จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 69039574886
฿5,740,015 ปีงบ 2569 ประกาศ 27 เม.ย. 2569 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีความประสงค์จ้างเหมาติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 3 จุด โดยขอบเขตงานครอบคลุมงานสถาปัตยกรรม งานระบบสุขาภิบาล และงานระบบไฟฟ้า รวมถึงการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมและการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กลับสู่สภาพเดิม ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการดำเนินงานและ Shop Drawing เพื่อขออนุมัติภายใน 30 วันหลังลงนามในสัญญา และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน

โครงการนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในเขตการบินและมาตรการป้องกันอัคคีภัยอย่างเคร่งครัด ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตามวิชาชีพ (ผู้ควบคุมงานด้านโยธา และวิศวกรไฟฟ้า) และต้องปฏิบัติตามนโยบายความยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. รวมถึงนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ยังกำหนดให้ใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่า/ปริมาณตามสัญญา

การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาจะใช้เกณฑ์ราคา (ราคารวมทั้งสิ้น) โดยผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคลและมีผลงานก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารในสัญญาเดียวกันวงเงินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท การจ่ายเงินแบ่งเป็น 2 งวด (55% และ 45%) โดยมีการรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย

English summary

This project involves the installation of traffic inspection booths at Suvarnabhumi Airport (BKK) for a total of 3 locations. The scope of work includes architectural, sanitary, and electrical systems, as well as the demolition of existing structures and site restoration. The project must be completed within 150 days from the official commencement notice. Bidders must be legal entities with at least 1,000,000 THB of experience in similar construction or renovation projects. The contract requires at least 60% of materials and 90% of steel to be domestically produced. A 2-year warranty on workmanship and materials is mandatory.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 3 จุด
    • เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ท่าอากาศยาน
    • เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตามมาตรฐาน ทอท.

ขอบเขตของงาน

  • งานสถาปัตยกรรม: การติดตั้งป้อมสำเร็จรูปและงานตกแต่งที่เกี่ยวข้อง
    • งานระบบไฟฟ้า: ติดตั้งระบบเมนไฟฟ้า, ระบบแสงสว่าง, ระบบสายดิน, และการเดินท่อร้อยสายไฟ (IMC/HDPE)
    • งานระบบสุขาภิบาล: ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเสีย (Submersible Pump), ระบบท่อประปา (PP-R, PVC, HDPE), และระบบบำบัดน้ำเสีย
    • งานรื้อถอน: รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมและขนย้ายวัสดุส่งคืน ทอท.
    • งานปรับปรุงภูมิทัศน์: ปรับระดับและซ่อมแซมพื้นที่ให้คืนสู่สภาพเดิม

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ป้อมที่พักจุดตรวจจราจร จำนวน 3 ป้อม พร้อมระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาลที่สมบูรณ์
    • แผนการดำเนินงานและ Shop Drawing
    • รายงานผลการทดสอบระบบไฟฟ้า (Earth Resistance Test, Insulation Test)
    • แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) ทั้งรูปแบบไฟล์ PDF และ AutoCAD
    • คู่มือการใช้งานและการบำรุงรักษา (O&M Manual)
    • บัญชีแนบท้ายครุภัณฑ์และใบรับประกันคุณภาพวัสดุอุปกรณ์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
    • แผนการดำเนินงาน: ต้องส่งภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน มอก., IEC, DIN, ISO และมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าของ วสท.
  • Experience: มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารที่เป็นสัญญาฉบับเดียวกัน
  • Previous Project Cost: วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเครื่องมือทดสอบระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาล
  • Personnel:
    • ผู้ควบคุมงาน (โยธา/ก่อสร้าง): วุฒิ ปวส. ขึ้นไป ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี (ปฏิบัติงานเต็มเวลา)
    • วิศวกรไฟฟ้า: วุฒิปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศบ.) สาขาไฟฟ้า มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป) ประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบไฟฟ้า: โคมไฟ LED (มอก.1955-2559), MCCB (IEC 60947-2), ท่อ IMC (มอก.770-2533)
  • ระบบสุขาภิบาล: เครื่องสูบน้ำเสีย (Submersible Pump) ขนาด 0.75 kW, ท่อ PP-R (DIN 8077-8078), ท่อ PVC (มอก.17)
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ระดับการป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า IP65 (สำหรับโคมไฟ) และ IP68 (สำหรับเครื่องสูบน้ำ)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
    • งวดที่ 1 (55%): เมื่อดำเนินงานแล้วเสร็จ 60% ของปริมาณงานทั้งหมด
    • งวดที่ 2 (45%): เมื่อดำเนินงานแล้วเสร็จครบถ้วนตามสัญญาและส่งมอบเอกสารครบถ้วน
  • อัตราค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
  • การรับประกัน: 2 ปี (สำหรับงานก่อสร้าง/วัสดุ) และ 365 วัน (สำหรับงานระบบไฟฟ้า)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: โครงการนี้ต้องใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศในสัดส่วนเท่าใด? ตอบ: พัสดุทั่วไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และเหล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่า/ปริมาณตามสัญญา
    2. ถาม: หากต้องการทำงานนอกเวลาทำการต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องทำหนังสือขออนุญาตต่อประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท.
    3. ถาม: การทดสอบความต้านทานดินต้องได้ค่าเท่าใด? ตอบ: ต้องไม่เกิน 5 โอห์ม
    4. ถาม: หากแบบรูปและรายการประกอบแบบขัดแย้งกันต้องทำอย่างไร? ตอบ: ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและ/หรือผู้ออกแบบ
    5. ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรประเภทใดบ้าง? ตอบ: ผู้ควบคุมงานด้านโยธา (ปวส.) 1 คน และวิศวกรไฟฟ้า (วศบ.) 1 คน
    6. ถาม: การรับประกันผลงานครอบคลุมระยะเวลานานเท่าใด? ตอบ: งานก่อสร้างทั่วไป 2 ปี และงานระบบไฟฟ้า 365 วัน
    7. ถาม: หากเครื่องสูบน้ำเสียชำรุดในระยะประกัน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร? ตอบ: ต้องเข้ามาตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขทันทีที่ได้รับแจ้ง หากเพิกเฉย ทอท. จะดำเนินการเองและหักค่าใช้จ่ายจากหลักประกันสัญญา
    8. ถาม: การเชื่อมต่อท่อ HDPE และ IMC ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือไม่? ตอบ: ต้องใช้ข้อต่อที่เหมาะสมพร้อมซีลกันน้ำเพื่อป้องกันความชื้นเข้าระบบ
    9. ถาม: ต้องส่งมอบแบบ As-Built Drawing ในรูปแบบใดบ้าง? ตอบ: รูปแบบ PDF และ AutoCAD (ไฟล์ DWG) จำนวน 3 ชุด
    10. ถาม: การทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟต้องปฏิบัติตามมาตรการใด? ตอบ: ต้องขออนุญาตทำงานด้วยความร้อน (Hot Work) ล่วงหน้า 24 ชม. และมีถังดับเพลิงประจำจุดทำงาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

  1. วัตถุประสงค์
    ข้อกําหนดและรายละเอียด
    งานติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์ติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จํานวน 1 งาน โดยมีรายละเอียดประกอบด้วย
    1.1 บทนํา
    1.2 เงื่อนไขทั่วไป
    จํานวน
    11 หน้า
    จํานวน 2 หน้า
    1.3 ข้อบังคับด้านความปลอดภัย
    จํานวน
    1 หน้า
    1.4 มาตรการป้องกันอัคคีภัย ทสภ.
    1.5 สูตรการปรับราคาค่าก่อสร้าง (Cost Escalation)
    1.6 ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้าง 1.7 บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
    1.8 ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ 1.9 ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ 1.10 ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
    1.11 แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า
    จํานวน 2 หน้า
    จํานวน
    15 หน้า
    จํานวน
    1 หน้า
    จํานวน 1 หน้า
    จํานวน 1 หน้า
    จํานวน
    1 หน้า
    จํานวน
    1 หน้า
    จํานวน
    6 หน้า
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
    (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
    1.12 รายการประกอบแบบ
    1.12.1 งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
    จํานวน
    10 หน้า
    1.12.2 วัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ งานระบบสุขาภิบาล
    จํานวน
    10 หน้า
    1.13 แบบ
    1.13.1 แบบสถาปัตยกรรม (แบบเลขที่ 13/68)
    จํานวน 17 หน้า
    1.13.2 แบบงานระบบไฟฟ้า (สฟฟ.ที่ 9/68)
    จํานวน 5 หน้า
    จํานวน 16 หน้า
    1.13.3 แบบระบบสุขาภิบาล (แบบเลขที่ 013/68)
  2. ขอบเขตการดําเนินงาน
    2.1 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดําเนินการและขั้นตอนในการก่อสร้างให้ ทอท.ภายใน 30 วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญา
    2.2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม, งานระบบสุขาภิบาล, งานระบบไฟฟ้า และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับตั้งแต่ วันที่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
    2.3 ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดําเนินงาน และขั้นตอนการก่อสร้าง ตามข้อ 2.1 โดยแผนการดําเนินการ ต้องแสดงขั้นตอนการเตรียมงานจนก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย และต้องสอดคล้องกับการเบิกงวดงาน รายละเอียด แผนการดําเนินการที่เสนออย่างน้อยต้องประกอบด้วย
    ガ~
    -2-
  • แผนงานอื่น ๆ ที่จําเป็นหรือตามที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นสมควร ซึ่งแผนงานดังกล่าวต้อง
    สอดคล้องกับการเบิกงวดงาน
    หากครบกําหนดระยะเวลาแล้ว แต่ผู้รับจ้างยังมิได้จัดทําให้แล้วเสร็จ ทอท. มีสิทธิ์ที่จะบอกเลิก สัญญานี้ได้ ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    2.4 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการสํารวจพื้นที่ ตรวจสอบสิ่งสาธารณูปโภค และงานระบบต่าง ๆ ที่อยู่ใน พื้นที่ก่อสร้างปรับปรุง โดยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบนั้น ๆ ผ่านผู้ควบคุมงานของ ทอท. และ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งงานระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างปรับปรุงนี้ ที่เกี่ยวข้องตามแบบและรายการ
    2.5 ผู้รับจ้างมีหน้าที่วางแผนงานและเสนอแบบขยายรายละเอียด (Shop Drawing) หรือ/และ แบบขยายอื่น ๆ (Detail) เพื่อขอความเห็นชอบ และข้อแนะนําจากผู้ออกแบบในแต่ละสาขา (ผ่านผู้ควบคุม งานของผู้ว่าจ้าง) ก่อนดําเนินการ เพื่อมีเวลาเตรียมงานหรือสิ่งของให้ทันกับเวลาที่จะใช้ในการดําเนินงานตาม สัญญา
    2.6 ผู้รับจ้างจะต้องเสนอรายละเอียดของวัสดุ อุปกรณ์ แคตตาล็อก ตามรายการประกอบแบบ และข้อกําหนดรายละเอียด ที่จะใช้ในการก่อสร้างต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องได้รับการ พิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดําเนินการจัดซื้อ โดยผู้รับจ้างจะต้องมีระยะเวลา ล่วงหน้า เพียงพอต่อการพิจารณาก่อนการสั่งซื้อ และติดตั้งตามลําดับขั้นตอนการใช้งาน เพื่อไม่ให้การทํางาน ต้องล่าช้าและหากเกิดความล่าช้าของงานก่อสร้างที่เกิดจากการพิจารณาอนุมัติวัสดุและอุปกรณ์ ผู้รับจ้างจะถือ เป็นเหตุขอขยายวันทําการออกไปมิได้ โดยรายการวัสดุ อุปกรณ์ ที่เสนอพิจารณอย่างน้อยต้องการประกอบด้วย 2.6.1 วัสดุสําหรับงานสถาปัตยกรรม ได้แก่ ป้อมสําเร็จรูป เก้าอี้ เป็นต้น โดยเสนอเอกสารแสดง
    รายละเอียดหรือแคตตาล็อกแสดงรุ่นและรายละเอียด เป็นต้น
    2.6.2 งานระบบไฟฟ้า ได้แก่ สายไฟ โคมไฟ หลอดไฟ เป็นต้น
    2.6.3 รายการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามที่ระบุในแบบหรือรายการประกอบแบบ หรือคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุหรือผู้ออกข้อกําหนดร้องขอ
    2.6.4 ตัวอย่างแคตตาล็อกแสดงรุ่นและรายละเอียดหรือตัวอย่างวัสดุของงานระบบต่าง ๆ ตามที่ ผู้ออกข้อกําหนดงานระบบต่าง ๆ กําหนด
  1. รายการที่ผู้รับจ้างต้องรับทราบและปฏิบัติ
    3.1 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ซึ่งประกอบด้วย งานสถาปัตยกรรม, งานระบบ สุขาภิบาล, งานระบบไฟฟ้า และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามแบบและรายการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ ทอท. กําหนด
    3.2 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับด้านความปลอดภัย และมาตรการป้องกันอัคคีภัย ทสภ. ระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงตามที่ระบุในเงื่อนไขสัญญาอย่างเคร่งครัด รวมทั้งข้อบังคับและมาตรฐานอื่น ๆ ของ ทอท. ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่ปฏิบัติงานในเขตการบิน
    3.3 ผู้รับจ้างต้องศึกษารายละเอียดและทําความเข้าใจในข้อกําหนดและแบบ ตลอดจนปัญหา ข้อขัดแย้ง หรือข้อความที่ไม่ชัดเจนต่าง ๆ ให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อผู้รับจ้างเริ่มดําเนินการแล้วเกิดมีปัญหาจาก ข้อขัดแย้งหรือคลาดเคลื่อนไม่ชัดเจนก็ตามแต่เป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องมีหรือต้องดําเนินการตามหลักเทคนิค
    ผู้รับจ้างจะต้องทําทุกอย่าง ให้ถูกต้องเต็มที่และจะไม่เรียกร้องขอต่อสัญญาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้น ทั้งสิ้น
  • 3 -
    3.4 ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดทํางานได้เมื่อเห็นว่า
    3.4.1 ขณะนั้นสภาพสถานที่ก่อสร้างไม่เหมาะสมที่จะทํางาน 3.4.2 ไม่มีบุคลากรที่มีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายกําหนด
    3.4.3 ผู้รับจ้างไม่ส่งรายละเอียดแผนงาน Shop Drawing หรือตัวอย่างวัสดุเพื่อขออนุมัติ หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติงานตามคําสั่งการแก้ไขหรือคําแนะนําของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น และหากมีการเปลี่ยนแปลงผู้ควบคุมงานของ ผู้รับจ้างเกิดขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องหยุดงานในสายวิชาชีพนั้นทันที จนกว่าผู้รับจ้างจะส่งตัวแทนหรือผู้ควบคุมงานที่ได้รับ ความเห็นชอบและอนุมัติจากผู้ว่าจ้างมาปฏิบัติงานแทน และความล่าช้าที่เกิดขึ้นผู้รับจ้างจะถือมาเป็นเหตุเพื่อขอยึด
    ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเปลี่ยนแปลงตัวแทน หรือผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างทันที
    ระยะเวลาวันทําการออกไปไม่ได้
    3.5 งานรอถอน
    3.5.1 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิมของงานติดตั้งนี้ตามแบบและรายการ การ ขนย้ายสิ่งรื้อถอนให้เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง โดยต้องทําหนังสือเสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) 3.5.2 ผู้รับจ้างต้องระมัดระวังในการรื้อถอน มิให้ก่ออันตรายต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน และ
    ผู้ใช้บริการของผู้ว่าจ้าง
    3.5.3 อุปกรณ์ประกอบจากการรื้อถอนส่งคืน ทอท. ผู้รับจ้างต้องจัดเก็บให้เรียบร้อย 3.5.4 การรื้อถอนสิ่งก่อสร้าง วัสดุ และอุปกรณ์ของเดิมที่สามารถนํามาใช้งานได้ดี ให้ ผู้รับจ้างดําเนินการรื้อถอนด้วยความระมัดระวังให้อยู่ในสภาพดี และนําส่งคืน ทอท. ตามสถานที่ที่แจ้งให้
    ทราบภายหลัง
    3.6 ในกรณีที่รายการประกอบแบบ หรือรายละเอียดประกอบแบบ หรือแบบ ขัดแย้งกันให้อยู่ในดุลยพินิจ ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและ/หรือผู้ออกแบบ
    3.7 สิ่งที่มิได้กล่าวไว้ในแบบรูปหรือรายการ แต่เป็นส่วนที่จําเป็นจะต้องกระทําเพื่อให้งานเสร็จเรียบร้อย ไปโดยรวดเร็วด้วยดีและถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ให้ถือเป็นส่วนที่ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการด้วย โดยผู้รับจ้างยินยอม ทํางานนั้น โดยไม่คิดเงินเพิ่มอีกแต่อย่างใด
    3.8 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการจัดวางผังการก่อสร้างให้ถูกต้องตลอดจนการแก้ไข ที่ตั้ง ระดับ ขนาด และแนวของส่วนต่าง ๆ ของงาน โดยจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์และแรงงานที่ต้องการและเกี่ยวข้อง กับงานนี้ ซึ่งในระหว่างที่ดําเนินการนั้น หากปรากฏในเวลาใดก็ตามว่ามีการผิดพลาดในการจัดวางผังขึ้น ผู้รับ จ้างจะต้องจัดการแก้ไขการผิดพลาดนั้น ๆ จนถูกต้องตามแบบรูปของผู้ว่าจ้าง
    3.9 ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการตีความ หรือต้องเลือกปฏิบัติตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้าง
    เป็นผู้พิจารณาชี้ขาดหรือเลือกโดยผู้รับจ้างยินยอมปฏิบัติตามคําชี้ขาดของผู้ว่าจ้างหรือตามข้อที่ผู้ว่าจ้างเลือกทุกประการ 3.10 ระยะและระดับที่ระบุในแบบ เป็นระยะและระดับโดยประมาณ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบจาก สถานที่ก่อสร้างจริงก่อนการดําเนินการ โดยให้ยึดถือพื้นที่จริงและแบบประกอบการตรวจสอบ พร้อมส่งผลการสํารวจ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนดําเนินงาน
    3.11 การใช้วัสดุและอุปกรณ์ ซึ่งระบุในแบบก่อสร้าง หรือรายการประกอบแบบ และข้อกําหนด รายละเอียด ต้องได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุและหรือผู้ออกแบบก่อน ดําเนินการ โดยเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างวัสดุที่ต้องการใช้ พร้อมทั้งแจ้งชนิด ประเภท คุณสมบัติ และเปรียบเทียบกับรายการประกอบแบบของวัสดุ หรืออุปกรณ์แล้วแต่กรณี และเมื่อได้รับความ เห็นชอบจึงจะดําเนินการได้
  • 4 -
    3.12 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาและใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพให้ครบถ้วนและถูกต้องตามแบบและ รายการ และต้องจัดหามาให้ครบถ้วนทันเวลา วัสดุที่จําเป็นต้องสั่งจากต่างประเทศ หรือทําขึ้นใหม่เป็นพิเศษ หรือของที่มีจําหน่ายในท้องตลาดจํานวนจํากัด ผู้รับจ้างจะต้องสั่งเพื่อให้ทันกับระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้าง รวมทั้งอุปกรณ์ก่อสร้างและเครื่องมือที่นํามาใช้ในการก่อสร้างนี้ จะต้องใช้ชนิดที่มีคุณภาพและใช้การได้ดี ซึ่ง ผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาให้ทันเวลาและมีจํานวนเพียงพอ และให้กําหนดรายละเอียดเครื่องมือพร้อมจํานวนใน
    แผนงานด้วย
    3.13 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้และเครื่องอํานวยความสะดวกทั้งหลาย ใน การทํางาน รวมทั้งเครื่องจักรกลที่ได้มาตรฐาน และมีผู้ควบคุมเครื่องจักรกลที่มีความชํานาญ ต้องทําด้วยความ ระมัดระวัง และยึดถือเรื่องความปลอดภัยเป็นสําคัญ ต้องจัดให้มีสภาพการทํางานที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อ สุขภาพ และชีวิตของปฏิบัติงาน โดยมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตลอด
    ระยะเวลาก่อสร้าง
    3.14 หากต้องมีการดําเนินการใด ๆ ต่อระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ในพื้นที่โครงการ เช่น การรื้อย้าย การเชื่อมเมนระบบ เป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานและขั้นตอนการดําเนินการให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    พิจารณาก่อนนําเนินการ
    แข็งแรงและสวยงาม
    3.15 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาช่างที่มีฝีมือและความชํานาญในงานที่กําหนด ต้องทําด้วยความประณีต
    3.16 การติดตั้งงานระบบต่าง ๆ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งและติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบนั้น ๆ ผ่านผู้ควบคุมงานของ ทอท. ก่อนดําเนินการ
    3.17 การขนส่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้ในการติดตั้ง จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบ หรือข้อบังคับของ ทอท. อย่างเคร่งครัด โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดหามาตรการลดผลกระทบต่าง ๆ จากการขนย้ายวัสดุ เช่น กลิ่น เสียง และฝุ่น โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการขนส่งวัสดุอุปกรณ์ รายละเอียดวิธีการ ขั้นตอน ระยะเวลา และเวลาในการขนย้ายวัสดุ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ พิจารณาเห็นชอบอนุมัติก่อนดําเนินการ
    3.18 หากมีงานติดตั้ง งานต่อเชื่อมระบบ ภายในอาคารของ ทอท. ให้หลีกเลี่ยงงานที่ก่อให้เกิด ประกายไฟทุกชนิด ได้แก่ การเชื่อมไฟฟ้า การตัดโลหะด้วยก๊าซ โดยหากมีความจําเป็นจะต้องดําเนินการ ให้ ผู้รับจ้างแจ้งต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อขออนุญาตก่อนดําเนินการ รวมทั้งจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ด้านความปลอดภัยของ ทสภ. ด้วยการจัดให้มีอุปกรณ์ดับเพลิงมาประจําตลอดระยะเวลาที่ทํางานดังกล่าว
    3.19 หากบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความเสียหาย เนื่องจากการดําเนินการใด ๆ ของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้าง ต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพดี แข็งแรงเหมือนเดิม
    3.20 ผู้รับจ้างต้องรักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ก่อสร้าง และบริเวณข้างเคียงให้สะอาดตลอดเวลา ระหว่างดําเนินการก่อสร้าง และก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้ายให้ผู้รับจ้างทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ที่ก่อสร้างทั้งหมด
    ให้เรียบร้อยก่อนคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงาน
    3.21 ในกรณีที่สัญญานี้กําหนดให้ใช้ของที่มีคุณภาพเทียบเท่าได้ หากผู้รับจ้างประสงค์จะใช้ของที่ มีคุณภาพเทียบเท่า ผู้รับจ้างจะต้องร้องขอโดยทําเป็นหนังสือพร้อมแนบหลักฐานที่พิสูจน์ได้จากสถาบันที่ น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ เพื่อขอความเห็นชอบอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดําเนินการ และ เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะทําการใช้ของนั้นๆ ได้ ทั้งนี้การอนุมัติหรือไม่อนุมัติให้ใช้สิ่งของเทียบเท่าให้เป็นสิทธิ ขาดของ ทอท. แต่เพียงฝ่ายเดียว
  • 5-
    ในกรณีที่ ทอท. ยินยอมให้ใช้สิ่งของที่มีคุณภาพเทียบเท่าตามวรรคแรกแล้ว หากสิ่งของที่มี คุณภาพเทียบเท่าหรือคุณภาพสูงกว่า มีราคาสูงกว่าราคาของสิ่งของที่กําหนดไว้ในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องไม่ เรียกร้องราคาส่วนที่สูงขึ้นจาก ทอท. อีกแต่อย่างใด
    3.22 ในกรณีที่ ทอท. แต่งตั้งผู้ควบคุมงาน เวลาทํางานของผู้ควบคุมงาน คือ เวลา 08.00 – 17.00 น. ของวันทําการ หากลักษณะงานที่ทําไม่สามารถดําเนินการในเวลาปกติด้วยข้อจํากัดของ ทอท. ให้ผู้รับจ้างมีหนังสือถึง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อแจ้งความประสงค์ขอปฏิบัติงานล่วงเวลา โดยผู้ว่าจ้างนั้นเป็นผู้จ่ายเงินค่าปฏิบัติงาน ล่วงเวลาของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    3.23 ในกรณีต้องมีการติดตั้งยึดกับโครงสร้างอาคาร ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบตําแหน่งพื้นที่ที่จะติดตั้ง และประสานขอความเห็นชอบกับผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างก่อนดําเนินการทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย
    กับโครงสร้างอาคาร
    3.24 สิ่งใดสงสัยว่าจะมีการคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างต้องเสนอขอรับความเห็นชอบจากผู้ออกข้อกําหนดที่ เกี่ยวข้องเป็นผู้วินิจฉัย ผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ซึ่งหากแบบรูป หรือรายการใดคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างต้องทํา การแก้ไข และดําเนินการตามคําแนะนําของผู้ว่าจ้าง
    3.25 ทอท.จะให้รายละเอียดของงาน ข้อมูล แบบแปลนแผนผัง ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ เท่าที่มีอยู่ใน ครอบครองของ ทอท. ซึ่งเกี่ยวข้องและจําเป็นสําหรับงานนี้ แต่อย่างไรก็ตามผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ และรับผิดชอบใน การนําข้อมูลไปใช้ด้วยตนเอง โดยห้ามนําไปเผยแพร่แก่บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานนี้
    3.26 การเปลี่ยนแปลงแผนดําเนินการปรับปรุงใด ๆ ข้างต้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ที่จะเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของสภาพการใช้งาน
    3.27 ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และต้องใช้เหล็กที่ผลิต ภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุ ที่ผลิตภายในประเทศและแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศโดยส่งให้ ทอท. ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลง
    นามในสัญญา (เอกสารตามแนบ)
  1. การจัดบุคลากร
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมาตรฐานวิชาชีพที่กฎหมายกําหนด โดยผู้รับจ้าง ต้องแสดงเอกสารหลักฐาน ประวัติบุคลากร หนังสือยินยอมของแต่ละบุคคล และหลักฐานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ในแต่ละสาขา ในงานปรับปรุงนี้ประกอบไปด้วยบุคลากรดังนี้
    4.1 ผู้ควบคุมงาน ประจําพื้นที่ก่อสร้าง (ปฏิบัติงานเต็มเวลาตลอดโครงการ) ด้านโยธาหรือก่อสร้าง ไม่ น้อยกว่าวุฒิ ปวส. โดยมีความรู้ความชํานาญด้านควบคุมงานก่อสร้าง ไม่น้อยกว่า 3 ปี อย่างน้อย 1 คน
    4.2 วิศวกรไฟฟ้า วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วศบ.) สาขาไฟฟ้า ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมไม่ต่ํากว่าระดับภาคีวิศวกร มีความรู้ความชํานาญด้านไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 3
    ปี จํานวนอย่างน้อย 1 คน
    4.3 ผู้รับจ้างต้องจัดหาพร้อมแต่งตั้งให้มีผู้ประสานงานเพื่อตัดสินใจที่จะแก้ไขปัญหาอุปสรรคและทําหน้าที่ เป็นตัวแทนของผู้รับจ้างในการติดต่อประสานงานกับ ทอท. ณ สถานที่ปฏิบัติงาน และจะต้องควบคุมดูแลพนักงานของผู้ รับจ้างให้ปฏิบัติตามคําสั่ง กฎระเบียบ ข้อบังคับของ ทอท.
  • 6 -
    ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากร ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรมาทดแทน และต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ ทอท.กําหนด โดยต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างทราบ และต้องทําหนังสือพร้อมแสดงหลักฐาน ประวัติบุคลากร หนังสือยินยอมของแต่ละบุคคล และหลักฐานใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในแต่ละสาขา ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) พิจารณาอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่แจ้งผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
  1. ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    5.1 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงและปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย แรงงาน ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบันหรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไป รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่กําหนดไว้หรือที่จะใช้บังคับ
    ในโอกาสต่อไปที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง
    5.2 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เองทั้งหมด
    5.3 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทํางานอย่างเคร่งครัด ตลอดระยะเวลาที่มีการปฏิบัติงาน
    5.4 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางานสําหรับผู้รับจ้างในส่วน ที่ผู้รับจ้างเกี่ยวข้องตามเอกสารแนบท้ายข้อกําหนด
    5.5 ผู้รับจ้างต้องไม่เอางานทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของงานนี้ไปให้ผู้อื่นรับช่วงต่ออีกทอดหนึ่ง โดย มิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก ทอท. ในกรณีที่ ทอท. อนุญาตให้ผู้รับจ้างดําเนินการจ้างช่วงได้ผู้รับจ้างยังคง ต้องรับผิดชอบงานที่ให้ช่วงไปนั้นทุกประการ

    5.6 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทําหรืองดเว้นการกระทําการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม สัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี และ ทอท. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดําเนินการ แก้ไขให้ถูกต้องตามสัญญาภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคล ล้มละลาย ทอท. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที โดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และ ทอท. มีสิทธิเรียกร้อง ค่าเสียหายได้ด้วย
    ลงโดยทันที
    5.7 เมื่อผู้รับจ้างได้รับทราบการบอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นสุด
    5.8 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือนหรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. และต้อง ควบคุมดูแลมิให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างเข้าไปในพื้นที่เขตหวงห้ามที่ ทอท. มิได้อนุญาตเป็นอันขาด
    5.9 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุและความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทํางานของผู้รับจ้างเอง
    5.10 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน วัสดุ อุปกรณ์ของ ทอท. หรือ ผู้ใช้บริการของ ทอท. ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ ทอท. หรือผู้ใช้บริการของ ทอท. ทั้งหมด เว้นแต่กรณีเป็นเหตุสุดวิสัย
    ทุกกรณี
    5.11 ในกรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทําละเมิดต่อ ทอท. หรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท. หรือผู้ใช้บริการ ของ ทอท. อันเกี่ยวกับงานจ้างนี้ ไม่ว่าจะกระทําเองหรือร่วมกับผู้อื่น ผู้รับจ้างต้องยินยอมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันที
    5.12 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความเรียบร้อย หากพนักงาน ของผู้รับจ้างกระทําการอันเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างเสื่อมเสียชื่อเสียง ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท.ปรับตามอัตราขั้นต่ําครั้ง
    1
    -7-
    ละ 30,000.- บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) ต่อ 1 ครั้ง ที่ผู้ว่าจ้างตรวจพบ หากมูลค่าความเสียหายสูงกว่าที่กําหนด ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่เกิดขึ้นจริงและ ทอท. อาจถือเป็นสาเหตุในการบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย
    5.13 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างคนใดไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน มีอาการมึนเมา ขณะปฏิบัติงานอันเนื่องจากได้ดื่มสุราก่อนหรือขณะปฏิบัติงาน หลบเลี่ยงหรือละทิ้งงาน ขัดคําสั่ง หรือฝ่าฝืน ระเบียบของ ทอท. แสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของ ทอท. หรือกระด้างกระเดื่องต่อคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานของ ทอท. ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทําการอื่นใดเพื่อ แสวงหา ผลประโยชน์ใส่ตนหรือผู้อื่น รับงานหรือรับจ้างผู้อื่น มีพฤติการณ์อันส่อไปในทางทุจริต รวมทั้งประพฤติ ตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของ ทอท. เมื่อ ทอท. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษร แล้ว ผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้นเข้าปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาพนักงานมาปฏิบัติงานทดแทนให้ ครบจํานวนที่กําหนดไว้ โดยไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นจาก ทอท.
    หากพนักงานของผู้รับจ้างกระทําผิดตามวรรคแรก ผู้ควบคุมงานของ ทอท. มีสิทธิยึดบัตรรักษา ความปลอดภัยที่ ทอท. เป็นผู้ออกให้ และพนักงานผู้นั้นต้องออกจากพื้นที่รับผิดชอบทันที
  2. กําหนดงานแล้วเสร็จและการจ่ายเงิน
    7.1 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จํานวน 1 งาน ให้แล้วเสร็จ ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ ทอท. มีหนังสือแจ้งให้เริ่มทํางาน
    7.2 การจ่ายเงินแบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้
    งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 55 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้ว เสร็จร้อยละ 60 ของปริมาณงานทั้งหมดตามสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้
    เรียบร้อยแล้ว
    งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นจํานวนร้อยละ 45 ของมูลค่างานจ้างตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ดําเนินงานแล้ว เสร็จครบถ้วนตามสัญญา รวมทั้งผู้รับจ้างต้องส่งเอกสารตามรายการ ข้อ 10 ให้ครบถ้วนตามที่ ผู้ว่าจ้างกําหนด พร้อมทําความสะอาดสถานที่ให้สะอาดเรียบร้อย และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อย
    แล้ว
    7.3 ผู้รับจ้างจะต้องทําบัญชีผลงานที่ดําเนินการแล้วเสร็จ พร้อมภาพถ่ายผลงานของแต่ละงวดงานเสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่าย
  3. อัตราค่าปรับ
    หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กําหนดในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ ทอท. เป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของราคาค่าจ้างตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ 100.-บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
  4. การรับประกัน
    9.1 ผู้รับจ้างต้องรับประกันคุณภาพของงานหรือการใช้งานหรือความชํารุดบกพร่องของงานก่อสร้าง และการชํารุดที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการใช้งานตามปกติวิสัย ซึ่งจะครอบคลุมถึงวัสดุอุปกรณ์ และข้อบกพร่องที่เกิด จากการผลิตสินค้าภายใต้เงื่อนไขของการรับประกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ตรวจรับงานในแต่ละงวดงานไว้เรียบร้อยแล้ว
    5
    -8-
    9.2 หากมีการชํารุดเสียหาย จากสภาพการใช้งานปกติในช่วงรับประกัน ผู้รับจ้างต้องเข้ามา ตรวจสอบและซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยน วัสดุอุปกรณ์และงานตามข้อกําหนดรวมทั้งข้อผิดพลาดที่ ทอท. ตรวจพบให้ ในทันทีนับจากวันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการเข้ามาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยหรือเพิกเฉย ไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับประกัน ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ขอเข้าดําเนินการเองหรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทน โดย ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งสงวนสิทธิ์ที่จะหักค่าเสียหาย
    ดังกล่าวเอาจากหลักประกันสัญญา
    หากผู้รับจ้าง ไม่ดําเนินการเข้ามาแก้ไขให้เสร็จเรียบร้อยหรือเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการ รับประกันในข้อ 9.1 และ 9.2 ทอท. ขอสงวนสิทธิ์ขอเข้าดําเนินการเองหรือให้ผู้หนึ่งผู้ใดดําเนินการแทนโดยผู้ รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งสงวนสิทธิ์ที่จะหักค่าเสียหาย
    ดังกล่าว
  5. เอกสารที่ต้องส่งมอบพร้อมกับการส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    10.1 ผู้รับจ้างต้องส่งมอบในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้บันทึกลง USB Flash Drive จํานวน ไม่น้อยกว่า 3 ชุด พร้อมระบุชื่องานจ้างให้เรียบร้อย ประกอบด้วย
    10.1.1 แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) ทุกระบบ ในรูปแบบ PDF File และรูปแบบ
    Auto Cad File โดยบันทึกเป็นไฟล์ DWG
    10.1.2 บัญชีแนบท้ายครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File ตามเอกสารที่แนบ
    10.1.3 ภาพถ่ายก่อนดําเนินการ, ขณะดําเนินการ และหลังดําเนินการ งานติดตั้งนี้ (ใน พื้นที่ติดตั้งป้อมสําเร็จรูปตามเงื่อนไขสัญญา) โดยบันทึกเป็น JPEG File
    10.1.4 คู่มือการใช้และการบํารุงรักษา (Operation and Maintenance Manual) สําหรับ ระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ (Specification) ในรูปแบบ PDF File
    10.2 รายการที่ต้องส่งมอบในรูปแบบเอกสาร มีดังต่อไปนี้
    10.2.1 แบบก่อสร้างจริง (As-Built Drawing) ทุกระบบ ส่งเป็นแบบต้นฉบับ ขนาด A3 จํานวน 1 ชุด และแบบสําเนาขนาด A3 จํานวน 2 ชุด
    10.2.2 บัญชีแนบท้ายครุภัณฑ์ ตามเอกสารที่แนบ ส่งเป็นเอกสารต้นฉบับ 1 ชุด
    10.2.3 ภาพถ่ายก่อนดําเนินการ, ขณะดําเนินการ และหลังดําเนินการ งานจ้างก่อสร้าง ปรับปรุงนี้ (ในพื้นที่ติดตั้งป้อมสําเร็จรูปตามเงื่อนไขสัญญา)
    10.2.4 คู่มือการใช้และการบํารุงรักษา (Operation and Maintenance Manual) สําหรับระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ (Specification) จํานวนไม่น้อยกว่า
    2 ชุด
    10.3 ใบรับประกันคุณภาพวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ ที่ออกโดยบริษัทผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อ แสดงว่าวัสดุอุปกรณ์นั้นๆ มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในแบบ รายการประกอบแบบ และข้อกําหนด
  6. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นของ
    11.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องปฏิบัติตามนโยบาย ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
    -9-
    11.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการ ต้อนรับและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงาน ของบริษัทให้แก่บุคคลากรของ ทอท.
  7. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier
    Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดแนบท้าย พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าวเพื่อ ส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัยและคํานึงถึง ความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่าน การกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  8. การทําความสะอาดสถานที่
    ผู้รับจ้างต้องทําความสะอาดบริเวณที่ติดตั้งและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ สะอาดเรียบร้อยก่อนส่งมอบงาน หากผู้ว่าจ้างตรวจพบ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย เพื่อให้ผู้
    ว่าจ้างสามารถใช้งานได้ทันทีภายหลังจากตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  9. ข้อมูลและสิ่งอํานวยความสะดวกที่ ทอท. จัดหาให้
    14.1 ทอท.จะให้รายละเอียดของงาน ข้อมูลแบบแปลนแผนผัง ตลอดจนเอกสารต่าง ๆ เท่าที่มี อยู่ในครอบครองของ ทอท. ซึ่งเกี่ยวข้องและจําเป็นสําหรับงานนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ และ รับผิดชอบในการนําข้อมูลไปใช้ด้วยตนเอง โดยห้ามนําไปเผยแพร่แก่บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับงาน
    14.2 หากผู้รับจ้างประสงค์จะสร้างสํานักงานชั่วคราวสําหรับปฏิบัติงานตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้าง จะต้องทําการขออนุมัติและได้รับความเห็นชอบอนุมัติจาก ทอท. ก่อน ซึ่งสํานักงานชั่วคราวจะสงวนไว้ให้แก่ผู้ที่ ได้รับอนุญาตจาก ทอท. และเกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างเท่านั้น และจะต้องอยู่ในบริเวณพื้นที่ที่กําหนดให้ตาม ระเบียบและข้อกําหนดของ ทอท. โดย ทอท. จะคิดค่าเช่าพื้นที่และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้รับจ้างจะ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดําเนินการสร้างสํานักงานชั่วคราวดังกล่าวรวมถึงทําการรื้อถอนสํานักงาน ชั่วคราวทันทีหลังงานก่อสร้างแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ทอท. จะเป็นผู้กําหนดที่ตั้งภายหลัง
  10. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.
    ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท. เรื่อง นโยบายการคุ้มครองส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสําหรับการ ดําเนินการของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กําหนดไว้ตลอดจนคําสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่นๆ ที่ เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด
    ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https :
    //www. airportthai.co.th > เกี่ยวกับ ทอท. > กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท. > ประกาศ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) เรื่องนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) ก
  • 10 -
  1. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
    16.1 ผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคลตามกฎหมาย
    16.2 ผู้เสนอราคาต้องมีประสบการณ์ในงานก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคาร หรือประเภทงานที่เกี่ยวข้องกับ งานจ้าง นี้ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวกัน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ
  2. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันที่เสนอยื่นราคา
    ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานงานก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคาร หรือประเภทงานที่เกี่ยวข้องกับ
    งานจ้าง นี้ที่เป็นสัญญาฉบับเดียวกัน ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ หรือ หน่วยงานเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ มาให้ ทอท. พิจารณา กรณีที่หนังสือรับรองผลงาน ที่ผู้เสนอราคานํามาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอํานาจของหน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) และต้องแนบสําเนาหนังสือสัญญาและสําเนาหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่ จ่าย ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย
  3. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา
    ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น
  4. การปรับราคาค่าก่อสร้าง
    การปรับราคาค่างานก่อสร้างตามสูตรการปรับราคา จะนํามาใช้ในกรณีที่ค่างานก่อสร้างลดลงหรือ
    เพิ่มขึ้น โดยวิธีการต่อไปนี้
    ตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์ สูตรและวิธีคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง ตามหนังสือสํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ที่ นร. 0203/ว 109 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2532
    สูตรการปรับราคา (สูตรค่า K) จะต้องคงที่ที่ระดับที่กําหนดไว้ในวันแล้วเสร็จตามที่กําหนดไว้ในสัญญา หรือภายในระยะเวลาที่ ทอท. ได้ขยายออกไป โดยจะใช้สูตรของทางราชการที่ได้ระบุไว้
  5. เงื่อนไขอื่นๆ
    ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องทําใบประมาณราคา ซึ่งแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละ
    รายการให้กับ ทอท. หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. )
  • 11 -
    คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการงานก่อสร้าง งานติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    (นายณัฐพงษ์ ชนะโชติ)
    ประธานกรรมการ
    Why
    (นายพรประสาท ศรีโชติ)
    กรรมการ
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    กรรมการ
    (นายนวพล เผือกผ่อง)
    กรรมการ
    t
    (นางสาวกัญจน์ วาทิสุนทร)
    กรรมการ
  1. แบบและข้อกําหนดรายละเอียด
    เงื่อนไขทั่วไป
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามที่กําหนดไว้ในแบบ รายการประกอบแบบและข้อกําหนดรายละเอียดนี้ทุก ประการให้ครบถ้วนสมบูรณ์
    1.2 ผู้รับจ้างจะต้องศึกษาแบบ รายการประกอบแบบและข้อกําหนดรายละเอียดอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้ง สํารวจพื้นที่ปฏิบัติงานจริง จนเป็นที่เข้าใจโดยแจ่มแจ้งทุกประการ ถ้าปรากฏปัญหาความไม่เข้าใจในแบบ รายการประกอบแบบหรือข้อกําหนดรายละเอียดหรือพบเห็นว่ามีความคลาดเคลื่อนขัดแย้งหรือไม่ละเอียด หรือไม่ชัดเจน หรืออาจไม่ปลอดภัย หรือมีปัญหาอุปสรรคใด ๆ ก็ตาม ให้รีบเสนอรายการนั้นๆ ให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุทราบ เพื่อตรวจสอบวินิจฉัยและชี้ขาดซึ่งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะถือหลักเกณฑ์จากสัญญา
    ความถูกต้องตามหลักการช่างและความเหมาะสมในประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก โดยคําวินิจฉัยถือเป็นเด็ดขาด ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะไม่ดําเนินการไปก่อนที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะให้ความเห็นชอบหรือวินิจฉัย
    1.3 สิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่มิได้ปรากฏในแบบ แบบขยาย รายการประกอบแบบหรือข้อกําหนดรายละเอียดหากเป็น ส่วนหนึ่งหรือองค์ประกอบ หรือสิ่งจําเป็นต้องทํา หรือเป็นวิสัยที่ควรจะต้องทํา เพื่อให้ได้งานสําเร็จบริบูรณ์ไปโดย รวดเร็วด้วยดี และถูกต้องตามหลักการช่างที่ดี ผู้รับจ้างจะต้องกระทําการทุกอย่างโดยเต็มที่และถูกต้องเสมือนว่า ได้มีปรากฏในแบบ รายการประกอบแบบและข้อกําหนดรายละเอียดนั้นๆ ผู้รับจ้างต้องเชื่อฟังคําสั่ง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่จะกําหนดให้แก่ผู้รับจ้างเมื่อเกิดปัญหาตามที่กล่าวข้างต้นทุกประการ
  2. การใช้วัสดุเทียบเท่า
    ซึ่งสามารถใช้แทนกันได้เป็นอย่างดี ผู้รับจ้าง
    วัสดุเทียบเท่า หมายถึง วัสดุที่สามารถใช้แทนกันได้ มีคุณภาพไม่ต่ํากว่าที่กําหนดไว้ในรายการ ทั้งนี้จะต้อง ถูกต้องในทางเทคนิคและประโยชน์ใช้สอย ตลอดจนความสวยงาม จะใช้วัสดุเทียบเท่าได้ก็ต่อเมื่อได้แสดงหลักฐานแห่งคุณภาพความถูกต้องในทางเทคนิคประโยชน์ใช้สอยและความ สวยงามและราคาตลอดจนนําตัววัสดุเทียบเท่านั้นมาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจสอบคุณภาพก่อน
  3. ความรับผิดชอบ
    แบบ รายการประกอบแบบและข้อกําหนดรายละเอียดที่ผู้รับจ้างนําไปคิดราคา และใช้ในการดําเนินการนี้ ทางผู้ว่าจ้างถือว่า ผู้รับจ้างเข้าใจอย่างถ่องแท้ ตลอดจนรับเงื่อนไขใด ๆ ที่ทางผู้ว่าจ้างกําหนดไว้ทั้งสิ้น ฉะนั้น ถ้า ในระหว่างดําเนินการการก่อสร้างมีปัญหาเกิดขึ้น คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะดําเนินการในทางที่เป็น ประโยชน์ต่อทางผู้ว่าจ้างในอันที่จะปฏิบัติได้ โดยผู้รับจ้างจะต้องทําตามทั้งสิ้นโดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใด ๆ
    จาก ทอท.
  4. การปฏิบัติงาน
    4.1 หลังจากทําสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนดําเนินงาน และ Shop Drawing (ถ้ามี) ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนดําเนินงานอย่างสม่ําเสมอ ต่อเนื่อง ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเห็นว่าผู้รับจ้างเร่งรัดทํางานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุมีสิทธิที่จะยับยั้งและให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามหลักวิชาการที่ดี ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้อ อ้างอิงในการปฏิบัติงานไม่ทันเพื่อขอต่ออายุสัญญาหรือเรียกร้องค่าเสียหายใดๆจากผู้ว่าจ้างไม่ได้
    4.2 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องสอดคล้องกับกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานของ ทอท. 4.3 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยในการทํางานพร้อมทั้งควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของ ผู้ทํางานอย่างเคร่งครัดตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท.

    -2-
    4.4 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัยของ ทอท. โดยเคร่งครัด 4.5 ผู้รับจ้างจะต้องมีผู้ควบคุมงาน ช่างที่มีความชํานาญและความสามารถในงาน รวมทั้งวิศวกรหรือ สถาปนิกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรมในสาขาที่จําเป็นตามกฎหมายที่
    กําหนด อยู่ประจําและปฏิบัติงานอยู่ตลอดเวลาระหว่างการดําเนินการนี้
    4.6 ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามคําแนะนําหรือคําสั่งที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุแนะนําโดย ให้ถือว่าได้สั่งการแก่ผู้รับจ้างโดยตรง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องยินยอมรับปฏิบัติตามทุกกรณี
    4.7 หากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาเห็นว่าผู้ควบคุมงานหรือช่างของผู้รับจ้างไม่เหมาะสมที่จะ ปฏิบัติงานกล่าวคือ ไม่มีฝีมือและความชํานาญเพียงพอที่จะทํางานนี้ ให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนผู้ควบคุมงานหรือย่าง ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับทราบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้วโดยไม่นํามาถือเป็นข้ออ้างในการต่ออายุ สัญญา
    4.8 ในขณะดําเนินการก่อสร้างหรือปรับปรุงต้องไม่กีดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และจะต้องควบคุม คนงานของผู้รับจ้างไม่ให้พลุกพล่าน ล้ําเข้าไปในเขตห้ามต่างๆ ของ ทอท.เป็นอันขาด
    4.9 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างหากทําให้อาคารหรือสิ่งก่อสร้างหรืออุปกรณ์ข้างเคียงเกิดความเสียหายผู้รับ
    จ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและต้องรับผิดชอบแก้ไขให้เสร็จเหมือนเดิมโดยเร็ว โดยผู้รับจ้าง
    เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ จากผู้ว่าจ้าง
    4.10 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในความผิดพลาดเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดแก่งานและบุคคลในระหว่างการ ปฏิบัติงานจนกระทั่งหมดพันธะแห่งสัญญาด้วยการชดใช้ค่าเสียหายซ่อมแซม หรือรื้อถอนทําให้ตามควรแก่กรณีที่ผู้
    ว่าจ้างเห็นควร
    4.11 วัสดุและอุปกรณ์ของเดิมที่ผู้รับจ้างรื้อถอนออก ผู้รับจ้างต้องรื้อด้วยความระมัดระวังให้อยู่ในสภาพดีและ นําส่งที่คลังพัสดุ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อมจัดทํารายการวัสดุและอุปกรณ์ที่ส่งคืนด้วย
    4.12 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการปิดพื้นที่ที่ผู้รับจ้างปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย และไม่รบกวนผู้ใช้บริการหรือผู้ประกอบการต่างๆ ตามแต่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. จะเห็นสมควร
  5. วัสดุและอุปกรณ์ที่จะนํามาใช้งาน
    ก่อนที่ผู้รับจ้างจะนําวัสดุอุปกรณ์ใดๆ มาใช้ในงานก่อสร้างนี้ ผู้รับจ้างต้องส่งรายละเอียดหรือแคตตาล็อควัสดุ อุปกรณ์นั้นๆมาให้ผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบก่อน
  6. การทําความสะอาดพื้นที่
    ผู้รับจ้างต้องเก็บกวาดทําความสะอาดอาคารและบริเวณรวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย ให้ผู้ว่าจ้าง
    สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว
    p
    ข้อบังคับด้านความปลอดภัย
    ความปลอดภัยของอาคารผู้โดยสารและท่าเทียบเครื่องบินเป็นนโยบายสําคัญที่สุดของ ทอท. ให้ผู้เกี่ยวข้องหลักทุกคนมีหน้าที่สอดส่องดูแลความปลอดภัยในความรับผิดชอบของตนอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้
    รวมจนถึงผู้รับจ้างทุกรายต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยนี้ ทอท.ไม่พึงต้อนรับผู้ที่กระทําตนขัดกับ เจตนารมณ์ด้านความปลอดภัยของ ทอท. และกฎหมายความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง
    ข้อบังคับความปลอดภัยหลัก
  7. ทุกคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภัยตามลักษณะงาน ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดหาให้ผู้ปฏิบัติงาน 2. งานที่ก่อให้เกิดประกายไฟทุกชนิด ได้แก่ การเชื่อมไฟฟ้า ตัดโลหะด้วยก๊าซ การขัด เจียร์ ต้องมีเครื่อง
    ดับเพลิงที่ใช้งานได้ดี ประจําใกล้จุดทํางาน
  8. การทํางานด้วยความร้อนจะต้องได้รับอนุญาตเป็นเอกสารตามแบบฟอร์มของ ทอท. ล่วงหน้าก่อน 1 วัน เมื่อเสร็จงานแล้วให้รออยู่ในพื้นที่อีกอย่างน้อย 30 นาที เพื่อตรวจสอบว่ามีไฟคุกรุ่นอยู่หรือไม่ 4. อุปกรณ์ที่ใช้ทํางานด้วยความร้อนต้องมีสภาพสมบูรณ์ เช่น ท่อน้ําก๊าซ หัวปรับความดัน และอุปกรณ์
    ป้องกันไฟย้อนกลับ ห้ามมิให้ใช้ก๊าซหุงต้มโดยเด็ดขาด อนุญาตเฉพาะอะเซทีลีนเท่านั้น 5. อุปกรณ์ไฟฟ้าต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ขนาดของสายต้องเหมาะสมกับกระแสและเป็นสายฉนวนสอง ชั้น รอยต่อของสายต่างๆ ต้องพันเทป ปลายสายที่อยู่ระหว่างทดลองและยังไม่ได้ต่อเข้ากับอุปกรณ์ ต้องพันเทปทุกครั้ง ตู้เชื่อมไฟฟ้าต้องติดตั้งสายดินที่เปลือก
  9. ห้ามเก็บวัสดุไวไฟ เช่น สารทําละลายค้างคืนในตัวอาคารโดยเด็ดขาด ให้นําออกทันทีภายหลังเสร็จ
    งานแล้ว การนําเอาสารไวไฟเข้ามาใช้งาน ให้นํามาพอเพียงสําหรับใช้ใน 1 วันเท่านั้น
  10. ห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ทํางานอย่างเด็ดขาด
  11. ความสะอาดบริเวณพื้นที่ทํางานต้องรักษาให้อยู่ในเกณฑ์ดี ขยะติดไฟต้องนําออกในสิ้นสุดของ แต่
    ละวัน
  12. พนักงานทุกคนต้องติดบัตรแสดงตนที่ออกโดย ทอท. ตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่อาคารผู้โดยสารและ
    อาคารท่าเทียบเครื่องบิน บัตรหายหรือชํารุดให้รีบแจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อดําเนินการโดยทันที
  13. ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่ประสานงานความปลอดภัยให้ ทอท. สามารถติดต่อได้ตลอดเวลาทําการ
    พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
  14. เจ้าของพื้นที่และผู้รับเหมาต้องจัดอบรมความปลอดภัยเบื้องต้นให้กับพนักงาน รวมทั้งกฎระเบียบ
    ด้านความปลอดภัยของ ทอท. และทั้งการใช้ถังดับเพลิง
  15. ผู้ฝ่าฝืนข้อบังคับนี้จะถูกบังคับออกจากพื้นที่โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
    1
    มาตรการป้องกันอัคคีภัย ทสภ.
    ระหว่างการก่อสร้าง - ปรับปรุงอาคารหรือสํานักงาน ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) ต้องปฏิบัติดังนี้
  16. ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) ที่จะเข้าทํางานปรับปรุงพื้นที่จะต้องส่งเอกสาร ดังนี้
    1.1 กรณีที่ไม่มีการทํางานด้วยความร้อน จะต้องส่งเอกสารดังนี้
  • แบบแจ้งสถานที่การปรับปรุงพื้นที่ (Construction / Renovation work Information) 1.2 กรณีที่มีการทํางานด้วยความร้อน (Hot work) เช่น การเชื่อม การตัด การเจียร หรือทําให้เกิดประกายไฟอื่นๆ จะต้องส่งเอกสาร ดังนี้
    1.2.1 แบบแจ้งสถานที่การปรับปรุงพื้นที่ (Construction / Renovation work Information) 1.2.2 แบบขออนุญาตทํางานด้วยความร้อน (Hot work)
    โดยส่งเอกสารที่ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชม.

    0
    1
    ทั้งนี้ผู้ที่จะมาส่งเอกสารตามข้อ 1.1 และ 1.2 จะต้องเป็นผู้ควบคุมงาน หรือวิศวกร หรือ จนท.ความปลอดภัย ของบริษัทผู้รับเหมาหลักที่ได้รับการว่าจ้างให้ทําการปรับปรุงก่อสร้างพื้นที่ นั้นๆ
  1. การปิดกั้นพื้นที่แนวเขตปรับปรุงก่อสร้างให้ใช้วัสดุที่ไม่ลามไฟ ทําการปิดกั้นล้อมพื้นที่บริเวณโดยรอบให้มิดชิด รวมถึงการจัดทําประตูเข้า-ออก เขตปรับปรุงก่อสร้าง
  2. ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) จะต้องติดตั้งป้ายแสดงรายละเอียดบริเวณที่เห็นได้เด่นชัดหน้าทางเข้า - ออก พื้นที่ดังนี้
    3.1 ชื่อบริษัท (ผู้รับจ้าง) ที่ทําการปรับปรุงก่อสร้าง
    3.2 ชื่อผู้ควบคุมงาน หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (Safety Officer) ของบริษัท (ผู้รับจ้าง) ที่ทําการปรับปรุง (จะต้องเป็นบริษัทที่ทําสัญญากับผู้ว่าจ้างปรับปรุง)
    3.3 เบอร์โทรศัพท์ของผู้ควบคุมงาน หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (Safety Officer) ที่สามารถติดต่อได้
    ตลอดเวลา และสามารถเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานได้ทันทีเมื่อ จนท.ทอท. ต้องการติดต่อ
  3. พื้นที่ปฏิบัติงานที่มีการติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุเพลิงไหม้ (หัว Smoke Detector) ให้ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) ที่เข้าทํา การปรับปรุงพื้นที่ปฏิบัติดังนี้
    4.1 ก่อนเริ่มปฏิบัติงานให้ทํากรครอบหัว Smoke Detector เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ทํางานแจ้งเหตุเนื่องจากมีควัน ฝุ่นละอองจากการปรับปรุงพื้นที่เข้าไปในอุปกรณ์แจ้งเหตุ
    ตามปกติ
    4.2 หลังเลิกปฏิบัติงานให้ทําการถอดฝาครอบหัว Smoke Detector ออกเพื่อให้ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ใช้งานได้

    D

    2
  4. การป้องกันอัคคีภัย ต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า 10 ปอนด์
    (Fire Rating 6A 20B) จํานวนไม่น้อยกว่า 2 ถัง และสภาพของเครื่องฯ ต้องได้มาตรฐานและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ประจําในเขตพื้นที่การก่อสร้าง-ปรับปรุงพื้นที่ ในกรณีมีถังดับเพลิงที่ไม่สามารถใช้งานได้อยู่ในพื้นที่ให้นําออกจากพื้นที่ และนําถังใหม่มาเปลี่ยนทันที
    หมายเหตุ ทอท.สงวนสิทธิ์ที่จะนําเครื่องดับเพลิงไม่มีแรงดันหรือไม่สามารถใช้งานได้ออกนอกพื้นที่ เขตปรับปรุงก่อสร้าง โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) ทราบ
  5. การทํางานด้วยความร้อน (Hot Work)
    ในตําแหน่งที่มีการทํางานด้วยความร้อน (Hot Work) จะต้องปิดล้อมพื้นที่อีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้สะเก็ดไฟ หรือประกายไฟที่เกิดจากการทํางานด้วยความร้อน (Hot Work) กระเด็นออกมาสู่พื้นที่ภายนอก
    6.1 งานที่ก่อให้เกิดประกายไฟความร้อนทุกชนิด ได้แก่ การเชื่อมไฟฟ้า ตัดโลหะด้วยก๊าซ การขัดเจียร์ ในแต่ละ จุดการทํางานภายในแนวเขตปรับปรุงพื้นที่จะต้องมีเครื่องดับเพลิงที่ใช้งานได้ดี ประจําอยู่ทุกจุดที่ทํางาน
    6.2 การวางเครื่องดับเพลิงจะต้องวางห่างจากจุดที่มีการทํางานด้วยความร้อนไม่เกิน 2 เมตร
    6.3 ห้ามนําก๊าซหุงต้ม (LPG) มาใช้ในการตัดเชื่อมโลหะภายในอาคาร อนุญาตให้ใช้เฉพาะอะเซทีลีนเท่านั้น 7. ในกรณีวัตถุไวไฟที่นํามาใช้งาน เช่น ถังก๊าซ ถังน้ํามัน สี ทินเนอร์ น้ํามันสน กาว หรือสารเคมีอื่นๆ ที่ไวไฟให้ใช้ เฉพาะวันต่อวัน เมื่อหมดเวลาทํางานนั้นๆ ให้นําออกจากสถานที่ก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่
  6. ห้ามผู้ปฏิบัติงานทุกคนน่าบุหรี่ ยาเส้น มาสูบในบริเวณที่ทําการก่อสร้าง - ปรับปรุงพื้นทีโดยเด็ดขาด
  7. ห้ามผู้ปฏิบัติงานทุกคนดื่มสุราหรือเสพของมึนเมา ในบริเวณที่ทําการก่อสร้าง-ปรับปรุงพื้นที่
  8. ผู้ประกอบการ (ผู้รับจ้าง) จะต้องรับผิดชอบทําความสะอาด ในบริเวณที่ทําการก่อสร้างปรับปรุงพื้นที่ ให้สะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอ
    งานป้องกันเพลิง ส่วนเทคนิคและป้องกัน ฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทร. 02-132-6671, 02-132-6799 (นอกเวลาราชการ)
    ที่ นร 0203/ว 109
    (สําเนา)
    สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทําเนียบรัฐบาล กทม. 10300
    24 สิงหาคม 2532
    เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
    เรียน
    อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 สิ่งที่ส่งมาด้วย สําเนาหนังสือสํานักงบประมาณ ที่ กพส 7/2532 ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2532
    และเอกสารประกอบ
    ตามที่ได้ยืนยันมติคณะรัฐมนตรี เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงาน
    ก่อสร้างมาเพื่อถือปฏิบัติต่อไปนั้น
    บัดนี้
    คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้างได้เสนอเงื่อนไข สูตร และวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ รวม 6 ชัย มาเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ความละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย
    หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง
    คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2532 ลงมติอนุมัติตามที่ คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง เสนอ ทั้ง 6 ข้อ โดยข้อ 1 ให้ตัดคําว่า “ก่อนหรือ” ออก และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไป
    และ
    จึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดแจ้งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
    หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็น
    ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐถือปฏิบัติต่อไปด้วย
    ขอแสดงความนับถือ
    อนันต์ อนันตกูล (นายอนันต์ อนันตกูล)
    เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

    กองนิติธรรม
    โทร. 2828149
    ที่ กพส 7/2532
    (สําเนา)
    สํานักงบประมาณ ถนนพระรามที่ 6 กทม. 10400
    4 สิงหาคม 2532
    เรื่อง การพิจารณาช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพงานก่อสร้าง
    เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
    อ้างถึง หนังสือสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0203/ว 81 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532
    สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารผนวก 1 จํานวน 13 แผ่น
  9. เอกสารผนวก ข จํานวน 11 แผ่น

    ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะรัฐมนตรีมีมติวันที่ 27 มิถุนายน 2532 เห็นชอบตาม ข้อเสนอของคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง ในเรื่องสัญญาแบบปรับราคา
    ได้ (ค่า K) ดังนี้
  10. เห็นชอบในหลักการที่จะให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 ในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยค่างานก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง
    ของทางราชการ
    ก่อสร้าง
  11. เห็นควรนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร
  12. ให้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากําหนดเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงาน
    สูตรและวิธีการคํานวณในการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยให้สอดคล้องกับวิกฤตการณ์และ
    ลักษณะงานก่อสร้าง แล้วนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
    คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง
    พิจารณาเงื่อนไข
    หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ตามที่
    คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการใช้สัญญาแบบปรับราคาได้นําเสนอตามมติคณะรัฐมนตรี
    แล้วเห็นว่า การนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้รับจ้างไทยที่ได้รับความ
    เดือดร้อน
    .
    :
    ::
    LI
    เดือดร้อนและสามารถที่จะประกอบกิจการต่อไปได้ในช่วงที่เกิดภาวะวัสดุก่อสร้างขาดแคลนและขึ้น ตลอดจนเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของผู้รับจ้างและป้องกันมิให้ผู้รับจ้างบวกราคาเพื่อการ
    ราคา
    เปลี่ยนแปลงราคาวัสดุไว้ล่วงหน้ามาก ๆ รวมทั้งเกิดความเป็นธรรมต่อคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายด้วย จึง เห็นควรนําเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ ตลอดจนตัวอย่างการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเดิม มาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพ
    งานก่อสร้างตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และเห็นควรนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดังนี้
  13. ให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้กับสัญญาที่ลงนาม หลังวันที่ 28 มิถุนายน 2531 โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบ ปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ก),
  14. ให้นําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้เป็นการถาวร โดยมีเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ (ดังเอกสารผนวก ข)
  15. งานจ้างเหมาก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการ
    บริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วน ท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ก็ให้นําเงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการ คํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้ด้วย ในกรณีที่จําเป็นต้องเพิ่มเงิน ให้ใช้เงินจากงบ ประมาณของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน อื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงนอื่นของรัฐนั้นเองหรือ จ่ายตามสัดส่วนแหล่งที่มาของเงินค่าก่อสร้างนั้น หรือตามที่สํานักงบประมาณพิจารณาวินิจฉัยแล้ว
    แต่กรณี
  16. เมื่อให้มีการนําสัญญาแบบปรับราคาได้มาใช้แล้ว มีผลทําให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่าย เงินชดเชยเพิ่ม จนทําให้เกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ ก็ให้ถือว่าได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ให้ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่างบประมาณ ตามนัยมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการงบประมาณ และให้ส่วนราชการเจ้าของสัญญานั้น ๆ ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
  17. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้ ต้องได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจากสํานัก
    งบประมาณ และให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
  18. เพื่อความ
  • 3-
    เพื่อความรวดเร็วในการดําเนินงาน และเพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สัญญา จ้างแบบปรับราคาได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงมอบอํานาจให้สํานักงบประมาณทําการวินิจฉัย
    ปัญหาข้อหารือและกําหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมได้ตามความจําเป็นด้วย
    จึงเรียนมาเพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
    ขอแสดงความนับถือ
    พงส์ สารสิน
    (นายพงศ์ สารสิน)
    รองนายกรัฐมนตรี
    ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง
    กองกลวง
    โทร. 2710092 ต่อ 245
    เงื่อนไข หลักเกณฑ์ ประเภทงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
    ก. เงื่อนไขและหลักเกณฑ์
  1. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภท รวมถึงงานปรับปรุง และซ่อมแซมซึ่งเบิกจ่ายค่างานในลักษณะหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หมวดเงิน อุดหนุนและหมวดรายจ่ายอื่นที่เบิกจ่ายในลักษณะค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่ในเงื่อนไขและ
    หลักเกณฑ์ตามทีไค้ าหนด
  2. สัญญาแบบปรับราคาได้นี้ให้ใช้ทั้งในกรณีเพิ่มหรือลดค่างานจากค่างานเดิมตาม สัญญา เมื่อดัชนีราคาซึ่งจัดทําขึ้นโดยกระทรวงพาณิชย์ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง จากเดิม ขณะเมื่อวันเปิดซองประกวดราคา สําหรับกรณีที่จัดจ้างโดยวิธีอื่น ให้ใช้วันเปิดซอง
    ราคาแทน
  3. การนําสัญญาแบบปรับราคาได้ไปใช้นั้น ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งและประกาศให้ผู้รับจ้าง ทราบ เช่น ในประกาศประกวดราคาฯ และต้องระบุในสัญญาจ้างด้วยว่างานจ้างเหมานั้น ๆ จะ ใช้สัญญาแบบปรับราคาได้ พร้อมทั้งกําหนดประเภทของงานก่อสร้าง สูตรและวิธีการคํานวณที่ ให้มีการปรับเพิ่มหรือลดค่างานไว้ให้ชัดเจน
    ในกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทในงานจ้างคราวเดียวกัน จะต้องแยกประเภท งานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานก่อสร้างนั้น ๆ และให้สอดคล้องกับ
    สูตรที่กําหนดไว้
  4. การขอเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้นี้ เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้าง ที่จะต้องเรียกร้องภายในกําหนด 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานงวดสุดท้าย หาก พ้นกําหนดนี้ไปแล้ว ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินเพิ่มค่างานก่อสร้างจากผู้ว่าจ้างได้อีกต่อไป
    และในกรณีที่ผู้ว่าจ้างจะต้องเรียกเงินคืนจากผู้รับจ้าง ให้ผู้ว่าจ้างที่เป็นคู่สัญญารีบเรียกเงินคืน จากผู้รับจ้างโดยเร็ว หรือให้หักค่างานของงวดต่อไป หรือให้หักเงินจากหลักประกันสัญญา
    แล้วแต่กรณี
  5. การพิจารณาคํานวณเงินเพิ่มหรือลด และการจ่ายเงินเพิ่มหรือเรียกเงินคืนจาก ผู้รับจ้างตามเงื่อนไขของสัญญาแบบปรับราคาได้
    ยังไ
    ได้รับการตรวจสอบและเห็นชอบจาก
    สํานักงบประมาณและให้ถือการพิจารณาวินิจฉัยของสํานักงบประมาณเป็นที่สิ้นสุด
    .
    -2-
    ข. ประเภทงานก่อสร้างและสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ ในการพิจารณาเพิ่มหรือลดราคาค่างานจ้างเหมาก่อสร้างให้คํานวณตามสูตรดังนี้
    P
    (Po) x (K)
    ก้าหนดให้ P
    Po
    K
    ราคาค่างานต่อหน่วยหรือราคาค่างานเป็นงวดที่จะต้องจ่าย
    ให้ผู้รับจ้าง
    ราคาค่างานต่อหน่วยที่ผู้รับจ้างประมูลได้ หรือราคาค่างาน เป็นงวด ซึ่งระบุไว้ในสัญญาแล้วแต่กรณี
    ESCALATION FACTOR ที่หักด้วย 4% เมื่อต้องเพิ่มค่างาน หรือบวกเพิ่ม 4% เมื่อต้องเรียกค่างานคืน
    ESCALATION FACTOR, K หาได้จากสูตร ซึ่งแบ่งตามประเภทและลักษณะงานดังนี้
    หมวดที่ 1 งานอาคาร
    งานอาคาร หมายถึง ตัวอาคาร เช่น ที่ทําการ โรงเรียน โรงพยาบาล หอพัก ที่พักอาศัย หอประชุม อัฒจันทร์ ยิมเนเซียม สระว่ายน้ํา โรงอาหาร คลังพัสดุ โรงงาน รั้ว เป็นต้น และให้หมายความรวมถึง
    1.1 ไฟฟ้าของอาคารบรรจบถึงสายเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงหม้อแปลงและ ระบบไฟฟ้าภายในบริเวณ
    ภายในบริเวณ
    1.2 ประปาของอาคารบรรจบถึงท่อเมนจําหน่าย แต่ไม่รวมถึงระบบประปา
    1.3 ระบบท่อหรือระบบสายต่าง ๆ ที่ติดหรือฝังอยู่ในส่วนของอาคาร เช่น ท่อปรับอากาศ ท่อก๊าซ สายไฟฟ้าสําหรับเครื่องปรับอากาศ สายล่อฟ้า ฯลฯ
    1.4 ทางระบายน้าของอาคารจนถึงทางระบายนํ้าภายนอก
    1.5 ส่วนประกอบที่จําเป็นสําหรับอาคาร เฉพาะส่วนที่ติดกับอาคารโดยต้อง สร้างหรือประกอบพร้อมกับการก่อสร้างอาคาร แต่ไม่รวมถึงเครื่องจักรหรือเครื่องมือกลที่นํามา ประกอบหรือติดตั้ง เช่น ลิฟท์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสูบน้ํา เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ
    1.6 ทางเท้ารอบอาคาร ดินถม คืนตัก ห่างจากอาคารโดยรอบไม่เกิน 3 เมตร
    ใช้สูตร K
    0.25 +0.15 IVIo +0.10 CV/Co + 0.40 MVMo+0.10 St/So
    ī
  • 3 -
    หมวดที่ 2 งานยืน
    2.1 งานดิน หมายถึง การขุดดิน การตักดิน การบดอัดดิน การขุดเปิดหน้าดิน การเกลี่ยบดอัดดิน การขุด - ถมบดอัดแน่นเขื่อน คลอง คันคลอง คันกั้นน้ํา คันทาง ซึ่งต้องใช้ เครื่องจักรเครื่องมือกลปฏิบัติงาน
    สําหรับการถมดินให้หมายความถึงการถมดินหรือทรายหรือวัสดุอื่นที่มีการ
    และมีข้อกําหนดวิธีการถม รวมทั้งมีการบดอัดแน่นโดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กําหนดไว้ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างถนนหรือเขื่อน
    ควบคุมคุณสมบัติของวัสดุนั้น
    ชลประทาน
    ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานประเภท EMBANKMENT, EXCAVATION, SUBBASE,
    SELECTED MATERIAL, UNTREATED BASE 10% SHOULDER
    ใช้สูตร K
    0.30 -0.10 Ito + 0.40 BtBo + 0.20 Ft Fo
    2.2 งานหินเรียง หมายถึง งานหินขนาดใหญ่นํามาเรียงกันเป็นชั้นให้เป็น ระเบียบจนได้ความหนาที่ต้องการ โดยในช่องว่างระหว่างหินใหญ่จะแซมด้วยหินย่อยหรือกรวด ขนาดต่าง ๆ และทรายให้เต็มช่องว่าง มีการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุและมีข้อกําหนดวิธีปฏิบัติ โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือกล หรือแรงคน และให้หมายความรวมถึงงานหินทิ้ง งานหินเรียง ยาแนว หรืองานหินใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อการป้องกันการกัดเซาะพังทลายของ ลา ตลิ่งและท้องสาน่า
    ใช้สูตร K
    0.40+ 0.20 It/Io + 0.20 MtMo+ 0.20 FVFO
    2.3 งานเจาะระเบิดหิน หมายถึง งานเจาะระเบิดหินทั่ว ๆ ไป ระยะทางขนย้าย ไป-กลับ ประมาณไม่เกิน 2 กิโลเมตร ยกเว้นงานเจาะระเบิดอุโมงค์ซึ่งต้องใช้เทคนิคชั้นสูง
    0.45 +0.15 It/Io + 0.10 MƯMo + 0.20 Eť/Eo + 0.10 FUFO
    ใช้สูตร K
    หมวดที่ 3
    งานทาง
    ใช้สูตร K
    3.1 งานผิวทาง PRIME COAT, TACK COAT, SEAL COAT
    0.30+ 0.40 At/Ao + 0,20 EVEO +0.10 FUFO
  • 4-
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    3.2 งานผิวทาง SURFACE TREATMENT SLURRY SEAL
    0.30 + 0.10 MtMo + 0.30 AvAo + 0.20 EtEo + 0.10 Ft/Fo
    3.3 งานผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE, PENETRATION MACADAM
    0.30 +0.10 MVMo + 0.40 AfAo + 0.10 EVEO + 0.10 FWFO
    3.4 งานผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมายถึง ผิวถนนคอนกรีตที่ใช้เหล็กเสริม ซึ่งประกอบด้วยตะแกรงเหล็กเส้นหรือตะแกรงลวดเหล็กกล้าเชื่อมติด (WELDED WIRE FARRIC) เหล็กเดือย (DOWEL BAR) เหล็กยึด (DEFORMED TIE BAR) และรอยต่อ
    STEEL
    ต่าง ๆ (JOINT) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กบริเวณคอสะพาน
    (R.C. BRIDGE APPROACH) ด้วย
    ใช้สูตร K
    0.50 +0.10 ItTo + 0.35 CBCO + 0.10 MitMo +0.15 StSo
    3.5 งานท่อระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็กและงานบ่อพัก หมายถึง ท่อคอนกรีต เสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา (PRECAST REINFORCED CONCRETE DRAINAGE PIPE) งานรางระบายน้ําคอนกรีตเสริมเหล็ก งานคานคอนกรีตเสริมเหล็กรางระบายน้ําและบริเวณลาด
    กอสะพาน
    รวมทั้งงานบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กและงานคอนกรีตเสริมเหล็กอื่นที่มีรูปแบบและ
    ลักษณะงานคล้ายคลึงกัน เช่น งานบ่อพัก (MANHOLE) ท่อร้อยสายโทรศัพท์ ท่อร้อยสายไฟฟ้า
    เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.35 + 0.20 Itto + 0.15 CtCo + 0.15 MyMo + 0.15 StSo
    3.6 งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเพื่อนกันตลิ่ง หมายถึง สะพาน คอนกรีตเสริมเหล็ก โครงสร้างฐานรากคอนกรีตเสริมเหล็กคอสะพาน (A.C. BEARING UNIT) ท่อเหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็ก (R.C. BOX CULVERT) หอถังน้ําโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขื่อนกันตลิ่งคอนกรีตเสริมเหล็ก ท่าเทียบเรือคอนกรีตเสริมเหล็กและสิ่งก่อสร้างอื่นที่มีลักษณะ
    คล้ายคลึงกัน
    ใช้สูตร K
    !!
    0.30 + 0.10 111 + 0.35 Ct/Co +-0.20 Mt Mo + 0.25 StSo
    :.
  • S -
    3.7 งานโครงสร้างเหล็ก หมายถึง
    หมายถึง สะพานเหล็กสําหรับคนเติมข้ามถนน
    โครงเหล็กสําหรับติดตั้งป้ายจราจรชนิดแขวนสูง เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาวิทยุ เสาโทรทัศน์ หรือ
    งานโครงเหล็กอื่นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
    ใช้สูตร K
    หมวดที่ 4

    แต่ไม่รวมถึงงานติดตั้งเสาโครงเหล็กสายส่งของ
    0.25 +0.10 IU/Io ÷ 0.05 CVCo + 0.20 Mt/Mo + 0.40 SV/So
    งานชลประทาน
    4.1 งานอาคารชลประทาน ไม่รวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริม เหล็กชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือ ปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อระบายน้ํา น้ําตกรางเท สะพานน้ํา ท่อลอด ไซฟอน และอาคารชลประทาน ชนิดอื่น ๆ
    ที่ไม่มีบานระบายเหล็ก แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย ทางระบายนํ้าล้น หรืออาคารชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.40 +0.20 It/To+0.10 C/Co+ 0.10 Mt/Mo + 0.20 St/So
    4.2 งานอาคารชลประทานรวมบานเหล็ก หมายถึง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ชนิดต่าง ๆ ที่ก่อสร้างในแนวคลองส่งน้ําหรือคลองระบายน้ํา เพื่อควบคุมระดับและหรือปริมาณน้ํา ได้แก่ ท่อส่งน้ําเข้านา ท่อระบายน้ํา ประตูระบายน้ํา อาคารอัดน้ํา ท่อลอดและอาคารชลประทาน ที่มีบานระบายน้ํา แต่ไม่รวมถึงงานอาคารชลประทานขนาดใหญ่ เช่น ฝ่าย
    ชนิดต่าง ๆ ที่มีบานร
    ทางระบายน้ําล้น หรืออาการชลประทานประกอบของเขื่อน เป็นต้น
    ใช้สูตร K
    0.35 + 0.20 Tv/lo + 0.10 CVCo + 0.10 MW/Mo + 0.25 St/So
    4.3 งานบานระบาย TRASHRACK และ STEEL LINER หมายถึง บานระบาย เหล็กเครื่องกว้านและโครงยก รวมทั้ง BULK HEAD GATE และงานท่อเหล็ก
    ใช้สูตร K
    0.35 +0.20 IVIO + 0.45 GUGo. ñ
  • 6 -
    4.4 งานเหล็กเสริมคอนกรีต และ ANCHOR BAR หมายถึง เหล็กเส้นที่ใช้เสริม ในงานคอนกรีตและเหล็ก ANCHOR BAR ของงานฝ่าย ทางระบายน้ําล้น หรืออาคารชลประทาน ประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานเหล็กดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.25 + 0.15 Ito - 0.60 Set So
    4.5 งานคอนกรีต ไม่รวมเหล็กและคอนกรีตดาดคลอง มายถึง งานคอนกรีต เสริมเหล็กที่หักส่วนของเหล็กออกมาแยกคํานวณต่างหากของงานฝาย ทางระบายน้ําล้นหรือ
    อาคารชลประทานประกอบของเขื่อน ซึ่งมีสัญญาแยกจ่ายเฉพาะงานคอนกรีตดังกล่าวเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.15 1t/lo + 0.25 CoCo +- 0.20 Mt Mo
    4.6 งานเจาะ หมายถึง การเจาะพร้อมทั้งฝั่งพ่อครุฑนาครูในไม่น้อยกว่า 48 มิลลิเมตร ในชั้นดิน หิน หรือหินที่แตกหัก เพื่ออัดฉีดน้ําปูน และให้รวมถึงงานซ่อมแซม ฐานรากอาคารชลประทาน ถนนและอาคารต่าง ๆ โดยการอัดฉีดน้ําปูน
    ใช้สูตร K
    0.40 + 0.20 IVIo + 0.10 Mt/Mo + 0.20 EƒEo + 0.10 FVFo
    4.7 งานอัดฉีดน้ําปูน ค่าอัดฉีดน้ําปูนจะเพิ่มหรือลด ให้เฉพาะราคาซีเมนต์ที่ เปลี่ยนแปลงตามดัชนีราคาของซีเมนต์ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทําขึ้น ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    กับเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    หมวดที่ 5
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    งานระบบสาธารณูปโภค
    5.1 งานวางท่อ AC และ PVC
    5.1.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาพ่อและหรืออุปกรณ์ให้
    0.50 + 0.25 Ito + 0.25 MtMo
    5.1.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ AC และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 Iulo+ 0.10 Mt/Mo+ 0.40 ACVACO
    5.1.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ PVD และหรืออุปกรณ์
    0.40 + 0.10 It/lo + 0.10 Mt/Mo + 0.40 PVCt/PVCo
    กิ

ใช้สูตร K
5.2 งานวางท่อเหล็กเหนียวและท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE 5.2.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาท่อและหรืออุปกรณ์ให้
0.40+ 0.10 IVIo + 0.15 MUMo + 0.20 EVEo + 0.15 TuFo
5.2.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อเหล็กเหนียวและหรืออุปกรณ์และ
ให้รวมถึงงาน TRANSMISSION CONDUIT
ใช้สูตร K-
แถะหรืออุปกรณ์
0.40 + 0.10 IVIo + 0.10 Mt/Mo + 0.10 EvEo † 0.30 GIFVGIP。
5.2.3 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE
0.50 +0.10 IVIo + 0.10 Mt/Mo +0.30 PEU/PEO
5.3 งานปรับปรุงระบบอุโมงค์ส่งน้ําและงาน SECONDARY LINING
0.40 + 0.10 ItTo + 0.15 Et/Eo + 0.35 GIP GIPO
ใช้สูตร K
ใช้สูตร K
5.4 งานวางท่อ PVC หุ้มด้วยคอนกรีต
ใช้สูตร K
0.30+0.10IVIo+0.20C#/Co+0.05Mt/Mo+0.05St/So+0.30PVCť/PVCo
5.5 งานวางท่อ PVC กลบทราย
ใช้สูตร K
0.25 +0.05 Itio + 005 Mt/fMo + 0.65 PVCUTVCo
5.6 งานวางท่อเหล็กอาบสังกะสี
ใช้สูตร K.
0.25 +0.25 It/lo +0.50 GIPUĢIPO
ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเท่า
นัน
5.7 งานก่อสร้างระบบสายส่งแรงสูงและสถานีไฟฟ้าย่อย
5.7.1 งานติดตั้งเสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ รวมทั้งงานติดตั้งอุปกรณ์
ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย

  • 8 -
    สําหรับงานติดตั้ง เสา โครงเหล็กสายส่งและอุปกรณ์ ประกอบด้วย ลักษณะงาน ดังนี้คือ PRELIMINARY WORK (ยกเว้น BOUNDARY POST), TOWERS, INSULATOR
    STRING AND OVERHEAD GROUND WIRE ASSEMBLIES, CONDUCTOR AND
    OVERHEAD GROUND WIRE STRINGING, LINE ACCESSORIES, GROUNDING
    MATERIALS
    สําหรับงานติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย หมายถึง เฉพาะการติดตั้ง
    อุปกรณ์ไฟฟ้าเท่านั้น
    ใช้สูตร K
    0.60 +0.25 Itlo + 0.15 Ft/Fo
    5.7.2 งานก่อสร้างฐานรากเสาไฟฟ้า (TOWER FOUNDATION) และงาน
    ติด ง BOUNDARY POST
    0.35 +0.20 Itlo + 0.20 Ct/Co+0.10 SV/So+ 0.15 Ft/Fo
    5.7.3 งานก่อสร้างฐานรากอุปกรณ์ไฟฟ้าสถานีไฟฟ้าย่อย
    0.50 + 0.20 It/To + 0.15 CT/Co +0.15 St/So
    ติดตั้ง
    ใช้สูตร K
    ใช้สูตร K
    5.8 งานหล่อและตอกเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง 5.8.1 งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง
    ใช้สูตร K
    0.35+0.15 IVIO + 0.20 CV/Co + 0.30 St/So
    5.8.2 งานเสาเข็มแบบ CAST IN PLACE
    ใช้สูตร K
    0.30 + 0.10 Etlo + 0.25 Ct/Co + 0.35 St/So
    ประเภทงานและสูตรต่อไปนี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น
    5.9 งานก่อสร้างสายส่งแรงสูงระบบแรงดัน 69 - 115 KV. 5.9.1 ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุและหรืออุปกรณ์ให้
    0.80 +0.05 It/lo + 0.10 Mt/Mo+0.05 Ft/Fo
    ใช้สูตร K
    5.9.2 ในกรณีที่ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาวัสดุหรืออุปกรณ์
    ใช้สูตร K
    0.45 + 0.05 Itko + 0.20 MtMo + 0.05 Ft/Fo + 0.25 WWW
    :
    A
    -9-
    ดัชนีราคาที่ใช้คํานวณตามสูตรที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้ จัดทําขึ้นโดย
    กระทรวงพาณิชย์
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ
    K
    ESCALATION FACTOR
    It
    Io
    CE
    Co
    Mt
    Mo
    ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาซีเมนต์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่ส่งงาน
    แต่ละงวด
    ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (ไม่รวมเหล็กและซีเมนต์) ในเดือนที่เปิดซอง
    ประกวดราคา
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาเหล็ก ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาเหล็กแผ่นเรียบที่ผลิตในประเทศ ในเดือนที่เปิดซองประกวด
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาแอสฟัลท์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    St
    So

Gt
Go
ราคา
At
A0
Et
Eo
Ft
Fo
ACt
ACo
PVCL
PVCo
GIPT
GIPO
ดัชนีราคาเครื่องจักรกลและบริภัณฑ์ ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาน้ํามันดีเซลหมุนเร็ว ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด ดัชนีราคาท่อซีเมนต์ใยหิน ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อ PVC ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
ดัชนีราคาท่อเหล็กอาบสังกะสี ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา

  • 10 -
    PET
    PEO .

    Wo
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY POLYETHYLENE ในเดือนที่ส่งงาน แต่ละงวด
    ดัชนีราคาท่อ HYDENSITY PLOYETHYLENE ในเดือนที่เปิดซอง
    ประกวดราคา
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่ส่งงานแต่ละงวด
    ดัชนีราคาสายไฟฟ้า ในเดือนที่เปิดซองประกวดราคา
    ค. วิธีการคํานวณที่ใช้กับสัญญาแบบปรับราคาได้
  1. การคํานวณค่า K จากสูตรตามลักษณะงานนั้น ๆ ให้ใช้ตัวเลขดัชนีราคาวัสดุ ก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ฐานของปี 2530 เป็นเกณฑ์ในการคํานวณ
  2. การคํานวณค่า K สําหรับกรณีที่มีงานก่อสร้างหลายประเภทรวมอยู่ในสัญญา
    เดียวกัน จะต้องแยกค่างานก่อสร้างแต่ละประเภทให้ชัดเจนตามลักษณะของงานนั้น และให้
    สอดคล้องกับสูตรที่ได้กําหนดไว้
  3. การคํานวณหาค่า K. กําหนดให้ใช้เลขทศนิยม 3 ตําแหน่งทุกขั้นตอนโดยไม่ มีการปัดเศษ และกําหนดให้ทําเลขสัมพันธ์ (เปรียบเทียบ) ให้เป็นผลสําเร็จก่อน แล้วจึงนํา ผลลัพธ์ไปคูณกับตัวเลขคงที่หน้าเลขสัมพันธ์นั้น
  4. ให้พิจารณาเงินเพิ่มหรือลดราคาค่างานจากราคาที่ผู้รับจ้างทําสัญญาตกลงกับ ผู้ว่าจ้าง เมื่อค่า K ตามสูตรสําหรับงานก่อสร้างนั้น ๆ ในเดือนที่ส่งมอบงานมีค่าเปลี่ยนแปลงไป จากค่า K ในเดือนเปิดซองราคามากกว่า 4% ขึ้นไป โดยนําเฉพาะส่วนที่เกิน 4% มาคํานวณ ปรับเพิ่มหรือลดค่างานแล้วแต่กรณี (โดยไม่คิด 4% แรกให้
  5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทําการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาใน สัญญา โดยเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ค่า K ตามสูตรต่าง ๆ ที่จะนํามาใช้ในการคํานวณค่างาน ให้ใช้ค่า K ของเดือนสุดท้ายตามอายุสัญญา หรือค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานจริง แล้วแต่ว่า ค่า K ตัวใดจะมีค่าน้อยกว่า
  6. การจ่ายเงินแต่ละงวดให้จ่ายค่าจ้างงานที่ผู้รับจ้างทําได้แต่ละงวดตามสัญญา ไปก่อน ส่วนค่างานเพิ่มหรือค่างานลดลงซึ่งจะคํานวณได้ต่อเมื่อทราบดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง ซึ่งนํามาคํานวณค่า K ของเดือนที่ส่งมอบงานงวดนั้น ๆ เป็นที่แน่นอนแล้ว เมื่อคํานวณเงินเพิ่ม ได้ให้ขอทําความตกลงเรื่องการเงินกับสํานักงบประมาณ
    :
    หน้าที่…
    Ho……………..
    สัญญาเตร
    แบบฟอร์มที่ 2. การคํานวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานก่อสร้างตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K ) สําหรับสัญญาแบบเหมารวม (Lum Sum )
    (k Bodyvənin divendutobusapalardaŞA KODI DO LENNUKAROSERI4
    วันที่เปิดรองประกวดราคา / เสนอราคา (วิธีพิเศษ)
    ทั้งสัญญา……… สัญญาเริ่มต้น.
    …………บาท
  7. วันที่ส่งงานงวดสุดท้าย…..
  8. ครบ 30 วัน จากวันที่ส่งงานงวดสุดท้าย
    รับจ้าง..
    daangdoyry………………………………………..
    …………….Bugacy’s ( Qual )…
    สิ้นสุดสัญญา (เม)…………… วัน สิ้นสุดสัญญา ( ใหม่ )………………….

งาน
งาน
หักค่างานที
งานที่ได้
สูตร
การ านวณค่า K
เฟิม / ON
งวด / วัน/เดือน/ปี
ครั้งที่
TILITYIS
จํานวนเงิน
ไม่อยู่ในข่าย
รับการพิจารณา
AO K
ค่า K
in 4%
เป็นสิน
หมายเหตุ
(บาท)
รับ ค่า K
A K
คงเหลือ
(บาท)

  • 135 -
    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น
    (ลงชื่อ)
    ผู้คํานวณ (โทรศัพท์..
    (ลงชื่อ)
    ผู้ตรวจสอบ (โทรศัพท์……………………….
    ZAOT
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited
    Rev.02
    ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทํางาน
    สําหรับผู้รับจ้าง
    ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย
    ความปลอดภัยในการทํางาน สําหรับผู้รับจ้าง
    ฝ่ายความปลอดภัยในการทํางานและอาชีวอนามัย
    ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66)

    ชื่อคู่สัญญา…
    ลําาดับ
    BOQ
    ชื่อและรายละเอียดครุภัณฑ์ (ชื่อ, ยี่ห้อ, สี, ขนาด, แบบ, รุ่น, Serial No.)

I
..ชื่อสัญญา…
บัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์
หน่วยนับ จํานวน จํานวน ราคาต่อหน่วย ชิ้น/ชุด ตาม BOQ ที่ส่งมอบ (ไม่รวม VAT)
หมายเหตุ

  1. แนบภาพถ่ายครุภัณฑ์ให้ตรงกับลําดับที่ในแบบฟอร์มพร้อม File รูปถ่าย จํานวน 1 ชุด
  2. กรณีส่งของไม่ตรงตาม Spec, จํานวน, ราคา ให้แจ้งเหตุผลในแบบฟอร์ม
  3. กรณีเป็นระบบต้องแยกรายละเอียดพร้อมจํานวนและราคา
  4. กรณีเป็น Partition ให้แจ้งจํานวนเป็นรายชิ้น
    ค่าแรง
    ต่อหน่วย
    ราคารวม ตามจํานวนที่ส่งของ
    (ไม่รวม VAT)
    อาคาร
    ……….สัญญา
    สถานที่ติดตั้ง
    ชน ห้อง
    ภาพถ่าย

    14
    โครงการ..
    ตารางการจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
    แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ลําาดับ
    รายการ
    หน่วย ปริมาณ ราคาต่อหน่วย เป็นเงิน
    พัสดุ
    พัสดุ
    (บาท)
    (รวม)
    ในประเทศ ต่างประเทศ
    1
    2
    3
    4
    5
    รวม
    อัตรา
    (ร้อยละ)
    …………….
    (

(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)

,,
1.
การใช้พัสดุทั้งโครงการ รายการพัสดุทั้งโครงการ มูลค่าพัสดุทั้งโครงการ
ตารางรายงานผลการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ
บาท
มูลค่าการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
รายการ
มูลค่าพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ มูลค่าพัสดุที่ผลิตจากต่างประเทศ
หน่วย (บาท)
จํานวนเงิน
อัตรา (ร้อยละ)
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
ปริมาณการใช้เหล็กทั้งโครงการ
ตัน มูลค่าเหล็กทั้งโครงการ
บาท
รายการ
หน่วย
จํานวน
อัตรา (ร้อยละ)
ตน
ตน
ปริมาณการใช้เหล็ก
สรุป
1 เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต่างการส่งเสริม
หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๓
๑. ร้อยละ ๖๐ พัสดุทั่วไป (มูลค่า)
๒. ร้อยละ ๙๐ เหล็ก (ปริมาณ)
ไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงกําหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม หรือสนับสนุน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ เหตุผล/ความจําเป็นที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถดําเนินการได้
…………….
(ประมาณคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ)
)

ตารางการจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
โครงการ……….
รายการพัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในโครงการ
แผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ
ปริมาณเหล็กทั้งโครงการ (ตัน)
ล่าดับ
รายการ
หน่วย
ปริมาณ
เหล็ก
พัสดุ
ในประเทศ
ต่างประเทศ
1
เหล็กเส้น
ตัน
2
เหล็กข้องอ
ตัน
3
เหล็กเส้นกรม
ตัน
4
5
รวม
อัตรา
(ร้อยละ)
ลงชื่อ…….
(คู่สัญญาฝ่ายผู้รับจ้าง)
(

ข้าพเจ้า
สัญญาเลขที่…….
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
มีสํานักงาน/ภูมิลําเนาตั้งอยู่ ณ
(AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)
..โดย……
ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้
บทนํา

ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดําเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกําหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกําหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คํานึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินงาน ผ่านการกํากับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้
มิติเศรษฐกิจ - การกํากับดูแลกิจการที่ดี

  1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดําเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย
  2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ
    ของ ทอท. และไม่นําข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า
  3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น
    ลายลักษณ์อักษร หากพบการดําเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า
  4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดําเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทําการอื่นใดซึ่งจะ
    ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า
    มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน
  5. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ
    ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทํางาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล
  6. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดําเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ
    ประเทศ
  7. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างจึงได้รับ
    อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกําหนดเวลา
  8. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกําหนด และ
    ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ํากว่า 18 ปี ทํางานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ
    เป็นอันตราย
  9. ระยะเวลาในการทํางาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทํางานนานเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด
    ทั้งนี้จะรวมถึงการทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด
  10. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ
    จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกําเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ
  11. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดําเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกําหนด และ
    ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม
  12. การเคารพสิทธิมนุษยชน คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง
    เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทําอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง
  13. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน
    ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจําตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้
  14. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ
    ต่อสังคม 7
    มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ
  15. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกําหนด และ
    แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรําคาญให้กับชุมชนรอบข้าง
  16. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดําเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ําเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บําบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล
    ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานําแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกํากับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดําเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม
    ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดําเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท.
    ร้องขอ
    (ลงชื่อ………..
    (……….
    !
    (ประทับตราบริษัท)
    (คู่ค้าของ ทอท.)
    ………..)
    Contract No.
    AOT Supplier Sustainable Code of Conduct
    ……….
    residing at/working at
    authorized by..
    deemed as a contract partner of Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) in accordance with the
    Contract No.
    ..; hereinafter referred as ‘AOT Supplier’,
    has acknowledged the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct with the following details.
    Introduction
    AOT commits to operate in a sustainable manner and with responsible practices throughout the business processes. Hence, AOT Supplier Sustainable Code of Conduct has been established with the scope and boundary in line with applicable laws and regulations, as well as three sustainable development dimensions namely economics, society and environment. This code of conduct aims to promote suppliers of AOT to operate with transparency and ethics, respect human rights, protect occupational health of their employees, and aware of the impact towards surrounding community and environment through good corporate governance and best practices as follows.
    Economics - Good Corporate Governance
  17. Compliance of Regulatory Requirements and Transparency: The AOT Supplier shall strictly operate
    the business in line with the regulations in the Kingdom of Thailand, regulatory requirements of AOT, and code of business ethics without dealing with all forms of bribery, corruption, or illegal business operation. 2. Confidentiality: The AOT Supplier shall protect and prevent leakage of all AQT’s confidential information,
    and shall not use any AOT’s confidential information for illegal purposes, personal advantages, of trade
    benefits.
  18. Conflict of Interests: The AOT Supplier shall keep AOT informed in a written notification on any certain
    operations or actions that could lead to the conflict of interests.
  19. Free Trade Agreement and Law: The AOT Supplier shall operate the business based on the free and
    fair trade principles, and strictly adhere to trade competition law and shall not proceed any illegal or undesirable action that directly or indirectly causes a negative effect on competitors.
    ñ
    :.
    Society - Employment and Respect of Human Rights
  20. Occupational Health and Safety: The AOT Supplier shall ensure occupational health and safety of the
    employee and contractor such as provision of appropriate working environment and health and wellbeing programs for employee or sub-contractor in accordance with the laws and international standards.
  21. Freedom of Employment: The AOT Supplier shall not involve with any form of forced labor, and shall
    provide opportunity for freedom of association and collective bargaining under the Thai laws.
  22. Wages and Benefits: The AOT Supplier shall provide wages and other benefits that its labor is righteously
    entitled to on a timely manner.
  23. Child Labor: The AOT Supplier shall not involve with the employment of child labor whose age is below
    than standard as prescribed by law, and shall not allow anyone whose age is below 18 to work on the
    night shift or in hazardous operations.
  24. Working Period: The AOT Supplier shall not allow exceeded working hours than the standard as
    prescribed by law, covering working overtime and holidays.
  25. Fair Treatment: The AOT Supplier shall fairly treat all of its employees on payment, training, career
    advancement, and termination of employment or lay-off without discrimination regarding sex, nationality,
    ethnicity, race, religion, age, political belief, marital status, pregnancy or disability.
  26. Termination of Employment: The AOT Supplier shall proceed termination of employment in
    accordance with the laws and shall not approve any unbiased manner on termination of employment.
  27. Human Rights: The AOT Supplier shall respect the human rights and treat its employee in accordance
    with applicable laws and standards, and shall not allow any form of harassment both physically and verbally as well as intimidation and mental infringement.
  28. Foreign or Migrant Workers: The AOT Supplier shall fully comply with the labor and immigration laws
    in case of foreign or migrant workers employment. The basic terms of employment must be provided to workers in their native or understandable language prior to the employment process. Passports and personal identification must remain in the worker’s possession at all times and never to be withheld by
    employer or any third party.
  29. Social Responsibility: The AOT Supplier shall promote and demonstrate its cooperation in fostering
    social development and responsibility. A
    Environment - Environment and Pollution Management
  30. Environmental Management: The AOT Supplier shall develop and implement effective environmental
    management in accordance with applicable standards, regulations, and good practices throughout the production and service processes; in order to optimize resources efficiency, minimize environmental
    impact, and cause no nuisances to the surrounding communities.
  31. Environmental Impact Protection and Mitigation Measures: The AOT Supplier shall implement
    pollution mitigation and control measures including but not limited to solid waste, wastewater, noise, air pollution and greenhouse gases. The aforementioned pollutions shall be controlled or treated in
    compliance with the laws and international standards before being released into the environment.
    AOT expects the AOT Supplier to integrate all requirements in this AOT Supplier Sustainable Code of Conduct, encompassing Good Corporate Governance, Employment and Respect of Human Rights and Environment and Pollution Management, in its operation. AOT also encourages the AOT Supplier to adopt similar standards in
    its own Supplier Sustainable Code of Conduct as deemed appropriate.
    I acknowledge and understand the AOT Supplier Sustainable Code of Conduct and shall strictly comply with its requirements in operating businesses involved with my organization. Meanwhile, I shall keep all of my employees informed about the aforementioned codes of conduct as well as ensure systematic collection of evidence regarding complied actions, and will submit such evidence to AOT upon request.
    (Name)…………
    (…………
    (AOT Supplier)
    …………
    ………..)
    (Company Stamp)
  32. ขอบเขตงาน
    รายการประกอบแบบงานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง/
    งานติดตั้งป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งระบบเมนไฟฟ้า รวมทั้งงานระบบไฟฟ้าและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสําหรับงานติดตั้ง ป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  33. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 หลอดไฟแสงสว่าง LED ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก.1955-2559 บริภัณฑ์ ส่องสว่างและบริภัณฑ์ที่คล้ายกัน ขีดจํากัดสัญญาณรบกวนวิทยุ
    2.2 Molded Case Circuit Breaker (MCCB) มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEC 60947-2
    2.3 Miniature Circuit Breaker (MCB) มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEC 60898
    2.4 ตู้ Consumer Unit ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มอก.1436-2540 หรือ IEC 61439
    2.5 ท่อโลหะร้อยสายไฟชนิดหนาปานกลาง (Intermediate Metallic Conduit : IMC) ต้องมีคุณสมบัติ เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 770-2533
    101-2559
    2.6 ท่ออโลหะ HDPE เป็นไปตามมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง (DIN 8074/8075) หรือ มอก. 982-2556 2.7. ปลั๊กพ่วง ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 2432-2555
    2.3 สายไฟฟ้าชนิด NYY ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 11-2559 หรือ มอก. 11 เล่ม 101-2559 2.9 สายไฟฟ้าชนิด IEC01 (THW) ต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. 11-2559 หรือ มอก. 11 เล่ม
    2.19 การติดตั้งระบบไฟฟ้า กําหนดให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทย พ.ศ. 2564 (มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับประเทศไทยโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
    ฉบับล่าสุด
    2.11 วัสดุหรืออุปกรณ์ที่นํามาติดตั้ง ต้องเป็นของใหม่ 100% ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน
  34. ลักษณะทั่วไป
    ผู้รับจ้างต้องดําเนินการติดตั้งระบบเมนไฟฟ้าสําหรับป้อมสําเร็จรูปพร้อมงานระบบตามที่แบบกําหนด
    ทั้งหมด 3 จุด
  35. คุณสมบัติของอุปกรณ์
    4.1 โคมไฟ Flood light ขนาดไม่เกิน 150 วัตต์
    4.1.1 มีค่าอุณหภูมิสีแสงอยู่ในช่วง 6,000 - 6,500 เคลวิน
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง)
    ผู้จัดทําร่างฯ2
    2
    4.1.2 ค่าความส่องสว่างหรือค่าฟลักซ์การส่องสว่างไม่น้อยกว่า 12,000 ลูเมน 4.1.3 มีค่ามาตรฐานการป้องกัน (Ingress Protection) ไม่น้อยกว่า 65
    4.2 Molded Case Circuit Breaker (MCCB) 1P 25AT/100AF (Ic≥15kA)
    4.2.1 กระแสพิกัด (I)
    4.2.2 พิกัดกระแสโครง (AF)
    : 25AT
    : ไม่น้อยกว่า100 AF
    4.2.3. พิกัดการทนกระแสลัดวงจรสูงสุด (IC) 4.2.4 จํานวนโพล
    : ไม่น้อยกว่า 15 kA
    : 1 Pole
    4.3 Molded Case Circuit Breaker (MCCB) 1P 30AT/100AF (Ic≥15kA)
    4.3.1 กระแสพิกัด (I,)
    4.3.2 พิกัดกระแสโครง (AF)
    4.3.3 พิกัดการทนกระแสลัดวงจรสูงสุด (IC)
    4.3.4. จํานวนโพล
    : 30AT
    : ไม่น้อยกว่า100 AF
    : ไม่น้อยกว่า 15 kA
    : 1 Pole
    4.4 Molded Case Circuit Breaker (MCCB) 2P 30AT (Ic≥30kA)
    4.4.1 กระแสพิกัด (In)
    4.4.2 พิกัดกระแสโครง (AF)
    4.4.3, พิกัดการทนกระแสลัดวงจรสูงสุด (IC)
    4.4.4 จํานวนโพล
    4.5 เต้ารับพร้อมสายพ่วง ขนาดไม่น้อยกว่า 8 ช่อง
    4.5.1 วัสดุทํามาจาก Aluminum Alloy
    : 30AT
    : ไม่น้อยกว่า100 AF
    : ไม่น้อยกว่า 30 kA
    : 2 Pole
    4.5.2 มีสวิชต์ เปิด-ปิด, Surge Protection และ Overload Protection
    4.5.3 รองรับกระไฟฟ้าขนาดไม่น้อยกว่า 16A
    4.5.4 สายไฟต่อพ่วงมีความยาวไม่น้อยกว่า 3 เมตร
  36. ความต้องการ
    5.1 งานขุดบ่อพักและแนวท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินผู้ว่าจ้างมีสิทธิย้ายหรือเปลี่ยนแปลงผังหรือแนวก่อสร้างเป็น อย่างอื่นได้ ทั้งนี้เพื่อให้งานก่อสร้างดําเนินไปได้ด้วยดี
    5.2 ท่อร้อยสายเหล็กอาบสังกะสีชนิดกลาง (Intermediate Metal Conduit : IMC) ต้องเป็นท่อเหล็กชนิด หนาผ่านขบวนการชุบสังกะสี หรือ Hot Dip Galvanize มาแล้ว
    5.3 ท่อโลหะอ่อนกันน้ํา (Liquid Tight Flexible Metal Conduit) ต้องเป็นท่อร้อยสายไฟชนิดกันน้ํา และ
    เหมาะสมกับการใช้งาน
    5.4 ท่ออโลหะ HDPE มีแถบคาดส้ม และสามารถรับแรงดันได้ไม่น้อยกว่า PN6
    5.5 กล่องต่อสายต้องเป็นเหล็กอาบสังกะสี หนาไม่น้อยกว่า 1.0 มิลลิเมตร เป็นแบบมีฝาปิด และมีขนาดไม่เล็ก กว่าที่กําหนดไว้ใน National Electrical Code (NEC.)
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง)
    ผู้จัดทําร่างฯ2
    3
    5.5.1 กล่องต่อสายต้องมีกรรมวิธีกันสนิมและป้องกันการบาดสาย
    5.5.2 กล่องต่อสายต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาวะการใช้งานและสภาวะแวดล้อม
    5.6 กล่องดึงสาย (Pull Box) และ อุปกรณ์ Support เช่น นอต สกรู ข้อต่อ และ Clamp เป็นต้น จะต้องทํา จากวัสดุเหล็กชุบป้องกันสนิม และการกัดกร่อนโดยวิธีจุ่มร้อน (Hot Dip Galvanize) หรือใช้วัสดุอื่นที่ดีกว่า
    5.7 กล่องดึงสาย (Pull Box) ที่ติดตั้งภายนอกให้ใช้แบบกันน้ําชนิดโลหะ และมีกรรมวิธีป้องกันน้ําได้ดี โดยที่ฝา ครอบมีขอบยางอัดรอบ หรือ มีค่ากันน้ํากันฝุ่นไม่น้อยกว่า IP54
    5.8 ผู้รับจ้างต้องจัดทํา รหัส สัญลักษณ์ ตลอดจนป้ายชื่อบนวัสดุอุปกรณ์ และ ท่อ ต่างๆ ในระบบที่รับผิดชอบ เพื่อความสะดวกในการตรวจซ่อมบํารุงในภายหลัง ซึ่งต้องจัดทําให้เรียบร้อยสมบูรณ์ก่อนการส่งมอบงาน ทั้งนี้ในกรณีที่ มีการระบุให้ทาสีท่อต่างๆ ด้วยสีที่กําหนดไว้โดยตลอดแนว ให้จัดทํารหัส สัญลักษณ์ไว้ภายในกล่องต่อสาย หรือจุดอื่นๆ ตามที่ผู้ควบคุมงานก้าหนด
    5.9 ก่อนจะกลบร่องท่อในแต่ละช่วงของการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องทําการตรวจสอบท่อตามวิธีการตรวจสอบท่อ เพื่อมิให้มีการอุดตันภายในท่อ หากพบว่ามีการอุดตันหรือไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างต้องรีบดําเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยและ จะต้องได้รับอนุมัติจาก ผู้ว่าจ้างก่อนจึงจะกลบร่องท่อได้
    5.10 ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งวัสดุอุปกรณ์สําหรับป้องกันการลุกลามของไฟ (Fire Barrier) โดยต้องทนไฟได้ไม่ น้อยกว่า 2 ชั่วโมงตามช่องว่างระหว่างสายกับอุปกรณ์ประกอบการติดตั้งสายที่วางทะลุพื้นหรือผนังคอนกรีตบริเวณห้อง
    ไฟฟ้า และทางหนีไฟ
    5.11 บ่อพักคอนกรีต (Hand Hole) เพื่ออํานวยความสะดวกในการดึงสายเมนไฟฟ้า โดยบ่อพักจะต้อง ประกอบด้วยฝาปิดบ่อพักอย่างมิดชิด และเป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนด โดยต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังนี้
    5.11.1 บ่อเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
    5.11.2 ฝาเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือแบบเหล็ก ระบุข้อความ AOT-EE-LV โดยเมื่อติดตั้งแล้วผ่าบ่อ พักต้องเสมอกับพื้น
    5.12 ผู้รับจ้างต้องทดสอบวัดค่าความต้านทานของสายดินและความต้านทานของดินต่อหน้าผู้ว่าจ้างหรือ ตัวแทน ผู้ว่าจ้าง ถ้าความต้านทานสูงกว่าที่กําหนดไว้ ให้ผู้รับจ้างรีบทําการแก้ไขโดยทันที โดยที่ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขอยู่ ในความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
    5.13 ให้ทดสอบค่าความต้านทานของฉนวนสายไฟฟ้า แล้ววัดค่าความต้านทานของฉนวนต้องไม่น้อยกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม ในทุกๆกรณี ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  37. การติดตั้ง
    ตําแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดที่แสดงในแบบไฟฟ้าเป็นเพียงแบบ Typical เท่านั้น ผู้รับจ้างต้องทําการ พื้นที่ติดตั้งจริง พร้อมทั้งจัดทําแบบ Shop Drawing และส่งแคตตาล็อกหรือเอกสารแสดงรายละเอียดของ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะดําเนินการติดตั้ง เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (ผ่านผู้ควบคุมงาน) เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน ดําเนินการติดตั้ง โดยต้องมีการดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ผู้จัดทําร่างฯ2

    4
    i
    6.1 งานติดตั้งสายเมนและอุปกรณ์ประกอบป้อมที่ 1 บริเวณวงเวียนข้างอาคาร บ. วิทยุการบิน (บวท.) (รายละเอียดตามแบบระบบไฟฟ้า เลขที่ สฟฟ.9/68 แผ่นที่ EE-03)
    6.1.1 ติดตั้ง Busbar ใหม่เพิ่มเติม และติดตั้ง Molded Case Circuit Breaker 1Pole ขนาด 30AT/100AF (Ic≥15kA) ที่ตู้ควบคุมไฟถนน (DP-F) บริเวณตรงข้ามกับ Control Post 1
    6.1.2 ติดตั้งสายไฟฟ้าประเภท NYY ขนาด 3x25 ตารางมิลลิเมตร จากตู้ตู้ควบคุมไฟถนน (DP-F) ไปยังป้อมสําเร็จรูป โดยมีรายละเอียดดังนี้
    6.1.2.1 จากตู้ตู้ควบคุมไฟถนน (DP-F) เดินสายไฟภายในท่อ HDPE ขนาด 63 มม. แบบฝังดิน
    6.1.2.2 เมื่อตําแหน่งสายไฟพ้นจากระดับผิวดิน (เช่น บริเวณโคนป้อมหรือจุดเชื่อมต่อ) ให้ทําการ เชื่อมต่อท่อ HDPE กับท่อ IMC ขนาด 2 นิ้ว
    A
    6.1.2.3 ท่อ IMC ใช้สําหรับติดตั้งเหนือพื้นดินเข้าสู่ภายในป้อมสําเร็จรูป และเชื่อมต่อกับตู้ไฟฟ้า ภายในป้อม การเชื่อมต่อระหว่างท่อ HDPE และ IMC ให้ใช้ข้อต่อที่เหมาะสม พร้อมซีลกันน้ําเพื่อป้องกันความชื้นเข้าระบบ 6.1.3 ติดตั้งบ่อพักสาย (Hand Hole) ขนาดภายในบ่อคอนกรีต (กว้างxยาวxสูง) ต้องไม่น้อยกว่า 300x300x150 มม. พร้อมฝาปิด รายละเอียดตามแบบไฟฟ้า
    6.1.4 การเดินท่อฝังดินบริเวณที่ไม่มีรถวิ่งผ่านให้ใช้ท่อ HDPE ขนาด 63 มม. ฝังพื้นดินความลึกไม่น้อยกว่า 0.45 เมตร หรือ กรณีที่มีพื้นผิวจราจรให้ฝังลึกไม่น้อยกว่า 0.6 เมตร โดยบนพื้นดินให้มี Cable Route Marker แสดงให้ ทราบแนวท่อไฟฟ้าใต้ดิน และต้องทําการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพใกล้เคียงกับของเดิม พร้อมปรับระดับผิวให้เรียบเสมอกัน
    และซ่อมแซมให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพเดิม
    6.1.5 ติดตั้งระบบสายดินโดยเชื่อมต่อสาย IEC01 (THW) ขนาด 16 sq.mm. เข้ากับแห่งกราวด์ทองแดงขนาด ไม่น้อยกว่า 4% นิ้ว ยาว 10 ฟุต (Ground Rod) ด้วยวิธีการเชื่อมแบบ Exothermic Welding รอยเชื่อม ต้องเรียบ ไม่มีรอย แตกหรือปั่น และแน่นหนา
    ไม่เกิน 5 โอห์ม
    6.1.5.1 ปิดฝาและกลบจุดติดตั้งให้เรียบร้อย หากฝังดินต้องใช้สารกันสนิมเคลือบรอยเชื่อมก่อน 6.1.5.2 ทดสอบค่าความต้านทานดิน (Earth Resistance Test) ด้วยเครื่อง Earth Tester ต้องได้ค่า
    6.2 งานติดตั้งสายเมนและอุปกรณ์ประกอบป้อมที่ 2 บริเวณข้าง บ.ผลิตไฟฟ้าและน้ําเย็น จํากัด (DCAP) (รายละเอียดตามแบบระบบไฟฟ้า เลขที่ สฟฟ.9/68 แผ่นที่ EE-04)
    6.2.1 ติดตั้ง Molded Case Circuit Breaker 1 Pole ขนาด 30AT/100AF (Ic≥15kA) ที่ตู้ SPP9 บ่อบําบัด น้ําเสีย บริเวณถนนสุวรรณภูมิสาย 2 ขาออก หน้า DCAP
    6.2.2
    2.2 ติดตั้งสายไฟฟ้าประเภท NYY ขนาด 3x25 ตารางมิลลิเมตร จากตู้ SPP9 บ่อบําบัดน้ําเสีย ไปยัง ป้อมสําเร็จรูป โดยมีรายละเอียดดังนี้
    6.2.2.1 จากตู้ SPP9 บ่อบําบัดน้ําเสีย เดินสายไฟภายในท่อ HDPE ขนาด 63 มม. แบบฝังดิน
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ผู้จัดทําร่างฯ2
    5
    6.2.2.2 เมื่อตําแหน่งสายไฟพ้นจากระดับผิวดิน (เช่น บริเวณโคนป้อมหรือจุดเชื่อมต่อ), ให้ทําการ เชื่อมต่อท่อ HDPE กับท่อ IMC ขนาด 2 นิ้ว
    6.2.2.3 ท่อ IMC ใช้สําหรับติดตั้งเหนือพื้นดินเข้าสู่ภายในป้อมสําเร็จรูป และเชื่อมต่อกับตู้ไฟฟ้า ภายในป้อม การเชื่อมต่อระหว่างท่อ HDPE และ IMC ให้ใช้ข้อต่อที่เหมาะสม พร้อมซีลกันน้ําเพื่อป้องกันความชื้นเข้า
    ระบบ
    6.2.3 ติดตั้งบ่อพักสาย (Hand Hole) ขนาดภายในบ่อคอนกรีต (กว้างxยาวxสูง) ต้องไม่น้อยกว่า
    300×300×150 มม. พร้อมฝาปิด รายละเอียดตามแบบไฟฟ้า
    6.2.4 การเดินท่อฝังดินบริเวณที่ไม่มีรถวิ่งผ่านให้ใช้ท่อ HDPE ขนาด 63 มม. ฝังพื้นดินความลึกไม่น้อยกว่า 0.45 เมตร หรือ กรณีที่มีพื้นผิวจราจรให้ฝังลึกไม่น้อยกว่า 0.6 เมตร โดยบนพื้นดินให้มี Cable Route Marker แสดงให้ ทราบแนวท่อไฟฟ้าใต้ดิน และต้องทําการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพใกล้เคียงกับของเดิม พร้อมปรับระดับผิวให้เรียบเสมอกัน
    และซ่อมแซมให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพเดิม
    6.2.4.1 ในกรณีที่ต้องเดินท่อไฟฟ้าใช้ท่อ HDPE (High Density Polyethylene) ขนาดไม่น้อยกว่า 110 มม. ตามมาตรฐาน PN10 หรือเทียบเท่า ผ่านใต้ถนนที่มีการจราจร ให้ใช้วิธีการดันท่อลอดถนน และต้องควบคุม แนวระดับ ความลึกของท่อใต้ผิวถนนควรอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามมาตรฐานการไฟฟ้าและต้องมีการสํารวจแนวสายใต้ ดินเดิม (Utility Survey) ก่อนดําเนินการ พร้อมตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนร้อยสายไฟ
    6.2.5 ติดตั้งระบบสายดินโดยเชื่อมต่อสาย IEC01 (THW) ขนาด 16 sq.mm. เข้ากับแท่งกราวด์ทองแดงขนาด ไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว ยาว 10 ฟุต (Ground Rod) ด้วยวิธีการเชื่อมแบบ Exothermic Welding รอยเชื่อม ต้องเรียบ ไม่มีรอย แตกหรือบิ่น และแน่นหนา
    ไม่เกิน 5 โอห์ม
    6.2.5.1
    ปิดฝาและกลบจุดติดตั้งให้เรียบร้อย หากฝังดินต้องใช้สารกันสนิมเคลือบรอยเชื่อมก่อน 6.2.5.2 ทดสอบค่าความต้านทานดิน (Earth Resistance Test) ด้วยเครื่อง Earth Tester ต้องได้ค่า
    6.3 งานติดตั้งสายเมนและอุปกรณ์ประกอบป้อมที่ 3 บริเวณข้างอาคาร บ.การบินไทย จํากัด (มหาชน) (OPC) (รายละเอียดตามแบบระบบไฟฟ้า เลขที่ สฟฟ.9/68 แผ่นที่ EE-05)
    6.3.1 ติดตั้ง Molded Case Circuit Breaker 1Pole ขนาด 30AT/100AF (Ic≥15kA) ที่ตู้ควบคุมไฟถนน DPM S4 บริเวณถนนสุวรรณภูมิสาย 2 ขาเข้า ใกล้กับอาคาร OPC
    6.3.2 ติดตั้งสายไฟฟ้าประเภท NYY ขนาด 3×25 ตารางมิลลิเมตร จากตู้ควบคุมไฟถนน DPM S4 ไปยัง ป้อมสําเร็จรูป โดยมีรายละเอียดดังนี้
    6.3.2.1 จากตู้ Load Center เดินสายไฟภายในท่อ HDPE ขนาด 63 มม. แบบฝังดิน
    6.3.2.2 เมื่อตําแหน่งสายไฟพ้นจากระดับผิวดิน (เช่น บริเวณโคนป้อมหรือจุดเชื่อมต่อ), ให้ทําการ เชื่อมต่อท่อ HDPE กับท่อ IMC ขนาด 2 นิ้ว
    6.3.2.3 ท่อ IMC ใช้สําหรับติดตั้งเหนือพื้นดินเข้าสู่ภายในป้อมสําเร็จรูป และเชื่อมต่อกับตู้ไฟฟ้า ภายในป้อม การเชื่อมต่อระหว่างท่อ HDPE และ IMC ให้ใช้ข้อต่อที่เหมาะสม พร้อมซีลกันน้ําเพื่อป้องกันความชื้นเข้า
    ระบบ
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง)
    ผู้จัดทําร่างฯ2
    6
    6.3.3 ติดตั้งบ่อพักสาย (Hand Hole) ขนาดภายในบ่อคอนกรีต (กว้างxยาวxสูง) ต้องไม่น้อยกว่า
    300×300x150 มม. พร้อมฝาปิด รายละเอียดตามแบบไฟฟ้า
    6.3.4 การเดินท่อฝังดินบริเวณที่ไม่มีรถวิ่งผ่านให้ใช้ท่อ HDPE ขนาด 63 มม. ฝังพื้นดินความลึกไม่น้อยกว่า 0.45 เมตร หรือ กรณีที่มีพื้นผิวจราจรให้ฝังลึกไม่น้อยกว่า 0.6 เมตร โดยบนพื้นดินให้มี Cable Route Marker แสดงให้ ทราบแนวท่อไฟฟ้าใต้ดิน และต้องทําการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพใกล้เคียงกับของเดิม พร้อมปรับระดับผิวให้เรียบเสมอกัน
    และซ่อมแซมให้มีสภาพใกล้เคียงสภาพเดิม
    6.3.5 ติดตั้งระบบสายดินโดยเชื่อมต่อสาย IEC01 (THW) ขนาด 16 sq.mm. เข้ากับแท่งกราวด์ทองแดงขนาด ไม่น้อยกว่า 4 นิ้ว ยาว 10 ฟุต (Ground Rod) ด้วยวิธีการเชื่อมแบบ Exothermic Welding รอยเชื่อม ต้องเรียบ ไม่มีรอย แตกหรือปั่น และแน่นหนา
    6.3.5.1
    ปิดฝาและกลบจุดติดตั้งให้เรียบร้อย หากฝังดินต้องใช้สารกันสนิมเคลือบรอยเชื่อมก่อน 6.3.5.2
    ทดสอบค่าความต้านทานดิน (Earth Resistance Test) ด้วยเครื่อง Earth Tester ต้องได้ค่า
    6.4 การติดตั้งกล่องต่อสายภายนอกอาคารให้ใช้กล่องต่อสายแบบชุบ Hot-Dip Galvanized ขนาดตามที่ระบุใน
    ไม่เกิน 5 โอห์ม
    แบบไฟฟ้า
    6.5 หลังจากดําเนินการติดตั้งชุดสายเมนไฟฟ้าชุดใหม่แล้วเสร็จ ให้ผู้รับจ้างทําการปรับภูมิทัศน์ตามแนวพื้นที่ งานติดตั้ง ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
    6.6 สายไฟฟ้าทุกเส้นที่ปลายทั้ง 2 ด้าน ต้องมีหมายเลขกํากับ (WIRE MARK) เป็นแบบปลอกสวมยากแก่การ
    ลอกหลุดหาย
    6.7 รหัสสี (Color Code) สําหรับสายไฟแรงต่ํา คือ สีน้ําตาล ดํา เทา ฟ้า และเขียวแถบเหลือง สําหรับเฟส A
    B C N และ G ตามลําดับ
    6.8 จัดทํา Name Plate อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์ สวิตซ์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ พร้อมทําสัญลักษณ์
    อย่างละเอียด และสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
    6.9 อุปกรณ์ประกอบการเดินท่อร้อยสายไฟ ได้แก่ Locknut, Bushing, Box ไฟฟ้า และข้อต่อต่างๆให้ทําจาก เหล็กอาบสังกะสี มีความต่อเนื่องทางไฟฟ้าเป็นอย่างดี และท่ออ่อนให้ใช้ชนิดเหล็กกล้าชุบสังกะสี
    6.10 สายไฟฟ้าที่เดินเข้าในตู้ไฟฟ้าจะต้องจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยใช้ Self-Locking Cable Ties รัดให้ เป็นหมวดหมู่
    6.11 การติดตั้งต้องมีความสวยงามและต้องเหมาะสมเข้ากับสถาปัตยกรรมของพื้นที่นั้น หากต้องทาสี หรือ ดัดแปลงใดๆ เพื่อให้มีความสวยงามและเหมาะสมนั้นผู้รับจ้างจะต้องจัดหาให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด 6.12 ต้องติดตั้งกล่องต่อสาย หรือกล่องพักสาย (Pull box) ที่ระยะทุกๆ ไม่เกิน 50 เมตร จากตู้เมนไฟฟ้า 6.13 ติดตั้งท่อสายไฟฟ้าภายในอาคาร ให้ใช้ท่อโลหะชนิด IMC หรือท่อ RSC และหากมีบางส่วนจําเป็นต้องใช้ ท่อโลหะอ่อนกันน้ําได้แต่ความยาวในช่วงที่ใช้ ไม่ควรเกิน 1 เมตร
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์) ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ผู้จัดทําร่างฯ2
    7
    6.14 การดัดมุมให้ท่อร้อยสายไฟ ต้องกระทําด้วย Standard Bender มุมดัดทั้งหมด ต้องปราศจากรอยฟัน หรือทําให้ท่อแบนการดัดท่อร้อยสายไฟจะต้องไม่ทําให้พื้นที่หน้าตัดภายในมีขนาดเล็กลง
    6.15 การร้อยสายไฟภายในท่อร้อยสายไฟ ห้ามใช้น้ํามันหล่อลื่นใดๆ ยกเว้นสารผสมที่ผลิตขึ้น เพื่อหล่อลื่น สําหรับการลากสายไฟเท่านั้น
    6.16 สายไฟต้องเดินในท่อร้อยสายไฟทั้งหมด ซึ่งจะต้องไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดปรากฏให้เห็นภายนอก
    6.17 การต่อสายไฟให้ต่อในกล่องต่อสายไฟ
    หรือโคมไฟเท่านั้นห้ามผู้รับจ้างตัดต่อสายไฟภายในท่อร้อยสายไฟฟ้า 6.18 ให้ผู้รับจ้างติดตั้ง Cable Marker ที่สายไฟแต่ละเส้นของแต่ละวงจรด้วยให้ชัดเจนด้วยวัสดุที่ทนทานต่อ น้ําหรือความชื้น
    6.19 กําหนดให้ทําสัญลักษณ์ที่ฝากล่องต่อสายไฟ พร้อมทําแถบรหัสสีที่ท่อร้อยสายไฟโดยกําหนดให้วงจรไฟฟ้า 6.20 ในกรณีที่ไม่สามารถติดตั้งสายไฟฟ้าได้ตามแบบที่กําหนด ให้เสนอแผนการติดตั้งใหม่ แล้วเสนอต่อ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยประสานผ่านผู้ควบคุมงานของทอท. โดยจะต้องให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติ ก่อน ดําเนินการติดตั้งแผนใหม่
    6.21 หลังจากติดตั้งระบบไฟฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องมีการทดสอบการทํางานของอุปกรณ์ไฟฟ้า ตรวจสอบค่า ทางไฟฟ้า ให้ทดสอบค่าความต้านทานของฉนวนสายไฟฟ้า สําหรับวงจร ของทุกพื้นที่ที่ทําการติดตั้งใหม่ โดยมีผู้ควบคุม งาน เป็นผู้ร่วมทดสอบ พร้อมจัดทํารายงานผลการทดสอบ (Check List) แนบมาให้ด้วย
    6.22 ประสานกับฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกลเรื่องการใช้ไฟฟ้าในระหว่างการก่อสร้าง (ถ้ามี) โดยค่าใช้จ่ายเป็นไป ตามอัตราค่าภาระของ ทอท.
  38. การทดสอบ
    7.1 ผู้รับจ้างต้องทําการทดสอบระบบไฟฟ้าและระบบตามหลักวิชาการและมาตรฐาน เพื่อแสดงให้เห็นว่างานที่ ทําถูกต้องตามแบบและข้อกําหนดทุกประการ โดยมีเจ้าหน้าที่ของ ทอท. ร่วมในการทดสอบด้วย
    7.2 การทดสอบ และขณะทําการทดสอบต้องมีเจ้าหน้าที่ของ ทอท. เข้าร่วมทดสอบด้วย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ เกิดขึ้นจากการทดสอบเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างทั้งหมด
  39. เงื่อนไขที่ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ
    8.1 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารตามรายการดังต่อไปนี้ จํานวนอย่างละ 1 ชุด เพื่อเสนอขออนุมัติต่อคณะ
    กรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดําเนินการ
    8.1.1 Shop Drawing ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า
    8.1.2 สําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลัง อย่างน้อยระดับภาคี ของวิศวกรไฟฟ้าซึ่งเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าของสัญญา
    8.2 ในกรณีที่มีการทํางานเกี่ยวกับไฟฟ้าในอาคาร ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการโดยช่างไฟฟ้าที่ได้รับหนังสือ รับรองความรู้ความสามารถตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมพัฒนาฝีมือแรงงาน
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์) ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ผู้จัดทําร่างฯ2
    8
    8.3 ผู้รับจ้างต้องเข้าใจในข้อกําหนดรายละเอียด ตลอดจนปัญหาข้อขัดแย้ง หรือไม่ชัดเจนต่างๆ ให้ถูกต้อง เสียก่อน เนื่องจากแบบต่างๆ ที่แสดงเป็นแนวทางโดยประมาณเท่านั้น ให้ผู้รับจ้างตรวจสอบจากสถานที่จริง และ หรือ ตรวจสอบจากบริษัทผู้ผลิตรวมทั้งมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก่อนการดําเนินการ เมื่อผู้รับจ้าง เริ่มดําเนินงานแล้วเกิดมี ปัญหาจากข้อขัดแย้งหรือไม่ชัดเจนก็ตามแต่เป็นสิ่งที่จําเป็นจะต้องมีตามมาตรฐานหรือหลักเทคนิค ผู้รับจ้างจะต้องทํา ทุกอย่างให้ถูกต้อง เต็มที่และจะไม่เรียกร้องระยะเวลาดําเนินการตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น
    8.4 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง หากทําให้อาคาร หรือทรัพย์สินข้างเคียงของ ทอท. หรือที่อยู่ในความ รับผิดชอบของ ทอท. เกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว และจัดทําหรือหามาให้ใหม่ เหมือนของเดิม รวมทั้งผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบผลที่เกิดจากอุบัติเหตุขณะปฏิบัติงานทั้งกับอุปกรณ์ สถานที่และเจ้าหน้าที่
    โดยผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องระยะเวลาดําเนินการตลอดจนค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
    ผู้ปฏิบัติงาน
    8.5 ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนการดําเนินงานอย่างสม่ําเสมอและต่อเนื่องหากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุของ ทอท. เห็นว่าผู้รับจ้างเร่งรัดงานจนอาจเกิดความเสียหายแล้ว คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิ์ยับยั้ง และให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหลักการช่างที่ดี ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างในการ ขอต่ออายุสัญญา และ/หรือ เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ซื้อมิได้
    8.6 ผู้รับจ้างต้องป้องกันมิให้ ทอท. ต้องรับผิดชอบในบรรดาสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าใช้จ่ายหรือราคารวม ตลอดจนถึงการเรียกร้องโดยบุคคลที่สาม อันเกิดจากความผิดพลาดหรือการละเว้นไม่กระทําการของผู้รับจ้าง หรือ
    ลูกจ้างของผู้รับจ้าง
    8.7 การกระทําใดๆ ของผู้รับจ้างหรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง หากมีผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัยหรือการ ให้บริการต่อผู้ใช้บริการ หรือทําให้ ทอท. เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ ทอท. มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันที รวมทั้ง เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง
    8.8 ผู้รับจ้างต้องมีวิศวกรไฟฟ้าซึ่งมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้ากําลังซึ่ง จะต้องควบคุมและประสานงานในการทํางานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าตลอดระยะเวลาของสัญญา โดยวิศวกรไฟฟ้าของ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามคําแนะนําที่ผู้ควบคุมงานหรือผู้ช่วยผู้ควบคุมงานของ ทอท. แนะนํา
    8.8.1 ในระหว่างการดําเนินงานการดับกระแสไฟฟ้าจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติงานของ ทอท. และในการตัดหรือต่อกระแสไฟฟ้า ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วันทําการ และต้องได้รับอนุมัติ จาก ทอท. ก่อนทุกครั้ง
    8.8.2 ในระหว่างการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และวัสดุสิ้นเปลือง ต่างๆในการเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าชั่วคราว เช่น ค่าใช้จ่ายงานเดินเมนไฟฟ้าพร้อมตู้มิเตอร์ไฟฟ้า หรือติดตั้งไฟฟ้าแสง สว่างชั่วคราว สําหรับใช้ในการทํางาน ตามระเบียบอัตราค่าภาระของ ทอท. โดยประสานงานผ่านผู้ควบคุมงานของ ทอท. เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
    8.9 ในกรณีที่ผู้รับจ้าง มีความประสงค์จะขอเข้าทํางานในช่วงเวลานอกเวลาทําการ ผู้รับจ้าง ต้องทําหนังสือขอ อนุญาตเสนอต่อประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องรับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. ที่ปฏิบัติงานในช่วงเวลาดังกล่าวในอัตราตามข้อบังคับของ ทอท.
    }
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    ผู้จัดทําร่างฯ1
    Isme
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ผู้จัดทําร่างฯ2
    9
    ยกเว้นในกรณีที่การทํางานของผู้รับจ้างในช่วงเวลานอกเวลาทําการมีเหตุเกิดจาก ทอท. เช่น ไม่สามารถ
    ให้ผู้รับจ้าง เข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในเวลาทําการได้ หรือมีเหตุสุดวิสัยให้ผู้รับจ้างต้องหยุดการดําเนินงานในบางช่วงเวลา ทอท. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. เอง ผู้รับจ้างจะต้องรักษาความสะอาดบริเวณพื้นที่ ปฏิบัติงานและบริเวณข้างเคียงให้สะอาดตลอดเวลาระหว่างดําเนินงาน
    8.10 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ที่ใช้ในการดําเนินงานตลอด ระยะเวลาของสัญญา
    8.11 หากผู้รับจ้างมีความจําเป็นต้องทํางานในเวลากลางคืน ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมแสงสว่างให้เพียงพอต่อ
    การดําเนินงาน
    8.12 อุปกรณ์ และ/หรือ งานอื่นใดที่มิได้กําหนดในแบบ และรายการละเอียด แต่จะต้องเพิ่มเติมเพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการให้สมบูรณ์โดยความรับผิดชอบของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    8.13 วัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการอนุมัติแล้ว มิได้หมายความว่าเป็นการพ้นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง หากตรวจ พบข้อผิดพลาดในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องดําเนินการแก้ไขใหม่ให้ถูกต้อง
    8.14 วัสดุและอุปกรณ์ซึ่งเสียหายในระหว่างการขนส่ง การติดตั้ง หรือการทดสอบ ต้องดําเนินการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนให้ใหม่ ตามสภาพและความเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง
    8.15 ถ้าผู้ว่าจ้างเห็นว่าวัสดุ และอุปกรณ์ที่นํามาใช้มีคุณสมบัติไม่ดีเท่าที่แสดงไว้ในแบบ และระบุไว้ใน ข้อก้าหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่ไม่ยอมให้นํามาใช้งานนี้ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างมีความเห็นว่า ควรส่งให้สถาบันที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือ ทําการทดสอบคุณสมบัติ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อกําหนดความต้องการของผู้ว่าจ้างก่อนที่จะอนุมัติให้นํามาใช้ได้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดําเนินการให้โดยทันที และต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
    8.16 วัสดุและอุปกรณ์ที่จําเป็นในการช่วยทําให้งานไฟฟ้าใช้งานได้ดีตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง ถึงมิได้แสดง ไว้ในแบบและระบุในข้อกําหนดก็ตามแต่หากเป็นหลักปฏิบัติทั่วไปทางด้านวิชาชีพวิศวกรรมก็เป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างต้อง
    จัดหามาติดตั้ง โดยการพิจารณาเห็นชอบของผู้ว่าจ้าง
    8.17 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีช่องทางเข้าถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยมีขนาดที่เหมาะสม เพื่อความสะดวก สําหรับการขนส่ง และการซ่อมแซมบํารุงรักษา
    8.18. ถ้างานไฟฟ้าส่วนหนึ่งส่วนใดที่ผู้รับจ้างกําลังติดตั้ง หรือติดตั้งเสร็จแล้วก็ดี ผิดไป หรือใช้วัสดุอุปกรณ์ไม่ ตรงกับรายการที่กําหนดไว้ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิ์ในการสั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานเป็นการชั่วคราว และต้องทําการแก้ไขให้ ถูกต้องทันที แต่ความล่าช้าอันเนื่องมาจากเหตุดังกล่าว ผู้รับจ้างจะถือเป็นเหตุขอยึดวันทําการออกไป หรือกล่าวอ้าง เป็นข้อแก้ตัวต่อการแล้วเสร็จสมบูรณ์ของงานทั้งหมดไม่ได้
    8.19 ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์ของผู้รับจ้าง มีลักษณะสมบัติอันเป็นเหตุให้วัสดุ และอุปกรณ์ที่ผู้ออกแบบกําหนดไว้ เกิดความไม่เหมาะสม หรือทํางานไม่ถูกต้อง ผู้รับจ้างต้องไม่เพิกเฉย ละเลยที่จะแจ้งขอความเห็นชอบจากผู้ออกแบบ ใน การแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง โดยชี้แจงแสดงหลักฐานจากบริษัทผู้ผลิต หรือมาตรฐาน มิฉะนั้น ผู้รับจ้างต้องเป็น
    ผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแต่เพียงผู้เดียว
    8.20 ผู้รับจ้างต้องทําการทดสอบระบบไฟฟ้า และระบบ ตามหลักวิชาการและมาตรฐาน เพื่อแสดงให้เห็นว่า งานที่ทําถูกต้องตามแบบและข้อกําหนดทุกประการ โดยมีผู้แทนของผู้ว่าจ้างร่วมในการทดสอบด้วย
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์) ผู้จัดทําร่างฯ1
    (นายนวพล เผือกผ่อง)
    ผู้จัดทําร่างฯ2
    10
  40. การรับประกัน
    9.1 ผู้รับจ้างต้องรับประกันคุณภาพในสภาพใช้งานปกติ หากเกิดชํารุดบกพร่องหรือเสียหายจากงานนี้เป็น ระยะเวลา 365 วัน โดยแนบใบรับประกันผลงานในวันส่งมอบงาน
    (นายพิเชษฐ์ โรจนพรเศรษฐ์)
    วิศวกรอาวุโส 6 ส่วนบริการไฟฟ้า ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    (นายนวพล เผือกผ่อง) ช่างเทคนิคอาวุโส 5 ส่วนบริการไฟฟ้า
    ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล
    ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
    รายละเอียดและข้อกําหนดวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบสุขาภิบาล งานงานจัดซื้อจัดจ้างทําป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ทสภ. จํานวน 3 ป้อม
  41. ข้อกําหนดการปฏิบัติงานวัสดุและอุปกรณ์ต่าง ๆ ระบบสุขาภิบาล
    ฝีมืองาน ต้องใช้ช่างซึ่งชํานาญงานโดยเฉพาะในแต่ละประเภทที่มาปฏิบัติงานติดตั้งระบบท่อ และอุปกรณ์ ประกอบ และต้องควบคุมการทํางานของช่างเหล่านั้นให้ดําเนินไปโดยชอบด้วยหลัก ปฏิบัติดังต่อไปนี้
    1.1 การตัดท่อแต่ละท่อ ต้องให้ได้ระยะพอดีตามที่ใช้งาน ณ จุด นั้น ๆ ซึ่งเมื่อต่อท่อบรรจบกัน แล้ว ต้องได้ แนวท่อที่สม่ําเสมอไม่คดและคลาดเคลื่อนจากแนวไป
    1.2 การติดตั้งท่อ ต้องวางในลักษณะที่เมื่อเกิดการหดตัว หรือขยายตัวของท่อเนื่องจากการ เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิแล้วไม่ทําให้เกิดการเสียหายขึ้นแก่ตัวท่อนั้นเอง หรือแก่สิ่งใกล้เคียง ระบบท่อที่มีการขยายตัวและหดตัว มากต้องจัดให้มี EXPANSION LOOP หรือ EXPANSION JOINT ในที่จําเป็นและเหมาะสมด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ กําหนดไว้ในแบบ แปลนก็ตาม
    1.3 การตัดท่อ ให้ใช้เครื่องสําหรับตัดท่อโดยเฉพาะ และต้องคว้านปากท่อ ขูดเศษท่อที่ยังติดค้าง อยู่ปาก ท่อออกเสียให้หมด หากทําเกลียวต้องใช้เครื่องมือทําเกลียวที่มีฟันคม เพื่อให้ฟัน เกลียวเรียบและได้ขนาดตาม
    มาตรฐาน
    1.4 ทันทีที่ต้องเปลี่ยนแนวหรือทิศทางของท่อ ให้ใช้ข้อต่อตามความเหมาะสม (ข้อต่อ หมายถึง ข้อโค้ง ข้อ งอ สามทาง ฯลฯ) เป็นต้น และหากมีการเปลี่ยนแปลงขนาดท่อ ณ จุดใดให้ใช้ข้อลดเท่านั้น
    1.5 ลักษณะการเดินท่อ การติดตั้งท่อต้องกระทําด้วยความประณีต ปรากฏความเป็นระเบียบเรียบร้อย แก่สายตา การเลี้ยว การหักมุม การเปลี่ยนแนวระดับ ต้องใช้ข้อต่อที่เหมาะสมให้กลมกลืนกับ ลักษณะรูปร่างของ อาคารในส่วนนั้น ๆ ซึ่งแนวเดินท่อต้องให้ขนานหรือตั้งฉากกับอาคารเสมอ อย่าให้ เอนหรือเอียงจากแนวอาคาร หากที่ใดต้องแขวนท่อจากเพดานหรือจากโครงสร้างเหนือศีรษะและ มิได้กําหนดตําแหน่งที่แน่นอนไว้ในแบบแล้ว ต้องแขวนท่อนั้น ๆ ให้แนบชิดข้างบนให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ ทั้งนี้เพื่อมิให้ท่อนั้นเป็นสิ่งที่กีดขวางแก่สิ่งที่ติดตั้งที่ เพดาน หรือเหนือศีรษะ เช่นโคมไฟ ท่อลม ฯลฯ เป็นต้น ต้องสํารวจตรวจสอบแนวระดับท่อของระบบต่างๆ ให้ แน่นอนเสียก่อนดําเนินการติดตั้งระบบท่อ ระบบใดระบบหนึ่ง เพื่อมิให้ท่อเหล่านั้นกีดขวางกัน
    1.6 การวางตําแหน่งของส่วนประกอบการเดินท่อ วัสดุ อุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบท่อ เช่น วาล์วน้ํา มาตรวัดน้ํา เกจวัดแรงดัน ฯลฯ เป็นต้น ต้องวางให้อยู่ในตําแหน่งที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปกติ และ สามารถถอดซ่อมบํารุงรักษาหรือเปลี่ยนใหม่ได้โดยง่าย
    1.7 ข้อห้ามมิให้มีการต่อท่อร่วม การต่อบรรจบท่อกันระหว่างระบบท่อน้ําที่ใช้ในการบริโภคกับระบบท่อ โสโครกและท่อน้ําทิ้งเป็นอันขาด หากแนวของท่อน้ําที่ใช้ในการบริโภคต้องเดินขนาน หรือตัดกับแนวท่อโสโครก หรือท่อระบายน้ําทิ้งแล้ว แนวที่ขนานหรือตัดกันนั้น โดยต้องต่อท่อน้ําที่ใช้ในการบริโภคต้องอยู่เหนือท่อโสโครก หรือท่อระบายน้ําที่ทิ้งเป็นระยะไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร (12 นิ้ว )
    1.8 ปลายทางของท่อน้ําและท่อระบายน้ํา หากในแผนผังปรากฏว่ามีท่อน้ําหรือท่อระบายน้ําแสดงไว้ สําหรับต่อเติม ขยายออกไปในอนาคตแล้ว จะต้องต่อท่อเหล่านี้ออกไปให้พ้นจากตัวอาคารไม่น้อย กว่า 1.50 เมตร
    Why
    แล้วใช้ปลั๊กอุดหรือฝาครอบเกลียวปิดไว้ และหากจําเป็นจะต้องกลบดินในระยะนี้ เสียก่อน ก็อาจจะทําโดยตอกหลัก และติดป้ายแสดงตําแหน่งปลายท่อเหล่านี้ไว้
    1.9 การป้องกันการชํารุดบุบสลายระหว่างการติดตั้ง ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้
    1.9.1 ปลายท่อทุกปลายให้ใช้ปลั๊กอุดหรือฝาครอบเกลียวครอบไว้ หากต้องละจากงานต่อท่อใน ส่วน นั้นไปชั่วคราว
    1.9.2 เครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ให้หุ้มหรือคลุมกันไว้เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแตกหัก บุบสลาย 1.9.3 วาล์วน้ํา ข้อต่อและส่วนประกอบอื่น ๆ สําหรับการติดตั้งท่อ ให้ตรวจดูภายในและทําความ สะอาดภายในให้ทั่วถึงก่อนนํามาประกอบติดตั้ง
    1.9.4 เมื่อได้ทําการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์และต้องตรวจดูความเรียบร้อยและทําความสะอาดเครื่อง สุขภัณฑ์เหล่านี้อย่างทั่วถึง เพื่อส่งมอบงานให้แก่เจ้าของโครงการในสภาพที่ปราศจาก ตําหนิ และ
    ข้อบกพร่องและใช้การได้ตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของโครงการเป็นอย่างดี
    1.10 การแขวนโยงท่อและยึดท่อ ท่อที่เดินภายในอาคารและไม่ได้ฝัง ต้องแขวนโยงหรือยึดติดไว้กับ โครงสร้างของอาคารอย่างมั่นคงแข็งแรง อย่าให้โยกคลอนแกว่งไกวได้ การแขวนโยงท่อที่เดิน ตามแนวราบ ให้ใช้ เหล็กรัดท่อตามขนาดท่อรัดไว้ และที่แขวน ที่รับ หรือ ที่หยุดท่อซึ่งทําขึ้นนี้ ต้องเป็นชนิดที่ทําขึ้นเพื่อการนี้ โดยเฉพาะเพื่อการแขวน การรับ การยึดท่อ เท่านั้น ห้ามมิให้นําวัสดุ มาดัดแปลงต่อกันเข้าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะ หน้าเป็นอันขาด ที่แขวน รองรับ ต้องติดตั้งให้มีระยะห่างตามมาตราฐาน ถ้าใช้ที่รองรับฝังไว้ กับคอนกรีตและต้อง ผูกติดกับเหล็กเสริมคอนกรีตอย่างมั่นคงหรืออาจใช้ RAW PLUG แทนก็ได้ หากมีท่อหลายท่อเดินตามแนวราบ ขนานกันเป็นแพ จะใช้สาแหรกแขวนรับไว้ทั้งชุดแทนการใช้ เหล็กรัดท่อแขวนแต่ละท่อก็ได้ ต้องจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ ประโยชน์ได้เท่ากันมาใช้แทน ห้ามแขวน ท่อด้วยโซ่ ลวด เชือก หรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะไม่มั่นคงแข็งแรง อุปกรณ์ การยึดและแขวนท่อ ภายในอาคารทําด้วยเหล็กทาสี ภายนอกอาคารหรือฝังดินทําด้วยเหล็กชุบ GALVANIZED แล้ว ท่อที่ติดตั้งในแนวดิ่งหรือแนวตั้ง และท่อแนวราบหรือแนวระดับ ให้ยึดแขวนตามระยะและ ขนาดเหล็กที่ระบุตามใน ตารางแสดงการยึดแขวนท่อ สําหรับการติดตั้งระบบท่อต่าง ๆ
    ตารางแสดงการยึดแซวนก่อ
    ขนาดท่อ นิ้ว
    (นว)
    มนาตของ
    เหล็กเส้น

    ระยะห่างระหว่างจุดยึดแขวน ( เมตร)
    via PB/PE/HDPE/CI
    แนวภาย
    แนวดิ่ง
    ทุก ราย ทุกๆ ชั้น
    via GSP
    ท่อ PVC
    เ มม. )
    1หาร 8
    แนวดิ่ง
    แนวราบ
    แนวดิ่ง
    0
    2.0
    2.4
    0.9
    1.2
    34
    9
    2.4
    3.0
    1.0
    1.2
    10 เมตร
    มองอาคาร

    9
    2.4
    3.0
    1.0
    1.2

    หรือทุก
    11/2

    2.4
    3.0
    1.2
    1.8
    ช่วงพ่อต่อ
    หรือทุกข์อ
    1
    Q
    3.0
    3.6
    1.3
    1.8
    2
    3.0
    3.6
    1.5
    1.8
    2
    12
    3.0
    4.5
    1.8
    2.4
    3
    12
    3.6
    4.5
    2.0
    2.4

15
4.0
4.6
2.4
2.4
5
15
4.8
4.5
2.4
3.0
6
15
4.8
4.5
2.4
3.0
ติ
25
6.0
4.8
3.0
3.6
10
25
6.0
4.8
12
25
6.0
4.8
Why

C
1.10.1 ท่อในแนวดิ่งจะต้องเพิ่มการยึดตรงฐานของท่อบริเวณหักเลี้ยวทุกท่อด้วย
1.10.2 ท่อทุกชนิดที่วางฝังดิน ต้องวางอยู่บนดินที่อัดแน่นตลอดแนวความยาวของท่อและเมื่อกลบ ดิน ต้องอัดดินให้แน่น โดยการบดอัดดินเป็นชั้น ๆ และทําการป้องกันท่อพร้อมทั้งสัญลักษณ์ แสดงแนวท่อตลอดแนว
การฝัง
1.11 การติดตั้ง SHOCK ABSORBERS ใช้สําหรับป้องกันการกระแทกของน้ําในระบบซึ่งอาจทําความ เสียหายแก่อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ติดตั้งอยู่หลังประตูน้ําของท่อแยกเข้าห้องน้ําแต่ละห้อง ทั้งนี้ไม่ว่าจะแสดงไว้ในแบบ หรือไม่ก็ตาม AIR CHAMBERS จะต้องถูกติดตั้งไว้ที่ปลายสุดของท่อแยกที่จ่ายให้กับเครื่องสุขภัณฑ์ ทั้ง น้ําร้อนและ น้ําเย็นทั้งนี้ไม่ว่าจะแสดงไว้ในแบบหรือไม่ก็ตาม AIR CHAMBER ต้องมีขนาดไม่ เล็กกว่าท่อที่แยกไปเข้าเครื่อง สุขภัณฑ์นั้น ๆ และต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 20 มม.
1.12 การติดตั้งช่องทําความสะอาดท่อ (CLEANOUT, FLOOR CLEANOUT, SIDE CLEANOUT) ผู้รับจ้าง จะต้องทําการติดตั้งช่องทําความสะอาดสําหรับท่อส้วมหรือท่อระบายน้ําตามจุดต่าง ๆ และขนาดต่าง ๆ ดังนี้
1.12.1 ทุก ๆ ระยะ 15 เมตรสําหรับท่อส้วมหรือท่อน้ําทิ้งในแนวนอนที่มีขนาด 100 มม. หรือเล็กกว่า และติดตั้งทุก ๆ ระยะ 30 เมตร สําหรับท่อส้วมหรือท่อน้ําทิ้งในแนวนอนที่มีขนาดใหญ่กว่า 100 มม. ขึ้นไป
1.12.2 ในกรณีที่ท่อโสโครกหรือท่อน้ําทิ้ง เปลี่ยนทิศทางเกินกว่า 45 องศา
อาคาร
1.12.3 ติดตั้งช่องทําความสะอาดสําหรับท่อแนวตั้งทุก ๆ 3 ชั้น
1.12.4 ที่ฐานของท่อส้วม หรือท่อน้ําทิ้งในแนวตั้ง
1.12.5 ส่วนที่ใกล้กับส่วนที่ต่อระหว่างท่อส้วม ท่อน้ําทิ้งในอาคาร กับท่อระบายอากาศภายนอก
1.12.6 ท่อส้วมหรือท่อน้ําทิ้งที่ฝังดิน ต้องมีช่องทําความสะอาด (SERVICE CLEANOUT OR FLOOR CLEANOUT) ต่อขึ้นมาจนถึงระดับพื้นดิน
1.12.7 ช่องทําความสะอาดต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับท่อส้วมหรือท่อน้ําทิ้ง 1.12.8 การติดตั้งท่อระบายอากาศ
1.13 ท่อระบายอากาศจากท่อโสโครกนั้น ต้องต่อท่อให้ออกสู่ภายนอกอาคารเสมอ เว้นไว้แต่จะปรากฏ ใน แบบเป็นอย่างอื่น
1.13.1 หากมีท่อระบายอากาศจากท่อโสโครกมากกว่าท่อเดี่ยว ให้ต่อท่อเหล่านั้นรวมเป็นท่อ เดียวกันแล้วต่อท่อให้สูงพ้นระดับหลังคาอาคาร
เดียวกันได้
1.13.2 ท่อระบายอากาศที่ติดตั้งในแนวตั้งเหนือเครื่องสุขภัณฑ์ทั้งหลาย อาจต่อรวมเข้าเป็นท่อ
1.13.3 ท่อรับน้ําโสโครกซึ่งรับจากเครื่องสุขภัณฑ์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป จะต้องต่อท่อระบายอากาศ ออก ทางปลายข้างหนึ่งของท่อ เว้นไว้แต่จะปรากฏว่าเครื่องสุขภัณฑ์แต่ละเครื่องมีท่อระบายอากาศของ ตนเองแล้ว
1.13.4 การต่อท่ออากาศเข้ากับท่อระบายอากาศที่วางตามแนวนอนนั้น ให้ต่อที่ด้านบนของท่อ
ระบายอากาศนั้น ๆ
Why
1.13.5 ส่วนปลายล่างของท่ออากาศนั้น ให้ต่อในลักษณะที่ว่า หากเกิดสนิมหรือคราบเกาะติดข้างใน ท่อแล้ว จะถูกน้ําชะไหลออกไปทางท่อระบายใด ๆ
1.13.6 ในกรณีที่ท่อระบายอากาศจําเป็นต้องต่อทะลุหลังคา จะต้องติดตั้งให้ปลายท่อบนอยู่สูงกว่า หลังคา ขึ้นไปเป็นระยะไม่น้อยกว่า 150 มม.
1.14 การทาสีและรหัสป้ายชื่อ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1.14.1 การทาสีต้องทําตามคําแนะนําของผู้ผลิตโดยเคร่งครัด
1.14.2 สีทุกชนิดที่ใช้ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อน จึงนํามาใช้ในโครงการได้ 1.14.3 ก่อนทาสี ต้องทําความสะอาดผิวงานให้เรียบร้อยไม่ให้มีสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่ผิวงานที่ เปรอะเปื้อนไขมันหรือน้ํามัน ต้องชําระล้างออกด้วยสารละลายและเช็ดออกให้หมด
1.14.4 การทาสีรองพื้น (PRIMMING) ต้องทาทับทันทีหลังจากทําความสะอาดผิวงานเสร็จเรียบร้อย เพื่อ ป้องกันการเกิดสนิม
1.14.5 ผู้รับจ้างต้องหาวิธีการป้องกันไม่ให้สีที่ทาหยดลงพื้น ผนัง และอุปกรณ์ใกล้เคียงอื่น สีทาที่
หยด หรือเปื้อนต้องรีบเช็ดออกและทําความสะอาดโดยทันที

1.14.6 ตัวอักษร ลูกศรแสดงทิศทางการไหลและแถบสี ต้องติดเป็นช่วง ๆ ไม่เกินช่วงละ 6 เมตรและ อยู่ในตําแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนและใกล้ช่องเปิดบริการบนฝ้าเพดานหรือผนัง
1.14.7 ท่อ จะต้องทาสี พร้อมตัวอักษร และลูกศร แสดงชนิดท่อ และ ทิศทางการไหล
1.14.8 รหัสป้ายชื่อ เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องจัดตามรายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่
แสดงใน แบบ อาจใช้วิธีเขียน พ่นสีหรือทําเป็นแผ่น LAMINATE PLASTIC ตามคําแนะนําของผู้คุมงาน ส่วนแผง ไฟฟ้าทําด้วย LAMINATE PLASTIC ขนาดตัวอักษรและป้ายชื่อให้พิจารณาตามความเหมาะสม และความเห็นชอบ ของผู้ควบคุมงาน
1.14.9 ป้ายประจําเครื่อง (NAME PLATE) อุปกรณ์ที่มีป้ายชื่อติดประกอบมาจากโรงงานผู้ผลิต จะต้องลงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้ผลิต รุ่น หมายเลขและ ELECTRICAL CHARACTERISTIC เป็นต้น
Why
ข้อกําหนดและรายละเอียดของวัสดุและอุปกรณ์

  1. ท่อพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R)และข้อต่อท่อ พร้อมอุปกรณ์ประกอบสําหรับใช้เป็นท่อประปา ภายในอาคาร
    1.1 ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ท่อพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R) และข้อต่อท่อ พร้อมอุปกรณ์ ประกอบสําหรับใช้เป็นท่อประปาภายในอาคาร แรงงานและเครื่องมือในการติดตั้งระบบท่อประปาที่ระบุไว้ในแบบ และ/หรือรายการประกอบแบบ โดยกําหนดให้ใช้ท่อพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R) PN10 เป็นท่อ น้ําประปา พร้อมติดตั้งให้ถูกต้องตามแบบและ/หรือรายการประกอบแบบระบบสุขาภิบาล ที่แสดงในแบบก่อสร้าง ระบบสุขาภิบาล
    1.2 มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
    1.2.1 มาตรฐาน DIN 8077 - 8078 1.2.2 มาตรฐาน ISO 9001 - 2008
    1.3 คุณสมบัติของท่อ PP-R และ Fitting
    1.3.1 ท่อพอลิโพรพิลีน แรนดอม โคพอลิเมอร์ (PP-R) และ Fitting จะต้องผลิตโดยจะต้องมีการอ้างอิง ตามมาตรฐาน DIN 8077 – 8078 “POLYPROPYLENE (PP) PIPE DIMENSIONS AND TYPE 1, 2 AND 3 POLYPROPYLENE (PP) PIPES GENERAL QUALITY REQUIREMENTS AND TESTING” โดยโรงงานผู้ผลิต 1.3.2 บริษัทผู้จัดจําหน่ายหรือตัวแทนจะต้องได้รับรองตามมาตรฐาน ISO 9001-2015
    1.3.3 องค์ประกอบของระบบท่อน้ําที่นํามาใช้จะต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพของท่อ และข้อต่อท่อจาก WRAS ใบอนุมัติผลทดสอบและวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นกับน้ําของท่อและข้อต่อ ว่าสามารถใช้กับน้ําเพื่อการบริโภคได้ โดยไม่มีสารเคลือบและสารประกอบท่อและข้อต่อปนเปื้อนมากับน้ําที่ไหลผ่านท่อ
    1.3.4 พัสดุที่นํามาส่งต้องเป็นของใหม่ 100% ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    1.4 เอกสารเพื่อการอนุมัติ
    1.4.1 ให้ผู้รับจ้างจัดส่ง Catalogue ของท่อ (PP-R) และข้อต่อ (Fitting) ที่จะนํามาใช้จะต้องมี รายละเอียดของโรงงานที่ผลิต ซึ่งจะต้องใช้ท่อและข้อต่อที่มาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน ทั้งนี้ช่างที่ทําการติดตั้งท่อ จะต้องผ่านการฝึกอบรมจากบริษัทผู้จัดจําหน่าย และมีหนังสือรับรองผ่านการฝึกอบรมจากบริษัทผู้จัดจําหน่าย
    1.4.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอแบบ Shop Drawing แสดงรายละเอียดการก่อสร้าง แนว และระดับท่อ รวมทั้ง แสดงรูปแบบการต่อเชื่อมระหว่างท่อกับอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ตามมาตรฐานผู้ผลิต
    1.5 วิธีการต่อท่อประกอบท่อและการติดตั้งท่อ

    1.5.1 สําหรับท่อน้ําประปาและท่อน้ําดื่มภายในอาคาร จะต้องใช้ท่อพีพีอาร์ (POLYPROPYLENE RANDOM COPOLYMER) PP-R (80) ชั้น PN10 แรงดันใช้งาน (WORKING PRESSURE) 10 บาร์ สําหรับใช้เป็น ท่อน้ําดื่มและท่อประปา (COLD WATER PIPE) ซึ่งผลิตภัณฑ์อ้างอิงตามมาตรฐาน DIN 8077/DIN 8078 และผ่าน
    การทดสอบจากสถาบัน WRAS
    Why
    1.5.2 ข้อต่อ (FITTINGS) สําหรับท่อพีพีอาร์ (POLYPROPYLENE RANDOM COPOLYMER) ขนาด ตั้งแต่ 20-160 มม. การต่อท่อเป็นแบบระบบเชื่อมสอด (SOCKET FUSION) หรือตามคําแนะนําของผู้ผลิต และให้ ใช้ท่อและข้อต่อจากผู้ผลิตรายเดียวกัน
  2. ท่อ HDPE และข้อต่อท่อ
    2.1 ใช้สําหรับท่อ HDPE และข้อต่อ พร้อมอุปกรณ์ประกอบสําหรับใช้เป็นท่อน้ําประปา ท่อน้ําเสียและท่อ ดับเพลิง ภายนอกอาคาร ที่แสดงในแบบก่อสร้าง
    2.2 มาตรฐานที่เกี่ยงข้อง
    2.2.1 ผลิตตามมาตรฐาน TIS 982 – 2556
    2.3 เอกสารเพื่อการอนุมัติ
    ที่ผลิต
    2.3.1 ให้ผู้รับจ้างจัดส่ง Catalogue ของท่อ HDPEและ Fitting ที่จะนํามาใช้ โดยมีรายละเอียดของโรงงาน
    2.3.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอ Shop Drawing แสดงรายละเอียดการก่อสร้าง แนว และระดับท่อ รวมทั้งแสดง รูปแบบการต่อเชื่อมระหว่างท่อและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ
    2.4 คุณสมบัติของท่อ HDPE และ Fitting
    2.4.1 ท่อ HDPE ที่นํามาส่งต้องเป็นของใหม่ 100% ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    2.4.2 ท่อ HDPE ที่นํามาใช้จะต้องผลิตจาก High Density Polyethylene ซึ่งมี Carbon Black ไม่น้อย กว่า 2% by Weight
    2.4.3 ข้อต่อท่อ (FITTING) พร้อมอุปกรณ์ประกอบจะต้องเป็นชนิด PE100 ที่ผลิตจากโรงงานและใช้ วัตถุดิบเช่นเดียวกับที่ผลิตท่อ HDPE
    2.5 วิธีการประกอบและติดตั้ง
    2.5.1 การต่อท่อโดยวิธีเชื่อม butt - fusion welding LUD ตามมาตรฐานผู้ผลิต
    2.6 การทดสอบและตรวจสอบ
    2.6.1ผู้รับจ้างจะต้องทําการทดสอบแรงดันของท่อที่ก่อสร้างให้สามารถรับ Static Pressure ไม่น้อยกว่า
    แรงดันใช้งานเป็นเวลา 12 ชั่วโมง หรือตามมาตรฐานผู้ผลิตและหากพบการก่อสร้างของผู้รับจ้างไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้ช่างฝีมือที่ไม่ดี ไม่มีความชํานาญ ผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยค่าใช้จ่ายเป็นของผู้รับจ้าง
  3. ท่อ PVC และข้อต่อท่อ
    3.1 ใช้สําหรับท่อ PVC และ ข้อต่อท่อ พร้อมอุปกรณ์ประกอบสําหรับใช้เป็นท่อน้ําเสีย และท่อน้ําทิ้งภายใน อาคารที่แสดงในแบบก่อสร้าง
    3.2 มาตรฐานที่เกี่ยงข้อง
    3.2.1 ท่อ PVC จะต้องผลิตตามมาตรฐาน มอก. 17 หรือ ISO/DIN 4422 มีสีฟ้า
    3.2.2 ข้อต่อท่อ Fitting PVC จะต้องผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลขที่ มอก. 1131 3.3 เอกสารเพื่อการอนุมัติ
    3.3.1 ให้ผู้รับจ้างจัดส่ง Catalogue ของท่อ PVC และข้อต่อ (Fitting) ที่จะนํามาใช้จะต้องแสดง รายละเอียดโรงงานที่ผลิต
    3.3.2 ผู้รับจ้างต้องเสนอ Shop Drawing แสดงรายละเอียดการก่อสร้าง แนว และระดับท่อ รวมทั้งแสดง รูปแบบการต่อเชื่อมระหว่างท่อและอุปกรณ์
    3.4 คุณสมบัติท่อ PVC และ Fitting
    3.4.1 ท่อ PVC ที่นํามาใช้ส่งต้องเป็นของใหม่ 100% ที่มีสภาพสมบูรณ์ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    3.4.2 ท่อ PVC Class 8.5 ผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลขที่ มอก. 17 หรือ ISO/DIN 4422 มีสีฟ้า สําหรับใช้เป็นท่อระบายน้ําโสโครก น้ําเสีย น้ําทิ้ง และท่ออากาศ
    3.4.3 ข้อต่อท่อ Fitting PVC ผลิตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเลขที่ มอก. 1131 และต้องผลิต
    จากโรงงานเดียวกันกับท่อ
    3.4.4 Joints ใช้สําหรับต่อระหว่างท่อ หรือ Fitting โดย automatic rubber ring joints, solvent
    welding joints so flanged joints
  4. ท่อปลอกเหล็กเหนียว
    4.1 ใช้สําหรับท่อเหล็กเหนียว และท่อเหล็กปลอกเหนียว (Sleeve) ที่ได้ระบุไว้ในแบบ 4.2 มาตรฐานที่เกี่ยงข้อง
    4.2.1 ท่อปลอกเหล็กเหนียวจะต้องผลิตท่อตามมาตรฐาน ASTM A53 Type E Grade A 4.2.2 ท่อเหล็กกล้าตะเข็บเกลียวชนิดใต้ดินจะต้องผลิตท่อตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
    มอก. 427
    4.2.3 Coating ตามมาตรฐาน AWWA C203, AWWA C205, AWWA C209, AWWA C210
    4.3 เอกสารเพื่อการอนุมัติ
    4.3.1 ให้ผู้รับจ้างจัดส่ง รายละเอียดโรงงานที่ผลิตพร้อมขั้นตอนและวิธีการผลิต
    4.3.2 ให้ผู้รับจ้างเสนอ Shop Drawing แสดงรายละเอียดแสดง มิติ ของท่อเหล็กเหนียว (Sleeve)
    4.4 คุณสมบัติท่อเหล็กเหนียว ท่อปลอกเหล็กเหนียว
    ปลอก
    ท่อปลอก
    4.4.1 เหล็กแผ่นที่ใช้ผลิตท่อเหล็กเหนียว จะต้องผลิตตามมาตรฐาน ASTM A53, Type E, Grade A 4.4.2 เป็นท่อที่ผลิตใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    4.4.3 ท่อผลิตแบบ Spiral Seams หรือ Straight Seams ก็ได้
    4.4.4 เคลือบผิวของผนังท่อ (Coating) ภายใน โดยใช้ non-bleeding type coal tar epoxy สําหรับท่อ
    4.4.5 เคลือบผิวของผนังท่อ (Coating) ภายนอกตามมาตรฐาน AWWA C209 หรือ AWWA C203 สําหรับ
    Why
  1. ขอบเขตงาน
    รายการประกอบแบบเครื่องสูบน้ําเสีย (Sewage Submersible Pump)
    ผู้รับจ้างต้องจัดหาพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ําเสีย (Sewage) ประเภท Submersible Pump ชนิดใบพัด ไม่อุดตัน (Non clog Type) ความสามารถในการสูบน้ํา (Flow Rate) ได้ไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ ระยะยกน้ําความสูง (Total Dynamic Head) ไม่น้อยกว่า 10 เมตร จํานวน 2 เครื่อง และตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ ในระบบควบคุมจํานวน 1 ชุด เพื่อใช้งานกับบ่อสูบน้ําเสียย่อยที่ 19.1, 9.1 และ 10.1 งานจัดซื้อจัดจ้างทําป้อมที่พัก
    จุดตรวจจราจร ณ ทสภ. จํานวน 3 ป้อม ตามแบบก่อสร้าง และรายการประกอบแบบ
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 ต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    2.2 โดยเครื่องสูบน้ําและมอเตอร์ ต้องผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานรับรองคุณภาพการผลิต ISO 9001 2.3 มาตรฐานชิ้นส่วนของวัสดุที่ใช้ผลิตและประกอบเครื่องสูบน้ําต้องได้รับการรับรองมาตรฐานใด มาตรฐาน หนึ่ง ดังต่อไปนี้ IEC หรือ IP หรือ EN หรือ ANSI หรือ ASTM หรือ DIN หรือ NEMA
  3. ลักษณะทั่วไป
    เป็นเครื่องสูบน้ําชนิดแช่ใต้น้ํา (Submersible Pump) ที่มีชุดอุปกรณ์ Guide Claw Auto หรือ Coupling หรือ Quick Discharge Connector (CDC) ติดอยู่กับเครื่องสูบน้ําทุกเครื่องขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมอุปกรณ์ ระบบท่อน้ําและระบบตู้ควบคุม โดยมีอุปกรณ์ประกอบอย่างน้อยดังนี้
    3.1 เครื่องสูบน้ําชนิดแช่ใต้น้ํา (SUBMERSIBLE PUMP)
    3.2 ตู้ควบคุม
    3.3 Guide Rail ทําจาก เหล็กหล่อ (Cast Iron)
    3.4 Upper Bracket Unit
    3.5 Guide Rod mann Stainless Steel
    3.6 โซ่ Stainless Steel สําหรับใช้ในการยกติดตั้งเครื่องสูบน้ํา
  4. คุณสมบัติทางเทคนิค
    4.1 ขีดความสามารถ และสมรรถนะที่ต้องการ
    จํานวน 2 เครื่อง
    จํานวน 1 ชุด
    จํานวน 2 ชุด
    จํานวน 2 ชุด
    จํานวน 2 ชุด
    จํานวน 2 เส้น
    4.1.1 ความสามารถในการสูบน้ํา (Flow Rate) ได้ไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ระยะยก น้ําความสูง (Total Dynamic Head) ไม่น้อยกว่า 10 เมตร
    4.1.2 มอเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดไม่น้อยกว่า 0.75 กิโลวัตต์
    4.1.3 มอเตอร์ไฟฟ้าของเครื่องสูบน้ําใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 220-230 โวลต์ 50 เฮิรตซ์ 1 เฟส 4.1.4 ความเร็วรอบไม่เกินกว่า 3,000 รอบต่อนาที
    4.1.5 ขดลวดมอเตอร์มีคุณสมบัติความเป็นฉนวน Class F หรือ Class H
    4.1.6 ระดับการป้องกัน (Degree of Protection) IP68 หรือเทียบเท่า
    4.2 คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในการผลิตเครื่องสูบน้ํา
    4.2.1 Pump Casing wann Cast Iron vs Stainless Steel
    Why
    4.2.2 Shaft mann Stainless Steel
    4.2.3 Impeller wann Cast Iron sa Stainless Steel
    4.2.4 Mechanical Seal minunann Silicon Carbide vão Ceramic so Carbon
    4.3 ขีดความสามารถของระบบควบคุมที่ต้องการ
    4.3.1 การควบคุมการทํางานสามารถเลือกได้ทั้งระบบอัตโนมัติ หรือระบบ MANUAL 4.3.2 แผงควบคุมเครื่องสูบน้ําเสียสามารถควบคุมเครื่องสูบน้ําเสียได้ 2 เครื่อง ในชุดควบคุม 1 ชุด โดยในระบบอัตโนมัติสามารถควบคุมเครื่องสูบน้ําเสียให้ทํางานครั้งละ 1 เครื่อง สลับการทํางาน และในกรณีที่มีน้ําเสียร
    ที่มีน้ําเสียมาก สามารถควบคุมเครื่องสูบน้ําเสียให้ทํางานพร้อมกัน ทั้ง 2 เครื่องได้ 4.3.3 ระบบอัตโนมัติควบคุมการทํางานแบบใช้ลูกลอย 4 ระดับโดยมีระดับในการควบคุมด้วยลูกลอย
    ดังต่อไปนี้
  • ระดับที่ 1 เมื่อระดับน้ําเสียต่ํากว่าระดับ สวิตซ์ลูกลอย NO.1 เครื่องสูบน้ําหยุดทํางาน (ตัดการ
    ทํางานเครื่องสูบนํ้าทั้งหมด)
  • ระดับที่ 2 เมื่อระดับน้ําเสียสูงถึงระดับ สวิตซ์ลูกลอย NO.2 เครื่องสูบน้ําจะทํางาน 1 เครื่อง
    โดยสลับการทํางานระหว่าง เครื่องสูบน้ําตัวที่ 1 และ เครื่องสูบน้ําตัวที่ 2
    ระดับที่ 3 เมื่อระดับน้ําเสียสูงถึงระดับ สวิตช์ลูกลอย NO.3 เครื่องสูบน้ําจะทํางานพร้อมกันทั้ง
    เครื่องสูบน้ําาตัวที่ 1 และ เครื่องสูบน้ําาตัวที่ 2
  • ระดับที่ 4 เมื่อระดับน้ําเสียสูงถึงระดับ สวิตซ์ลูกลอย NO.4 จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนระดับ
    น้ําสูง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแบบไฟวับวาบพร้อมเสียง Alarm ที่ตู้ควบคุมของเครื่องสูบน้ํา 4.3.4 มี PHASE PROTECTOR เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเครื่องสูบน้ํา 4.3.5 มี OVERLOAD RELAY เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับเครื่องสูบน้ํา 4.3.6 มี CIRCUIT BREAKER ตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเข้าระบบควบคุมเพื่อสะดวกในการซ่อมบํารุงโดยมี
    ขนาดเหมาะ สมกับกับขนาดของมอเตอร์ไฟฟ้า
    4.3.7 มี Switch Selector แยกกันระหว่างเครื่องสูบน้ําตัวที่ 1 และเครื่องสูบน้ําตัวที่ 2 เพื่อให้ สามารถเลือกการใช้งานได้กรณีเครื่องสูบน้ําหรือระบบควบคุมตัวหนึ่งตัวใดชํารุด โดยไม่เกิดผลกระทบต่อการทํางาน
    ของเครื่องสูบน้ําอีกตัว
    4.3.8 มี Hour Meter สําหรับนับชั่วโมงการทํางานของเครื่องสูบน้ํา
    4.3.9 ตู้ควบคุมเครื่องสูบน้ําต้องผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพ ISO 9001:2015 หรือได้รับรองมาตรฐานการจัดการคุณภาพ ISO ที่ใหม่กว่า โดยตู้ควบคุมการใช้งานต้องเป็นประเภทใช้ งานกลางแจ้ง (Out Door Type) มีหลังคาที่สามารถกันน้ําและฝุ่น ประตู 2 ชั้น ประตูหน้ามีกระจกป้องกันสามารถ มองเห็นสถานภาพการทํางานที่แสดงไว้ที่แผงหน้าตู้ด้านในได้ โดยตู้ควบคุมสามารถทนความร้อนและกันน้ําได้ที่ ระดับการป้องกันไม่น้อยกว่า IP55 ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตตามมาตรฐาน IEC60529 และตู้ควบคุมที่นํามาใช้งานต้องผลิต จากเหล็กที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร และตู้ควบคุมมีขนาดเหมาะสมกับอุปกรณ์ควบคุมที่ติดตั้งภายในตู้
    Wh
    4.3.10 ต้องมีสัญญาณเป็นหลอดไฟเพื่อแสดงการทํางานของเครื่องสูบน้ํา และแสดงความผิดปกติของ
    ระบบติดตั้งไว้ที่หน้าตู้
    4.3.11 ที่แผงหน้าตู้ต้องติดป้ายกํากับการแสดงการทํางานของสวิทซ์แต่ละตัวให้ชัดเจน
  1. วิธีการก่อสร้าง/ติดตั้ง
    5.1 ผู้รับจ้างต้องทําการติดตั้งเครื่องสูบน้ําเสีย ขนาดไม่น้อยกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ที่ระยะยกน้ํา ความสูงไม่น้อยกว่า 10 เมตร จํานวน 2 เครื่อง ตู้ควบคุมพร้อมอุปกรณ์ในระบบควบคุมจํานวน 1 ชุด พร้อมบ่อสูบ จํานวน 1 ชุด ขนาดตามแบบการก่อสร้าง เพื่อใช้งานสูบส่งน้ําเสีย ณ บ่อสูบน้ําเสียย่อยที่ 19.1, 9.1 และ 10.1 งาน จัดซื้อจัดจ้างทําป้อมที่พักจุดตรวจจราจร ณ ทสภ. จํานวน 3 ป้อม
    5.2 ผู้รับจ้างต้องทําการติดตั้งชุดอุปกรณ์ Guide Rail ให้กับเครื่องสูบน้ําเสียทุกเครื่อง เพื่ออํานวยความ สะดวกในการซ่อมบํารุง
    V
    5.3 ผู้รับจ้างต้องทําการติดตั้งประตูน้ําเหล็กหล่อลิ้นเกต (GATE VALVE) ที่มีคุณภาพตาม มอก. 432 วัสดุที่ ใช้ในการผลิตต้องถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้กับงานน้ําเสียได้ สามารถทนแรงดันได้ ไม่น้อยกว่า 10 กิโลกรัม ต่อตารางเซ็นติเมตร ใช้ติดตั้งที่ท่อทางส่งน้ําออกจากเครื่องสูบน้ําทุกเครื่อง โดยมีขนาดเท่ากับท่อทางส่งน้ําออกจาก เครื่องสูบน้ําเสียทุกเครื่อง
    5.4 ประตูน้ําเหล็กหล่อกันกลับ (CHECK VALVE) แบบ SWING CHECK VALVE ที่มีคุณภาพตาม มอก. 383 วัสดุที่ใช้ในการผลิตต้องถูกออกแบมาเพื่อให้สามารถใช้กับงานน้ําเสียได้ CHECK VALVE สามารถให้น้ําผ่านตัวเรือน ได้ 100% สามารถทนแรงดันได้ไม่น้อยกว่า 10 กก./ตร.ซม. ใช้ติดตั้งที่ท่อทางส่งน้ําออกจากเครื่องสูบน้ําทุกเครื่อง โดยมีขนาดเท่ากับประตูน้ํา
  2. การฝึกอบรม
    ผู้รับจ้างต้องทําการฝึกอบรมให้แก่พนักงานของ ทอท. จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน เพื่อให้สามารถทําการ ใช้
    งาน ตรวจสอบ และบํารุงรักษาอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เอกสารที่ต้องส่งมอบในวันส่งมอบงานงวดสุดท้าย
    7.1 แบบติดตั้งงานจริง (As-Build Drawing) พร้อมไฟล์ Auto CAD Version 2020 จํานวน 1 ชุด 7.2 คู่มือการใช้งาน บํารุงรักษา ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นรูปเล่มให้เรียบร้อย จํานวน 1 ชุด
  4. การรับประกัน
    ต้องรับประกันคุณภาพและความเสียหาย ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติวิสัย เป็นเวลา ไม่น้อย กว่า 2 ปี นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการฯ ได้ทําการตรวจรับไว้เรียบร้อยแล้ว
    Wy