล็กที่ใช้ถักตาข่าย
    2.70
    +3%
    260
    ลวดเหล็กที่ใช้พับกล่อง
    2.20
    +3%
    240
    น้ําหนักต่ําสุดของสารที่เคลือบลวดทดสอบตามมาตรฐาน ASTM AS/A 90MM-95a
    การยึดเกาะของสังกะสีกับลวด สามารถทดสอบได้โดยการนําลวดนั้นมาพันรอบแกนเหล็กซึ่งมีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าลวด 4 เท่า โดยพัน 6 รอบแล้ว จะต้องไม่เกิดการแตกร้าวของเนื้อสังกะสี ซึ่งทดสอบ ได้โดยการใช้นิ้วไปบนผิวเหล็กและต้องไม่มีสังกะสีหลุดออกมา
    สําหรับลวดเหล็กเคลือบอะลูมิเนียมและสังกะสี (Galfan, Atu-Zinc) ต้องประกอบด้วยสารเคลือบ สังกะสี 95% อะลูมิเนียม 5% (Zinc - 5% Aluminum Mischmetal Alloy Coated Wire) มีคุณสมบัติตาม มาตราฐาน ASTM A865/A 856 M-97 โดยต้องมีผลทดสอบปริมาณอะลูมิเนียม ตามมาตรฐานการทดสอบ
    ASTM E1277
    การเสริมโครงกล่อง (Selvedge)
    ทุกขอบของกรงลวดตาข่าย Gabion, Terramesh และ Mattress ยกเว้นขอบที่ต่อเนื่องเป็นชิ้น เดียวกัน จะต้องเสริมลวดโครงด้วยเครื่องจักรให้เรียบร้อยและช่วยให้ตัวตาข่ายแข็งแรง ลวดที่ใช้เสริมโครงต้อง
    มีขนาดใหญ่กว่าสวดที่ใช้ทําตาข่าย
    10/11
  2. งานแผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile)
    6.1 ทั่วไป
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแผ่นใยสังเคราะห์ สําหรับงานป้องกันการกัดเซาะตามที่แสดงในแบบหรือตามที่
    ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นชอบ
    6.2 ลักษณะทั่วไป

แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) ที่ใช้เป็นชนิด Non-woven Geotextiles โดยใช้กรรมวิธีการผลิต
แบบ Needle punch มีความหนาฟู เพื่อรองรับแรงกระแทกของสิ่งมีคมได้เป็นอย่างดี

ท่าจากวัสดุ Polypropylene หรือ Polyester ชนิดเส้นในยาวต่อเนื่อง (Continuous Filament) - เส้นใยที่ใช้ต้องผสมสารป้องกัน Ultraviolet
ความกว้างของม้วน ไม่น้อยกว่า 4.00 เมตร
6.3 คุณสมบัติต่างๆ
คุณลักษณะ
เกณฑ์กําหนด
หน่วย
วิธีทดสอบ
2
Nominal Weight
ไม่น้อยกว่า 190
g/m
ASTM D 5261
CBR Puncture
ไม่น้อยกว่า 2,000
N
DIN 54370, ASTM D 6241
Grab Tensile (MD)
ไม่น้อยกว่า 900
N
ASTM D 4632
Thickness
ไม่น้อยกว่า 2.0
mm.
EN 29073/2
6.4 การปูแผ่นใยสังเคราะห์
ก่อนที่จะทําการปูแผ่นใยสังเคราะห์ ให้ปรับแต่งพื้นผิวที่จะปูให้เรียบร้อยก่อนปู การต่อเชื่อมแผ่นใย
สังเคราะห์ ทําได้ 2 วิธี
(1) การต่อโดยให้แผ่นเหลื่อมกัน (Overlapping)
ระยะทาบของแผ่นใยสังเคราะห์จะอยู่ประมาณ 30 ซม. ในแนวราบ และ 50 ซม. ในแนวเอียง สําหรับชั้นดินบดอัดที่แน่นและเรียบ ให้วางทาบปกติ โดยไม่ต้องเชื่อมใดๆ อาจมีวิธีการอื่นเพิ่มตามคําแนะนํา
ของบริษัทผู้ผลิต
11/11
(2) การเย็บ (Sewing)
แผ่นใยสังเคราะห์ อาจจะเชื่อมต่อกันโดยวิธีเย็บแบบต่อเนื่อง โดยใช้เส้นด้ายPolyester หรือ Nylon การเย็บแบบต่อเนื่องให้ทําตามคําแนะนําของโรงงานผู้ผลิต สําหรับพลาสติกรองพื้นจะทําการปูบนดินใน บริเวณที่แบบกําหนดให้ได้ขนาด ความหนา รูปร่างตามที่แสดงไว้ในแบบ
วัสดุถมกลับต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 10 ซม. ซึ่งกรวดหรือหินย่อยจะต้องปูโดยไม่เกิดการเคลื่อน
ของแผ่น Geotextile
7. งานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
7.1 ป้ายรายละเอียดสิ่งก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและติดตั้งป้ายสิ่งก่อสร้างขนาด 0.40x0.60 วัสดุทําจากแผ่นโลหะปลอดสนิม ความหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร ยึดติดกับโครงสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยหมุดปลอดสนิมให้แน่นจํานวนไม่น้อยกว่า 6 จุด จํานวน 1 ป้ายต่อจุด รายละเอียดตัวหนังสือและตําแหน่งการติดตั้งให้เป็นไปตามแบบก่อสร้าง
7.2 เสาแนวทาง (Guide Post) แสดงตําแหน่งท่อ
ผู้รับจ้างต้องจัดหา และติดตั้งเสา Guide Post จํานวน 2 ต้น หัว-ท้ายท่อ ต่อ 1 แถวของท่อระบายน้ํา ระบายน้ําลอดถนน หรือตําแหน่งก่อสร้าง ท่อลอดถนน ของ Drop Structure โดยรายละเอียดขนาด วัสดุ และการติดตั้ง Guide Post ให้เป็นไปตามตามก่อสร้าง
7.3 ปรับแต่งพื้นที่หลังก่อสร้าง
ผู้รับจ้างต้องดําเนินงาน Final Clearing เก็บทําความสะอาด และปรับแต่งพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อย และ กลมกลืนกับสภาพข้างเคียง โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
วัตถุประสงค์
เงื่อนไขการดําเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน
สําหรับสัญญาจ้างทุกประเภท ของ กฟผ.เหมืองแม่เมาะ
เพื่อให้มีมาตรการควบคุม กํากับ ดูแล และบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน การทํางานอย่างเหมาะสม โดยผู้รับจ้างต้องจัดและดูแลลูกจ้าง ผู้รับเหมาของผู้รับจ้าง ให้มีสภาพการทํางานและสภาพ แวดล้อมในการทํางานที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของลูกจ้าง มิให้ลูกจ้างได้รับ อันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจและสุขอนามัย
รายละเอียด

  1. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    1.1 พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 1.2 กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    1.3 ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานรายชื่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน (จป.) ระดับต่างๆ ที่ได้ขึ้นทะเบียน
    รับรองจากสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลําปาง
    นายจ้างก่อนการปฏิบัติงาน
    ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายกําหนดแก่
  2. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานของ ผู้ว่าจ้าง ·
    2.1 คู่มือและข้อบังคับความปลอดภัยในการทํางาน
    2.2 กฎความปลอดภัยทั่วไป กฟผ.เหมืองแม่เมาะ
    2.3 กฎความปลอดภัยเฉพาะงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง 2.4 กฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ที่เข้าดําเนินการ
    2.5 ขั้นตอนการดําเนินงาน (Procedure) วิธีการปฏิบัติงาน (Work Instruction) รวมถึงระเบียบ คําสั่ง ประกาศ มาตรการหรือแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย สุขภาพอนามัย ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดหรือแจ้งให้ทราบ
  3. การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้างทุกคน ได้รับการฝึกอบรม ดังนี้
    3.1 ต้องผ่านการฝึกอบรม ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 มาตรา 16 รวมถึงกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับงานที่ต้องปฏิบัติ เช่น การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า การทํางานเกี่ยวกับปั้นจั่น การทํางานในที่อับอากาศ ฯลฯ
    3.2 กรณีลูกจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้างที่ผ่านการอบรมตามข้อ 3.1 แล้ว มีการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทํางาน หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ต้องจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้างทุกคนก่อนการเริ่ม ทํางาน เฉพาะกฎความปลอดภัย ปัจจัยเสี่ยงจากการทํางาน คู่มือและข้อบังคับว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ สภาพแวดล้อมในการทํางาน รวม 3 ชั่วโมง
    ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องแสดงหลักฐานผ่านการฝึกอบรมข้างต้นของลูกจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้างทุกคนต่อผู้
    ว่าจ้างก่อนการปฏิบัติงาน
    3.3 กรณีที่มีการทํางานในพื้นที่การทําเหมือง ผู้ว่าจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้าง เข้า รับการอบรมตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความคุ้มครองแก่คนงานและความ ปลอดภัยแก่บุคคลภายนอก พ.ศ. 2566 ข้อ 7 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2561
    TOR ด้านความปลอดภัยฯ สัญญาจ้าง Rov มิ.ย.58
    หน้า 1/4
  4. การทําและติดบัตรแสดงตน
    ก่อนเริ่มงานตามสัญญาจ้าง
    ผู้รับจ้างต้องจัดทําเอกสารเพื่อขอรับบัตรแสดงตนให้กับลูกจ้าง รวมถึงผู้รับเหมาของผู้ รับจ้าง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนการขอรับบัตรแสดงตนบุคคลภายนอกที่ กฟผ. กําหนด เมื่อได้รับบัตรแสดงตนแล้ว ต้อง แจ้งลูกจ้างรวมถึงผู้รับเหมาของผู้รับจ้างติดบัตรแสดงตนตลอดเวลาการทํางานในพื้นที่ของ กฟผ. และยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน กฟผ. ตรวจสอบใต้
  5. การรายงานสภาพการณ์หรือการกระทําที่ไม่ปลอดภัย และอุบัติเหตุ
    หากพบเห็นสภาพการณ์หรือการกระทําที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือเกิดอุบัติเหตุในการทํางาน ผู้รับจ้าง ลูกจ้างหรือผู้รับเหมาของผู้รับจ้าง ต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบโดยทันที ทั้งนี้ ผู้แจ้งเหตุสามารถทําบันทึกเป็นลาย ลักษณ์อักษร หรือวิธีการอื่นใด เพื่อให้มีการติดตามและแก้ไขปัญหาได้
  6. อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE)
    6.1 ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ PPE ให้ลูกจ้างหรือผู้รับเหมาของผู้รับจ้าง ตามลักษณะงานให้ครบทุกรายการตามที่ ผู้ว่าจ้างได้พิจารณาความจําเป็นในแบบฟอร์ม P1 (แบบการค้นหาความต้องการใช้ PPE)
    6.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ PPE ที่ได้มาตรฐานเป็นไปตามมาตรฐานของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน เรื่อง กําหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 และยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่ ได้รับมอบหมาย ทําการตรวจสอบอุปกรณ์ PPE ก่อนเริ่มงานตามสัญญาจ้าง หากพบว่าอุปกรณ์ PPE ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานฯ ผู้รับจ้างต้องจัดหาใหม่เพื่อให้ได้ตามที่มาตรฐานฯ กําหนด
    6.3 ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างและผู้รับเหมาของผู้รับจ้างที่ได้รับอุปกรณ์ PPE สวมใส่อุปกรณ์ PPE ตลอดเวลาขณะ ปฏิบัติงาน รวมถึงสอนวิธีการใช้งาน การดูแลรักษาอุปกรณ์ PPE ให้สามารถใช้งานได้ตามสภาพ หากอุปกรณ์ PPE ประเภทใดชํารุด เสื่อมสภาพ หรือมีไม่เพียงพอต่อการใช้งานก่อนหมดสัญญาจ้าง ให้ผู้รับจ้างจัดหาทดแทนใหม่
    6.4 ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางาน กฟผ. ตรวจสอบและติดตามการดําเนินการ ตามเงื่อนไขข้อ 6.1 – 6.3 แล้วแต่กรณี หากพบว่าไม่เป็นไปตามที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิดําเนินการตามที่ระบุไว้ใน เงื่อนไข ข้อ 8
  7. การตรวจสุขภาพ
    7.1 การกําหนดรายการและค่าบริการในการตรวจสุขภาพ
    กรณีที่ผลการประเมินความเสี่ยงพบว่างานที่จ้างเป็นกลุ่มที่ 3 (กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี การตรวจสุขภาพตามลักษณะงานจ้างที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ครบทุกรายการ โดยมีเอกสารรหัส SD-OMS-016 “แนวทาง การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง” เป็นข้อมูลอ้างอิง ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อสอบถามกับผู้ว่าจ้าง
    หรือหน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    7.2 การดาเนินการตรวจสุขภาพ
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างแจ้งเข้า ทํางาน กรณีสัญญาจ้างเกิน 1 ปี ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพครั้งต่อไปทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    7.3 การรายงานผลการตรวจสุขภาพ
    ผู้รับจ้างส่งมอบสมุดสุขภาพประจําตัวของลูกจ้าง รายงานผลการตรวจสุขภาพ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 7.3.1 เอกสารรับรองคุณสมบัติแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพและให้ความเห็นเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพของลูกจ้าง ได้แก่
    สําเนาวุฒิบัตรแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์
    ด้านอาชีวเวชศาสตร์ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
    หรือผ่านอบรม
    7.3.2 เอกสารแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับผลการตรวจสุขภาพและความเห็นแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของ ลูกจ้างรายบุคคล ที่มีผลกระทบหรือเป็นอุปสรรคต่อการทํางานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย ตามแบบฟอร์มที่ กฟผ. าหนดแยกตามลักษณะงาน
    TOR ด้านความปลอดภัยฯ สัญญาจ้าง Rev มิ.ย.68
    หน้า 24
  8. การผิดเงื่อนไขด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    กรณีการไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิดําเนินการ ดังต่อไปนี้ 8.1 เรื่องอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล หากลูกจ้างหรือผู้รับเหมาของผู้รับจ้างไม่สวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และหรือได้รับอุปกรณ์ฯ ไม่ได้มาตรฐานตามที่กําหนด ผู้ว่าจ้างสามารถสั่งหยุดการ ทํางานหรือสั่งการประการใดเป็นลายลักษณ์อักษร จนกว่าผู้รับจ้างจะดําเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้วเสร็จภายในเวลาที่
    ผู้ว่าจ้างกําหนด
    8.2 หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการแก้ไข และหรือไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามเงื่อนไขไม่ว่าข้อใดก็ตาม หรือฝ่าฝืน ซ้ําอีกโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิในการบอกเลิกสัญญา และหรือเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ว่าจ้าง
  9. การประเมินผลการดําเนินงาน
    ผู้รับจ้างจะได้รับการประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยฯ จากผู้ว่าจ้างตามแบบประเมินผลการดําเนินงาน ด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง ที่แนบท้ายระเบียบ กฟผ. ฉบับที่ 396 ว่าด้วยเรื่องการจัดการความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
    ดังนี้
    9.1 กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ให้ทําการประเมินทุก 6 เดือน 9.2 กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง 1 ปีให้ประเมินเมื่อส่งมอบงานงวดสุดท้าย
  10. บทเฉพาะกาล
    กรณีมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มาตรการหรือแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานของผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้างถือปฏิบัติตามที่ได้ปรับปรุงแก้ไขใหม่ดังกล่าวแทน
    ประกาศ ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2558
    (นางวรรณวิมล หล่าวเจริญ)
    หัวหน้ากองความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เหมืองแม่เมาะ
    หน้า 3/4
    TOR ด้านความปลอดภัยฯ สัญญาจ้าง Rev มิ.ย.58 -
    :
    ชื่อเอกสาร
  11. ขั้นตอนการขอรับบัตร
    แสดงตนบุคคลภายนอก
    ภาคผนวก เอกสารที่ใช้แนบร่วมกับ TOR
  12. แบบฟอร์มการค้นหา ความต้องการ การใช้ อุปกรณ์ PPE (แบบฟอร์ม
    P1_Rev5 8/9/66)
  13. บัญชี 1 แบบประเมิน งานที่ว่าจ้าง
  14. บัญชี 2 หัวข้อกิจกรรม
    ผู้ว่าจ้าง
    ผู้นําเนินการ
    1.1 น้าเอกสารขั้นตอนฯ แนบร่วมกับเอกสาร เงื่อนไขการจ้างฯ
    2.1 พิจารณา าหนดการใช้ PPE ให้เหมาะกับ ลักษณะงาน หากไม่จําเป็นใช้ ต้องระบุใน เอกสารว่า “ไม่มีความจําเป็นใช้ PPE
    2.2 นําแบบฟอร์ม P1 ที่พิจารณาแล้วแบบ ร่วมกับเอกสารเงื่อนไขการจ้าง
    3.1 ผู้ที่ได้รับมอบหมายทําการประเมินผ่าน โปรแกรมบน Website ปอ-ช. http://mmm- intranet.egat.co.th/minesafety/index.html 3.2 นําเอกสารที่มีผลการประเมินความเสี่ยง
    แนบร่วมกับเงื่อนไขการจ้างฯ
    4.1 ใช้เป็นแนวทางในการติดตามผู้รับจ้างให้
    ด้านความปลอดภัยที่ต้อง ดําเนินการตามหัวข้อที่กําหนด
    ดําเนินการตามกลุ่มงาน
    ของผู้รับจ้าง
  15. บัญชี 4 ข้อมูลการ นําเนินงานด้านความ
    ปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ ต้องจัดส่งก่อนเริ่ม
    4.2 นําเอกสารบัญชี 2 แนบร่วมกับเอกสาร เงื่อนไขการจ้างฯ
    5.1 ระบุข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องตาม ลักษณะงาน ได้แก่ จํานวน จป. เอกสารผ่าน
    การอบรม ฯลฯ
    ผู้รับจ้าง
    1.1 ดําาเนินการตามขั้นตอน เมื่อได้เป็นคู่สัญญาจ้างกับ
    กฟผ.
    2.1 จัดหาอุปกรณ์ PPE ให้ ลูกจ้าง ตามรายการที่ระบุให้ ครบและได้มาตรฐานฯ ทุก รายการ
    4.1 ดําเนินกิจกรรมตาม
    หัวข้อที่กําหนดในกลุ่มงาน ของผู้รับจ้างเมื่อได้เป็น คู่สัญญาจ้างกับ กฟผ. 5.1 จัดส่งเอกสารตาม รายการที่ระบุในบัญชี 4 ให้ ครบถ้วน เมื่อได้เป็นคู่สัญญา
    5.2 นําเอกสารบัญชี 4 ที่มีการระบุข้อมูล แนบ จ้างกับ กฟผ.
    ปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ร่วมกับเอกสารเงื่อนไขการจ้างฯ
  16. บัญชี 5 แบบ
    6.1 น้าเอกสารบัญชี 5 แนบร่วมกับเอกสาร
    ประเมินผลการดาเนินงาน เงื่อนไขการจ้างฯ
    ด้านความปลอดภัยของ
    ลูกจ้าง
  17. เอกสารแนวทางการ ตรวจสุขภาพตามปัจจัย เสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง รหัส
    SD-OMS-016 LAZUUU
    รายงานผลฯ (แบบที่ 1.2)
    6.1 ศึกษาและรับทราบ เงื่อนไขที่ผู้ว่าจ้างจะทําการ
    6.2 ส่งผลประเมินเมื่อตรวจรับงานงวดสุดท้าย : ประเมินเมื่อส่งมอบงานงวด
    ให้หน่วยงาน กจมม-ห. (เฉพาะกรณีมีผล คะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัย น้อยกว่า
    ร้อยละ 75)
    7.1 ใช้เป็นแนวทางก้าหนดรายการตรวจ สุขภาพและค่าบริการการตรวจสุขภาพให้ สอดคล้องกับลักษณะงาน
    7.2 น้าเอกสารแนบร่วมกับเอกสารเงื่อนไขการ จ้างฯ
    สุดท้าย
    7.1 ศึกษาและจัดให้มีการ ตรวจสุขภาพให้กับลูกจ้าง พร้อมทั้งจัดส่งรายงานตาม เอกสารให้ครบตามที่กําาหนด
    TOR ด้านความปลอดภัยฯ สัญญาจ้าง Rey มิ.ย.58
    หน้า 44
    ไม่ผ่าน
    417
    …..
    ขั้นตอนการขอรับบัตรแสดงตนบุคคลภายนอก (กรณีเป็นคู่สัญญาจ้าง กฟผ.)
    บุคคลภายนอกกรอกข้อมูล
  18. ใบนําส่งมีความประสงค์ขอรับบัตรแสดงตน
  19. แบบขอรับบัตรแสดงตนบุคคลภายนอก
    (แบบ กฟผ.-บสต.2)
    —เ
    …..
    AAArIN
    แนบเอกสาร
  20. สําเนาบัตรประชาชน
  21. สําเนาสัญญางาน
  22. แบบฟอร์ม ปท.1 อบรม 3 ชั่วโมง 4. รูปถ่าย 1 นิ้ว จํานวน 2 ใบ (กรณี ทํางานมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป) 5. สําเนาวุฒิบัตรผ่านการอบรมด้าน ความปลอดภัย 6 ขม. (กรณีทํางาน มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป)
    สั่งให้
    แผนก หอว-ช. รับรอง ผลการอบรมด้านความปลอดภัย และนําเสนอ ชชม.ผ่าน กปอ-ช.
    2
    เสนอผ่าน
    ผู้บริหารสัญญา/ผู้ควบคุมงาน กฟผ. (หัวหน้ากอง/แผนก)
    ผ่าน
    เจ้าหน้าที่แผนก หรูป-ช. แจ้งบุคคลภายนอก ชาระเงินค่าทําบัตร 100 บาท/คน ที่แผนกการเงินเหมือง
    3
    แผนก หรป-ช. รับเรื่อง
    เจ้าหน้าที่แผนก ทริป-ช. จัดพิมพ์บัตรแสดงตน
    4
    H
    ILLI
    บุคคลภายนอกนําใบเสร็จการชําระเงินให้ เจ้าหน้าที่แผนก หรป-ช.
    A
    เจ้าหน้าที่แผนก หรป ป. แจ้งบุคคลภายนอก รับบัตรแสดงตนไปใช้งาน
    หมายเหตุ : กรณีขยายสัญญา…ให้ทําบันทึกแจ้งชื่อลูกจ้าง หมายเลขบัตรแสดงตน(เดิม) พร้อมแนบหลักฐานการขยาย สัญญา เรียน ซซม. ผ่าน กบ่อ-ช. และ หัวหน้ากองต้นสังกัด เพื่อให้ ทรูป ซ. Update ในระบบฐานข้อมูลอีกครั้ง
    Rev02 มิถุนายน 2558
    เหมืองเมาะ
    ชื่อหน่วยงาน
    แผงก
    แบบฟอร์มการค้นหาความต้องการ การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (P1)
    Personal Protective Equipment (PPE)
    กอง
    ฝ้าย·
    รหัสเอกสาร :
    แก้ไขครั้งที่ : 4
    SSP-211-02 / แบบฟอร์ม PL
    นทีมีผลบังคับใช้ : 21 กรกฎาคม 2563
    วันเดือน/ปี ที่จัดทํา
    ให้ใส่สัญลักษณ์ / หรือ X ในช่องอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : Pre
    ศีรษะ
    ใบหน้า/ดวงศา
    ล่าดับ
    ་་
    หมวดงาน/ลักษณะงาน จากการประเมินความเสี่ยง
    แหล่งอันตราย/
    ปัจจัยเสี่ยงที่สัมผัส
    ค่าอธิบาย / หมายถึง จําเป็นต้องใช้อุปกรณ์ PPE
    X หมายถึง ไม่ว่าเป็นต้องใช้อุปกรณ์ PPE
    ป้องกันเสียง
    มืดแชม
    ผู้จัดทํา
    (
    ผู้ตรวจสอบ.
    ระยะเวลาจัด า ทุกครั้งที่มีการประเมินความเสี่ยงงานใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงงาน
    คันฉบับ - หน่วยงานผู้ใช้ pg หมา - หน่วยงานความปลอดภัยฯ ร้อง Bectronic File การจัดการประมวลผลได้
    เท้า
    ข่าว
    ระบบหายใจ
    เขียมหนัง อหนัง
    พบ/ไขแก้ว
    คีบสารเคมี
    หน้ากาก บบกระดาษ
    แบบไส้กรองเดี่ยว
    Air Line
    SCRA
    ม ทนิรภัย
    ตกจากที่สูง
    BUSNUGR
    พิเศษ
    สายช่วยทีวิต (Lie Lel
    เสื่อก็ถสะท้อนแสง
    เชื้อชูชีพ
    อุปกรณ์ PPE
    ผู้ปฏิบัห่งน
    เสนอให้
    ทดลองใช้
    (ระบุ)

หัวหน้าหมวกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย
หัวหน้าแผนกขึ้นไป หรือเทียบเท่า
RevS 8/9/2566
บัญชี)
ประเมินงานที่ว่าจ้าง
ผู้ประเมิน
น.ส.วิภาวี เพียชอ
งานที่ว่าจ้าง
งานก่อสร้าง Drop Structure จํานวน 5 จุด
สังกัด
ชชม. อสม. กย -ช. วช-ช.
วันที
01/21/2026
1.ขอบข่ายของงานด้านความปลอด ย.
สถานที่ปฏิบัตงาน
O โรงไฟฟ้า
D เหมือง
9 เขื่อน

  • โครงการก่อสร้าง
    สถานีไฟฟ้าแรงสูง
    สํานักงานใหญ่
    สํานักงานและโรงงาน
    O อื่น ๆ
    ประเภทของลักษณะงาน
    O งานธุรการ งานบริการทั่วไป
    งานประชาสัมพันธ์
    งามมริการด้าน
    คอมพิวเตอร์
    งานบริการทําความ
    สะอาด
    งานรักษาความปลอดภัย
    งานบริการสานช่าง
    O งานบริการระบบสื่อสาร
    งานบารุงรักษาอาคาร
    งานบารุงรักษาบริเวณ
    O งานบริการด้านพัสดุ
    0
    งานอนามัยและสุขาภิบาล
    O งานผลิดและบํารุงรักษาเหมือง O งานกระบวนการผลิตไฟฟ้า
    O งานปารุงรักษาโรงไฟฟ้า
    งานปารุงรักษาระบบส่ง
    งานบารุงรักษาโยธา
    งานก่อสร้าง/อืดตั้ง รื้อถอน
    วอื่นๆ
    งานบริการยานพาหนะ
    ประภทต่าง ๆ
    ทําหน้าที่
    หัวหน้างาน/หัวหน้าชุด
    2.ประเมินงานที่ว่าจ้างเพื่อจําแนกกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    BIAN
    เกณฑ์ประเมิน
    นัวขอประเมิน
    ระดับ
    1.ความสูญเสียที่เกิดขึ้น
    มา
    ความหมาย
    ปานกลาง
    น้อย
    เกิดอุบัติเหตุ ทําให้เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต หรือ ทรัพย์สินเสียหาย ตั้งแต่ 500,000 บาท น
    ไป
    เกิดอุบัติเหตุ ทําให้ บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไปหรือทรัพย์สินเสียหาย ตั้งแค่ 100,000 บาท นไป แต่ไม่ถึง 500,000 บาท
    เคอุบัติเหตุ ทาให้ ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุด
    งาน
    หรือ ทรัพย์สินเสียหาย ไม่ถึง 100,000 บาท
    เคยเกิดอุบัติเหตุขั้นได้อย่างน้อยทุกเดือน
    เคยเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อย 1 ครั้งใน 1 ปี
    2.ความถี่ในการเก็ต
    เหตุการณ์
    สูง
    ปานกลาง
    ต่า
    เคยเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อย 1 ครั้งใน 5 ปี
    3.ความซับซ้อนของงานที่ ปฏิบัติ
    มาก
    ปานกลาง
    น้อม
    4.ลักษณะพื้นที
    พื้นที
    อันตราย
    ฟันที่ควบคุม
    พื้นที่ทั่วไป
    5.ระยะเวลาการทํางาน
    ระยะยาว
    ระยะสั้น
    เป็นครั้ง
    คราว
    งานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน มีกลุ่มงาน
    หลายหน่วยงานในช่วงเวลาเดียวกัน และต้องมี การฝึกอบรมเพิ่มเติม ด่องมีใบอนุญาตหรือ ใบประกาศนียบัตร รวมทั้งมีการใช้ทักษะการ
    วิเคราะห์และประมวลผล
    งานที่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน และต้องมี การฝึกอบรมเพิ่มเติม และอาจจําเป็นต้องมี
    ใบอนุญาตหรือใบประกาศนียบัตร
    งานทั่วไปที่มีการปฏิบัติงานที่ไม่ยุ่งยาก มีกลุ่ม งานเคียว
    และไม่ต้อง การฝึกอบรมเพิ่มเติม ไม่ต้องมี ใบอนุญาตหรือใบประกาศนียบัตรใด ๆ เว้นแต่ ด
    ให้มีการปฐมนิเทศ
    ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง บริเวณที่มี โอกาสเกิดอุบติเหตุของการระเบิด ไฟไหม้ สารเคมีอันตรายรั่วไหล ไฟฟ้าดูด ผากจากที่สูง ·
    พื้นที่อับอากาศ แรงดันสูง เป็นต้น
    ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีเครื่องจักรกําลังทํางาน ที่
    ซึ่ง
    มีการล้อมรั่ว หรือคิดลังกา ดป้องกัน หรือใน
    อาคาร
    ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั่วไป นอกเหนือจากพื้นที่
    อันตรายและฟันที่ควบคุม
    ปฏิบัติงานต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
    ปฏิบัติงานต่อเนื่องไม่ถึง 1 ปี
    ปฏิบัติงานเป็นช่วง ๆ บางครั้ง และไม่ประจํา
    กะแบบรวม
    เลือก
    ข้อมูล
    คะแนนที่ประเมินได้
    20
    1
    1
    2
    2
    80
    ผลการประเมินกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    :: กลุ่มที่ 1 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (คะแนนรวมน้อยกว่า 40 คะแนน)
    @กลุ่มที่ 2 กลุ่มงาน มีความเสี่ยงปานกลาง (คะแนนรวมตั้งแต่ 40-49 คะแนน)
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (คะแนนรวมมากกว่าหรือเท่ากับ 100 คะแนน) - แสดงรายการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    Dimri
    ลายเซ็น
    ผู้ประเมิน
    บัญชี ๒ หัวข้อกิจกรรมด้านความปลอดภัยที่ต้องดําเนินการตามกลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    หมวด
    ข้อ
    หัวข้อกิจกรรม
    หมวด ๑ การเลือกผู้รับจ้าง ข้อ ๕ การประเมินงานที่ว่าจ้าง
    ข้อ 5 กิจกรรมด้านความปลอดภัย
    ข้อ ๗ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย
    หมวด ๒ การจัดการผู้รับ ข้อ 4 ผู้ควบคุมงาน
    จ้างก่อนการเริ่มงาน

    ข้อ ๙ การประชุมเปิดงาน
    ข้อ.๑๐ แผนงานความปลอดภัย ข้อ ๑๑ การชี้บ่งอันตรายและประเมิน
    ความเสี่ยง
    ข้อ ๑๒ การตรวจสุขภาพลูกจ้างของ
    ผู้รับจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับ ปัจจัยเสี่ยง
    ข้อ ๑๓ การค้นหาความจําเป็นในการใช้
    อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย
    ส่วนบุคคล
    ข้อ ๑๔ เครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้
    ข้อ ๑๕ ข้อมูลการดําเนินงานด้านความ
    ปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่ม
    ปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
    ข้อ ๑๖ การปฐมนิเทศด้านความ
    ปลอดภัย
    หมวด ๓ การจัดการผู้รับ ข้อ ๑๗ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก
    จ่างขณะทํางาน
    ข้อ ๑๘ กฏความปลอดภัยทั่วไป
    กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและ
    ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย
    ข้อ ๑๘ ระบบการแจ้งการกระทําหรือ
    สภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน
    ข้อ ๒๐ การสนทนาความปลอดภัย
    กลุ่มงานของผู้รับจ้าง กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ ๒
    กลุ่มที่ ๓
    กลุ่มงานที่มี กลุ่มงานที่มีความ กลุ่มงานที่มี ความเสี่ยงต่ํา เสี่ยงปานกลาง | ความเสี่ยงสูง
    (Low Risk (Medium Risk
    Contracts)
    Contracts)
    (High Risk
    Contracts)
    1
    หมวด
    ช้อ
    หัวข้อกิจกรรม
    กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    กลุ่มที่ ๑
    G
    กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่

    หมวด ๓ การจัดการผู้รับ ข้อ ๒๑ การตรวจสอบความปลอดภัย
    จ้างขณะทํางาน (ต่อ)
    หมวด ๔ การส่งมอบงาน
    การตรวจรับงาน
    หมวด ๕ การประเมินผล การนําเนินงานและ
    รายงาน
    ของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
    ข้อ ๒๒ การจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวม
    ใส่อุปกรณ์คุ้มครองความ ปลอดภัยส่วนบุคคล
    ข้อ ๒๓ การขออนุญาตเข้าทํางาน
    ข้อ ๒๔ การสังเกตการทํางานหรือ
    วิธีการอื่นใด
    ·
    ข้อ ๒๕ มาตรการควบคุม กํากับดูแล ข้อ ๒๖ ดําเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ข้อ ๒๗ การเตรียมความพร้อมและการ
    ตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    ข้อ ๒๘ รายงานด้านความปลอดภัย
    ข้อ ๒๙ การประชุมติดตามงานร่วมกับ
    ผู้รับจ้าง
    ข้อ ๓๐ การตรวจรับงาน
    ข้อ ๓๑ การประเมินผลการดาเนินงาน
    ด้านความปลอดภัยของผู้
    รับจ้าง
    ข้อ ๓๒ ผลคะแนนสมรรถนะด้านความ
    ปลอดภัยของผู้รับจ้าง
    ข้อ ๓๓ รายงานอุบัติการณ์ของผู้รับจ้าง
    ในภาพรวม กฟผ. ประจําปี
    กลุ่มงานที่มี กลุ่มงานที่มีความ กลุ่มงานที่มี เสี่ยงปานกลาง ความเสี่ยงสูง
    ความเสี่ยงต่ํา
    (Low Risk
    (Medium Risk
    (High Risk
    Contracts)
    Contracts)
    Contracts)
    อปก. ค่าเนินการ
    ..
    หมายเหตุ
    หมายถึง กิจกรรมด้านความปลอดภัยที่ต้องค่าเนินงาน
    ๒. ทั้งนี้หน่วยงานสามารถพิจารณากิจกรรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อเป็นมาตรการควบคุมความเสี่ยง
    ตามความเหมาะสม
    บัญชี ๓ เงื่อนไขด้านความปลอดภัย (Safety Criteria)
    หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : 15-6, Tes
    งานที่ว่าจ้าง : thirst Drop Shuttle Show 5 ระยะเวลาที่ว่าจ้าง :
    1
    การส่งมอบพื้นที่ ส่งมอบพื้นที่ ไม่ได้ส่งมอบพื้นที่
    กลุ่มงานของผู้รับจ้าง
    ายละเอียด
    Ac
  • กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (Low Risk Contracts)
    กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) 0 กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    านความปลอดภัย ที่ต้องดําเนินงานตามกา
    ๓.๑ จัดทําแผนงานความปลอดภัย ให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบและเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างน้อย ดังนี้
    (๑) การตรวจสอบพื้นที่ อุปกรณ์ เครื่องจักร และเครื่องมือ (๒) การฝึกอบรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยในการทํางาน (๓) การรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยในการทํางาน (๔) การเตรียมความพร้อม และการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน (๕) รายงานการค้นหาและวิเคราะห์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
    ๓.๒ การชี้บ่งอันตราย และประเมินความเสี่ยงกิจกรรมและการดําเนินงานของผู้รับจ้าง ซึ่งมีผลกระทบต่อ หน่วยงาน ลูกจ้างของผู้รับจ้าง และผู้มีส่วนได้เสียในสถานที่ทํางาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
    (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis) หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน
    และเหมาะสม
    ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้พิจารณาทางเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
    (ก) ให้ผู้ว่าจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด
    (ข) ให้ผู้รับจ้างจัดทําการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย หรือวิธีการอื่นใด และจัดส่งเอกสารให้
    หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวนสอบความครบถ้วน และเหมาะสม
    จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือที่ผ่านการอบรมด้าน อาชีวเวชศาสตร์ มีเงื่อนไข ดังนี้
    D (๑) กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ ๑๘๐ วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปี ปฏิทิน
    ปี (๒) กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง ๑๘๐ วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางานและตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วัน
    ปี (๓) กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทํางานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ
    ปี
    ทํางานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
    (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์) ว่าสามารถเข้าทํางานใน ที่อับอากาศได้ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนํามาแสดง ต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการเริ่มดําเนินงานการเข้าทํางานในที่อับอากาศ
    ๓.๔ การค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ให้ดําเนินการ ดังนี้
    D (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง และจัดส่งเอกสารให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างทวน สอบความครบถ้วน และเหมาะสม
    (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างค้นหาความจําเป็นในการใช้อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยง
    ๓.๕ การจัดเตรียมความพร้อมของเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ ให้ดําเนินการ ดังนี้
    (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
    ให้ผู้รับจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้
    (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้
    ให้ครบถ้วนและเหมาะสมกับลักษณะงาน
    ๓.๖ จัดส่งข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ดังนี้
    (๑) โครงสร้างการบริหารจัดการ หน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
    (๒) หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด (๓) การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    (๔) การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ (๕) ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถ้ามี)
    (๖) ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี)
    ๓.๒ ระบบการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control) ให้ดําเนินการ ดังนี้
    (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการควบคุมการเข้า-ออก ของผู้รับจ้าง ดังนี้
    (ก) การควบคุมบุคคลเข้า-ออก (Personnel Access Control) กําหนดให้ลูกจ้างของผู้รับจ้าง หรือผู้เกี่ยวข้อง ต้องแสดงหรือแขวนบัตรเพื่อใช้แสดงตนผ่านเข้า-ออก
    (ข) การควบคุมการนําสิ่งของเข้า-ออก (Gate Pass) จัดให้มีการควบคุมการนําเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมทั้งวัสดุและสารเคมีอันตราย ที่ทางเข้า การอยู่ในพื้นที่ และการออกนอกพื้นที่ ของผู้รับจ้างหรือผู้เกี่ยวข้อง
    (ค) การควบคุมยานพาหนะเข้า-ออก (Vehicle Access Control) จัดให้มีการควบคุม ยานพาหนะที่ใช้สําหรับส่งคนไปยังสถานที่ทํางาน ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ในการทํางาน ตรวจงานโดย ผู้รับผิดชอบของงานหรือโครงการที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงาน เพื่อควบคุมการจราจรและ ความปลอดภัยของยานพาหนะเข้า-ออก โดยปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยเฉพาะพื้นที่ หรือระเบียบ ปฏิบัติ ของหน่วยงาน กฟผ. ที่เกี่ยวข้อง
    ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างดําเนินการตามระบบการควบคุมการ เข้า-ออก ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
    D
    M
    ๓.๔ กฎความปลอดภัยทั่วไป กฎเฉพาะงาน เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย ให้ดําเนินการ
    ดงบ
    ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีกฎความปลอดภัย เครื่องหมวยและ ป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัย เพื่อสื่อสารให้เกิดความเข้าใจและนําไปปฏิบัติ
    ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย เครื่องหมาย และป้ายสัญลักษณ์ความปลอดภัยของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
    ๓.๔ ระบบการแจ้งการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน ให้ดําเนินการ ดังนี้
    1 (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการแจ้งการกระทําหรือสภาพการณ์ ที่ต่ํากว่ามาตรฐานของผู้รับจ้าง ดังนี้
    (ก) เมื่อลูกจ้างของผู้รับจ้างพบเห็นการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน ต้องแจ้ง ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง เพื่อกําหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
    (ข) ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องรายงานการกระทําหรือสภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐาน พร้อม มาตรการแก้ไขและการป้องกัน ต่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามระบบการแจ้งการกระทําหรือ สภาพการณ์ที่ต่ํากว่ามาตรฐานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
    ๓.๑๐ ดําเนินการสนทนาความปลอดภัย (Safety Talk) เฉพาะงานที่เสี่ยงอันตราย โดยมีหัวข้ออย่างน้อย
    ดังนี้
    (๑) งานที่ต้องปฏิบัติ
    (๒) อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทํางาน ระดับความเสี่ยงของงาน อุบัติเหตุที่เคยเกิดขึ้น รวมทั้งข้อควรระวังพิเศษ
    (๓) มาตรการควบคุมป้องกัน เช่น กฎเฉพาะงาน การอนุญาตเข้าทํางาน การล็อคและการแขวน ป้ายเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
    (๔) การเตรียมความพร้อมสภาพร่างกายก่อนเริ่มทํางาน
    ๓.๑๑ จัดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ตามแผนที่ กําหนด รวมทั้งจัดทํารายงานผลการตรวจสอบให้ผู้ควบคุมงานของหน่วยงานผู้ว่าจ้าง
    ๓.๑๒ จัดและดูแลให้ลูกจ้างของผู้รับจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐาน โดยลูกจ้างของผู้รับจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้
    สามารถใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทํางาน
    ๓.๑๓ การขออนุญาตเข้าทํางาน (Work Permit) สําหรับงานตามที่กฎหมายกําหนด และงานหรือพื้นที่ที่ มีความเสี่ยงสูง ให้ดําเนินการ ดังนี้
    ปี (๑) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีระบบการขออนุญาตเข้าทํางาน และให้ หน่วยงานผู้ว่าจ้างกํากับดูแล ตรวจสอบความครบถ้วน เหมาะสม สําหรับงาน ดังนี้
    (ก) งานในที่อับอากาศ
    (ข) งานในที่ที่มีประกายไฟหรือมีความเสี่ยงจากการระเบิด
    (ค) งานขุดเจาะ
    (ง) งานในที่ที่มีรังสี
    (จ) งานแหล่งพลังงาน (2) งานที่สูง
    :
    (ช) งานเหนือผิวนํ้า
    (ช) งานลิฟต์ขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์ยกย้ายขนาดใหญ่ (2) งานสารที่เป็นอันตราย
    (ญ) งานประดาน้ํา
    (4) งานอื่น ๆ ตามความจําเป็น
    (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างขออนุญาตเข้าพื้นที่ โดยปฏิบัติตามระบบ การขออนุญาตเข้าทํางานของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของพื้นที่
    ๔.๑๔. ควบคุมการปฏิบัติด้วยการสังเกตการทํางาน (Task Observation) หรือวิธีการอื่นใด โดยหัวหน้า งานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานของผู้รับจ้าง ทั้งนี้หน่วยงานผู้ว่าจ้างอาจดําเนินการตาม ความเหมาะสม โดยพิจารณาตามลักษณะงาน ดังนี้
    (๑) งานที่มีวิธีการปฏิบัติด้านความปลอดภัย (Work instruction) (๒) งานที่มีกฎความปลอดภัยเฉพาะงานหรือเฉพาะพื้นที่
    (๓) งานที่เคยมีประวัติการเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก
    (๔) งานที่มีระดับความรุนแรงมาก จากการชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง (๕) งานใหม่หรืองานที่ไม่ได้ทําเป็นประจํา
    (5) งานที่ต้องมีระบบการขออนุญาตเข้าทํางาน
    ๓.๑๕ ดําเนินการเมื่อเกิดอุบัติการณ์ ดังนี้
    (๑) แจ้งต่อหน่วยงานผู้ว่าจ้าง โดยทันที ด้วยวาจา โทรศัพท์ โทรสารหรือวิธีอื่นใดที่มีรายละเอียด
    พอสมควร
    (๒) ห้ามเคลื่อนย้าย เปลี่ยนแปลงพยานวัตถุและพยานแวดล้อม ก่อนที่หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าทํา การตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ
    (๓) กรณีเสียชีวิตหรือเกิดอุบัติภัยร้ายแรง ให้แจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ โดย โทรศัพท์ โทรสาร หรือวิธีอื่นใด และแจ้งเป็นหนังสือ (สปร.๕) ภายหลังจากเข้าร่วมการค้นหาสาเหตุ อุบัติการณ์ โดยระบุสาเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ความเสียหาย การแก้ไขและวิธีการป้องกันการเกิดซ้ํา ทั้งนี้ ภายใน ๗ วันนับแต่วันเกิดเหตุ
    (๔) เมื่อเกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) ต้องแจ้งให้หน่วยงานผู้ว่าจ้างเข้าร่วมในการ ค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ทุกครั้ง สําหรับระดับความรุนแรงปานกลาง หรือระดับความรุนแรงน้อย ให้
    หน่วยงานผู้ว่าจ้างพิจารณาการมีส่วนร่วมตามความเหมาะสม
    (๕) จัดให้มีการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ที่เกิดกับลูกจ้างของผู้รับจ้างโดยระบุรายละเอียดของ เหตุการณ์ สาเหตุขณะนั้น สาเหตุพื้นฐาน กําหนดมาตรการแก้ไขและการป้องกัน
    (5) จัดส่งรายงานผลการค้นหาสาเหตุอุบัติการณ์ให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง เพื่อพิจารณาประสิทธิภาพ
    และประสิทธิผล
    (๒) ในกรณีที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน
    ให้ผู้รับจ้างแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยต่อสํานักงานประกันสังคม และส่งสําเนาหนังสือแจ้งต่อ พนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน ๗ วัน พร้อมทั้งส่งสําเนาให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
    ๓.๑๖ ดําเนินการเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างดําเนินการ ดังนี้
    (ก) วิเคราะห์และประเมินความจําเป็นในการรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    (ข) จัดทําแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    (ค) ฝึกซ้อมแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
    (ง) ประเมินผลการฝึกซ้อมและประเมินผลภายหลังการเกิดเหตุจริงทุกครั้ง
    (จ) รายงานผลการฝึกซ้อม
    ปี (๒) กรณีหน่วยงานผู้ว่าจ้างไม่ได้ส่งมอบพื้นที่ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแผนรองรับและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน ของหน่วยงานผู้ว่าจ้างหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
    ๓.๑๗ จัดส่งรายงานด้านความปลอดภัย เพื่อใช้ในการประเมินผลและติดตามการปฏิบัติด้าน ความปลอดภัยทุกเดือน ดังนี้
    (๑) จํานวนลูกจ้างและจํานวนชั่วโมงการทํางาน
    (๒) จํานวนการเกิดอุบัติการณ์
    (๒) รายงานผลการดําเนินงานตามแผนงานความปลอดภัย
    (๔) สรุปผลการตรวจสอบความปลอดภัยของพื้นที่ อาคาร เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
    (๕) รายงานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย (ถ้ามี)
    ๒.๒
    กฎหมายความปลอดภัย
    พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๔๙
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
    กฎกระทรวง กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้าง และส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจ
    แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๗
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกันที่อับอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๒
    ปี กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานประดาน้ํา พ.ศ. ๒๕๕๘
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับรังสีชนิดก่อไอออน พ.ศ. ๒๕๔๗
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. ๒๕๕๑
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา พ.ศ. ๒๕๕๒
    1 กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. ๒๕๕๕
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. ๒๕๕๖
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๔
    กฎกระทรวง กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดําเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางานเกี่ยวกับความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. ๒๕๕๔
    [ กฎกระทรวง ว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๕๘
    [ อื่น ๆ (ระบุ)

    ๒.๒ ระเบียบด้านความปลอดภัยของหน่วยงาน กฟผ.
  • ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๒๙ ว่าด้วย ข้อกําหนดสําาหรับการดําเนินงานด้านความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับงาน ก่อสร้าง
    D ระเบียบ กฟผ. ที่ ๑๐๐ ว่าด้วยมาตรฐานเครื่องหมายความปลอดภัย
    ที่
    GOD
    ระเบียบ กฟผ. ที่ ๖๖ ว่าด้วยข้อกําหนดการแขวนป้ายเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๔๘
    ปี อื่น
    น ๆ (ระบุ) ………………..
    โครงสร้างการบริ

    ผิดจอบ
    ปลอด
    คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน
    หน่วยงานความปลอดภัย
    เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
    [ หัวหน้างาน
    ปี ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
    ปี อื่น ๆ (ระบุ)
    กณฑ์พิจารณาหน่วยงานและบุคลากร
    ประเภทกิจการ จํานวนลูกจ้าง
    จป.บริหาร
    จป.หัวหน้างาน จป.วิชาชีพ
    จป.เทคนิค ขั้นสูง
    จป.เทคนิค
    หน่วยงา
    ความ ปลอดภัย
    (m)
    ๒ คน ชั้นไป
    อย่างน้อย
    -GR AU
    ระดับบริหารทุกคน หัวหน้างานทุกคน
    ระดับบริหารทุกคน หัวหน้างานทุกคน
    ให้ม
    ๑ คน

๔๕
ระดับบริหารทุกคน วหน้างานทุกคน
(๒) ถึง (๔)
-๙๙
00
คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน หัวหน้างานทุกคน ระดับบริหารทุกคน หัวหน้างานทุกคน
อย่างน้อย
ด คน
๑ คน
ปฏิบัติงานความปลอดภัย ไม่น้อยกว่า วันละ ๓ ซ.ม.

๒๐๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน หัวหน้างานทุกคน
คน
อย่างน้อย
คน
จัดให้มี
(๖) ถึง (๑๔) ๒๐ คนขึ้นไป
ระดับบริหารทุกคน | หัวหน้างานทุกคน
int
จารณาคณะกรรมการความปลอดภัยๆ
|
ประเภทกิจการ จํานวนลูกจ้าง
(๑) ถึง (๑๔) ๕๐ - ๘๙ คน
(๑) ถึง (๑๔)
(๑) ถึง (๒๔)
ooo -
คน
คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.)
ไม่น้อยกว่า ๕ คน
ไม่น้อยกว่า ๗ คน
๕๐๐ คนขึ้นไป
ไม่น้อยกว่า ๑๑ คน
1
ตลก ตตานความปลอดภยของ
๔.๑
หลักสูตร เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด (๑) การบริหารจัดการ
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับบริหาร พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน 1 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับหัวหน้างาน พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิค พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน 3 เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับเทคนิคชั้นสูง พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทํางานระดับวิชาชีพ พร้อมหลักฐานการขึ้นทะเบียน
คณะกรรมการความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางานของสถานประกอบกิจการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานสําหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทํางานใหม่ หัวหน้าหน่วยงานความปลอดภัย
(๒) การทํางานในที่อับอากา
[ ผู้อนุญาต ปี ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ ผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ
ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพพิเศษตามกฎหมายกําหนด
(๓) การทํางานเกี่ยวกับรังสี
การป้องกันอันตรายทางรังสี ของผู้รับผิดชอบดําเนินการทางด้านเทคนิคในเรื่องรังสี
ปี อันตรายและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีก่อนเข้ารับหน้าที่สําหรับลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี (๔) การทางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
อบรมการใช้เครื่องจักร รหัสสัญญาณต่าง ๆ อบรมการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น อบรมผู้บังคับเครื่องตอกเสาเข็ม
อบรมความปลอดภัยในการใช้เครื่องจักรที่อาจเกิดอันตราย
ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น
3 อบรมการใช้ลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวและลิฟต์โดยสารชั่วคราวในงานก่อสร้าง
อบรมวิธีทํางานในอุโมงค์และวิธีป้องกันอันตรายแก่ลูกจ้างก่อนเข้าทํางานในอุโมงค์
3 อบรมและฝึกซ้อมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ อบรมขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนทําลายสิ่งก่อสร้าง
[ การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลสําหรับงานก่อสร้าง
(๔) การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา
การทํางานเกี่ยวกับเครื่องปั้มโลหะ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อมก๊าซ รถยก หรือเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิด
อันตรายได้โดยสภาพ
ບານບ$ດຍກ
L ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น [ ผู้ควบคุมประจําหม้อน้ํา หรือหม้อต้มที่ใช้ของเหลวเป็นสื่อนําความร้อน
I.
(๖) การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า
0 ความปลอดภัยในการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าสําหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (๒) การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
2 ความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมี
วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขณะขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย
1 การควบคุมและระงับเหตุอันตรายกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้ปฏิบัติงานในสถานที่เก็บรักษาสารเคมีและวัตถุอันตราย
(๔) การป้องกันและระงับอัคคีภัย
การดับเพลิงขั้นต้น
(๙) อื่น ๆ
ปี (ระบุ)
.๒ การตรวจ
………….
ภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ตรวจสมรรถภาพปอด
ตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น
L ตรวจด้านพิษวิทยา
D ชื่น
อื่น ๆ (ระบุ)
4.
๔.๓ การตรวจสอบ
ทดสอบ สอบเทียบ
และใบรับรองเครือ
รายการเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ ….
ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต (ถาม)
องจักร อุปกรณื
ปี ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต
ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DII)
ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมา
[1] ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
รางวัลด้านความปลอดภัย
[ อื่น ๆ
วน กฎหมายด้านความปลอดภัย (
บัญชี ๔ ข้อมูลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างที่ต้องจัดส่งก่อนเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง
หน่วยงานผู้ว่าจ้าง : tewinpantal bus
งานที่ว่าจ้าง : งาน Dip Structure, นาน 65 บริษัทผู้รับจ้าง :
โครงสร้างการบริหารจัดการ บุคลากร และหน้าที่ ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย
บุคลากร
คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและ
สภาพแวดล้อมในการทํางาน …… คน
หน่วยงานความปลอดภัย……. คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับบริหาร……..คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน…… คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพ…….คน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิคขั้นสูง………
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับเทคนิค……. คน
ปี ผู้บริหาร/ผู้จัดการ……..คน
หัวหน้างาน………..น
D ลูกจ้าง……. คน
รายชื่อ
ทนา
หลักฐาน/
ความรับผิดชอบ
ไปรับรอง :

██1 อื่น ๆ (ระบุ)
หลักสูตร
๒.๑ หลักสูตรอบรมพื้นฐาน
เอกสารแสดงการผ่านการฝึกอบรม และใบอนุญาต ตามที่กฎหมายกําหนด
(๑) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมใน
การทํางานสําหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทํางานใหม่
(๒) การดับเพลิงขั้นต้น
๒.๒ หลักสูตรอบรมเฉพาะตามความเสี่ยง
ปี การทํางานในหีอับอากาศ
ราย
หลักฐาน/ใบรับรอง
10
รายชื่อ

  • หลักฐาน/ใบรับรอง
    L การทํางานเกี่ยวกับรังสี
    การทํางานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง
    การทํางานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ํา
    [ การทํางานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
    [ การทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้า
    ปี อื่น ๆ (ระบุ)
    ลักษณะงาน แหล่ง
    ารตรวจสขภาพตามปัจจัยเสี่ยง การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงของงาน
    ผลการตรวจสุขภาพ
    อันตราย
    ตรวจสมรรถภาพ : ตรวจสมรรถภาพ : ตรวจสมรรถภาพ:
    : ปอด - การได้ยิน
    ตรวจด้าน ใบรับรองแพทย์
    การมองเหม พิษวิทยา:
    4.๔ การตรวจสอบ ทดสอบ สอบเทียบ และใบรับรองเครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
    รายการเครี่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
    หลักฐาน/ไปรับรอง :
    -๕. ประวัติข้อมูลความสูญเสียและสถิติอุบัติเหตุในอดีต
    「 ข้อมูลการบาดเจ็บ การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ
    ทุพพลภาพถาวร บาดเจ็บมีผลทําให้เป็นอัมพาต
    ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ (IFR, ISR, DI)
    มะ
    ความสามารถในการปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎหมายด้านความปลอดภัย (ถ้ามี
    ใบรับรองระบบการจัดการความปลอดภัย
    L รางวัลด้านความปลอดภัย
    「 อื่น ๆ
    จันหมดอายุ

หน่วยงาน ว่าจ้าง : งานที่ว่าจ้าง………..
บัญชี ๕ แบบประเมินผลการดําเนินงานด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้าง
ผู้ประเมิน : …………….. บริษัทผู้รับจ้าง :
วันที่ประเมิน…….. สัญญาเลขที่ ………
กลุ่มงานของผู้รับจ้าง…… กลุ่มที่ ๑ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่ํา (Low Risk Contracts)

  • กลุ่มที่ ๒ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงปานกลาง (Medium Risk Contracts) 0 กลุ่มที่ ๓ กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    หัวข้อประเมิน
    ๑. หลักฐาน/ใบรับรอง
    การตรวจสอบ
    ทดสอบ สอบเทียบ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์
    ๒. หลักฐาน/ใบรับรอง การฝึกอบรม ใบอนุญาต และผล
    การตรวจสุขภาพ
    ตามที่กฎหมาย
    กําหนด
    ..
    ๓. การปฏิบัติตาม แผนงานความ ปลอดภัย
    ๑๐
    ๑๐
    ๒๕
    เกณฑ์พิจารณา
    ๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่ทําหนด (ก่อนระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน)
  • คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด (ตามระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) 6 คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กําหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) ๑ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กําหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
    =
    ๔ คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่กําหนด
    (ก่อนระยะเวลาที่กําหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ต คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําาหนด (ตามระยะเวลาที่กําาหนด และถูกต้อง ครบถ้วน) ๒ คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ตามระยะเวลาที่กําหนด แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) 9 คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (หลังระยะเวลาที่กําหนด และไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน) N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
    =
    =
    ส คะแนน = ดีกว่าเกณฑ์ที่ทําหนด
    (ทําได้เร็วกว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) 0 คะแนน = เป็นไปตามเกณฑ์ที่กําหนด

    (เป็นไปตามแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย) ๒ คะแนน - ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ แต่ไม่เกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมครบถ้วน บรรลุเป้าหมาย)
    9 คะแนน = ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และเกิดผลกระทบ (ช้ากว่าแผน กิจกรรมไม่ครบถ้วน ไม่บรรลุเป้าหมาย)
    คะแนนเต็ม 5 คะแนนที่เดิ
    น้ําหนัก กบ บาทน
    หาขอประเมน
    ๔. สวมใส่อุปกรณ์ อุปกรณ์คุ้มครองความ ปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ระหว่าง ปฏิบัติงาน
    ๕.การปฏิบัติตาม ข้อกําหนดกฎหมาย ระเบียบ กฏความ ปลอดภัยของ หน่วยงาน
    5.ขณะปฏิบัติงานมี อุบัติเหตุเกิดขึ้น
    so
    เกณฑ์พิจารณา
    ๔ คะแนน = สวมใส่ครบถ้วนตลอดเวลาทํางาน และ เหมาะสมกับลักษณะงานต่อรอบการประเมิน
    .
    ๓ คะแนน - มีการแจ้ง พบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน ๒ คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๓ ครั้งแต่ไม่เกิน ๕ ครั้ง ต่อรอบการประเมิน
    9 คะแนน = มีการแจ้ง หรือพบเห็นไม่สวมใส่ PPE หรือไม่ เหมาะสมกับลักษณะงาน มากกว่า ๕ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการ
    ประเมิน
    N/A = ไม่เกี่ยวข้อง
    ๔ คะแนน = ปฏิบัติตามข้อกําหนดกฎหมาย/ระเบียบ กฎ ความปลอดภัยของหน่วยงานโดยไม่มีการฝ่าฝืนต่อรอบการ
    ประเมิน

    5 คะแนน = ละเมิด ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน ไม่เกิน ๓ ครั้งต่อรอบการประเมิน
    ๒ คะแนน = ละเมิด/ฝ่าฝืนระเบียบ กฎความปลอดภัยของ หน่วยงาน มากกว่า ๓ ครั้งขึ้นไปต่อรอบการประเมิน
  1. คะแนน = ฝ่าฝืนข้อกําหนดกฎหมายต่อรอบการประเมิน ๔ คะแนน = ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
    ๓ คะแนน - เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงน้อย (Class C) (ปฐมพยาบาล หรือไม่หยุดงาน)
    (ทรัพย์สินเสียหายไม่ถึง 900,000 บาท)
    ๒ คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงปานกลาง
    {Class B)
    (บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยหยุดงาน ตั้งแต่ ๑ วันขึ้นไป) (ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป แต่ไม่ถึง
    ๕๐๐,๐๐๐ บาท )
    000,000
    • คะแนน = เกิดอุบัติเหตุระดับความรุนแรงมาก (Class A) (เสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะ, ทุพพลภาพถาวร, บาดเจ็บมีผลทําให้ เป็นอัมพาต)
    (ทรัพย์สินเสียหายตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป)
    คะแนนเต็ม คะแนนที่ได้
    .. หนา
    นอน หนัก
    รวม
    คะแนนสมรรถนะ
    000
    ด้านความปลอดภัย
    (คะแนนที่ได้ / น้ําหนัก)
    X goo
    (คะแนนเต็ม X น้ําหนัก)
    %
    หมายเหตุ : ๑. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ขึ้นไป ให้เก็บผลการประเมิน
    ของแต่ละงานไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
    ๒. กรณีผลคะแนนสมรรถนะด้านความปลอดภัยของผู้รับจ้างมีค่าคะแนนไม่ถึงร้อยละ ๒๕ ให้หน่วยงานส่งผลการประเมินให้ฝ่ายจัดซื้อ หรือหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างในส่วนภูมิภาคและเก็บสําเนาผลการประเมินไว้ที่หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
    จัดจ้างและบริหารพัสดุในสํานักงานใหญ่
    กองอนามัย ฝ่ายแพทย์และอนามัย
    นนวทางการตร สุขภาพตามปัจจัยเสียง
    SO OMS-01
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    2566
    เอกลง อางอง
    SUPPORT DOCUMENT
    หาขอ
    แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสีย
    สําหรับผู้รับจ้าง
    เอส เน
    แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    กองอนามัย
    ฝ่ายแพทย์และอนามัย
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    สําหรับผู้รับจ้าง -SD-OMS-016 วันที่ใช้ 1 ม.ค. 2566
    R 02
    หน้า 24
    หลักการ
    เนื่องจาก กฟผ. มีระเบียบฉบับที่ 396 ว่าด้วย การจัดการความปลอดภัยผู้รับจ้าง ข้อ 12 ที่ กําหนดให้ “หน่วยงานผู้ว่าจ้างกําหนดให้มีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับปัจจัย เสี่ยง โดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีเวชศาสตร์ หรือผ่าน
    อบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ มีเงื่อนไข ดังนี้
  1. กรณีสัญญาจ้างตั้งแต่ 180 วัน ขึ้นไป จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางาน และตรวจสุขภาพครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตาม ปฏิทิน
  2. กรณีสัญญาจ้างไม่ถึง 180 วัน จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างครั้งแรกให้เสร็จสิ้นภายใน 30
    วัน นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทํางานและตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งตามปีปฏิทิน หรือให้ แสดงใบรับรองแพทย์ของลูกจ้างที่มีระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน
  3. กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ลูกจ้างต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถทํางานในที่อับอากาศได้ โดยให้ระบุความเห็นของแพทย์ที่บ่งบอกสภาวะสุขภาพของลูกจ้างที่มีผลกระทบ หรือเป็น อุปสรรคต่อการทํางานหรือลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายของลูกจ้าง พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ
    แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวช ศาสตร์) ว่าสามารถทํางานในที่อับอากาศได้ ครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งตามปีปฏิทิน ทั้งนี้ ผลการตรวจสุขภาพ จะต้องนํามาแสดงต่อผู้ควบคุมงาน หรือผู้บริหารสัญญาก่อนมีการ เริ่มดําเนินงานการเข้าทํางานในที่อับอากาศ

    ด้วยเหตุนี้กองอนามัย และกองการแพทย์และอนามัยภาคเหนือ ฝ่ายแพทย์และอนามัยซึ่งมีบทบาท หน้าที่ในการตรวจสุขภาพให้แก่พนักงานของ กฟผ. จึงได้กําหนดแนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    สําหรับผู้รับจ้างขึ้น เพื่อเป็นแนวทางให้หน่วยงานควบคุมผู้รับจ้างดําเนินการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง แก่ลูกจ้างตามระเบียบ 396 ต่อไป
    วัตถุประสงค์
  4. เพื่อเป็นแนวทางในการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง
    บุคคลที่เกี่ยวข้อง
  5. หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
  6. ผู้รับจ้าง
    กองอนามัย
    ฝ่ายแพทย์และอนามัย
    แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
    สําหรับผู้รับจ้าง SD-OMS-016 วันที่ใช้ 1 ม.ค. 2566
    หน้า 3/4
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    R 02
  7. สถานพยาบาล กฟผ.
  8. ผู้ประสานงานสุขภาพ
    คําจํากัดความ
  9. ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง หมายถึง การตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ สารเคมีอันตราย จุลชีวันที่เป็นพิษ กัมมันตภาพรังสี ความร้อน ความเย็น ความ สั่นสะเทือน ความกดดันบรรยากาศ แสง เสียง หรือสภาพแวดล้อมอื่นที่เป็นอันตรายตามที่ กฎกระทรวงกําหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ.
    2563 ก้าหนด
  10. ตรวจสุขภาพตามลักษณะงานพิเศษ หมายถึง การตรวจสุขภาพแก่ผู้ปฏิบัติงานลักษณะงาน
    พิเศษของ กฟผ. ได้แก่ งานประดาน้ํา งาน HOTLINE. งานในที่อับอากาศ พบก, พขร. พร. และ พชร ที่มิใช่ตําแหน่ง ซึ่งต้องผ่านการประเมินภาวะสุขภาพก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติงานนั้น ได้ ตามที่ระบุไว้ใน เกณฑ์การประเมินภาวะสุขภาพลักษณะงานพิเศษ SD-OMS-010
    แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง
    เมื่อหน่วยงานผู้ว่าจ้างประเมินความเสี่ยงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในระเบียบ 396 แล้ว พบว่ากลุ่มงานของผู้รับจ้างจัดอยู่ใน กลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts) ให้จัดให้มีการตรวจสุขภาพลูกจ้างของผู้รับจ้างที่ทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยแนวทางเป็นไปตาม ตารางที่ 1 แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง กฟผ. กรณีที่ประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่าเป็น กลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    ทั้งนี้รายการตรวจดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางให้หน่วยงานควบคุมผู้รับจ้างดําเนินการตรวจสุขภาพ ตามปัจจัยเสี่ยง กรณีที่หน่วยงานประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่าผู้รับจ้างสัมผัสปัจจัยเสี่ยงไม่ได้เป็นไปตามที่ ระบุไว้ในตารางที่ 1 หน่วยงานสามารถกําหนดรายการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงให้เป็นไปตามผลการ ประเมินความเสี่ยงได้
    กรณีลูกจ้างของผู้รับจ้างเป็นผู้ปฏิบัติงานลักษณะงานพิเศษของ กฟผ.
    กลุ่มลักษณะงานพิเศษ กฟผ. ได้แก่ พนักงานปฏิบัติงานประดาน้ํา พนักงานปฏิบัติงานในที่อับ
    กองอนามัย
    ฝ่ายแพทย์และอนามัย
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง สําหรับผู้รับจ้าง SD-OMS-016 วันที่ใช้ 1 ม.ค. 2565
    R 02
    หน้า 44
    อากาศ พนักงาน HOTLINE พนักงานขับเครื่องจักรกล พนักงานขับรถ พนักงานขับเรือ และพนักงานขับรถ ที่มิใช่ตําแหน่ง การตรวจฯ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับพนักงาน กฟผ. ตามตารางที่ 2 หลักเกณฑ์การตรวจ สุขภาพตามลักษณะงานพิเศษสําหรับผู้รับจ้าง
    B
    า บ
    ลักษณะงาน ลักษณะงาน อน
    1 เดินเอง (Operator โรงผลิ
    2 เติมเครื่อง (Operator) เครื่องพิมพ์เช็ดก้างหัวพิมพ์

    3 บ้ารุงรักษาไฟฟ้าแรงสูง (Substation, Groundman)
    บํารุงรักษาหรือซ่อมเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ เครื่องบิน ซ่อมบํารุงใน
    4 เวีย / หม้อน้ํา เครื่องยนต์ไฟฟ้า (" จากการสัมผัสสาร Berzone หรือ Toluene ให้ตรวจหาระดับการสัมผัสข่าวดังกล่าวด้วย) บารุงรักษาหรือซ่อมชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า อิเลคโทรนิก สื่อสาร
    ดอกทอ
    งานวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ํามัน หรือที่ต้องสัมผัสตัว ฬาระกาย โละ ม เมกา อก หรืออะ โล
  • งานกง เจาะรู ตัดไฟฟ้า เจียร
    E
    เชือก ปน ปลดหุ่น น้ํามัน (* หากมีการสัม
    1
    C )
    วงยของ า น การ PI Henzene
    9 งานเหนือผิวนํ้า
    10 งาน ท ล
    1 งาน ความเครา เครื่องมือแพทย์
    2บ กรีด
    3 สุขาภิบาล (พัน) ( ตรวจระบบการใช้สาร acumin)
    14(SHLL Jqb)

    I
    1 ช้างไม้
    2 ช่างหา น
    1
    1
    3 ช่างประh

ช่างติดตั้งอุปกรณ์ ไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องปรับอากาศ
1
1
ตารางที่ 1 แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง กฟผ. กรณีที่ประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่าเป็นกลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
เอกซเรย์ทรวงเก
ความสมบูรณ์ของ ดเลือก cec)
VAT (กรรม เที
PT (มรณภาพป
HAT (การไ ฟ
SGFT (ALT)
SGOT (AST)
I
I.
1
1
1.
1
1
1
1
1
i
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
■.
1
1
1
1
*
1
t
*

Creatinine
1
Nne
ตรวจหาระดับการสัมผัสสารละ
ตรวจหาระดับการทนักการะคนเมิ่อง
ตรวจหาระดับการ : สารปรอท
ตรวจหาระดินการกับ ลชาวโครเนียน
คราาาาะ การคับ สส Total
ตรวจหาระดมผัสสาร กะทิล คราคราะสบกามนัสการ
Cholinesterase
Arsenics
รวจ รบการข่นสาก
Trichloroacetic Acid
ตรวจหาระทั้งการ น ก าร Benzene
เรวะนาย ย ! น สาร 2,5-Hexanedion
ตรวจหาระ การ สาร Dichloromethar.e
ตรวจหาระดับกวางัน ถาง Toluene
ราจะาร การสัมผัสสาร Ethyl
Jenaone
วาจจาระดับการ น ส าร Cylen
ตรวจหาระดับทรมาหา Acetone
กราวมาระดับการสัมผัสการ Methan
Stool Examination •
Anti HAV IgM, Anti HAV (SG
||Prothrombin time
Thrombin time
1
*

7.

1
1
1
I
}
1
t
1
T
1
vettes 1 4.
เพท อาชีวเวหาส หรรร นะรับรองคลา
anje

ลักษณะงาน /ณะงานประ
5 ว่าง ารวง (Surrey)

  • งานโสต นักปกรณ์
    7 ช่างเชื่อม
    34 ค
    ป่นประกอบ
    10 ควบคุมงานในรา ก่อสร้าง หรือติดตั้งเกรง กร
    1 งานศิลปกรรม
    12 กนกทานางเสกีตา
    13 งานเจา-รวจ
    11 งานวัด งานทีบดิวอย่างทาร
    15 งานบรรจุถุงะเบิด
    16
    งานเชื่อมสายพานด้วยน้าา TIPTOP มีส่วนผสมของไคเคลอโรเอ
    ทีม (Trichlorcethylene)
    งานล้างอุปกรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยน้ํายา CA-112 ที่มีส่วนผสมของ
    17 แขนและนารอนุพันธ์ Daisy (Hexane and Hexane
    Derivatives)
    งานเชื่อมตายคาแล้ว บ้า Tistor ที่มีส่วนผสมของไครเนโรเก
    18:
    Aity (Trichloroethylene)
    1
    งานบํารุงรักษาบริเวณ เพาะชํา มารุงรักษาสนามกอล์ฟ (หากใช้ เครื่องอัดหญ้าที่เสียงดัง > 85 dA) มากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ให้ รวย HAT ย เละจารณาการตรวจ PPT และ Cholinesterase
    สารกําจัดแมลงกลุ่มออร์กาโนฟา ยาม
    2 งานขนย้าย ขนส่งของหนัก เช่น ท่อก๊าซ หม้อแปลง ฯลฯ
    3 งานบริการปั้มน้ํานม (จ่ายน้ํามัน)
    4 ปรุง ผู้ช่วยปรุง ผู้เตรียมอาหาร
    I
    1
    1
    }
    1
    1

    1
    1
    aui SC-OMS-014 ทางการตรวจสุขภาพปnammราช ทหาร
    I
    I
    1
    1

}
1
t
1
1
เอก . มรวงอก
ความสมบูรณ์ของเม็มเคียด (rec
VAT กรมองเน๊บ)
PF (สมร: กาพ
HAT : AU
SGPT (ALT)
SGOT (AST)
1
1
ตารางที่ 1 แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง กฟผ. กรณีที่ประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่าเป็นกลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts
I
1
1
[
1

1
1
I
1
1
Creatinine
SUN
ตรวจหาระกับการสัมผัสสาระ ง
ตรวจหาระดับดาว ม ควรปรอท,
คราะๆระดับการสัมผัสสารเคม
ตรวจหาระดับการสัมผัสธารโรงเนียม
ตรวจหาระดับการต้มผัวสรรเส
ควร ชาระ นการ ม ฝั น Total Cheinterest
ควรหาระดับการ ผลลา!
Arsenics
เวจหาร กาบ แคร
ตรวจหาระนาว น ก าร Benzene
ศิรา หวะ บงการจับสาร
Trichloroacetic Acid
ครางหงะมีปการ น กลา Dichloromethane
2.5-Hexanedion.
รวจจาระ การ พัดสาร Toluene
หรวจหาระดับกรม งการ Cy
Benzene
คราจะวระดับกามพัสดาร Sylas
ครวจหาระดับการสัมผัสสาร Acetone
ตรวจ การกั กาว ม เ t: Meth
1
1
..
1
1
.1
1
1
r
1
E
Stool Examination
Andí HAV IgM, Ant! HAV IƑG
Prothrombin time
Thrombin Ume
1
1
1
1
1
1
เหย กา วเวช ตา ด ตรวจและรับรองลา
لجماعية
กษณะภา / กะบะกายอย
5
งาน เอกสาร โทนี 7 ออฟเซต เข้าเล่น (หาในพื้นที่มีเสียงดัง >= $5 dB(A) THESE HATÓW)
งาน Day, ปลูกป่ารักษาต้นไม้ (หากต้องเข้าไปปฏิบัติงานกับไฟฟ้า
6 ป่าให้มีจารครบ PFT 3 และหาก กา ก ง นมใ
ใน ที่มีระดับ งง > 85 dB(A) ให้พิจารณาตรวจการได้เพิ่ม)
7 งานฉีดพรม เพื่อดับทุ่งดับไฟเหล่าน
8 งานตรวจวัดทางสุขศาสตร์

  • งานเก็บตะกอนจากระบบบําบัดน้ําได้กิน
    ทําความสะอาดอาคารหรือพื้นที่ที่มีฝุ่นเพิ่ม ซ่อมบํารุง
    10 อุปกรณ์ที่มีการบอกเล่าส่วนหิน และหาความครองครบ
    คําเลียง ทะ น า : น
    1งานง่ายด้วยจ
    12 งานคลุมผ้าใบ ลานพองานหิน
    ตารางที่ 1 แนวทางการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงสําหรับผู้รับจ้าง กฟผ. กรณีที่ประเมินความเสี่ยงแล้วพบว่าเป็นกลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    เอก เรโทรวงอก
    ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (coc
    VAT (การะองเห็น)
    ||PFT (nsamantalon
    HAT (กราบ)
    TSGPT (ALT)
    SGOT (AST)
    Creatinine
    140
    300
    EMB
    1
    1

    1
    [

1
t

1
1
เงินพ่นทราย
งานวิเคราะห์ เบ ย่อม หรือทําความสะอาดการเกรด ด่าง หรือ
14
1
อื่นๆ และปูนขาว ใบปูน ยิปซั่ม ฝุ่นทั่วไป
งานไทๆ ที่หน่วยงานประพันความเสี่ยงแล้ว พบว่า บางสัมผัส
15
ปัจจัยเสี่ยงไม่ได้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางนี้
1 VAT
285T
3 HAT
4 EKG
5 ตรวจหาระดับการสัมผัสตะกั่ว
H
Melon Abllity Test า ก มองเพีย
BUN
ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร ทั่ว
ตรวจหาระดับ ดับผัสสารประ
รวจหาระดับการสัมผัสสาร ดาเนียม
ตรวจหาระดับการสัมผัสสามิค ส ตรวจทางกับการสม สสาร Chaolina erase
หรวจหาระดับการลับ ควร ม
รวR ลาง โมทกะ ลดสาร Teal
Arsenics
จ า ก ไ ม้ นาร
รวจหาระดับการสัมผัสสาร Benzcne
Trichloroacetic Acid
ทะวง ประทับทาง สสาร กว่าจะวะ งกวา อราว khlaramethane
2.SHexanedion
ตรวจเวร า น ส าง Tcในรถย การหาร การเงินพัส : Eth
Fuszvar
รางหาระดับการสัมผัสสาร Xylone
กรระหวระดับการกับผัสสาร Acetone
ลาวจหาระดับการสัมผัสสาร K.ethane
Stool Examination
Anti HAV 191, Anti HAV IgG
[Prothrombir. time
[Thromb`n time

  • อาชีวเวชการ ตรวจและรับรอง
    300

    รายการตรวจให้เป็นไปตามปัจจัยเสี่
    เข้าสัมผัส และผลการประเมินควรลองเป็นกลุ่มที่ 3 กลุ่มงานที่มีความเสี่ยงสูง (High Risk Contracts)
    Pulmonary Function Test ตรวจสมรรภาพ - รวจในกรณีที่ปฏิบัติงานในสารเคมี, ฝุ่น และผลประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงตั้งอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    Hearing Ability Test รายการได้ยิน - ตรวจในกรณีที่สับมันเสียงดัง และผลประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
    ตรวจหาระดับการสัมผัสตะกั่ว - ตรวจในกรณีที่สัมผัสสารตะกั่ว และผลประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    6 2รวจพาระดับกรม สสารปรอท
    7 ตรวจระดับการสัมผัสสารเดล แบ
    3 ตรวจหาระดับการพับผัดสรรโครเมี่ยม
    ตรวจหาระดับการสัมผัสสารปรอท - ตรวจในกรณีที่สัมผัสสารปรอง และผลประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    ตรวจหาระดับการสัมผัสสารแคดเมี่ยม - ตรวจในกรณีที่ปฏิบัติงานกับสารนครเมี่ยม และประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    ตรวจหาระดับการต้มผัสสารโครเมี่ยม - ตรวจในกรณีที่ปฏิบัติงานกับสารโครเมี่ยม (กลุ่มช่างเชื่อม และผลประเมินการสัมผัสปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง
    -t
    1

    1
    1
    1
    ลักษณะงานพิเศษ

    ตารางที่ 2 หลักเกณฑ์การตรวจสุขภาพตามลักษณะงานพิเศษสําหรับผู้รับจ้าง
    โปรแกรมตรวจสุขภาพทั่วไป
    SUHOMS-01G002 วัน : มค. 6
    รายการตรวจสุขภาพตามปัจจัย รายการตรวจสุขภาพตาม
    เสี่ยง
    ลักษณะงานพิเศษ
    General Physical Examination {ครวจร่างกายทั่วไป
    โดยแพทย์
    Chest X-Ray Digital (เอกซเรย์ทรวงอกด้วยระบบ
    ดิจิคอล)
    Urine Examination - Urine Analysis (ตรวจปัสสาวะ)
    CBC (ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด)
    Stool Examinator - Occult Blood (ตรวจอุจจาระ)
    Glucose (ตรวจระดับน้ําตาลในเลือด) Cholesterol (ตรวจระดับโคเลสเตอรอลในเลือด) Triglyceride (ตรวจระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด)
    SGOT (AST) (ตรวจดูการทํางานของตับ)
    SGPT (ALT) (ตรวจดูการทํางานของดับ Alkaline phosphatase (ตรวจดูการทํางานของตับ)
    Creatinine (ตรวจดูการทางานของได
    SUN (ตรวจดูการทํางานของไต
    Uric Acid (ตรวจหาระดับกรดยูริก)
    VAT (การมองเห็น
    PET (สมรรถภาพปอด)
    (KEPILLU) LVH
    Amphetamine Urine screening)
    EKG
    แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ประเมินภาวะสุขภาพลักษณะงาน
    ทดสอบสมรรถภาพ 11 สถานี
    พิเศษ
    1 นักประดาน่า
    2 HOTLINE / ปั้นกังหันลม / ปีนเสาสูง
    อายุ < 35-50 ปี
    1
    D < 35 ปี
    E
    3 ลับลวกาล
    อายุ >=35 ปี
    ..
    t.
    1
    I
    1
    1
    1
    t
    I
    ตรวจตามแนวทางที่กองเวชศาสตร์ได้ และการบิน กรมแพทย์ทหารเรือกาหนด ตรวจปีละ 2 ครั้ง ช่วงเดือน ม.ค. และ เดือน ก.ค. ที่ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า
    T
    I
    1
    1
    . 1
    1
    1
    I
    1
    I.
    1
    1
    1
    1
    1
    1
    I
    I
    i
    I
    1
    I
    t
    1
    1
    1
    I
    1
    1
  1. พนักงานขับเครื่องจักรกล (หยก.)
    อายุ 35 ปี
    L
    1
    I
    อายุ >=35 ปี
    1
    T

1
Σ
1
1
T
I
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
1
5 พนักงานขับรถจ้างเหมา (พขร.จ้างเหมา
อายุ < 35 ปี
1
1
1
1
1
1
อายุ >=35 ปี
1
..1
1
1
[
1
1
1
1
1
1.
1
1
1
6 พนักงานขับเรือ (พร.)
· อายุ < 35 ปี
1
1
I-
1
1
1
1
1
อายุ >≈35 ปี
4
1
1
1
1
T
1
1
1
1.
1
1
1

1
1
1
7 พขร.ที่มิใช่ตําแหน่ง
อายุ < 35 ปี
‘1
1
1

อายุ >-35 ปี
1
I
1
I
1.
1
1
I
1
1
1
1
1
1
1
1
หมายเหตุ :
1 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินสุขภาพลักษณะงานพิเศษสามารถดูได้จาก SD-OMS-210 เกณฑ์การประเมินภาวะสุขภาพลักษณะงานพิเศษ
2 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ พชร ที่มิใช่ตําแหน่ง สามารถดูได้จาก WI-OMS-037 วิธีการปฏิบัติงานการตรวจสุขภาพและการประเมิน พขร.มิใช่ตําแหน่ง
3 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ พขร.จ้างเหมาๆ สามารถดูได้จาก WI-OM5-043 วิธีการปฏิบัติงานการตรวจสุขภาพพนักงานขับรถจ้างเหมา 4 EKG (ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ)
ล่าดับ
รายการตรวจ
ตารางที่ 3 อัตราค่าบริการการตรวจสุขภาพ อ้างอิงราคาปี 2566
1 General Physical Examination (ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์)
2 แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ตรวจประเมินภาวะสุขภาพลักษณะงานพิเศษ และ
รับรองผลา
3 ใบรับรองแพทย์ 5 โรค
4 เอกซเรย์ทรวงอก
5 VAT (การมองเห็น
6 PET (สมรรถภาพปอด)
7 HAT (การได้ยิน)
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง อัตราค่าบริการ
สาธารณสุขของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2562
1
ฝ่ายแรก และอนามัย (2564)
ราคากลาบอง 5 รพ. จากวง
คัดเลือกผู้ให้บริการตรวจ สุขภาพเคลื่อนที่ประจําปี
2566-2567
120
120
300
200
200

200
220
170
. 160
80
80
130
300
290
300
200
100
250
300
300
200
3 คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
การ รว
9 ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
10 SGPT (ALT) (ตรวจดูการทํางานของตับ
11 SGOT (AST) (ตรวจดูการทํางานของตับ)
12. Alkaline phosphatase (ตรวจดูการทํางานของตับ) 13 Creatinine ตรวจดูการทํางานของไต
14 BUN (ตรวจดูการทํางานของได)
130
120
80
50
.
60
60
8|81|88|8
60
70
60
70
60
60
60
60.
60
60
60
15 Glucose (ตรวจระดับน้ําตาลในเลือด)
60
60
70-
16 Cholesterol (ตรวจระดับโคเลสเตอรอลในเลือด)
60
70
70
17 Triglyceride (ตรวจระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด)
100
30
70
18 Uric Acid (ตรวจหาระดับกรดยูริค)
.60
70
70
19 HOL Cholesterol
110
110
100
20 LDL Cholesterol
21 Anti-HIV
22 Anti-HCV
260
170
150
160
160
300
300
330
400
23 HBs-Ag
200
L
160
250
24 Prothrombin tirre
260
200
350
25 Thrombin time
150
250
350
350
26 Urine Examination - Urine Analysis (ตรวจปัสสาวะ)
100
100
100
มงล
27 Stool Examination - Occult Blood (ตรวจอุจจาระ)
55
55
120
28 Amphetamine Urine screening) -สารเสพติดในปัสาวะ
150
100
120
29 Anti HAV IgM, Anti HAV IgG
500
150
400
30 ตรวจหาระดับการสัมผัสสารตะกั่ว
31 ตรวจหาระดับการสัมผัสสารปรอท
32 ตรวจหาระดับการสัมผัสสารแคดเมี่ยม
33 ตรวจหาระดับการสัมผัสสารโครเมี่ยม
34 ตรวจหาระดับการสัมผัสสารนิกเกิล
35 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Total Arsenics"
36 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Cholinesterase
37 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Trichloroacetic Acid
300
500.
500
400
450

500
4,50
380
350
500
SD-OAS-016 A02 วันที่ 1 ม 46
ลําาดับ
รายการกรว
ตารางที่ 3 อัตราค่าบริการการตรวจสุขภาพ อ้างอิงราคาปี 2556
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง อัตราค่าบริการ
สาธารณสุขของหน่วยบริการ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
พ.ศ. 2562
ฝ่ายแพท และอนามัย (2564)
38 ครวจหาระดับการสัมผัสสาร 2,5-Hexanedion 39 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Dichloromethane 40 ครวจหาระดับการสัมผัสสาร Benzene*
41 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Toluene
42 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Ethyl Benzene
43 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Xylene
44 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Acetone
45 ตรวจหาระดับการสัมผัสสาร Methanol
หมายเหตุ :
เป็นอัตราค่าบริการที่ตรวจในปัสสาวะ
·

I
2. อัตราค่าบริการในตารางเป็นแค่แนวทางให้หน่วยงานใช้ประกอบการพิจารณาเพื่อกําหนดวงเงินค่าตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงไว้ใน TOR งานจ้าง
450
450
450
500
500
450
450
450
ลูกจ้างที่ต้องทํางานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงเท่านั้น อัตราค่าบริการจริงอาจจะแตกต่างไปจากตารางนี้ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ 3 ตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นไป พอจะงดให้บริการตรวจสุขภาพแก่ลูกจ้างทุกกรณี แต่จะช่วยประสานงานโรงพยาบาลภายนอกเพื่อให้หน่วยงานส่งไป
ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงแทน
ราคากลางของ 5 รพ. จากการ
คัดเลือกผู้ให้บริการตรวจ สุขภาพเคลื่อนทีประจําปี
2566-2567
SD-OS-C16 ROZ TÝLš ↑ X.M. 66
สวบ
วันที่ตรวจ
แบบที่ 1 รายงานผลการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงลูกจ้าง (ลักษณะงานที่ไม่ใช่ลักษณะงานพิเศษ)
ชื่อหน่วยงาน บริษัท/ห้าง
1.
วันที่เริ่มสัญญาจ้าง..
เลขที่สัญญาจ้าง..
วันที่สิ้นสุดสัญญาจ้าง.
รายการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง
ลักษณะงาน/
ชื่อ-สกุล
อายุ
คําแหน่งงาน
{
แพทย์อาชีวเวชศาสตร์
ประเมินภาวะสุขภาพ
การ าเนินการ กรณีแพทย์ให้ความเห็น
ข้อ 2
(ใส่ตัวเลข 1,2,3)
1.สามารถทํางานได้ปกติ
การแก้ไข
การให้การ
การป้องกันที
2.สามารถทางาน ภายใต้
สภาพแวดล้อม
รักษา
ตัวลูกจ้าง
เงื่อนไข
ในการทํางาน
(โปรดระบุ
ปรดระบุ
3.เป็นอุปสรรคในการทํางาน
(โปรดระบุ
รายละเอียด)
รายละเอียด)
ตามลักษณะงาน าหนด ให้
รายละเอียด)
ปรับเปลี่ยนงาน
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเดีย
VAT (ควรจะงา น
PFT เล่นระam
HAT (การไ ไน)
ตรวจการต่างจนของดับ
รายการ างก ของให
ครารพาระดับการสัมผัสสารโลหะหนัก ระบุชนิด
www
ว หาระดับการ ช ชาย ว าละลาย ระบุชนิด…
รวจหาระดับการกัมผัสสารเคมี า ด ก พืช
ตรวจหาระดับการสัมผัสสารเคมีอื่นๆ ระบุชื่อ
lo
ลงชื่อ.
ทําแหน่ง
(แพทย์ผู้ตรวจและประเมินภาวะสุขภาพลูกจ้าง)
Rev0_2.7S68