ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน 1 ระบบ
สำนักงานศาลปกครองมีโครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) และในกิจกรรมนี้ต้องการจ้างพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการร่างคำพิพากษา โครงการมีวัตถุประสงค์หลักสามประการ ได้แก่ 1) การศึกษาและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารคดีปกครองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษากฎหมายเฉพาะทาง 2) การออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบที่นำโมเดล LLM มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการบริหารจัดการคดี และ 3) การจัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) คำนึงถึงหลักจริยธรรม ความสอดคล้องตามกฎหมาย และการประเมินความเสี่ยง
ขอบเขตงานครอบคลุมหลายขั้นตอน ได้แก่ การวิเคราะห์ความต้องการผู้ใช้ การออกแบบ UI และระบบต้นแบบ การพัฒนาโมเดล LLM พร้อมระบบจัดการข้อมูลที่รองรับการสกัดข้อความจากไฟล์ .docx, .pdf และ OCR สำหรับภาษาไทย-อังกฤษ การพัฒนาระบบต้นแบบที่มีฟังก์ชันสำคัญ เช่น ระบบตรวจสอบความครบถ้วนของคำฟ้อง ระบบสืบค้นข้อมูลด้วยภาษาธรรมชาติและ Semantic Search ระบบช่วยร่างคำพิพากษา/คำสั่งตาม Template และระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Rack Server) พร้อม GPU ความจำ 40 GB สำหรับติดตั้งโมเดล ส่งมอบซอร์สโค้ดทั้งหมด และจัดฝึกอบรมผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งสิ้น 330 วัน
English summary
The Administrative Court Office is inviting bids for the development of a prototype system for the “Intelligent Administrative Court (Draft Judgment)” project. This project aims to leverage Artificial Intelligence (AI) and Large Language Models (LLM) to support administrative court proceedings. The core objectives are: 1) To study and develop an LLM trained on administrative case documents and related laws to process and understand legal language. 2) To design and develop a system prototype applying the LLM to enhance the efficiency and speed of case management. 3) To establish guidelines for the ethical and governed application of AI (AI Governance), considering ethics, legal compliance, and risk assessment.
The scope of work includes user needs analysis, UI and prototype design, development of the LLM and a data management system supporting text extraction from .docx, .pdf files and OCR for Thai-English, and the development of the prototype system with key functions such as petition completeness checking, natural language and semantic search, AI-assisted drafting of judgments/orders based on templates, and user management. The contractor is also required to supply a high-performance rack server with a 40GB GPU for model deployment, deliver all source code, and conduct training for administrators and end-users. The total project duration is 330 days.
ห้องประชุมข้างห้องอบรมคอมพิวเตอร์ สำนักวิทยาการสารสนเทศ ชั้น 4 อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร (สำหรับการสาธิตระบบ)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อจ้างศึกษาและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ ในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำมาฝึกฝนและเรียนรู้เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษาในกระบวนพิจารณาคดีและทางกฎหมายที่เกี่ยวกับศาลปกครอง
- เพื่อจ้างออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้งานในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
- เพื่อจัดทำแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) สำหรับการพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) โดยคำนึงถึงหลักการจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) รวมถึงแนวทางในการประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ขอบเขตของงาน
- การวางแผนและบริหารโครงการ: จัดทำแผนดำเนินงานภายใน 30 วันหลังเซ็นสัญญา และประชุมติดตามงานกับคณะกรรมการเป็นระยะ
- การวิเคราะห์ความต้องการและออกแบบระบบ:
- ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน (ตุลาการ, พนักงานคดีปกครอง, เจ้าหน้าที่)
- ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI) ที่ทันสมัย เข้าใจง่าย
- ออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype)
- วิเคราะห์และคัดเลือกโมเดล AI/LLM ที่เหมาะสม
- ประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยง
- จัดทำเอกสาร AI Governance ตามหลักจริยธรรมและมาตรฐานสากล
- การพัฒนาระบบต้นแบบ:
- การพัฒนาโมเดล LLM และระบบจัดการข้อมูล:
- จัด Focus Group กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 ครั้งเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล
- พัฒนาระบบสกัดข้อความจากเอกสาร (.docx, .pdf) และ OCR รองรับภาษาไทย อังกฤษ ตัวเลข
- ทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleaning) และจัดหมวดหมู่ (Categorization)
- พัฒนาและฝึกฝนโมเดล LLM ด้วยข้อมูลที่เตรียมไว้
- ติดตั้งโมเดลบนเครื่องแม่ข่าย และให้สิทธิ์ใช้งานแบบถาวร (Perpetual License) แก่สำนักงานศาลปกครอง
- การพัฒนาระบบต้นแบบหลัก: พัฒนาระบบที่มีฟังก์ชันอย่างน้อยดังนี้
- ระบบตรวจคำฟ้อง: นำเข้าไฟล์, วิเคราะห์เนื้อหา, สรุปข้อมูลสำคัญ, ตรวจสอบความครบถ้วน, ช่วยสรุปประเด็นและจัดทำรายงาน
- ระบบสืบค้นข้อมูล (Search Engine): สืบค้นด้วยคำสำคัญและภาษาธรรมชาติ (Semantic Search), รองรับภาษาไทย-อังกฤษ, ใช้เทคนิค RAG, แสดงผลและจัดลำดับความเกี่ยวข้อง, กรองผล, จัดเก็บประวัติและสถิติ
- ระบบช่วยร่างคำพิพากษา/คำสั่ง: วิเคราะห์สำนวนคดี, สรุปประเด็นสำคัญ, แนะนำข้อความ, ตรวจสอบความครบถ้วนของร่าง, ร่างตาม Template, คัดกรองข้อมูลเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้อง, ระบุอ้างอิง (Citation) สำหรับข้อความที่ AI สร้าง
- ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน: แบ่งกลุ่มผู้ใช้ 4 กลุ่ม, รองรับการล็อกอินและยืนยันตัวตน (เช่น Single Sign-On), ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้และกำหนดสิทธิ
- ระบบจัดเก็บประวัติการใช้งาน: จัดเก็บข้อมูลอย่างน้อย 30 วัน
- ระบบแสดงสถิติการใช้งาน: แสดงผลในรูปแบบ Dashboard, ตาราง, กราฟ
- Responsive Design: รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ
- การเชื่อมต่อกับระบบอื่น: พัฒนาส่วนเชื่อมต่อ API และออกแบบให้สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบ e-Admincourt หรือระบบสารสนเทศของศาลปกครองได้อย่างปลอดภัย
- การทดสอบระบบ: จัดให้มีการทดสอบระบบต้นแบบโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและสรุปผลการทดสอบ
- การพัฒนาโมเดล LLM และระบบจัดการข้อมูล:
- การจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย: จัดหา Rack Server พร้อมคุณสมบัติขั้นต่ำตามที่กำหนด (CPU 16 Core ขึ้นไป, RAM 64 GB, GPU 40 GB, Storage 6TB/460GB, 10 Gbps Network, Redundant Power Supply) และรองรับ Virtualization
- ด้านอื่นๆ: ส่งมอบซอร์สโค้ดทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานศาลปกครอง, ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, รักษาความลับของข้อมูล
- การฝึกอบรม: อบรมถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานก่อนวันสิ้นสุดสัญญา โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- งวดที่ 1 (ภายใน 120 วัน):
- รายงานการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งาน
- รายงานการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (UI)
- รายงานการออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype)
- รายงานการวิเคราะห์ ประเมินและออกแบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสม
- รายงานการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และเอกสาร AI Governance
- งวดที่ 2 (ภายใน 180 วัน):
- รายงานความคืบหน้าของโครงการ
- ชุดข้อมูลสำหรับการสร้างโมเดล
- โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สำหรับระบบต้นแบบ
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ติดตั้งและทดสอบแล้ว
- การติดตั้งและปรับแต่งอุปกรณ์/โมเดลบนเครื่องแม่ข่าย
- ผลการทดสอบการทำงานของโมเดล
- งวดที่ 3 (ภายใน 330 วัน):
- รายงานการพัฒนาโมเดลระบบต้นแบบฉบับสมบูรณ์
- ลิขสิทธิ์โมเดล LLM ที่พัฒนาขึ้น (สิทธิ์ใช้งานแบบถาวร)
- ระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) ที่พัฒนาครบถ้วน
- ซอร์สโค้ด (Source code) ที่ใช้ในการพัฒนาระบบทั้งหมด
- การดำเนินการฝึกอบรมครบถ้วน
- คู่มือการใช้งานระบบและคู่มือการติดตั้งสำหรับผู้ดูแลระบบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ระยะเวลาดำเนินโครงการทั้งหมด: 330 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- กำหนดส่งมอบงวดงาน:
- งวดที่ 1: ภายใน 120 วัน
- งวดที่ 2: ภายใน 180 วัน
- งวดที่ 3: ภายใน 330 วัน
- การจัดทำแผนดำเนินงาน: ต้องเสนอภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- การสาธิตตัวอย่างระบบ (สำหรับการพิจารณาข้อเสนอ): ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: ต้องเป็นนิติบุคคลที่มีอาชีพรับจ้างงาน
- Standards Compliance: -
- Experience: ต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโมเดลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผลและเข้าใจภาษาธรรมชาติ (NLP/NLU) อย่างน้อย 1 สัญญา โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ
- Previous Project Cost: มูลค่าแต่ละสัญญาต้องไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน)
- Technical Capabilities: ต้องแสดงความสามารถผ่านการสาธิตตัวอย่างการใช้งานโมเดล LLM และเครื่องมือช่วยตรวจสอบเอกสาร ภายใน 7 วันทำการหลังเสนอราคา
- Personnel: ต้องมีบุคลากรพัฒนาระบบตามโครงสร้างและคุณสมบัติที่กำหนดครบถ้วน ดังนี้
- ผู้จัดการโครงการ (1 คน): ปริญญาโทขึ้นไป สาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์บริหารโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือบริหารโครงการเกี่ยวกับ LLM/NLP ไม่น้อยกว่า 2 ปี (1 โครงการ)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (1 คน): ปริญญาโทขึ้นไป สาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์/ผลงานด้านพัฒนา LLM/NLP ไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือเกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 2 ปี (1 โครงการ)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ (1 คน): ปริญญาโทขึ้นไป สาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์/ผลงานด้านออกแบบสถาปัตยกรรมระบบฐานข้อมูลใหญ่/ประมวลผลประสิทธิภาพสูง ไม่น้อยกว่า 3 ปี
- นักพัฒนาระบบอาวุโส (Senior Developer) (1 คน): ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์พัฒนาระบบไม่น้อยกว่า 5 ปี
- นักพัฒนาระบบ (Developer) (1 คน): ปริญญาตรีขึ้นไป สาขาที่เกี่ยวข้อง, ประสบการณ์พัฒนาระบบไม่น้อยกว่า 2 ปี
- ผู้ประสานงานโครงการ (1 คน): ปริญญาตรีทุกสาขา, ประสบการณ์ประสานงานโครงการ IT ไม่น้อยกว่า 1 ปี
เกณฑ์การพิจารณา
- หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยใช้คะแนนรวมจาก 2 เกณฑ์:
- เกณฑ์ราคา (น้ำหนัก 20%): คำนวณคะแนนอัตโนมัติจากราคาที่เสนอ โดยให้ผู้เสนอราคาต่ำสุดได้ 100 คะแนน
- เกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ (น้ำหนัก 80%): ประเมินจาก
- การสาธิตตัวอย่างการใช้งานโมเดล LLM และเครื่องมือตรวจสอบเอกสาร (90 คะแนน): แบ่งประเมินตามประสิทธิภาพของระบบย่อยต่างๆ เช่น ความแม่นยำของ OCR (วัดด้วย Character Error Rate), ความสามารถในการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร, ความสามารถของระบบสืบค้นข้อมูล (Semantic Search, Summarization, Relevancy Ranking), ความสามารถของระบบ AI ในการร่างเอกสารตาม Template, และระบบบริหารสิทธิ์และการระบุอ้างอิง (Citation)
- การรับประกันความชำรุดบกพร่องของระบบ (Warranty) (10 คะแนน): ให้คะแนนตามระยะเวลารับประกันที่เสนอ (1 ปี=0 คะแนน, 2 ปี=5 คะแนน, 3 ปี=10 คะแนน)
- ผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคะแนนรวมทุกด้านสูงสุดจะได้รับการคัดเลือก
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- โมเดลและข้อมูล: พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) เฉพาะทางสำหรับภาษากฎหมายศาลปกครอง ผ่านการฝึกฝนด้วยข้อมูลจากเอกสารคดีจริง (คำฟ้อง, คำให้การ, คำพิพากษา, คำสั่ง ฯลฯ) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องให้สิทธิ์ใช้งานแบบถาวร (Perpetual License) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี
- ระบบประมวลผลเอกสาร: ระบบต้องสามารถสกัดข้อความจากไฟล์ .docx และ .pdf ได้ โดยคงโครงสร้างต้นฉบับ และมีระบบ OCR ที่รองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลขไทย และเลขอารบิกอย่างแม่นยำ
- ระบบต้นแบบ (ฟังก์ชันหลัก):
- ตรวจคำฟ้อง: วิเคราะห์เนื้อหา, สรุปข้อมูลสำคัญ (เหตุฟ้อง, ข้อเท็จจริง, คำขอ), ตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฎหมาย, แนะนำการจัดทำรายงาน
- สืบค้นข้อมูล: รองรับการค้นหาด้วยคำสำคัญและภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ในรูปแบบ Semantic Search, ใช้เทคนิค RAG (Retrieval Augmented Generation) เพื่อค้นหาและสรุปคำตอบจากคลังคำพิพากษา/คำสั่งเก่า, จัดลำดับความเกี่ยวข้อง, มีระบบกรองและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง
- ช่วยร่างคำพิพากษา/คำสั่ง: วิเคราะห์สำนวนคดี, สรุปประเด็นและข้อเท็จจริง, แนะนำข้อความการร่างโดยอ้างอิงเอกสารและกฎหมาย, ตรวจสอบความครบถ้วนของร่าง, สร้างร่างตาม Template มาตรฐานของศาลปกครอง, มีระบบคัดกรองข้อมูลเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาความลับ, ข้อความที่ AI สร้างต้องมีการระบุอ้างอิง (Citation) ชัดเจน
- ส่วนต่อประสานผู้ใช้ (UI): ออกแบบให้ทันสมัย เข้าใจง่าย มี Responsive Design รองรับอุปกรณ์หลากหลาย
- ระบบรอง: บริหารจัดการผู้ใช้งาน (4 กลุ่ม), จัดเก็บประวัติใช้งาน, แสดงสถิติใน Dashboard
- โครงสร้างพื้นฐาน: ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Rack Server) พร้อมคุณสมบัติขั้นต่ำ: CPU 16 Core ขึ้นไป (2 หน่วย), RAM 64 GB, GPU 40 GB, Storage 6TB/460GB, Network 10 Gbps, Redundant Power Supply และรองรับการทำงานบน Virtualization Platform
- การบูรณาการ: ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) หรือระบบสารสนเทศอื่นของศาลปกครองได้อย่างปลอดภัย ผ่าน API
- ความปลอดภัยและธรรมาภิบาล: ต้องมีมาตรการรักษาความลับของข้อมูล คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ออกแบบระบบควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และจัดทำเอกสาร AI Governance ตามหลักจริยธรรมและมาตรฐาน
เงื่อนไขสัญญา
- วงเงินงบประมาณ: 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
- การจ่ายเงิน (แบ่ง 3 งวด):
- งวดที่ 1: ร้อยละ 30 ของวงเงินสัญญา (จ่ายหลังส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 1 ภายใน 120 วัน)
- งวดที่ 2: ร้อยละ 40 ของวงเงินสัญญา (จ่ายหลังส่งมอบและตรวจรับงานงวดที่ 2 ภายใน 180 วัน)
- งวดที่ 3: ร้อยละ 30 ของวงเงินสัญญา (จ่ายหลังส่งมอบและตรวจรับงานงวดสุดท้ายภายใน 330 วัน)
- ค่าปรับ:
- ค่าปรับความล่าช้า: ร้อยละ 0.10 ของวงเงินสัญญาต่อวัน
- ค่าปรับการจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ร้อยละ 10 ของวงเงินงานจ้างช่วงนั้น
- การรับประกันความชำรุดบกพร่อง (Warranty):
- ระบบซอฟต์แวร์: ต้องรับประกันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่ตรวจรับงานสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว ให้บริการแก้ไขปัญหาแบบ Onsite/Oncall/Email/Remote Support ต้องแก้ไขให้เสร็จภายใน 2 วันทำการ (สำหรับความชำรุดทั่วไป) หรือ 3 วันทำการ (สำหรับ Software bugs) หลังจากได้รับแจ้ง
- เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (ฮาร์ดแวร์): ต้องรับประกันซ่อมตรงถึงที่ (Onsite Service) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี นับจากวันที่ตรวจรับ เริ่มซ่อมภายใน 3 วันทำการหลังได้รับแจ้ง และซ่อมเสร็จภายใน 3 วันทำการ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โมเดล LLM ในโครงการนี้ต้องมีความสามารถเฉพาะด้านอะไรบ้าง?
A: โมเดลต้องได้รับการฝึกฝนเฉพาะทางด้วยข้อมูลศาลปกครองและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถประมวลผลและเข้าใจภาษากฎหมายเฉพาะทาง สรุปข้อเท็จจริงจากคำฟ้อง วิเคราะห์ประเด็นคดี และเชื่อมโยงกับข้อกฎหมายได้อย่างถูกต้อง -
Q: ระบบต้องรองรับการทำงานร่วมกับระบบเดิมของศาลปกครองอย่างไร?
A: ระบบต้องสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) หรือระบบสารสนเทศอื่นที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ผ่านการพัฒนาส่วนเชื่อมต่อ API และอาจรองรับการยืนยันตัวตนผ่านระบบที่มีอยู่แล้ว เช่น Single Sign-On -
Q: มีมาตรการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้โมเดล AI ใช้ข้อมูลจากคดีอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ?
A: ระบบต้องมีกลไกคัดกรองและเลือกใช้ข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคดีที่กำลังดำเนินการอยู่เท่านั้น พร้อมกับมีระบบกำหนดสิทธิ์และขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับของคดีอื่น -
Q: ข้อความที่ระบบ AI ช่วยร่าง ต้องมีการแสดงที่มาอย่างไร?
A: ข้อความทุกส่วนที่สร้างขึ้นโดย AI ต้องมีการระบุอ้างอิง (Citation) ในวงเล็บ โดยระบุถึงเอกสารต้นฉบับที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูลอย่างชัดเจน เช่น ระบุชื่อไฟล์และเลขหน้า เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ -
Q: ระบบสืบค้นข้อมูลใช้เทคโนโลยีอะไรในการค้นหาและสรุปผล?
A: ระบบใช้เทคนิคการสืบค้นข้อมูลแบบ Retrieval Augmented Generation (RAG) ร่วมกับโมเดล LLM เพื่อค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องจากคลังข้อมูล จากนั้นใช้ LLM สรุปคำตอบหรือย่อความที่สอดคล้องกับคำค้น (query) ที่เป็นภาษาธรรมชาติ -
Q: เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่จัดหาต้องมีคุณสมบัติพิเศษด้านใดบ้าง?
A: ต้องเป็น Rack Server ที่มี GPU ความจำไม่น้อยกว่า 40 GB เพื่อรองรับการประมวลผลโมเดล LLM, มีหน่วยความจำหลัก (RAM) 64 GB ขึ้นไป, พร้อมรองรับการทำงานบนแพลตฟอร์มเสมือน (Virtualization) สำหรับการติดตั้งและจัดการระบบ -
Q: การรับประกันระบบซอฟต์แวร์ครอบคลุมอะไรบ้าง และระยะเวลาแก้ไขปัญหาเป็นอย่างไร?
A: การรับประกันครอบคลุมความชำรุดบกพร่องของระบบซอฟต์แวร์ ผู้รับจ้างต้องให้บริการแก้ไขปัญหาแบบหลากหลายช่องทาง (Onsite, Oncall, Email, Remote) และต้องแก้ไขให้เสร็จภายใน 2 วันทำการสำหรับปัญหาทั่วไป หรือ 3 วันทำการสำหรับ Software bugs หลังจากได้รับแจ้ง -
Q: สำนักงานศาลปกครองจะได้รับสิทธิ์ในการใช้งานโมเดล LLM อย่างไร?
A: สำนักงานศาลปกครองจะได้รับสิทธิการใช้งานโมเดลแบบถาวร (Perpetual License) บนเครื่องแม่ข่ายที่จัดหาไว้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายปีหรือค่าธรรมเนียมการต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งาน (Subscription Fee) ตลอดอายุการใช้งานของระบบ -
Q: มีการฝึกอบรมอะไรบ้างที่ผู้รับจ้างต้องจัดให้?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรม 3 ส่วนหลัก: 1) การติดตั้งและควบคุมระบบสำหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator) 2) การจัดเตรียมข้อมูลและพัฒนา/ปรับแต่งโมเดล 3) การใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (User) โดยมีจำนวนชั่วโมงและผู้เข้าอบรมขั้นต่ำตามที่กำหนด -
Q: โครงการนี้คำนึงถึงประเด็นจริยธรรมและธรรมาภิบาล AI อย่างไร?
A: โครงการกำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล (AI Governance) โดยคำนึงถึงหลักจริยธรรม AI (AI Ethics) ความสอดคล้องตามกฎหมาย และมีการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
ขอบเขตของงาน (Terms of Reference : TOR) จ้างพัฒนาระบบภายใต้โครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) กิจกรรมการพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
๑. ความเป็นมา
ๆ
ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชนต่างนําเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงมาเป็นเครื่องมือสําคัญในการปฏิรูปการทํางานและให้บริการสาธารณะ ประกอบกับการก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยได้กําหนดทิศทางที่ชัดเจนในการส่งเสริมให้หน่วยงาน
ภาครัฐนําเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ในการยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรและการให้บริการประชาชน
ปัจจุบันปริมาณคดีปกครองที่เข้าสู่กระบวนพิจารณามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาททางปกครอง มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายเฉพาะทางที่หลากหลาย นอกจากนี้ ประชาชนและคู่กรณีในคดีต่างมี ความคาดหวังให้กระบวนพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และการบังคับคดีที่มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามคําพิพากษาคําสั่งของศาล การดําเนินกระบวนพิจารณาคดีปกครอง เป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงโดยใช้ระบบไต่สวนและพิจารณาเอกสารเป็นหลัก มีขั้นตอนสําคัญได้แก่ ๑) การตรวจ คําฟ้อง/คําขอ ๒) การแสวงหาข้อเท็จจริง ๓) การสรุปสํานวน ๔) การกําหนดวันสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริง ๕) การจัดทําคําแถลงการณ์ ๖) การนั่งพิจารณาคดี ๓) การอ่านคําพิพากษา/คําสั่ง ๘) การอุทธรณ์ และ ๙) การบังคับคดี การดําเนินการในขั้นตอนตรวจคําฟ้อง/คําขอจนถึงการนั่งพิจารณาคดีนั้น เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร เป็นจํานวนมาก เช่น คําฟ้อง คําให้การ พยานหลักฐาน คําพิพากษา คําสั่ง ซึ่งปัจจุบันมีจํานวนคําพิพากษา คําสั่ง มากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คดี รวมไปถึงการเชื่อมโยงกับระบบกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ๆ
การนําเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพสูงสุดในการแก้ไขปัญหา และสนับสนุนการดําเนินงานของศาลปกครองให้บรรลุเป้าหมาย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการพัฒนา โมเดลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) เพื่อสนับสนุน การบริหารจัดการคดีด้วยเทคโนโลยีที่มีความฉลาด โดยเน้นในเรื่องของนวัตกรรมการประมวลผลและเข้าใจ ภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing and Understanding: NLP/NLU) เพื่อเรียนรู้การสร้างโมเดล สําหรับการประมวลผลและเข้าใจภาษาทางกฎหมายที่เกี่ยวกับศาลปกครอง ด้วยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large
Language Model: LLM) โดยโมเดลจะสามารถนําไปประยุกต์ใช้งานเพื่อสนับสนุนกระบวนพิจารณาคดีของ ศาลปกครอง ตั้งแต่การวิเคราะห์คําฟ้อง การตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของคําฟ้อง รวมถึงการจัดหมวดหมู่ คดีอัตโนมัติเพื่อจําแนกข้อพิพาทตามประเภทคดี ช่วยลดภาระในการตรวจสอบคําฟ้องเบื้องต้นและจัดสรรงาน ได้อย่างเหมาะสมตามความเชี่ยวชาญขององค์คณะ การสกัดข้อเท็จจริงจากคําฟ้อง และวิเคราะห์ประเด็นเพื่อค้นหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสืบค้นคําพิพากษา คําสั่งที่มีข้อพิพาทลักษณะคล้ายคลึงกับคดีปัจจุบัน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับแนวคําวินิจฉัยที่มีอยู่เดิม ดังนั้น การขับเคลื่อน โครงการดังกล่าวจึงมีเป้าหมายสําคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีปกครอง ช่วยให้ขั้นตอนต่าง
ดําเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้คู่กรณีและประชาชนได้รับความเป็นธรรมและ การเยียวยาได้อย่างทันท่วงทีและเหมาะสม อันเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณะและสร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
ๆ
๒. วัตถุประสงค์…
- ๒ -
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจ้างศึกษาและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยใช้ข้อมูล จากเอกสารต่าง ๆ ในกระบวนพิจารณาคดีปกครอง รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นํามาฝึกฝนและเรียนรู้
เพื่อให้โมเดลสามารถประมวลผลและเข้าใจภาษาในกระบวนพิจารณาคดีและทางกฎหมายที่เกี่ยวกับศาลปกครอง
๒.๒ เพื่อจ้างออกแบบและพัฒนาระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่นําโมเดลภาษาขนาดใหญ่
มาประยุกต์ใช้งานในการสนับสนุนกระบวนการบริหารจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
๒.๓ เพื่อจัดทําแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีธรรมาภิบาล (Al Governance) สําหรับการพัฒนาระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) โดยคํานึงถึงหลักการจริยธรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Principles) ความสอดคล้องตามกฎหมายและข้อกําหนดที่เกี่ยวข้อง (Laws and Regulations) รวมถึงแนวทางในการประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้กระบวนการพัฒนาและใช้งานระบบต้นแบบสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
๓. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ
๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทําสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคร เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกําหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อ ให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอํานาจในการดําเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐกําหนดในราชกิจจานุเบกษา
๓.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สํานักงานศาลปกครอง ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทําการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๓.๔ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคําสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโมเดลทางด้านปัญญาประดิษฐ์ ในการพัฒนา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผลและเข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing and Understanding) เพื่อเรียนรู้การสร้างโมเดลสําหรับการประมวลผล และเข้าใจภาษาที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยแต่ละสัญญาต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,000,000 บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ ผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งมอบแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้ว
ภายใน…
3
ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ให้แนบสําเนาหนังสือรับรองผลงานและสําเนาสัญญา ดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) การกําหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกําหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วม ค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น
ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน
(๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กําหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอํานาจ
สําหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กําหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอํานาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับ มอบหมายหรือมอบอํานาจตามข้อ (๓.๑) ดําเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจําหน่าย เอกสารซื้อหรือจ้าง
๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง
๓.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะ การเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ กําหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากําหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกําหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชําระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ํากว่า ๑ ล้านบาท
๓. สําหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
๑
และหาก…
- C -
และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ สามารถดําเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดา ที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจ
ค้ําประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่รับรอง หรือที่สํานักงานสาขา รับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือ
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อ การพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ําประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัท
ที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สํานักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สํานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอํานาจจากสํานักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ตามประกาศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ
แล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการ รับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสาร
ไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา
- กรณีตามข้อ ๑ - ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
ด
(๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
(๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้วและ
งานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทําบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อ…
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
- ๕ -
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
(5.5) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมและเข้าร่วมการสาธิตตัวอย่างการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และเครื่องมือการช่วยตรวจสอบเอกสารภายใน ๗ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา
๔.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทําเอกสารข้อเสนอเกี่ยวกับคุณลักษณะของระบบเป็นรายข้อทุกข้อ และจัดทํา รายการเปรียบเทียบดังกล่าว โดยใช้ตัวอย่างแบบฟอร์มตามตารางที่ ๑ หากมีกรณีที่ต้องมีการอ้างอิงข้อความหรือ เอกสารในส่วนอื่นที่จัดทําเสนอมา ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องระบุให้เป็นไปอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ง่ายไว้ใน เอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงถึงนั้นอยู่ในส่วนใด ตําแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทําเสนอมา สําหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุหรือขีดเส้นใต้หรือระบายสีพร้อมเขียนหัวข้อกํากับไว้เพื่อให้สามารถ
ตรวจสอบกับเอกสารได้ง่ายและตรงกันด้วย หากผู้ยื่นข้อเสนอไม่ดําเนินการตามข้อนี้คณะกรรมการพิจารณา
ผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ
ตารางที่ ๑ ตารางเปรียบเทียบข้อกําหนดตามขอบเขตของงานกับระบบที่เสนอ
อ้างถึงข้อ
ข้อกําหนดตาม ข้อกําหนด/
ขอบเขตของงาน/
คุณลักษณะของ
คุณลักษณะระบบที่ 1 ระบบที่นําเสนอ
เปรียบเทียบ
เอกสารอ้างอิง - รายละเอียดคุณ | ตรงตามข้อกําหนด/ ระบุหมายเลขหน้า
ลักษณะเฉพาะ
ต้องการ
ระบุหัวข้อให้ตรงกับ - รายละเอียด
หัวข้อที่ระบุใน
ขอบเขตของงาน
คุณลักษณะเฉพาะ ที่ทางสํานักงาน
ที่เสนอ
ดีกว่าหรือต่ํากว่า ของเอกสารอ้างอิง ข้อกําหนด
กําหนด - รายละเอียด
ระบบ
๕. ขอบเขตของงานที่จะดําเนินการจัดจ้าง กําหนดให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ความรับผิดชอบดังต่อไปนี้ คือ
๕.๑ จัดทําแผนการดําเนินงาน โดยมีรายละเอียดงาน ผู้รับผิดชอบ รวมถึงกําหนดระยะเวลา การพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และการพัฒนาระบบต้นแบบของ ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และเมื่อได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในแนวทางดังกล่าวแล้ว จึงดําเนินการต่อไปได้ และต้องร่วมประชุม กับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเพื่อติดตามงานหรือหารือในประเด็นต่าง ๆ เป็นระยะ
າ
๕.๒ การวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานและออกแบบระบบต้นแบบ
๕.๒.๑ ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานระบบศาลปกครองอัจฉริยะอย่างละเอียด โดยดําเนินการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ปัญหา ตลอดจนระบุความต้องการหลักของผู้ใช้งาน ได้แก่ ตุลาการ ศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ศาลปกครองตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อให้
สามารถออกแบบระบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๒.๒ ออกแบบ…….
-5-
๕.๒.๒ ออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ให้มีความทันสมัย เข้าใจง่าย สะดวก ต่อการใช้งาน และสอดคล้องกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานในแต่ละกระบวนงาน พร้อมทั้งคํานึงถึงการเข้าถึงข้อมูล
และการใช้งานในอุปกรณ์ที่หลากหลาย
๕.๒.๓ ออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype) ที่สามารถนําเสนอขั้นตอนการทํางานและ ฟังก์ชันหลักของระบบได้อย่างครบถ้วน ตามข้อ ๕.๒.๑
๕.๒.๔ วิเคราะห์และประเมินเพื่อพิจารณาคัดเลือกและออกแบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ด้านโมเดล ภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่เหมาะสมสําหรับการจัดทําระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
๕.๒.๕ วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาและ ใช้งานระบบ เช่น ความเสี่ยงด้านข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อคติของโมเดล AI เป็นต้น และจัดทํา แผนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม
๕.๒.๖ จัดทําเอกสารการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีธรรมาภิบาล (Al Governance) ตามแนวทาง จริยธรรม กฎหมาย และมาตรฐานสากล
๕.๓ การพัฒนาระบบต้นแบบ
พัฒนาต้นแบบระบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) มีรายละเอียดดังนี้
๕.๓.๑ พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM) และระบบจัดการข้อมูล
(๑) ผู้รับจ้างจะต้องจัดการประชุมกลุ่มแบบ Focus Group โดยเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ครอบคลุมทั้งตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ปกครอง หรือบุคลากรตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด อย่างน้อย ๒ ครั้ง โดยต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการพัฒนาโมเดลอย่างเป็นระบบ เช่น รูปแบบเอกสารที่ใช้จริง ปัญหาอุปสรรคที่พบ ในกระบวนการพิจารณา และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาโมเดลระบบต้นแบบ เป็นต้น และนําข้อมูลที่ได้ ไปวิเคราะห์และปรับปรุงแบบจําลองภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และส่วนประกอบอื่นๆ ของระบบให้มีประสิทธิภาพ
ตอบโจทย์การใช้งาน และตรงตามบริบทของศาลปกครอง
มีรายละเอียดดังนี้
(๒) ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบประมวลผลเอกสารและโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM)
(๒.๑) ส่วนการสกัดข้อมูลจากเอกสาร ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบเพื่อแปลงเอกสาร หลากหลายรูปแบบให้อยู่ในรูปแบบข้อความดิจิทัลที่พร้อมใช้งาน
(๒.๑.๑) รองรับการสกัดข้อความจากไฟล์ .docx และ .pdf ได้เป็นอย่างน้อย โดยยังต้องคงโครงสร้างลําดับเนื้อหาของเอกสารต้นฉบับไว้ได้
(๒.๑.๒) สามารถแปลงเอกสารที่เป็นรูปภาพหรือไฟล์สแกนด้วยเทคโนโลยี Optical Character Recognition (OCR) ที่รองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลขไทย และตัวเลขอารบิก ได้อย่างแม่นยํา
(๒.๒) ดําเนินการทําความสะอาดข้อมูล (Data Cleaning) จัดหมวดหมู่ (Categorization) และเตรียมชุดข้อมูลที่ได้จากการสกัดข้อความจากข้อ (๒.๑) เพื่อใช้ในการฝึกฝนให้กับโมเดล โดยมีปริมาณข้อมูล ที่จะกําหนดในขั้นตอนการวิเคราะห์และออกแบบระบบ
(๒.๓) ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) โดยการฝึกฝน จากข้อมูล ตามข้อ ๕.๓.๑ (๑) และเอกสารที่ได้จากการสกัดข้อความ ตามข้อ ๕.๓.๑ (๒) (๒.๑) หรือตามที่
(๑.๒) สามารถ… - ๗ -
สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อให้โมเดลมีความสามารถเฉพาะทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง และรองรับการทํางานตามวัตถุประสงค์ที่กําหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(๓) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่ปรับแต่งสําหรับศาลปกครอง ต้องติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ตามข้อ ๕.๔ โดยสํานักงานศาลปกครองต้องได้รับสิทธิการใช้งานโมเดล แบบถาวร (Perpetual License) และไม่มีค่าใช้จ่ายรายปี หรือค่าธรรมเนียมการต่ออายุลิขสิทธิ์การใช้งาน (Subscription Fee) ในการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่พัฒนาขึ้นตลอดอายุการใช้งานของระบบ
(๔) โมเดลที่พัฒนาขึ้นต้องมีวิธีหรือระบบสําหรับทดสอบการทํางาน
๕.๓.๒ พัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) สําหรับสนับสนุนการทํางานของ ตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีคุณลักษณะของระบบอย่างน้อย ดังนี้
(๑) พัฒนาระบบต้นแบบสนับสนุนการตรวจคําฟ้องสําหรับตุลาการศาลปกครอง พนักงาน คดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีรายละเอียดดังนี้
(๑.๑) ต้องมีหน้าจอสําหรับผู้ใช้เพื่อนําเข้าข้อมูล และสามารถนําเข้าไฟล์เอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลากหลายรูปแบบ ได้แก่ .docx และ .pdf ได้เป็นอย่างน้อย รวมทั้งสามารถเชื่อมโยง การเรียกใช้ข้อมูลจากระบบงานของศาลปกครองได้
(๑.๒) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดของคําฟ้องและเอกสารประกอบคําฟ้อง
โดยรองรับได้ทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
(๑.๓) สามารถสรุปข้อมูลสําคัญของคําฟ้องเพื่อสนับสนุนการทํางานเจ้าหน้าที่ รับฟ้องในกระบวนการตรวจคําฟ้องเบื้องต้น ได้แก่ เหตุแห่งการฟ้องคดีพร้อมข้อเท็จจริง คําขอของผู้ฟ้องคดี สถานที่มูลคดีเกิด สาระสําคัญของคดีโดยสรุป และการตรวจฟ้องซ้ํา ฟ้องซ้อน ได้เป็นอย่างน้อย
(๑.๔) สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของคําฟ้องตามที่กฎหมายกําหนด
รวมทั้งสามารถแสดงคําแนะนําแก่ผู้ใช้ในกรณีตรวจพบข้อมูลและเอกสารประกอบคําฟ้องที่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ โดยอ้างอิงจากเอกสารที่คู่กรณีกรอกเข้ามาผ่านระบบและจากเอกสารที่อัปโหลดเข้าสู่ระบบ
(๑.๕) สามารถสรุปประเด็นสําคัญจากคําฟ้อง สืบค้นเอกสารและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการจัดทํารายงานกระบวนพิจารณาการตรวจในชั้นได้รับคําฟ้อง
(๑.๖) สามารถแนะนําข้อความการจัดทํารายงานกระบวนพิจารณาการตรวจในชั้นได้รับ
คําฟ้องตามโครงสร้างมาตรฐาน (Template) แบบฟอร์มของศาลปกครองได้
(๒) พัฒนาระบบการสืบค้นข้อมูล (Search Engine) มีรายละเอียดดังนี้
(๒.๑) สามารถสืบค้นข้อมูลโดยใช้คําสําคัญหรือข้อความในรูปแบบภาษาธรรมชาติ
(Natural Language: NL) ได้
(๒.๒) รองรับการสืบค้นข้อมูลได้ทั้งข้อความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
(๒.๓) สามารถค้นหาไฟล์เอกสารคําพิพากษา คําสั่งที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกับคําฟ้อง และ แสดงผลลัพธ์ข้อมูลเอกสารที่สืบค้นหรือที่เกี่ยวข้องในรูปแบบของคําตอบ สรุปความ หรือย่อความที่สอดคล้องกับ คําค้น (query) ที่อยู่ในรูปแบบของคําสําคัญหรือภาษาธรรมชาติ โดยผลลัพธ์ดังกล่าวได้มาจากการพัฒนาโมเดลภาษา ขนาดใหญ่ (Large Language Model : LLM) ร่วมกับเทคนิคการสืบค้นข้อมูลแบบ Retrieval Augmented
Generation (RAG)
(๒.๔) สามารถแนะนําเอกสารคําฟ้อง คําพิพากษา คําสั่งที่มีเนื้อหาใกล้เคียง และข้อมูล กฎหมายหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ใช้สําหรับการดําเนินการที่เกี่ยวข้องกับการร่างคําพิพากษา/คําสั่งได้
(๒.๕) สามารถกําหนดจํานวนผลลัพธ์การค้นหาเพื่อแสดงผลได้
(๒.๖) สามารถ…
-3-
(๒.๖) สามารถเรียงลําดับผลลัพธ์การค้นหาจากคะแนนความใกล้เคียงจากมากไปน้อย
(๒.๗) สามารถกรองผลลัพธ์การสืบค้นตามมิติ (Facet) ของข้อมูล เช่น วันที่ เป็นต้น (๒.๔) สามารถคัดกรองการสืบค้นข้อมูลตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด เพื่อป้องกัน การสืบค้นข้อมูลที่มีการจํากัดการเข้าถึงได้
(๒.๙) ระบบมีการจัดเก็บประวัติการสืบค้นข้อมูล และสามารถนําออก (Export) ข้อมูล
xlsx หรือ csv ได้
ประวัติการสืบค้นในรูปแบบไฟล์
(๒.๑๐) มีระบบจัดเก็บสถิติการสืบค้นและสามารถแสดงผลสถิติการสืบค้นข้อมูล
ในรูปแบบตารางและกราฟได้
(๓) พัฒนาระบบต้นแบบสนับสนุนกระบวนการร่างคําพิพากษา/คําสั่งสําหรับตุลาการ ศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
(๓.๑) สามารถวิเคราะห์เนื้อหาทั้งหมดของสํานวนคดี และรองรับได้ทั้งข้อความ
(๓.๒) สามารถสรุปประเด็นสําคัญของคดี ได้แก่ สรุปข้อเท็จจริงจากคําฟ้อง คําให้การ คําคัดค้านคําให้การ และคําให้การเพิ่มเติม ได้เป็นอย่างน้อย
(๓.๓) สามารถแนะนําข้อความสําหรับการร่างคําพิพากษา/คําสั่ง โดยอ้างอิงจากเอกสาร ในสํานวนคดีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้
(๓.๔) สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างคําพิพากษา/คําสั่ง และ ให้คําแนะนําเพื่อช่วยให้เอกสารร่างคําพิพากษา คําสั่งมีความครบถ้วนสมบูรณ์
(๓.๕) สามารถร่างคําพิพากษา/คําสั่งตามโครงสร้างมาตรฐาน (Template) แบบฟอร์ม
คําพิพากษา/คําสั่งของศาลปกครองได้
(๓.๖) ระบบต้องมีความสามารถในการคัดกรองและเลือกใช้ข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ
คดีที่กําลังดําเนินการอยู่เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลจากคดีอื่น หรือแหล่งข้อมูลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกนํามาใช้ ในการร่างคําพิพากษา/คําสั่ง ซึ่งจะช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและป้องกันการเปิดเผยข้อมูลที่เป็น ความลับหรือมีชั้นความลับของคดีอื่น ๆ อันอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาคดีและการรักษาความลับ ของศาลปกครอง โดยระบบควรมีการกําหนดสิทธิ์และขอบเขตการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจน รวมถึงมีมาตรการ
ป้องกันการนําข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องไปใช้ในเอกสารร่างคําพิพากษา/คําสั่ง เพื่อความถูกต้องและความปลอดภัยของข้อมูล
(๓.๒) ข้อความทุกส่วนที่สร้างขึ้นโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต้องมีการระบุอ้างอิง ในวงเล็บ (Citation) กํากับไว้ เพื่อระบุถึงเอกสารต้นฉบับที่ใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการจัดทําข้อความดังกล่าว เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้
(๔) ระบบบริหารจัดการผู้ใช้งาน
(๔.๑) ผู้ใช้งานแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่หรือผู้ใช้งานทั่วไป และผู้ดูแลระบบ (Administrator) หรืออื่น ๆ ตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด
(๔.๒) ผู้ใช้งานต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบเพื่อยืนยันตัวตนก่อนใช้งาน ระบบต้องรองรับ การยืนยันตัวตนของหน่วยงาน ในกรณีที่หน่วยงานมีระบบยืนยันตัวตนอยู่แล้ว เช่น Single Sign-On / Active Directory / LDAP หรือ API อื่น ๆ
(๔.๓) ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ด้วยตนเอง
(๔.๔) ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มผู้ใช้งานพร้อมกําหนดสิทธิการใช้งานได้
(๕) ระบบ…….
(๕) ระบบจัดเก็บประวัติการใช้งาน - ๙ -
(๕.๑) สามารถจัดเก็บข้อมูลประวัติการใช้งานอย่างน้อย ๓๐ วัน หรือตามผู้ว่าจ้างกําหนด (๕.๒) สามารถนําออกข้อมูลประวัติการใช้งาน โดยระบุตามช่วงวันเริ่มต้นและสิ้นสุดได้
(๖) ระบบแสดงสถิติการใช้งาน
(๖.๑) สามารถแสดงข้อมูลในรูปแบบแผนภาพ Dashboard โดยสามารถแสดงผล ในรูปแบบตารางและกราฟได้ เช่น กราฟแท่ง กราฟวงกลม เป็นต้น
(๖.๒) สามารถแสดงสถิติจํานวนการใช้งานการตรวจร่างคําฟ้อง การแนะนําการร่าง
คําพิพากษา/คําสั่งโดยแยกเป็นรายปี รายเดือน และรายวันได้
(๖.๓) สามารถนําออก (Export) ข้อมูลสถิติการใช้งานในรูปแบบไฟล์เอกสาร Microsoft
Excel (.xls หรือ .xlsx) หรือ pdf ได้เป็นอย่างน้อย
(๗) ระบบต้องรองรับการแสดงผลในอุปกรณ์ที่มีหน้าจอต่างกันได้ (Responsive) และ สามารถทํางานได้ตามความเหมาะสม เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้น
(๔) การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์สําหรับระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ
(ร่างคําพิพากษา) เพื่อสนับสนุนการทํางานของตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องโดยใช้เทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ให้ดําเนินการพัฒนา ให้มีทั้งส่วนประยุกต์ใช้งาน (Application) สําหรับการใช้งานโดยตรงและส่วนเชื่อมต่อข้อมูลในรูปแบบ API (Application Programming Interface) และต้องสามารถเชื่อมต่อและทํางานร่วมกับระบบศาลปกครอง อิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt) หรือระบบสารสนเทศตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนดได้อย่าง มีประสิทธิภาพและปลอดภัย
(๔) ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ใช้ในพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) กับระบบ สารสนเทศที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด โดยต้องดําเนินการผ่านช่องทางที่ปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) สามารถตอบสนองความต้องการ ของผู้ใช้งานศาลปกครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามข้อกําหนด เงื่อนไข และแนวทางที่สํานักงาน ศาลปกครองกําหนดเกี่ยวกับการเข้าถึงและใช้ข้อมูล
(๑๐) จัดให้มีการทดสอบระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ด้วยโมเดล ภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ครอบคลุมทั้งตุลาการศาลปกครอง พนักงานคดีปกครอง เจ้าหน้าที่ศาลปกครอง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายปกครอง หรือบุคลากรตามที่สํานักงาน ศาลปกครองกําหนด พร้อมทั้งสรุปผลการทดสอบให้กับสํานักงานศาลปกครอง โดยสรุปผลการทดสอบระบบ
ต้นแบบจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานศาลปกครอง
๕.๔ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
ผู้รับจ้างต้องจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายมีคุณลักษณะขั้นต่ํา จํานวน ๑ เครื่อง ดังนี้
๕.๔.๑ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) แบบ Rack Server มีความสูงไม่เกิน ๒๐ ที่มาพร้อมกับ อุปกรณ์ติดตั้งกับ Rack Cabinet
๕.๔.๒ มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบ ๑๖ แกนหลัก (๑๖ Core) หรือดีกว่าสําหรับเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) โดยเฉพาะ และมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐานไม่น้อยกว่า ๒.๙ GHz หรือดีกว่า
จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ หน่วย
๕.๔.๓ หน่วยประมวลผลกลางรองรับการประมวลผลแบบ ๖๔ bit และมีหน่วยความจําแบบ L๓ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกันไม่น้อยกว่า ๒๔ MB
๕.๔.๔ มีหน่วย…
๕.๔.๔ มีหน่วยความจําหลัก (Memory) ชนิด DDR4 หรือดีกว่า ที่มีขนาดไม่น้อยกว่า ๖๔ GB
๕.๔.๕ สนับสนุนการทํางาน RAID ไม่น้อยกว่า RAID 0, 0, ๕
๕.๔.๖ มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SCSI หรือ SAS ที่มีความเร็วรอบไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ รอบ ต่อนาที ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 6 TB หรือ ชนิด Solid State Drive หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๔๖๐ GB จํานวนไม่น้อยกว่า ๔ หน่วย
๑ หน่วย
๕.๔.๗ มีประมวลผลทางด้านกราฟิก (GPU) ที่มีหน่วยความจําขนาด ๔๐ GB หรือดีกว่า จํานวน
๕.๔.๘ มีส่วนเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ ๑o Gbps Ethernet หรือดีกว่า จํานวนไม่น้อยกว่า ๒ ช่อง
๕.๔.๙ มี Power Supply แบบ Redundant และรองรับการถอดเปลี่ยนแบบ Hot Plug หรือ Hot Swap ได้ขนาดไม่น้อยกว่า ๔๐๐ Watt จํานวน ๒ หน่วย
๕.๔.๑๐ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายต้องสามารถรองรับการติดตั้งและใช้งานระบบเครือข่ายเสมือน (Virtualization Platform) โดยมีคุณสมบัติเหมาะสมสําหรับการใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ประเภทโอเพนซอร์ส โดยต้องสนับสนุนการทํางานของระบบเสมือนที่หลากหลาย รองรับเทคโนโลยีการจําลองเครื่อง (Virtual Machine) และ Container พร้อมทั้งสามารถบริหารจัดการทรัพยากรบนระบบเสมือนตามมาตรฐานสากล
๕.๕ ด้านอื่น ๆ
๕.๕.๑ ผู้รับจ้างต้องส่งมอบซอร์สโค้ดในการพัฒนาระบบต้นแบบทั้งหมดและซอร์สโค้ดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบต้นแบบทั้งหมด เป็นต้นฉบับที่สามารถแก้ไขได้ให้สํานักงานศาลปกครองและ เป็นลิขสิทธิ์ของสํานักงานศาลปกครอง
๕.๕.๒ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากมีกรณีที่ผู้รับจ้าง ต้องดําเนินการเก็บรวบรวม ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของผู้ปฏิบัติงาน หรือผู้มีส่วนได้เสียของหน่วยงานเพื่อให้ การดําเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสัญญาหรือข้อตกลง ให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้รับจ้างที่จะต้องปฏิบัติ ตามคําสั่ง หน่วยงาน และต้องจัดให้มีระบบมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตามสมควรเพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยปราศจากอํานาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้งแจ้งให้ หน่วยงานทราบถึงเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลกําหนด หรือ “ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล”
๕.๕.๓ การรักษาความลับ และการใช้ข้อมูล และการใช้ข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินสารสนเทศ ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับรู้หรือทราบจากการปฏิบัติหน้าที่ ตามสัญญาหรือข้อตกลง ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนอย่างเคร่งครัด และต้องใช้ข้อมูลสารสนเทศและทรัพย์สินสารสนเทศ ที่ได้รับให้เป็นไปตามประกาศของหน่วยงาน หรือ “ข้อตกลงการรักษาความลับ”
๕.๖ บุคลากรผู้รับผิดชอบและพัฒนาระบบ
ต้องมีบุคลากรในการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยต้องแนบประวัติการศึกษา ประวัติการทํางาน
และรูปถ่ายพร้อมทั้งรับรองสําเนาถูกต้อง ดังนี้
ลําดับ…
ด
ล่าดับ
ตําาแหน่ง
๑ | ผู้จัดการโครงการ
២
๔
ค
คุณสมบัติของบุคลากร (วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์) - วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ในสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์บริหารโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี หรือ เคยบริหารโครงการที่เกี่ยวข้องกับ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ (NLP) ไม่น้อยกว่า ๒ ปี และไม่น้อยกว่า ๑ โครงการ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา - วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ในสาขาวิศวกรรม
คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง
โมเดลภาษาขนาดใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญด้าน สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์
(Software
Architecture)
นักพัฒนาระบบอาวุโส (Senior Developer)
๕ นักพัฒนาระบบ
Ω
(Developer)
ผู้ประสานงานโครงการ - มีประสบการณ์หรือมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ด้านการพัฒนา โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวลผล ภาษาธรรมชาติ (NLP) ไม่น้อยกว่า ๓ ปี หรือ มีประสบการณ์ ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๒ ปี และไม่น้อยกว่า ๑ โครงการ
- วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาโท ในสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาอื่นที่ เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์หรือผลงานด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม
ระบบสารสนเทศ หรือสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับ ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง
ไม่น้อยกว่า ๓ ปี - วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาอื่นที่ เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี
- วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในสาขาวิศวกรรม คอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาวิชาอื่นที่ เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ ไม่น้อยกว่า ๒ ปี
- วุฒิการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรี ในทุกสาขาวิชา
- มีประสบการณ์ด้านการประสานงานโครงการด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ไม่น้อยกว่า ๑ ปี
จํานวน
(คน)
ด
વેદ
G
โดยผู้ประสานงาน….
-๑๒
โดยผู้ประสานงานโครงการมีหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายหรือคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
อย่างใกล้ชิด และหากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในระหว่างดําเนินการ ผู้รับจ้างจะต้องนําเสนอรายชื่อบุคลากรใหม่ ที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ “เทียบเท่าหรือดีกว่า” ตามที่ระบุไว้ใน TOR
๖. การฝึกอบรม
ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการพัฒนาระบบฯ การควบคุมดูแล การตรวจสอบ การแก้ไขปัญหา การปรับแต่งโมเดล รวมทั้งการใช้งานระบบฯ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้กับเจ้าหน้าที่ของสํานักงานศาลปกครอง ซึ่งมีหน้าที่ในการพัฒนาระบบและควบคุมระบบ (Administrator) และสําหรับผู้ใช้งาน (User) โดยดําเนินการ อบรมให้แล้วเสร็จก่อนวันสิ้นสุดสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมทั้งหมด ณ ที่ทําการ ศาลปกครองหรือตามที่สํานักงานศาลปกครองกําหนด โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสําหรับการอบรมให้เพียงพอกับ
จํานวนผู้เข้าอบรมพร้อมทั้งส่งไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด ดังนี้
๖.๑ ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการติดตั้งโปรแกรมที่เกี่ยวข้องสําหรับผู้ควบคุมระบบ (Administrator) จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า ๑๐ คน
๖.๒ ผู้รับจ้างต้องอบรมถ่ายทอดความรู้ในการจัดเตรียมข้อมูล ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การตรวจสอบ คุณภาพข้อมูล การแปลงรูปแบบข้อมูล การจัดการข้อมูล ไปจนถึงการนําข้อมูลเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งอบรมวิธีการพัฒนา/ปรับแต่งโมเดลให้เหมาะสมกับข้อมูลและความต้องการเฉพาะ ของสํานักงานศาลปกครอง โดยจัดอบรมไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า
๑๐ คน
๖.๓ ผู้รับจ้างต้องอบรมการใช้งานให้ผู้ใช้งานระบบ จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง และครั้งละไม่น้อยกว่า ๒๕ คน
๗. กําหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
กําหนดระยะเวลาส่งมอบงานภายใน ๓๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- หลักเกณฑ์การพิจารณา
การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นและจะพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่มี
คะแนนรวมทุกด้านสูงสุด โดยใช้หลักเกณฑ์ ๒ หลักเกณฑ์ ดังนี้
๔.๑ เกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคาที่ยื่นเสนอ กําหนดน้ําหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐ โดยค่าน้ําหนัก เกณฑ์ราคาจะคํานวณคะแนนให้อัตโนมัติ โดยให้ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด มีค่าคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ผู้เสนอราคา ลําดับที่ ๒ และราคาต่ําลําดับต่อ ๆ ไป โดยเทียบจากราคาที่ผู้เสนอราคาต่ําที่สุด มีสูตรดังนี้
คะแนนของผู้เสนอราคาที่ไม่ใช่ราคาต่ําสุด :
ต่ําสุด ราคาผู้เสนอราคาต่ําสุด) X 900)
= ๑๐๐ - ((ผลต่างราคาของผู้เสนอ กับราคาผู้เสนอราคา
๔.๒ เกณฑ์คุณภาพและคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ กําหนดสัดส่วนของน้ําหนักในการให้คะแนน เพื่อใช้ในการประเมินการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอร้อยละ ๘๐ มีค่าคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน โดยพิจารณา ในการให้คะแนนกําหนดเกณฑ์การให้คะแนนและวิธีการประเมิน ดังนี้
(๑) การสาธิตตัวอย่างการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และเครื่องมือการช่วยตรวจสอบเอกสาร ภายใน ๗ วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา โดยมีระยะเวลา ในการสาธิตประมาณ ๑ ชั่วโมง ณ ห้องประชุมข้างห้องอบรมคอมพิวเตอร์ สํานักวิทยาการสารสนเทศ ชั้น ๔ อาคาร ศาลปกครองถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลาที่สํานักงานศาลปกครอง
กําหนด (๙๐ คะแนน)
ตาราง…
๑๓
ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
การนําเสนอและประเมินความสามารถ
มีการสาธิตตัวอย่างโมเดล/ระบบ มีรายละเอียดดังนี้
๑. โมเดล/ระบบการรู้จําอักขระด้วยแสง (Optical Character Recognition: OCR) ที่ใช้ในการแปลงข้อความจากไฟล์ .docx .pdf ไฟล์ภาพหรือสแกน ที่รองรับภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขไทย เลขอารบิก โดยใช้เกณฑ์การวัดความแม่นยําด้วยวิธี Character Error Rate (CER) ดังนี้
- 0 คะแนน : ความแม่นยําต่ํากว่าร้อยละ ๗๐
๕ คะแนน : ความแม่นยําร้อยละ ๗๐ - ๗๙ - ๑๐ คะแนน : ความแม่นยําร้อยละ ๘๐ - ๘๙
- ๑๕ คะแนน : ความแม่นยําตั้งแต่ร้อยละ ๙๐ ขึ้นไป
ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดส่งรายงานผลการทดสอบประสิทธิภาพของโมเดลหรือระบบ ที่นํามาสาธิต โดยต้องแสดงค่าความแม่นยําด้วยวิธี Character Error Rate (CER) ซึ่งทดสอบกับข้อมูลตัวอย่างที่ประกอบด้วย ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เลขไทย และ เลขอารบิก โดยในรายงานต้องระบุจํานวนอักขระทั้งหมดที่ใช้ทดสอบและจํานวนอักขระ
ที่ตรวจพบข้อผิดพลาดเพื่อประกอบการพิจารณาให้คะแนนตามเกณฑ์ข้างต้น
๒. ระบบการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสาร - 0 คะแนน : ไม่สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารได้ - 4 คะแนน : สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารได้บางส่วน/ บางประเภทไฟล์ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าข้อมูลสําคัญขาดหายไป
- ๑๕ คะแนน : สามารถตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของเอกสารได้ตาม เงื่อนไขที่กําหนด รองรับไฟล์หลายประเภท เช่น .pdf docx .png .jpg ทั้งนี้ สํานักงานศาลปกครองจะจัดส่งรายการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ (Checklist) ซึ่งระบุประเภทเอกสารและข้อมูลสําคัญที่ใช้ในการตรวจสอบให้แก่ผู้อื่น
ข้อเสนอล่วงหน้าก่อนวันสาธิตระบบ
๓. ระบบการสืบค้นข้อมูลด้วยคําสําคัญ (Keyword Search) และภาษาธรรมชาติ (Natural Language: NL) ในรูปแบบ Semantic Search - 0 คะแนน : ไม่สามารถสืบค้นได้
- ๕ คะแนน : สืบค้นได้เฉพาะ Keyword Search แบบตรงตัว (Exact Match) จากเอกสารหรือฐานข้อมูลที่มีเท่านั้น
- ๑๕ คะแนน : สืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Seach) ได้ โดยระบบเข้าใจ การเชื่อมโยงของเนื้อหา (Context) สามารถค้นหาคําที่มีความหมายใกล้เคียง (Synonyms) หรือคําในกลุ่มบริบทเดียวกันได้แม้ไม่ปรากฏคํานั้นตรง ๆ ในเอกสารหรือ ในฐานข้อมูล
- ๒๐ คะแนน : สืบค้นเชิงความหมาย (Semantic Search) และสามารถสรุป
คําตอบ (Summarization) จากการสืบค้นได้ และสามารถจัดลําดับความเกี่ยวข้อง (Relevancy Ranking) ของเอกสารได้อย่างแม่นยําสูง พร้อมแสดงไฮไลท์จุดที่เกี่ยวข้อง
ในเอกสาร
คะแนน
๑๕
๑๕
๒๐ - ๑๔ -
การนําเสนอและประเมินความสามารถ
๔. ระบบหรือเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยในการร่างเอกสาร ให้เป็นไปตามรูปแบบหรือแม่แบบ (Template) ที่กําหนด - 0 คะแนน : ไม่สามารถสร้างเนื้อหาในเอกสารอัตโนมัติ
- ๑๐ คะแนน : ระบบสามารถสร้างเนื้อหาเอกสารโดยอัตโนมัติที่ผู้ใช้สามารถ แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเนื้อหาได้
- ๒๐ คะแนน : ระบบสามารถสร้างเนื้อหาในเอกสารโดยอัตโนมัติสอดคล้องตาม ข้อเท็จจริง และสามารถนําเนื้อหาที่ร่างใส่ลงใน Template ที่กําหนดได้อย่างอัตโนมัติ โดยมีการจัดลําดับหัวข้อและโครงสร้างเอกสารที่ถูกต้อง
๕. ระบบการคัดกรองข้อมูลเฉพาะผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้าถึงไฟล์เอกสารเพื่อรักษา ความลับ และการระบุอ้างอิง (Citation) สําหรับข้อความที่สร้างด้วย AI
AL - 0 คะแนน : ไม่มีระบบบริหารจัดการสิทธิ์ผู้ใช้งาน และข้อความที่ AI ร่างขึ้นไม่มี การระบุแหล่งที่มาว่านําข้อมูลมาจากเอกสารฉบับใด
- ๑๐ คะแนน : ระบบมีการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงเอกสาร และ AI แสดงเพียงชื่อ เอกสารต้นทางโดยรวม แต่ไม่ระบุจุดที่อ้างอิงในเนื้อหา
- ๒๐ คะแนน : ระบบสามารถคัดกรองการเข้าถึงข้อมูลและไฟล์เอกสารได้อย่าง สมบูรณ์ และข้อความที่ AI ร่างขึ้นมีการระบุอ้างอิง (Citation) ถึงตําแหน่งในเอกสารต้น ทางอย่างชัดเจน (เช่น ระบุชื่อไฟล์ เลขหน้า)
รวม
(๒) การรับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบ (Warranty) (๑๐ คะแนน)
ตารางเกณฑ์การให้คะแนน
การรับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบ (Warranty)
รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๑ ปี
(หากเสนอระยะเวลาเกิน ๑ ปี แต่ไม่ถึง ๒ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๑ ปี)
รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๒ ปี
(หากเสนอระยะเวลาเกิน ๒ ปี แต่ไม่ถึง ๓ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๒ ปี)
รับประกันความชํารุดบกพร่องของระบบเป็นระยะเวลา ๓ ปี
(หากเสนอระยะเวลาเกิน ๓ ปี ให้นับระยะเวลาการให้คะแนนเป็น ๓ ปี)
๔. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
คะแนน
๒๐
๒๐
คะแนน
Ω
๑๐
งบประมาณโครงการฯ เป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น ๕,000,000.- บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) จากงบประมาณรายจ่าย
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑๐. งวดงานและการจ่ายเงิน
กําหนดการจ่ายเงินแบ่งเป็น ๓ งวด
๓ งวด ดังนี้
งวดที่ ๑ จ่ายเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๑๒๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานในรูปแบบเอกสาร และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จํานวน ๑ ชุด ดังนี้
(๑) รายงาน… - ๑๕ -
(๑) รายงานการวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๑
(๒) รายงานการออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้งาน (User Interface: UI) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๒ (๓) รายงานการออกแบบระบบต้นแบบ (System Prototype) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๓ (๔) รายงานการวิเคราะห์ ประเมินและออกแบบโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เหมาะสมสําหรับการจัดทําระบบ ต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๔
(๕) รายงานการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมี ธรรมาภิบาล (AI Governance) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๒.๕ และ ๕.๒.๖
งวดที่ ๒ จ่ายเงินร้อยละ ๔๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๑๘๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
(๑) รายงานความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ (e-Admincourt)
กิจกรรมการพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
(๒) ชุดข้อมูลสําหรับการสร้างโมเดลการประมวลผลและเข้าใจภาษากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาลปกครอง (๓) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) สําหรับระบบต้นแบบศาลปกครอง อัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามรายละเอียดข้อ ๕.๓.๑
(๔) ติดตั้งและทดสอบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายผ่านระบบเครือข่ายของสํานักงานศาลปกครอง ตามรายละเอียดข้อ ๕.๔
(๕) ต้องกําหนดค่าต่าง ๆ (Configuration and Policy) และปรับแต่ง (Customize and Tuning) อุปกรณ์ที่เสนอให้สามารถใช้งานได้ตามความต้องการของสํานักงานศาลปกครอง และติดตั้งอุปกรณ์เข้ากับตู้ Rack เดินสายเข้ารางและติด Label ที่สายสัญญาณให้เรียบร้อย
(๖) ติดตั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่ปรับแต่งสําหรับศาลปกครอง บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
(๗) ทดสอบการทํางานของโมเดลที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
งวดที่ ๓ จ่ายเงินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินตามสัญญา ภายใน ๓๓๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
(๑) รายงานการพัฒนาโมเดลระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ฉบับสมบูรณ์ (๒) ลิขสิทธิ์โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ที่พัฒนาสําหรับระบบต้นแบบ ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา)
(๓) ระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) ตามข้อ ๕.๓.๒
(๔) ซอร์สโค้ด (Source code) ที่ใช้ในการพัฒนาระบบทั้งหมด
(๕) อบรม ถ่ายทอดความรู้ตามรายละเอียดข้อ 5
(๖) คู่มือการใช้งานระบบต้นแบบศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคําพิพากษา) และคู่มือการติดตั้งโปรแกรม สําหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator)
๑๑. อัตราค่าปรับ
๑๑.๑ กําหนดค่าปรับเป็นรายวัน ในอัตราร้อยละ 0.00 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินตามสัญญา ๑๑.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างทํางานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทําอีกทอดหนึ่ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสํานักงาน ศาลปกครอง จะกําหนดค่าปรับสําหรับการฝ่าฝืนดังกล่าว เป็นจํานวนร้อยละ 90.00 (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น
๑๒. การกําหนด…… - ๑๖ -
๑๒. การกําหนดระยะเวลารับประกันความชํารุดบกพร่อง
ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง โดยบริการแบบ Onsite Oncall e-Mail หรือ Remote Support เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑ (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้
๑๒.๑. การรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องของระบบต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน ๒ (สอง) วันทําการ นับแต่ได้รับแจ้งถึงความชํารุดบกพร่อง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากสํานักงานศาลปกครอง
๑๒.๒ กรณีมีความผิดพลาดจากโปรแกรม (Software bugs) ต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลา ๓ (สาม) วันทําการ นับแต่ได้รับแจ้ง
๑๒.๓ กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถแก้ไขความชํารุดบกพร่องหรือไม่สามารถแก้ไขความชํารุดของระบบฯ ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นทําการแทนผู้รับจ้าง โดยผู้รับจ้าง ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดแทนผู้ว่าจ้าง
๑๒.๔ ภายในระยะเวลาของสัญญาและตลอดอายุการรับประกัน ผู้รับจ้างต้องเตรียมเจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการให้บริการ เพื่อให้คําแนะนําการใช้งาน รวมถึงเป็นที่ปรึกษา การตรวจสอบ ค้นหาสาเหตุ และ การแก้ไขปัญหา ทั้งทางโทรศัพท์ และจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยจะต้องจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้อยู่ใน สภาพที่ใช้งานได้ดีดังเดิม
๑๒.๕ ผู้รับจ้างตกลงบํารุงรักษา แก้ไขระบบ และ/หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ตามสัญญานี้ให้อยู่ใน สภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ โดยให้มีเวลาระบบ และ/หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายขัดข้องรวมตามเกณฑ์ การคํานวณเวลาขัดข้อง ไม่เกินเดือนละ ๔๘ (สี่สิบแปด) ชั่วโมง ของเวลาใช้งานทั้งหมดของเดือนนั้น มิฉะนั้น ผู้รับจ้างต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างคิดค่าปรับเป็นรายชั่วโมงในอัตราร้อยละ ๐.๐๓๕ (ศูนย์จุดศูนย์สามห้า) ของวงเงิน ตามสัญญา คิดค่าปรับต่อชั่วโมง เศษของชั่วโมง คิดเป็น ๑ (หนึ่ง) ชั่วโมง นับจากเวลาที่ครบกําหนดจนถึงเวลาที่ ผู้รับจ้างได้เริ่มซ่อมแซมแก้ไข หรือจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จแล้วแต่กรณี
๑๒.๖ รายการในข้อ ๕.๔ ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชํารุดบกพร่อง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ (สาม) ปี โดยต้องให้บริการแบบรับประกันซ่อมตรงถึงที่ (Onsite Service) เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๓ (สาม) ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการได้ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว โดยต้องเริ่มจัดการซ่อมแซมแก้ไขภายใน ๓ (สาม) วันทําการ นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โทรสาร หรือแอปพลิเคลชันสําหรับ ส่งข้อความ ให้ถือเป็นการแจ้งโดยชอบแล้ว และต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน ๓ (สาม) วันทําการ หากซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่ามาติดตั้งใช้งาน ทดแทนจนกว่าจะซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ว่าจ้างทั้งสิ้น ถ้าผู้รับจ้างไม่จัดการ ซ่อมแซมแก้ไขภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะทําการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นทําการนั้นแทน โดยผู้รับจ้าง ต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้นแทนผู้ว่าจ้าง
๑๓. การรักษาความลับทางการค้า
ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ตัวแทนหรือพนักงานของผู้รับจ้างจะต้องไม่เอาไป เปิดเผย หรือใช้ข้อมูลและ/หรือ สารสนเทศของผู้ว่าจ้าง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ให้บุคคลอื่นเอาไป เปิดเผย หรือใช้ข้อมูล และ/หรือ สารสนเทศของผู้ว่าจ้าง หรือเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้างผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และระบบคอมพิวเตอร์ หรือล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้าง
ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์ที่จัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ หรือกระทําด้วยประการใด ๆ
โดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลและ/หรือสารสนเทศของผู้ว่าจ้างหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
ผู้ว่าจ้าง…. - ๑๗ -
ผู้ว่าจ้างที่อยู่ระหว่างการส่งผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือ
โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง
๑๔. ความคุ้มครองเกี่ยวกับสิทธิ์
ๆ
ในกรณีที่บุคคลภายนอกกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือสิทธิบัตรหรือ สิทธิใด ๆ เกี่ยวกับการจ้างพัฒนาฯ ตามสัญญานี้ ผู้รับจ้างจะต้องปกป้องผู้ว่าจ้างและดําเนินการทั้งปวงเพื่อให้ การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถใช้งานต่อไปได้ หากผู้รับจ้าง ไม่อาจกระทําได้ และผู้ว่าจ้างต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่อบุคคลภายนอก เนื่องจากผลแห่งการละเมิด ลิขสิทธิ์ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ชําระค่าเสียหาย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมทั้งค่าธรรมเนียมและ ค่าทนายความแทนผู้ว่าจ้าง ทั้งนี้ ผู้ว่าจ้างจะแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นหนังสือเมื่อได้มีการกล่าวอ้างหรือใช้สิทธิ
เรียกร้องดังกล่าวโดยไม่ชักช้า
๑๕. เงื่อนไขอื่น ๆ
ๆ
ผู้รับจ้างต้องจัดทําทะเบียนหมายเลขประจําเครื่อง เพื่อประโยชน์ในการจัดทําทะเบียนครุภัณฑ์ รวมทั้งติด Sticker ที่เครื่องให้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดแสดง Serial เครื่อง Spec เครื่อง วันเริ่มและสิ้นสุดสัญญา และเบอร์โทรศัพท์ผู้ให้บริการหรือ Call Center เป็นต้น
๑๖. การเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น
ผู้สนใจสามารถเสนอแนะ วิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] โดยเปิดเผยตัว ในวันและเวลาราชการ
rado
ลงนาม……….
ประธานกรรมการ
(นายทศพล ทองเทือก)
ลงนาม..
.กรรมการ ลงนาม…
.กรรมการ
(นายวิภูเมธ ศรีปานเงิน)
(นายอรงกรณ์ เชื่อมกระโทก)
Д
CrowN
ลงนาม…
..กรรมการ ลงนาม……….
…กรรมการ
(นางสาวอรวรรณ บุนนาค)
(นายพงศธร นาคตระกูล)
ลงนาม….
กรรมการและเลขานุการ
(นางศิรินาถ อุ่นทิม)ร่าง
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
เลขที่
การจ้างพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน ๑ ระบบ ตามประกาศ สำนักงานศาลปกครอง
ลงวันที่ เมษายน ๒๕๖๙
สำนักงานศาลปกครอง ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “สำนักงาน” มีความประสงค์จะ ประกวดราคาจ้าง พัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธีประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามรายการ ดังนี้
จ้างพัฒนาระบบต้นแบบของ
ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่าง
คำพิพากษา)
โดยมีข้อแนะนำและข้อกำหนดดังต่อไปนี้
จำนวน ๑ ระบบ
๑. เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๑.๑ ขอบเขตของงาน
๑.๒ แบบใบเสนอราคาที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑.๓ แบบสัญญาจ้างทำของ
๑.๔ แบบหนังสือค้ำประกัน
(๑) หลักประกันสัญญา
๑.๕ บทนิยาม
(๑) ผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน
(๒) การขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
๑.๖ แบบบัญชีเอกสารที่กำหนดไว้ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๑) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑
(๒) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒
๑.๗ แผนการทำงาน
๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย
๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงาน
ของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชี กลาง
๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
๒.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักงาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขัน อย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาโมเดลทางด้านปัญญา ประดิษฐ์ ในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) หรือเทคโนโลยีการประมวล ผลและเข้าใจภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing and Understanding) เพื่อเรียนรู้การสร้างโม เดลสำหรับการประมวลผล และเข้าใจภาษาที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการ บริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่น่าเชื่อถือ อย่างน้อย ๑ สัญญา โดยแต่ละสัญญาต้องมี มูลค่าไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สองล้านบาทถ้วน) ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานใน สัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอได้ส่งมอบแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบและตรวจ รับเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นผลงานที่เสร็จสิ้นแล้ว ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ ให้ แนบสำเนาหนังสือรับรองผลงานและสำเนาสัญญาดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์
๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (๑) การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
(๒) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้
เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน (๓) การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
(๓.๑) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอใน นามกิจการร่วมค้า
(๓.๒) การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e - bidding) ให้ผู้ เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ (๓.๑) ดำเนินการซื้อเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง
๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาค รัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวัน ที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อ เสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่
เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และ
ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับ อนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลาง ต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงิน รวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนัก งานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือ บุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสาร ประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิ ของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ๖. กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ (๖.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ (๖.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๖.๓) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงาน
ก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มี คุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
(๖.๔) การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่ง พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ
(๖.๕) การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (๖.๖) กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้าง พนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น
๒.๑๔ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีบุคลากรในการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยต้องแนบ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และรูปถ่ายพร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้องมาพร้อมกับการยื่นเสนอราคา ตามขอบเขตของงานข้อ ๕.๖
๓. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ
ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น ๒ ส่วน คือ
๓.๑ ส่วนที่ ๑ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล
(ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรอง การจดทะเบียนนิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ
(ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการ จดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ และบัญชีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถ้ามี) (๒) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ ยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย (๓) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่น สำเนาสัญญาของการเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (๔) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ ๑. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่าง ประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วย หนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดงฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อน ไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอเป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคล ยื่นงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดย นิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของการยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ
ช่วงเดือนมกราคม - เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้ ๒. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มี การรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้น ตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของ ทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำ กว่า ๑ ล้านบาท
๓. สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อ เสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา ๔. กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือ มีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
(๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของ มูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่ สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อ เสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
(๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง ประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทย ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงิน สินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงิน ทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัท เงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดย พิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน ๕. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดาที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตรา
แลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและ เอกสารประกวดราคาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e - GP) จนถึงวันเสนอราคา ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับ มูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวง การต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดัง กล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากผู้ยื่นข้อเสนอมิได้มีการยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าผู้ยื่น ข้อเสนอรายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา (๕) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ (ถ้ามี)
(๖) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(๗) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๑) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๑) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๑ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๓.๒ ส่วนที่ ๒ อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) สำเนาหนังสือรับรองผลงานจ้างและสำเนาสัญญาตามข้อ ๒.๑๐ และ ขอบเขตของงานข้อ ๓.๑๐
(๒) เอกสารแสดงบุคลากรผู้รับชอบและพัฒนาระบบสารสนเทศตามขอบเขต ของงานข้อ ๕.๖
(๓) เอกสารเปรียบเทียบข้อเสนอเกี่ยวกับคุณลักษณะของระบบเป็นรายข้อทุก ข้อตามขอบเขตของงานข้อ ๔.๒
(๔) บัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ตามแบบในข้อ ๑.๖ (๒) โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ตามแบบ ในข้อ ๑.๖ (๒) ให้โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ ๒ ดังกล่าวในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔. การเสนอราคา
๔.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วย อิเล็กทรอนิกส์ตามที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และจะต้อง
กรอกข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งหลักฐานแสดงตัวตนและทำการยืนยันตัวตนของ ผู้ยื่นข้อเสนอโดย ไม่ต้องแนบใบเสนอราคาในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format)
๔.๒ ในการเสนอราคาให้เสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาได้เพียงครั้งเดียวและ ราคาเดียวโดยเสนอราคารวม และหรือราคาต่อหน่วย และหรือต่อรายการ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ตามข้อ ๖.๒ ให้ ถูกต้อง ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอจะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคารวมทั้งสิ้นซึ่งรวมค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้แล้ว
ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ วัน ตั้งแต่วันเสนอ ราคาโดยภายในกำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคา มิได้
๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๓๓๐ วัน นับ ถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง
๔.๔ การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดเตรียมและเข้าร่วมการสาธิต ตัวอย่างการใช้งานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) และเครื่องมือการช่วยตรวจสอบ เอกสารภายใน ๗ วันทำการ นับถัดจากวันเสนอราคา
๔.๕ ก่อนเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอควรตรวจดูร่างสัญญารายละเอียด ขอบเขตของ งานฯลฯ ให้ถี่ถ้วนและเข้าใจเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเสียก่อนที่จะตกลงยื่นข้อเสนอตาม เงื่อนไข ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นข้อเสนอและเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. และเวลาในการเสนอราคาให้ถือ ตามเวลาของระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์เป็นเกณฑ์
เมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นข้อเสนอและเสนอราคาแล้ว จะไม่รับเอกสารการยื่นข้อเสนอ และ การเสนอราคาใดๆ โดยเด็ดขาด
๔.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำเอกสารสำหรับใช้ในการเสนอราคาในรูปแบบไฟล์เอกสาร ประเภท PDF File (Portable Document Format) โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบความ ครบถ้วน ถูกต้อง และชัดเจนของเอกสาร PDF File ก่อนที่จะยืนยันการเสนอราคา แล้วจึงส่งข้อมูล (Upload) เพื่อเป็นการเสนอราคาให้แก่สำนักงานผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๔.๘ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินการตรวจ สอบคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายว่า เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ตามข้อ ๑.๕ (๑) หรือไม่ หากปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อ เสนอรายอื่น คณะกรรมการพิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอที่มีผลประโยชน์ร่วมกันนั้นออกจากการ เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ
หากปรากฏต่อคณะกรรมการพิจารณาผลฯ ว่า ก่อนหรือ ในขณะที่มีการพิจารณาข้อ
เสนอ มีผู้ยื่นข้อเสนอรายใดกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมตามข้อ ๑.๕ (๒) และคณะ กรรมการพิจารณาผลฯ เชื่อว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คณะกรรมการ พิจารณาผลฯ จะตัดรายชื่อผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นออกจากการเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ และสำนักงาน จะพิจารณา ลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน เว้นแต่สำนักงานจะพิจารณาเห็นว่าผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้นมิใช่เป็นผู้ ริเริ่มให้มีการกระทำดังกล่าวและได้ให้ความร่วมมือเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาของสำนักงาน ๔.๙ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ราคาที่เสนอจะต้องเป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่นๆ (ถ้ามี) รวมค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว
(๓) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่กระบวนการเสนอราคา ตามวัน เวลา ที่กำหนด
(๔) ผู้ยื่นข้อเสนอจะถอนการเสนอราคาที่เสนอแล้วไม่ได้ (๕) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจในระบบและวิธีการเสนอราคา ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ๔.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคาต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตภายใน ประเทศ โดยยื่นให้หน่วยงานของรัฐภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เว้นแต่กรณีที่ระยะเวลา ดำเนินการตามสัญญาไม่เกิน ๖๐ วัน
๔.๑๑ คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันลงนามใน สัญญา เว้นแต่เป็นกรณีสัญญามีอายุไม่เกิน ๙๐ วัน หรือกรณีการจ้างซึ่งสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงเป็นหนังสือ ที่มีวงเงินไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ แผนการทำงานดังกล่าวให้ถือเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของสัญญา ๕. หลักเกณฑ์และสิทธิในการพิจารณา
๕.๑ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สำนักงาน จะพิจารณาตัดสินโดยใช้ หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น
๕.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ
กรณีใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น ในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ สำนักงาน จะพิจารณาโดยให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด ดังนี้
(๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๒๐.๐๐ โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๑๐๐ - (((ราคาของผู้เสนอราคา - ราคาต่ำสุด)/ราคาต่ำสุด) * ๑๐๐) (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๘๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ตามขอบเขตของงานข้อ ๘ หลักเกณฑ์การพิจารณา ข้อ ๘.๒ โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๕.๓ หากผู้ยื่นข้อเสนอรายใดมีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อ ๒ หรือยื่นหลักฐานการยื่น ข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามข้อ ๓ หรือยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้องตามข้อ ๔ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ
จะไม่รับพิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น เว้นแต่ ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนิคหรือ ขอบเขตงานที่จะจ้างไม่ครบถ้วน หรือเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนดไว้ในประกาศ และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญและความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้ เปรียบเสียเปรียบต่อ ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย คณะกรรมการพิจารณาผลฯ อาจ พิจารณาผ่อนปรนการตัดสิทธิ ผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น
๕.๔ สำนักงานสงวนสิทธิไม่พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่มีการผ่อนผัน ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ไม่กรอกชื่อผู้ยื่นข้อเสนอในการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย อิเล็กทรอนิกส์
(๒) เสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวด อิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีผลทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแก่ผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น ๕.๕ ในการตัดสินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำสัญญา คณะ กรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ สำนักงานมีสิทธิที่จะ ไม่รับข้อเสนอ ไม่รับราคา หรือไม่ทำสัญญา หากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้อง ๕.๖ สำนักงานทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะไม่รับราคาต่ำสุด หรือราคาหนึ่งราคาใด หรือราคา ที่ เสนอทั้งหมดก็ได้ และอาจพิจารณาเลือกจ้างในจำนวน หรือขนาด หรือเฉพาะรายการหนึ่งรายการใด หรืออาจ จะยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่พิจารณาจัดจ้างเลยก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อ ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ และให้ถือว่าการตัดสินของสำนักงานเป็นเด็ดขาด ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียก ร้องค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายใดๆ มิได้ รวมทั้งสำนักงานจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และลงโทษผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ทิ้งงาน ไม่ว่าจะเป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุที่ เชื่อถือได้ว่าการยื่นข้อเสนอกระทำการโดยไม่สุจริต เช่น การเสนอเอกสารอันเป็นเท็จ หรือใช้ชื่อบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลอื่นมายื่นข้อเสนอแทน เป็นต้น
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอรายที่เสนอราคาต่ำสุด เสนอราคาต่ำจนคาดหมายได้ว่าไม่ อาจดำเนินงานตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการพิจารณาผลฯ หรือสำนักงาน จะให้ผู้ ยื่นข้อเสนอนั้นชี้แจงและแสดงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถดำเนินการตามเอกสาร ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ให้เสร็จสมบูรณ์ หากคำชี้แจงไม่เป็นที่รับฟังได้ สำนักงาน มีสิทธิที่จะไม่รับข้อเสนอ หรือไม่รับราคาของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น ทั้งนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหาย ใดๆ จากสำนักงาน
๕.๗ ก่อนลงนามในสัญญาสำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการประกวดราคา อิเล็กทรอนิกส์ หากปรากฏว่ามีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการประกวดราคาหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใด ในการเสนอราคา
๖. การทำสัญญาจ้าง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์จะต้องทำสัญญาจ้างตามแบบสัญญา ดังระบุใน ข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงเป็นหนังสือกับสำนักงาน ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง และจะต้องวาง หลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ได้ ให้สำนัก งานยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
๖.๑ เงินสด
๖.๒ เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่สำนักงาน ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ลงวันที่ที่ ใช้เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ในวันทำสัญญา หรือก่อนวันนั้น ไม่เกิน ๓ วัน ทำการ โดยระบุชื่อบัญชี “เงินฝากนอกงบประมาณสำนักงานศาลปกครอง”
๖.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามตัวอย่างที่คณะกรรมการ นโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) หรือจะเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลาง กำหนด
๖.๔ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่าง หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด ดังระบุในข้อ ๑.๔ (๒) ๖.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ผู้รับจ้าง) พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว
หลักประกันนี้จะคืนให้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ตามอัตราส่วนของงานจ้างซึ่งสำนักงาน ได้รับ มอบไว้แล้ว
๗. ค่าจ้างและการจ่ายเงิน
สำนักงาน จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๓ งวดดังนี้ งวดที่ ๑ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐ งวดที่ ๑ ข้อ (๑) - (๕) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลง นามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดที่ ๒ เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๔๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานและ ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานข้อ ๑๐ งวดที่ ๒ ข้อ (๑) - (๗) ให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันลง นามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
งวดสุดท้าย เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๓๐ ของค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงาน ทั้งหมดให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามสัญญาหรือข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ และ สำนักงาน ได้ตรวจรับมอบงานจ้าง เรียบร้อยแล้ว และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
๘. อัตราค่าปรับ
ค่าปรับตามแบบสัญญาจ้างแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ หรือข้อตกลง จ้างเป็นหนังสือจะกำหนด ดังนี้
๘.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับ อนุญาตจากสำนักงาน จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงาน จ้างช่วงนั้น
๘.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๘.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็น รายวัน ในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้าง
๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ ๑.๓ หรือทำข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือ แล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาตามขอบเขตของงานข้อ ๑๒ การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง ๑๐. ข้อสงวนสิทธิ์ในการยื่นข้อเสนอและอื่น ๆ
๑๐.๑ เงินค่าจ้างสำหรับงานจ้างครั้งนี้ ได้มาจากเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ การลงนามในสัญญาจะกระทำได้ต่อเมื่อ สำนักงานได้รับอนุมัติเงินค่าจ้างจากเงิน งบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ แล้วเท่านั้น
๑๐.๒ เมื่อสำนักงานได้คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใด ให้เป็นผู้รับจ้าง และได้ตกลงจ้าง ตามการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ถ้าผู้รับจ้างจะต้องสั่งหรือนำสิ่งของมาเพื่องานจ้างดังกล่าวเข้ามาจาก ต่างประเทศ และของนั้นต้องนำเข้ามาโดยทางเรือในเส้นทางที่มีเรือไทยเดินอยู่ และสามารถให้บริการรับขนได้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี ดังนี้
(๑) แจ้งการสั่งหรือนำสิ่งของดังกล่าวเข้ามาจากต่างประเทศ ต่อกรมเจ้าท่า ภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างสั่งหรือซื้อของจากต่างประเทศ เว้นแต่เป็นของที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่นได้
(๒) จัดการให้สิ่งของดังกล่าวบรรทุกโดยเรือไทย หรือเรือที่มีสิทธิเช่นเดียวกับ เรือไทย จากต่างประเทศมายังประเทศไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า ให้บรรทุกสิ่งของนั้น โดย เรืออื่นที่มิใช่เรือไทย ซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตเช่นนั้นก่อนบรรทุกของลงเรืออื่น หรือเป็นของที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมประกาศยกเว้นให้บรรทุกโดยเรืออื่น
(๓) ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวี
๑๐.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งสำนักงานได้คัดเลือกแล้ว ไม่ไปทำสัญญา หรือข้อตกลงจ้างเป็น หนังสือภายในเวลาที่กำหนดดังระบุไว้ในข้อ ๗ สำนักงานจะริบหลักประกันการยื่นข้อเสนอ หรือเรียกร้องจากผู้ ออกหนังสือค้ำประกันการยื่นข้อเสนอทันที และอาจพิจารณาเรียกร้องให้ชดใช้ความเสียหายอื่น (ถ้ามี) รวมทั้ง
จะพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๐.๔ สำนักงานสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดในแบบสัญญาหรือ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี)
๑๐.๕ ในกรณีที่เอกสารแนบท้ายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์นี้ มีความขัดหรือ แย้งกัน ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของสำนักงาน คำวินิจฉัยดังกล่าวให้ถือเป็นที่สุด และผู้ยื่นข้อ เสนอ ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม
๑๐.๖ สำนักงาน อาจประกาศยกเลิกการจัดจ้างในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอ จะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากสำนักงานไม่ได้
(๑) สำนักงานไม่ได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือได้รับจัดสรร แต่ ไม่เพียงพอที่จะทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไป
(๒) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการ คัดเลือก มีผลประโยชน์ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็น ธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่น ใด ในการเสนอราคา
(๓) การทำการจัดจ้างครั้งนี้ต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สำนักงาน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ
(๔) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ
๑๐.๗ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเลือกช่องทางการอุทธรณ์และช่องทางการรับหนังสือแจ้ง ตอบผลการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ และหากผู้ยื่นข้อเสนอมีความประสงค์ที่จะ อุทธรณ์ผลการประกาศผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องยื่นอุทธรณ์และรับหนังสือแจ้งตอบการพิจารณาอุทธรณ์ ผ่านช่องทางที่ได้เลือกไว้เท่านั้น
๑๑. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ
ในระหว่างระยะเวลาการจ้าง ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายและระเบียบได้กำหนดไว้โดยเคร่งครัด
๑๒. การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
สำนักงาน สามารถนำผลการปฏิบัติงานแล้วเสร็จตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการ คัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างเพื่อนำมาประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกระงับการยื่นข้อ เสนอหรือทำสัญญากับสำนักงาน ไว้ชั่วคราว
สำนักงานศาลปกครอง
สำเนาถูกต้อง
เพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ (นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ) ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน
เมษายน ๒๕๖๙
ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ ผู้อำนวย การสำนักบริหารทรัพย์สินร่าง
ประกาศสำนักงานศาลปกครอง
เรื่อง ประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบต้นแบบของศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
สำนักงานศาลปกครอง มีความประสงค์จะประกวดราคาจ้างพัฒนาระบบต้นแบบของ ศาลปกครองอัจฉริยะ (ร่างคำพิพากษา) จำนวน ๑ ระบบ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ราคากลางของงานจ้าง ในการประกวดราคาครั้งนี้ เป็นเงินทั้งสิ้น ๕,๔๕๘,๐๓๓.๓๓ บาท (ห้าล้านสี่แสนห้า หมื่นแปดพันสามสิบสามบาทสามสิบสามสตางค์) จำนวน ๑ รายการ
ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นข้อเสนอโดยแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่มีอยู่ใน วันยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑. ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีคุณสมบัติให้เป็นไปตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กำหนด ๒. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ ระหว่างเวลา น. ถึง น. ซึ่งสามารถจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอได้ตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงวันเสนอ ราคา
๓. ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์เลขที่ ลงวันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ผ่านทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ได้ตั้งแต่วันที่ ประกาศจนถึงวันเสนอราคา ได้ที่เว็บไซต์ http://www.admincourt.go.th หรือ www.gprocurement.go. th ทั้งนี้ หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตของงาน โปรดสอบถามมายัง สำนักงาน ศาลปกครอง ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] หรือช่องทางตามที่กรม บัญชีกลางกำหนด ภายในวันที่ ในเวลาราชการ โดยสำนักงานศาลปกครอง จะชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.admincourt.go.th และ www.gprocurement.go.th ในวันที่
ประกาศ ณ วันที่ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
(นายถาวร ขาวสอาด)
รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ปฏิบัติราชการแทน
สำเนาถูกต้อง
เพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ
(นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพย์สิน ประกาศขึ้นเว็บวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๙ โดย นางเพชรรัตน์ พงษ์สุริยะวรรณ ผู้อำนวย การสำนักบริหารทรัพย์สิน
เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง