ประกวดราคาจ้างการจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการ In Queue Task
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) สำหรับงานบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบในกลุ่มงานที่รอดำเนินการ (In-Queue Tasks) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมกำลังคนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีทักษะสูงให้กับธนาคาร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาระบบงานด้านต่าง ๆ ตามแผนงานที่กำหนด
ขอบเขตงานหลักกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดส่งบุคลากรด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Programmer) จำนวน 3 คน เข้ามาปฏิบัติงานเต็มเวลา ณ สำนักงานใหญ่ธนาคาร หรือสถานที่ที่ธนาคารมอบหมาย เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2570 ตามวันและเวลาทำการปกติของธนาคาร
หน้าที่ของลูกจ้างภายนอกที่จัดส่งมา ครอบคลุมงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่หลากหลาย ได้แก่ การพัฒนาและปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI), ฟังก์ชันการทำงาน, ระบบรายงาน, การกำหนดสิทธิ์ใช้งาน, รวมถึงส่วนเชื่อมต่อกับระบบงานอื่น ๆ ของธนาคาร โดยใช้ภาษาที่ธนาคารกำหนด นอกจากนี้ยังรวมถึงการทดสอบระบบบูรณาการ (System Integration Test: SIT), การเตรียมความพร้อมและประสานงานสำหรับการทดสอบโดยผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test: UAT) และการจัดทำเอกสารประกอบระบบที่พัฒนาขึ้น
ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการคัดเลือก จัดส่ง ควบคุมดูแลลูกจ้าง พร้อมรับรองคุณสมบัติและจัดทำแฟ้มประวัติครบถ้วน รวมถึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและประกันสังคมอย่างเคร่งครัด สำหรับการส่งมอบงาน จะเป็นไปในรูปของการจัดส่งบุคลากรและการส่งมอบเอกสารรายงานผลการปฏิบัติงานรายเดือน
English summary
The Export-Import Bank of Thailand (EXIM Bank) is inviting electronic bids (e-bidding) for an outsourcing service provider to supply external personnel for project management and development of systems within In-Queue Tasks. The primary objective is to augment the bank’s IT workforce with highly skilled personnel.
The core scope of work requires the winning contractor to deploy three (3) full-time Programmers to work on-site at the Bank’s head office or other designated locations for a continuous period of one year, from June 1, 2029 to May 31, 2030, following the bank’s official working hours.
The deployed personnel will be responsible for a range of system development tasks including developing and enhancing user interfaces, functional modules, reporting systems, authorization settings, and interfaces with other bank systems using specified programming languages. Additional duties include conducting System Integration Testing (SIT), preparing and coordinating User Acceptance Testing (UAT), and producing system documentation.
The service provider is primarily responsible for recruiting, deploying, and supervising the personnel, verifying their qualifications, compiling complete personnel files, and strictly complying with labor and social security laws. Deliverables are in the form of deployed personnel and monthly submission of work performance reports and timesheets.
1193 อาคารเอ็กซิม ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (สำนักงานใหญ่ธนาคาร) หรือสถานที่อื่นใดตามที่ธนาคารมอบหมาย
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อเสริมกำลังคนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีทักษะสูงสำหรับการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ของธนาคาร
- เพื่อให้ได้มาซึ่งบริการจัดหาลูกจ้างภายนอก (Outsource) ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการด้านเทคนิคและการปฏิบัติงาน
ขอบเขตของงาน
ผู้รับจ้างมีขอบเขตงานและความรับผิดชอบหลักดังนี้:
- การจัดส่งบุคลากร: จัดส่งโปรแกรมเมอร์ (Programmer) จำนวน 3 คน ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดทั้งทั่วไปและเฉพาะ (ประสบการณ์ 6 ปีขึ้นไปในภาษา C# .NET หรือ JAVA, JavaScript/Angular/PHP, SQL, Agile/Scrum) เข้าปฏิบัติงาน ณ สำนักงานใหญ่ธนาคาร เป็นเวลา 1 ปี
- การบริหารและควบคุมบุคลากร: ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของลูกจ้าง รับผิดชอบด้านค่าจ้าง สวัสดิการ และการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน/ประกันสังคม โดยจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 45,000 บาท/คน/เดือน
- การพัฒนาและปรับปรุงระบบ: พัฒนา/ปรับปรุงระบบงานด้านต่าง ๆ ตามที่ธนาคารมอบหมาย เช่น หน้าจอการทำงาน การเรียกดูข้อมูลและรายงาน ฟังก์ชันงาน การกำหนดสิทธิ์ การเชื่อมต่อกับระบบอื่น
- การทดสอบระบบ: ดำเนินการทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างระบบงาน (System Integration Test: SIT) และจัดทำเอกสารสรุปผล จัดเตรียมความพร้อมและประสานงานสำหรับการทดสอบโดยผู้ใช้งาน (User Acceptance Test: UAT)
- การจัดทำเอกสาร: จัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบที่พัฒนา/ปรับปรุง
- การจัดทำและส่งมอบเอกสารประกอบสัญญา: จัดทำแฟ้มประวัติลูกจ้างพร้อมหลักฐานครบถ้วนส่งมอบก่อนเริ่มงาน และส่งตารางสรุปเวลาปฏิบัติงานพร้อมเอกสาร Daily Activities Timesheet ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน
- การรับผิดชอบต่อความเสียหาย: รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากลูกจ้างต่อบุคคล ทรัพย์สินของธนาคาร หรือบุคคลภายนอก
- การปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยและกฎระเบียบ: ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Policy) และกฎระเบียบภายในของธนาคารอย่างเคร่งครัด
- การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล: ดำเนินการให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และทำสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) กับธนาคาร
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ลูกจ้างภายนอก (Programmer) จำนวน 3 คน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ปฏิบัติงานตามกำหนดเวลา 1 ปี
- แฟ้มประวัติลูกจ้าง (Personal File) พร้อมหลักฐานประกอบครบถ้วน (ใบสมัครงาน, สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาวุฒิการศึกษา, สำเนาหลักฐานประสบการณ์งาน, หลักฐานการเกณฑ์ทหาร (ชาย), ใบรับรองแพทย์, ผลตรวจประวัติอาชญากรรม) ก่อนเริ่มงานและทุกครั้งที่เปลี่ยนบุคลากร
- เอกสารสรุปผลการทดสอบระบบบูรณาการ (SIT)
- เอกสารประกอบระบบที่พัฒนา/ปรับปรุง
- ส่งมอบรายเดือน (ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป):
- ตารางสรุปเวลาการมาปฏิบัติงานของลูกจ้าง
- เอกสารการปฏิบัติงาน (Daily Activities Timesheet)
- สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ตามแบบของธนาคาร
- หนังสือยินยอมให้ธนาคารจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากลูกจ้างทุกคน
- แผนการทำงาน (Work Plan) ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้ไปทำสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาจ้างรวม: 1 ปี
- วันที่เริ่มสัญญา: 1 มิถุนายน 2569
- วันที่สิ้นสุดสัญญา: 31 พฤษภาคม 2570
- วัน/เวลาปฏิบัติงาน: วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08:30 น. – 17:30 น. (รวมพัก 1 ชั่วโมง) หรือตามที่ธนาคารกำหนด
- กำหนดยื่นข้อเสนอ (Bid Submission Deadline): วันที่ 20 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น.
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องผ่านการประเมินผลการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอกตาม PDPA โดยต้องมีรายการกิจกรรมจากตารางในเอกสารแนบท้าย 1.14 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
- ต้องมีผลงานในการจัดหาพนักงานหรือลูกจ้างภายนอกเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชนในประเทศไทย ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ย้อนหลัง นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ว่าจ้างและเป็นงานในสัญญาหรือข้อตกลงเดียวกันอย่างน้อย 2 โครงการ
- มูลค่าต่อโครงการไม่น้อยกว่า 1,500,000.00 บาท
- Standards Compliance:
- ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด
- ต้องปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Security Policy) ของธนาคาร
- Experience:
- มีประสบการณ์ผลงานจัดหาพนักงาน/ลูกจ้างภายนอกด้านพัฒนาระบบ IT ให้กับสถาบันการเงิน, หน่วยงานรัฐ, รัฐวิสาหกิจ, หรือบริษัทเอกชนในไทย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
- มีผลงานสัญญาโดยตรงกับผู้ว่าจ้าง ขั้นต่ำ 2 โครงการ
- Previous Project Cost:
- มูลค่าต่อโครงการในผลงานที่ยื่นอ้างอิงต้องไม่น้อยกว่า 1,500,000.00 บาท ต่อโครงการ
- Technical Capabilities:
- ความสามารถในการจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติทางเทคนิคเฉพาะด้านตามที่กำหนด (Programmer ทักษะ C#, Java, JavaScript, SQL, Agile/Scrum)
- มีระบบและกระบวนการบริหารจัดการบุคลากรภายนอก
- Personnel:
- ลูกจ้างที่จัดส่งต้องมีคุณสมบัติ:
- วุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์/วิศวกรรมคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือ มีประสบการณ์พัฒนาระบบสารสนเทศ
- ประสบการณ์เขียนโปรแกรม C# .net หรือ JAVA Framework อย่างน้อย 6 ปี และ
- ประสบการณ์เขียนโปรแกรม Java Script หรือ Angular หรือ PHP อย่างน้อย 6 ปี และ
- ประสบการณ์การเขียน SQL command และการเชื่อมต่อ Database (Oracle, SQL Server, PostgreSQL) และ
- มีความรู้ HTTP Request / Json / XML และ
- สามารถใช้งาน Git สำหรับ Version Control และ
- มีประสบการณ์ทำงานในสภาพแวดล้อมแบบ Agile หรือ Scrum
- มีทักษะภาษาอังกฤษที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
- สัญชาติไทย
- ผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น (เพศชาย)
- ไม่มีประวัติอาชญากรรม
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ลูกจ้างที่จัดส่งต้องมีคุณสมบัติ:
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้หลักเกณฑ์ราคา (Price-Based Criteria) ในการพิจารณาผู้ชนะการประกวดราคา
- ธนาคารจะพิจารณาจาก ราคารวม ที่เสนอ
- เงื่อนไขเพิ่มเติม:
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นซึ่งมิใช่ SMEs ไม่เกินร้อยละ 10 ธนาคารอาจพิจารณาจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs นั้นได้
- หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทย เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดจ้างกับผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นคนไทย/นิติบุคคลไทย
- คณะกรรมการมีสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอหากผู้ยื่นข้อเสนอขาดคุณสมบัติ ยื่นเอกสารไม่ครบ หรือเสนอราคาต่ำจนไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถดำเนินงานได้
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ประเภทบุคลากร: Programmer (นักพัฒนาระบบ/โปรแกรมเมอร์)
- จำนวน: 3 คน
- ทักษะทางเทคนิคหลัก:
- การพัฒนาแอปพลิเคชันเว็บ/ระบบด้วยภาษา C# .NET Framework หรือ Java Framework
- การพัฒนา Front-end ด้วยภาษา JavaScript หรือ Framework Angular หรือ PHP
- การเขียนคำสั่ง SQL และการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล เช่น Oracle, SQL Server, PostgreSQL
- ความเข้าใจในโครงสร้างข้อมูลสำหรับการเชื่อมต่อระบบ เช่น HTTP Request, JSON, XML
- การใช้ Git สำหรับการควบคุมเวอร์ชันของซอร์สโค้ด (Version Control)
- การทำงานในรูปแบบ Agile หรือ Scrum
- สภาพแวดล้อมการทำงาน: ปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ธนาคาร พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ธนาคารจัดให้
- มาตรฐานการพัฒนา: ต้องพัฒนาตามขอบเขตงานที่ธนาคารกำหนด และจัดทำเอกสารประกอบระบบ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินค่าจ้าง: เสนอราคาเป็นแบบเหมาจ่าย รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว
- การชำระเงิน: จ่ายเป็นงวดรายเดือน รวม 12 งวด ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดการบริการในแต่ละเดือน หลังจากส่งมอบเอกสารรายเดือนและธนาคารตรวจรับเรียบร้อย
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง โดยเป็นเงินสด เช็ค ดร๊าฟท์ หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย
- ค่าปรับ:
- กรณีไม่สามารถส่งมอบลูกจ้าง/แฟ้มประวัติได้ตามกำหนด: ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่างานทั้งหมด
- กรณีไม่สามารถจัดส่งลูกจ้างมาปฏิบัติงานได้ครบจำนวนตามที่กำหนดในระหว่างสัญญา: ปรับเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.01 ของมูลค่างานทั้งหมด แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- ความรับผิดชอบต่อข้อมูล: ต้องทำสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) กับธนาคารและปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด
- สิทธิในผลงาน: สิทธิในข้อมูล ระบบงาน โปรแกรม และผลงานทั้งหมดที่ลูกจ้างจัดทำขึ้น ถือเป็นสิทธิของธนาคารแต่เพียงผู้เดียว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ลูกจ้างที่จัดส่งต้องปฏิบัติงานนอกเวลาหรือวันหยุดได้หรือไม่?
A: ตามคุณสมบัติทั่วไปข้อ 1.1.8 ระบุว่าลูกจ้างต้องสามารถปฏิบัติงานในวันหยุด และนอกเวลาทำการของธนาคารได้ - Q: กรณีที่ลูกจ้างลาออกหรือต้องเปลี่ยนตัว ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งลูกจ้างทดแทนที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า และได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร โดยมีระยะเวลาดำเนินการตามที่สัญญากำหนด เช่น หากธนาคารเป็นผู้ขอเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนให้ได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่แจ้ง - Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่จ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างในอัตราเท่าไร?
A: ตามข้อ 3 ในขอบเขตงาน (เอกสารแนบท้าย 1.1) ผู้รับจ้างต้องจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลา (ก่อนหักประกันสังคม) ให้ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่า 45,000 บาท ต่อคน ต่อเดือน - Q: ธนาคารจัดเตรียมอะไรให้ลูกจ้างบ้างสำหรับการปฏิบัติงาน?
A: ธนาคารจัดเตรียมสถานที่ทำงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงาน รวมถึงให้สิทธิ์ในการเข้าใช้ Network, Application, ซอฟต์แวร์ และทรัพยากรต่าง ๆ ที่จำเป็น - Q: ข้อมูลหรือระบบงานที่พัฒนาขึ้นระหว่างปฏิบัติงาน ใครเป็นเจ้าของสิทธิ?
A: ตามข้อ 8 ในขอบเขตงาน สิทธิในข้อมูล ระบบงาน โปรแกรม ความคิดเห็น หรือผลงานทั้งหมดที่ลูกจ้างดำเนินการให้ธนาคาร ถือเป็นสิทธิของธนาคารที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามความเหมาะสม - Q: ผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารอะไรบ้างเป็นรายเดือน?
A: ต้องส่งตารางสรุปเวลาการมาปฏิบัติงานของลูกจ้าง และเอกสารการปฏิบัติงาน (Daily Activities Timesheet) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ให้บริการ - Q: มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูล (IT Security) อะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม?
A: ผู้รับจ้างและลูกจ้างต้องปฏิบัติตาม “นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ” ของธนาคาร (เอกสารแนบท้าย 1.11) อย่างเคร่งครัด ซึ่งครอบคลุมการรักษาความลับของข้อมูล การควบคุมการเข้าถึง และมาตรการป้องกันต่าง ๆ - Q: การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างและข้อมูลของธนาคารต้องเป็นไปตามข้อกำหนดใด?
A: ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด และผู้รับจ้างต้องลงนามใน “สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processing Agreement) กับธนาคารตามแบบที่กำหนด - Q: หากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของธนาคารจากลูกจ้าง ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?
A: ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารตามจำนวนที่เสียหายจริง ภายใน 30 วัน นับจากได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร - Q: ผู้รับจ้างสามารถนำงานทั้งหมดหรือบางส่วนไปจ้างช่วงต่อได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากธนาคารแล้วเท่านั้น การฝ่าฝืนมีค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วง
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding)
เลขที่ จร.ไอที 024/69
ประกวดราคาจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ตามประกาศธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ที่ ธสน.จธ. 086 / 2569
ลงวันที่ …
3 เมษายน 2569
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า ธนาคาร มีความประสงค์จะประกวด ราคาจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อแนะนําและข้อกําหนด ดังต่อไปนี้
1.
ในการจัดซื้อจัดจ้าง
เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
1.1 ขอบเขตของงาน
แบบใบเสนอราคาที่กําหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
1.3 แบบสัญญาจ้าง
1.4 แบบหนังสือค้ําประกัน
(1) หลักประกันสัญญา
1.5 บทนิยาม
(1) ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(2) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
1.6 แบบบัญชีเอกสารที่กําหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
1.7
(1) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1
(2) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2
แผนการทํางาน
1.8 หนังสือรับรองและยืนยันประกอบการเสนอราคาและการให้คํามั่นในการป้องกันการทุจริต
1.9 แบบหนังสือรับรองการไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหรือแก้ไขข้อความที่กําหนด
1.10 ข้อตกลงรักษาความลับ
1.11 นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
1.12 แบบแสดงรายการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะขอบเขตงานที่ธนาคารกําหนด
1.13 แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ
1.14 แบบประเมินคัดเลือกผู้ประมวลผล และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้ประมวลผลข้อมูล
ส่วนบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
Sanas
- 2 -
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
2.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 2.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
2.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
2.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
2.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
2.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
2.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 2.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ธนาคาร
ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
2.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของ
ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
2.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(3) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(3.1) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
2)
Проб
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Osource in-gue Tasks : 16259) V1
-3-
(3.2) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้า
ร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (3.1) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี
การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
2.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
2.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่น งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่น งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ หรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจาก สํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
01 เอกสารประการ ราคาจ้าง Outsource in-Quque Tests 110259) V1
- 4 -
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบ
ธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ
กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ
บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา - กรณีตามข้อ 1 - ข้อ 5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(6.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(6.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(6.3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดชื้อจัดจ้าง
(6.4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(6.5) การชื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6.6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน
ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
2.13 ต้องเป็นผู้ผ่านการประเมินผลการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้ประมวลผล
ข้อมูลส่วนบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยต้องมีรายการกิจกรรมจาก ตารางในเอกสารแนบท้าย 1.14 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
& S
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Ducue Tasks (102629-
2.ลาดย
- 5-
2.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานในการจัดหาพนักงานหรือลูกจ้างภายนอกเกี่ยวกับการพัฒนา ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ให้กับสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ บริษัทเอกชน ในประเทศไทย ภายในระยะเวลาย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี นับจนถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ โดยเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับผู้ว่าจ้างและเป็นงานในสัญญาหรือข้อตกลง เดียวกันอย่างน้อย 2 โครงการ และมีมูลค่าต่อโครงการไม่น้อยกว่า 1,500,000.00 บาท (หนึ่งล้านห้าแสนบาทถ้วน) โดยต้องยื่นเอกสารเป็นหนังสือรับรองผลงาน หรือหนังสือตรวจรับงาน หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงถึงผลงานที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งลักษณะงาน มูลค่างาน และระยะเวลาดําเนินการที่แล้วเสร็จทั้งโครงการตามที่กล่าวข้างต้น
2.15 ไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงานและ สิ่งแวดล้อม ตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมที่ธนาคารกําหนด
2.16 ไม่เป็นผู้กระทําการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปรามปราบการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 176
2.17 ต้องดําเนินการให้สอดคล้องเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงหลักเกณฑ์ภายในธนาคารที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดําเนินงานไม่ขัดแย้งต่อกฎหมายและหลักเกณฑ์ภายใน
หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง
ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ
3.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจด
ทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง
(ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองการจด ทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้น รายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง พร้อมปกปิดข้อมูลอ่อนไหว อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา กรุ๊ปเลือด ด้วยปากกา Blackout Marker/ Deducting Marker สีดํา หรือ ทําแถบสีดํา
(2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ยื่นสําเนา บัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สําเนาบัตรประจําตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสําเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้งรับรอง สําเนาถูกต้อง พร้อมปกปิดข้อมูลอ่อนไหว อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา กรุ๊ปเลือด ด้วยปากกา Blackout Marker/ Deducting Marker สีดําา หรือ ท่าแถบสีดํา
(3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสําเนา สัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี
อ
Боб
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks 1602591 V1
- 6 -
(4) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ 1 ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่น งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่น งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 1 ปี ได้
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
- สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000.00 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการ ที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดง
หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา - กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี
แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคล ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน
cmc
01 เอกสารประกวตราคาจ้าง Outsource 1-Cueue Tasks 1160966 1
-7-
เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่
ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) - กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ
กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(5) สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
(6) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ 1.6 (1) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document
Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ตามแบบในข้อ 1.6 (1) ให้โดย ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
3.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี) (2) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอํานาจให้บุคคลอื่นกระทําการแทนให้แนบหนังสือ มอบอํานาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอํานาจและผู้รับมอบอํานาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอํานาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น พร้อมปกปิดข้อมูลอ่อนไหว อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา กรุ๊ปเลือด ด้วยปากกา Blackout Marker/ Deducting Marker สีดํา หรือ ทําแถบสีดํา
(3)
แบบหนังสือรับรองและยืนยันประกอบการเสนอราคาและการให้คํามั่นในการ ป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ตามแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1.8
(4)
แบบหนังสือรับรองการไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหรือแก้ไขข้อความที่กําหนด
ตามแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1.9
(5) ข้อตกลงรักษาความลับ ตามแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1.10
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตามแบบที่ระบุใน
(6)
ตามแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1.11
биб этиб
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks (1502) V1
- 8 -
(7)
แบบแสดงรายการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะขอบเขตงานที่ธนาคารกําหนด
ตามแบบที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1.12
(8) แบบประเมินคัดเลือกผู้ประมวลผล และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตามข้อ 1.14
(9) สําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือหนังสือตรวจรับมอบงาน หรือใบเสร็จรับเงิน (งวดสุดท้าย) หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงถึงการมีผลงานหรือการส่งมอบงานที่แล้วเสร็จทั้งโครงการ ตามข้อ 2.14
(10) บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ 1.6 (2) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document
Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดําเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ตามแบบในข้อ 1.6 (2) ให้ โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 2 ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document
Format)
การเสนอราคา
4.1 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตัวอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความให้ถูกต้อง ครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทําการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคา ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคาเดียว
โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสําคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน ตั้งแต่วันเสนอราคาโดย
ภายในกําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอการให้บริการกับธนาคารได้ตามขอบเขตงานที่ธนาคารกําหนด เป็นระยะเวลา 1 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 - 31 พฤษภาคม 2570)
4.4 ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญา ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน ทั้งโครงการ (Terms of Reference: TOR) ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาจ้างอิเล็กทรอนิกส์
4.5 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ 20 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 13.00 น. ถึง 16.00 น. และเวลาในการเสนอราคาให้ ถือตามเวลาของระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกําหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอและเสนอ
ราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
Apas
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks (120269) V-
-9-
4.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําเอกสารสําหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสารประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคา ให้แก่ธนาคาร ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
4.7 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะนําเนินการตรวจสอบ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นตามข้อ 1.5 (1) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น คณะกรรมการฯ
จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ว่า ก่อนหรือ
ในขณะที่มีการพิจารณาข้อเสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ตามข้อ 1.5 (2) และคณะกรรมการฯ เชื่อว่ามีการกระทําอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และธนาคารจะพิจารณาลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าว
เป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่ธนาคารจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระทําดังกล่าวและได้ให้
ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของธนาคาร
ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
4.8 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(1) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
(2) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่าย
(3)
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กําหนด
(4) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้
(5)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทําความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th
4.9 คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานมาให้ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้ไป ทําสัญญา โดยจัดทําแผนการทํางานตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่เป็นกรณีการ เช่า หรือสัญญาที่มีอายุไม่เกิน 90 วัน หรือสัญญาที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้ แผนการทํางานให้ถือเป็น เอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
5.
หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
5.1
ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ธนาคารจะพิจารณา
ตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
5.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ธนาคารจะพิจารณาจาก
ราคารวม เว้นแต่กรณีตามข้อ 5.8 หรือ ข้อ 5.9
తీయిన
2016
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks (161259) V1
-10-
5.3 หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ 2 หรือยื่นหลักฐานการยื่นข้อเสนอ ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ 3 หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ 4 คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสาร ทางเทคนิคหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจาก
เงื่อนไขที่ธนาคารกําหนดไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนที่มิใช่สาระสําคัญและ
ความแตกต่างนั้นไม่มีผลทําให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ดังต่อไปนี้
5.4 ธนาคารสงวนสิทธิ์ไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี
(1) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (2) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กําหนดในเอกสารประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสําคัญ หรือมีผลทําให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
5.5 ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทําสัญญา คณะกรรมการพิจารณา ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือธนาคารมีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ ธนาคารมีสิทธิที่
จะไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทําสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
ธนาคารทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ําสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคาที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจํานวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะยกเลิก การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ เป็นสําคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของธนาคารเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งธนาคารจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะ
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทําการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ําสุด เสนอราคาต่ําจนคาดหมายได้ว่าไม่อาจดําเนินงาน
ตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือธนาคาร
จะให้ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทําให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดําเนินงานตามเอกสารประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคําชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ ธนาคารมีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคา ของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากธนาคาร
5.7 ก่อนลงนามในสัญญา ธนาคารอาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
หากปรากฏว่ามีการกระทําที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทําการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks (1259) 1
- 11 -
5.8 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs ไม่เกินร้อยละ 10 ธนาคารจะพิจารณาจัดซื้อหรือจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยเรียงลําดับผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่น ข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ 10 ที่จะเรียกมาทําสัญญาไม่เกิน 3 ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็น
ผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีวงเงินสัญญาสะสม ตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมไม่เกินมูลค่าของรายได้ตามขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
5.9 หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือ นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ําสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือ
สัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ 3 ให้จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องเป็นบุคคล
ธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
- การทําสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทําสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุในข้อ 1.3
หรือทําข้อตกลงเป็นหนังสือกับธนาคารภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวางหลักประกันสัญญา เป็นจํานวนเงินเท่ากับร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ธนาคารยึดถือไว้ในขณะทําสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
6.1 เงินสด
เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่ธนาคาร ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็ค
หรือ ดราฟท์นั้นชําระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทําสัญญา หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน 3 วันทําการ
หนังสือค้ําประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบาย
กําหนด ดังระบุในข้อ 1.4 (2) หรือจะเป็นหนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนด
6.4 หนังสือค้ําประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ
กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยตามรายชื่อ
บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ําประกันของธนาคาร
ที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด ดังระบุในข้อ 1.4 (2)
6.5 พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งธนาคารได้รับมอบไว้แล้ว
D1 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks 1740289 Finally
n
- 12 -
ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ธนาคารจะจ่ายค่าจ้างแบบเหมาจ่าย ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่าย
ทั้งปวงด้วยแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างตามจํานวนและระยะเวลาที่ลูกจ้าง ได้ปฏิบัติงานจริง เป็นรายเดือน โดยแบ่งออกเป็นรายเดือน รวม 12 งวด ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดการบริการงาน ในแต่ละเดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ให้บริการงานดังกล่าวถูกต้อง เรียบร้อยและครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง พร้อมทั้งส่งมอบเอกสารตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อ 9.3 และธนาคารได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการตามเงื่อนไขการให้บริการที่กําหนดตามข้อ 4 (เอกสารแนบท้าย 1.1) ธนาคารจะหักค่าบริการต่อคนต่อวัน โดยคําานวณจากค่าจ้างรายเดือนที่เรียกเก็บต่อคน + 30 วัน เว้นแต่กรณี ธนาคารมีความจําเป็นต้องมีลูกจ้างมาปฏิบัติงานทดแทนในระหว่างที่ลูกจ้างลาหยุดงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งลูกจ้าง
ให้มาปฏิบัติงานทดแทนโดยให้อยู่ในดุลพินิจของธนาคาร
8. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลงจ้างเป็น
หนังสือให้เป็นไปตามเอกสารแนบท้าย 1.1 ข้อ 11
ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่นๆ
9.
9.1
เงินค่าจ้างสําหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายได้ของหน่วยงาน การลงนามในสัญญาจะกระทําได้ต่อเมื่อ ธนาคารได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากงบประมาณ
รายได้ของหน่วยงานแล้วเท่านั้น
9.2 เมื่อธนาคารได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนําสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ และของนั้น
ต้องนําเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศกําหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
ดังนี้
(1) แจ้งการสั่งหรือนําสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่ เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศ
ยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(2) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจาก ต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดยเรืออื่น ที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
ส่งเสริมการพาณิชยนาวี
(3) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (1) หรือ (2) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยการ
боб
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource 1-Queue Tasks (160259 v1
- 13-
9.3 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งธนาคารได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทําสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือภายใน เวลาที่กําหนดดังระบุไว้ในข้อ 6 ธนาคารจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ําประกัน การยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงาน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
ธนาคารสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกําหนดในแบบสัญญาหรือข้อตกลงจ้าง
เป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสํานักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
9.5 ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือแย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของธนาคารคําวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ
ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
ธนาคารอาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้อง
ค่าเสียหายใดๆ จากธนาคารไม่ได้
(1)
ที่จะทําการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
ธนาคารไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอ
(2) มีการกระทําที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกัน กับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทําการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา
(3) การทําการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารหรือกระทบ
ต่อประโยชน์สาธารณะ
(4)
กรณีอื่นในทํานองเดียวกับ (1) (2) หรือ (3) ตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตาม
ความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
9.7 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้งตอบ ผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ผ่านช่องทางที่
ได้เลือกไว้เท่านั้น
9.8 กรณีมีความจําเป็นที่ธนาคารต้องงดการดําเนินการไม่ว่าในขั้นตอนใดๆ อันเนื่องมาจาก การแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย หรือสถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใดที่เป็นอุปสรรคหรือความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน ของพนักงานธนาคาร หรือการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่อประโยชน์ของธนาคาร ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาดําเนินการ หรือยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง หรือบอกเลิกสัญญา โดยผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ ได้
9.9 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการให้สอดคล้องเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงหลักเกณฑ์ภายใน ธนาคารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดําเนินงานไม่ขัดแย้งต่อกฎหมายและหลักเกณฑ์ภายใน หากการดําเนินงานไม่ถูกต้อง
ตามหลักเกณฑ์ภายในและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ยื่นข้อเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกต้องรับผิดชอบและดําเนินการ แก้ไขให้ถูกต้องจนเสร็จสิ้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Cutsource In-Dueue Tasks (10269] V1 - 14 -
9.10 ผู้ยื่นข้อเสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกต้องยินยอมให้ธนาคารส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวกับ การดําเนินงานให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบภายนอก และ/หรือหน่วยงานอื่นใดที่กํากับดูแลธนาคาร รวมถึงยินยอมให้ธนาคาร พนักงานของธนาคาร และ/หรือบุคคลดังกล่าวเข้าตรวจสอบการดําเนินงานของผู้ยื่น
ข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกได้ทันทีที่ได้รับการร้องขอ
- การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กําหนดไว้โดยเคร่งครัด - การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ธนาคารสามารถนําผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้
เป็นผู้รับจ้างเพื่อนํามาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กําหนดจะถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทํา สัญญากับธนาคารไว้ชั่วคราว
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย
3 เมษายน 2569
01 เอกสารประกวดราคาจ้าง Outsource In-Queue Tasks (160269) V1
รายละเอียดคุณสมบัติเฉพาะและขอบเขตงาน
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
เอกสารแนบท้าย 1.1
ข้อกําหนดความต้องการทั่วไป
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอการให้บริการจัดหาลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อปฏิบัติงานด้านการเขียนโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ (Programmer) จํานวน 3 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามขอบเขตของงานที่ธนาคารกําหนดโดยลูกจ้างภายนอก ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1.1. คุณสมบัติทั่วไป
1.1.1. วุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ สาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือมีประสบการณ์ทางด้านการพัฒนาระบบสารสนเทศ
มีทักษะในการวิเคราะห์และแก้ปัญหา
มีทักษะในด้านการสื่อสารดี มีอัธยาศัยและมนุษยสัมพันธ์ดี
มีทักษะในภาษาอังกฤษที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
1.1.2.
1.1.3.
1.1.4.
1.1.5.
1.1.6.
มีสัญชาติไทย
1.1.7.
1.1.8.
สามารถปฏิบัติงานในวันหยุด และนอกเวลาทําการของธนาคารได้
เป็นผู้ผ่านการเกณฑ์ทหารหรือได้รับการยกเว้น (เพศชาย)
ไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก ไม่ว่าจะได้รับโทษจําคุกจริงหรือไม่
เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
1.1.9.
มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นโรคที่
เป็นอันตรายร้ายแรง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
1.1.10. ไม่เล่นการพนัน ไม่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ไม่ดื่มสุราของมึนเมา ในขณะปฏิบัติงาน
1.1.11. ไม่เสพสิ่งเสพติดให้โทษ
1.1.12. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
1.1.13. ไม่เป็นผู้เคยถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ 1.1.14. ไม่เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างของส่วนราชการท้องถิ่น โดยต้องเป็นลูกจ้างของผู้ยื่นข้อเสนอ
1.2. คุณสมบัติเฉพาะ
1.2.1.
อย่างน้อย 6 ปี และ
1.2.2.
อย่างน้อย 6 ปี และ
มีประสบการณ์งานทางด้านการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C# .net หรือ JAVA Framework
มีประสบการณ์งานทางด้านการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Java Script หรือ Angular หรือ PHP
1.2.3. มีประสบการณ์การเขียน SQL command และการเชื่อมต่อบน Database เช่น Oracle, SQL Server, PostgreSQL เป็นต้น และ
1.2.4. มีความรู้ความเข้าใจ HTTP Request / Json / XML และ
flow และ
2.
2
1.2.5 สามารถใช้งาน Git สําหรับการควบคุมเวอร์ชัน (Version Control) และเข้าใจการทํางานของ git
1.2.6
มีประสบการณ์การทํางานในสภาพแวดล้อมแบบ Agile หรือ Scrum
ขอบเขตงานที่พนักงานของผู้รับจ้างต้องดําเนินการ
2.1. พัฒนา/ปรับปรุงระบบ ในส่วนของหน้าจอการทํางาน, การเรียกดูข้อมูล การเรียกดูรายงาน, function งานต่างๆที่ใช้ในระบบ, การกําหนดสิทธิ์, รายงานต่างๆ รวมทั้งพัฒนา/ปรับปรุงส่วนการเชื่อมต่อกับระบบงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง ด้วยภาษาที่ธนาคารกําหนด
2.2. ทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างระบบงาน (System Integration Test : SIT) และจัดทําเอกสารสรุปผล
การทดสอบ SIT
2.3. จัดเตรียมโปรแกรมและประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความพร้อมในการทดสอบระบบโดยผู้ใช้งาน
(User Acceptance Test)
3.
2.4. จัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบที่พัฒนา/ปรับปรุง 2.5. ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย
การจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลาให้กับพนักงานของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างและค่าล่วงเวลา (ถ้ามี) ให้กับลูกจ้างที่จัดส่งไปปฏิบัติงานให้กับธนาคาร (ก่อนหัก ประกันสังคมตามกฎหมายแรงงาน) เป็นรายเดือนในอัตราไม่น้อยกว่า 45,000.- บาท/เดือน/คน ทั้งนี้ สําเนา ใบเสร็จรับเงินและสําเนาเอกสารการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม (แบบ สปส. 1-10 ส่วนที่ 1 และส่วนที่ 2 หรือ เอกสารอื่นที่แสดงรายละเอียดของการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้แก่พนักงานผู้รับจ้าง) หากธนาคารประสงค์จะ ขอตรวจดูรายละเอียดดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องจัดส่งให้ธนาคารภายใน 7 วันทําการ นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากธนาคาร
4.
วัน / เวลา การปฏิบัติงานของลูกจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งลูกจ้างเพื่อปฏิบัติงานให้กับธนาคารเป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 - 31 พฤษภาคม 2570 ตามวันทําการของธนาคาร วันจันทร์ - ศุกร์ ระหว่างเวลา 08:30 น. – 17:30 น. หรือระยะเวลา ปฏิบัติงาน 9 ชั่วโมงต่อวัน (รวมพัก 1 ชั่วโมง) หรือเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนด
5.
ทั้งนี้ วันหยุดทําการของธนาคาร ให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย
หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
5.1. จัดส่งบุคลากรที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามจํานวนที่กําหนดพร้อมที่จะปฏิบัติงานตามขอบเขตของงานที่ กําหนดให้กับธนาคาร พร้อมสายคล้องบัตรที่มีป้ายชื่อบัตรประจําตัวผู้ปฏิบัติงานและชื่อของผู้รับจ้างปรากฏให้เห็นชัดเจน
5.2. จัดทําแฟ้มประวัติของลูกจ้างที่มีคุณสมบัติครบถ้วน และต้องรับรองคุณสมบัติของลูกจ้าง ตามข้อ 1 (เอกสารแนบท้าย 1.1) ทุกประการ ตามจํานวนที่กําหนด พร้อมรับรองสําเนาถูกต้องให้ธนาคาร ถูกต้อง พร้อมปกปิด ข้อมูลอ่อนไหว อาทิ เชื้อชาติ ศาสนา กรุ๊ปเลือด ด้วยปากกา Blackout Marker/ Deducting Marker สีดํา หรือ ทําแถบ สีดํา เพื่อตรวจสอบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
ම
ค
ลาก
1.1 ขอบเขตงานจ้าง Outsource_in-Queue Tasks (160269) V2
3
5.2.1. สําเนาใบสมัครงานกับผู้รับจ้าง พร้อมรูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว ไม่เกิน 6 เดือน จํานวน 1 ใบ
5.2.2.
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
5.2.3.
สําเนาทะเบียนบ้าน
5.2.4.
สําเนาหลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา
5.2.5. สําเนาหนังสือหรือเอกสารที่แสดงถึงผลงาน และประสบการณ์ทํางาน
5.2.6.
5.2.7.
สําเนาหลักฐานที่แสดงถึงการผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือได้รับการยกเว้น (เพศชาย) เอกสารสรุปผลการตรวจสอบสุขภาพของพนักงานของผู้รับจ้าง (โดยแนบหลักฐานใบรับรอง
ผลการตรวจสุขภาพของแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลของรัฐ
ที่ตรวจรับรอง เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบ)
5.2.8. สําเนาหลักฐานการยื่นตรวจทะเบียนประวัติอาชญากรรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องสรุปผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ธนาคารภายใน 30 วัน นับจากวันที่ ลูกจ้างเข้าปฏิบัติงาน โดยแนบหลักฐานผลตรวจสอบดังกล่าว เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบ)
5.2.9. หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารเปลี่ยนแปลง ชื่อ-นามสกุล
5.3. ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของลูกจ้างและดําเนินการให้ลูกจ้างปฏิบัติตามคําสั่งและกฎระเบียบของผู้ว่าจ้าง
โดยเคร่งครัด
5.4. กรณีเปลี่ยนแปลงบุคลากร ผู้ยื่นข้อเสนอตกลงจัดส่งลูกจ้างของผู้รับจ้าง ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่า โดยที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาเปลี่ยนทดแทน และได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร ให้แก่ธนาคาร ภายในระยะเวลาดังนี้
(ก) กรณี ธสน. แจ้งขอเปลี่ยนแปลง : ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ ธสน. แจ้งขอเปลี่ยนแปลง (ข) กรณีผู้เสนอราคาฯ แจ้งขอเปลี่ยนแปลง: ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบ เป็นลายลักษณ์ อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงพนักงาน และจัดส่งพนักงาน มาปฏิบัติงานทดแทน ณ วันที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงพนักงานดังกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนจัดส่งลูกจ้างของผู้รับจ้าง มาตามข้างต้น ผู้ยื่นข้อเสนอตกลงจะแจ้งให้ธนาคารทราบ เป็นลายลักษณ์ อักษรล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 วันทําการ ก่อนวันกําหนดจัดส่งลูกจ้าง ตาม (ก) หรือ (ข) ข้างต้น
5.5. รับผิดชอบต่อความเสียหายหรือสูญหาย หรือความชํารุดบกพร่องที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของธนาคาร พนักงาน ของธนาคาร บุคคลผู้มาติดต่อกับธนาคาร อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทําหรือละเว้นการกระทําของผู้รับจ้าง ลูกจ้าง หรือบุคลากรของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคาร พนักงานของธนาคาร บุคคลผู้มาติดต่อกับธนาคาร ตามจํานวนที่เสียหายจริงภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจาก
ธนาคาร
5.6. ต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงในความปลอดภัยของลูกจ้างของผู้รับจ้าง ตลอดจนดูแลบุคลากรของผู้รับจ้าง รวมถึงการจ่ายค่าตอบแทน สวัสดิการทั้งในเวลาและนอกเวลาทําการ ตลอดจนดําเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกําหนด เช่น กฎหมายแรงงาน การประกันสังคม เป็นต้น
5.7. ต้องไม่ทํางานตามสัญญาจ้างนี้ไปให้ผู้อื่นรับจ้างช่วง
1.1 ขอบเขตงานจ้าง Outsource_In-Queue Tasks (160269) V2
4
6.
หน้าที่และความรับผิดชอบของธนาคาร
6.1. จัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สําหรับให้ลูกจ้างตลอดจนเครื่องเขียน และอุปกรณ์สํานักงาน เพื่อใช้ปฏิบัติงานให้ธนาคาร
6.2. ให้ความรู้ / จัดอบรมเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่นเฉพาะของธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของธนาคาร 6.3. ให้สิทธิ์ในการเข้าใช้ Network, Application และซอฟต์แวร์อื่นๆ รวมทั้งทรัพยากรต่างๆที่จําเป็นในการ ปฏิบัติงาน
7.
8.
สถานที่ปฏิบัติงาน
อาคารสํานักงานใหญ่ หรือสถานที่อื่นใดตามที่ธนาคารมอบหมาย
สิทธิ์ในข้อมูล หรือผลงานที่เกิดการปฏิบัติงานตามสัญญา
เอกสาร ข้อมูล ระบบงาน โปรแกรม ความคิดเห็นหรือผลงานอื่นใดทั้งหมดที่ลูกจ้างของผู้รับจ้างดําเนินการให้กับ ธนาคารตามสัญญาจ้าง ถือเป็นสิทธิ์ของธนาคารที่จะนําไปใช้ประโยชน์อื่นใดได้ตามความเหมาะสม
9. การส่งมอบ
ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานให้กับธนาคาร ดังนี้
9.1. วันเริ่มต้นให้บริการตามสัญญา
9.1.1 ต้องจัดส่งบุคลากรตามจํานวนและคุณสมบัติที่ธนาคารกําหนด ตามข้อ 1. (เอกสารแนบท้าย 1.1) เข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ สํานักงานใหญ่ นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 จนครบกําหนดระยะเวลาตามสัญญา
9.1.2 ต้องจัดส่งแฟ้มประวัติลูกจ้างของผู้รับจ้าง ตามข้อ 5.2 (เอกสารแนบท้าย 1.1) โดยให้รวมถึงกรณีที่มี การเปลี่ยนบุคลากรทดแทนด้วย ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องให้ความยินยอมแก่ธนาคารจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบ ข้อ 12. (เอกสารแนบท้าย 1.1)
อนึ่ง หลักฐานใบรับรองผลการตรวจสุขภาพของแพทย์ตามข้อ 5.2.7 (เอกสารแนบท้าย 1.1) และหลักฐาน การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมฯ ตามข้อ 5.2.8 (เอกสารแนบท้าย 1.1) ธนาคารจะนําส่งคืนให้แก่ผู้รับจ้าง ภายใน 15 วัน
นับถัดจากธนาคารตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
9.2. การให้บริการตามสัญญา
ต้องจัดส่งบุคลากรตามจํานวนและคุณสมบัติที่ธนาคารกําหนด ตามข้อ 1. (เอกสารแนบท้าย 1.1) เข้าปฏิบัติ
หน้าที่ ณ สํานักงานใหญ่ นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2559 จนครบกําหนดระยะเวลาตามสัญญา
9.3. การส่งมอบเอกสารภายหลังการสิ้นสุดการให้บริการในแต่ละเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนนับถัดจาก เตือนที่ให้บริการ
- ตารางสรุปเวลาการมาปฏิบัติงานของลูกจ้าง
- เอกสารการปฏิบัติงาน (Daily Activities Timesheet)
&l
1.1 ขอบเขตงานจ้าง Outsource In-Queue Tasks (160269) (Finally)
5
- การชําระเงิน
ธนาคารจะจ่ายค่าจ้างแบบเหมาจ่าย ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างตามจํานวนและระยะเวลาที่ลูกจ้างได้ปฏิบัติงานจริง เป็นรายเดือน โดยแบ่งออกเป็น 12 งวด ภายใน 30 วัน หลังสิ้นสุดการบริการงานในแต่ละเดือน เมื่อผู้รับจ้างได้ให้บริการงานดังกล่าว ถูกต้อง เรียบร้อยและครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง พร้อมทั้งส่งมอบเอกสารตามข้อ 9.3 (เอกสารแนบท้าย 1) และ
ธนาคารได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการตามเงื่อนไขการให้บริการที่กําหนดตามข้อ 4 (เอกสารแนบท้าย 1.1) ธนาคาร จะหักค่าบริการต่อคนต่อวัน โดยคํานวณจากค่าจ้างรายเดือนที่เรียกเก็บต่อคน - 30 วัน เว้นแต่กรณีธนาคารมีความจําเป็น
ต้องมีลูกจ้างมาปฏิบัติงานทดแทนในระหว่างที่ลูกจ้างลาหยุดงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งลูกจ้างให้มาปฏิบัติงานทดแทน
โดยให้อยู่ในดุลพินิจของธนาคาร - ค่าปรับ
11.1. กรณีที่ผู้รับจ้างทํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากธนาคารจะ กําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจํานวนร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
11.2. กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 11.1 (เอกสารแนบท้าย 1.1) จะกําหนดค่าปรับดังนี้ 11.2.1 กรณีไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามข้อ 9.1 (เอกสารแนบท้าย 1.1) หรือส่งมอบแล้ว แต่ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ผู้รับจ้างที่ได้รับการคัดเลือกต้องยินยอมให้ธนาคารปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.1 (ศูนย์จุดหนึ่ง) ของมูลค่า งานทั้งหมด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริการอื่นๆ) นับตั้งแต่วันครบกําหนดการส่งมอบงานที่กําหนด จนถึงวันที่ได้ส่งมอบ งานถูกต้องครบถ้วน หรือวันที่ธนาคารบอกเลิกสัญญา
11.2.2 กรณีผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการ ตามเงื่อนไขการให้บริการที่กําหนดตามข้อ 9.2 (เอกสาร แนบท้าย 1.1) ผู้รับจ้างที่ได้รับการคัดเลือกต้องยินยอมให้ธนาคารปรับเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) ของมูลค่างานทั้งหมด (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) แต่ไม่ต่ํากว่าวันละ 100 บาท - แบบหนังสือยินยอม
ผู้รับจ้างต้องจัดให้พนักงานของผู้รับจ้างยินยอมให้ธนาคารจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการของ
ธนาคาร ตามแบบที่แนบ
อ
дотоб
1.1 ขอบเขตงานจ้าง Outsource_in-Queue Tasks (160269) (Finally)
6
หนังสือยินยอม
(ใช้สําหรับบุคลากร Outsource ของ ธสน.)
ข้าพเจ้า
“เจ้าของข้อมูล”) ตกลงยินยอมให้ธนาคาร
เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้า เพื่อวัตถุประสงค์ ตามที่
ข้าพเจ้าได้ทําเครื่องหมายไว้ในช่อง “ยินยอม”
วัตถุประสงค์หลัก
รายละเอียดวัตถุประสงค์
1 ข้อมูลชีวภาพ (ได้แก่
ให้ ธสน. เก็บรวบรวม ใช้ภาพสแกน
ภาพสแกนลายนิ้วมือ
ลายนิ้วมือและภาพสแกนใบหน้า
และภาพสแกนใบหน้า)
2
เพื่อใช้ในระบบควบคุมประตูเข้า-ออก และ
บันทึกเวลาการเข้า-ออกงาน
เก็บผลตรวจทางการแพทย์ | เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย ผลตรวจ
ผลตรวจสารเสพติด และ
หมู่โลหิต
3
ประวัติอาชญากรรม
ทางการแพทย์, และผลตรวจสารเสพติด
เพื่อรับรองว่าสุขภาพของข้าพเจ้า
อยู่ในระดับที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ อย่างดีที่สุดและไม่มีโรคติดต่อ
เก็บรวบรวม และใช้ประวัติอาชญากรรม ของข้าพเจ้า เพื่อรับรองประวัติของเจ้าของ ข้อมูล ประกอบการส่งมอบงาน ตรวจรับงาน และการดําเนินการในกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องของ
ธนาคาร
ยินยอม
ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจถึงการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าตามที่ระบุไว้ในหนังสือยินยอมฉบับนี้ และได้ลงนามด้วย ความสมัครใจ โดยทราบถึงสิทธิในการให้หรือปฏิเสธที่จะให้ความยินยอม รวมถึงสิทธิในการเพิกถอนภายหลัง ทั้งนี้ ข้าพเจ้า ตกลงให้สําเนา ภาพถ่าย หรือการบันทึกในรูปแบบใด ๆ มีผลเป็นหลักฐานยืนยันถึงการให้ความยินยอมของข้าพเจ้า เช่นเดียวกัน
ลงชื่อ
(
วันที
เจ้าของข้อมูล
}
Sumne
1.1 ขอบเขตงานจ้าง Outsource_In-Queue Tasks (160269) V2
ใบเสนอราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เอกสารแนบท้าย 1.2
เรียน - ข้าพเจ้า……..
ถนน………..
…….จังหวัด…
(ระบุชื่อ บริษัท ห้าง ร้าน)……
ผู้ลงนามข้างท้ายนี้ (ในกรณีผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้ข้อความว่า ข้าพเจ้า
(ระบุชื่อบุคคลธรรมดา……………..
….ตําบล/แขวง…….
จังหวัด………
ผู้ถือบัตรประจําตัวประชาชนเลขที่
สํานักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่
ตําบล/แขวง……….
.อําาเภอ/เขต
โทรศัพท์
..โดย
….อยู่บ้านเลขที่…
ถนน
……..เภอ/เขต…..
…. โทรศัพท์
โดย……..
เพิ่มเติม (ถ้ามี) เลขที
ได้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และเอกสาร โดยตลอดและยอมรับข้อกําหนดและเงื่อนไขนั้นแล้ว รวมทั้งรับรองว่า
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กําหนด และไม่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการ - ข้าพเจ้าขอเสนอที่จะทํางานจ้าง…..
ผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ตามข้อกําหนดเงื่อนไขแบบรูปรายการละเอียดแห่งเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ตามราคาดังที่ได้ระบุไว้ในใบเสนอราคา
นี้ เป็นเงินทั้งสิ้น……..
บาท (……………….
ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว - ข้าพเจ้าจะยื่นคําเสนอนี้จะยืนอยู่เป็นระยะเวลา
………
) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา และธนาคาร
อาจรับคําเสนอนี้ ณ เวลาใดก็ได้ก่อนที่จะครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าว หรือระยะเวลาที่ได้ยืดออกไป ตามเหตุผลอัน สมควรที่ธนาคารร้องขอ - ข้าพเจ้ารับรองที่จะส่งมอบงานตามเงื่อนไขที่เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําาหนดไว้
- ในกรณีที่ข้าพเจ้าได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ข้าพเจ้ารับรองที่จะ
5.1 ทําสัญญาตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือตามที่สํานักงานอัยการ
สูงสุดได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วกับธนาคาร ……………………………….ได้รับหนังสือให้ไปทําสัญญา
5.2 มอบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ตามที่ระบุไว้ในข้อ 7 ของเอกสารการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ให้แก่ธนาคาร ก่อนหรือขณะที่ได้ลงนามในสัญญาเป็นจํานวนร้อยละ
เสนอราคานี้ เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาโดยถูกต้องและครบถ้วน
ของราคา ตามสัญญาที่ได้ระบุไว้ในใบ
หากข้าพเจ้าไม่ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ข้างต้นนี้ ข้าพเจ้ายอมให้ธนาคารริบหลักประกันการเสนอ
ราคา หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ําประกัน รวมทั้งยินดีชดใช้ค่าเสียหายใดที่อาจมีแก่ธนาคาร และธนาคารมีสิทธิจะให้ ผู้เสนอราคารายอื่นเป็นผู้ประกวดราคาได้ หรือธนาคารอาจจะเรียกประกวดราคาใหม่ก็ได้ - ข้าพเจ้ายอมรับว่าธนาคารไม่มีความผูกพันที่จะรับคําเสนอนี้หรือใบเสนอราคาใดๆ รวมทั้งไม่ต้องรับผิดชอบ ในค่าใช้จ่ายใดๆ อันอาจเกิดขึ้นในการที่ข้าพเจ้าได้เข้าเสนอราคา
- เพื่อเป็นหลักประกันในการปฏิบัติโดยถูกต้อง ตามที่ได้ทําความเข้าใจและตามผูกพันแห่งคําเสนอนี้ ข้าพเจ้า
…เพื่อเป็นหลักประกัน การเสนอราคาเป็นจํานวนเงิน
ขอมอบ……….
…………
1.2 ใบเสนอราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
จ
2 - ข้าพเจ้าได้ตรวจทานตัวเลขและเอกสารต่างๆ ที่ได้ยื่นพร้อมใบเสนอราคานี้ โดยละเอียดแล้ว และเข้าใจดีว่า ธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ในความรับผิดพลาดหรือตกหล่น
- ใบเสนอราคานี้ได้ยื่นเสนอโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม และปราศจากกลฉ้อฉล หรือการสมรู้ร่วมคิดกัน โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายบุคคล หรือกับห้างหุ้นส่วน บริษัทใด ๆ ที่ได้ยื่น เสนอราคาในคราวเดียวกัน
เสนอมา ณ วันที่…………………….
W.A……….
ลงชื่อ
(……………..
ตําแหน่ง
………….
ประทับตรา (ถ้ามี)
бобов
1.2 ใบเสนอราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
สัญญาจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
สัญญาเลขที่
สัญญาฉบับนี้ทําขึ้น ณ 1193 อาคารเอ็กซิม ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท
กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่
เดอน
ส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย โดย
หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจ ที่จะลงนามในสัญญานี้
กับ
มีสํานักงานใหญ่อยู่เลขที่
จังหวัด
พ.ศ.
ระหว่าง ธนาคารเพื่อการ
(ระบุชื่อและตําแหน่งของหัวหน้าหน่วยงานของ ธสน. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ฝ่ายหนึ่ง
ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ
ถนน
ตําาบล/แขวง
อําเภอ/เขต
โดย
ผู้มีอํานาจลงนามผูกพันนิติบุคคลปรากฏ
ลงวันที่
และ
แนบท้ายสัญญานี้ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง”
ตามหนังสือรับรองของสํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท
หนังสือมอบอํานาจลงวันที่
อีกฝ่ายหนึ่ง
คู่สัญญาได้ตกลงกันมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ข้อตกลงว่าจ้าง
ผู้ว่าจ้างตกลงจ้างและผู้รับจ้างตกลงรับจ้างทํางานให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks โดยจัดให้มีพนักงานของผู้รับจ้าง จํานวน 3 (สาม) คน ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ลูกจ้าง” มาปฏิบัติงานจ้าง ณ 1193 อาคารเอ็กซิม ถนน พหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร หรือสถานที่ปฏิบัติงานอื่นใดที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “สถานที่ปฏิบัติงาน” ตามข้อกําหนดและเงื่อนไขแห่งสัญญานี้ รวมทั้งเอกสารแนบท้าย สัญญา ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “งานจ้าง”
ผู้รับจ้างตกลงที่จะจัดหาแรงงานและวัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ
ชนิดดีเพื่อใช้ในงานจ้างตามสัญญานี้
ข้อ 2 เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
เอกสารแนบท้ายสัญญาดังต่อไปนี้ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้
2.1 ผนวก 1 รายละเอียดงานจ้าง จํานวน
) หน้า
2.2
ผนวก 2 ใบเสนอราคา จํานวน
_____) หน้า
2.3
ผนวก 3 ข้อตกลงเพิ่มเติมและคํารับรอง จํานวน
______) หน้า
2.4
ผนวก 4 รายละเอียดสําเนาหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา จํานวน
______) หน้า
BC 03/2569
ම
03/25096
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
- 2 -
2.5
3 (สาม) หน้า
ผนวก 5 ข้อกําหนด และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล จํานวน
ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญานี้ ให้ใช้ข้อความ
ในสัญญานี้บังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาขัดแย้งกันเอง ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัย ของผู้ว่าจ้าง คําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้างให้ถือเป็นที่สุด และผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้าง หรือค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
ธนาคาร
ข้อ 3 หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา
ในขณะทําสัญญานี้ผู้รับจ้างได้นําหลักประกันเป็น
เงินสด
ลงวันที่
ออกโดย
เช็คหรือดราฟท์ เลขที่ ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่ายให้แก่ “ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย”
ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็ค หรือดราฟท์นั้นชําระต่อผู้ว่าจ้าง ในวันทําสัญญาฉบับนี้ หรือก่อนวัน ทําสัญญาฉบับนี้ ไม่เกิน 3 (สาม) วันทําการของผู้ว่าจ้าง
ออกโดยระบุชื่อธนาคารหรือบริษัทเงินทุนที่ออกหนังสือค้ําประกัน
ประโยชน์
ออกโดยธนาคาร
โดย
หนังสือค้ําประกัน เลขที่
ลงวันที่
ซึ่งระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับ
หนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่
ลงวันที่
ซึ่งระบุให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับประโยชน์
พันธบัตรรัฐบาลไทย เลขที่
ลงวันที่
ออก
เป็นจํานวนเงิน
บาท (
) ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของ
ราคาค่าจ้างตามสัญญา มามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญานี้ โดยมีรายละเอียด สําเนาหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 4
กรณีผู้รับจ้างใช้หนังสือค้ําประกันมาเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หนังสือ
ค้ําประกันดังกล่าวจะต้องออกโดยธนาคารที่ประกอบกิจการในประเทศไทย หรือโดยบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนด หรืออาจเป็นหนังสือค้ําประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกําหนดก็ได้ และจะต้องมีอายุ
การค้ําประกันตลอดไปจนกว่าผู้รับจ้างพ้นข้อผูกพันตามสัญญานี้
BC 03/2569
po
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only)
-3-
หลักประกันที่ผู้รับจ้างนํามามอบให้ตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิด ทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญาไปจนกว่าผู้รับจ้างพ้นข้อผูกพันตามสัญญานี้ ถ้าหลักประกันที่ผู้รับจ้าง
นํามามอบให้ดังกล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลง หรือมีอายุไม่ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้รับจ้างตลอดอายุ สัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม รวมถึงกรณีผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าเป็นเหตุให้ระยะเวลาแล้วเสร็จ หรือวันครบกําหนดความรับผิดในความชํารุดบกพร่องตามสัญญาเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นคราวใด
ผู้รับจ้างต้องหาหลักประกันใหม่หรือหลักประกันเพิ่มเติมให้มีจํานวนครบถ้วนตามวรรคหนึ่งมามอบให้แก่
ผู้ว่าจ้างภายใน
) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง หลักประกันที่ผู้รับจ้างนํามามอบไว้ตามข้อนี้ ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างโดยไม่มี
ดอกเบี้ย หรือเงินเพิ่มใด ๆ เมื่อผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันและความรับผิดทั้งปวงตามสัญญานี้แล้ว
ข้อ 4 ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายและผู้รับจ้างตกลงรับเงินค่าจ้างจํานวนเงินไม่เกินกว่า
) ซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม จํานวน
บาท (
1
บาท
) ตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง ค่าแรงงาน ค่าวัสดุและอุปกรณ์ทั้งหมด ค่าสัมภาระทุกอย่างทุกชนิดตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ค่าขนส่ง รวมถึงเงินเดือนและค่าล่วงเวลาของลูกจ้าง ด้วยแล้ว ในอัตราแบบเหมาจ่าย โดยกําหนดการจ่ายเงินเป็นงวดราย 1 (หนึ่ง) เดือน รวม 12 (สิบสอง) งวด โดยในแต่ละงวด จะคํานวณค่าจ้างตามจํานวนลูกจ้างและระยะเวลาที่ลูกจ้างได้ปฏิบัติงานจริง ในแต่ละรอบบริการตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยชําระภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่ (ก) ผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานจ้างในแต่ละงวดเสร็จสิ้น (ข) ผู้ว่าจ้างได้รับตารางสรุปเวลาการมาปฏิบัติงานของลูกจ้าง และ เอกสารการปฏิบัติงาน (Daily Activities Timesheet) ภายในวันที่ 15 (สิบห้า) ของเดือนถัดจากเดือนที่ ให้บริการตามสัญญานี้ พร้อมใบแจ้งเรียกเก็บค่าบริการในแต่ละงวด (ซึ่งหักค่าจ้างในวันที่ผู้รับจ้างไม่สามารถ จัดให้มีลูกจ้างมาปฏิบัติงานครบถ้วนให้แก่ผู้ว่าจ้าง สําหรับเดือนนั้น ๆ แล้ว (หากมี)) จากผู้รับจ้าง และ (ค) ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานที่ให้บริการในแต่ละงวดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งมอบลูกจ้างมาปฏิบัติงานจ้างได้ครบจํานวนที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดในแต่ละขณะเวลาตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 แล้ว หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดให้ลูกจ้างมา ปฏิบัติงานได้ครบจํานวนตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนดในแต่ละขณะเวลาของระยะเวลาที่ต้องส่งลูกจ้างมา
ปฏิบัติงานจ้างตามข้อ 5 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิหักค่าจ้างในวันที่ผู้รับจ้างไม่สามารถจัดให้มีลูกจ้างมาปฏิบัติงาน ครบถ้วนให้แก่ผู้ว่าจ้างได้ เว้นแต่กรณีจําเป็นที่ผู้ว่าจ้างประสงค์ให้ผู้รับจ้างจัดส่งพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทน ในระหว่างระยะเวลาที่ลูกจ้างลาหยุด ซึ่งผู้รับจ้างตกลงจะดําเนินการให้ทันที ทั้งนี้ กรณีใดจะจําเป็นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ว่าจ้าง
ในกรณีที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงกําหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ํา ภายหลัง สัญญานี้มีผลใช้บังคับ ผู้รับจ้างมีสิทธิร้องขอเพิ่มอัตราค่าจ้างเฉพาะค่าแรงของลูกจ้าง ตามอัตราส่วนต่างของ ค่าจ้างขั้นต่ําที่รัฐบาลกําหนดเพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ว่าจ้างจะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรและเป็นธรรม หากผู้ว่าจ้าง
ව
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
-4-
ไม่สามารถตกลงตามที่ร้องขอเพราะเหตุขัดข้องด้านงบประมาณหรือเพราะเหตุอื่นใด ผู้รับจ้างมีสิทธิ บอกเลิกสัญญา ในกรณีนี้ผู้รับจ้างจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้น
ข้อ 5 กําหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทํางานที่รับจ้างตั้งแต่วันทําสัญญาฉบับนี้ พร้อมทั้งจัดให้มี ลูกจ้างมาปฏิบัติงานจ้าง ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 และจะต้อง ทํางานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ถึงวันที่ 31 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2570 ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทํางานภายใน กําหนดเวลา หรือไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามกําหนดเวลา หรือผู้รับจ้างละทิ้งงาน หรือมีเหตุให้เชื่อได้ ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในกําหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากําหนดเวลา หรือผู้รับจ้างทําผิดสัญญา หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือ ตกเป็นผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหารพัสดุภาครัฐ และ/หรือคําสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญา นี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทํางานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้น ไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง
ทั้งนี้ ระยะเวลาสิ้นสุดการทํางานจ้างในวรรคหนึ่ง จะไม่ใช้บังคับกับงานจ้างส่วนหนึ่ง ส่วนใดที่สัญญา หรือเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 กําหนดให้ผู้รับจ้างจะต้องทํางานภายหลังกําหนดเวลา
ดังกล่าว
อนึ่ง การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้น
จากความรับผิดตามสัญญา
ในกรณีมีเหตุจําเป็น หรือเพื่อประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
3 วัน โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ
เรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
ภายในกําหนด
ข้อ 6 ความรับผิดชอบในความชํารุดบกพร่องของงานจ้าง
) ปี
เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้าง รายใหม่ ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาตามข้อ 5 หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ 3 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจากการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทําการแก้ไขให้เป็นที่ เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทําการดังกล่าว 3 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทําการแก้ไข ให้ถูกต้องเรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทํางาน นั้น โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
ภายในกําหนด
BC 03/2569
10
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only)
-5-
ในกรณีเร่งด่วนจําเป็นต้องรีบแก้ไขเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายโดยเร็ว และไม่อาจรอ
ให้ผู้รับจ้างแก้ไขในระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามวรรคหนึ่งได้ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเข้าจัดการแก้ไขเหตุชํารุดบกพร่อง หรือเสียหายนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ซ่อมแซมความชํารุดบกพร่องหรือเสียหาย โดยผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ชําระค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การที่ผู้ว่าจ้างทําการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้นแทนผู้รับจ้าง ไม่ทําให้ผู้รับจ้าง หลุดพ้นจากความรับผิดตามสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ผู้ว่าจ้างเรียกร้อง
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้
ข้อ 7 การจ้างช่วง
ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง
เว้นแต่การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาต
ให้จ้างช่วงงานแต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่
ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง
หรือของตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ รวมทั้งจะต้องควบคุมดูแลให้บุคคลดังกล่าว ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย นโยบาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้ว่าจ้าง รวมถึงคําสั่ง และวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และบริหาร พัสดุภาครัฐเช่นเดียวกับผู้รับจ้าง
กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชําระ ค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงานที่จ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
ข้อ 8 ความรับผิดของผู้รับจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดต่ออุบัติเหตุ ความเสียหาย สูญหาย หรือความชํารุดบกพร่อง ที่เกิดขึ้นกับผู้ว่าจ้าง พนักงานของผู้ว่าจ้าง และ/หรือบุคคลผู้มาติดต่อกับผู้ว่าจ้าง รวมถึงทรัพย์สินของบุคคล ดังกล่าว หรือภยันตรายใด ๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงานหรือการละเว้นการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และ จะต้องรับผิดต่อความเสียหายจากการกระทําหรือการละเว้นการกระทําของลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้รับจ้าง และจากการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างช่วงด้วย (ถ้ามี) โดยชําระตามจํานวนที่เสียหายจริง ให้แก่ผู้ว่าจ้าง พนักงานของผู้ว่าจ้าง และ/หรือบุคคลผู้มาติดต่อกับผู้ว่าจ้าง (แล้วแต่กรณี) ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจาก
วันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง
ความเสียหายใด ๆ อันเกิดแก่งานที่ผู้รับจ้างได้ทําขึ้น แม้จะเกิดขึ้นเพราะเหตุสุดวิสัย ก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบโดยซ่อมแซมให้คืนดีหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง เว้นแต่ ความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ความรับผิดของผู้รับจ้างดังกล่าวในข้อนี้จะสิ้นสุดลง
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 6-
เมื่อผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานครั้งสุดท้าย ซึ่งหลังจากนั้นผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพียงในกรณีชํารุดบกพร่อง หรือความเสียหายดังกล่าวในข้อ 6 เท่านั้น
ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกในความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการปฏิบัติงาน
ของผู้รับจ้าง หรือลูกจ้าง หรือตัวแทนของผู้รับจ้าง รวมถึงผู้รับจ้างช่วง (ถ้ามี) ตามสัญญานี้ หากผู้ว่าจ้างถูก เรียกร้องหรือฟ้องร้องหรือต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการใด ๆ เพื่อให้มีการว่าต่างแก้ต่างให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง รวมทั้งผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายนั้น ๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการถูกเรียกร้องหรือถูกฟ้องร้องให้แก่ผู้ว่าจ้างทันที
ข้อ 9 การจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง ที่ผู้รับจ้างได้จ้างมาในอัตราและตามกําหนดเวลาที่ ผู้รับจ้างได้ตกลงหรือทําสัญญาไว้ต่อลูกจ้างดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีอัตราค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา (ถ้ามี) และ กําหนดเวลาชําระเงินของลูกจ้างดังกล่าวไม่สอดคล้องกับอัตราค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และกําหนดเวลาชําระเงิน ที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 ผู้รับจ้างตกลงจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ตามอัตราค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และกําหนดเวลาชําระเงินที่ระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1
ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าทดแทนอื่นใดแก่ลูกจ้างดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะเอาเงินค่าจ้างที่จะต้องจ่ายแก่ผู้รับจ้างมาจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ของผู้รับจ้างดังกล่าว และ ให้ถือว่าผู้ว่าจ้างได้จ่ายเงินจํานวนนั้นเป็นค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างตามสัญญาแล้ว
ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีประกันภัยสําหรับลูกจ้างทุกคนที่จ้างมาทํางาน โดยให้
ครอบคลุมถึงความรับผิดทั้งปวงของผู้รับจ้าง รวมทั้งผู้รับจ้างช่วง (ถ้ามี) ในกรณีความเสียหายที่คิดค่าสินไหม ทดแทนได้ตามกฎหมาย ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุหรือภยันตรายใด ๆ ต่อลูกจ้าง หรือบุคคลอื่นที่ผู้รับจ้าง หรือ ผู้รับจ้างช่วงจ้างมาทํางาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวพร้อมทั้งหลักฐานการชําระ เบี้ยประกันให้แก่ผู้ว่าจ้างเมื่อผู้ว่าจ้างเรียกร้อง
ข้อ 10 การตรวจรับงานจ้าง
เมื่อผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานจ้างที่ส่งมอบและเห็นว่าถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาแล้ว
ผู้ว่าจ้างจะออกหลักฐานการรับมอบเป็นหนังสือไว้ให้ เพื่อผู้รับจ้างนํามาเป็นหลักฐานประกอบการขอรับเงิน
ค่างานจ้างนั้น
ถ้าผลของการตรวจรับงานจ้างปรากฏว่างานจ้างที่ผู้รับจ้างส่งมอบไม่ตรงตามสัญญา
ผู้ว่าจ้างทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับงานจ้างนั้น ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้รับจ้างต้องทําการแก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญา ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง และระยะเวลาที่เสียไปเพราะเหตุดังกล่าวผู้รับจ้างจะนํามาอ้างเป็นเหตุขอ
ขยายเวลาส่งมอบงานจ้างตามสัญญาหรือของดหรือลดค่าปรับไม่ได้
อ
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only)
-7-
ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานจ้างถูกต้องแต่ไม่ครบจํานวน หรือส่งมอบครบจํานวน
แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ผู้ว่าจ้างจะตรวจรับงานจ้างเฉพาะส่วนที่ถูกต้อง โดยออกหลักฐานการตรวจรับงานจ้าง เฉพาะส่วนนั้นก็ได้
ข้อ 11 รายละเอียดของงานจ้างคลาดเคลื่อน
ผู้รับจ้างรับรองว่าได้ตรวจสอบและทําความเข้าใจในรายละเอียดของงานจ้างโดย
ถี่ถ้วนแล้ว หากปรากฏว่ารายละเอียดของงานจ้างนั้นผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไปจากหลักการทาง วิศวกรรมหรือทางเทคนิค ผู้รับจ้างตกลงที่จะปฏิบัติตามคําวินิจฉัยของผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อให้งานแล้วเสร็จบริบูรณ์ คําวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด โดยผู้รับจ้างจะคิดค่าจ้าง ค่าเสียหาย หรือ ค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มขึ้นจากผู้ว่าจ้าง หรือขอขยายอายุสัญญาไม่ได้
ข้อ 12 ค่าปรับ
12.1 หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบ (ก) ลูกจ้าง ตามจํานวนและคุณสมบัติที่ ผู้ว่าจ้างกําหนด มาเริ่มปฏิบัติงาน หรือ (ข) แฟ้มประวัติของลูกจ้าง หรือ (ค) เอกสารหลักฐานผลการ ตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากรรมของลูกจ้าง จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงานตํารวจ แห่งชาติ ตามเงื่อนไขและภายในเวลาที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 หรือส่งมอบแล้ว แต่ ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็น จํานวนเงินวันละ
) นับตั้งแต่วันที่ครบกําหนดเวลาส่งมอบลูกจ้าง และแฟ้มประวัติของลูกจ้าง หรือวันที่ครบกําหนดเวลาส่งมอบเอกสารหลักฐานผลการตรวจสอบดังกล่าว ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 ในแต่ละกรณี หรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้ จนถึงวันที่ส่ง มอบลูกจ้างและแฟ้มประวัติของลูกจ้างครบถ้วนแล้วเสร็จ หรือวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบเอกสารหลักฐานผล การตรวจสอบดังกล่าว ถูกต้อง ครบถ้วน หรือวันที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ (แล้วแต่กรณี)
รายวัน ในอัตราวันละ
บาท (
บาท (
12.2 นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งมอบลูกจ้างมาปฏิบัติงานจ้างได้ครบจํานวนตาม เอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 แล้ว หากผู้รับจ้างไม่สามารถจัดให้ลูกจ้างมาปฏิบัติงานได้ครบจํานวนตามที่ ผู้ว่าจ้างกําหนดในแต่ละขณะเวลาตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับเป็น ) นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างไม่สามารถจัดส่ง ลูกจ้างมาปฏิบัติงานที่ให้บริการตามสัญญาฉบับนี้ ณ สถานที่ปฏิบัติงาน ได้ครบจํานวนตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ในแต่ละขณะเวลา จนถึงวันที่ผู้รับจ้างสามารถจัดส่งลูกจ้างมาปฏิบัติงานที่ให้บริการตามสัญญาฉบับนี้ได้ ครบจํานวนตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด หรือวันที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ ค่าปรับที่ผู้รับจ้าง จะต้องชําระให้แก่ผู้ว่าจ้างจะต้องไม่น้อยกว่าวันละ 100.- บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางาน ล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 8 -
ในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญานั้น หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างจะไม่
สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามข้อ 13 ก็ได้ และถ้า ผู้ว่าจ้างได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างเมื่อครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานขอให้ชําระค่าปรับแล้ว
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
ข้อ 13 สิทธิของผู้ว่าจ้างภายหลังบอกเลิกสัญญา
ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างอาจทํางานนั้นเองหรือว่าจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้น
ต่อจนแล้วเสร็จก็ได้ และในกรณีดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิริบหรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ทั้งหมดหรือบางส่วนตามแต่จะเห็นสมควร นอกจากนั้น ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในค่าเสียหายซึ่งเป็น จํานวนเกินกว่าหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการทํางานนั้นต่อให้แล้วเสร็จ ตามสัญญา ซึ่งผู้ว่าจ้างจะหักเอาจากจํานวนเงินใด ๆ ที่จะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างก็ได้
າ
ข้อ 14 การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใดข้อหนึ่งด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม จนเป็นเหตุ
ให้เกิดค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแก่ผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่าย ดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยสิ้นเชิงภายในกําหนด ( ) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็น
หนังสือจากผู้ว่าจ้าง หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในระยะเวลาดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะ หักเอาจากจํานวนเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ทันที
หากค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่บังคับจากเงินค่าจ้างที่ต้องชําระ หรือ หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาแล้วยังไม่เพียงพอ ผู้รับจ้างยินยอมชําระส่วนที่เหลือที่ยังขาดอยู่จน ครบถ้วนตามจํานวนค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายนั้น ภายในกําหนด
จากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
(
) วัน นับถัด
หากมีเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หักไว้จ่ายเป็นค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายแล้ว
ยังเหลืออยู่อีกเท่าใด ผู้ว่าจ้างจะคืนให้แก่ผู้รับจ้างทั้งหมด
ข้อ 15 การงดหรือลดค่าปรับ หรือการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา
15.1 ในกรณีที่มีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง หรือเหตุ สุดวิสัย หรือเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่ผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย หรือเหตุอื่นตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ทําให้ผู้รับจ้าง ไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและกําหนดเวลาแห่งสัญญานี้ได้ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเหตุหรือ พฤติการณ์ดังกล่าวพร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลา ทํางานออกไปภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นสิ้นสุดลง หรือตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ดังกล่าว แล้วแต่กรณี
อ
BC 03/2569
A อาเจ
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 9 -
ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามความในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้สละ
สิทธิเรียกร้องในการที่จะของดหรือลดค่าปรับ หรือขยายเวลาทํางานออกไปโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เว้น แต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือผู้ว่าจ้างทราบ
ดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
การงดหรือลดค่าปรับ หรือขยายกําหนดเวลาทํางานตามวรรคหนึ่ง อยู่ใน
ดุลพินิจของผู้ว่าจ้างที่จะพิจารณาตามที่เห็นสมควร
15.2 ในกรณีที่มีความจําเป็นที่ผู้ว่าจ้างต้องงดการดําเนินการไม่ว่าในขั้นตอนใด
ตามสัญญานี้ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย สถานการณ์หนึ่งสถานการณ์ใดที่เป็น อุปสรรคหรือความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายใด ๆ เพื่อ ประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างตกลง และยอมรับว่า ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงระยะเวลาดําเนินการตาม สัญญานี้ หรือบอกเลิกสัญญานี้ได้ โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น
ข้อ 16 การใช้เรือไทย
ในการปฏิบัติตามสัญญานี้ หากผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนําของเข้ามาจากต่างประเทศ รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ต้องนําเข้ามาเพื่อปฏิบัติงานตามสัญญา ไม่ว่าผู้รับจ้างจะเป็นผู้ที่นําของเข้ามาเอง หรือนําเข้ามาโดยผ่านตัวแทนหรือบุคคลอื่นใด ถ้าสิ่งของนั้นต้องนําเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางเดินเรือ
ที่มีเรือไทยเดินอยู่และสามารถให้บริการรับขนได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกําหนด ผู้รับจ้างต้องจัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยจากต่างประเทศ มายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าก่อนบรรทุกของนั้นลงเรืออื่นที่มิใช่เรือไทยหรือเป็น
ของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าการสั่งหรือนําเข้า
สิ่งของดังกล่าวจากต่างประเทศจะเป็นแบบใด
ในการส่งมอบงานตามสัญญาให้แก่ผู้ว่าจ้าง ถ้างานนั้นมีสิ่งของตามวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบใบตราส่ง (Bill of Lading) หรือสําเนาใบตราส่งสําหรับของนั้น ซึ่งแสดงว่าได้บรรทุก มาโดยเรือไทยหรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทยให้แก่ผู้ว่าจ้างพร้อมกับการส่งมอบงานด้วย
ในกรณีที่สิ่งของดังกล่าวไม่ได้บรรทุกจากต่างประเทศมายังประเทศไทยโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับเรือไทย ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกของโดยเรืออื่นได้ หรือหลักฐานซึ่งแสดงว่าได้ชําระค่าธรรมเนียมพิเศษเนื่องจากการไม่บรรทุกของ
โดยเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้ว่าจ้างด้วย
ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่ส่งมอบหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวในวรรคสองและ
วรรคสามให้แก่ผู้ว่าจ้าง แต่จะขอส่งมอบงานดังกล่าวให้ผู้ว่าจ้างก่อนโดยไม่รับชําระเงินค่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ รับงานดังกล่าวไว้ก่อน และชําระเงินค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนดังกล่าวแล้วได้
ම
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 10 -
สัญญานี้ทําขึ้นเป็นสองฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดย ละเอียดตลอดแล้ว จึงได้ลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) ไว้เป็นสําคัญต่อหน้าพยาน และคู่สัญญา ต่างยึดถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย
(ลงชื่อ)
(
ผู้ว่าจ้าง
(ลงชื่อ)
ผู้รับจ้าง
(
)
(ลงชื่อ)
พยาน
(
)
(ลงชื่อ)
พยาน
(
)
BC 03/2569
ลา
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 11 -
รายละเอียดงานจ้าง
ผนวก 1
อ
BC 03/2569
tummulu sau. httu(Internal Use Only) - 12 -
ใบเสนอราคา
ผนวก 2
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only) - 13 -
ผนวก 3
ข้อตกลงเพิ่มเติมและคํารับรอง
ผู้รับจ้างตกลง และขอให้คํารับรองแก่ผู้ว่าจ้าง ดังนี้
- ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานด้วยความละเอียด ประณีต และเรียบร้อย ให้เป็นไปตาม ข้อกําหนด และเงื่อนไขตามสัญญานี้ ตามหลักเกณฑ์ภายในของผู้ว่าจ้างที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง ตลอดจนให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในการดําเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานจ้าง ทุกประการ และพึงละเว้นการปฏิบัติงาน หรือการดําเนินการใดๆ ที่จะเกิดผลกระทบต่อชื่อเสียง หรืออาจ นํามาซึ่งความเสียหายแก่ผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ เพื่อให้การดําเนินงานจ้างสําเร็จลุล่วงไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อย
ทั้งนี้ หากผู้ว่าจ้างเห็นว่า ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายในของ ผู้ว่าจ้าง มาตรฐานในการดําเนินการต่าง ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างตกลงดําเนินการแก้ไขงาน ตามสัญญานี้ให้ถูกต้อง เรียบร้อย และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายในของผู้ว่าจ้าง มาตรฐานในการ ดําเนินการต่าง ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยไม่คิดค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จากผู้ว่าจ้างแต่อย่างใด
ๆ - ผู้รับจ้างตกลงจัดให้มีลูกจ้าง ที่มีความรู้ความชํานาญ ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วเป็น อย่างดี รวมถึงมีคุณสมบัติ ความประพฤติ สุขภาพ วุฒิการศึกษา ฯลฯ ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 มาปฏิบัติงานจ้าง ให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ และให้สอดคล้องกับรายละเอียด งานจ้าง ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 1 ให้แก่ผู้ว่าจ้าง
- ในระหว่างการดําเนินงานจ้าง ผู้รับจ้างตกลงประสานงานกับผู้ว่าจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ ของผู้ว่าจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน หรือตัวแทนของผู้ว่าจ้าง เพื่อให้การดําเนินงานจ้างตามสัญญานี้ หรือตามที่
ได้มีการตกลงกันเป็นไปโดยเรียบร้อย
ผู้รับจ้างตกลงจะไม่โอนสิทธิและผลประโยชน์หรือสิทธิเรียกร้องใด ๆ ตามสัญญานี้
5. ผู้รับจ้างตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ของผู้ว่าจ้าง ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ และ/หรือที่ จะมีต่อไปในภายหน้าให้แก่บุคคลภายนอก ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ตลอดจนไม่ทําสําเนา หรือทําซ้ํา ข้อมูลใดๆ ของผู้ว่าจ้าง โดยไม่ได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ในกรณีที่ ผู้รับจ้างประสงค์จะใช้ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างเห็นว่าเป็นข้อมูลลับของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องได้รับความยินยอม
ล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามในข้อตกลงรักษาความลับตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกําหนด ให้ไว้ต่อ ผู้ว่าจ้างก่อนการใช้ข้อมูลลับดังกล่าว
ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะดําเนินการควบคุมและจํากัดสิทธิของลูกจ้างในการเข้าใช้งานข้อมูลที่
สําคัญเฉพาะเพียงเท่าที่จําเป็นต่อการดําเนินงานตามสัญญาฉบับนี้เท่านั้น
ච
Дергоб
BC 03/2569
ใข้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only)
- 14-
ผู้รับจ้างตกลงปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของผู้ว่าจ้างที่เกี่ยวกับการรักษาความ ปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยี สารสนเทศของผู้ว่าจ้างโดยเคร่งครัด รวมทั้งดําเนินการให้ลูกจ้างให้ความเคารพ และเชื่อฟังต่อเจ้าหน้าที่ ของผู้ว่าจ้าง และหากผู้ว่าจ้างพิจารณาแล้วเห็นว่าลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เชื่อฟัง หรือมีความ ประพฤติไม่เรียบร้อย ผู้ว่าจ้างสามารถขอเปลี่ยนลูกจ้างได้ โดยผู้รับจ้างจะจัดส่งลูกจ้างมาทดแทนให้ทันที ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้รับจ้าง และ/หรือลูกจ้างได้ดําเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือละเมิดนโยบายการรักษาความ มั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที พร้อมทั้ง ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ว่าจ้าง
7.
ผู้รับจ้างตกลงให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในเอกสารทุกฉบับที่ผู้รับจ้างจัดทําขึ้น ตามสัญญานี้ รวมทั้งโปรแกรม ระบบงาน ข้อมูล ความเห็น และ/หรือผลงานที่ลูกจ้างจัดทําขึ้น ตกเป็นของ ผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้ว่าจ้างมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทําการใดๆ ไม่ว่าจะกระทําซ้ํา ดัดแปลง หรือกระทําการด้วยวิธีการใดๆ ในลักษณะเหมือน หรือคล้ายคลึงกัน เผยแพร่ต่อประชาชน และ/หรือ โฆษณา ทั้งนี้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใด เพื่อประโยชน์ของผู้ว่าจ้างได้ และหากปรากฏในภายหลังว่ามีบุคคลภายนอก กล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้องฟ้องร้องใดๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือสิทธิใดๆ เกี่ยวกับโปรแกรม ระบบงาน ข้อมูล ความเห็น ผลงาน และ/หรือเอกสารดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้การ กล่าวอ้าง หรือการเรียกร้อง ฟ้องร้องดังกล่าว ระงับสิ้นไปโดยเร็ว รวมทั้งต้องร่วมในการต่อสู้คดี และ รับผิดชอบค่าใช้จ่าย และความเสียหายอันเนื่องจากการกล่าวอ้าง หรือใช้สิทธิเรียกร้อง ฟ้องร้องดังกล่าว จนเต็มจํานวนทุกประการ ถ้าการกระทําดังที่กล่าวเป็นผลให้ผู้ว่าจ้างไม่สามารถใช้โปรแกรม ระบบงาน ข้อมูล ความเห็น ผลงาน และ/หรือเอกสารดังกล่าวได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้รับจ้างต้องสร้างสรรค์ โปรแกรม ระบบงาน ข้อมูล ความเห็น ผลงาน และ/หรือเอกสารขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนของเดิม โดยผู้รับจ้าง จะไม่คิดค่าจ้าง หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้างแต่อย่างใด
8.
ผู้รับจ้างตกลงดูแลและรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงในความปลอดภัยของลูกจ้าง ตลอดจน รับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา (ถ้ามี) ค่าตอบแทน รวมถึงสวัสดิการ ทั้งในและนอกเวลา ปฏิบัติงาน รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นใด ตลอดจนดําเนินการอื่นใดให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน และ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกําหนด เช่น การประกันสังคม เป็นต้น
9. ผู้รับจ้างตกลงและยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงลูกจ้าง ให้เป็นไปตามข้อกําหนดและ
เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(ก) กรณีผู้ว่าจ้างขอเปลี่ยนแปลง : ผู้รับจ้างตกลงจัดส่งลูกจ้างรายใหม่ที่ได้รับ ความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างมาปฏิบัติงานทดแทนภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับถัดจากวันที่ผู้ว่าจ้างแจ้งขอ
เปลี่ยนแปลง
Бробовать
Боб октоб
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
- 15-
(ข) กรณีผู้รับจ้างขอเปลี่ยนแปลง : ผู้รับจ้างตกลงแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็น ลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน ก่อนวันที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลูกจ้างและจัดส่ง ลูกจ้างรายใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างมาปฏิบัติงานทดแทน ณ วันที่ประสงค์จะเปลี่ยนแปลง
ลูกจ้างรายดังกล่าว
ทั้งนี้ ในการจัดส่งลูกจ้างรายใหม่มาปฏิบัติงานทดแทนตามเงื่อนไขข้างต้นในแต่ละ
กรณี ผู้รับจ้างตกลงจัดส่งพนักงานที่มีคุณสมบัติเท่ากันกับหรือดีกว่าลูกจ้างที่ปฏิบัติงานอยู่เดิม รวมถึง ไม่มีประวัติอาชญากรรมและได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างมาปฏิบัติงานทดแทน อนึ่ง ในการจัดส่งลูกจ้าง รายใหม่มาทดแทนตาม (ก) และ (ข) ข้างต้น ผู้รับจ้างตกลงแจ้งยืนยันการนําส่งลูกจ้างรายใหม่ที่ได้รับ ความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) วันทําการ ของผู้ว่าจ้าง และดําเนินการจัดทําแฟ้มประวัติของลูกจ้างรายดังกล่าว พร้อมบัตรประจําตัวพนักงานแบบ มีสายคล้อง พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล และติดรูปถ่ายให้ชัดเจน โดยนําส่งให้แก่ผู้ว่าจ้างในวันที่ลูกจ้างรายใหม่ เข้ามาเริ่มปฏิบัติงานจ้างตามสัญญา
อนึ่ง ผู้รับจ้างตกลงนําส่งเอกสารหลักฐานผลการตรวจสอบทะเบียนประวัติ อาชญากรรมของลูกจ้างรายใหม่ที่มาปฏิบัติงานทดแทน จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ให้แก่ผู้ว่าจ้าง ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่ลูกจ้างรายดังกล่าวเข้าปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างตกลงส่งมอบแผนการทํางานตามสัญญาฉบับนี้ให้แก่ผู้ว่าจ้าง ภายใน 15
(สิบห้า) วัน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ว่าจ้างให้ไปทําสัญญาฉบับนี้
11.
ยินยอมให้ผู้ว่าจ้างส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานตามสัญญานี้ ให้แก่
ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบภายนอก และ/หรือหน่วยงานอื่นใดที่กํากับดูแลผู้ว่าจ้าง รวมถึง ยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง เจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้าง และ/หรือบุคคลดังกล่าวเข้าตรวจสอบการดําเนินงานของผู้รับจ้าง ได้ทันทีที่ได้รับการร้องขอ
12.
ผู้รับจ้างตกลงว่าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา
ที่ผู้ว่าจ้างแต่งตั้ง มีอํานาจที่จะตรวจสอบและควบคุมงานเพื่อให้เป็นไปตามสัญญานี้และมีอํานาจที่จะสั่งให้ แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม หรือตัดทอนซึ่งงานตามสัญญานี้ หากผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม ผู้ว่าจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา มีอํานาจที่จะสั่งให้หยุดกิจการนั้นชั่วคราวได้ ความล่าช้าในกรณีเช่นนี้ ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอขยายระยะเวลาการปฏิบัติงานตามสัญญาหรือเรียกร้อง ค่าเสียหายใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น
13.
ผู้รับจ้างตกลงจะสนับสนุนและเคารพสิทธิของพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้เสีย ทุกกลุ่มของผู้รับจ้าง ตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทั้งระดับประเทศและระดับ สากล โดยพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของผู้รับจ้างได้รับการปฏิบัติ ปกป้อง เคารพสิทธิ ขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม รวมถึงมีการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนของผู้รับจ้างอย่างเป็นธรรม
BC 03/2569
A m
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
-16-
ยอมรับ และให้คุณค่าในความแตกต่าง ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง
ทุกประการ
14.
ผู้รับจ้างยอมรับว่า การดําเนินธุรกิจของผู้รับจ้างมีการใช้ทรัพยากรทุกประเภทอย่าง คุ้มค่า เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกําหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับ การประกอบธุรกิจของผู้รับจ้างอย่างเคร่งครัด
15. ผู้รับจ้างตกลงปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย กฎระเบียบ และ/หรือประกาศ ที่ เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะทําสัญญานี้ และ/หรือที่จะมี
ต่อไปในภายหน้า โดยเคร่งครัด
16.
ผู้รับจ้างตกลงรับทราบเงื่อนไขเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างดังนี้
16.1 ธุรกรรมใด ๆ ที่ก่อหรือทําขึ้นภายใต้สัญญาฉบับนี้ จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง (ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว) และคู่สัญญาตกลงที่จะ ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาความเป็นส่วนตัว การป้องกันและการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูล ส่วนบุคคล รวมถึงกฎเกณฑ์ ประกาศ และคําสั่งใด ๆ ที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนแนวปฏิบัติของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ซึ่งต่อไปนี้จะรวมเรียกว่า “กฎหมาย
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”)
เพื่อประโยชน์แห่งสัญญานี้ คําว่า “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” “ข้อมูลส่วน บุคคล” “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” และ “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” ให้มีความหมาย ตามที่กําหนดไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คู่สัญญาทั้งสองฝ่าย จะอยู่ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับ ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทําสัญญา และการติดต่อใดๆ เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
16.2 ในกรณีที่ธุรกรรมภายใต้สัญญาฉบับนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ว่าจ้างตามที่นิยามไว้ในผนวก 5 ที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้ คู่สัญญาตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกําหนดและ เงื่อนไขที่ระบุไว้ในผนวก 5 ที่แนบท้ายสัญญาฉบับนี้
16.3 คู่สัญญาตกลงที่จะทําลาย และหรือลบสําเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอยู่ในความ
ครอบครองของตนทั้งหมด ออกจากระบบสารสนเทศอย่างถาวรเมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง เว้นแต่จะระบุไว้ เป็นประการอื่นตามเอกสารแนบท้ายสัญญาผนวก 5 หรือมีกฎหมายใด ๆ กําหนดให้คู่สัญญาเก็บสําเนาของ
ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น{internal Use Only}
- 17 -
16.4 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายรับทราบและตกลงว่า ไม่มีข้อกําหนดใดในสัญญาฉบับนี้ ส่งผลให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหลุดพ้นจากหน้าที่ความรับผิดชอบและความรับผิดใด ๆ ภายใต้กฎหมาย
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อตกลง และ/หรือเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ จะกระทํา ได้ต่อเมื่อคู่สัญญาตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างตกลงและรับทราบว่า ข้อตกลง และ/หรือเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานอัยการสูงสุด
หากสํานักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นให้เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อตกลง และ/หรือเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ ในสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อตกลง และ/หรือเงื่อนไขดังกล่าวได้ทันที
18. ในกรณีที่ข้อสัญญาข้อใดข้อหนึ่งหรือส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอันไร้ผลบังคับ โมฆะ หรือ พ้นวิสัยไป ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม คู่สัญญาให้ถือว่าไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนข้อสัญญา และข้อความ สัญญาส่วนอื่นๆ ซึ่งถือว่ามีผลผูกพันและให้บังคับได้อยู่ตลอดไป
19.
ค่าธรรมเนียม ค่าอากร และ/หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการทําสัญญานี้
ผู้รับจ้างตกลงเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น
20. บรรดาหนังสือ จดหมายติดต่อ คําบอกกล่าวใดๆ ของผู้ว่าจ้างที่ส่งไปยังตําบลสถานที่ ที่ระบุไว้ว่าเป็นที่อยู่ของผู้รับจ้างข้างต้น จะโดยส่งเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือไม่ลงทะเบียนให้ ถือว่าได้ส่งให้แก่ผู้รับจ้างแล้วโดยชอบ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคํานึงถึงว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ และแม้หากส่งให้ไม่ได้ เพราะตําบลสถานที่ที่กล่าวเปลี่ยนแปลงไป หรือถูกรื้อถอนไปโดยมิได้แจ้งการเปลี่ยนแปลง หรือรื้อถอนนั้น เป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบก็ดี หรือส่งให้ไม่ได้เพราะหาไม่พบตําบลสถานที่ที่ระบุไว้ข้างต้นก็ดี ให้ถือว่า ผู้รับจ้างได้รับ และได้ทราบหนังสือติดต่อ และ/หรือหนังสือบอกกล่าวของผู้ว่าจ้างแล้วโดยชอบ
21.
การล่าช้า หรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ว่าจ้างตามกฎหมาย และ/หรือตาม สัญญานี้ ไม่ถือว่าผู้ว่าจ้างสละสิทธิ หรือให้ความยินยอมกับผู้รับจ้างในกรณีนั้นๆ
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only}
-18-
รายละเอียดสําเนาหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา
(แนบรูปถ่าย และ/หรือสําเนาของหลักประกันตามแต่ละกรณี)
ผนวก 4
Дроб
BC 03/2569
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น{Internal Use Only)
-19-
ผนวก 5
ข้อกําหนด และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ผู้รับจ้างประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างเป็น ผู้ส่งมอบให้หรือไม่ก็ตาม) หรือ เมื่อผู้รับจ้างมีการเข้าถึง หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่ระบุไว้ใน สัญญาฉบับนี้ อันเกี่ยวเนื่องกับการบริการตามสัญญาฉบับนี้ (“ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง”) ผู้รับจ้างตกลงที่จะเข้าทําสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ว่าจ้าง ตามแบบที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
(“สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”)
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน คําว่า “เจ้าของข้อมูล” ตามสัญญาฉบับนี้ ให้หมายถึง บุคคลธรรมดา ที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม หรือโครงการที่มีกับธนาคาร ตามธุรกรรม หรือโครงการที่ระบุไว้ในสัญญานี้
ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุถึงตัวบุคคลได้
(ข) ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่อาจถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามที่นิยามไว้ใน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎระเบียบตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว และ
(ค) ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูล ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามข้อกําหนดภายใต้สัญญาฉบับ นี้ โดยข้อมูลดังกล่าวรวมถึง (1) ชื่อ ที่อยู่ อีเมล์ ที่อยู่ของระบบปฏิบัติการอินเตอร์เน็ต โปรโตคอล หมายเลข โทรศัพท์ และ (2) ข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่ได้รับการคุ้มครองจากการเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคล ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนด
ผู้รับจ้างรับรองว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ได้ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ ที่ได้ ส่งมอบให้กับผู้รับจ้างนั้น ถูกต้องสมบูรณ์ โดยผู้รับจ้างจะแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบเป็นหนังสือหากพบความ ไม่ถูกต้อง หรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงใด ๆ
คู่สัญญาตกลงว่า ผู้รับจ้างอยู่ในสถานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้าง จะแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที หากมีสถานการณ์หรือข้อเท็จจริงใดที่บ่งชี้ได้ว่า ผู้รับจ้างทําหน้าที่เป็นผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง โดยในกรณีดังกล่าวนี้ ผู้รับจ้างจะเข้าทําข้อตกลงใหม่กับผู้ว่าจ้าง
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างตกลงจะปฏิบัติตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
(ก) ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) ไม่กระทําการ หรืองดเว้นกระทําการใด ๆ ที่จะส่งผล หรืออาจส่งผลให้ ผู้ว่าจ้าง ฝ่าฝืน กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
BC 03/2569
no
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only)
- 20 -
(ค) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างตามคําสั่งที่เป็นหนังสือของผู้ว่าจ้าง และในกรณีที่ ผู้รับจ้างจําเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างเพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่ระบุไว้ใน คําสั่งของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเป็นหนังสือแก่ผู้ว่าจ้างก่อนดําเนินการประมวลผล ทั้งนี้ เมื่อใดก็ตามที่ ผู้รับจ้างได้ทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือคําสั่งที่เป็น
หนังสือของผู้ว่าจ้าง ให้ถือว่าผู้รับจ้างมีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการประมวลผลนอก วัตถุประสงค์ดังกล่าว
(ง) ดําเนินการแจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันที ในกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กําหนดให้มีการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
(จ) ดําเนินการตามมาตรการใด ๆ ทั้งปวง ที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด ตลอดจน ให้มีการดําเนินการและคงไว้ซึ่งมาตรการด้านความปลอดภัยด้านเทคนิคและองค์กร โดยให้มีมาตรการ
คุ้มครองต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะต้องไม่ด้อยไปกว่าที่ระบุไว้ใน
ภาระหน้าที่ของผู้รับจ้างที่มีต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้
(2) ให้ความช่วยเหลือผู้ว่าจ้างโดยเร็วในการติดต่อประสานงานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วน
บุคคลของผู้ว่าจ้างซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียง
གཱ་
(1) หน้าที่ของผู้ว่าจ้างในการตอบสนองต่อการร้องขอ หรือปรึกษา และให้ข้อมูลกับ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“การติดต่อเกี่ยวกับกฎระเบียบ”)
(2) ให้ความร่วมมือในการสืบค้น รวบรวม ลบ ถ่ายโอน หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล ของผู้ว่าจ้างและเตรียมการตอบสําหรับคําขอหรือการร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่นที่ ใช้สิทธิของตนภายใต้กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคล และ
(3) ดําเนินการประเมินผลกระทบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
(ซ) แจ้งให้ผู้ว่าจ้างทราบทันทีภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อได้รับหรือทราบถึงการติดต่อเกี่ยวกับ กฎระเบียบ หรือจากบุคคลอื่น
(ซ) ต้องปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างให้เป็นข้อมูลความลับตามที่ระบุไว้ในข้อ
กําหนดการเก็บรักษาความลับของสัญญาฉบับนี้
(ฌ) ไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้างออกนอกประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ผู้ว่าจ้าง ก่อน และในการอนุญาตนั้นผู้ว่าจ้างอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้
น
ට
BC 03/2569
соб
ใช้ภายใน ธสน. เท่านั้น(Internal Use Only} - 21 -
(ญ) แจ้ง ผู้ว่าจ้าง ทันที (ทางอีเมล์ โดยส่งไปที่ [email protected]) ภายใน 12 ชั่วโมง หลังจาก ผู้รับจ้างได้ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดดังกล่าว โดยผู้รับ จ้าง จะให้รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแก่ผู้ว่าจ้าง รวมถึงรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 37(4) ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ณ ขณะที่ทําการแจ้ง หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
(2) ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ว่าจ้างในการปฏิบัติตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อผู้ว่าจ้างร้องขอ ตามที่ระบุไว้ในหน้าที่ของผู้รับจ้าง ต่อข้อมูลส่วนบุคคลในสัญญา ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง
(ฏ) เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือหากผู้ว่าจ้างร้องขอเป็นหนังสือ ให้ผู้รับจ้างหยุดการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง และทําลาย หรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง รวมถึงสําเนา เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่ผู้ว่าจ้าง เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย กําหนดให้มีการเก็บ ข้อมูลดังกล่าวไว้ และในกรณีที่ได้รับการร้องขอจากผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะส่งหนังสือรับรองให้แก่ผู้ว่าจ้าง ว่า ตนได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในข้อนี้อย่างครบถ้วนแล้วภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคําร้องขอจากผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ให้ข้อกําหนดในข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไปในกรณีที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้ว่าจ้าง เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ให้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้มีผลบังคับใช้ในกรณีที่กฎหมาย กําหนดให้มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ไว้ (“ข้อมูลที่เก็บไว้”)
(1) ผู้รับจ้างรับรู้ว่าผู้รับจ้างจะทําหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่เก็บไว้
(2) ผู้รับจ้างจะประมวลผลข้อมูลที่เก็บไว้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ (3) เมื่อผู้ว่าจ้างร้องขอผู้รับจ้าง จะปรับปรุงข้อมูลที่เก็บไว้ให้เป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน
การไม่ปฏิบัติตามสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อกําหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามสัญญาฉบับนี้ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงของสัญญาฉบับนี้ ผู้รับจ้างจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ผู้ว่าจ้างรวมตลอดจนค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ค่าปรับ และโทษทางการปกครองภายใต้กฎหมายคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
ව
శివ శింత
BC 03/2569
แบบมาตรฐานสัญญาประมวลผลข้อมูล (กรณีไม่มีการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ)
สัญญาประมวลผลข้อมูล
สัญญาประมวลผลข้อมูลฉบับนี้ (สัญญา) ทําขึ้นเมื่อวันที่ []
ระหว่าง
โดยที่
(ก)
(ข)
(ค)
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย โดย [ผู้มีอํานาจกระทําการ) มีสํานักงานจดทะเบียน
ณ อาคารเอ็กซิม เลขที่ 1193 ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 (ธสน.) [ผู้รับจ้าง] โดย ผู้มีอํานาจกระทําการ] มีสํานักงานจดทะเบียนเลขที่ [] (“ผู้ให้บริการ”)
ธสน. และผู้ให้บริการได้เข้าทําสัญญาประธาน (ตามนิยามที่ระบุไว้ในข้อ 1.1 ของสัญญาฉบับนี้) ซึ่งภายใต้ สัญญาดังกล่าวผู้ให้บริการ (ในฐานะผู้ประมวลผล) ต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. (ตามนิยามที่ ระบุไว้ในข้อ 1.1 ของสัญญาฉบับนี้) ในนามของ ธสน. (ในฐานะผู้ควบคุม)
ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ตามนิยามที่ระบุไว้ในข้อ 1.1 ของสัญญาฉบับนี้) ผู้ควบคุมและ ผู้ประมวลผลจะต้องเข้าทําสัญญาประมวลข้อมูลตามบทบัญญัติของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
คู่สัญญาตกลงให้สัญญาฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประธาน และคู่สัญญาประสงค์จะกําหนดสิทธิและ หน้าที่ของตนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ภายใต้ข้อกําหนดและเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน
สัญญาฉบับนี้
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจึงตกลงกัน ดังนี้
1.
1.1
ค่านิยาม
เว้นแต่บริบทกําหนดไว้เป็นประการอื่น ถ้อยคําต่อไปนี้ให้มีความหมายดังต่อไปนี้
“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ที่ประกาศใช้บังคับ ในประเทศไทย และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม แทนที่ หรือนํามาใช้แทนเป็นครั้งคราว ซึ่งรวมถึง พรบ. คุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล
“กฎหมายที่ใช้บังคับ” หมายถึง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ กฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่ง ธสน. อยู่ภายใต้บังคับต้องปฏิบัติตาม
“การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การละเมิดความปลอดภัยอันนําไปสู่การประมวลผลข้อมูลโดยไม่ได้ รับอนุญาต หรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายใด ๆ หรือการสูญหาย ความเสียหาย การเปลี่ยนแปลง การทําลาย หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือโดยเหตุบังเอิญใด ๆ
“ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของ ระบุประเภทของเจ้าของข้อมูลที่เก็บ รวบรวมโดยผู้ให้บริการ หรือที่ ธสน. ส่งมอบให้แก่ผู้ให้บริการ และประมวลผลโดยผู้ให้บริการเพื่อและใน นามของ ธสน. ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และ/หรือสัญญาประธาน
ම
J
белый
1.2
1.3
2.
“ข้อมูลอันเป็นความลับ” หมายถึง ข้อมูลทั้งหมดที่ ธสน. เปิดเผยต่อผู้ให้บริการตามสัญญาฉบับนี้ หรือตาม สัญญาประธาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. และ/หรือข้อความที่ ธสน. ระบุว่าเป็นข้อมูล ความลับ หรือโดยลักษณะของข้อมูล หรือลักษณะของพฤติการณ์ที่แวดล้อมการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งพึงเข้าใจได้ ว่าเป็นข้อมูลอันเป็นความลับ
“บุคลากรของผู้ให้บริการ” หมายถึง พนักงาน เจ้าหน้าที่ ตัวแทน และผู้รับจ้าง
“บริการ” หมายถึง การดําเนินการหรือกิจกรรมใด ๆ ตามที่ระบุในเอกสารแนบท้าย 1 ที่ผู้ให้บริการจะต้อง ปฏิบัติเพื่อและในนามของ ธสน. และให้หมายความรวมถึงบริการใด ๆ ที่ ธสน. ได้ทําคําสั่งหรือแจ้งเป็น หนังสือให้ผู้ให้บริการต้องดําเนินการเพิ่มเติม หรือแก้ไข หรือปรับปรุง ตามที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งบริการ และให้หนังสือแจ้งบริการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาฉบับนี้
“ประมวลผล/การประมวลผล/ถูกประมวลผล” หมายถึง การปฏิบัติการ หรือชุดการปฏิบัติการใด ๆ ซึ่ง ดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือชุดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บ รวบรวม การบันทึก การจัดตั้ง การจัดโครงสร้าง การจัดเก็บ การดัดแปลง ปรับเปลี่ยน การเปลี่ยนแปลง การกู้คืน การปรึกษา การใช้ การเปิดเผย โดยการส่ง การเผยแพร่ หรือการจัดให้มีไว้โดยประการอื่น การ จัดเรียง หรือการรวม การจํากัด การลบ หรือการทําลาย
“ผู้ประมวลผลช่วง” หมายถึง บุคคลใดๆ (ซึ่งรวมถึงบุคคลภายนอก แต่ไม่รวมถึงบุคลากรของผู้ให้บริการ) ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ให้บริการเพื่อทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ในนามของ ธสน. ที่เกี่ยวกับสัญญาประธาน และสัญญาฉบับนี้
“พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของ ประเทศไทย และที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม แทนที่ หรือนํามาใช้แทนเป็นครั้งคราว ซึ่งรวมถึงกฎหมายลําดับรอง และระเบียบข้อบังคับทั้งหมดที่ออกภายใต้พระราชบัญญัติดังกล่าว
“สัญญาประธาน” หมายถึง สัญญาจ้างจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหาร จัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ที่ทําขึ้นระหว่าง ธสน. และผู้ให้บริการ รวมถึง สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง
คําว่า “คณะกรรมการ” “ผู้ควบคุม” “ผู้ประมวลผล” “ข้อมูลส่วนบุคคล” และ “หน่วยงาน” ให้มี ความหมายตามนิยามที่ระบุไว้ใน พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคําที่เกี่ยวข้องกันจะตีความตามที่ระบุ ไว้ใน พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บทเกริ่นนําและเอกสารแนบท้ายสัญญานี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้
วัตถุประสงค์
ผู้ให้บริการจะดําเนินการให้บริการ และประมวลผลเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามข้อกําหนดของ สัญญาฉบับนี้ทุกกรณี และตามคําสั่งเป็นหนังสือของ ธสน. เป็นคราว ๆ โดยผู้ให้บริการจะไม่ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือไปจากที่กล่าวไว้ข้างต้น
3.
3.1
3.2
3.3
3.4
3.5
3.6
การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการตกลงจะปฏิบัติตามข้อกําหนดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ดังนี้
(ก) ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับทั้งหมดในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
(ข)
(ค)
ของ ธสน.
ไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. นอกเหนือจากคําสั่งเป็นหนังสือของ ธสน. เว้นแต่เป็น การประมวลผลข้อมูลตามกฎหมายที่ใช้บังคับที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ให้บริการ (หรือผู้ประมวลผลช่วง จะต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบถึงข้อกําหนดทางกฎหมายดังกล่าวก่อนทําการประมวลผลข้อมูลส่วน
บุคคลของ ธสน, นัน และ
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามสมควรที่จําเป็นในการให้บริการ และสอดคล้องกับ
สัญญาประธาน
ผู้ให้บริการรับทราบและตกลงว่า บริการตามเอกสารแนบท้าย 1 นี้ เป็นบริการเบื้องต้น ซึ่ง ธสน. อาจแก้ไข เพิ่มเติม ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงเอกสารแนบท้าย 1 ได้ตามที่ ธสน. เห็นสมควร โดยแจ้งหรือออกคําสั่ง เป็นหนังสือให้ผู้ให้บริการทราบและถือปฏิบัติเป็นครั้งคราว และให้หนังสือแจ้งดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของ สัญญาฉบับนี้ (“หนังสือแจ้งบริการ”)
ผู้ให้บริการจะดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามข้อกําหนด และตามเงื่อนไขที่ระบุใน เอกสารแนบท้าย 2 อย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงขั้นตอนเกี่ยวกับการปฏิบัติดังต่อไปนี้
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
(ก)
(ข)
(ค)
(6)
การประมวลผลช่วง
การจัดการด้านความปลอดภัย
(จ) สิทธิในการตรวจสอบ และ
(ฉ)
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการจะต้องดําเนินการให้บุคลากรของผู้ให้บริการ เฉพาะผู้ที่ผู้ให้บริการได้มอบหมาย และ/หรือแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และสัญญาประธานเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ได้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะดําเนินการให้มีการปฏิบัติตามข้อ ค (บุคลากรของผู้ให้บริการ) ตามเอกสารแนบ 2
อย่างเคร่งครัด
ผู้ให้บริการจะไม่ว่าจ้างผู้ประมวลผลช่วง เพื่อการปฏิบัติตามบริการส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของสัญญา ฉบับนี้ หรือทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก ธสน. ก่อน โดยในส่วนของการประมวลผลข้อมูลช่วง ผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามข้อ ง (การประมวลผลช่วง) ของเอกสารแนบท้าย 2 อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้ผู้ให้บริการดําเนินการให้ผู้ประเมินผลช่วงปฏิบัติตามสัญญา ฉบับนี้อย่างเคร่งครัด
ผู้ให้บริการจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ต่อบุคคลภายนอกไม่ว่าในกรณีใดๆ นอกเหนือจากที่ ระบุไว้ในวัตถุประสงค์ของสัญญาฉบับนี้ และสัญญาประธาน หรือเมื่อได้รับหนังสือร้องขอเป็นการ
เฉพาะเจาะจงจาก ธสน.
ราเก
3.7
3.8
4.
4.1
4.2
5.
6.
6.1
ไม่ว่ากรณีใดๆ ผู้ให้บริการจะต้องไม่โอน หรือใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. นอกประเทศ ไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก ธสน. ก่อนกระทําการดังกล่าว
ผู้ให้บริการจะใช้มาตรการด้านเทคนิค และด้านองค์กรที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. จะได้รับความคุ้มครองในระดับที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และจะได้รับการป้องกันจากการละเมิดข้อมูล
ส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงมาตรการที่เหมาะสมซึ่งกําหนดโดยกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สัญญาฉบับนี้ และคําสั่งของ ธสน. ตามความเหมาะสม
สิทธิของลูกค้า
ผู้ให้บริการจะให้ความช่วยเหลือแก่ ธสน. ในการดําเนินมาตรการด้านเทคนิค และด้านองค์กรที่เหมาะสม เท่าที่จะเป็นไปได้ โดยพิจารณาถึงลักษณะการประมวลผล เพื่อให้บรรลุผลในการปฏิบัติหน้าที่ของ ธสน. ในการตอบสนองคําร้องขอในการใช้สิทธิของลูกค้าภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะ
(ก)
(ข)
ๆ
แจ้งให้ ธสน. ทราบโดยทันทีหากผู้ให้บริการ หรือผู้ประมวลผลช่วงใด ๆ ได้รับคําร้องขอจากลูกค้า เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. และ
ไม่ตอบรับคําร้องขอดังกล่าวในข้อ 4.2 (ก) รวมถึงดําเนินการให้ผู้ประมวลผลช่วงไม่ตอบรับคําร้อง ข้อดังกล่าว เว้นแต่เป็นการดําเนินการตามคําสั่งของ ธสน. ที่ได้แจ้งไว้เป็นหนังสือ หรือตามที่ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกําหนด ซึ่งในกรณีดังกล่าว ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบถึงข้อกําหนด ทางกฎหมายก่อนที่ผู้ให้บริการ หรือผู้ประมวลผลช่วงจะตอบรับคําร้องขอดังกล่าว เท่าที่กฎหมายที่ เกี่ยวข้องดังกล่าวอนุญาตให้กระทําได้
การประเมินผลกระทบของการคุ้มครองข้อมูล และการปรึกษาหารือล่วงหน้า ในกรณีที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด ผู้ให้บริการจะให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ ธสน. ในการประเมินผลกระทบจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการปรึกษาหารือล่วงหน้ากับหน่วยงาน/ คณะกรรมการ หรือหน่วยงานอื่นที่มีอํานาจเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สําหรับกรณีที่ ธสน. พิจารณาแล้วเห็น ว่า ธสน. มีหน้าที่ต้องดําเนินการตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือบทบัญญัติที่เทียบเท่ากันของ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอื่นใด ในแต่ละกรณี เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของ ธสน. โดยพิจารณาถึงลักษณะของการประมวลผล และข้อมูลที่ส่งมอบให้แก่ผู้ให้บริการ หรือ ผู้ประมวลผลช่วง
การแก้ไข การโอน การลบ หรือการส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการจะต้องดําเนินการแก้ไข ถ่ายโอน ลบ หรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ทันที ตามคําร้อง ขอใด ๆ ของ ธสน. ตามหนังสือรับรองการดําเนินการตามคําร้องขอของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้า แห่งประเทศไทย ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย 3
อ
ම
6.2
6.3
6.4
7.
7.1
7.2
7.3
7.4
7.5
ภายใต้บังคับข้อ 6.3 ธสน. มีดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวที่จะขอให้ผู้ให้บริการดําเนินการดังต่อไปนี้ โดยการส่ง หนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ให้บริการ และผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามหนังสือร้องขอใด ๆ ภายใน 30 นับจากวันที่ ได้รับหนังสือบอกกล่าวจาก ธสน.
(ก)
(ข)
ส่งคืนสําเนาฉบับสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ทั้งหมดให้แก่ ธสน. โดยการถ่ายโอน ไฟล์ข้อมูลที่ปลอดภัยตามรูปแบบที่ ธสน. จะแจ้งผู้ให้บริการ และ
เมื่อดําเนินการตามข้อ 6.2 (ก) แล้ว ผู้ให้บริการจะจัดให้มีการดําเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่ประมวลผลโดยผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ประมวลผลช่วง รวมถึงสําเนาข้อมูล เว้นแต่ ธสน. จะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลช่วงแต่ละราย อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้ได้เฉพาะในกรณีที่ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้เท่านั้น และเพียงเท่าที่ระยะเวลาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนด ทั้งนี้ ผู้ให้บริการรับรองว่า จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ดังกล่าวทั้งหมดไว้เป็นความลับ และจะ ประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเฉพาะที่จําเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในกฎหมายที่ใช้บังคับที่เกี่ยวข้องกําหนดใน เรื่องของการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด
เมื่อได้รับการร้องขอจาก ธสน. ผู้ให้บริการจะส่งหนังสือรับรองให้แก่ ธสน. ว่า ตนได้ปฏิบัติตามข้อ 6 นี้ อย่างครบถ้วนแล้วภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคําร้องขอจาก ธสน.
การเก็บรักษาความลับ
ผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลอันเป็นความลับทั้งหมดไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็น ความลับแก่บุคคลภายนอกไม่ว่ากรณีใด ๆ และจะไม่ใช้ข้อมูลอันเป็นความลับเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ นอกเหนือจากเพื่อวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้ ผู้ให้บริการจะคุ้มครองข้อมูลอันเป็นความลับ
เช่นเดียวกับที่คุ้มครองข้อมูลอันเป็นความลับของตนเองและข้อมูลที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์ และไม่ว่ากรณีใด
ต้องไม่ด้อยไปกว่าระดับการคุ้มครองตามสมควร
ผู้ให้บริการและบุคลากรของผู้ให้บริการ และผู้ประมวลผลช่วงจะเก็บรักษาข้อมูลอันเป็นความลับทั้งหมดไว้ เป็นความลับ แม้ว่าจะมีการส่งข้อมูลอันเป็นความลับใด ๆ คืนให้แก่ ธสน. แล้วก็ตาม ซึ่งการดําเนินการตาม ข้อนี้จะยังคงมีผลบังคับต่อไปแม้ว่าสัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
ๆ
ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับการร้องขอ หรือถูกกําหนดให้เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับใด ๆ โดยคําสั่งศาล หรือคําวินิจฉัยของหน่วยงานกํากับดูแล ผู้ให้บริการจะส่งหนังสือบอกกล่าวไปยัง ธสน. โดยทันที เพื่อที่ ธสน. อาจจะขอคําสั่งคุ้มครอง หรือการแก้ไขเยียวยาที่เหมาะสมอื่นๆ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะเปิดเผยข้อมูลอันเป็น ความลับเฉพาะส่วนที่กฎหมายกําหนดเท่านั้น
ภายใน 30 วันทําการภายหลังจากที่ (1) สัญญาประธานสิ้นสุดลง หรือ (2) ธสน. มีหนังสือร้องขอไม่ว่าใน เวลาใด ๆ ผู้ให้บริการจะทําลาย หรือส่งคืนข้อมูลอันเป็นความลับทั้งหมดให้แก่ ธสน. ตามวิธีการที่ ธสน.
กําหนด
การรักษาความลับภายใต้ข้อ 7 นี้ จะไม่นํามาใช้บังคับ หากข้อมูลอันเป็นความลับเป็นที่ทราบของประชาชน ทั่วไปก่อนหรือภายหลังที่จะถูกเปิดเผย หรือได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายจากบุคคลภายนอก (แล้วแต่กรณี) โดยไม่ถือว่าผิดข้อกําหนดในการรักษาความลับในข้อ 7 นี้แต่ประการใด
ල
8.
9.
9.1
9.2
10.
10.1
การชดใช้ค่าเสียหาย
ผู้ให้บริการจะป้องกันไม่ให้ ธสน. ได้รับความเสียหาย และชดใช้ให้แก่ ธสน. เต็มจํานวนความเสียหายที่เกิด ขึ้นกับ ธสน. ในทุกกรณี สําหรับความเสียหายจากการที่ผู้ให้บริการและ/หรือผู้ประมวลผลช่วงประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยการละเมิดข้อตกลงในสัญญาฉบับนี้ และ/หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน
บุคคล
ระยะเวลาและการบอกเลิกสัญญา
สัญญาฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับจนกว่าสัญญาประธานจะสิ้นสุดลง โดยไม่มีการเข้าทําสัญญาประธานฉบับใหม่ เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง สิทธิและหน้าที่ใด ๆ ของคู่สัญญาที่มีอยู่ก่อนสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง จะยังคงมีผล ใช้บังคับอยู่ต่อไป
บททั่วไป
ๆ
หัวข้อ หัวข้อของสัญญาฉบับนี้มีไว้เพื่อประโยชน์ของสัญญาฉบับนี้เท่านั้น และจะไม่ถือว่ามีผลกระทบต่อการ ตีความข้อกําหนดใด ๆ ของสัญญาฉบับนี้
10.2 สัญญาทั้งฉบับ เอกสารแนบท้ายและเอกสารทั้งหมดที่ทําขึ้นภายใต้สัญญาฉบับนี้จะถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ฉบับนี้ ผู้ให้บริการตกลงผูกพันและปฏิบัติตามเอกสารดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งเอกสารฉบับที่ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติม
10.3
10.4
10.5
10.6
11.
การแก้ไข เว้นแต่ระบุไว้เป็นประการอื่นในสัญญาฉบับนี้ การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาฉบับนี้ จะต้องตกลงกันเป็น ลายลักษณ์อักษรและลงลายมือชื่อโดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
ความสัมพันธ์ ไม่มีข้อกําหนดใดในสัญญาฉบับนี้สามารถตีความได้ว่าเป็นการระบุเจตนารมณ์ของคู่สัญญาที่ จะเป็นตัวแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเข้าเป็นหุ้นส่วน สมาคม หรือกิจการร่วมค้ากับคู่สัญญาอีกฝ่าย
หนัง
การแยกส่วนของสัญญา หากข้อกําหนดหรือข้อสัญญาใด ๆ ของสัญญาฉบับนี้เป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วย กฎหมาย หรือไม่สามารถใช้บังคับได้ทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ส่วนที่เหลือของข้อกําหนดหรือข้อสัญญา ดังกล่าวจะยังคงมีผลใช้บังคับได้อย่างเต็มที่เสมือนว่าข้อกําหนดหรือข้อสัญญาที่เป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วย กฎหมาย หรือไม่สามารถใช้บังคับได้ดังกล่าวไม่เคยมีอยู่ในสัญญาฉบับนี้
การสละสิทธิ การที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ใช้สิทธิ หรือใช้สิทธิใด ๆ ล่าช้า ภายใต้สัญญาฉบับนี้ เพียงครั้ง เดียว หรือเพียงบางส่วน จะไม่ถือเป็นการสละสิทธิ (ไม่ว่าโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยาย ทั้งหมดหรือบางส่วน)
ของคู่สัญญาฝ่ายดังกล่าว และจะไม่ทําให้การใช้สิทธิใด ๆ ดังกล่าวในอนาคตต้องเสียไป
กฎหมายที่ใช้บังคับ
ๆ
สัญญาฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย
อ
เพื่อเป็นหลักฐานแห่งการนี้ คู่สัญญาจึงได้ลงลายมือชื่อเป็นคู่ฉบับ ณ วันที่ลงในสัญญาและถือไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ
ธสน. เพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย
โดย
([])
(ผู้มีอํานาจกระทําการ)
ผู้รับจ้าง
โดย
(ผู้มีอํานาจกระทําการ)
พยาน
([*])
B
เอกสารแนบท้าย 1
บริการ
รายละเอียดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
กิจกรรมทีประมวลผล
ระยะเวลา
ลักษณะและวัตถุประสงค์
ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดําเนินการเพื่อปฏิบัติงานด้าน
การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสามารถเข้าถึงรายละเอียด
ของพนักงานได้ตามหน้า intranet ในกรณีต้องการติดต่อ ประสานงานเพื่อดําเนินกิจกรรมต่างๆ
การประมวลผลจะดําเนินต่อไปตราบเท่าที่สัญญาประธาน
ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่
ใช้ค้นหาข้อมูล ชื่อบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล email และหมายเลขโทรศัพท์ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม หรือ โครงการที่มีกับธนาคาร ตามธุรกรรม หรือโครงการที่ระบุไว้ ในสัญญานี้
ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ใช้งานจะมีในส่วนของการค้นหาข้อมูลส่วนบุคคล
ประเภทของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่
เกี่ยวข้อง
ความยินยอมที่ได้รับอนุมัติ
ชื่อบุคลากร email และหมายเลขโทรศัพท์
เข้าถึงข้อมูลพนักงานเป็นหลัก
ในกรณีที่ ธสน. มีการอนุมัติล่วงหน้าให้ผู้ให้บริการโอนข้อมูล ส่วนบุคคลของ ธสน. ไปต่างประเทศ ให้ระบุประเภทของข้อมูล ส่วนบุคคลที่มีการโอน กิจกรรมการประมวลผลในต่างประเทศ และเงื่อนไขของการโอนข้อมูล (ถ้ามี)
ව
ก.
ข.
เอกสารแนบท้าย 2
การคุ้มครองและการดําเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
(1)
ผู้ให้บริการจะดําเนินการให้ บุคลากรของผู้ให้บริการเข้าถึงระบบที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ใน
ระดับต่ําสุดตามความจําเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรนั้นๆ เท่านั้น
(2) ผู้ให้บริการจะต้องดําเนินการให้ เฉพาะบุคลากรของผู้ให้บริการที่ดูแลด้านระบบเทคโนโลยีและ
(3)
(4)
(5)
(6)
(7)
(8)
สารสนเทศเท่านั้นที่มีสิทธิในการสร้างบัญชีการเข้าถึงระบบที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. การเข้าถึงระบบที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. จะต้องถูกควบคุมด้วยขั้นตอนการลงชื่อเข้าใช้ระบบ ที่ปลอดภัย ผู้ให้บริการและบุคลากรของผู้ให้บริการแต่ละคนจะต้องไม่แบ่งปันชื่อ บัญชี หรือ รหัสผ่านแก่บุคคลอื่น โดยรหัสผ่านต้องมีการเปลี่ยนอย่างสม่ําเสมอ (เช่น อย่างน้อยทุก 6 เดือน) การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ซึ่งรวมถึงบัญชีและรหัสผ่านของผู้ใช้งานจะต้องถูกยกเลิก ในทันทีเมื่อไม่มีความจําเป็นต้องใช้
ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษา และจัดหารายละเอียดของบุคลากรของผู้ให้บริการทั้งหมดที่สามารถ เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ได้ให้แก่ ธสน. หากได้รับการร้องขอจาก ธสน. ผู้ให้บริการจะต้องพิจารณาทบทวนการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยผู้ใช้งานอย่าง สม่ําเสมอ (เช่น อย่างน้อย 6 เดือน และหลังจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ เช่น การเลื่อนตําแหน่ง การ ลดตาแหน่ง หรือการเลิกจ้าง)
ผู้ให้บริการจะต้องจัดให้มีรายงานการตรวจสอบกิจกรรมที่ดําเนินการบนระบบที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ของ ธสน. เพื่อให้สามารถติดตามตรวจสอบกิจกรรมของระบบได้ (เช่น วันที่ บุคคล และสถานที่) โดยรายงานการตรวจสอบจะต้องจัดเก็บไว้อย่างน้อย 120 วัน และได้รับการตรวจสอบถึงกิจกรรมที่
ไม่ได้รับอนุญาต หรือที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างสม่ําเสมอ
ผู้ให้บริการจะต้องจัดให้มีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ในสถานที่เก็บข้อมูล
ดังกล่าวอย่างเหมาะสม
การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการรับรองว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ในระบบข้อมูลของตน
(1)
(2)
(3)
(4)
(5)
มีการแบ่งแยกออกจากข้อมูลของลูกค้ารายอื่น โดยใช้กลไกการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสม บันทึกในรูปอิเล็กทรอนิกส์และในรูปเอกสารซึ่งมีข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ต้องจัดเก็บไว้ในห้องที่ ล็อคกุญแจ หรือในพื้นที่ที่มีการควบคุมการเข้าถึง
ไม่ควรจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อุปกรณ์เคลื่อนที่ ฮาร์ดไดร์ฟ ภายนอก หรือสื่อใดๆ ที่เคลื่อนย้ายได้ (เช่น ยูเอสบี ซีดี หรือดีวีดี) เว้นแต่จะได้รับหนังสือยินยอม
จาก ธสน. ก่อน
จะต้องมีการใช้การเข้ารหัสในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่จัดเก็บโดย
ผู้ให้บริการ
มีการใช้ซอฟท์แวร์ตรวจจับไวรัส/มัลแวร์ที่เหมาะสมในระบบข้อมูลทั้งหมดที่ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลของ ธสน. ในองค์กร นอกจากนี้ ผู้ให้บริการรับรองว่า โปรแกรมป้องกันไวรัส มัลแวร์ที่ใช้
ව
Bloat
ค.
เป็นปัจจุบัน มีโปรแกรมป้องกันรูปแบบ (signatures) และฐานข้อมูล (definitions) ของไวรัส และมัลแวร์ที่เป็นปัจจุบัน
บุคลากรของผู้ให้บริการ
(1)
(2)
(3)
(4)
(5)
ผู้ให้บริการจะดําเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อดําเนินการให้บุคลากรของผู้ให้บริการใดๆ ที่ อาจมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ถูกจํากัดเฉพาะบุคคลที่จําเป็นต้องทราบและเข้าถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามความจําเป็นอย่างเคร่งครัดเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ของ สัญญาฉบับนี้ และสัญญาประธาน ตลอดจนเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูล และผู้ประมวลผลช่วง และต้องดําเนินการให้ บุคคล
ดังกล่าวทั้งหมดอยู่ภายใต้บังคับของคํามั่นในการรักษาข้อมูลเป็นความลับ
ผู้ให้บริการต้องดําเนินการให้บุคลากรของผู้ให้บริการทั้งหมดซึ่งประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ได้รับการฝึกอบรม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในส่วนของ การจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะต้องดําเนินการให้ บุคลากรของผู้ให้บริการทั้งหมดได้รับทราบลักษณะอันถือเป็น ความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. และรับทราบทั้งหน้าที่ของผู้ให้บริการ และภาระหน้าที่ ส่วนบุคคลภายใต้สัญญาฉบับนี้ และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งให้บุคลากรของผู้ให้บริการทราบว่า การไม่ปฏิบัติตามความรับผิดชอบของตน ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ถือเป็นเรื่องร้ายแรง และอาจเป็นผลให้มีการ ดําเนินการทางวินัย และอาจถูกเลิกจ้างได้
ผู้ให้บริการจะยังคงรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยบุคลากรของผู้ให้บริการ ตลอดจนการ ดําเนินการ หรืองดเว้นดําเนินการโดยบุคลากรของผู้ให้บริการ เสมือนว่าผู้ให้บริการกระทําการ
หรืองดเว้นกระทําการดังกล่าวด้วยตนเอง
การประมวลผลช่วง
ง.
(1)
(2)
(3)
(4)
ผู้ให้บริการจะดําเนินการให้ผู้ประมวลผลช่วงจัดให้มีการรับประกันเกี่ยวกับมาตรการด้านเทคนิค
และด้านองค์กรซึ่งนํามาใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. และดําเนินการตาม ขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประมวลผลช่วงปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว ในกรณีที่ผู้ประมวลผลช่วงได้รับการว่าจ้างจากผู้ให้บริการแล้ว ณ วันที่ทําสัญญาฉบับนี้ ผู้ให้บริการ อาจยังคงว่าจ้างผู้ประมวลผลช่วงเหล่านี้ต่อไป โดยที่ผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติหน้าที่ที่ระบุในข้อ (ง) นี้ โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทําได้ โดยผู้ให้บริการต้องแจ้งแก่ ธสน. ถึงรายละเอียดของการ ประมวลผลข้อมูลที่ผู้ประมวลผลช่วงได้ดําเนินการทั้งหมดอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งส่งมอบสําเนา หนังสือและสัญญาที่เกี่ยวข้องใด ๆ แก่ ธสน. ภายใน 30 วัน นับจากวันทําสัญญาฉบับนี้ ผู้ให้บริการรับรองว่า ข้อตกลงหรือสัญญาใดๆ ที่ตนเข้าทํากับผู้ประมวลผลช่วงจะกําหนดให้ผู้ ประมวลผลช่วงกระทําการตามคําสั่งของตนเท่านั้น และกําหนดหน้าที่ของผู้ประมวลผลช่วงในการ รักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการรับรองว่า ผู้ประมวลผลช่วงจะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของผู้ ให้บริการภายใต้สัญญาฉบับนี้
ම
(2)))
จ.
(5)
(6)
ผู้ให้บริการจะยังคงต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประมวลผลช่วงและการกระทําการ
หรือการงดเว้นกระทําการของผู้ประมวลผลช่วง เสมือนว่าผู้ให้บริการกระทําการ หรืองดเว้นกระทํา
การดังกล่าวด้วยตนเอง
ในการควบคุมดูแลผู้ประมวลผลช่วงแต่ละราย ผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
(1)
(2)
(3)
ดําเนินการตรวจสอบสถานะผู้ประมวลผลช่วงก่อนที่ผู้ประมวลผลช่วงจะประมวลผลข้อมูล
ส่วนบุคคลของ ธสน. เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ประมวลผลช่วงสามารถจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลของ ธสน. ให้อยู่ในระดับที่กําหนดไว้ในสัญญาประธาน และสัญญาฉบับนี้ ดําเนินการให้มีข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการและผู้ประมวลผลช่วงเป็นหนังสือ ซึ่งรวมถึงมี ข้อกําหนดเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ในระดับเดียวกับที่ระบุไว้ใน สัญญาฉบับนี้ และเป็นไปตามข้อกําหนดที่ระบุไว้ใน พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ จัดส่งสําเนาสัญญาของผู้ให้บริการที่ทํากับผู้ประมวลผลช่วง (ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพื่อลบ ข้อมูลความลับทางการค้าที่ไม่เกี่ยวกับข้อกําหนดของสัญญาฉบับนี้) ให้แก่ ธสน. ตามที่ ธสน. อาจร้องขอเป็นคราวๆ ไป
การจัดการความปลอดภัย
การจัดการเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ
(1)
(2)
(3)
(4)
ผู้ให้บริการต้องดําเนินการให้มีขั้นตอนการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่ไม่ปกติในองค์กรของตน และ
ให้มีการสื่อสารไปยังบุคลากรทั้งหมดของผู้ให้บริการ รวมถึงให้มีการบันทึกเหตุการณ์ไว้
บุคลากรของผู้ให้บริการจะต้องแจ้งบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบต่อความปลอดภัย
ของข้อมูลภายในองค์กรของตนทราบโดยทันทีถึงความไม่ปลอดภัย หรือการละเมิดข้อมูลส่วน บุคคลใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบโดยเร็ว เมื่อผู้ให้บริการ หรือผู้ประมวลผลช่วงใดๆ ทราบถึง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล และจะต้องหาสาเหตุ รวมถึงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนให้ความร่วมมือและความช่วยเหลืออย่างเต็มที่กับ ธสน. และดําเนินการตามขั้นตอนที่ เหมาะสม และกระทําการตามที่ ธสน. ร้องขอเพื่อลด หรือระงับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ดังกล่าว และดําเนินการป้องกันไม่ให้มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเกิดซ้ําขึ้นอีก
ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบในทันทีถึง
การร้องขอใด ๆ ให้มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยหน่วยงานผู้มีอํานาจหรือ คณะกรรมการ หรือหน่วยงานราชการใด ๆ
- การร้องเรียน หรือมีการบอกกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
หรือการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ - การขอเข้าถึงข้อมูลโดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
รวมถึงจะต้องให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือแก่ ธสน. อย่างเต็มที่เกี่ยวกับการร้องขอ การ ร้องเรียน การบอกกล่าว หรือการสื่อสารใดๆ ดังกล่าว และจะไม่ตอบกลับคําร้อง/คําขอตามที่ กําหนดไว้ข้างต้น เว้นแต่ ธสน. จะมีคําสั่งให้ผู้ให้บริการกระทําการดังกล่าว หรือเป็นการดําเนินการ ใดๆ ตามที่กําหนดไว้ในสัญญาฉบับนี้
ට
22210
ฉ.
ข.
(5)
ผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือกับ ธสน. และดําเนินการตามขั้นตอนทางธุรกิจที่เหมาะสมตามคําสั่ง ของ ธสน. เพื่อช่วยในการสืบสวน การลด และการแก้ไขเยียวยาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับ แต่ละกรณีดังกล่าวข้างต้น
แผนสํารองและการกู้คืนระบบ
(1)
(2)
ผู้ให้บริการจะต้องมีแผนการกู้คืนระบบและแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจซึ่งมีรายละเอียดของการกู้
คืนระบบข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. จากระบบบันทึกเสียงสํารองและระบบฐานข้อมูลภายนอก
ตลอดจนรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงระหว่างระยะเวลากู้คืน
ระบบ
ผู้ให้บริการจะต้องทําการสํารองข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ซึ่งประมวลผลบนระบบคอมพิวเตอร์ ของตนโดยการเข้ารหัสอย่างสม่ําเสมอ การสํารองข้อมูลอย่างสม่ําเสมอจะขึ้นอยู่กับประเภท ปริมาณ และความถี่ของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่ประมวลผลโดยผู้ให้บริการ หรือตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่จะตกลงกับ ธสน.
การพัฒนาระบบ
ผู้ให้บริการจะต้องแจ้งให้ ธสน. ทราบ และทําการตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ ใด ๆ ต่อระบบใด ๆ ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
สิทธิในการตรวจสอบ
(1)
(2)
(3)
ในการตรวจสอบ ผู้ให้บริการจะจัดให้ ธสน. มีการเข้าถึง อํานวยความสะดวก เข้าร่วม อนุญาต และ สนับสนุนให้มีการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการดําเนินการตรวจสอบโดย ธสน. หน่วยงานผู้มีอํานาจ หรือคณะกรรมการ หรือผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลภายนอกซึ่งสั่งการโดย ธสน. เกี่ยวกับการ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยผู้ให้บริการ หรือผู้ประมวลผลช่วง
ผู้ให้บริการจะอนุญาตให้ ธสน. หรือผู้ตรวจสอบที่เป็นบุคคลภายนอกซึ่งได้รับมอบหมายจาก ธสน. เข้าถึงข้อมูลทั้งหลายที่จําเป็นเพื่อการตรวจสอบว่า มีการปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนตามที่ระบุในสัญญา ฉบับนี้ และ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ให้บริการจะแจ้งและหารือกับ ธสน. ทันทีที่หน่วยงานผู้มีอํานาจหรือคณะกรรมการเริ่ม หรือ กระทําการใด ๆ เกี่ยวกับผู้ให้บริการในส่วนของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ภายใต้ สัญญาฉบับนี้ หรือ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน.
(1)
ผู้ให้บริการจะดําเนินการตามข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้ ในเรื่องเกี่ยวกับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไปยังผู้ประมวลผลช่วง หรือระหว่างบุคลากรของผู้ให้บริการ หรือไปยังบุคคลใด ๆ
การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีการรักษาความปลอดภัยโดยการ
เข้ารหัส - เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่จัดทําอยู่ในรูปของเอกสาร จะต้องมีป้ายแสดงไว้ว่า “ข้อมูลความลับของ ธสน.” และส่งโดยบริการจัดส่งพัสดุที่ปลอดภัยโดยใช้ซองห่อหุ้มสองชั้น
ปิดผนึกในลักษณะที่ถ้ามีการเปิดผนึกจะสามารถเห็นได้ชัดเจนในทันที
Проб де
จาก
(2)
(3)
เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. โดยใช้สื่อที่เคลื่อนย้ายออกได้ (เช่น ซีดี เมมโมรี่สติ๊ก ฮาร์ดไดร์ฟภายนอก) สื่อทั้งหมดต้องติดป้าย “ข้อมูลความลับของ ธสน.” ซึ่งจะต้องรักษา ความปลอดภัยโดยการเข้ารหัสที่เหมาะสม และส่งโดยใช้ของห่อหุ้มสองชั้น ปิดผนึกในลักษณะ ที่ถ้ามีการเปิดผนึกจะสามารถเห็นได้ชัดเจนในทันที - ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาบันทึกการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ทั้งหมดอย่างถูกต้อง และเหมาะสม ภายใต้สัญญาฉบับนี้ และสัญญาประธาน ตลอดระยะเวลาที่สัญญาฉบับนี้มีผล ใช้บังคับ และหลังจากนั้นตราบเท่าที่กฎหมายที่ใช้บังคับกําหนด
ในกรณีที่ผู้ให้บริการใช้บริการจัดส่งพัสดุสําหรับการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ผู้ให้บริการ จะต้องดําเนินการให้ผู้ให้บริการจัดส่งซองจดหมายไปยังผู้รับและที่อยู่ที่ระบุไว้เท่านั้น หลังจาก ตรวจสอบเอกสารผู้รับแสดงตัวตนด้วยรูปภาพซึ่งเป็นต้นฉบับที่ถูกต้องสมบูรณ์ (เช่น บัตรประจําตัว ประชาชน ใบอนุญาตขับรถ หรือหนังสือเดินทาง) ต้องมีการลงลายมือชื่อเพื่อยืนยันการรับ หากไม่ มีผู้รับที่ระบุไว้ หรือหากไม่สามารถจัดส่งได้ จะต้องส่งคืนของโดยที่ซองยังคงถูกปิดผนึกไว้ ผู้ให้บริการจะต้องขอหนังสืออนุมัติจาก ธสน. ก่อนการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่ไม่เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ข้างต้นในทุกกรณี
об актыв
เอกสารแนบท้าย 3
หนังสือรับรองการดําเนินการตามคําร้องขอของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย
ตามที่ข้าพเจ้า …..
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เลขที่
(“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ได้เข้าทําสัญญา
ฉบับลงวันที
กับธนาคารเพื่อการส่งออกและ นําเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) (“สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”) ข้าพเจ้าขอยืนยันและรับรองต่อ ธสน.
ดังนี้
ข้อ 1.
แล้ว
1.1
1.2
1.3
ข้าพเจ้า ได้ดําเนินการและปฏิบัติตามคําร้องขอของ ธสน. ตามหนังสือของ ธสน. เลขที่ ………………………นังสือบอกกล่าวของ ธสน.) ในเรื่องที่ได้ทําเครื่องหมาย 4 เสร็จสิ้นสมบูรณ์
แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามที่ระบุไว้ในหนังสือบอกกล่าวของ ธสน. - ถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามที่ระบุไว้ในหนังสือบอกกล่าวของ ธสน.
ปี ลบข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ที่ประมวลผลโดยผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ประมวลผลช่วง รวมถึง สําเนาข้อมูลใด ๆ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือบอกกล่าวของ ธสน.
1.4 ปี ส่งคืนสําเนาฉบับสมบูรณ์ของข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ทั้งหมดให้แก่ ธสน. โดยการถ่ายโอน ไฟล์ข้อมูลที่ปลอดภัยตามรูปแบบที่ ธสน. กําหนดไว้ในหนังสือบอกกล่าวของ ธสน.
1.5 D อื่นๆ
ข้อ 2. กรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ดําเนินการตามข้อ 1.3 และ/หรือ 1.4 ข้างต้น เนื่องจาก สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสิ้นสุดลง ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลยืนยัน และรับรองดังนี้ (กรุณาทํา เครื่องหมาย M ในส่วนที่เกี่ยวข้อง)
2.1
ปี ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้แต่ประการใด
2.2 ปี ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้เก็บ ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้ ปรากฏรายละเอียดข้อมูล ส่วนบุคคลของ ธสน. ที่เก็บตามเอกสารแนบหนังสือรับรองฉบับนี้ เนื่องจาก
โปรดระบุชื่อกฎหมาย) กําหนดให้ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่ต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ต่อไป
ข้อ 3. ในกรณีที่ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีการดําเนินการตามข้อ 2.2 ข้างต้น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคล ยืนยัน และรับรองว่า ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เท่านั้น
(ก)
(ข)
(ค)
(ง)
จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ระบุไว้ในข้อ 2.2
จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ไว้ เพียงเท่าที่ระยะเวลาตามที่กฎหมายดังกล่าวกําหนด
เท่านั้น
จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ดังกล่าวทั้งหมดไว้เป็นความลับ และ จะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเฉพาะที่จําเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในกฎหมายตามที่ระบุ
ไว้ในข้อ 2.2 เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. เท่านั้น และไม่ใช่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด
1 “ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของ ธสน. ตามนิยามที่ระบุไว้ในสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เอกสารแนบท้าย 1.4 (1)
แบบหนังสือค้ําประกัน
(หลักประกันสัญญาจ้าง)
เลขที
วันที่
ข้าพเจ้า ……
(ชื่อธนาคาร)
สํานักงานตั้งอยู่เลขที่
ถนน …..
…ตําบล/แขวง ……
…..อําเภอ/เขต…….
จังหวัด………
โดย ……
ผู้มีอํานาจลงนามผูกพันธนาคาร ขอทํา
มีข้อความต่อไปนี้
(ชื่อผู้รับจ้าง)
- ตามที่….
ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้รับจ้าง” ได้ทําสัญญาจ้าง
..กับผู้ว่า
หนังสือค้ําประกันฉบับนี้ไว้ต่อ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ว่าจ้าง” ดัง
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
จ้างตามสัญญาเลขที่
ลงวันที
ซึ่งผู้รับจ้างต้องวางหลักประกันการ ปฏิบัติตามสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เป็นจํานวน…………………………………….. ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของมูลค่า ทั้งหมดของสัญญา
ข้าพเจ้ายินยอมผูกพันตนโดยไม่มีเงื่อนไขที่จะค้ําประกันการชําระเงินให้ตามสิทธิเรียกร้องของผู้ว่าจ้าง
dnuǝuldıñ………………………………………
……………………….ลูกหนี้ร่วม ในกรณีที่ผู้
รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ หรือต้องชําระค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ หรือผู้รับจ้างมิได้ปฏิบัติตาม ภาระหน้าที่ใด ๆ ที่กําหนดในสัญญาดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ โดยผู้ว่าจ้างไม่จําเป็นต้องเรียกร้องให้ผู้รับจ้างชําระหนี้
นั้นก่อน
ตั้งแต่วันที่ - หนังสือค้ําประกันนี้มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่…………………..
………………
..พ.ศ. ……
..พ.ศ. ……..
ถึงวันที่
(ระบุวันที่ครบกําหนดสัญญารวมกับระยะเวลาการรับประกันความชํารุด
บกพร่อง) และข้าพเจ้าจะไม่เพิกถอนการค้ําประกันภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ - หากผู้ว่าจ้างได้ขยายระยะเวลาให้แก่ผู้รับจ้าง ให้ถือว่าข้าพเจ้ายินยอมในกรณีนั้นๆ ด้วย โดยให้ขยาย ระยะเวลาค้ําประกันนี้ออกไปตลอดระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายระยะเวลาให้แก่ผู้รับจ้างดังกล่าวข้างต้น
ข้าพเจ้าได้ลงนามและประทับตราไว้ต่อหน้าพยานเป็นสําคัญ
ลงชื่อ ……
ผู้ค้ําประกัน
(……..
……)
ตําแหน่ง ……
ลงชื่อ
(……..
ลงชื่อ
( ………
พยาน
………
พยาน
……..)
- หมายเหตุ : กรณีลงนามในสัญญาจ้างตามปกติ ให้หน่วยงานของรัฐระบุวันที่หนังสือค้ําประกันเริ่มมีผล ใช้บังคับให้มีผลตั้งแต่วันทําสัญญาจ้าง
1.411) แบบหนังสือค้ําประกัน หลักประกันสัญญาจ้าง
เอกสารแนบท้าย 1.5 (1)
บทนิยาม
“ผู้เสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เข้าเสนอ ราคาขายในการประกวดราคาซื้อของธนาคาร เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการของ
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคาขายในการประกวดราคาซื้อของธนาคารในคราวเดียวกัน
การมีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมของบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าว
ข้างต้น ได้แก่การที่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้
(1) มีความสัมพันธ์กันในเชิงบริหาร โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดาหรือของนิติบุคคลรายหนึ่ง มีอํานาจหรือสามารถ ใช้อํานาจในการบริหารจัดการกิจการของบุคคลธรรมดา หรือของนิติบุคคลอีกรายหนึ่ง หรือหลายรายที่เสนอ ราคาให้แก่ธนาคารในการประกวดราคาซื้อครั้งนี้
(2) มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน โดยผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ไม่จํากัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด เป็น หุ้นส่วน ในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทจํากัด หรือบริษัท มหาชนจํากัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เสนอราคาให้แก่ธนาคารในการประกวดราคาซื้อครั้งนี้
คําว่า “ผู้ถือหุ้นรายใหญ่” ให้หมายความว่า ผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าในกิจการ นั้น หรือในอัตราอื่นตามที่คณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุเห็นสมควรประกาศกําหนดสําหรับกิจการบาง
ประเภทหรือบางขนาด
(3)
มีความสัมพันธ์กันในลักษณะไขว้กันระหว่าง (1) และ (2) โดยผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของบุคคลธรรมดา หรือของนิติ บุคคลรายหนึ่ง เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท จํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด อีกรายหนึ่งหรือหลายรายที่เข้าเสนอราคาให้แก่ธนาคารในการประกวด ราคาซื้อครั้งนี้ หรือในนัยกลับกัน
การดํารงตําแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าถือหุ้นดังกล่าวข้างต้นของคู่สมรส หรือบุตร ที่ยังไม่ บรรลุนิติภาวะของบุคคลใน (1) (2) หรือ (3) ให้ถือว่าเป็นการดํารงตําแหน่ง การเป็นหุ้นส่วน หรือการถือหุ้น ของบุคคลดังกล่าว
ในกรณีบุคคลใดใช้ชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารผู้เป็น หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นโดยที่ตนเองเป็นผู้ใช้อํานาจในการบริหารที่แท้จริง หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่แท้จริง ของห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด แล้วแต่กรณี และห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจํากัด หรือ บริษัทมหาชนจํากัด ที่เกี่ยวข้อง ได้เสนอราคาให้แก่ธนาคารในการประกวดราคาซื้อคราวเดียวกัน ให้ถือว่า ผู้เสนอราคา หรือผู้เสนองานนั้นมีความสัมพันธ์กันตาม (1) (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี
1.5 (1) บทนิยาม, ผู้มีผลประโยชน์
เอกสารแนบท้าย 1.5 (2)
บทนิยาม
“การขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม” หมายความว่า การที่ผู้เสนอราคารายหนึ่งหรือ หลายรายกระทําการอย่างใดๆ อันเป็นการขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรค หรือไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน ราคา อย่างเป็นธรรมในการเสนอราคาต่อธนาคาร ไม่ว่าจะกระทําโดยการสมยอมกัน หรือโดยการให้ ขอให้
หรือรับว่าจะให้เรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือใช้กําลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือแสดงเอกสารอันเป็นเท็จ หรือกระทําการใดโดยทุจริต ทั้งนี้ โดยมี วัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาประโยชน์ในระหว่างผู้เสนอราคาด้วยกัน หรือเพื่อให้ประโยชน์แก่ผู้เสนอราคา รายหนึ่งรายใด เป็นผู้มีสิทธิทําสัญญากับธนาคาร หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบธนาคาร โดยมิใช่เป็นไปในทางประกอบธุรกิจปกติ
1.5 (2) บทนิยาม ขัดขวางการแข่งขัน
บัญชีเอกสารส่วนที่ 1
- ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นนิติบุคคล
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
- สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
เอกสารแนบท้าย 1.6 (1)
ขนาดไฟล์…………………………………………………… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ขนาดไฟล์……………………………
จํานวน …..
………….
….แผ่น - ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
จํานวน ……
….แผ่น
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์…….
จํานวน ……
….แผ่น - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์……………………
…………. ขนาดไฟล์
จํานวน………
….แผ่น - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์…….
………….นวน
UU……..
….แผ่น - บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
O มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์…………..
ขนาดไฟล์…….
…. จํานวน ……
……..แผ่น
ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี)
O ไม่มีผู้มีอํานาจควบคุม
มีผู้มีอํานาจควบคุม ไฟล์ข้อมูล..
0 2. ในกรณีผู้เสนอราคาไม่เป็นนิติบุคคล
O (1) บุคคลธรรมดา
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…….
จํานวน……..
…แผ่น
….ขนาดไฟล์….
จํานวน
………………………………………
..แผ่น
1.6(1) บัญชีส่วนที่ 1 - 2 -
- สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
O (ข) คณะบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…..
ไฟล์………… ไฟล์ข้อมูล.
ขนาดไฟล์…….
จํานวน …..
แผ่น
ขนาดไฟล์…….
จํานวน …….
….แผ่น - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
- ในกรณีผู้เสนอราคาเป็นผู้เสนอราคาร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา
- สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์………….
บุคคลสัญชาติไทย
ไฟล์ข้อมูล
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
- บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล
(ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล
ขนาดไฟล์…….
………………..
.แผ่น
ขนาดไฟล์….
จํานวน …….
แผ่น
ขนาดไฟล์…….
……..จํานวน ……………..
…..
ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……..
ขนาดไฟล์…….
จํานวน ……
……………. ….แผ่น
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล………
….ขนาดไฟล์….
จํานวน ……
แผ่น
ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี)
O ไม่มีผู้มีอํานาจควบคุม
มีผู้มีอํานาจควบคุม
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์………………………………
จํานวน ….
……………….
..แผ่น
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…………………………………………………………
สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์……. ……..จํานวน
….แผ่น
……
ව
Хруб
1.6(1) บัญชีส่วนที่ 1
บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…….
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
- 3-
ขนาดไฟล์….
…….. จํานวน
……
…………….. …..แผ่น
ไฟล์………………
…….ขนาดไฟล์..
จํานวน……..
………….. ….แผ่น
บ.
ผู้มีอํานาจควบคุม (ถ้ามี)
3 ไม่มีผู้มีอํานาจควบคุม
0
O มีผู้มีอํานาจควบคุม
ไฟล์ข้อมูล………
ขนาดไฟล์……
จํานวน ……
….แผ่น
0 4. อื่น ๆ (ถ้ามี)
- สําเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……
จํานวน……..
……..แผ่น
ไฟล์ข้อมูล……..
..ขนาดไฟล์…..
………….นวน ………………..
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์…. …………นวน
จํานวน …..
.แผ่น
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริง
ทุกประการ
*ลงชื่อ..
…………
………
หมายเหตุ
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือหลักฐานแสดงตัวตนของผู้เสนอราคา
.)
ผู้เสนอราคา
รายง
1.6(1) บัญชีส่วนที่ |
0
0
0
0
0
0
เอกสารแนบท้าย 1.6 (2)
บัญชีเอกสารส่วนที่ 2 2
- แคตตาล็อกและหรือแบบรูปรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์…………….
ขนาดไฟล์……………………………….
จํานวน ….. …………beid - หนังสือมอบอํานาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้เสนอราคามอบอํานาจให้บุคคลอื่น
ลงนามในใบเสนอราคาแทน
ไฟล์ข้อมูล…… - หลักประกันการเสนอราคา
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……………………………….
จํานวน……… ……………….
…..แผ่น
ขนาดไฟล์…..
จํานวน …..
แผ่น - สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลัง
วันเสนอราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
4.1……
ไฟล์ข้อมูล…….
ขนาดไฟล์……
………………………………………..
จํานวน …. ……………….
4.2…………
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์…… …………………..
จํานวน …..
แผ่น - เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ
5.1 หนังสือรับรองและยืนยันประกอบการเสนอราคาและการให้คํามั่นในการป้องกันการทุจริต
5.2 แบบหนังสือรับรองการไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหรือแก้ไขข้อความที่กําหนด
ในการจัดซื้อจัดจ้าง
ไฟล์ข้อมูล…..
ไฟล์ข้อมูล
5.3 ข้อตกลงรักษาความลับ
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล..
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์……
จํานวน …….
….แผ่น
จํานวน
.ขนาดไฟล์…… ……………………………………………
ขนาดไฟล์……………… ……………. …แผ่น
5.4 นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ขนาดไฟล์……………………………..
จํานวน ……. …แผ่น
จํานวน ….
………………
แผ่น
5.5 แบบแสดงรายการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะขอบเขตงานที่ธนาคารกําหนด
ขนาดไฟล์……
5.6 แบบประเมินคัดเลือกผู้ประมวลผล และหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลือกผู้ประมวลผล
ข้อมูลส่วนบุคคลภายนอกตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์…… …………………….
จํานวน …….
..แผ่น
ම
-2-
เอกสารแนบท้าย 1.6 (2)
5.7 หนังสือรับรองผลงาน หรือสําเนาสัญญา หรือสําเนาใบสั่งจ้าง หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงถึง
การมีผลงานตามที่กําหนด
ไฟล์ข้อมูล
ไฟล์ข้อมูล..
ขนาดไฟล์…
จํานวน
……..แผ่น
5.8 สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กรณีผู้ยื่น
ข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการ SMEs (ถ้ามี)
ขนาดไฟล์……………………………..
จํานวน ….. …แผ่น
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริง
ทุกประการ
*ลงซ๊อ
ผู้เสนอราคา
(…………..
หมายเหตุ
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือหลักฐานแสดงตัวตนของผู้เสนอราคา
1.6(2) บัญชีส่วนที่ 2
ตัวอย่างแบบการจัดทําแผนการทํางาน
1
ที่
15
รายการ
งานรื้อโครงสร้างเดิม
หน่วย
ปริมาณงาน ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน
%
รายการ…..
ลบ.ม.
รายการ……
ลบม
2
บผิวทาง
รายการ… รายการ
ครม
กรม
รวม
06
➡➡% ACC PLAN ACC ACTUAL
100%
90%
80%
70%
60%
50%
40%
20%
10%
0%
30%
Money
AccMoney
% PLAN
% ACC PLAN
% ACTUAL
9% ACC ACTUAL
% ACC DIFF
% PLAN/2
% PLAN/2 DIFF
เอกสารแนบท้าย 1.7
1
2
3
4
5
6
7
B
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เดือน…
เตือน…
เดือน…
เคอบ…
เตือน…
หมายเหตุ:
- กรณีตัวอย่าง กําหนดระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานทั้งสัญญา จํานวน 8 เดือน
หมายถึง ระยะเวลาการก่อสร้างตามแผนดําเนินงานของแต่ละรายการก่อสร้าง เช่น งานรื้อโครงสร้างเดิน กําหนดระยะเวลาก่อสร้าง จํานวน 4 เดือน (ไม่รวมระยะเวลาการก่อสร้างผิวทาง
25
หมายถึง ร้อยละของงานที่ผู้รับจ้างต้องดําเนินการก่อสร้างตามแผนงานประจําดือนของแต่ละรายการก่อสร้าง ซึ่งแต่ละรายการก่อสร้าง คิดเป็น 100 %
Money มูลค่างานแต่ละรายการ คํานวณจากร้อยละตามแผนงานเทียบกับมูลค่างานของแต่ละรายการ
% PLAN ร้อยละของแผนดําเนินงาน คํานวณจากมูลค่าของงานตามแผนดําเนินการ เมื่อเทียบกับมูลค่าของงานทั้งโครงการ
เอกสารแนบท้าย 1.8
หนังสือรับรองและยืนยันประกอบการเสนอราคาและการให้คํามั่นในการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
ข้าพเจ้า (นาย / นาง /นางสาว)
ผู้รับมอบอํานาจ/ผู้มีอํานาจกระทําการแทน (บจก. / บมจ.)
สํานักงานตั้งอยู่เลขที่
ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิ์ ผู้มีความประสงค์จะเสนอราคา งานจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการ โครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ตามรายละเอียด/ประกาศ/ข้อกําหนดของธนาคารเพื่อการส่งออก และนําเข้าแห่งประเทศไทย ขอรับรอง และ/หรือ ยืนยัน ดังนี้
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
เป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องและครบถ้วนทุกประการ
รายละเอียดของงานจ้างพัสดุดังกล่าว ที่เสนอครบถ้วนและเป็นไปตามข้อกําหนด/แนวทางที่กําหนด ทุกประการ สนับสนุนและเคารพสิทธิของพนักงานทุกคนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ทั้งระดับประเทศและระดับสากล โดยพนักงานทุกคน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มของผู้เสนอราคา ได้รับการปฏิบัติ ปกป้อง เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม รวมถึงมีการปฏิบัติต่อพนักงาน ทุกคนอย่างเป็นธรรม ยอมรับ และให้คุณค่าในความแตกต่าง ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่ เกี่ยวข้องทุกประการ
การดําเนินธุรกิจของผู้เสนอราคาราคามีการใช้ทรัพยากรทุกประเภทอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และ รับผิดชอบต่อชุมชน สังคม ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกําหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของผู้เสนอราคาราคาอย่างเคร่งครัด
ขอให้คํามั่นในการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ว่าจะยอมรับและจะร่วมมือในการต่อต้านการให้หรือ รับสินบน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปรามปราบการทุจริต พ.ศ. 2561
มาตรา 176
จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการเก็บรักษาความเป็นส่วนตัว การป้องกันและการคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกฎเกณฑ์ ประกาศ และคําสั่งใดๆ ที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนแนวปฏิบัติของ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ยอมรับและสามารถปฏิบัติตามข้อกําหนดได้ทุกประการ
ลงชื่อ
ผู้รับมอบอํานาจ / ผู้มีอํานาจกระทําการแทน
ตราประทับ (ถ้ามี)
)
1.8 หนังสือรับรองและคํามั่นป้องกันทุจริต
ම
Hem 2243410
เอกสารแนบท้าย 1.9
หนังสือรับรองการไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดหรือแก้ไขข้อความที่กําหนด
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
ตามที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (ธนาคาร) มีความประสงค์จะประกวด
ราคา งานจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ ใน In-Queue Tasks โดยมีรายละเอียดตามเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ จธ.ไอที 024/69 นั้น
ข้าพเจ้า บจก.บมจ…….
โดย นาย/นาง/นางสาว……
ซึ่งเป็นผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลดังกล่าว ขอรับรองว่าเอกสารที่จัดทําขึ้นและเสนอต่อธนาคารในส่วนที่ เป็นข้อความเป็นไปตามข้อกําหนดของธนาคาร บริษัทฯ มิได้เปลี่ยนแปลงใดๆ และมีความถูกต้องตรงกันกับที่ธนาคาร แจ้งไว้ในเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวข้างต้นทุกประการ
ลงลายมือชื่อ…….
(
)
ตราประทับ (ถ้ามี)
1.9 แบบรับรองไม่เปลี่ยนแปลงรายละเอียด (รอปรับปรุง เลข TOR)
เอกสารแนบท้าย 1.10
ข้อตกลงรักษาความลับ
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
ข้าพเจ้า
แทน สํานักงานตั้งอยู่เลขที่
วันที่
โดย
ผู้มีอํานาจกระทําการ
(ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้รับข้อมูล”) ขอทําข้อตกลงฉบับนี้ เพื่อให้ไว้ต่อ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่ง ประเทศไทย (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ธนาคาร”)
โดยเหตุที่ผู้รับข้อมูลประสงค์จะเข้าดําเนินการ งานจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการ บริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ซึ่งผู้รับข้อมูลมีความจําเป็นจะต้องนําข้อมูล และ รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับ งานจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและ พัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ที่ได้รับการเปิดเผยหรือส่งมอบจากธนาคาร ไปใช้ประกอบการดําเนินการ ดังกล่าว ดังนั้น ผู้รับข้อมูลจึงขอทําข้อตกลงฉบับนี้ขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในการที่ผู้รับข้อมูลตกลงยอมรับปฏิบัติตาม ข้อกําหนด และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- เว้นแต่ในเนื้อหาสาระของข้อตกลงฉบับนี้จะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น ให้คํา หรือข้อความต่าง ๆ มีความหมาย ดังต่อไปนี้
“ข้อมูลลับ” หมายถึง
“ผู้เกี่ยวข้อง”
หมายถึง
“บุคคลภายนอก” หมายถึง
ข้อมูลทั้งหลาย ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของลายลักษณ์อักษร วาจา CD-ROM ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ electronic mail หรือในลักษณะอื่นใดที่ เกี่ยวข้องกับธนาคารหรือการดําเนินการใด ๆ ของธนาคาร หรือที่ ธนาคารได้เปิดเผย ทั้งนี้ ข้อมูลลับจะรวมถึงสําเนาเอกสารข้อมูลลับ ด้วย อย่างไรก็ตามข้อมูลลับจะไม่รวมถึง (ก) ข้อมูลที่มีลักษณะเป็น ข้อมูลสาธารณะ และ/หรือ (ข) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลได้รับจาก บุคคลภายนอก โดยมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขของข้อตกลงฉบับนี้หรือ ข้อตกลงใด ๆ และ/หรือ (ค) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลถูกบังคับให้ต้อง เปิดเผยโดยผลของกฎหมาย คําสั่งศาล หรือหน่วยงานของรัฐที่มี อํานาจ และ/หรือ (ง) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลสามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้รับข้อมูล เป็นผู้จัดทําหรือพัฒนาขึ้น และ/หรือ (จ) ข้อมูลที่ผู้รับข้อมูลทราบ หรือมี ในความครอบครองอยู่ก่อนแล้ว ณ วันที่ทําข้อตกลงฉบับนี้ กรรมการ และ/หรือพนักงาน และ/หรือตัวแทนของผู้รับข้อมูลที่มี ความจําเป็นจะต้องใช้ หรือได้รับข้อมูลลับ
บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง
1.10 กะรักษาความดิบ
- 2 -
- ผู้รับข้อมูลตกลง และรับรองต่อธนาคาร ดังต่อไปนี้
2.1 จะใช้ความระมัดระวังในการใช้ข้อมูลลับเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ในการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ ที่ระบุในข้อตกลงฉบับนี้เท่านั้น
และจะไม่นําข้อมูลลับไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับความยินยอมจากธนาคาร
2.2 จะเปิดเผยข้อมูลลับให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องทราบเท่านั้น พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงหน้าที่ใน การปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ด้วย และกํากับดูแลมิให้ผู้เกี่ยวข้องดําเนินการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนข้อตกลงฉบับนี้ เว้น แต่กรณีที่ผู้รับข้อมูลต้องเปิดเผยข้อมูลลับโดยผลของกฎหมาย คําสั่งศาล หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอํานาจ ซึ่งผู้รับข้อมูล จะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่จะมีการเปิดเผยดังกล่าว
2.3 จะไม่ทําสําเนาข้อมูลลับ และ/หรือสําเนาเอกสารข้อมูลลับ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากธนาคาร 2.4 ในกรณีที่ธนาคารมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร (ตามนิยามที่ระบุไว้ใน เอกสารแนบท้าย) ผู้รับข้อมูลจะปฏิบัติตามข้อกําหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้าย สัญญา/ใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง/ข้อตกลงนี้อย่างเคร่งครัด และให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานี้ - กรณีที่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติผิดเงื่อนไข และ/หรือข้อรับรองของข้อตกลงฉบับนี้ ผู้รับข้อมูลตกลงเป็นผู้รับผิดชอบในบรรดาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
รวมถึงค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดําเนินคดี ให้แก่ธนาคาร - กรณีที่มีความเสียหายใด ๆ เกิดขึ้นกับผู้รับข้อมูล อันเนื่องมาจากการใช้ข้อมูลลับที่ได้จากธนาคาร และ/หรือ ผู้เกี่ยวข้องของธนาคาร ผู้รับข้อมูลตกลงและยินยอมสละสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากธนาคาร
- ข้อตกลงฉบับนี้มีผลใช้บังคับเป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันที่ทําข้อตกลงฉบับนี้
- ผู้รับข้อมูลตกลงส่งมอบคืน และ/หรือลบ และ/หรือทําลายข้อมูลลับ สําเนาข้อมูลลับ และ/หรือสําเนา เอกสารข้อมูลลับที่ผู้รับข้อมูล และ/หรือผู้เกี่ยวข้องครอบครองอยู่ให้แก่ธนาคารในทันทีที่สิ้นสุดระยะเวลาตามข้อตกลง
ฉบับนี้ - ข้อตกลงฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย
เพื่อเป็นหลักฐาน ผู้รับข้อมูลจึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสําคัญ ต่อหน้าพยาน ณ วัน เดือน ปี ที่ระบุข้างต้น
(
(
ผู้รับข้อมูล
)
พยาน
)
พยาน
(
}
-3-
เอกสารแนบท้าย ข้อ 2.4
1
2
3
ข้อกําหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในกรณีที่ผู้รับข้อมูลประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล (ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ธนาคารเป็นผู้ส่งมอบให้ หรือไม่ก็ตาม) หรือเมื่อผู้รับข้อมูล มีการเข้าถึง หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล อันเกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม หรือโครงการ ที่มีกับธนาคาร ตามธุรกรรม หรือโครงการที่ระบุไว้ในสัญญานี้ (“ข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร”) ผู้รับข้อมูล ตกลงที่จะปฏิบัติตามข้อกําหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามเอกสารแนบท้ายนี้ และ/หรือเข้าทํา สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับธนาคารตามแบบที่ธนาคารกําหนด ทั้งนี้ ตามที่ธนาคารเห็นสมควร เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน คําว่า “เจ้าของข้อมูล” ให้หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม หรือโครงการที่มีกับธนาคาร ตามธุรกรรม หรือโครงการที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ประกอบด้วยข้อมูลดังต่อไปนี้:
(ก) ข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุถึงตัวบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลได้
(ข)
(ค)
ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่อาจถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามที่นิยามไว้ในกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎระเบียบตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว และ ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูล ที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติตามธุรกรรมหรือโครงการที่มีกับธนาคาร ตามธุรกรรมหรือโครงการที่ระบุไว้ในสัญญานี้
ผู้รับข้อมูล ตกลงจะปฏิบัติตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
(ก)
ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) ไม่กระทําการ หรืองดเว้นกระทําการใด ๆ ที่จะส่งผล หรืออาจส่งผลให้ธนาคารฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
(ค)
(ง)
(จ)
(ฉ)
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร เฉพาะที่เกี่ยวข้อง และจําเป็นต่อการทําธุรกรรม หรือโครงการ ตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ หรือตามคําสั่งของธนาคาร และในกรณีที่ผู้รับข้อมูล จําเป็นต้องประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารเพื่อวัตถุประสงค์อื่น นอกเหนือจากธุรกรรมหรือโครงการตามที่ระบุไว้ใน สัญญานี้ หรือที่ระบุไว้ในคําสั่งของธนาคาร ผู้รับข้อมูลจะต้องแจ้งเป็นหนังสือแก่ ธนาคาร ก่อน ดําเนินการประมวลผลข้อมูล ทั้งนี้ เมื่อใดก็ตาม ที่ผู้รับข้อมูลได้ทําการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของ ธนาคาร โดยมีวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากธุรกรรมหรือโครงการตามที่ระบุไว้ในสัญญานี้ หรือคําสั่งที่ ของธนาคาร ให้ถือว่าผู้รับข้อมูล นอกวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ๆ
มีสถานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสําหรับการประมวลผล
ดําเนินการแจ้งให้ธนาคารทราบทันที ในกรณีที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนดให้มีการ ดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ที่ดําเนินการโดยผู้รับ ข้อมูล
ดําเนินการตามมาตรการใด ๆ ทั้งปวง ที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด โดยอย่างน้อย ต้องมีมาตรการคุ้มครองต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร
ต้องปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ให้เป็นข้อมูลความลับ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้
10 ข้อตกลงรักษาความลับ
- 4-
(ช)
(ซ)
(ฌ)
ไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารออกนอกประเทศไทย โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากธนาคาร
ก่อน และในการอนุญาตนั้น ธนาคารอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้
แจ้งธนาคารทันที (ทางอีเมล์ โดยส่งไปที่ [email protected]) ภายใน 12 ชั่วโมง หลังจาก
ผู้รับข้อมูลได้ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือความเสี่ยงที่จะเกิดการละเมิดดังกล่าว
โดยผู้รับ
ข้อมูลจะให้รายละเอียดข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องแก่ธนาคาร รวมถึงรายละเอียดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 37(4) ของ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ณ ขณะที่ทําการแจ้ง หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้ความช่วยเหลือแก่ ธนาคาร ในการปฏิบัติตามหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคลเมื่อธนาคารร้องขอ
(ญ) เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือหากธนาคารร้องขอเป็นหนังสือ ให้ผู้รับข้อมูลหยุดการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลของธนาคาร และทําลาย หรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร รวมถึงสําเนาเอกสารที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่ธนาคาร เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย กําหนดให้มีการเก็บข้อมูล ดังกล่าวไว้ และในกรณีที่ได้รับการร้องขอจากธนาคาร ผู้รับข้อมูลจะส่งหนังสือรับรองให้แก่ ธนาคารว่า ตนได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในข้อนี้อย่างครบถ้วนแล้วภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคําร้องขอจาก ธนาคาร ทั้งนี้ ให้ข้อกําหนดในข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไปในกรณีที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วน
บุคคลของธนาคารเมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดแล้ว และให้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้มีผลบังคับใช้ในกรณีที่ กฎหมายกําหนดให้มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคารไว้ (“ข้อมูลที่เก็บไว้”)
(ญ) เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือหากธนาคารร้องขอเป็นหนังสือ ให้ผู้รับข้อมูลหยุดการประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลของธนาคาร และทําลาย หรือส่งคืนข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร รวมถึงสําเนาเอกสารที่ เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่ธนาคาร เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศไทย กําหนดให้มีการเก็บข้อมูล ดังกล่าวไว้ และในกรณีที่ได้รับการร้องขอจากธนาคาร ผู้รับข้อมูลจะส่งหนังสือรับรองให้แก่ธนาคารว่า ตนได้ปฏิบัติตามข้อกําหนดในข้อนี้อย่างครบถ้วนแล้วภายใน 1 วัน นับจากวันที่ได้รับคําร้องขอจาก ธสน. ทั้งนี้ ให้ข้อกําหนดในข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ต่อไปในกรณีที่มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของ ธสน. เมื่อสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดแล้ว อย่างไรก็ตาม ให้ข้อกําหนดดังต่อไปนี้มีผลบังคับใช้ในกรณีที่ กฎหมายกําหนดให้มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของธนาคาร ไว้ (“ข้อมูลที่เก็บไว้”)
(1) ผู้รับข้อมูลรับทราบว่า ผู้รับข้อมูลจะทําหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่เก็บไว้
ผู้รับข้อมูลจะประมวลผลข้อมูลที่เก็บไว้ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ
(3) เมื่อธนาคารร้องขอ ผู้รับข้อมูลจะปรับปรุงข้อมูลที่เก็บไว้ให้เป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน (2) การไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามเอกสารนี้ ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงของ
สัญญาฉบับนี้ ผู้รับข้อมูลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ธนาคารรวมตลอดจนค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย ค่าปรับ และโทษทางการปกครองภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1.10 ข้อตกลงรักษาความลับ
Ad
เอกสารแนบท้าย 1.11
นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยินยอมปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร รวมถึงคําสั่ง
และวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง โดยมีบทสรุปของนโยบายฯ ดังนี้
- มีความตระหนักถึงการรักษาความปลอดภัยในข้อมูลและทรัพย์สินของธนาคาร
- รับผิดชอบในการจัดการด้านความปลอดภัยข้อมูล เช่น การจัดเก็บข้อมูล การโยกย้าย และการทําสําเนา ฯลฯ 3. ในการใช้ข้อมูลที่จัดอยู่ในชั้นลับขึ้นไป ต้องขออนุญาตจากเจ้าของข้อมูลและยินยอมลงนามในข้อตกลงรักษาความลับของ
ธนาคารก่อนเข้าใช้ข้อมูลนั้น ๆ - รักษาความถูกต้องและความลับข้อมูลของธนาคาร ก่อนการนําไปใช้งานหรือทดสอบ
- มีการจํากัดสิทธิในการเข้าใช้งานข้อมูลที่สําคัญของธนาคาร
- มีการจัดการเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์
- ยินยอมให้ธนาคาร มีสิทธิในการเข้าตรวจสอบการทํางาน ส่งมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานให้แก่
ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบภายนอก และ/หรือหน่วยงานอื่นใดที่กํากับดูแลธนาคาร
ดําเนินการให้ธนาคาร ได้สิทธิโดยชอบในการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีผู้อื่นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทาง ปัญญาอื่น ๆ สําหรับข้อมูลที่เกิดขึ้นหรือซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้น (หากมี) ถือเป็นกรรมสิทธิ์ หรือลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของธนาคาร และรับผิดชอบในกรณีที่มีการกล่าวหาฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตร หรือทรัพย์สิน
ทางปัญญานั้น ๆ
หากมีการว่าจ้างช่วงในการทํางานให้กับธนาคาร จะต้องควบคุมดูแลให้ผู้ให้บริการช่วงปฏิบัติตามนโยบายการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคาร รวมถึงคําสั่งและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน
10. รับผิดชอบในการรายงานช่องโหว่และเหตุการณ์ผิดปกติด้านความมั่นคงปลอดภัยและแจ้งธนาคารทันทีที่ ทราบ รวมถึง
การให้คําปรึกษา และรวมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
11. ห้ามมิให้นําอุปกรณ์ประมวลผลที่ไม่ใช่ของธนาคาร มาต่อเข้ากับอุปกรณ์เครือข่ายภายในของธนาคาร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก
ธนาคารเป็นลายลักษณ์อักษร
12. ห้ามมิให้นําข้อมูลและสื่อเก็บข้อมูลออกจากธนาคารโดยไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ธนาคาร
พิจารณาความเหมาะสมก่อน
13. ต้องทําหนังสือรับรองเพื่อยืนยันต่อธนาคารว่าซอฟต์แวร์ทุกประเภทที่ใช้กับงานของธนาคารไม่มีโปรแกรมแอบแฝงหรือ
โปรแกรมมุ่งร้ายใด ๆ และหากธนาคารตรวจพบ ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
14. ให้ใช้พอร์ตสื่อสาร (Service Port) ของอุปกรณ์งาน ตามที่ธนาคารกําหนดให้เท่านั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคาร ยอมรับและสามารถปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศได้ทุกประการ
ลงชื่อ
ผู้รับมอบอํานาจ / ผู้มีอํานาจกระทําการแทน
)
ตราประทับ (ถ้ามี)
ව
1.11 นโยบาย IT
เอกสารแนบท้าย 1.12
แบบแสดงรายการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะขอบเขตงานที่ธนาคารกําหนด
การจ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
ลําดับ
รายละเอียดและขอบเขตงาน ที่ธนาคารก้าหนด
รายละเอียดที่เสนอ ผลการเปรียบเทียบ
เอกสารอ้างอิง
เทียบเท่า ดีกว่า
ระบุข้อความตามรายละเอียด ระบุรายละเอียดของผู้ยื่นเสนอ ใส่เครื่องหมาย ใส่เครื่องหมาย
และขอบเขตของงาน
ของเอกสารแนบท้าย 1.1
(ข้อ 1. – 12.)
เข้ายื่นเสนอ
ตามรายละเอียด
และขอบเขตของงานดังกล่าว
“ถูก”
“ถูก”
ระบุ เอกสารอ้างอิงตาม
หากข้อเสนอ | หากข้อเสนอ
เทียบเท่า
ดีกว่า
รายละเอียดและ ขอบเขตงานนั้นๆ
รายละเอียดและรายละเอียดและ
(ถ้ามี)
ขอบเขตงาน ขอบเขตงาน
ที่กําหนด
ที่กําหนด
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถปรับหน้ากระดาษเป็นลักษณะแนวนอน ในการยื่นข้อเสนอดังกล่าว
เง
1.12 แบบแสดงรายการเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะ
เลขที่…….
เรื่อง รับรองวงเงินสินเชื่อ
แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ
วันที่ ….
เอกสารแนบท้าย 1.13
……………………ประกอบการ นิติบุคคล/บุคคลธรรมดา………………ระจําตัวผู้เสียภาษีอากร/เลข
ประจําตัวประชาชน เลขที่
งาน
จะขอเข้าร่วมการยื่นข้อเสนอเป็นผู้ประกอบการ
ระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks
จ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนาระบบที่อยู่ใน In-Queue Tasks ซึ่งตามเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการงาน จ้างผู้ให้บริการลูกจ้างภายนอก (Outsource) เพื่อการบริหารจัดการโครงการและพัฒนา กําหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ จะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง ขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร บริษัทเงินทุน เงินทุนหลักทรัพย์ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จึงมีความประสงค์ให้ธนาคาร………….ธนาคาร………………………สินเชื่อ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น
มีวงเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินไม่ต่ํากว่า
ภายในวเงิน
บาท ……………..วนเงิน……………………) และยินดีให้วงเงินสินเชื่อ
บาท …………….นวนเงิน…………………
ขอแสดงความนับถือ
…..(ชื่อผู้ลงนาม….
дуров
เที
…….
แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเ อ เ กทรอนิกส
เรื่อง รับรองเงินสินเชื่อ
เอกสารแนบท้าย 1.13
(ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคค/บุคคล………………………….. ว
ผู้เสียภาษีอากร เลขประจําตัวประชาชน เลขที่
จะรอเข้ารับการ
ทะเบียน
เป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ซึ่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
กําหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งพี่อนไขการยื่นข้อเสนอกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ พี่จะข้ามข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จึงมีความประสงค์ให้ธนาคาร………….. (อ…………….รองวงเงินสินเชื่อ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น
….ขอสนาคาร
…………………………………
(ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคค
บท
ህገ
บุคคลธรรมดา)…… มีวงเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินไม่ค่ากว่า…….. ………..วนเงินเป็นอักษร……… และยินดีให้วงเงินสินเชื่อภายในวงเงิน
…… นวนเงินเป็นอีก……….
បក្ស
ขอแสดงความนับถือ
นาคา…………
H
** เอกสารฉบับนี้จัดพิมพ์โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์
Str
เอกสารแนบท้าย 1.14
หมายเหตุ
ไม่เกี่ยวข้อง
Sh.
ท
ที
แบบประเมินผลการคัดเลือกผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายนอก
รายการกิจกรรม
สถานะกิจกรรม
ม ไม่มี/ไม่เพียงพอ
การจัดทํานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขั้นพื้นฐาน
1
2
3
4
5
ได้มีการเผยแพร่นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสาธารณะ
ได้มีการจัดตั้งแผนกภายในเพื่อดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ได้มีการจัดทําหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกระบวนการในการ
ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อจําเป็น
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้มีการระบุประเด็นดังนี้
- หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคคลผู้ปฏิบัติงาน
- ข้อจํากัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
- หลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกระบวนการในการประมวลผล ได้มีการจัดทําหลักเกณฑ์การตรวจสอบสถานะของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ ได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อจําเป็น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้มีการระบุ
4
ประเด็นดังนี้ - วัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวัง และตรวจสอบ
4 - ฝ่ายงาน หรือแผนกที่มีหน้าที่เฝ้าระวัง และตรวจสอบ
- หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคคลผู้ทําการเฝ้าระวัง และตรวจสอบ 4. หน้าที่ และความรับผิดชอบของบุคคลผู้ทําการตรวจสอบ
- ขั้นตอนการตรวจสอบ
ได้มีการจัดทําหลักเกณฑ์การจ้างงานบุคคลภายนอกเพื่อการประมวลผล และได้มีการ ทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าวเมื่อจําเป็น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวได้มีการระบุประเด็นดังนี้ - หลักเกณฑ์ในการเลือกผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
- เนื้อหาสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
1
หมายเหตุ : โปรดทําเครื่องหมาย / ลงในช่องสถานะกิจกรรมช่องใดช่องหนึ่ง (โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนดในเอกสารประกวดราคาข้อ 2.13) เกณฑ์การพิจารณา ต้อง “มี” รายการกิจกรรมจากตารางดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
رده
อ
เร
ท
St.
ที่
รายการกิจกรรม
การจัดหานโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับองค์กร
1
2
การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีการแต่งตั้งผู้จัดการด้านการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละแผนก/ฝ่าย
การจัดทําบันทึกการปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง
ข้อมูลส่วนบุคคล
3 ได้มีการจัดทําบันทึกการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งได้มีการระบุข้อมูลตามรายการ ดังนี้
4
5 - ข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวม
- วัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล
- สถานที่เก็บรักษาข้อมูล วิธีเก็บรักษาข้อมูล และระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล
- การประมวลผลในแผนก และฝ่ายงาน
- การควบคุมสิทธิการเข้าถึงข้อมูล
แต่ละฝ่ายงาน หรือแผนกมีการตรวจสอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการพัฒนา ระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีการตรวจสอบโดยบุคคลภายนอก
ได้มีการพัฒนาระบบแจ้งเมื่อมีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล - ฝ่ายงาน หรือแผนกที่รับผิดชอบ
- ระบบในการสืบสวน ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของการรั่วไหล
- ทําการศึกษาและจัดทํามาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการเกิดเหตุซ้ําซ้อน
- ระบบแจ้งเตือนภายใน และภายนอก
6
ได้มีการจัดทําระบบดังต่อไปนี้เมื่อมีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล - ระบบการรายงานไปยังเจ้าพนักงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- การแจ้งเตือนแก่บุคคลผู้ได้รับผลกระทบ
มี
مع
สถานะกิจกรรม
ไม่มี/ไม่เพียงพอ
เอกสารแนบท้าย 1.14
หมายเหตุ
ไม่เกี่ยวข้อง - ทําการศึกษาแจ้งต่อสาธารณะ และจัดทํามาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการเกิดเหตุซ้ําซ้อน
2
หมายเหตุ : โปรดทําเครื่องหมาย / ลงในช่องสถานะกิจกรรมช่องใดช่องหนึ่ง (โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนดในเอกสารประกวดราคาข้อ 2.13) เกณฑ์การพิจารณา ต้อง “มี” รายการกิจกรรมจากตารางดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ම
เอกสารแนบท้าย 1.14
สถานะกิจกรรม
หมายเหตุ
ไม่เกี่ยวข้อง
ที่
SL.
ท
รายการกิจกรรม
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในด้านบุคลากร
1
ได้มีการจัดทําสัญญารักษาความลับกับลูกจ้าง และบุคลากรของตน และได้มีการจัดทํา มาตรการทางวินัยกรณีมีการผิดสัญญาขึ้น
2 มีการกําหนดหน้าที่ และความรับผิดชอบของพนักงาน และบุคลากรเกี่ยวกับการ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ท
3 ได้มีการจัดการฝึกสอนให้แก่ลูกจ้าง และพนักงาน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในด้านเทคนิค
1
2
3
4
5
บท
มีระบบยืนยันตนของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
4
ได้มีการจัดแบ่งประเภทข้อมูลส่วนบุคคล และมีการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ในแต่ละประเภทดังกล่าว
มีการจัดการสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ได้มีมาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และมาตรการตอบโต้กรณีมีการรั่วไหล
ข้อมูลเกิดขึ้น
ได้มีการจัดทําบันทึก การพิจารณา การเก็บรักษา ประวัติการเข้าใช้ข้อมูลส่วนบุคคล 6 ได้มีการจัดทําบันทึก การพิจารณา การเก็บรักษา สถานะของระบบฐานข้อมูลส่วนบุคคล
7
8
9
มีมาตรการป้องกันการใช้ซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายบนฐานข้อมูลส่วนบุคคล
มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการโอน และส่งต่อ
มีการเฝ้าระวัง และตรวจสอบระบบฐานข้อมูลส่วนบุคคล
ม มิ ไม่มี/ไม่เพียงพอ
3
หมายเหตุ : โปรดทําเครื่องหมาย
" ลงในช่องสถานะกิจกรรมช่องใดช่องหนึ่ง (โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนดในเอกสารประกวดราคาข้อ 2,13)
เกณฑ์การพิจารณา ต้อง “มี” รายการกิจกรรมจากตารางดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ด
тоб
9928
SL.
ท
รายการกิจกรรม
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเชิงกายภาพ
1 ได้มีระบบปิดล็อกสถานที่ และอาคารที่มีกิจกรรมการประมวลผล หรือสถานที่ที่มี
2
3
ระบบอุปกรณ์เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
•
สถานที่ให้รวมถึง สํานักงานใหญ่ สํานักงานสาขา สํานักงานผู้แทน
ระบบอุปกรณ์เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้รวมถึงศูนย์คอมพิวเตอร์
คอลเซ็นเตอร์ ห้องเซิร์ฟเวอร์
ได้มีระบบการตรวจสอบยืนยันตัวตนบุคคลที่เข้าออกสถานที่ที่มีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล มีมาตรการเพื่อป้องกันการขโมยเอกสาร หรือสื่อบันทึกอื่น ๆ ที่มีข้อมูลส่วนบุคคล 4 มีการเก็บรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างมิดชิด
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องการใช้บริการผู้ให้บริการภายนอก มีการจัดจ้างบุคคลภายนอกเพื่อทําการประมวลผลด้วยความเข้าใจ
สถานะกิจกรรม
ม ไม่มี/ไม่เพียงพอ
4
1
2
มีมาตรการ และหลักเกณฑ์ในการจ้างงานบุคคลภายนอก
3
D
มีการจัดทําสัญญาประมวลผลกับบุคคลภายนอกซึ่งมีเนื้อหาสาระ ดังนี้ - มีการระบุอํานาจสั่งการ ตรวจสอบ และรับรายงานเกี่ยวกับการจ้างงาน
- มีข้อห้ามในการทําซ้ํา ดัดแปลง ปลอมแปลง และการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ที่ไม่เหมาะสม
- มีการกําหนดความรับผิดกรณีที่มีการรั่วไหลของข้อมูล
มีการตรวจสอบสถานะการปฏิบัติตามกฎหมาย และหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลเป็นประจํา หรือเมื่อมีเหตุจําเป็น
รวม
4
หมายเหตุ : โปรดทําเครื่องหมาย / ลงในช่องสถานะกิจกรรมช่องใดช่องหนึ่ง (โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่ธนาคารกําหนดในเอกสารประกวดราคาข้อ 2.13) เกณฑ์การพิจารณา ต้อง “มี” รายการกิจกรรมจากตารางดังกล่าว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
ไม่เกียวข้อง
&
เอกสารแนบท้าย 1,14
หมายเหตุ
тоб отно