ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus) พื้นที่ดำเนินการกลุ่มที่ 2 ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี , ตราด , นครนายก และปราจีนบุรี ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 ดำเนินโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านกิจกรรม “การเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)” เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ตราด นครนายก และปราจีนบุรี วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้ SMEs มีแผนพัฒนาธุรกิจที่ชัดเจน สามารถต่อยอดและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด กลุ่มเป้าหมายคือ SMEs ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ ในทุกสาขาอุตสาหกรรม ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า/พาณิชย์ ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนและจัดตั้งทีมงาน การประชาสัมพันธ์ รับสมัคร และคัดเลือกสถานประกอบการ การวินิจฉัยสถานประกอบการเพื่อประเมินสภาพปัญหาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจรายกิจการ รวมถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกใน 8 แผนงานหลัก ได้แก่ การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต, การบริหารจัดการการตลาดและการขาย, การบริหารการเงินและการบัญชี, การบริหารทรัพยากรมนุษย์, ระบบมาตรฐาน, Digital Transformation, ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์, และการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม ผู้รับจ้างต้องจัดหานักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ พร้อมทั้งจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะต่างๆ โครงการนี้มีกำหนดแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 21 กันยายน 2569 ด้วยวงเงินงบประมาณ 1,152,000 บาท
English summary
The Department of Industrial Promotion, through the 9th Regional Industrial Promotion Center, is implementing the “Strengthening SMEs Activity (9 MD) (ReBoost Plus)” project as part of the “Rebuild SMEs” initiative for the fiscal year 2026. This project aims to support SMEs affected by economic crises, particularly in Group 2 operational areas including Chonburi, Trat, Nakhon Nayok, and Prachinburi provinces. The primary objectives are to equip SMEs with clear business development plans and enable them to effectively overcome challenges. The target group comprises at least 10 SMEs from all industrial sectors, registered as legal entities or commercial businesses. The scope of work includes operational planning and team formation, public relations, recruitment, and selection of participating businesses. It also involves diagnosing the businesses to assess their issues and develop individual development plans, followed by in-depth consultations across 8 key areas: Production & Management, Marketing & Sales, Finance & Accounting, Human Resource Management, Standards, Digital Transformation, Products & Packaging, and Energy & Environmental Management. The contractor must provide experienced diagnosticians and consultants, along with comprehensive reports and recommendations. The project is scheduled for completion by September 21, 2026, with a budget of 1,152,000 Baht.
พื้นที่ดำเนินการกลุ่มที่ ๒
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ
- เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถต่อยอดการพัฒนาธุรกิจได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพปัญหา
ขอบเขตของงาน
- การวางแผนดำเนินงานและการจัดตั้งทีมงาน: จัดทำแผนภาพรวม, แผนการทำงาน, แผนการใช้พัสดุภายในประเทศ, จัดตั้งทีมงานพร้อมระบุผู้รับผิดชอบ, นำเสนอรูปแบบการประเมินวินิจฉัยและแผนพัฒนาธุรกิจ, เสนอกรอบแนวคิดการให้คำแนะนำเบื้องต้น, จัดหานักวินิจฉัย/ผู้เชี่ยวชาญ (ไม่น้อยกว่า 5 คน) และผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ (ไม่น้อยกว่า 5 คน)
- การประชาสัมพันธ์ รับสมัคร และคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม: วางแผนและจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์, กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือก, ดำเนินการคัดเลือก SMEs ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ, ประสานงานให้ SMEs สมัครและลงทะเบียนในระบบที่กำหนด
- การวินิจฉัยสถานประกอบการ และจัดทำแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ: จัดทำแผนการวินิจฉัยรายกิจการ, ประสานงานและชี้แจงรายละเอียดการวินิจฉัย, ดำเนินการวินิจฉัย ณ สถานประกอบการ (ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ, กิจการละไม่น้อยกว่า 2 Man-day หรือ 12 Man-hour), นำเสนอภาพรวมการวินิจฉัยร่วมกับสถานประกอบการ (เลือกรับคำแนะนำได้ไม่เกิน 2 แผนงาน/กิจการ), จัดทำรายงานสรุปภาพรวมการวินิจฉัยรายกิจการ
- การให้คำแนะนำเชิงลึก เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน: จัดทำรายงานข้อเสนอการให้คำแนะนำเชิงลึก (Proposal) รายกิจการ (ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงานภาพรวมตลอดระยะเวลาดำเนินงาน
- แผนการทำงานและแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
- รายชื่อทีมงานและผู้รับผิดชอบ พร้อมรายละเอียดการติดต่อ
- รูปแบบและแนวทางการประเมินวินิจฉัยสถานประกอบการ พร้อมแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ
- กรอบแนวคิดในการให้คำแนะนำเบื้องต้นและผลที่คาดว่าจะได้รับ
- ประวัติและประสบการณ์ทำงานของนักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ
- แผนการประชาสัมพันธ์กิจกรรม และสื่อประชาสัมพันธ์
- สรุปผลการพิจารณาคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม
- แผนการวินิจฉัยสถานประกอบการรายกิจการ และรายชื่อนักวินิจฉัยที่รับผิดชอบ
- แบบแสดงข้อตกลงการรับบริการของกระทรวงอุตสาหกรรม
- รายงานการวินิจฉัยสถานประกอบการรายกิจการ (ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ)
- รายงานข้อเสนอการให้คำแนะนำเชิงลึก (Proposal) รายกิจการ (ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ)
ระยะเวลาดำเนินการ
นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 21 กันยายน 2569
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนพาณิชย์ หรือทะเบียนการค้า
- มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience:
- นักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีประสบการณ์ในการวินิจฉัยสถานประกอบการ หรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 3 ปี
- ผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ ต้องมีประสบการณ์ครอบคลุมแต่ละแผนงาน (8 แผนงาน) และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี
- Previous Project Cost: ไม่ระบุ
- Technical Capabilities:
- มีความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีความสามารถในการจัดทำแผนการดำเนินงาน, แผนการทำงาน, แผนการใช้พัสดุภายในประเทศ
- มีความสามารถในการประชาสัมพันธ์, รับสมัคร, คัดเลือก, วินิจฉัย, และให้คำปรึกษาเชิงลึก
- มีความสามารถในการใช้เครื่องมือและแบบฟอร์มการวินิจฉัยที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด
- Personnel:
- นักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน
- ผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการ ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน
- นักวินิจฉัยสถานประกอบการและผู้เชี่ยวชาญสำหรับให้คำแนะนำฯ ไม่ควรเป็นบุคคลเดียวกันในสถานประกอบการเดียวกัน
- ต้องระบุชื่อบุคคลที่รับผิดชอบการดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น ผู้จัดการโครงการ, ผู้ประสานงาน, ผู้จัดทำเอกสาร พร้อมรายละเอียดการติดต่อ
เกณฑ์การพิจารณา
ไม่ระบุ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การวินิจฉัยสถานประกอบการ: ประเมินข้อมูลธุรกิจด้านกระบวนการผลิต, การตลาดและการขาย, การเงินและบัญชี, ทรัพยากรมนุษย์, ระบบมาตรฐาน, Digital Transformation, ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์, การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม
- การให้คำแนะนำเชิงลึก: ครอบคลุม 8 แผนงานหลัก ได้แก่
- แผนงานการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต (Production & Management)
- แผนงานการเพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการการตลาดและการขาย (Marketing & Sales)
- แผนงานเสริมสร้างความสามารถทางการบริหารการเงินและการบัญชี (Finance & Accounting)
- แผนงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการบริหารทุนบุคลากร (HRM & HRD)
- แผนงานด้านพัฒนาและปรับปรุงระบบมาตรฐาน (Standard)
- แผนงานด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Transformation)
- แผนงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Products & Packaging)
- แผนงานการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy & Environmental)
- การพัฒนาธุรกิจ: ส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะการบริหารจัดการธุรกิจยุคใหม่, การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม, การบริหารจัดการที่เป็นระบบและมีมาตรฐานสากล
เงื่อนไขสัญญา
- การชำระเงิน: ไม่ระบุ
- ค่าปรับ: ไม่ระบุ
- การส่งมอบงาน: สิ้นสุดไม่เกินวันที่ 21 กันยายน 2569
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- คำถาม: กิจกรรม ReBoost Plus นี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
คำตอบ: เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ ผ่านการวินิจฉัย ให้คำปรึกษา และเชื่อมโยงตลาด - คำถาม: SMEs ที่เข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
คำตอบ: เป็น SMEs ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า/พาณิชย์ และอยู่ในภาคการผลิตหรือบริการ - คำถาม: โครงการนี้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดใดบ้าง?
คำตอบ: จังหวัดชลบุรี, ตราด, นครนายก และปราจีนบุรี - คำถาม: ผู้รับจ้างต้องคัดเลือก SMEs เข้าร่วมโครงการจำนวนกี่กิจการ?
คำตอบ: ไม่น้อยกว่า 10 กิจการ - คำถาม: การวินิจฉัยสถานประกอบการจะครอบคลุมด้านใดบ้าง?
คำตอบ: กระบวนการผลิต, การตลาดและการขาย, การเงินและบัญชี, ทรัพยากรมนุษย์, ระบบมาตรฐาน, Digital Transformation, ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์, การจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม - คำถาม: SMEs สามารถเลือกรับคำแนะนำเชิงลึกได้กี่แผนงานต่อกิจการ?
คำตอบ: ไม่เกิน 2 แผนงาน จากทั้งหมด 8 แผนงาน - คำถาม: นักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญที่จัดหา ต้องมีประสบการณ์ขั้นต่ำเท่าใด?
คำตอบ: นักวินิจฉัยฯ ไม่น้อยกว่า 3 ปี และผู้เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการไม่น้อยกว่า 5 ปี - คำถาม: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับนักวินิจฉัยและผู้เชี่ยวชาญที่ต้องเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่?
คำตอบ: นักวินิจฉัยสถานประกอบการและผู้เชี่ยวชาญสำหรับให้คำแนะนำฯ ไม่ควรเป็นบุคคลเดียวกันในสถานประกอบการเดียวกัน - คำถาม: โครงการนี้มีกำหนดแล้วเสร็จเมื่อใด?
คำตอบ: ไม่เกินวันที่ 21 กันยายน 2569 - คำถาม: มีระบบลงทะเบียนใดบ้างที่ SMEs ต้องดำเนินการ?
คำตอบ: ระบบทะเบียนลูกค้ากระทรวงอุตสาหกรรม (INDUSTRY NEXT), ระบบบริการดีพร้อม DIPROM E-Services, ระบบ SME One ID ของ สสว. และระบบอื่นๆ ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกำหนด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) ((ReBoost Plus)
พื้นที่ดําเนินการกลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี, ตราด, นครนายก และปราจีนบุรี ภายใต้โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๙ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
๑. หลักการและเหตุผล
ปัจจุบัน ภาคอุตสาหกรรมและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของประเทศไทย กําลังเผชิญ กับ “มหาวิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศทั้งสภาวะ เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก ส่งผลให้ต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบและภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ อุทกภัยในพื้นที่ ภาคใต้ และความไม่สงบในบางพื้นที่ ซึ่งสร้างความเสียหายโดยตรงต่อทรัพย์สิน เครื่องจักร และสต็อกสินค้า ของสถานประกอบการ ทําให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ขาดสภาพคล่อง และสูญเสียโอกาสทางการค้าอย่างรุนแรง สถานการณ์ดังกล่าวทําให้ SMEs จํานวนมากตกอยู่ในสภาวะเปราะบาง จําเป็นต้องได้รับการ “ฟื้นฟู” อย่างเร่งด่วน จําเป็นที่ภาครัฐจะต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ SMEs ประคองตัวให้อยู่รอด สามารถกลับมา ดําเนินธุรกิจและเติบโตต่อไปได้ ดังนั้น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจึงดําเนินโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความ แข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) โดยกําหนดมาตรการดําเนินการเป็น ๓ ระยะสําคัญ คือ ๑) การวินิจฉัย สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อคัดกรองและประเมินระดับความเสียหาย (Health Check) ของสถาน ประกอบการในพื้นที่ ๒) การให้คําปรึกษาแนะนําเชิงลึกในสถานประกอบการ โดยผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่โรงงาน หรือสถานประกอบการเพื่อแก้ไขปัญหา การปรับปรุงกระบวนการบริหารการจัดการธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจกลับมา เดินหน้าได้แข็งแกร่งกว่าเดิม ๓) การเชื่อมโยงตลาดและเจรจาการค้า (Business Matching) ผ่านการจับคู่ธุรกิจ กับคู่ค้าใหม่ๆ และการจัดกิจกรรมเจรจาการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ (Networking)
บ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ ได้เล็งเห็นความสําคัญดังกล่าว จึงมุ่งเน้น การพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้มีขีดความสามารถและยกระดับในการ
ดําเนินธุรกิจ โดยส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจยุคใหม่ รวมถึงส่งเสริมการใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการธุรกิจให้เป็นระบบและมีมาตรฐานสากลเหมาะสมกับกระแส การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วยการวินิจฉัยสถานประกอบการเพื่อให้ทราบถึง ปัญหาและแนวทางแก้ไข การให้คําแนะนําเชิงลึก โดยจะมีทั้งสิ้น ๘ แผนงาน ได้แก่แผนงานการพัฒนาและ ปรับปรุงกระบวนการผลิต (Production & Management) แผนงานการเพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการการตลาด และการขาย (Marketing & Sales) แผนงานเสริมสร้างความสามารถทางการบริหารการเงินและการบัญชี (Finance & Accounting) แผนงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการบริหารทุนบุคลากร (HRM & HRD) แผนงานด้านพัฒนาและปรับปรุงระบบมาตรฐาน (Standard) แผนงานด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ (Digital Transformation) แผนงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Products & Packaging) แผนงานการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy & Environmental) เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมสามารถแข่งขันและเติบโตได้ในยุคปัจจุบัน
(นายณฐกร วงษา)
C
www
(นายเติมศักดิ์ เอี่ยนเหล็ง)
ราง (นางสาวภัคจิราพร กระทุ่มนอก)
กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)
หน้า -
๒. วัตถุประสงค์
๓.
เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ
๒. เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถต่อยอดการพัฒนาธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
และสอดคล้องกับสภาพปัญหา
กลุ่มเป้าหมาย
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ตามนิยามของสํานักงานส่งเสริมวิสากิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม : สสว.) จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ กิจการ ซึ่งเป็นวิสาหกิจภาคการผลิต หรือภาคการบริการ และจดทะเบียน เป็นนิติบุคคล หรือทะเบียนการค้า หรือทะเบียนพาณิชย์
๔. สาขาเป้าหมาย
ทุกสาขาอุตสาหกรรม
๕. พื้นที่ดําเนินการ
พื้นที่รับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ พื้นที่ดําเนินการกลุ่มที่ ๒ ได้แก่ จังหวัดชลบุรี,
จังหวัดตราด, จังหวัดนครนายก และจังหวัดปราจีนบุรี
5. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง สิ้นสุดไม่เกินวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๙
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
๑,๑๕๒,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านหนึ่งแสนห้าหมื่นสองพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากร
ๆ
4. ตัวชี้วัดผลผลิต/ตัวชี้วัดผลลัพธ์
และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ แล้ว
ตัวชี้วัดผลผลิตและตัวชี้วัดผลลัพธ์
ค่าเป้าหมาย
จํานวน
หน่วยนับ
ผลผลิต (Output)
ผลผลิตเชิงปริมาณ
จํานวนวิสาหกิจและผู้รับบริการที่ได้รับการพัฒนา
ผลผลิตเชิงคุณภาพ
ผู้รับบริการมีความพึงพอใจไม่น้อยกว่า
ผลลัพธ์ (Outcome)
บ
ร้อยละของวิสาหกิจที่ได้รับการการวินิจฉัย มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ ร้อยละของวิสาหกิจที่ได้รับการพัฒนา มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อย ละ ๑๐ (ลดต้นทุน หรือ ลดการสูญเสีย หรือ เพิ่มยอดขาย หรือ เพิ่มรายได้)
๑๐
กิจการ
๙๐
ร้อยละ
๗o
ร้อยละ
៨០
ร้อยละ
Dom
(นายณฐกร วงษา)
(นายเติมศักดิ์ เอี่ยนเหล็ง)
(นางสาวภัคจิราพร กระทุ่มนอก)
กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)
หน้า-๒-
๔. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง
ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการต่าง ๆ โดยมีรายละเอียดการดําเนินงาน ดังนี้ ๔.๑ การวางแผนดําเนินงานและการจัดตั้งทีมงาน
๔.๑.๑ ดําเนินการจัดทําและนําเสนอแผนการดําเนินงานในภาพรวมตลอดระยะเวลา การดําเนินงาน โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย วัตถุประสงค์ ขอบเขตการดําเนินงาน รูปแบบ วิธีการ และระยะเวลา การปฏิบัติงานที่เหมาะสม (Gantt Chart) พร้อมกําหนดผู้รับผิดชอบในการดําเนินงาน
๙.๑.๒ จัดทําแผนการทํางานและจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ ให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๒๐ วันทําการ นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
(๑) การจัดทําแผนการทํางาน เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทาง ปฏิบัติในการเร่งรัดการ ปฏิบัติงานตามสัญญาและการกําหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ
(๒) การจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัย ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค. (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๗๘ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่อง อนุมัติยกเว้นและกําหนดแนวทางการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ที่รัฐต้องส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๓
จัดตั้งทีมงานและระบุชื่อบุคคลที่รับผิดชอบการดําเนินงานในด้านต่าง ๆ เช่น ผู้จัดการ
ๆ
๔.๑.๓ โครงการ ผู้ประสานงาน ผู้จัดทําเอกสาร โดยระบุรายละเอียดที่สามารถติดต่อ/ประสานงานได้อย่างรวดเร็วถูกต้อง ได้แก่ ที่อยู่ โทรศัพท์ อีเมล ไลน์ไอดี ซึ่งทีมงานและบุคคลที่รับผิดชอบการดําเนินงานในด้านต่าง ๆ ต้องมีความเข้าใจ เกี่ยวกับกิจกรรมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๙.๑.๔ นําเสนอรูปแบบและแนวทางการประเมินวินิจฉัยสถานประกอบการ พร้อมทั้งแผนพัฒนา และฟื้นฟูธุรกิจ โดยต้องมีแนวทางที่สอดคล้องกับการดําเนินกิจกรรมและบรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กําหนดไว้
๔.๑.๕ เสนอกรอบแนวคิดในการให้คําแนะนําเบื้องต้นและผลที่คาดว่าจะได้รับสําหรับการพัฒนา วิสาหกิจ โดยการให้คําแนะนําฯ ต้องมีเนื้อหาที่สนับสนุนองค์ความรู้และทักษะในการบริหารจัดการธุรกิจยุคใหม่
รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการบริหารจัดการธุรกิจให้เป็นระบบและมีมาตรฐานสากล เหมาะสมกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันและสามารถรองรับกับทิศทางที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย 4 แผนงาน ดังนี้
๑) แผนงานการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต (Production & Management) ๒) แผนงานการเพิ่มสมรรถนะการบริหารจัดการการตลาดและการขาย (Marketing & Sales) ๓) แผนงานเสริมสร้างความสามารถทางการบริหารการเงินและการบัญชี (Finance
& Accounting)
๔) แผนงานด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์หรือการบริหารทุนบุคลากร (HRM & HRD) ๕) แผนงานด้านพัฒนาและปรับปรุงระบบมาตรฐาน (Standard)
๖) แผนงานด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Transformation) ๗) แผนงานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Products & Packaging) ๔) แผนงานการจัดการพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy & Environmental)
ร
(นายณฐกร วงษา)
(นายเติมศักดิ์ เอี่ยนเหล็ง)
(นางสาวภัคจิราพร กระทุ่มนอก)
กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)
หน้า - ๓
๔.๑.๖ จัดหานักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีประสบการณ์ในการวินิจฉัยสถานประกอบการหรือประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี เพื่อยกระดับ ศักยภาพธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่า ๕ คน ซึ่งสามารถดําเนินกิจกรรมให้บรรลุผลตามตัวชี้วัดที่กําหนดไว้ พร้อมแนบประวัติและประสบการณ์ทํางาน
๙.๑.๗ จัดหาผู้เชี่ยวชาญร่วมดําเนินการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๕ คน สําหรับการให้คําแนะนําฯ ด้านการจัดการธุรกิจที่ครอบคลุมกับการให้คําแนะนําฯ ทั้ง 4 แผนงาน โดยคณะผู้เชี่ยวชาญต้องมีประสบการณ์ ครอบคลุมแต่ละแผนงานทั้ง 4 แผนงาน และมีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี พร้อมแนบประวัติการศึกษา และประสบการณ์การทํางานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ นักวินิจฉัยสถานประกอบการและผู้เชี่ยวชาญสําหรับให้คําแนะนําฯ ไม่ควรเป็นบุคคล
เดียวกันในสถานประกอบการเดียวกัน
หมายเหตุ :
กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมรายชื่อนักวินิจฉัยสถานประกอบการหรือ
ผู้เชี่ยวชาญ ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร โดยต้องได้รับ อนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนทุกครั้ง
โดยรายชื่อนักวินิจฉัยหรือผู้เชี่ยวชาญที่ขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมจะต้องมี
คุณวุฒิและประสบการณ์เทียบเท่าหรือมากกว่าที่เสนอไว้เดิม
๙.๒ การประชาสัมพันธ์ รับสมัคร และคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม
๔.๒.๑ วางแผนการประชาสัมพันธ์กิจกรรม และจัดทําสื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นไปตามแนวทางของผู้ว่าจ้าง
ที่กําหนดไว้ก่อนดําเนินการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางที่เหมาะสมให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ
๔.๒.๒ กําหนดขั้นตอน หลักเกณฑ์ เกณฑ์คะแนนการคัดเลือก รูปแบบวิธีการคัดเลือก และกระบวนการ คัดเลือกนั้นควรเป็นวิธีการที่เหมาะสม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ร่วมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้แทนศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
๔.๒.๓ จัดให้มีการคัดเลือกตามวิธีการที่ได้นําเสนอไว้ และจัดทําสรุปผลการพิจารณาคัดเลือก สถานประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ กิจการ เสนอให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นชอบ ก่อนดําเนินการวินิจฉัยและให้และให้คําแนะนําฯ
ทั้งนี้ ต้องดําเนินการประสานงานให้สถานประกอบการที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรม สมัครเข้าร่วมกิจกรรม
และลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมในระบบที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด เช่น
• ระบบทะเบียนลูกค้ากระทรวงอุตสาหกรรม -INDUSTRY NEXT
(website : https://i-next.industry.go.th)
• ระบบบริการดีพร้อม DIPROM E-Services (website : https://diprom.go.th)
ระบบ SME One ID ของสํานักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
ระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด
๔.๓ การวินิจฉัยสถานประกอบการ และจัดทําแผนพัฒนาและฟื้นฟูธุรกิจ
นักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ต้องเข้ารับการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการวินิจฉัย สถานประกอบการ ตามที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด ได้แก่ รูปแบบ Onsite หรือ Online หรือ E-learning อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อทําความเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการ และเรียนรู้เครื่องมือ แบบฟอร์มการวินิจฉัย สถานประกอบการให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันภายในระยะเวลาดําเนินกิจกรรม
WN
(นายณฐกร วงษา)
(นายเติมศักดิ์ เอี่ยนเหล็ง)
(นางสาวภัคจิราพร กระทุ่มนอก)
หน้า - ๔ -
กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)
๙.๓.๑ จัดทําแผนการวินิจฉัยสถานประกอบการรายกิจการ และรายชื่อนักวินิจฉัยที่รับผิดชอบ ในแต่ละสถานประกอบการ พร้อมจัดทําเอกสารแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบ ก่อนดําเนินการวินิจฉัยสถานประกอบการ พร้อมทั้ง จัดทําแบบแสดงข้อตกลงการรับบริการของกระทรวงอุตสาหกรรม ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๔.๓.๒ ประสานงานและชี้แจงรายละเอียดการวินิจฉัยสถานประกอบการ ให้กับผู้ประกอบการ ได้รับทราบ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้งต่อกิจการ ในรูปแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ หรือรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม
๙.๓.๓ ดําเนินการวินิจฉัยสถานประกอบการตามแผนการวินิจฉัย โดยดําเนินการวินิจฉัย ณ สถานประกอบการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ กิจการ กิจการละไม่น้อยกว่า ๒ Man-day หรือ ๑๒ Man-hour
ที่
ต่อกิจการ เพื่อประเมินข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจด้านกระบวนการผลิต การตลาดและการขาย การเงินและบัญชี ทรัพยากรมนุษย์ ฯลฯ พร้อมบันทึกข้อมูลวินิจฉัยสถานประกอบการทุกครั้ง ตามแบบฟอร์มและระบบ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด
๙.๓.๔ นําเสนอภาพรวมของการวินิจฉัยร่วมกับสถานประกอบการรายกิจการ เพื่อให้สถานประกอบการ เข้าใจสภาพปัญหาและสถานะปัจจุบัน เพื่อวางแนวทางก่อนทําการเลือกแผนงานการให้คําแนะนําฯ ทั้งนี้ สถานประกอบการสามารถเลือกรับคําแนะนําฯ ในแผนงาน จํานวนไม่เกิน ๒ แผนงานต่อกิจการ (จากทั้งหมด 4 แผนงาน)
๙.๓.๕ จัดทําสรุปภาพรวมการวินิจฉัยสถานประกอบการ รายกิจการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ กิจการ ในรายงานการประเมินวินิจฉัยสถานประกอบการ ตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด เสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยมีเนื้อหาครอบคลุม ดังนี้
บทสรุปผู้บริหาร
ข้อมูลพื้นฐานสถานประกอบการ และความเป็นมาของสถานประกอบการ สถานะปัจจุบันของสถานประกอบการ พร้อมทั้งสรุปเป็นกราฟแสดงผลการประเมิน ภาพรวมการบริหารจัดการ ไม่น้อยกว่า ๗ ด้าน
การวิเคราะห์ SWOT Analysis
สรุปสภาพปัญหาเบื้องต้นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงาน
ภาคผนวก ประกอบด้วย
ข้อมูลเบื้องต้นผู้รับบริการ
• ประวัตินักวินิจฉัยสถานประกอบการ/ผู้เชี่ยวชาญ ตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริม
อุตสาหกรรมกําหนด
• แบบฟอร์มรายงานการให้คําปรึกษาแนะนํา (Diary Report) ตามแบบฟอร์มที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด
• ภาพถ่ายการเข้าให้บริการ ณ สถานประกอบการ
๙.๔ การให้คําแนะนําเชิงลึก เพื่อเสริมแกร่งและยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
๔.๔.๑ จัดทํารายงานข้อเสนอการให้คําแนะนําเชิงลึก (Proposal) รายกิจการ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑๐ กิจการ ตามแบบฟอร์มที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกําหนด เพื่อเสนอต่อสถานประกอบการถึงแนวทาง การดําเนินกิจกรรม และระยะเวลาในการดําเนินกิจกรรม รวมถึงข้อตกลงและเงื่อนไขในการให้คําแนะนําเชิงลึก
(สามารถเลือกแผนการให้คําแนะนําเชิงลึกได้ไม่เกิน ๒ แผนงาน/กิจการ)
WN
(นายณฐกร วงษา)
Cam
(นายเติมศักดิ์ เอี่ยนเหล็ง)
กิจกรรมการเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (9 MD) (ReBoost Plus)
Nomo
(นางสาวภัคจิราพร กระทุ่มนอก)
หน้า - ๕ -