จ้างก่อสร้างยกเลิกประกาศเชิญชวน

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง ภายในศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จ.สมุทรปราการ ๑ แห่ง

กรมเจ้าท่า 69039569936
฿20,000,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 19 พ.ค. 2569 สมุทรปราการ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดจ้างปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างภายในศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีความมั่นคงแข็งแรงและพร้อมใช้งานตามมาตรฐานวิศวกรรม ขอบเขตงานประกอบด้วยงานโยธาและงานสถาปัตยกรรมที่ครบวงจร ได้แก่ งานเตรียมพื้นที่ งานขุดดินและถมดินบดอัด งานเสาเข็มคอนกรีต (ทั้งแบบตอกและเจาะ) งานโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและเหล็กรูปพรรณ งานพื้น (กระเบื้อง หินขัด ทรายล้าง) งานผนัง (ก่ออิฐ ฉาบปูน ยิปซั่มบอร์ด อลูมิเนียมคอมโพสิต) งานฝ้าเพดาน งานหลังคา (กระเบื้องคอนกรีต เมทัลชีท) งานทาสี งานประตู-หน้าต่าง รวมถึงงานระบบสุขาภิบาลและประปาภายในอาคาร

ผู้รับจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบตั้งแต่การจัดหาวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล การจัดทำแบบรายละเอียด (Shop Drawing) การควบคุมงานโดยวิศวกรและช่างที่มีใบอนุญาต การทดสอบวัสดุและคุณภาพงานระหว่างก่อสร้าง ไปจนถึงการส่งมอบงานที่ถูกต้องตามแนวและระดับที่กำหนด โครงการนี้กำหนดระยะเวลาก่อสร้าง 270 วัน และผู้รับจ้างต้องรับประกันผลงานเป็นเวลา 2 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานงวดสุดท้าย ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

English summary

This project involves the renovation and repair of facilities at the Merchant Marine Training Center in Samut Prakan Province, under the Marine Department. The scope of work includes site preparation, earthworks, concrete pile installation, structural concrete and steel works, and architectural finishes (flooring, walls, ceilings, roofing, and painting). It also covers plumbing and sanitary systems. The project duration is 270 days, with a 2-year warranty period for defects. Contractors must adhere to Thai Industrial Standards (TIS) and professional engineering regulations.

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างภายในศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี ให้มีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
  • เพื่อให้สิ่งก่อสร้างมีสภาพพร้อมใช้งานและเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม
  • เพื่อยกระดับสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวีให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน

ขอบเขตของงาน

  • งานเตรียมพื้นที่: รื้อถอนสิ่งกีดขวาง สำรวจและวางผัง
  • งานดิน: ขุดดินและถมดินบดอัดแน่น (ความหนาแน่นไม่ต่ำกว่า 95%)
  • งานเสาเข็ม: เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงและเสาเข็มเจาะ
  • งานโครงสร้าง: งานคอนกรีตเสริมเหล็กและงานเหล็กรูปพรรณ
  • งานสถาปัตยกรรม: งานพื้น (กระเบื้อง, หินขัด, ทรายล้าง), งานผนัง (ก่ออิฐ, ฉาบปูน, ยิปซั่ม, อลูมิเนียมคอมโพสิต), งานฝ้าเพดาน, งานหลังคา (เมทัลชีท, กระเบื้อง)
  • งานระบบ: งานสุขภัณฑ์, ระบบประปา, ระบบระบายน้ำฝนและน้ำเสีย
  • งานเบ็ดเตล็ด: งานถนนและลานคอนกรีต, ตราสัญลักษณ์กรมเจ้าท่า

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • สิ่งก่อสร้างที่ปรับปรุงซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ตามแบบรูปและรายการ
  • แบบรูปแสดงการก่อสร้างจริง (As-built Drawing) จำนวน 2 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์
  • รายงานผลการทดสอบวัสดุและผลการทดสอบความหนาแน่นของดิน
  • รายงานความก้าวหน้าของงานประจำวัน
  • การรับประกันผลงานเป็นเวลา 2 ปี

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาก่อสร้าง 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย
  • Standards Compliance: วัสดุต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากล (ASTM, ACI, AASHTO, JIS, BS)
  • Experience: ต้องมีผลงานก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารตามที่หน่วยงานกำหนด
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือเครื่องจักรที่เหมาะสมกับงาน (เช่น ปั้นจั่น, เครื่องบดอัด, เครื่องมือทดสอบ)
  • Personnel:
    • วิศวกรควบคุมงาน: ระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป สาขาวิศวกรรมโยธา (ไม่น้อยกว่า 1 นาย)
    • ช่างควบคุมงาน: วุฒิ ปวช. สาขาก่อสร้างหรือที่เกี่ยวข้อง (ไม่น้อยกว่า 1 นาย)

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (การประมูลอิเล็กทรอนิกส์ e-bidding)
  • ความถูกต้องของเอกสารและคุณสมบัติผู้เสนอราคา
  • ความสามารถในการเสนอราคาและแผนการดำเนินงาน

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • คอนกรีตโครงสร้าง: กำลังอัดประลัยไม่น้อยกว่า 280 ksc (ทรงกระบอก)
  • เหล็กเสริม: เหล็กข้ออ้อย SD40 และเหล็กเส้นกลม SR24
  • งานเสาเข็ม: ต้องมีใบรับรองการผลิตและผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน
  • งานสี: สีน้ำอะคริลิกแท้ 100% สำหรับภายนอกและภายใน
  • งานระบบ: ท่อ PVC ชั้น 13.5 สำหรับประปา และชั้น 8.5 สำหรับระบายน้ำ

เงื่อนไขสัญญา

  • การรับประกันผลงาน: 2 ปี นับจากวันตรวจรับงาน
  • การแก้ไขงานบกพร่อง: ต้องดำเนินการซ่อมแซมภายใน 30 วันหลังจากได้รับแจ้ง
  • การปรับเปลี่ยนงาน: ต้องได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรและตกลงราคาตาม BOQ หรือราคาตลาด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  1. ถาม: ต้องเริ่มงานภายในกี่วันหลังจากลงนามในสัญญา? ตอบ: ภายใน 15 วัน
  2. ถาม: ผู้ควบคุมงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? ตอบ: วิศวกรโยธา (ภาคีขึ้นไป) 1 นาย และช่างก่อสร้าง (ปวช.) 1 นาย
  3. ถาม: การทดสอบคอนกรีตต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องทำ Slump Test และเก็บตัวอย่างทดสอบกำลังอัดทุกครั้งที่มีการเท
  4. ถาม: งานสีต้องเตรียมพื้นผิวอย่างไร? ตอบ: ต้องทำความสะอาด ขจัดคราบตะไคร่/ฝุ่น และทาสีรองพื้นตามประเภทของพื้นผิวเดิม
  5. ถาม: หากพบปัญหาในแบบรูปต้องทำอย่างไร? ตอบ: ต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนเริ่มงาน
  6. ถาม: วัสดุที่ใช้ต้องเป็นของใหม่หรือไม่? ตอบ: ใช่ ต้องเป็นของใหม่และมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ระบุ
  7. ถาม: การต่อเหล็กเสริมทำได้หรือไม่? ตอบ: ทำได้ตามตำแหน่งและระยะที่กำหนดในรายการประกอบแบบ (ห้ามต่อเหล็กฐานราก)
  8. ถาม: งาน As-built Drawing ต้องส่งกี่ชุด? ตอบ: 2 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (.dwg และ .pdf)
  9. ถาม: การทดสอบการรั่วซึมของหลังคาทำเมื่อใด? ตอบ: ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จร่วมกับผู้ควบคุมงาน
  10. ถาม: หากผู้รับจ้างไม่จ่ายค่าจ้างลูกจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิอย่างไร? ตอบ: มีสิทธิหักเงินค่าจ้างจากเงินประกันสัญญาเพื่อจ่ายให้ลูกจ้างได้

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

“รมเจ้า
รายการประกอบแบบ
งานปรับปรุงซ่อมแซมสิ่งก่อสร้าง ภายในศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี จังหวัดสมุทรปราการ ๑ แห่ง
ปร
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
กลุ่มวิศวกรรมโยธา กองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม
หมวด
ข้อกําหนดงานทั่วไป
Shy
หมวด
ข้อกําหนดงานทั่วไป
๑.
มาตรฐานที่ใช้
มาตรฐานด้านเทคนิคคุณภาพและคุณสมบัติของวัสดุและอุปกรณ์ รวมถึงมาตรฐานการทดสอบ วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง ซึ่งกําหนดไว้ในแบบรูป หรือระบุไว้ในรายการรายละเอียดด้านวิศวกรรม นั้นๆ ให้ครอบคลุม ถึงมาตรฐานฉบับล่าสุดที่ปรากฏ จนถึงวันที่เริ่มดําเนินการก่อสร้าง มาตรฐานที่นํามาใช้โดยมี
ดังนี้
AASHTO American Association of State Highway and Transportation Officials
ACI
American Concrete Institute
ANSI
American National Standard Institute
ASCE
American Society of Civil Engineers
ASTM
American Society for Testing and Materials
BS
EIT
JIS
ISO
TIS
British Standard
The Engineering Institute of Thailand
Japanese Industrial Standard
International Organization for Standardization
Thai Industrial Standard
๒. แรงงาน
ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน เทศบัญญัติกฎ รวมทั้ง
ข้อบังคับต่างๆ ของทางราชการทุกประการโดยปฏิบัติดังนี้
๒.๑ ผู้รับจ้างต้องใช้กรรมกรซึ่งมีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
๒.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดทําบัตรประจําตัว หรือใบสําคัญประจําตัวลูกจ้างทุกคน บัตรประจําตัวหรือ ใบสําคัญประจําตัวนี้ ต้องติดรูปถ่ายหรือลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือของลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อส่ง มอบผู้ควบคุมงานเก็บไว้เป็นหลักฐาน
๒.๓ ถ้าผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ของผู้รับจ้างได้ โดยหักเอาจากเงินค่าจ้างที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้าง หรือเงินประกันสัญญานี้ เงินค่าจ้างที่ ผู้ว่าจ้างได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างไปนี้ให้ถือว่าเป็นเงินค่าจ้างที่ผู้รับจ้างได้รับไปจากผู้ว่าจ้างตามสัญญานี้ด้วย ๒.๔ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างของผู้รับจ้างตามที่กล่าวในข้อนี้ และไม่ยินยอมให้ ผู้ว่าจ้างจัดการจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างดังกล่าวข้างต้น ให้ถือว่าผู้รับจ้างทําผิดสัญญานี้ และผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิก
สัญญาได้
๓. การตรวจสอบข้อมูลและรายการ
ผู้รับจ้างจะต้องทําการตรวจสอบข้อมูลแบบรูป และรายการประกอบแบบให้เข้าใจ พร้อมทั้ง ทําการสํารวจสถานที่ก่อสร้างอย่างละเอียด ในกรณีที่แบบรูปหรือรายการประกอบแบบไม่ชัดเจน หรือไม่ตรงกับ รายการก่อสร้าง หรือมีปัญหา หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องตามหลักวิชา ผู้รับจ้างต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์ อักษรที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างก่อนดําเนินงานขั้นต่อไป หากผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติ ตามนี้ ผู้ว่าจ้างจะถือว่าผู้รับจ้างดําเนินการเองโดยพลการ และเมื่อมีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบ ในผลเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้น และยอมแก้ไขดัดแปลง และ/หรือ รื้อสร้างใหม่โดยใช้ทุนทรัพย์ของ
ผู้รับจ้างเองจนถูกต้องตามความต้องการของผู้ว่าจ้างทุกประการ
2
๓.๑

  • 6-
    เมื่อแบบรูปไม่ครบหรือไม่ชัดเจน และมีความจําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมนอกเหนือไปจากแบบรูป
    และรายการที่ผู้รับจ้างได้รับไปแล้ว ให้ผู้รับจ้างแจ้งผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งจัดทําแบบแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมรายการคํานวณด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้างเสนอขออนุมัติต่อผู้ว่าจ้าง ผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    โดยแบบแก้ไขเพิ่มเติมนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแบบรูปและรายการตามสัญญาและการอนุมัติของผู้ว่าจ้าง
    หรือวิศวกรไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความผิด หากเกิดความเสียหายเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซึ่งไม่เป็น ไปตามแบบรูปหรือรายการที่ได้รับอนุมัติ ในกรณีที่เกิดความเสียหายดังกล่าว ผู้รับจ้างจะต้องทําการดัดแปลง และ/หรือ รื้อสร้างใหม่ด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้างเองจนถูกต้องตามความประสงค์ของผู้ว่าจ้างทุกประการ
    ๓.๒ ในกรณีที่มีปัญหาขัดแย้งในแบบรูป หรือแบบรูปคลาดเคลื่อนไม่ชัดเจน หรือมีสิ่งจําเป็นที่ต้องมี หรือควรต้องมีอันเป็นเกณฑ์ที่ต้องกระทําตามวิธีการก่อสร้างแล้ว ถึงแม้ว่าสิ่งจําเป็นนั้นไม่ปรากฏในแบบรูป หรือ
    รายการประกอบแบบก็ตาม ผู้รับจ้างต้องดําเนินการให้เสมือนว่าได้มีปรากฏหรือแสดงไว้ในรายการหรือแบบรูป โดยถือคําวินิจฉัย ประกอบด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงและความมุ่งหมายของทางราชการ
    ๓.๓ ในการดําเนินงานก่อสร้าง ถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามแบบรูปและรายการตามสัญญา หรือตาม
    แบบรูปและรายการที่ได้รับอนุมัติให้แก้ไขได้หรือตามคําแนะนําที่ถูกต้องของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือ
    ผู้ควบคุมงานก่อสร้าง หรือตามหลักวิชาช่างที่ดี ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นและต้องแก้ไขเพิ่มเติม ดัดแปลง และ/หรือ รื้อสร้างใหม่ให้เป็นไปตามแบบรูปและรายการที่ถูกต้องด้วยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้างเองทั้งสิ้น
    ๓.๔ ในกรณีที่รายการก่อสร้างมิได้กําหนดไว้ในรายการประกอบแบบ หรือมีความขัดแย้ง/แตกต่าง กันระหว่างเอกสาร ให้ยึดถือแบบรูปก่อสร้างและรายการแสดงปริมาณงานและราคา (BOQ) เป็นหลักในการ พิจารณาดําเนินงาน
    ๔. วัสดุก่อสร้าง
    ๔.๑ วัสดุก่อสร้าง หมายถึง วัตถุ สิ่งของ เครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้ใน การก่อสร้างหรือในการประกอบ หรือติดตั้งเป็นชิ้นส่วนของการก่อสร้างทุกชนิด ผู้รับจ้างต้องจัดหาและ ดําเนินการขนส่งโดยใช้ทุนทรัพย์ของผู้รับจ้างเอง
    ๔.๒ วัสดุก่อสร้างที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ และไม่เคยใช้งานมาก่อน มีคุณภาพตรงตามที่ระบุใน แบบรูปรายการ ผู้รับจ้างต้องจัดทําประกอบการติดตั้ง และตกแต่งวัสดุที่นํามาใช้ในการก่อสร้างด้วยฝีมือดีมี คุณภาพ ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่บ่งไว้ในแบบและรายการฯ เมื่อมีการเสียหายระหว่างการก่อสร้างหรือใน ระหว่างระยะสัญญา ผู้รับจ้างต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนให้ใหม่โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ เพิ่มเติมอีก
    ๔.๓ ในกรณีที่มิได้กล่าวถึงหรือกําหนดมาตรฐานวัสดุก่อสร้างใดๆ ไว้ ให้ผู้รับจ้างเลือกใช้วัสดุที่มี คุณภาพดีที่สุดเท่าที่มีในท้องตลาด ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ออกแบบ
    ๔.๔ ผู้รับจ้างจะต้องขออนุมัติใช้วัสดุต่างๆ ทั้งหมดที่ใช้ในงานก่อสร้าง เพื่อพิจารณาคุณสมบัติ โดยผ่านผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ในการขออนุมัติใช้วัสดุผู้รับจ้างต้องแนบเอกสารใบแสดง ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์สินค้า (แคตตาล็อกฉบับจริง) หากใบแสดงข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์สินค้าได้ แสดงเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้รับจ้างเสนอเป็นภาษาไทยมาด้วย พร้อมทั้งลงลายมือชื่อและประทับตรา (ห้างฯ, บริษัท) กํากับเอกสารทุกฉบับ เมื่อได้รับการพิจารณาคุณสมบัติของวัสดุแล้วผู้รับจ้างจึงจะนําวัสดุเข้าบริเวณ
    ก่อสร้างได้
    ๔.๕ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานก่อสร้าง หรือวิศวกรผู้ออกแบบ มีสิทธิ ตรวจสอบและสั่งให้ทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชนิด ณ ที่ผลิต ที่ประกอบ หรือที่สถานที่ก่อสร้าง หรือทุกแห่งที่กล่าว โดยผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกและจัดหาเครื่องจักร แรงงาน วัสดุ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จําเป็นในการ ตรวจวัดและทดสอบคุณภาพน้ําหนัก หรือปริมาณของงานและวัสดุที่ใช้โดยทุนทรัพย์ของผู้รับจ้างเองในการ ดําเนินการดังกล่าวทั้งสิ้น
    Car
    Bly
    CC-
    ๔.๖ หากผู้รับจ้างจําเป็นต้องใช้วัสดุอื่น ที่มีคุณภาพเทียบเท่าวัสดุที่ระบุในแบบรูปหรือรายการ ประกอบแบบ วัสดุหรืออุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจะนํามาใช้แทนนี้ต้องมีขนาด ลักษณะ คุณสมบัติ และคุณภาพเทียบเท่า หรือดีกว่าวัสดุหรืออุปกรณ์ที่ได้กําหนดไว้แล้ว ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องแสดงรายละเอียดและเหตุผลความจําเป็นที่ต้องใช้ วัสดุหรืออุปกรณ์นั้นๆแทน พร้อมทั้งต้องแสดงหลักฐานเปรียบเทียบคุณภาพและราคาให้ชัดเจน เสนอต่อ ผู้ออกแบบของผู้ว่าจ้างพิจารณา โดยผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิอนุมัติให้ใช้หรือไม่อนุมัติให้ ใช้วัสดุอื่นใดที่ไม่ตรงตามที่กําหนดไว้ในแบบรูปและรายการประกอบแบบ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างพิจารณาเหตุผลแล้ว
    เห็นว่ายังไม่จําเป็นและไม่อนุมัติให้ใช้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีคุณภาพตรงตามที่ระบุไว้ในแบบรูปและรายการ ประกอบแบบมาใช้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

    ๔.๗ งานส่วนใดที่ใช้วัสดุหรืออุปกรณ์โดยไม่ผ่านความเห็นชอบและอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจ รับพัสดุ ให้ถือว่าเป็นงานบกพร่อง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานก่อสร้างมีสิทธิสั่งให้ หรือสร้างใหม่โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
    ๔.๔ ผู้รับจ้างต้องทําการเก็บวัสดุก่อสร้างแต่ละชนิดตามวิธีการที่ได้กําหนดไว้ในรายการประกอบ แบบนี้ทุกประการ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องรักษาคุณภาพของวัสดุให้คงคุณภาพตามข้อกําหนดและเหมาะสมสําหรับ งานตามสภาพของวัสดุนั้นๆ วัสดุก่อสร้างที่นํามาเก็บรักษาไว้แม้จะผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับ พัสดุหรือผู้ควบคุมการก่อสร้างแล้วหรือไม่ก็ตาม หากเมื่อจะนํามาใช้ในการก่อสร้างยังต้องได้รับความเห็นชอบ จากผู้ควบคุมงานก่อสร้างก่อนทุกครั้ง
    ๔.๔ วัสดุก่อสร้างทุกชนิดที่ระบุไว้ในแบบรูปและรายการประกอบแบบ ผู้รับจ้างจะต้องนําตัวอย่าง วัสดุต่างๆ ไปทําการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุกับหน่วยงานของทางราชการ หรือสถาบันที่เชื่อถือได้ ภายในประเทศ พร้อมทั้งเสนอรายละเอียดผลการทดสอบตัวอย่างวัสดุต่างๆ ให้ผู้ออกแบบตรวจสอบก่อนลงมือ ดําเนินงานก่อสร้างเสมอ โดยผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายต่างๆ เองทุกประการ
    ๔.๑๐ มาตรฐานต่างๆ เกี่ยวกับคุณภาพวัสดุ การทดลอง การชักตัวอย่าง หากมิได้ระบุไว้เป็นเฉพาะ ในรายการประกอบแบบนี้ ให้ถือตามมาตรฐานต่างๆ ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานของราชการ เช่น สํานักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานต่างๆ ดังกล่าวต้องเป็นมาตรฐานที่ได้จัดพิมพ์ฉบับล่าสุด
    ๔.๑๑ มาตรฐานของงานทุกประเภท หากมิได้ระบุไว้เฉพาะให้ถือตามมาตรฐานของวิศวกรรมสถาน แห่งประเทศไทย (ว.ส.ท.) หรือของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆ โดยตรงเป็นหลัก
    ๔.๑๒ การที่แบบรูปหรือรายการประกอบแบบระบุให้ใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ใด ไม่ว่าจะระบุว่า เทียบเท่าหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าการกําหนดชื่อผลิตภัณฑ์หรือเครื่องหมายการค้านั้นมีความประสงค์เพื่อเป็นการ กําหนดมาตรฐานคุณลักษณะ ชนิด ขนาด และคุณภาพของวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่จําเป็นต้องใช้ในงานนี้
    ๕. ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาผู้ควบคุมงานอย่างน้อย ๒ นาย เพื่อทําการควบคุมงานก่อสร้างและ ผู้รับจ้าง จะต้องส่งหลักฐานของผู้ควบคุมงานก่อสร้างให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา เพื่อเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้รับจ้าง ผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างของผู้รับจ้างจะต้องอยู่ควบคุมงานเป็นประจํา และอยู่ที่หน้างานตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง
    ในกรณีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างไม่อยู่ควบคุมงานที่หน้างานโดยไม่มีเหตุผลสมควร ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง มีอํานาจที่จะสั่งหยุดงานทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันสืบ เนื่องมาจากการนี้ทั้งสิ้นและจะยกขึ้นเป็นข้ออ้างต่อสัญญาไม่ได้ ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้าง อย่างน้อยต้อง
    ประกอบด้วย
    C
  • & -
    ๕.๑ วิศวกรควบคุมงาน ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมระดับภาคีวิศวกร หรือสูงกว่า สาขาวิศวกรรมโยธา หรือตามระเบียบและเงื่อนไขข้อกําหนดการควบคุมอาคารของสภาวิศวกรรม จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ นาย โดยใบอนุญาตต้องไม่ขาดอายุ และต้องแนบหลักฐานสําเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบ วิชาชีพวิศวกรรมควบคุม และใบรับรองประสบการณ์ในการทํางาน
    ๕.๒ ช่างควบคุมงาน ต้องมีวุฒิไม่ต่ํากว่า ปวช. สาขาก่อสร้างหรือที่เกี่ยวข้อง จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ นาย และต้องแนบหลักฐานสําเนาแสดงคุณวุฒิ และใบรับรองประสบการณ์ในการทํางาน
  1. ผู้ควบคุมงานก่อสร้างของผู้ว่าจ้าง
    กรมเจ้าท่า จะแต่งตั้งผู้ควบคุมงานก่อสร้างให้ทําการประจํา ณ สถานที่ก่อสร้าง ผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างนี้ทําหน้าที่เป็น ผู้แทนของกรมเจ้าท่า มีสิทธิและหน้าที่ตรวจและควบคุมงานก่อสร้างทุกรายการให้

    ถูกต้องตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งหรือปัญหาใดๆ เกี่ยวกับการดําเนินการ ก่อสร้างและผู้ควบคุมงานก่อสร้างไม่อาจหาข้อยุติที่ถูกต้องเหมาะสมได้ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างจะนําเรื่องรายงาน ผู้ว่าจ้างโดยผ่านทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาชี้ขาด
    ๗. การตรวจสอบงานและควบคุมงานระหว่างก่อสร้าง
    ๗.๑ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีสิทธิและอํานาจตรวจหรือควบคุมงาน ก่อสร้างได้ตลอดเวลา ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวกในการจัดหาพาหนะเครื่องมือ เครื่องใช้ วัสดุ อุปกรณ์ ต่างๆ และแรงงานที่จําเป็นสําหรับตรวจงานหรือควบคุมงานนั้นๆ
    ๗.๒ ผู้รับจ้างต้องส่งรายงานประจําวัน แจ้งความก้าวหน้าของงานก่อสร้าง จํานวนวัสดุ เครื่องมือ คนงาน ฯลฯ ให้แก่ผู้ควบคุมงานก่อสร้างตามและแบบฟอร์ม ซึ่งผู้ควบคุมงานก่อสร้างกําหนดให้ทุกประการ
    ๔. การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้าง
    ๔.๑ ผู้ว่าจ้างสงวนสิทธิและอํานาจสั่งเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมวัสดุก่อสร้างหรืองานส่วนใดส่วนหนึ่ง
    นอกเหนือไปจากแบบรูปและรายการประกอบแบบตามสัญญาได้ ในการนี้ต้องมีการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร เกี่ยวกับปริมาณงานและค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มหรือลดไปจากข้อตกลงในสัญญาเดิม โดยผู้ว่าจ้างจะถือราคาต่อหน่วย ที่ระบุไว้ในใบเสนอราคาของผู้รับจ้างหรือตามที่ระบุไว้ในหนังสือสัญญา หากรายการที่เปลี่ยนแปลงไม่มีแสดงใน
    ใบเสนอราคาหรือหนังสือสัญญา ผู้ว่าจ้างจะตกลงราคากับผู้รับจ้างโดยยึดถือการประเมินราคาที่ยุติธรรมของวัสดุ
    และแรงงานในท้องตลาด
    ๔.๒ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือสั่งงานเพิ่มเติมตามเงื่อนไขข้อ ๔.๑ และผู้รับจ้างเห็นว่ามีความ จําเป็นที่ต้องการเวลาในการปฏิบัติงานตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในสัญญาเดิม ผู้รับจ้างต้องทํา หนังสือชี้แจงความจําเป็นและเวลาการก่อสร้างยื่นต่อผู้ว่าจ้างผ่านคณะกรรมการตรวจรับพัสดุภายใน ๑๕ วัน
    นับจากวันที่ได้มีการตกลงให้เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมงานนั้นๆ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะเป็นผู้พิจารณากําหนด จํานวนวันที่ต้องเพิ่มจากกําหนดเวลาในสัญญาเดิม โดยจะผนวกข้อตกลงต่างๆ ในการนี้เพิ่มเติมจากสัญญาเดิมด้วย
    ๙. การสั่งรื้อถอนงานบกพร่องและงานที่ไม่ยอมรับ
    งานใดๆ และวัสดุใดๆ ที่ไม่เป็นไปตามสัญญานี้ถือว่าเป็นงานบกพร่อง งานบกพร่องใดๆ อันเกิด จากฝีมือแรงงาน การใช้วัสดุชํารุดหรือมีความเสียหายอันเกิดจากความประมาทของผู้รับจ้างหรือเหตุใดๆ ก็ตาม
    หากปรากฏขึ้นก่อนที่จะมีการตรวจรับงานงวดสุดท้าย หรือภายในกําหนดเวลาที่ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องรื้อถอนออกทันทีแล้วทําการก่อสร้างใหม่ให้ถูกต้องตาม ข้อสัญญา หรือทําการแก้ไขจนเป็นที่พอใจ ของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ข้อความนี้มีผลบังคับอยู่ถึงแม้ว่าความบกพร่องเหล่านั้นจะไม่ปรากฏในรายงาน ของผู้ควบคุมงานก่อสร้างก็ตาม
  • ๖ -
    ๑๐. การตรวจรับแนว
    งานทุกส่วนจะต้องได้รับการตรวจรับ แนว ระดับ และความถูกต้องจากผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ก่อนที่จะดําเนินการต่อไป มิฉะนั้นหากเกิดความคลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงหรือผิดเพี้ยนไปจากแบบรูปและรายการ ประกอบแบบแล้วถือว่าเป็นความผิดพลาดของผู้รับจ้าง ในกรณีเช่นนี้ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างมีสิทธิและอํานาจสั่ง ให้แก้ไข รื้อถอน หรือเปลี่ยนทดแทนให้มีสภาพเป็นไปตามสัญญาจนเป็นที่พอใจ ทั้งนี้แล้วแต่ผู้ควบคุมงาน ก่อสร้างจะเป็นผู้กําหนด โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
    ๑๑. การใช้สถานที่ก่อสร้าง
    ๑๑.๑ สถานที่และบริเวณที่จะทําการก่อสร้างชั่วคราว ผู้รับจ้างต้องดําเนินการด้วยตนเอง และ
    อยู่ในบริเวณที่สะดวกต่อการควบคุมหรือสั่งการในขณะก่อสร้าง
    ๑๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบสถานที่ก่อสร้าง และจัดทําระดับต่างๆ ให้ถูกต้องตาม แบบรูป เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อตรวจสอบภายใน ๓๐ วัน นับจากวันลงนามในสัญญาก่อนที่จะ ดําเนินการก่อสร้างต่อไป ในระหว่างการดําเนินการก่อสร้างถึงแม้ว่าผู้รับจ้างจะดําเนินงานใดๆไปแล้ว ถ้าหาก
    ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างตรวจพบในภายหลังว่าไม่ถูกต้อง ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบและต้องรีบแก้ไขให้ ถูกต้อง โดยผู้รับจ้างจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ เพิ่มเติมไม่ได้ทั้งสิ้น
    ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสํานักงานชั่วคราวและอุปกรณ์ตามความเหมาะสมสําหรับผู้ควบคุม
    งานของผู้ว่าจ้าง เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน ประชุม และประสานงานตลอดระยะเวลาดําเนินงานก่อสร้าง เพื่อให้สามารถใช้ควบคุมและติดตามงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง
    ๑๑.๔ ผู้รับจ้างต้องจัดทําและส่งรายงานประจําวัน แจ้งความก้าวหน้าของงานก่อสร้างจํานวน วัสดุ เครื่องมือ คนงาน ฯลฯ พร้อมทั้งภาพถ่ายการทํางาน และสภาพภูมิอากาศ ให้แก่ผู้ควบคุมงานตามแผนงาน และแบบฟอร์มที่ผู้ควบคุมงานกําหนดให้ เป็นประจําทุกวัน
    ๑๑.๕ น้ําประปา และไฟฟ้าชั่วคราว หรือสิ่งที่จําเป็นต้องใช้ในงานก่อสร้าง ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ ขออนุญาตและออกค่าใช้จ่ายในการขออนุญาตและติดตั้งเองทั้งหมด
    ๑๑.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดการให้การจราจรผ่านไปมาโดยสะดวก ตั้งแต่เริ่มงานก่อสร้างจนกระทั่ง งานเสร็จบริบูรณ์ และผู้รับจ้างจะต้องทําและติดตั้งป้ายจราจร เครื่องหมาย และสิ่งประกอบอื่น ๆ ตามที่ กรมเจ้าท่า เห็นสมควร และต้องมีสัญญาณไฟเพื่อความสะดวกปลอดภัยในเวลากลางคืน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ เริ่มงานก่อสร้างจนกระทั่งงานเสร็จบริบูรณ์ ซึ่งรวมอยู่ในราคารับจ้างของงานก่อสร้างงานนี้
    ๑๑.๗ ถนนที่ใช้ในการลําเลียงวัสดุก่อสร้าง หากเกิดการชํารุดเสียหายขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้ซ่อมให้มีสภาพดีดังเดิม ค่าซ่อมแซมดังกล่าวนี้เป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    ๑๑.๘ การใช้สถานที่และบริเวณงาน ผู้รับจ้างต้องจัดสร้างที่เก็บวัสดุก่อสร้างและเครื่องมือ ตลอดจนสัมภาระต่างๆ ให้อยู่ในขอบเขตบริเวณที่ก่อสร้าง ต้องจัดเก็บวัสดุที่เหลือใช้และที่ใช้แล้วตลอดจน เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่กีดขวางทางจราจร และการปฏิบัติงาน จะต้องปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอัคคีภัย
    ๑๑.๙ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดแก่ทรัพย์สินของทางราชการ หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นๆ หรืออุบัติเหตุที่เกิดแก่บุคคลใดๆ เนื่องจากการดําเนินงานตามสัญญา
    ๑๒. การดําเนินงานก่อสร้าง
  • ๗ -
    ๑๒.๑ ผู้รับจ้างต้องเริ่มงานภายใน ๑๕ วัน นับจากวันลงนามในสัญญาฯ ถ้าพ้นกําหนดเวลา ดังกล่าวผู้รับจ้างไม่ได้ดําเนินการอย่างใดหรือปฏิบัติงานล่าช้า ซึ่งแสดงว่าผู้รับจ้างไม่เอาใจใส่ในการทํางาน หรือ ขาดทุนทรัพย์ในการที่จะทํางานให้ลุล่วงไปโดยเร็ว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และจากผลแห่งการบอกเลิก สัญญานี้ ถ้าผู้ว่าจ้างต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าใดหรือต้องเสียหายไป คิดเป็นเงินเท่าใด ผู้รับจ้างยินยอมชดใช้ เงินให้แก่ผู้ว่าจ้างโดยสิ้นเชิง
    ๑๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนการปฏิบัติงาน โดยแสดงขั้นตอนและกําหนดระยะเวลาเริ่มต้น และระยะเวลาแล้วเสร็จของแต่ละงาน พร้อมทั้งเสนอแผนการใช้เครื่องจักกลและอุปกรณ์ต่างๆ ปริมาณ เครื่องมือและเครื่องจักรกลต่างๆ และจํานวนบุคลากรในการดําเนินงาน ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจสอบภายใน ๓๐ วัน นับจากวันลงนามในสัญญา และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุก่อน จึงลงมือทํางานได้ ในกรณีมีความจําเป็นต้องปรับแผนปฏิบัติงานในระหว่างการทํางาน ผู้รับจ้างต้องเสนอแผนการปฏิบัติงานใหม่ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนทุกครั้ง
    ๑๒.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดทําป้ายโครงการฯ โดยแสดงรายละเอียดของโครงการฯ ติดตั้งอยู่บริเวณ งาน ตําแหน่งที่ชัดเจนตลอดระยะเวลาก่อสร้าง จํานวน ๑ ป้าย ให้มีขนาดไม่น้อยกว่า ๒.๔๐๕๑.๒๐ ม. และ โครงสร้างป้ายต้องมีความมั่นคงแข็งแรง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจัดทําป้ายฯ โดยจะต้องเสนอ รูปแบบรายละเอียดต่างๆ ในป้ายโครงการฯ ต่อคณะกรรมตรวจรับพัสดุ เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดําเนินการ
    ๑๒.๔ การเสนอเรื่องราวต่างๆ ของผู้รับจ้างที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างฯ ต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ให้เสนอผ่านผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างทุกครั้ง
    ๑๒.๕ การจัดทําแบบรายละเอียดเพิ่มเติม (Shop Drawing) หากงานก่อสร้างที่ไม่ชัดเจนหรือ ไม่ได้กําหนดไว้ และมีความจําเป็นต้องดําเนินการตามหลักวิศวกรรม ก่อนเริ่มงานก่อสร้างผู้รับจ้างจะต้องจัดทํา แบบรายละเอียดเพิ่มเติม แสดงรายละเอียดต่างๆ ของงานก่อสร้างในส่วนที่จะดําเนินการ
    เสนอต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อให้ความเห็นชอบก่อน จึงจะสามารถดําเนินการได้
    ๑๒.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดหา และใช้ช่างที่มีฝีมือที่มีความรู้ความสามารถ และความชํานาญอย่างดีมา ดําเนินการนั้นๆโดยเฉพาะ และจะต้องมีจํานวนเพียงพอแก่งานเพื่อให้การปฏิบัติงานทันเวลาที่กําหนด หากผู้ว่าจ้าง เห็นว่าช่างที่ผู้รับจ้างจัดหามาไม่มีความรู้ ความสามารถ และความชํานาญ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมแล้ว ผู้ว่าจ้างมีอํานาจให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนช่างเหล่านั้นได้ และจะต้องจัดหาคนใหม่มาแทนโดยเร็ว ส่วนการแก้ไขหรือ เสียเวลาไปเพราะการนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็นข้ออ้างสําหรับเรียกร้องค่าเสียหาย หรือขยายกําหนดเวลา
    การปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จออกไปอีกไม่ได้
    ๑๒.๗ เครื่องมือเครื่องจักรกลตลอดจนอุปกรณ์ต่างๆ ที่นํามาใช้งานก่อสร้างจะต้องมีคุณสมบัติ ที่เหมาะสมกับชนิดของงานและมีประสิทธิภาพสูง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานมีสิทธิที่จะ ระงับการใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสมกับงานนั้นๆ ได้ โดยผู้รับจ้างจะไม่โต้แย้งหรือเรียกค่าเสียหายใดๆ เพิ่มเติม
    จากผู้ว่าจ้าง หรือไม่ถือเป็นสาเหตุที่จะขอขยายอายุสัญญาฯ ใดๆ
    (N
  • B -
    ๑๒.๔ การตรวจงานระหว่างการก่อสร้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีสิทธิ์ที่จะไปตรวจสอบ ความถูกต้องของงานก่อสร้างได้ตลอดเวลาของการก่อสร้าง ผู้รับจ้างต้องอํานวยความสะดวก และจัดหาอุปกรณ์ จําเป็นสําหรับการตรวจงานนั้น ๆ ให้พร้อมเสมอ
    ๑๒.๙ หากผู้รับจ้างประสงค์จะทํางานนอกเวลาปฏิบัติราชการ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลาย ลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างก่อน กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติฝ่าฝืนข้อนี้ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีสิทธิ สั่งรื้อถอนและให้ทําใหม่ หรือตรวจสอบแก้ไขงานที่ทําได้ ซึ่งผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีสิทธิเรียกร้อง ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น
    v
    ๑๒.๑๐ ก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย ผู้รับจ้างจะต้องปรับพื้นที่บริเวณงานก่อสร้างให้เรียบร้อยสวยงาม พร้อมทั้งทําความสะอาดบริเวณงานให้เรียบร้อย และขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ออกจากบริเวณพื้นที่งานก่อสร้าง
    ๑๓. การเก็บรักษาแบบรูปและรายการประกอบแบบก่อสร้าง
    ๑๓.๑ ผู้รับจ้างต้องเก็บแบบรูปและรายการประกอบแบบก่อสร้าง พร้อมรายการเพิ่มเติมแก้ไขไว้ ในสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลา อย่างน้อย ๑ ชุด โดยจัดเรียงแผ่นหรือเย็บเล่มให้เรียบร้อย เพื่อให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงานก่อสร้าง หรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เรียกตรวจสอบได้ทุกเวลา
    ๑๓.๒ ผู้รับจ้างต้องจัดแบบแปลนและรายการประกอบแบบก่อสร้างที่จําเป็นให้เพียงพอในงาน
    แต่ละประเภท ให้ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ศึกษาและตรวจสอบได้ตลอดเวลา เพื่อให้งานเป็นไปอย่างถูกต้อง
    รวดเร็ว
    ๑๔. ระยะเวลาก่อสร้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องทําการก่อสร้างตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ ให้แล้วเสร็จ ภายใน ๒๗๐ วัน
    นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๑๕. การรับประกันผลงาน
    ผู้รับจ้างจะต้องรับประกันต่อความชํารุดบกพร่อง หรือเสียหายที่เกิดขึ้นต่องานก่อสร้างตาม สัญญาและที่แก้ไขเพิ่มเติม ภายใต้การใช้งานปกติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่กรมเจ้าท่าได้รับมอบ งานทั้งหมดไว้ใช้ในราชการแล้ว โดยผู้รับจ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชํารุดบกพร่อง หรือตามกําหนดเวลาที่กําหนดไว้ในหนังสือแจ้งถึงผู้รับจ้าง ซึ่งค่าใช้จ่ายผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
    ๑๖. พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
    ผู้รับจ้างจะต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายใน
    ประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และใช้เหล็ก ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา
    ให้จัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ใน งานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา และจัดทําแผนการใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ ปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยส่งให้ผู้ว่าจ้างภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    ๑๗. การจัดทําแบบรูปแสดงการก่อสร้างจริง (As-built Drawing)
    ๑๗.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบรูปแสดงการก่อสร้างจริง (As-built Drawing) ให้ครบถ้วน สมบูรณ์ทุกระบบ ทุกส่วนของอาคาร หลังจากดําเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ
    ๑๗.๒ แบบ As-built จะต้องแสดงรายละเอียดที่เป็นไปตามสภาพการก่อสร้างจริงในสถานที่ ทั้งในส่วนของงานสถาปัตยกรรม งานโครงสร้าง งานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร งานสุขาภิบาล และงานอื่นๆ
    ที่เกี่ยวข้อง
  • ๙ -
    ๑๗.๓ ผู้รับจ้างจะต้องปรับแก้ไขแบบก่อสร้างเดิมให้ตรงกับสภาพที่ก่อสร้างจริง โดยต้องระบุการ เปลี่ยนแปลง ขนาด ระดับ ตําแหน่ง และวัสดุที่ใช้จริงอย่างชัดเจน
    ๑๗.๔ แบบ As-built ต้องจัดทําด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ CAD หรือโปรแกรมอื่นที่หน่วยงาน เจ้าของโครงการเห็นชอบ และจัดพิมพ์เป็นแบบขนาด A6 จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (เช่น .dwg และ .pdf) ส่งมอบให้หน่วยงานผู้ว่าจ้าง
    ๑๗.๕ ผู้ควบคุมงานต้องตรวจสอบและลงนามรับรองความถูกต้องของแบบ As-built ก่อนส่งมอบ ๑๗.๖ การส่งมอบแบบ As-built จะถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งมอบงานจ้าง หากผู้รับจ้าง ไม่จัดทําหรือจัดทําไม่ครบถ้วน หน่วยงานมีสิทธิ์งดจ่ายเงินงวดสุดท้ายจนกว่าจะจัดส่งแบบ As-built ครบถ้วน และถูกต้องตามที่กําหนด
    ๑๗.๗ แบบ As-built ต้องแสดงชื่อโครงการ ชื่อผู้รับจ้าง ชื่อผู้ออกแบบ ชื่อผู้ตรวจสอบ พร้อมวันที่จัดทําอย่างครบถ้วน
    A

    หมวด
    งานเตรียมพื้นที่
  • ๒ -
    หมวด
    งานเตรียมพื้นที่
    ๑. ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตรวจสอบสํารวจพื้นที่จะทําการก่อสร้าง เพื่อให้รู้สภาพต่างๆ ของ สถานที่ก่อสร้าง หรือบริเวณก่อสร้าง จะได้เป็นแนวทางในการพิจารณาทํางาน Site work ต่างๆ เช่น ทางเข้า-ออกสภาพพื้นที่ที่จะก่อสร้าง สภาพรั้วเดิมโดยรอบ และสภาพอาคารข้างเคียง เป็นต้น
    ๒. ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ทันสมัย ช่างฝีมือดี และแรงงานที่ เหมาะสมเพียงพอ โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน เพื่อการปฏิบัติงานสํารวจรังวัด วางผัง วาง ระดับตรวจสอบแนวดิ่ง แนวฉาก และระยะต่างๆ ของงานก่อสร้าง ด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และได้ ผลงานที่ถูกต้องแม่นยําตามมาตรฐานที่ดี ตั้งแต่เริ่มต้นงานก่อสร้างจนงานแล้วเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงการดูแล รักษาหมุดอ้างอิงต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดีและถูกต้องตลอดระยะเวลาก่อสร้าง

    ๓. ผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ที่บนพื้นดิน ใต้พื้นดิน เช่น รากไม้ ตอไม้ และอื่นๆ ในบริเวณพื้นที่ขอบเขตงานก่อสร้าง โดยให้ผู้รับจ้างทําการย้ายสิ่งของที่รื้อถอนแล้ว ขนออกจากบริเวณงานให้ เรียบร้อยทันที เพื่อมิให้กีดขวางทางสัญจรภายในพื้นที่และให้สามารถทํางานได้อย่างสะดวก ไม่เป็นอุปสรรค ในการทํางานของเครื่องจักร ห้ามผู้รับจ้างใช้วิธีการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างเดิม หรือต้นไม้ โดยวิธีที่จะ ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ หรือเป็นเหตุให้เกิดความตระหนกตกใจจากการกระทําดังกล่าวแก่ผู้อยู่อาศัยข้างเคียง
    ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการขออนุญาตรื้อถอนอาคารตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน โดยถือเป็นภาระและเป็น ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างทั้งสิ้น ยกเว้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแบบและสัญญา

    ๔. ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมบริเวณงานก่อสร้าง เพื่อจัดเก็บเครื่องจักรและอุปกรณ์ จัดเตรียม โรงเก็บวัสดุต่าง ๆ จัดหาบริเวณกองวัสดุที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงความสะดวกความปลอดภัยในการทํางาน และ รักษาคุณภาพของวัสดุต่างๆ ไว้ไม่ให้เกิดความเสียหายก่อนการใช้งาน
    หมวด
    งานขุดดิน และงานถมดิน
    ปา
    งานขุดลอกหน้าดิน
  • ๒ -
    หมวด
    งานขุดดิน และ งานถมดิน
    ๑.๑ การขุดดินในบริเวณใกล้เคียงสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จะต้องทําการค้ํายันหลุมดินให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการทรุดตัว การเลื่อนตัวและอันตรายอื่นๆ ห้ามกองดินที่ขุดไว้ตามบริเวณปากหลุม การขุดดินจะต้อง ขุดจากระดับดินเดิมให้ลึกกว่าระดับในการก่อสร้าง สําหรับระดับที่กําหนดให้เป็นเพียงแนวทางเพื่อการขุด เท่านั้น ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง อาจสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสม เมื่อทําการขุดดินแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายออกจากบริเวณงานก่อสร้างทันทีและ ดินเดิมที่ขุดได้จะต้องไม่นํามาเป็นวัสดุถมในการบด
    อัดเป็นอันขาด
    ๑.๒ งานขุดลอกหน้าดินเพื่อก่อสร้าง ถนน หรือ ลาน ค.ส.ล. จะต้องขุดลอกหน้าดินออกโดยมีความ ลึกไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร จากระดับผิวดินเดิม หรือหากยังเป็นชั้นดินอ่อน จะต้องขุดลอกหน้าดินออกจนถึงชั้น ดินแข็ง หรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้แล้วแต่สภาพของพื้นที่จริงในสนาม
    ๑.๓ เมื่อลอกหน้าดินจนถึงระดับที่ต้องการแล้ว ผู้ว่าจ้างจะยึดถือระดับหลังจากการขุดลอกหน้าดิน ดังกล่าว เป็นจุดเริ่มต้นงานดินขุดและงานดินถมต่อไป ในกรณีจําเป็นผู้รับจ้างจะต้องทํารูปตัด (Cross-Section) ของดิน และนําเสนอความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ควบคุมงานก่อนที่จะดําเนินการก่อสร้างขั้นต่อไป สําหรับ
    บริเวณที่ลอกหน้าดินถึงระดับที่ต้องการแล้ว หากพบว่ายังเป็นชั้นดินอ่อนไม่เหมาะสมที่จะก่อสร้างต่อไป ให้ผู้รับจ้างขุดดินอ่อนนั้นออกไปจนหมด หรือตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงานหรือวิศวกรผู้ออกแบบ บดอัดด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามกรรมวิธีของงานดินถม
    ๒. งานขุดดินทั่วไปในโครงการ
    ๒.๑ งานขุดดินสําหรับการก่อสร้างฐานราก
    ก่อนทําการ
    ๒.๑.๑ การขุดดินเพื่อการก่อสร้างฐานราก ให้ขุดกว้างกว่าขนาดของตัวฐานรากให้เหมาะสม เพื่อการวางแบบและถอดแบบได้โดยสะดวก
    ๒.๑.๒ เมื่อขุดดินถึงระดับตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้างแล้ว ให้แจ้งผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างทราบ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยก่อน
    ๒.๑.๓ ก่อนที่จะติดตั้งแบบหล่อคอนกรีตและวางเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ให้กระทั่งอัดดินให้ แน่นและถมทรายหยาบปรับระดับแล้วเทคอนกรีตหยาบก่อน
    ๒.๑.๔ ในกรณีฐานแผ่เมื่อขุดดินถึงระดับที่กําหนดในแบบแล้ว หากพบว่าดินก้นหลุมมี ลักษณะไม่ปลอดภัยที่จะใช้รับฐานรากได้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงานอย่างเคร่งครัด
    ๒.๑.๕ ในกรณีที่ผู้รับจ้างขุดดินลึกกว่าที่ได้กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามที่ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างสั่งการ โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมทั้งสิ้น
    ๒.๑.๖ ให้ทําความสะอาดและระบายน้ําออกจากแบบฐานรากก่อนเทคอนกรีตทุกครั้ง และ เมื่อถอดแบบหล่อออกแล้ว ให้ถมดินกลบและกระทุ้งให้แน่นทันที
    ๒.๒ การทําฐานรากแผ่
    ๒.๒.๓ ฐานรากจะต้องตั้งอยู่บนดินเติมเสมอ หากปรากฏว่าได้มีการขุดหลุมฐานรากลึกเกิน กว่าที่กําหนดไว้ ห้ามถมดินหรือวัสดุอื่นใดลงในก้นหลุมฐานรากนั้นโดยเด็ดขาด ให้ถือว่าความลึกนั้นเป็นส่วนล่าง
    ของฐานราก
    ๒.๒.๒ การก่อสร้างฐานรากที่มีระดับความลึกต่างกัน จะต้องทําการก่อสร้างฐานรากที่มี ระดับตามที่กําหนดในแบบรูป
    N
  • on -
    ๓. งานถมดินบดอัด
    งานถมดิน หมายถึง การถมดินเพื่อปรับระดับเพื่อก่อสร้างถนน ค.ส.ล. หรือ ลาน ค.ส.ล. ที่มีการ ถมดินสูงไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร จากระดับพื้นดินเดิม
    ๓.๑
    วัสดุที่ใช้ในการถมพื้นที่และบดอัด จะต้องเป็นดินหรือลูกรัง ที่ปราศจากก้อนดินเหนียว วัชพืช ขยะและสิ่งปฏิกูลอื่นๆ ห้ามนําวัสดุถมที่มีลักษณะแตกตัวได้ง่ายเมื่อโดนน้ํามาใช้ถม การเลือกใช้วัสดุถมที่จะ นํามาใช้ในการถมบดอัดต้องได้รับอนุมัติจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อน สําหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการทดสอบ ตัวอย่างวัสดุถม ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทุกประการ
    ๓.๒ วัสดุที่นํามาใช้ถมจะต้องมีค่าหน่วยน้ําหนักของมวลรวมไม่น้อยกว่า ๑,๓๐๐ กก./ม.
    ๓.๓ การถมดินจะต้องถมใส่เป็นชั้น ๆ ให้เต็มตามความกว้างของบริเวณงานก่อสร้างโดยใช้ เครื่องมือปาดเกลี่ยให้วัสดุเป็นเนื้อเดียวกัน ระหว่างการบดอัดจะต้องพรมน้ําตามจํานวนที่ต้องการเพื่อควบคุม
    วามชื้น (Optimum Moisture Content)
    ความชื้น
    ๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องเลือกใช้เครื่องจักรให้เหมาะสมกับการบดอัดในแต่ละพื้นที่ก่อสร้าง หรือตาม คําแนะนําของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    และต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้างที่อยู่บริเวณ
    ใกล้เคียง หากเกิดความเสียหายขึ้นผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมหรือซื้อของเก่าออกแล้วทําการก่อสร้าง
    ใหม่แทนตามคําวินิจฉัยของผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
    ๓.๕ การถมดินและการบดอัดจะต้องทําเป็นชั้นๆ ละไม่เกิน ๓๐ ซม. (ความหนาภายหลังการบดอัด แล้ว) และต้องให้ได้ความหนาแน่นสม่ําเสมอตลอดไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๙๕ ของความแน่นแห้งสูงสุดที่ได้จากการ ทดลองตัวอย่างดินเก็บจากหน้างานในสนาม โดยวิธีการทดลอง Standard Compaction Test และจะต้องไม่ ทําการถมดินและบดอัดดินในช่วงที่ฝนกําลังตก
    ๓.๖ การบดอัดบริเวณใกล้เคียงสิ่งปลูกสร้าง ให้ใช้เครื่องบดอัดชนิดกบกระโดดหรือ Plate
    compactor แทน
    ๓.๗ ผิวหน้าของดินที่ถมบดอัดแน่น จะต้องเรียบสม่ําเสมอได้แนวและระดับตามที่กําหนดในแบบ ไม่เป็นหลุมบ่อ
    ๓.๔ การทดสอบความหนาแน่นของการบดอัดดินในสนามบริเวณงานก่อสร้าง ให้ดําเนินการโดย วิธีการทดลองหาความหนาแน่นของวัสดุในสนามโดยใช้ทราย โดยทําการทดสอบทุกๆ ๔๐๐ ตารางเมตร ของแต่ละชั้นของการบดอัด และจะต้องทําการทดสอบพร้อมกับผู้ควบคุมงานผู้ว่าจ้าง ผลการทดสอบต้อง
    ได้รับการรับรองผลจากหน่วยงานของราชการที่เชื่อถือได้ โดยผู้ควบคุมงานเป็นผู้กําหนดหน่วยราชการที่จะทํา การทดสอบ และผู้รับจ้างจะต้องส่งผลการทดสอบการบดอัดดินให้คณะกรรมการฯ ทราบทุกครั้ง
    S
    หมวด
    งานเสาเข็มคอนกรีต
    Shy
  • ๒ -
    หมวด
    งานเสาเข็มคอนกรีต
    ๑. งานเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรง
    เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จ ที่จะนํามาใช้งานก่อสร้าง หากแบบรูปและ รายการประกอบแบบก่อสร้างไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่น ให้เป็นตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ฉบับล่าสุด และจะต้องผลิตจากโรงงานที่มีอุปกรณ์พร้อมเพรียงสําหรับงานคอนกรีตอัดแรง และมีบุคลากร ทําหน้าที่ควบคุมการผลิต
    ซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สาขาวิศวกรรมโยธา)
    ให้ได้ตามมาตรฐาน เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงที่นํามาใช้งานก่อสร้างจะต้องมีขนาดพื้นที่หน้าตัด (กว้าง x ยาว) และความยาวของเสาเข็มต้องไม่น้อยกว่าตามที่กําหนดในแบบรูป หรือมีความยาวเสาเข็มตามผล การเจาะสํารวจชั้นดินก่อนการก่อสร้าง
    และสามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าตามที่กําหนด
    ในแบบรูป หากในแบบรูปไม่ได้กําหนดขนาดความยาวเสาเข็มไว้ ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบหาความยาวเสาเข็ม ให้สามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าตามที่กําหนดในแบบรูป ก่อนส่งให้วิศวกรผู้ออกแบบ
    พิจารณาอนุมัติ
    ๑.๑ ข้อกําหนดทั่วไป
    ๑.๑.๑ เสาเข็มทุกต้นจะต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายระบุชื่อผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ตําแหน่งของจุดยก พื้นที่ภาคตัดขวางหรือเส้นผ่าศูนย์กลางหรือเส้นรอบรูป และความยาวแสดงไว้ชัดเจน
    ณ ตําาแหน่งประมาณ ๕๐ ซม. จากปลายตอก
    ๑.๑.๒ เสาเข็มคอนกรีตอัดแรงจะต้องมีกําลังอัดแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอก
    (รูปทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ ซม.สูง ๓๐ ซม.) ไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ksc.
    ๑.๒ ข้อกําหนดสําหรับคุณสมบัติทางกายภาพ
    ๑.๒.๑ รูปร่าง เสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จจะต้องมีรูปร่าง ของภาคตัดขวางเป็นไปตามที่ระบุไว้ในแบบรูป หรือรายการประกอบแบบก่อสร้าง จุดศูนย์ถ่วงของภาคตัดขวาง และจุดศูนย์กลางของเสาเข็ม จะต้องทับกันเป็นจุดเดียว
    ๑.๒.๒ มิติ
    ๑.
    ระยะสั้นที่สุด ระหว่างผิวเหล็กกับผิวของคอนกรีตจะต้องไม่น้อยกว่า ๒.๕ ซ.ม. ๒. ความกว้างที่น้อยที่สุดของภาคตัดขวางของเสาเข็ม จะต้องไม่น้อยกว่า ๕.๐ ซ.ม หรือ ๒ เท่าของระยะตามข้อ ๑ บวกด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเสริม โดยใช้ค่าที่มากกว่าเป็นเกณฑ์
    ๑.๓ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
    ๑.๓.๑ ความยาว ของเสาเข็มที่วัดได้จะคลาดเคลื่อนจากความยาวได้ไม่เกิน + ๕ ซ.ม. ๑.๓.๒ ความเรียบของผิวหน้า ปลายด้านตัดของเสาเข็มต้องมีผิวหน้าเรียบและตั้งฉาก กับแนวแกนสะเทิน (NEUTRAL AXIS) ของเสาเข็มโดยยอมให้มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน + ๒ องศา
    ๑.๓.๓ ความคดงอ ของเสาเข็มตามยาว ขณะวางในภาวะปกติโดยไม่ได้รับโมเมนต์ดัดจร ระยะความงอที่ส่วนใด ๆ ของเสาเข็มนี้ ถ้าวัดระหว่างเส้นตรงที่ต่อปลายทั้งสองข้างของส่วนงอกับผิวด้านใดก็ ตาม ต้องไม่เกิน ๑/๓๖๐ เท่าของความยาวของส่วนที่งอนั้น
    ๑.๔ เครื่องมือตอกเสาเข็ม
    ๑.๔.๑ การตอกเสาเข็ม ให้ใช้ปั้นจั่นชนิดหนึ่งชนิดใดตามที่กําหนดให้ในแบบรูป หรือ รายการประกอบแบบก่อสร้าง โดยทั่วไปหากมิได้กําหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ใช้แบบ DROP HAMMER ซึ่งเป็น การตอกเสาเข็มโดยใช้ลูกตุ้มชนิดปล่อย

๑.๔.๒ ปั้นจั่นที่นํามาใช้ในการตอกเสาเข็มต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี รางสําหรับ
นําลูกตุ้มจะต้องได้ศูนย์ และไม่คดงอ การเลือกลูกตุ้มที่ใช้ตอกต้องพิจารณาให้สัมพันธ์กับเสาเข็มและสภาพดิน บริเวณก่อสร้าง น้ําหนักของลูกตุ้มไม่เบาเกินไปและไม่หนักเกินไป เกณฑ์การเลือกน้ําหนักของลูกตุ้มให้พิจารณา สัมพันธ์กับน้ําหนักของเสาเข็มที่จะตอก แต่ไม่ว่ากรณีใดๆ น้ําหนักของลูกตุ้มจะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งของน้ําหนัก
ของเสาเข็ม
๑.๔.๓ ในการเลือกใช้ปั้นจั่น ไม่ว่าชนิดใดผู้รับจ้างจะต้องเอาใจใส่ต่อความกระทบ กระเทือน ซึ่งเกิดแก่อาคารข้างเคียงรวมทั้งต้องระมัดระวังในเรื่องกลิ่น เสียง และการฟุ้งกระจายของควันเสีย ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้อาศัยใกล้เคียงจนเกินควร ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ระงับการ ตอกเสาเข็มไว้ก่อน หากปรากฏว่าผู้รับจ้างมิได้เตรียมการเพื่อการป้องกันความเดือดร้อนไว้ หรือการตอกเสาเข็ม
ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนจนเกินควรแก่ประชาชน
๑.๔.๔ ในการเลือกใช้ลูกตุ้มสําหรับปั้นจั่นในการตอกเสาเข็ม ขนาดลูกตุ้มเหล็กที่ใช้ตอก เสาเข็มควรมีน้ําหนักอยู่ในช่วง ๑.๗ ถึง ๒.๕ เท่าของน้ําหนักเสาเข็ม และระยะการยกลูกตุ้มที่ตอกเสาเข็มอยู่ ระหว่าง ๑.๐๐-๑.๒๐ เมตร หากเกิดกรณีที่สงสัยว่าน้ําหนักของลูกตุ้มที่ใช้จะไม่เป็นจริงตามที่คํานวณได้ตาม ขนาดของลูกตุ้ม ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างมีอํานาจจะสั่งให้ทําการทดสอบโดยวิธีอื่นใด
๑.๕ การตอกเสาเข็ม
๑.๕.๑ เสาเข็มที่นําเข้ามาเพื่อใช้งาน หากปรากฏว่ามีรอยร้าวเกิดขึ้น ผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างและวิศวกรผู้ออกแบบ จะเป็นผู้วินิจฉัยร่วมกันว่าเสาเข็มต้นนั้น ๆ จะอนุญาตให้นําไปใช้งานได้หรือไม่ หรือจะต้องดําเนินการซ่อมแซมด้วยวิธีอย่างใดก่อนจะนําไปใช้งาน ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องยอมปฏิบัติตามคําวินิจฉัย นั้น ๆ โดยไม่บิดพลิ้ว
๑.๕.๒ ก่อนดําเนินการตอกเสาเข็ม จะต้องตรวจสอบตําแหน่งเสาเข็มให้ถูกต้องตามที่
๑.๕.๓ เมื่อตั้งแนวเสาเข็ม ก่อนเริ่มดําเนินการตอกจะต้องได้แนวตามระนาบที่แสดงใน
แบบรูประบุ
แบบรูป
ระบายน้ํา สายหรือเสาไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ ที่สําคัญ จะต้องทําการป้องกันแรงสั่นสะเทือน การเคลื่อน ตัวของดิน ฝุ่นละออง เสียงและควันด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสม หรือกรรมวิธีใดๆที่ทําให้เกิดความปลอดภัยด้วย ค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้างเอง สําหรับเสียงรบกวนต้องไม่ดังกว่ากําหนดโดยหน่วยงานราชการในพื้นที่นั้น หรือไม่ดัง เกินกว่า ๘๐ dB.
๑.๕.๔ การตอกเสาเข็มบริเวณชิดเขตอาคาร หรือใกล้กับอาคารสาธารณะ ท่อประปา ท่อ
๑.๕.๕ การตอกเสาเข็มต้นหนึ่ง ๆ จะต้องตอกรวดเดียวให้เสร็จ หากมีอุปสรรคเกิดขึ้น ทําให้ต้องหยุดพักการตอก ผู้รับจ้างจะต้องรีบแก้ไขอุปสรรคนั้นให้ลุล่วง แล้วทําการตอกต่อไปตามคําวินิจฉัยของ ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง
๑.๕.๖ จํานวนครั้งในการตอก (Blow-Count) ในช่วง ๓ เมตรสุดท้าย ในการตอกเสาเข็ม จะแบ่งระยะเป็น ๑๐ ช่วงๆ ละ ๐.๓๐ ม. โดยนับจํานวนครั้งในการตอกแต่ละช่วงแล้วจดบันทึก ความสูงในการ ยกลูกตุ้มจากหัวเสาเข็มประมาณ ๐.๓๐-๑.๐๐ เมตร
๑.๕.๗ เสาเข็มที่ตอกเสร็จแล้วจะต้องเอียงตัวไม่เกิน ๑ : ๕๐ จากแนวดิ่ง โดยให้คํานวณ จากผลรวมแบบเวกเตอร์ของการเอียงตัวที่วัดจากสองแกนที่ตั้งฉากกัน
๑.๕.๘ เสาเข็มตอกแล้ว หากมีตําแหน่งคลาดเคลื่อนไปจากที่กําหนดไว้ จะต้องไม่เกิน ๕ เซนติเมตร โดยวัดขนานกับแกนโคออร์ดิเนททั้งสองแกน ณ ระดับหัวเสาเข็มใช้งาน หากเกินนี้จะต้องทําการ
ทบทวนแบบ

  • ๔ -
    ๑.๕.๙ หากศูนย์กลางของเสาเข็มเมื่อตอกเสร็จแล้ว ปรากฏว่าคลาดเคลื่อนจากที่ปรากฏ ในรูปแบบ หรือได้เกิดความเสียหายขึ้นแก่เสาเข็มที่ตอก วิศวกรผู้ออกแบบจะเป็นผู้วินิจฉัยร่วมกันเพื่อทําการ แก้ไขตามวิธีการดังนั้น คือ
    ปฏิเสธไม่รับรองเสาเข็มที่ว่านั้น แล้วดําเนินการตอกเสาเข็มซึ่งเป็น ขนาด
    ชนิด และคุณภาพเดียวกัน เพิ่มเติมตามจํานวนที่จําเป็น เพื่อความมั่นคงแข็งแรง
    ๒. เปลี่ยนแปลงขนาด รูปทรง เพื่อความมั่นคงแข็งแรง
    ๓. สําหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากการดําเนินการตามข้อ ๑ และ ๒ ให้
    เป็นภาระของผู้รับจ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว


    ๑.๕.๑๐ เสาเข็มที่มีการกําหนดความสามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยไว้ ก่อนจะทํา การตอกเสาเข็ม ผู้รับจ้างจะต้องเสนอค่าการทรุดตัวของเสาเข็ม (Blow Count) โดยให้ใช้ค่า Factor of Safety ไม่น้อยกว่า ๒.๕ โดยใช้ทฤษฎีในการคํานวณการรับน้ําหนักเสาเข็ม อย่างน้อย ๒ ทฤษฎี เพื่อเปรียบเทียบสําหรับ ใช้อ้างอิงในการตอกเสาเข็ม ต่อวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาอนุมัติก่อน
    ๑.๕.๑๑ ในกรณีที่เสาเข็มตอกลงไม่หมด แต่ได้ค่าการทรุดตัวของเสาเข็มตามที่ได้เสนอ
    แล้ว ให้ผู้รับจ้างส่งผลบันทึกการตอกเสาเข็มต่อผู้ควบคุมงานเพื่อเสนอวิศวกรผู้ออกแบบวินิจฉัยว่าเห็นสมควร ให้ตัดเสาเข็มต้นใด ณ ตําแหน่งใด ผู้รับจ้างจึงจะทําการตัดเสาเข็มตามคําวินิจฉัยนั้นได้
    ๑.๖ การรายงานการตอกเสาเข็ม
    ผู้รับจ้างต้องรายงานผลการตอกเสาเข็มทุกต้น โดยมีวิศวกรควบคุมงานของผู้รับจ้างที่ ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สาขาวิศวกรรมโยธา) ลงชื่อรับรองในรายงานทุกแผ่น เสนอต่อผู้ควบคุมงาน ภายใน ๒๔ ชั่วโมง หลังจากการตอกเสาเข็มเสร็จสิ้นเป็นประจําทุกวัน และรวบรวมข้อมูล เสนอวิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาก่อนดําเนินการขั้นตอนต่อไป ข้อมูลที่ต้องบันทึกประกอบด้วย
    ของเสาเข็มทุกต้น
    ๑.๖.๑ วัน เดือน ปี เวลาเริ่มทําการตอกเสาเข็ม และเวลาเสร็จสิ้นสุดการตอกเสาเข็ม
    ๑.๖.๒ ชนิด และ ขนาด ของเสาเข็มที่ตอก ระดับหัวเสาเข็ม และปลายเสาเข็ม ๑.๖.๓ ลําดับที่ของเสาเข็ม
    ๑.๖.๔ ชนิดและน้ําหนักของเครื่องมือตอก ลูกตุ้ม และระยะการยกลูกตุ้ม ๑.๖.๕ รายงานความผิดปกติในระหว่างการตอกเสาเข็ม (ถ้ามี)
    ๑.๖.๖ ค่าการทรุดตัวของเสาเข็มแต่ละต้น หรือจํานวนครั้งที่ตอกเสาเข็ม ในระยะ
    ๑๐ ฟุตสุดท้าย (Blow Count) และการส่งหัวเสาเข็มต่อฟุต ค่าระยะตอก ๑๐ ครั้งสุดท้าย
    ๑.๖.๗ การตัดหัวเสาเข็ม ในกรณีที่ตอกไม่ลง ผู้รับจ้างต้องทําตามหลักวิชาการที่ดีและ ต้องพิจารณาจากรายงานการตอกเสาเข็มประกอบกัน โดยได้รับอนุญาตจากวิศวกรผู้ออกแบบก่อนดําเนินการ
    ๒. งานเสาเข็มเจาะ
    กรรมวิธีในการทําเสาเข็มเจาะ อุปกรณ์หลักในการทํางานต้องเป็นไปตามมาตรฐานในการทํา เสาเข็มเจาะ ซึ่งมีขั้นตอนการทําเสาเข็มเจาะ ดังนี้
    ๒.๑ ก่อนเริ่มดําเนินการทําเข็มเจาะ ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างตรวจสอบ แนว ตําแหน่งหลุมเจาะก่อน เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานแล้ว จึงจะดําเนินการได้
    ๒.๒ การตอกปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING)
    ๒.๒.๑ ขนาดและความยาวของปลอกเหล็กชั่วคราว ปลอกเหล็กชั่วคราว (CASING) จะมี เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดเดียวกับเสาเข็มเจาะซึ่งแต่ละท่อนจะมีความยาว ๑.๒๐ เมตร ต่อกันด้วยระบบเกลียว ใน การทํางานจะตอกปลอกเหล็กผ่านชั้นดินที่ไม่มีเสถียรภาพ (UNSTABLE STRATUM) ซึ่งอยู่ด้านบนจนกระทั้งถึง ชั้นดินที่มีเสถียรภาพ (STABLE STRATUM) เพื่อป้องกันการเคลื่อน พังของผนังรูเจาะ
    G2
  • C -
    ๒.๒.๒ การควบคุมตําแหน่งให้ถูกต้องและอยู่ในแนวดิ่ง ในการทํางานการตอกปลอก เหล็กชั่วคราวลงไปแต่ละท่อนจะได้มีการตรวจสอบตําแหน่งศูนย์กลางของเข็มและแนวดิ่งอยู่เสมอ เพื่อเป็นการ
    ป้องกันไม่ให้เข็มเจาะเอียง
    ๒.๓ การเจาะ
    ๒.๓.๑ อุปกรณ์ที่ใช้ในการเจาะ จะใช้กระเช้าเก็บดิน (BORING TACKLE) เมื่อกระเช้าถูก ทิ้งลงไปในรูเจาะด้วยน้ําหนักของตัวเอง ดินก็จะถูกอัดเข้าไปอยู่ในกระเช้า ทําซ้ํากันเรื่อยๆ จนดินถูกอัดจนเต็ม กระเช้า จึงนําขึ้นมาเทออก การเจาะจะดําเนินไปจนกระทั้งได้ ความลึกที่ต้องการ
    ๒.๓.๒ การตรวจสอบการเคลื่อนพังของดินในชั้นที่ไม่มีปลอกเหล็กชั่วคราวในระหว่างการ เจาะเอาดินขึ้น จะหมั่นตรวจสอบว่าผนังดินพังหรือยุบเข้า (CAVE IN) หรือไม่ โดยดูจากชนิดของดินซึ่งเก็บขึ้นมา ควรจะต้องสอดคล้องกับความลึก และคล้ายคลึงกับเข็มต้นแรกๆ ถ้าตรวจพบว่าดินเกิดจากการเคลื่อนพังจะรีบ
    แก้ไขในทันทีโดยการตอกปลอกเหล็กชั่วคราวให้ลึกลงไปอีก
    ๒.๓.๓ การขนย้ายดิน ดินที่ได้จากการเจาะขึ้นมาจะต้องนําออกนอกบริเวณงานเสาเข็ม
    โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดน้ําหนักบรรทุกจร (SURCHARGE) ต่อเสาเข็มต้นถัดไป
    ตักดิน
    ๒.๔ การตรวจสอบรูเจาะก่อนใส่เหล็กเสริมคอนกรีต
    ๒.๔.๑ การวัดความลึก โดยวัดจากความยาวของสายสลิงร่วมกับความยาวของกระเช้า
    ๒.๔.๒ การตรวจสอบก้นหลุม ใช้โคมไฟสปอร์ตไลท์ส่องดูก้นหลุมว่ามีการยุบเข้า (CAVE IN) มีน้ําซึมหรือไม่ ถ้ามีน้ําซึมที่ บริเวณก้นหลุม จะเทคอนกรีตแห้งลงไปประมาณ 0.00 ลบ.ม โดยแบ่งเป็นชั้นๆ และกระทุ้งให้แน่นด้วยตุ้มเหล็ก
    ๒.๕ งานเหล็กเสริมคอนกรีต
    ๒.๕.๑ ชนิดของเหล็กเสริมคอนกรีต ใช้เหล็กเสริมข้ออ้อยชั้นคุณภาพ SD๔๐ ต้องมี คุณสมบัติตามรายละเอียดหมวดงานเหล็กเสริมคอนกรีต
    ๒.๕.๒ ขนาดและปริมาณเหล็กเสริมคอนกรีต ใช้ตามแบบรูปกําหนด
    ๒.๕.๓ การใส่เหล็กเสริมคอนกรีต หย่อนโครงเหล็กให้อยู่ตรงกลางของรูเจาะจนถึงระดับ
    ที่ต้องการและยึดให้แน่นหนา เพื่อที่ขณะเทคอนกรีต โครงเหล็กจะไม่ขยับ
    ๒.๖ งานคอนกรีต
    ๒.๖.๑ งานคอนกรีต ต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียดในหมวดงานคอนกรีต
    ๒.๖.๒ คอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างจะต้องรับแรงอัดสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ksc (รูปทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ ซม. สูง ๓๐ ซม.) โดยการนําแท่งคอนกรีตจากการเก็บตัวอย่างไปทดสอบ ภายหลังการเทคอนกรีตในแต่ละครั้ง
    ๒.๖.๓ วิธีเทคอนกรีต
    เมื่อรูเจาะได้รับการตรวจสอบและอนุมัติให้เทคอนกรีตได้จากผู้ควบคุมงาน จะต้องรีบทําการเทคอนกรีตทันที เพื่อไม่ให้รูเจาะอ่อนตัวหรือกระทบความชื้นในอากาศนานเกินไป จนสูญเสีย
    แรงเฉือน (SKIN FRICTION) ได้
    ๒.๗ การถอดปลอกเหล็กชั่วคราว จะต้องเทคอนกรีตให้มีระดับสูงกว่าปลอกเหล็กชั่วคราว (CASHING) พอสมควรจึงจะเริ่มถอดปลอกเหล็กขึ้น โดยปกติขณะถอดปลอกเหล็กจะต้องให้มีคอนกรีตอยู่ ภายในปลอกเหล็กไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ ม. เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ชั้นดินอ่อนตัวบีบตัว ทําให้ขนาดเสาเข็มเจาะ เปลี่ยนไปและเป็นการป้องกันมิให้น้ําใต้ดินไหลซึมเข้ามาในรูเจาะก่อนที่จะทําการถอดปลอกเหล็กชั่วคราวออก
    หมด จะต้องเตรียมคอนกรีตให้มีปริมาณเพียงพอ และจะต้องเผื่อคอนกรีตให้สูงกว่าระดับที่ต้องการประมาณ
    -b-
    ๓๐-๔๐ ซม. เพื่อป้องกันมิให้หัวเข็มในระดับที่ต้องการสกปรก เนื่องจากวัสดุหรือเศษดินล่วงหล่นลงไป ภายหลัง จากการถอดปลอกเหล็กออกหมดแล้ว
    ๓. งานเสาเข็ม 5 เหลี่ยมกลวงหล่อสําเร็จ
    เสาเข็ม 5 เหลี่ยมกลวงหล่อสําเร็จ ที่จะนํามาใช้งานก่อสร้าง หากแบบรูปและรายการประกอบ แบบก่อสร้างไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่น
    จะต้องผลิตจากโรงงานที่มีอุปกรณ์พร้อมเพรียงสําหรับงานคอนกรีต
    อัดแรง และมีบุคลากรซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สาขาวิศวกรรมโยธา) ทําหน้าที่ควบคุมการผลิตให้ได้ตามมาตรฐาน เสาเข็ม 5 เหลี่ยมกลวงหล่อสําเร็จที่นํามาใช้งานก่อสร้างจะต้องมี ขนาดพื้นที่หน้าตัด (กว้าง, ยาว) และความยาวของเสาเข็มต้องไม่น้อยกว่าตามที่กําหนดในแบบรูป ต้องเป็น เสาเข็มแบบท่อนเดียวไม่มีการต่อระหว่างการก่อสร้าง สามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าตามที่ กําหนดในแบบรูป หากในแบบรูปไม่ได้กําหนดขนาดความยาวเสาเข็มไว้ ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบหาความยาว เสาเข็ม ให้สามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าตามที่กําหนดในแบบรูป โดยเสนอให้ผู้ควบคุมงาน
    และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการต่อไป
    ข้อกําหนดทั่วไป

    เสาเข็มทุกต้นจะต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายระบุชื่อผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ตําแหน่งของจุดยก พื้นที่ภาคตัดขวางหรือเส้นผ่าศูนย์กลางหรือเส้นรอบรูป และความยาวแสดงไว้ชัดเจน
    ๓.๒ คอนกรีตผสมเสร็จที่ใช้ผลิตเสาเข็ม ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ประเภท ๓ และมีกําลังอัดแท่งคอนกรีตรูปทรงกระบอกไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ksc. ภายหลังที่หล่อแล้วที่อายุของ คอนกรีตไม่น้อยกว่า ๒๘ วัน (รูปทรงกระบอก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ ซม.สูง ๓๐ ซม.)
    N
    ปาตู
    2
    หมวด
    งานพื้นคอนกรีตอัดแรง
    By
    พื้นคอนกรีตสําเร็จรูป

  • หมวด
    งานพื้นคอนกรีตอัดแรง
    แผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปที่นํามาใช้งานก่อสร้าง เป็นแบบพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อ
    สําเร็จแบบแผ่นเรียบตัน หากแบบรูปและรายการประกอบแบบก่อสร้างไม่ได้กําหนด ให้เป็นตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด และจะต้องผลิตจากโรงงานที่มีอุปกรณ์พร้อมเพรียง สําหรับงาน คอนกรีตอัดแรง และมีบุคลากรซึ่งได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (สาขาวิศวกรรมโยธา) ทําหน้าที่ควบคุมการผลิตให้ได้ตามมาตรฐานพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงที่นํามาใช้งานก่อสร้างจะต้องมีขนาด
    ความหนา และความยาวของแผ่นพื้นตามที่กําหนดในแบบรูป สามารถรับน้ําหนักบรรทุกปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่า ๓๐๐ กิโลกรัมต่อตารางเมตรหรือตามแบบรูปกําหนด ผู้รับจ้างจะต้องจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพ
    ผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กอัดแรงหล่อสําเร็จแบบแผ่นเรียบตัน ให้วิศวกรผู้ออกแบบ
    พิจารณาอนุมัติก่อนนํามาใช้ในงานก่อสร้าง
    ๑.๑ ข้อกําหนดทั่วไป
    ๑๕ ซม. X ๓๐ ซม.)
    ๑.๑.๑ กําลังอัดประลัยของคอนกรีตพื้นสําเร็จรูป ไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ksc. (รูปทรงกระบอก
    ๑.๑.๒ กําลังอัดประลัยของคอนกรีตขณะตัดลวดเหล็กแรงดึงสูง ต้องไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ksc. เหล็กลวดอัดแรงที่ใช้ในแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
    ๑.๑.๓
    ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    หรือตามแบบรูปกําหนด
    ๑.๑.๔ กําลังอัดประลัยของคอนกรีตทับหน้า (Concrete Topping) ไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ksc.
    ๑.๑.๕ เหล็กลวดอัดแรงที่ใช้ในแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป ต้องสามารถรับน้ําหนักบรรทุก ปลอดภัยได้ไม่น้อยกว่าที่สัญญากําหนด
    ได้ไม่เกิน + ๑๐ มม.
    ๑.๑.๖ ความยาวของแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป ที่วัดได้จ
    นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูป ที่วัดได้จะคลาดเคลื่อนจากความยาวระบุ
    ๑.๒ การติดตั้งแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปอัดแรงแบบแผ่นเรียบ
    ๑.๒.๑ ก่อนจะทําการติดตั้งแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปจะต้องปรับแต่งหลังคานให้เรียบ เสมอกัน และผู้รับจ้างจะต้องแสดงรายละเอียดขั้นตอนการวางแผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปอัดแรงบนคาน โครงสร้าง ต่อผู้ควบคุมงาน เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อน
    ๑.๒.๒ แผ่นพื้นคอนกรีตสําเร็จรูปมีช่วงความยาว ๔ ม. จะต้องมีค้ํายันชั่วคราวตามแนว างความยาวของแผ่นพื้นก่อนทําการเทคอนกรีตทับหน้า จนกระทั่งคอนกรีตทับหน้าได้กําลังอัดแท่ง คอนกรีตไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ksc. ( รูปทรงกระบอก) หรือตามแบบรูปกําหนด จึงถอดค้ํายันออก
    กึ่งกลางค
    ๑.๒.๓ ขนาดของเหล็กเส้น ชนิด และจํานวนเหล็กเส้นที่นํามาทําตะแกรงเหล็กเสริมที่ เททับหน้า ให้เป็นไปตามแบบก่อสร้างกําหนด หรือหากต้องการใช้เหล็กเสริมคอนกรีตทําเป็นตะแกรงเหล็กเสริม ให้ใช้เหล็กเสริมคอนกรีต RB / 5 มม. โดยผูกเป็นช่องตะแกรงห่าง ๒๐ เซนติเมตร หรือตามแบบรูปกําหนด
  • 60 -
    ๑.๒.๔ การเทคอนกรีตที่เททับหน้า (Concrete Topping) ให้เป็นไปตามแบบรูปกําหนด โดยความหนาของคอนกรีตที่เททับหน้าไม่น้อยกว่า ๕ ซม. กําลังอัดประลัยของคอนกรีตไม่น้อยกว่า ๒๘๐ ksc. (รูปทรงกระบอก ๑๕ x ๓๐ ซม.) หรือตามแบบรูปกําหนด
    หมวด
    งานคอนกรีต
    มา
    -๒-
    ๑. ข้อกําหนดทั่วไปงานคอนกรีต
    หมวด
    งานคอนกรีต
    ประกอบด้วยส่วนผสมของปูนซีเมนต์ หินย่อย ทรายหยาบและน้ํา ในบางกรณีอาจจะมีสาร ผสมเพิ่มรวมอยู่ด้วย คอนกรีตที่ผสมแล้วจะต้องมีความข้นเหลวพอเหมาะสามารถเทเข้าแบบได้โดยสะดวก และในขณะเดียวกันเมื่อแข็งตัวแล้วจะต้องมีคุณสมบัติตามต้องการ เช่น ความสามารถในการรับแรงอัด ความทนทานต่อลมฟ้าอากาศ สารเคมี เป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องเลือกใช้อัตราส่วนผสมที่เหมาะสม โดยคํานึงถึง ขนาดและส่วนคละของมวลรวมระยะช่องว่างระหว่างเหล็กเสริมในเนื้อคอนกรีต อัตราส่วนน้ําต่อซีเมนต์ ฯลฯ ทั้งนี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างด้วย
    ๒. คอนกรีตผสมเอง
    ๒.๑ ส่วนผสมคอนกรีต
    ๒.๑.๑ ปูนซีเมนต์ ที่ใช้งานก่อสร้างทั้งหมด ถ้าแบบหรือรายการประกอบแบบเฉพาะงาน ไม่ได้กําหนดว่าเป็นปูนซีเมนต์ประเภทใด ให้ถือว่าเป็นปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ ๑ หรือ ปูนซีเมนต์
    ไฮดรอลิก ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ๒.๑.๒ ทราย ต้องเป็นทรายน้ําจืดหรือทรายบก ที่มีเม็ดหยาบ คม แข็งแกร่ง ทรายที่ใช้ใน
    การก่อสร้าง จะต้องสะอาดปราศจากวัสดุอื่นเจือปน
    ๒.๑.๓ หินที่ใช้ต้องแข็งแกร่ง เหนียว ไม่ผุ และสะอาด ปราศจากวัสดุอื่น เจือปน ๒.๑.๔ น้ํา ที่ใช้ผสมคอนกรีตให้ใช้น้ําประปา ในกรณีหาน้ําประปาไม่ได้ ให้ใช้น้ําจืดปราศจาก สารที่เป็นอันตรายต่อคอนกรีตและเหล็กเสริม
    ๒.๒ การผสมคอนกรีต
    ๒.๒.๑ การผสมคอนกรีตในสถานที่ก่อสร้าง ให้ผสมด้วยเครื่องผสมเท่านั้นส่วนผสมของ
    คอนกรีต ให้ใช้อัตราส่วนผสมของซีเมนต์ตามตารางที่ ๑ ชนิดของคอนกรีต จํานวนซีเมนต์ที่ใช้ต่อคอนกรีต ๑ ลบ.ม. และค่าแรงอัดประลัยต่ําสุด (กก./ตร.ซม.) และปริมาณน้ําไม่เกิน ๒๕ ลิตร ต่อซีเมนต์ ๑ ถุง
    ตารางที่ ๑ ชนิดของคอนกรีต และค่าแรงอัดประลัยต่ําสุด (กก./ตร.ซม. หรือ KSC)
    กําลังอัดประลัยต่ําสุดของแท่งคอนกรีตมาตรฐานที่ อายุ ๒๘ วัน
    จํานวนซีเมนต์ที่ใช้ ต่อคอนกรีต ๑ ลบ.ม.
    (กก.)
    ๒๙๐
    ลูกบาศก์ (๑๕X๑๕X๑๕ ซม.)
    ทรงกระบอก (๑๕X๓๐ซม.)
    ๑๙๐
    ๑๕๐
    ๒๑๐
    moo
    ๒๔๐
    ๒๑๐
    ៣២០
    ២៨០
    ๒๔๐
    ៣២០
    ២៨០
    ๓๕๐
    moo
    ៣៨០
    ៣២០
    ๔๐๐
    ๓๕๐
    ๔๒๐
    ๓๘o
    ๔๕๐
    ๔๐๐
    &oo
    ๔๕๐
    2
    M
  • 6 -
    หมายเหตุ สําหรับกรณีที่มีการทดลองส่วนผสมหรือเป็นคอนกรีตชนิดอื่นนอกเหนือจากตารางที่ ๑ ปริมาณ
    ซีเมนต์ที่เหมาะสมจะต้องกําหนดโดยวิศวกรผู้ออกแบบส่วนผสม ซึ่งจะต้องพิจารณาคุณสมบัติของ
    คอนกรีตและการใช้งานที่เหมาะสมด้วย
    ๒.๒.๒ สําหรับเครื่องผสมที่มีความจุ 6 ลูกบาศก์เมตร หรือน้อยกว่า ต้องใช้เวลาผสมนาน อย่างน้อย ๑ ๑/๒ นาที และให้เพิ่มระยะเวลาผสม ๑๕ วินาที ทุกๆ ความจุที่เพิ่มขึ้น ๐.๕๐ ลูกบาศก์เมตร หรือ เศษของลูกบาศก์เมตร
    ๒.๒.๓ คอนกรีตที่ผสมแล้วและนํามาเทจะต้องใช้ให้หมดภายใน ๓๐ นาที นับแต่เมื่อ ผสมเสร็จ ห้ามใช้คอนกรีตที่ผสมไว้นานเกินกว่ากําหนดนี้เป็นอันขาด ยกเว้นกรณีที่ใช้สารหน่วงการก่อตัว
    ๓. คอนกรีตผสมเสร็จ
    หากผู้รับจ้างต้องการใช้คอนกรีตผสมเสร็จในงานก่อสร้าง ให้ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ ๑ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยต้องแสดงรายการคํานวณส่วนผสมคอนกรีต, คุณสมบัติของวัสดุส่วนผสมในการผลิตคอนกรีต และผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จต้องได้รับใบอนุญาตให้สามารถ
    ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมคอนกรีตผสมเสร็จ และมีกําลังอัดไม่น้อยกว่าที่ กําหนดไว้ในสัญญา โดยเสนอผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๔. การลําเลียงและการเทคอนกรีต
    ๔.๑ ต้องตรวจดูแบบหล่อ และการวางเหล็กเสริมว่ามั่นคง และถูกต้องตามแบบรายละเอียด พร้อม ทั้งทําความสะอาดให้ปราศจากเศษวัสดุที่อยู่ในแบบที่จะเท และอุดรอยรั่วต่าง ๆ ให้เรียบร้อยเพื่อมิให้น้ําปูนไหล
    ออกนอกแบบ จึงจะทําการเทคอนกรีตได้
    ๔.๒ การลําเลียงและการเทคอนกรีตต้องทําด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดการแยกตัวของคอนกรีต ๔.๓ คอนกรีตที่ผสมแล้วต้องรีบนําไปเทลงในแบบโดยเร็ว ก่อนที่คอนกรีตนั้นจะแข็งตัว (ไม่ควรเกิน ๓๐ นาที) และต้องระมัดระวังมิให้เหล็กเสริมเคลื่อนหรือเปลี่ยนไปจากตําแหน่งเดิม
    ๔.๔ ก่อนทําการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ควบคุมงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง โดยระบุถึงลักษณะและตําแหน่งของงาน ปริมาณคอนกรีตที่จะใช้ เวลาที่จะเริ่มทํางาน เครื่องมือ เครื่องใช้ ตลอดจนกําลังแรงงาน เพื่อผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะได้ตรวจสอบความพร้อมเพรียงต่าง ๆ แล้วสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทําการเทคอนกรีต ผู้รับจ้างให้สัญญาว่าจะไม่ทําการเทคอนกรีตโดยที่ยังไม่ได้รับ อนุญาตจากผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเป็นอันขาด หากมีการละเมิดผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างจะไม่รับรองผลงาน ในส่วนนั้น ๆ ได้
    ๕. การทําให้คอนกรีตแน่นตัว
    เมื่อใช้เครื่องสั่นสะเทือนชนิดจุ่มเพื่อทําให้คอนกรีตแน่นตัวควรปฏิบัติ ดังนี้
    ๕.๑ ให้จุ่มปลายหัวสั่นสะเทือนขึ้นลงตรง ๆ ช้า ๆ การจุ่มต้องจุ่มจนสุดขั้นคอนกรีตที่เทใหม่และ เลยเข้าไปในชั้นใต้เล็กน้อยให้จุ่มหัวสั่นสะเทือนเป็นจุด ๆ ระยะห่างตั้งแต่ ๔๕-๗๕ เซนติเมตร โดยใช้เวลาจุ่มนาน ไม่เกินกว่า ๒๐ วินาที การถอนหัวสั่นสะเทือนขึ้นให้ถอนช้า ๆ
    ๕.๒ ต้องระวังอย่าให้หัวสั่นสะเทือนถูกแบบหล่อ และเหล็กเสริมเพราะจะทําให้แบบหล่อเสียรูป หรือเหล็กเสริมเคลื่อนผิดตําแหน่งได้ ห้ามจุ่มหัวสั่นสะเทือนทิ้งไว้นานเกินไป หรือจุ่มที่บริเวณเดียวกัน เพราะ จะทําให้คอนกรีตแยกตัว และห้ามใช้หัวสั่นสะเทือนเกลี่ยคอนกรีต
    ๕.๓ เมื่อเทคอนกรีตเสร็จแล้ว ในระหว่างที่คอนกรีตยังไม่แข็งตัวต้องปกคลุมมิให้ถูกแสงแดด และ กระแสลมร้อน ต้องป้องกันมิให้คอนกรีตได้รับความสะเทือน
    ๕.๔ การแต่งผิวคอนกรีต เมื่อถอดแบบออกแล้ว ถ้าเนื้อคอนกรีตมีลักษณะเป็นรูพรุน หรือขรุขระ ก่อนที่จะดําเนินการต่อไปให้แจ้งผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างตรวจสอบพิจารณาเสียก่อน
    By
  1. การบ่มคอนกรีต
  • C -
    ๖.๑ เมื่อพ้นระยะเวลา ๒๔ ชั่วโมง หรือเมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้ว ต้องจัดการบ่มให้คอนกรีตชุ่มน้ํา อยู่ตลอดเวลาต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า ๗ วัน ด้วยการใช้กระสอบชุบน้ําคลุม หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม สําหรับพื้นให้ ใช้วิธีคลุมด้วยกระสอบหรือผ้าใบเปียกหรือขังหรือพ่นน้ํา หรือวิธีอื่นที่เหมาะสม ตามที่ผู้ควบคุมงานอนุมัติ

    ๖.๒ สําหรับผิวคอนกรีตในแนวตั้ง เช่น เสา ผนัง และด้านข้างของคาน ให้หุ้มกระสอบหรือผ้าใบ ให้เหลื่อมซ้อนกัน และรักษาให้ชื้น โดยให้สิ่งที่คลุมนี้แนบกับคอนกรีตเป็นเวลาอย่างน้อย ๗ วัน
    ผู้ควบคุมงาน
    ๖.๓ ในกรณีที่ใช้ปูนซิเมนต์ชนิดให้กําลังสูงเร็ว ระยะเวลาการบ่มขึ้นตามการพิจารณาอนุมัติของ
    ๖.๔ การบ่มคอนกรีตด้วยวิธีอื่นๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากวิศวกรผู้ออกแบบ
    ๗. การหล่อตัวอย่างคอนกรีตและการทดสอบ
    ๗.๑ ในการเทคอนกรีตต้องทํา SLUMP TEST ทุกครั้งที่เปลี่ยนอัตราส่วนผสมของน้ํากับปูนซีเมนต์ หรือผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างเห็นว่า คอนกรีตข้นหรือเหลวเกินไป วิธีทํา SLUMP TEST ต้องเป็นไปตาม มาตรฐาน ว.ส.ท. และ ตามปกติค่าการยุบตัวของคอนกรีตควรเป็นไปตามค่าที่กําหนดไว้ในตารางต่อไปนี้
    ชนิดของงานก่อสร้าง
    ค่าการยุบตัว (ซม.)
    สูงสุด
    ต่ําสุด
    ฐานราก ถนน แผ่นพื้น, คาน, ผนัง ค.ส.ล.
    เสา
    ครีบ ค.ส.ล. และผนังบาง ๆ
    ๑๐
    ๑๕
    I
    નેવ
    ๗.๒ เพื่อเป็นการตรวจคุณภาพของคอนกรีตว่าเป็นไปตามข้อกําหนดหรือไม่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาแบบ เหล็กมาตรฐานมาหล่อตัวอย่างคอนกรีต (รูปทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ ซม.สูง ๓๐ ซม. หรือรูปทรง ลูกบาศก์ขนาด ๑๕๕๑๕/๑๕ ซม.) เพื่อเก็บตัวอย่างคอนกรีตที่นํามาใช้ในการก่อสร้าง จํานวน ๓ ตัวอย่าง หรือ ตามจํานวนที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างกําหนด ต่อหน้าผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ทุกวันที่มีการเทคอนกรีต แล้วทิ้งไว้เป็นเวลา ๒๔ ชั่วโมง แล้วจึงถอดแบบออก เขียนหมายเลขที่และวันที่หล่อคอนกรีตบนแท่งทดสอบ แล้วนําไปบ่ม เพื่อนําไปทําการทดสอบหาค่าการรับกําลังอัดคอนกรีตให้ได้ไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในสัญญา
    ๗.๓ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นธุระในการจัดหาเครื่องมือสําหรับทํา SLUMP TEST ตลอดจนแบบสําหรับ หล่อตัวอย่างคอนกรีต เพื่อทดสอบให้เพียงพอตามปริมาณที่ผู้ควบคุมงานเห็นสมควร และผู้ควบคุมงานมีสิทธิ์ ไม่อนุญาต หรือสั่งระงับการเทคอนกรีต ถ้าการเตรียมเครื่องมือดังกล่าวข้างต้นไม่พร้อม
    ๔. การพิจารณาผลการทดสอบ
    แรงอัดสูงสุดของแท่งตัวอย่างคอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้างจะต้องรับแรงอัดได้ไม่น้อยกว่า ที่กําหนดไว้ในสัญญา การทดสอบหาค่าแรงอัดสูงสุดของตัวอย่างคอนกรีตมาตรฐานนั้น ผู้รับจ้างจะต้องส่งไป ทดสอบกับหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ หรือสถานที่ที่ผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้างกําหนด ค่าใช้จ่ายในการทดสอบ นี้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด อนึ่งหากปรากฏว่าค่าแรงอัดสูงสุดของแท่งตัวอย่างคอนกรีตไม่ได้ตาม
    ที่กําหนด ผู้รับจ้างจะต้องทุบหรือรื้อคอนกรีตส่วนที่เทไปแล้วทิ้ง และทําการหล่อชิ้นส่วนของโครงสร้างใหม่ สําหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นภาระของผู้รับจ้างทั้งสิ้น
    -&-
    ๔. การเก็บรักษาวัสดุ
    บริษัทผู้ผลิต
    ๔.๑ ปูนซีเมนต์ที่ใช้จะต้องบรรจุถุงเรียบร้อย หรือเป็นปูนซีเมนต์ที่เก็บในภาชนะบรรจุของ
    ๔.๒ ปูนซีเมนต์บรรจุถุง จะต้องเก็บไว้บนพื้นที่ยกสูงกว่าพื้นดินอย่างน้อย คลุม และมีฝากั้นกันฝนได้ดี
    ๓๐ ซม. ในโรงที่มีหลังคา
    A

    หมวด
    งานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
    ๑. ขอบเขตของงาน
  • 6-
    หมวด
    งานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
    ๑.๑ ข้อกําหนดในหมวดนี้ครอบคลุม สําหรับงานเหล็กเสริมคอนกรีตทั่วไปทั้งหมด ยกเว้น เหล็กแรงดึงสูงใช้งานคอนกรีตอัดแรง
    ๑.๒ ข้อกําหนดในหมวดนี้ครอบคลุมถึงงานทั่วไปเกี่ยวกับการจัดหา การดัด การตัด และการเรียงเหล็ก เสริมตามชนิดและชั้นที่ระบุ
    ๒. เหล็กเสริมคอนกรีต
    เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตต้องเป็นเหล็กเส้นใหม่ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ต้องมีผิวสะอาดไม่มีสนิม กร่อน ไม่เปื้อนน้ํามัน ไม่มีรอยแตกร้าว และต้องมีคุณสมบัติต่อไปนี้
    ๒.๑ เหล็กเส้นกลม (SR๒๔) ตามมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต มอก. ๒๐-๒๕๕๙ มีคุณสมบัติ
    ดังนี้
    แรงเค้นที่
    แรงเค้นดึง
    เหล็กเส้นกลม
    จุดคลาก
    สูงสุด
    ความยืดในช่วง ความยาว ๕ เท่า
    ไม่น้อยกว่า
    ไม่น้อยกว่า
    ของ
    กก./ซม?
    กก./ชม
    เส้นผ่าศูนย์กลาง
    การทดสอบด้วยการดัดเย็น
    มุมการดัด | เส้นผ่าศูนย์กลางวงดัด
    ๑.๕ เท่าของ
    SR ๒๔
    ๒๔๐๐
    ๓๙๐๐
    ២២%
    ๑๘๐ เส้นผ่าศูนย์กลาง
    ดังนี้
    เหล็กเส้น จุดคลาก สูงสุด
    ข้ออ้อย ไม่น้อยกว่า ไม่น้อยกว่า
    ความยืดในช่วง
    ความยาว ๕ เท่า
    ๒.๒ เหล็กข้ออ้อย (SD๔๐) ตามมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต มอก.๒๔-๒๕๕๙ มีคุณสมบัติ
    แรงเค้นที่ แรงเค้นดึง
    การทดสอบด้วยการดัดเย็น
    ของ
    กก./ซม? กก./ซม? เส้นผ่าศูนย์กลาง
    มุมการตัด
    เส้นผ่าศูนย์กลางวงดัด
    ๔ เท่าของ
    SD ๔๐
    ๔๐๐๐
    ๕๗๐๐
    ๑๘%
    ๑๘๐
    เส้นผ่าศูนย์กลาง
    ชื่อขนาด
    R ๖-๑๕
    ๓. ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
    ๓.๑ สําหรับเหล็กเส้นกลม
    เส้นผ่าศูนย์กลาง
    (มิลลิเมตร)
    ๖-๑๕
    เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ยอม
    ให้ไม่เกินกว่า (มิลลิเมตร)
    ๑๙-๒๕
    to.๔
    E๐.๕
    หมายเหตุ
    R = ROUND BAR (เหล็กกลม)
    R ๑๙-๒๕
    ผลต่างของเส้นผ่าศูนย์กลางวัด ณ ตําแหน่งเดียวกันไม่เกินกว่า (มิลลิเมตร)
    ๐.๖๔
    ๐.๘๐
  • 60
    ๓.๒ สําหรับเหล็กข้ออ้อย
    ๓.๒.๑ ขนาดระบุของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นข้ออ้อย หาได้จากสูตร
    D
    =
    D
    W
    ๑๒.๗m W
    คือ เส้นผ่าศูนย์กลางเป็นมิลลิเมตร
    คือ น้ําหนักของเหล็กเป็นกิโลกรัมต่อความยาว ๑ เมตร
    ๓.๒.๒ ความคาดเคลื่อนที่ยอมให้
    เส้นผ่าศูนย์กลาง
    (มิลลิเมตร)
    ๙.๕-๑๖
    หมายเลขขนาด
    Y ๙.๕-๑๖
    Y ๑๙-๒๕
    ๑๙-๒๕
    Y ២៨-៣២
    ២៨-៣២
    ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ไม่เกิน(มิลลิเมตร)
    fo.๔
    to.&
    to.b
    หมายเหตุ
    Y = Deformed Bar (เหล็กข้ออ้อย)
    ๔. การงอขอและการดัดเหล็กเส้น
    ๔.๑ ห้ามตัดเหล็กเส้นโดยใช้วิธีเผาให้ร้อน
    ๔.๒ การดัดเหล็กเส้นให้เป็นไปตามมาตรฐาน ว.ส.ท. การดัดและการต่อเหล็กเส้น
    ๔.๓ การดัดเหล็กคอม้า ความลาดเอียงของเหล็กคอม้า นอกจากระบุไว้ในแบบรายละเอียดต้องดัด เอียงเป็นมุม ๔๕ องศาทั้งหมด
    ๕. การต่อเหล็กเสริม
    ๕.๑ การต่อเหล็กเสริม เหล็กเสริมของคาน - พื้น นอกจากที่เป็นคานยื่นหรือพื้น
    คนยื่นหรือพื้นยื่น หรือที่ระบุไว้ ในแบบรายละเอียดต้องต่อในตําแหน่ง ดังต่อไปนี้
    ของเสา
    ๕.๑.๑ เหล็กล่างของคาน พื้น ให้ต่อตรงบริเวณหัวเสาหรือคาน
    ๕.๑.๒ เหล็กบนของคาน พื้น ให้ต่อตรงบริเวณกลางคาน
    ๕.๑.๓ สําหรับเหล็กเสาให้ต่อตรงจุดหลังคานขึ้นไป ๑.๐๐ เมตร จนถึงครึ่งหนึ่งของความสูง
    ๕.๑.๔ เหล็กเสริมฐานราก ห้ามต่อ
    ๕.๒ รอยต่อของเหล็กเสริมแต่ละเส้นที่อยู่ข้างเคียง ต้องไม่อยู่ในแนวเดียวกัน และควรเหลื่อมกัน ประมาณ ๑.๐๐ เมตร หากไม่จําเป็นจริง ๆ แล้วห้ามต่อเหล็ก
    ๕.๓ การต่อเหล็กอาจทําได้หลายวิธี คือ ในการต่อเหล็กแบบวางทาบเหลื่อมกัน สําหรับเหล็กเส้นกลม ให้วางทาบโดยเหลื่อมกัน มีระยะยาวไม่น้อยกว่า ๕๐ เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กเส้นกลม ส่วนเหล็กข้ออ้อย ให้วางทาบกันมีระยะยาวไม่น้อยกว่า ๔๐ เท่า ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเหล็กข้ออ้อย ห้ามต่อทาบกับเหล็กที่มี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่าหรือเท่ากับ ๒๕ มม. และการต่อโดยวิธีเชื่อมด้วยไฟฟ้า ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ว.ส.ท. การดัดและการต่อเหล็ก
    ๕.๔ การเก็บวัสดุ เหล็กเส้นที่นํามาใช้งานก่อสร้าง ต้องเก็บไว้ในที่ที่มีหลังคาคลุมหรือที่มีกําบังฝน และต้องเก็บไว้เหนือพื้นดินไม่น้อยกว่า ๒๐ ซม. บริเวณที่กองเก็บเหล็กเสริมไม่ควรอยู่ใกล้กับที่เก็บน้ํามัน อาจเปรอะเปื้อนเหล็กอันจะทําให้การยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กเสริมกับคอนกรีตเสียไปเมื่อนําไปใช้งาน
    My
  • C -
    ๑๐๐ เส้น
    ๕.๕ การเก็บตัวอย่างเหล็กเสริมเพื่อการทดสอบ ผู้รับจ้างต้องตัดเหล็กเส้นทุกๆ ขนาด แต่ละขนาด ยาวไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร การเก็บตัวอย่างให้เก็บหนึ่งตัวอย่างจากเหล็กเส้นหนึ่งต่อจํานวนเหล็กเส้นทุกๆ หรือเศษของ ๑๐๐ เส้น แต่จํานวนตัวอย่างแต่ละขนาดที่ส่งมาทดสอบในแต่ละชุดต้องไม่น้อยกว่า ๓ ตัวอย่าง การเก็บตัวอย่างต้องเก็บจากกองเหล็กเส้นแต่ละชุดที่อยู่ในสถานที่ก่อสร้าง และต้องเก็บตัวอย่างต่อหน้าผู้ควบคุมงาน ของผู้ว่าจ้าง เมื่อเก็บตัวอย่างได้เรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างต้องนําส่งมายังผู้ว่าจ้างเพื่อทําการทดสอบ ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้าง อาจแจ้งให้นําไปทดสอบที่หน่วยงานราชการอื่นที่ผู้ว่าจ้างเชื่อถือได้ สําหรับค่าใช้จ่ายในการทดสอบนี้ผู้รับจ้าง
    ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งสิ้น และการพิจารณาผลการทดสอบถ้าปรากฏว่าเหล็กเส้นตัวอย่างที่นํามาทดสอบนั้น ไม่เป็นไปตามข้อกําหนด ให้ถือว่าเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตชุดนั้นใช้ไม่ได้ทั้งหมด
    Q.
    2
    หมวด
    งานแบบหล่อคอนกรีต
    ปา
    ๑. ขอบเขตงาน
    -๒
    หมวด
    งานแบบหล่อคอนกรีต
    ๑.๑ วัสดุที่ใช้ทําแบบหล่อต้องแข็งแรง ไม่ผุ ไม่คดงอ เช่น เหล็ก ไม้ แบบหล่อที่รื้อออกแล้วก่อนที่ จะนํามาใช้ใหม่ จะต้องทําความสะอาดและตกแต่งพร้อมทั้งทาน้ํามันให้เรียบร้อยเสียก่อนจึงจะนําไปใช้อีกได้
    ๑.๒ แบบหล่อต้องเข้าแบบให้สนิท เพื่อกันน้ําปูนรั่ว ผิวด้านในของแบบที่ถูกกับคอนกรีตต้องเรียบ
    และต้องล้างให้สะอาดก่อนลงมือเทคอนกรีตเสมอ
    ๑.๓ แบบหล่อจะต้องสร้างให้สามารถปรับระดับทางแนวดิ่งได้ เพื่อเป็นการชดเชยกับการทรุดตัว ที่อาจเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการทรุดตัวน้อยที่สุดเมื่อรับน้ําหนักเต็มที่ ในกรณีที่ใช้ไม้ต้องพยายามให้มีจํานวนรอยต่อ
    ทางแนวราบน้อยที่สุดโดยเฉพาะจํานวนรอยต่อซึ่งแนวเสี้ยนบรรจบบนแนวเสี้ยนด้านข้างซึ่งอาจใช้ลิ่มสอดที่ยอด
    หรือก้นของค้ํายันอย่างใดอย่างหนึ่งแต่จะใช้ทั้งสองปลายไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปรับแก้การทรุดตัวที่ไม่ สม่ําเสมอทางแนวดิ่งได้ หรือเพื่อสะดวกในการถอดแบบ
    ๑.๔ แบบหล่อจะต้องได้รับการตรวจก่อนจึงจะเรียงเหล็กเสริมได้
    ๑.๕ แบบหล่อจะต้องแน่นพอสมควรเพื่อป้องกันไม่ให้มอร์ต้าไหลออกจากคอนกรีต
    ๑.๖ แบบหล่อจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น มอร์ต้า และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ในกรณีที่ไม่สามารถ เข้าถึงก้นแบบจากภายในได้ จะต้องจัดช่องไว้สําหรับให้สามารถขจัดสิ่งที่ไม่ต้องการต่างๆ ออกก่อนเทคอนกรีต
    ๒. ทั่วไป
    ๒.๑ แบบหล่อจะถอดออกได้ จนกว่าจะได้กําหนดเวลา และได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานของ ผู้ว่าจ้างเสียก่อน การถอดแบบต้องไม่ให้คอนกรีตได้รับความกระเทือน และให้ถือกําหนดเวลาการถอดแบบ ดังต่อไปนี้
    ๑. แบบข้างคาน กําแพง ฐานราก
    ๒. แบบข้างเสา
    ๓. แบบล่างรองรับพื้น – คาน
    E
    วัน

    วัน
    ๑๔ วัน
    ๒.๒ ส่วนหุ้มของคอนกรีต ถ้ามิได้แสดงไว้ในแบบก่อสร้างแล้ว ให้ใช้ส่วนหุ้มคอนกรีตจากผิวไม้แบบ ถึงผิวนอกเสริมเหล็ก ดังต่อไปนี้ ยกเว้นโครงสร้างที่สัมผัสดินเค็ม หรือน้ําเค็ม
    ๑. พน
    ๒. เสา และคาน
    ๓. เสาตอม่อ
    ๔. ฐานราก
    ๑.๕
    เซนติเมตร
    ๒.๕
    เซนติเมตร
    ๔.๐
    เซนติเมตร
    ๕.๐ เซนติเมตร
    ๒.๓ เมื่อถอดแบบแล้วให้ค้ําตามจุดต่างๆ ที่เหมาะสมไว้อีก ๑๔ วัน ทั้งนี้ ยกเว้นในกรณีที่ใช้ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ชนิดแข็งตัวเร็ว ซึ่งให้ถือกําหนดถอดแบบได้ทั้งหมด เมื่อคอนกรีตมีอายุครบ ๗ วัน ห้าม มิให้ขึ้นไปทําการก่อสร้างที่เทคอนกรีตแล้วจนกว่าจะพ้น ๒๔ ชั่วโมง หลังจากเทคอนกรีตครั้งสุดท้ายแบบหล่อ ส่วนนั้น แบบหล่อที่รื้อออกแล้ว ก่อนที่จะนํามาใช้ใหม่จะต้องทําความสะอาด และตกแต่งให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะนําไปใช้อีกได้
    ๒.๔ ค้ํายัน
    ๒.๔.๑ เมื่อใช้ค้ํายัน การต่อหรือวิธีการค้ํายันซึ่งได้จดทะเบียนสิทธิบัตรไว้ จะต้องปฏิบัติตาม
    ข้อแนะนําของผู้ผลิตเกี่ยวกับความสามารถในการับน้ําหนักอย่างเคร่งครัดผู้คํานวณออกแบบจะต้องปฏิบัติตาม
    ข้อแนะนําของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัดในเรื่องการยึดโยงและน้ําหนักบรรทุกปลอดภัย สําหรับความยาวระหว่างที่
    ยึดของค้ํายัน
  • 60
    ๒.๔.๒ ห้ามใช้การต่อแบบทาบในสนามเกินกว่าอันสลับอัน สําหรับค้ํายันใต้แผ่นพื้น หรือไม่ เกินทุกๆ สามอันสําหรับค้ํายันใต้คาน และไม่ควรต่อค้ํายันเกินกว่าหนึ่งแห่งนอกจากจะมีการยึดทแยง ที่จุดต่อ ทุกๆ แห่ง การต่อค้ํายันดังกล่าวจะต้องกระจายให้สม่ําเสมอทั่วไปเท่าที่จะทําได้ รอยต่อจะต้องไม่อยู่ใกล้กับ กึ่งกลางของตัวค้ํายัน โดยไม่มีที่ยึดด้านข้างหรือกึ่งกลางระหว่างจุดยึดด้านข้างทั้งนี้เพื่อป้องกันการโก่ง
    ๒.๕ การยืดทแยง
    การยึดทแยงแบบหล่อจะต้องให้มีการยึดทแยงทั้งในระนาบกิ่ง และระนาบราบตามต้องการเพื่อ
    ป้องกันการโก่งขององค์อาคารเดี่ยวๆ
    ๒.๖ การแต่งผิวคอนกรีต สําหรับอาคาร
    การสร้างแบบหล่อจะต้องกระทําพอที่เมื่อคอนกรีตแข็งตัวแล้วจะอยู่ในตําแหน่งที่
    ถูกต้อง และต้องมีขนาด และชนิดของผิวตรงตามที่กําหนดทั้งในบทกําหนดและหรือรูปแบบทางวิศวกรรมและ
    สถาปัตยกรรม
    ๒.๗ การแก้ไขผิวที่ไม่เรียบร้อย
    ทันทีที่ถอดแบบจะต้องทําการตรวจสอบ หากพบว่าผิวคอนกรีตไม่เรียบร้อยจะต้องแจ้งให้ ผู้ควบคุมงานทราบทันที เมื่อเห็นชอบวิธีการแก้ไขแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการซ่อมในทันที หากปรากฏว่ามี การซ่อมแซมผิวคอนกรีตก่อนได้รับการตรวจสอบโดยผู้แทนผู้ว่าจ้าง คอนกรีตส่วนนั้นอาจถือเป็นคอนกรีต
    เสียก็ได้

    ๓.
    ความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้
    ๓.๑ ความคลาดเคลื่อนจากแนวสายดิ่งในแต่ละชั้น ๑๐ มม.
    ๓.๒ ความคลาดเคลื่อนจากระดับหรือจากความลาดที่ระบุในแบบในช่วง ๑๐ เมตร ๑๕ มม. ๓.๓ ความคลาดเคลื่อนของแนวอาคารจากแนวที่กําหนดในแบบ และตําแหน่งเสาผนังและฝา ประจันที่เกี่ยวข้องในช่วง ๑๐ เมตร ๒๐ มม.
    ๔. งานปรับแบบหล่อ
    ๔.๑ ก่อนเทคอนกรีต จะต้องติดตั้งอุปกรณ์สําหรับให้ความสะดวกในการจัดการเคลื่อนตัวของ แบบหล่อขณะเทคอนกรีตไว้ที่แบบส่วนที่มีที่รองรับ หลังจากตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนเทคอนกรีต จะต้องยึดลิ่ม ที่ใช้ในการจัดแบบหล่อให้ได้ที่แน่นหนา
    ๔.๒ จะต้องยึดแบบหล่อกับค้ํายันข้างใต้ให้แน่นหนา พอที่จะไม่เกิดการเคลื่อนตัวทั้งทางด้านข้าง และด้านขึ้นลงของส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบหล่อทั้งหมดขณะเทคอนกรีต
    ๔.๓ จะต้องเผื่อระดับและมุมบนไว้สําหรับรอยต่อต่างๆ ของแบบหล่อ การทรุดตัวการหดตัวของไม้ การแอ่นเนื่องจากน้ําหนักบรรทุกคงที่
    ๔.๔ จะต้องจัดเตรียมวิธีปรับระดับ หรือแนวของค้ํายันในกรณีที่เกิดการทรุดตัวมากเกินไป เช่น ใช้ลิ่มหรือแม่แรง
    ๔.๕ ควรจัดทําทางเดินสําหรับอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ได้ โดยทําเสาหรือขารองรับตามแต่จะต้องการ และต้องวางบนแบบหล่อ หรือองค์อาคารที่เป็นโครงสร้างโดยตรง ไม่ควรวางบนเหล็กเสริมนอกจากจะทําที่ รองรับเหล็กนั้นเป็นพิเศษ แบบหล่อจะต้องพอเหมาะกับที่รองรับของทางเดินดังกล่าว โดยยอมให้เกิดการแอ่น
    ความคลาดเคลื่อนหรือการเคลื่อนตัวทางข้างไม่เกินค่าที่ยอมให้
  • C -
    ๕. ระหว่างและหลังการเทคอนกรีต
    ๕.๑ ในระหว่างและภายหลังการเทคอนกรีตจะต้องตรวจสอบระดับ การยกท้องคาน พื้น และการ ได้ดิ่งของระบบแบบหล่อ หากจําเป็นให้รีบดําเนินการแก้ไขทันที ในระหว่างการก่อสร้างหากปรากฏว่าแบบหล่อ เริ่มไม่แข็งแรง และแสดงให้เห็นว่าเกิดการทรุดตัวมากเกินไป หรือเกิดการโก่งบิดเบี้ยวแล้ว ให้หยุดงานทันที
    หากเห็นว่าส่วนใดจะชํารุดตลอดไปก็ให้รื้อออก และเสริมแบบหล่อให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
    ๕.๒ จะต้องมีผู้คอยเฝ้าสังเกตแบบหล่ออยู่ตลอดเวลา เพื่อที่เมื่อเห็นว่าสมควรจะแก้ไขส่วนใดจะได้ ดําเนินการได้ทันที ผู้ที่ทําหน้าที่นี้ต้องปฏิบัติงานโดยถือความปลอดภัยเป็นหลัก
    ช่า
    หมวด
    งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ

    ๑. ขอบเขตของงาน
    หมวด
    งานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
    เนื้อหาของรายการประกอบแบบส่วนนี้ครอบคลุมถึงงานทั้งหมดที่เกี่ยวกับการจัดหาวัสดุ
    อุปกรณ์ เครื่องมือการทํางานประกอบติดตั้งต่างๆ การจัดทําชิ้นส่วน การประกอบเป็นรูป การยกติดตั้ง และ การยึดโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ หรือชิ้นส่วนเหล็กรูปพรรณตามที่แสดงและระบุในแบบรายละเอียด
    รายละเอียดเกี่ยวกับเหล็กรูปพรรณ ซึ่งมิได้ระบุอยู่ในแบบรายละเอียด และบทกําหนดนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “มาตรฐานสําหรับอาคารเหล็กรูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฉบับล่าสุด
    ๒. วัสดุก่อสร้าง
    วัสดุที่ใช้ในงานเหล็กรูปพรรณนี้ จะต้องเป็นไปตาม ขนาด รูปร่าง น้ําหนัก ตามที่แสดงไว้ใน แบบรายละเอียด และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ก่อนจะต้องมีคุณสมบัติสอดคล้องกับ มาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องของสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือมาตรฐานสากล
    ซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้ว ดังต่อไปนี้
    ๒.๑ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เป็นเหล็กรูปพรรณชนิดขึ้นรูปเย็น (LIGHT GAGE STEEL SECTION) ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น โครงหลังคา, โครงเหล็กถัก (TRUSS) รั้ว และประตูรั้วบานเหล็ก ประกอบไปด้วยเหล็ก รูปพรรณที่ใช้จะต้องมีรูปร่างและขนาด เป็นไปตามแบบก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณชนิดขึ้นรูปเย็นที่เกี่ยวข้อง
    ๒.๒ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เป็นเหล็กรูปพรรณชนิดรีดร้อน (HOT ROLLED STEEL SECTION) ที่ใช้ในการก่อสร้าง มีขนาดและความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ส่วนประกอบทางเคมี คุณลักษณะที่ต้องการและเป็นไป
    ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่เกี่ยวข้อง
    ๒.๓ เหล็กรูปพรรณกลวง ชนิดท่อเหล็กอาบสังกะสี ที่ใช้ในการก่อสร้าง เช่น โครงหลังคา, โครง เหล็กถัก (TRUSS) และ รั้ว ประกอบไปด้วยเหล็กรูปพรรณที่ใช้จะต้องมีรูปร่างและขนาด เป็นไปตามแบบ ก่อสร้าง และได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณที่เกี่ยวข้อง
    ๓. การต่อชิ้นส่วน และรอยเชื่อม
    ๓.๑ การต่อชิ้นส่วน ต้องใช้วิธีเชื่อมด้วยไฟฟ้า ลวดเชื่อมที่ใช้เป็นแบบชนิดลวดเคลือบหนา ลวดเชื่อมชนิด E๗๐ หรือตามที่ระบุในแบบ ความหนาของรอยเชื่อมและความยาวรอยเชื่อม ต้องเป็นไปตาม
    แบบก่อสร้างกําหนด
    ๓.๒ การต่อชิ้นส่วน จะต้องออกแบบจุดต่อให้สามารถถ่ายแรงได้สูงสุด โดยคํานึงถึงผลอันเกิดจาก การเฉศูนย์ของจุดต่อขององค์อาคารด้วย ในกรณีที่องค์อาคารถูกกระทําด้วยหน่วยแรงสลับทิศทาง
    จะต้องออกแบบจุดต่อให้สามารถต้านทานผลรวมของหน่วยแรงเหล่านั้นได้

    ๓.๓ การเชื่อม
    ๓.๓.๑
    รอยเชื่อมแบบหลอมละลาย จะต้องมีการกะส่วนให้พอเหมาะ เพื่อให้หน่วยแรง ที่เกิดขึ้น ณ ที่นั้นไม่เกินค่ากําหนด และให้เป็นไปตามมาตรฐาน AWS สําหรับการเชื่อมในงานก่อสร้างอาคาร
    ๓.๓.๒ การเชื่อมแบบหลอมละลายด้วยวิธีการใดๆ จะต้องเป็นไปตามข้อกําหนดมาตรฐานว่าด้วย การเชื่อม ของสถาบันซึ่งเป็นที่ยอมรับแล้ว เว้นแต่จะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่นในมาตรฐานนี้ หรือตามที่ได้กําหนด ไว้อย่างแจ้งชัดในมาตรฐานอื่นที่จะนํามาใช้ว่ากําหนดใดในมาตรฐานนั้นไม่อาจใช้ได้กับวัสดุที่มีความหนาตาม เกณฑ์อุตสาหกรรม หรือมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นที่ยอมรับ
    ๓.๓.๓ ผิวหน้าที่จะทําการเชื่อม จะต้องสะอาดปราศจากสะเก็ดร่อน ตะกรันสนิม ไขมัน
    สี และวัสดุแปลกปลอมอื่นๆ ที่จะทําให้เกิดผลเสียต่อการเชื่อมได้
    · 60 ·
    ๓.๓.๔ ในระหว่างการเชื่อม จะต้องยึดชิ้นส่วนที่จะเชื่อมติดกันให้แน่นเพื่อให้ผิวแนบสนิท
    สามารถทาสีอุดได้โดยง่าย
    กระบวนการเชื่อม
    Y
    ๓.๓.๕ หากสามารถปฏิบัติได้ ให้พยายามเชื่อมในตําแหน่งราบ
    ๓.๓.๖ ให้วางลําดับการเชื่อมให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบี้ยวและหน่วยแรงตกค้างในระหว่าง
    ๓.๓.๗ ในการเชื่อมแบบชน จะต้องให้มีขนาดลอยเชื่อมสม่ําเสมอ โดยมิให้มีกระเปาะตะกรัน ขังอยู่ ในกรณีนี้อาจใช้วิธีลบมุมขอบ ก็ได้
    ๓.๓.๘ ชิ้นส่วนที่จะต่อเชื่อมแบบทาบ จะต้องวางให้ชิดกันมากที่สุดที่จะทําได้ และไม่ว่ากรณี
    ใดจะต้องห่างกันไม่เกิน 5 มิลลิเมตร
    ๔. งานสลักเกลียว
    ๔.๑ การตอกสลักเกลียวจะต้องกระทําด้วยความประณีต โดยไม่ทําให้เกลียวเสียหาย ๔.๒ ต้องแน่ใจว่าผิวรอยต่อเรียบ และผิวที่รองรับสัมผัสกันเต็มหน้าก่อนจะทําขันเกลียว ๔.๓ เมื่อขันสลักเกลียวแน่นแล้วให้ทุบปลายเกลียวเพื่อมิให้แป้นสลักเกลียวคลายตัว
    ๕. รูและช่องเปิด
    ๕.๑ การเจาะรูหรือตัดขาดหรือกดทะลุให้เป็นรู ต้องกระทําให้ตั้งฉากกับผิวของเหล็ก และห้าม ขยายรูด้วยความร้อนเป็นอันขาด รูจะต้องเรียบร้อยปราศจากรอยขาดหรือแหว่ง ขอบรูที่คมและยื่นเล็กน้อย อันเกิดจากการเจาะด้วยสว่าน ให้ขจัดออกให้หมดด้วยเครื่องมือ โดยลบมุม ๒ มม. ช่องเปิดอื่นๆ นอกเหนือจาก รูสลักเกลียวจะต้องเสริมแหวนเหล็ก ซึ่งมีความหนาไม่น้อยกว่าความหนาขององค์อาคารที่เสริมนั้น รูหรือช่อง
    เปิดภายในของแหวนจะต้องเท่ากับช่องเปิดขององค์อาคารที่เสริมนั้น
    ๕.๒ ห้ามใช้วิธีเจาะรูด้วยไฟ จะต้องแก้แนวต่างๆ ให้ตรงตามแบบ รูที่เจาะไว้ไม่ถูกต้อง ฯลฯ จะต้อง อุดให้เต็มด้วยวิธีเชื่อมและเจาะรูใหม่ให้ถูกตําแหน่ง
  1. การประกอบและยกติดตั้ง
    ๖.๑ ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามที่ระบุในแบบขยาย และตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน ในการยก ติดตั้งอย่างเคร่งครัด
    ๖.๒ ก่อนจะทําการประกอบชิ้นส่วนเหล็กรูปพรรณ ผู้รับจ้างจะต้องส่งแบบขยายต่อผู้ควบคุมงาน เพื่อรับความเห็นชอบก่อน
    ๖.๓ จะต้องจัดทําแบบที่สมบูรณ์แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดต่อประกอบ และการติดตั้งรูสลัก เกลียว รอยเชื่อม
    ๖.๔ การตัดเฉือน ตัดด้วยไฟ สกัด และกดทะลุ ต้องกระทําอย่างละเอียด
    ๖.๕ องค์อาคารที่วางทาบกันจะต้องวางให้แนบสนิทเต็มหน้า
    5.5 การติดตัวเสริมกําลังและองค์อาคารยึดโยง ให้กระทําอย่างประณีต สําหรับตัวเสริมกําลังที่ติด แบบอัดแน่นต้องอัดให้สนิทจริงๆ
    ๖.๗ ในการยกประกอบติดตั้งชิ้นส่วนอาคาร จะต้องจัดให้มีนั่งร้านค้ํายัน ยึดโยง ฯลฯ ให้พอเพียง เพื่อยึดโครงสร้างให้แน่นหนาอยู่ในแนวและตําแหน่งที่ต้องการ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานจนกว่างาน
    ประกอบจะเสร็จเรียบร้อยและแข็งแรงดีแล้ว
    ๖.๘ แผ่นเหล็กรองรับโครงสร้างเหล็ก ใช้ตามที่กําหนดในแบบขยาย ให้รองรับและปรับแนวด้วย ลิ่มเหล็ก หลังจากได้ยกติดตั้งเสร็จแล้ว ให้อัดด้วยมอร์ต้า ชนิดที่ไม่หดตัว และใช้ผงเหล็กเป็นมวลรวมใต้แผ่น รองรับให้แน่นแล้ว ติดขอบริมให้เสมอกับขอบแผ่นรองรับโดยทิ้งส่วนที่เหลือไว้ในที่
    by
    ๖.๙ รายละเอียดและค่าผิดพลาดที่ยอมให้ ให้เป็นไปตาม “มาตรฐานสําหรับอาคารเหล็ก รูปพรรณ” ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ
    ๗. การป้องกันเหล็กมิให้ผุกร่อน
    ๗.๑ ผิวที่จะทาสี
    ๗.๑.๑ การทําความสะอาด ก่อนที่จะทาสีบนผิวเหล็กรูปพรรณต่าง ๆ ยกเว้นผิวที่อาบโลหะ จะต้องขัดผิวให้สะอาดโดยใช้เครื่องมือขัด หรือเครื่องมือชนิดอื่นที่เหมาะสม จากนั้นให้ขัดด้วยแปรงลวดเหล็ก และกระดาษทราย เพื่อขจัดเศษโลหะที่หลุดร่อนออกให้หมด แต่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องขัดด้วยลวด เป็นระยะเวลานาน เพราะอาจทําให้เนื้อโลหะไหม้ได้
    ๗.๑.๒ สําหรับรอยเชื่อม และผิวเหล็กที่ได้รับความกระทบกระเทือน จากการเชื่อม จะต้อง เตรียมผิวสําหรับทาสีใหม่เช่นเดียวกับผิวทั่วไป
    ๗.๑.๓ ทันทีก่อนที่จะทาสีครั้งต่อไป ให้ทําความสะอาดผิวซึ่งทาสีไว้ก่อนหรือผิวที่ฉาบไว้ จะต้องขจัดสีที่ร่อนหลุดและสนิมออกให้หมด และจะต้องทําความสะอาดพื้นที่ส่วนที่ถูกน้ํามันและไขมันต่างๆ
    แล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อนจะทาสีทับ
    ๗.๒ สีรองพื้น
    หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น งานเหล็กรูปพรรณทั้งหมดให้ทาสีรองพื้นด้วยสีกันสนิม
    ๘. การกองเก็บวัสดุ
    การเก็บเหล็กรูปพรรณทั้งที่ประกอบแล้ว และยังไม่ได้ประกอบ จะต้องเก็บไว้บนพื้นยกระดับ เหนือพื้นดิน จะต้องรักษาเหล็กให้ปราศจากฝุ่น ไขมัน หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ และจะต้องระวังรักษาอย่าให้
    เหล็กเป็นสนิม
    G2
    หมวด
    งานพื้นอาคาร
    ปาก
    งานปูกระเบื้องพื้น
    ๑.๑ งานพื้นปูกระเบื้องเซรามิค
    ๑.๑.๑
    -6- - ๒ -
    หมวด
    งานพื้นอาคาร
    กระเบื้องปูพื้นเซรามิค กําหนดให้ใช้ตามแบบรูป ชนิดมีสี และลายเกรดเอ ไม่มีตําหนิ แผ่นกระเบื้องเป็นของใหม่ ไม่โก่งงอ บิดเบี้ยวแตกร้าว ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที่ มอก. ๒๕๐๘-๒๕๕๕ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด ผู้รับจ้างจะต้องเสนอ เอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ และส่งตัวอย่างกระเบื้องปูพื้น สี และลายกระเบื้อง ให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ด.๑.๒ ขั้นตอนการปูกระเบื้อง
    ๑) กระเบื้องที่จะใช้ต้องแช่น้ําให้อิ่มตัวประมาณ ๑๐-๑๕ นาที แล้วจึงนํามาปู
    ๒) ก่อนปูกระเบื้องต้องทําความสะอาดพื้นผิวและทําให้ผิวขรุขระเสียก่อนแล้ว
    ทําระดับปูนทราย การทําระดับจะต้องให้มีความลาดเอียงตามระบุในแบบรูป ปูนทรายที่ใช้ทําระดับจะต้อง มีอัตราส่วนผสมของปูนซีเมนต์ ๑ ส่วน ต่อทรายหยาบร่อน ๒ ส่วน การปูใช้วิธีขณะปูนทรายยังไม่แข็งตัวเต็มที่ กระเบื้องที่ใช้ปูจะต้องแช่น้ําให้อิ่มตัวเสียก่อน ปูนทรายที่ทําระดับจะต้องไม่น้อยกว่า ๒ ซม. ในกรณีที่เป็นโพรง เคาะมีเสียงจะต้องทําการรื้อออก แล้วทําการปูใหม่กระเบื้องที่ปูเสร็จแล้ว จะต้องเรียบได้แนวและระดับและมี ความลาดเอียงตามระบุในแบบรูป กระเบื้องที่ชนกับผนัง เสาหรือขอบต่างๆ จะต้องตัดให้เรียบสม่ําเสมอ พื้นที่ปู เรียบร้อยแล้วจะต้องทิ้งให้แห้งโดยไม่ถูกกระทบกระเทือน หรือรับน้ําหนักเป็นเวลา ๔๘ ชั่วโมง จึงล้างทําความ
    สะอาด
    ๓) วัสดุที่ใช้ปูกระเบื้อง หากผู้รับจ้างไม่ใช้ส่วนผสมปูนซีเมนต์และทรายในการ ปูกระเบื้อง ประสงค์จะใช้ผสมอย่างอื่นในการปูกระเบื้องแทน เช่น กาวซีเมนต์ จะต้องได้ให้วิศวกรผู้ออกแบบ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๔) การปู การตัดกระเบื้อง เว้นร่องเพื่อลงยาแนว ต้องเป็นไปตามที่ผู้ผลิตกระเบื้องระบุ ๕) แนวรอยต่อกระเบื้อง ให้อุดรอยต่อของกระเบื้องด้วยซีเมนต์ขาว หรือซีเมนต์ขาว
    ๖) ภายหลังปูกระเบื้อง เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความสะอาดคราบปูนที่ติด บนแผ่นกระเบื้องให้หมด แล้วขัดด้วย WAX ๒ ครั้ง
    ผสมสีเดียวกับกระเบื้องปูพื้น
    ๒. งานหินขัด
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน อุปกรณ์ที่จําเป็นในการก่อสร้างงานหินขัด ตามที่ระบุใน แบบรูป ผู้รับจ้างจะต้องจัดเตรียมงานล่วงหน้า ให้มีระยะเวลาจัดทําที่เหมาะสมระหว่างการจัดทํางานหินขัดต้อง ป้องกันและระมัดระวังมิให้เปรอะเปื้อนผนัง และส่วนของอาคารอื่นๆ ตลอดจนการทําให้ท่อ รางน้ํา ทางระบาย น้ําต่างๆ อุดตัน ผู้รับจ้างต้องจัดทําแผ่นตัวอย่างหินขัด ให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๒.๑ วัสดุ
    ๒.๑.๑ หิน ใช้เศษหินอ่อนเบอร์ ๓ โดยผ่านตะแกรงร่อน หรือระบุเป็นอย่างอื่นหรือได้รับ ความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน เศษหินอ่อนที่ใช้จะต้องสะอาดปราศจากเศษดินหินอื่นๆ ฝุ่น หรือวัสดุชนิดอื่น
    เจือปน
    ๒.๑.๒ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ขาว ที่นํามาใช้ต้องได้การรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์
    อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ๒.๑.๓ สีผสม ให้ใช้สีฝุ่นอย่างดีสําหรับผสมกับปูนซีเมนต์ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําตามตัวอย่าง
    ที่ได้รับอนุมัติ
    น้ํา

    ๒.๑.๔ น้ํา น้ําที่ผสมจะต้องใสสะอาดปราศจากน้ํามัน กรด และสิ่งสกปรกเจือปนอื่น ๆ ๒.๑.๕ เส้นแบ่งหินขัด ให้ใช้ชนิดและขนาดตามที่ระบุในแบบรูป กรณีที่ไม่ได้ระบุเจาะจงไว้ ให้ใช้เส้นทองเหลืองขนาด ๓/๑๖ นิ้ว แบ่งเป็นช่องไม่เกิน ๔ ตร.ม. ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแผนผังแต่ละห้องให้ ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อน
    ๒.๒ วิธีการทําหินขัด
    เศษหินปูน ฝุ่นละออง
    ๑ วัน เป็นอย่างน้อย
    ๒.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดพื้นผิว บริเวณที่จะทําหินขัดให้เรียบร้อยปราศจาก
    ๒.๒.๒ จัดวางแนวเส้นแบ่งพื้นทองเหลืองพร้อมทําปุ่มจับระดับให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ให้แห้ง
    ๒.๒.๓ ก่อนเทส่วนผสมปูนซีเมนต์ขาวกับเศษหินอ่อน จะต้องรดน้ําให้ชุ่มแล้วเทด้วยน้ําผสม ปูนซีเมนต์ข้นๆ พอประมาณ ให้ทั่วบริเวณแล้วจึงเทส่วนผสมปูนซีเมนต์ขาวกับเศษหินอ่อนลงไป
    ๒.๒.๔ ปรับระดับผิวหน้าให้ได้ระดับทั่วบริเวณ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย ๒๔ ชม. แล้วบ่มผิวหน้าพื้นที่จะทําหินขัดทิ้งไว้อย่างน้อย ๗ วัน จึงเข้ามาขัดผิวหน้าได้
    ด้วยมือได้
    ๒.๒.๕ การขัดผิวหน้าจะต้องขัดด้วยเครื่อง ยกเว้นในส่วนที่เป็นมุมตามซอกอนุญาตให้ขัด
    ๒.๒.๖ ในกรณีที่เกิดมีรอยด่าง แตกร้าว หรือเม็ดหินกระจายตัว ไม่สม่ําเสมอกันผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไข โดยทุบออกแล้วทําใหม่ทั้งช่อง
    ๒.๒.๗ หลังจากขัดผิวหน้าได้ระดับเรียบร้อยแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องทําความสะอาดเก็บกวาด ทั่วบริเวณ รวมทั้งส่วนอื่น ๆ ของอาคารที่สกปรกเนื่องจากการทําหินขัดแล้วลงผิวหน้าด้วย WAX อย่างน้อย ๒ ครั้ง
    ๓. งานหินล้าง กรวดล้าง ทรายล้าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จําเป็นในการทําพื้นผิวทรายล้าง ตามระบุในแบบรูปและรายการ รวมถึงการทําความสะอาดป้องกันมิให้ส่วนที่ทําการตกแต่งแล้วชํารุดเสียหาย ก่อนดําเนินการจะต้องจัดส่งตัวอย่างทรายล้างขนาด ๑ ตารางฟุต เสนอผู้ควบคุมงานคัดเลือกคุณภาพและสีก่อน
    ๓.๑ วัสดุ
    ๓.๑.๑ ทรายที่ใช้ทําพื้นผิวทรายล้างต้องมีขนาดใกล้เคียงกัน ไม่มีเปลือกหอยหรือเศษวัสดุอื่น
    เจือปน ขนาดเม็ดทรายต้องได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงานก่อนดําเนินการ
    ๓.๑.๒ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ขาว ที่นํามาใช้ต้องได้การรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์
    อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ตวงทุกครั้ง
    ๓.๑.๓
    ๓.๒ วิธีการทํา
    สีที่ใช้ผสมต้องเป็นสีที่ผลิตเพื่องานผสมปูนซีเมนต์โดยเฉพาะ การผสมสีต้องชั่งหรือ
    ๓.๒.๑ ฉาบปูนหยาบรองพื้นหนาประมาณ ๑ ซม. (สัดส่วนปูนซีเมนต์ต่อทรายหยาบเท่ากัน ๑ : ๓) ๓.๒.๒ ทําผิวหน้าชั้นปูนทรายให้หยาบ โดยใช้ไม้กวาดทางมะพร้าวตัดปลายขูด ขณะที่ปูน
    กําลังหมาดๆ ทิ้งไว้อย่างน้อย ๒๔ ซม.
    ๓.๒.๓ กรณีงานพื้น เตรียมพื้นที่ที่จะหล่อโดยการวางเส้นแบ่งกั้นพื้นที่ขนาดเส้นกั้น ๐.๕๐x ๑ ซม. และเทปูนทรายปรับระดับต่ํากว่าเส้นแบ่งพื้นที่ประมาณ ๑.๕ ซม.
    ๓.๒.๔ กรณีงานพื้นให้บ่มน้ําแล้วก่อนเทส่วนผสมอย่างน้อย ๑ คืน กรณีงานผนัง ฉีดน้ํารด
    ผนังให้ชุ่มก่อนทําการฉาบ
    ๓.๒.๕ นําปูนซีเมนต์ขาวผสมกับหินเกล็ด กรวดหรือทราย ในอัตราส่วน ๑ : ๓ ผสมให้เข้ากัน แล้วเติมน้ําจนได้ความข้นเหลวเหมาะสมกับการใช้งาน
    ๓.๒.๖ กรณีที่ต้องการผสมสีฝุ่นควรคลุกเคล้าแม่สีกับปูนซีเมนต์ขาวให้เข้ากันดีเสียก่อนแล้ว จึงนําไปผสมกับทรายและน้ํา
    ๓.๒.๗ ก่อนอื่นควรฉาบปูนซีเมนต์ขาวข้นเหนียวรองพื้นบนชั้นปูนทรายหยาบก่อนแล้วจึงเท หรือฉาบด้วยส่วนผสมหินล้าง กรวดล้าง หรือทรายล้างที่เตรียมไว้
    ๓.๒.๘ กรณีงานพื้น เทส่วนผสมลงพื้นที่ให้ได้ระดับ ส่วนกรณีงานผนังนําส่วนผสมขึ้นฉาบให้ ได้ระดับ แล้วใช้เกรียงตกแต่งให้เรียบร้อยได้ระดับตามความต้องการ ทิ้งให้ส่วนผสมหมาดตัว ทดสอบโดยการใช้ นิ้วกดที่พื้นผิวงาน แล้วไม่มีการยุบตัว และในพื้นที่ใหญ่ๆ ควรตีเส้นเว้นช่อง โดยใช้ไม้แนวเป็นวัสดุแบ่งใช้ ปูนซีเมนต์ขาวข้นเหนียวเป็นตัวยึด จับขาไม้แนวให้ลอยเหนือระนาบชั้นปูนทรายหยาบประมาณ ๑ ซม.
    ๓.๒.๙ นําแปรงสลัดน้ําจุ่มน้ํา แล้วไล่น้ําปูนให้เข้าอุดรูแล้วคลึงแต่งผิวให้แน่น รอจนผิวปูน เริ่มหมาดอีกครั้งจึงไล่ผิวให้น้ําปูนกระจายทั่วพื้นที่เพื่อให้ผิวงานเรียบอัดตัวแน่นยิ่งขึ้น ทิ้งไว้ให้แห้ง ๑ วัน
    ก่อนกัดกรด
    ๓.๒.๑๐ นํากรดเกลือผสมกับน้ําสะอาดในอัตราส่วน ๑ : ๒๐ แล้วใช้แปรงสลัดน้ําจุ่มล้าง คราบปูนทั่วผิวหน้า ล้างจนคราบปูนออกหมดจนเห็นเม็ดหิน กรวด หรือทราย แล้วล้างด้วยน้ําสะอาดอีก ครั้ง จากนั้นเคลือบ WAX อย่างน้อย ๒ ครั้ง เป็นขั้นตอนสุดท้าย
    ๔. ผิวซีเมนต์ขัดมัน
    ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้จัดหาวัสดุ แรงงาน และอุปกรณ์ในการก่อสร้างซีเมนต์ขัดมัน
    ๔.๑ วัสดุ
    ๔.๑.๑ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ ๑ ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้ ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องทําแผ่นยางตัวอย่างการทําผิวขัดมันขนาด ๑ ตารางฟุต ให้ผู้ควบคุมงาน
    ตรวจสอบก่อนลงมือทํางาน
    ๔.๒ ขั้นตอนการทํา
    พื้นที่ที่จะทําผิวซีเมนต์ขัดมัน จะต้องปรับผิวให้เรียบด้วยปูนทราย ส่วนผสม ปูน ๑ ส่วน ต่อ ทราย ๓ ส่วน แล้วขัดผิวให้มันเรียบด้วยปูนซีเมนต์ ในกรณีที่ระบุให้เป็นผิวซีเมนต์ขัดมันผสมสี ให้ผสมสีฝุ่น ลงขณะผสมซีเมนต์ ซึ่งจะต้องทําตัวอย่างให้ผู้ควบคุมงานเห็นชอบเสียก่อนการขัดมันผิวจะต้องทําการขัดเมื่อผิว ปูนทรายเริ่มแข็งตัว การขัดผิวจะไม่ยึดเกาะต้องทุบทิ้งแล้วทําใหม่
    ๔.๓ การทําความสะอาด
    ภายหลังจากขัดมันพื้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องป้องกันคน สัตว์ หรือสิ่งอื่นๆ ที่จะทําให้ผิว ขัดมันสกปรกหรือเสียหาย จนกว่าจะแห้งสนิท และหลังจากแห้งสนิทแล้ว จะต้องทําความสะอาดฝุ่นละอองด้วย น้ําสะอาด แล้วทิ้งให้แห้ง
    ๕. งานกระเบื้องยาง SPC
    ๕.๑ วัสดุและมาตรฐานอ้างอิง
    กระเบื้องยางที่ใช้ต้องเป็นชนิด SPC (Stone Plastic Composite) ระบบ Click Lock ไม่ใช้ กาวยึดติด ความหนารวมไม่น้อยกว่าที่แบบกําหนด และมีชั้นเคลือบผิว (Wear Layer) ไม่น้อยกว่า ๑.๓ มิลลิเมตร เพื่อความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการสึกหรอ พื้นผิวต้องกันน้ําได้ ไม่บวมจากความชื้น มีสีและ ลวดลายตรงตามที่ระบุในแบบสถาปัตยกรรม และต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากโรงงาน ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน สําหรับอุปกรณ์เสริม เช่น ตัวเชื่อม ตัวจบ และบัวเชิงผนัง ต้องเป็นชนิดที่เข้ากับกระเบื้องยางและมีคุณภาพ เทียบเท่ากัน โดยวัสดุและการติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ISO๙๐๐๑ หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ พร้อมตัวอย่างสี ลวดลาย ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๕.๒ การเตรียมพื้นผิว
    ก่อนการติดตั้ง ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบพื้นคอนกรีตเดิมให้มีความเรียบและได้ระดับ หากพบ ความต่างระดับเกิน ๒๓ มิลลิเมตรต่อความยาว ๑.๕ เมตร ต้องปรับแก้ด้วยปูนปรับระดับหรือวิธีการที่ ผู้ควบคุมงานเห็นชอบ พื้นที่จะปูต้องปราศจากฝุ่น คราบน้ํามัน คราบปูนหลุดร่อน และความชื้นส่วนเกิน โดยต้องมั่นใจว่าพื้นผิวมีความสะอาดและแห้งสนิท เพื่อให้การติดตั้งกระเบื้องยางมีคุณภาพและยึดเกาะได้ดี
    ๕.๓ วิธีการติดตั้ง
    ๕.๓.๑ ตรวจสอบพื้นโครงสร้างคอนกรีตหรือพื้นเดิมให้เรียบ สะอาด ปราศจากฝุ่น
    คราบน้ํามัน หรือเศษวัสดุอื่น ๆ
    ๕.๓.๒ เริ่มติดตั้งจากแนวกลางห้องหรือแนวที่กําหนดในแบบ โดยวางแผ่นกระเบื้องให้รอยต่อ
    Click Lock เข้ากันแน่นทุกด้าน
    ทับด้วยบัวเชิงผนัง
    ๕.๓.๓ ใช้ค้อนยางเคาะเบา ๆ เพื่อให้รอยต่อสนิทแน่น ปราศจากช่องว่าง
    ๕.๓.๔ ตัดแต่งกระเบื้องให้เข้ามุมและขอบผนังโดยใช้มีดคัตเตอร์หรือเครื่องตัดเฉพาะ ๕.๓.๕ เว้นร่องขยาย (Expansion Gap) ตามขอบผนังรอบพื้นที่ประมาณ ๕-๑๐ มม. แล้วปิด
    ๕.๓.๖ หลังจากติดตั้งเสร็จ ต้องทําความสะอาดพื้นผิวด้วยผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ําหมาด ๆ ห้าม ใช้สารเคมีที่อาจทําลายพื้นผิวกระเบื้อง และต้องตรวจสอบความเรียบร้อย ความแนบสนิท และคุณภาพงาน
    ปูพื้นทั้งหมด
    a

    หมวด
    งานผนังอาคาร
  • ๒ -
    หมวด
    งานผนังอาคาร
    งานก่ออิฐผนัง
    วัสดุ
    ๑.๑
    อิฐมอญ เป็นก้อนสี่เหลี่ยม สีสม่ําเสมอ ผิวแกร่งขรุขระ ไม่แตกร้าวทําด้วยมือหรือ เครื่องจักร มีขนาดไม่น้อยกว่า ๕ x 5 x ๑๕ ซม. ไม่แอ่นหรือบิดงอ แตกร้าว
    ๑.๑.๒. คอนกรีตบล็อกก่อผนัง ที่ใช้มีส่วนผสมของปูนซีเมนต์ หินฝุ่น และน้ํา นํามาผสมให้ เข้ากัน แล้วนําไปเข้าเครื่องอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร คอนกรีตบล็อกที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่แตกร้าว ไม่ แอ่นหรือ บิดงอ มีขนาด ๓๙ x ๑๙ ซม. หนา ๗ ซม. หรือมีขนาดเป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา คอนกรีตบล็อก ก่อผนังต้อง ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
    ๑.๑.๓. คอนกรีตบล็อกช่องลมแบบกันฝน เป็นแบบช่องสี่เหลี่ยม ที่ใช้มีส่วนผสมของ
    ปูนซีเมนต์ หินฝุ่น และน้ํา นํามาผสมให้เข้ากันแล้วนําไปเข้าเครื่องอัดขึ้นรูปด้วยเครื่องจักร คอนกรีตบล็อกที่
    นํามาใช้ต้อง เป็นของใหม่ ผิวเรียบไม่แตกร้าว ไม่แอ่นหรือบิดงอ มีขนาด ๓๙ x ๑๙ ซม. หนา ๗ ซม. หรือมี ขนาดเป็นไปตามที่ ระบุไว้ในสัญญา
    ๑.๑.๔. คอนกรีตมวลเบา ที่จะนํามาใช้ในงานก่อสร้าง ต้องได้รับมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีเค
    รม ที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีเครื่องหมายแสดงของบริษัทผู้ผลิตอย่างชัดเจน และ บรรจุหีบห่ออย่างดี ๑.๑.๕. ผู้รับจ้าง จะต้องจัดส่งตัวอย่างวัสดุอย่างน้อยจํานวน ๒ ตัวอย่าง และเอกสารแสดง คุณสมบัติของวัสดุ ให้ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อน
    ๑.๒ วัสดุส่วนผสม
    ที่ยังไม่เสื่อมคุณภาพ
    ๑.๒.๑. ปูนซีเมนต์ ต้องใช้ปูนซีเมนต์ที่ใช้สําหรับงานก่อผนังโดยเฉพาะ และเป็นปูนซีเมนต์
    ๑.๒.๒. ทรายต้องเป็นทรายน้ําจืด ปราศจากดินหรือสิ่งเจือปน
    ๑.๒.๓. น้ําผสมคอนกรีต ให้ใช้น้ําประปา
    ๑.๒.๔. ปูนก่อ ให้ใช้อัตราส่วนผสมของ ปูนซีเมนต์ ๑ ส่วน ต่อทรายหยาบ ๓ ส่วน ปูนก่อ
    ที่ผสมแล้วนานเกินกว่า ๑ ซม. ห้ามนํามาใช้
    ๑.๒.๕. ปูนก่อสําเร็จรูปสําหรับคอนกรีตมวลเบา ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ปูนก่อที่มีส่วนผสมมาตรฐาน ๑.๓ การก่ออิฐผนัง
    ๑.๓.๑. การก่ออิฐผนัง ต้องเป็นไปตามแบบก่อสร้างกําหนด เริ่มด้วยการปรับระดับพื้นตาม แนว ให้ได้ระดับ และต้องให้ได้แนวทั้งทางตั้งและทางนอน โดยจะต้องก่อด้วยวิธีสลับก้อน แนวต่อของอิฐต้องได้ แนว สม่ําเสมอ ผิวหน้าต้องเรียบโดยการขึงเชือก ปูนก่อแต่ละแนวต้องไม่หนาเกิน ๑.๕ ซม. ผนังก่ออิฐที่ชนเสา ต้องรดน้ําให้เปียกและต้องเสียบเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 มม. ความยาวไม่น้อยกว่า ๑.๓๐ ม. ทุกระยะ ๕๐ ซม. ตามแนวที่ก่ออิฐผนัง และก่อนการก่ออิฐให้รดน้ําให้อิฐเปียกชุ่มก่อน
    ๑.๓.๒. ผนังที่มีช่องวงกบประตู หน้าต่าง หรือช่องแสงที่เป็นไม้ทุกแห่ง ให้ทิ้งแนวผนังไว้ห่าง จากขอบวงกบไม่น้อยกว่า ๑๐ ซม. เพื่อให้ทําหน้าที่เป็นเอ็น ค.ส.ล. ยึดเหนี่ยวกับวงกบกระทําโดยให้ตอกตะปู ขนาด ๓ นิ้ว ไว้กับวงกบห่างกันประมาณ ๑๕ ซม.
    อิฐให้แน่น
    ๑.๓.๓. การก่ออิฐที่ใต้คานต่ําลงมาเป็นระยะ ๑๐ ซม. อนุญาตให้ก่ออิฐเอียงได้ โดยอัดแผ่น
    Sy

    ๑.๓.๔. การก่ออิฐติดกับโครงสร้าง ค.ส.ล. จะต้องสกัดผิวคอนกรีต แล้วราดน้ําโครงสร้าง
    ค.ส.ล. ให้เปียกชุ่มเสียก่อนจึงทําการก่อต่อได้
    ๑.๓.๕. ให้มีเสาเอ็นที่มุมผนังก่อทุกมุม หรือผนังก่ออิฐที่หยุดก่อไม่ติดกับเสา ค.ส.ล. หรือที่ ติดกับ วงกบประตูหน้าต่างหรือช่องเปิดใดๆ จะต้องมีเสาเอ็นขนาดไม่เล็กว่า ๑๐ ซม. หนาเท่าผนัง และเสริม เหล็ก ขนาด 25 มม. จํานวน ๒ เส้น และเหล็กปลอกขนาด 25 มม. ทุกระยะ ๑๕ ซม. เสริมเหล็กทั้ง ๒ เส้น จะต้อง ฝังปลายเข้ากับพื้นและคานหรือพื้นด้านบนซึ่งได้โผล่เหล็กเตรียมไว้แล้ว ในกรณีที่ไม่ได้โผล่เหล็กเตรียมไว้ จะต้อง สกัดพื้น หรือคาน แล้วเชื่อมเหล็กเสริมติดกับเหล็กโครงสร้าง ผนังก่ออิฐที่กว้าง ๓ ม. ขึ้นไปจะต้องมีเสา เอ็นแบ่งกลางผนัง หรือทุกระยะไม่เกิน ๒.๕๐ ม. ยาวตลอดความสูงของผนังนั้น
    ๑.๓.๖. ผนังก่ออิฐไม่ชนโครงสร้าง หรือผนังใต้วงกบ และเหนือช่วงวงกบจะต้องมีคานทับ หลัง ขนาดเดียวกับเสาเอ็นนอกจากระบุไว้เป็นอย่างอื่น ผนังที่มีความสูง ๓ ม. ขึ้นไปจะต้องมีคานทับหลังแบ่ง ครึ่งกลาง หรือทุกระยะไม่เกิน ๒.๕๐ ม. ยาวตลอดแนวผนังนั้น
    ๑.๓.๗. ผนังที่ชนท้องคาน หรือพื้น ค.ส.ล. จะต้องเว้นช่องประมาณ ๑๐ ซม. เป็นเวลาไม่ น้อยกว่า ๓ วัน เพื่อให้ปูนก่อแข็งตัวหรือยุบตัวจนได้ที่เสียก่อนจึงทําการก่อให้ชนท้องคานหรือพื้นได้
    ๑.๓.๔. ผนังที่ก่ออิฐนั้นจะต้องมีการป้องกันฝนไม่ให้ถูกตําแหน่งที่กําลังก่ออยู่นั้นได้ภายใน ๑๒ ชั่วโมง
    ๒. งานฉาบปูน
    ๒.๑ วัสดุ
    ยังไม่เสื่อมคุณภาพ
    ๒.๑.๑. ปูนซีเมนต์ ต้องใช้ปูนซีเมนต์ที่ใช้สําหรับงานฉาบผนังโดยเฉพาะ และเป็นปูนซีเมนต์ที่
    ๒.๑.๒. ทราย ต้องเป็นทรายน้ําจืดปราศจากดินหรือสิ่งเจือปน ขนาดของเม็ดละเอียด คม และแข็ง ๒.๑.๓. น้ําผสมคอนกรีต ให้ใช้น้ําประปา
    ๒.๑.๔. น้ํายาผสมปูนฉาบ ให้ใช้น้ํายาผสมปูนฉาบโดยเฉพาะ โดยได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานก่อน ๒.๑.๕. ปูนฉาบ ให้ใช้อัตราส่วนผสมของปูนซีเมนต์ ๑ ส่วน ต่อทรายหยาบ ๓ ส่วน ๒.๑.๖. ปูนฉาบสําเร็จรูปสําหรับคอนกรีตมวลเบา ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ปูนฉาบที่มีส่วนผสมมาตรฐาน ๒.๒ การฉาบปูน
    ผนัง เสา คาน และส่วนอื่นๆ ของอาคารที่ระบุให้ฉาบปูน ให้ผู้รับจ้างฉาบปูน รวม ๒ ครั้ง คือการ ฉาบปูนรองพื้น และการฉาบปูนตกแต่ง ดังนี้
    ๒.๒.๑. การฉาบปูนรองพื้น ก่อนฉาบปูนรองพื้นจะต้องตั้งเฟี้ยมทําระดับให้ได้ระดับทั้ง แนวตั้ง แนวนอนให้เรียบร้อยก่อน ภายหลังปูนที่ตั้งเฟี้ยมทําระดับแห้งดีแล้ว ให้รดน้ําให้เปียกโดยทั่วแล้วจึงทํา ปูนรองพื้นให้ใกล้เคียงกับเฟี้ยมทําระดับแล้วทิ้งไว้ให้แห้งก่อนประมาณ ๓ วัน พร้อมรดน้ําให้เปียกเสมอ ๒.๒.๒. การฉาบปูนตกแต่งพื้นผิว ก่อนการฉาบปูนจะต้องรดน้ําผนังให้เปียกจึงฉาบปูนตกแต่งได้
    การฉาบ
    ๓.
    การบุกระเบื้องผนัง
    วัสดุ กระเบื้องบุผนัง กําหนดให้ใช้กระเบื้องเซรามิคหรือตามที่แบบกําหนดไว้ ชนิดมีสี และลาย เกรดเอ ไม่มีตําหนิ ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง แผ่นกระเบื้อง เป็นของใหม่ ไม่โก่งงอ บิดเบี้ยวแตกร้าว ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์และส่งตัวอย่าง กระเบื้องปูพื้น สี และลายกระเบื้อง ให้ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อน
    นําเนินการ
    ๓.๒ ขั้นตอนการบุกระเบื้อง
    ๓.๒.๑. กระเบื้องที่จะใช้ต้องแช่น้ําให้อิ่มตัวประมาณ ๑๐-๑๕ นาที แล้วจึงนํามาปู
    บท/
    ๔ -
    ๓.๒.๒. การบุกระเบื้องผนังภายในอาคารผู้รับจ้างจะต้องฉาบปูนทรายหยาบอัตราส่วนผสม ของปูนซีเมนต์ ๑ ส่วน ต่อทราย หยาบร่อน ๒ ส่วน ให้ได้ระดับเสียก่อนผิวปูนฉาบยังไม่แข็งตัวเต็มที่ให้บุ กระเบื้องได้เลย ห้ามฉาบทิ้งไว้ข้ามวัน หรือห้ามทําการบุกระเบื้องผนังขณะปูนทรายแข็งตัวไปแล้ว การบุกระเบื้องให้กระทําทีละแผ่น แผ่นกระเบื้อง จะต้องแน่นไม่เป็นโพรงเมื่อบุเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่เป็น โพรงจะต้องรื้อออกและทําการบุใหม่ กระเบื้องที่บุ เสร็จแล้วจะต้องเรียบได้แนวและระดับ ส่วนที่ชนกับผนังหรือ ขอบต่างๆ จะต้องตัดให้เรียบร้อยสม่ําเสมอ พื้นที่ ที่บุกระเบื้องแล้วจะต้องทิ้งให้แห้งโดยไม่ถูกกระทบกระเทือน เป็นเวลา ๔๘ ชั่วโมง จึงล้างทําความสะอาดและอุดรอยต่อของกระเบื้องด้วยซีเมนต์ขาว หรือซีเมนต์ขาวผสมสี หรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงาน
    ๓.๒.๓. การบุกระเบื้องภายนอกอาคารผู้รับจ้างจะต้องฉาบปูนทรายผนังที่จะบุกระเบื้อง ภายนอกอาคารเสร็จแล้ว ไม่ต่ํากว่า ๔๘ ชั่วโมง ทําความสะอาดผิวให้ปราศจากฝุ่น น้ํามัน สารอื่นๆ
    ๓.๒.๔. การเข้ามุมฉาก จะต้องแต่งขอบกระเบื้องเข้ามุม ๔๕ องศา ของแต่ละแผ่น
    ๓.๒.๕. การยึดกระเบื้องกับผิวผนังใช้ปูนซีเมนต์ขาวหรือกาวซีเมนต์ เป็นตัวยึดเกาะตาม คําแนะนําของผู้ผลิต ระยะห่างระหว่างกระเบื้องประมาณ ๒ มม. แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา ๔๘ ชั่วโมง
    จึงล้างทําความสะอาด
    ๓.๒.๖. แนวรอยต่อกระเบื้อง ให้อุดรอยต่อของกระเบื้องด้วยซีเมนต์ขาว หรือซีเมนต์ขาว ผสม สีเดียวกับกระเบื้องปูพื้น หรือตามคําสั่งของผู้ควบคุมงาน
    ๓.๒.๒. ภายหลังบุกระเบื้องผนัง เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องทําความสะอาดคราบปูนที่ติด บนแผ่นกระเบื้องให้หมด แล้วขัดด้วย WAX ๒ ครั้ง
    ๔. งานผนังแผ่นยิบซั่มบอร์ด
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุต่างๆ เพื่อก่อสร้างผนังภายในอาคาร ตามแบบก่อสร้างกําหนด แผ่นยิบซั่มบอร์ด และอุปกรณ์โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line) ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่แอ่นงอ บิดเบี้ยว แตกร้าว ป้องกันความชื้นได้ดี มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ สะท้อนความร้อนได้ดี ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสาร แสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์และส่งตัวอย่างแผ่นผนังยิบซั่มบอร์ด โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ให้ผู้ควบคุมงาน และ
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๔.๑ วัสดุ
    ๔.๑.๑ แผ่นผนังยิบซั่มบอร์ด เป็นชนิดแผ่นเรียบมีฟอยด์ ชนิดกันชื้น และชนิดธรรมดา
  • เป็นผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นแบบแผ่น
    ขอบเรียบ ผิวเรียบ สม่ําเสมอ ขนาด ๒.๔๐๔๑.๒๐ ม.
    ๔.๑.๒ แผ่นผนังยิบซั่มบอร์ดชนิดกันความชื้น หนา ๑๒ มม. หรือตามแบบก่อสร้างกําหนด ๔.๑.๓ โครงเคร่าโลหะ สําหรับยึดแผ่นผนังยิบซั่มบอร์ด เป็นโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line) เบอร์ ๒๔ ความหนาไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ มม. ขนาดไม่เล็กกว่า ๓๗ ๕๑๕ มม. ต้องได้มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยผลิตจากกรรมวิธีเหล็กรีดร้อนชุบสังกะสี ไม่น้อยกว่า ๒๒๐ กรัมต่อตารางเมตร
    ๔.๒ การติดตั้ง
    ๔.๒.๑ โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line) จะต้องประกอบติดตั้งเป็นช่องขนาด ๐.๖๐ x 0.50 ม. หรือตามแบบรูปกําหนด การประกอบติดตั้งโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line) เข้ากับ โครงสร้างอาคาร จะต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสีกําหนด
    ๔.๒.๒ แท่งยึด ให้ใช้ชนิดปรับระดับได้ โดยกรรมวิธีปรับน็อตสกรู ห้ามยึดลวดกับส่วน ที่ไม่ใช่โครงสร้าง เช่น ท่อน้ําของท่อแอร์ ในกรณีที่ใช้ปืนยิงพุกคอนกรีตต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่าง พร้อมกรรมวิธีการติดตั้งให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อน
  • C -
    ๔.๒.๓ การติดตั้งแผ่นผนังยิบซั่มบอร์ด จะต้องยึดเข้ากับโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line)
    ด้วยอุปกรณ์ยึด เช่น สกรู หรือ CLIP LOCK หรืออุปกรณ์ที่ตัวแทนจําหน่ายแนะนํา และจะต้องฝังให้จมในแผ่น ผนังสําเร็จทั้งหมด รอยต่อแผ่นผนังให้ใช้ปูนปลาสเตอร์และผ้าเทปสําหรับฉาบรอยต่อ
    ๕. งานผนังแผ่นเหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet )
    ๕.๑ วัสดุ
    ๕.๑.๑ แผ่นผนังเหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet) ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งาน มาก่อน ผลิตจากเหล็กกล้ากําลังสูง ต้องเคลือบผิวกันสนิม ด้วยอลูมิเนียมและสังกะสี หรือ ผิวเคลือบอลูซิงค์ Aluzinc Coating และเคลือบทับด้วยสีตามแบบรูปกําหนด หรือตามความเห็นชอบคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แผ่นผนัง เหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet) ที่จะนํามาใช้ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด แผ่นผนังเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างจะต้องเป็นชิ้นเดียวกัน ความ หนาไม่น้อยกว่า ๑.๓๕ มม. หรือตามแบบก่อสร้างกําหนด และจะต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อน (PE FOAM) หนา 4 มม. ผลิตโดยเครื่องจักรสําเร็จรูปจากโรงงาน
    ๕.๑.๒ สกรู ใช้สําหรับยึดหลังคาเข้ากับแปเหล็ก จะต้องยึดกับสกรูที่สันลอนหลังคา พร้อมแหวนยางอลูมิเนียม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๕ มม. และหนา ๑.๒ มม. ที่มีคุณสมบัติทนความร้อนสูงทน ต่อรังสี UV และไม่นําไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันกับแผ่นหลังคาเหล็ก
    ๕.๑.๓ โครงเคร่า ให้ใช้เหล็กรูปพรรณ ขนาดและรูปร่างตามแบบรูปกําหนดวัสดุที่นํามาใช้ ต้องเป็นของใหม่ ไม่มีสนิมขุม ไม่มีลักษณะบูดเบี้ยวของอ ต้องมีคุณสมบัติตาม หมวดงานโครงสร้างเหล็ก รูปพรรณ
  1. งานผนังอลูมิเนียมคอมโพสิต (Aluminium Composite)
    ๖.๑ แผ่นอลูมิเนียม เป็นชนิดแผ่นอลูมิเนียม เกรด ๓๑๐๕ H๑๔ ผิวเรียบสม่ําเสมอแผ่นอลูมิเนียม ที่ใช้มีความหนาไม่น้อยกว่า ๔.๐ มม. หรือตามแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องมีหนังสือรับรองคุณภาพวัสดุและ มาตรฐานการผลิต จะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์และส่งตัวอย่างวัสดุสีให้ผู้ควบคุมงานและ
    คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติก่อนการดําเนินการ
    ๖.๒ ผิวด้านหน้าเคลือบสี ลูมิฟลอน เบสต์ ฟลูโรคาร์บอล ลงบนผิวโลหะแผ่นอลูมิเนียมหนาไม่ น้อยกว่า ๑.๕ สามารถทนสภาวะดินฟ้าอากาศ และ รังสี UV ได้อย่างดี
    โครงเคร่า
    ๖.๓ ผิวด้านหลังเคลือบสีโพลีเอสเตอร์ เพื่อรองรับการใช้งานและป้องกันการสึกกร่อนจากสนิมของ
    ๖.๔ โครงเคร่าเหล็กรูปพรรณ ประกอบไปด้วยเหล็กรูปพรรณที่ใช้จะต้องมีรูปร่างและขนาดเป็นไป ตามแบบก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ หมวดงาน โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ วัสดุที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่มีสนิมขุม ไม่มีลักษณะบูดเบี้ยวของอ
    ๗. งานผนังวัสดุอะคูสติก
    ๗.๑ วัสดุ วัสดุอะคูสติกสําหรับผนังตกแต่งดูดซับเสียงความหนา ๒๕ มม. เป็นแผ่นบุผนังสําเร็จรูป ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการลดเสียงก้อง หรือดูดซับเสียง วัสดุอะคูสติก เนื้อฉนวนใยแก้วสีน้ําตาลแบบแผ่น ปิดผิวด้านหน้าและด้านหลังด้วยแผ่นกลาสทิชชู เคลือบขอบรอบด้านด้วยสารโพลีเมอร์ชนิดพิเศษ หุ้มด้วยผ้า ชนิดพิเศษที่มีสีสันสวยงามและมีขนาดให้เลือกตามการใช้งาน ความหนาแน่น 900 กก/ลบ.ม. หนา ๒๕ มม. มีค่าการดูดซับเสียง (Noise Reduction Coefficient : NRC) ไม่น้อยกว่า ๑.๗๕ กําหนดค่าการนําความร้อน (k-Value) ไม่เกิน ๐.๐๓๑ W/mK ได้รับการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด น้ําหนักไม่น้อยกว่า ๒.๓ กก. วัสดุแผ่นกลาสวูส ขนาด 50x๑๒๐๔๒.๕ ซม. หรือตามแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสาร
    ,2
    Shy
    แสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์และส่งตัวอย่างผนังวัสดุอะคูสติก ให้ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๗.๒ การติดตั้ง
    ๒.๒.๑ สํารวจพื้นที่ทํางาน วัดขนาดความกว้าง ความยาวของผนังและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ๒.๒.๒ ตัดฉนวนให้พอดีกับช่องผนังที่ต้องการติดตั้ง
    ๗.๒.๓ กําหนดตําแหน่งที่จะยึด Spindle Pin ระยะห่าง ๓๐ - ๔๕ ซม. โดยประมาณ ๒.๒.๔ ติดตั้ง Spindle Pin กับผนังตรงจุดที่กําหนดไว้โดยกาวชนิดพิเศษติด
    Spindle Pin เป็นตัวยึดกับผนัง
    ๒.๒.๕ ทิ้งไว้ให้กาวแห้ง เพื่อให้ Spindle Pin รับน้ําหนักได้เต็มที่
    ๒.๒.๖ ติดตั้งฉนวนกันความร้อนกับ Spindle Pin ให้แน่นด้วย Washer (Spindle Pin ที่ใช้ควรมีความยาวมากกว่าความหนาของฉนวนกันความร้อนประมาณ ๑/๒ นิ้ว)
  2. การติดตั้งวอลเปเปอร์
    ๘.๑ วัสดุวอลเปเปอร์ ชนิดและสีต้องเสนอให้ผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ ซึ่งมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
    ๔.๑.๑ ใช้สําหรับตกแต่งผนังห้อง กําแพง ภายในอาคาร เพื่อความสวยงาม
    ๔.๑.๒ ผลิตจากวัสดุกระดาษ เคลือบไวนิล เพื่อความแข็งแรงคงทน สีไม่ซีดจางง่าย ๔.๑.๓ สามารถลอกออกได้ง่าย โดยไม่ทําลายสีที่ติดอยู่บนพื้นผิวผนัง
    ๔.๑.๔ สามารถติดได้บนผนังปูน, กระจก, กระเบื้อง, ยิปซั่ม, เฟอร์นิเจอร์, ไม้, Particle
    board, ผนังทําสีน้ํา (ไม่ใช่สีน้ํามัน หรือสีที่มีคุณสมบัติเป็น Teflon) และผนังเรียบอื่น
    ๘.๑.๕ น้ําหนักเบา
    ๔.๑.๖ ทําความสะอาดได้ง่าย ด้วยผ้าชุบน้ําบิดหมาด ๔.๑.๗ สินค้ารับประกันคุณภาพอย่างน้อย ๑ ปี
    ๔.๒ ขั้นตอนการติดตั้งวอลเปเปอร์
    ๔.๒.๑ คํานวณเตรียมพื้นที่ และเตรียมวอลเปเปอร์หากมีการต่อลายให้คํานวณให้เรียบร้อย ๔.๒.๒ นําลูกกลิ้งชุบกาวกลิ้งทาให้ทั่วด้านหลังวอลเปเปอร์ เว้นขอบริมไว้ด้านละ ๑ - ๑.๕ นิ้ว ๔.๒.๓ นําวอลเปเปอร์ที่ทําการแล้ว มาติดลงบนผนัง โดยเริ่มการติดวอลเปเปอร์ตามแนว จุดเริ่มต้นที่กําหนดไว้ เริ่มจากบนล่าง นําลูกกลิ้งหรือไม้รีดค่อยๆ ทําการรีดวอลล์เปเปอร์จากซ้ายไปขวาหรือขวา ไปซ้ายเพื่อไล่ฟองอากาศ ทําให้การติดวอลล์เปเปอร์เรียบเนียน
    ๔.๒.๔ โดยส่วนที่เว้นขอบริมไว้สําหรับเก็บรายละเอียด รีดกดวอลเปเปอร์ให้ชิดขอบผนัง มากที่สุด ส่วนที่เหลือใช้คัดเตอร์กรีดออก
    ๔.๒.๕ หลังจากติดตั้งเสร็จทําความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ํา
    We
    Sy
    หมวด
    งานฝ้าเพดาน
  • ๒ -
    หมวด
    งานฝ้าเพดาน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุต่างๆ เพื่อก่อสร้างฝ้าเพดานภายในอาคาร ตามแบบรูปกําหนด ฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด และอุปกรณ์โครงเคร่าที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่แอ่นงอ บิดเบี้ยว แตกร้าว ป้องกัน ความชื้นได้ดี มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ สะท้อนความร้อนได้ดี ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ และส่งตัวอย่างแผ่นฝ้า โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๑.
    วัสดุ
    ๑.๑ แผ่นฝ้าเพดานยิบซั่มบอร์ด
    ๑.๑.๑ ชนิดแผ่นเรียบมีฟอยด์ หรือธรรมดา หรือชนิดกันน้ําเป็นผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด เป็นแบบแผ่นขอบเรียบ
    ขนาด ๒.๔๐๔๑.๒๐ ม. ความหนาไม่น้อยกว่า 4 มม.
    ไม่น้อยกว่า ๙ มม.
    ๑.๑.๒ แผ่นฝ้าเพดานภายในอาคาร ให้ใช้แผ่นฝ้ายิบซั่มบอร์ดชนิดธรรมดา ความหนา
    ๑.๑.๓
    แผ่นฝ้าเพดานภายในห้องน้ํา ให้ใช้แผ่นฝ้ายิบซัมบอร์ดชนิดกันความชื้น ความหนา ไม่น้อยกว่า ๙ มม. หรือตามที่กําหนดไว้ในแบบก่อสร้าง
    ๑.๒ ฝ้าเพดานชนิดเก็บเสียงสําเร็จรูป (แผ่นฝ้าอะคูสติค) เพื่อก่อสร้างฝ้าเพดานเก็บเสียงภายใน อาคาร ตามแบบรูปกําหนด ฝ้าเพดานชนิดเก็บเสียงสําเร็จรูป และอุปกรณ์โครงเคร่าที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่แอ่นงอ บิดเบี้ยว แตกร้าว ป้องกันความชื้นได้ดี มีคุณสมบัติไม่ติดไฟ สะท้อนความร้อนได้ดี และสามารถ เก็บเสียง ลดเสียงสะท้อน หรือดูดซับเสียงได้ไม่น้อยกว่า ๔๕ % ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ และส่งตัวอย่างแผ่นฝ้าเพดานชนิดเก็บเสียงสําเร็จรูป (แผ่นฝ้าอะคูสติค) และโครงเคร่าเหล็กชุบ สังกะสี ให้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๑.๓ ฝ้าเพดานชนิดเก็บเสียงสําเร็จรูป (แผ่นฝ้าอะคูสติค) ให้ใช้แผ่นยิปซัมบอร์ดชนิดดูดซับเสียง เป็นแบบแผ่นขอบเรียบ หรือแผ่นขอบบังใบเล็ก ขนาด 0.50x๑.๒๐ ม. ความหนาไม่น้อยกว่า ๑๒ มม. หรือ
    ตามที่กําหนดในแบบรูป โดยผลิตภัณฑ์ต้องทํามาจากวัสดุใยแร่ MINERAL FIBER ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับ เสียงได้ดี และเป็นฉนวนกันความร้อน โดยไม่เป็นพิษ ปราศจากใยหิน (FIBER ASBESTOS) ไม่เกิดควันพิษ เมื่อเวลาไฟไหม้ ได้มาตรฐาน และผ่านการทดสอบการดูดซับเสียงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๔ โครงเคร่าโลหะ T-BAR ชนิดหนา ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๕ โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี (C-Line) เบอร์ ๒๔ ขนาด ๐.๐๓๕๔๐.๐๗๕ ม. ความหนา ไม่น้อยกว่า ๑.๕ มม. ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๒. การติดตั้งฝ้าเพดาน
    ๒.๑ โครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี จะต้องประกอบติดตั้งเป็นช่องขนาด 0.50 x 0.50 ม. การประกอบ ติดตั้งโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสีเข้ากับโครงสร้างอาคารจะต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตโครงเคร่าเหล็กชุบสังกะสี
    ๒.๒ โครงเคร่าโลหะ T-BAR ในส่วนที่ระบุให้ใช้เคร่าฝ้าแบบ T-BAR จะต้องได้ระดับและความสูง ระบุในแบบ รอยต่อจะต้องได้แนวได้ฉาก และได้ระดับและเรียบร้อยด้วยขนาดของช่องฝ้าตามระบุในแบบ ก่อสร้าง รายละเอียดการเชื่อมต่อ การชนมุมการชนผนัง และโครงแขวน จะต้องแข็งแรง สามารถรับน้ําหนักผ้า เพดานได้ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างโครงเคร่าโลหะแบบ T-BAR พร้อมอุปกรณ์ในการติดตั้งต่างๆ กรรมวิธีในการติดตั้งให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนการสั่งวัสดุโครงเคร่าโลหะแบบ T-BAR
    62
    2

    ๒.๓ แท่งยึด ให้ใช้ชนิดปรับระดับได้ โดยกรรมวิธีปรับน๊อตสกรู ห้ามยึดลวดกับส่วนที่ไม่ใช่ โครงสร้าง เช่น ท่อน้ําของท่อแอร์ ในกรณีที่ใช้ปืนยิงพุกคอนกรีตต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อน
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างพร้อมกรรมวิธีการติดตั้งให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบก่อน
    ๒.๔ การติดตั้งฝ้าเพดาน จะต้องยึดแผ่นฝ้า เข้ากับโครงเคร่าโลหะ T-BAR หรือโครงเคร่าเหล็กชุบ สังกะสี (C-Line) ด้วยอุปกรณ์ยึด เช่น สกรู หรือ CLIP LOCK หรืออุปกรณ์ที่ตัวแทนจําหน่ายแผ่นฝ้าแนะนํา และจะต้องฝังให้จมในแผ่นฝ้าสําเร็จทั้งหมด รอยต่อแผ่นฝ้าให้ใช้ปูนปลาสเตอร์และผ้าเทปสําหรับฉาบรอยต่อ
    ๓. งานทาสีฝ้าฉาบเรียบ
    ๓.๑ วัสดุ
    สีที่ใช้ต้องเป็น สีน้ําอะคริลิกแท้ ๑๐๐% ชนิดด้าน (Matt Finish) สําหรับงานภายใน ยี่ห้อ และรุ่นที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) สีรองพื้นต้องเป็นชนิดเดียวกับผู้ผลิตสีทับหน้า และ เหมาะสมกับพื้นผิวฝ้า (เช่น ฝ้ายิปซัม หรือไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด) วัสดุโป๊วต้องเป็น โป๊วอะคริลิกหรือโป๊ว สําเร็จรูปชนิดเดียวกับระบบสี สีและวัสดุทุกชนิดต้องเป็นของใหม่จากโรงงาน ไม่หมดอายุ และผ่านการอนุมัติ จากผู้ควบคุมงานก่อนนํามาใช้
    ๓.๒ การเตรียมพื้นผิว
    ทําความสะอาดฝ้าเพดานให้ปราศจากฝุ่น คราบมัน คราบเชื้อรา และสิ่งแปลกปลอม อุดโป๊ว รอยต่อ รอยแตกร้าว และรอยหัวสกรูด้วยโป๊วสําเร็จรูป ขัดพื้นผิวให้เรียบเสมอและเช็ดฝุ่นออกให้หมดก่อนทาสี
    ๓.๓ การทาสี
    ๓.๓.๑ ทาสีรองพื้น ๑ เที่ยว ให้ทั่วพื้นผิว รอให้แห้งตามเวลาที่ผู้ผลิตกําหนด
    ๓.๓.๒ ทาสีทับหน้า ๒ เที่ยว โดยแต่ละเที่ยวต้องทาให้สม่ําเสมอ ไม่มีรอยแปรงหรือรอยต่อ ๓.๓.๓ เว้นระยะเวลาให้สีแห้งตามคําแนะนําของผู้ผลิตสี
    พื้นที่ที่เปื้อนหรือมีรอยชํารุดให้ทําความสะอาดและทาสีซ่อมให้เรียบร้อย
    ๓.๓.๕ พื้นผิวหลังทาสีต้องเรียบเนียน สีสม่ําเสมอ ไม่มีรอยด่าง รอยฟอง หรือรอยลอก
    หมวด
    งานหลังคา
  • ๒ -
    หมวด
    งานหลังคา
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุต่างๆ เพื่อมุงหลังคาอาคารตามแบบก่อสร้างกําหนด วัสดุมุงหลังคา หรือกระเบื้องมุงหลังคา ครอบหลังคา และอุปกรณ์ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่บิดเบี้ยว แตกร้าว ผู้รับจ้าง จะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ผู้ควบคุมงานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อน
    นําเนินการ
    Q.
    พื้นหลังคา ค.ส.ล.
    พื้นหลังคา ค.ส.ล. (Flat Roof Slab) ที่ไม่มีสิ่งปกคลุม ต้องเทพื้น ค.ส.ล. ผสมน้ํายากันซึม ปรับระดับลาดหลังคา ๑ : ๒๐๐ ผิวขัดมันเรียบ หลังจากเทคอนกรีตเสร็จ ๒๔ ชั่วโมง ให้บ่มผิวโดยการบ่มชื้น ตลอดเวลาไม่น้อยกว่า ๗ วัน และจะต้องปิดทับด้วยวัสดุกันซึมอีกชั้น วัสดุกันซึมที่ใช้ เป็นแผ่นสําเร็จรูปประเภท Plastomeric polymer (APP) Modified Bituminous ความหนา ๓.0 มม. เสริมแรงด้วย Non-Woven Polyester ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ g/m.” ขั้นตอนการติดตั้งให้เป็นไปตามผู้ผลิตวัสดุกันซึม งานคอนกรีตและเหล็ก เสริมคอนกรีต ต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานคอนกรีต และ หมวดงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
    ๒. หลังคากระเบื้องคอนกรีต
    ๒.๑ วัสดุ
    ๑) กระเบื้องมุงหลังคา เป็นชนิดกระเบื้องคอนกรีตแบบเรียบ และกระเบื้องหลังคาโปร่งแสง แบบเรียบ และครอบหลังคาประเภทต่างๆ ตามแบบก่อสร้างกําหนด ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที่ มอก.๕๓๕-๒๕๕๖ หรือตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับ ล่าสุด โดยสีของกระเบื้องจะกําหนดในแบบก่อสร้าง กระเบื้องและครอบหลังคาแบบต่างๆ จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ เดียวกัน เป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์และส่งตัวอย่าง
    กระเบื้องหลังคาให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๒) โครงสร้างหลังคา เช่น แป, จันทัน, ตะเฆ่สัน และอื่นๆ ประกอบไปด้วยเหล็กรูปพรรณที่ ใช้จะต้องมีรูปร่างและขนาด เป็นไปตามแบบก่อสร้าง ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็ก โครงสร้างรูปพรรณ หมวดงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ วัสดุที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่มีสนิมขุม ไม่มีลักษณะ บูดเบี้ยวขดงอ
    ๓) อุปกรณ์ยึดกระเบื้อง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทกระเบื้องหลังคาหรือตามดุลพินิจของ
    ผู้ควบคุมงาน
    ๔) แผ่นสะท้อนความร้อน มีอลูเนียมฟอยล์ ๒ หน้า มีโครงสร้างทั้งหมด 5 ชั้น ผสมสาร ป้องกันการลามไฟ และใช้ Polyethylene เป็นกาวเชื่อมประสาน
    ๒.๒ การติดตั้งหลังคา
    ๑) การมุงกระเบื้องและครอบหลังคาตลอดจนการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้ติดตั้งตาม มาตรฐานและกรรมวิธีของผู้ผลิต
    ๒) การติดตั้งแปให้ยึดติดกับจันทันเหล็กด้วยตะปูเกลียว โดยดําเนินการตามกรรมวิธีของผู้ผลิต ๓) การจัดระยะห่างของแปให้ถูกต้องตามข้อกําหนดการใช้กระเบื้องของผู้ผลิต
    ๔) ก่อนเริ่มมุงหลังคาผู้รับจ้างต้องขออนุมัติผู้ควบคุมงานเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย โครงหลังคาและการติดตั้งแป ก่อนดําเนินการขั้นตอนต่อไป
    ๕) การยึดกระเบื้อง หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่นให้ทําการยึดกระเบื้องด้วยตะปูเกลียวทุกแผ่น
    พร้อมยึดบริเวณชายกระเบื้องแถวแรกตลอดแนวเชิงชายทุกแผ่นให้ติดกับไม้เชิงชายด้วยขอยึดเชิงชาย โดยใช้
    อุปกรณ์ยึดของผู้ผลิต
  1. กระเบื้องส่วนที่จําเป็นต้องตัด เช่น กระเบื้องบริเวณตะเข้สัน ตะเข้ราง ให้ตัดกระเบื้อง ด้วยมอเตอร์ไฟเบอร์อย่างประณีตพร้อมยึดเศษกระเบื้องให้แน่นไม่ให้หลุดออกมาด้วยกาว Epoxy
    ๗) บริเวณรอยระหว่างกระเบื้องและครอบถ้ามีลักษณะดังต่อไปนี้หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น
    ให้ติดตั้งแผ่นปิดรอยต่อ เพื่อป้องกันการรั่วซึมบริเวณรอยต่อนั้นๆ ด้วย
    ๓. หลังคากระเบื้องซีเมนต์เส้นใยหินแผ่นลอน
    ๓.๑ วัสดุ
    ๑) กระเบื้องมุงหลังคาให้ใช้ตามแบบก่อสร้าง ขนาด ๐.๕๐๔๑.๒๐ ม. หนาไม่น้อยกว่า ๕ มม. และครอบหลังคาประเภทต่างๆ ที่นํามาใช้ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    เลขที่ มอก.๗๙-๒๕๒๙ หรือตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับล่าสุด โดยสีของกระเบื้องให้ใช้ตาม
    ก่อสร้างกําหนด
    ๒) อุปกรณ์ยึดกระเบื้อง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ตามคําแนะนําของผู้ผลิตกระเบื้องมุงหลังคา ๓.๒ การติดตั้งหลังคา
    ๑) การมุงกระเบื้องและครอบหลังคาตลอดจนการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ให้ติดตั้งตาม มาตรฐานและกรรมวิธีของผู้ผลิต
    ๒) การติดตั้งแปให้ยึดติดกับจันทันเหล็กด้วยตะปูเกลียว โดยดําเนินการตามกรรมวิธีของผู้ผลิต ๓) การจัดระยะห่างของแปให้ถูกต้องตามข้อกําหนดการใช้กระเบื้องของผู้ผลิต ๔) ก่อนเริ่มมุงหลังคาผู้รับจ้างต้องขออนุมัติผู้ควบคุมงานเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยโครง หลังคาและการติดตั้งแป ก่อนดําเนินการขั้นตอนต่อไป
    ๕) การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน โดยให้ผู้รับจ้างติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนไว้ใต้แปตาม มาตรฐานและกรรมวิธีของผู้ผลิต
  2. การยึดกระเบื้อง หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่นให้ทําการยึดกระเบื้องด้วยตะปูเกลียวทุกแผ่น
    พร้อมยึดบริเวณชายกระเบื้องแถวแรกตลอดแนวเชิงชายทุกแผ่นให้ติดกับไม้เชิงชายด้วยขอยึดเชิงชาย โดยใช้
    อุปกรณ์ยืดของผู้ผลิต
    ๗) กระเบื้องส่วนที่จําเป็นต้องตัด เช่น กระเบื้องบริเวณตะเข้สัน ตะเข้ราง ด้วยมอเตอร์ไฟเบอร์อย่างประณีตพร้อมยึดเศษกระเบื้องให้แน่นไม่ให้หลุดออกมาด้วยกาว Epoxy
    ให้ตัดกระเบื้อง
    ๔) บริเวณรอยระหว่างกระเบื้องและครอบถ้ามีลักษณะดังต่อไปนี้หากมิได้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ติดตั้งแผ่นปิดรอยต่อ เพื่อป้องกันการรั่วซึมบริเวณรอยต่อนั้นๆ ด้วย
    มาก่อน
    ๔. หลังคาแผ่นเหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet
    ๔.๑ แผ่นหลังคาเหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet) ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งาน มาก่อน ผลิตจากเหล็กกล้ากําลังสูง ต้องเคลือบผิวกันสนิม ด้วยอลูมิเนียมและสังกะสี หรือ ผิวเคลือบอลูซิงค์ Aluzinc Coating และเคลือบทับด้วยสีน้ําเงิน หรือตามความเห็นชอบคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
    ๔.๒ แผ่นหลังคาเหล็กชนิดรีดลอน (Metal Sheet) ที่จะนํามาใช้ต้องได้รับการรับรองตาม มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เลขที่ มอก.๑๑๒๘-๒๕๖๒ หรือตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมฉบับ ล่าสุด แผ่นหลังคาเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้างจะต้องเป็นชิ้นเดียวกันและจะต้องติดตั้งฉนวนกันความร้อน (PE FOAM) หนา ๕ มม. ผลิตโดยเครื่องจักรสําเร็จรูปจากโรงงาน
    ๐.๔๗ มม.
    ๔.๓ ความกว้างของแผ่นหลังคาให้เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต และความหนาไม่น้อยกว่า
    ๔.๔ สกรู ใช้สําหรับยึดหลังคาเข้ากับแปเหล็ก จะต้องยึดกับสกรูที่สันลอนหลังคา พร้อมแหวนยาง อลูมิเนียม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๕ มม. และหนา ๑.๒ มม. ที่มีคุณสมบัติทนความร้อนสูง ทนต่อรังสี UV และไม่นําไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันกับแผ่นหลังคาเหล็ก
    นา
  • C -
    ๔.๕ แป ให้ใช้แปเหล็กรูปพรรณหรือแปสําเร็จรูปหรือตามแบบรูปกําหนด วัสดุที่นํามาใช้ต้องเป็น ของใหม่ ไม่มีสนิมขุม ไม่มีลักษณะบูดเบี้ยวของอ ต้องมีคุณสมบัติตาม หมวดงานโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
    ๕. หลังคาแผ่น UPVC
    ๕.๑ แผ่นหลังคา UPVC ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน และต้องเสนอเพื่อขอ อนุมัติต่อผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ก่อนนํามาใช้งาน
    ๕.๒ แผ่นหลังคา UPVC ที่นํามาใช้ต้องเป็นชนิด ASAPVC วัสดุเป็น UPVC มีผิวมันเงา ชั้นบน เคลือบด้วยสาร ASA (Acrylate Styrene Acrylonitrile coated) ความหนาวัสดุเคลือบไม่น้อยกว่า ๑๘๐ ไมครอน เพื่อป้องกันรังสี UV โดยผ่านการทดสอบ ASTM G๑๕๔-๐๖
    ๕.๓ วัสดุมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ (Non Spread of Retardant) ต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM E ๙๐-๐๙, ASTM C๕๑๘-๐๔, ASTM D๖๔๘-๐๗
    ๕.๔ วัสดุมีความเหนี่ยว ทนทานต่อแรงกระแทก สามารถต้านทานแรงดัดและแรงดึงได้ ต้องผ่าน การทดสอบตามมาตรฐาน ASTM D๖๓๘-๐๓, ASTM D๗๙๐-๐๙, ASTM D๕๔๒๐-๐๔
    ๕.๕ วัสดุต้องทนต่อสารเคมีต่างๆ เช่น กรดเกลือ สารระเหย สารเคมี ต้องผ่านการทดมาตรฐาน
    ASTM D๒๘๖๓-๐๖a, ASTM D๕๗๐-๙๘
    ๕.๖ การรับประกันผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี
    ๕.๗ สีของแผ่นหลังคา ต้องได้รับความเห็นชอบหรือเลือกใช้งานจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ๕.๘ การติดตั้ง ให้ผู้รับจ้างติดตั้งตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัสดุ อุปกรณ์ ต่างๆ ที่มีคุณภาพ และถูกต้องตามหลักวิชาการและ/หรือ ตามที่แสดงในแบบ แปโครงหลังคาต้องมีระยะห่างตามมาตรฐานของ ผลิตภัณฑ์กําหนด การครอบสันสันจั่วหรือครอบข้าง ครอบชน ให้ใช้วัสดุชนิดและสีเดียวกันกับผลิตภัณฑ์หลังคา ใช้วัสดุยาแนวกันน้ําที่มีคุณภาพ ยกเว้นกรณีที่มีที่มีการออกแบบพิเศษ ให้ใช้วัสดุประกอบอื่นได้ตามแบบ และให้ ผู้รับจ้างทําแบบรายละเอียด (Shop Drawing) เสนอขออนุมัติก่อนดําเนินการ
  1. การทดสอบการรั่วซึม
    ให้ผู้รับจ้างดําเนินการทดสอบการรั่วซึมของหลังคาทั้งหมด ภายหลังดําเนินการแล้วเสร็จ
    ร่วมกับผู้ควบคุมงาน หากมีรั่วซึมให้ผู้รับจ้างดําเนินการแก้ไขโดยเร็ว
    ๗. การป้องกันความร้อน (Thermal Protection)
    ๗.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือและความชํานาญ โดยมีระบบ ควบคุมคุณภาพที่ดีในการก่อสร้างงานป้องกันความร้อน ตามที่ระบุในแบบและรายการประกอบแบบ พร้อมการ
    รับประกันคุณภาพ
    ๗.๒ หากไม่ระบุในแบบ ให้ถือว่าจะต้องมีการติดตั้งงานป้องกันความร้อนในชั้นบนสุดของอาคาร เหนือฝ้าเพดาน ตามที่ระบุไว้นี้
    ๗.๓ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่าง วิธีการติดตั้ง และ Shop drawing เสนอผู้ควบคุมงานพิจารณา อนุมัติก่อนการสั่งซื้อ
    ๗.๔ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอขั้นตอนการตรวจสอบ การติดตั้งงานป้องกันความร้อน การป้องกันความ เสียหายต่องานก่อสร้างอื่น พร้อมการทําความสะอาดหลังการติดตั้ง
    ๗.๕ การรับประกัน ผู้รับจ้างจะต้องเลือกใช้วัสดุและวิธีการป้องกันความร้อนได้ดี สามารถ รับประกันคุณภาพได้ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
    2
    หมวด
    งานทาสี
    น่า
  • 6-
    ๑. การทาสี
    หมวด
    งานทาสี
    ให้ทาสีส่วนที่มองเห็นด้วยตาทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องเสนอขอใช้สีประเภทต่างๆ ต่อผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ การทาสีทั้งหมดให้แยกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ ๑.๑ ผนังก่ออิฐ, เสา-คาน, เพดาน และส่วนที่เป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. ด้านนอกทั้งหมด ให้ใช้สีน้ํา อะคริลิค ชนิดทาภายนอกเท่านั้น สําหรับผนังก่ออิฐ, เสา-คาน, เพดาน และส่วนที่เป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. ด้านใน ให้ใช้สีน้ําอะคริลิค ชนิดทาภายใน โดยทาสีรองพื้นไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง และทาสีจริงทับหน้าไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง สีรองพื้นและสีจริง ต้องได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๒ สีรองพื้นสําหรับใช้ทาผนังก่ออิฐ เสา คาน เพดาน และส่วนที่เป็นโครงสร้าง ค.ส.ล. เก่า สีที่ใช้ เป็นต้องได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๓ เหล็ก หรือ โลหะ ให้ใช้สีกันสนิม ต้องได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด โดยทาสีกันสนิมไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ละทาสีน้ํามันทับหน้าไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง สีน้ํามัน ต้องได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๔ ผนังที่มีพื้นผิวเป็นไม้ เช่น บานประตู วงกบไม้ และอื่นๆ ที่เป็นไม้ ให้ใช้สีน้ํามัน ชนิดเคลือบเงา โดยทาสีรองพื้นไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง และทาสีจริงทับหน้าไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง สีรองพื้นและสีจริงต้องได้การรับรอง มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๕ สีรองพื้นสําหรับทาผนังที่ฉาบปูนเรียบใหม่ สีรองพื้นที่ใช้ต้องมีความคงทนต่อฤทธิ์ด่าง และต่อต้านต่อเชื้อราได้ดี
    แห้งสนิท
    ๑.๖ ก่อนที่จะทําการทาสี พื้นที่ที่จะทาสีจะต้องเรียบ สะอาด ปราศจากฝุ่น น้ํามัน พื้นผิวจะต้อง
    ๑.๗ การทาสีทับหน้าแต่ละครั้ง จะต้องปล่อยให้สีที่ทาแล้วแต่ละครั้งแห้งสนิทดีเป็นเวลา ไม่น้อยกว่า ๒๔ ชม. ก่อนที่จะทาสีทับหน้าครั้งต่อไป ห้ามทาสีในขณะที่มีความชื้นสูง ขณะทาสีจะต้องให้มีการ ระบายอากาศที่เพียงพอ
    ๑.๔ การทาสีทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเตรียมผิว การทาสีแต่ละชั้น ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ ผู้ควบคุมงานตรวจสอบสภาพผิวก่อนทุกครั้ง เมื่อได้ผ่านการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ควบคุมงานแล้ว จึงทําการทาสีชั้นต่อไปได้
    ๒. งานทาสีสําหรับอาคารเดิม
    ๒.๑ ระบบนั่งร้านสําหรับการซ่อมแซมและทาสี ต้องให้แข็งแรงและปลอดภัยต่อการทํางาน ๒.๒ การเตรียมพื้นผิวงานโครงสร้าง ค.ส.ล. โครงสร้าง ค.ส.ล. ทั่วไปให้ซ่อมแซมผิวปูนฉาบ หรือ ผิวคอนกรีตให้เรียบร้อย สําหรับโครงสร้าง ค.ส.ล. ที่ใช้กักเก็บน้ําต้องซ่อมแซมรอยแตกร้าว รูโพรง รูพรุนและ คราบนํ้าปูนให้เรียบร้อย
    ๒.๓ การเตรียมพื้นผิวและระบบการทาสี
    ๒.๓.๑ การเตรียมผิวคอนกรีตและระบบการทาสี
    ๒.๓.๒ พื้นผิวเก่าที่ไม่เคยทาสีมาก่อน
    ๑) ขจัดคราบ ตะไคร่ ด้วยน้ํายาซักผ้าขาวผสมน้ํา เสร็จแล้วใช้น้ําสะอาดล้างออก
    ทิ้งไว้ประมาณ ๗ วัน ถ้าไม่มีคราบรา คราบตะไคร่ปรากฏให้เห็นอีก ก็ดําเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่ถ้ามีคราบตะไคร่
    เกิดขึ้นจะต้องเช็ดซ้ําอีกครั้ง
    ปท
    โดยเฉพาะ
    m -
    ๒) ซ่อมแซมรอยแตกร้าวและตกแต่งให้เรียบร้อยด้วยสีโป๊วสําหรับรอยแตกร้าว
    ๓) ขจัดฝุ่น คราบไขมัน คราบน้ําปูนออกให้หมดทิ้งให้แห้ง ๔) ทาสีรอยพื้นปูนใหม่ ๑ ครั้ง

    ๕) ทาทับด้วยสีน้ําอะคริลิค ๒ ครั้ง
    ๒.๓.๓ พื้นผิวเก่าที่เคยทาสีมาแล้ว
    ๑) กรณีสีเดิมยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยและมีการยึดเกาะดี ๒) ให้ใช้น้ําเช็คล้างให้สะอาดแล้วปล่อยให้แห้งสนิท
    ๓) ซ่อมแซมบริเวณที่ชํารุดด้วยการทาสีร้องพื้นปูนใหม่ บริเวณนั้น ๑ ครั้ง ๔) ทาทับด้วยสีน้ําอะคริลิค ๒ ครั้ง
    ๕) กรณีที่สีเดิมอยู่ในสภาพชํารุดมาก เช่น สีซีด สีเสื่อมสภาพเป็นฝุ่น ล่อนเป็นแผ่น
    ให้ลอกสีเดิมที่หลุดล่อนออกให้หมดด้วยแปรงและเกรียงแซะออกจนถึงผิวเดิม
    ตกแต่งให้เรียบร้อยด้วยสีโป๊วสําหรับรอยแตกร้าวโดยเฉพาะ
  1. ใช้น้ําเช็ดล้างให้สะอาดแล้วปล่อยให้แห้งสนิท ๗) ทาสีรองพื้นปูนเก่า ๑ ครั้ง ๔) ทาทับด้วยสีน้ําอะคริลิค ๒ ครั้ง
    แล้วซ่อมแซมรอยแตกร้าวและ

    หมวด
    งานประตู-หน้าต่าง
    ·
    บท
    งานประตู-หน้าต่าง
  • ๒ -
    หมวด
    งานประตู-หน้าต่าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุต่างๆ เช่น วงกบประตู-หน้าต่าง บานประตู,กรอบบานหน้าต่าง และช่องแสงใช้กระจกใส เป็นผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด ให้ได้ขนาดตามแบบรูปและรายการประกอบแบบ เพื่อก่อสร้างตามแบบรูปกําหนด และ อุปกรณ์ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ยังมิเคยใช้งานมาก่อน มีความประณีตสวยงาม แบบแน่นสนิท ไม่หลวมไม่สั่น ไม่บิดงอแตกร้าว ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ ให้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจ
    รับพัสดุพิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    ๑.๑ วัสดุ
    ๑.๑.๑ วงกบประตู-หน้าต่าง ประกอบขึ้นจากไม้เนื้อแข็ง ขนาด ๒”x ๔” ไม่โก่งงอ บิดเบี้ยว แตกร้าว ให้ใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้แดง ประดู่ มะค่าโมง หลุมพอ ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน หรือเทียบเท่า เป็นต้น
    ๑.๑.๒ วงกบประตู-หน้าต่าง ประกอบขึ้นจากอลูมิเนียม ตามแบบรูปที่กําหนด
    ๑.๑.๓ วงกบประตูห้องน้ํา ให้ใช้ชนิด PVC หรือชนิด UPVC ความหนาไม่น้อยกว่า ๓.๒ มม. หรือตามแบบรูประบุ และได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๑.๔ บานประตูห้องน้ํา ให้ใช้บานชนิด ไวนิล (Vinyl) หรือ บาน UPVC (Unplastizide Poly Vinyl Chloride) จะต้องมีความแข็งแรง ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้ดี ไม่ติดไฟ ไม่เป็นสื่อนําไฟฟ้า ทนทานต่อ แสงแดดและรังสีอัลตร้าไวโอเลตได้ดี วัสดุที่ผลิตเป็นบานประตู ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๑.๕ กระจก ให้ใช้กระจกที่ผลิตตามกรรมวิธีการผลิตแบบ FLOAT GLASS ต้องได้ผ่าน การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. ๘๘๐-๒๕๔๗ หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด กระจกทั้งหมดที่ใช้ต้องมีคุณภาพดี ผิวเรียบสม่ําเสมอตลอดทั้งแผ่น ปราศจากริ้วรอยขีดข่วน ไม่หลอกตาหรือฝ้ามัว กระจกที่ใช้อาจเป็นกระจกใส กระจกตัดแสงหรืออื่นๆ ตามที่ระบุในแบบก่อสร้าง จะต้องมี การตกแต่งลบมุมให้เรียบร้อย สวยงาม มีขนาดและความหนาตามต้องการในกรณีที่ระบุให้ใช้กระจกขนาดใหญ่ โดยผลิตจากต่างประเทศหรือในประเทศ จะต้องเป็นกระจกผลิตตามกรรมวิธี FLOAT GLASS ตามรูปแบบและ รายการ ความหนาต้องไม่น้อยกว่าระบุไว้แบบรูป
    ๑. ความหนาของกระจก หากไม่ได้กําหนดในแบบรูปให้ใช้ความหนาของกระจก ดังนี้
  • สําหรับลูกฟักบานหน้าต่างโดยทั่วไป
    สําหรับกระจกติดตาย
    สําหรับกระจกบานเกล็ด
    มม.
    มม.
    มม.
    ๒. กระจกใส ให้ใช้กระจกใสที่มีความหนา ตามที่ระบุไว้ในแบบรูป หรือรายการ ก่อสร้างมีผิวเรียบสม่ําเสมอ สีใส ไม่เป็นฟองอากาศหรือคลื่น ไม่แตกร้าว หรือเป็นรอยขุดขีดเปรอะเปื้อน
    รายการกําหนด
    ๓. กระจกฝ้า ในกรณีที่ระบุให้ใช้กระจกฝ้าลายผ้า ขนาดและความหนาตามที่
    ๑.๑.๖ อุปกรณ์ที่ใช้กับประตู-หน้าต่าง เช่น มือจับ บานพับ กลอน กุญแจ และลูกบิด จะต้อง มีความแข็งแรงและทนทาน ตามที่ได้ระบุขนาด ชนิดของวัสดุ และการใช้สอยในตารางแสดงอุปกรณ์ ประตู-หน้าต่าง ในแบบรูป อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ระบุในตารางอุปกรณ์ประตูหน้าต่าง หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่จะนํามาใช้ แทนอุปกรณ์ที่ได้ระบุไว้ในแบบรูป ผู้รับจ้างจะต้องนําตัวอย่างมาแสดง เพื่อขอความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ ถ้าหากในแบบรูปมิได้ระบุอุปกรณ์ ประตู-หน้าต่างไว้ ให้ใช้อุปกรณ์ต่างๆ เป็นชนิดสแตนเลสสตีล
    นา
    ๑.๑.๗ บานพับ
    และติดตั้งกุญแจลูกบิดทุกบาน
    ๑. บานพับ ประตูใช้ชนิดมีแหวนรองรับ ๒ แหวน บานละ ๓ ตัว ขนาดยาว 4 นิ้ว
    ๒. บานพับ หน้าต่างบานกระทุ้งใช้ชนิดปรับมุมได้ให้ใช้ขนาด และกลอนตัวล่าง ๒ ตัว ขนาดยาว 4 นิ้ว และมือจับ ให้ติดทุกบาน ขนาดไม่เล็กกว่า ๕ นิ้ว
    นิ้ว
    บานละ ๒ ตัว
    ๓. บานพับ สําหรับประตูเหล็ก ให้ใช้บานพับชนิดมีตลับลูกปืน (BALL BEARING
    HINGE) STAINLESS STEEL STD UPPER KNUCKLE
    ๔. บานพับประตูห้องน้ํา ให้ใช้บานพับ ตามระบุไว้ในแบบรูป
    ๑.๑.๘ มือจับหน้าต่างหรือบานประตู ที่ไม่ได้ติดกุญแจ ลูกบิด ให้ใช้ตามระบุไว้ในแบบก่อสร้าง ๑.๑.๙ กลอนสําหรับประตูหน้าต่าง ให้ใช้กลอนชนิดสแตนเลสสตีล ประตูที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้ติด DOOR STOPPER ให้ติด DOOR STOPPER ทุกบาน DOOR STOPPER ให้ใช้ชนิดทําด้วย STAINLESS ที่มี ปุ่มยางรองรับประตูและห่วงรับและสปริงรับประตูในตัว ขนาดของ DOOR STOPPER ตามคําแนะนําของ บริษัทผู้ผลิต หรือตามความเหมาะสมของประตู DOOR STOPPER
    ๑.๑.๑๐ กุญแจลูกบิด ให้ใช้กุญแจลูกบิด รางเลื่อนประตูหน้าต่างบานเลื่อนทั้งหมด ให้ใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ขนาดของรางเลื่อนตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตจําหน่าย
    ๑.๑.๑๑ ขอรับ-ขอสับ สําหรับบานหน้าต่างพับธรรมดาให้ติดขอรับ-ขอสับเหล็กชุบโครเมี่ยม
    ยกเว้น ระบุเป็นอย่างอื่นในแบบรูป
    ๑.๒ การติดตั้งประตู-หน้าต่าง
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ แรงงานที่มีฝีมือ และความชํานาญ มีระบบควบคุมคุณภาพที่ดี ในการติดตั้งงานระบบประตู ตามที่ระบุในแบบรูปและรายการประกอบแบบ
    ๑.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างพร้อมรายละเอียด และขั้นตอนการติดตั้งงานระบบประตู หน้าต่าง ให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อนการนํามาใช้
    ๑.๒.๓ การติดตั้งวงกบไม้กับส่วนที่เป็นผนัง จะต้องเทเสาเอ็นทับหลังคอนกรีตเสริมเหล็ก ระหว่างผนังกับวงกบทุกแห่ง การฉาบปูนมาชนวงกบให้เซาะร่องเป็นแนวยาวโดยรอบ เพื่อป้องกันรอยแตกบน
    ปูนฉาบ
    ๑.๒.๔ การติดตั้งให้ใช้ตะปูเกลียวขนาดยาว ๓ นิ้ว ขันติดกับวงกบจากผิววงกบด้านที่จะเท คอนกรีตก่อนทุกครั้งทุกๆ ระยะ ๓๐ ซม. โดยให้หัวตะปูโผล่ฝังในคอนกรีตประมาณ 6 นิ้ว
    ๑.๒.๕ ในกรณีที่วงกบติดกับโครงสร้าง เสา คาน คอนกรีตเสริมเหล็กให้ยึดด้วยตะปูเกลียว หรือตะปูคอนกรีตทุกๆ ระยะ ๓๐ ซม.
    ๑.๒.๖ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์วงกบไม้สําเร็จรูป, บานประตู
    ไม้เนื้อแข็ง,บานประตู UPVC,หน้าต่างบานกระทุ้ง และอุปกรณ์ให้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนดําเนินการ
    การติดตั้ง ดังนี้
    ๑.๒.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดทํา Shop Drawing เพื่อให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุมัติก่อน
    แปลนพื้น, รูปด้าน, แบบขยายประตูและหน้าต่าง แสดงตําแหน่งการติดตั้ง รูปแบบ และทิศทางการเปิดของประตู หน้าต่างให้ครบถ้วน
    ๒. แบบรายละเอียดการติดตั้งประตู หน้าต่างกับโครงสร้างอาคาร หรือผนังอาคาร ๓. แบบขยายอื่น ที่เกี่ยวข้องหรือจําเป็น เช่นระดับพื้นสําเร็จของอาคารระยะการฝัง
    ธรณีประตู ชนิดของผนังอาคาร ความหนาของผนังอาคาร เป็นต้น
    an
    ๒. งานประตู-หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม
  • C -
    กําหนดให้ใช้อลูมิเนียมชนิดเคลือบผิว ผิวจะต้องเรียบ ปราศจากรอยขูดขีดที่เห็นได้ชัด
    และเป็นของใหม่ไม่เคยใช้งานมาก่อน โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๒.๑ วัสดุ
    ๒.๑.๑ เนื้อของอลูมิเนียมต้องเป็นอัลลอยด์ ชนิด ๖๐๖๓-๕ หรือ ๕๐๐ หรือที่ได้ผ่าน การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด หรือ อลูมิเนียมเจืออัดรีดขึ้นรูป ที่ได้ผ่านการ รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๒.๑.๒ ความหนาและน้ําหนักของรูปแบบอลูมิเนียมที่ใช้จะต้องไม่เล็กหรือเบากว่าที่ระบุไว้ คือ
  • ช่องแสงหรือกรอบติดตาย
    หนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ มม.
  • ประตู - หน้าต่างชนิดบานเลื่อน หนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ มม.
  • วงกบประตูบานสวิง - ส่วนประกอบที่เหลือ
    หนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ มม.
    หนาไม่น้อยกว่า ๑.๕ มม.
    ๒.๑.๓ กุญแจสําหรับบานเปิดและบานเลื่อน ใช้ชนิดฝังในกรอบประตู-หน้าต่าง และอุปกรณ์
    ต่างๆ ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    ๒.๑.๔ ลูกล้อสําหรับบานเลื่อนประตู, หน้าต่าง กําหนดให้ใช้แบบไนล่อน ชนิดมี BALL BEARING มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ประตู-หน้าต่างบานเลื่อนทุกช่องจะต้องระบบกันไม่ให้บานหน้าต่างหลุดจากราง รอบ หน้าต่างอะลูมิเนียมทั้งหมดจะต้องยาส่วนติดกับปูนด้วย SILICONE SEALANTและแต่งให้เรียบร้อยทั้งภายใน และภายนอก บานเลื่อนทุกบานให้ใส่สักหลาดยาวตลอดแนว ตลอดความยาวของรางเจาะรู ขนาด 5 มม. ทุกระยะ ๓๐ ซม. สําหรับรางเลื่อนตัวล่างเพื่อระบายน้ําออกได้
    ๒.๑.๕ ยางใส่กระจกทั้งหมดที่ใช้ในงานอลูมิเนียมต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ กลอนประตูฝังในกรอบบาน ต้องได้การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ส่วนเป็นบานเปิด ชนกับวงกบหรือชนกับอลูมิเนียมแนวดิ่งให้ใส่สักหลาด (WOVEN PODNILE WEATHERSEAL) ขนาดและแบบ เลือกให้พอเหมาะสมกับประตู-หน้าต่าง
    ๒.๑.๖ สกรู ส่วนประกอบต่างๆ ของประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียม เช่น สกรูยึดวงกบ และยึดตัว บานทุกตัวต้องใช้ชนิดที่เป็น STAINLESS STEEL หรือโลหะชุบ สีเดียวกับสีอลูมิเนียม ในส่วนที่มองไม่เห็น อนุญาต ให้ใช้สกรูชนิด CAD FLATED ได้สกรูที่ขันติดกับส่วนที่ไม่ใช้ไม้ หรือวัสดุที่เป็นโลหะ หรือ เสา ค.ส.ล. กําแพง หรือ ผนังก่ออิฐฉาบปูน เป็นต้น ตะปูควง หรือสกรูที่ขันต้องใช้ร่วมกับพุก PLASTIC ทําด้วย NYLON
    ๒.๑.๗ การติดตั้งประตู-หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม
    ๑) ติดตั้งประตู-หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียมทั้งหมด ให้ติดตั้งโดยการก่อผนังอิฐ แล้วเทเป็นคอนกรีตตั้งเป็นเสาเอ็น หรือคานเอ็นแล้วจึงติดตั้งวงกบโดยยึดด้วยตะปูเกลียวพร้อมพุก PVC ทุกระยะ ๔๐ ซม. งานอะลูมิเนียมสําหรับประตูหน้าต่างทั้งหมด จะต้องติดตั้งโดยช่างผู้ชํานาญ ให้เป็นไปตามแบบขยาย และรายการละเอียดต่างๆ ตาม SHOP DRAWINGS ซึ่งจัดทําโดยบริษัทผู้ผลิต และได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ควบคุมงานแล้วเท่านั้น ผู้ประกอบการติดตั้งจะต้องเป็นบริษัทฯ ที่มีเครื่องมือสําหรับการติดตั้ง MULLION และ มีฝีมือประณีต มีผู้ชํานาญจากบริษัทฯ มาควบคุมงานโดยตรง และเคยมีผลงานที่ได้ติดตั้งมาแล้วจนเป็นที่ เชื่อถือได้ โดยต้องมีใบรับรองจาก การติดตั้งนั้นๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย แต่ละระบบต่างๆ ของงาน อลูมิเนียม เช่น การรั่วซึม การยืด ความคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างจะต้องทําการแก้ไขให้เรียบร้อย
    ๒) รอยต่อรอบๆ หน้าต่างอะลูมิเนียมทั้งภายนอกและภายใน ส่วนที่ติดแนบกับ ปูนคอนกรีต ไม้ หรือวัสดุอื่นใดนั้น จะต้องยาแนว หรืออุดด้วย CAULKING COMPOUND จะต้องรองรับด้วย JOINT BACKING และจะต้องทําความสะอาดเสียก่อน จึงทําการอุด CAULKING COMPOUND ได้ส่วนรอยต่อ กระจกใช้อุดหรือยาแนวด้วย SILICONE SEALANT และตามคําแนะนําของบริษัทผู้ผลิตโดยเคร่งครัด โดย ใช้สีที่ใกล้เคียงหรือสีเดียวกันกับสีของวงกบอะลูมิเนียมการยาแนวรอบๆ หน้าต่างอะลูมิเนียม เมื่อเสร็จแล้วต้อง
    ตกแต่งให้เรียบร้อยสวยงานทั้งภายนอกและภายใน
    ปาก
    لهلاك
    หมวด
    งานระบบสุขภัณฑ์
    لمی
    งานระบบสุขภัณฑ์

    หมวด
    งานระบบสุขภัณฑ์
    ผู้รับจ้างจะต้องสั่งซื้อ นําวัสดุเข้ามายังสถานที่ก่อสร้าง เพื่อทําการติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์อุปกรณ์ ห้องน้ํา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ทั้งหมดงานฝีมือ ก่อนการติดตั้งผู้รับจ้างจะต้อง ตรวจสอบ ขนาด ตําแหน่ง ระดับในงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ขั้นตอนงานโครงสร้าง จนถึงขั้นติดตั้งเครื่อง สุขภัณฑ์ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อผลเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น หากมีความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ทําให้งาน ติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์เป็นไปโดยไม่เรียบร้อย หากมีปัญหาหรือคาดว่าจะมีปัญหา ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งให้ผู้ ควบคุมงานทราบทันที ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ประกอบ และมาตรฐาน การติดตั้งให้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนนํามาใช้
    ๑. วัสดุ
    ๑.๑ สุขภัณฑ์ ทั้งหมดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเคลือบสีขาว ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๒ อุปกรณ์ ประกอบสุขภัณฑ์ ได้แก่ โถส้วมชนิดนั่งราบ อ่างล้างหน้า ฝักบัว ก๊อกน้ํา สายฉีดชําระ ฟลัชวาล์ว ต้องผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด
    ๑.๓ การจัดวาง ติดตั้งสุขภัณฑ์ต้องถูกต้องตามมาตรฐานของผู้ผลิต
    ๒. การติดตั้ง
    ผู้รับจ้างจะต้องต่อท่อ และติดตั้งอุปกรณ์ทุกชิ้น และเครื่องสุขภัณฑ์ดังที่แสดงไว้ในแบบรูป รวมทั้งการจัดหา เครื่องตกแต่งที่รองรับ ที่แขวน หรือรองรับเครื่องสุขภัณฑ์ และติดตั้งแทรป พร้อมช่องทําความ สะอาด เดินท่อประปา ท่อระบายน้ําทิ้ง น้ําโสโครก ท่อระบายอากาศ จากเครื่องสุขภัณฑ์เข้าระบบต่างๆ โดยครบถ้วนระหว่างที่การก่อสร้างงานอื่นๆ ภายในห้องน้ํายังไม่แล้วเสร็จ เครื่องสุขภัณฑ์ที่ติดตั้งแล้วจะต้องมี เครื่องปกคลุม คลุมไว้ และใช้จาระบีเคลือบส่วนที่เป็นโครเมียม และส่วนที่เป็นโลหะอื่นๆ ไว้ เพื่อป้องกันการกัด ของน้ําปูนและการขูดขีดกรณีที่ไม่ได้ระบุในแบบรูป สุขภัณฑ์แต่ละชิ้นจะต้องมีส่วนประกอบ ดังนี้ วัสดุปิด รอยต่อ เช่น ซิลิโคน หรือยาแนวที่ทนความชื้น ยึดสุขภัณฑ์กับพื้นหรือผนังด้วยสกรูสแตนเลส พร้อมพุกยึดแน่น โดยก่อนส่งมอบงาน ผู้รับจ้างต้องทําการทดสอบการรั่วซึม การระบายน้ํา และการทํางานของสุขภัณฑ์ทุกจุดให้
    เป็นปกติ
    ๓. การทําความสะอาดและการป้องกัน
    หลังจากการติดตั้งงานสุขภัณฑ์ และอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว วัสดุทุกชิ้นจะต้องทําความ สะอาดให้เรียบร้อย พร้อมทั้งป้องกันให้อยู่ในสภาพดีตลอดจนกว่าจะส่งมอบงานงวดสุดท้าย หากมีส่วนใดส่วน หนึ่งเสียหาย หรือแตกร้าว ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนให้ใหม่ ให้ดีคงสภาพเดิมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    A
    Day
    A
    หมวด
    งานระบบประปาและระบบสุขาภิบาล
    62
    ๑. งานระบบประปา
    -๒-
    หมวด
    งานระบบประปาและระบบสุขาภิบาล
    ผู้รับจ้างจะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ให้ครบทุกชนิดและติดตั้งให้ถูกต้องตามแบบรูปที่กําหนด จนสามารถใช้งานได้ การยาแนวการต่อท่อและการเดินท่อให้ทําตามมาตรฐานการประปาส่วนภูมิภาค ถ้าผู้ รับจ้างจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมจะต้องเสนอต่อวิศวกรผู้ออกแบบและได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงดําเนินการได้ ถ้าหากมีการเพิ่มอุปกรณ์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง ผู้รับจ้างจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ท่อและอุปกรณ์ข้อ ต่อท่อที่นํามาใช้ ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน และผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่อผู้ควบคุม งานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาก่อนนํามาใช้
    ๑.๑
    ท่อน้ําประปา
    ท่อน้ําประปา แต่ละชนิดให้ดูตามที่กําหนดในแบบรูป
  • ท่อ PVC (POLYVINYL CHLORIDE) ชั้น ๑๓.๕ ต้องได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๑๗-๒๕๓๒ หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด ข้อต่อของท่อ PVC ให้ ใช้ข้อต่อสําหรับงานรับแรงดันโดยเฉพาะของผู้ผลิตท่อ สําหรับการต่อเข้าเชื่อมกับตัวอุปกรณ์ใช้น้ําหรือสุขภัณฑ์ ถ้า เป็นเกลียวตัวเมียให้ใช้ข้อต่อที่มีเกลียวทองเหลืองประกอบอยู่ในเนื้อ PVC เพื่อป้องกันการแตกร้าว การต่อ ประกอบท่อต่างๆ ให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิตท่อโดยเคร่งครัด
    ท่อประปา ชนิด HDPE ชั้นคุณภาพ PE๑๐๐ ชั้นคุณภาพท่อ PN๑๐ ท่อโพลีเอทธีลีน สําหรับน้ําดื่ม ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๙๘๒-๒๕๕๖ หรือฉบับล่าสุด สําหรับ
    การต่อชิ้นส่วนท่อให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิตท่อ
  • ท่อและอุปกรณ์ ชนิด PPR (Polypropylene Random Copolymer Pipe) ให้ใช้คุณภาพ SDR ๑๑ (PN ๑๐) หรือตามที่กําหนดในแบบ ต้องได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด รวมถึงงานประกอบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ สมบูรณ์ตามแบบและข้อกําหนดทางเทคนิค
    ๑.๑.๒ ท่อน้ําโสโครก ท่อน้ําทิ้ง ท่ออากาศ และท่อระบายน้ําฝน ให้ใช้ท่อ PVC ชั้น ๘.๕ ต้อง ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๑๗-๒๕๓๒ หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับ ล่าสุด ข้อต่อของท่อ PVC สําหรับงานระบายน้ําให้ใช้ข้อต่อสําหรับงานระบายน้ําโดยเฉพาะของผู้ผลิตท่อ การต่อประกอบท่อให้ปฏิบัติตามคําแนะนําของผู้ผลิตท่อ
    ๑.๒ อุปกรณ์ต่างๆ ต้องได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
    ๑.๒.๑
    ประตูน้ํา
    ตัวเรือนทําด้วยทองเหลือง การต่อใช้งานเป็นแบบเกลียว SOLID WEDGE,
    NON-RISING STEM, CLASS ๑๒๕
    ๑.๒.๒ CHECK VALVE
    ตัวเรือนทําด้วยทองเหลือง การต่อใช้งานเป็นแบบเกลียว Swing type disc,
    CLASS ๑๒๕
    لله
  • 60 -
    ๑.๒.๓ BALL VALVE
    PTFE seats, CLASS ๑๕๐
    ตัวเรือนทําด้วยทองเหลือง การต่อใช้งานเป็นแบบเกลียว Blowant-proof stem,
    ๑.๒.๔ สต๊อปวาล์ว (STOP VALVE)
    สต๊อปวาล์ ตัวเรือนทําจากสแตนเลส เกรด ๓๐๔ ใช้สําหรับติดตั้งในบริเวณส่วนที่ จ่ายน้ําประปาก่อนต่อเข้ากับเครื่องสุขภัณฑ์ การต่อใช้งานเป็นแบบเกลียว Blowout-proof stem, PTFE
    seats, CLASS ๑๕๐
    ๑.๒.๕ FOOT VALVE
    ใช้สําหรับติดตั้งทางด้านดูดของปั้มสูบน้ํา ตัวเรือนเป็นเหล็กหล่อการต่อใช้งานเป็น
    แบบเกลียว มีอุปกรณ์ป้องกันเศษผงและขยะในตัว สามารถเก็บกักน้ําไว้ได้แน่นอน โดยไม่มีการรั่วซึมเป็นแบบ LIFT TYPE ทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า ๑๒๕ PSI
    ๑.๒.๖ สเตนเนอร์
    ใช้สําหรับติดตั้งทางด้านส่งของปั้มสูบน้ํา ตัวเรือนทําด้วยทองเหลืองเป็นแบบY-
    TYPE การต่อใช้งานเป็นแบบเกลียว SCREEN ทําด้วยเหล็กไร้สนิม CLASS ๑๕๐
    ๑.๒.๗ ก๊อกน้ํา (FAUCET)
    ก๊อกน้ําทั้งหมดให้ใช้เป็นชนิด BALL TYPE ตัวเรือนวาล์วทําด้วย NICKLE
    PLATED BRASS ทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า ๑๒๕ ปอนด์/ตร.นิ้ว
    ๑.๒.๘ อุปกรณ์ป้องกันการกระแทกของน้ํา (Water Hammer Arrestors)
    ๑) Water Hammer Arrestors ติดตั้งที่ท่อน้ําทางด้านน้ําส่งของเครื่องสูบน้ํา ส่วน ที่ใกล้กับวาล์วหรือส่วนปลายท่อซึ่งเกิดการกระแทกของน้ําหรือติดตั้งตามแบบรูป
    ๒) Water Hammer Arrestors ตัวเรือน (Body) ทําด้วย Copper Tube Type
    K หรือ Type L ภายในบรรจุ One Moving Part เป็นแบบ Spherical Piston Which Floats Inside the Surge Chamber และมี Rubber “O” Rings ป้องกันมิให้อากาศที่อัดไว้ภายในรั่วออกมาได้และน้ําไม่สามารถ ผ่านเข้าใน Chamber ได้
    ๓) Water Hammer Arrestors สามารถทนแรงดันใช้งานได้ไม่ต่ํากว่า
    กิโลปาสคาล (๑๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว)
    ๔) Water Hammer Arrestors ต่อกับท่อน้ําโดยใช้เกลียว
    ๑.๒.๙ ข้อต่ออ่อน
    ๑,๐๓๔
    ๑) ข้อต่ออ่อนสําหรับงานน้ําประปา ให้ใช้แบบ NEOPRENE RUBBER และ MULTIPLE PLYS หรือ NYLON TIRE CORD FABRIC, TWIN SPHERE TYPE ต่อประกอบใช้งานแบบเกลียว ทนแรงดันใช้งานสูงสุดไม่น้อยกว่า ๑๕๐ ปอนด์/ตร.นิ้ว
    ๒) ข้อต่ออ่อนสําหรับงานระบายน้ํา เป็นแบบท่อยาวเสริมเส้นลวด การต่อใช้สวม กับท่อระบายน้ําทิ้ง และรัดด้วยเข็มขัดเหล็กไร้สนิม ความยาวของข้อต่ออ่อนเมื่อสวมกับปลายท่อแล้วต้อง ไม่น้อยกว่า 0.๓๐ เมตร
    ๑.๓ ช่องระบายน้ําทิ้งที่พื้น (FLOOR DRAIN)
    ทําด้วยเหล็กหล่อ ทองเหลืองหล่อ หรือโลหะอย่างดีชนิดอื่น ชุบโครเมียมอย่างหนา การหล่อ ต้องได้เนื้อและผิวโลหะที่ดี ไม่มีรูพรุน เป็นจุดด่าง แตกร้าวหรือมีข้อบกพร่องอื่นใด ผิวโลหะต้องเรียบและสะอาด ทั้งด้านในและด้านนอก ความหนาของโลหะต้องไม่น้อยกว่า ๑/๔ นิ้ว ผลิตในหรือต่างประเทศ ติดตั้งพร้อม
  • C -
    ตะแกรงปิด และจะต้องมีที่สําหรับดักกลิ่น (ALUMINIUM BELL TRAP) สําหรับพื้นชั้นที่ไม่สามารถทําความ สะอาดท่อด้านล่างได้ และ P-TRAP สําหรับพื้นชั้นทั่วไป
    ๑.๔ ช่องทําความสะอาด (CLEAN OUT)
    ช่องทําความสะอาดท่อช่องทําความสะอาดที่โผล่ออกที่พื้น กําแพง หรือผนัง ให้ต่อด้วย
    ข้องอโค้งยาว หรือ ข้อต่อ “วาย” โลหะส่วนที่เห็นได้ที่พื้นหรือผนัง ให้เป็นทองเหลือง ทองบรอนซ์ หรือโครเมียม ตามแต่จะกําหนดโดยผู้ควบคุมงานของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้งช่องทําความสะอาด สําหรับท่อน้ําโสโครก และท่อระบายน้ําทิ้งจุดต่างๆ ตามข้อกําหนดดังนี้
  • ส่วนท้ายน้ําของท่อ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางท่อเป็นมุมใหญ่กว่า ๔๕ - ตรงจุดเชื่อมระหว่างท่อระบายน้ําจากอาคารและท่อระบายน้ํารอบอาคาร - ทุกระยะไม่เกิน ๑๕ เมตร สําหรับท่อขนาดตั้งแต่ ๒ ๔ นิ้ว ลงมา
  • ทุกระยะไม่เกิน ๓๐ เมตร สําหรับท่อขนาดใหญ่กว่า ปี ๔ นิ้ว
    ๑.๕ ถังเก็บน้ํา
    ถังสําหรับเก็บน้ําสําหรับใช้ภายในอาคารและบนหลังคา เป็นถังที่ผลิตด้วยสแตนเลส เกรด AISI ๓๐๔ ความหนาของสแตนเลสไม่น้อยกว่า 0.5 มม. ต้องได้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๔๘๙-๒๕๖๒ หรือฉบับล่าสุด หรือเป็นถังที่ผลิตด้วยวัสดุ Polymer Elixer ชนิด food Grade ต้องได้การ รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๘๑๖-๒๕๕๖ หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องฉบับ ล่าสุด ขนาดความจุตามที่กําหนดในแบบรูป และผู้รับจ้างจะต้องเสนอเอกสารแสดงคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่อผู้
    ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนนํามาใช้ในงานก่อสร้าง
    ๑.๖ เครื่องสูบน้ําประปา
    ๑.๖.๑ เครื่องสูบน้ําและมอเตอร์ไฟฟ้า (Pump and Motor Sets) สําหรับติดตั้งในอาคาร เพื่อสูบน้ําขึ้นถังเก็บน้ําบนหลังคาเป็นเครื่องสูบน้ําขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ติดตั้งบนฐานเหล็กเดียวกัน มีแผงควบคุมการทํางาน (Control Panel) สําหรับบังคับให้มอเตอร์ไฟฟ้าทํางานหรือหยุดทํางาน เพื่อป้องกัน ความเสียหายเนื่องจากมอเตอร์ไฟฟ้าทํางานเกินกําลัง โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ๑) เครื่องสูบน้ํา (Pump) เครื่องสูบน้ําใช้จากถังเก็บน้ําชนิด CENTRIFUGAL TYPE, VERTICAL OR HORIZONTAL MOUNTED ตามที่ระบุในแบบรูป ใบพัดเป็นแบบ Single stage Or Multi Stage ขับโดยตรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดมอเตอร์ไม่น้อยกว่า ๒ HP. หรือ ๑๕๐๐ w ใช้กับระบบไฟฟ้า ๒๒๐ โวลท์ ๓ เฟส ๕๐ เฮริทซ์ หรือ ๓๘๐ โวลท์ ๓ เฟส ๕๐ เฮริทซ์ อัตราการสูบน้ํา ๒๐ ม. อัตราการไหล ๑๒ ลบ.ม./ชม. ประสิทธิภาพไม่ต่ํากว่า ๕๐%
    ๒) ตู้ควบคุมการทํางานปั้มน้ํา (Control Panel)
    ตู้ควบคุมการทํางานปั้มน้ํา เป็นอุปกรณ์ควบคุมการทํางานปั้มน้ํา ใช้กับระบบ ไฟฟ้า ๓ เฟส 4 สาย สามารถใช้ปั๊มน้ําชนิดหอยโข่ง ควบคุมระบบปั้มน้ําทั้ง AUTO และ ระบบ MANUAL และ สามารถตั้งให้ปั้มน้ําสลับการทํางานได้ มีคุณสมบัติ ดังนี้
  • ประกอบเป็นกล่องเหล็กชนิดติดผนังตามที่ระบุในแบบ ขนาดไม่น้อยกว่า ๐.๔๐๔๐.๕๗x๐.๑๒ ม. ประกอบสําเร็จจากโรงงาน จะต้องเป็นไปตามรายละเอียดในมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า ต้องมีกรรมวิธีป้องกันสนิมและผุกร่อนได้ดี เช่น ชุบฟอสเฟต หรือชุบสังกะสี แล้วพ่นสีอบความร้อน
  • ๕ -
  • Main Circuit Breaker ควบคุมระบบไฟฟ้าต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า ๕๐ AT/๑๒๕ AF, m Phase, ๒๒o Volts, ๕๐ Hz หรือ ๓๘๐ Volts, ๕๐ Hz, AC Interrupting Capacity ไม่น้อยกว่า ๒๕ กิโลแอมป์
  • Automatic Star-Delta Starter ต้องประกอบด้วย ๓ Magnetic Contractors
    พร้อม Thermal Overload Relay และ Time relay Electrical
    Start-Stop Push Button
  • มีระบบลูกลอยไฟฟ้าในการสั่งให้ปั๊มทํางาน ๒ ชุด สลับกันทํางาน
  • มีหลอดไฟแสดงผลสถานะระบบไฟฟ้า เช่น ปั้มน้ําทํางาน ปั๊มน้ําโอเวอร์โหลด - มีระบบป้องกันปั้มน้ําไหม้จากแรงดันไฟฟ้าตกหรือเกิน
  • มีระบบโอเวอร์โหลดป้องกันปั๊มน้ําทํางานเกินกระแส ๑๐๐% ของปั๊มน้ํา ๑.๒.๒ เครื่องสูบน้ําและมอเตอร์ไฟฟ้า (Pump and Motor Sets) สําหรับติดตั้งบนชั้น ดาดฟ้าหลังคาอาคาร เครื่องปั้มน้ําต้องได้รับการรับรองมาตรฐานระบบ ISO๙๐๐๑ และการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO๑๔๐๐๑ มีคุณสมบัติ ดังนี้
    ๑) เป็นเครื่องสูบน้ําระบบอัตโนมัติ ระบบแรงดันคงที่ ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด
    ไม่น้อยกว่า ๓๕๐ w ใช้กับระบบไฟฟ้า ๒๒๐ โวลท์ ๑ เฟส ๕๐ เฮริทซ์
    ๒) ฝาครอบทําด้วยพลาสติกชนิดหนาหรืออลูมิเนียม ๓) ชุดหัวปั๊มทําจากทองแดงผสม และไม่เป็นสนิม ๔) มีระบบเช็ควาล์วป้องกันการไหลย้อนกลับของน้ํา ๕) เฮดของการสูบน้ําไม่น้อยกว่า 4 เมตร
  1. ระยะการส่งน้ําไม่น้อยกว่า ๒๒ เมตร
    ๗) อัตราการไหลของปริมาณน้ําสูงสุดไม่น้อยกว่า 50 ลิตร / นาที ๔) การรับประกันมอเตอร์ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
    ๑.๖.๓ การติดตั้งเครื่องสูบน้ําประปา
    ๑) ให้ติดตั้งอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องสูบน้ําตามที่ปรากฏในแบบรูป หากไม่สามารถทําการติดตั้งได้ หรือจําเป็นต้องเพิ่มเติมให้การทํางานดีขึ้น ผู้รับจ้างจะต้องทําแบบรูปเสนอวิธีการ ติดตั้งและอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ที่จําเป็นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ําให้ดียิ่งขึ้น เช่น หน้าปัดวัดความดัน ประตูน้ํากันกลับ ประตูน้ําลิ้นเกต กรวยกรอกน้ําเข้าเครื่องสูบน้ํา เป็นต้น โดยไม่ถือว่าเป็นงานเพิ่มเติม
    ๒) ผู้รับจ้างต้องจัดทําแบบการติดตั้งอุปกรณ์ประกอบที่จําเป็นในการติดตั้ง เครื่องสูบน้ํา เช่น Pressure Gauge, Expansion Joint ให้วิศวกรตรวจสอบก่อนการติดตั้งพร้อมทั้งแนบเอกสาร แสดงจํานวน รูปแบบ และเครื่องหมายการค้าของอุปกรณ์เหล่านั้นมาด้วย
    ๓) ผู้รับจ้างจะต้องรับรองคุณภาพของเครื่องสูบน้ําและอุปกรณ์ประกอบใน ระยะเวลา ๒ ปี ภายหลังการส่งมอบงาน หากเกิดการชํารุดของอุปกรณ์ประกอบและเครื่องสูบน้ํา ผู้รับจ้าง
    จะต้องรีบดําเนินการแก้ไขซ่อมแซมภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
    ๔) ผู้รับจ้างจะต้องเขียนผังแสดงชุดวงจรควบคุมเครื่องสูบน้ําที่ใช้ติดไว้ในตู้ควบคุม พร้อมกับส่งมอบแก่ผู้ว่าจ้างจํานวน ๒ ชุด และสาธิตวิธีการควบคุมแก่ตัวแทนผู้ว่าจ้างจนเป็นที่เข้าใจ โดยไม่คิด มูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    ๕) ผู้รับจ้างจะต้องจัดทําแบบรูปและรายการละเอียดแสดงตําแหน่งหน้าที่ของ
    ประตูน้ําต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์กับเครื่องสูบน้ําใส่กรอบกระจกขนาดตามความเหมาะสมมอบให้ผู้ว่าจ้าง โดยไม่คิด มูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น
    K
    บา
    -b-
    ๖) ผู้รับจ้างจะต้องทดสอบเครื่องสูบนํ้าภายหลังทีการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ หากการ ทดสอบได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามเอกสารของผลิตภัณฑ์
    ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขเครื่อง
    สูบน้ําและอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ให้สามารถใช้งานได้และผลทดสอบเป็นไปตามมาตรฐานและเป็นที่พอใจ
    ๒. งานระบบสุขาภิบาล
    ๒.๑ ระบบบําบัดน้ําเสียสําเร็จรูป
    ถังบําบัดน้ําเสียสําเร็จรูป แบบไม่เติมอากาศ ถังแยกกากตะกอน และถังดักไขมัน ต้องได้การ รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๑๓๗๙-๒๕๕๑ หรือที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด สามารถทนแรง กระแทกได้สูง รูปทรงตามมาตรฐานผู้ผลิตขนาด และความจุของถังดักไขมัน ถังเกรอะ และถังกรองไร้อากาศ ให้ใช้ตามแบบรูปกําหนดการติดตั้งใช้งานให้ปฏิบัติตามข้อกําหนดของผู้ผลิตโดยเคร่งครัด และผู้รับจ้างต้อง
    นําเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเลือกใช้ในโครงการ ต่อผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่ออนุมัติใช้งาน ก่อนดําเนินการ โดยมีคุณสมบัติถังบําบัดน้ําเสีย คือตัวถังผลิตจากวัสดุ โพลีเอธิลีน เป็นถังชิ้นเดียวกันทั้งใบ
    สามารถรับแรงกดและแรงอัดได้ดี
    ๒.๒ งานท่อระบายน้ํา, บ่อพัก ค.ส.ล.
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุต่างๆ เพื่อก่อสร้างระบบระบายน้ําฝนออกจากอาคาร ตามแบบรูป และอุปกรณ์ที่นํามาใช้ต้องเป็นของใหม่ ไม่แตกร้าว การขุดหลุมต้องขุดให้กว้างพอสมควรเพื่อให้ทําการก่อสร้าง ได้สะดวก และต้องกระทุ้งดินก้นหลุมให้แน่นโดยรอบ ไม่มีการทรุดตัว แล้วกลบถมดินให้เรียบร้อย
    ๒.๒.๑ วัสดุ
    พร้อมฝาปิด ค.ส.ล.
    ๑. บ่อพัก เป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็กสําเร็จรูป ขนาดตามแบบก่อสร้างกําหนด
    ๒. ท่อระบายน้ํา เป็นท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้องได้รับอนุญาตทําการผลิตท่อ คอนกรีตเสริมเหล็กสําหรับงานระบายน้ํา ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๑๒๘-๒๕๖๐ หรือที่เกี่ยวข้องฉบับล่าสุด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตามแบบก่อสร้างกําหนดต้องวางท่อให้ได้ความลาดเอียง ตามที่กําหนดในแบบรูป การต่อท่อให้ต่อท่อโดยใช้ปูนซีเมนต์ผสมทราย
    ๓. ท่อระบายน้ําแบบท่อใยหินหรือตามแบบรูปกําหนดสําหรับงานระบายน้ํา
    และต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตามแบบรูปกําหนดต้องวางท่อให้ได้ความลาดเอียงตามที่กําหนดในแบบรูป
    ๒.๒.๒ การวางท่อ
    ๑. การวางท่อจะต้องวางตามแนวและระดับที่ระบุไว้ในแบบรูป ขนาดของร่องขุด
    ฐานรองรับท่อ และการถมกลบต้องทําการก่อสร้างตามที่กําหนดในแบบรูป
    ๒. ก่อนที่จะวางท่อหรือทางระบายน้ํา จะต้องขจัดความสกปรกซึ่งอาจมีอยู่ภายในท่อ บริเวณด้านนอกของปลายเสียบ และบริเวณด้านในของปลายสวม จะต้องสะอาดปราศจากวัสดุแปลกปลอมใดๆ

เมื่อจัดเตรียมร่องขุดและฐานรองรับท่อไว้ให้พร้อมแล้วจึงนําท่อยกลงในร่องขุด ก่อนที่จะปล่อยให้ท่อวางลงบนพื้นรองรับเต็มที่ ให้ประคองปลายท่อที่จะต่อเข้าให้อยู่ในตําแหน่งที่พร้อมที่จะ สวมต่อกับท่อที่วางไว้แล้ว โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อพื้นฐานรองรับท่อที่ได้จัดเตรียมไว้ ในการสวมต่อจะต้อง ให้ปลายท่อชนกันให้สนิทการใช้รองโซ่รั้งเพื่อให้ท่อเคลื่อนตัวเข้าสวมต่อจะต้องกระทํา โดยระมัดระวังไม่ให้ระดับ ก้นท่อเปลี่ยนแปลงไปจากที่กําหนด การเคลื่อนตัวท่อโดยการใช้ไม้บีบอัดกับปลายท่อห้ามกระทํา ยกเว้นเป็นท่อ
ขนาดเล็ก และได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน โดยจะต้องไม่ทําให้ระดับก้นท่อเปลี่ยนแปลงไปจากที่
กําหนด
๔. การวางท่อแต่ละท่อนจะต้องให้ปลายเสียบกันไปตามทิศทางการไหลของน้ําและ ปลายสวมหันไปในทิศตรงข้ามและวางให้ต่อเชื่อมได้ถูกต้องตามแนว ความลาดเอียงและระดับซึ่งแสดงในแบบ

  • ๗ -
    รูปการวางท่อต้องอยู่ในลักษณะซึ่งตัวท่อมีการรองรับที่แข็งแรงตลอดความยาวของท่อ และหากมิได้กําหนดไว้ เป็นอื่น การวางท่อจะต้องเริ่มจากด้านท้ายน้ําขึ้นไปหาเหนือน้ํา
    ๕. ความคลาดเคลื่อนของท่อแต่ละท่อที่วางจะมีความคลาดเคลื่อน จากที่กําหนดไว้
    ในแบบแปลนได้ไม่มากกว่าค่าที่กําหนด
  1. หากท่อหรือรางระบายน้ําใด เมื่อการวางและก่อสร้างแล้วมีความคลาดเคลื่อน ของระดับและความลาดเอียงเกินกว่าค่าที่กําหนดข้างต้น ผู้รับจ้างจะต้องรื้อถอนปรับแนววางท่อทําการก่อสร้าง ใหม่ พร้อมกับทําการตรวจสอบให้อยู่ในข้อกําหนด โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทั้งหมด
    ๗. ระยะห่างระหว่างปลายท่อตรงบริเวณข้อต่อ ต้องไม่มากกว่าร้อยละ ๐.๕ ของ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อหากเป็นการเชื่อมต่อแบบใช้ปูนทรายโดยรอบ หรือใช้ท่อแบบปากระฆังจะต้องเว้น ระยะห่างใต้ท่อเป็นระยะไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร ไว้ใต้จุดเชื่อมต่อของท่อเพื่อการเชื่อมต่อหรือเพื่อให้ตัวท่อ น้ําอยู่บนฐานรองรับตลอดความยาวท่อในกรณีของท่อแบบปากระฆัง
  2. ต้องปิดส่วนปลายท่อที่เปิดหลังจากเสร็จการทํางานในแต่ละวัน และผู้รับจ้าง จะต้องแน่ใจว่าภายในท่อสะอาดและไม่มีสิ่งแปลกปลอมใด ๆ ตกค้างอยู่
    ๒.๒.๓ การถมกลบ
    ๑. เมื่อขุดร่องเรียบร้อยจะต้องทําการวางระบบระบายน้ําโดยทันที และดําเนินการ ถมกลบทันทีที่ผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน คอนกรีตหุ้มท่อจะต้องบ่มเป็นเวลา ๓ วัน
    ก่อนทําการถมกลบและบดอัด
    ๒. วัสดุซึ่งใช้ถมกลบ ต้องเป็นไปตามที่ระบุในแบบรูป และผ่านการตรวจสอบ เห็นชอบจากผู้ควบคุมงานก่อนการถมกลบต้องถมเป็นชั้นๆ ความหน
    ความหนาของชั้นที่ยังไม่ได้บดอัดต้องไม่มากกว่า ๒๐ เซนติเมตร และบดอัดโดยตลอด วัสดุที่ใช้ถมกลบในแต่ละชั้น ถ้าวัสดุดินถมแห้งมากต้องพรมน้ําอย่างทั่วถึง โดยใช้ความชื้นตามที่ผู้ควบคุมงานระบุ เพื่อให้ได้ความหนาแน่นสูงสุดเทียบกับความหนาแน่นของวัสดุรอบๆ ซึ่งไม่ถูกกระทบกระเทือน
    ๓. การบดอัดวัสดุที่บริเวณด้านข้างท่อหรือทางระบายน้ํา จะต้องกระทําด้วยความ ระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าการถมกลบถูกระทําโดยสม่ําเสมอตลอดทั้งสองข้างของความยาวท่อทั้งหมด
    การเคลื่อนย้ายดินและเครื่องมือบดอัดที่มีน้ําหนักมากต้องกระทําห่างจากท่อไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตร จนกว่าจะ
    มีการถมกลบหลังท่อ
    หนาไม่น้อยกว่า ๑/๔ ของเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ แต่ไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร
    เว้นเสียแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน
    ๒ เมตร ภายใน ๗ วัน
    ๓.
    ๔. การถมกลบควรจะดําเนินการหลังจากถอดแบบหล่อบ่อพักที่ลึกประมาณ
    การติดตั้งมาตรวัดน้ําประปา
    ๓.๑ ผู้รับจ้าง ต้องจัดหามาตรวัดน้ําประปาขนาด ๑/๒ นิ้ว หรือตามที่ระบุในแบบ สําหรับใช้ภายใน อาคาร เป็นมาตรวัดน้ําแบบใบพัด (Turbine Type) Multi Jet Magnetic Drive โดยจะต้องผ่านการรับรองจาก การประปาส่วนภูมิภาค หรือการประปานครหลวง ก่อนนํามาใช้ในโครงการ เป็นแบบที่สามารถติดตั้งใน แนวนอนหรือแนวดิ่งได้ตามแบบรูปกําหนดและต้องวางท่อให้ได้ความลาดเอียงตามที่แบบรูปกําหนด
    ๓.๒ ค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขอใช้น้ําจากประปาส่วนภูมิภาค หรือ
    ประปานครหลวง ให้เป็นภาระหน้าที่ของผู้รับจ้าง
    ๔. การทดสอบระบบประปา
    ๔.๑ การทดสอบท่อก่อนการติดตั้ง
    We

    เป็นการทดสอบในสนาม จะต้องกระทําก่อนการตีฝ้า ก่ออิฐ ถมดิน หรือฉาบปูนทับ โดยทํา การทดสอบกําลังของน้ํา โดยใช้เครื่องสูบน้ําอัดน้ําเข้าไปในเส้นท่อที่ความดัน ๑.๕ เท่าของความดันใช้งาน และ คงไว้ 5 ชั่วโมง ถ้าเกิดการรั่วซึมของน้ําตามท่อและข้อต่อต่างๆ ผู้รับจ้างจะต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขทันทีและใน การทดสอบจะต้องมีวิศวกรผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างร่วมตรวจดูอยู่ด้วย และค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทดสอบ
    และซ่อมแซมท่อให้ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ
    ๔.๒ การทําความสะอาดท่อ
    ภายหลังสิ้นสุดการเดินท่อภายในโครงการแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องล้างท่อโดยการเปิดน้ําประปา ให้ไหลผ่านท่อทุกเส้นท่อ จนไม่มีเศษผงค้างท่อแล้ว จึงปิดหัวจ่ายน้ําแล้วใส่น้ํายาคลอรีน ความเข้มข้น ๒๐๐ ppm. แช่ไว้ในท่อเป็นเวลา ๑ ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้วปล่อยทิ้ง จากนั้นเปิดน้ําประปาให้ไหลผ่านหัวจ่ายน้ําทุกหัวอีก ครั้งหนึ่ง ในการล้างท่อนี้ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนี้ รวมทั้งค่าซ่อมแซมในกรณีที่เกิดความ
    เสียหายจากการล้างท่อด้วย
    ๕. ระบบระบายน้ําฝน
    ผู้รับจ้างต้องจัดทํารายละเอียดระบบก่อสร้างของระบบระบายน้ําฝนบนชั้นดาดฟ้าให้มีการไหลที่มี
    ประสิทธิภาพไม่มีน้ําท่วมขังบนชั้นดาดฟ้า กระบะต้นไม้ พร้อมติดตั้งระบบระบายน้ํา Roof Drain และติดตั้ง ระบบท่อระบายน้ําจากชั้นดาดฟ้า
    หมวด
    งานสิ่งก่อสร้างประกอบอื่นๆ

    หมวด
    งานสิ่งก่อสร้างประกอบอื่นๆ
    ๑. งานถนนและลานคอนกรีตเสริมเหล็ก
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ เพื่อทําการก่อสร้างถนนและลานภายในอาคารสํานักงาน เป็นถนน แบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ความหนาไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร ขนาดและรายละเอียดต่างๆ ให้เป็นไปตาม
    แบบรูป
    ๑.๑ ผู้รับจ้างจะต้องถมดินให้ได้ระดับ และจะต้องบดอัดพื้นดินให้แน่นสามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ไม่น้อยกว่า ๑๐ ตันต่อตารางเมตร คุณสมบัติวัสดุถมที่จะนํามาใช้ต้องเป็นไปตามคุณสมบัติตามรายละเอียดงาน หมวดที่ ๓ งานขุดดินและงานถมดิน
    ๑.๒ ผู้รับจ้างจะต้องพรมน้ําให้เปียกชุ่มและบดอัดพื้นให้แน่นก่อนการก่อสร้างถนนและ
    ลานคอนกรีตเสริมเหล็ก
    ๑.๓ การตั้งแบบ จะต้องได้ระดับทั้งแนวราบ แนวดิ่ง คุณสมบัติเป็นไปตามรายละเอียดงาน หมวดที่ 4 งานแบบหล่อคอนกรีต
    ๑.๔ วัสดุที่ใช้และขั้นตอนการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตและเหล็กเสริมคอนกรีต จะต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานคอนกรีต และ หมวดงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต
    ๑.๕ เหล็กเสริมคอนกรีตจะต้องเสริมให้ได้ขนาด และระยะตามที่กําหนดในแบบรูป เหล็กเสริม จะต้องผูกเตรียมไว้ ไม่มีดิน หรือวัสดุอื่นๆ เปื้อน
    ๑.๖ เมื่อเทคอนกรีตแล้วจะต้องเกลี่ยปาดหน้าให้ได้ระดับสม่ําเสมอ แล้วจึงทําการขัดผิวหน้าของ ถนนให้เป็นแบบผิวหยาบ
    ๒. งานบล็อกปูพื้น และขอบคันหิน
    ๒.๑ วัสดุ
    ๒.๑.๑ บล็อกปูพื้น สําหรับปูพื้นภายนอก ให้ใช้คอนกรีตบล็อกขนาดตามแบบรูปกําหนด ต้องได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก.๔๒๗-๒๕๓๑ หรือฉบับล่าสุด
    สี ตามระบุในแบบรูป
    ๒.๑.๒ ขอบคันหินสําเร็จรูป ให้ใช้ขอบคอนกรีตหินเล็กขนาด ๑๑.๒๐๕๕๐ ซม. ทรงเหลี่ยม
    ๒.๑.๓ ปูนทรายเทพื้นปรับระดับ ให้ใช้ปูนเทปรับระดับสําเร็จรูป หรือให้ใช้ส่วนผสม ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภท ๑ ตามมาตรฐาน มอก.๑๕ เล่ม ๑-๒๕๕๕ หรือฉบับที่เกี่ยวข้องล่าสุดและ
    ทรายหยาบ
    ๒.๑.๔ วัสดุอื่นๆ ตามระบุในแบบรูป โดยได้รับอนุมัติจากผู้ควบคุมงาน และตาม วัตถุประสงค์ของผู้ออกแบบ
    ๒.๑.๕ ผู้รับจ้างจะต้องจัดส่งตัวอย่างบล็อกปูพื้นและขอบคันหิน ตามชนิด สี และลายที่ กําหนดขนาดเท่ากับวัสดุที่จะใช้จริงไม่น้อยกว่า ๒ ตัวอย่าง ให้ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ พิจารณาอนุมัติก่อนการสั่งซื้อ ตัวอย่างดังกล่าวให้รวมถึงตัวอย่างการติดตั้ง และอุปกรณ์ประกอบที่จําเป็น เช่น การเข้ามุม การบาก เป็นต้น
    ๒.๒ ขั้นตอนการดําเนินการ
    ๒.๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องทําการวัด และตรวจสอบสถานที่จริงบริเวณที่จะปูบล็อกปูพื้นและ ขอบคันหินก่อน เพื่อความถูกต้องของขนาด และระยะตามความเป็นจริง
    ๒.๒.๒ ผู้รับจ้างจะต้องทําการปรับระดับพื้นดินเดิมให้เรียบ ก่อนการเทพื้นปูนทรายปรับระดับ แล้วจึงทําการปูพื้นบล็อกปูพื้นและขอบคันหิน
    CA
    ๒.๒.๓ หากไม่มีระบุในแบบรูป การปูบล็อกปูพื้นและขอบคันหินใช้ตามข้อกําหนดของผู้ผลิต หรือตาม Shop Drawing ที่ได้รับอนุมัติ
    ออกให้หมด
    ๒.๓ การเตรียมผิวและขั้นตอนการทําโครงสร้างพื้นทาง งานบล็อกปูพื้น
    ๒.๓.๑ เตรียมพื้นดินเดิม โดยขุดเปิดหน้าดินลึกประมาณ ๑๐ - ๑๕ ซม. กําจัดหญ้า วัชพืช
    ๒.๓.๒ เกลี่ย ปาด ปรับระดับให้เรียบสม่ําเสมอ ตบอัดให้แน่น
    ๒.๓.๓ วางขอบโดยรอบพื้นที่ วางขอบคันหิน หรือ ขอบตกแต่งบริเวณขอบของพื้นที่เพื่อ กําหนดขอบเขตและป้องกันการแยกตัวของแนวบล็อก
    ๒.๓.๔ ใส่ทรายหยาบปรับระดับ โดยมีความหนาหลังจากบดอัดแล้ว ๔ ซม.
    ๒.๓.๕ วิธีการติดตั้งบล็อก โดยเริ่มจากตรวจสอบระดับและแนวในการปู ทําการปูบล็อกที่มุม ใดมุมหนึ่งหรือจุดกึ่งกลาง (กรณีเป็นวงกลม) ปูเป็นเส้นทแยงมุมหรือหน้ากระดานเรียงแถว ซึ่งต้องมีการคัดแนว เป็นระยะทุกๆ ๑๐ - ๑๕ ตร.ม. เมื่อปูเต็มพื้นที่ให้ตัดเศษบล็อกใส่ช่องว่าง หลังจากนั้นโรยทรายละเอียดลงใน ช่องว่างระหว่างก้อนบล็อกให้เต็มโดยเพื่อให้ทรายละเอียดท่วมอยู่บนผิวหน้าบล็อกให้ทั่วทั้งบริเวณ แล้วใช้เครื่อง ตบอัดแบบสั่นสะเทือนบดอัด ๒ - ๓ เที่ยว ทําการกวาดทรายส่วนที่อยู่บนผิวหน้าบล็อกให้สะอาดรวมทั้งทราย ในร่องบล็อกให้กวาดจนเสมอขอบล่างของมุมเอียงลาด ทิ้งให้ผิวหน้าบล็อกแห้งสนิทก่อนลงน้ํายา เพื่อป้องกัน การเกิดคราบขาว จากนั้นนําน้ํายาประสานร่องทรายผสมกับน้ําสะอาด ในอัตราส่วน ๑ : ๒ คนให้เข้ากันแล้ว บรรจุลงในเครื่องฉีดหัวพ่นสเปรย์ แล้วลงน้ํายาให้ทั่วโดยพยายามให้น้ํายาลงไปในร่องทรายระหว่างก้อนทิ้งไว้ อย่างน้อย ๓ ชม. ผิวหน้าบล็อกและร่องทรายที่เคลือบน้ํายาแล้วจะแห้งสนิทภายใน ๑๒ - ๒๔ ชม. ทั้งนี้ไม่ควร ให้ถูกน้ําก่อน ๒๔ ซม. สําหรับพื้นที่โล่งที่สามารถรับแสงแดดได้ดี และ ๑ - ๓ วัน สําหรับพื้นที่แสงแดดส่องได้ ไม่ทั่วถึง และเพื่อเพิ่มความสดใสให้กับผิวหน้าบล็อกให้ทาทับด้วยน้ํายาเคลือบเงาผิวคอนกรีต โดยก่อนทาน้ํายา เคลือบบล็อกต้องแห้งสนิทก่อน เพื่อป้องกันการเกิดคราบขาว หรือควรปฏิบัติตามข้อปฏิบัติของน้ํายาให้ เคร่งครัดทุกครั้ง

    ๒.๓.๖ ผู้รับจ้างจะต้องป้องกันไม่ให้งานบล็อกปูพื้นและขอบคันหิน สกปรก หรือเสียหาย
    ตลอดระยะเวลาก่อสร้าง
    ๒.๓.๗ พื้นที่ปูบล็อกพื้นและขอบคันหินแล้วเสร็จ ห้ามมีการเดินผ่าน หรือบรรทุกน้ําหนัก หากจําเป็นจะต้องมีการสัญจร จะต้องมีการป้องกันผิวมิให้เป็นรอย หรือเสียหาย ในกรณีที่ผิวหน้าเกิดริ้วรอยขูด ขีดปรากฏให้เห็น หรือการปูบล็อกปูพื้น, บล็อกสนามหญ้าและขอบคันหินไม่เรียบ ไม่สม่ําเสมอ ผู้รับจ้างจะต้อง ทําการแก้ไขตามกรรมวิธีการปูบล็อกปูพื้น, บล็อกสนามหญ้าและขอบคันหินหรือเปลี่ยนให้ใหม่ และให้ได้สีของ
    ปูบล็อกปูพื้น,บล็อกสนามหญ้าและขอบคันหินที่สม่ําเสมอกันทั่วทั้งบริเวณ โดยค่าใช้จ่ายของผู้รับจ้าง
    ๓.
    ตราสัญญาลักษณ์กรมเจ้าท่า
    ตราสัญญาลักษณ์กรมเจ้าท่าและตัวอักษรต่างๆ ที่แสดงในแบบรูป ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ ต่างๆ เช่น แผ่นกระเบื้องหินแกรนิต เพื่อแกะลวดลายตราสัญญาลักษณ์กรมเจ้าท่า มีขนาดต่างๆ ตามแบบรูป กําหนด ลวดลายรายละเอียดตรากรมเจ้าท่าและตัวอักษรต่างๆ จะต้องแกะลึกเข้าไปในแผ่นกระเบื้องหินแกรนิต ไม่น้อยกว่า 6 มม. รายละเอียดตรากรมเจ้าท่าและตัวอักษรต่างๆ จะต้องอ้างอิงตามกฎกระทรวง แบ่งส่วน ราชการกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยลงสีทองตรงรอยแกะแล้วอบสีให้แห้ง และเคลือบน้ํายา เพื่อกันการหลุดล่อนของสี สําหรับสีที่ลงบนแผ่นกระเบื้องหินแกรนิตจะต้องเป็นสีที่ใช้ทาภายนอก และได้รับ
    พิจารณาอนุมัติจากผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนดําเนินการ
  • C -
    ๔. งานทางลาดคอนกรีตเสริมเหล็ก
    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ และขั้นตอนการก่อสร้าง เพื่อทําการก่อสร้างทางลาด ค.ส.ล. สําหรับ ขึ้น – ลง เรือ ให้มีขนาด และรายละเอียดต่างๆ ให้เป็นไปตามแบบรูป
    ๔.๑ งานเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง จะต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานเสาข็มคอนกรีต ๔.๒ งานเหล็กเสริมคอนกรีต จะต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต ๔.๓ คอนกรีต จะต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานคอนกรีต
    ๔.๔ งานไม้แบบ จะต้องมีคุณสมบัติตามรายละเอียด หมวดงานไม้แบบ
    ๕. งานท่อ งานระบบระบายน้ํา และงานโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง
    ๕.๑ ขอบข่าย

    ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาวัสดุ แรงงานคน และอุปกรณ์ที่จําเป็นสําหรับงานขุดลอกหน้าดิน งานปรับระดับ งานรอยต่อถนน งานถมดิน และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและติดตั้งท่อระบายน้ํา ค.ส.ล. ซึ่งยังรวมไปถึงงานก่อสร้างบ่อพัก และโครงสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ํา รอบบริเวณที่จะทําการ ก่อสร้าง ตามรายละเอียดดังได้ระบุไว้ในแบบรูป หรือตามคําแนะนําของผู้ควบคุมงาน
    ๕.๒ วัสดุ
    การขุดดินเพื่อวางแนวท่อและระบบระบายน้ําจะต้องเป็นไปตามข้อกําหนด ดังนี้
    ๕.๒.๑ ฐานรองรับท่อ และบ่อพัก ค.ส.ล.
    ๑.
    วัสดุซึ่งใช้สําหรับก่อสร้างฐานรองรับท่อ หรือบ่อพัก ค.ส.ล. จะต้องเป็นทรายหยาบ หรือเป็นไปตามที่ระบุในแบบรูป ผู้รับจ้างจะต้องส่งตัวอย่างเพื่อให้ผู้ควบคุมงานอนุมัติก่อนนําไปใช้งาน
    ๒. ก่อนทําการก่อสร้างฐานรองรับท่อหรือบ่อพัก ร่องที่ขุดจะต้องได้รับความเห็นชอบ
    จากผู้ควบคุมงาน จึงเริ่มดําเนินการวางวัสดุซึ่งใช้ก่อสร้างฐานรองท่อและบดอัดให้ได้ความลึกและชนิดของวัสดุ
    ที่ใช้ตามที่แสดงในแบบก่อสร้างฐานรองรับท่อต้องได้รูปพอดีกับท่อ หรือโครงสร้างที่มีช่องสําหรับก่อสร้างข้อต่อ หรือจุดเชื่อมต่อ และผิวชั้นบนของวัสดุฐานรองรับที่บดอัดแล้วจะต้องได้ระดับถูกต้อง สําหรับงานระบบระบายน้ํา และฐานรองรับ จะต้องถูกบดอัดให้ได้ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า ๙๕% ของความหนานแน่นแห้งสูงสุด เมื่อทดสอบ ตามมาตรฐานการทดสอบความแน่นแบบมาตรฐาน (Standard Compaction Test)
    ๕.๓ การวางท่อ
    ๑. การวางท่อจะต้องวางตามแนวและระดับที่ระบุไว้ในแบบรูป ขนาดของร่องขุดฐานรองรับ
    ท่อ และการถมกลบต้องทําการก่อสร้างตามที่กําหนดในแบบรูป
    ๒. ก่อนที่จะวางท่อหรือทางระบายน้ํา จะต้องขจัดความสกปรกซึ่งอาจมีอยู่ภายในท่อบริเวณ ด้านนอกของปลายเสียบ และบริเวณด้านในของปลายสวม จะต้องสะอาดปราศจากวัสดุแปลกปลอมใดๆ
    ๓. เมื่อจัดเตรียมร่องขุดและฐานรองรับท่อไว้ให้พร้อมแล้วจึงนําท่อยกลงในร่องขุด ก่อนที่จะ ปล่อยให้ท่อวางลงบนพื้นรองรับเต็มที่ ให้ประคองปลายท่อที่จะต่อเข้าให้อยู่ในตําแหน่งที่พร้อมที่จะสวมต่อกับ ท่อที่วางไว้แล้ว โดยมิให้เกิดความเสียหายต่อพื้นฐานรองรับท่อที่ได้จัดเตรียมไว้ ในการสวมต่อจะต้องให้ปลายท่อ ชนกันให้สนิทการใช้รองโซ่รั้งเพื่อให้ท่อเคลื่อนตัวเข้าสวมต่อจะต้องกระทํา โดยระมัดระวังไม่ให้ระดับก้นท่อ เปลี่ยนแปลงไปจากที่กําหนด การเคลื่อนตัวท่อโดยการใช้ไม้บีบอัดกับปลายท่อห้ามกระทํา ยกเว้นเป็นท่อขนาด เล็ก และได้รับความเห็นชอบจากผู้ควบคุมงาน โดยจะต้องไม่ทําให้ระดับก้นท่อเปลี่ยนแปลงไปจากที่กําหนด
    ๔. การวางท่อแต่ละท่อนจะต้องให้ปลายเสียบกันไปตามทิศทางการไหลของน้ําและปลาย
    สวมหันไปในทิศตรงข้ามและวางให้ต่อเชื่อมได้ถูกต้องตามแนว ความลาดเอียงและระดับซึ่งแสดงในแบบรูปการ วางท่อต้องอยู่ในลักษณะซึ่งตัวท่อมีการรองรับที่แข็งแรงตลอดความยาวของท่อ และหากมิได้กําหนดไว้เป็นอื่น
    การวางท่อจะต้องเริ่มจากด้านท้ายน้ําขึ้นไปหาเหนือน้ํา
    C