จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 69039595459
฿4,500,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 16 เม.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยระบบที่ต้องดูแลประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับบริหารจัดการ (DellEMC/VXxRail), ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเสมือน (Virtual Machine), อุปกรณ์เครือข่าย (Cisco Switch), อุปกรณ์ความปลอดภัย (Firewall ของ Fortinet), ระบบสำรองข้อมูล (Veritas) รวมถึงซอฟต์แวร์ระบบงานสำคัญ เช่น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์, ระบบอีเมล (Microsoft Exchange), และลิขสิทธิ์ Microsoft 365

ผู้รับจ้างมีหน้าที่หลักในการจัดทำแผนบำรุงรักษา, ดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ทุก 60 วัน, ซ่อมแซมแก้ไขเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance) ภายในเวลาที่กำหนด (4 ชั่วโมงตรวจสอบ, 24 ชั่วโมงซ่อมแซม), จัดหาอะไหล่ทดแทน, ต่ออายุลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และเฟิร์มแวร์, จัดทำผังห้องเซิร์ฟเวอร์ และจัดทำรายงานต่างๆ ตามงวดงานที่กำหนด ระยะเวลาดำเนินงานทั้งโครงการคือ 150 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา

English summary

The State Enterprise Policy Office (SEPO) intends to hire a contractor for the maintenance and repair of its computer systems, network equipment, and software to ensure continuous and efficient operation, supporting approximately 250 staff. The scope of work includes creating maintenance plans, conducting periodic preventive maintenance, performing corrective repairs in case of failures, renewing software licenses, and producing various reports as scheduled. The total project duration is 150 days from the contract signing date.

สถานที่ดำเนินการ

ไม่ระบุสถานที่ตั้งโครงการอย่างชัดเจนใน TOR ที่ให้มา คาดว่าเป็นที่ทำการของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ของ สคร. ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ขอบเขตของงาน

ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามขอบเขตต่อไปนี้:

  1. การวางแผนและบริหาร:
    • จัดทำแผนงานบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ตามภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ตามภาคผนวก ข) พร้อมระบุช่วงเวลาดำเนินการ ส่งมอบภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา
    • จัดหาเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 ท่าน เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ สคร. ติดต่อแจ้งปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  2. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM):
    • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข รายการที่ 1-2) ทุก 60 วัน
    • จัดทำรายงานตรวจสอบและบำรุงรักษาส่งมอบคณะกรรมการตรวจรับทุก 50 วัน
  3. การซ่อมแซมแก้ไขเมื่อขัดข้อง (Corrective Maintenance - CM):
    • เมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้อง ต้องตรวจสอบหาสาเหตุและวิธีแก้ไข ภายใน 4 ชั่วโมง
    • ซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติ ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับการแจ้ง
    • หากไม่สามารถซ่อมได้ภายใน 30 วัน (สำหรับฮาร์ดแวร์) ต้องจัดหาอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติไม่ต่ำกว่ามาทดแทน
    • สำหรับซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) หากไม่สามารถซ่อมได้ ต้องติดตั้งระบบใหม่และปรับแต่งให้ใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
  4. การสนับสนุนอะไหล่และลิขสิทธิ์:
    • จัดหาอะไหล่และทดแทนอุปกรณ์ที่บำรุงรักษาตลอดสัญญา พร้อมแสดงเอกสารรับรองการบริการสนับสนุนด้านอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนในประเทศไทย
    • ดำเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม (Firmware/Release) สำหรับอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ที่กำหนด
  5. การจัดทำเอกสารและรายงาน:
    • จัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมบันทึกผลการตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซม
    • จัดทำรายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประมาณการการใช้งานในอนาคต
    • จัดทำผังห้อง Server และผังตู้ Rack ส่งให้ สคร. ไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

งานจะถูกส่งมอบแบ่งเป็น 3 งวด ดังนี้:
งวดที่ 1 (ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา):

  • แผนรายละเอียดการปฏิบัติการบำรุงรักษาระบบ
  • เอกสารรับรองการบริการสนับสนุนด้านอะไหล่ชิ้นส่วนและส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ระบบคอมพิวเตอร์
  • ผลการดำเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรม (Firmware/Release)
  • รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อรับแจ้งปัญหา (เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงาน)

งวดที่ 2 (ภายใน 90 วันหลังลงนามสัญญา):

  • รายงานตรวจสอบและบำรุงรักษา (Preventive Maintenance)
  • รายงานผลการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance)
  • รายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์

งวดที่ 3 (ภายใน 150 วันหลังลงนามสัญญา):

  • รายงานตรวจสอบและบำรุงรักษา (Preventive Maintenance)
  • รายงานผลการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้อง (Corrective Maintenance)
  • รายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
  • รายงานผังห้อง Server และผังตู้ Rack

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา กำหนดส่งมอบงานเป็น 3 งวด: งวดที่ 1 (30 วัน), งวดที่ 2 (90 วัน), และงวดที่ 3 (150 วัน) หลังจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาชั่วคราว, ไม่ถูกระบุชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น, และไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย (เว้นแต่ได้สละสิทธิ์)
  • Standards Compliance: -
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ผู้รับจ้างต้องสามารถจัดหาอะไหล่และทดแทนอุปกรณ์สำหรับระบบที่ระบุได้ตลอดสัญญา และต้องแสดงเอกสารรับรองการบริการสนับสนุนด้านอะไหล่จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย
  • Personnel: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 1 ท่าน เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้ สคร. ติดต่อในการแจ้งปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการบำรุงรักษาระบบ

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาจะใช้เกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด) โดยพิจารณาจากราคารวมที่เสนอ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

ระบบที่ต้องบำรุงรักษาประกอบด้วย:

  1. ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก):
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับบริหารจัดการ (DellEMC/VXxRail) 3 ชุด
    • อุปกรณ์สลับสัญญาณข้อมูล (Cisco Nexus 9300, Catalyst) 5 ชุด
    • อุปกรณ์ป้องกันการบุกรุกเว็บไซต์ (Fortinet FortiWEB) 1 ชุด
    • อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย Next Generation Firewall (Fortinet FortiGate) 2 ชุด
    • ระบบสำรองข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (Veritas NetBackup Appliance) 1 ชุด
  2. ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข):
    • ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (saraban.sepo.go.th) 1 ระบบ
    • ระบบ E-mail (Microsoft Exchange) 1 ระบบ
    • ลิขสิทธิ์การใช้งานโปรแกรม Microsoft 365 Business Basic 46 ชุด (ต่ออายุ 12 เดือน)
    • ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แบบ SSL Public Certificate สำหรับเว็บไซต์ 1 ชุด (ต่ออายุ 12 เดือน)
      เงื่อนไขการบำรุงรักษา: รับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์ทุกรายการ หากขัดข้องเกินเกณฑ์ที่กำหนด (คิดค่าตัวถ่วง) อาจมีค่าปรับลดค่าจ้างชั่วโมงละ 1,000 บาท (สำหรับการซ่อมแซมล่าช้า) และชั่วโมงละ 100 บาท (สำหรับการขัดข้องเกินเกณฑ์)

เงื่อนไขสัญญา

  • งบประมาณ: วงเงิน 4,500,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
  • การชำระเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด ตามการส่งมอบงาน
    • งวดที่ 1: ชำระ 50% ของค่าจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 ครบถ้วน
    • งวดที่ 2: ชำระ 30% ของค่าจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 ครบถ้วน
    • งวดที่ 3: ชำระ 10% ของค่าจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 3 ครบถ้วน
      (หมายเหตุ: เอกสาร TOR หลักและประกาศมีการระบุสัดส่วนการชำระเงินที่ไม่ตรงกันเล็กน้อย ส่วนนี้ดึงมาจากหมวด “เงื่อนไขการชำระเงิน” ใน TOR หลัก)
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาค่าจ้าง
    • กรณีซ่อมแซมแก้ไขล่าช้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเวลา: อาจถูกปรับลดค่าจ้างอัตราชั่วโมงละ 1,000 บาท จนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ
    • กรณีระบบขัดข้องเกินเกณฑ์ที่กำหนด (เกิน 12 ชั่วโมงต่อเดือนหรือร้อยละ 1.67 ของเวลาใช้งาน): คิดค่าปรับลดค่าจ้างในส่วนที่เกินในอัตราชั่วโมงละ 100 บาท
  • หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องวางหลักประกันสัญญาจำนวนร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: หากอุปกรณ์ในระบบขัดข้อง ผู้รับจ้างมีเวลาตรวจสอบและซ่อมแซมเท่าใด?
    A: เมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้อง ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขภายใน 4 ชั่วโมง และซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้รับการแจ้ง

  • Q: ในกรณีที่ไม่สามารถซ่อมแซมฮาร์ดแวร์ที่ขัดข้องได้ภายในเวลาที่กำหนด มีแนวทางแก้ไขอย่างไร?
    A: หากไม่สามารถซ่อมแซมฮาร์ดแวร์ให้ใช้งานได้ปกติภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง ผู้รับจ้างต้องนำอุปกรณ์ใหม่ที่มีความสามารถและคุณลักษณะไม่ต่ำกว่าอุปกรณ์เดิมมาเปลี่ยนทดแทน

  • Q: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ในการต่ออายุลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ใดบ้าง?
    A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการต่ออายุ Software License และปรับปรุงเวอร์ชั่น (Firmware/Release) สำหรับอุปกรณ์ลำดับที่ 2-5 ในภาคผนวก ก และซอฟต์แวร์ลำดับที่ 3-4 ในภาคผนวก ข (เช่น Microsoft 365 และ SSL Certificate)

  • Q: ต้องมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) บ่อยครั้งแค่ไหน?
    A: ต้องมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์หลัก (ตามที่กำหนด) ทุก 60 วัน

  • Q: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมช่องทางการติดต่อสำหรับแจ้งปัญหาอย่างไร?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่ประสานงานอย่างน้อย 1 ท่าน พร้อมระบุรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อให้ สคร. สามารถแจ้งปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาสัญญา

  • Q: มีการกำหนดโทษหากระบบขัดข้องบ่อยหรือนานเกินไปหรือไม่?
    A: ใช่ มีเกณฑ์การคำนวณการขัดข้องโดยใช้ “ค่าตัวถ่วง” ของอุปกรณ์แต่ละชนิด หากระบบขัดข้องเกินเดือนละ 12 ชั่วโมง หรือร้อยละ 1.67 ของเวลาใช้งานทั้งหมด (เลือกค่าที่มากกว่า) จะมีการคิดค่าปรับลดค่าจ้างเพิ่มเติม

  • Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารใดบ้างที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนบำรุงรักษา?
    A: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบ “แผนงานบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย” และ “แผนงานบำรุงรักษาระบบงาน Application ซอฟต์แวร์” พร้อมกำหนดเวลาดำเนินการที่ชัดเจน ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา

  • Q: การรับประกันอะไหล่และบริการสนับสนุนต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานใด?
    A: ต้องมีเอกสารรับรองการบริการสนับสนุนด้านอะไหล่ชิ้นส่วนและส่วนประกอบจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยของเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ

  • Q: นอกเหนือจากรายงานตามงวดแล้ว มีเอกสารใดที่ต้องจัดทำและเก็บรักษาตลอดสัญญา?
    A: ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บ “ทะเบียนประวัติ” ของระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่อง โดยบันทึกผลการตรวจสอบ สถานภาพการบำรุงรักษา และการซ่อมแซมแก้ไขทุกครั้งลงในทะเบียนดังกล่าว

  • Q: หากมีการเปลี่ยนแปลง/อัพเกรดอุปกรณ์ในระหว่างสัญญา มีเงื่อนไขอย่างไร?
    A: ในกรณีที่มีการเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติดีกว่าหรือเทียบเท่าของเดิม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
โครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ ของสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. หลักการและเหตุผล
สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้บริหารจัดการระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเสมือน (Virtual Machine) เพื่อบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเสมือนทั้งหมด และให้บริการระบบงานสารสนเทศของ สคร. เช่น ระบบ Web portal, Website, Knowledge Management เพื่อรองรับเจ้าหน้าที่ สคร. ที่มีกรอบอยู่ประมาณ ๒๕๐ คน ให้สามารถเข้าใช้งานระบบสารสนเทศได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศในฐานะหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในการกํากับดูแล และสนับสนุนการใช้งาน
และการพัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ดังนั้น เพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ต่างๆ ต้องอยู่ในสภาพที่สามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ สคร. จึงมีความจําเป็นต้องจัดให้มีโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของ สคร. ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๒. วัตถุประสงค์
เพื่อบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่ายและซอฟต์แวร์ของ สคร. ให้สามารถ
ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
๓.
คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
สํานักงานคณะกรรมการ
นายรัฐวิสาหกิจ
/๓.๘ ไม่เป็น …
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็น การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๓.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมหลัก
ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๐.๒ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก
กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมหลัก
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๓.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอผู้เข้าร่วม ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ ๓.๑๐.๓ (๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่ มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน
/ของรัฐ …
สํานักงานคณะกรรมการ
c
_a
-60-
ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม
กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก 6 ปี ได้

(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
(๓) สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงิน ฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ
อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลาง
สํานักงานคณะ
กรรมก
รัฐวิสาหกิจ
/ต่างประเทศ …

  • ๔ -
    ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวม ของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวด ราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
    ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    (๖) กรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ข้อ ๓.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
    (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้าง ก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้น ไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๔. ขอบเขตงานและเงื่อนไขทั่วไป
    สคร. จะจ้างบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้บริหารจัดการระบบ เครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine)
    ๔.๑ ขอบเขตของงาน
    ๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผนงานบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) โดยแผนงานต้องระบุช่วงเวลาที่ดําเนินการบํารุงรักษา ระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance : PM) และผู้รับจ้างต้องดําเนินการตามกําหนดเวลาในแผนงาน ที่เสนอ (ส่งมอบแผนภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา)
    โยรัฐวิสาหกิจ
    กงานคณะกรรมการนโยบายรัฐ

    /๔.๑.๒ ผู้รับ …
  • ๕ -
    ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ โดยต้องจัดหาอะไหล่ และทดแทน อุปกรณ์ที่บํารุงรักษาตลอดสัญญาจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องแสดงเอกสารรับรองการบริการ สนับสนุนด้านอะไหล่ชิ้นส่วน และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) รายการที่ ๒ - ๕ จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในประเทศไทย หรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทยของเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่สามารถให้บริการ หลังการขาย การสนับสนุนด้านเทคนิค อะไหล่ สําหรับโครงการจ้างเหมาบริการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายของ สคร. (ระยะเวลาออกเอกสารไม่เกิน 50 วันนับถึงวันที่ยื่นเสนอ)
    ๔.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่น ของโปรแกรมที่ติดตั้งบนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release) จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สําหรับอุปกรณ์ ลําดับที่ ๒ - ๕ ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๓ - ๔ ตามรายการ ระบบ Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) โดยลิขสิทธิ์การใช้งาน ๑ ปี นับถัดจากวันหมดสิทธิ์การใช้งาน หรือมีลิขสิทธิ์ใช้งาน ๑ ปี
    ๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ และบํารุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ (Preventive Maintenance: PM) อุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และ รายการที่ ๑ - ๒ ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ของ สคร. ทุก ๖๐ วัน เพื่อให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม พร้อมจัดทํารายงาน ตรวจสอบและบํารุงรักษาดังกล่าวส่งมอบคณะกรรมการตรวจรับทุก 50 วัน
    ๔.๑.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติของระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) รวมทั้งบันทึกผลการตรวจสอบสถานภาพ การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขลงในทะเบียนประวัติดังกล่าว
    ๔.๑.๖ ผู้รับจ้างต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์ (Corrective Maintenance : CM) ของอุปกรณ์ตามรายการในระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) และระบบงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) จาก สคร. โดยผู้รับจ้างต้องดําเนินการดังนี้
    (๑) ตรวจสอบข้อขัดข้องเพื่อหาสาเหตุและวิธีการซ่อมแซมแก้ไขภายใน ๔ ชั่วโมงนับแต่ ได้รับแจ้ง ทั้งนี้ ให้เป็นบันทึกผลการตรวจสอบดังกล่าวในระบบจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติ ในข้อ ๔.๑.๕
    (๒) เมื่อตรวจสอบสาเหตุได้แล้ว ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม ภายในระยะเวลาที่กําหนดนับตั้งแต่ได้รับการแจ้ง ดังนี้
    (ก) ระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง (ข) ระบบงาน Application ซอฟแวร์ (ภาคผนวก ข) ต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔ ชั่วโมง (๓) หากผู้รับจ้างไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ให้ใช้งานได้ เป็นปกติและดีเหมือนเดิมตามระยะเวลาที่กําหนดในข้อ ๔.๑.๖ (๒) ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์มาทดแทนชั่วคราว จนกว่าจะดําเนินการแล้วเสร็จ หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ดังกล่าวให้ใช้งานได้ปกติและดีเหมือนเดิม
    งานคณะกรรมการ 2
    รัฐวิสาหกิจ
    /ภายใน ๓๐
    ๓๐.

    -b-
    ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้งผู้รับจ้างนําอุปกรณ์ที่มีความสามารถและคุณลักษณะไม่ต่ํากว่าอุปกรณ์เดิม มาเปลี่ยนทดแทน สําหรับงาน Application ซอฟต์แวร์ (ภาคผนวก ข) ผู้รับจ้างต้องติดตั้งระบบ Application
    ซอฟต์แวร์ให้ใหม่และปรับแต่งระบบให้สามารถใช้งานได้ดีเหมือนเดิม
    ๔.๑.๗ ผู้รับจ้างจัดทํารายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อสามารถประมาณการการใช้งาน ในอนาคตได้

    ๔.๑.๘ ผู้รับจ้างจัดทําผังห้อง Server และผังตู้ Rack ส่งให้ สคร. ไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ๔.๒ เงื่อนไขทั่วไป
    ๔.๒.๑ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์ (ภาคผนวก ก) ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์ ที่มีคุณสมบัติดีกว่าหรือเทียบเท่าของเดิม
    ๔.๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๑ ท่าน เป็นผู้ติดต่อประสานงานเพื่อให้ สคร. ติดต่อในการแจ้งปัญหาตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตลอดระยะเวลาการบํารุงรักษาระบบ
    ๕. ระยะเวลาดําเนินงาน
    ระยะเวลาดําเนินการ ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  1. งบประมาณ
    จากเงินงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวงเงิน ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท (สี่ล้านห้าแสนบาทถ้วน)
    รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
    ๗. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
    ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์ราคา
    จากผู้เสนอราคารวม าสุด
  2. เงื่อนไขการส่งมอบงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องให้บริการรวมระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยกําหนดการส่งมอบ งานออกเป็น ๓ งวดดังนี้

    ๔.๑ งวดที่ ๑ : ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใบสั่งจ้าง ให้ส่งมอบงาน ดังนี้
    ๔.๑.๑ แผนรายละเอียดการปฏิบัติการบํารุงรักษาระบบ ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๑ ๔.๑.๒ เอกสารรับรองการบริการ สนับสนุนด้านอะไหล่ชิ้นส่วน และส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ของระบบคอมพิวเตอร์ ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๒
    ๔.๑.๓ ดําเนินการต่ออายุการใช้งาน (Software License) และปรับปรุงเวอร์ชั่นของโปรแกรมที่ติดตั้ง บนตัวอุปกรณ์ (Firmware หรือ Release) ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๓
    ๔.๑.๔ รายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อ และช่องทางในการรับแจ้งปัญหา ตามรายละเอียดข้อกําหนด การดําเนินงานข้อ ๔.๒.๒
    2.ในคณะกรรมก
    อรวิสาหกิจ
    /๘.๒ งวดที่ ๒ …
  • ๗ -
    ๔.๒ งวดที่ ๒ : ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใบสั่งจ้าง ให้ส่งมอบงาน ดังนี้
    ๔.๒.๑ รายงานตรวจสอบและบํารุงรักษา ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๔ ๔.๒.๒ รายงานผลการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์
    ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๖
    ๔.๒.๓ รายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๗ ๘.๓ งวดที่
    ๓ : ภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใบสั่งจ้าง ให้ส่งมอบงาน ดังนี้
    m:
    ๘.๓.๑ รายงานตรวจสอบและบํารุงรักษา ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๔ ๘.๓.๒ รายงานผลการซ่อมแซมแก้ไขเมื่อได้รับแจ้งเหตุขัดข้องของระบบคอมพิวเตอร์
    ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๖
    ๔.๓.๓ รายงานขนาดข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๗ ๘.๓.๔. รายงานผังห้อง Server และผังตู้ Rack ตามรายละเอียดข้อกําหนดการดําเนินงานข้อ ๔.๑.๘
    ๔. เงื่อนไขการชําระเงิน
    สคร. จะชําระเงินเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานตามงวดงานที่กําหนดได้ถูกต้อง ครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุได้พิจารณาตรวจรับงานเสร็จสิ้น และ สคร. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบการตรวจรับงาน ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว โดยแบ่งการการชําระเป็นรายงวด ดังนี้
    งวดชําระที่ ๑ ชําระเงินจํานวนร้อยละ 50 ของค่าจ้างตามใบสั่งจ้าง เมื่อส่งมอบงานตามข้อ ๔.๑ งวดชําระที่ ๒ ชําระเงินจํานวนร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้างตามใบสั่งจ้าง เมื่อส่งมอบงานตามข้อ ๔.๒ งวดชําระที่ ๓ ชําระเงินจํานวนร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้างตามใบสั่งจ้าง เมื่อส่งมอบงานตามข้อ ๔.๓
    ๑๐. ภาคผนวก
    ภาคผนวก ก ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
    ภาคผนวก ข ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์
    ภาคผนวก ค การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
    ภาคผนวก ก : ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย
    ลําดับ
    รายการ

    เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสําหรับบริหารจัดการ

    3


    ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแบบเสมือน
    อุปกรณ์สลับสัญญาณข้อมูลสําหรับเชื่อมต่อระบบ
    Network (Network Switch)
    อุปกรณ์ป้องกันการบุกรุกเว็บไซต์ (Web Application Firewall)
    อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย (Next Generation Firewall) ระบบสํารองข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (Purposed-Built
    Backup Appliance)
    สํานักงานคณะก
  1. คณะกรรมการ
    ยี่ห้อ / รุ่น
    จํานวน
    DellEMC/VXxRail Vamo
    ๓ ชุด
    Cisco / Nexus ๙๓๐๐ ๔๘p
    ๒ ชุด
    Cisco Catalyst abool
    ๓ ชุด
    Cisco Catalyst mool
    ๒ ชุด
    Fortinet / FotiWEB-ooooE
    ๑ ชุด
    Fortinet / FortiGate-๔ooE
    ๒ ชุด
    Veritas /NetBackup 5250
    ๑ ชุด
    Appliance
    เยนทร์
    วิสาหกิจ
    /ภาคผนวก ข …
  • 2 -
    ภาคผนวก ข : ระบบงาน Application ซอฟต์แวร์
    ลําดับ
    รายการ

    ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์

    ระบบ E-mail
    ลิขสิทธิ์การใช้งานโปรแกรม Microsoft

    ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์แบบ SSL Public
    ยี่ห้อ / รุ่น saraban.sepo.go.th
    Microsoft exchange.
    Microsoft/mba Business Basic
    SSL Public Certificate
    จํานวน
    ๑ ระบบ
    ๑ ระบบ
    ๔๖ ชุด
    ๑ ชุด
    ๓๖๕ (ระยะเวลา ๑๒ เดือน)
    Certificate สําหรับเว็บไซต์ของสํานักงาน
    คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ระยะเวลา ๑๒ เดือน)
    ภาคผนวก ค : การบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
    ผู้รับจ้างต้องบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นทั้งหมด อันเนื่องมาจากข้อผิดพลาด ของการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) หรือเปลี่ยนแทนอุปกรณ์ระบบเครือข่าย ในระยะเวลารับประกันและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อไปนี้
    ๑. รับประกันความชํารุดบกพร่องของอุปกรณ์ทุกรายการของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ๒. หากระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ชํารุด บกพร่องหรือใช้งานไม่ได้ ผู้รับจ้าง ต้องจัดการซ่อมแซม แก้ไข ปรับปรุงหรือติดตั้งให้อยู่ในสภาพใช้งานได้เป็นปกติและดีเหมือนเดิม โดยต้องเริ่ม จัดการซ่อมแซมแก้ไขปรับปรุงหรือติดตั้งตามเวลาในข้อ ๔.๑.๖ (๒) ถ้าหากผู้รับจ้างไม่สามารถดําเนินการได้ภายในเวลา ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องถูกปรับลดค่าจ้างในอัตราชั่วโมงละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เศษของชั่วโมงนับเป็นหนึ่งชั่วโมง
    ถ้าการซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จภายใน ๔ ชั่วโมง ผู้รับจ้างจะต้องนําอุปกรณ์อื่นหรือเครื่องสํารอง ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือไม่ต่ํากว่าอุปกรณ์ที่ชํารุดมาให้ สคร. ใช้งานแทนไปจนกว่าการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จ สมบูรณ์ โดยผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นอันเกิดจากการซ่อมแซม แก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ที่ติดตั้ง
    ๓.
    ผู้รับจ้างมีหน้าที่บํารุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอตลอดระยะเวลารับประกัน โดย สคร. ยอมให้ระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เครือข่าย (ภาคผนวก ก) แต่ละรายการขัดข้องภายหลังที่คํานวณค่าถ่วงแล้วได้ไม่เกินเดือนละ ๑๒ ชั่วโมง หรือร้อยละ ๑.๖๗ ของเวลาใช้งานทั้งหมดของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ของเดือนนั้นแล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน ถ้าระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก) ขัดข้อง เกินระยะเวลาดังกล่าว สคร. จะคิดค่าปรับลดค่าจ้างในส่วนที่เกินในอัตราชั่วโมงละ ๑๐๐ บาท เพิ่มเติมจากค่าปรับ ตามข้อ ๒
    กงานคณะ
    การป
    วิสาหกิจ
    /เกณฑ์การ …
    कर

  • ๙ -
    เกณฑ์การคํานวณนับชั่วโมงและค่าตัวถ่วงเป็นดังนี้
    จํานวนชั่วโมงที่ขัดข้องในขณะใดขณะหนึ่งเท่ากับค่าสูงสุดของจํานวนชั่วโมงที่ขัดข้องในขณะนั้น
    ของอุปกรณ์แต่ละอุปกรณ์คูณด้วยค่าตัวถ่วง
    จํานวนชั่วโมง = ค่าสูงสุด (ชั่วโมงที่ขัดข้อง x ค่าตัวถ่วง)
    เศษของชั่วโมงนับเป็น ๑
    ชั่วโมง
    • การกําหนดค่าตัวถ่วงของระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่าย (ภาคผนวก ก)
    ลําดับ
    ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์เครือข่ายที่ขัดข้อง

    อุปกรณ์ Firewall
    ค่าตัวถ่วง
    นโยบายรัฐวิ
    รัฐวิสาหกิจ
    สํานักงานคณะกรรมการร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
    ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
    สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรม” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน

               ๒.    คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
                        ๒.๑    มีความสามารถตามกฎหมาย 
                        ๒.๒    ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 
                        ๒.๓    ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 
                        ๒.๔    ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ  ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง 
                        ๒.๕    ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย                           ๒.๖    มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 
                        ๒.๗    เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 
                        ๒.๘    ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 
                        ๒.๙    ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 
                        ๒.๑๐  ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้                                    (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา 
                                     กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก  ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย 
                                 (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก  กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ                                        สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน                                    (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า 
                                     (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ                                               สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ  ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน
    

นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง
ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง
พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๔.๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ (๔.๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่ มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
(๔.๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้น ไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ
รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๔.๕) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ (๔.๒) ข้อ (๔.๓) และข้อ (๔.๔) (๒) มูลค่าจะต้องเป็น ไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอ ราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๕๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้างจาก กรม ให้เริ่มทำงาน
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา
ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ
เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๓ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด หมายความถึง เงินสด ๒ ประเภท ได้แก่ (๑) เงินสดในมือ และ (๒) เงิน
ฝากธนาคาร
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้ เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรม จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๖๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ให้แล้วเสร็จภายใน ๓o วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานเมื่อผู้ รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ให้แล้วเสร็จภายใน ๙o วัน นับถัด จากวันลงนามในสัญญา
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕o วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ o.๒o ของราคาค่าจ้าง
๙. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๙.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๙ หมวดงบดำเนินงาน
การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๙.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๙.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๙.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๙.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียก ร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๙.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๐. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๑. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
สุรีรัตน์ ระสารักษ์
(นางสาวสุรีรัตน์ ระสารักษ์)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางสาวสุรีรัตน์ ระสารักษ์ นักวิชาการพัสดุ ชำนาญการพิเศษร่าง
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างเหมาบริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างจ้างเหมา บริการบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย และซอฟต์แวร์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง ของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๔๙๖,๖๖๖.๖๗ บาท (สี่ล้านสี่แสนเก้าหมื่นหกพันหก
ร้อยหกสิบหกบาทหกสิบเจ็ดสตางค์)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.sepo.go.th หรือ www.gprocurement.go.th หรือ www. gprocurement.go.th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถาม มายัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.sepo.go.th หรือ www. gprocurement.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(นางสาวปิยวรรณ ล่ามกิจจา)
ที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติราชการแทน
ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
สำเนาถูกต้อง
สุรีรัตน์ ระสารักษ์
(นางสาวสุรีรัตน์ ระสารักษ์)
นักวิชาการพัสดุชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย นางสาวสุรีรัตน์ ระสารักษ์ นักวิชาการพัสดุ ชำนาญการพิเศษ