ประกวดราคาจ้างบำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร โดยสํานักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล สํานักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร มีความประสงค์จะจ้างบํารุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลาง 1,041,500 บาท โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ระบบงานสารสนเทศด้านการรับเงินของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นระบบสําคัญที่ให้บริการประชาชนในการชําระภาษีและรายได้ต่างๆ สามารถดําเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีความน่าเชื่อถือของข้อมูล
ขอบเขตงานครอบคลุมการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) และการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance) สําหรับระบบโปรแกรมประยุกต์หลัก ได้แก่ ระบบงานออกใบเสร็จรับเงินแบบเรียลไทม์ ระบบงานรับเงินเพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ และระบบงานการรับเงินชดใช้เช็คขัดข้องและการคํานวณวันที่ครบกําหนดชําระภาษีป้าย โดยงานดําเนินการที่สํานักงาน กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดทํารายงานต่างๆ เช่น รายงานการเข้าสํารวจระบบ (System Initiative Report) รายงานสถานะผลการบํารุงรักษารายเดือน และเมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องส่งมอบเอกสารระบบ (System Manual) ที่ปรับปรุงให้ทันสมัย พร้อมรายชื่อผู้ใช้งานและ checksum ของไฟล์ระบบทั้งหมด
English summary
The Bangkok Metropolitan Administration (BMA), through the Digital Information System Development Office, Digital Bureau, intends to hire a contractor for the maintenance of the network system and applications under the project to enhance the efficiency of Bangkok’s revenue collection via electronic bidding (e-bidding), with an estimated budget of 1,041,500 THB. The project aims to ensure the continuous, stable, and efficient operation of BMA’s critical revenue collection information systems, which facilitate public tax and fee payments.
The scope of work includes preventive and corrective maintenance for key application systems: the real-time receipt issuance system, the revenue collection system for data linkage verification, and the system for reimbursing bounced checks and calculating signboard tax due dates. Work will be performed at the Digital Infrastructure Division, Bangkok City Hall 2.
The contractor is responsible for producing various reports, including a System Initiative Report, monthly maintenance status reports, and upon contract completion, delivering an updated System Manual, a list of system users, and SHA256 checksums for all system files.
กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- จัดหาผู้รับจ้างดําเนินการบํารุงรักษา ดูแลระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร
- เพื่อให้ระบบอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติดังเดิมและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
- ส่งผลให้หน่วยงานผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบริการประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ขอบเขตของงาน
- การสํารวจระบบก่อนเริ่มงาน: ศึกษารายละเอียดระบบและจัดทํา “รายงานการเข้าสํารวจระบบเพื่อการบํารุงรักษา (System Initiative Report)” พร้อมแผนงานภายใน 15 วันนับจากวันที่ 1 ของเดือนที่เริ่มบํารุงรักษา
- การดําเนินการบํารุงรักษา:
- จัดเตรียมบุคลากรผู้ชํานาญการ (ช่าง, วิศวกร, เจ้าหน้าที่ดูแลระบบและ Database) เพื่อบํารุงรักษาและให้คําปรึกษา
- ดําเนินการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) เพื่อให้ระบบใช้งานได้ปกติ
- ดําเนินการซ่อมแซมแก้ไขหรือจัดหาทดแทน (Corrective Maintenance: CM) เมื่อระบบขัดข้อง
- ให้บริการคําปรึกษาด้านเทคนิคเกี่ยวกับ System Software และ Application Software
- บันทึกปัญหาและวิธีการแก้ไขในระบบ SPC (Statistic Process Control) เพื่อให้สามารถสืบค้นและใช้แก้ไขปัญหาในอนาคตได้
- จัดทํารายงานผลการบํารุงรักษาต่างๆ เป็นรายเดือน (ตามแบบฟอร์มที่กําหนด)
- ปรับปรุงชุดคําสั่ง (Source code), คําอธิบายชุดคําสั่ง, พจนานุกรมข้อมูล (data dictionary), Diagram ต่างๆ ให้เป็นปัจจุบันเมื่อมีการปรับปรุงระบบ
- สถานที่ปฏิบัติงาน: กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
- การส่งมอบเมื่อสิ้นสุดสัญญา: จัดทํารายงานส่งมอบซึ่งประกอบด้วยรายงานสรุปผลการบํารุงรักษา (CM) รายปี คู่มือระบบ (System Manual) ในรูปแบบรูปเล่มและอิเล็กทรอนิกส์ รายชื่อผู้ใช้งานล่าสุด และ sha256 checksum ของทุกไฟล์ระบบ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- รายงานการเข้าสํารวจระบบเพื่อการบํารุงรักษา (System Initiative Report) พร้อมแผนงาน (ภายใน 15 วันหลังจากเริ่มสัญญา)
- รายงานสถานะผลการบํารุงรักษา (Preventive Maintenance) รายเดือน (ตามเอกสารแนบ 1)
- รายงานสรุปผลการบํารุงรักษา (Corrective Maintenance) แยกตามสาเหตุ รายเดือน (ตามเอกสารแนบ 2)
- รายงานรายละเอียดผลการบํารุงรักษา (Corrective Maintenance) รายเดือน (ตามเอกสารแนบ 3)
- เมื่อสิ้นสุดสัญญา:
- รายงานสรุปผลการบํารุงรักษา (CM) ตามสาเหตุ รายปีงบประมาณ (ตามเอกสารแนบ 4)
- คู่มือระบบ (System Manual) ที่ปรับปรุงให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน จํานวน 2 ชุด (รูปเล่ม) และไม่น้อยกว่า 2 ชุด (สื่ออิเล็กทรอนิกส์)
- รายชื่อผู้ใช้งานของระบบโปรแกรมประยุกต์ล่าสุด ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่น้อยกว่า 2 ชุด
- ไฟล์ sha256 checksum ของทุกไฟล์ที่ใช้ในระบบเมื่อเริ่มดําเนินงานและก่อนสิ้นสุดสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดําเนินการทั้งหมด: ไม่เกิน 183 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
- วันยื่นข้อเสนอ: 21 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น.
- การชําระค่าซื้อเอกสาร: 22 - 28 เมษายน 2569
- การส่งมอบงานเป็นงวด: งานบํารุงรักษาดําเนินการเป็นรายเดือน ตามงวดการจ่ายเงินที่กําหนดสําหรับเดือนเมษายน ถึง สิงหาคม 2569 และงวดสุดท้ายเมื่อส่งมอบงานทั้งหมด
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จ้างดังกล่าว
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร (ยกเว้นการจ่ายเงินสดไม่เกิน 30,000 บาทต่อครั้ง)
- Standards Compliance: ไม่ระบุ
- Experience:
- ต้องแสดงผลงานการพัฒนาโปรแกรมและออกแบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานครที่ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- วงเงินรวมของผลงาน (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ไม่น้อยกว่า 520,800 บาท
- ผลงานต้องมีอายุไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
- Previous Project Cost: ผลงานที่เกี่ยวข้องต้องมีมูลค่ารวม (รวม VAT) ไม่น้อยกว่า 520,800 บาท
- Technical Capabilities:
- บุคลากรต้องสามารถอธิบายสถาปัตยกรรมระบบ, ฟังก์ชั่นการทํางานทั้งหมด, ชุดคําสั่งที่ใช้ในการพัฒนาได้
- บุคลากรต้องสามารถเขียน Flowchart, DFD, UML, ER Diagram ของระบบที่บํารุงรักษาได้
- Personnel:
- ต้องมีทีมงานที่มีความชํานาญเฉพาะด้านประกอบด้วย:
- นักวิเคราะห์ออกแบบระบบ (System Analyst): มีประสบการณ์ในการออกแบบวิเคราะห์ระบบงานด้านการเงินการคลังของ กทม.
- นักพัฒนาระบบโปรแกรม (Programmer): มีความสามารถในการบํารุงรักษาและพัฒนาปรับปรุงระบบโปรแกรมประยุกต์
- วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ (System Engineer): มีความสามารถในการดูแลภาพรวมของระบบโปรแกรมประยุกต์
- บุคลากรดังกล่าวต้องเป็นผู้ทํางานประจําของบริษัทหรือเป็นผู้รับจ้างจากบริษัทเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
- ต้องแนบหลักฐานประวัติการศึกษา (วุฒิ) และประสบการณ์ทํางานของบุคลากร
- หากต้องการเปลี่ยนบุคลากรในระหว่างสัญญา ต้องแจ้งและส่งคุณสมบัติของบุคลากรใหม่ให้หน่วยงานพิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
- ต้องมีทีมงานที่มีความชํานาญเฉพาะด้านประกอบด้วย:
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์การพิจารณา: หลักเกณฑ์ราคา (ราคาต่ำสุด)
- การพิจารณาผู้ชนะ: พิจารณาจาก “ราคารวม” ที่เสนอ
- แต้มต่อพิเศษ:
- สําหรับ SME: หากผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ไม่เกินร้อยละ 10 ให้สิทธิ์จัดจ้างกับ SME โดยเรียงลําดับจากผู้ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10% ไม่เกิน 3 ราย (ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องเป็น SME)
- สําหรับผู้เสนอราคาชาวไทย/นิติบุคคลไทย: หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาชาวไทยหรือนิติบุคคลไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นชาวต่างชาติหรือนิติบุคคลต่างชาติ ไม่เกินร้อยละ 3 ให้สิทธิ์จัดจ้างกับผู้เสนอราคาชาวไทย/นิติบุคคลไทย
ข้อกำหนดทางเทคนิค
ระบบโปรแกรมประยุกต์ที่ต้องบํารุงรักษาในโครงการนี้หมายถึง:
- ระบบงานออกใบเสร็จรับเงินแบบเรียลไทม์
- ระบบงานรับเงินเพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของกรุงเทพมหานคร
- ระบบงานการรับเงินชดใช้เช็คขัดข้องและการคํานวณวันที่ครบกําหนดชําระภาษีป้าย
การบํารุงรักษาต้องครอบคลุมทั้งการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อรักษาสภาพการทำงานและประสิทธิภาพ และการซ่อมแซมแก้ไข (Corrective Maintenance) เมื่อเกิดความขัดข้องโดยเร็วที่สุด รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านเทคนิคและปรับปรุงเอกสารระบบให้ทันสมัย
เงื่อนไขสัญญา
- หลักประกันสัญญา: ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ได้ โดยสามารถวางเป็นเงินสด เช็ค/ดราฟท์ หนังสือคําประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย
- การคืนหลักประกัน: คืนภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว หรือคืนตามอัตราส่วนของงานที่ได้รับมอบแล้ว
- การจ่ายค่าจ้าง: แบ่งเป็น 6 งวด เท่าๆ กันประมาณเดือนละงวด (งวดละ 16.66% หรือ 16.67%) ตามการบํารุงรักษาเสร็จสิ้นในแต่ละเดือน (เม.ย.-ส.ค. 2569) และงวดสุดท้าย (16.70%) เมื่อส่งมอบงานทั้งหมดและตรวจรับเรียบร้อย
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 15 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่นๆ: ค่าปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: รับประกันความชํารุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน 1 เดือน นับถัดจากวันที่กรุงเทพมหานครได้รับมอบงาน โดยต้องซ่อมแซมแก้ไขภายใน 1 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง
- เงื่อนไขการทําสัญญา: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องทําสัญญาภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และต้องวางหลักประกันสัญญาในวันทําสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: ระบบโปรแกรมประยุกต์ที่ต้องบำรุงรักษามีอะไรบ้าง?
A: ประกอบด้วย 3 ระบบหลัก ได้แก่ ระบบงานออกใบเสร็จรับเงินแบบเรียลไทม์, ระบบงานรับเงินเพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของกรุงเทพมหานคร, และระบบงานการรับเงินชดใช้เช็คขัดข้องและการคำนวณวันที่ครบกำหนดชำระภาษีป้าย -
Q: บุคลากรที่ต้องมีต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องมีบุคลากร 3 ตำแหน่ง ได้แก่ นักวิเคราะห์ออกแบบระบบที่มีประสบการณ์ด้านการเงินการคลังของ กทม., นักพัฒนาระบบโปรแกรมที่สามารถบำรุงรักษาและปรับปรุงระบบได้, และวิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ที่ดูแลภาพรวมระบบ โดยบุคลากรต้องเป็นพนักงานประจำหรือรับจ้างจากบริษัทมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี -
Q: ต้องจัดทำรายงานอะไรบ้างระหว่างการบำรุงรักษา?
A: ต้องจัดทำรายงานหลายประเภท เช่น รายงานการเข้าสำรวจระบบ (System Initiative Report) ในช่วงเริ่มต้น, รายงานสถานะผลการบำรุงรักษา (PM) รายเดือน, รายงานสรุปผลการบำรุงรักษา (CM) รายเดือน และรายงานรายละเอียดผลการบำรุงรักษา (CM) รายเดือน ตามแบบฟอร์มที่กำหนด -
Q: เมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องส่งมอบอะไรให้กับกรุงเทพมหานคร?
A: ต้องส่งมอบรายงานสรุปผลการบำรุงรักษา (CM) รายปี, คู่มือระบบ (System Manual) ที่ปรับปรุงแล้วทั้งรูปเล่มและอิเล็กทรอนิกส์, รายชื่อผู้ใช้งานระบบล่าสุดในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์, และไฟล์ checksum (sha256) ของทุกไฟล์ในระบบเมื่อเริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา -
Q: สถานที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ใด?
A: ปฏิบัติงานที่ กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 -
Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานอย่างไร?
A: ต้องมีผลงานการพัฒนาโปรแกรมและออกแบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร โดยมีมูลค่ารวม (รวม VAT) ไม่น้อยกว่า 520,800 บาท และเป็นผลงานที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี -
Q: มีการให้แต้มต่อสำหรับผู้เสนอราคากลุ่มใดบ้าง?
A: มี 2 กรณี คือ 1) สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10% และ 2) สำหรับบุคคลธรรมดาชาวไทยหรือนิติบุคคลไทย ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้เสนอราคาชาวต่างชาติ/นิติบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3% -
Q: กรณีต้องการเปลี่ยนบุคลากรในทีมระหว่างทำสัญญาต้องทำอย่างไร?
A: ต้องมีหนังสือแจ้งเหตุผลให้สำนักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล รับทราบเป็นทางการ พร้อมส่งรายชื่อ คุณสมบัติ และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่รายใหม่ให้พิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน -
Q: ต้องมีการบันทึกปัญหาและวิธีการแก้ไขไว้อย่างไร?
A: ต้องรวบรวมปัญหา วิธีการแก้ไข ขั้นตอนการแก้ไข และข้อเสนอแนะต่าง ๆ เก็บไว้ในระบบ SPC (Statistic Process Control) เพื่อให้เจ้าหน้าของกรุงเทพมหานครสามารถสืบค้นข้อมูลย้อนหลังและนำไปใช้แก้ไขปัญหาได้ -
Q: งานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และการซ่อมแซมแก้ไข (CM) หมายถึงอะไร?
A: บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) คือ การดูแลรักษาระบบให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ปกติและมีประสิทธิภาพตลอดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิด ส่วนการซ่อมแซมแก้ไข (CM) คือ การแก้ไขหรือจัดหาทดแทนเมื่อระบบเกิดขัดข้อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดังเดิมโดยเร็วที่สุด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
1. ความเป็นมา
ขอบเขตของงาน
จ้างบํารุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร
ตามที่กรุงเทพมหานครได้จ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ประชาชน ที่ชําระภาษี ชําระรายได้ ตามช่องทางการรับเงินต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร ได้รับความสะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบงานดังกล่าวสามารถทํางานได้อย่างมีเสถียรภาพ รวมทั้งข้อมูลสารสนเทศที่ได้มีความน่าเชื่อถือ เพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน จึงจําเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาบํารุงรักษาและดูแลระบบ โปรแกรมประยุกต์ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้หน่วยงานผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติงานได้
อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบริการประชาชนได้อย่างทันท่วงที
2. วัตถุประสงค์
จัดหาผู้รับจ้างดําเนินการบํารุงรักษา ดูแลระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการ จ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติดังเดิมและมี
ประสิทธิภาพตลอดเวลา
3. คุณสมบัติผู้ประสงค์จะเสนอราคา
3.1 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย
หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสําคัญ
3.2 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดําเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
3.3 คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน
สามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
3.4 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จ้างดังกล่าว
3.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.5.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
3.5.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงาน งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
1………
Aim
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน
2..
4
3………
ไม่ต่ํากว่า 1 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 2 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 3 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 8 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 20 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 60 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 200 ล้านบาท
-2-
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน
3.5.3 สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองเงินฝาก
ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา
3.5.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมี แต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุน
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
3.6 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงผลงานการพัฒนาโปรแกรมและออกแบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
กับการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานครที่ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว โดยแสดง หลักฐานเป็นหนังสือรับรองผลงาน หรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ดําเนินการให้แก่หน่วยงานราชการ วงเงินรวม
1………..
mi
2.
3……
(
- 3-
ภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่น้อยกว่า 520,800.- บาท (ห้าแสนสองหมื่นแปดร้อยบาทถ้วน) ซึ่งหลักฐานที่ยื่นต้องมี ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
3.7 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความชํานาญในการบํารุงรักษาโปรแกรมประยุกต์ตามโครงการ เพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย
- นักวิเคราะห์ออกแบบระบบ (System Analysis) โดยมีประสบการณ์ในการออกแบบ วิเคราะห์ระบบงานด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร
- นักพัฒนาระบบโปรแกรม (Programmer) ที่มีความสามารถในการบํารุงรักษาระบบ โปรแกรมประยุกต์และพัฒนาการปรับปรุงระบบโปรแกรมประยุกต์
- วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ (System Engineer) ที่มีความสามารถในการดูแลภาพรวมของ ระบบโปรแกรมประยุกต์
โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบหลักฐานหรือเอกสารแสดงรายละเอียดของเจ้าหน้าที่มาพร้อมขั้นตอนการยื่น
ข้อเสนอ ดังนี้
(1) ประวัติการศึกษา ได้แก่ วุฒิการศึกษา
(2) ประสบการณ์ทํางาน ระบุเดือน ปี ตําแหน่งในโครงการ
3.8 บุคลากรตามข้อ 3.7 จะต้องเป็นผู้มีความชํานาญในการบํารุงรักษาโปรแกรมประยุกต์ตาม โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานครในลักษณะเดียวกับโครงการฯ โดยต้องมีความสามารถ
ดังนี้
3.8.1 สามารถอธิบายสถาปัตยกรรมของระบบที่บํารุงรักษาทั้งหมด 3.8.2 สามารถอธิบายทุกฟังก์ชั่นในระบบที่บํารุงรักษา 3.8.3 สามารถอธิบายชุดคําสั่งที่ใช้ในการพัฒนาระบบ
3.8.4 สามารถเขียน Flowchart, DFD, UML, ER Diagram ของระบบที่บํารุงรักษา 3.9 บุคลากรตามข้อ 3.8 จะต้องเป็นผู้ทํางานประจําของบริษัทหรือเป็นผู้รับจ้างงานจากบริษัทผู้ เสนอราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
3.10 ในระหว่างสัญญาหากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบุคลากรตามข้อ 3.8 จะต้องมี หนังสือแจ้งเหตุผลให้สํานักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัลรับทราบอย่างเป็นทางการพร้อมจัดส่งรายชื่อ คุณสมบัติ และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่รายใหม่ให้สํานักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล สํานักดิจิทัล กรุงเทพมหานครพิจารณาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน
3.11 กรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับเงื่อนไขใดๆ ที่ผู้เสนอราคาเสนอเพิ่มเติม นอกเหนือจาก ที่กําหนดไว้ในเอกสารการจ้าง
1………….
chin
2….
4 -
3……
******………..
- 4-
- ข้อกําหนดด้านการบํารุงรักษา
ระบบโปรแกรมประยุกต์ หมายถึง ระบบงานออกใบเสร็จรับเงินแบบเรียลไทม์ ระบบงานรับเงิน เพื่อรองรับการตรวจสอบข้อมูลการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศของกรุงเทพมหานคร ระบบงานการรับเงินชดใช้
เช็คขัดข้องและการคํานวณวันที่ครบกําหนดชําระภาษีป้าย
4.1 การสํารวจระบบโปรแกรมประยุกต์ก่อนเริ่มต้นการบํารุงรักษา
ผู้รับจ้างจะต้องศึกษารายละเอียดของระบบโปรแกรมประยุกต์ที่จะเข้าทําการบํารุงรักษา
เพื่อจัดหาการให้บริการที่เหมาะสม โดยจัดทําเป็นรายงานการเข้าสํารวจระบบเพื่อการบํารุงรักษา (System Initiative Report) พร้อมจัดทําแผนงานตามขอบเขตความรับผิดชอบที่ต้องดําเนินการ เพื่อให้กรุงเทพมหานครพิจารณาภายใน 15 วัน นับจากวันที่ 1 ของเดือนที่เริ่มบํารุงรักษาตามสัญญา
ซึ่งภายในรายงานอาจประกอบไปด้วยเนื้อหาเบื้องต้นดังนี้เป็นอย่างน้อย
4.1.1 รายชื่อโปรแกรม ที่อยู่ในขอบเขตของการบํารุงรักษาระบบโปรแกรมประยุกต์
4.1.2 แผนงานและรายละเอียดของการเข้าดําเนินการบํารุงรักษา
4.1.3 วิธีการและขั้นตอนในการประสานงานแจ้งปัญหา และการติดตามผล 4.2 การดําเนินการบํารุงรักษาระบบโปรแกรมประยุกต์
4.2.1 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียม ช่าง วิศวกร และเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบสารสนเทศ และ Database ที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างดีในการบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขระบบโปรแกรมประยุกต์ โดยสามารถ ให้คําแนะนํา คําปรึกษา และแก้ไขปัญหาด้านระบบโปรแกรมประยุกต์ได้เป็นอย่างดี
4.2.2 ผู้รับจ้างต้องทําการบํารุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) ระบบโปรแกรมประยุกต์ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติดีดังเดิม และมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
4.2.3 ผู้รับจ้างต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขหรือจัดหามาทดแทน (Corrective Maintenance : CM) ระบบโปรแกรมประยุกต์เพื่อให้ระบบโปรแกรมประยุกต์ที่ขัดข้องแล้วสามารถใช้งานได้ดีดังเดิมโดยเร็วที่สุด
4.2.4 ผู้รับจ้างต้องบริการให้คําปรึกษาแนะนําและดําเนินการด้านเทคนิคเกี่ยวกับ System Software และ Application Software เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานของระบบโปรแกรมประยุกต์ให้ใช้ งานได้เป็นปกติ
4.2.5 ผู้รับจ้างต้องรวบรวมปัญหา วิธีการแก้ไขปัญหา ขั้นตอนการแก้ไข และข้อเสนอแนะต่างๆ รวมถึงสาเหตุที่ทําให้เกิดปัญหาเก็บไว้ในระบบ SPC (Statistic Process Control) ให้เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร สามารถสืบค้นข้อมูลย้อนหลังได้และสามารถนําไปใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้
4.2.6 ผู้รับจ้างต้องทํารายงานสถานะผลการบํารุงรักษา หลังจากทําการ (Preventive
Maintenance : PM) ของระบบโปรแกรมประยุกต์ เป็นรายเดือน ตามแบบรายงานสถานะผลการบํารุงรักษา
(เอกสารแนบ 1)
1……..
ohm
2… - Corim
………….
- 5-
4.2.7 ผู้รับจ้างต้องทํารายงานสรุปผลการบํารุงรักษา หลังจากทําการ (Corrective Maintenance : CM) ที่เกี่ยวข้องกับการรับแจ้ง แยกตามสาเหตุของปัญหา เป็นรายเดือน ตามแบบรายงาน สรุปผลการบํารุงรักษา (CM) ตามสาเหตุ (เอกสารแนบ 2)
4.2.8 ผู้รับจ้างต้องทํารายงานรายละเอียดผลการบํารุงรักษา หลังจากทําการ (Corrective Maintenance : CM) ที่เกี่ยวข้องกับการรับแจ้ง วันที่รับแจ้ง ระบบโปรแกรมประยุกต์ที่รับแจ้ง หน่วยงาน ผู้แจ้งรายละเอียดการรับแจ้ง และรายละเอียดการแก้ไข เป็นรายเดือน ตามแบบรายงานรายละเอียด ผลการบํารุงรักษา (เอกสารแนบ 3)
4.2.9 กรณีที่มีการปรับปรุงระบบ ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงชุดคําสั่ง (Source code) คําอธิบาย ชุดคําสั่ง (คําอธิบาย Source code) พจนานุกรมข้อมูล (data dictionary) Metadata Diagramต่างๆ ของ ระบบ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้เป็นปัจจุบันและครบถ้วน
4.2.10 สถานที่ติดตั้งระบบโปรแกรมประยุกต์ที่จะต้องเข้าไปทําการบํารุงรักษา ได้แก่
กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2
4.3 การส่งมอบระบบโปรแกรมประยุกต์เมื่อสิ้นสุดการบํารุงรักษา
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการบํารุงรักษาระบบโปรแกรมประยุกต์ตามสัญญา เพื่อประโยชน์
ของกรุงเทพมหานคร ในการจัดทําการบํารุงรักษาระบบโปรแกรมประยุกต์ด้วยตนเองในอนาคต หรือส่งต่อให้ผู้ รับจ้างอื่นรับช่วงในการบํารุงรักษาก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการจัดทํารายงานส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร
ซึ่งภายในรายงานประกอบไปด้วยเนื้อหาต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
4.3.1 รายงานสรุปผลการบํารุงรักษา หลังจากทําการ (Corrective Maintenance : CM) ที่ เกี่ยวข้องกับการรับแจ้ง แยกตามสาเหตุของปัญหา เป็นรายปีงบประมาณ ตามแบบรายงานสรุปผลการ บํารุงรักษา (CM) ตามสาเหตุ (เอกสารแนบ 4)
4.3.2 คู่มือระบบ (System Manual) เป็นเอกสารอธิบายข้อมูลระบบ ในรูปแบบของของ รูปเล่ม จํานวน 2 ชุด และรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ชุด ประกอบด้วย ประกอบด้วย - เอกสารที่ได้จากการวิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาระบบฯ ในส่วนที่มีการปรับปรุง
ระบบโปรแกรมประยุกต์ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน - Data Dictionary ของระบบโปรแกรมประยุกต์ โดยผู้รับจ้างจะต้องทําการปรับปรุง แก้ไขคู่มือระบบให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
4.3.3 รายชื่อผู้ใช้งาน ของระบบโปรแกรมประยุกต์ล่าสุด ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ชุด
สิ้นสุดสัญญา
4.3.4 sha256 checksum ของทุกไฟล์ที่ใช้ในระบบเมื่อเริ่มดําเนินงานตามสัญญาและก่อน
1……..
olm’
2..
4
3…….๑.
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
O (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล……… - บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล….
O (ข) บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด - สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิ
ไฟล์ข้อมูล… - บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…… บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) O ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไฟล์ข้อมูล……
๒. ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่เป็นนิติบุคคล
๓.
O (ก) บุคคลธรรมดา - สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้นั้น
ไฟล์ข้อมูล……
O (ข) คณะบุคคล - สําเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน
- สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล……..
ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า - สําเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า
ไฟล์ข้อมูล…..
(ก) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นบุคคลธรรมดา - บุคคลสัญชาติไทย
สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
ไฟล์ข้อมูล
บุคคลที่มิใช่สัญชาติไทย
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์……………
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………..
….. ขนาดไฟล์
….. ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์
…..uunalw………
ขนาดไฟล์
ขนาดไฟล์…….
สําเนาหนังสือเดินทาง
ไฟล์ข้อมูล………..
…..vunalw…….. - ๒
O (ข) ในกรณีผู้ร่วมค้าเป็นนิติบุคคล - ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล…
บริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัด
สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
ไฟล์ข้อมูล…… - สํานาหนังสือบริคณห์สนธิ
- บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ
ไฟล์ข้อมูล……..
ไฟล์ข้อมูล..
บัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี)
ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
…..vunalw……..
ขนาดไฟล์…..
ขนาดไฟล์
……………….
ขนาดไฟล์…….
ขนาดไฟล์…………..
ขนาดไฟล์……
มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่
ไฟล์……………..
ขนาดไฟล์………
๔. แบบตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมการเสนอราคาในโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อ
จัดจ้างตั้งแต่ ๓๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
ไฟล์ข้อมูล
ขนาดไฟล์…..
๕. แบบข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (สําหรับส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ/องค์การมหาชน/หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน) กรณีโครงการ จัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป
0 5. อื่น ๆ (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล……
ไฟล์ข้อมูล…….
ไฟล์ข้อมูล……
ขนาดไฟล์……..
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์…….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า เอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้ายื่นพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ…….
ผู้ยื่นข้อเสนอ
(…………….0
0
0
0
บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑. แค็ตตาล็อกและหรือแบบรูปรายการละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ไฟล์ข้อมูล…..
ขนาดไฟล์…….
๒. สําเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
ไฟล์ข้อมูล…
ขนาดไฟล์……
๓. สรุปรายละเอียดประกอบการอธิบายเอกสารตามที่หน่วยงานของรัฐกําหนดให้จัดส่งภายหลังวันเสนอ
ราคา เพื่อใช้ในประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) ดังนี้
๓.๑
ไฟล์ข้อมูล
๓.๒ ……
ไฟล์ข้อมูล……
๔. อื่นๆ (ถ้ามี)
……….
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๒……..
ไฟล์ข้อมูล……
๔.๓……….
ขนาดไฟล์……
ขนาดไฟล์………………….
ขนาดไฟล์……………….
ขนาดไฟล์…..
0
0
ไฟล์ข้อมูล….
ข้าพเจ้าขอรับรองว่าเอกสารหลักฐานที่ข้าพเจ้าได้ยื่นมาพร้อมการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในการคัดเลือกครั้งนี้ถูกต้องและเป็นความจริงทุกประการ
ลงชื่อ….
น
……………….
ขนาดไฟล์………………บทนิยาม
“ผลงาน” หมายความว่า ผลงานที่ใช้เทคนิคในการดําเนินการอย่างเดียวกันกับงานที่
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
และต้องคํานึงถึงมูลค่าของราคาค่างานที่ผู้ยื่นข้อเสนอเคยดําเนินการมาแล้ว
ซึ่งการจะเห็นถึงขีดความสามารถนี้ได้ก็ย่อมจะต้องเป็นการบริหารงานภายใต้การจ้างครั้งเดียวมิใช่การจ้าง
ในหลาย ๆ ครั้งมารวมกัน โดยผลงานที่นํามายื่นจึงต้องเป็นผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอในสัญญาเดียวเท่านั้น
และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ทํางานแล้วเสร็จตามสัญญาที่ได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างดังกล่าว หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะต้องเป็น ผู้ออกหนังสือรับรองผลงานก่อสร้างให้กับผู้ยื่นข้อเสนอ(สำเนา)
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่ ๑๒/๒๕๖๙
การจ้างบำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงิน ของกรุงเทพมหานคร
ตามประกาศ กรุงเทพมหานคร
ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๙
กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กรุงเทพมหานคร” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร
ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
การจ้างบำรุงรักษาระบบเครือข่าย
และโปรแกรมประยุกต์ตามโครงการ
จ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ
กรุงเทพมหานคร
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ รายการ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ
ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วน
ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรุงเทพมหานคร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การ แข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้าง ในวงเงิน ไม่น้อยกว่า ๕๒๐,๘๐๐.๐๐ บาท (ห้าแสนสองหมื่นแปดร้อยบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ กรุงเทพมหานคร เชื่อถือ
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของ
ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐ
ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้
จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อ เสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะ
การเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงาน
งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ ยื่น
ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่น
ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดา
ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่า
งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจ
ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้ง เวียน
ให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ เงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อ บริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนัก งานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อ เสนอ นับถึงวัน
ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบ
จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ
หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่น เอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชี รายรับ
รายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
๒.๑๕ บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดำเนินการจัด ซื้อ
จัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
๒.๑๖ คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่ การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมี มูลค่า
ไม่เกินสามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดก็ได้
๒.๑๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่จ้างดังกล่าว ๒.๑๘ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปี สุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดย ผู้ยื่นข้อเสนอ
จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านบาท - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๓ ล้าน บาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๖๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า ๘ ล้าน บาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๖๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้าน บาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๖๐ ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท
- มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่น
ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดย ต้องมี
เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อ เสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองเงิน ฝาก
ที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งในวันลงนามในสัญญา
(๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่
ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่า
งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงิน ทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้า ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) ๒.๑๙ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงผลงานการพัฒนาโปรแกรมและออกแบบระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสารสนเทศด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานครที่ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว โดยแสดงหลักฐานเป็นหนังสือรับรองผลงาน หรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ดำเนินการให้แก่หน่วยงานราชการ วงเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่น้อยกว่า ๕๒๐,๘๐๐.- บาท (ห้าแสนสองหมื่นแปดร้อยบาทถ้วน) ซึ่งหลักฐานที่ยื่น ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่เสนอราคา
๒.๒๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความชำนาญในการบำรุงรักษาโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย
๑) นักวิเคราะห์ออกแบบระบบ (System Analysis) โดยมีประสบการณ์ในการ ออกแบบวิเคราะห์ระบบงานด้านการเงินการคลังของกรุงเทพมหานคร
๒) นักพัฒนาระบบโปรแกรม (Programmer) ที่มีความสามารถในการบำรุง รักษาระบบโปรแกรมประยุกต์และพัฒนาการปรับปรุงระบบโปรแกรมประยุกต์
๓) วิศวกรระบบคอมพิวเตอร์ (System Engineer) ที่มีความสามารถในการดูแล ภาพรวมของระบบโปรแกรมประยุกต์
โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแนบหลักฐานหรือเอกสารแสดงรายละเอียดของเจ้าหน้าที่มาพร้อมขั้นตอนการยื่นข้อ เสนอ ดังนี้
(๑) ประวัติการศึกษา ได้แก่ วุฒิการศึกษา
(๒) ประสบการณ์ทำงาน ระบุเดือน ปี ตำแหน่งในโครงการ ๒.๒๑ บุคลากรตามข้อ ๒.๒๐ จะต้องเป็นผู้มีความชำนาญในการบำรุงรักษาโปรแกรม ประยุกต์ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานครในลักษณะเดียวกับโครงการฯ โดยต้อง มีความสามารถดังนี้
๑) สามารถอธิบายสถาปัตยกรรมของระบบที่บำรุงรักษาทั้งหมด ๒) สามารถอธิบายทุกฟังก์ชั่นในระบบที่บำรุงรักษา
๓) สามารถอธิบายชุดคำสั่งที่ใช้ในการพัฒนาระบบ
๔) สามารถเขียน Flowchart, DFD, UML, ER Diagram ของระบบที่บำรุงรักษา
๒.๒๒ บุคลากรตามข้อ ๒.๒๑ จะต้องเป็นผู้ทำงานประจำของบริษัทหรือเป็นผู้รับจ้าง งานจากบริษัทผู้เสนอราคาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี
๒.๒๓ ในระหว่างสัญญาหากผู้รับจ้างมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงบุคลากรตามข้อ ๒.๒๑
จะต้องมีหนังสือแจ้งเหตุผลให้สำนักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัลรับทราบอย่างเป็นทางการพร้อมจัดส่ง รายชื่อ คุณสมบัติ และประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่รายใหม่ให้สำนักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล สำนัก ดิจิทัลกรุงเทพมหานครพิจารณาล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน
๒.๒๔ กรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับเงื่อนไขใดๆ ที่ผู้เสนอราคาเสนอเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในเอกสารการจ้าง
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ
เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศ
ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
(๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้าง
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อ
จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะ ต้องกรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๓ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. และเวลาในการเสนอ ราคาให้ถือตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรุงเทพมหานครผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ
มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ
จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรุงเทพมหานคร จะพิจารณาลงโทษ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรุงเทพมหานครจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรุงเทพมหานคร ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา
ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th (๖) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชำระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ใน ราคา
ชุดละ ๒๐๐.๐๐ บาท (สองร้อยบาทถ้วน) ผ่านช่องทางการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เลขที่บัญชี ๐๘๘๐๑๗๒๑๘๕ ชื่อบัญชีสำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคารมาให้ กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบความถูกต้อง โดยส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์มาที่ [email protected] ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙ โดยการชำระเงินและส่งหลักฐานการชำระเงินในวันสุดท้าย ให้ดำเนินการ ภายในเวลา ๑๖.๓๐ น.
หากปรากฎว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดดำเนินการเป็นไปตามกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นไม่มีสิทธิ์ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนั้น และหน่วยงานของ รัฐ
ต้องไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายดังกล่าว
(๑) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ ครบถ้วน
(๒) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจาก วันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนดหรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๓) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดไว้ในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาจาก ราคารวม
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้ใน ประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้ เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผล ฯ อาจพิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการ ผ่อนผัน
ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น (๓) ไม่ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือชำระไม่ครบถ้วน (๔) ชำระค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในวันหรือเวลาอื่น นอกเหนือจากวันและเวลาที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นการชำระก่อนถึงวัน และเวลาที่กำหนด หรือเมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดแล้ว
(๕) ไม่ได้ส่งหลักฐานการชำระเงินตามช่องทางที่กำหนดในเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์มาให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบความถูกต้อง ภายในวันและเวลาที่กำหนดไว้ใน เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรุงเทพมหานคร มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรุงเทพมหานครมีสิทธิที่จะ
ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ กรุงเทพมหานครทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือ ราคา
ที่เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรือ อาจจะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของ
ทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรุงเทพมหานครเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้ จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และ ลงโทษ
ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลอื่นมายื่น
ข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจ
ดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรุงเทพมหานคร จะ ให้
ผู้ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรุงเทพมหานคร มีสิทธิที่จะไม่รับ ข้อเสนอหรือ
ไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรุงเทพมหานคร
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรุงเทพมหานคร อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อย ละ ๑๐
ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้
ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรุงเทพมหานคร ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้อง วางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ กรุงเทพมหานครยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเช็ค หรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำ การ
๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย
ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือ
ค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒)
๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้รับมอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรุงเทพมหานคร จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่า ใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๖ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน จ้าง
บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน จ้าง
บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน จ้าง
บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร ประจำเดือนมิถุนายน ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน
งวดที่ ๔ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน จ้าง
บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร ประจำเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดที่ ๕ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๖๖ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน จ้าง
บำรุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของ กรุงเทพมหานคร ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๖๙ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๑ วัน
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๖.๗๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติ งานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ กรุงเทพมหานคร ได้ตรวจรับ มอบงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรุงเทพมหานคร จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๕ ของวงเงิน ของงานจ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือ
ทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน นับถัดจากวันที่กรุงเทพมหานครได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรุงเทพมหานครได้รับอนุมัติเงินค่าจ้าง จากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ ตกลงจ้างตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าว เข้ามาจาก
ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน
๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่
เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรุงเทพมหานครได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรุงเทพมหานครจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือ เรียกร้องจากผู้ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ
๑๐.๔ กรุงเทพมหานครสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบ สัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรุงเทพมหานคร คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ กรุงเทพมหานคร อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อ เสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรุงเทพมหานครไม่ได้
(๑) กรุงเทพมหานครไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับ จัดสรร แต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ กรุงเทพมหานคร หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรุงเทพมหานคร สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้ รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรุงเทพมหานคร ไว้ชั่วคราว
กรุงเทพมหานคร
๑๐ เมษายน ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
วิลัยลักษณ์ ชูวงษ์
(นางวิลัยลักษณ์ ชูวงษ์)
หัวหน้างาน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๙
โดย นางวิลัยลักษณ์ ชูวงษ์ หัวหน้างาน(สําเนา)
ประกาศกรุงเทพมหานคร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบเครือข่ายและโปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่ม
ประสิทธิภาพ
การรับเงินของกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรุงเทพมหานคร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างบํารุงรักษาระบบเครือข่ายและ
โปรแกรมประยุกต์ ตามโครงการจ้างเพิ่มประสิทธิภาพการรับเงินของกรุงเทพมหานคร ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์
(e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๐๔๑,500.00 บาท (หนึ่งล้าน
สี่หมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน) จํานวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่
ประกาศจนถึงวันเสนอราคา
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่
๑๒/๒๕๖๙ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึง
วันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ [email protected] หรือ www.gprocurement.go.th
๔. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องชําระเงินค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในราคาชุดละ ๒๐๐.๐๐ บาท (สองร้อยบาทถ้วน) ตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙
ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
มนตรี ส่งวุฒิวงศากร
(นายมนตรี ส่งวุฒิวงศากร)
ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาระบบสารสนเทศดิจิทัล สํานักดิจิทัลกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
สําเนาถูกต้อง
วิลัยลักษณ์ ชูวงษ์ (นางวิลัยลักษณ์ ชูวงษ์)
หัวหน้างาน
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางวิลัยลักษณ์ ชูวงษ์ หัวหน้างาน