ประกวดราคาซื้อพร้อมติดตั้งระบบสำรองไฟฟ้า สำหรับศูนย์คอมพิวเตอร์สำนักงานใหญ่
การเคหะแห่งชาติ (กคช.) กำลังดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างสำหรับโครงการ “งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบสำรองไฟฟ้า สำหรับศูนย์คอมพิวเตอร์สำนักงานใหญ่” ด้วยงบประมาณ 14,708,220 บาท เพื่อทดแทนระบบสำรองไฟฟ้าเดิมที่ติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 17 ปี (เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า 350 kVA และ UPS 80 kVA จำนวน 3 ชุด) และ UPS ขนาด 40 kVA ที่มีอายุ 15 ปี การเปลี่ยนระบบครั้งนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอุปกรณ์เดิมมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการหยุดชะงักหรือเสียหาย ส่งผลกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก ระบบเครือข่าย และการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินงานทางธุรกิจของการเคหะแห่งชาติ
วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการทดแทนระบบเดิม ลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และเพื่อให้ได้ระบบสนับสนุนไฟฟ้าสำรองที่มีความทันสมัย มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพสูง ขอบเขตงานครอบคลุมการสำรวจพื้นที่ จัดทำแผนผังและแผนปฏิบัติงาน ติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ตามมาตรฐาน วสท.2564 การบำรุงรักษาระบบตลอดระยะเวลารับประกัน จัดทำคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา ถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่ และการทดสอบระบบอย่างละเอียด ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า 350 kVA, อุปกรณ์ควบคุม ATS 630A, ชุดสตาร์ทเครื่องยนต์, UPS 40 kVA (พร้อมแบตเตอรี่) 1 ชุด, UPS 80 kVA (พร้อมแบตเตอรี่) 3 ชุด และระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมัน โดยมีระยะเวลาดำเนินการรวม 280 วัน นับจากวันส่งมอบพื้นที่
English summary
The National Housing Authority (NHA) is seeking bids for the “Procurement and Installation of Power Backup System for the Head Office Computer Center.” This project aims to replace the existing power backup systems, which have been in service for over 17 years (350 kVA Generator and three 80 kVA UPS units) and 15 years (40 kVA UPS). The replacement is crucial to mitigate the high risk of system downtime or equipment failure, which could severely impact the NHA’s core computer servers, network systems, data storage, and overall business operations.
The primary objectives are to replace the outdated system, reduce the risk of disruptions to critical IT infrastructure, and establish a modern, stable, and highly efficient power backup solution. The scope of work includes site surveys, detailed planning, installation of new equipment in compliance with WST.2564 standards, ongoing maintenance throughout the warranty period, development of user and maintenance manuals, knowledge transfer to NHA staff, and comprehensive system testing. Key deliverables include a 350 kVA Generator, a 630A ATS control unit, an engine starter kit, one 40 kVA UPS (with battery), three 80 kVA UPS units (with batteries), and an oil leak detection system. The project duration is 280 days from the date of site handover.
ศูนย์คอมพิวเตอร์สำนักงานใหญ่
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อทดแทนระบบสำรองกระแสไฟฟ้าเดิม ของศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก กคช.
- เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก ที่รองรับการดำเนินงานงานธุรกิจ กคช.
- เพื่อได้ระบบสนับสนุนด้านไฟฟ้าสำรองที่มีความทันสมัย มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ
ขอบเขตของงาน
- สำรวจพื้นที่ จัดทำแผนผังการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้า และส่งแผนการปฏิบัติงานทั้งหมดให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติภายใน 30 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่
- ติดตั้งอุปกรณ์ที่นำเสนอ พร้อมปรับปรุงระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน วสท.2564 หากจำเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้งานสมบูรณ์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- บำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ทุก 3 เดือนตลอดระยะเวลารับประกัน พร้อมส่งรายงานการบำรุงรักษา
- จัดทำคู่มือ (เล่มและ Digital File) เป็นภาษาไทย ประกอบด้วย คู่มือการติดตั้ง, คู่มือการใช้งาน, คู่มือการแก้ไขปัญหา, คู่มือการบำรุงรักษาและข้อห้าม
- ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลโครงการ พร้อมข้อมูลติดต่อตลอดระยะเวลาติดตั้งและรับประกัน
- จัดให้มีการถ่ายทอดความรู้การใช้งาน Hardware, Software และ Application ของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอให้กับเจ้าหน้าที่ กคช.
- รับประกันระบบและอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุลงนามตรวจรับเรียบร้อย
- ราคาที่เสนอต้องรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดอายุการรับประกันและรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
- ลงนามในบันทึกข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement) และบันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ในวันลงนามสัญญา
- ดำเนินการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดใช้งานต่อเนื่อง (LOAD 25%, 50%, 75%, 100% และจ่ายโหลดทันที 60%) โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ในการทดสอบทั้งหมด
- รื้อถอนระบบสำรองไฟฟ้า (UPS) เดิม ขนาด 40 kVA จำนวน 1 ชุด และ 80 kVA จำนวน 3 ชุด พร้อมแบตเตอรี่ และนำส่งคืนคลังพัสดุ
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาดไม่น้อยกว่า 350 kVA จำนวน 1 ชุด
- อุปกรณ์ควบคุมสลับแหล่งจ่ายอัตโนมัติ (ATS) ขนาดไม่น้อยกว่า 630 A 3P จำนวน 1 ระบบ
- ชุดสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแรงดันไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด
- เครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 40 kVA (พร้อม Battery) จำนวน 1 ชุด
- เครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 80 kVA (พร้อม Battery) จำนวน 3 ชุด
- ระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมัน (Oil leak Detector) จำนวน 1 ระบบ
- แผนผังการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าและแผนการปฏิบัติงาน
- รายงานการบำรุงรักษาทุก 3 เดือน
- คู่มือการติดตั้ง, คู่มือการใช้งาน, คู่มือการแก้ไขปัญหา, คู่มือการบำรุงรักษา (เล่มและ Digital File ภาษาไทย)
- การถ่ายทอดความรู้และฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ กคช. อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวน 5 คน
- บันทึกข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement)
- บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
- ผลการทดสอบระบบตามที่กำหนด
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาส่งมอบและติดตั้ง: ภายใน 280 วัน นับถัดจากวันที่ส่งมอบพื้นที่
- การส่งมอบและการจ่ายเงิน (4 งวด):
- งวดที่ 1 (ร้อยละ 5): ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ หลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย (ผังโครงสร้างทีมงาน, แผนดำเนินงาน, ผังการติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าพร้อมแบบแปลน Single line diagram)
- งวดที่ 2 (ร้อยละ 40): ภายใน 210 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ หลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย (ส่งมอบและตรวจนับ Generator 350 kVA 1 เครื่อง, UPS 40 kVA 1 ชุด, UPS 80 kVA 3 ชุด)
- งวดที่ 3 (ร้อยละ 35): ภายใน 250 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ หลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย (ติดตั้ง Generator และเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าเดิม, ติดตั้งและทดสอบไฟฟ้าเพื่อรองรับระบบสำรองไฟฟ้าแล้วเสร็จ)
- งวดที่ 4 (ร้อยละ 20): ภายใน 280 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ หลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย (งานทั้งหมดแล้วเสร็จ, ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่, ส่งมอบคู่มือการปฏิบัติงานและบำรุงรักษา)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements:
- เป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตหรือจำหน่ายหรือติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในห้องศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
- ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
- ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกัน
- ต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง
- Standards Compliance:
- สำหรับผู้ผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้า: โรงงานต้องประกอบการมาไม่น้อยกว่า 10 ปี และมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ด้านการผลิตเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า 20 ปี
- สำหรับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า: ต้องประกอบจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ISO9001 และ ISO14001 ในด้านการประกอบ, ขาย, บริการหลังการขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และการดูแลรักษาเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA110
- สำหรับเครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า (UPS): ต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน EN62040-1, EN62040-2, EN62040-3, IEC60529, ISO9001, ISO14001
- สำหรับระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมัน (Oil Leak Detector): แผงควบคุมต้องได้รับมาตรฐาน CE หรือ ISO9001 หรือ UL
- Experience:
- ต้องมีผลงานที่เกี่ยวกับผลิตหรือจำหน่ายหรือติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในห้องศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือ การจัดซื้อที่เกี่ยวกับศูนย์คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ หรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาครั้งนี้
- ผลงานต้องดำเนินการแล้วเสร็จในสัญญาเดียว ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
- วงเงินไม่น้อยกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) อย่างน้อย 1 ผลงาน
- เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้
- ต้องมีผลงานการบริการหลังการขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าให้กับภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน พร้อมแนบสัญญาบริการรายปี หรือใบสั่งจ้าง หรือใบสั่งซื้อ จำนวนไม่น้อยกว่า 150 เครื่องต่อปี โดยมีอายุสัญญาไม่เกิน 2 ปี (สำหรับผู้ผลิต/ตัวแทนจำหน่ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้า)
- Previous Project Cost: ไม่น้อยกว่า 6,000,000 บาท
- Technical Capabilities:
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิต หรือ ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย สำหรับ Generator, UPS และ Oil Leak Detector
- ต้องแสดงหนังสือรับรองจากผู้ผลิต หรือผู้ผลิตสาขาประเทศไทย ว่าอุปกรณ์ที่เสนอเป็นอุปกรณ์ใหม่ ยังอยู่ในสายการผลิต สนับสนุนการประกัน (Warranty) ให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและบริการหลังการขายในโครงการนี้
- ต้องแสดงหนังสือรับรองในการให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือ บริษัทตัวแทนจำหน่ายประจำประเทศไทย ว่าอุปกรณ์ที่เสนอเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ยังมิได้ทำการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อน และยังอยู่ในสายการผลิต และมี Spare Part รองรับบริการหลังการขายในโครงการนี้
- Personnel:
- วิศวกรไฟฟ้ากำลัง ระดับภาคีวิศวกรหรือสูงกว่า จำนวน 1 คน
- วิศวกรเครื่องกล ระดับภาคีวิศวกรหรือสูงกว่า จำนวน 1 คน
- ต้องแนบเอกสารโครงสร้างบุคลากร และสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ใบ กว.) พร้อมลงนามรับรองตนเอง เป็นหนึ่งในทีมงานที่เข้าควบคุม ติดตั้งระบบ
เกณฑ์การพิจารณา
การเคหะแห่งชาติ จะใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาข้อเสนอ โดยพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- เครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาดไม่น้อยกว่า 350 kVA (Standby Power Rating) จำนวน 1 ชุด:
- เครื่องยนต์ดีเซล 3 เฟส 4 สาย แรงดัน 400/230 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ Power Factor 0.8 ความเร็วรอบ 1500 รอบ/นาที
- เชื่อมต่อด้วย Flexible Coupling, มี Flange ยึด, ยางรองกันสะเทือน
- มี Circuit Breaker ขนาดเหมาะสม
- มีอุปกรณ์ควบคุมและ ATS ในโครงครอบเก็บเสียง (ไม่เกิน 85 dB ที่ 1 เมตร)
- เครื่องยนต์ 6 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ, Turbocharger, Electronic governor, Direct injection
- สตาร์ทด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง 24 โวลต์ แบตเตอรี่ 12 โวลต์ 200 Ah x 2 ลูก
- ระบบไอเสียมี Silencer ชนิด Residential หรือดีกว่า
- ถังน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงที่โหลด 100%
- มีระบบชาร์จแบตเตอรี่ทั้งขณะเครื่องยนต์ทำงานและหยุดทำงาน
- มาตรวัดแสดง ชั่วโมงการทำงาน, อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, แรงดันน้ำมันหล่อลื่น, ความเร็วรอบเครื่องยนต์
- อุปกรณ์ควบคุมสลับแหล่งจ่ายอัตโนมัติ (Automatic Transfer Switch: ATS) ขนาดไม่น้อยกว่า 630A 3P จำนวน 1 ระบบ:
- สั่งสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อแรงดันไฟฟ้าผิดปกติ (สูง/ต่ำกว่า 10%)
- ตั้งค่าหน่วงเวลาสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ 1-20 วินาที
- ตั้งค่าหน่วงเวลาระบายความร้อนก่อนดับเครื่องยนต์ได้ 1-5 นาที
- สั่งสตาร์ททดสอบการทำงานอัตโนมัติทุก 7 วัน (ไม่จ่ายโหลด) ตั้งระยะเวลาทดสอบได้ 1-5 นาที
- หน้าจอ Graphic LCD Display แสดงสถานะและข้อมูลการทำงาน, ปุ่มตั้งค่าพารามิเตอร์
- ตู้ควบคุมตั้งพื้น เหล็กหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มม. เคลือบสีกันสนิมและพ่นอีพ็อกซี่
- บัสบาร์ทองแดงบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 98% ทำสีตามมาตรฐานการไฟฟ้า/วสท.
- สวิตช์ตัดตอนแบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ (RTSE), 4P, 630A, ทนกระแสลัดวงจร 10 kA
- ควบคุมด้วยสัญญาณพัลส์แบบไร้ศักย์, มีหน้าจอ LCD Display และไฟ LED แสดงสถานะ
- มีระบบ Watchdog relay, Built-in auxiliary contacts, กุญแจล็อค
- เป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60947-6-1 และ IEC 60947-3
- มี Circuit Breaker ขนาดต่างๆ (160A, 100A, 80A) ตามที่ระบุ
- ชุดสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแรงดันไฟฟ้า จำนวน 1 ชุด:
- ระบบควบคุม Microprocessor-based Control พร้อมสัญญาณเตือนและระบบป้องกัน (แรงดันน้ำมันหล่อลื่นต่ำ, อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นสูง, ความเร็วรอบสูง/ต่ำผิดปกติ)
- ผลิตกำลังไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 350 kVA/280 kW, 3 เฟส 4 สาย, 400/230 โวลต์, 50 เฮิรตซ์, PF 0.8, 1500 รอบ/นาที
- ชนิด Brushless ระบายความร้อนด้วยพัดลมบนแกน Rotor ตามมาตรฐาน ISO/NEMA/VDE/BS/TIS
- ควบคุมแรงดันด้วย Solid State AVR ค่า Voltage Regulation ไม่เกิน +0.5%
- ทนกระแสเกินได้ไม่น้อยกว่า 250% ของกระแสพิกัด
- ตู้ควบคุมออกแบบ ประกอบ ติดตั้ง และทดสอบมาพร้อมชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากโรงงานผู้ผลิต
- ตู้ควบคุมแสดงค่า AC Voltage, AC Current, Frequency, Coolant Temperature, Oil Pressure, Engine Speed, Engine Run, Battery Voltage
- ปุ่มควบคุม/Selector Switch สำหรับ Manual start/stop, Automatic start, Test Mode
- ระบบป้องกันและความปลอดภัย (Automatic Safety Control) สำหรับสั่งหยุดเครื่องยนต์และแสดงสัญญาณเตือน
- ระบบสื่อสาร DATA TRANSMISS UNIT (DTU) รองรับ 4G, ดูค่าพารามิเตอร์และควบคุมผ่าน Web Browser/App
- เครื่องสำรองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 40 kVA จำนวน 1 ชุด และ 80 kVA จำนวน 3 ชุด:
- แบบ True on-line Double Conversion
- สามารถต่อขนานเพิ่มเติมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง
- ผ่านมาตรฐาน EN62040-1, EN62040-2, EN62040-3, IEC60529, ISO9001, ISO14001
- สถานะ Normal Mode, Emergency Mode, Automatic Bypass, Manual Bypass
- Rectifier หรือ Charger เป็นแบบ IGBT ควบคุมด้วย DSP ลด Input Harmonic และปรับปรุง Power Factor
- คุณสมบัติทางไฟฟ้า Input: Voltage 380-400-415 Vac 3phase plus neutral, Voltage range 320-480 V (100% Load), 240-480 V (50% Load), Frequency 50Hz (tolerance 40-72Hz), Input Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.99, THDi at 100% Load ไม่มากกว่า 3%, Power Walk-in 1-120 sec.
- คุณสมบัติทางไฟฟ้า Inverter (IGBT): Output Voltage 380-400-415Vac 3phase + 0.5%, Output Frequency 50/60Hz, THDv with Linear Load ไม่มากกว่า 1%, THDv with Non-Linear Load ไม่มากกว่า 1.5%, Dynamic Stability ±1%, Frequency variation 1 Hz/sec
- Overload capacity: 110% 60 min., 125% 10 min., 150% 60 sec.
- AC/AC Efficiency: (ระบุค่าตามขนาด kVA)
- สภาพแวดล้อม: อุณหภูมิ 0-40 องศา, ความชื้น 5-95%, IP20
- จอ LCD: Color Touch Screen ขนาดไม่น้อยกว่า 5 นิ้ว แสดงสถานะและค่าพลังงานไฟฟ้าต่างๆ
- Software Management: รองรับ Windows, Linux, Mac OS X, Citrix XenServer, แสดงสถานะผ่าน SNMP, TCP/IP, BACNET/IP
- Communication ports: 1x USB, 1x RS232 (RJ10), 4x programmable output alarms, 2x communication slots
- แบตเตอรี่: Lithium phosphate อายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี, สำรองไฟไม่น้อยกว่า 10 นาทีที่ Full Load, PF1
- สามารถเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการเครื่องสำรองไฟฟ้าของการเคหะแห่งชาติได้
- ระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมัน (Oil Leak Detector) จำนวน 1 ระบบ:
- ชนิดตรวจจับด้วยสายเคเบิ้ล (Cable) ระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร
- แผงควบคุม (Controller) รองรับการตรวจจับการรั่วไหลของน้ำมัน, ตรวจเช็คสถานะสายเคเบิ้ลและแจ้งเตือนเมื่อชำรุด
- หน้าจอแสดงผลแบบ LED หรือดีกว่า, บันทึกประวัติการแจ้งเตือนไม่น้อยกว่า 500 ครั้งพร้อมวันเวลา
- มีระบบ Alarm output Dry Contact ไม่น้อยกว่า 2 Contact
- วัสดุห่อหุ้มตัวเครื่องทำจากพลาสติก ABS มาตรฐาน UL-VO หรือ PEHD
- ทำงานที่อุณหภูมิ 0-40 องศาเซลเซียส
- ได้รับมาตรฐาน CE หรือ ISO9001 หรือ UL
- แจ้งเตือนเมื่อเกิดน้ำมันรั่วซึม, เมื่อสาย Sensing Cable ไม่ได้ถูกเชื่อมต่อ, เมื่อสาย Sensing Cable มีความผิดปกติ
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 14,708,220.- บาท (สิบสี่ล้านเจ็ดแสนแปดพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน)
- การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 4 งวด ตามรายละเอียดใน
- การรับประกัน: ผู้ขายต้องรับประกันการชำรุดเสียหายหรือการใช้งานไม่ได้บางส่วนหรือทั้งหมดของอุปกรณ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ กคช. ผ่านการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
- การแก้ไขความเสียหาย:
- ภายใน 3 ชั่วโมง สำหรับในเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 08.30 - 16.30 น.)
- ภายใน 6 ชั่วโมง สำหรับนอกเวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์ 16.31-08.29 น. และเสาร์-อาทิตย์ 0.00-23.59 น.)
- หากไม่สามารถแก้ไขได้ภายในกำหนดเวลา ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนให้ กคช. ใช้งานชั่วคราว
- ข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและรักษาความลับข้อมูล: ผู้ขายต้องลงนามในบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement) และบันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ในวันลงนามสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: ระบบสำรองไฟฟ้าเดิมมีปัญหาอะไรบ้างที่ต้องเปลี่ยน?
A: ระบบเดิมมีอายุการใช้งานมากกว่า 17 ปี (Generator และ UPS 80 kVA) และ 15 ปี (UPS 40 kVA) ซึ่งเสี่ยงต่อการหยุดชะงัก ไม่มีอะไหล่ในสายการผลิต และอาจทำให้ข้อมูลเสียหายกระทบต่อการดำเนินงานของ กคช. - Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องจัดหาอุปกรณ์นอกเหนือจากที่ระบุในภาคผนวก ก. หรือไม่?
A: ใช่ หากการติดตั้งระบบไฟฟ้าต้องจัดหาอุปกรณ์อื่นใดที่จำเป็นเพิ่มเติมเพื่อให้ระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม - Q: การบำรุงรักษาระบบต้องทำบ่อยแค่ไหนและต้องส่งรายงานหรือไม่?
A: ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเข้าบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ทุก 3 เดือนตลอดระยะเวลาการรับประกัน พร้อมส่งรายงานการบำรุงรักษาทุกครั้งที่เข้าดำเนินการ - Q: คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษาต้องจัดทำเป็นภาษาใดบ้าง?
A: คู่มือต้องจัดทำเป็นภาษาไทย ทั้งในรูปแบบเล่มและ Digital File และต้องผ่านการตรวจสอบจากการเคหะแห่งชาติ - Q: การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติมีรายละเอียดอย่างไร?
A: ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของ กคช. อย่างน้อย 1 ครั้ง จำนวนอย่างน้อย 5 คน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการควบคุม สั่งการ แก้ไขปัญหา และบริหารจัดการ โดยใช้สถานที่จริงและจัดเตรียมเอกสารการอบรมทั้งหมดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย - Q: หากอุปกรณ์หรือระบบเกิดความเสียหาย ผู้ขายต้องแก้ไขภายในระยะเวลาเท่าใด?
A: ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 ชั่วโมงสำหรับในเวลาทำการ และภายใน 6 ชั่วโมงสำหรับนอกเวลาทำการ หากไม่สามารถแก้ไขได้ต้องจัดหาอุปกรณ์ทดแทนให้ใช้งานชั่วคราว - Q: แบตเตอรี่สำหรับ UPS ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: แบตเตอรี่ที่นำเสนอจะต้องเป็นแบบ Lithium phosphate ที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี และสำรองไฟได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 นาที ที่โหลดเต็มพิกัด (Full Load, Power Factor (PF) 1) - Q: ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องมีระดับเสียงไม่เกินเท่าใด?
A: ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าต้องมีโครงครอบเก็บเสียง โดยมีระดับเสียงไม่เกิน 85 dB วัดที่ระยะ 1 เมตรจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า - Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานการเป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือไม่?
A: ใช่ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยสำหรับอุปกรณ์หลักทั้งหมด (Generator, UPS, Oil Leak Detector) และต้องยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอ - Q: การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้ามีขั้นตอนอย่างไร?
A: ผู้ขายต้องทำการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิดใช้งานต่อเนื่อง โดยขณะทดสอบแรงดันไฟฟ้าและความเร็วรอบของเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 2.5% โดยทดสอบที่โหลด 25%, 50%, 75% เป็นเวลา 10 นาที และโหลด 100% เป็นเวลา 60 นาที รวมถึงจ่ายโหลดทันที 60% ของพิกัด 2 ครั้งใน 1 ชั่วโมง โดยผู้ขายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ทั้งหมด
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
การเคหะแห่งชาติ
ข้อกําหนด ขอบเขต และเงื่อนไข ( Term of reference : TOR) งานซื้อพร้อมติดตั้งระบบสํารองไฟฟ้า สําหรับศูนย์คอมพิวเตอร์สํานักงานใหญ่
- หลักการและเหตุผล
ด้วยฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศมีความจําเป็นต้องเปลี่ยนระบบสํารองไฟฟ้า สําหรับศูนย์คอมพิวเตอร์ ติดตั้งอยู่ ที่ด้านหลังอาคารตึกแดง ซึ่งสนับสนุนงานด้านไฟฟ้าสํารองให้กับ ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลักของ กคช. ระบบ คอมพิวเตอร์ลูกข่ายของฝ่าย บป. และฝ่าย บช., ระบบกระจายสัญญาณเครือข่ายหลักของ กคช., ระบบรักษาความ ปลอดภัยเครือข่าย, ระบบตู้ชุมสายโทรศัพท์หลัก และระบบกล้องวงจร
เนื่องจากปัจจุบันเครื่องกําเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาด 350 kva. และ UPS ขนาด 80 kva. จํานวน 3 ชุด (รวม 240 kva.) มีอายุใช้งานมากกว่า 17 ปี (ติดตั้งตั้งแต่ปี 2549) และ UPS ขนาด 40 kva. ณ ห้องเครือข่าย สื่อสาร อายุการใช้งานกว่า 15 ปี (ติดตั้งตั้งแต่ปี 2549) และเนื่องจากอายุการใช้งานมานานอาจส่งผลต่อการซ่อมแซม บํารุงรักษาและ Spare Parts ที่ไม่มีในสายการผลิตออกมาจึงมีความเสี่ยงเป็นอย่างมากที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบ กระแสไฟฟ้า สําหรับศูนย์คอมพิวเตอร์หลักที่จะหยุดชะงักหรือทําให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ และเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย รวมถึงความเสียหายในการจัดเก็บข้อมูล อาจจะส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานทางธุรกิจของ กคช. ได้ - วัตถุประสงค์
2.1. เพื่อทดแทนระบบสํารองกระแสไฟฟ้าเดิม ของศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก กคช.
2.2. เพื่อลดความเสี่ยงในการหยุดชะงักของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายหลัก ที่รองรับการดําเนินงานงานธุรกิจ
กคช.
2.3. เพื่อได้ระบบสนับสนุนด้านไฟฟ้าสํารองที่มีความทันสมัย มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ 3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
3.1. ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตหรือจําหน่ายหรือติดตั้งระบบไฟฟ้าภายใน ห้องศูนย์ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานการจด ทะเบียนนิติบุคคล ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ออกให้ หรือหนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือน นับถึงวันยื่นข้อเสนอ
3.2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
3.4. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ
กรมบัญชีกลาง
3.5. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ
ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
3.6. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
3.7. เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพเกี่ยวกับพัสดุที่ประกวดราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(นายเอกพล สีสัน)
ผอ ทส.
3
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์) ผอก.ปค.ทส.
หน้า 1 จาก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
3.8. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่การเคหะฯ ณ วันประกาศ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการ
เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอได้
3.9. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
มีคํา สั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น
3.10. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government
Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
3.11. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ด้านการติดตั้งระบบไฟฟ้ากําลัง
จํานวน 2 คน ดังนี้
3.11.1. วิศวกรไฟฟ้ากําลัง ระดับภาคีวิศวกรหรือสูงกว่า จํานวน 1 คน 3.11.2. วิศวกรเครื่องกลระดับภาคีวิศวกรหรือสูงกว่า จํานวน 1 คน
โดยต้องแนบเอกสารโครงสร้างบุคลากร และแนบเอกสารสําเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ใบ กว.) พร้อมลงนามรับรองตนเอง เป็นหนึ่งในทีมงานที่เข้าควบคุม ติดตั้งระบบในการจัดหาครั้งนี้ 3.12. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานที่เกี่ยวกับผลิตหรือจําหน่ายหรือติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในห้องศูนย์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือ การจัดซื้อที่เกี่ยวกับศูนย์คอมพิวเตอร์และสารสนเทศ หรืองานอื่นที่เกี่ยวข้องกับ การจัดหาครั้งนี้ และจะต้องเป็นผลงานที่ดําเนินการแล้วเสร็จในสัญญาเดียวภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี นับถึงวันยื่นข้อเสนอ ในวงเงินไม่น้อยกว่า 6,000,000 บาท (หกล้านบาทถ้วน) อย่างน้อย 1 ผลงาน และ เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เชื่อถือได้ โดยแนบสําเนาหนังสือรับรองผลงาน หรือสําเนาสัญญา และจะต้องเสนอเอกสารดังกล่าว ณ วันยื่นข้อเสนอ
3.13. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องทําตารางเปรียบเทียบรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะโครงการ โดยใช้ตัวอย่าง แบบฟอร์มการเปรียบเทียบตาม ตารางที่ 1 ในกรณีที่ต้องมีการอ้างอิงถึงข้อความอื่นในเอกสารที่เสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องระบุให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้ หรือระบายสี พร้อมเขียนหัวข้อ กํากับไว้ให้ตรงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบ ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติ ขอสงวน สิทธิที่อาจจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่ไม่ดําเนินการตามเงื่อนไขและไม่ผ่านข้อกําหนด ดังกล่าว
ตารางที่
1 ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกําหนดทางเทคนิค
อ้างถึงข้อ
ข้อกําหนด/ ข้อกําหนด/อุปกรณ์ เปรียบเทียบ อุปกรณ์ที่ต้องการ ที่นําเสนอ
ระบุหัวข้อให้ตรง ให้นําคุณลักษณะ ให้ระบุคุณลักษณะ ตรงตาม กับหัวข้อที่ระบุใน เฉพาะที่หน่วยงาน เฉพาะที่ผู้เสนอราคา ข้อกําหนด/ดีกว่า เอกสารประกวด กําหนดมาใส่ในช่อง เสนอ
ราคา
น
ข้อกําหนด
เอกสารอ้างอิง
ระบุหมายเลขหน้า
ของเอกสารอ้างอิง
ของผู้เสนอราคา - รายการอุปกรณ์ที่ต้องจัดหา
4.1. เครื่องกําเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาดไม่น้อยกว่า 350 kva. จํานวน 1 ชุด 4.2. อุปกรณ์ควบคุมสลับแหล่งจ่ายอัตโนมัติ (ATS) ขนาดไม่น้อยกว่า 630 A 3P จํานวน 1 ระบบ 4.3. ชุดสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแรงดันไฟฟ้าจํานวน 1 ชุด
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(โยเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
(นายจิรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค.ทส.
หน้าที่ 2 จาก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
4.4. เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 40 kva. (พร้อม Battery) จํานวน 1 ชุด 4.5. เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 80 kva. (พร้อม Battery) จํานวน 3 ชุด 4.6. ระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ํามัน Oil leak Detector จํานวน 1 ระบบ - ขอบเขตการดําเนินงาน
5.1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องสํารวจพื้นที่ จัดทําแผนผังการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าต่าง ๆ และส่งแผนการปฏิบัติงาน ทั้งหมด ให้กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของการเคหะแห่งชาติตรวจสอบและอนุมัติ ภายใน 30 วัน นับ
ถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
5.2. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องติดตั้งอุปกรณ์ที่นําเสนอ พร้อมปรับปรุงระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน วสท.2564 ที่ กําหนดไว้ หากจําเป็นต้องจัดหา เพิ่มเติมเพื่อให้งานสมบูรณ์ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาพร้อมติดตั้งโดยไม่มี ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5.3. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเข้าบํารุงรักษาระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ทุก 3 เดือนตลอดระยะเวลาการรับประกัน พร้อมส่งรายงาน การบํารุงรักษาทุกครั้งที่เข้าดําเนินการ (รายงานต่าง ๆ ขอให้รวมอยู่ในเล่มเดียวกัน) 5.4. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดทําคู่มือ (ในรูปของเล่ม และ Digital File) ที่เป็นภาษาไทย โดยคู่มือดังกล่าวจะต้อง
ผ่านการตรวจสอบจากการเคหะแห่งชาติ ประกอบด้วย
5.4.1. คู่มือการติดตั้ง
5.4.2.
5.4.3.
คู่มือการใช้งาน
คู่มือการแก้ไขปัญหาด้านการใช้งาน
5.4.4. คู่มือการบํารุงรักษา และข้อห้ามที่ส่งผลให้เสียหายให้กับระบบและอุปกรณ์
5.5. ในกรณีที่การติดตั้งระบบไฟฟ้าต้องจัดหาอุปกรณ์อื่นใดที่จําเป็นเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบไฟฟ้าที่ติดตั้งสามารถ ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ ที่นอกเหนือจากข้อกําหนดใน ภาคผนวก ก. ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น
ขอเสนอ
5.6. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบโครงการ พร้อมหมายเลข โทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลขโทรศัพท์สํานักงาน และ Email สําหรับติดต่อทุกกรณี ตลอดระยะเวลาการ ติดตั้งและรับประกัน
5.7. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดให้มีการถ่ายทอดความรู้การใช้งานของ Hardware Software และ Application
ของผลิตภัณฑ์ที่นําเสนอในโครงการ ให้กับเจ้าหน้าที่ ที่ดูแลระบบ ของการเคหะแห่งชาติ
5.8. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องรับประกันระบบและอุปกรณ์ ไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยนับจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับ
ลงนามตรวจรับพัสดุเรียบร้อย
5.9. ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมดทั้งสิ้นในการดําเนินงานตลอดอายุการรับประกัน
และรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
5.10. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในบันทึกข้อตกลง ในวันลงนามในสัญญากับฝ่ายพัสดุและบริหารโครงการ
ก่อสร้าง (พค.) ของการเคหะแห่งชาติดังต่อไปนี้
5.10.1. บันทึกข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement) 5.10.2. บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
5.11. การทดสอบผู้ขายต้องทําการทดสอบเครื่องกําเนิดไฟฟ้าชนิดใช้งานต่อเนื่อง โดยขณะทดสอบแรงดันไฟฟ้า
และความเร็วรอบของเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงไม่เกิน 2.5% โดยทําการทดสอบ ดังนี้
5.11.1.1. LOAD 25% ของกําลังเต็มที่เป็นเวลา 10 นาที
5.11.1.2. LOAD 50% ของกําลังเต็มที่เป็นเวลา 10 นาที
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก.ปค.ทส.
หน้าที่ 2 จาก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
5.11.1.3.
5.11.1.4.
5.11.1.5.
LOAD 75% ของกําลังเต็มที่เป็นเวลา 10 นาที
LOAD 100% ของกําลังเต็มที่เป็นเวลา 60 นาที
จ่ายโหลดทันที 60% ของพิกัดจํานวน 2 ครั้ง ใน 1 ชั่วโมง
โดยค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์ในการทดสอบ ผู้ขายต้องจัดหามาทดสอบให้ครบตามรายการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ใด ๆ ทั้งสิ้นกับทางผู้ซื้อ - ระยะเวลาส่งมอบและติดตั้ง
ระยะเวลาภายใน 280 วัน นับถัดจากวันที่ส่งมอบพื้นที่ - วงเงินงบประมาณ
เป็นเงิน 14,708,220.- บาท (สิบสี่ล้านเจ็ดแสนแปดพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน) - หลักเกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ
การเคหะแห่งชาติ จะใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาข้อเสนอโดยพิจารณาจากราคารวม
-
- การส่งมอบและการจ่ายเงิน
9.1. ผู้ขายจะต้องส่งมอบพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดตามขอบเขตงานที่กําหนดภายใน 280 วัน นับถัดจากวันที่
ส่งมอบพื้นที่ โดยมีขั้นตอนดําเนินงานดังนี้
9.1.1. งวดที่ 1 ร้อยละ 5 ของวงเงินตามสัญญาหลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย ภายใน
30 วัน นับถัดจากวันที่ส่งมอบพื้นที่ โดยมีรายละเอียดการส่งมอบ ดังนี้
9.1.2.
9.1.3.
9.1.4.
9.1.1.1. ผังโครงสร้างทีมงานพร้อมรายชื่อผู้รับผิดชอบโครงการ
9.1.1.2. แผนดําเนินงานโครงการที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 9.1.1.3. ผังการติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าพร้อมกับจัดทําแบบแปลน Single line diagram ที่
ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุอนุมัติ
น
งวดที่ 2 ร้อยละ 40 ของวงเงินตามสัญญาหลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย ภายใน 210 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ 9.1.2.1. ส่งมอบพร้อมตรวจนับอุปกรณ์ที่นําเสนอก่อนจะนําไปติดตั้งดังต่อไปนี้
9.1.2.1.1. เครื่องกําเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาดไม่น้อยกว่า 350 kva จํานวน
1 เครื่อง
9.1.2.1.2. เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 40 kva. จํานวน 1 ชุด 9.1.2.1.3. เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 80 kva. จํานวน 3 ชุด งวดที่ 3 ร้อยละ 35 ของวงเงินตามสัญญาหลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย ภายใน 250 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
9.1.3.1. ติดตั้งเครื่องกําเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) กับเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าเดิมของ กคช.
อาคาร 2
9.1.3.2. ติดตั้งและดําเนินการทดสอบไฟฟ้าเพื่อรองรับระบบสํารองไฟฟ้าแล้วเสร็จ และผ่านการ
ตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
งวดที่ 4 ร้อยละ 20 ของวงเงินตามสัญญาหลังจากคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อย ภายใน 280 วัน นับถัดจากวันส่งมอบพื้นที่ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการดังต่อไปนี้
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
ว
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค ทส.
หน้าที 4 จาก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
9.1.4.1. เมื่อผู้ขายดําเนินงานทั้งหมดแล้วเสร็จ และทําการฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของการ
เคหะแห่งชาติ ผู้ขายจะต้องนําส่งคู่มือการปฏิบัติงานและบํารุงรักษาเป็นเอกสารคู่มือ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษไม่น้อยกว่า 2 ชุด และ Digital File ไม่น้อยกว่า 2 ชุดและ ผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- การส่งมอบและการจ่ายเงิน
- การรับประกันการชํารุดเสียหาย
ผู้ขายต้องรับประกันการชํารุดเสียหายหรือการใช้งานไม่ได้บางส่วนหรือทั้งหมดของอุปกรณ์เป็นระยะเวลา
ไม่น้อยกว่า 1 ปี ติดต่อกันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ กคช. ผ่านการตรวจรับงานงวดสุดท้าย
กรณีอุปกรณ์หรือระบบเกิดความเสียหายบางส่วนหรือทั้งหมดอันส่งผลให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของ กคช.
ไม่สามารถใช้งานได้ ผู้ขายต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จ ดังนี้
10.1. ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 3 ชม. สําหรับในเวลาทําการ (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 16.30 น.) 10.2. ต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 6 ชม. สําหรับนอกเวลาทําการ (วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 16.31- 08.29
และวันเสาร์-อาทิตย์ 0.00 - 23.59 น.) และหากผู้ขายไม่สามารถแก้ไขภายในกําหนดเวลาดังกล่าวข้างต้นผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ ทดแทน ให้ กคช. ใช้งาน
ชั่วคราว - การฝึกอบรม
ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ของ กคช. อย่างน้อย 1 ครั้ง อย่างน้อยจํานวน 5 คน พร้อมการ ประเมินผลให้เหมาะสมกับบุคลากรของ กคช. ให้มีความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ควบคุมกํากับสั่งการปฏิบัติงาน การ
แก้ไขปัญหา และการบริหารจัดการโดยผู้ขายจะเป็นผู้อบรมระบบ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยใช้สถานที่จริงรวมทั้ง จัดเตรียมเอกสารการอบรมทั้งหมด ทั้งนี้ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ กับ กคช. - ปัญหาข้อขัดแย้งหรือการตีความ
ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งและมีความจําเป็นต้องตีความเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง หรือข้อขัดแย้งใดใน
เอกสารอื่นใดที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนี้ ซึ่งมีความจําเป็นต้องวินิจฉัยตัดสินเพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างนี้เป็นไป ด้วยความเรียบร้อยการเคหะฯ ขอสงวนสิทธิ์การเป็นผู้ตีความและวินิจฉัยข้อขัดแย้ง คําวินิจฉัยนี้ให้ถือเป็นที่สุด 13. ข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และข้อตกลงการรักษาความลับข้อมูลหรือเอกสาร
ผู้ขายต้องลงนามในบันทึกข้อตกลง ณ ในวันลงนามในสัญญา กับฝ่ายพัสดุและบริการโครงการก่อสร้าง
(พด.) ของการเคหะฯ ดังต่อไปนี้
13.1. บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non Disclosure Agreement) 13.2. บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ ทส
หน้าที่ 5 จาก 15
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค ทส.
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
ภาคผนวก ก.
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของอุปกรณ์ - เครื่องกําเนิดกระแสไฟฟ้า (Generator) ขนาด 350 kva. แบบ Standby Power Rating จํานวน 1 ชุด
มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้
1.1. เป็นเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล สามารถผลิตกําลังไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 350 kva. ชนิด 3 เฟส 4 สาย แรงดัน 400/230 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์ ที่ Power Factor 0.8 และความเร็วรอบ 1500 รอบ/นาที
1.2. เครื่องยนต์และเครื่องกําเนิดไฟฟ้าต้องเชื่อมต่อกันด้วย Flexible Coupling และต้องมี Flange ยึดระหว่าง
กัน มียางรองกันสะเทือนระหว่างแท่นเครื่องกับฐาน พร้อมน็อตยึดที่มั่นคงแข็งแรง
1.3. ต้องมี Circuit Breaker) สําหรับป้องกันการลัดวงจรระหว่างเครื่องกําเนิดไฟฟ้าและตู้ควบคุม โดยมีขนาด
เหมาะสมตามมาตรฐาน
1.4. ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมเครื่องกําเนิดไฟฟ้าและสวิตช์สับเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (ATS) ในขนาดที่ เหมาะสมตามมาตรฐาน พร้อมโครงครอบเก็บเสียง โดยมีระดับเสียงไม่เกิน 85 dB วัดที่ระยะ 1 เมตร จาก เครื่องกําเนิดไฟฟ้า
1.5. อุปกรณ์ทั้งหมดต้องเป็นของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน โดยเครื่องยนต์และเครื่องกําเนิดไฟฟ้าต้องเป็นรุ่นที่ยัง
ผลิตอยู่ในปัจจุบัน และต้องแสดงเอกสารประกอบในวันยื่นเสนอราคา 4. 1.6. เครื่องยนต์ต้นกําลัง (Engine) มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้
ม
1.6.1. เป็นเครื่องยนต์ดีเซลสําหรับขับเครื่องกําเนิดไฟฟ้าโดยเฉพาะ ระบายความร้อนด้วยน้ํา จํานวนสูบไม่ น้อยกว่า 6 สูบ 4 จังหวะ แบบ In-Line หรือ V-Line ทํางานที่ความเร็ว 1,500 รอบ/นาที กําลัง เครื่องยนต์ต้องเหมาะสมกับขนาดของ Generator เป็นไปตามมาตรฐาน SAE/DIN/ISO3046/ ISO8528 หรือเทียบเท่า
1.6.2. ระบบระบายความร้อนด้วยน้ํา พร้อมหม้อน้ํารังผึ้ง และพัดลมระบายความร้อนที่มี Guard ป้องกัน
ส่วนที่เคลื่อนไหว
1.6.3. ระบบอัดอากาศแบบ Turbocharger
1.6.4. ระบบควบคุมความเร็วรอบเป็นแบบ Electronic governor
1.6.5. ระบบน้ํามันเชื้อเพลิงเป็นแบบ Direct injection มีปั๊มและหัวฉีดตามมาตรฐาน
1.6.6. สตาร์ทด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง 24 โวลต์ ใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์ ขนาดความจุไม่น้อยกว่า
200 Ah จํานวน 2 ลูก หรือเทียบเท่าตามมาตรฐานผู้ผลิต
1.6.7. ระบบไอเสียต้องมี Silencer ชนิด Residential หรือดีกว่า พร้อมท่ออ่อน (Flexible Tube) ส่วนที่
ต่อออกภายนอกอาคารให้ใช้ข้อต่อโค้ง และห้ามใช้ข้อต่อฉาก
1.6.8. ถังน้ํามันเชื้อเพลิงต้องมีความจุเพียงพอให้เครื่องกําเนิดไฟฟ้าทํางานต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ที่โหลด 100% พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ได้แก่ Drain Valve, Air Vent Pipe และ Fuel Level
Gauge
1.6.9. ต้องมีระบบชาร์จแบตเตอรี่ทั้งขณะเครื่องยนต์ทํางานและขณะเครื่องยนต์หยุดทํางาน 1.6.10. มาตรวัดต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ ต้องแสดงค่าหรือแสดงผ่านชุดควบคุม อย่างน้อยดังนี้
1.6.10.1. ชั่วโมงการทํางาน
1.6.10.2. อุณหภูมิน้ําหล่อเย็น
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
หน้า -ดาก 15
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์) ผอก.ปค.ทส.
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
1.6.10.3. แรงดันน้ํามันหล่อลื่น
1.6.10.4. ความเร็วรอบเครื่องยนต์
1.6.11. ผู้ยื่นข้อเสนอ ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่าย จากผู้ผลิต หรือ ตัวแทนจําหน่ายใน ประเทศไทย ในรายการชุดเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ซึ่งผู้ผลิตต้องเป็นโรงงานที่ประกอบการมาไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยมีเอกสารที่เชื่อถือได้มายื่นในวันเสนอราคา
1.6.12. ตัวแทนผู้ผลิตหรือจําหน่ายในประเทศไทยต้องมีเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ด้านการประกอบกิจการ ผลิตเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ซึ่งต้องมีอายุในการผลิตเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ต่อเนื่อง มาไม่ต่ํากว่า 20 ปี และไม่อนุญาตให้นําใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) ด้านอื่น ๆ ที่ไม่ เกี่ยวข้องมาใช้ยื่นเสนอราคา
1.6.13. ชุดเครื่องกําเนิดไฟฟ้าจะต้องประกอบจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ISO9001 และ ISO14001 ใน ด้านการประกอบ, ขาย, บริการหลังการขายเครื่องกําเนิดไฟฟ้า โดยการดูแลรักษาชุดเครื่องกําเนิด ไฟฟ้าเป็นไปตามมาตรฐาน NFPA110 และจะต้องมีผลงานการบริการหลังการขายเครื่องกําเนิดไฟฟ้า ให้กับภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน พร้อมแนบสัญญาบริการรายปี หรือใบสั่งจ้าง หรือใบสั่งซื้อ จํานวนไม่ น้อยกว่า 150 เครื่องต่อปี โดยมีอายุสัญญาไม่เกิน 2 ปี ในวันเสนอราคา เพื่อให้ทางคณะกรรมการฯ ใช้ เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา - อุปกรณ์ควบคุมสลับแหล่งจ่ายอัตโนมัติ (Automatic Transfer Switch: ATS) ขนาดไม่น้อยกว่า 630A 3P
จํานวน 1 ระบบ มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้
2.1.
เมื่อแรงดันไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เฟสใดเฟสหนึ่งหรือทั้งสามเฟส มีค่าสูงหรือต่ํากว่า 10% ของ แรงดันไฟฟ้าปกติ ชุดควบคุมต้องสั่งให้เครื่องยนต์สตาร์ทโดยอัตโนมัติ และเตรียมความพร้อมให้เครื่อง
กําเนิดไฟฟ้าสามารถจ่ายกําลังไฟฟ้าได้
2.2. ต้องสามารถตั้งค่าหน่วงเวลาในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ในช่วงเวลา 1 ถึง 20 วินาที
2.3.
เมื่อระบบเปลี่ยนกลับไปจ่ายกําลังไฟฟ้าจากการไฟฟ้าแล้ว เครื่องยนต์ต้องทํางานในช่วง ระบายความร้อน (Cool-down) ก่อนดับเครื่อง และต้องสามารถตั้งค่าหน่วงเวลาก่อนดับเครื่องยนต์ได้ในช่วงเวลา 1 ถึง 5 นาที
2.4. ชุดควบคุมต้องสามารถสั่งให้เครื่องกําเนิดไฟฟ้า สตาร์ททดสอบการทํางานอัตโนมัติทุก ๆ 7 วัน โดยไม่จ่าย กําลังไฟฟ้าเข้าสู่โหลด และสามารถตั้งระยะเวลาการทดสอบการทํางานได้ในช่วงเวลา 1 ถึง 5 นาที 2.5. ชุดควบคุมต้องมีหน้าจอแสดงผลแบบ Graphic LCD Display สําหรับแสดงสถานะและข้อมูลการทํางาน ของระบบ และต้องมีปุ่มสําหรับตั้งค่าและปรับแต่งพารามิเตอร์การทํางานทั้งหมดได้จากหน้าจอแสดงผล ของชุดควบคุมโดยตรง
2.6. ตู้ควบคุมสวิตช์ สลับสายไฟฟ้าอัตโนมัติ เป็นแบบตั้งพื้นความหนาของเหล็กที่นํามาทําตู้มีขนาดไม่น้อยกว่า
1.5 มม. ต้องเคลือบสีกันสนิมและพ่นทับด้วยสีอีพ็อกซี่ (Epoxy)
2.7. บัสบาร์ทองแดงที่ใช้ในการประกอบตู้ควบคุมสวิตช์ สลับสายไฟฟ้าอัตโนมัติ ต้องมีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า
98% โดยต้องแสดงผลการรับรองจากทางผู้ผลิตในวันส่งมอบงาน
2.8.
2.9.
บัสบาร์ทองแดงต้องทําสีโดยอ้างอิงสีจากมาตรฐานการไฟฟ้าหรือ วสท เป็นหลัก
สวิตช์ตัดตอนทํางานด้วยระบบไฟฟ้าเป็นชนิดแบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ (RTSE), 4P ด้วยการควบคุม จากระบบควบคุมอัตโนมัติ (automatic transfer switch, ATS) ขนาดไม่น้อยกว่า 630A พิกัดกระแส ทนทานต่อกระแสลัดวงจรชั่วขณะ 10 kA
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ ทส
หน้า
จาก 15
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
ผอก.ปค.ทส.
พ ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
2.10. ควบคุมด้วยสัญญาณพัลส์แบบไร้ศักย์ (volt-free contacts) จากคอนโทรลเลอร์ภายนอก มีหน้าจอ
แสดงผล LCD Display และไฟ LED แสดงสถานะการทํางาน เป็นผู้ผลิตเดียวกับอุปกรณ์ ATS ที่เสนอ 2.11. มีระบบ Watchdog relay ในตัว เพื่อตรวจสอบความพร้อมทํางานของอุปกรณ์
2.12. ต้องมีหน้าสัมผัสช่วยในตัว (Built-in auxiliary contacts) สําหรับส่งสัญญาณสถานะของสวิตช์ไปยัง
ระบบควบคุมภายนอก
2.13. มีกุญแจล็อค (Padlocking facility) สําหรับล็อคตําแหน่งสวิตช์ได้
2.14. อุปกรณ์ ATS ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล IEC 60947-6-1 และ IEC 60947-3
2.15. ตู้ควบคุมสวิตช์สลับแหล่งจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automatic Transfer Switching Panel) เป็นตู้แบบตั้งพื้น (Floor-standing type) โครงตู้ทําจากแผ่นเหล็กที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5 มิลลิเมตร ผ่าน กระบวนการ เคลือบสีกันสนิม และพ่นทับด้วย สีอีพ็อกซี่ (Epoxy Coating)
2.16. บัสบาร์ทองแดงที่ใช้ภายในตู้ควบคุมต้องมี ความบริสุทธิ์ของทองแดงไม่น้อยกว่า 98%
2.17. บัสบาร์ทองแดงต้องทําเครื่องหมายหรือทําสีระบุเฟส โดยอ้างอิงตาม มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสําหรับ
ประเทศไทย หรือมาตรฐานของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เป็นหลัก
2.18. Circuit Breaker
จํานวน 1 ชุด
2.18.1. ขนาด 3 เฟส 160A
2.18.2. ขนาด 3 เฟส 100A
2.18.3. ขนาด 3 เฟส 80A
2.18.4. ขนาด 3 เฟส 160A
จํานวน 2 ชุด
จํานวน 4 ชุด
จํานวน 1 ชุด
2.18.5. ขนาด 3 เฟส 100A
จํานวน 2 ชุด
2.18.6. ขนาด 3 เฟส 80A
จํานวน 4 ชุด - ชุดสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยแรงดันไฟฟ้าจํานวน 1 ชุด โดยมีคุณลักษณะดังนี้
3.1. ระบบควบคุมต้องเป็นแบบ Microprocessor-based Control สามารถสั่งดับเครื่องอัตโนมัติ พร้อม
สัญญาณไฟและเสียงเตือนและสามารถ Reset ได้ โดยต้องมีระบบป้องกันอย่างน้อย ดังนี้
3.1.1. แรงดันน้ํามันหล่อลื่นต่ํา
3.1.2. อุณหภูมิน้ําหล่อเย็นสูง
3.1.3. ความเร็วรอบสูงหรือต่ําผิดปกติ
3.1.4. ผลิตกําลังไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 350 kva./280 kW ชนิด 3 เฟส 4 สาย แรงดัน 400/230 โวลต์
ความถี่50 เฮิรตซ์ ที่ Power Factor 0.8 และความเร็วรอบ 1,500 รอบ/นาที
3.1.5.
เ เป็นขนิด Brushless ระบายความร้อนด้วยพัดลมบนแกน Rotor ตามมาตรฐาน ISO/NEMA/VDE/BS/TIS หรือเทียบเท่า
3.1.6. ควบคุมแรงดันด้วย Solid State AVR ค่า Voltage Regulation ไม่เกิน +0.5% ใช้ฉนวนมาตรฐาน
Class H excitation system u Self-excited no PMG
3.1.7. สามารถทนกระแสเกินได้ไม่น้อยกว่า 250% ของกระแสพิกัด
3.2. ตู้ควบคุมเครื่องกําเนิดไฟฟ้า มีคุณลักษณะอย่างน้อยดังนี้
3.2.1. ตู้ควบคุมต้องได้รับการออกแบบ ประกอบ ติดตั้ง และทดสอบมาพร้อมกับชุดเครื่องกําเนิดไฟฟ้าจาก โรงงานผู้ผลิตชุดเครื่องกําเนิดไฟฟ้าโดยตรง โครงตู้ทําจากแผ่นเหล็กที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 1.5
มิลลิเมตร ผ่านกระบวนการเคลือบสีกันสนิม และพ่นสีทับไม่น้อยกว่า 2 ชั้น
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
3
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค.ทส.
หน้า 3 จาก 15
หน้าที่ 2 ภาค 1
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
ในการเคหะแห่งชาติ
3.2.2. ระบบควบคุมการทํางานของเครื่องยนต์ต้องเป็นแบบ อิเล็กทรอนิกส์ควบคุมด้วยไมโครโปรเซสเซอร์ (Electronic Microprocessor-based Control) เมื่อเครื่องยนต์เกิดความผิดปกติ ระบบต้อง สามารถสั่งดับเครื่องยนต์โดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงสัญญาณเตือนทั้งแบบ ไฟแสดงสถานะและ สัญญาณเสียงและสามารถทําการ Reset เพื่อกลับสู่สภาวะปกติได้
3.2.3. ตู้ควบคุมต้องสามารถวัดและแสดงค่าการทํางานได้อย่างน้อยดังนี้
3.2.3.1. แรงดันไฟฟ้า (AC Voltage 3 Phase)
3.2.3.2.
3.2.3.3.
กระแสไฟฟ้า (AC Current 3 Phase)
ความถี่ (AC. Frequency)
3.2.3.4. อุณหภูมิน้ําหล่อเย็น (Coolant Temperature)
3.2.3.5.
3.2.3.6.
3.2.3.7.
แรงดันน้ํามันหล่อลื่น (Oil Pressure)
ความเร็วรอบเครื่องยนต์ (Engine Speed) เวลารวมที่เครื่องยนต์ทํางาน (Engine Run)
3.2.3.8. แรงดันไฟแบตเตอรี่ (Battery Voltage)
3.2.4. ต้องมีปุ่มควบคุมหรือ Selector Switch ควบคุมการทํางานของเครื่องกําเนิดไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่าดังนี้
3.2.4.1. ควบคุมการเดินเครื่อง (Manual start)
3.2.4.2. ควบคุมการหยุดเครื่อง (Manual stop)
3.2.4.3. ควบคุมการเดินเครื่องอัตโนมัติ (Automatic start)
3.2.4.4.
โหมดทดสอบการทํางาน (Test Mode)
3.2.5. ต้องมีระบบป้องกันและความปลอดภัย (Automatic Safety Control) สําหรับสั่งหยุดเครื่องยนต์
(Shut down) และแสดงสัญญาณเตือน เมื่อเกิดเหตุผิดปกติได้อย่างน้อยดังนี้
3.2.5.1.
3.2.5.2.
เครื่องยนต์ขัดข้อง
แรงดันน้ํามันเครื่องต่ํากว่าปกติ
3.2.5.3. อุณหภูมิน้ําระบายความร้อนสูงกว่าปกติ
3.2.5.4. ความเร็วรอบสูงกว่าปกติ
3.2.6. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบสื่อสาร DATA TRANMISS UNIT (DTU)
3.2.6.1. อุปกรณ์สื่อสารข้อมูล สามารถรองรับการใช้งานชุดควบคุมเครื่องกําเนิดไฟฟ้าได้ 3.2.6.2. อุปกรณ์สามารถรองรับการสื่อสารด้วยระบบ 4G สามารถดูค่าพารามิเตอร์ต่างๆ และ ควบคุมการทํางานผ่าน Web Browser, App ได้อุปกรณ์สามารถรองรับการดูผ่าน คอมพิวเตอร์หรือ สมาร์ทโฟนได้
3.2.7. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศ
ไทย โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย
3.2.8. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือรับรองจากผู้ผลิต หรือผู้ผลิตสาขาประเทศไทย ที่ได้รับแต่งตั้งของ อุปกรณ์ที่เสนอว่าอุปกรณ์ที่เสนอในโครงการเป็นอุปกรณ์ใหม่ ไม่เคยใช้งาน มาก่อน ยังอยู่ใน สายการผลิต สนับสนุนการประกัน (Warranty) ให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและบริการหลังการ ขายในโครงการนี้ โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย - เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 40 Kva. จํานวน 1 ชุด โดยมีคุณลักษณะดังนี้
4.1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการรื้อถอนระบบสํารองไฟฟ้าเดิม ขนาด 40 kva. จํานวน 1 ชุด และชุดแบตเตอรี่
เดิม ภายในห้อง NETWORK ออกและนําส่งคืนคลังพัสดุ
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ ทส.
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค ทส.
หน้าที่ 9 กก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
4.2. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาและติดตั้งระบบเครื่องสํารองไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 40 kva จํานวน 1 เครื่อง
พร้อม Battery สํารองไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 10 นาที ติดตั้งภายในห้อง NETWORK
4.3. เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สามารถต่อขนานเพิ่มเติมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง
4.4. เครื่องสํารองไฟฟ้าที่เสนอต้อง ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่ได้การรับรองมาตรฐาน ดังนี้
4.4.1. EN62040-1, EN62040-2, EN62040-3, IEC60529
4.4.2. ISO9001, ISO14001
ม
4.5. สถานะ Normal Mode เมื่อมีกระแสไฟฟ้าจ่ายให้ระบบยูพีเอสตามปกติ (จากระบบไฟฟ้าหลักหรือเครื่อง กําเนิดไฟฟ้า) ส่วนเรียงกระแส (Rectifier) ต้องทําหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าที่จ่ายเข้ามาจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า หลัก โดยทําหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่มีเสถียรภาพ เพื่อจ่ายให้กับส่วน อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และอัดประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ โดยโหลดต้องได้รับพลังงานจากส่วนอินเวอร์เตอร์ (Inverter) ยกเว้นในช่วงสภาวะลัดผ่าน (Bypass Mode) เท่านั้น
4.6. สถานะ Emergency Mode เมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้องโหลดทั้งหมดต้องได้รับพลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
จากระบบแบตเตอรี่โดยปราศจากการหยุดชะงักโดยสามารถทํางานได้ตามเวลาที่กําหนดไว้ข้างต้น ในกรณีที่ ระบบไฟฟ้าหลักกลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ส่วนเรียงกระแส (Rectifier) ต้องกลับมาทํางานเองโดย อัตโนมัติ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับส่วนอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และทําหน้าที่อัดประจุไฟฟ้ากลับให้กับแบตเตอรี่ อีกครั้ง
4.7. สถานะระบบ Bypass Mode จะต้องสามารถทํางานได้ดังนี้
4.7.1. ระบบ Automatic Bypass กรณีที่ยูพีเอสทํางานผิดปกติ อันเนื่องจากการใช้งานในสภาวะเกินพิกัด หรือระบบยูพีเอสขัดข้อง ระบบต้องสามารถทําหน้าที่โอนย้ายโหลดจากส่วนอินเวอร์เตอร์ (Inverter)ไปรับพลังงานจากชุด Static bypass switch ได้โดยไม่ทําให้เกิดการหยุดชะงักและกรณีที่ ระบบกลับมาอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ ชุด Static bypass switch ดังกล่าวต้องโอนย้ายกลับมา โดย อัตโนมัติโดยไม่ให้เกิดการหยุดชะงักเช่นกัน
4.7.2. สถานะระบบ (Manual Bypass) ระบบยูพีเอสต้องมีสวิตช์ลัดผ่านด้วยมือใช้สําหรับงานซ่อมบํารุง
และงานบํารุงรักษา
4.8. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องเป็นแบบ True on-line Double Conversion
4.9. เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้าจะต้องมี Rectifier หรือ Charger เป็นแบบ IGBT ควบคุมการทํางานด้วย ระบบ DSP (Digital Signal Processing) ที่ออกแบบมาเพื่อลด Input Harmonic และปรับปรุง Power Factor ด้าน input ที่สามารถจ่ายไฟกระแสตรง DC ให้แก่ Inverter และ Battery ได้อย่างต่อเนื่อง โดย มีคุณสมบัติทางไฟฟ้า ดังนี้
4.10. ระบบจะต้องมีค่าทางไฟฟ้าด้าน Input Voltage ไม่น้อยกว่า 380-400-415 Vac 3phase plus neutral 4.11. ระบบจะต้องมีค่า Voltage range ไม่น้อยกว่า 320-480 V at 100% Load
4.12. ระบบจะต้องมีค่า Voltage range ไม่น้อยกว่า 240-480 V at 50% Load 4.13. ระบบจะต้องมีค่าความถี่ Input Frequency 50Hz (tolerance 40-72Hz)
4.14. ระบบจะต้องมีค่า Input Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.99
4.15. ระบบจะต้องมีค่า (Harmonic) THDi at 100% ของ Load ไม่มากกว่า 3% 4.16. ระบบต้องต้องมีค่า Power Walk-in ที่ไม่น้อยกว่า 1 - 120 sec.
4.17. ระบบจะต้องมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าด้าน Inverter เป็นแบบ IGBT สามารถจ่ายกําลังไฟฟ้าได้
40KVA/40KW
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก.ปค.ทส.
หน้าที่ 10 จาก 15
G
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ. ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
4.18. ระบบจะต้องมีค่าทางไฟฟ้าด้าน Output Voltage ที่ 380-400-415Vac 3phase + 0.5% 4.19. ระบบจะต้องมีค่าความถี่ Output Frequency ที่ 50/60Hz
4.20. ระบบจะต้องมีค่า THDv with Linear Load ไม่มากกว่า 1%
4.21. ระบบจะต้องมีค่า THDv with Non-Linear Load ไม่มากกว่า 1.5%
4.22. ระบบจะต้องมีค่า Dynamic Stability ของค่าความต้านทาน ±1% หรือดีกว่า 4.23. ระบบต้องต้องมีค่า Frequency variation ที่ความถี่ 1 Hz/sec
4.24. ระบบจะต้องมีค่า overload capacity ดังนี้
4.24.1. 110% 60 min.
4.24.2. 125% 10 min.
4.24.3. 150% 60 sec.
4.25. ระบบจะต้องมี ค่า AC/AC Efficiency ดังนี
4.25.1. AC/AC Efficiency 96.14% @ Full Load
4.25.2. AC/AC Efficiency 96.39% @ 75% Load
4.25.3. AC/AC Efficiency 96.60% @ 50% Load
4.25.4. AC/AC Efficiency 95.27% @ 25% Load
4.26. ระบบจะต้องมีสภาพแวดล้อมในขณะทํางานและคุณสมบัติของเครื่องดังนี้
4.26.1. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องสามารถทํางานในช่วงอุณหภูมิ 0 - 40 องศา หรือดีกว่า 4.26.2. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องสามารถทํางานในช่วงความชื้น 5-95% หรือดีกว่า
4.26.3. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องมีระดับค่าป้องกันน้ําหรือฝุ่น ไม่น้อยกว่า IP20
4.27. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องมี จอ LCD เป็นแบบ Color Touch Screen ขนาดไม่น้อยกว่า 5 นิ้ว และ
สามารถแสดงสถานการณ์ทํางานโดยต้องสามารถแสดงค่าพลังงานไฟฟ้าได้อย่างน้อย ดังนี้
4.27.1. Input voltage, Input current and frequency
4.27.2. By-pass voltage and frequency
4.27.3. Output voltage
4.27.4. Output power (Kva., Kw, Load level)
4.27.5. Out peak current
4.27.6. Battery Voltage
4.27.7. Battery current
4.27.8. Back-up time
4.28. ระบบ Software Management ของเครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องรองรับกับระบบปฏิบัติการ (Operating
System Support) ต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้
4.28.1. Windows operating systems: (2019, Xp, Vista, 7, 8, 10) Linux, Mac OS X and Citrix
XenServer
4.28.2. ระบบจะต้องสามารถแสดงสภาวะการทํางานและสภาวะต่าง ๆ ของ UPS โดย Software และ Web
browser ผ่านทางระบบเครือข่ายแบบ SNMP, TCP/IP, BACNET/IP ได้
4.28.3. มี Communication ports เพื่อรองรับการเชื่อมต่อต่าง ๆ ได้ อย่างน้อยดังนี้
4.28.4. 1x USB
4.28.5. 1× RS232 (RJ10)
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
…กพล สีสัน)
ผอ.ทส.
หน้าที่ AT จาก 15
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก.ปค ทส.
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
เป การเคหะแห่งชาติ
4.28.6. 4x programmable output alarms
4.28.7. 2x communication slots
4.29. แบตเตอรี่
4.29.1. แบตเตอรี่ที่นําเสนอจะต้องเป็นแบบ Lithium phosphate ที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานไม่น้อย กว่า 10 ปี และสํารองไฟได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 นาที ที่โหลดเต็มพิกัด Full Load, Power
Factor (PF)1
4.30. ระบบเครื่องสํารองไฟฟ้าที่ยื่นเสนอมาจะต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการเครื่องสํารองไฟฟ้า
ของการเคหะแห่งชาติได้
4.31. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย
โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย
4.32. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือรับรองในการให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิต อุปกรณ์ หรือ บริษัทตัวแทนจําหน่ายประจําประเทศไทย โดยแสดงเอกสารรับรองการว่าอุปกรณ์ที่เสนอ เป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ยังมิได้ทําการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อน และยังอยู่ในสายการผลิต และมี Spare Part รองรับบริการหลังการขายในโครงการนี้ โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย - เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้า (UPS) ขนาดไม่น้อยกว่า 80 Kva. จํานวน 3 ชุด โดยมีคุณลักษณะดังนี้
5.1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องดําเนินการรื้อถอนระบบสํารองไฟฟ้าเดิมขนาด 80 kva. จํานวน 3 ชุดและแบตเตอรี่
เติมภายในห้องสํารองไฟฟ้า อาคาร2 ออกและนําส่งคืนคลังพัสดุ
3
5.2. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาและติดตั้งระบบเครื่องสํารองไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 80 kva. จํานวน 3 ชุด
พร้อม Battery สํารองไฟฟ้าได้ไม่น้อยกว่า 10 นาที
5.3. เครื่องสํารองไฟฟ้า (UPS) สามารถต่อขนานเพิ่มเติมในอนาคตได้ไม่น้อยกว่า 8 เครื่อง 5.4. เครื่องสํารองไฟฟ้าที่เสนอต้อง ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่ได้การรับรองมาตรฐาน ดังนี้
5.4.1. EN62040-1, EN62040-2, EN62040-3, IEC60529
5.4.2. ISO9001, ISO 14001
5.5. สถานะ Normal Mode เมื่อมีกระแสไฟฟ้าจ่ายให้ระบบยูพีเอสตามปกติ (จากระบบไฟฟ้าหลักหรือเครื่อง กําเนิดไฟฟ้า) ส่วนเรียงกระแส (Rectifier) ต้องทําหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้าที่จ่ายเข้ามาจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า หลัก โดยทําหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่มีเสถียรภาพ เพื่อจ่ายให้กับส่วน อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และอัดประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่ โดยโหลดต้องได้รับพลังงานจากส่วน อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ยกเว้นในช่วงสภาวะลัดผ่าน (Bypass Mode) เท่านั้น
5.6. สถานะ Emergency Mode เมื่อระบบไฟฟ้าหลักขัดข้องโหลดทั้งหมดต้องได้รับพลังงานไฟฟ้าอย่าง
ต่อเนื่องจากระบบแบตเตอรี่โดยปราศจากการหยุดชะงักโดยสามารถทํางานได้ตามเวลาที่กําหนดไว้ข้างต้น ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าหลักกลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ส่วนเรียงกระแส (Rectifier) ต้องกลับมาทํางานเอง โดยอัตโนมัติ เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับส่วนอินเวอร์เตอร์ (Inverter) และ ทําหน้าที่อัดประจุไฟฟ้ากลับให้กับ แบตเตอรี่อีกครั้ง
5.7. สถานะระบบ Bypass Mode จะต้องสามารถทํางานได้ดังนี้
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
ในโลกพล สีสัน)
หน้าที
(นายลีราติ เสนารัตน์)
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
การเคหะแห่งชาติ
5.7.1. ระบบ Automatic Bypass กรณีที่ยูพีเอสทํางานผิดปกติ อันเนื่องจากการใช้งานในสภาวะเกินพิกัด หรือระบบยูพีเอสขัดข้อง ระบบต้องสามารถทําหน้าที่โอนย้ายโหลดจากส่วนอินเวอร์เตอร์ (Inverter)ไปรับพลังงานจากชุด Static bypass switch ได้โดยไม่ทําให้เกิดการหยุดชะงักและกรณีที่ ระบบกลับมาอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้ ชุด Static bypass switch ดังกล่าวต้องโอนย้ายกลับมา โดย อัตโนมัติโดยไม่ให้เกิดการหยุดชะงักเช่นกัน
5.7.2. สถานะระบบ (Manual Bypass) ระบบยูพีเอสต้องมีสวิตช์ลัดผ่านด้วยมือใช้สําหรับงานซ่อมบํารุงและ
งานบํารุงรักษา
5.8. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องเป็นแบบ True on-line Double Conversion
5.9.
เครื่องสํารองกระแสไฟฟ้าจะต้องมี Rectifier หรือ Charger เป็นแบบ IGBT ควบคุมการทํางานด้วย ระบบ DSP (Digital Signal Processing) ที่ออกแบบมาเพื่อลด Input Harmonic และปรับปรุง Power Factor ด้าน input ที่สามารถจ่ายไฟกระแสตรง DC ให้แก่ Inverter และ Battery ได้อย่างต่อเนื่อง โดย มีคุณสมบัติทางไฟฟ้า ดังนี้
5.10. ระบบจะต้องมีค่าทางไฟฟ้าด้าน Input Voltage 380-400-415 Vac 3phase plus neutral 5.11. ระบบจะต้องมีค่า Voltage range 320-480 V at 100% Load
5.12. ระบบจะต้องมีค่า Voltage range 240-480 V at 50% Load
5.13. ระบบจะต้องมีค่าความถี่ Input Frequency 50Hz (tolerance 40-72Hz)
5.14. ระบบจะต้องมีค่า Input Power Factor ไม่น้อยกว่า 0.99
5.15. ระบบจะต้องมีค่า(Harmonic) THDi at 100% ของ Load ไม่มากกว่า 3%
5.16. ระบบต้องต้องมีค่า Power Walk-in ที่ ไม่น้อยกว่า 1 - 120 sec.
5.17. ระบบจะต้องมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าด้าน Inverter เป็นแบบ IGBT สามารถจ่ายกําลังไฟฟ้าได้80KVA/80kW 5.18. ระบบจะต้องมีค่าทางไฟฟ้าด้าน Output Voltage 380-400-415Vac 3phase plus neutral + 0.5% 5.19. ระบบจะต้องมีค่าความถี่ Output Frequency : 50/60Hz
5.20. ระบบจะต้องมีค่า THDv with Linear Load ไม่มากกว่า 1%
5.21. ระบบจะต้องมีค่า THDv with Non-Linear Load ไม่มากกว่า 1.5%
5.22. ระบบจะต้องมีค่า Dynamic Stability ของค่าความต้านทาน +1% หรือดีกว่า
5.23. ระบบต้องต้องมีค่า Frequency variation ที่ความถี่ 1 Hz/sec
5.24. ระบบจะต้องมีค่า overload capacity ดังนี
5.24.1. 110% 60 min.
5.24.2. 125% 10 min.
5.24.3. 150% 60 sec.
5.25. ระบบจะต้องมี ค่า AC/AC Efficiency ดังนี้
5.25.1. AC/AC Efficiency 95.20% @ Full Load
5.25.2. AC/AC Efficiency 95.33% @ 75% Load
5.25.3. AC/AC Efficiency 95.42% @ 50% Load
5.25.4. AC/AC Efficiency 95.00% @ 25% Load
5.26. ระบบจะต้องมีสภาพแวดล้อมในขณะทํางานและคุณสมบัติของเครื่องดังนี้
5.26.1. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องสามารถทํางานในช่วงอุณหภูมิโดยรอบ 0 - 40 องศาหรือดีกว่า 5.26.2. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องสามารถทํางานในช่วงความชื้น 5-95% หรือดีกว่า
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(นายเอกพล สีสัน)
ผอ ทส.
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก ปค ทส.
หน้าที่ 13 จาก 15
G
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
การเคหะแห่งชาติ
5.26.3. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องมีระดับค่าป้องกันน้ําหรือฝุ่น ไม่น้อยกว่า IP20
5.27. เครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องมีจอ LCD เป็นแบบ Color Touch Screen ขนาดไม่น้อยกว่า 5 นิ้ว และ
สามารถแสดงสถานการณ์ทํางานโดยต้องสามารถแสดงค่าพลังงานไฟฟ้าได้อย่างน้อย ดังนี้
5.27.1. Input voltage, Input current and frequency
5.27.2. By-pass voltage and frequency
5.27.3, Output voltage
5.27.4. Output power (KVA, Kw, load level)
5.27.5. Out peak current
5.27.6. Battery Voltage
5.27.7. Battery current
5.27.8. Back-up time
5.28. ระบบ Software Management ของเครื่องสํารองไฟฟ้าจะต้องรองรับกับระบบปฏิบัติการ (Operating
System Support) ต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้
5.28.1. Windows operating systems: (2019, Xp, Vista, 7, 8, 10) Linux, Mac OS X and Citrix
XenServer
5.28.2. สามารถแสดงสภาวะการทํางานและสภาวะต่างๆ ของ UPS โดย Software และ Web browser
ผ่านทางระบบเครือข่ายแบบ SNMP, TCP/IP, BACNET/IP ได้
5.28.3. มี Communication ports เพื่อรองรับการเชื่อมต่อต่างๆได้ อย่างน้อยดังนี้
5.28.4. 1x USB
5.28.5. 1x RS232 (RJ10)
5.28.6. 4x programmable output alarms
5.28.7. 2x communication slots
5.29. แบตเตอรี่
5.29.1. แบตเตอรี่ที่นําเสนอจะต้องเป็นแบบ Lithium phosphate ที่ออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานไม่น้อย กว่า 10 ปี และสํารองไฟได้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 นาที ที่โหลดเต็มพิกัด Full Load, Power
Factor (PF) 1
5.30. ระบบเครื่องสํารองไฟฟ้าที่ยื่นเสนอมาจะต้องสามารถเชื่อมต่อกับระบบบริหารจัดการเครื่องสํารองไฟฟ้า
ของการเคหะแห่งชาติได้
5.31. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย
โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย
5.32. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือรับรองในการให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิต อุปกรณ์ หรือ บริษัทตัวแทนจําหน่ายประจําประเทศไทย โดยแสดงเอกสารรับรองการว่าอุปกรณ์ที่เสนอ เป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ยังมิได้ทําการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อน และยังอยู่ในสายการผลิต และมี Spare Part รองรับบริการหลังการขายในโครงการนี้ โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย - ระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ํามัน Oil Leak Detector จํานวน 1 ระบบ
6.1. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหา และติดตั้งระบบตรวจจับการรั่วไหลของน้ํามัน (Oil Leak Detector System) ชนิดตรวจจับด้วยสายเคเบิ้ล (Cable) โดยติดตั้งเป็นไปตามแบบที่กําหนดบริเวณภายในห้องเครื่องกําเนิด ไฟฟ้า ชนิดตรวจจับน้ํามันด้วยสาย เคเบิ้ล (Cable) ระยะไม่น้อยกว่า 15 เมตร
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
(นายจีรวฒิ เสนารัตน์)
หน้าที 14 จาก 15
หน้าที่ 27
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
การเคหะแห่งชาติ
6.2. แผงควบคุม (Controller)
6.2.1. สามารถรองรับการตรวจจับการรั่วไหลของน้ํามันได้
6.2.2. สามารถตรวจเช็คสถานะของสายเคเบิ้ลและสามารถแจ้งเตือนบนหน้าจอเมื่อสายชํารุด
6.2.3. หน้าจอสามารถแสดงผลการทํางานแบบ LED ได้หรือดีกว่า
6.2.4. สามารถบันทึกประวัติการแจ้งเตือนได้ไม่น้อยกว่า 500 ครั้งและสามารถระบุวันเวลาที่ระบบตรวจจับ
ได้
6.2.5. มีระบบ Alarm output Dry Contact จํานวนไม่น้อยกว่า 2 Contact
6.2.6. แผงควบคุมวัสดุที่ใช้จะต้องห่อหุ้มตัวเครื่องที่ทําจากพลาสติก ABS ที่ได้มาตรฐาน UL-VO หรือ
PEHD
6.2.7. แผงควบคุมจะต้องสามารถทํางานได้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ 0 ถึง 40 องศาเซลเซียส
6.2.8. แผงควบคุมต้องได้รับมาตรฐาน CE หรือ ISO9001 หรือ UL 6.2.9. แผงควบคุมจะต้องสามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดน้ํามันรั่วซึม
6.2.10. แผงควบคุมจะต้องมีการแจ้งเตือนเมื่อสาย Sensing Cable ไม่ได้ถูกการเชื่อมต่อไว้
6.2.11. แผงควบคุมจะต้องมีการแจ้งเตือนเมื่อสาย Sensing Cable มีความผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการชํารุด 6.3. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจําหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจําหน่ายในประเทศไทย โดย
ให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย
6.4. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหนังสือรับรองในการให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและอะไหล่จากบริษัทผู้ผลิต อุปกรณ์ หรือ บริษัทตัวแทนจําหน่ายประจําประเทศไทย โดยแสดงเอกสารรับรองการว่าอุปกรณ์ที่เสนอเป็น อุปกรณ์ใหม่ที่ยังมิได้ทําการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อน และยังอยู่ในสายการผลิต และมี Spare Part รองรับบริการหลังการขายในโครงการนี้ โดยให้ยื่นหลักฐานมาพร้อมกับข้อเสนอด้วย
(****
กองปฏิบัติการเทคโนโลยีเครือข่ายสื่อสาร
นายเอกพล สีสัน)
ผอ.ทส.
(นายจีรวุฒิ เสนารัตน์)
ผอก.ปค.ทส.
หน้าที
ร
จาก 15
(นายยงยศ พัฒน์ทวี)
พ.ระบบงาน 8
ชื่อเอกสาร
ระดับสั่นความลับ
แบบฟอร่มบันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสําหรับผู้ให้บริการ
ภายนอก (Information Security Agreement Form for Supplier) ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น (Internal Use Only)
บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
รหัสเอกสาร
เวอร์ชัน
หมายเลขหนา
ข้าพเจ้า (บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด/ที่ปรึกษา)
โดย
ตําาแหน่ง
ผู้รับมอบอํานาจตามหนังสือมอบอํานาจฉบับลงวันที่
สํานักงานเลขที่
อาคาร
ซอย
ตําาบล/แขวง
อําาเภอ/เขต
ถนน
จังหวัด
ISMS-FRM-ITD-026
1
1/2
ซึ่งเป็นผู้รับจ้างภายใต้สัญญาในโครงการ
ฉบับลงวันที่
สัญญาเลขที่ ……………………….ตกลงและยินยอมทําบันทึกฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังนี้
“ผู้ให้บริการภายนอก” หมายถึง บริษัท/ห้างหุ้นส่วนจํากัด/ที่ปรึกษา ที่ได้รับการว่าจ้างจากการเคหะแห่งชาติ
- ผู้ให้บริการภายนอกจะต้องตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลและทรัพย์สิน รวมทั้งความปลอดภัย ของการเคหะแห่งชาติ ในช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการภายนอกทํางานให้การเคหะแห่งชาติอย่างเคร่งครัด
- ในกรณีที่พบเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ จะต้องแจ้งให้ผู้ดูแลโครงการ
หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศรับทราบทันที - ในช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการภายนอกให้บริการกับการเคหะแห่งชาติ ผู้ให้บริการภายนอกต้องยินยอม
ให้การเคหะแห่งชาติตรวจสอบการทํางานได้โดยไม่มีเงื่อนไข - ห้ามนําบุคคลภายนอกที่ไม่มีรายชื่อ นอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้ต่อการเคหะแห่งชาติ เข้าพื้นที่ควบคุมความปลอดภัย โดยเด็ดขาดเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากการเคหะแห่งชาติ
- ผู้ให้บริการภายนอกต้องปฏิบัติงานในพื้นที่ที่การเคหะแห่งชาติกําหนดเท่านั้น หากต้องปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น ที่นอกเหนือจากที่กําหนดไว้ ต้องได้รับอนุญาตจากการเคหะแห่งชาติก่อนทุกครั้ง
- ไม่อนุญาตให้นําทรัพย์สินของการเคหะแห่งชาติออกนอกการเคหะแห่งชาติ เว้นแต่ได้รับอนุญาตแล้วเท่านั้น 7. ภายหลังการส่งมอบงาน ห้ามไม่ให้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ของการเคหะแห่งชาติโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาต
หากมีการเคลื่อนย้ายจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติทุกครั้ง - การพัฒนาระบบสารสนเทศ การติดตั้ง และการทดสอบระบบ ผ่านระบบเครือข่ายสื่อสารของการเคหะแห่งชาติ ต้องได้รับอนุญาตจากการเคหะแห่งชาติ และต้องใช้งานพอร์ตสื่อสาร (Service Port) ที่กําหนดให้เท่านั้น
- ไม่อนุญาตให้ผู้ให้บริการภายนอกติดตั้ง และเช่าบริการระบบอินเทอร์เน็ตหรือต่อเชื่อมอุปกรณ์ ICT นอกเหนือจาก ที่กําหนดในสัญญาจ้าง เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายสื่อสารภายนอกโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือร้องขอ จากการเคหะแห่งชาติ 10. ห้ามไม่ให้นําอุปกรณ์ประมวลผลและสื่อบันทึกข้อมูลที่ไม่ใช่ของการเคหะแห่งชาติ มาต่อเชื่อมเข้ากับระบบเครือข่าย สื่อสารของการเคหะแห่งชาติโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากการเคหะแห่งชาติ
- ผู้ให้บริการภายนอกจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ ให้การเคหะแห่งชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อระบบสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ และระบบเครือข่ายสื่อสาร ของการเคหะแห่งชาติ ผู้ให้บริการภายนอกต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารที่ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น ห้ามท่าการเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากคณะทํางานความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสื่อสารของการเคหะแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับของการเคหะแห่งชาติ
ชื่อเอกสาร
ระดับชั่นความเน
แบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสําหรับผู้ให้บริการ
ภายนอก (Information Security Agreement Form for Supplier)
ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น (Internal Use Only)
รหัสเอกสาร
ISMS-FRM-ITD-026
เวอร์ชัน
หมายเลขหน้า
1
2/2 - ผู้ให้บริการภายนอกจะต้องส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายให้การเคหะแห่งชาติ และต้องไม่มี โปรแกรมแอบแฝงหรือโปรแกรมมุ่งร้ายใด ๆ ฝังตัวอยู่
- ในกรณีที่ได้รับสิทธิเข้าใช้ระบบสารสนเทศของการเคหะแห่งชาติ ห้ามเปิดเผยชื่อผู้ใช้งานหรือรหัสผ่านให้กับผู้อื่น 14. ในกรณีที่จําเป็นต้องใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของการเคหะแห่งชาติ ผู้ให้บริการภายนอกจะต้องแจ้งผู้ดูแลโครงการ 15. ห้ามใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อประกอบธุรกิจหรือหาประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งมิใช่ธุรกิจหรือกิจการ
ของการเคหะแห่งชาติ - ห้ามใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อการกระทําอันมีลักษณะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของการเคหะแห่งชาติ หรือบุคคลอื่น
- ห้ามใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อขัดขวางการใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของการเคหะแห่งชาติ
เพื่อไม่ให้ใช้งานได้ตามปกติ - ห้ามใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อการอื่นใดที่อาจขัดต่อผลประโยชน์ของการเคหะแห่งชาติหรืออาจก่อให้เกิด
ความขัดแย้ง หรือความเสียหายแก่การเคหะแห่งชาติ - ห้ามใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของการเคหะแห่งชาติ เพื่อให้ทราบข้อมูลข่าวสารของบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต
จากผู้เป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในข้อมูลดังกล่าว - ห้ามใช้ระบบเครือข่ายของการเคหะแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่ หาประโยชน์ในเชิงธุรกิจส่วนตัวและทําการเข้าสู่เว็บไซต์ ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ที่ขัดต่อศีลธรรม เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ขัดต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อสังคม
และห้ามนําเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันเป็นเท็จ เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้าย หรือภาพที่มีลักษณะอันลามก และไม่ทําการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวผ่านระบบ
เครือข่ายของการเคหะแห่งชาติ - ห้ามคัดลอกชุดคําสั่งหรือจัดทําขึ้นเอง เพื่อนําไปใช้เป็นเครื่องมือที่ทําให้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไม่สามารถ
ทํางานได้ตามปกติ
ข้าพเจ้าได้อ่านบันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศฉบับนี้แล้ว และเข้าใจในหน้าที่และความรับผิดชอบ ในหลักการข้างต้น บริษัทจะปฏิบัติตามข้อตกลงนี้โดยเคร่งครัด
ลงชื่อ
(
….. )
ตําแหน่ง
วันที่
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารที่ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น ห้ามทําการเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากคณะทํางานความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสื่อสารของการเคหะแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับของการเคหะแห่งชาติ
ชื่อเอกสาร
ระดับชันความลับ
แบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลสําหรับผู้ให้บริการ ภายนอก (Non-Disclosure Agreement Form for Supplier) ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น (Internal Use Only)
รหัสเอกสาร
เวอร์ชัน
หมายเลขหน้า
บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement)
โดย
ผู้รับมอบอํานาจตามหนังสือมอบอํานาจฉบับลงวันที่
ข้าพเจ้า บริษัท
ตําแหน่ง
สํานักงานเลขที่
ตําาบล/แขวง
อาคาร
ซอย
อําาเภอ/เขต
ซึ่งเป็นผู้รับจ้างภายใต้สัญญาในโครงการ
สัญญาเลขที่
ถนน
จังหวัด
ฉบับลงวันที่
ISMS-FRM-ITD-024
1
1/2
โดยบริษัทตกลงและยินยอมทําบันทึกฉบับนี้ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังนี้
“ข้อมูล” หมายถึง ข้อมูลที่ไม่เป็นที่เปิดเผยแก่บุคคลทั่วไป และข้อมูลดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลของระบบ ข้อมูลลูกค้า ตลอดจนข้อมูลอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับองค์กร ระบบ ชื่อเสียง เป็นต้น (2) ข้อมูลเกี่ยวกับระบบทั้งหมดที่การเคหะแห่งชาติพัฒนาขึ้นไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นเอง หรือจ้างบุคคลภายนอกพัฒนาขึ้น เช่น รูปแบบการนําส่งข้อมูล ข้อกําหนดของระบบ คุณสมบัติของระบบ ซึ่งรวมถึงความรู้ทางด้านเทคนิค ความชํานาญ วิธีการจัดการ ชื่อบัญชีผู้ใช้งาน (User Name/User ID) รหัสผ่าน (Password)
(3) ข้อมูลไม่ว่าจะปรากฏในรูปของเอกสาร ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือรูปแบบอื่นใด โดยมีเนื้อหาที่ไม่พึงเปิดเผยแก่บุคคล ทั่วไป หรือเป็นความลับทางการค้า หรือผลการวิจัย การวิเคราะห์ ศึกษา รายงาน บันทึก หรือข้อมูลความลับอื่นใดของการเคหะแห่งชาติ
(4) ภาพถ่ายหรือสําเนาสิ่งที่เป็นข้อมูลความลับ ดังกล่าวข้างต้น - การห้ามเปิดเผยข้อมูล
ๆ
บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูล ตลอดจนข้อมูลอื่นใดของการเคหะแห่งชาติ และหรือข้อมูลที่บริษัทได้รับทราบ จากการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่บุคคลอื่น รวมทั้งพนักงานของการเคหะแห่งชาติที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือองค์กรใด ๆ โดยปราศจาก ความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากการเคหะแห่งชาติ และบริษัทจะใช้ความพยายาม ในการขัดขวางการกระทําใด ๆ ที่เป็นการเปิดเผยข้อมูล เช่นว่านั้น
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูล ตลอดจนข้อมูลอื่นใดของการเคหะแห่งชาติ ที่ตนได้ล่วงรู้มา โดยถือเป็นความลับ อย่างเคร่งครัด และตกลงยินยอมว่าจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวนั้นไว้เป็นความลับระหว่างพนักงานหรือบุคคลที่ได้รับอนุญาต
จากการเคหะแห่งชาติให้ทราบข้อมูลเหล่านั้น - การใช้ข้อมูล
บริษัทตกลงที่จะใช้ข้อมูล ตลอดจนข้อมูลอื่นใดของการเคหะแห่งชาติ เพียงเพื่อวัตถุประสงค์ในการทํางาน ให้แก่ หรือเพื่อประโยชน์ในการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติเท่านั้น และจะรักษาไว้ซึ่งความลับของข้อมูล ตลอดจนข้อมูลอื่นใด ของการเคหะแห่งชาติ โดยจะไม่นําไปใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือไปจากเพื่อประโยชน์ในการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ - การรับรองให้เป็นทรัพย์สินของการเคหะแห่งชาติ
ข้อมูลใด ๆ ที่บริษัทได้ทําขึ้น เพื่อการพัฒนาการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ และเอกสารอื่น ๆ บันทึกข้อมูล รวมทั้งที่บันทึกอยู่ในแผ่นดิสก์ คอมพิวเตอร์ หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่น ๆ หรือข้อมูลที่ได้มาจากการปฏิบัติ
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารที่ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น ห้ามทําการเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากคณะทํางานความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสื่อสารของการเคหะแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับของการเคหะแห่งชาติ
ชือเอกสาร
แบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลสําหรับผู้ให้บริการ
ภายนอก (Non-Disclosure Agreement Form for Supplier) ระดับชั้นความลับ ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น (Internal Use Only)
รหัสเอกสาร
ISMS-FRM-ITD-024
1
เวอร์ชัน
หมายเลขหน้า 2/2
ตามสัญญา ของบริษัทในระยะเวลาระหว่างการจ้างงาน ให้ถือเป็นทรัพย์สินของการเคหะแห่งชาติ และบริษัท จะคืนและ/หรือ ส่งมอบทรัพย์สินเช่นว่านั้น ให้การเคหะแห่งชาติในวันสิ้นสุดระยะเวลาการจ้างงานตามสัญญา หรือเมื่อสัญญาสิ้นสุดก่อนครบกําหนดเวลาตามสัญญาจ้าง หรือเมื่อการเคหะแห่งชาติร้องขอ - การให้บุคคลภายนอกรักษาไว้ซึ่งข้อมูลและดําเนินภายใต้กฎระเบียบและข้อตกลง
ในกรณีที่การปฏิบัติงานให้แก่การเคหะแห่งชาติ จะต้องมีการติดต่อกับบุคคลภายนอก บริษัทจะดําเนินการ ให้บุคคลภายนอกลงนามในข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement) ตามที่การเคหะแห่งชาติกําหนด และจะต้องจัดให้บุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือติดต่อกับการเคหะแห่งชาติ ได้ใช้ความระมัดระวังในการรักษา
ความลับในการรักษาความลับ ไม่เปิดเผยข้อมูล และจะต้องดําเนินการภายใต้กฎระเบียบและข้อตกลงของการเคหะแห่งชาติ ในเรื่อง การรักษาความลับด้วย
บริษัทตกลงที่จะปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตรงตามกฎข้อบังคับ และข้อตกลงต่าง ๆ ของการเคหะแห่งชาติ
และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ - ทรัพย์สินทางปัญญา
บริษัทตกลงให้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรวมถึงลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และสิทธิอื่น ๆ ในงานที่เกี่ยวข้องกับงานที่บริษัทได้สร้างสรรค์ หรือประดิษฐ์ขึ้นในระหว่างสัญญาจ้างที่ทําไว้กับการเคหะแห่งชาติ และหรือ ผลงานใด ๆ ที่บริษัทได้จัดทําขึ้นโดยใช้วัสดุ หรือข้อมูลของการเคหะแห่งชาติ ไม่ว่าจะทําโดยคําสั่งหรือคําแนะนํา
ของการเคหะแห่งชาติ หรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าได้ทําภายในระยะเวลาการทํางาน หรือหลังจากเวลางาน ให้ถือเป็นสิทธิ
ของการเคหะแห่งชาติแต่เพียงผู้เดียว - การไม่ประกอบธุรกิจแข่งขันกับการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ
บริษัทจะไม่ประกอบกิจการใด ๆ หรือกระทําการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการแข่งขันหรืออาจเป็นการแข่งขัน กับการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ และจะไม่ให้ความช่วยเหลือ หรือให้คําปรึกษา แก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่น อันอาจเป็นทางเสียหาย หรือเป็นการแข่งขันกับการดําเนินงานของการเคหะแห่งชาติ ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ไม่ว่าข้อมูลหรือคําปรึกษานั้นจะถูกนําไปใช้ประโยชน์ในด้านใดก็ตาม
บริษัทได้อ่านข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลฉบับนี้แล้ว และเข้าใจในหน้าที่และความรับผิดชอบ
ในหลักการข้างต้น บริษัทจะปฏิบัติตามข้อตกลงนี้โดยเคร่งครัด
ลงชื่อ
)
ตาแหน่ง/บริษัท
วันที่
เอกสารฉบับนี้เป็นเอกสารที่ใช้ภายในการเคหะแห่งชาติเท่านั้น ห้ามทําการเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากคณะทํางานความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายสื่อสารของการเคหะแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนจะถูกดําเนินการตามระเบียบข้อบังคับของการเคหะแห่งชาติ