จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างงานขุดลอกคลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

กรมชลประทาน 69039503777
฿1,081,000 ปีงบ 2569 ประกาศ 31 มี.ค. 2569 ศรีสะเกษ
รายละเอียดการจ้าง

โครงการขุดลอกคลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโครงการภายใต้การกำกับดูแลของโครงการชลประทานศรีสะเกษ มีความจำเป็นเร่งด่วนเนื่องจากสภาพคลองปัจจุบันมีความตื้นเขิน ส่งผลให้ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงฤดูฝนและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง โครงการนี้จึงมุ่งเน้นการขุดลอกและก่อสร้างอาคารชลประทานเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์

วัตถุประสงค์หลักของโครงการประกอบด้วย 1) การเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำ 2) การจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคของประชาชนในพื้นที่ และ 3) การป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยแล้งรวมถึงอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยมีวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,081,000 บาท (หนึ่งล้านแปดหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)

ขอบเขตงานครอบคลุมถึงงานขุดลอกและงานก่อสร้างอาคารชลประทานตามแบบรูปและรายการละเอียดที่กำหนด ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มงาน การจ่ายเงินจะยึดตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริงเป็นรายเดือน โดยมีเงื่อนไขการปรับลดหรือเพิ่มราคาตามปริมาณงานที่ทำจริง (กรณีเกินกว่าหรือน้อยกว่าปริมาณที่กำหนดในสัญญา) ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงตามเกณฑ์ที่ระบุใน TOR

English summary

The “Dredging of Isan Khiao Canal, Ban Tha Sawang, Sisaket Irrigation Project” aims to address the shallow canal conditions in Krachaeng Subdistrict, Kantharalak District, Sisaket Province. The project focuses on dredging and constructing irrigation structures to improve water storage capacity for consumption, drought prevention, and flood mitigation. The total budget is 1,081,000 THB, with a project duration of 120 days. Payments are based on actual work completed and verified on a monthly basis, with specific adjustments for variations in work volume compared to the contract.

สถานที่ดำเนินการ

คลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง ตำบลกระแชง อำเภอกันทรลักษ์

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำ
  • เพื่อใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค
  • เพื่อช่วยป้องกันภัยแล้ง และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการขุดลอกคลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง
  • ก่อสร้างอาคารชลประทานตามแบบรูปและรายการละเอียด
  • ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั่วไปและเงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง
  • ดำเนินการทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • งานขุดลอกคลองที่แล้วเสร็จตามแบบ
  • อาคารชลประทานที่ก่อสร้างถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรม
  • รายงานผลการตรวจสอบวัสดุและคุณภาพงานก่อสร้าง
  • งานที่ผ่านการตรวจรับมอบจากเจ้าหน้าที่โครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทำงาน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงานก่อสร้าง, ไม่เป็นผู้ทิ้งงาน, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance: ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุตามที่กำหนด
  • Experience: -
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: ต้องมีความสามารถในการดำเนินการก่อสร้างตามแบบรูปและรายการละเอียด
  • Personnel: ต้องมีหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

เกณฑ์การพิจารณา

การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอจะดำเนินการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ครบถ้วน และการเสนอราคาที่เหมาะสมตามเงื่อนไขที่กำหนดในระบบ e-bidding

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานขุดลอกคลองตามแบบรูปและรายการละเอียด
  • งานก่อสร้างอาคารชลประทาน
  • การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุตามมาตรฐานวิศวกรรม
  • การคำนวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ตามหนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104

เงื่อนไขสัญญา

  • จ่ายเงินเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทำเสร็จจริง
  • กรณีปริมาณงานเกิน 125% แต่ไม่เกิน 150% จ่าย 90% ของราคาต่อหน่วย
  • กรณีปริมาณงานเกิน 150% จ่าย 83% ของราคาต่อหน่วย
  • กรณีปริมาณงานน้อยกว่า 75% จ่ายตามราคาต่อหน่วยและชดเชยค่า Overhead/Mobilization 17% ของผลต่าง
  • การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะทำเมื่อส่งมอบงานครบถ้วน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: การจ่ายเงินชดเชยค่า Overhead และ Mobilization จะได้รับเมื่อใด? A: จะได้รับในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
  • Q: หากปริมาณงานที่ทำจริงน้อยกว่า 75% ของสัญญา จะมีการชดเชยอย่างไร? A: จะจ่ายชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ในอัตราร้อยละ 17 ของผลต่างปริมาณงาน
  • Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการอย่างไร? A: ต้องมีค่าเป็นบวกในงบแสดงฐานะการเงินปีล่าสุด หรือมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
  • Q: กรณีไม่มีมูลค่าสุทธิเพียงพอ สามารถใช้หลักฐานอื่นแทนได้หรือไม่? A: สามารถใช้หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อจากธนาคารในอัตรา 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
  • Q: การยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าต้องกำหนดผู้เข้าร่วมค้าหลักหรือไม่? A: หากข้อตกลงกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลัก ต้องระบุสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบที่มากกว่ารายอื่น
  • Q: เอกสารการเงินต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานใด? A: ต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ (กรณีเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ)
  • Q: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการกี่วัน? A: 120 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทำงาน
  • Q: การตรวจสอบผลงานทำอย่างไร? A: กรมหรือเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบผลงานรายเดือนและออกหนังสือรับรองการรับมอบงาน
  • Q: หากเป็นบุคคลธรรมดาต้องใช้หลักฐานทางการเงินอย่างไร? A: ใช้หนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการ
  • Q: การปรับราคาค่างาน (ค่า K) อ้างอิงตามระเบียบใด? A: อ้างอิงตามหนังสือสำนักงบประมาณ ที่ นร 0731.1/ว 104 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ลําดับเอกสารในระบบ e-GP ข้อ ๑.๑
เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคา
ข้อ ๑.๑ ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) และแบบรูปและรายการละเอียด
เอกสารแนบท้าย ๓.๑ แบบรูปและรายการละเอียด เอกสารแนบท้าย ๓.๒ เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง เอกสารแนบท้าย ๓.๓ เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง เอกสารแนบท้าย ๓.๔ รายละเอียดด้านวิศวกรรม เอกสารแนบท้าย ๓.๕ ข้อกําหนดอื่น
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน (๒) วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน (๓) แบบหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (๔) การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง (๕) แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับวันเปิดซองที่ใช้ในการคํานวณเงินเพิ่มหรือลดค่า งานตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) (หนังสือสํานักงบประมาณ ที่ นร ๐๗๓๑.๑/ว ๑๐๔ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑)
(๖) แบบแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน หรือรายละเอียดคุณ
ลักษณะเฉพาะ
ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR)
(งานจ้างก่อสร้าง)
O
ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ชื่อโครงการ ๑.๑
จังหวัดศรีสะเกษ
ขุดลอกคลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง โครงการชลประทานศรีสะเกษ ตําบลกระแชง อําเภอกันทรลักษ์
๑.๒ ความเป็นมา
เนื่องจากคลองอีสานเขียวบ้านท่าสว่าง มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถเก็บกักน้ําได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จึงจําเป็น ต้องขุดลอกและก่อสร้างอาคารชลประทานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกัก สําหรับการอุปโภคและบริโภค
ป้องกันภัยแล้งและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่
๑.๓ วัตถุประสงค์
๑. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บกัก
๒. เพื่อใช้สําหรับการอุปโภค-บริโภค
๓. เพื่อช่วยป้องกันภัยแล้ง และบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่
๑.๔. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๑,๐๘๑,000.00 บาท (หนึ่งล้านแปดหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจาก เป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
กําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน
ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรม ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
4
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลงฯ
จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้า หลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๒) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๒.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้
ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วม
ค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๒.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้เข้าร่วม ค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๒.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการ จําหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศซึ่งได้จด ทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏใน งบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง ฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็น ช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง จะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่น งบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบ แสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้

๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศซึ่ง ยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝาก ไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละ
ครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มี
มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ สัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ
โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ําประกันตาม
ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบ อํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคล ธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ํา แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่
ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร
ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวัน ยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่ มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัด จ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่น ข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วน
ตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
5. กรณีตาม ข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม
พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และ
งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อน
วันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับ
รถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๓. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
๓.๑ แบบรูปและรายการละเอียด ๓.๒ เงื่อนไขทั่วไปของงานก่อสร้าง
๓.๓ เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง ๓.๔ รายละเอียดด้านวิศวกรรม ๓.๕ ข้อกําหนดอื่น
(๑) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน (๒) วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน
(๓) แบบหนังสือรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (๔) การทดลองและตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุเพื่อควบคุมงานก่อสร้าง
(๕) แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับวันเปิดซองที่ใช้ในการคํานวณเงินเพิ่มหรือลดค่างานตามสัญญาแบบ
ปรับราคาได้ (ค่า K) (หนังสือสํานักงบประมาณ ที่ นร ๐๗๓๑.๑/ว ๑๐๔ ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๑)
(๖) แบบแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
๔. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
ระยะเวลาส่งมอบ ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มทํางาน
๕. งวดงานและการจ่ายเงิน
กรมจะจ่ายค่าจ้างต่อหน่วยของงานแต่ละรายการที่ได้ทําสําเร็จจริงตามราคาต่อหน่วยที่กําหนดไว้ใน
แบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา นอกจากในกรณีต่อไปนี้
(๑) เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๒๕ (หนึ่งร้อยยี่สิบห้า) แต่ไม่เกิน ร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงานที่กําหนดไว้ในสัญญาหรือแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา จะ จ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๙๐ (เก้าสิบ) ของราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(๒) เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงในส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๕๐ (หนึ่งร้อยห้าสิบ) ของปริมาณงาน ที่กําหนดไว้ในสัญญาหรือแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา จะจ่ายให้ในอัตราร้อยละ ๘๓ (แปดสิบสาม) ของ
ราคาต่อหน่วยตามสัญญา
(๓) เมื่อปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงน้อยกว่าร้อยละ ๗๕ (เจ็ดสิบห้า) ของปริมาณงานที่กําหนดไว้ ในสัญญาหรือแบบแสดงรายการ ปริมาณงาน และราคา จะจ่ายให้ตามราคาต่อหน่วยในสัญญา และจะจ่ายเพิ่มชดเชยเป็น ค่า overhead และ mobilization สําหรับงานรายการนั้นในอัตราร้อยละ ๑๗ (สิบเจ็ด) ของผลต่างระหว่างปริมาณ งานทั้งหมดของงานรายการนั้นตามสัญญาโดยประมาณ กับปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงคูณด้วยราคาต่อหน่วยตามสัญญา ทั้งนี้ การจ่ายเงินเพิ่มชดเชยเป็นค่า Overhead และ Mobilization ดังกล่าว ผู้ว่าจ้างจะจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในงวดสุดท้าย ของการจ่ายเงินค่างานตามสัญญา
(๔) กรมจะจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นตาม (๑) และ (๒) ดังกล่าวข้างต้น ในงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน หรือก่อนงวดสุดท้ายของการจ่ายเงิน ตามที่กรมจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร เว้นแต่กรณีที่กรมพิจารณาเห็นว่า ปริมาณงานที่ทําเสร็จจริงดังกล่าว มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานอื่นที่เหลือ อีกทั้งงานที่เหลืออยู่ก็มิได้มีผลกระทบต่อ การจ่ายเงินค่างานที่แล้วเสร็จจริงในงวดดังกล่าว ทั้งนี้กรมอาจจ่ายเงินที่เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้รับจ้างพร้อมกับการจ่ายเงิน
ค่างานงวดนั้นๆ และการพิจารณาว่างานใดอยู่ในหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยเด็ดขาดของกรม
กรมจะจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นรายเดือนตามเนื้องานที่ทําเสร็จจริง เมื่อกรมหรือเจ้าหน้าที่
ของกรมได้ทําการตรวจสอบผลงานที่ทําเสร็จแล้ว และปรากฏว่าเป็นที่พอใจตรงตามข้อกําหนดแห่งสัญญาทุก ประการกรมจะออกหนังสือรับรองการรับมอบงานนั้นให้ไว้แก่ผู้รับจ้าง
การจ่ายเงินงวดสุดท้ายจะจ่ายให้เมื่องานทั้งหมดตามสัญญาได้แล้วเสร็จทุกประการ