ประกวดราคาจ้างโครงการจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding e-bidding)
กรมสรรพากรมีความประสงค์จะจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ครอบคลุมหน่วยงานทั่วประเทศ เป็นระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 87,045,117.58 บาท และมีราคากลางรวม 85,202,740 บาท
ขอบเขตงานแบ่งออกเป็น 2 รายการหลัก ได้แก่ 1) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ซึ่งมีราคากลาง 83,526,304 บาท และ 2) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application) ซึ่งมีราคากลาง 1,676,436 บาท
งานนี้ครอบคลุมการดูแลฮาร์ดแวร์หลากหลายประเภท เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server), Storage, เครื่องพีซี (PC), เครื่องสำรองไฟ (UPS), อุปกรณ์ประชุมทางไกล, เครื่องพิมพ์ชนิดต่างๆ (Line Printer, Laser Printer, Dot Matrix), เครื่องสแกนเนอร์, ตู้ Kiosk ที่สนามบิน และกล้องวงจรปิด (CCTV) ตลอดจนการดูแลระบบซอฟต์แวร์สำคัญ เช่น DB6, WebSphere, Tivoli Storage Manager วัตถุประสงค์หลักเพื่อให้การบริการด้านภาษีแก่ประชาชนและผู้เสียภาษีเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรอย่างเต็มที่
English summary
The Revenue Department of Thailand is inviting bids via electronic bidding (e-bidding) for an 8-month comprehensive computer equipment maintenance, repair, and software application support service contract, from February 1 to September 30, 2029. The project has a budget of 87,045,117.58 THB and an estimated total price of 85,202,740 THB.
The scope of work consists of two main packages: 1) Maintenance and Repair Services for Computer Equipment and Peripherals with an estimated price of 83,526,304 THB, and 2) Application System Maintenance and Problem-Solving Services with an estimated price of 1,676,436 THB.
The services cover a wide range of hardware including servers, storage systems, PCs, UPS units, teleconferencing equipment, various printers (line, laser, dot matrix), scanners, Kiosk terminals at airports, and CCTV systems. It also includes support for critical software applications such as DB6, WebSphere, and Tivoli Storage Manager. The primary goal is to ensure the continuous, efficient operation of the department’s IT infrastructure across central and regional offices, thereby supporting tax collection services for the public and the internal workflow of Revenue Department staff.
หน่วยงานสรรพากรทั่วประเทศ รวมถึงสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต (สำหรับตู้ Kiosk)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อดำเนินการซ่อมแซมและแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (PC) และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่ชำรุดหรือเสียหายใช้งานไม่ได้ของทุกหน่วยงานในสังกัด ให้มีสภาพที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
- เพื่อสนับสนุนการแก้ไขและช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีปัญหาข้อขัดข้องของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
- เพื่อตรวจสอบเช็คสภาพพร้อมบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ของระบบงานต่าง ๆ เป็นประจำทุกเดือน ป้องกันไม่ให้ชำรุดหรือมีอุปกรณ์เสียหายขัดข้องในระหว่างการปฏิบัติงาน
- เพื่อสนับสนุนบริการการรับชำระภาษีต่าง ๆ ของหน่วยงานที่รับชำระภาษีให้มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่มีสภาพพร้อมใช้งานสามารถให้บริการและความสะดวกแก่ผู้เสียภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ให้สามารถใช้ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- เพื่อให้มีฐานข้อมูลการซ่อมแซมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ สำหรับใช้ติดตามดูแล และแก้ปัญหาการใช้งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
- เพื่อดูแลและควบคุมทะเบียนของเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ป้องกันการสูญหาย และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการติดตามกรณีที่มีการโยกย้ายอุปกรณ์
ขอบเขตของงาน
รายการที่ 1: การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
- การซ่อมแซมและแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (PC) และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ชำรุดเสียหาย ให้ใช้งานได้ตามปกติ
- การให้การสนับสนุน แก้ไขปัญหา และช่วยเหลือหน่วยงานที่มีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- การตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ของระบบงานต่างๆ เป็นประจำทุกเดือน
- การดูแลอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการรับชำระภาษีของหน่วยงาน
- การสร้างและจัดการฐานข้อมูลการซ่อมแซมอุปกรณ์สำหรับการติดตามและแก้ไขปัญหา
- การดูแลและควบคุมทะเบียนครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อป้องกันการสูญหายและติดตามการเคลื่อนย้าย
- ครอบคลุมฮาร์ดแวร์: Server, Storage, PC, UPS, อุปกรณ์ประชุมทางไกล, Line Printer, Laser Printer, Dot Matrix Printer, Scanner, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, ตู้ Kiosk (ที่สนามบินดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, ภูเก็ต), กล้องวงจรปิด (CCTV)
รายการที่ 2: การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application)
- การดูแลบำรุงรักษาระบบงานแอปพลิเคชัน
- การแก้ไขปัญหาและข้อบกพร่องของระบบงาน
- การวิเคราะห์และพัฒนาปรับปรุงระบบงานที่ดูแล
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ซ่อมแซมแล้วอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- การบริการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ที่ต่อเนื่อง
- รายงานผลการตรวจสอบและบำรุงรักษา Server ประจำเดือน
- ระบบฐานข้อมูลการซ่อมแซมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
- ระบบทะเบียนคุมครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ทันสมัย
- การให้บริการระบบงานแอปพลิเคชันที่เสถียรและปราศจากข้อบกพร่องร้ายแรง
- แผนการทำงาน (Work Plan) ที่ต้องจัดทำและส่งมอบภายใน 30 วันหลังวันลงนามในสัญญา
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ (สำหรับผู้ชนะการเสนอราคา) ที่ต้องจัดทำและยื่นภายใน 60 วันหลังวันลงนามในสัญญา
ระยะเวลาดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
- กำหนดยืนราคา: ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคา
- แผนการทำงาน: ต้องจัดทำและส่งมอบภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ: ผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำและยื่นภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- Experience:
- สำหรับรายการที่ 1 (ดูแลอุปกรณ์): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียนซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- สำหรับรายการที่ 2 (ดูแลระบบงาน): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียนซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- สำหรับรายการที่ 2 (ดูแลระบบงาน): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบงานโดยใช้ Web-Based Technology และการดูแลบำรุงรักษาระบบงานออนไลน์และเรียลไทม์ ให้กับหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนอย่างน้อย 1 สัญญา โดยมีผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- สำหรับรายการที่ 1 (ดูแลอุปกรณ์): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนด้านบริการจากบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทสาขาของผู้ผลิตในประเทศไทย สำหรับอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับระบบทะเบียนคุมรายการและจัดทำบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) ตามผนวก ข
- สำหรับรายการที่ 2 (ดูแลระบบงาน): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่สามารถศึกษาโปรแกรมระบบงานที่จะจัดจ้างดูแลบำรุงรักษาตามโครงการนี้ได้ด้วยตนเองเพื่อให้สามารถพัฒนาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของระบบงานได้โดยไม่ทำให้ระบบงานเดิมมีปัญหา
- Personnel:
- สำหรับรายการที่ 2 (ดูแลระบบงาน): ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นสำเนาวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงานของบุคลากรที่สามารถดูแลระบบงานดังกล่าวได้
- Financial Requirements:
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนเกิน 1 ปี: ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ (สินทรัพย์สุทธิ - หนี้สินสุทธิ) ที่แสดงค่าเป็นบวกในงบการเงิน 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
- กรณีเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่รายงานงบการเงิน (ไทย/ต่างประเทศ): ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
- สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาท กรณีเป็นบุคคลธรรมดา: ต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ
- กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิหรือทุนจดทะเบียนเพียงพอ: สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ จากสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต
เกณฑ์การพิจารณา
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาผลการประกวดราคาใช้ หลักเกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจาก ราคาต่อรายการ ที่เสนอ
ข้อกำหนดทางเทคนิค
โครงการนี้ครอบคลุมการดูแลรักษาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สำคัญของกรมสรรพากร ได้แก่:
- ฮาร์ดแวร์: เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server), เครื่อง Storage, เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC), เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS), อุปกรณ์สำหรับการประชุมทางไกล, เครื่องพิมพ์ Line Printer, เครื่องพิมพ์ Laser Printer, เครื่องพิมพ์ Dot Matrix, เครื่อง Scanner, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, ตู้ระบบสัมผัส (Kiosk) ที่สนามบิน, กล้องวงจรปิด (CCTV)
- ซอฟต์แวร์/ระบบงาน: DB6, WebSphere, Tivoli Storage Manager, ซอฟต์แวร์บริหารจัดการอื่นๆ, และระบบงานแอปพลิเคชันต่างๆ ของกรม (รายการที่ 2) ที่ต้องได้รับการดูแลบำรุงรักษาและแก้ไขปัญหา
- ระบบเฉพาะ: อุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับระบบทะเบียนคุมรายการและจัดทำบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) ซึ่งผู้รับจ้างต้องได้รับการสนับสนุนบริการจากผู้ผลิตโดยตรง
เงื่อนไขสัญญา
- การทำสัญญา: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องทำสัญญาภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง
- หลักประกันสัญญา: ต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้างที่ชนะการประกวด โดยเป็นได้แก่ เงินสด, เช็ค/ดราฟท์, หนังสือค้ำประกันธนาคาร/บริษัทเงินทุน, หรือพันธบัตรรัฐบาลไทย
- การจ่ายเงิน: กรมจะจ่ายค่าจ้างเมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา และกรมได้ตรวจรับงานจ้างเรียบร้อยแล้ว
- ค่าปรับ:
- กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ค่าปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- กรณีปฏิบัติผิดสัญญาอื่น ๆ: ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย (ขอบเขตของงาน)
- การรับประกัน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดในรายละเอียดแนบท้าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
ถาม: โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการที่ใดบ้าง?
ตอบ: การบริการครอบคลุมหน่วยงานสรรพากรทั่วประเทศ ทั้งสำนักงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมถึงจุดให้บริการพิเศษเช่น ตู้ Kiosk ที่สนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต -
ถาม: ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ผลิตสำหรับอุปกรณ์ทุกชนิดหรือไม่?
ตอบ: ไม่ สำหรับรายการที่ 1 จำเป็นต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนด้านบริการจากบริษัทผู้ผลิตหรือสาขาในประเทศไทย เฉพาะสำหรับอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับระบบทะเบียนคุมรายการและจัดทำบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) เท่านั้น ตามที่ระบุในผนวก ข -
ถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถยื่นเสนอราคาได้กี่รายการ?
ตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถยื่นข้อเสนอได้ทั้ง 2 รายการ (ดูแลอุปกรณ์ และดูแลระบบงาน) แต่ต้องเสนอราคาแยกต่อรายการ และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะครบถ้วนสำหรับแต่ละรายการ -
ถาม: หลักฐานผลงานสำหรับรายการดูแลระบบงาน (Application) ต้องเป็นสัญญาจากหน่วยงานใด?
ตอบ: ต้องเป็นผลงานด้านการพัฒนาระบบงานโดยใช้ Web-Based Technology และการดูแลบำรุงรักษาระบบงานออนไลน์และเรียลไทม์ ให้กับหน่วยงานราชการ หรือ รัฐวิสาหกิจ หรือ เอกชน อย่างน้อย 1 สัญญา ย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี -
ถาม: บุคลากรสำหรับรายการดูแลระบบงานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่สามารถศึกษาโปรแกรมระบบงานของกรมสรรพากรได้ด้วยตนเอง เพื่อพัฒนาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องและวิเคราะห์ปัญหาได้ โดยไม่ทำให้ระบบเดิมขัดข้อง ต้องยื่นสำเนาวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ทำงานของบุคลากรดังกล่าวมาประกอบ -
ถาม: หากเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
ตอบ: ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น หากกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักเป็นผลงานของกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการมอบอำนาจ และผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนหากไม่ได้กำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลัก -
ถาม: กรณีที่ยังไม่มีงบแสดงฐานะการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ สามารถใช้หลักฐานอะไรแทนได้?
ตอบ: หากเป็นนิติบุคคลที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (สำหรับนิติบุคคลไทย) หรือเป็นนิติบุคคลต่างประเทศที่ยังไม่มีการรายงานงบการเงิน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ -
ถาม: หลักประกันการเสนอราคามีจำนวนเท่าใด และมีวิธีการวางอย่างไร?
ตอบ: สำหรับรายการที่ 1 (ดูแลอุปกรณ์) หลักประกันการเสนอราคาจำนวน 4,352,256 บาท สามารถวางเป็นเงินสด (ชำระผ่านระบบ KTB Corporate Online), หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร, พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือหนังสือค้ำประกันจากบริษัทเงินทุน/หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต -
ถาม: มีการให้สิทธิพิเศษ (แต้มต่อ) สำหรับผู้ประกอบการประเภทใดบ้าง?
ตอบ: มีการให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ SMEs และบุคคล/นิติบุคคลไทย- SMEs: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดไม่เกิน 10% อาจได้รับการจัดลำดับให้ทำสัญญา (ไม่เกิน 3 ราย)
- บุคคล/นิติบุคคลไทย: หากเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอต่างชาติไม่เกิน 3% อาจได้รับการจัดซื้อจัดจ้าง
-
ถาม: กรมสรรพากรสงวนสิทธิ์อะไรบ้างในการพิจารณาข้อเสนอ?
ตอบ: กรมสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับข้อเสนอทั้งหมด, ยกเลิกการประกวดราคา, ไม่รับราคาต่ำสุดหากเห็นว่าราคาต่ำเกินไปจนไม่สามารถทำงานได้, และตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้ยื่นข้อเสนอได้ รวมถึงการลงโทษเป็นผู้ทิ้งงานหากพบการกระทำที่ไม่สุจริต เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
File not found: 1bkpyo2xOmK2Mwj4NQC8lnVtgl8jdk_rxGKLKzwPngJ0.File not found: 1Zog1Y9x4NANzZtSNHvA6jgvDaw77rkZJlCFQdbR7DmI.File not found: 166yN_4zEpKNPSRBSGFsCeq92k3Cds2DqlFD5JC3YoG4.File not found: 16eqPtoqg37KDZ99ddOKSssj5Jkuoo_mklJ_Lp1S3cYg.File not found: 1Nst96PiaRIPf1uqFBSHFOWZbzbB-MXu7r2FHYG803Zs.File not found: 1VBZEX96_rU_RurmxzZ1VbvQnZ_ycJjT4RfnQe6ac5Gw.337
•
รายละเอียดขอบเขตของงาน
โครงการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙
โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding)
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
๑.๑
กรมสรรพากร มีความประสงค์จะดําเนินการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑) กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding)
๑.๒ เนื่องจากกรมสรรพากรได้ติดตั้งใช้งานฮาร์ดแวร์ (Hardware) ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) เครื่อง Storage เครื่องคอมพิวเตอร์ (PC) เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) อุปกรณ์สําหรับการประชุมทางไกล เครื่องพิมพ์ Line Printer เครื่องพิมพ์ Laser Printer เครื่องพิมพ์ Dot Matrix เครื่อง Scanner และซอฟต์แวร์ (Software) ได้แก่ DB6 WebSphere Tivoli Storage Manager รวมถึงซอฟต์แวร์ บริหารจัดการอื่น ๆ เพื่อให้บริการแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ณ สํานักงานส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมทั้งให้บริการแก่ผู้เสียภาษีและประชาชน นอกจากนี้ยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ที่จัดซื้อมาใช้งาน เพื่ออํานวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีการติดตั้งตู้ระบบสัมผัส (Kiosk) ใช้งานที่สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต และกล้องวงจรปิด (CCTV) ในการดูแลของกลุ่มบริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อให้การจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ สามารถดําเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องและเกิดประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อประโยชน์ต่อราชการ จึงจําเป็นต้องจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ พร้อมลิขสิทธิ์การใช้งาน เพื่อการใช้งานและให้บริการ ณ หน่วยงานสรรพากรทั่วประเทศ
๑.๓ วัตถุประสงค์
๑.๓.๑ เพื่อดําเนินการซ่อมแซมและแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (PC) และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่ชํารุด หรือเสียหายใช้งานไม่ได้ของทุกหน่วยงานในสังกัด ให้มีสภาพที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ
๑.๓.๒ สนับสนุนการแก้ไขและช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีปัญหาข้อขัดข้องของ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
ๆ
๑.๓.๓ เพื่อตรวจสอบเช็คสภาพพร้อมบํารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ของระบบงานต่าง ๆ เป็นประจําทุก ๆ เดือน ป้องกันไม่ให้ชํารุดหรือมีอุปกรณ์เสียหายขัดข้องในระหว่างการปฏิบัติงาน ๑.๓.๔ เพื่อสนับสนุนบริการการรับชําระภาษีต่าง ๆ ของหน่วยงานที่รับชําระภาษีให้มี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ที่มีสภาพพร้อมใช้งานสามารถให้บริการและความสะดวก ให้แก่ผู้เสียภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๑.๓.๕ เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ให้สามารถใช้
ปฏิบัติงาน ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
๑.๓.๖ เพื่อให้มีฐานข้อมูลการซ่อมแซมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ สําหรับใช้
ติดตามดูแล และแก้ปัญหาการใช้งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
๑.๓.๗ เพื่อดูแลและควบคุมทะเบียนของเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ป้องกัน
การสูญหาย และใช้เป็นข้อมูลสําหรับการติดตามกรณีที่มีการโยกย้ายอุปกรณ์
๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้จัดสรร ๘๗,๐๔๕,๑๑๗.๕๘ บาท (แปดสิบเจ็ดล้านสี่หมื่นห้าพัน หนึ่งร้อยสิบเจ็ดบาทห้าสิบแปดสตางค์) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
๑.๕ ราคากลาง ๘๓,๕๒๖,๓๐๔ บาท (แปดสิบสามล้านห้าแสนสองหมื่นหกพันสามร้อยสี่บาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- กรรมการ 5 กรรมก .กรรมการ… กรรมการ ……………….
กรรมการ กรรมการ
/๒. คุณสมบัติ…
ประธานกรรมการ
331
๒.
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ
หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมสรรพากร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๒.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๒.๑๐.๒ กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้า นั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
๒.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็น
ผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า
ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
/๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอ..
กรรมการ กรรมการ กรรมการ
กรรมการ กรรมการ กรรมการ ..กรรมการ..
ประธานกรรมการ
๓
ท
})
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
ด
๒.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่ หน่วยงานของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๓ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงิน กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
ซึ่งยังไม่มีการรายงาน
๒.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๒ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๓ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 4 ล้านบาท
៨
ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
ไม่ต่ํากว่า ๑๐๐ ล้านบาท
๒๐๐ ล้านบาท
(๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ไม่ต้องกําหนดทุนจดทะเบียน (๒) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๓) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๕) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๒๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๖) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑๕๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๗) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑๕๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๓๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
(๔) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ํากว่า
๒.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้อง
แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๒.๑๒.๔ กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ
ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ….
- กรรมการ 6 กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ
330 - C -
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง
หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์
และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุน
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศ
ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ
โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แห้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๒.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒.๑๒.๒ ข้อ ๒.๑๒.๓ และข้อ ๒.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตาม อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศ และเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ
กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าว ในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอ
รายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
๒.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๒.๑๒.๑ - ข้อ ๒.๑๒.๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
(๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ
ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น - กรรมการ 3 กรรมการ ปี
ทา รรมการ……………กรรมการ.. …กรรมการ……………..กรรมการ
نے رو
/๒.๑๓ ผู้ยน…
กรรมการ กรรมการ ประธานกรรมการ
333 - ๕ -
๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนด้านบริการจากบริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทสาขา ของผู้ผลิตในประเทศไทย สําหรับอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับ ระบบทะเบียนคุมรายการและจัดทําบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) ตามผนวก ข โดยแนบหนังสือรับรอง
ในวันยื่นข้อเสนอ
๒.๑๕ คุณสมบัติอื่น ๆ ตามขอบเขตของงานการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศกรมสรรพากร
๓.
หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
๓.๑ - bidding)
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐาน การจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้หรือรับรองให้ไม่เกิน 5 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ๓.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนด้านบริการจากบริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทสาขา ของผู้ผลิตในประเทศไทย สําหรับอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับระบบ ทะเบียนคุมรายการและจัดทําบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) ตามผนวก ข โดยแนบหนังสือรับรอง ในวันยื่นข้อเสนอ
คุณสมบัติอื่น ๆ ตามขอบเขตของงานการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ โดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e - bidding) ตามรายละเอียด แนบท้ายประกาศกรมสรรพากร
๔.
๓.๓
การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น และจะต้องกรอกข้อความ ให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทําการยืนยันตัวตนของผู้ยื่นข้อเสนอ โดยไม่ต้องแนบ ใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาท และเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและราคาเดียว โดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ท้ายใบเสนอราคาให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสําคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ๆ
าที่เสนอจะต้องเสนอกําหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา
โดยภายในกําหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทําแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศโดยยื่น ให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
๔.๔ คู่สัญญาต้องจัดทําแผนการทํางานส่งมอบให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ทั้งนี้ แผนการทํางานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา
w
/๕. ขอบเขต…
กรรมการ 5 กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ - ประธานกรรมการร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้าง โครงการจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
ตามประกาศ กรมสรรพากร
ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
กรมสรรพากรซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า กรม มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง โครงการจัดจ้าง บริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) จำนวน 2 รายการ ดังนี้
๑. การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง ต่าง ๆ
๒. การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application) โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันการเสนอราคา
(๒) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๑.๘ แผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายในประเทศ
๑.๙ ใบแจ้งการชำระเงิน สำหรับชำระเงินหลักประกันการเสนอราคา ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันอย่างเป็น ธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ
หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๓ คุณสมบัติอื่นตามเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่………………………….. ลงวันที่…………………………… ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ
กว่า ๒๐ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง
กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) (๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) หลักประกันการเสนอราคา ตามข้อ ๕
(๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
(๓) เอกสารประกอบการพิจารณา ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสาร ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ……………….. ลงวันที่ …….…. …………. ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
(3.1) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
(3.1.1) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้ง มาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้ หรือรับรองให้ไม่เกิน ๖ เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
(3.1.2) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหนังสือรับรองการสนับสนุนด้านบริการ จากบริษัทผู้ผลิต หรือบริษัทสาขาของผู้ผลิตในประเทศไทย สำหรับอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก (Server) ที่ใช้งานร่วมกับระบบทะเบียนคุมรายการและจัดทำบัญชีผู้เสียภาษี (TCL) ตามผนวก ข โดยแนบ หนังสือรับรอง ในวันยื่นข้อเสนอ
(3.1.3) คุณสมบัติอื่น ๆ ตามขอบเขตของงานการจัดจ้างบริการ ดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศกรมสรรพากร (3.2) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application)
(3.2.1) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นนิติบุคคล ที่มีการจดทะเบียนก่อตั้งมา แล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี โดยมีหลักฐานการจดทะเบียน ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้หรือ
รับรองให้ไม่เกิน ๖ เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
(3.2.2) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบงานโดยใช้ Web-Based Technology และการดูแลบำรุงรักษาระบบงานออนไลน์และเรียลไทม์ ให้กับหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนอย่างน้อย 1 สัญญา โดยมีผลงานย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี โดยยื่นหนังสือรับรองผลงาน และสำเนาคู่สัญญามาแสดงในวันยื่นเอกสารเสนอราคา ทั้งนี้ กรมสรรพากรขอสงวนสิทธิ์ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยตรง
(3.2.3) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่สามารถศึกษาโปรแกรมระบบงาน ที่จะจัดจ้างดูแลบำรุงรักษาตามโครงการนี้ได้ด้วยตนเองเพื่อให้สามารถพัฒนาปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาของระบบงานที่จะจัดจ้างได้โดยไม่ทำให้ระบบงานเดิมมีปัญหา ขัดข้อง อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยยื่นสำเนาวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำ งาน
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ ตามที่กำหนดใน เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ……………….. ลงวันที่ …………………………… ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กรมผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกรม จะพิจารณาลงโทษผู้ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กรมจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ริเริ่มให้มีการกระ ทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกรม
๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน
ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักประกันการเสนอราคา
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการเสนอราคาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้
1) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อม อุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ จำนวน 4,352,256.- บาท (สี่ล้านสามแสนห้าหมื่นสองพันสองร้อยห้าสิบหกบาทถ้วน) 2) การจัดจ้างบริการดูแลบำรุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application) - ๕.๑ เงินสด
๕.๒ หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารภายในประเทศตามแบบที่คณะ กรรมการนโยบายกำหนด
๕.๓ พันธบัตรรัฐบาลไทย
๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอนำพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือหนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มาวางเป็นหลักประกันการเสนอราคาจะต้องส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาให้กรม ตรวจสอบความถูกต้องในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น.
กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอประสงค์จะวางหลักประกันการเสนอราคาเป็นเงินสด ให้ผู้ยื่นข้อเสนอ ดำเนินการชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงิน ดังนี้
ผ่านบริการรับชำระเงิน (Bill Payment) ผ่านระบบ KTB Corporate Online ตามใบ แจ้งการชำระเงิน ที่แนบมาพร้อมกับเอกสารเชิญชวนนี้
และส่งหลักฐานการชำระเงินกับธนาคาร พร้อมทั้งแบบแจ้งความประสงค์ชำระเงินค่า หลักประกันการเสนอราคา (เฉพาะกรณีที่มีหลักประกันการเสนอราคาหลายรายการพิจารณา) มาให้ กรม ตรวจสอบความถูกต้อง โดยยื่นมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอผ่านระบบ e-GP โดยการชำระเงินและส่งหลักฐาน การชำระเงินให้ดำเนินการในวันและเวลาที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันและเวลาเสนอราคาเท่านั้น กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ประสงค์จะใช้หนังสือ ค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารในประเทศเป็นหลักประกันการเสนอราคาให้ระบุชื่อผู้เข้าร่วมค้ารายที่ สัญญาร่วมค้ากำหนดให้เป็นผู้เข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หลักประกันการเสนอราคาตามข้อนี้ กรมจะคืนให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่กรมได้พิจารณาเห็นชอบรายงานผลคัดเลือกผู้ชนะการประกวดราคาเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดหรือได้คะแนนรวมสูงสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนได้ต่อเมื่อ ได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว
การคืนหลักประกันการเสนอราคา ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ๖. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๖.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กรมจะ พิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
๖.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรม จะพิจารณา จาก ราคาต่อรายการ
๖.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กรมกำหนดไว้ในประกาศและ เอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๖.๔ กรมสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๖.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กรมมีสิทธิที่จะไม่รับข้อ เสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๖.๖ กรมทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่เสนอ ทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจจะ ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกรมเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกรมจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์และลงโทษผู้ยื่นข้อ เสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อ
เสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมา ยื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกรม จะให้ผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสารประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กรม มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอหรือไม่รับราคาของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใดๆ จากกรม ๖.๗ ก่อนลงนามในสัญญากรม อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการคัดเลือก มีผล ประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอม กันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา ๖.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
๖.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
๗. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกรม ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้กรม ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๗.๑ เงินสด
๗.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กรม ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ใช้
เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๗.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๗.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๗.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกรม ได้รับมอบไว้ แล้ว
๘. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
กรมจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวง แล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานถูกต้อง และครบถ้วน ตามสัญญาจ้างหรือข้อตกลง และกรมได้ตรวจรับงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ………………………….. ลงวันที่ ………………………………. ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
๙. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๙.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกรม จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วง นั้น
๙.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ 9.1 จะกำหนดค่าปรับ ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ ……………………………. ลงวันที่ ………………………………. ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน ๑๐. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ 1.3 หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้น ภายในระยะเวลาตามที่กำหนดในรายละเอียดแนบท้ายเอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิม ตามที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายเอกสาร
ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ …………… ลงวันที่ ………………………… ข้อ 1.1 ขอบเขตของงาน
๑๑. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๑.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กรมได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๑.๒ เมื่อกรมได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้างตามการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจากต่าง ประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ตาม ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๑.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกรมได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กรมจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ออกหนังสือ ค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้งจะพิจารณา
ให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๑.๔ กรมสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือข้อ ตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๑.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกรม คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อเสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๑.๖ กรม อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะ เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกรมไม่ได้
(๑) กรมไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ไม่ เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรม หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๑.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๒. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๓. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
กรม สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกรม ไว้ชั่วคราว
กรมสรรพากร
มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
ธัญวรรณ เหมือนเมือง
(นางธัญวรรณ เหมือนเมือง)
นักวิชาการสรรพากรชำนาญการ รักษาการใน
ตำแหน่ง นักวิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางธัญวรรณ เหมือนเมือง นักวิชาการ
สรรพากรชำนาญการ รักษาการในตำแหน่ง นัก วิชาการสรรพากรชำนาญการพิเศษราง
ประกาศกรมสรรพากร
เรื่อง ประกวดราคาจ้างโครงการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษา
และซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
กรมสรรพากร มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง โครงการจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษา และซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ระยะเวลา 8 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จํานวน 2 รายการ ดังนี้ 1. การจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ พร้อมอุปกรณ์ ต่อพ่วงต่าง ๆ ราคากลางของงานจ้างในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 83,526,304.- บาท (แปดสิบสามล้านห้าแสนสองหมื่นหกพันสามร้อยสี่บาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
- การจัดจ้างบริการดูแลบํารุงรักษาและแก้ปัญหาระบบงาน (Application) ราคากลาง ของงานจ้างในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,676,436.- บาท (หนึ่งล้านหกแสนเจ็ดหมื่นหกพัน สี่ร้อยสามสิบหกบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ราคากลางของงานจ้างในการประกวดราคาครั้งนี้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 85,202,740.- บาท
(แปดสิบห้าล้านสองแสนสองพันเจ็ดร้อยสี่สิบบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
วันยื่นขอเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
ระหว่างเวลา
ราคา
ลงวันที่
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
น. ถึง
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
ประกาศ ณ วันที่
มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
สําเนาถูกต้อง
ธัญวรรณ เหมือนเมือง
(นางธัญวรรณ เหมือนเมือง) นักวิชาการสรรพากรชํานาญการ รักษาการใน
ตําแหน่ง นักวิชาการสรรพากรชํานาญการพิเศษ ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๙ โดย นางธัญวรรณ เหมือนเมือง นักวิชาการ สรรพากรนํานาญการ รักษาการในตําแหน่ง นัก
วิชาการสรรพากรชํานาญการพิเศษ
(นายสุรยุทธ กอบกิจพานิชผล) รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทน
อธิบดีกรมสรรพากร