ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างปรับแต่งรถพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (Mobile Office) จำนวน 20 คัน
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับแต่งรถโดยสารขนาด ๑๒ ที่นั่ง จำนวน ๒๐ คัน ให้เป็นรถ Mobile Office เพื่อสนับสนุนภารกิจของสำนักงานอัยการสูงสุดในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานครอบคลุมการปรับแต่งรถยนต์และการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานเคลื่อนที่ โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ผลิตหรือดัดแปลงที่มีมาตรฐานและได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) โครงการมีมูลค่ารวม ๑๘,๕๕๖,๐๐๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยแบ่งการส่งมอบงานออกเป็น ๓ งวด ตามระยะเวลาที่กำหนดภายใน ๑๘๐ วัน ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการปรับแต่งรถ Mobile Office ให้แก่หน่วยงานรัฐในสัญญาเดียวที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ภายในระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะจะใช้เกณฑ์ราคาเป็นหลัก
English summary
The Office of the Attorney General (OAG) is seeking contractors to customize 20 units of 12-seater passenger vans into “Mobile Office” vehicles. The project aims to support the OAG’s mission in providing legal assistance, protecting civil rights, and offering legal education to the public in remote areas. The scope of work includes vehicle modification and equipment installation. The total budget is 18,556,000 THB. The project duration is 180 days from the contract signing date. Bidders must possess a factory license (Ror.Ngor.4) and have relevant experience in government Mobile Office vehicle modification projects with a contract value of at least 2,000,000 THB within the last 10 years. The selection process will be based on the lowest price criteria.
สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อปรับแต่งรถตู้พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานในโครงการอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Office)
- เพื่อให้ได้รถตู้ที่ได้รับการปรับแต่งนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- ปรับแต่งรถโดยสารขนาด ๑๒ ที่นั่ง จำนวน ๒๐ คัน ให้เป็นรถ Mobile Office
- ติดตั้งอุปกรณ์ภายในและภายนอกตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (ผนวก ๑-๒)
- ติดตั้งระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานอุปกรณ์ภายในรถ
- ดำเนินการส่งมอบงานให้ครบถ้วนตามงวดงานที่กำหนด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รถ Mobile Office จำนวน ๒๐ คัน ที่ปรับแต่งและติดตั้งอุปกรณ์ครบถ้วนตาม TOR
- เอกสารรับรองผลงานและเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องของพัสดุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบงาน: ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การแจ้งกำหนดวันส่งมอบ: ต้องแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน
- Standards Compliance: ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔)
- Experience: ต้องมีผลงานปรับแต่งรถ Mobile Office ให้แก่หน่วยงานของรัฐ อย่างน้อย ๑ สัญญา ในระยะเวลา ๑๐ ปี
- Previous Project Cost: สัญญาผลงานต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ในสัญญาเดียว)
- Technical Capabilities: ต้องเป็นผู้ผลิตหรือดัดแปลงที่มีมาตรฐาน
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา (ราคารวม)
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ปรับแต่งรถโดยสาร ๑๒ ที่นั่ง จำนวน ๒๐ คัน
- ติดตั้งอุปกรณ์ตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (ผนวก ๑-๒)
- ระบบไฟฟ้าต้องรองรับการใช้งานอุปกรณ์ Mobile Office
- ผู้รับจ้างต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔)
เงื่อนไขสัญญา
- งวดที่ ๑: ๒๕% เมื่อส่งมอบพัสดุตามภาคผนวก ๒ (ภายใน ๖๐ วัน)
- งวดที่ ๒: ๓๕% เมื่อส่งมอบงานปรับแต่งและระบบไฟฟ้า (ภายใน ๑๒๐ วัน)
- งวดที่ ๓: ๔๐% เมื่อส่งมอบงานภายนอก (ภายใน ๑๘๐ วัน)
- ค่าปรับ: ๐.๑๐% ต่อวันของราคางานจ้าง
- การรับประกัน: ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.๔) หรือไม่? A: ใช่ ต้องมีและต้องยื่นขณะเข้าเสนอราคา
- Q: ผลงานที่ใช้ยื่นต้องเป็นผลงานประเภทใด? A: ต้องเป็นผลงานปรับแต่งรถ Mobile Office ให้แก่หน่วยงานของรัฐ
- Q: มูลค่าผลงานย้อนหลังต้องไม่น้อยกว่าเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในสัญญาเดียว
- Q: ระยะเวลาการรับประกันผลงานคือเท่าใด? A: ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
- Q: หากส่งมอบงานล่าช้าจะถูกปรับอย่างไร? A: ปรับในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ต่อวันของราคางานจ้างนั้น
- Q: สามารถจ้างช่วงงานได้หรือไม่? A: ห้ามจ้างช่วงงานทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
- Q: การจ่ายเงินแบ่งเป็นกี่งวด? A: แบ่งเป็น ๓ งวด ตามความสำเร็จของงาน
- Q: ต้องส่งมอบรถที่ไหน? A: สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ
- Q: กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการเพียงพอทำอย่างไร? A: สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารแทนได้
- Q: เกณฑ์การตัดสินผู้ชนะคืออะไร? A: ใช้เกณฑ์ราคา (ราคารวม)
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
Q.
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างปรับแต่งรถพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (Mobile Office) จํานวน ๒๐ คัน
ความเป็นมา
สํานักงานอัยการสูงสุดได้ดําเนินการจัดสรรรถโดยสารขนาด ๑๒ ที่นั่ง (ดีเซล) จํานวน ๒๐ คัน เพื่อดําเนินการโครงการอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Office)
สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ําทางสังคม และเนื่องด้วยพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๒๓ (๑) กําหนดให้ สํานักงานอัยการสูงสูดมีอํานาจหน้าที่ด้านการให้ความช่วยเหลือทาง กฎหมายแก่ประชาชน การคุ้มครองป้องกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่
ประชาชนและตามประกาศคณะกรรมการอัยการ
โดยพนักงานอัยการมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน
ตามระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน พ.ศ. ๒๕๖๒ คือ การให้คําปรึกษาทางกฎหมาย แก่ประชาชน การจัดทํานิติกรรมสัญญา การไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท การให้ความช่วยเหลือด้านอรรถคดี โดยการจัดทนายความอาสาให้แก่ผู้ที่ยากจน ได้รับความเสียหาย ได้รับ ความเดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม การดําเนินคดีคุ้มครองสิทธิทางศาล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึง สิทธิในการขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐได้อย่างทั่วถึง จึงเห็นควรดําเนินการจัดจ้าง ปรับแต่งรถพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (Mobile Office) จํานวน ๒๐ คัน เพื่อประโยชน์ของสํานักงานอัยการสูงสุด ๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อปรับแต่งรถตู้ พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับการใช้งานในโครงการอัยการ คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนเคลื่อนที่ (Mobile Office)
๓.
๒.๒ เพื่อให้ได้รถตู้ที่ได้รับการปรับแต่ง นําไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๔ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน อัยการสูงสุด ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน อย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
สัยไม่เป็, สูงส
- ๒ -
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญา ของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง
เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑
กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ
ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
สํานักงาน
สูงสุด
ซอยกําหรับ - 6-
200,000
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน)
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ
ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ
ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สํานักงานที่
งาน…
๔
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น
จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ผลิตหรือดัดแปลงที่มีมาตรฐานโดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ
โรงงาน (ร.ง.๔) โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานปรับแต่งรถยนต์ในลักษณะ Mobile Office ให้แก่หน่วยงาน ของรัฐ อย่างน้อย ๑ สัญญา ในระยะเวลา ๑๐ ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ โดยผลงานดังกล่าว ต้องเป็นผลงาน ปรับแต่งรถพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งวงเงินตามสัญญามีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งมีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว หลักฐานดังกล่าวให้ยื่นเป็น
สําเนาหนังสือรับรองผลงาน
๔. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ โครงการจ้างปรับแต่งรถพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ (Mobile Office)
๒
จํานวน ๒๐ คัน ปรากฏตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ผนวก ๑ - ๒ แนบท้าย
๕. กําหนดเวลาส่งมอบงาน
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการคัดเลือก ซึ่งได้ทําสัญญากับสํานักงานอัยการสูงสุดต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้รับจ้าง” ต้องส่งมอบรถยนต์ที่ได้รับการปรับแต่งแล้ว (Mobile Office) ณ สํานักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือ ทางกฎหมายแก่ประชาชน สํานักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจะต้องแจ้งกําหนดเวลาส่งมอบ เป็นหนังสือยื่นต่อสํานักงานอัยการสูงสุดก่อนวันกําหนดส่งมอบไม่น้อยกว่า ๕ วันทําการ - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
หลักเกณฑ์ราคา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สํานักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาตัดสินโดยใช้
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอโดยใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สํานักงานอัยการสูงสุดจะพิจารณาจากราคารวม
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
เงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ของสํานักงานอัยการสูงสุด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๑๘,๕๕๖,๐๐๐ บาท (สิบแปดล้านห้าแสนห้าหมื่นหกพันบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
งวดงาน
สูงสุด - งวดงานและการจ่ายเงิน
- ๕ -
สํานักงานอัยการสูงสุดจะชําระเงินตามจํานวนในสัญญาภายหลังจากที่ผู้รับจ้างปฏิบัติถูกต้อง
ครบถ้วน ตามที่สํานักงานอัยการสูงสุดกําหนด และสํานักงานอัยการสูงสุดได้ทําการตรวจรับถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แบ่งออกเป็นจํานวน ๓ งวด ดังนี้
๓
งวดที่ ๑ ชําระเงินร้อยละ ๒๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบพัสดุตามภาคผนวก ๒ ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และสํานักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจรับพัสดุ งวดที่ ๑ เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ ชําระเงินร้อยละ ๓๕ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานปรับแต่งรถพร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ (Mobile Office) ตามภาคผนวก ๑ ข้อ ๒. ภายใน และข้อ ๓. ระบบไฟฟ้า ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และสํานักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจรับพัสดุงวดที่ ๒ เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๓ ชําระเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา เมื่อส่งมอบงานปรับแต่งรถพร้อมติดตั้ง อุปกรณ์ (Mobile Office) ตามภาคผนวก ๑ ข้อ ๑. ภายนอก ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจาก วันลงนามในสัญญา และสํานักงานอัยการสูงสุดได้ตรวจรับพัสดุงวดที่ ๓ เรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
ผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ทันตามระยะเวลาที่กําหนด หรือส่งมอบได้ไม่ถูกต้อง
ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐
หรือไม่ครบจํานวน ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นรายวัน เป็นจํานวนเงินตายตัว (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคางานจ้างนั้น จนถึงวันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานให้แก่ สํานักงานอัยการสูงสุดจนถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญา
ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแห่งสัญญานี้ไปจ้างช่วงอีกทอดหนึ่ง เว้นแต่
การจ้างช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างแล้ว การที่ผู้ว่าจ้างได้อนุญาตให้จ้างช่วงงาน
แต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้
และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วงหรือของตัวแทนหรือ ลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ กรณีที่ผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืน ผู้รับจ้างต้องชําระ ค่าปรับให้แก่สํานักงานอัยการสูงสุดเป็นเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงตามสัญญา ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิสํานักงานอัยการสูงสุดในการบอกเลิกสัญญา
ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับ ให้แก่สํานักงานอัยการสูงสุดภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เป็นหนังสือจากสํานักงานอัยการสูงสุด หากไม่ส่งค่าปรับสํานักงานอัยการสูงสุด มีสิทธิหักเงินค่าปรับจาก
เงินประกันสัญญา หรือเรียกจากธนาคารผู้ค้ําประกันได้ทันที
๑๐. เงื่อนไขการรับประกัน
ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องของพัสดุ ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า
ปี นับถัดจากวันที่สํานักงานอัยการสูงสุดได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง
๑๐.๒ ในกรณีผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกันตามสัญญา สํานักงานอัยการสูงสุด มีสิทธิ์ที่จะจ้างผู้อื่นมาดําเนินการแทน โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแทนสํานักงานอัยการสูงสุด และสํานักงานอัยการสูงสุดมีสิทธิ์หักค่าใช้จ่ายจากหลักประกันสัญญา หรือมีสิทธิ์ที่จะยึดหลักประกันไว้ได้
สํานักงา
านอัยการสูงสุ