จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

กระทรวงการต่างประเทศ 69039515884
฿1,300,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 11 มิ.ย. 2569 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

กระทรวงการต่างประเทศ โดยกองบรรณสารและห้องสมุด มีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดของสื่อบันทึกข้อมูลแบบเดิม (CD/DVD) ที่มีอายุการใช้งานจำกัดและไม่รองรับเทคโนโลยีปัจจุบัน โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บเอกสารราชการสำคัญของกระทรวงฯ จากสื่อบันทึกแบบเดิมไปสู่ระบบดิจิทัลที่มีความทันสมัย ปลอดภัย สามารถจัดเก็บอย่างเป็นระบบ รองรับการใช้งานในระยะยาว และเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูล นอกจากนี้ ยังมุ่งหวังเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรในการบริหารจัดการและให้บริการเอกสาร รวมถึงการอนุรักษ์ข้อมูลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ ให้คงอยู่ถาวร โครงการนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล การโอนย้ายข้อมูลจากแผ่น CD/DVD จำนวนไม่น้อยกว่า 400 แผ่น การติดตั้งและทดสอบระบบบน Virtual Machines ของกระทรวงฯ รวมถึงการจัดการผู้ใช้ การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) หรือสองปัจจัย (2FA) และการรองรับ Single Sign-On (SSO) ด้วย OpenID Connect (OIDC)

English summary

The Ministry of Foreign Affairs, through its Library and Documentation Division, intends to procure the development of a digital document repository database system. This project aims to replace existing CD/DVD storage media, which have limitations in terms of lifespan and technological compatibility. The project’s objectives include modernizing the storage of important ministry documents, enhancing security, ensuring systematic organization, enabling long-term usability, and improving search efficiency, aligning with Thailand’s Digital Government Development Plan (2023-2027). The contractor will be responsible for developing the digital document repository database, migrating data from at least 400 CDs/DVDs, installing and testing the system on the Ministry’s Virtual Machines, and implementing user management, multi-factor authentication (MFA) or two-factor authentication (2FA), and Single Sign-On (SSO) via OpenID Connect (OIDC).

สถานที่ดำเนินการ

กระทรวงการต่างประเทศ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บเอกสารจากสื่อบันทึกข้อมูลแบบเดิม (CD/DVD) ไปสู่ระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลที่มีความทันสมัย รองรับการใช้งานในระยะยาว สามารถจัดเก็บเอกสารราชการได้ อย่างเป็นระบบ มีความปลอดภัย และรองรับการสืบค้นข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรกองบรรณสารฯ ในด้านการบริหารจัดการ เอกสาร และด้านการให้บริการเอกสารแก่บุคลากรของกระทรวงฯ
  • เพื่ออนุรักษ์และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ ไม่ให้สูญหายหรือเสื่อมสภาพจากข้อจำกัดของเทคโนโลยีเดิม

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา
  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลให้สอดคล้องกับขอบเขตงาน ทดสอบ และติดตั้งบนพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยผู้รับจ้างรับผิดชอบด้านเทคนิคทั้งหมด
  • รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน รวมถึงค่าลิขสิทธิ์โปรแกรม ค่าพัฒนาระบบ ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายด้านเทคนิค
  • สำรวจความต้องการใช้งานระบบและออกแบบระบบ นำเสนอการออกแบบ ตัวอย่างหน้าจอผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • โอนย้ายข้อมูลไฟล์เอกสารจากระบบจัดเก็บเอกสารเดิมที่จัดเก็บอยู่ในแผ่น CD/DVD จำนวนไม่น้อยกว่า 400 แผ่น นำเข้าระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล
  • ติดตั้ง ดำเนินการด้านเทคนิค และใช้งานระบบบนระบบเครื่องแม่ข่ายเสมือน (Virtual Machines) ที่กระทรวงการต่างประเทศจัดเตรียมไว้
  • ระบบต้องสามารถเข้าใช้งานได้เฉพาะภายในระบบเครือข่ายของกระทรวงการต่างประเทศ (ระบบอินทราเน็ต) และป้องกันการเข้าถึงจากบุคคลภายนอก
  • การจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication):
    • รองรับการจัดการบัญชีผู้ใช้ (General Member, Administrator)
    • รองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) หรืออย่างน้อยสองปัจจัย (2FA)
    • รองรับการเข้าใช้งานของผู้ดูแลระบบผ่าน Single Sign-On (SSO) ด้วย OpenID Connect (OIDC) ที่เชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนกลางของหน่วยงานภาครัฐหรือระบบที่กระทรวงกำหนด
    • รองรับการกำหนดเวลาหมดอายุของการเข้าสู่ระบบเมื่อไม่มีการใช้งาน (Session Timeout)
    • การเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านต้องรองรับการรีเซ็ตรหัสผ่าน, การตั้งนโยบายความปลอดภัยรหัสผ่านที่เข้มงวด (Password Policy), และการตั้งนโยบายป้องกันการเข้าสู่ระบบผิดซ้ำ (Account Lockout)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล
  • เอกสาร System Requirement Specification (SRS) ของระบบ
  • ระบบการจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication)
  • ระบบจัดเก็บและจัดการเอกสาร (Document Repository & File Management)
  • ระบบข้อมูลกํากับเอกสารและการจัดหมวดหมู่ (Metadata & Classification System)
  • ระบบค้นหาเอกสาร (Full Text Search & OCR Search Engine)
  • ระบบสถิติและรายงาน (Dashboard & Reporting Module)
  • ระบบการสำรองข้อมูล (Backup)
  • การติดตั้งระบบบนพื้นที่ที่กองบรรณสารฯ กำหนดเพื่อทดลองให้ผู้ใช้ใช้งาน
  • การปรับแก้ปัญหาที่พบจากการทดสอบระบบ
  • การนำเข้าข้อมูลไฟล์เอกสารจากแผ่น CD เข้าระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่
  • การฝึกอบรมการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานระบบ
  • ระบบที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน
  • โปรแกรม (Source Code)
  • ผลการทดสอบ User Acceptance Test (UAT)
  • คู่มือการปฏิบัติงาน (System and Operational Manual) จำนวน 1 ชุด พร้อมไฟล์เอกสารที่บรรจุลง Thumb Drive
  • สื่อวิดีโอแนะนำวิธีการเรียนรู้การใช้ระบบฐานข้อมูลเอกสารดิจิทัลความยาวไม่น้อยกว่า 2 นาที ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล (Soft file)

ระยะเวลาดำเนินการ

๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นผู้ซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกัน
    • ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance: ไม่ระบุ
  • Experience:
    • มีผลงานประเภทเดียวกันกับการจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐.- บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว ภายในเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจนถึงวันยื่นเอกสาร อย่างน้อย ๑ ผลงาน
    • เป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้
  • Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐.- บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว
  • Technical Capabilities:
    • พัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล
    • การจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication)
    • การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) หรือสองปัจจัย (2FA)
    • การเข้าใช้งานของผู้ดูแลระบบผ่าน Single Sign-On (SSO) ด้วย OpenID Connect (OIDC)
    • การจัดการ Session Timeout
    • การรองรับ Password Policy และ Account Lockout
  • Personnel: ไม่ระบุ

เกณฑ์การพิจารณา

ใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาจากราคารวม

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication):
    • รองรับการจัดการบัญชีผู้ใช้ (User Account) เช่น ผู้ใช้ทั่วไป (General Member), ผู้ดูแลระบบ (Administrator)
    • รองรับการยืนยันตัวตนผู้ใช้ (Authentication) แบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) หรืออย่างน้อยสองปัจจัย (Two-Factor Authentication: 2FA)
    • รองรับการเข้าใช้งานในส่วนของผู้ดูแลระบบผ่านการลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (Single Sign-On: SSO) ด้วยโปรโตคอล OpenID Connect (OIDC) โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนกลางของหน่วยงานภาครัฐ หรือระบบที่กระทรวงกำหนดได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
    • รองรับการกำหนดเวลาหมดอายุของการเข้าสู่ระบบเมื่อไม่มีการใช้งาน (Session Timeout) ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
    • การเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน ต้องรองรับการรีเซ็ตรหัสผ่าน (Password Reset) โดยผู้ใช้งานและโดยผู้ดูแลระบบ, การตั้งค่านโยบายความปลอดภัยของรหัสผ่านที่เข้มงวด (Password Policy), และการตั้งค่านโยบายป้องกันการเข้าสู่ระบบผิดซ้ำ (Account Lockout) ตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนด
  • ระบบจัดเก็บและจัดการเอกสาร (Document Repository & File Management)
  • ระบบข้อมูลกํากับเอกสารและการจัดหมวดหมู่ (Metadata & Classification System)
  • ระบบค้นหาเอกสาร (Full Text Search & OCR Search Engine)
  • ระบบสถิติและรายงาน (Dashboard & Reporting Module)
  • ระบบการสำรองข้อมูล (Backup)
  • ระบบต้องติดตั้ง ดำเนินการด้านเทคนิค และใช้งานบนระบบเครื่องแม่ข่ายเสมือน (Virtual Machines)
  • ระบบต้องสามารถเข้าใช้งานได้เฉพาะภายในระบบเครือข่ายของกระทรวงการต่างประเทศ (ระบบอินทราเน็ต) โดยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของระบบจากบุคคลภายนอก

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายค่าจ้างแบ่งออกเป็น 4 งวด:
    • งวดที่ 1 (10%): เมื่อส่งมอบแผนการดำเนินโครงการ, ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ, และจัดทำเอกสารสรุปการศึกษาวิเคราะห์ฯ (ภายใน 30 วัน)
    • งวดที่ 2 (40%): เมื่อส่งมอบเอกสาร System Requirement Specification (SRS), ระบบจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน, ระบบจัดเก็บและจัดการเอกสาร, ระบบข้อมูลกำกับเอกสารและการจัดหมวดหมู่, ระบบค้นหาเอกสาร, ระบบสถิติและรายงาน, ระบบสำรองข้อมูล (ภายใน 120 วัน)
    • งวดที่ 3 (30%): เมื่อติดตั้งระบบเพื่อทดลองใช้งาน, ทดสอบการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่, ปรับแก้ปัญหา, นำเข้าข้อมูลจาก CD, และจัดการฝึกอบรม (ภายใน 150 วัน)
    • งวดที่ 4 (20%): เมื่อส่งมอบระบบพร้อมใช้งาน, Source Code, ผล UAT, คู่มือการปฏิบัติงาน, และสื่อวิดีโอแนะนำการใช้งาน (ภายใน 180 วัน)
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง
    • กรณีปฏิบัติผิดสัญญา (นอกเหนือจากจ้างช่วง): 0.10% ของราคาค่าจ้างต่อวัน
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กระทรวงได้รับมอบงาน
  • การวางหลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าจ้าง
  • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จ: ไม่เกิน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออะไร?
    - เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บเอกสารจากสื่อบันทึกข้อมูลแบบเดิม (CD/DVD) ไปสู่ระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลที่มีความทันสมัย ปลอดภัย และรองรับการสืบค้นข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ข้อมูลจากสื่อบันทึกแบบใดบ้างที่จะถูกโอนย้ายเข้าสู่ระบบใหม่?
      • ข้อมูลไฟล์เอกสารที่จัดเก็บอยู่ในแผ่น CD/DVD จำนวนไม่น้อยกว่า 400 แผ่น
    • ระบบใหม่จะสามารถเข้าใช้งานได้จากที่ใดบ้าง?
      • ระบบจะสามารถเข้าใช้งานได้เฉพาะภายในระบบเครือข่ายของกระทรวงการต่างประเทศ (ระบบอินทราเน็ต) เท่านั้น
    • การยืนยันตัวตนผู้ใช้ในระบบใหม่มีความปลอดภัยอย่างไร?
      • ระบบต้องรองรับการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) หรืออย่างน้อยสองปัจจัย (2FA) และรองรับ Single Sign-On (SSO) สำหรับผู้ดูแลระบบ
    • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดบ้างในโครงการนี้?
      • ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน รวมถึงค่าลิขสิทธิ์โปรแกรม ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ การบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายด้านเทคนิค
    • ระยะเวลาในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลทั้งหมดนานเท่าใด?
      • กำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    • มีการรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบหลังจากส่งมอบหรือไม่?
      • มี โดยผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่กระทรวงได้รับมอบงาน
    • การจ่ายค่าจ้างจะแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีเงื่อนไขอย่างไร?
      • แบ่งออกเป็น 4 งวด โดยมีเงื่อนไขการจ่ายตามความคืบหน้าของงานที่ส่งมอบในแต่ละงวด
    • หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด จะมีค่าปรับหรือไม่ อย่างไร?
      • มี โดยจะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้าง
    • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้างเมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์?
      • ส่งมอบระบบพร้อมใช้งาน, โปรแกรม (Source Code), ผลการทดสอบ User Acceptance Test (UAT), คู่มือการปฏิบัติงาน, และสื่อวิดีโอแนะนำการใช้งาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. หลักการและเหตุผล
ร่างขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ
กองบรรณสารและห้องสมุด สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหน่วยงานที่ทําหน้าที่ รับผิดชอบในการจัดเก็บเอกสารราชการของกระทรวงฯ ที่รับมอบจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ รวมถึงสถานทูต และสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ โดยใช้ระบบเอกสารแฟ้มกลางหรือที่เรียกว่า Central Filing System เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลเอกสารและให้บริการสืบค้นอย่างเป็นระบบ เพื่อสนับสนุนการบริหารงาน และการปฏิบัติงานของบุคลากรกระทรวงฯ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ กองบรรณสารฯ ได้นําเทคโนโลยีสารสนเทศ มาช่วยสแกนเอกสารและจัดเก็บลงในคอมพิวเตอร์ควบคู่ไปกับการจัดเก็บเอกสารต้นฉบับ เพื่อจัดทําเป็นฐานข้อมูล ประวัติศาสตร์ไว้ใช้อ้างอิงและให้บริการแก่บุคลากรในกระทรวงฯ แทนเอกสารต้นฉบับ โดยเอกสารกลุ่มแรกที่ได้ ดําเนินการเป็นเอกสารกลุ่มการแต่งตั้งทูตและกงสุล พ.ศ. ๒๔๒๘ - ๒๔๖๐ และได้นําวิธีการดังกล่าวมาใช้ กับเอกสารสําคัญอื่น ๆ ของกระทรวงฯ ได้แก่ คําสั่งกระทรวงฯ แฟ้มประวัติข้าราชการ สมุดประวัติข้าราชการ เอกสารงานกงสุล เช่น มรณบัตร สูติบัตร ทะเบียนสมรสและทะเบียนหย่า รวมถึงภาพถ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับ กระทรวงฯ ด้วยปริมาณของเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทําให้พื้นที่จัดเก็บไม่เพียงพอกอปร กับต้องการสํารองข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงในการชํารุดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และผลกระทบด้านอื่น เพื่อป้องกัน การสูญหายของข้อมูล จึงนําเทคโนโลยีการสํารองข้อมูลด้วยการบันทึกลง CD/DVD มาปรับใช้ควบคู่ไปกับการจัดเก็บ ในคอมพิวเตอร์
ปัจจุบันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ได้รับผลกระทบ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ไม่รองรับการเปิดแผ่น CD/DVD และด้วยข้อจํากัดของแผ่น CD/DVD ที่มีอายุการใช้งานจํากัด ทําให้ไม่สามารถจัดเก็บและสํารองข้อมูลไว้ได้ อาจเกิดการสูญหายของข้อมูลสําคัญในอนาคต กองบรรณสารฯ ตระหนักถึงคุณค่าและความจําเป็นในการปรับเปลี่ยนทางเทคโนโลยีในการจัดเก็บเอกสารสําคัญ
ให้คงทนถาวรให้ทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การจัดเก็บเอกสารในระบบดิจิทัล เพื่อให้มีความทันสมัย มีความปลอดภัย สามารถตอบสนองต่อความต้องของผู้ใช้บริการ และเพื่อรองรับการดําเนินงานของกระทรวง การต่างประเทศในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังสอดรับกับแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ในการยกระดับกระบวนการทํางานของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ที่เน้นการบูรณาการข้อมูล การลด
การใช้เอกสารกระดาษ และการพัฒนาระบบบริการดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีการคุ้มครองข้อมูลอย่างเหมาะสม
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บเอกสารจากสื่อบันทึกข้อมูลแบบเดิม (CD/DVD) ไปสู่ระบบ ฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลที่มีความทันสมัย รองรับการใช้งานในระยะยาว สามารถจัดเก็บเอกสารราชการได้ อย่างเป็นระบบ มีความปลอดภัย และรองรับการสืบค้นข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๒.๒ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรกองบรรณสารฯ ในด้านการบริหารจัดการ เอกสาร และด้านการให้บริการเอกสารแก่บุคลากรของกระทรวงฯ
๒.๓ เพื่ออนุรักษ์และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกระทรวงฯ
ไม่ให้สูญหายหรือเสื่อมสภาพจากข้อจํากัดของเทคโนโลยีเดิม
(ลงชื่อ)
นักท
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ) จา กรรมการ (ลงชื่อ) แกนกรรมการ
60.
คุณสมบัติของผู้เสนอราคา
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นผู้ซึ่งถูกระบุขอไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ

กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานดังกล่าว
๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นเสนอให้แก่กระทรวงการต่างประเทศ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๙ ไม่เป็นผู้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ให้มีคําสั่งสละ
สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
๓.๑๐.๑ การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของ ผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
๓.๑๐.๒ งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้าง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานที่ผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในหนังสือเชิญชวน
๓.๑๐.๓ การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น
ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม
กิจการร่วมค้า
๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้า ที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ ๓.๑๐.๓ ดําเนินการซื้อหรือดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่ายเอกสารจ้างทําของ จึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าได้
(ลงชื่อ) ÙiÙนทน์
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ)…มาศ
กรรมการ (ลงชื่อ) Anu ..กรรมการ
๓) การยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับ ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ ๓.๑๐.๓
หนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว สามารถดําเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
๓.๑๑ ผยน
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๓.๑๒.๑ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้ จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงาน ของรัฐกําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่น ข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้น ยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบ
๓.๑๒.๒ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย แสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกว่าชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๑) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน ๑ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียน
9
๓.๑๒.๓ สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอ
ในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี
เงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๓.๑๒.๔ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ ดังนี้

๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัท
เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียน
ให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรองหรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(ลงชื่อ)..
มิมนันทน์
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ) จ

กรรมการ (ลงชื่อ).. Sund ………กรรมการ
sunsum

  • C -
    ๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
    หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
    ตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๓.๑๒.๕ กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศหรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๓.๑๒.๒ ข้อ ๓.๑๒.๓ และข้อ ๓.๑๒.๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน
    เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวด ราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
    ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของ
    กิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ
    ว่าด้วยการนิติกรณ์เอกสาร พ.ศ. ๒๕๖๘ กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอ มิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
    ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    ๓.๑๒.๖ กรณีตามข้อ ๓.๑๒.๑ - ข้อ ๓.๑๒.๕ ไม่บังคับใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
    ๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
    ๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
    พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    ๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว
    ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ
    การจัดซื้อจัดจ้างฯ
    ๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
    ๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
    ๖) กรณีงานจ้างบริการหรือจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๓.๑๓
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง
    ๓.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม กรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 9,000 ล้านบาทขึ้นไป
    ๓.๑๕ ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐.- บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว ภายในเวลาไม่เกิน ๕ ปี นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจนถึงวันยื่นเอกสาร อย่างน้อย ๑ ผลงาน และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรง กับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่น ของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ โดยต้องแนบสําเนาสัญญาและหนังสือรับรองผลงานพร้อมเอกสารแนบท้าย สัญญาที่ระบุรายละเอียดของเนื้องาน พร้อมรับรองสําเนาถูกต้องในเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในวันที่ยื่นเสนอ
    (ลงชื่อ) ปั๊มน์ (ทน์
    amara
    ประธานกรรมการ (ลงชื่อ) am กรรมการ (ลงชื่อ) นกแ
    q
    นเสนอราคา
    .กรรมการ
    ๔. ขอบเขตของงาน
  • & -
    ผู้จ้างต้องจัดทําแผนการดําเนินโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับจากวันลงนามในสัญญา เพื่อให้ผู้ว่าจ้างให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มดําเนินการ ทั้งนี้ ขอบเขตของงานจ้าง มีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    ๔.๑ ความต้องการทั่วไป
    ๔.๑.๑ ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลให้สอดคล้องกับขอบเขตของงาน
    ทดสอบ และติดตั้งฐานข้อมูลและระบบบนพื้นที่ที่ผู้ว่าจ้างกําหนด โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการ ดําเนินการด้านเทคนิคและด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในโครงการ

    ๔.๑.๒ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงาน โดยรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ โปรแกรม และค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ การบํารุงรักษาระบบ และการดําเนินการด้านเทคนิค ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้าง ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น
    ๔.๑.๓ ผู้รับจ้างต้องดําเนินการสํารวจความต้องการใช้งานระบบ และออกแบบระบบให้สอดคล้อง กับการใช้งานของหน่วยงาน โดยนําเสนอการออกแบบระบบงาน ตัวอย่างหน้าจอผู้ใช้งาน และผู้ดูแลร ให้ผู้ว่าจ้างพิจารณาอนุมัติ
    เลระบบ
    ๔.๑.๔ ผู้รับจ้างต้องโอนย้ายข้อมูลไฟล์เอกสารจากระบบจัดเก็บเอกสารเดิมที่จัดเก็บอยู่ใน แผ่น CD/DVD จํานวนไม่น้อยกว่า ๔๐๐ แผ่น นําเข้าระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นนี้
    ๔.๑.๕ ระบบที่พัฒนาโดยผู้รับจ้างต้องติดตั้ง ดําเนินการด้านเทคนิค และใช้งานบนระบบเครื่องแม่ข่าย เสมือน (Virtual Machines) ที่กระทรวงการต่างประเทศจัดเตรียมไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    ๔.๑.๖ ระบบที่พัฒนาโดยผู้รับจ้างต้องสามารถเข้าใช้งานได้เฉพาะภายในระบบเครือข่ายของ กระทรวงการต่างประเทศ (ระบบอินทราเน็ต) โดยป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของระบบจากบุคคลภายนอก
    ๔.๒ คุณสมบัติทางเทคนิค อย่างน้อย ดังนี้
    ๔.๒.๑ การจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication)
    ๑) ระบบต้องรองรับการจัดการบัญชีผู้ใช้ (User Account) เช่น ผู้ใช้ทั่วไป (General Member)
    ผู้ดูแลระบบ (Administrator)
    ๒) ระบบต้องรองรับการยืนยันตัวตนผู้ใช้ (Authentication) ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
  • การเข้าสู่ระบบต้องมีการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication: MFA) หรืออย่างน้อยต้องมีการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (Two-Factor Authentication: ๒FA)
  • ระบบที่พัฒนาต้องรองรับการเข้าใช้งานในส่วนของผู้ดูแลระบบผ่านการลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (Single Sign-On: SSO) ด้วยโปรโตคอล OpenID Connect (OIDC) โดยต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตน กลางของหน่วยงานภาครัฐ หรือระบบที่กระทรวงกําหนดได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
    ๓) ระบบต้องรองรับการกําหนดเวลาหมดอายุของการเข้าสู่ระบบเมื่อไม่มีการใช้งาน
    (Session Timeout)
    ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    (ลงชื่อ) ปั๊มนันท
    ๔) การเข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน จะต้องรองรับข้อกําหนดดังนี้
    รองรับการรีเซ็ตรหัสผ่าน (Password Reset) โดยผู้ใช้งานและโดยผู้ดูแลระบบ
  • รองรับการตั้งค่านโยบายความปลอดภัยของรหัสผ่านที่เข้มงวด (Password Policy)
    V
  • รองรับการตั้งค่านโยบายป้องกันการเข้าสู่ระบบผิดซ้ํา (Account Lockout) ตามที่ผู้ว่าจ้างกําหนด
    ประธานกรรมการ (ลงชื่อ) Roman
    9
    กรรมการ (ลงชื่อ)…
    .กรรมการราง
    ประกาศกระทรวงการต่างประเทศ
    เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.
    ๒๕๖๙
    ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    กระทรวงการต่างประเทศ มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลัง เอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๑,๒๙๔,๑๑๑.๕๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสน เก้าหมื่นสี่พันหนึ่งร้อยสิบเอ็ดบาทห้าสิบสตางค์) จํานวน ๑ รายการ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน
    วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
    ระหว่างเวลา
    ราคา
    ลงวันที่
    ๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กําหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่
    น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ
    น. ถึง
    ๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือ www.gprocurement.go.th
    ประกาศ ณ วันที่
    เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
    (นางสาววราทิพย์ ศุภชวโรจน์) ผู้อํานวยการสํานักจัดหาและบริหารทรัพย์สิน
    ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการต่างประเทศ
    สําเนาถูกต้อง
    วราทิพย์ ศุภชวโรจน์ (นางสาววราทิพย์ ศุภชวโรจน์) ผู้อํานวยการสํานักจัดหาและบริหารทรัพย์สิน ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙
    โดย นางสาววราทิพย์ ศุภชวโรจน์ ผู้อํานวยการ สํานักจัดหาและบริหารทรัพย์สินร่าง
    เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
    เลขที่
    การจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามประกาศ กระทรวงการต่างประเทศ
    ลงวันที่ เมษายน ๒๕๖๙
    กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “กระทรวง” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง พัฒนาระบบฐานข้อมูลคลังเอกสารดิจิทัล ๑ โครงการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
    พัฒนาระบบฐานข้อมูลคลัง
    เอกสารดิจิทัล
    โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
    จำนวน ๑ ระบบ
    ๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๑.๑ ขอบเขตของงาน
    ๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
    ๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
    (๑) หลักประกันสัญญา
    ๑.๕ บทนิยาม
    (๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
    (๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    ๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
    (๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
    ๑.๗ แผนการทำงาน
    ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
    ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
    ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
    ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
    ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กระทรวง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
    ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
    กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    (๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้ เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
    (๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
    (๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
    ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
    ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
    ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่ เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ
    บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการนิติกรณ์เอกสาร พ.ศ. ๒๕๖๘ กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อ เสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
    ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
    (๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
    (๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
    (๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
    ๒.๑๓ ผู้ยื่นเสนอราคาต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับการจ้างพัฒนาระบบฐานข้อมูล เอกสารดิจิทัล ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๖๕๐,๐๐๐.- บาท (หกแสนห้าหมื่นบาทถ้วน) ในสัญญาเดียว ภายในเวลา ไม่เกิน ๕ ปี นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจนถึงวันยื่นเอกสาร อย่างน้อย ๑ ผลงาน และเป็นผลงานที่เป็น
    คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ โดยต้องแนบสำเนาสัญญาและหนังสือ รับรองผลงานพร้อมเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ระบุรายละเอียดของเนื้องาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องใน เอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในวันที่ยื่นเสนอราคา
    ๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
    ๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
    (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
    (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
    ๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
    (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
    (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น
    ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
    (๖) สำเนาใบทะเบียนพานิชย์ (ถ้ามี)
    (๗) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
    (๘) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
    (๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้างประเภทเดียวกันกับการจ้างพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลเอกสารดิจิทัล
    (๒) สำเนาใบขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) (ถ้ามี)
    (๓) สำเนาสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาที่ระบุรายละเอียดของเนื้องาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    (๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔. การเสนอราคา
    ๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
    ๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้
    ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
    ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอราคา โดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๑๘๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
    ๔.๔ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    ๔.๕ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
    เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
    ๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่กระทรวงผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๗ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
    หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และกระทรวง จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่กระทรวงจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของกระทรวง ๔.๘ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
    (๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
    (๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
    (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
    ๔.๑๐ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
    ๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ กระทรวง จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคา
    ๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
    กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กระทรวง จะ พิจารณาจาก ราคารวม
    ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กระทรวงกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
    ๕.๔ กระทรวงสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ใน กรณีดังต่อไปนี้
    (๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
    (๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือกระทรวง มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กระทรวงมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง
    ๕.๖ กระทรวงทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของกระทรวงเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งกระทรวงจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
    ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือกระทรวง จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ กระทรวง มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากกระทรวง
    ๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญากระทรวง อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
    ๕.๘ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ให้จัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SMEs ดังกล่าว โดยจัดเรียงลำดับผู้ ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ที่จะเรียกมาทำสัญญาไม่เกิน ๓ ราย
    ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs
    ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่จะได้แต้มต่อด้านราคาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมี วงเงินสัญญาสะสมตามปีปฏิทินรวมกับราคาที่เสนอในครั้งนี้แล้ว มีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่าของรายได้ตาม ขนาดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ สสว.
    ๕.๙ หากผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งมิใช่ผู้ประกอบการ SMEs แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติ ไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็น บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศไม่เกินร้อยละ ๓ ให้ จัดซื้อจัดจ้างกับบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังกล่าว ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้าที่จะได้สิทธิตามวรรคหนึ่ง ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย
    จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ๖. การทำสัญญาจ้าง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับกระทรวง ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้ กระทรวงยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
    ๖.๑ เงินสด
    ๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่กระทรวง ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
    ๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๑) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
    หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งกระทรวง ได้รับ มอบไว้แล้ว
    ๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
    กระทรวง จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๔ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานส่ง มอบแผนการดำเนินโครงการ ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการ และจัดทำเอกสารสรุปการศึกษาวิเคราะห์ความ ต้องการใช้งานระบบและรูปแบบการทำงานของระบบ โดยมีรายละเอียดเนื้อหาตามขอบเขตของงานอย่าง ชัดเจน ให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานส่ง มอบงาน ดังนี้
    - เอกสาร System Requirement Specification (SRS) ของระบบ - การจัดการผู้ใช้และการยืนยันตัวตน (User & Authentication) - ระบบจัดเก็บและจัดการเอกสาร (Document Repository & File
    Management)
    - ระบบข้อมูลกํากับเอกสารและการจัดหมวดหมู่ (Metadata & Classification System)
    - ระบบค้นหาเอกสาร (Full Text Search & OCR Search Engine) - ระบบสถิติและรายงาน (Dashboard & Reporting Module) - ระบบการสำรองข้อมูล (Backup)
    ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๓ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานส่ง มอบงาน ดังนี้
    - ติดตั้งระบบบนพื้นที่ที่กองบรรณสารฯ กำหนดเพื่อทดลองให้ผู้ใช้ใช้งานระบบ - ทดสอบการทำงานของระบบร่วมกับเจ้าหน้าที่
    - ปรับแก้ปัญหาที่พบจากการทดสอบระบบ
    - นำเข้าข้อมูลไฟล์เอกสารของกองบรรณสารฯ จากแผ่น CD เข้าระบบที่พัฒนาขึ้น ใหม่
    - จัดการฝึกอบรมการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานระบบ ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    งวดที่ ๔ งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๒๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ ปฏิบัติงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ ดังนี้ - ส่งมอบระบบพร้อมใช้งาน
    - ส่งมอบโปรแกรม (Source Code)
    - ส่งผลการทดสอบ User Acceptance Test (UAT)
    - ส่งมอบคู่มือการปฏิบัติงาน (System and Operational Manual) จำนวน ๑ ชุด พร้อมไฟล์เอกสารที่บรรจุลง Thumb Drive
    - สื่อวิดีโอแนะนำวิธีการเรียนรู้การใช้ระบบฐานข้อมูลเอกสารดิจิทัลความยาวไม่น้อย กว่า ๒ นาที ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล (Soft file)
    ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และ กระทรวง ได้ตรวจรับมอบงานจ้างเรียบร้อย แล้ว
    ๘. อัตราค่าปรับ
    ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
    ๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากกระทรวง จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
    ๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
    ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถัดจากวันที่กระทรวงได้รับมอบงาน โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้ การได้ดีดังเดิมภายใน ๑ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง
    ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
    ๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ กระทรวงได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
    ๑๐.๒ เมื่อกระทรวงได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
    (๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
    (๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
    (๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
    ๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งกระทรวงได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ กระทรวงจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ กระทรวงสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
    ๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของกระทรวง คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ
    เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
    ๑๐.๖ กระทรวง อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากกระทรวงไม่ได้
    (๑) กระทรวงไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
    (๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
    (๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กระทรวง หรือ กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
    (๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
    ๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
    ๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
    ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
    ๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    กระทรวง สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
    ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับกระทรวง ไว้ชั่วคราว
    กระทรวงการต่างประเทศ
    เมษายน ๒๕๖๙
    สำเนาถูกต้อง
    วราทิพย์ ศุภชวโรจน์
    (นางสาววราทิพย์ ศุภชวโรจน์)
    ผู้อำนวยการสำนักจัดหาและบริหารทรัพย์สิน ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางสาววราทิพย์ ศุภชวโรจน์ ผู้อำนวยการ สำนักจัดหาและบริหารทรัพย์สิน