ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงถนนคอนกรีตเดิม โดยวิธีปูทับผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จำนวน ๒ จุด หมู่ที่ ๔ บ้านแม่ระมาด ตำบลแม่ระมาด (จุดที่ ๑ ขนาดกว้าง ๕.๐๐ เมตร ยาว ๔๓๗.๐๐ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร) (จุดที่ ๒ ขนาดกว้าง ๔.๐๐ เมตร ยาว ๑,๘๐๔ เมตร หนา ๐.๐๕ เมตร) หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า ๙,๔๐๑ ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ระมาด อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
เอกสารฉบับนี้คือแบบมาตรฐานงานทางที่จัดทำขึ้นสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นแนวทางในการก่อสร้างถนนผิวจราจรประเภทแอสฟัลต์คอนกรีต (ASPHALT CONCRETE) ให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ ครอบคลุมรายละเอียดสำคัญต่างๆ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างทางตามปริมาณจราจรและสภาพพื้นที่ การเลือกใช้วัสดุสำหรับชั้นต่างๆ เช่น วัสดุคัดเลือก วัสดุรองพื้นทาง วัสดุพื้นทาง (หินคลุก) ที่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน มทช. รวมถึงข้อกำหนดเฉพาะสำหรับชั้นผิวจราจรและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น ชนิดของยางแอสฟัลต์ (AC. GRADE 60-70) และความหนาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังได้ระบุถึงขั้นตอนการก่อสร้างที่สำคัญ เช่น การทำ PRIME COAT, TACK COAT, การบดอัดชั้นวัสดุต่างๆ ให้ได้ความหนาแน่นตามที่กำหนด รวมถึงข้อกำหนดในการตรวจสอบคุณภาพวัสดุและผลงานก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมสร้างและเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ซึ่งรวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาผิวทางชำรุดเสียหายรูปแบบต่างๆ เช่น DEEP PATCH, SKIN PATCH และ LEVELLING เพื่อให้สามารถบำรุงรักษาและยืดอายุการใช้งานของถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
English summary
This document outlines standard road construction guidelines for local government organizations, focusing on Asphalt Concrete (ASPHALT CONCRETE) road surfaces. It covers structural design based on traffic volume and site conditions, material selection for various layers including selected material, sub-base, and base (crushed stone), ensuring compliance with local highway standards (มทช.). Specific requirements for asphalt concrete wearing courses and shoulders are detailed, including asphalt grade (AC. GRADE 60-70) and appropriate thickness. The document also specifies construction procedures such as PRIME COAT, TACK COAT, compaction of material layers to achieve required density, and quality control for materials and finished work. Furthermore, it includes guidelines for repairing and overlaying asphalt concrete surfaces, addressing various types of pavement distress like DEEP PATCH, SKIN PATCH, and LEVELLING, to ensure effective maintenance and extend road service life.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เป็นแนวทางในการก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตให้ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ
- กำหนดคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ในแต่ละชั้นทางให้เหมาะสมกับการใช้งาน
- ระบุขั้นตอนและวิธีการก่อสร้างที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
- ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพวัสดุและผลงานก่อสร้าง
- เป็นมาตรฐานสำหรับการซ่อมสร้างและเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
ขอบเขตของงาน
- การออกแบบโครงสร้างทางแอสฟัลต์คอนกรีตตามปริมาณจราจรและสภาพพื้นที่
- การเลือกใช้วัสดุสำหรับชั้นโครงสร้างทางต่างๆ (วัสดุคัดเลือก, รองพื้นทาง, พื้นทาง)
- การก่อสร้างชั้นผิวจราจรและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต
- การทำ PRIME COAT และ TACK COAT
- การบดอัดชั้นวัสดุต่างๆ ให้ได้ความหนาแน่นตามมาตรฐาน
- การตรวจสอบคุณภาพวัสดุและผลงานก่อสร้าง
- การซ่อมสร้างผิวทางเดิม (DEEP PATCH, SKIN PATCH)
- การปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
- การเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
- การตีเส้นจราจรและติดตั้งเครื่องหมายจราจร
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- ถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วเสร็จตามแบบและมาตรฐาน
- โครงสร้างทางที่แข็งแรง ทนทาน และมีอายุการใช้งานยาวนาน
- ผิวจราจรที่เรียบ ได้ระดับ มีความลาดเอียงที่เหมาะสม
- ไหล่ทางที่ได้มาตรฐาน
- งานซ่อมสร้างและปรับปรุงผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย
- การตีเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรที่ชัดเจน
ระยะเวลาดำเนินการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย
- มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ถ้ามี)
- Standards Compliance:
- ปฏิบัติตามมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น มทช.201 ถึง มทช.231 (เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง)
- ปฏิบัติตามมาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
- ปฏิบัติตามมาตรฐานงานไพร์มโคท มทช.225-2545
- ปฏิบัติตามมาตรฐานงานแทคโคท มทช.227-2545
- ปฏิบัติตามแบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทด-3-110(1) - 110(4)
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities:
- มีเครื่องจักรกลที่เหมาะสมสำหรับงานก่อสร้างทางแอสฟัลต์คอนกรีต เช่น รถบดล้อเหล็ก, รถบดล้อยาง, รถเกรด, เครื่องปูแอสฟัลต์ (Asphalt Paver)
- มีความสามารถในการทดสอบคุณสมบัติวัสดุและผลงานก่อสร้างตามมาตรฐาน
- Personnel:
- มีวิศวกรและนายช่างผู้ควบคุมงานที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
เกณฑ์การพิจารณา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- โครงสร้างทาง: ประกอบด้วยชั้นวัสดุต่างๆ ได้แก่ วัสดุคัดเลือก, วัสดุรองพื้นทาง, วัสดุพื้นทาง (หินคลุก) และชั้นผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต รวมถึงไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต
- วัสดุ:
- ผิวจราจรและไหล่ทางแอสฟัลต์คอนกรีต: ใช้ AC. GRADE 60-70 ความหนาตามที่ผู้ออกแบบกำหนด
- พื้นทาง (BASE): CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE, CBR ≥ 80%, บดอัดแน่น ≥ 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- รองพื้นทาง (SUB-BASE): SOIL AGGREGATE, CBR ≥ 25%, บดอัดแน่น ≥ 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- วัสดุคัดเลือก (SELECT MATERIAL): CBR ≥ 8%, บดอัดแน่น ≥ 35% MODIFIED PROCTOR DENSITY
- ดินถมคันทาง: CBR ≥ 41, บดอัดแน่น ≥ 95% STANDARD PROCTOR DENSITY
- ค่าลาดตัดคันทาง (BACK SLOPE) และค่าลาดถมคันทาง (SIDE SLOPE): เป็นไปตามตารางที่กำหนด หรือตามสภาพพื้นที่
- การบดอัด: ต้องได้ความหนาแน่นตามมาตรฐานที่กำหนด (Standard Proctor Density, Modified Proctor Density)
- การซ่อมแซม: การทำ DEEP PATCH, SKIN PATCH, LEVELLING ตามวิธีการที่ระบุ
- การทำ PRIME COAT และ TACK COAT: ใช้ยางแอสฟัลต์ตามชนิดและปริมาณที่กำหนด
เงื่อนไขสัญญา
- การส่งแผนการปฏิบัติงาน: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การประสานงานเพื่อจัดส่งวัสดุ: ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การบดอัด: ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 ซม. บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density (งานดินถมคันทาง) หรือ 95% Modified Proctor Density (งานรองพื้นทาง, พื้นทาง)
- การตรวจสอบ: Control Test ทุกๆ 1,000 เมตร สำหรับวัสดุพื้นทาง, Field Density ทุกๆ 450 ตร.ม.
- การปูแอสฟัลต์คอนกรีต: อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 132°C เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้าง, ไม่น้อยกว่า 121°C เมื่อปูบนพื้นทาง
- การบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีต: ใช้รถบดล้อเหล็กและล้อยางตามลำดับ จนได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการ
- การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว: ความหนาเฉลี่ยไม่น้อยกว่าที่กำหนด, ความแน่นไม่น้อยกว่า 98% ของค่า Marshall Density
- การควบคุมการจราจร: จัดและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้างจนกว่าผิวทางจะเย็นตัวพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q1: วัสดุที่ใช้ทำพื้นทาง (BASE) ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A1: ต้องเป็น CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE มีค่า CBR ไม่น้อยกว่า 80% และบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY - Q2: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะถูกกำหนดอย่างไร?
A2: ความหนาของผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะถูกกำหนดโดยผู้ออกแบบในแบบก่อสร้างแต่ละสายทาง และควรหนาไม่น้อยกว่า 0.04 เมตร - Q3: การซ่อมแซมผิวทางแบบ DEEP PATCH คืออะไร และมีวิธีการก่อสร้างอย่างไร?
A3: DEEP PATCH คือการซ่อมโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) โดยการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย เปลี่ยนวัสดุใหม่ และบดอัดให้แน่นตามมาตรฐาน - Q4: การซ่อมแซมผิวทางแบบ SKIN PATCH เหมาะสำหรับความเสียหายประเภทใด?
A4: SKIN PATCH เหมาะสำหรับผิวทางที่มีรอยแตกร้าวเล็กน้อย เช่น รอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร หรือรอยแตกร้าวจากการกดได้ (SLIPPAGE CRACKS) - Q5: ต้องทำ PRIME COAT หรือ TACK COAT ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีตหรือไม่?
A5: ใช่ ต้องทำ PRIME COAT ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต - Q6: อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตที่เหมาะสมในการปูคือเท่าใด?
A6: อุณหภูมิเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องมีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121°C - Q7: การบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตมีขั้นตอนอย่างไร?
A7: บดอัดครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 เที่ยว ตามด้วยรถบดล้อยาง จากนั้นลบรอยด้วยรถบดล้อเหล็กอีกครั้ง - Q8: ความแน่น (Density) ของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้วต้องเป็นเท่าใด?
A8: ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density - Q9: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
A9: ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา - Q10: มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้อ้างอิงคืออะไร?
A10: มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
เชคทาง
ไหล่ทาง
ราจร RT
ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่
ความกว้างถนน
ไวจราจร
วาล
ไหล่ทาง
PRIME COAT
ระดับดินเดิม
กอสราง
2.5%
2.5%
0.30
SIDE SLOPE
O SIDE SLOPE
0.30
BACK SLOPE VARIES
เลทาง
7 ระดับก่อสร้าง ระดับผิวจราจรเดิม
Z
|
C
2.5%
0.50
-ดินตัด
(MIN.)
I
- นกม
รูปตัดการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิม
งานตัด ได้แก่ (งานตัดดิน, งานตัดหินผุ, งานตัดหินแข็ง และงานตัดอื่น ๆ)
มิวจราจ
ไหล่ทาง
004
-ระดับก่อสร้าง
min
-ASPHALT CONCRETE
2.5%
แบบขยายริมขอบทาง
O SIDE SLOPE
0.00-1.00 L
-ผิวจราจรลาดยางแบบ ASPHALT CONCRETE (ให้ AC. GRADE 60-70 ความหนาขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบกําหนดในแบบก่อสร้าง
-พื้นทาง CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE CBR : 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 35% MODIFIED PROCTOR DENSITY -รองพื้นทางSOIL AGGREGATE CBR : 25% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95%, MODIFIED PROCTOR DENSITY -วัสดุคัดเลือก CBR : 8% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 35% MODIFIED PROCTOR DENSITY
PRIME COAT
ดินถมคันทาง CBR : 41 บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% STANDARD PROCTOR DENSITY -ไหล่ทางลาดยางแบบ ASPHALT CONCRETE (ให้ AC. GRADE 60-70 )
-พื้นทางเดิม ปรับเกลี่ยแต่งและบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% STANDARD PROCTOR DENSITY -ปลูกหญ้าตามพื้นเอียงของลาดคันทาง ตามแบบ เลขที่ 10-2-501 ซึ่งผู้ออกแบบจะระบุชนิดไว้ในแบบแปลน
รูปตัดแสดงโครงสร้างถนนดินตัด ดินถมและคุณสมบัติวัสดุ
ตารางแสดงค่าลาดตัดคันทาง (BACK SLOPE)
และค่าลาดถมคันทาง (SIDE SLOPE)
ความสูงของการตัด หรือ ถม
( เมตร )
ดิน
AA
ดม
ทิป ติด
หินแข็ง
ติด ม
ດນ
0.00 3.00
2:1 2:1 1:1
1.5:1 0.25:1 1:1
รายการประกอบแบบ
สําเนาถูกต้อง
ဖားရားမျာ
นายกฤติ วภักดิ์เพชร นายช่างโยธาชํานาญงาน
- คุณสมบัติวัสดุ นอกเหนือจากที่ระบุในแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานงานทางหลวงท้องถิ่น มทช.201 ถึง มท.231 (เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น)
- จํานวนขั้นบันไดมากน้อยขึ้นอยู่กับความสูงของคันทางเดิม
- ส่วน " ก " ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมการก่อสร้าง “ข” กว้างพอที่เครื่องจักรบดอัดดินสามารถทํางานได้
- ส่วน •
- มิติที่กําหนดเป็น เมตร นอกจากจะระบุเป็นอย่างอื่น
- ความหนาของผิวจราจรลาดยางแบบ ASPHALT CONCRETE ผู้ออกแบบจะเป็นผู้ กําหนดในแบบก่อสร้างแต่ละสายทาง และควรหนาไม่น้อยกว่า 0.04 ม.
ถนนผิวจราจรแบบ ASPHALT CONCRETE
ตารางแนะนําการออกแบบความหนาของชั้นโครงสร้างทางระยะเวลาการออกแบบ 7 ปี)
ดินเดิมหรือดินคันทางเดิม ผิว ASPHALT
CONCRETE
ปริมาณจราจร
วัสดุคัดเลือก วัสดุรองพื้นทาง วัสดุพื้นทาง
( CBR )
(เซนติเมตร)
(คันต่อวัน)
(เมตร)
(เมตร)
(เมตร)
4
<500
0.20
0.20
4
501 1000
0.20
0.20
0.20
4%
5
1001 1500
0.20
0.20
0.20
5
1501 2000
0.20
0.25
0.25
4
501-1000
0.10
0.20
0.20
5
1001 1500
0.10
0.20
0.20
5
1501 2000
0.10
0.25
0.25
4
501 - 1000
0.20
0.20
8%
5
1001 1500
0.20
0.20
5
1501 2000
0.25
0.25
6%
68
33
ตารางแนะนําการออกแบบความหนาของชั้นโครงสร้างทาง(ระยะเวลาการออกแบบ 10 ปี)
( CBR )
ดินเดิมหรือดินคันทางเดิม ผิว ASPHALT
CONCRETE
ปริมาณจราจร
วัสดุคัดเลือก วัสดุรองพื้นทาง วัสดุพื้นทาง
(เสนติเมตร)
(นตอ บ)
(เคร)
(เมตร)
(เลว)
5
1000
0.20
0.25
0.20
6
2000-3001
0.20
0.25
0.25
4%
8
2001 3000
0.20
0.25
0.25
10
3001 - 4000
0.20
0.25
0.25
5
1000
0.10
0.25
0.20
6
2000 3001
0.10
0.25
0.25
6%
8
2001 3000
0.10
0.25
0.25
10
3001 - 4000
0.10
0.25
0.25
5
1000
0.25
0.20
6
2000-3001
0.25
0.25
8%
8
2001
3000
0.25
0.25
10
3001 - 4000
0.25
0.25
อัตราส่วนในตารางเป็นแนวราบ : แนวดิ่ง
ในกรณีที่การถมหรือการตัด สูงกว่า 3.00 เมตร ให้ใช้ตามรูปคัดมาตรฐาน ทางที่ผมสูง หรือ ตัดลึกมาก ตามแบบ 10-2-501
๑ ถ้าไม่ได้กําหนดเป็นอย่างอื่นในแบบรูปตัดตามขวาง
ค่า BACK SLOPE และ SIDE SLOPE ให้ใช้ค่าตามตารางนี้
หมายเหตุ
- กรณีวัสดุคันทางมีค่าCBR : 41 ต้องออกแบบโครงสร้างคันทางเป็นพิเศษ
- วัสดุที่ใช้ทําคันทางจะต้องมีค่า CBR. ไม่น้อยกว่าค่าCBR.ของดินเดิมและไม่น้อยกว่า 4 :
- รับน้ําหนักรถบรรทุก 25 คัน (รถ 10 ล้อ 3 เพลา
- ความหนาของชั้นโครงสร้างทาง ผู้ออกแบบจะต้องเป็นผู้กําหนดในแบบก่อสร้างแต่ละสายทาง
- แบบถนนผิวจราจรแบบ ASPHALT CONCRETE ปรับปรุงจากแบบเลขที่1-2-303/45 แก้ไขครั้งที่ 1 ของกรมทางหลวงชนบท
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ถนนผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต (ASPHALT CONCRETE)
แบบเลขที่ กถ-2-303
แผ่นที่ 23
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Slope
Ө
รูปตัดโครงสร้างทาง 1
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Ө
ไหล่ทาง
จราจร
ผิวจราจร
C
Slope
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม
รูปตัดโครงสร้างทาง 2
ล่าดับที
Slope
Slope
ข้อก้าหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
“1
รายการ
1
ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
"
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
3
TACK COAT
อ้างถึง
"
4
อ้างถึง
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
ข้อกําหนด
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ท่า TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
ใหล่ทาง
SIDE SLOPE
ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
มทช.230-2545
มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
มาตรฐานงานแทคโคท มทช227-2545
#1
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ทด-3-110(1) - 110(4)
รายการประกอบแบบ - ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
- ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่สึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
ให้เรียบร้อยเสียก่อน - ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
- ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
- ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
- ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน - ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หมายเหตุ
แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ( มฐ. บร. 3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
ส่วนมากต้อง
นายกฤติ วิภักดิ์เพชร นายช่างโยธาชํานาญงาน
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
แบบเลขที่ กถ-7-201
แผ่นที่ 94
ระดับดินเดิม
SIDE SLOPE
Ө
ไหล่ทาง
ผิวจราจร
ไหล่ทาง
2.5%
ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา PRIME COAT พื้นไหลทาง
พื้นไหล่ทาง
2.5%
CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE
C.B.R ไม่น้อยกว่า 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า
95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
เกลี่ยปรับแต่งไหล่ทางเดิมแล้วบดทับ
2.5%
SIDE SLOPE
ทําผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
ทํา PRIME COAT พื้นทาง
พื้นทาง CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE C.B.R. ไม่น้อยกว่า 80% บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า
95% MODIFIED PROCTOR DENSITY
ขุดรื้อผิวจราจรเดิม ขนทิ้ง) แล้วบดทับ โครงสร้างทางเดิม
รายการประกอบแบบ - ทําการขุดรื้อผิวจราจรเดิม (ขนทิ้ง) แล้วบดทับตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
- ทําการเกลี่ยปรับไหล่ทางเดิม แล้วบดทับตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท
- ลงหินคลุกพื้นทางและพื้นไหล่ทาง บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY 4. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง
- ทําผิวจราจรและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
- รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 7.ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบอาจจะกําหนดให้ทําการตอนใดก็ได้ตามความ เหมาะสม และอาจให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ ใน ระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน
- ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง
นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง - การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ
- ความหนาของหินคลุกพื้นทางและไหล่ทาง จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- ความหนาของผิวจราจรแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
- งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
รูปตัดโครงสร้างทาง
รายการ
ลําดับที
1
ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
2
ผิวจราจร แอสฟัลต์คอนกรีต
3
PRIME COAT
4
พื้นทาง BASE และพื้นไหล่ทาง
ข้อกําหนดงานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต
อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
"
ข้อกําหนด
31
มทช.230-2545
อ้างถึง มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช.230-2545
37
อ้างถึง มาตรฐานงานไพร์มโคท มทช.225-2545
ต้องเป็นหินโม่รวม (CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BASE) ตาม มท.ช. 203-2545 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25% ค่า PL. ไม่มากกว่า 6% ค่าความสึกหรอไม่มากกว่า 40% การปิดทับต้องบดทับให้มีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIED PROCTOR DENSITY และมีค่า C.B.R. ไม่น้อยกว่า 80% หรือเท่ากับที่แสดงในแบบรูปตัดโครงสร้างทาง
5
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวจราจร
ทล-3-110(1) - 110(4)
หมายเหตุ
แบบงานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตปรับจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่ 5.1
(มฐ. ปร.5.1/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
สําเนาถูกต้อง But นายกฤติ วิภักดิ์เพชร นายช่างโยธาชํานาญงาน
กรมทาง นบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานซ่อมสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีต
แผ่นที่ 98
แบบเลขที่ กถ-7-401 (2)
ข้อกําหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต - ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
- งานดินถมคันทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มท. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Standard Proctar Density - งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชิ้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
95% Modified Proctor Density - งานชั้นพื้นทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Coat มท 225-2545
6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก - งาน Tock Coat มท 227-2545
7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
1.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวชั้นต่อไป - งานแอสฟัลต์คอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทช.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (1) 607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 ต้น ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร
9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก้อนตัวอย่าง
เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98. ของค่า Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
สําเนาถูกต้อง
นายกฤติ วิภักดิ์เพชร นายช่างโยธาชํานาญงาน
กรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
(ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ กถ-7-601
แผ่นที่ 100
ผิวทาง
คันทางเดิม
หินคลุกชั้นพื้นทาง
ลูกรังกรณีที่ชื้นเสียหายลึกเกินชั้นพื้นทาง ขุดรื้อคันทางเดิมถึงชิ้นที่เสียหายแล้วบดทับ
DEEP PATCH
คันทางเดิม
ขุดรื้อผิวทางเดิมที่ชํารุด
PRIME COAT
COLD MIX หรือ HOT MIX
SKIN PATCH
ผิวทาง
COLD MIX หรือ HOT MIX
TACK COAT
LEVELLING
ข้อกําหนดงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม - งานขุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH)
เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่ดันทางเดิมชํารุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ําหนักบรรทุกได้ ต้องทําการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทําการปิดทับให้ได้ รูปร่างและความแน่นตามที่กําหนด
วิธีการก่อสร้าง - ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชํารุดออกจนถึงขั้นโครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ทําการบดทับค้นทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบทของวัสดุคันทางนั้นๆ
- ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ําโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ําที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3%
- เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทําการปิดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ําเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกําหนด การก่อสร้างขึ้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการปิดทับ
5.เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนว ระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
2.งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH)
เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขผิวทางเดิมที่ชํารุดเสียหายเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการ
ปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวจากการกดได้ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นต้น
วิธีการก่อสร้าง - ทําเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา PRIME COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น
- ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
3.งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING)
สําเนาถูกต้อง Bouti
นายกฤติ วิภักดิ์เพชร นายช่างโยธาชานาญงาน
เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทําการฉาบผิวทางสเลอรีซีลหรือเสริมผิวลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต
เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทําการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวขุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแอ่งมีระดับต่ํากว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น วิธีการก่อสร้าง - ท่าเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทําการซ่อมตามที่ผู้ควบคุมงานกําหนด
- ปัดกวาดบริเวณที่จะทําการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม
- ทํา TACK COAT
- ปูวัสดุ ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตชนิดผสมร้อน (HOT MIX) หรือ (COLD MIX) แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ
- บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (MBRATING ROLLER)
หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น - ทําการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กําหนด
กรมทาง อวนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบเลขที่ กถ-7-602
แผ่นที่ 101