ประกวดราคาจ้างระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน 1 ระบบ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อวางรากฐานการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้พัฒนาศาลปกครองให้เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) ตามเป้าหมายแผนแม่บท 20 ปี ของศาลปกครอง โดยครอบคลุม 2 ส่วนงานหลัก คือ 1) การออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ด้าน AI ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน การออกแบบพิมพ์เขียว (Blueprint) และการจัดทำแผนแม่บท (Roadmap) เพื่อบูรณาการ AI กับภารกิจหลักด้านการพิจารณาพิพากษาคดีและภารกิจสนับสนุนของสำนักงานศาลปกครองอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล AI (AI Governance) และ 2) การพัฒนาระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เพื่อใช้สอบถามข้อมูลคดีปกครองและให้บริการประชาชนอัตโนมัติ โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ แต่เป็นการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการออกแบบสถาปัตยกรรมระดับองค์กรเพื่อกำหนดทิศทางการใช้เทคโนโลยี AI อย่างยั่งยืน
English summary
This project aims to establish the foundation for applying Artificial Intelligence (AI) technology to develop the Administrative Court into a “Smart Admincourt,” in line with its 20-year master plan. The project encompasses two main components: 1) The design of an Enterprise Architecture for AI, which includes analyzing the current state, designing a comprehensive blueprint, and developing a strategic roadmap to effectively and ethically integrate AI into the court’s core judicial functions and supporting administrative tasks, adhering to AI Governance principles; and 2) The development of an automated Q&A system (Chatbot) using Generative AI technology to provide information on administrative cases and automated public services. Therefore, this project is not merely software development but involves strategic consultancy and enterprise-level architectural design to ensure sustainable and value-driven AI adoption.
อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ (สถานที่สาธิตระบบ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อวิเคราะห์ ออกแบบจัดทำพิมพ์เขียว (Blueprint) สำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำไปพัฒนาให้เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) สนับสนุนภารกิจด้านการพิจารณาพิพากษาคดี (Core Business) และภารกิจสนับสนุนของสำนักงานศาลปกครอง (Support Business)
- เพื่อจัดทำแนวทาง (Road Map) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และใช้ประกอบการจัดทำเป็นแผนพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) พร้อมกำหนดกรอบการกำกับดูแลการใช้งานอย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance)
- เพื่อบูรณาการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับภารกิจที่จะช่วยยกระดับการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ลดความซ้ำซ้อนการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- เพื่อพัฒนาระบบถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และให้บริการถาม - ตอบประชาชน
ขอบเขตของงาน
ความรับผิดชอบหลักของผู้รับจ้าง:
- การจัดทำแผนการดำเนินงาน (ภายใน 30 วันหลังเซ็นสัญญา):
- จัดทำแผนงานโดยระบุรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ และระยะเวลาสำหรับการจัดทำพิมพ์เขียว แนวทาง และแผนพัฒนาระบบ Chatbot
- ทำการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk assessment) พร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- ร่วมประชุมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อติดตามงานเป็นระยะ
- การศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบพิมพ์เขียว (Blueprint) ด้านสถาปัตยกรรม AI:
- ศึกษาสถานะปัจจุบันของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ของสำนักงานศาลปกครอง ครอบคลุม 5 ด้าน:
- ด้านกระบวนการและการบริการ (Business)
- ด้านระบบสารสนเทศ (Application)
- ด้านเทคโนโลยีข้อมูล (Data Technology)
- ด้านเทคโนโลยี (Technology)
- ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Security)
- ออกแบบพิมพ์เขียวสถาปัตยกรรมองค์กรด้าน AI สำหรับศาลปกครองอัจฉริยะ
- ศึกษาสถานะปัจจุบันของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและความพร้อมในการประยุกต์ใช้ AI ของสำนักงานศาลปกครอง ครอบคลุม 5 ด้าน:
- การจัดทำแผนแม่บท (Roadmap) และกรอบธรรมาภิบาล AI:
- จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะด้วย AI
- กำหนดกรอบการกำกับดูแล AI (AI Governance) โดยคำนึงถึงหลักจริยธรรม AI (AI Ethics) ความสอดคล้องตามกฎหมาย และแนวทางควบคุมความเสี่ยง
- การพัฒนาระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) ด้วย Generative AI:
- พัฒนาระบบ Chatbot สำหรับสอบถามข้อมูลคดีปกครองและให้บริการประชาชน (เช่น ข้อมูลการฟ้องคดี ขั้นตอนพิจารณาคดี)
- ทดสอบใช้งานระบบ
- การนำเสนอและสาธิต (ภายใน 5 วันทำการหลังเสนอราคา):
- จัดเตรียมและเข้าร่วมการนำเสนอแนวทางการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture)
- จัดเตรียมและเข้าร่วมการสาธิตระบบที่มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับระบบ Chatbot ที่จะพัฒนา
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการดำเนินงาน (รวมแผนบริหารความเสี่ยง)
- พิมพ์เขียว (Blueprint) สถาปัตยกรรมการประยุกต์ใช้ AI สำหรับศาลปกครองอัจฉริยะ
- แผนแม่บท (Roadmap) การพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะด้วย AI
- กรอบการกำกับดูแล AI (AI Governance Framework) รวมหลักจริยธรรมและแนวทางควบคุมความเสี่ยง
- ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) โดยใช้เทคโนโลยี Generative AI พร้อมทดสอบใช้งาน
- เอกสารข้อเสนอโครงการ (Technical Proposal) ที่ยื่นพร้อมการเสนอราคา
- เอกสารและสื่อการนำเสนอแนวทางการดำเนินงาน
- ระบบและอุปกรณ์สำหรับการสาธิตตัวอย่าง Chatbot
ระยะเวลาดำเนินการ
- กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 330 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- ระยะเริ่มต้น: จัดทำแผนการดำเนินงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กิจกรรมก่อนเซ็นสัญญา: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเข้าร่วม การนำเสนอและสาธิตระบบ ภายใน 5 วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงาน
- ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ต้องลงทะเบียนข้อมูลครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Experience:
- ต้องมีผลงานการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย 1 สัญญา
- สัญญาดังกล่าวต้องมีมูลค่า ไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท ต่อสัญญา
- เป็นผลงานที่เสร็จสิ้น ส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ
- Previous Project Cost: มูลค่าสัญญาที่ผ่านมาต้องไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท ต่อสัญญา
- Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการจัดทำ Enterprise Architecture, ออกแบบสถาปัตยกรรม AI, พัฒนาระบบ Chatbot ด้วย Generative AI
- Personnel: ไม่ระบุคุณวุฒิหรือการรับรองเฉพาะบุคคล แต่ทีมงานต้องมีทักษะและประสบการณ์ที่สอดคล้องกับขอบเขตงาน
- Financial Requirements:
- นิติบุคคล (จดทะเบียนเกิน 1 ปี): ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) เป็นบวก ในงบการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ
- นิติบุคคล (จดทะเบียนใหม่/ต่างประเทศ): ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ
- บุคคลธรรมดา (วงเงินโครงการ > 500,000 บาท): ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคาร (จากหนังสือรับรองบัญชีไม่เกิน 90 วัน) เป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
- กรณีไม่มี/ไม่เพียงพอ: สามารถใช้ วงเงินสินเชื่อ ที่มีวงเงิน 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ จากสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต แทนได้
เกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาใช้หลักเกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยให้คะแนนตามน้ำหนักดังนี้:
- ราคาที่ยื่นข้อเสนอ: น้ำหนัก 20%
- วิธีการให้คะแนน: 100 - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * 100)
- ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ: น้ำหนัก 80%
- วิธีการให้คะแนนเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอ (ระบุในขอบเขตของงาน)
- รวมการพิจารณาจากการนำเสนอและสาธิตระบบภายใน 5 วันทำการหลังเสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture): ต้องครอบคลุมการออกแบบทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ Business, Application, Data Technology, Technology, และ Security เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้ AI
- ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ (Chatbot): ต้องใช้เทคโนโลยี Generative AI และสามารถให้บริการถาม-ตอบข้อมูลด้านคดีปกครองแก่ประชาชนได้ เช่น ข้อมูลการฟ้องคดี ขั้นตอนกระบวนพิจารณาคดี ข้อมูลทั่วไปทางคดีปกครอง
- กรอบธรรมาภิบาล AI (AI Governance): ต้องกำหนดกรอบการกำกับดูแลที่คำนึงถึงหลักจริยธรรม AI (AI Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมาย (Laws and Regulations) และแนวทางควบคุมความเสี่ยง
- ความพร้อมของระบบปัจจุบัน: ต้องมีการศึกษาสถานะปัจจุบันของระบบสารสนเทศและกระบวนการทำงานของศาลปกครอง เพื่อนำมาออกแบบสถาปัตยกรรมได้อย่างเหมาะสม
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินประมาณการ: 6,838,000 บาท (ราคากลาง)
- หลักประกันการเสนอราคา: 315,000 บาท
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาได้
- การจ่ายเงิน: จ่ายเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาและสำนักงานได้ตรวจรับมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่น: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- ระยะเวลารับประกัน: ระบุในขอบเขตของงาน (ไม่ได้ระบุระยะเวลาชัดเจนในเอกสารที่ให้มา)
- การทำสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องทำสัญญาภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: โครงการนี้เน้นการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์หรือการให้คำปรึกษามากกว่ากัน?
ตอบ: โครงการนี้เน้นที่การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์และการออกแบบสถาปัตยกรรม (Consulting & Design) เป็นหลัก โดยมีผลลัพธ์เป็นพิมพ์เขียวและแผนแม่บท รวมถึงการพัฒนาระบบ Chatbot ตัวอย่างหนึ่งระบบ ดังนั้นจึงมีลักษณะเป็นโครงการให้คำปรึกษาที่มีผลงานต้นแบบ (Prototype) ร่วมด้วย -
ถาม: การวิเคราะห์สถานะปัจจุบันต้องครอบคลุมด้านใดบ้าง?
ตอบ: ต้องศึกษาครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกระบวนการธุรกิจและการบริการ (Business) ด้านระบบสารสนเทศ (Application) ด้านเทคโนโลยีข้อมูล (Data Technology) ด้านเทคโนโลยี (Technology) และด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Security) ของสำนักงานศาลปกครอง -
ถาม: กรอบธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ที่ต้องจัดทำต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
ตอบ: ต้องครอบคลุมหลักจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) และแนวทางในการควบคุมความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ AI -
ถาม: ระบบ Chatbot ที่พัฒนาต้องให้บริการข้อมูลประเภทใดแก่ประชาชน?
ตอบ: ระบบต้องให้บริการถาม-ตอบข้อมูลทางด้านคดีปกครอง เช่น ข้อมูลการฟ้องคดี ขั้นตอนในกระบวนพิจารณาคดีของศาลปกครอง และข้อมูลทั่วไปทางด้านคดีปกครอง -
ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานอย่างไรนอกเหนือจากการส่งมอบงาน?
ตอบ: ผู้รับจ้างต้องร่วมประชุมกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อติดตามงานหรือหารือในประเด็นต่างๆ เป็นระยะ ตามที่สำนักงานศาลปกครองเรียก -
ถาม: งานด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและงานพัฒนาระบบ Chatbot เชื่อมโยงกันอย่างไร?
ตอบ: ระบบ Chatbot ที่พัฒนาขึ้นเป็นหนึ่งใน Use Cases หรือการประยุกต์ใช้จริงตามแนวทางที่ออกแบบในพิมพ์เขียวและแผนแม่บท AI โดยงานออกแบบสถาปัตยกรรมจะกำหนดกรอบและทิศทาง ส่วนงานพัฒนาระบบ Chatbot เป็นการสร้างต้นแบบการนำไปปฏิบัติ -
ถาม: โครงการนี้รองรับการพัฒนาต่อไปในอนาคตอย่างไร?
ตอบ: การจัดทำพิมพ์เขียว (Blueprint) และแผนแม่บท (Roadmap) มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดโครงการ/กิจกรรม และงบประมาณสำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาต่อไปในช่วงปี 2571-2575 โดยอ้างอิงจากแผนแม่บทศาลปกครอง 20 ปี -
ถาม: มีการทดสอบหรือสาธิตระบบก่อนได้รับการคัดเลือกหรือไม่?
ตอบ: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องเข้าร่วมการสาธิตระบบที่มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับ Chatbot ที่จะพัฒนา พร้อมการนำเสนอแนวทางการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร ภายใน 5 วันทำการหลังวันเสนอราคา -
ถาม: ความเสี่ยงหลักที่โครงการนี้ต้องประเมินมีอะไรบ้าง?
ตอบ: เอกสารระบุว่าต้องมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk assessment) ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาและใช้งานระบบ AI พร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง โดยความเสี่ยงอาจรวมถึงด้านจริยธรรม กฎหมาย ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการยอมรับจากผู้ใช้ -
ถาม: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) ให้กับเจ้าหน้าที่ศาลปกครองหรือไม่?
ตอบ: เอกสารไม่ได้ระบุเงื่อนไขการถ่ายทอดความรู้อย่างชัดเจน แต่จากการมีส่วนร่วมในการประชุมติดตามงานกับคณะกรรมการเป็นระยะ และการส่งมอบเอกสารแผนแม่บทและพิมพ์เขียว อาจมีลักษณะของการสื่อสารและสร้างความเข้าใจในแนวทางที่ออกแบบให้กับหน่วยงาน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
การจ้างพัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรมรวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สําหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture)
๑. ความเป็นมา
และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative Al จํานวน ๑ ระบบ
แผนแม่บทศาลปกครอง ระยะ ๒๐ ปี กําหนดเป้าหมายการพัฒนาเป็นศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) ภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ มีการปรับเปลี่ยนการดําเนินงานด้วยการนําเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาใช้เพื่อการให้บริการประชาชน คู่กรณี และหน่วยงาน รวมทั้งสนับสนุนการพิพากษาคดีและบังคับคดีปกครอง ให้มีความถูกต้อง รวดเร็วด้วยความเป็นธรรม ทุกภาคส่วนในสังคมสามารถเข้าถึงการอํานวยความยุติธรรม ทางปกครองได้โดยง่ายอย่างทั่วถึง และประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย ครอบคลุมบริการ การพิจารณาพิพากษาคดี และการปฏิบัติราชการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และกําหนดเป้าหมายการพัฒนา ต่อยอดจากศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗๐ เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) ในปี พ.ศ. ๒๕๗๕ เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถการอํานวยความยุติธรรมทางปกครอง ด้วยความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย เพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสังคมและตามเป้าหมายแผนแม่บท ศาลปกครอง ระยะ ๒๐ ปี
การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดรองรับการพัฒนา เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) ต้องมีการออกแบบสถาปัตยกรรมด้านปัญญาประดิษฐ์ (Blueprint) ที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจ (Core Business) ของศาลปกครอง ช่วยปรับปรุงกระบวนการ ทํางาน (Business Process) สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคคลที่เกี่ยวข้อง (Stakeholder) ช่วยลดความซ้ําซ้อน การทํางานของระบบและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการออกแบบระบบสารสนเทศ (Application) และ เทคโนโลยีข้อมูล (Data Technology) ที่เหมาะสมในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตามภารกิจหลัก (Core Business) และภารกิจสนับสนุน (Support Business) จัดทําแนวทางในการพัฒนาระบบเทคโนโลยี ดิจิทัลด้วยสถาปัตยกรรมการทํางานของปัญญาประดิษฐ์ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนเป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) กําหนดโครงการ/กิจกรรม และงบประมาณที่ช่วยการขับเคลื่อนการพัฒนาให้บรรลุผลสําเร็จ ตามเป้าหมายแผนแม่บทศาลปกครอง ระยะ ๒๐ ปี ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๗๑ - ๒๕๗๕
ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการพัฒนาความสามารถของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เป็นปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์หรือ Generative Al ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเป็นส่วนสําคัญในการช่วย ขับเคลื่อนความสําเร็จการพัฒนาต่อยอดศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e - Admincourt) ให้มีขีดความสามารถ และยกระดับการให้บริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการนําเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative Al) มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนการทํางานของเจ้าหน้าที่ภายใน ศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครองเพื่อให้บริการประชาชนในการถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) การสอบถามข้อมูลทางด้านคดีปกครองและให้บริการถาม - ตอบประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น ข้อมูลการฟ้องคดี ขั้นตอนในกระบวนพิจารณาคดีของศาลปกครอง ข้อมูลทั่วไปทางด้านคดีปกครอง เป็นต้น
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อวิเคราะห์ ออกแบบจัดทําพิมพ์เขียว (Blueprint) สําหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนําไปพัฒนาให้เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) สนับสนุนภารกิจด้านการพิจารณา พิพากษาคดี (Core Business) และภารกิจสนับสนุนของสํานักงานศาลปกครอง (Support Business)
๒.๒. เพื่อจัดทํา….
- ๒ -
๒.๒ เพื่อจัดทําแนวทาง (Road Map) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และใช้ประกอบการ จัดทําเป็นแผนพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) ซึ่งจะช่วยยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถ การดําเนินงานของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครองด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมกําหนดกรอบ การกํากับดูแลการใช้งานอย่างมีธรรมาภิบาล (Al Governance) โดยคํานึงถึงหลักจริยธรรมของปัญญาประดิษฐ์ (Al Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) รวมถึงแนวทางในการควบคุมความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
(AI) ในศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง
๒.๓ เพื่อบูรณาการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับภารกิจที่จะช่วยยกระดับการให้บริการและ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทํางาน ลดความซ้ําซ้อนการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสนับสนุน การดําเนินงานต่าง ๆ ภายในศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง ให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ทันเวลา รองรับการให้บริการแก่ประชาชนหรือหน่วยงานภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่า
๒.๔ เพื่อพัฒนาระบบถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative Al) เพื่อสนับสนุนการทํางานของเจ้าหน้าที่เพื่อนําไปใช้สอบถามข้อมูลทางด้านคดีปกครองและ ให้บริการถาม - ตอบประชาชนในด้านต่าง ๆ เช่น ข้อมูลการฟ้องคดี ขั้นตอนในกระบวนพิจารณาคดีของศาลปกครอง ข้อมูลทั่วไปทางด้านคดีปกครอง เป็นต้น
๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ในระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อ ให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานศาลปกครอง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการจัดทําสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ที่ผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชน ที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย ๑ สัญญาโดยแต่ละสัญญาต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ
ได้ส่งมอบ… - 6-
ได้ส่งมอบแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ให้ยื่นสําเนาหนังสือรับรองผลงาน และสําเนาสัญญา มาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า
นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มี การจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วง ของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
๓. สําหรับ…
๓.
-&-
สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือ
บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ
ประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจาก ยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจ จากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคา ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วย การรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ
ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้าง…
- ๕
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและ
งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงาน ขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําเอกสารข้อเสนอโครงการในการดําเนินงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) การออกแบบสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ด้านปัญญาประดิษฐ์ และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative Al (ตามข้อ ๕) โดยสังเขป ทั้งนี้ ให้ยื่นเอกสารข้อเสนอโครงการมา พร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมและเข้าร่วม ๑) การนําเสนอแนวทางการดําเนินงานการจัดทํา สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) และ ๒) การสาธิตระบบที่มีลักษณะการทํางานใกล้เคียงกับ การพัฒนาระบบถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chabot) ภายใน ๕ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา
๕. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง กําหนดให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ คือ
๕.๑ จัดทําแผนการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ รวมถึงกําหนดระยะเวลา การจัดทําพิมพ์เขียว (Blueprint) สําหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนําไปพัฒนา ให้เป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt) แนวทาง (Roadmap) สําหรับการพัฒนาศาลปกครอง อัจฉริยะ (Smart Admincourt) และแผนการพัฒนาระบบถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) รวมถึงทําการ วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk assessment) ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาและใช้งานระบบ พร้อมจัดทํา แผนบริหารจัดการความเสี่ยง ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในแนวทางดังกล่าวแล้ว จึงดําเนินการต่อไปได้ และต้องร่วมประชุมกับคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุเพื่อติดตามงานหรือหารือในประเด็นต่าง ๆ เป็นระยะ
๕.๒ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบพิมพ์เขียว (Blueprint) ด้านสถาปัตยกรรมการประยุกต์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเป็นศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt)
(๑) ศึกษา สํารวจ วิเคราะห์ สถานะปัจจุบันที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของสํานักงาน ศาลปกครอง รวมถึงความพร้อมในการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้โดยครอบคลุม องค์ประกอบทั้ง ๕ ด้าน
(๑.๑) ด้านกระบวนการและการบริการ (Business) ศึกษากระบวนการและบริการที่เกี่ยวข้องกับ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีอยู่ในปัจจุบันครอบคลุม (๑) การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับประชาชน คู่กรณีและหน่วยงานภาครัฐ (๒) การพิจารณาพิพากษาคดีปกครองและการบังคับคดีปกครอง อิเล็กทรอนิกส์ และ (๓) การปฏิบัติงานด้วยสํานักงานอิเล็กทรอนิกส์หรือตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด
(๑.๒) ด้านระบบสารสนเทศ (Application) ศึกษาระบบสารสนเทศที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ที่มีการนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถให้กับระบบ
สารสนเทศของศาลปกครองและสํานักงานศาลปกครอง
(๑.๓) ด้าน…ร่าง
ประกาศสำนักงานศาลปกครอง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญา ประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบ บริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานศาลปกครอง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบการออกแบบ สถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๖,๘๓๘,๐๐๐.๐๐ บาท (หกล้านแปดแสนสามหมื่นแปดพันบาทถ้วน)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ http://www.admincourt.go.th หรือ www.gprocurement.go. th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงาน ศาลปกครอง ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่
กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานศาลปกครอง จะชี้แจงรายละเอียดดัง กล่าวผ่านทางเว็บไซต์ http://www.admincourt.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายเจตน์ สถาวรศีลพร)
เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง
สำเนาถูกต้อง
เพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ
(นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ ผู้อำนวย การสำนักบริหารทรัพย์สินร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการ พัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ
ตามประกาศ สำนักงานศาลปกครอง
ลงวันที่ เมษายน ๒๕๖๙
สำนักงานศาลปกครอง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง พัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนา ศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบบริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้ ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถืออย่างน้อย ๑ สัญญาโดยแต่ละสัญญา ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียว เท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้ส่งมอบแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อย แล้ว โดยเป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ให้ยื่นสำเนา หนังสือรับรองผลงาน และสำเนาสัญญามาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี
คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ
ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง
การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญา ตามข้อ ๒.๑๐ และขอบเขต ของงานข้อ ๓.๑๐
(๓) เอกสารข้อเสนอโครงการ ตามขอบเขตของงานข้อ ๔.๑ (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้
ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๓๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอแนวทางการดำเนินงานการจัดทำสถาปัตยกรรม องค์กร (Enterprise Architecture) และการสาธิตตัวอย่างระบบการถาม - ตอบอัตโนมัติ (Chatbot) ผู้ ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมเนื้อหา ระบบทดสอบ และอุปกรณ์สำหรับการสาธิตระบบของตนเอง และทำ การนำเสนอและสาธิตระบบ ภายใน ๕ วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา โดยมีระยะเวลาในการสาธิต ประมาณ ๑ ชั่วโมง ณ สถานที่ที่สำนักงานศาลปกครองกำหนด อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ แขวง ทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. โดยเปิดลงทะเบียน เวลา ๐๘.๓๐ น. รายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๘.๒ (๑)
๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ
กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ จำนวน ๓๑๕,๐๐๐.๐๐ บาท (สามแสนหนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)
๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้สำนัก
งานตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อ เสนอดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) สาขาศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ (อาคารบี) เลขที่บัญชี ๙๘๐๘๘๙๙๖๐๙ ชื่อบัญชี “เงินฝากนอกงบประมาณสำนักงานศาลปกครอง” และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงิน ค่าหลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ สำนักงาน ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงิน และส่งหลักฐานการชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลา เสนอราคาเท่านั้น
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ สำนักงานจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกัน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่สำนักงานได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคา เรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงานจะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๖.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบ ปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบ บริการอัตโนมัติด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน เป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนในการคัดเลือกผู้ยื่นข้อ เสนอ การจ้างพัฒนาระบบการออกแบบสถาปัตยกรรม รวมทั้งการทดสอบใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะ (Smart Admincourt Architecture) และระบบบริการอัตโนมัติ
ด้วย Generative AI จำนวน ๑ ระบบ รายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๘.๒ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ โดยระบุชื่อบัญชี “เงินฝากนอกงบประมาณสำนักงานศาลปกครอง”
๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฎิบัติงานถูกต้องและ ครบถ้วนตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และสำนักงานได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ
อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๙.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่าตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน ข้อ ๑๒ การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุด บกพร่อง
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานศาลปกครอง
เมษายน ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
เพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ
(นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ ผู้อำนวย การสำนักบริหารทรัพย์สิน