จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพื้นที่การบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ในพื้นที่ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 470 ไร่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

กรมพัฒนาที่ดิน โดยสถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา 69039480039
฿1,102,142.31 ปีงบ 2569 ประกาศ 31 มี.ค. 2569 ฉะเชิงเทรา
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจ้างก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เป็นโครงการของสถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา กรมพัฒนาที่ดิน ภายใต้แผนงานการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยชะลอความเร็วของน้ำ กักเก็บตะกอนดิน ป้องกันการสูญเสียหน้าดิน รักษาความชื้นในดิน และกักเก็บน้ำฝนให้ไหลซึมลงใต้ดินอย่างช้าๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในทางเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงภัยแล้ง

ขอบเขตของงานก่อสร้างในครั้งนี้ครอบคลุมงานโยธาและชลประทานขนาดเล็กจำนวน 8 รายการหลัก ได้แก่ การปรับระดับพื้นที่นาในพื้นที่ราบ ระยะทาง 3.587 กิโลเมตร, การปรับระดับพื้นที่นาพร้อมกักเก็บน้ำ ระยะทาง 0.583 กิโลเมตร, การขุดคูยกร่อง ระยะทาง 2.958 กิโลเมตร, การทำคูระบายน้ำ ระยะทาง 1.030 กิโลเมตร, การทำทางลำเลียงในไร่นากรณีพื้นที่ราบ ระยะทาง 0.805 กิโลเมตร, การก่อสร้างฝายดินซีเมนต์ขนาดสันฝายยาว 5.00 เมตร สูง 1.40 เมตร จำนวน 3 แห่ง, การติดตั้งท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ปากลิ้นราง ชั้น 3 จำนวน 168 ท่อน (รวม 108 จุด) และการจัดทำป้ายโครงการจำนวน 1 ป้าย

ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 417,870 บาท และต้องมีเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถขุดขนาดไม่น้อยกว่า 120 แรงม้า อย่างน้อย 3 คัน และเครื่องจักรปรับเกลี่ยดินอย่างน้อย 2 คัน พร้อมทั้งมีวิศวกรควบคุมงานที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยโครงการมีกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และมีการแบ่งจ่ายเงินค่าจ้างออกเป็น 2 งวดงานตามสัดส่วนความก้าวหน้าของงาน

English summary

The Construction of Soil and Water Conservation System Project is organized by the Chachoengsao Land Development Station, Land Development Department. The project aims to manage soil and water resources both on-surface and underground to mitigate drought impacts and enhance agricultural productivity. The scope of work consists of 8 main construction items: land leveling in flat areas (3.587 km), land leveling with water storage (0.583 km), ditch mounding (2.958 km), drainage ditch construction (1.030 km), farm road development (0.805 km), construction of 3 soil-cement weirs (5.00 m crest length, 1.40 m height), installation of 168 reinforced concrete pipes (Class 3) across 108 points, and 1 project sign. The project duration is 45 days from the day after contract signing, with a total budget of 1,044,671.57 Baht.

สถานที่ดำเนินการ

สถานีพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา 79/1 ม.19 ต.บางปะกง อ.บางปะกง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม
  • เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร และลดความเสียหายจากการชะล้างพังทลายของหน้าดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

ขอบเขตของงาน

  • งานปรับระดับพื้นที่นากรณีพื้นที่ราบ ระยะทาง 3.587 กิโลเมตร
  • งานปรับระดับพื้นที่นาพร้อมกักเก็บน้ำ ระยะทาง 0.583 กิโลเมตร
  • งานขุดคูยกร่อง ระยะทาง 2.958 กิโลเมตร
  • งานคูระบายน้ำ ระยะทาง 1.030 กิโลเมตร
  • งานทางลำเลียงในไร่นากรณีพื้นที่ราบ ระยะทาง 0.805 กิโลเมตร
  • งานก่อสร้างฝายดินซีเมนต์ ขนาดสันฝายยาว 5.00 เมตร สูง 1.40 เมตร จำนวน 3 แห่ง
  • งานติดตั้งท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ปากลิ้นราง ชั้น 3 (108 จุด) จำนวน 168 ท่อน
  • งานจัดทำและติดตั้งป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผลงานการปรับระดับพื้นที่นา (พื้นที่ราบและพื้นที่กักเก็บน้ำ) ที่ได้ระดับตามมาตรฐานวิศวกรรม
  • คูยกร่องและคูระบายน้ำที่ขุดลอกและตกแต่งเรียบร้อยตามแบบแปลน
  • ทางลำเลียงในไร่นาที่บดอัดและปรับเกลี่ยเรียบร้อย
  • ฝายดินซีเมนต์จำนวน 3 แห่ง โครงสร้างแข็งแรงไม่มีการรั่วซึมตามข้อกำหนด
  • ท่อระบายน้ำ ค.ส.ล. ปากลิ้นราง ชั้น 3 จำนวน 168 ท่อน ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ตามจุดที่กำหนด
  • ป้ายโครงการจำนวน 1 ป้าย ติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน
  • การปรับปรุงและทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างให้เรียบร้อยหลังเสร็จสิ้นงาน

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งมอบภายใน 45 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญาจ้าง

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: ต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานจ้าง และหากมีการใช้เหล็กในงานก่อสร้าง ต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุเสนอภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • Previous Project Cost: ต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างในวงเงินไม่น้อยกว่า 417,870 บาท (สี่แสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) ในสัญญาเดียวกัน และเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐ
  • Technical Capabilities: ต้องมีรถขุดขนาดไม่น้อยกว่า 120 แรงม้า จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คัน หรือมีอัตราการขุดรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 700 ลบ.ม./วัน (คำนวณจากฐานการทำงานวันละ 7 ชั่วโมง) โดยต้องแสดงหลักฐานกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าซื้อ หรือสิทธิครอบครอง พร้อมภาพถ่ายเครื่องจักรและหมายเลขทะเบียนที่ชัดเจน
  • Technical Capabilities: ต้องมีเครื่องมือ เครื่องจักร สำหรับปรับเกลี่ยดิน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คัน พร้อมแสดงหลักฐานกรรมสิทธิ์ สัญญาเช่าซื้อ หรือสิทธิครอบครอง และภาพถ่ายเครื่องจักรที่แสดงหมายเลขทะเบียนชัดเจน
  • Personnel: ต้องมีวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างนี้ ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสบการณ์ในวิชาชีพตามใบอนุญาต เป็นผู้รับผิดชอบควบคุมดูแลการก่อสร้างโดยตรง โดยต้องยื่นรายชื่อวิศวกรพร้อมใบประกอบวิชาชีพในวันยื่นข้อเสนอราคา

เกณฑ์การพิจารณา

  • ใช้เกณฑ์ราคา (Price Criteria) โดยจะพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาที่เสนอราคารวมต่ำสุดและมีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องตามเงื่อนไขใน TOR เป็นผู้ชนะการประกวดราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • งานก่อสร้างทั้งหมดต้องเป็นไปตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง เลขที่ พด.2 ฉช.8/2569 ของกรมพัฒนาที่ดิน
  • ฝายดินซีเมนต์ต้องมีขนาดสันฝายยาว 5.00 เมตร และสูง 1.40 เมตร จำนวน 3 แห่ง
  • ท่อระบายน้ำต้องใช้ท่อ ค.ส.ล. ปากลิ้นราง ชั้น 3
  • อัตราการทำงานของรถขุดตักอ้างอิงตามมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดิน/กรมชลประทาน โดยรถขุดขนาด 110 - 153 แรงม้า ต้องมีอัตราการทำงานเฉลี่ย 35 - 45 ลบ.ม./ชั่วโมง และขนาด 140 - 285 แรงม้า มีอัตราการทำงานเฉลี่ย 49 - 74 ลบ.ม./ชั่วโมง

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินค่าจ้าง แบ่งออกเป็น 2 งวด ดังนี้:
    • งวดที่ 1: จ่ายเงินในอัตราร้อยละ 30 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จในอัตราสะสมร้อยละ 40 ของปริมาณงานรวมทั้งหมดตามแบบรูปรายการ พด.2 ฉช.8/2569
    • งวดสุดท้าย: จ่ายเงินในอัตราร้อยละ 70 ของวงเงินตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานแล้วเสร็จทั้งหมด 100% ตามสัญญา และทำความสะอาดพื้นที่ก่อสร้างเรียบร้อย
  • อัตราค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต: ปรับร้อยละ 10 ของวงเงินงานที่นำไปจ้างช่วงนั้น
    • กรณีงานล่าช้ากว่ากำหนด: ปรับรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าตามสัญญา นับถัดจากวันครบกำหนดจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จจริง
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: ต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน โดยต้องดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q1: โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างทั้งหมดกี่วัน?
    A1: ต้องดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    • Q2: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงผลงานก่อสร้างประเภทใดและมีมูลค่าเท่าใด?
      A2: ต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันในวงเงินไม่น้อยกว่า 417,870 บาท โดยต้องเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐในสัญญาเดียวกัน
    • Q3: ข้อกำหนดเรื่องการใช้เหล็กและวัสดุในประเทศมีเงื่อนไขอย่างไร?
      A3: ต้องใช้พัสดุ/ครุภัณฑ์ผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่า และหากมีเหล็กต้องใช้เหล็กผลิตในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กทั้งหมด
    • Q4: โครงการนี้กำหนดให้มีเครื่องจักรกลหนักประเภทใดบ้างในการทำงาน?
      A4: ต้องมีรถขุดขนาดไม่น้อยกว่า 120 แรงม้า อย่างน้อย 3 คัน (หรือขุดได้รวมกันไม่น้อยกว่า 700 ลบ.ม./วัน) และเครื่องจักรปรับเกลี่ยดินอย่างน้อย 2 คัน
    • Q5: หลักฐานที่ต้องแสดงเพื่อยืนยันการครอบครองเครื่องจักรมีอะไรบ้าง?
      A5: ต้องแสดงหลักฐานกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ คู่มือจดทะเบียนเครื่องจักรที่ชำระภาษีประจำปีแล้ว และภาพถ่ายเครื่องจักรที่เห็นทะเบียนชัดเจน
    • Q6: การคำนวณอัตราการทำงานของรถขุดอ้างอิงจากชั่วโมงการทำงานวันละกี่ชั่วโมง?
      A6: อ้างอิงฐานการทำงานวันละ 7 ชั่วโมง (ทำงานจริงประมาณ 6 ชั่วโมง เนื่องจากต้องเผื่อเวลาตรวจเช็คบำรุงรักษาประจำวัน)
    • Q7: ฝายดินซีเมนต์ที่ต้องก่อสร้างมีขนาดเท่าใดและสร้างกี่แห่ง?
      A7: ก่อสร้างฝายดินซีเมนต์จำนวน 3 แห่ง ขนาดสันฝายยาว 5.00 เมตร และสูง 1.40 เมตร
    • Q8: การแบ่งจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็นกี่งวดงาน?
      A8: แบ่งออกเป็น 2 งวด โดยงวดที่ 1 จ่าย 30% (เมื่อได้งานสะสม 40%) และงวดสุดท้ายจ่าย 70% (เมื่อเสร็จสิ้นงานทั้งหมด)
    • Q9: หากงานเกิดความล่าช้ากว่ากำหนดสัญญา จะมีอัตราค่าปรับอย่างไร?
      A9: ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าตามสัญญา นับถัดจากวันครบกำหนดจนกว่างานจะแล้วเสร็จจริง
    • Q10: ระยะเวลาการรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างนี้คือกี่ปี?
      A10: รับประกันความชำรุดบกพร่องไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับมอบงาน และต้องเข้าซ่อมแซมภายใน 7 วันหลังได้รับแจ้ง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

เอกสารแนบ 1
รายละเอียดขอบเขตของงาน (Term of Reference: TOR)
จ้างก่อสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

  1. ความเป็นมา
    กรมพัฒนาที่ดินมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2551 ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อป้องกันรักษาดินและที่ดินไม่ให้เกิดความเสื่อมโทรม สูญเสีย รวมถึงการรักษา ปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของ ดินและการรักษาน้ำในดินหรือบนผิวดิน ให้เกิดความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ที่ดินในทางเกษตรกรรมดังนั้น การอนุรักษ์ดินและน้ำจึงเป็นการรักษาดินให้มีความสามารถในการให้ผลผลิตสูงสุดและเป็นการใช้ดินอย่างถูกวิธี โดยงานพัฒนาการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งเป็นการชะลอความเร็วของน้ำ การกักเก็บตะกอน การป้องกันการสูญเสียหน้าดิน รักษาความชื้นในดิน รวมทั้ง
    เป็นการกักเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาให้ไหลซึมลงใต้ดินอย่างช้าๆ ทำให้เกิดความชื้นที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งช่วยไม่ให้น้ำไหลบ่าไปกัดเซาะดินในพื้นที่ตอนล่างก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มประสิทธิภาพและกักเก็บน้ำไว้ ใช้เพื่อการเกษตร ซึ่งหากมีการบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ ที่ดิน โดยเฉพาะการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง ในพื้นที่ทำการเกษตรที่มีโอกาสเสี่ยงภัยแล้ง
  2. วัตถุประสงค์
    2.1 การบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง
    2.2 เพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร และลดผลกระทบจากภัยแล้ง
  3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
    ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  4. มีความสามารถตามกฎหมาย
  5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
  6. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
  7. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
  8. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
  9. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
  10. เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
  11. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมพัฒนาที่ดิน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้
  12. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
    2
  13. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่ประกวดราคาจ้างก่อสร้างในวงเงินไม่ น้อยกว่า 417,870 บาท (สี่แสนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันแปดร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญา โดยตรงกับหน่วยงานของรัฐในสัญญาเดียวกัน
  14. ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง 12. ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักข้อตกลง ระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตาม สัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
    กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการ ร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุ กรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
    สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุก รายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 13. ต้องใช้พัสดุ ประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าวัสดุ หรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างนั้น หากมีการใช้เหล็กในงานก่อสร้างต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า ร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องใช้ทั้งหมดตามสัญญา โดยต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศเสนอ ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา (ทั้งนี้ต้องส่งก่อนการส่งมอบงานงวดแรก) เว้นแต่ กรณีวงเงิน สัญญาจ้าง ไม่เกิน 500,000 บาท หรือสัญญาจ้างกำหนดไว้ไม่เกิน 60 วัน ไม่ต้องจัดทำแผน 14. ผู้ยื่นเสนอประกวดราคาจ้างงานก่อสร้าง หากได้รับการคัดเลือกจะต้องมีวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับงาน ก่อสร้างนี้ และเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎหมาย และมีประสบการณ์ในวิชาชีพตาม ใบอนุญาตประกอบอาชีพ เป็นผู้รับผิดชอบ ควบคุม ดูแลการก่อสร้างในระบบนั้นๆ โดยตรง ให้เป็นไปตามรูปแบบ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของการจ้าง โดยให้ยื่นรายชื่อวิศวกรพร้อมใบประกอบวิชาชีพในวันยื่นข้อเสนอราคา 15. ต้องมีรถขุดขนาดไม่น้อยกว่า 120 แรงม้า จำนวนไม่น้อยกว่า 3 คัน หรือมีอัตราการขุดรวมกันได้ ไม่น้อยกว่า 700 ลบ.ม./วัน (อัตราการทำงานเครื่องจักรตามมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน เอกสารแนบ 1) โดย ต้องแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนี้
    15.1 หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองกรณีเช่าซื้อ เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น
    15.2 กรณีเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างประเภทใดที่กฎหมายกำหนดให้มีการ จดทะเบียนต้องแสดงคู่มือทะเบียนเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว 15.3 เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างต้องมีสภาพดีสามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณลักษณะและคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์กำหนด พร้อมแนบภาพถ่ายของเครื่องมือ เครื่องจักรที่แสดงให้เห็นลักษณะของเครื่องจักรและหมายเลขทะเบียนที่ชัดเจน
  15. ต้องมีเครื่องมือ เครื่องจักร สำหรับปรับเกลี่ยดิน จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คัน โดยต้องแสดงหลักฐาน การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนี้
    3
    16.1 หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองกรณีเช่าซื้อ เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและมีรายละเอียดต่างๆ ที่เชื่อถือได้) สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ เป็นต้น
    16.2 กรณีเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างประเภทใดที่กฎหมายกำหนดให้มีการ จดทะเบียนต้องแสดงคู่มือทะเบียนเครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างที่ชำระภาษีประจำปีเรียบร้อยแล้ว 16.3 เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การก่อสร้างต้องมีสภาพดี สามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มีคุณลักษณะและคุณสมบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์กำหนด พร้อมแนบภาพถ่ายของเครื่องมือ เครื่องจักรที่แสดงให้เห็นลักษณะของเครื่องจักรและหมายเลขทะเบียนที่ชัดเจน
  16. แบบรูปรายการงานก่อสร้าง
    งานจ้างนี้มีจำนวน 8 รายการ ประกอบด้วย
    4.1 ปรับระดับพื้นที่นากรณีพื้นที่ราบ จำนวน 3.587 กม.
    4.2 ปรับระดับพื้นที่นาพร้อมกักเก็บน้ำ จำนวน 0.583 กม.
    4.3 ขุดคูยกร่อง จำนวน 2.958 กม.
    4.4 คูระบายน้ำ จำนวน 1.030 กม.
    4.5 ทางลำเลียงในไร่นากรณีพื้นที่ราบ จำนวน 0.805 กม.
    4.6 ฝายดินซีเมนต์ สันฝายยาว 5.00 ม. สูง 1.40 ม. จำนวน 3 แห่ง
    4.7 ท่อระบายน้ำ ค.ส.ล.ปากลิ้นราง ชั้น 3 (108 จุด) จำนวน 168 ท่อน
    4.8 ป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย
  17. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
    ดำเนินการปฏิบัติงานแล้วเสร็จ ภายใน 45 วัน นับถัดจากลงนามในสัญญา
  18. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
    ใช้เกณฑ์ราคา ในการคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุดเป็นผู้ชนะการซื้อหรือจ้าง
  19. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
    จัดจ้างภายในวงเงินงบประมาณ 1,044,671.57 บาท (หนึ่งล้านสี่หมื่นสี่พันหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดบาทห้า สิบเจ็ดสตางค์) ภายใต้โครงการ : การบริหารจัดการดินและน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งเพื่อเพิ่ม ศักยภาพการผลิตของเกษตรกร
  20. งวดงานและการจ่ายเงิน
    จำนวนในการส่งมอบ 2 งวด
    งวดที่ 1 เมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง เลขที่ พด.2 ฉช.8/2569 แล้วเสร็จ ในอัตราสะสมร้อยละ 40 ของปริมาณงานรวมทั้งหมด การจ่ายเงินในอัตราร้อยละ 30 ของวงเงินตามสัญญา งวดสุดท้าย เมื่อผู้รับจ้างได้ปฏิบัติงานตามแบบรูปรายการงานก่อสร้าง เลขที่ พด.2 ฉช.8/2569 ให้แล้วเสร็จทั้งหมดตามสัญญา รวมทั้งทำบริเวณสถานที่ก่อสร้างให้สะอาดเรียบร้อยตามสัญญา การจ่ายเงินใน อัตราร้อยละ 70 ของวงเงินตามสัญญา
  21. อัตราค่าปรับ
    9.1 กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สถานี พัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินจ้างช่วงนั้น 9.2 หากผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลา ที่กำหนดไว้ในข้อ 5 และผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงิน
    4
    ตายตัวในอัตราร้อยละ 0.10 ของมูลค่าตามสัญญา นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญา หรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงานให้จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง
  22. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง
    เมื่องานแล้วเสร็จบริบูรณ์ และผู้ว่าจ้างได้รับมอบงานจากผู้รับจ้างหรือจากผู้รับจ้างรายใหม่ ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญา ผู้ชนะการเสนอราคาจะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องในกรณีมีเหตุชำรุด บกพร่องหรือเสียหายเกิดขึ้นจากการจ้างนี้ภายในกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถัดจากวันที่ได้รับ มอบงานดังกล่าวโดยจะต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้ง เหตุความชำรุดบกพร่อง
  23. สถานที่ติดต่อเพื่อขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม และส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น สถานีพัฒนาที่ดินพัฒนาที่ดินฉะเชิงเทรา 79/1 ม.19 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา 24130 โทรศัพท์ 0 3853 1200 (กรณีขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม) E-mail [email protected]
    ทั้งนี้ ในการเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ผู้เสนอต้องเปิดเผยชื่อ และที่อยู่ ที่สามารถติดต่อ ได้ให้ทราบด้วย
    ลงชื่อ……………………………………………..ประธานกรรมการ
    (นางสาวประภาศรี แก้วคำ)
    เจ้าพนักงานการเกษตรอาวุโส
    ลงชื่อ…………………………………………………………กรรมการ
    (นางสาวมะลิ มนทบ)
    เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน
    ลงชื่อ…………………………………………………………กรรมการ
    (นางสาวขจี มากศรี)
    นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ
    เอกสารแนบ 1
    อัตราการทำงานเครื่องจักรตามมาตรฐานของกรมพัฒนาที่ดิน
    ข้อมูลอัตราการทำงานของรถขุดตักสามารถหาได้จากสถิติการทำงาน หรือการคำนวณจากคุณลักษณะของ เครื่องจักร เพื่อใช้ในการประมาณการความจำเป็นต้องใช้ในการทำงานเป็นเบื้องต้น
  24. ข้อมูลอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นต้น
    งานดินขุดธรรมดาพร้อมขนย้าย
    ขนาด (แรงม้า)
    ปริมาณงาน (ลบ.ม./ชั่วโมง)
    รถขุดตีนตะขาบไฮโดรลิกชนิดปุ้งกี๋ตัก เข้าแบบแขนมาตรฐาน 0.8 ลบ.ม
    110 - 153
    35 - 45
    รถขุดตีนตะขาบไฮโดรลิกชนิดปุ้งกี๋ตัก เข้าแบบแขนมาตรฐาน 0.8 ลบ.ม
    140 - 285
    49 - 74
  1. ความสามารถของเครื่องจักรกล คํานวณจากฐานการทำงาน วันละ 7 ชั่วโมง (ทำงานจริงประมาณ 6 ชั่วโมง เพราะต้องตรวจเช็ค บำรุงรักษาก่อนและหลังการปฏิบัติงานประจำวัน)
  2. รายการเครื่องจักรกล ที่ระบุเป็นเครื่องจักรกลมาตรฐาน ซึ่งในทางปฏิบัติสามารถใช้เครื่องจักรกล ที่มีขนาด ชนิด ที่เทียบเคียงได้
  3. ค่าขีดความสามารถโดยเฉลี่ยที่ระบุ ขึ้นอยู่กับ
  • ลักษณะของงานที่ขุด
  • สภาพความพร้อมการใช้งานของเครื่องจักร
  • สมรรถนะของเครื่องจักรแต่ละยี่ห้อ
  1. การคำนวณจากคุณลักษณะเฉพาะของเครื่องจักรตามหลักวิชาการ เช่น อัตราการเช่าเครื่องจักรกล ชลประทาน หรือรายการคำนวณอัตราการทำงานที่มีวิศกรเป็นผู้ลงนามรับรอง เป็นต้น ที่มา: 1. การพิจารณาเครื่องมือ – เครื่องจักร กรณีงานดําเนินการเอง กรมชลประทาน 2. คู่มือการคำนวณค่าเช่าเครื่องจักรกล ปรับปรุง 2560 กรมชลประทาน
  2. เอกสารประกอบโปรแกรมประมาณราคาค่าใช้จ่ายเครื่องจักรกล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย