ประกวดราคาจ้างแรงงานปฏิบัติงานด้านพัสดุ และงานอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ที่แขวงงานในสังกัดกองลากเลื่อนเขตนครราชสีมา ระยะเวลา 24 เดือน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดทำโครงการจ้างแรงงานปฏิบัติงานด้านพัสดุและงานอื่น ๆ ที่แขวงงานในสังกัดกองลากเลื่อนเขตนครราชสีมา ระยะเวลา 24 เดือน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการบริหารจัดการพัสดุ รองรับภารกิจซ่อมบำรุงและสนับสนุนการเดินรถอย่างต่อเนื่อง โครงการนี้เกิดขึ้นจากข้อจำกัดด้านบุคลากรที่มีอยู่ในหน่วยงาน ซึ่งไม่สามารถรองรับภาระงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ จึงต้องจัดจ้างแรงงานภายนอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โครงการนี้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมเสนอราคา ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดอย่างชัดเจน ขอบเขตงานครอบคลุมการจัดเก็บ ขนส่ง จัดเรียง ดูแลรักษาอุปกรณ์พัสดุ จัดทำบัญชีวัสดุ จัดการเอกสาร รวมถึงการปฏิบัติงานตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ทั้งในหน่วยงานที่โรงรถจักรและโรงงานนครราชสีมา ผู้รับจ้างต้องจัดหาแรงงาน 4 คน แบ่งเป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ที่โรงรถจักร และชายหรือหญิง 2 คน ที่โรงงาน พร้อมต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น สัญชาติไทย อายุ 18–60 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมปลายหรือปวช. ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่ใช้สารเสพติด และต้องแต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มที่มีตราสัญลักษณ์บริษัท พร้อมอุปกรณ์ PPE ทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน งานจะดำเนินการเป็นงวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด พร้อมการจ่ายเงินหลังการตรวจรับงานในแต่ละงวด ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าปรับหากล่าช้า และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 1,450,000 บาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา
English summary
Thailand State Railway (SRT) is conducting a project to hire 4 workers to perform procurement and other tasks at the locomotive depot under the Locomotive Department in Nakhon Ratchasima, for a period of 24 months. The project aims to support efficient management of procurement and maintenance operations, ensuring continuous railway operations. Due to staffing limitations, SRT has outsourced this task to enhance operational efficiency. The project complies with the Public Procurement and Supplies Management Act B.E. 2560 (2017), and is open to qualified private sector bidders. The scope includes storage, transportation, inventory management, equipment maintenance, record-keeping, and other assigned duties at both the locomotive depot and factory in Nakhon Ratchasima. The contractor must provide 4 workers (1 male, 1 female at the depot; 2 males/females at the factory), with qualifications including Thai nationality, age 18–60, education at least high school or vocational certificate, safety training, no criminal record, no drug use, and proper uniform and PPE. Work is conducted in monthly installments of 24 months, with payment after inspection. The contractor is liable for penalties and damages for delays or non-compliance. The project budget is 1,450,000 baht, located in Nakhon Ratchasima Province, Muang District, Nai Muang Subdistrict.
ที่ทําการโรงรถจักรนครราชสีมา ถนนรถไฟ ตําบลในเมือง อําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์เป้าหมายโครงการ
- เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการด้านพัสดุให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามระเบียบ
- เพื่อเสริมกำลังแรงงานในการปฏิบัติงานด้านการรับ-จ่าย ตรวจสอบ ขนส่ง จัดเก็บ และดูแลพัสดุภัณฑ์
- เพื่อให้การสนับสนุนภารกิจซ่อมบำรุงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดความล่าช้าหรือขัดข้อง
- เพื่อสนับสนุนงานด้านอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- จัดหาแรงงาน 4 คน ปฏิบัติงานที่โรงรถจักรและโรงงานนครราชสีมา
- ปฏิบัติงานด้านการจัดเก็บ ขนส่ง จัดเรียง และดูแลรักษาอุปกรณ์พัสดุ
- จัดทำบัญชีวัสดุ อุปกรณ์ และอะไหล่ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และทันสมัย
- จัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุ
- ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องมือเครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- ปฏิบัติงานตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนมอบหมายในแต่ละวัน
- ปฏิบัติตามระเบียบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- แต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มที่มีตราสัญลักษณ์บริษัทและสวมอุปกรณ์ PPE ตลอดเวลา
- ปฏิบัติงานในวันทํางานปกติ 5 วันต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน
- หยุดงานทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แรงงาน 4 คน ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย
- ชุดยูนิฟอร์มและอุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมกับงาน
- บัญชีวัสดุ อุปกรณ์ และอะไหล่ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน และอัปเดตอยู่เสมอ
- รายงานการจัดเก็บ ขนส่ง และจัดเรียงพัสดุ
- รายงานการดูแลรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์
- รายงานการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายทุกสัปดาห์
- ใบรับรองการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย
- หลักฐานการตรวจสุขภาพและไม่ใช้สารเสพติด
- บัญชีรายชื่อแรงงานที่เข้าปฏิบัติงานพร้อมเอกสารประกอบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาโครงการ: 24 เดือน
- งวดงาน: งวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด
- เริ่มต้น: วันแรกที่ผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานตามสัญญา
- การส่งมอบงาน: ภายใน 5 วันทำการ นับจากวันสิ้นสุดงวดงาน
- การตรวจรับ: ต้องผ่านการตรวจรับโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุก่อนถือว่าเสร็จสมบูรณ์
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีความสามารถตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นนิติบุคคลที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญาชั่วคราว
- ไม่เป็นนิติบุคคลที่ถูกระบุชื่อในบัญชีผู้ทิ้งงานของกรมบัญชีกลาง
- ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
- ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
- ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ทำให้ไม่สามารถถูกฟ้องร้องในศาลไทย
- ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง
- ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
เกณฑ์การพิจารณา
- พิจารณาจากผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข
- เลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดจากราคารวม
- ไม่พิจารณาคุณสมบัติของผู้เสนอราคาในด้านอื่นนอกเหนือจากคุณสมบัติที่กำหนด
- ไม่พิจารณาคุณภาพของงานหรือประสบการณ์ของผู้เสนอราคา
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- แรงงานต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18–60 ปี
- ต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมปลายหรือปวช.
- ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- ต้องมีสุขภาพดี ไม่ใช้สารเสพติด ไม่มีประวัติอาชญากรรม
- ต้องแต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มที่มีตราสัญลักษณ์บริษัทและสวม PPE ตลอดเวลา
- ต้องปฏิบัติงานในวันทํางานปกติ 5 วันต่อสัปดาห์ ไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน
- ต้องจัดเก็บ ขนส่ง จัดเรียง และดูแลรักษาอุปกรณ์พัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
- ต้องจัดทำบัญชีวัสดุและรายงานการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์
เงื่อนไขสัญญา
- จ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด
- จ่ายหลังการตรวจรับงานในแต่ละงวด
- ต้องส่งมอบงานในแต่ละงวดภายใน 5 วันทำการ นับจากวันสิ้นสุดงวด
- ค่าปรับ: ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน ไม่ต่ำกว่า 100 บาทต่อวัน นับจากวันที่ล่าช้า
- ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายหากล่าช้าเกินกว่าค่าปรับ
- ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
แรงงานที่จ้างต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?
ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18–60 ปี จบการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมปลายหรือปวช. ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่ใช้สารเสพติด และต้องแต่งกายด้วยชุดยูนิฟอร์มพร้อม PPE ตลอดเวลา -
ต้องจัดหาแรงงานกี่คน?
ต้องจัดหาแรงงาน 4 คน โดยแบ่งเป็น 1 คนที่โรงรถจักร และ 2 คนที่โรงงานนครราชสีมา -
ต้องจ่ายเงินเมื่อไหร่?
จ่ายเงินเป็นรายงวด งวดละ 1 เดือน รวม 24 งวด หลังการตรวจรับงานในแต่ละงวด -
ต้องมีการอบรมอะไรก่อนเริ่มงาน?
ต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ตามมาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 -
ต้องมีอุปกรณ์ PPE อะไรบ้าง?
ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันศีรษะ ใบหน้า ดวงตา หู ทางเดินหายใจ ลําตัว มือ เท้า และอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง รวมถึงเสื้อสะท้อนแสง -
ต้องหยุดงานวันไหนบ้าง?
หยุดงานทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ -
ต้องจัดทำเอกสารอะไรบ้าง?
ต้องจัดทำบัญชีวัสดุ รายงานการจัดเก็บ ขนส่ง จัดเรียง ดูแลรักษาอุปกรณ์ และรายงานการปฏิบัติงานทุกสัปดาห์ -
ต้องมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมหรือไม่?
ใช่ ต้องยื่นเอกสารการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากหน่วยงานราชการ และหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพ ภายใน 30 วันหลังลงนามสัญญา -
ต้องจัดหาชุดยูนิฟอร์มเองหรือไม่?
ใช่ ผู้รับจ้างต้องจัดหาชุดยูนิฟอร์มและอุปกรณ์ PPE ให้แรงงานทุกคน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
สิ่งที่ส่งมาด้วย
ขอบเขตของงาน
(Terms of Reference : TOR)
จ้างแรงงานปฏิบัติงานด้านพัสดุ และงานอื่น ๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ที่แขวงงานในสังกัดกองลากเลื่อนเขต นครราชสีมา ระยะเวลา ๒๔ เดือน
๑. ความเป็นมา
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีความประสงค์จะดําเนินการจ้างแรงงานปฏิบัติงานด้านพัสดุ และงาน อื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ที่แขวงงานในสังกัดกองลากเลื่อนเขตนครราชสีมา ระยะเวลา ๒๔ เดือน เพื่อสนับสนุน การบริหารจัดการด้านพัสดุและงานอื่น ๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภารกิจหลักในการซ่อม บํารุงและสนับสนุนการเดินรถอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานดังกล่าวมีข้อจํากัดด้านอัตรากําลังบุคลากร ไม่สามารถรองรับภาระ งานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ จึงมีความจําเป็นต้องจัดจ้างแรงงานภายนอกเพื่อสนับสนุนภารกิจดังกล่าว โดยการ ดําเนินการจัดจ้างครั้งนี้จะเป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่มีความสนใจเข้าร่วมเสนอราคา ภายใต้เงื่อนไขและรายละเอียดที่กําหนด
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานด้านพัสดุของหน่วยงาน ให้บรรลุเป้าหมายอย่างมี ประสิทธิภาพ ถูกต้องตามระเบียบ และทันต่อความต้องการใช้งาน
๒.๒ เพื่อเสริมกําลังแรงงานในการปฏิบัติงานด้านการรับ-จ่าย ตรวจสอบ ขนส่ง จัดเก็บ และดูแลพัสดุภัณฑ์ในคลังพัสดุ รวมทั้งการจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้อง
๒.๓ เพื่อให้การสนับสนุนภารกิจหลักของการซ่อมบํารุงให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดความ ล่าช้าหรือขัดข้องอันเนื่องมาจากข้อจํากัดด้านบุคลากร
6.
๒.๔ เพื่อสนับสนุนงานด้านอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ เป็นนิติบุคคล
๓.๒ มีความสามารถตามกฎหมาย
๓.๓
ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๔ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๕ ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
๓.๖ ไม่เป็นนิติบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน
ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ
กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๗ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๘ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
หน้า
๑ จาก ๒
Q
๓.๙ ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การรถไฟ แห่งประเทศไทย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขัน
ณ
ม
อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๑๐
ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันที่ทําให้ไม่สามารถถูกฟ้องร้องในศาลไทย
เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๑
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
๔. ขอบเขตของงาน
เป็นไปตามรายละเอียดขอบเขตของงาน (เอกสารแนบ)
๕. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
การส่งมอบงานจ้างให้ดําเนินการเป็นงวด งวดละ ๑ เดือน รวมทั้งสิ้น ๒๔ งวด โดยเริ่มนับจากวัน แรกที่ผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงานตามที่ระบุในสัญญาว่าจ้าง ทั้งนี้ การส่งมอบงานในแต่ละงวดจะต้องเป็นไปตามขอบเขต ของงานที่กําหนดไว้ในสัญญา ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๕ วันทําการ นับถัดจากวันสิ้นสุดงวดงานนั้น และต้องผ่าน การตรวจรับโดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเสียก่อน จึงจะถือว่างานในงวดนั้นแล้วเสร็จสมบูรณ์
5. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
พิจารณาจากผู้เสนอราคาที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุในเงื่อนไขและข้อกําหนดของ
ผู้ว่าจ้าง และเป็นผู้เสนอราคาต่ําสุดโดยพิจารณาจากราคารวม
๗. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
วงเงินงบประมาณ ๑,๔๔๐,๐๐๐.๐๐ บาท
วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๑,๔๕๐,000.00 บาท
4. งวดงานและการจ่ายเงิน
ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างตกลงกันว่า ผู้ว่าจ้างจะดําเนินการชําระเงินค่าจ้างเป็นรายงวด งวดละ ๑ เดือน รวมทั้งสิ้น ๒๔ งวด ทั้งนี้ การชําระเงินในแต่ละงวดจะดําเนินการภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้ส่งมอบผลงานของ งวดงานนั้นแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับผลงาน
ในงวดงานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
๙. อัตราค่าปรับ
หากผู้รับจ้างไม่สามารถทํางานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญา และผู้ว่าจ้างยัง มิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชําระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างตามสัญญา
แต่ต้องไม่ต่ํากว่าวันละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) นับถัดจากวันที่ครบกําหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตาม สัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทํางานให้ จนถึงวันที่ทํางานแล้วเสร็จจริง นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้าง เรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้างทํางานล่าช้าเฉพาะส่วนที่เกินกว่าจํานวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย
การรถไฟแห่งประเทศไทย
ผู้รับผิดชอบร่างขอบเขตของงาน
ผู้ร่างขอบเขตของงาน
(นายธวัชชัย ชุมภูทอง)
วอล.
(ว่าที่ ร.ต.ธีรพันธุ์ สังวาลย์เดช)
ผบป.ศล.
หน้า ๒ จาก ๒
สีน
(นายยุทธนา โตรัตน์)
ช.ศล.
แนบขอบเขตของงาน ข้อ ๔
๑.
รายละเอียดขอบเขตของงาน
(Terms of Reference : TOR)
จ้างแรงงานปฏิบัติงานด้านพัสดุ และงานอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย ที่แขวงงานในสังกัดกองลากเลื่อน
เขตนครราชสีมา ระยะเวลา ๒๔ เดือน
ที่ตั้งหน่วยงาน
๑.๑ ที่ทําการโรงรถจักรนครราชสีมา ถนนรถไฟ ตําบลในเมือง อําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด
นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
๑.๒ ที่ทําการโรงงานนครราชสีมา ถนนรถไฟ ตําบลในเมือง อําเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัด นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
๒. คุณสมบัติแรงงานของผู้รับจ้าง
๒.๑ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาแรงงานซึ่งเป็นลูกจ้างของตนเอง เพื่อปฏิบัติงานตามขอบเขตของงาน และเงื่อนไขของสัญญาว่าจ้าง โดยแรงงานของผู้รับจ้างซึ่งจะเข้าปฏิบัติงานตามสัญญาว่าจ้าง ต้องมีคุณสมบัติ ครบถ้วน ดังต่อไปนี้
(ก) มีสัญชาติไทย
(ข) อายุไม่ต่ํากว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๖๐ ปี
(ค) เพศชาย ต้องเป็นผู้สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเป็นผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖)
(ง) เพญหญิง เป็นผู้สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
หรือเป็นผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) และสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์และโปรแกรม Microsoft Office (Word, Excel, Power Point) ได้ดี
(จ) มีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง เหมาะสมกับลักษณะงานและหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ (2) มีความประพฤติดี สุภาพเรียบร้อย
(ช) ไม่เป็นผู้เสพสุราเป็นอาจิณ และสารเสพติดผิดกฎหมาย
(ซ) ภายในระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม หรือหลบหนีคดี
ตามหมายจับ หรือต้องพ้นโทษจําคุกแล้ว
(ฌ) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง และโรคที่สังคมรังเกียจ
๒.๒ แรงงานของผู้รับจ้างซึ่งปฏิบัติงานภายใต้สัญญาจ้างนี้ จะต้องไม่ปรากฏชื่อเป็น ผู้ปฏิบัติงานในสัญญาจ้างอื่นของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือในสัญญาจ้างของหน่วยงานหรือเอกชนรายอื่น ใด ในช่วงเวลาที่กําหนดไว้ในสัญญานี้ ในกรณีที่ผู้ว่าจ้างตรวจพบว่าแรงงานของผู้รับจ้างมีรายชื่อเป็นผู้ปฏิบัติงาน ในสัญญาอื่นตามที่กล่าวข้างต้น และได้ปฏิบัติงานตามสัญญานั้นในช่วงเวลาซึ่งตรงกับเวลาที่กําหนดในสัญญานี้ ผู้ว่าจ้างจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบโดยเร็ว เมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งพร้อมหลักฐานจากผู้ว่าจ้างแล้ว จะต้อง
ดําเนินการแก้ไขโดยทันที หากผู้รับจ้างเพิกเฉยหรือละเลยไม่ดําเนินการ ผู้ว่าจ้างขอสงวนสิทธิในการบอกเลิก สัญญา และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นต่อผู้ว่าจ้างตามจํานวนที่
การรถไฟแห่งประเทศไทยเรียกร้อง
๒.๓ ก่อนการลงนามในสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการให้แรงงานของผู้รับจ้างทุกคน เข้ารับการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามมาตรา ๑๖ แห่ง พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ณ หน่วยงานตาม
หน้า ๑ จาก ๗
ข้อ ๑.๒ ทั้งนี้ แรงงานของผู้รับจ้างจะต้องแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบแรงงาน (ยูนิฟอร์ม) ที่มีตราสัญลักษณ์ของ บริษัทอย่างชัดเจนในระหว่างการเข้ารับการอบรม และผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการอบรม
ดังกล่าวทั้งหมด
เมื่อแรงงานของผู้รับจ้างผ่านการอบรมตามที่กําหนด หน่วยงานที่รับผิดชอบจะออก
ใบรับรองการผ่านการอบรมให้แก่ผู้รับจ้าง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นต่อหน่วยงานที่มีอํานาจทําสัญญาจ้าง เพื่อดําเนินการในส่วนของสัญญาจ้างต่อไป
๒.๔ ผู้รับจ้างต้องยื่นบัญชีรายชื่อแรงงานที่จะเข้าปฏิบัติงาน พร้อมเอกสารประกอบของ
แรงงานแต่ละราย ในวันลงนามในสัญญา ดังต่อไปนี้
(ก) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน
(ข) วุฒิการศึกษา
(ค) หนังสือรับรองการผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทํางาน ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทํางาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มาตรา ๑๖ ที่ออกโดยหน่วยงานที่ปฏิบัติงานตามข้อ ๑.๑ หรือ ๑.๒
๒.๕ ผู้รับจ้างต้องยื่นเอกสาร การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากหน่วยงานของทาง ราชการที่ถูกต้องตามกฎหมายรับรองให้ และหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพยืนยันการไม่มีสารเสพติดใน ร่างกาย หรือใช้สารเสพติดของแรงงานของผู้รับจ้างทุกคน พร้อมลงนามรับรองสําเนาเอกสาร ภายใน ๓๐ วัน
นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา แรงงานของผู้รับจ้างทุกคนต้องไม่มีประวัติ อาชญากรรม หรือต้องไม่เป็นผู้หนีคดีตามหมายจับ หรือต้องพ้นโทษจําคุกแล้ว นับจากวันที่ผู้รับจ้างลงนามใน สัญญา โดยลักษณะความผิดมีดังต่อไปนี้
ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด (เสพ/ขาย)
- ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ (ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกง) - ความผิดเกี่ยวกับการทําร้ายร่างกาย
- ความผิดเกี่ยวกับเพศ
- ความผิดต่อชีวิต (ฆาตกรรม)
ความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ (ลักพาตัว/เรียกค่าไถ่)
หากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างตรวจสอบพบภายหลัง ผู้รับจ้างจะต้องเปลี่ยนแรงงาน
ใหม่ทันที หากผู้รับจ้างไม่ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ วันทําการ ผู้รับจ้างยินยอมให้ผู้ว่าจ้างปรับตามข้อ ๕.๑ ๒.๖ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาเครื่องแบบแรงงาน และอุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ให้แก่แรงงานของผู้รับจ้าง โดยต้อง จัดหาให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงาน เพื่อความปลอดภัยของแรงงานของ ผู้รับจ้างตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน เช่น
พื้น
(ก) อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
(ข) อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตา (ค) อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินเสียง (หู) (ง) อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ (จ) อุปกรณ์ป้องกันลําตัว
ہے
หน้า ๒ จาก ๗
(ฉ) อุปกรณ์ป้องกันมือ
(ช) อุปกรณ์ป้องกันเท้า
(ซ) อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง (ฌ) เสื้อสะท้อนแสง
๒.๗ หากหากผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างพิจารณาเห็นว่าแรงงานของผู้รับจ้างรายใดมีพฤติกรรม
ไม่เหมาะสม หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนผู้ว่าจ้างจะแจ้งเป็นลายลักษณ์ อักษรให้แก่ผู้รับจ้างทราบ ผู้รับจ้างจะต้องสั่งให้แรงงานผู้นั้นพ้นจากหน้าที่ทันที พร้อมทั้งจัดหาแรงงานคนใหม่ เข้ามาปฏิบัติงานแทนโดยเร็วที่สุด
๒.๘ กรณีผู้รับจ้างประสงค์จะเปลี่ยนแปลงแรงงานของผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานอยู่ ผู้รับจ้าง จะต้องแจ้งบัญชีรายชื่อของแรงงานคนใหม่ และต้องดําเนินการตามข้อ ๒.๓ และ ๒.๔
๓. ขอบเขตของงาน
๓.๑
จํานวนผู้ปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแรงงานปฏิบัติงาน จํานวน ๔ คน
ณ หน่วยงานตามข้อ ๑.๑
(๑) เพศชาย จํานวน ๑ คน และเพศหญิง จํานวน ๑ คน รวมจํานวน ๒ คน ปฏิบัติงาน
(๒) เพศชายหรือเพศหญิง จํานวน ๒ คน ปฏิบัติงาน ณ หน่วยงานตามข้อ ๑.๒
๓.๒ วันและเวลาปฏิบัติงาน
ผู้รับจ้างต้องจัดให้แรงงานทุกคน ปฏิบัติงานในวันทํางานปกติสัปดาห์ละ ๕ วัน โดยให้มี เวลาสําหรับปฏิบัติงานตามที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้แทนผู้ว่าจ้างมอบหมายวันละไม่เกิน 4 ชั่วโมง ซึ่งต้องมีเวลาพัก ระหว่างการทํางานไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ถือเป็นเวลาปฏิบัติงาน สําหรับเวลาในการทํางาน หน่วยงานตามข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ จะเป็นผู้กําหนด และให้หยุดประจําสัปดาห์ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ รวมทั้ง ให้หยุดงานตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทยประกาศให้เป็นวันหยุดด้วย
การแต่งกายของแรงงานผู้รับจ้าง
๓.๓
ผู้รับจ้างต้องให้แรงงานแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบแรงงาน (Uniform) ที่มีการปักหรือ สกรีนชื่อหรือติดป้ายชื่อและมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทอย่างชัดเจนเมื่ออยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานตามข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ และขณะปฏิบัติงานต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ตลอดเวลา ทั้งนี้ ห้ามมิ ให้แรงงานแต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือรองเท้าแตะในขณะปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด
๓.๔ ลักษณะงานและหน้าที่
(๑) ผู้ว่าจ้างจะมีตัวแทนของผู้ว่าจ้างมอบหมายงานในแต่ละวัน และมีผู้ควบคุมงาน
ตรวจสอบการปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายของแรงงานผู้รับจ้างในแต่ละวัน
(๒) ดําเนินการจัดทําที่เก็บ ขนย้าย จัดเก็บ และจัดเรียงอุปกรณ์และอะไหล่ ให้เป็น หมวดหมู่ ถูกต้องครบถ้วน เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีความเหมาะสมในการใช้งาน
(๓) จัดทําบัญชีวัสดุ อุปกรณ์ อะไหล่ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน สอดคล้องกับจํานวนที่มีอยู่จริง และปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ
(๔) ในกรณีที่อุปกรณ์ อะไหล่มีขนาดใหญ่หรือมีน้ําหนักมาก หากต้องเคลื่อนย้ายหรือ ยกขึ้นที่สูง ต้องแจ้งให้ผู้แทนของผู้ว่าจ้างทราบล่วงหน้า และดําเนินการภายใต้การควบคุมของผู้แทนของ ผู้ว่าจ้างเสมอ
(๕) ปฏิบัติงานด้านการจัดหา-จ่ายวัสดุ อุปกรณ์ รวมถึงการดูแลและซ่อมบํารุง เครื่องมือเครื่องใช้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
สี
หน้า
๓ จาก ๗