ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดประมูลจ้างพัฒนาโครงการสำคัญภายใต้ “กิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแพลตฟอร์มกลางดิจิทัลที่ทันสมัยสำหรับให้บริการข้อมูล ความรู้ เครื่องมือ และการเชื่อมต่อบริการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA แก่ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของ สคส. ในการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตงานหลักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ 1) การพัฒนาแอปพลิเคชัน Smart PDPA (Mobile Application) ที่ต้องรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยต้องมีฟังก์ชันสำคัญ เช่น การยืนยันตัวตนหลายระดับ (OTP, อีเมล, เชื่อมต่อ Digital ID), ระบบสมาชิกและบัตรดิจิทัล (PDPC Digital ID Card), และการเชื่อมต่อกับระบบบริการต่างๆ ของ สคส. เช่น ระบบเรียนออนไลน์ ระบบร้องเรียน ระบบ PDPC Eagle Wing (สำหรับแสดงสถิติ) และระบบปรึกษากฎหมาย 2) การจัดหาซอฟต์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองอัตโนมัติเครื่องผู้ใช้ปลายทาง (Endpoint Detection and Response - EDR/XDR) จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์ ซึ่งต้องมีคุณสมบัติครอบคลุม เช่น การป้องกัน Malware บนหลายแพลตฟอร์ม, Vulnerability & Ransomware Protection, Data Loss Prevention (DLP), Application Control, การทำงานแบบ As a Service ผ่าน Web Console, และความสามารถในการวิเคราะห์และตอบสนองภัยคุกคามแบบ Extended Detection and Response (XDR)
ผู้รับจ้างมีหน้าที่ออกแบบ UI/UX, ทดสอบระบบ, ติดตั้งและทดสอบระบบบน Infrastructure ที่ สคส. จัดหาให้ รวมถึงจัดทำคู่มือการใช้งาน วงเงินงบประมาณสำหรับโครงการนี้คือ 4,025,904 บาท (รวม VAT แล้ว) และกำหนดระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 180 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา
English summary
The Office of the Personal Data Protection Commission (PDPC) is inviting bids for a crucial project under “Activity 1: Development of the Smart PDPA System and Application,” which is part of the larger project to develop information technology infrastructure to support personal data protection. The objective is to create a modern digital central platform to provide information, knowledge, tools, and service connections related to PDPA compliance to the public, government agencies, and the private sector, while also supporting the PDPC’s regulatory and enforcement operations efficiently.
The main scope of work is divided into two major parts: 1) Development of the Smart PDPA Mobile Application compatible with both iOS and Android operating systems. Key required features include multi-level identity verification (OTP, email, connection to external Digital ID like ThaID), a member system with a digital ID card (PDPC Digital ID Card), and integration with various PDPC service systems such as online learning, complaint tracking, the PDPC Eagle Wing system (for statistics), and legal consultation. 2) Procurement of Endpoint Detection and Response (EDR/XDR) software for no less than 10 licenses. The software must have comprehensive features including malware protection across multiple platforms, vulnerability & ransomware protection, Data Loss Prevention (DLP), Application Control, As-a-Service management via a web console, and advanced threat analysis and response capabilities (XDR).
The contractor is also responsible for UI/UX design, system testing, installation and testing on infrastructure provided by the PDPC, and creating a user manual. The project budget is 4,025,904 Baht (inclusive of VAT). The total project duration is 180 days from the contract signing date.
อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (โซนซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อพัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับให้บริการด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
- เพื่อสนับสนุนการให้บริการข้อมูล ความรู้ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนและหน่วยงานสามารถเข้าถึงได้สะดวก
- เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
ภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เสนอราคาที่ผ่านการคัดเลือก:
-
พัฒนาแอปพลิเคชัน Smart PDPA (Mobile Application):
- รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android
- มีโมดูลเว็บบริหารสถิติการใช้บริการและสมาชิก
- มีระบบยืนยันตัวตนผู้ใช้งานแบบหลายรูปแบบ (Multi-Level Identity Verification): ยืนยันด้วยหมายเลขโทรศัพท์ (OTP), อีเมล, และการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Digital ID ภายนอก (เช่น ThaID) รองรับมาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect
- รองรับการสมัครสมาชิก (PDPC Member Mobile Application) และเชื่อมต่อตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลกับระบบ PDPC Eagle Wing
- รองรับบัตรสมาชิกดิจิทัล (PDPC Digital ID Card) ที่แสดงข้อมูล, QR Code, Unique Member ID, ระดับสมาชิก และการหมดอายุ/ต่ออายุอัตโนมัติ
- รองรับการเชื่อมต่อไปยังระบบบริการของ สคส. ได้แก่:
- ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
- ระบบติดตามเรื่องร้องเรียน
- ระบบ PDPC Eagle Wing (สำหรับแสดงสถิติต่างๆ)
- ระบบข่าวสารจากเว็บไซต์ www.pdpc.or.th
- ระบบปรึกษาข้อกฎหมาย
- ออกแบบ UI โดยใช้หลักการ Design Pattern และ Responsive Design
- จัดทำการทดสอบ (Acceptance Tests) ร่วมกับ สคส.
- ติดตั้งและทดสอบระบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือ Cloud ที่ สคส. จัดหาให้
- จัดทำคู่มือการใช้งานระบบ
-
จัดหาซอฟต์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองอัตโนมัติเครื่องผู้ใช้ปลายทาง (Endpoint Detection and Response):
- จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์
- ป้องกัน Malware บนระบบปฏิบัติการหลากหลาย (Windows, MacOS, Linux)
- เป็นระบบ As a Service บริหารจัดการจากส่วนกลางผ่าน Web Console
- มีความสามารถตรวจสอบ Malware แบบ Signature และวิเคราะห์พฤติกรรม (Vulnerability Protection, Behavior Monitoring, Ransomware Protection, Machine Learning)
- มีความสามารถ Data Loss Prevention (DLP) ผ่านช่องทางต่างๆ
- มีความสามารถ Application Control
- ป้องกัน Ransomware และกู้คืนไฟล์ได้
- ป้องกัน Web Threats
- ค้นหาข้อมูลละเอียดอ่อนบน Endpoint
- ควบคุมการใช้งาน USB Storage
- มีระบบ Extended Detection and Response (XDR)
- ทำงานร่วมกับ Sandbox as a Service
- เก็บ Telemetry/Forensic Data ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 30 วัน บนบริการที่ได้มาตรฐาน ISO 27001
- มีทีม Support รองรับบริการหลังการขาย
- ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนในประเทศ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
งวดที่ 1 (ภายใน 60 วัน นับจากวันลงนามสัญญา - จ่าย 10%):
- รายงานฉบับเบื้องต้น (Inception Report)
- แผนการดำเนินโครงการ (Action Plan)
- ซอฟต์แวร์ EDR/XDR จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์ (ตามขอบเขตข้อ 6.2)
- เอกสารออกแบบ UI ที่แสดงหลักการ Design Pattern และ Responsive Design
- จัดส่งเอกสาร 3 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (MS-Office, PDF) และบันทึกลง USB Flash Drive 2 ชุด
งวดที่ 2 (ภายใน 180 วัน นับจากวันลงนามสัญญา - จ่าย 90%):
- รายงานสรุปผลการดำเนินการ (Final Report)
- ผลการจัดทำการทดสอบ (Acceptance Tests) ร่วมกับ สคส.
- ระบบแอปพลิเคชัน Smart PDPA (Mobile Application) ที่พัฒนาตามขอบเขตข้อ 6.1
- คู่มือการใช้งานระบบในรูปแบบเอกสาร 1 ชุด
- จัดส่งเอกสาร 3 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (MS-Office, PDF) และบันทึกลง USB Flash Drive 2 ชุด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด: 180 วัน (หนึ่งร้อยแปดสิบวัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- แบ่งเป็น 2 งวดงาน:
- งวดงานที่ 1: ต้องส่งมอบงานงวดที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- งวดงานที่ 2: ต้องส่งมอบงานงวดที่ 2 (งานทั้งหมด) ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กำหนดยื่นข้อเสนอ: ราคาที่เสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันเสนอราคาสุดท้าย
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
Eligibility Requirements:
- ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนเพียงพอ โดยพิจารณาจากมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (วงเงินโครงการนี้ 4,025,904 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ “เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท” ดังนั้นต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท สำหรับนิติบุคคลที่ยังไม่มีงบการเงิน) หรือมีเงินฝาก/วงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณโครงการ (ประมาณ 1,006,476 บาท) สำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ
- ต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
- ต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม (สำหรับโครงการวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป - โครงการนี้ไม่เข้าข่าย)
- สำหรับงานซอฟต์แวร์ EDR/XDR: ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต หรือสาขาของผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศ (เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ)
Standards Compliance:
- ซอฟต์แวร์ EDR/XDR ต้องมีการเก็บข้อมูลหลักฐาน (Telemetry/Forensic Analysis) บนบริการที่ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 เป็นอย่างน้อย
Experience:
- มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม (โครงการ) ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ (ใช้เป็นเกณฑ์การให้คะแนน โดยมีผลงาน 3 โครงการขึ้นไปได้คะแนนสูงสุด)
Previous Project Cost:
- ไม่ได้ระบุเงื่อนไขขั้นต่ำของมูลค่าโครงการในอดีต
Technical Capabilities:
- มีความสามารถในการพัฒนาระบบและแอปพลิเคชันมือถือ (iOS, Android)
- มีความสามารถในการจัดหาและติดตั้งซอฟต์แวร์ความปลอดภัยระดับ Enterprise (EDR/XDR)
- มีทีม support เพื่อรองรับบริการหลังการขายสำหรับซอฟต์แวร์ EDR/XDR
Personnel:
- ไม่ได้ระบุข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับระดับปริญญา หรือคุณวุฒิของบุคลากร
เกณฑ์การพิจารณา
- ใช้เกณฑ์ ราคาประกอบเกณฑ์อื่น (Score and Cost)
- คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งเป็น:
- ด้านราคา (Price): น้ำหนัก 20% (20 คะแนน)
- ผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ 100 คะแนนในส่วนนี้ (ซึ่งคิดเป็น 20 คะแนนเต็มของน้ำหนัก)
- ผู้เสนอราคาอื่นคำนวณคะแนนตามสูตร: คะแนน = 100 – [((ราคาของผู้เสนอรายอื่น – ราคาต่ำสุด) / ราคาต่ำสุด) x 100]
- ด้านเทคนิค/คุณภาพ (Technical/Quality): น้ำหนัก 80% (80 คะแนน) ประกอบด้วย:
- การจัดทำแผนดำเนินกิจกรรมที่ 1: น้ำหนัก 60% ของส่วนคุณภาพ (คิดเป็น 48 คะแนนจาก 100) โดยประเมินจากความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ความชัดเจน และความครบถ้วนของแผน
- ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ: น้ำหนัก 20% ของส่วนคุณภาพ (คิดเป็น 16 คะแนนจาก 100) โดยประเมินจากจำนวนผลงานที่เกี่ยวข้องภายใน 5 ปี (3 โครงการขึ้นไป = คะแนนสูงสุด)
- ด้านราคา (Price): น้ำหนัก 20% (20 คะแนน)
- ลำดับการพิจารณา: คณะกรรมการจะพิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพก่อน แล้วจึงนำคะแนนมารวมกับคะแนนด้านราคา และคัดเลือกผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา
- จัดลำดับผู้ได้คะแนนสูงสุดไว้ไม่เกิน 3 ราย
ข้อกำหนดทางเทคนิค
แอปพลิเคชัน Smart PDPA:
- แพลตฟอร์ม: Native/Hybrid App รองรับ iOS และ Android
- การยืนยันตัวตน: Multi-Factor (OTP, Email), รองรับการเชื่อมต่อ Digital ID (เช่น ThaID), รองรับมาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect
- ฟังก์ชันหลัก: ระบบสมาชิก, บัตรดิจิทัล (PDPC Digital ID Card) พร้อม QR Code และสถานะ, การเชื่อมต่อ API กับระบบบริการภายในของ PDPC (E-Learning, Complaint System, PDPC Eagle Wing, News, Legal Consultation)
- การออกแบบ: ต้องใช้หลักการ Design Pattern และ Responsive Design
ซอฟต์แวร์ Endpoint Detection and Response (EDR/XDR):
- ไลเซนส์: ไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์
- การป้องกัน: ครอบคลุม OS Windows (7+, Server 2008 R2+), MacOS, Linux (Ubuntu, Red Hat, Centos)
- สถาปัตยกรรม: As a Service (SaaS) บริหารจัดการจาก Cloud ผ่าน Web Console เดียว
- ฟีเจอร์หลัก: Signature & Behavior-based Malware Detection, Vulnerability Protection, Ransomware Protection, Machine Learning, Data Loss Prevention (DLP), Application Control, Web Threat Protection, USB Device Control
- ความสามารถขั้นสูง: Extended Detection and Response (XDR), การทำงานกับ Sandbox, การสร้าง Automated Response Playbooks, การทำ MITRE ATT&CK mapping
- การเก็บข้อมูล: เก็บ Telemetry/Forensic Data ย้อนหลังไม่น้อยกว่า 30 วัน บนระบบที่ได้มาตรฐาน ISO 27001
- การสนับสนุน: ต้องมีทีม Support พร้อมบริการหลังการขาย
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินสัญญา: 4,025,904 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
- การชำระเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
- งวดที่ 1 (10%): จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 ครบถ้วน ภายใน 60 วัน
- งวดที่ 2 (90%): จ่ายเมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 ครบถ้วนและผ่านการตรวจรับงาน ภายใน 180 วัน
- ค่าปรับกรณีส่งมอบล่าช้า: คิดในอัตรา ร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน นับจากวันที่ครบกำหนด
- หลักประกันสัญญา: ผู้ชนะการประมูลต้องวางหลักประกันสัญญา ร้อยละ 5 ของราคาค่าจ้าง
- การรับประกันงาน: ผู้รับจ้างต้องรับประกันแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานที่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของผู้รับจ้างเป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ สคส. รับมอบงาน
- การบำรุงรักษา (สำหรับซอฟต์แวร์ EDR/XDR): รับประกันบำรุงรักษา ซ่อมแซม เปลี่ยนทดแทน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานครบถ้วน พร้อมให้บริการ Preventive Maintenance (PM) จำนวน 3 ครั้ง (ทุก 4 เดือน)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: แอปพลิเคชัน Smart PDPA ต้องเชื่อมต่อกับระบบใดบ้างของ สคส.?
A: ต้องเชื่อมต่อได้อย่างน้อย 5 ระบบหลัก ได้แก่ 1) ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ 2) ระบบติดตามเรื่องร้องเรียน 3) ระบบ PDPC Eagle Wing (สำหรับดึงสถิติ) 4) ระบบข่าวสารจากเว็บไซต์ pdpc.or.th 5) ระบบปรึกษาข้อกฎหมาย -
Q: การยืนยันตัวตนในแอปพลิเคชันมีรูปแบบใดบ้าง?
A: ต้องรองรับ Multi-Level Identity Verification อย่างน้อย 3 รูปแบบ คือ 1) ยืนยันด้วย OTP ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 2) ยืนยันด้วยอีเมล 3) การเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Digital ID ภายนอก เช่น ThaID และต้องรองรับมาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect -
Q: บัตรสมาชิกดิจิทัล (PDPC Digital ID Card) ในแอปต้องมีคุณสมบัติอะไร?
A: ต้องแสดงข้อมูลสมาชิกในรูปแบบดิจิทัล, มี QR Code สำหรับตรวจสอบสถานะ, มีรหัสสมาชิกเฉพาะ (Unique Member ID), แสดงระดับสมาชิก (เช่น ผ่านอบรม/ขึ้นทะเบียนแล้ว) และรองรับการหมดอายุ/ต่ออายุอัตโนมัติ -
Q: ซอฟต์แวร์ EDR/XDR ที่จัดหาต้องมีไลเซนส์ขั้นต่ำกี่ลิขสิทธิ์?
A: ต้องจัดหาไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์ (10 licenses) -
Q: ซอฟต์แวร์ EDR ต้องสามารถป้องกันระบบปฏิบัติการใดได้บ้าง?
A: ต้องป้องกันได้บนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย ได้แก่ Windows 8.1, 10, Windows Server 2008 R2, 2012, 2016, 2019, 2022, MacOS, และ Linux (Ubuntu, Red Hat, Centos) -
Q: ซอฟต์แวร์ EDR ต้องมีฟังก์ชัน Data Loss Prevention (DLP) อย่างไร?
A: ต้องป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ เช่น FTP, HTTP, Web Mail, Printer, Windows Clipboard, และ Removable Storage (USB) โดยใช้เงื่อนไขเช่น File Attributes, Keywords, Regular Expressions -
Q: การเก็บข้อมูล Telemetry/Forensic ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดใด?
A: ต้องสามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 30 วัน และการเก็บข้อมูลนี้ต้องอยู่บนบริการที่ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 เป็นอย่างน้อย -
Q: ผู้เสนอราคาสำหรับซอฟต์แวร์ EDR ต้องมีคุณสมบัติพิเศษใด?
A: ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายจากบริษัทผู้ผลิต หรือสาขาผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบหรือสินค้าเก่า -
Q: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการบำรุงรักษาหลังการขายสำหรับซอฟต์แวร์ EDR หรือไม่?
A: ต้องมีทีม support รองรับบริการหลังการขาย และในช่วงรับประกัน 1 ปี ต้องให้บริการ Preventive Maintenance (PM) จำนวน 3 ครั้ง (ทุก 4 เดือน) -
Q: งานทั้งหมดจะติดตั้งและทดสอบบน Infrastructure ของใคร?
A: ผู้รับจ้างมีหน้าที่ติดตั้งและทดสอบระบบแอปพลิเคชันบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหรือ Cloud ที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เป็นผู้ดำเนินการจัดหาให้
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR)
กิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลผ่านระบบ ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการให้บริการประชาชนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง หน่วยงาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในการประมวลผลข้อมูลส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการ ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงมีความจำเป็นที่สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เพื่อรองรับภารกิจในการกำกับดูแล ให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ และสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA จึงมีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางบริการ ดิจิทัลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและหน่วยงานในการเข้าถึงข้อมูล ความรู้ เครื่องมือ และบริการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินงาน ของสำนักงานให้สามารถบริหารจัดการข้อมูล เพื่อการกำกับดูแลได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และโปร่งใส
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การให้บริการและการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม ดิจิทัล และรองรับการขยายตัวของการใช้ข้อมูลในอนาคตอย่างยั่งยืน - วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อพัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับให้บริการด้านการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
2.2 เพื่อสนับสนุนการให้บริการข้อมูล ความรู้ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดิจิทัลที่ประชาชนและหน่วยงานสามารถเข้าถึงได้สะดวก
2.3 เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การ กำกับดูแล และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ - คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย
3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑
- ๒ -
3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7 เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างตามงานจ้างดังกล่าว
3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้รับจ้างรายการอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานฯ ณ วันประกาศ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาลของผู้รับจ้างได้ มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมี การกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้อง มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
3.12.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
3.12.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย/กฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุน จดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ (1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๒ - ๓ -
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(8) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
3.12.3 สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาถือสัญชาติไทย/บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก จะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
3.12.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจการค้า ค้ำประกัน ตาม ประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศ ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
(2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้น แจ้งเวียน ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน
3.12.5 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 (2) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๓ - ๔ -
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่ กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรอง เอกสาร พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
3.12.6 กรณีตามข้อ 3.12.1 - ข้อ 3.12.5 ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(4) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อ จัดจ้างฯ
(5) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(6) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง 3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
- เงื่อนไขการเสนอราคาและการจัดทำข้อเสนอทางเทคนิค
4.1 ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้แล้ว 4.2 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนดังกล่าว 4.3 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอ โดยกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันยืนราคาสุดท้าย 4.4 ห้ามผู้ยื่นข้อเสนอถอนการเสนอราคา
4.5 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นเอกสาร โดยแยกเป็น 3 ซอง ดังนี้
4.5.1 คุณสมบัติผู้เสนอราคา จำนวน 1 ชุด
4.5.2 ข้อเสนอทางด้านราคา จำนวน 1 ชุด
4.5.3 คุณสมบัติผู้เสนอทางด้านเทคนิค จำนวน 1 ชุด
4.6 หน่วยงาน ขอสงวนสิทธิ์ที่จะลงนามในสัญญาต่อเมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วเท่านั้น 4.7 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทำขอบเขตการดำเนินงานเป็นตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๔
- ๕ -
ขอบเขตของงาน (อ้างถึง ข้อ)
ขอบเขตการดำเนินงาน ที่ยื่นเสนอ
เปรียบเทียบขอบเขต การดำเนินงาน
หมายเหตุ
คำอธิบาย
ให้คัดลอกขอบเขต หรือ สรุปใจความสำคัญที่
หน่วยงานกำหนด หรือ
เพิ่มเติม ในส่วนที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอสามารถจัดหาได้
คำอธิบาย
ให้ระบุขอบเขตการ ดำเนินงานที่ผู้ยื่น
ข้อเสนอ
คำอธิบาย
ให้เปรียบเทียบ การดำเนินงานโดย
อ้างอิงขอบเขตของ งานที่กำหนด
คำอธิบาย
ให้ระบุเอกสาร อ้างอิงของขอบเขต ของงานที่เสนอ
……..
……..
……..
……..
4.8 การเสนอราคาครั้งนี้ หน่วยงานจะพิจารณาคัดเลือกทำสัญญากับผู้ยื่นข้อเสนอรายเดียวเท่านั้น (ไม่แยกคัดเลือกทำสัญญาบางรายการกับผู้ยื่นข้อเสนอรายหนึ่ง และบางรายการกับผู้ยื่นข้อเสนออีกรายหนึ่ง)
5. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานมาพร้อมกับการเสนอราคา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 5.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทจำกัดมหาชน ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(2) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ ได้แก่ สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
5.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือ มอบอำนาจ ซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น
(2) หนังสือแสดงฐานะทางการเงิน และแนวนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตใน การจัดซื้อจัดจ้าง (ถ้ามี)
(3) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญาพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง
(4) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ที่มีรายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ 6
(5) ต้องจัดทำเอกสารยื่นข้อเสนอให้จัดทำเป็นภาษาไทย ยกเว้นศัพท์วิชาการหรือ ศัพท์เทคนิคให้ใช้ภาษาอังกฤษได้
(6) ตารางเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอและขอบเขตของงานเพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถ ดำเนินการได้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๕
- ๖ -
- ขอบเขตภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้เสนอราคาที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วย 6.1 พัฒนาแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Mobile Application) ประกอบด้วย
6.1.1 รองรับระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android
6.1.2 มีโมดูลสำหรับเว็บบริหารสถิติการใช้บริการโปรแกรมและสมาชิก
6.1.3 มีการยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน โดยมีคุณลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้
6.1.3.1 รองรับการยืนยันตัวตนได้หลายรูปแบบ (Multi-Level Identity Verification) 6.1.3.1.1 ยืนยันด้วยหมายเลขโทรศัพท์ (OTP)
6.1.3.1.2 ยืนยันด้วยอีเมล (Email Verification)
6.2.1.4 การเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Digital ID ภายนอก เช่น ThaID เป็นต้น
6.2.1.5 รองรับมาตรฐาน OAuth 2.0 / OpenID Connect
6.1.4 รองรับการสมัครสมาชิก (PDPC Member Mobile Application) มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 6.1.4.1 เชื่อมต่อกับโมดูลการยืนยันตัวตน
6.1.4.2 สามารถเชื่อมต่อกับการตรวจสอบสถานะการขึ้นทะเบียนเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วน กับระบบ PDPC Eagle Wing ได้
6.1.5 รองรับบัตรสมาชิกดิจิทัล (PDPC Digital ID Card) มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังต่อไปนี้ 6.1.5.1 แสดงข้อมูลสมาชิกในรูปแบบบัตรดิจิทัลภายใน Mobile Application
6.1.5.2 มี QR Code สำหรับตรวจสอบสถานะ
6.1.5.3 มี Unique Member ID ระบุสมาชิกที่เป็นเอกลักษณ์
6.1.5.4 รองรับการแสดงระดับสมาชิก (เช่น ผ่านการอบรม / ขึ้นทะเบียนแล้ว / อยู่ระหว่างตรวจสอบ) 6.1.5.5 รองรับการหมดอายุและการต่ออายุอัตโนมัติ
6.1.6 รองรับการเชื่อมต่อไปยังระบบบริการของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ อย่างน้อยดังต่อไปนี้
6.1.6.1 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้
6.1.6.2 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ ติดตามเรื่องร้องเรียนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้
6.1.6.3 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบ PDPC Eagle Wing ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถเชื่อมต่อแสดงสถิติตามหัวข้อ ดังนี้
- สถิติเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- สถิติตรวจพบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
- สถิติการรับแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๖ - ๗ -
6.1.6.4 รองรับการเชื่อมต่อกับระบบข่าวสารจากเว็บไซต์ www.pdpc.or.th สำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้
6.1.6.5 รองรับการเชื่อมต่อระบบปรึกษาข้อกฎหมาย
6.1.7 การกำหนดฟังก์ชัน, การออกแบบ UI เพื่อแสดงให้เห็นว่านําหลักการออกแบบ Design Pattern เพื่อลด ความซับซ้อนของระบบและหลักการออกแบบ Responsive Design ตามแนวทางการออกแบบเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันให้สามารถตอบสนองได้กับอุปกรณ์และขนาดหน้าจอที่หลากหลาย
6.1.8 จัดทำการทดสอบ (Acceptance Tests) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนกว่าจะได้ผลถูกต้องเหมาะสมประกอบการทดสอบ และรายงานผลการทดสอบให้กับสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
6.1.9 ติดตั้งและทดสอบระบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย หรือ Cloud ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการจัดหาให้
6.1.10 จัดทำคู่มือการใช้งานระบบในรูปแบบเอกสาร จำนวน 1 ชุด
6.2 ซอฟท์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองอัตโนมัติเครื่องผู้ใช้ปลายทาง (Endpoint Detection and Response) จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์ ต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
6.2.1 ป้องกัน Malware บนระบบปฏิบัติการได้ดังต่อไปนี้ Windows 8.1, Windows 10, Windows Server 2008 R2, Windows Server 2012, 2012 R2 Windows Server 2016, Windows Server 2019, Windows server 2022, MacOS และ Linux Ubuntu, Red Hat, Centos ได้
6.2.2 เป็นระบบ As a service เพื่อบริหารจัดการ โปรแกรมป้องกันไวรัสจากส่วนกลาง ผ่านทาง web console เดียวได้ทั้ง Endpoint, Workload และ XDR เป็นอย่างน้อย
6.2.3 ตรวจสอบ Malware แบบอ้างอิงจากฐานข้อมูล (Signature) และแบบวิเคราะห์พฤติกรรมอย่างน้อย ดังนี้
6.2.3.1 Vulnerability Protection
6.2.3.2 Behavior Monitoring และ Ransomware Protection
6.2.3.3 Machine Learning และ Runtime Machine Learning
6.2.4 ป้องกันช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้ง patches บนระบบปฏิบัติการ เหล่านั้นจริงได้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการ patches โดยที่ยังไม่ได้ทำการทดสอบกับการใช้ งานจริงได้ และเลือกนโยบายแบบ Recommended และ Aggressive ได้
6.2.5 ป้องกันข้อมูลสำคัญของมหาวิทยาลัยไม่ให้รั่วไหลออกไปภายนอก (Data loss prevention) ผ่านทาง FTP, HTTP, Web Mail, Printer, Windows Clipboard, และ Removable Storage ได้ โ ดยใช้ เงื่อนไขอย่างน้อยดังนี้ File Attributes, Keywords และ Regular Expressions
6.2.6 ป้องกันโปรแกรมประยุกต์ที่ไม่ได้รับอนุญาต (Lockdown, Block และ Allow) และไม่ต้องการให้ติดตั้ง บนเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่ายได้ (Application Control) และกำหนด Rule โดยใช้เงื่อนไขต่าง ๆ ได้ 6.2.7 ป้องกัน ransomware ด้วยพฤติกรรม และกู้คืนไฟล์เอกสารที่ถูกโจมตีด้วย ransomware ได้
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๗ - ๘ -
6.2.8 ป้องกันอันตรายที่มาจากทางเว็บไซต์ต่างๆ (Web Threats) ได้โดยใช้ Web Reputation ได้เป็นอย่าง น้อย
6.2.9 ทำ Data loss prevention โดยต้องทำได้อย่างน้อยดังนี้
6.2.9.1 ตรวจสอบเนื้อหาในไฟล์ฟอร์แมตต่างๆ ในแบบ true file type เช่น Plain Text, Microsoft Office Documents (DOC, PPT, XLS), PDF ได้
6.2.9.2 แสดงรายละเอียดของผู้ละเมิด policy ได้อย่างน้อยเช่น Severity, Rule, Endpoint, Endpoint IP, Chanel, Email subject, URLs, Action, File class แ ล ะ User justification reason
6.2.10 ทำการค้นหาข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของมหาวิทยาลัยว่าอยู่ที่ตำแหน่งใดบนเครื่องลูกข่าย (Endpoint) โดยใช้เงื่อนไข ได้ดังนี้
6.2.10.1 File Attributes
6.2.10.2 Keywords
6.2.10.3 Regular Expressions
6.2.11 กำหนดสิทธิ์การใช้งาน เช่น Full Access, Read, Read and Execute, Modify, List Content ให้กับ อุปกรณ์ USB Storage devices ได้และสามารถอนุญาติให้ใช้งาน USB Storage ได้เป็นรายยี่ห้อ (Vendor ID) และ Serial Number ที่มีการลงทะเบียนในระบบเท่านั้น
6.2.12 กำหนดระดับการใช้งาน CPU ของเครื่องลูกข่ายระหว่างการ scan ได้
6.2.13 ข้ามการทำงานของ Scheduled Scan ได้โดยอัตโนมัติ หากว่าเครื่องลูกข่ายที่ใช้เป็นโน้ตบุ๊คที่มีระดับไฟ ในแบตเตอรี่ต่ำกว่าที่กำหนด
6.2.14 หยุดการทำงานของ Scheduled Scan ได้โดยอัตโนมัติเมื่อใช้เวลาในการทำ Scan นานเกินกว่าที่ กำหนด
6.2.15 ป้องกันไวรัสบนเครื่องลูกข่ายโดยป้องการการหยุดการทำงาน และถอดถอนการติดตั้ง โดยใช้รหัสผ่าน ได้
6.2.16 ป้องกันโปรแกรมประยุกต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ต้องการให้ติดตั้งไปยังเครื่องลูกข่ายได้ และกำหนด Rule โดยใช้เงื่อนไขได้ดังนี้
6.2.16.1 Application Reputation
6.2.16.2 File Path
6.2.16.3 Hash Values (SHA-1)
6.2.16.4 Certificate
6.2.16.5 Gray Software List
6.2.17 กำหนดนโยบายการอัพเดตให้เครื่องลูกข่ายที่กำหนดทำหน้าที่แจกจ่าย pattern ให้แก่เครื่องอื่นๆ ใน มหาวิทยาลัย แทนที่เครื่องแม่ข่ายหลักได้ (Update Agent)
6.2.18 ต้องวิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามการตรวจจับแบบข้ามขั้น Extended detection and response (XDR) ได้
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๘ - ๙ -
6.2.19 ต้องทำ response ทั้งแบบ Manual และ Automation (Security Playbooks) ในกรณีที่พบปัญหา โดยต้องทำได้อย่างน้อยดังนี้ Add Block List, Collect File, Isolate Endpoint และ Remote shell session
6.2.20 กำหนดสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบในระดับที่แตกต่างกันด้วยสิทธิ์ที่ต่างกันได้ (User Role) 6.2.21 ออกรายงานการทำงานในรูปแบบ PDF, DOCX, และ XLSX ได้
6.2.22 ทำ MITRE ATT&CK mapping เพื่อช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นบน Environment ได้อย่างรวดเร็ว พร้อม Hyperlinks ในการเชื่อมต่อไปยัง MITRE ATT&CK framework
6.2.23 ทำ Response หรือ Action หากเกิดภัยคุกคามเช่น Add to block list, Remove from Block list, Terminate, Collect file, Restore Message, Quarantine message, Delete message, Isolate endpoint, Restore connection และ Start remote shell session เป็นต้น
6.2.24 ทำ Execution Profile เพื่อวิเคราะห์ปัญหาต้นตอของภัยคุกคามที่เกิดขึ้น
6.2.25 มีระบบ Extended detection and response (XDR) รับ Activity ได้จากหลาย Product security รวมถึง Email, workload, network, cloud เป็นต้น
6.2.26 เป็นแพลตฟอร์มเป็นลักษณะของ Software-as-a-Service ที่ hosted และ managed ผ่าน cloud 6.2.27 เก็บบันทึกรายละเอียดกิจกรรม Activity ของเครื่อง Endpoint, Server, Network ได้แก่ DomainName, EndpointID, EndpointName, IPv4, IPv6, URL, Port, FileSHA1, FileFullPath, ProcessFullPath, CLICommand, RegistryKey, RegistryValue และ UserAccount
6.2.28 แบ่งปัน Suspicious Object ให้กับ Product อื่นๆ เพื่อเพิ่มการป้องกันภัยคุกคาม 6.2.29 สร้าง workbench ที่เมื่อมีการทริกเกอร์กับรูปแบบของการโจมตีโดยแสดงความเชื่อโยงทั้งหมดของ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
6.2.30 ทำงานร่วมกับระบบตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามชั้นสูง (Sandbox as a Service) 6.2.31 ทำการเก็บข้อมูลหลักฐานต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (Telemetry หรือ Forensic Analysis) เพื่อ ตรวจสอบเหตุการณ์การทำงานของมัลแวร์ (malware) ย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยมีการเก็บ ข้อมูลไว้บนบริการที่ได้รับมาตรฐาน ISO 27001 เป็นอย่างน้อย
6.2.32 เพื่อป้องกันสินค้าลอกเลียนแบบ หรือสินค้าเก่านำมาใช้งานใหม่ ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งเป็น ตัวแทนจำหน่าย จากบริษัทผู้ผลิต หรือสาขาของผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
6.2.33 ต้องมีทีม support เพื่อรองรับบริการหลังการขาย
- เกณฑ์การพิจารณาข้อเสนอ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอ ด้านราคาตาม รายละเอียด ดังนี้
7.1 เกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยคัดเลือกผู้ยื่นเสนอ ราคาที่ ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ และพิจารณาเลือกรายที่ได้คะแนนรวมสูงสุด และจัดลำดับไว้ไม่เกิน 3 ราย ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
- ราคาที่เสนอ ร้อยละ 20 คะแนนเต็ม 100 คะแนน
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๙
- ๑๐ -
-
ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ 80 คะแนนเต็ม 100 คะแนน
7.2 เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพ
กำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอร้อยละ 100 และในกรณีที่มีผู้ยื่นข้อเสนอได้คะแนนเท่ากันหลายราย คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาผู้ที่ได้คะแนน คุณสมบัติและคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อโครงการและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากที่สุด
7.3 เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้ยื่นข้อเสนอในข้อเสนอด้าน คุณสมบัติ ตามข้อ 3 ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตามขอบเขตของงาน ตามข้อ 6 โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
ตัวแปรที่ใช้ในการพิจารณา
7.4 ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อ โครงการและสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
เกณฑ์ด้านคุณภาพกำหนดสัดส่วนของน้ำหนักการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณา คัดเลือกข้อเสนอ ร้อยละ 100 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ -
ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ๆ ร้อยละ 80
จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ น้ำหนักร้อยละ 60 โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(1) จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1พัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ที่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และ เป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้ ได้อย่าง โดดเด่น ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่น มา โดยการจัดทำแผนการ ดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ให้สอดคล้อง ตามว ัตถุประสงค์ขอ ง กิจกรรมฯ และชัดเจน จัดทำเป็นรูปแบบ PDF File
ผู้ประเมินจะพิจารณา จากเอกสารท ี ่ผู้ยื่น ข้อเสนอยื่นมา โดย เปรียบเทียบจากเอกสาร ที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้เสนอมา และการให้คะแนน คิด จากผู้ที่นำเสนองานได้ดี ที่สุดเรียงลำดับลงมา
(2) จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1พัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ที่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และ เป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้ ชัดเจน ครบถ้วนทุกประเด็น แต่ไม่โดดเด่น
80
(3) จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1พัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ที่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และ เป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้ แต่ไม่ ครบถ้วนบางประเด็น
60(4) จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1พัฒนา ระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ที่ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และ
40
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑๐
-
๑๑ -
เป็นไปตามขอบเขตงานที่กำหนดไว้ แต่ไม่ ครบถ้วนหลายประเด็น(5) ไม่มีจัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ที่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ และเป็นไปตามขอบเขตงานที่ กำหนดไว้
0
- ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ร้อยละ 20
พิจารณาจากผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรม ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันที่ ยื่นข้อเสนอ ซึ่งพิจารณาจากหนังสือรับรองผลงานหรือเอกสารสัญญา โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
เกณฑ์การพิจารณาที่ให้คะแนน
คะแนน
วิธีการประเมิน
วิธีการให้คะแนน
(1) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ตั้งแต่3 โครงการขึ้นไป
100
เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่น มา ผลงานที่เกี่ยวข้องกับ โครงการในระยะเวลา ไม่เกิน 5 ปีที่ผ่านมา
ผู้ประเมินจะพิจารณาจาก เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่น มา โดยเปรียบเทียบจาก เอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ เสนอมา และการให้คะแนน คิดจากผู้ที่นำเสนองานได้ดี ที่สุดเรียงลำดับลงมา
(2) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 3 โครงการ
80
(3) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนิน กิจกรรม 2 กิจกรรม
60
(4) มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ กิจกรรม 1 โครงการ
40
(5) ไม่มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
0
7.5 เกณฑ์ราคาที่ยื่นเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนัก ร้อยละ 20
เกณฑ์การพิจารณาการที่ให้คะแนนด้านราคา
คะแนน
1) ผู้เสนอราคาต่ำสุด
100
2) ผู้เสนอราคารายอื่นลำดับรองลงมาจะได้คะแนนตามสัดส่วนจะคิดจากสูตรการคำนวณ ดังนี้ คะแนน 100 – ราคาของผู้เสนอรายอื่น – ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด ราคาของผู้เสนอราคาต่ำสุด X 100
- ในกรณีที่ไม่สามารถคัดเลือกผู้ดำเนินการที่มีคุณสมบัติและราคาที่เหมาะสมได้ สำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการจ้างในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้นไม่ได้
- คณะกรรมการ จะพิจารณาคัดเลือกเกณฑ์ด้านคุณภาพ แล้วจึงมารวมกับคะแนนด้านราคา และจะคัดเลือกผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดเป็นผู้ชนะการเสนอราคาในครั้งนี้
- ในกรณีที่มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ ที่จะพิจารณาเห็นว่าเหมาะสม และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ต่ำสุด แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ในวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑๑ - ๑๒ -
- ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับคัดเลือกไม่ยอมเข้าทำสัญญากับสำนักงานฯ ภายในเวลาที่กำหนด คณะกรรมการดำเนินการจ้างจะพิจารณาเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้คะแนนคุณสมบัติ และคุณภาพที่เป็นประโยชน์ต่อ โครงการและสำนักงานฯ มากที่สุดลำดับถัดไปแทน
- การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการฯ ถือเป็นการสิ้นสุด
- ระยะเวลาในการดำเนินการและการส่งมอบงาน
ผู้เสนอราคาที่ผ่านการคัดเลือก ต้องส่งมอบงานให้เป็นไปตามขอบเขตภารกิจหน้าที่และความรับผิดชอบ ให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน (หนึ่งร้อยแปดสิบวัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งออกเป็น 2 งวดงาน 8.1 งวดงานที่ 1 ร้อยละ 10 ของมูลค่าสัญญา ภายใน 60 วัน (หกสิบวัน) นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 8.2 งวดงานที่ 2 ร้อยละ 90 ของมูลค่าสัญญา ภายใน 180 วัน (หนึ่งร้อยแปดสิบวัน) นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา - วงเงินในการจัดหา การดำเนินกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล งบประมาณรวม 4,025,904 บาท (สี่ล้านสองหมื่นห้าพันเก้าร้อยสี่บาทถ้วน) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- การส่งมอบงานและการชำระเงิน
ผู้เสนอราคาที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องดำเนินงานตามขอบเขตงานและเมื่อคณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง ได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งการชำระ 2 งวด รายละเอียดประกอบด้วย
การดำเนินการกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
งวด
งานที่ส่งมอบ
ระยะเวลา
จ่ายค่าจ้าง
(ร้อยละ)
1
▪ รายงานฉบับเบื้องต้น (Inception Report) งวดงานที่ 1 ขอบเขตดำเนินงานในโครงการ
- แผนการดำเนินของโครงการ ฯ ตามข้อกำหนด (Action Plan) ส่งมอบซอฟต์แวร์และครุภัณฑ์
- ซอฟท์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองอัตโนมัติเครื่องผู้ใช้ ปลายทาง (Endpoint Detection and Response) จำนวนไม่ น้อยกว่า 10 ลิขสิทธิ์(ตามขอบเขตของงานข้อ 6.2)
- ออกแบบ UI เพื่อแสดงให้เห็นว่านําหลักการออกแบบ Design Pattern เพื่อลดความซับซ้อนของระบบและหลักการออกแบบ Responsive Design
จัดส่งเอกสารจำนวน 3ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแก้ไขได้ (MS-Office) และแบบแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive จำนวน 2 ชุด
ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันที่ ลงนามใน
สัญญา
ร้อยละ 10
ของวงเงินตาม สัญญาจ้าง
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑๒
- ๑๓ -
งวด
งานที่ส่งมอบ
ระยะเวลา
จ่ายค่าจ้าง
(ร้อยละ)
2
▪ รายงานสรุปผลการดำเนินการ (Final Report) งวดงานที่ 2 - จัดทำการทดสอบ (Acceptance Tests) ร่วมกับสำนักงาน คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนกว่าจะได้ผล ถูกต้องเหมาะสมประกอบการทดสอบ - ส่งมอบระบบแอปพลิเคชัน Smart PDPA (Mobile Application) (ตามขอบเขตงานข้อ 6.1)
- จัดทำคู่มือการใช้งานระบบในรูปแบบเอกสาร จำนวน 1 ชุด จัดส่งเอกสารจำนวน 3 ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแก้ไข ได้ (MS-Office) และแบบแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive จำนวน 2 ชุด
ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ ลงนามใน
สัญญา
ร้อยละ 90
ของวงเงินตาม สัญญาจ้าง
- ค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก สัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจํานวนร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้างตามสัญญา นับถัดจาก วันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้จนถึงวันที่ ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางาน ล่าช้าเฉพาะ ส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย - ความรับผิดชอบในความชํารุดบกพร่องของงานจ้าง
12.1 เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ ในกรณีที่มี การบอกเลิกสัญญา หากมีเหตุชํารุดบกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ ภายในกําหนด 1 ปี นับถัดจาก วันที่ได้รับมอบงานดังกล่าว ซึ่งความชํารุดบกพร่องหรือเสียหายนั้นเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้างอันเกิดจาก การใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง หรือทําไว้ไม่เรียบร้อย หรือทําไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ผู้รับจ้างจะต้องรีบทํา การแก้ไข ให้เป็นที่เรียบร้อยโดยไม่ชักช้า โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องออกเงินใดๆ ในการนี้ทั้งสิ้น หากผู้รับจ้างไม่กระทําการ ดังกล่าวภายในกําหนด 10 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้างหรือไม่ทําการ แก้ไขให้ ถูกต้อง
เรียบร้อยภายในเวลาที่ผู้ว่าจ้างกําหนดให้ผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ที่จะทําการนั้นเอง หรือจ้างผู้อื่นให้ทํางานนั้นโดยผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
12.2 ผู้รับจ้างต้องรับประกันการบำรุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไข หรือเปลี่ยนทดแทนระบบฯ และครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ที่เสนอทุกรายการ อันเนื่องมาจากความบกพร่อง หรือการทำงานที่ผิดพลาดของระบบฯ และครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้ตรวจรับงานครบถ้วนตามสัญญา และใน ระยะเวลารับประกันต้องดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่เข้าดูแลตรวจสอบและบำรุงรักษา (Preventive Maintenance : PM) ของระบบฯ และครุภัณฑ์ที่ติดตั้งทุกรายการ กำหนดเวลาทุก 4 เดือน จำนวน 3 ครั้ง ซึ่งก่อนเข้าทำการบำรุงรักษา (PM) ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือแจ้งสำนักงานฯ อย่างน้อย 10 วันทำการ ก่อนเข้าดำเนินการดังกล่าว
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑๓
- ๑๔ -
(2) หากระบบฯ และครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ชำรุดบกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ ในช่วงเวลารับประกัน และบำรุงรักษาดังกล่าว โดยความชำรุดบกพร่องมิได้เกิดจากความผิดของสำนักงานฯ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพดีได้ดังเดิม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสำนักงานฯ
- ข้อตกลงห้ามเปิดเผยข้อมูล
ข้อมูล เอกสาร หรือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับดําเนินการกิจกรรมที่ 1 พัฒนาระบบและแอปพลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดที่ผู้รับจ้างดําเนินการและจัดหามาให้ตามสัญญาถือเป็นความลับและเป็นสมบัติของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างจะไม่ เปิดเผยข้อมูลและผลการดําเนินการให้แก่ผู้ใด ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ รับจ้างละเมิดโดยการนําไปเผยแพร่และเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้างมีสิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายและ ดําเนินการตามกฎหมาย ตามแต่กรณี - การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในโครงการนี้จะปฏิบัติตามหลักการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้ 14.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency)
14.2 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตและวัตถุประสงค์ ที่สํานักงานฯ กำหนด และไม่นําไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ของ การเก็บ รวบรวม ใช้เปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation)
14.3 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และ เท่าที่จําเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Minimization) 14.4 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและดําเนินการ ให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันในกรณีที่จําเป็น (Accuracy)
14.5 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลา เท่าที่จำเป็น (Storage Limitation)
14.6 ผู้รับจ้างต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality)
14.7 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการกําหนดหน้าที่ กำหนดความรับผิดชอบ ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคล (Accountability) - หน่วยงานผู้รับผิดชอบ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (โซนซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) หน้า ๑๔ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างดำเนินกิจกรรมที่ ๑ พัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามประกาศ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ลงวันที่ มีนาคม ๒๕๖๙
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความ ประสงค์จะ ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมที่ ๑ พัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น Smart PDPA ภายใต้ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น จำนวน ๑ งาน
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ สำเนาทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรอง สำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)
(๖) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่
๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานหรือสำเนาสัญญาพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูก ต้อง
(๒) ข้อเสนอทางด้านเทคนิค ที่มีรายละเอียดตามขอบเขตของงาน ข้อ ๖ (๓) ต้องจัดทำเอกสารยื่นข้อเสนอให้จัดทำเป็นภาษาไทย ยกเว้นศัพท์วิชาการ หรือศัพท์เทคนิคให้ใช้ภาษาอังกฤษได้
(๔) ตารางเปรียบเทียบระหว่างข้อเสนอและขอบเขตของงานเพื่อแสดงให้เห็น ว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน
(๕) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ
งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา
ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
๕.๒.๑ จ้างพัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่นฯ
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ ประกอบด้วย
(๒.๑) จัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมที ่ ๑ พัฒนาระบบและแอป พลิเคชัน Smart PDPA ภายใต้ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื ้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื ่อสนับสนุนการ คุ ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๖๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้ยื่นข้อเสนอใน
ข้อเสนอด้านคุณสมบัติ ตามข้อ ๓ ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตามขอบเขตของ งาน ตามข้อ ๖
(๒.๒) ผลงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อย ละ ๒๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ เกณฑ์การพิจารณาด้านคุณภาพจะพิจารณาเอกสารหลักฐานของผู้ยื่น ข้อเสนอในข้อเสนอด้านคุณสมบัติ ตามข้อ ๓ ก่อน หากถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงจะพิจารณารายละเอียดตาม ขอบเขตของงาน ตามข้อ ๖
โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐
๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วันทำการ โดยสั่งจ่ายใน นาม “เงินนอกงบประมาณสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งมอบรายงาน ฉบับเบื้องต้น (Inception Report) งวดงานที่ ๑ ดังนี้
๑. แผนการดำเนินโครงการฯ ตามข้อกำหนด (Action Plan) ๒. ซอฟท์แวร์ป้องกัน ตรวจจับ และตอบสนองอัตโนมัติเครื่องผู้ใช้ปลายทาง (Endpoint Detection and Response) จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐ ลิขสิทธิ์ (ตามขอบเขตของงานข้อ ๖.๒) ๓. ออกแบบ UI เพื่อแสดงให้เห็นว่านําหลักการออกแบบ Design Pattern เพื่อ ลดความซับซ้อนของระบบและหลักการออกแบบ Responsive Design
จัดส่งเอกสารจำนวน ๓ ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแก้ไขได้ (MS Office) และแบบแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive จำนวน ๒ ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๙๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติส่งมอบ รายงานสรุปผลการดำเนินการ (Final Report) งวดงานที่ ๒
๑. จัดทำการทดสอบ (Acceptance Tests) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จนกว่าจะได้ผลถูกต้องเหมาะสมประกอบการทดสอบ
๒. ส่งมอบระบบแอปพลิเคชัน Smart PDPA (Mobile Application) (ตาม ขอบเขตงานข้อ ๖.๑)
๓. จัดทำคู่มือการใช้งานระบบในรูปแบบเอกสาร จำนวน ๑ ชุด จัดส่งเอกสารจำนวน ๓ ชุด พร้อมไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบแก้ไขได้ (MS Office) และแบบแก้ไขไม่ได้ (PDF) พร้อมบันทึกลงใน USB Flash Drive จำนวน ๒ ชุด ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถัดจากวันที่สำนักงานได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๑๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย
เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
มีนาคม ๒๕๖๙
สำเนาถูกต้อง
นันทราพร ดุลย์มา
(นางนันทราพร ดุลย์มา)
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บัญชีและพัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางนันทราพร ดุลย์มา ผู้อำนวยการฝ่าย
การเงิน บัญชีและพัสดุร่าง
ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เรื่อง ประกวดราคาจ้างดำเนินกิจกรรมที่ ๑ พัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น Smart PDPA ภายใต้โครงการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้าง ดำเนินกิจกรรมที่ ๑ พัฒนาระบบและแอปพลิเคชั่น Smart PDPA ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๔,๐๒๕,๙๐๔.๐๐ บาท (สี่ล้าน สองหมื่นห้าพันเก้าร้อยสี่บาทถ้วน) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.pdpc.or.th หรือ www.gprocurement.go.th
/ทั้งนี้… -๒-
ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงานคณะ กรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตาม ที่กรมบัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ www.pdpc.or.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(พันตำรวจเอกณัทกฤช พรหมจันทร์)
รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ปฏิบัติงานแทน
เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำเนาถูกต้อง
นันทราพร ดุลย์มา
(นางนันทราพร ดุลย์มา)
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บัญชีและพัสดุ
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙
โดย นางนันทราพร ดุลย์มา ผู้อำนวยการฝ่าย
การเงิน บัญชีและพัสดุ